หัวตะเข้
ย่านหัวตะเข้ 3 ลาดกระบัง 5 ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง 6 วัดกระทุ่มเสือปลา 8 วัดลาดกระบัง 18 โรงเจฮะเฮงตั้ว 19 คลองประเวศบุรีรมย์ 20 ตลาดเก่าหัวตะเข้ 22 สวนประติมากรรม 30 วัดสุทธาโภชน์ 31 สถานที่ท่องเที่ยว 32 ร้านอาหาร/ คาเฟ่ 32 โรงแรม / ที่พัก 34 สิ่งอ�ำนวยความสะดวก 35 ของฝาก /ของที่ระลึก 35 กิจกรรมที่น่าสนใจ 35 หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 36 2 หัวตะเข้
ย่านหัวตะเข้เป็นชุมชนและตลาดที่มี การตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เริ่มมีชุมชนหลังการขุดคลอง ประเวศบุรีรมย์เชื่อมระหว่างคลองพระโขนง กับคลองด่านออกสู่แม่น�้ำบางปะกง โดยหนึ่ง ในชุมชนขนาดใหญ่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ ตั้งอยู่บริเวณ “สี่แยก” ซึ่งเป็นจุดตัดคลอง 3 สาย ได้แก่ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองล�ำปลาทิว และคลองหัวตะเข้ โดยที่มาของชื่อชุมชน มาจากเมื่อครั้งมีการขุดคลองแล้วพบกะโหลก จระเข้ หรือที่ออกเสียงในหลายท้องที่ว่า ตะเข้ หรือ อ้ายเข้ ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้ ณ ศาลเจ้าพ่อ หัวตะเข้ หรือศาลเจ้าปึงเถ้ากงในตลาดหัวตะเข้ เอกลักษณ์ส�ำคัญของชุมชนย่านหัวตะเข้ มีอาคารเรือนแถวไม้ มุงหลังคาสังกะสี ทอดยาว ริมสองฝั่งคลอง เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนและ ร้านค้าที่ครั้งหนึ่งเคยเฟื่องฟูจากการเป็นชุมทาง ของเรือสินค้าที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ อื่น ๆ ได้ โดยปัจจุบันยังคงกลิ่นอายของ ความเป็นย่านเก่าที่มีการพัฒนาให้สอดรับกับ วิถีชีวิตร่วมสมัย ย่านหัวตะเข้ หัวตะเข้ 3
4 หัวตะเข้
ไม่เพียงแต่หัวตะเข้เท่านั้นที่ควรค่าแก่การเยี่ยมเยือน เนื่องจากในอาณาบริเวณ ของย่านหรือเขตลาดกระบังในปัจจุบัน ยังมีสถานที่ส�ำคัญและน่าสนใจอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ตามแหล่งริมทางน�้ำหรือล�ำคลองสายต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย ในย่านลาดกระบังนอกเหนือจากคลองประเวศบุรีรมย์ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดหลัก ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชุมชนชาวลาดกระบังมาแต่ครั้งอดีต แม้แต่ชื่อหรือค�ำว่า “ลาดกระบัง” ยังมีความเกี่ยวข้องกับน�้ำ ด้วยมีที่มาจากชื่อ คลองลาดกระบัง ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างคลอง ประเวศบุรีรมย์กับคลองบางซื่อใหญ่มีระยะทางยาวกว่า1,200เมตรโดยค�ำว่า“กระบัง”นั้น สันนิษฐานว่า อาจมาจากค�ำว่า“กะบัง” ที่เป็นค�ำเรียกเครื่องมือจับสัตว์น�้ำชนิดหนึ่งรูปร่าง เหมือนแหรูปกรวยแหลม ใช้วางกั้นทางน�้ำเพื่อดักปลา หรือคลองล�ำปลาทิว ซึ่งเป็นคลอง สาขาหนึ่งของคลองแสนแสบและไหลไปถึงหนองจอก ยังเป็นที่ตั้งของศาสนสถาน อย่างวัดสุทธาโภชน์ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลส�ำคัญในประวัติศาสตร์คือ เจ้าจอมมารดากลิ่น พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ผู้บริจาคที่ดิน สร้างวัด ทั้งมีประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน คือประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ที่สะท้อนวัฒนธรรมของชาวมอญในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ลาดกระบัง หัวตะเข้ 5
ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ศูนย์เรียนรู้เรื่องป่า และระบบนิเวศที่ผสมผสานความสวยงาม ด้านภูมิสถาปัตยกรรมและพื้นที่สีเขียว ภายใต้ แนวคิด “สร้างป่าให้กับคนกรุงเทพฯ” ในรูปแบบ ป่านิเวศที่จ�ำลองลักษณะและบรรยากาศของป่า ในกรุงเทพฯ สมัยอดีต โดยมีความหลากหลาย ทั้งพันธุ์ไม้ดั้งเดิมและพันธุ์ไม้หายากมากกว่า 270 ชนิด จัดสรรสัดส่วนพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ป่า 9 ไร่ พื้นที่แหล่งน�้ำ 1 ไร่ และพื้นที่ อาคารเพื่อการเรียนรู้ 2 ไร่ เพื่อให้เป็นแหล่ง เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อคนกรุงหรือเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตในเมือง ศึกษา เรียนรู้ เกี่ยวกับคุณค่าของระบบนิเวศ ป่าไม้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ สร้างความ ตระหนักรู้และกระตุ้นเตือนให้คนในเมืองหลวง เกิดความส�ำนึกรักและหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ ที่หลงเหลืออยู่ไม่มากนัก และหันมาปลูกต้นไม้ กันมากขึ้น ทั้งมีโอกาสสัมผัสป่าอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเดินทางไกล นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุงยังจัด กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับป่าไม้ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเปิดโอกาสให้เข้ามา ประกอบกิจกรรมธรรมชาติอื่น ๆ ตามความ สนใจ เช่น เกมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและ สิ่งมีชีวิต เวิร์กชอปประดิษฐ์สิ่งของธรรมชาติ หรือกิจกรรมอาสาสมัครต่าง ๆ เพื่อให้เกิด ความเข้าใจและเรียนรู้ถึงการใช้ทรัพยากร เหล่านั้นอย่างรู้คุณค่า และร่วมตระหนักในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ในแต่ละเดือน ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง มีจุดที่น่าสนใจ เช่น อาคารนิทรรศการที่ถูกออกแบบให้กลมกลืน กับสภาพแวดล้อมและเป็นต้นแบบของ นวัตกรรมอาคารเขียวในการเลือกใช้วัสดุ ศูนย์เรียนรู้ป ่าในกรุง 6 หัวตะเข้
ในการก่อสร้าง จัดแสดงเนื้อหาต่าง ๆ รวมทั้ง องค์ความรู้เรื่องทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ จากพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทฤษฎีการปลูกป่า ของ ศ. ดร.อาคิระ มิยาวากิ นักพฤกษศาสตร์ และนักนิเวศวิทยาพืช ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านเมล็ดพันธุ์และการศึกษาป่าธรรมชาติ มีหลักการ คือ การสร้างป่าธรรมชาติดั้งเดิม ด้วยพันธุ์ไม้ธรรมชาติดั้งเดิม (Building Native forest of Native trees) และการจัดการ ที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้ป่าจัดการตัวเอง (The Best Management is No Management) ผนังดินบดอัดและนิทรรศการเมล็ดพันธุ์ไม้ ที่จัดแสดงตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ไม้ติดผนังระหว่าง ทางเดินเข้าอาคารนิทรรศการ ทางเดินชม ชั้นเรือนยอด (Sky Walk) ซึ่งเชื่อมไปสู่หอชมป่า (Observation Tower) ความสูง 23 เมตร ที่สามารถชมทัศนียภาพของศูนย์เรียนรู้ ป่าในกรุงได้อย่างรอบทิศ พร้อมสัมผัสและเรียนรู้ พันธุ์ไม้หลากประเภทได้ตลอดเส้นทาง หัวตะเข้ 7
วัดกระทุ่มเสือปลา ตั้งอยู่ริมคลอง ประเวศบุรีรมย์ สันนิษฐานว่า ก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2345 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เมื่อครั้ง ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง มีหลักฐานเพียงว่าขุนประเวศชนารักษ์หรือ เถ้าแก่เอี๋ยว กิตติโกวิท กับนางสั้น ภรรยา ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ โดยเหตุที่ชื่อวัดกระทุ่ม เสือปลา เนื่องจากอดีตบริเวณโดยรอบมีต้น กระทุ่มและเสือปลาเป็นจ�ำนวนมาก ส�ำหรับเสนาสนะส�ำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปครองจีวรประดับเพชรรัสเซีย สร้างจ�ำลองพระพุทธชินราช ศิลปะสมัยสุโขทัย วิหารหลวงพ่อพุทธโสธร อุโบสถหลังเก่า ที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) พิพิธภัณฑ์หุ่นขึ้ผึ้ง ประดิษฐานรูปปั้นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของไทย เช่น หลวงปู่ทอง อายะนะ วัดราชโยธา (วัดลาด บัวขาว) กรุงเทพฯ หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด กรุงเทพฯ หลวงพ่อเผือก วัดกิ่งแก้ว จังหวัด สมุทรปราการ หลวงปู่ทวดเหยียบน�้ำทะเลจืด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี หลวงพ่อปาน วัดบาง นมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อเนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูป 80 ปาง บนศาลาการเปรียญ เสาไม้มะค่า ฝาไม้สักทอง ประดิษฐานพระพุทธรูป หล่อทองเหลืองปางต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ พุทธประวัติ โดยมีชื่อปางและค�ำอธิบายอย่าง ละเอียด วิหารเทพประทานพร อาคาร ศิลปะจีน ประดิษฐานประติมากรรมท้าว จตุโลกบาล พระโพธิสัตว์ เทพเจ้าต่าง ๆ เป็นต้น วัดกระทุ่มเสือปลา 8 หัวตะเข้
หัวตะเข้ 9
วัดลาดกระบัง เดิมเรียกว่า วัดสาม ด้วยตั้งอยู่ด้านตะวันตกของปากคลองสาม ซึ่งเป็นคลองย่อยหนึ่งในสี่คลองที่พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้ขุดแยกจากคลองประเวศ บุรีรมย์ แต่บางต�ำนานเล่าว่า วัดสามนั้นตั้งชื่อ ตามนายอิม บุตรเขยคนที่ 3 ของนายน้อยและ นางอ่วม หมื่นราษฎร์ สองสามีภรรยาผู้ถวาย ที่ดินและจัดสร้างเสนาสนะต่าง ๆ เมื่อ พ.ศ. 2419 ด้วยนายอิมเป็นผู้มีศรัทธาและตั้งใจจริง อย่างมากที่จะก่อสร้างวัด ทั้งยังเป็นผู้จัดหา เสาไม้เมื่อแรกสร้างพระอุโบสถ โดยมีพระครู เมตตาวิหารี (สาย จนฺทสโร) หรือหลวงพ่อสาย เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ภายในวัดลาดกระบังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ศรัทธาอย่างมาก คือ “พระพุทธปุสโยภาส” หรือหลวงพ่อขาว พระพุทธรูปก่ออิฐพอกปูน ปางมารวิชัย ซึ่งมีลักษณะเด่นที่พระวรกายนั้น ทาสีขาว นอกจากนี้ ยังมีปฏิมากรรมที่สวยงาม แปลกตา เช่น พระพุทธรูปปางเกศาธาตุ ซึ่งเป็น พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ขวา ยกขึ้นแนบพระเศียร เป็นกิริยาเสยพระเกศา ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดเรียกว่า “ปางตะเบ๊ะ” และพระพุทธรูปปางขับพระวักกลิ พระพุทธรูป ประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ขวาทาบอยู่บริเวณ พระนาภี วัดลาดกระบัง 18 หัวตะเข้
โรงเจฮะเฮงตั้ว ตั้งอยู่ภายในซอย ลาดกระบัง 17 เป็นเส้นทางเข้าสู่ตลาดเก่า หัวตะเข้ เป็นโรงเจที่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่า ก่อสร้างเมื่อใด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ในย่านหัวตะเข้ ใน พ.ศ. 2537 มีการก่อสร้าง โรงเจขึ้นใหม่ โดยโรงเจแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐาน ร่างของ “องค์เซียนแป๊ะโค้วเซียงงี่” ที่พอกด้วย ผงธูปแล้วปิดทอง ซึ่งตามต�ำนานกล่าวว่าเป็น พุทธศาสนิกชนชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง ที่อพยพมายังประเทศไทยในสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) แล้วตั้งถิ่นฐานในย่านหัวตะเข้ โดยเป็นผู้มี จิตเมตตา ยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธ ศาสนา ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติสมาธิ เมื่ออายุ 26 ปี ซึ่งประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ล้วนให้ ความเคารพศรัทธาอย่างมาก โรงเจฮะเฮงตั้ ว หัวตะเข้ 19
คลองประเวศบุรีรมย์ เส้นทางน�้ำซึ่งมี ความส�ำคัญอย ่างยิ่งต ่อพัฒนาการและ ความเจริญของย่านหัวตะเข้โดยเป็นคลอง ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้ขุดต ่อจาก ปลายคลองพระโขนงซึ่งเป็นคลองธรรมชาติ แยกจากแม่น�้ำเจ้าพระยา เชื่อมจังหวัดสมุทร ปราการและฉะเชิงเทรา โดยทรงพระกรุณาให้ พระยาประเวศบุรีรมย์ ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะเป็น คนเดียวกับพระยาด�ำรงราชพลขันธ์ (จุ้ยคชเสนี) เป็นแม่กอง และเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์(วร บุนนาค)เป็นผู้อ�ำนวยการขุดคลองจนแล้วเสร็จ ในพ.ศ.2423พระราชทานนามว่าคลองประเวศ บุรีรมย์ คลองประเวศบุรีรมย์นับเป็นคลองแรก ที่ทางราชการเปิดโอกาสให้ราษฎรออกเงิน หรือลงแรงช่วยในการขุดคลอง โดยจะได้รับ ผลตอบแทนเป็นที่ดินสองฝั่งคลองมากน้อย ตามอัตราที่ทางราชการก�ำหนด ซึ่งปรากฏว่า มีราษฎรขอลงชื่อจับจองที่ดิน เพื่อตั้งถิ่นฐาน ท�ำกินเป็นจ�ำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย ชาวมอญ ชาวเขมร ชาวมุสลิม และชาวจีน ซึ่งเป็นแรงงานรับจ้างขุดคลอง จึงต้องมีการ ขยายพื้นที่ขุดคลองแยกออกไปอีก 4 สาย คือ คลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม และคลองสี่ กระทั่งมีที่ดินที่ได้รับการบุกเบิกอันเนื่องมาจาก การขุดคลองรวมทั้งหมดเกือบหนึ่งแสนไร่ท�ำให้ การเพาะปลูกในย่านหัวตะเข้มีการขยายออกไป อย่างกว้างขวาง คลอง ประเวศบุรีรมย์ 20 หัวตะเข้
หัวตะเข้ 21
ตลาดเก่าหัวตะเข้ เมื่อแรกนั้นมีชื่อว่า ตลาดเก่าเรือนไม้ หลวงพรต - ท่านเลี่ยม เรียกตาม ชื่อของผู้บริจาคที่ดินผืนนี้ คือ อ�ำมาตย์โท ศาสตราจารย์ หลวงพรตพิทยพยัต (พรต เดชา) อดีตคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2478 - 2483) และคุณหญิงเลี่ยม (สกุลเดิม บุนนาค ธิดา เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) คนทั่วไป มักเรียกว่า เจ้าคุณทหาร หรือ เจ้าคุณกลาโหม) ซึ่งมีนิวาสสถาน ณ หัวตะเข้ (ปัจจุบัน คือ พื้นที่โรงเรียนพรตพิทยพยัต โดยคุณหญิงเลี่ยม บริจาคที่ดินมรดกตกทอดจากเจ้าพระยาสุรวงษ์ ไวยวัฒน์ เพื่อก่อตั้งเป็นโรงเรียน รวมถึงที่ดิน อันเป็นที่ตั้งของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังและวิทยาลัยช่างศิลป) ให้สร้างตลาดริมคลองประเวศบุรีรมย์ เมื่อครั้งอดีต ตลาดเก่าหัวตะเข้ มีความ เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก มีอาคารห้องแถวเรือนไม้ ริมสองฝั่งคลอง กว่า 200 ห้อง เป็นเหมือน ศูนย์กลางการค้าชานเมือง เป็นชุมทางเรือหรือ จุดจอดเรือสินค้า อู่ต่อเรือ โรงไม้และช่างไม้ กระทั่งซบเซาหลังมีการตัดถนน การสัญจร ทางเรือไม่เป็นที่นิยม ท�ำให้วิถีชีวิตผู้คนเปลี่ยนไป ตลาดเก่าหัวตะเข้ 22 หัวตะเข้
หัวตะเข้ 23
เริ่มตั้งแต่ ร้านพงษ์จิวานิช ร้านผลิต และจ�ำหน่ายขนมเปี๊ยะเก่าแก่และมีชื่อเสียง มาอย่างยาวนานที่ยังคงรักษาและสืบทอด ส่วนผสมดั้งเดิมมามากกว่า 120 ปี ซึ่งปัจจุบัน ได้รับการต่อยอดจากทายาทรุ่นที่ 4 ภายใต้ชื่อ “ไข่ระเบิด by เชฟปั๊ม” ในรูปแบบขนมเปี๊ยะ ผิวสีชมพูจากสมุนไพรอย่างไม้ฝาง โดยมีไส้ขนม ให้เลือกสรรทั้งไส้ถั่ว - ไข่ ไส้ฟัก - ไข่ ไส้ถั่ว - ฟัก - ไข่ ไส้ถั่วแดง - ฟัก - ไข่ และไส้ถั่วแดง ผสมธัญพืช อีก 5 ชนิด ได้แก่ งาด�ำ งาขาว ลูกเกดด�ำ เมล็ด แตงโม เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทอง พร้อมอัดแน่นด้วยไข่แดงเค็มถึง 8 ฟอง อันเป็น เอกลักษณ์ และที่ลืมไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือ “ขนมใบไม้” ขนมโบราณที่นวดส่วนผสมด้วยมือ และหาซื้อได้ยากในปัจจุบัน ร้านอึ้งกิมเฮง อีกหนึ่งร้านขนมโบราณ ในย่านตลาดเก่าหัวตะเข้ อยู่ชิดติดกับร้าน 24 หัวตะเข้
พงษ์จิวานิช โดยเจ้าของร้านในปัจจุบันถือเป็น ทายาทรุ่นที่ 2 ที่ผลิตและจ�ำหน่ายขนมเปี๊ยะ สูตรเฉพาะ พร้อมขนมในงานมงคลต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นขนมขันหมาก ขนมไหว้ตั้งศาล ขนม ไหว้เจ้า ขนมไหว้พระจันทร์ และขนมจับกิ้ม หรือที่หลายคนเรียกว่า ขนมจันอับ (เป็นค�ำที่ ใช้เรียกกล่องที่ข้างในแยกเป็นช่อง ๆ ส�ำหรับ ใส่ของกิน ทั้งหวานทั้งคาวหลายชนิด) ประกอบ ไปด้วยขนมแห้ง 5 อย่าง ได้แก่ ถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ฟักเชื่อม และข้าวพอง นอกจากนี้ ยังมีขนมใบไม้สูตรโบราณดั้งเดิมจากจีน ที่สืบทอดต่อกันมา บ้านสามครู แกลลอรี่ที่เกิดจากการ ร่วมมือของผู้มีใจรักศิลปะที่ลงแรงลงขัน ช่วยกันซ่อมแซมและปรับปรุงห้องแถวเรือนไม้ ที่ครั้งหนึ่งเคยช�ำรุดทรุดโทรมปล่อยทิ้งร้าง ให้เป็นสถานที่ส�ำหรับจัดแสดงภาพวาดหรือ ผลงานศิลปะหมุนเวียน ควบคู่ไปกับการเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ชาวชุมชนหลวงพรต - ท่านเลี่ยม ย่านหัวตะเข้ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในหลายโอกาส ตัวอย่างที่ผ่านมา เช่น เขียนผ้า บาติก ท�ำผ้ามัดย้อมคราม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดเก่าหัวตะเข้ กลับฟื้นคืนชีวิตชีวา ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ท่องเที่ยวย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ที่เหมาะกับ ผู้ชื่นชอบบรรยากาศของชุมชนริมน�้ำที่อบอวล ด้วยกลิ่นอายของวันวาน แต่แฝงความร่วมสมัย ไว้ด้วยกัน โดยมีจุดเช็กอิน เช่น ร้านค้าสไตล์ ย้อนยุค ร้านอาหาร ร้านของฝาก คาเฟ่ ร้าน กาแฟ แกลลอรี่ และเกสต์เฮ้าส์ นอกจากนี้ ยังมีสตรีตอาร์ตตลอดสองข้างทาง ซึ่งถือเป็น อีกหนึ่งไฮไลต์ของตลาดเก่าหัวตะเข้ หัวตะเข้ 25
ร้าน A Frame หรือโรงระหัดเอเฟรม ที่รังสรรค์แกลลอรี่จากโรงงานท�ำระหัดวิดน�้ำ ในอดีตที่ผุกร่อนไปตามกาลเวลา สู่พื้นที่ จัดแสดงผลงานศิลปะที่โดดเด่นด้วยการ ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ (ภาพถ่าย) และพระบรมสาทิสลักษณ์ (ภาพวาด) พระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาล ที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในกรอบ รูปแบบต่าง ๆ มากกว่า 100 ภาพ โดยเป็นภาพ เพียงจ�ำนวนหนึ่งในพันกว่าภาพ เจ้าของร้าน จบการศึกษาจากวิทยาลัยเพาะช่าง จึงคิด ออกแบบกรอบรูปสไตล์วินเทจ นอกเหนือจาก เฟรมผ้าใบส�ำหรับวาดภาพ จึงไม่น่าแปลกใจว่า จะมีศิลปิน จิตรกร ตลอดจนลูกค้าหลากอาชีพ รวมถึงอาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัย ช่างศิลปและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่อยู่ในละแวก เดียวกัน แวะเวียนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ร้านยศบาร์เบอร์ ร้านตัดผมเก่าแก่ คู่กับตลาดเก่าหัวตะเข้มาเป็นเวลายาวนาน แม้ปัจจุบัน ช่างชาวไทยเชื้อสายมอญที่สืบทอด กิจการตัดผมจากบรรพบุรุษเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทายาทยังคงเก็บรักษาบรรยากาศของ ความเป็นร้านตัดผมสไตล์ตะวันตกยุคบุกเบิก โดยจัดวางอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการตัดผม ตลอดจนวัตถุสิ่งของต่าง ๆ อย่างที่เคยเป็นมา เพื่อรอต้อนรับอาคันตุกะผู้ต้องการสัมผัสกับ กลิ่นอายของร้านตัดผมสมัยเก่าก่อน ร้านหงีจิ้นหลี ร้านโชห่วยหรือร้านขาย ของช�ำย้อนยุคที่ยังมีชีวิต ด�ำเนินกิจการจ�ำหน่าย สินค้าหลากชนิดสืบทอดตั้งแต่สมัยที่ตลาดเก่า หัวตะเข้ยังคึกคัก มีเรือสินค้าล่องไปมาไม่ขาดสาย 26 หัวตะเข้
ไพบูลย์พานิช หรือไพบูลย์การช่าง โรงกลึงเหล็กเก่าแก่ อายุกว่า 40 ปี ที่แรกเริ่ม ด�ำเนินกิจการรับซ่อมและผลิตอุปกรณ์ทางการ เกษตร เช่น รถไถ เครื่องสูบน�้ำ เป็นต้น ในตลาดเก่า หัวตะเข้ ซึ่งกล่าวได้ว่านอกจากเป็นชุมทางของ เรือสินค้านานาชนิดแล้ว ยังเคยแวดล้อมด้วย พื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ อันเป็นผลมาจาก การขุดคลองประเวศบุรีรมย์ในอดีต ซึ่งแม้ ปัจจุบันจะเหลือนายช่างเพียงคนเดียวที่รับ หน้าที่เป็นทั้งผู้กลึงเหล็ก เชื่อมเหล็ก และ เป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ด้วยหลักการท�ำงาน “พยายามให้ลูกค้าได้ของดีที่สุด แล้วก็สามารถ ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ในจ�ำนวนเงิน ที่เขามีจ�ำกัด” ท�ำให้ทุกวันนี้ ไพบูลย์พานิช ยังคงยืนหยัดต้อนรับลูกค้าประจ�ำซึ่งส่วนใหญ่ มาใช้บริการตั้งแต่รุ่นบุกเบิก ฮั่วฮง คายัค คลับ อดีตโรงไม้และ โรงระหัดวิดน�้ำเก่าแก่ที่ได้รับการปรับแต่งและ เปิดเป็นร้านให้เช่าพายเรือคายัค เพื่อชมวิถีชีวิต ริมน�้ำบริเวณชุมชนและตลาดเก่าหัวตะเข้ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การพายเรือคายัค เพื่อเก็บขยะแล้วน�ำมาเป็นส่วนลดค่าเช่าเรือ หัวตะเข้ 27
ร้านโกวจัน ต�ำนานร้านอาหารตามสั่ง เก่าแก่และเจ้าต�ำรับขนมสายบัวแดงแห่งคลอง หัวตะเข้ หนึ่งในขนมโบราณที่หาซื้อได้ยาก ซึ่งมีวัตถุดิบส�ำคัญ คือ บัวสายกลีบดอกสีแดง พืชท้องถิ่นที่ในอดีตกระจายพันธุ์ทั่วไปในย่าน หัวตะเข้อันเป็นศูนย์รวมของล�ำน�้ำถึง 3 สาย โดยกรรมวิธีที่โกวจันหรือป้าจันสืบทอดสูตร จากรุ่นทวด เริ่มตั้งแต่ปอกเปลือกสายบัวหรือ ก้านบัว เลือกเฉพาะสายบัวน�้ำลึก เพื่อให้ขนม มีเนื้อสัมผัสเหนียวก�ำลังดี มีสีสันสวยงาม และ มีกลิ่นหอม ล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อน แล้วต�ำ ให้ละเอียดด้วยมือเท่านั้น เพื่อรักษาความ นุ่มเหนียวของขนม จากนั้นนวดคลุกเคล้ากับ ส่วนผสมต่าง ๆ ทั้งแป้งข้าวเจ้า กะทิ มะพร้าว ทึนทึกขูด น�้ำตาลมะพร้าว และเกลือ ให้เข้าเป็น เนื้อเดียวกัน หยอดลงถ้วยโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด น�ำไปนึ่งประมาณ 20 นาที เป็นขนมที่สะท้อน ถึงความผูกพันของผู้คนในชุมชนกับสายน�้ำ ผ่านวัตถุดิบที่น�ำมาท�ำขนม ซึ่งมีการส่งต่อ จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ร้านโกวจันยังขึ้นชื่อ เรื่องขนมเข่งหลากสี เช่น สีม่วงจากอัญชัน สีเขียว จากใบเตย ตลอดจนผัดไทยและหอยทอดรสชาติ กลมกล่อม ร้านกลิ่นฝัน ร้านกาแฟหลากวัตถุดิบ คัดเมล็ดกาแฟจากหลายจังหวัด ด้วยเจ้าของร้าน เป็นผู้รักการเดินทาง จึงมีเมนูให้เลือกสรร มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด กาแฟดริป ชา น�้ำสมุนไพร หรือน�้ำผลไม้สด และไอศกรีม ในบรรยากาศสบาย ๆ และเป็นกันเอง จุดเด่น ของร้านอยู่ที่ลดการใช้พลาสติก ไม่มีการเสิร์ฟ ด้วยแก้วพลาสติก นอกจากนี้ ทางร้านยังมี บริการจักรยานให้เช่าเยี่ยมชมวิถีชุมชน ซึ่งหาก เก็บขยะกลับมาจะได้ลดราคาค่าเช่าจักรยาน อีกด้วย 28 หัวตะเข้
บ้านต้นมะขามอดีตโรงครัวของโรงเรียน ที่บริจาคที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์กลางของ กิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการถ่ายทอด ภูมิปัญญาเก่าแก่ของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น การสาธิตการท�ำขนมไทยโบราณ เช่น ข้าวต้มมัด ข้าวต้มคลุก และการท�ำน�้ำกลีบบัว ด้วยเตาฟืน หรือแกลบ เพราะย่านหัวตะเข้ในอดีตเป็นที่ตั้ง ของโรงสีข้าวจ�ำนวนมาก หรือเวิร์กชอปต่อเรือไม้ จ�ำลองขนาดเล็ก เช่น เรือโอ เรือเข็ม โดยช่าง ต่อเรือเก่ารุ่นสุดท้ายในชุมชนที่เปี่ยมความรู้ และสามารถแนะน�ำด้านการต่อเรือ ตั้งแต่ รูปแบบของเรือ โครงสร้างของเรือ และวิธีการ ต่อเรือ นอกจากนี้ ยังมีการสอนประดิษฐ์ว่าว ขนาดเล็กจากใบไม้แห้ง ซึ่งมีแห่งเดียวและ ถือเป็นเอกลักษณ์ของชุนชนตลาดเก่าหัวตะเข้ หัวตะเข้ 29
สวนประติมากรรม ตั้งอยู่ในวิทยาลัย ช่างศิลป เป็นสถานที่จัดแสดงประติมากรรม รูปแบบศิลปะไทยประเพณีและรูปแบบศิลปะ ร่วมสมัย ที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติ และความ เป็นมาที่น่าสนใจ โดยเป็นผลงานของศิลปิน ระดับชาติ และจ�ำลองมาจากฝีมือการรังสรรค์ ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งนับว่าเป็น ผู้ก่อตั้งและวางรากฐานการศึกษาด้านศิลปะ ของสถาบันแห่งนี้ ด้วยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีด�ำริว่าการศึกษาศิลปะในสมัยนั้น ใช้เวลามาก เฉพาะในระดับปริญญาตรีต้องใช้ เวลาเรียนถึง 5 ปี จึงคิดสนับสนุนให้จัดตั้ง “โรงเรียนศิลปศึกษา” หรือโรงเรียนเตรียม ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี เมื่อจบการศึกษาตามหลักสูตร จะได้รับ ประกาศนียบัตรศิลปศึกษาชั้นกลางของกรม ศิลปากร ต่อมา ใน พ.ศ. 2495 มีการเปลี่ยนชื่อ เป็นโรงเรียนช่างศิลป และวิทยาลัยช่างศิลป ตามล�ำดับ นอกจากประติมากรรมในสวน หากสนใจ ชมศิลปะภายในวิทยาลัย เช่น ผลงานนักศึกษา ภาพลายรดน�้ำ ภาพจิตรกรรม ประติมากรรม หลากหลายรูปแบบ และมุมจัดแสดงผลงาน อื่น ๆ สามารถติดต่อทางวิทยาลัยช่างศิลป สวนประติมากรรม 30 หัวตะเข้
วัดสุทธาโภชน์ วัดสุทธาโภชน์ หรือเดิมมีนามว่า วัดสุทธาวาส ก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2437 โดยเจ้าจอม มารดากลิ่น พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ธิดา พระยาด�ำรงราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) ขุนนางไทย เชื้อสายมอญ ตั้งอยู่ ณ บริเวณสามแยก ปากคลองมอญบรรจบกับคลองล�ำปลาทิว เขตลาดกระบัง ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่ในอดีต เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวมอญแหล่งใหญ่ ที่อพยพย้ายถิ่นมาจากพระประแดงและ สมุทรสาคร อันเป็นผลเนื่องมาจากนโยบาย ขุดคลองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งมีการชักชวนให้ ราษฎรจากท้องที่ต่าง ๆ เข้ามาตั้งรกรากบุกเบิก ท�ำนา ปัจจุบันวัดสุทธาโภชน์ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครของเขต ลาดกระบัง จัดแสดงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและ ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานที่ส�ำคัญทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านนิทรรศการหัวข้อต่าง ๆ เช่น สังคมชาวน�้ำของชาวลาดกระบังในอดีต ซึ่งมีคลองประเวศบุรีรมย์เป็นเส้นทางน�้ำ สายหลัก ประเพณีและความหลากหลายในทาง วัฒนธรรม เนื่องจากเขตลาดกระบัง มีผู้คน อาศัยอยู่หลากหลายเชื้อชาติและศาสนา ทั้งชาวมอญ ชาวมุสลิม และชาวไทย ตลอดจน เรื่องราวของบุคคลส�ำคัญของเขตลาดกระบัง เช่น เจ้าจอมมารดากลิ่น เจ้าพระยาสุรวงษ์ ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ทั้งนี้ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของวัดสุทธาโภชน์ คือ ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ซึ่งจะจัด ในวันอาทิตย์แรกหลังวันออกพรรษาของทุกปี โดยมีการนิมนต์พระภิกษุกว่า 100 รูป จากวัด ต่าง ๆ ในย่านลาดกระบังมารับบิณฑบาตทางเรือ ถือเป็นวัฒนธรรมของชาวมอญที่สืบทอด มาอย่างยาวนาน หัวตะเข้ 31
สถานที่ท่องเที่ยว รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีลาดกระบัง : แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง : 06.00-24.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0 2091 1595 : www.srtet.co.th สถานีรถไฟหัวตะเข้ : ถนนฉลองกรุง แขวงลาดกระบัง : 08.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 1690 : www.railway.co.th ป้ายหยุดรถไฟพระจอมเกล้า : แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง ☎ : 1690 : www.railway.co.th ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง : ถนนสุขาภิบาล 2แขวงดอกไม้ : 09.00-18.00 น. (วันอังคาร-วันอาทิตย์/ ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ☎ : 06 1385 4414 : ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง โดยสถาบันปลูกป่า เเละระบบนิเวศ ปตท. : ไม่เสียค่าเข้าชม วัดกระทุ่มเสือปลา : ซอยอ่อนนุช67แขวงประเวศ : 08.00-16.00 น. (ทุกวัน) : ไม่เสียค่าเข้าชม วัดลาดกระบัง : ซอยลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง : 07.30-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 023267078 : ไม่เสียค่าเข้าชม โรงเจฮะเฮงตั้ว : ซอยลาดกระบัง17แขวงลาดกระบัง : 07.00-17.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 5806 8880 : ไม่เสียค่าเข้าชม ตลาดเก่าหัวตะเข้ : ซอยลาดกระบัง17แขวงลาดกระบัง : 06.00-17.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0837714111 : ชุมชนคนรักหัวตะเข้ สวนประติมากรรม วิทยาลัยช่างศิลป : ถนนหลวงพรต แขวงลาดกระบัง : 08.30-16.30 น. (ทุกวัน) ☎ : 0 2326 4599 : วิทยาลัยช่างศิลป : ไม่เสียค่าเข้าชม วัดสุทธาโภชน์ : ซอยฉลองกรุง8แขวงทับยาว : 05.00-22.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 023606078 : ไม่เสียค่าเข้าชม ร้านอาหาร/ คาเฟ่ สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่แอนด์เกสต์เฮ้าส์ : ราคา ต�่ำกว่า100 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 10.00-19.00 น. (วันจันทร์-วันศุกร์) 09.00-19.00 น. (วันเสาร์-วันอาทิตย์) ☎ : 08 1514 6636 : สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่แอนด์เกสต์เฮ้าส์ Si Yaek Huatakhe Cafe & Guesthouse ก๋วยเตี๋ยวโรงกลึง : ราคา ต�่ำกว่า100 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 07.00-18.00 น. (วันจันทร์-วันศุกร์) 08.00-16.00 น. (วันเสาร์-วันอาทิตย์) ☎ : 08 6982 5343 : ก๋วยเตี๋ยวโรงกลึง ตลาดเก่าหัวตะเข้ Steak Set & Save : ราคาเริ่มต้น 65-250 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 09.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0854849647 : Steak Set & Save-ท่าเรือตลาดไม้หัวตะเข้ สหายนิยมรส : ราคา ต�่ำกว่า120 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 09.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0815676778 : สหายนิยม..รส Spacetime Art Galleria : ราคาเริ่มต้น 90-150 บาท : ถนนลาดกระบังซอย 5/5แขวงลาดกระบัง : 09.00-17.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 06 3192 9426 : Spacetime Art Galleria 32 หัวตะเข้
Anusorn Cafe : ราคา101-250 บาท : ทางขนานมอเตอร์เวย์แขวงทับยาว : 10.00-22.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0643041017 : Anusorn Cafe คุ้มเกล้าซีฟู๊ด : ราคา251-500 บาท : ทางขนานมอเตอร์เวย์แขวงทับยาว : 11.00-23.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0895899327/0988359839 : คุ้มเกล้าซีฟู๊ด แก้วไก่กรอบ : ราคา101-250 บาท : ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง : 08.30-21.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0937490777/023626554 : แก้วไก่กรอบ ป้าเภา : ราคา251-500 บาท : ถนนลาดกระบังซอย 3/3แขวงลาดกระบัง : 11.00-23.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0 2181 2159 ครัวเมืองเว้ลาว- ญวน : ราคา101-250 บาท : ปากซอยลาดกระบัง1/5 ถนนลาดกระบัง : 10.30-21.30 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 6610 1323 : ครัวเมืองเว้ลาว-ญวน ลาดกระบัง Ploen Ploen Restaurant : ราคา เริ่มต้น 70 บาท : ซอยร่มเกล้า1แยก 2 ถนนพัฒนาชนบท : 10.00-21.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 06 4536 9462 : Ploen Ploen Restaurant ก๋วยเตี๋ยวเรือตั้งหลัก : ราคา ต�่ำกว่า100 บาท : ถนนเจ้าคุณทหารแขวงล�ำปลาทิว : 07.30-16.30 น. (ทุกวัน) ☎ : 0616828792 โคม : ราคา101-250 บาท : ซอยลาดกระบัง13/5 ถนนฉลองกรุง : 11.00-21.00 น. (วันจันทร์-วันเสาร์) 15.00-21.00 น. (วันอาทิตย์) ☎ : 08 3698 6555 Varvana Bar & Bistro : ราคา251-500 บาท : ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง : 11.00-24.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 2656 2235 : Varvana Bar&Bistro ครัวระเบียงน�้ำ : ราคา251-500 บาท : ซอยลาดกระบัง5/2แขวงลาดกระบัง : 11.00-23.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 0968 1999 : ครัวระเบียงน�้ำ-Kruarabiengnamลาดกระบัง Journey Cafe(Eatery & Bar) : ราคา251-500 บาท : ถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง : 10.00-22.00 น. (วันอังคาร-วันพฤหัสบดี) 10.00-23.00 น. (วันศุกร์-วันอาทิตย์) ☎ : 06 1949 6288 : เจอนี่Journey Café • Eatery • Bar เรือนริมน�้ำลาดกระบัง : ราคา101-300 บาท : ตรงข้ามซอยลาดกระบัง38แขวงลาดกระบัง : 11.00-22.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0 2326 9233 : เรือนริมน�้ำลาดกระบัง- Reunrimnumlkb Restaurant หัวตะเข้ 33
274 Bed & Brews : ราคา101-250 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 09.00-20.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0970780252 ณ ลาดกระบัง : ราคา101-250 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 10.00-19.00 น. (วันอังคาร-วันอาทิตย์) ☎ : 0954714999 : ร้าน ณ ลาดกระบัง NalatKrabanghomemadecafé กลิ่นฝัน : ราคา ต�่ำกว่า100 บาท : ตลาดเก่าหัวตะเข้ซอยลาดกระบัง17 : 10.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 6321 6296 : กลิ่นฝัน smelldream Timber Cafe : ราคา101-250 บาท : ถนนฉลองกรุง1แขวงลาดกระบัง : 10.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 1141 5322 : Timbercafé Thailand Playlist Cafe : ราคา ต�่ำกว่า100 บาท : ถนนฉลองกรุง1แยก 6แขวงลาดกระบัง : 11.00-22.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0642327387 : Playlistcafe Hidden Holme Cafe : ราคา95-250 บาท : ถนนลาดกระบังซอย 5แขวงลาดกระบัง : 08.00-19.00 น. (วันจันทร์-วันพุธและวันอาทิตย์) 08.00-21.00 น. (วันพฤหัสบดี-วันเสาร์) ☎ : 0922497988 : Hidden Holme Cafe เพลินทวี : ราคา เริ่มต้น 60 บาท : หมู่บ้านแฮปปี้เพลสปาร์ค ถนนเจ้าคุณทหาร : 09.00-17.00 น. (วันพุธ-วันอาทิตย์) ☎ : 09 6916 9956 : เพลินทวี Reflect Cafe : ราคาเริ่มต้น 75 บาท : ถนนเจ้าคุณทหารแขวงคลองสามประเวศ : 07.30-16.30 น. (วันอังคาร-วันศุกร์) 09.30-17.30 น. (วันเสาร์-วันอาทิตย์) ☎ : 08 2551 5936 : Reflect café Mason and Friends : ราคา101-250 บาท : ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง : 09.30-17.00 น. (วันพุธ-วันจันทร์) ☎ : 08 1409 1594 : MASON andfriends คาเฟ่ลาดกระบัง S.Phean Cafe : ราคาเริ่มต้น 40 บาท : ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง : 07.00-15.00 น. (วันจันทร์-วันศุกร์) 07.00-16.00 น. (วันเสาร์) ☎ : 0947963302 : S.Phean Cafe’ Churn Buttery : ราคา20-500 บาท : ซอยร่มเกล้า25/1แขวงคลองสามประเวศ : 08.00-21.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 06 4882 4154 : Churn Buttery โรงแรม / ที่พัก Golden Foyer : ถนนหลวงแพ่ง ☎ : 027381533 : www.goldenfoyerbangkok.com Silver Gold Garden : ถนนหลวงแพ่ง ☎ : 027381533 : www.silvergoldgarden.com Canalis Airport Hotel : ถนนลาดกระบัง ☎ : 023271555/0969416656 : www.canalissuvarnabhumi.com Mariya Boutique Residence : ถนนลาดกระบัง ☎ : 023267854 : http://mariyahotel.com 34 หัวตะเข้
กิจกรรมที่น่าสนใจ พายเรือคายัค รักษ์หัวตะเข้ จับคู่พายเรือคายัคล�ำน้อย ล่องชมทัศนียภาพ สัมผัสบรรยากาศ และวิถีชีวิตย้อนวันวาน เลาะเลียบสองฝั่งล�ำน�้ำ 3 สาย พร้อมด้วยช่วยกันเก็บขยะคนละไม้คนละมือ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอันรื่นรมย์ ของย่านตลาดเก่าหัวตะเข้ ปั่นจักรยานยลย่านตลาดเก่าหัวตะเข้ ซอกแซกไปตามตรอกซอกซอย สัมผัสบรรยากาศเก่าแก่ ท่ามกลางห้องแถวเรือนไม้หลังงาม ที่ทอดยาวเลียบริมสองฝั่งคลอง ทั่วย่านตลาดเก่าหัวตะเข้ รังสรรค์ภาพสวย รับลมเย็น ปลดปล่อยจินตนาการสุดบรรเจิด ไปกับการรังสรรค์ภาพสวยบนผืนผ้าใบ พร้อมทอดอารมณ์ศิลปินริมสายน�้ำไหลเอื่อย ณ ร้าน iJoi Studio ราคาเริ่มต้นเพียง199 บาท (บุฟเฟ่ต์สี) ตั้งแต่เวลา11.00-20.00 น.ของทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่0991795550 Avion Hotel : ถนนลาดกระบังซอย 46/1 ☎ : 0863267769 : Avion Hotel Morn-ing Hostel : ถนนลาดกระบังซอย 42 ☎ : 06 2821 2888 : Morn-ing Suvarnabhumi BangkokTransit The Great Residence : ถนนลาดกระบัง ☎ : 023267206 : The Great Residence ที่พักใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ สิ่งอ�ำนวยความสะดวก สถานีต�ำรวจนครบาลลาดกระบัง : ถนนลาดกระบัง ☎ : 0 2326 6505 สถานีต�ำรวจนครบาลจรเข้น้อย : ถนนหลวงแพ่ง ☎ : 0 2326 9056 โรงพยาบาลลาดกระบัง : ถนนอ่อนนุช- ลาดกระบังซอยลาดกระบัง15 ☎ : 0 2326 9995 ของฝาก /ของที่ระลึก ขนมเปี๊ยะขนมใบไม้ : ร้านพงษ์จิวานิช ตลาดเก่าหัวตะเข้ : 08.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 0 2326 6140 ขนมเปี๊ยะขนมมงคลอย่างจีน : ร้านอึ้งกิมเฮง ตลาดเก่าหัวตะเข้ : 06.00-18.00 น. (ทุกวัน) ☎ : 08 0616 6962 หัวตะเข้ 35
ดาวนโหลด 8 ยานยลกรุง Bangkok Tourism Division E-BOOK PDF ปที่พ�มพ : 2566 สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการทองเที่ยว อาคารสวนการทองเที่ยว 17/1 ถนนพระอาทิตย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 0 2225 7612 - 3 หมายเลขโทรศัพทฉุกเฉิน สายดวน กทม. 1555 สวนการทองเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมและการทองเที่ยว กทม. 0 2225 7612 สำนักปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. 199 ศูนยบร�การขาวสารการทองเที่ยว การทองเที่ยวแหงประเทศไทย (ททท.) 1672 ศูนยบร�การขอมูลตำรวจทองเที่ยว 1155 เหตุดวนเหตุราย / กองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพ�เศษ 191 ศูนยใหบร�การขอมูลดานการจราจร 1197 สายดวน กรมเจาทา 1199 หนวยแพทยกูชีว�ต วชิรพยาบาล 1554 ศูนยเอราวัณ สำนักการแพทย กทม. 1646 สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ 1669 การรถไฟแหงประเทศไทย (รฟท.) 1690 บร�ษัท สายการบินนกแอร จำกัด (มหาชน) 1318 บร�ษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 0 2356 1111 บร�ษัท บางกอก แอรเวยส จำกัด 1771 บร�ษัท ทาอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 1722 ทาอากาศยานสุวรรณภูมิ 0 2132 1888 ทาอากาศยานดอนเมือง 0 2535 1192 รถไฟฟาบีทีเอส (BTS) 0 2617 6000 รถไฟฟามหานคร (MRT) 0 2716 4044 0 2624 5200 สายดวน บขส. (บร�ษัท ขนสง จำกัด) 1490 คูมือแหลงทองเที่ยวทางประวัติศาสตรของเมือง และศิลปวัฒนธรรมทองถิ�นพ�้นที่หร�อยานเกา www.visitbangkokth.com