The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมธรรม หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร โดยกรุธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทีมงานกรุธรรม, 2021-10-14 21:33:10

รวมธรรมหลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร โดยกรุธรรม

รวมธรรม หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร โดยกรุธรรม

Keywords: หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร,โดยกรุธรรม

ใจในบญุ วาสนาท่ีเราไดม้ าเกิดดว้ ยบญุ ไม่ใชม่ าดว้ ยอย่างอ่ืนทางอ่ืนหละทีนี้ มาดว้ ย
บญุ ถา้ บญุ เราไม่มี ไม่พออย่างนี้ มนั ก็มาไมไ่ ด้ อย่างคนท่ีจะมาบวชอยา่ งนี้ บางคนก็
คิดอยาก แต่มนั กไ็ ม่ถึงเวลาจะกินไดอ้ ย่างนีห้ ละสิ มนั ก็ตอ้ งอดไวก้ ่อน ถา้ บญุ ถึงน่ี
คิดอยากแตก่ ็มศี าสนาพรอ้ ม รอเราอยู่ เรากพ็ รอ้ มท่ีจะกินไดเ้ ลย แตน่ ่ีแตเ่ ราคิดอยาก
แตม่ นั ยงั รบั ไม่ไดเ้ หมือนคนป่วย มนั กก็ ินไม่ไดท้ ีนี้ เหมือนอาหารเหมือนขา้ วท่ตี งั้ ไวม้ ี
อยู่ มนั ก็กินไม่ได้ เหตนุ นั้ เราตอ้ งรูว้ ่าการท่ีไดม้ าบวชแตล่ ะคนน่ี แตล่ ะองคน์ ่ีก็มาจาก
บญุ บญุ หนนุ บญุ สง่ ใหม้ าอย่างนี้

แตเ่ ม่ือเราบวชมาแลว้ น่ี เราก็ตอ้ งมาปฏบิ ตั มิ าสรา้ งมาเสรมิ มาเพ่ิมขนึ้ อกี
มากมาย เหมอื นการเกิดของเดก็ อยา่ งนี้ ไม่ใชว่ ่ามนั เกิดแลว้ มนั จะอย่นู ่งิ ๆ มนั จะตอ้ ง
ดนิ้ รน จะตอ้ งมีการกินการเจริญวยั อย่างนีแ้ หละ กเ็ หมอื นเราบวชก็เหมือนกนั หละที
นี้ พอเราเกิดขึน้ มา ไม่ใชว่ ่าเราจะอยนู่ ่ิงเฉยสบาย อย่แู บบไม่มีความขยนั หม่นั เพยี ร
ความอตุ สาหะอย่างนีก้ ็ไมไ่ ด้ เราจะตอ้ งสรา้ ง จะตอ้ งปฏิบตั ิ จะตอ้ งเจรญิ บญุ เพ่ิม
ความดอี ย่างนีแ้ หละ ท่เี ราจะมกี าํ ลงั มีความเติบโตมสี ติปัญญามีบารมแี กก่ ลา้ ขึน้
ไมใ่ ช่ว่าเราเกิดขนึ้ มาแลว้ เรามเี ต็มมพี ออะไร กต็ อ้ งมาสรา้ ง เพราะเรากร็ ูว้ ่าปัจจบุ นั
อย่างนีท้ ่เี ราอยู่ เรารูป้ ัจจบุ นั ท่เี ราอยู่ เรากไ็ ม่ใช่ว่ามีสิ่งท่ใี หเ้ ราไดเ้ ราเป็นอย่างอดีต
เบอื้ งหลงั ท่พี ระพทุ ธศาสนาเคยเจรญิ มา

สมยั ครงั้ พระพทุ ธเจา้ พระสาวก อนั นนั้ ท่านมีบญุ มาก ท่านมบี ารมีมาก ท่านมี
สตปิ ัญญาเต็มเป่ียม เราตอ้ งทาํ ความรูส้ กึ เรา เหตนุ นั้ เราจะเหน็ กนั อยทู่ ่วั อยู่ เราก็พดู
กนั วา่ ทกุ ส่ิงทกุ อย่าง รูปรา่ ง บญุ วาสนา สติปัญญาเราเทียบไม่ได้ เทียบอดีตครงั้ ก่อน
ครงั้ พระพทุ ธเจา้ ไม่ไดอ้ ย่างนี้ เพราะอะไร กเ็ พราะบญุ เพราะความดที ่ีมีมาน่นั แหละ
ไมไ่ ด้ เพราะสมยั นนั้ ท่านสรา้ งมาเพียงพอสมบรู ณอ์ ย่างนี้ ตลอดถึงท่านเกิดมาในยคุ
โลก สถานท่ีตา่ งๆน่ีมนั ก็สมบรู ณด์ ว้ ยกนั หมดหละทีนี้ มนั มาดว้ ยบญุ กาลเวลามนั

45

หมนุ เวยี นมนั กาํ หนดมาเองอย่างนี้ มาถึงเวลาเราน่ี มนั ไม่มแี ลว้ มนั หมดไป มนั ผ่าน
ไป แตใ่ หเ้ ราเขา้ ใจว่าศาสนานนั้ หลกั ของศาสนาจรงิ ๆมนั ไมไ่ ดห้ มดไป ไมไ่ ดผ้ ่านไป
มนั ยงั มอี ยใู่ นจติ ในความรูท้ ่เี ราไดท้ าํ ความดี ทาํ ความสงบเขา้ ไปมนั ถงึ จะไปพบไป
เห็นไดต้ รงนนั้

แตส่ ว่ นภายนอกใหม้ นั เป็นไปทีนี้ แตเ่ ราจะใหส้ มบรู ณใ์ หเ้ หมือน มนั ก็เหมอื น
ไมไ่ ดห้ ละทีนี้ แตม่ นั ก็มหี ลกั เหมอื นกนั ท่ีจะใหเ้ ราเอามาปฏิบตั ิ เอามาทาํ ใหเ้ กิด
คณุ คา่ หรอื ใหค้ วามรูใ้ นทางธรรมหละมนั กม็ อี ยู่ มนั ไมไ่ ดส้ ญู สิน้ ไปหมด แต่มนั มสี ว่ น
ท่ีรอ่ ยหรอ คอื มนั ไม่มีของสมบรู ณเ์ หมอื นเดิมอย่างนี้ อนั นนั้ หละเป็นส่วนหน่งึ ท่ีเรา
เหน็ ภายนอก เหตนุ นั้ การท่ีเราเป็นบรรพชิตเน่ียเรยี กว่าเป็นชาติท่สี งู สดุ ในพระพทุ ธ
ศาสนาท่านว่า หรือวา่ เป็นสตั วท์ ่ีหนง่ึ หรอื ว่าเป็นพทุ ธบรษิ ัทประเภทหน่ึง หรอื ว่า
ภิกษุ ระดบั เป็นภิกษุณีเป็นฝ่ายผหู้ ญิง นอกนนั้ ก็ยงั เป็นอบุ าสกฝ่ายฆราวาส
อบุ าสิกา ผชู้ ายผหู้ ญิงอย่างนี้ ท่านเรยี งลาํ ดบั ไวอ้ ย่างนนั้ แตห่ ลกั ศาสนาจะย่งั ยืนอยู่
ไดจ้ ะม่นั คงอย่ไู ดก้ ็คืออาศยั พระ อาศยั ชาติบรรชิตท่านว่า คือเป็นหลกั เป็นผนู้ าํ เป็น
ตวั อย่างท่ีจะชกั จงู บรษิ ัททงั้ ๓ น่นั ใหต้ ามไปทนี ี้ อย่างท่ีว่าภิกษุณีอย่างนีก้ ็เสอ่ื มไป
แลว้ แตส่ ว่ นอบุ าสกอบุ าสิกาน่ีกย็ งั มีเหมือนเดิม ยงั ปฏิบตั กิ นั อย่อู ย่างนีแ้ หละ เราก็
ไดร้ ว่ มกนั อยู่ เราก็อาศยั อปุ ถมั ภบ์ าํ รุงศาสนาคอื พระสงฆใ์ หไ้ ดร้ บั ความสะดวก น่ี
หละใหไ้ ดไ้ ม่หิวโหยไม่กงั วลไม่เดือดรอ้ นเร่อื งปัจจยั ๔ อนั นีก้ ถ็ ือว่ามหี ลกั มีเคร่อื ง
รองรบั

อย่างอบุ าสก อบุ าสิกาน่ีเป็นผยู้ งั ทรงไว้ เป็นผยู้ งั สืบไว้ คอื ไม่ปลอ่ ยใหพ้ ระสงฆ์
ลาํ บากในเร่ืองความเป็นอยู่ เรยี กว่าเป็นผทู้ ่ีทรงศาสนาไวด้ ว้ ยกนั แตว่ ่ากอ็ าศยั กนั น่ี
ทนี ี้ อาศยั พระ อย่างพระอาศยั เป็นตวั อย่างเป็นผฝู้ ึกสอนคือวา่ เป็นผทู้ ่ีเตือน อย่าง
อบุ าสก อบุ าสกิ าน่ี ถึงว่าอาศยั เขา้ วดั เพราะอบุ าสก อบุ าสิกาน่ีมีภาระมาก มีกิจท่ี

46

จะตอ้ งทาํ หาเลยี้ งชีพดว้ ยตวั เองอย่างนีน้ ะ จะตอ้ งอย่ดู ว้ ยสมบตั ิดว้ ยของตวั เองอยา่ ง
นี้ จงึ ว่ามีภาระมีความกงั วลมากแตก่ ็อาศยั พระ อาศยั พระศาสนาน่ีเป็นเคร่อื งท่จี ะ
ระงบั ดบั ความทกุ ขค์ วามเดือดรอ้ นความกงั วลความเศรา้ โศกเสียใจโรคภยั ไขเ้ จบ็
ตา่ งๆอย่างนี้ มนั ก็เลยเป็นเคร่ืองท่ีอย่ดู ว้ ยกนั หนนุ กนั อาศยั กนั อยา่ งท่ีว่าโยมก็หนั
หนา้ เขา้ วดั พระก็หนั หนา้ เขา้ บา้ น อยา่ งเราก็ปฏบิ ตั กิ นั พระก็มีกิจคดิ อยแู่ ลว้ ก็มี
อารมณเ์ ป็นประจาํ หละทีนี้ เม่อื ถึงเวลาพระกต็ อ้ งออกจากท่ีเดินเขา้ บา้ นไปอาศยั รบั
บิณฑบาตร น่นั หละทา่ นว่าไปโปรดสตั ว์ ก็คือสตั วก์ ็คือคนน่นั แหละ หรือพวกท่ียงั
อาศยั ยงั มีชีวติ ยงั กินยงั ใชอ้ ยู่ เน่ียพระก็เหมือนกนั ถงึ พระไปโปรดสตั วก์ ็คือโปรด
ตวั เองหละทีนี้ เพราะรา่ งกายพระกเ็ ป็นสตั วค์ ือมีความท่ีตอ้ งการอาหารปัจจยั เคร่อื ง
หลอ่ เลีย้ งชีวิต กเ็ ดนิ สวนทางกนั แลว้ โยมกม็ ่งุ มาวดั ก็มงุ่ มาปฏิบตั มิ าทาํ บญุ มาพง่ึ
วดั พง่ึ ความสงบ พง่ึ ความรม่ เย็นของพระพทุ ธศาสนา มนั เป็นการท่ีอาศยั สวนทางกนั
อยา่ งนี้

คอื อย่างพระน่ีก็เหมือนกนั เราสวนทางเพราะเราก็เป็นฆราวาสมาก่อน เราก็
เกิดมาจากบา้ น โตมาจากบา้ น เม่อื เรามาอย่วู ดั เราก็ยา้ ยท่ีมาอยู่ เม่อื มาอย่นู านมนั
กไ็ ม่ไดค้ นุ้ เคย ไมไ่ ดส้ นิทกบั เร่อื งของบา้ น ก็พระไปกไ็ ดเ้ มตตา ไดท้ าํ ประโยชน์ ไดท้ งั้
ธรรมะ ไดต้ งั้ สติปัญญา เหตนุ นั้ สมยั ครงั้ พระพทุ ธเจา้ ท่านก็ไปเรยี กว่าไปโปรดสตั ว์
ไปโปรดตวั ท่าน ไปเจรญิ ธรรมะ ไปไดอ้ บุ ายต่างๆจากบา้ น บางทีบางองคอ์ ย่างนี้
บณิ ฑบาตรไป ไปพบไปไดย้ ินดผี วั เมียเคา้ ผดิ กนั เคา้ ดา่ เคา้ อาละวาด ทา่ นก็ไดอ้ บุ าย
ปัญญาวิปัสสนา ท่านก็ไดธ้ รรมะมาเป็นหลกั บรรลมุ รรคผลก็มี เพราะว่ามนั ไม่คอ่ ยได้
เหน็ ไดเ้ ป็นบอ่ ยๆอย่างนีห้ ละทีนี้ ท่านเลยเกิดเป็นธรรมะ เกิดเป็นปัญญารุง่ โรจน์
ขนึ้ มา ทาํ ใหร้ ูเ้ รอ่ื งกาม เรอ่ื งกิเลส เร่อื งความไม่สงบหละทีนี้ ไม่ใช่ว่าถา้ ไม่มีอย่างนนั้
ก็จะไปดคู วามหลง หลงกิเลส หลงความดดั แปลงปรุงแตง่ หลงรูป หลงสสี นั วรรณะ

47

ของคนอ่ืนอย่างนี้ เพราะว่าตากิเลสมนั เท่ียวไป มนั สอดมนั ส่องมนั ถ่ายไป มนั ก็เป็น
เร่อื งทาํ ใหพ้ ระตอ้ งคืนไปบา้ นทนี ี้ คืนไปอย่กู บั กิเลสได้ เพราะมนั ตดิ มนั หลงมนั ติดได้
ถา้ ไปเห็นเป็นธรรมอยา่ งนนั้ มนั กไ็ ม่ไปหลงไปติดทีนี้ ท่านกเ็ หน็ โทษของกาม เหน็
กิเลสในท่ฆี ราวาสท่ีบา้ นท่ีโลกเคา้ เป็นอยู่ จงึ ไดเ้ มตตา ไดธ้ รรมะไดค้ ณุ ธรรม
ประโยชนม์ ากมายหละทนี ี้

ถา้ ไปปฏบิ ตั ิ มนั ไม่ไปว่าเราอยากไดอ้ าหาร ขา้ วของเขาอยา่ งท่ีเราอยากเรา
เคย อยากใหเ้ ขาเอาอนั นนั้ อนั นีใ้ สใ่ ห้ ทา่ นไมไ่ ดส้ อนใหไ้ ปแบบนนั้ ท่านสอนไปแบบ
นนั้ มนั ก็ไปกบั กิเลสทีนี้ กิเลสมนั กเ็ ป็นเพ่ือนติดไปมองไปคิดไปหละทีนี้ มนั ก็ไม่สงบ
หละทีนี้ มนั ก็ไม่ถกู ตามหลกั จิตของพระพทุ ธเจา้ ท่วี ่าโปรดสตั ว์ คอื ไม่ใช่จะโปรดทงั้
เขา คอื โปรดเรา ไดท้ งั้ สองทาง คือไม่ไดม้ คี วามเสียหาย แลว้ ฆราวาส อบุ าสก
อบุ าสิกาเคา้ ก็มีสว่ นไดท้ ีนี้ เคา้ ไดบ้ ญุ เคา้ ไดม้ คี วามอ่ิมใจ มีความดใี จอยา่ งนีท้ ่ีไดใ้ ห้
ชีวิต คอื ใหป้ ัจจยั ก็คือใหช้ ีวิตน่นั แหละ เพราะว่าไม่ไดเ้ อาไปเพ่ืออย่างอ่ืน เอาไปเพ่อื
หลอ่ เลีย้ งชีวติ ไปบาํ รุงรกั ษาชีวิตใหเ้ ป็นอย่ไู ด้ แคน่ ีเ้ รยี กว่าเป็นกิจของบรรพชติ หละที
นี้ เป็นกิจท่ีหนง่ึ ของพระพทุ ธศาสนาดว้ ย แลว้ เป็นกิจเป็นพทุ ธกิจ เป็นกิจของ
พระพทุ ธเจา้ ท่ีปฏบิ ตั มิ าเป็นตวั อย่างของศาสนามาตงั้ แตค่ รงั้ พระพทุ ธเจา้ ทนี ี้

การเท่ียวบณิ ฑบาตร การบณิ ฑบาตรโปรดสตั วอ์ ะไรอย่างนี้ อย่างท่เี ราเป็น
พระปฏิบตั ิพระธดุ งคก์ เ็ หมอื นกนั หละทนี ี้ มนั เป็นกิจท่หี น่งึ นอกจากว่าเรางด เราไม่
ฉนั อย่างนนั้ นะ่ ถา้ เราฉนั ก็เป็นกิจท่ีหน่งึ เป็นกิจแรกของวนั หน่ึงของรุง่ เชา้ ของทกุ วนั
น่นั แหละ ตอ้ งทาํ ก่อน ฉะนนั้ ท่านจงึ บอกว่าเป็นกิจของพระพทุ ธเจา้ ท่ที าํ ก่อนกิจอ่ืน
เรยี กว่าเชา้ ต่ืนเชา้ ขึน้ มาก็ ปพุ ฺพณฺเห ปิณฺฑปาต�ฺจ คอื ไดอ้ รุณขนึ้ มาอย่างนีก้ เ็ ท่ียว
บณิ ฑบาตรโปรดสตั วอ์ ย่างนี้ แลว้ กพ็ ิจารณาถึงเวไนยสตั ว์ บญุ วาสนาของสตั วท์ ่อี ยู่
แตล่ ะท่ี ท่ีควรท่ีจะไปโปรด ท่านจึงบอกว่าเป็นกิจหน่ึงของพระพทุ ธศาสนา

48

ฉะนนั้ การท่ีเรามาเป็นชีวิต เป็นพระ เป็นสงฆ์ เป็นองค์ ถา้ เรารูจ้ กั กิจ รูจ้ กั ชีวิต
ของเรา รูจ้ กั คณุ ค่าความท่เี รามาไดม้ าเกิดในศากยะตระกลู เราเป็นผทู้ ่ีมาจาก
ตระกลู ตา่ งๆท่ีไมเ่ ท่ากนั ท่ีไดม้ าบวชในศาสนานะ่ มาจากตระกลู ต่างๆกนั หลาย
อาชีพหลายระดบั ถา้ เรามาเกิดในศากยะตระกลู ก็เรยี กว่าเสมอกนั ทนี ี้ ไม่มแี ลว้ ว่า
ตา่ งตระกลู ตา่ งอาชีพ ไม่มี ตา่ งเผ่าพนั ธุไ์ ม่มี ก็จะเหมือนกนั หมด กเ็ หมือนลกู พอ่
เดียวตระกลู เดยี วอย่างนี้ สว่ นจรติ นิสยั ท่ีเราจะมาปฏบิ ตั หิ ละทีนี้ ก็มาอาศยั ดดั ดว้ ย
ศลี อย่างนี้ เป็นขอ้ ปฏบิ ตั ธิ ดุ งควตั ร อนั นนั้ เป็นเครอ่ื งดดั กิเลสเขา้ ไปอกี แตถ่ า้ ว่าศีลน่ี
เป็นสว่ นท่ีเคา้ บวชสว่ นมจี าํ นวนมปี ระเภทมาก แตส่ ว่ นธดุ งควตั รท่านจาํ กดั ทา่ นก็
กาํ หนดไวแ้ ต่ ๑๓ ขอ้ อนั นนั้ เป็นศลี ท่ีละเอียด เป็นการดดั กิเลสท่ี คือแตล่ ะขอ้ ๆมนั
เป็นการจาํ กดั เป็นการดดั เป็นความท่ีรดั กมุ เรยี กว่าดดั กิเลส

นอกนนั้ กย็ งั มีเร่ืองการฝึกทาํ สมาธิ ฝึกทาํ ความสงบ ฝึกทาํ ความเขม้ แข็งให้
จิตใจของเราท่ียงั ไมเ่ ขม้ แข็งทนทาน เราก็มาฝึกมาเพียรมาปฏิบตั ิกนั ตรงนีห้ ละทนี ี้
ทาํ ใหม้ ีความม่นั คงขึน้ อย่างท่เี ราบวชมาอย่างน่ี บางทเี ราก็ไมไ่ ดก้ าํ หนดหรอื บางที
เราก็คาดไวล้ างๆ แตถ่ า้ เรามีสมาธิมนั ก็มีความม่นั คงมากขนึ้ คือมนั ยืดยาว มนั มี
กาํ ลงั ท่ีมนั จะเป็นไป อย่างนนั้ เรยี กว่าเราไมไ่ ดเ้ ต็มไม่ไดส้ มบรู ณอ์ ย่างพระพทุ ธเจา้
พระอรยิ เจา้ เหมอื นเม่อื ก่อน แตเ่ ม่ือกอ่ นนีจ้ ะไม่ม…ี อยา่ งสมยั ของเรา ของเราน่ีก็มี
หลายระดบั หละทีนี้ มีกาํ หนดมากนอ้ ยตา่ งกนั หรอื กาํ หนดเฉพาะวนั เดือนนอกใน
พรรษาอย่างนี้ แตข่ องพระพทุ ธเจา้ ไม่มีอย่างนนั้ คือบวชแบบมอบกายถวายชีวติ คือ
ไม่มจี ติ ท่จี ะกลบั คืนอยา่ งนี้ มนั ตา่ งกนั ตรงนนั้ หละทีนี้ แตน่ ่นั ทา่ นก็มแี ตป่ ฏิบตั ิ มีแต่
เดิน คอื ไม่ถอยกลบั ไปแลว้ แลว้ กไ็ ม่หยดุ อยแู่ ลว้ ท่านมงุ่ เดินท่จี ะใหถ้ ึงจดุ หมาย
ปลายทางอย่างเดียว แตม่ าถึงยคุ ของเรามนั ไม่เป็นอยา่ งนนั้ ทีนี้ มนั ก็มวั เมา แลว้ มนั

49

กห็ มนุ ไปทกุ ทิศทกุ ทาง มนั กเ็ ล่ือนลอยอะไรตา่ งๆอยา่ งนี้ แลว้ ตวั อย่างมนั ก็ไมเ่ ต็ม
แบบอะไรอยา่ งครงั้ ก่อน มนั มีความลดหย่อนอะไรตา่ งๆน่ี

ก็ตอ้ งมาดทู ่จี ติ ท่คี วามรูข้ องเราหละทีนี้ เราจะรูเ้ หตขุ องความดี บารมีตา่ งๆน่ี
เราจะไปดรู ูปรา่ งภายนอกไมไ่ ด้ เราตอ้ งมาดจู ิต ดคู วามท่เี รารู้ ดกู าํ ลงั จิต กาํ ลงั ความ
สงบม่นั คงของจิต เราถงึ จะรู้ เราไมใ่ ชว่ ่าเราจะไปวดั ดว้ ยรูปดว้ ยภายนอกไดท้ ีนี้ คือ
มนั เป็นเรอ่ื งจิต เร่อื งความรู้ เร่อื งความดีตา่ งๆท่ีเราสรา้ งมาท่ีไม่ไดเ้ ก่ียวกบั รูป แตเ่ รา
ก็เอารูปสรา้ งแตจ่ ิตเราเก็บผลมาอย่างนีน้ ะ เม่อื เรารูปเราสละทงิ้ ไปอย่างชาติหลงั
เบอื้ งหลงั น่ี เราจะเอามาใชไ้ ม่ไดแ้ ลว้ เราก็ตอ้ งเอาปัจจบุ นั เอาความรูค้ วามดีท่ีเรามี
อย่นู ่นั น่ะ เป็นเครอ่ื งนบั ในจิตของเราน่ะ มนั จะนบั ไดท้ ีนี้ แลว้ เราพดู ถึงสมยั พดู ถึง
สมมตุ ิท่ลี ว่ งแลว้ ไปกบั ปัจจบุ นั เราก็จะเอามาวดั กนั ดหู ละทีนี้เหตนุ นั้ มนั อย่ทู ่ีจิต อย่ทู ่ี
ธรรมท่ีความรูท้ ่ีเราไดเ้ ห็นผล มนั อย่ทู ่ีจิตของเราอย่างนนั้

ฉะนนั้ อย่างองคพ์ ระ องคส์ งฆก์ ็เหมือนกนั หละทีนี้ ถา้ เรารูต้ วั อยา่ งนนั้ นะ่ มนั ก็
ไม่ไปทาํ ผิด ทาํ ลว่ งเกินสิกขาบทวินยั ไม่ไปทาํ มารยาทใหผ้ ิดพลาดเสียหายหละทีนี้
เพราะว่าหลกั ธรรมวินยั ของพระพทุ ธเจา้ น่ีท่านส่งั ไวห้ มดแลว้ ท่านมอบไวใ้ หห้ มด
พระพทุ ธเจา้ ไม่ไดเ้ อาไปติดตามพระองคไ์ ป ทา่ นมอบไวค้ ืนใหโ้ ลกเราหมดหละทีนี้
แตถ่ า้ เรามาปฏิบตั ิมารกั ษาไวม้ นั ก็จะอยใู่ นเรา เรากจ็ ะไดร้ บั ความคมุ้ ครองปอ้ งกนั
ความสงบรม่ เย็นอะไรตา่ งๆอย่างนี้ มนั ก็จะเป็นผลปัจจบุ นั อย่างนนั้ ถึงว่าปัจจบุ นั มนั
จะเปล่ียนแปลงรูปรา่ งวตั ถตุ ่างๆอย่างนี้ แตถ่ า้ พดู ถึงหลกั ปฏิบตั ิศีลธรรม ก็ยงั คงไว้
เหมือนเดมิ หมดหละ ท่านไม่ไดถ้ อดออก ทา่ นไม่ไดเ้ พ่ิมเขา้ ก็เรยี กว่าคงไว้ แตถ่ า้ เรา
ไมด่ ใู นจิตในความสงบในความรู้ มนั กไ็ ม่รูห้ ละทนี ี้ ถา้ เราดสู ่วนภายนอกดวู ตั ถดุ สู ิง่ ท่ี
เขาเปล่ยี นแปลงไป กล็ มื ลมื หลกั ศาสนา ลมื ฐานะ ลืมความเป็นพระ หรอื ลืมองคพ์ ระ
มนั ลืมไป แตถ่ า้ เราสาํ นกึ ได้ มนั จะไม่เสยี หายทีนี้ เราจะเกิดความดีใจ ความภมู ใิ จ

50

เกิดรูจ้ กั สงวนรกั ษา เพราะว่าเราท่ีไดม้ าเกิดเป็นศากยบตุ รกไ็ ม่ใช่ธรรมดานะทีนี้ ตอ้ ง
มบี ญุ เป็นกาํ ลงั มาใหเ้ รา อย่างท่ีวา่ ไดม้ าบวชอย่างนี้ ก็เป็นบญุ ทาํ ให้ ถา้ ไมใ่ ช่บญุ
ไมใ่ ชบ่ ารมีความดี มีกาํ ลงั กม็ าไมไ่ ด้

อย่างท่เี ล่าอธิบายใหฟ้ ัง น่ีเรยี กว่าเราปฏิบตั ิเพ่ือใหศ้ าสนา ใหก้ ารปฏบิ ตั ขิ อง
เรานนั้ ไดร้ บั ความสงบ ไดร้ บั ผลหรือว่าไดม้ รรคผล มนั กไ็ ดไ้ ปจากการปฏิบตั แิ ละ
มรรคผล ไดจ้ ากการเดนิ มรรคแปลว่าทางเดิน เราเดินจติ ของเรา เดินดว้ ยการเดิน
ไกล เดินสงู เราก็ไปตามอย่างนี้ ถา้ เราเดนิ ต่าํ เดินสนั้ เดินนอ้ ย ผลมนั กไ็ ปตามนนั้
ฉะนนั้ เรอ่ื งมรรคผลน่นั มนั เป็นของค่กู นั อย่างนนั้ ถา้ เราไม่เดินมนั ก็ไม่มี อย่างท่ีวา่ เรา
เดนิ จงกรมอย่างนี้ ถา้ เราไมเ่ ดินมนั ก็ไม่มีแหละ รอยมนั ก็ไมเ่ กิด รอยเทา้ ไมม่ ี ถา้ เรา
จะทาํ ใหม้ เี ราตอ้ งเดิน มนั เกิดขึน้ แลว้ คอื ทางมนั เกิดขนึ้ แลว้ มรรคเกิดขึน้ แลว้ ถา้ จิต
เราอย่ใู นความสงบหรอื เราเดนิ มีสติ มีคาํ บรกิ รรมอย่างนี้ มีสมั ปชญั ญะรูต้ วั เราว่า
เดนิ วา่ กา้ วอยู่ อย่ใู นภาวนา อยใู่ นพทุ โธ น่นั มนั กอ็ ย่ใู นมรรคอยใู่ นทางแลว้ ทีนี้ ผลท่ี
มนั ไดร้ บั มนั กร็ บั ตามสว่ นมนั ถา้ จติ เราสงบไดด้ ี ผลมนั ก็ดีตามกนั นนั้ ก็เรยี กว่า เรา
ตอ้ งเดิน ตอ้ งทาํ รอยอยา่ งนนั้ น่ะ ทาํ ทาง ทาํ ใหม้ ีอยู่ ถา้ เราทาํ อยอู่ ย่างนนั้ มนั ก็มหี ละ
ทนี ี้ มนั มใี หเ้ ราเห็น มีรอย มเี ครอ่ื งหมาย ฉะนนั้ ถา้ เราไม่ทาํ น่ี มนั กไ็ ม่มไี มเ่ ป็น ไม่ว่า
อะไรทกุ อย่างน่นั แหละ สง่ิ ท่เี ราไดส้ มบตั ติ า่ งๆกเ็ หมือนกนั มนั ไดผ้ ลมาจากการทาํ
การปฏิบตั ิหมดทกุ อยา่ ง ท่ีเราไดม้ าหนะ ไมใ่ ช่วา่ มนั เลอ่ื นลอยมา หรือมนั หลงมา
อย่างนีไ้ ม่มี ก็ไดม้ าจากการปฏิบตั ิ การทาํ ทกุ อย่างน่นั แหละ ถึงว่าทาํ ใหเ้ กิดไดม้ าได้
มนี ่ี จงึ ทา่ นเรยี กทางศาสนาท่านเรยี กว่า บารมี กม็ าจากปฏิบตั นิ ่นั แหละมนั ถึงมี

แตถ่ า้ เราไม่ปฏบิ ตั ิน่ี เรานกึ เอาอย่างนีม้ นั ก็มี แตว่ ่ามนั เป็นผลของความดขี อง
บญุ ท่เี ราทาํ อย่างท่เี ราว่าสมบตั ิทพิ ย์ มนั กม็ าจากความทกุ ข์ มาจากการทาํ อยา่ งวา่
เทวดา เทวบตุ ร เทวดาอย่างนี้ เคา้ มสี มบตั ทิ พิ ย์ เคา้ มาจากทาน จากศีล จากภาวนา

51

มาจากเคา้ ทาํ น่นั แหละ มาจากทกุ ข์ มนั ทาํ ขนึ้ มา ดขี นึ้ มาผลเป็นบญุ นะ่ มนั กเ็ ป็น
ทพิ ย์ มนั ก็เป็นสงู ขึน้ มาอย่างนี้ มาจากต่าํ อย่างท่ีเราเขียนเป็นตวั หนงั สอื ทกุ ข์ ก็อยู่
ต่าํ สระอุ ทกุ ข์ ทกุ ขะ ทกุ ขงั แต่ว่าถา้ มนั ไดผ้ ลสงู ขึน้ มา เราก็ลบออก เอาความดขี นึ้ มา
ใสก่ ็เป็นทิพย์ เอา พ พาน ขนึ้ มาสะกดเขา้ ไปก็เป็นทพิ ยะ มนั กเ็ ป็นทพิ ยไ์ ปทีนี้ มนั ก็มา
จากทกุ ขน์ ่นั แหละ น่ีการมาของศาสนากเ็ หมือนกนั ทนี ี้ การไดม้ าบวชของความเป็น
พระเป็นสงฆเ์ ป็นบรรพชติ กเ็ หมอื นกนั เราจะไดม้ าอย่ใู นภพในเพศสงู ก็มาจากต่าํ
เหมือนกนั หละทีนี้ เหตนุ นั้ การท่เี ราปฏบิ ตั กิ ็เป็นการรกั ษา เป็นการท่ีสรา้ งชีวติ สรา้ ง
กาํ ลงั ใหม้ นั สมบรู ณเ์ ต็มท่ี

หรอื ว่าเร่อื งเราอาศยั สถานท่ีสงบ อาศยั ป่าเป็นธรรมเป็นเครอ่ื งชว่ ยใหเ้ ราได้
ปฏบิ ตั เิ ขา้ ถึงความสงบอยา่ งนี้ ท่ีว่าเป็นอาศยั ของพระพทุ ธศาสนา ตงั้ แตค่ รงั้
พระพทุ ธเจา้ มาจนถึงเราทกุ วนั อย่างนี้ ถา้ เราจะไปอย่ใู นท่ีชมุ ชนกลางถนน กลาง
บา้ นเมอื งกท็ าํ ได้ แต่มนั กไ็ ม่ดี ไม่สงบ ไม่เหมาะกบั การปฏิบตั ิอยา่ งนี้ เหตนุ นั้ ก็รูก้ นั
เหตนุ นั้ สถานท่ีนีถ้ ึงใครมา มนั ไม่มสี ่ิงก่อกวนเพราะมนั ไกลมนั ห่าง เราก็รูเ้ ลยวา่ มนั
สงบ เม่อื ความสงบมนั ละเอยี ดเขา้ เรากร็ ูว้ ่าเสยี งขา้ งนอกอะไรตา่ งๆนี้ มนั ก็เกิด
ความรูส้ กึ หละทีนี้ ว่ามนั ไม่ถกู กบั ความสงบ มนั รบกวน มนั กระทบกระเทอื น อย่างนี้
ความสงบมนั ก็จะบอกใหเ้ รา มนั จะเป็นเคร่อื งวดั ใหเ้ ราทีนี้ เหตนุ นั้ เราตอ้ งฝึกจิตฝึก
กายใหไ้ ดร้ บั ความสงบหรอื ท่สี งบอยา่ งนี้ เชน่ นนั้ ท่านจงึ บอกว่ากายวเิ วก วาจาวิเวก
จติ วิเวก จะตอ้ งครบหมดทกุ อย่าง คอื สงบไปพรอ้ มกนั คือเร่ืองทางกาย เร่อื งรูป เร่อื ง
ภายนอก มนั กไ็ ม่มีส่งิ ว่นุ วายกอ่ กวน แลว้ ก็วาจาคือคาํ พดู ท่ีเป็นเสยี ง ท่เี ป็นลมเกิด
กระทบกบั จติ กบั หกู ไ็ ม่มี แลว้ จิตของเรากว็ เิ วก คอื ไม่มอี ารมณส์ ญั ญาต่างๆเขา้ ไป
กอ่ กวน มนั ก็เกิดความวิเวกขนึ้ ทงั้ ๓ อย่างนี้ มนั กเ็ ป็นความสขุ ทว่าถา้ พดู ถึง

52

พระพทุ ธเจา้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นก็จะบอกเป็นความบรมสขุ ขนึ้ ในจิต มนั ไม่มสี ่ิงท่เี ป็น
ขา้ ศกึ เป็นสิ่งก่อกวนหละทีนี้

น่ีเราเหมอื นกนั อย่างท่ีอยธู่ รรมดาเราไม่มาก แตถ่ า้ มีงานมีการนดั กนั รวมกนั
อย่างเราเห็นอย่างนี้ อย่างพระเณรอย่างนี้ ก็ไมใ่ ช่อย่ทู ่ีน่ี มาจากหลายท่ีมารวมกนั
ตา่ งครูตา่ งอาจารยต์ า่ งสาํ นกั มากอะไร เราจะไดด้ กู นั ดตู วั อย่าง ดแู บบท่ีเราเคยมีครู
มีอาจารยอ์ ย่างนี้ เหตนุ นั้ เราก็ดู และท่ีไม่ไดร้ บั การฝึกอบรม ไมม่ ีครูบาอาจารยท์ ่าน
ฝึกสอนอย่างนี้ ก็ตอ้ งใหม้ าดตู วั อย่างท่ีผทู้ า่ นมีหลกั มีมารยาทมีขอ้ วตั รท่ีเป็นตวั อย่าง
ดไู ด้ เพราะว่าเรากระจาย เราอยกู่ นั หลายท่ีอยา่ งนี้ แตส่ ่วนหลกั ธรรมหลกั วินยั หลกั
ธุดงควตั รมนั ไม่แตกตา่ งกนั แตส่ ่วนบคุ คลส่วนตวั ส่วนองคท์ ่ีไมไ่ ดศ้ กึ ษาไมไ่ ดว้ ิชา
มนั กต็ ่างไป เหตนุ นั้ เราทาํ ความรูค้ วามเขา้ ใจหรือปฏบิ ตั ิใหม้ นั เขา้ ทางเสน้ เดียวกนั ได้
มนั กไ็ ม่มากไมแ่ ตกต่างทีนี้

อยา่ งท่เี ราวา่ มากองค์ ก็ไม่มาก ก็คือเรามีองคเ์ ดยี วน่นั แหละ กิจท่ีเราจะตอ้ ง
ปฏบิ ตั ิจะตอ้ งดกู ็คอื องคเ์ ดียวของเราน่นั แหละ ส่วนองคอ์ ่ืนจิตอ่ืนเคา้ ก็มีหนา้ ท่ีน่ีเราก็
รูอ้ ย่างนี้ น่ีหละเรยี กว่าเป็นผทู้ ่ีไม่หลงไม่ลืมตวั ไมเ่ ผลอไม่ประมาทเรอ่ื งการปฏบิ ตั ิ
การรกั ษาจิตของเราหละทีนี้ กเ็ ป็นผทู้ ่ีเรยี กว่าอย่ใู นคณุ ของพระพทุ ธเจา้ พระธรรม
พระสงฆอ์ ยู่ คอื ไมป่ ลอ่ ยใหต้ วั หลงลืมพลงั้ เผลอประมาท ไม่มีการท่เี รียกว่า
กระทบกระเทือนในสถานท่ใี นหม่อู ย่างนี้ ก็เป็นผทู้ ่ีเรยี กว่าปฏิบตั ดิ ตี อ่ หลกั ธรรมวินยั
เป็นผทู้ ่เี รยี กวา่ เป็นบรรพชิตท่ีสมบรู ณต์ ามแบบพระพทุ ธเจา้ ทีนี้ คอื เป็นชาติท่ีหนง่ึ
เป็นชาตทิ ่ีมีความรู้ มคี วามเป็นอย่สู งู มีศลี ธรรม มีคณุ ธรรม ไมใ่ ชว่ ่าเราอย่ทู ่วั ๆไป น่ี
เรยี กว่าเป็นคาํ เตือนใจ เม่ือเราไดฟ้ ังเขา้ ใจ นาํ ไปพิจารณาปฏบิ ตั นิ อ้ มเขา้ มา รูจ้ ิตของ
ตวั เอง ปฏิบตั ิรา่ งกายของตวั เอง ดว้ ยความท่เี รารกั ความดีความสงบในกายในจติ

53

ของเราอย่างนี้ เป็นผไู้ ม่ประมาท กจ็ ะมีแตค่ วามรม่ เย็นในศาสนา ขอยตุ ไิ วแ้ ตเ่ พียง
เท่านี้

ท่ีมา: https://youtu.be/i_ekxifCEvk

54

55

56

เสยี งโลกกับเสียงธรรม

ตงั้ สติใหด้ เี พราะวา่ มนั มีเสยี งโลก เสยี งโลกท่ีเราไดย้ ินอย่นู ่ี เสียงโลกนาํ้ มนั ขนึ้
ไปขา้ งบนอากาศ มนั ลอยไปแลว้ มนั ตกลงมาใสแ่ ผ่นดิน น่ีกเ็ ลยเป็นเสียงโลก ทาํ ใหม้ ี
เสียง เหตนุ นั้ คนเราท่ีเขา้ มาปฏบิ ตั ิธรรม มาฝึกภาวนาหาความสงบคอื ทาํ ความสงบ
ใหจ้ ติ ของเราแตล่ ะคนก็ตอ้ งหาท่ีหลีกจากเสียงโลก อยา่ งพวกโยมพากนั มาอบรมมา
ปฏบิ ตั ิธรรมในวดั น่ี ก็เห็นเสียงโลกเต็มบา้ นเต็มเมืองท่ีเราอยกู่ นั แลว้ ก็เป็นเสียงโลก
คือเสียงธรรมแทๆ้ มนั สงบ มนั ไมไ่ ดร้ บกวนสิ่งภายนอก มนั เขา้ ไปสงบอย่ใู นจิตใน
สมาธิน่ี เหตนุ นั้ เราตอ้ งรูจ้ กั การปฏิบตั เิ พ่อื ใหค้ วามสงบเกิดขนึ้ ในจิตของเรา ถา้ โลก
มนั เป็นเจา้ ของอยู่ เป็นเจา้ ของรบกวนมนั ก็ไมส่ งบ มนั ดงั คือเราตอ้ งการใหส้ งบ เราก็
ตอ้ งมาทาํ สติมาทาํ ความสงบ มสี ตินอ้ มเขา้ มาภายในมารบั รูเ้ ฉพาะจติ เฉพาะความ
สงบ ส่ิงท่ไี ม่สงบมนั อย่รู อบนอกมนั อย่ใู นวงโลก วงโลกท่ีเราไดอ้ ยไู่ ดย้ ินน่ี มนั ก็เลย
ตอ้ งหาท่ีหลกี ท่ีหลบ มนั มีมมุ สงบมนั มีท่ีไมม่ ีส่งิ กระทบ มนั กเ็ ป็นความสงบ เราก็
อาศยั ไปใชส้ ถานท่ีอยา่ งท่ีเราปฏบิ ตั กิ นั อย่เู ป็นสว่ นตวั เป็นท่เี ฉพาะองค์ เรากไ็ ดค้ วาม
สงบเพราะไม่มีการกระทบเสยี งกอ่ กวน มนั เป็นแต่เสียงของเราชีวติ เดยี วท่ีรูจ้ กั เสียง
ท่ีมใี นตวั เราน่ะ มนั ก็ไม่เป็นอนั ตรายแก่ความสงบ

เหตนุ นั้ เราอยใู่ นโลกท่ไี มส่ งบแตจ่ ิตดงั้ เดิม จติ ท่ตี อ้ งการความสขุ ความสงบก็มี
อย่ใู นทกุ คนคือหาความสงบเป็นเคร่อื งอยู่ หาท่ีสงบเป็นท่ีพกั ผ่อน ฉะนนั้ ความสขุ ท่ี
เกิดจากความสงบเป็นความสขุ ท่ีว่าไม่อาศยั สงิ่ ภายนอก ไม่อาศยั วตั ถุ ไม่อาศยั
อามิสเคร่อื งบาํ รุงบาํ เรอ เป็นความสขุ ลว้ นๆเฉพาะจติ ไมไ่ ดม้ าเก่ียวขอ้ งภายนอก
หละทีนี้ ไมเ่ หมอื นอย่างท่ีเรามีความสขุ อยกู่ บั การไดข้ อง การไดก้ ินไดด้ ่มื รสอาหาร
ไดใ้ ชบ้ รโิ ภคของสง่ิ ๆตา่ งๆ มนั ไมเ่ หมือนอยา่ งนนั้ มนั เป็นความสขุ ท่ีปราศจากสงิ่ ของ
หรอื อามสิ สงิ่ ปรุงแตง่ ภายนอก มนั เป็นความสขุ เกิดจากจิตสงบดงั ท่ีเคยเทศนค์ ราว

57

ก่อนว่า ความสขุ อ่ืนย่งิ กว่าความสงบไม่มี ท่านเป็นภาษาบาลีวา่ นตั ถิสนั ติปรมงั สขุ งั
ความสขุ อ่นื ย่งิ กว่าความสงบไม่มี เพราะความสงบน่ีใหค้ วามสขุ ใหค้ วามไมก่ ระวน
กระวาย เพราะความสงบทงั้ กายทงั้ จิต ถา้ เราพรอ้ มทงั้ กายทงั้ จติ กเ็ รยี กว่าความสขุ
ไมม่ ีอาการเก่ียวกบั อามิส เก่ียวกบั วตั ถสุ ิ่งตา่ งๆของใชข้ องวตั ถภุ ายนอก เหตนุ นั้ เรา
ไดค้ วามสขุ ทางโลกดงั ท่ีว่าเป็นความสขุ ท่ีอาศยั ปัจจยั อาศยั เครอ่ื งใช้ อาศยั ความได้
สง่ิ ต่างๆมาเป็นสมบตั ทิ ่ีเราตอ้ งการ

ถา้ เรามาเอาความสงบสขุ ทางธรรม เราไม่ตอ้ งดิน้ รนขวนขวายทีนีเ้ ราปฏบิ ตั ิ
เรามาฝึกจิต ฝึกภาวนา ฝึกทาํ ความสงบใหจ้ ติ ของเรา พยายามท่ีจะแกไ้ ขจิตของเรา
ท่ีมนั ติดกบั ความสงบภายนอก อยา่ งติดวตั ถตุ ดิ อามิสติดปัจจยั ภายนอกอย่างนี้ เรา
ก็จะไดไ้ มม่ าเก่ียวขอ้ ง จิตมนั ก็เขา้ ไปภายใน นอ้ มจติ เขา้ ไปอย่ใู นความสงบ เขา้ ไปรู้
ความเงียบ ความสงบของจิต มนั ไม่มีเสียงกระเทือนเหมือนโลกหละทีนี้ มนั ก็สงบน่ิง
อย่างท่เี ราทกุ คนมีชีวิต เวลามนั สงบ เวลามนั พกั ผอ่ น เรากจ็ ะไดร้ ูส้ กึ วา่ เกิดความสขุ
ในการใหค้ วามสขุ ทางจิตทางกาย คือไม่มีสงิ่ ก่อกวน ถา้ มสี ่ิงกอ่ กวนมีส่ิงกระทบมนั
ทาํ ใหก้ ารพกั ผ่อนหรือสตขิ องเรามนั สะดงุ้ มนั กไ็ ม่มีความสขุ มนั มีอารมณภ์ ายนอก
เขา้ ไปกระทบเก่ียวขอ้ ง หรอื มีอารมณป์ รุงแตง่ ไม่ยอมสงบ ไม่ยอมอย่กู บั สมาธิ
ภาวนา มนั มอี าการความสะดงุ้ ความกลวั ตา่ งๆอยา่ งนี้ ฉะนนั้ มนั กไ็ ม่มคี วามสขุ
เพราะว่ามนั มีเสยี งโลก มนั มีสง่ิ กระทบ มนั มีอารมณร์ บกวนซง่ึ มนั เป็นขา้ ศกึ แก่ความ
สงบ คอื มนั รบ รบอย่ใู นจิตในอารมณข์ องเรา มนั สกู้ นั สกู้ นั กบั ความสงบ ความสงบ
กบั ความไมส่ งบมนั เป็นคตู่ ่อสู้ มนั เป็นศตั รู มนั เป็นขา้ ศกึ ท่านว่าอย่างนี้ ทางธรรม
ท่านกเ็ รียกว่าเป็น นิวรณธรรม คือมนั เป็นตวั มาเรยี กรอ้ ง มากอ่ กวน มาวงิ วอน จึงว่า
นิวรณ์

58

อย่างพวกนิวรณข์ อ้ หน่งึ ก็คอื กามะฉนั ทะ ความท่ีรกั ใคร่ ความพอใจในกาม
คณุ ในความรกั ความหลงของกายเรา เรยี กว่ากามะฉนั ทะ คือความรกั ใครค่ วาม
หลงใหลในรา่ งกายของเราเอง แลว้ กส็ ่งจิตหลงไปหารา่ งกายของคนอ่ืน เหมอื นอย่าง
เป็นผชู้ าย เพศผชู้ ายอยา่ งนีก้ ห็ ลงกายของเรา ไม่รู้ หลง เม่ือเราสง่ ออกไปขา้ งนอกอ่นื
เราก็ส่งไปทางเพศท่ีตรงกนั ขา้ มอยา่ งนี้ อย่างผชู้ ายก็หลงผหู้ ญิง ผหู้ ญิงก็หลงตวั ของ
เราเองแลว้ ก็สง่ ไปหลงคนตรงขา้ มอีกคือผชู้ ายอยา่ งนี้ ก็เรยี กว่าเป็นกามะฉนั ทะ

นอกนนั้ ก็ พยาบาท กเ็ ป็นนิวรณต์ วั หน่งึ ทีนี้ มนั ทาํ ใหเ้ ราลาํ บาก ลาํ บากกบั
เรอ่ื งความรกั ความใครค่ วามพอใจในรา่ งกายในความหลงกายอะไรตา่ งๆ ท่านก็วา่
พยาบาท

ถีนมิทธะ จิตท่เี ราอยใู่ นท่ีความรกั ความใครค่ วามหลงรา่ งกาย น่ีเป็นเคร่ือง
ครอบจติ ใจเรา ทา่ นบอกว่าถีนมิทธะ ถ่ินๆนนั้ มนั เป็นท่ีมืด มนั เป็นอารมณม์ ืด มนั เป็น
ความมืดของกิเลสของจติ มนั ปิดบงั มนั ไม่ใหเ้ ราเห็น เป็นความดาํ ของจิตคนเราและ
สตั ว์ ท่านว่า ถีนมทิ ธะ

นอกนนั้ ก็ อทุ ธจั จะ กกุ กจุ จะ พอจิตมนั ไมม่ ีความสงบ ไม่มีความรม่ เย็น ไม่มี
ความรูค้ วามสว่าง ทีนีม้ นั ก็เป็นท่ีมืด แลว้ กเ็ ป็นท่ีฟ้งุ ซา่ นราํ คาญหงดุ หงิดอึดอดั
เหมือนเราอย่ใู นท่ไี ม่ปลอดโปรง่ อยใู่ นท่ีบงั คบั ท่านว่า อทุ ธจั จะ กกุ กจุ จะ

นอกนนั้ นิวรณต์ วั สดุ ทา้ ยก็เรยี กว่า วิจกิ ิจฉา เราเป็นมาจากขอ้ ตน้ คอื ขอ้ กามะ
ฉนั ทะ ความหลงกายของเรา ความรกั กายของเรา จงึ วา่ กามะฉนั ทะ ทาํ ใหเ้ กิด
วจิ กิ ิจฉาในท่ีสดุ คือหลงความรกั ความใครค่ วามสวยความงาม แลว้ ก็เพลินก็ตดิ กม็ ี
ความถกู ใจในอารมณ์ ท่านจึงบอกวา่ มนั เป็นพวกอารมณข์ องโลกกิเลส เป็นนิวรณ์
เป็นตวั ท่ีมาไหวม้ าวอนมาหลอกลวง เป็นมารยา เรยี กว่าเป็นมารยาของจิต ท่ีมนั แฝง

59

มากบั จิตกบั กิเลส มนั เป็นเชือ้ ท่อี ยดู่ ว้ ยกนั มา ท่านจงึ วา่ มารยา มารยาก็คอื เป็นพวก
มารของจิตของสมาธิ มนั เกิดมาดว้ ยกนั มนั แฝงหลบซอ่ นอย่ดู ว้ ยกนั กเ็ ป็นเรอ่ื งของ
ตวั เราทกุ คนหละทีนี้ มนั อย่ดู ว้ ยกนั เกิดมาดว้ ยกนั อาศยั เจรญิ อยดู่ ว้ ยกนั แลว้ ก็ตดิ
พนั ไปดว้ ยกนั อย่างนนั้ ก็เอาความหลงเป็นเคร่ืองผกู มดั กนั ไป

ฉะนนั้ ท่านจงึ ใหม้ าหาความสงบ มาตงั้ สติ มาเจรญิ ภาวนาใหเ้ กิดความรู้ ให้
เกิดสตปิ ัญญาขนึ้ จากการปฏบิ ตั ิ ไม่ใชเ่ รามาคิดนกึ เอาธรรมดา เราตอ้ งมาฝึกมา
ปฏิบตั ดิ ว้ ยตวั ของเรา ดว้ ยใชร้ า่ งกายของเราทาํ เอา ถา้ เรามาเอาตามตวั หนงั สือ ตาม
ความรูท้ างพระธรรมคาํ ส่งั สอนของพระพทุ ธเจา้ เราก็ไดแ้ นวทางในเบือ้ งตน้ แตม่ นั ก็
ไมใ่ ชเ่ ป็นความรูข้ องเรา มนั เป็นแนวทางเบือ้ งตน้ มนั เป็นสญั ญาความจาํ ท่จี ะนาํ เรา
เขา้ ไปเป็นหลกั ปฏิบตั ิ เป็นขอ้ ปฏบิ ตั เิ พ่ือแก้ เพ่อื แกส้ ญั ญาท่เี รานาํ เขา้ ไปเป็น
ตวั อยา่ ง หรอื เป็นคาํ สอน มนั เป็นสญั ญาอยู่ ถา้ เรามากล่นั กรองมาภาวนามาปฏบิ ตั ิ
ธรรมใหม้ นั ไดผ้ ่านความสงบ ใหม้ นั ไดค้ วามรูค้ วามเขา้ ใจในเรอ่ื งของหลกั ของกิเลส
ของนิวรณ์ ของตวั รา่ งกายของเราอย่างนีใ้ หเ้ ขา้ ใจ พอเราเขา้ ใจแลว้ กจ็ ะเกิดความรู้
มาจากสว่ นความสงบสว่ นภายใน เกิดมาจากปัญญา เราก็ไดแ้ กไ้ ขมาจากพวก
สญั ญาท่เี รานาํ ไปเป็นแนวทางกอ่ น เป็นขอ้ คิด

แตเ่ ราไปพจิ ารณาเกิดความรูค้ วามเหน็ ชดั เจนแจ่มแจง้ ขึน้ เราเกิดปัญญาขึน้ ก็
เปล่ียนแปลงจากความจาํ สญั ญาท่ีเรานาํ ไปแตเ่ รามาแกไ้ ข เอามาปฏบิ ตั ิ แกเ้ รอ่ื งรูป
เร่อื งนิวรณต์ า่ งๆ ท่ีมนั มปี ระจาํ ทาํ ใหเ้ ราเกิดขึน้ มาในโลก ก็มาจากพวกนิวรณพ์ วก
กรรมตา่ งๆท่ีเราไมไ่ ดแ้ ก้ เราไม่ไดป้ ฏิบตั ใิ หร้ ูจ้ กั ถา้ เรารูจ้ กั ทางแก้ รูจ้ กั เจรญิ ปัญญา
มาใหเ้ กิดความรู้ ทาํ สติใหม้ ีกาํ ลงั แก่กลา้ ทาํ สติใหม้ ่นั คง ทาํ สติใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้
เรยี กว่าเราทาํ เพ่ือไม่ใหพ้ วกมารพวกกิเลสพวกนวิ รณต์ า่ งๆท่ีมนั เป็นตวั มาร ท่ีมนั จร
อย่ใู นจิตของเรา ท่ีมนั เท่ียวมาหลอกเรา

60

ดงั นนั้ กิเลสมนั กเ็ ป็นผี เป็นผหี ลอก คือมาหลอกคนท่ีกลวั คนท่ีกลวั ใหต้ กใจ ให้
สะดงุ้ เหมือนอยา่ งท่ีจิตใจของเราไม่มีกาํ ลงั เขม้ แขง็ พอมนั หลอกเอาเราก็สะดงุ้ เราก็
พะวง เราก็เพอ้ จากท่ีจติ ของเราไม่เขม้ แข็งไมแ่ น่นหนา เหมือนเราถกู เราต่ืนเสียง
เตอื นเรอ่ื งตา่ งๆ ถกู หลอกอย่างนี้ เรากส็ ะดงุ้ กิเลสมนั หลอกจติ ใหก้ ลวั ใหส้ ะดงุ้ มนั
มาเหน่ียววอน มนั มาแสดงเป็นเร่ืองสอนจิตใหเ้ รารู้ เคา้ ก็มีหนา้ ท่ี อย่างมารยาอย่าง
กิเลสอย่างนี้ ช่ือกช็ ่ือวา่ มาร เป็นมารยา การตกแต่งการแกก้ ารวิธีทาํ วธิ ีปรุง วิธีคิด
ตา่ งๆน่ี ทาํ แปลกปลอก ทาํ ใหห้ ลงใหล ทาํ ใหต้ ิดใจจึงว่ามารยา ผทู้ ่ีมมี ารยาของกิเลส
ดงั นนั้ มารจงึ เป็นคศู่ าสนามาตงั้ แตพ่ ระพทุ ธเจา้ ของเรา การท่ีเราสรา้ งอะไรใครๆก็
พบปะแลว้ กพ็ ดู กนั อยตู่ ลอดว่า เออ้ ทาํ ดีกย็ งั มมี าร คอื ว่ามนั ไม่ไดเ้ ลือกใครทนี ี้ ใคร
จะทาํ อย่างไรเขาก็ตอ้ งมีมารเขา้ ไปขวาง ทาํ ดีก็ยงั มีมาร เพราะว่ามนั เป็นของมี
ประจาํ โลกมาแตก่ าลไหนๆแลว้ ถา้ เราเขา้ ใจอย่างนนั้ แลว้ เรากไ็ ม่บ่นไม่ทรุ นทรุ าย
หละทีนี้ ว่ามนั ก็มที าํ ยงั ไงไมใ่ หม้ นั มี มนั ก็มี

ถงึ เราปฏบิ ตั กิ ็เหมือนกนั แหละ ส่ิงท่ไี ม่ดีเราไมอ่ ยากใหม้ นั เป็น แตม่ นั กเ็ ป็นไป
ได้ มนั ไปบงั คบั ไปแยกมนั ออกไมไ่ ด้ เรากถ็ ือว่ามนั เป็นหลกั ของกิเลสของธรรมะ มนั
อย่ดู ว้ ยกนั มนั แกก้ นั อยอู่ ย่างนี้ จะไปว่าใหใ้ ครกไ็ ม่ถกู หละทีนี้ เราตอ้ งว่าใหจ้ ิตท่ีเรา
หลงว่าไป ผหู้ ลงตอ้ งเอาผรู้ ูไ้ ปบอกไปสอนเอาว่าเร่อื งทาํ อะไรมนั ก็มสี ง่ิ ขดั ขอ้ งมีมารมี
สิ่งมาขวางกนั้ แตก่ เ็ พ่อื ใหเ้ ราแกส้ ิ่งท่ีมนั มกี ารติดขดั มีการไม่สะดวก มีการลาํ บาก
ตา่ งๆน่ี มนั ก็เป็นการสรา้ งการปฏิบตั เิ พ่ือแก้ แกส้ ิ่งท่ีมนั ขดั ขอ้ งส่ิงท่ีมนั ไม่ดี อย่าง
ความท่เี ราไมเ่ ขม้ แขง็ เราออ่ นแรง เราเหน่ือยลา้ เราเกิดความระอาใจ เกิดความขี้
เกียจ เราก็ตอ้ งแกใ้ หห้ มด เราไม่แกม้ นั กไ็ ปไม่ได้

ท่านจงึ บอกว่าอย่างทาํ ดีมนั ก็มีมาร มพี วกนวิ รณ์ มีพวกสงิ่ ตา่ งๆ เอากลบั มา
สอนหละทนี ี้ มาสอนจติ ใหร้ ูจ้ กั แกไ้ ข ใหร้ ูจ้ กั หาทางหลบหลีกไป ใหไ้ ดค้ วามสงบ

61

ไม่ใหพ้ วกมารพวกกิเลสเป็นเจา้ ของ เราเป็นผแู้ กไ้ ขผปู้ ฏบิ ตั อิ ยู่ เราก็มคี วามเพียร
พยายามมีความขยนั อดทน มกี าํ ลงั ใจท่ีจะแกไ้ ขเร่อื งท่ีมาย่งุ เก่ียวกบั ความสงบท่ี
เราปฏบตั ิอยไู่ มใ่ หม้ นั ข่นุ มวั ไม่ใหม้ นั กระทบกระเทือนภายในจติ ของเราผปู้ ฏบิ ตั ิ อนั
นีเ้ รยี กว่ามารท่มี ีอยกู่ บั โลกประจาํ มนั อยกู่ บั ศาสนาเป็นคเู่ ป็นธรรมะท่ีจะทาํ ใหช้ าว
พทุ ธของเราไดร้ ูจ้ กั ทาํ ความดี ไดร้ ูจ้ กั หาวิธีแก้ รูจ้ กั เจรญิ ความดใี หม้ าก ถา้ เรารูว้ ่าเรา
ยงั สไู้ ม่ได้ เรายงั มีความเหน่ือยละอายใจ เรากใ็ ชก้ ารแกไ้ ข เราก็เพยี รพยายาม เรา
เพ่ิมความดขี นึ้ ทกุ ที ตงั้ แตเ่ ล็กไปถึงมาก ไปถึงโตจนสมบรู ณแ์ บบน่นั เราก็อาศยั การ
ปฏบิ ตั ิท่เี รามาดู เรามาดเู ร่ืองธรรมะกบั พวกมารกบั พวกกิเลสทงั้ หลายท่ีมนั ทาํ งาน
อยใู่ นโลก แลว้ เราก็มาอาศยั เก่ียวขอ้ งอย่แู ลว้ ก็มาดนิ้ รนว่ิงวนอยเู่ หมือนกนั เรยี กว่า
เราว่ิงหา…หารู้ หาหลกั หาท่พี ่งึ นะ่

อย่างชาวบา้ นอย่างนี้ อย่างฆราวาสน่ีก็ทาํ อยเู่ หมอื นกนั หมดหละทีนี้ ตอ้ งทาํ
มาหากินเอง ตอ้ งพง่ึ ตวั เอง ไมเ่ หมือนพระสงฆท์ ่ีมาบวช พระสงฆท์ ่ีมาบวชทา่ นสละ
ไวใ้ หท้ างบา้ นหมดแลว้ ท่านกเ็ อาแต่ตวั ออกมาอย่ปู ฏบิ ตั ิ อาศยั บญุ เกิดจากปฏิบตั ิ
เป็นเคร่อื งหลอ่ เลีย้ ง ไม่ตอ้ งไปทาํ ไปปลกู ไปสรา้ งไปตากแดดตากฝน ผลบญุ ก็เกิดขนึ้
เพราะว่าท่านไดเ้ สยี สละไป กเ็ กิดเป็นผลบญุ ขนึ้ เรยี กว่าทาํ นาบญุ ไม่ไดท้ าํ นาบาป
นาขา้ ว นาหวา่ น นาดาํ อยา่ งทางโลกทีนี้ ก็มกี ินมีใชเ้ พราะว่าไดท้ าํ นาบญุ สว่ นท่เี ป็น
ผล เกิดจากการปลกู ทาํ ไวถ้ ึงจะมชี ีวิตถือศลึ ปฏบิ ตั ธิ รรมอยู่ ไม่ไดเ้ อารา่ งกายทาํ แตก่ ็
เอาจติ ใจทาํ เป็นนาบญุ บญุ กเ็ จรญิ ก็มีอย่ตู ลอด ก็มี ไปอย่ทู ่ไี หนก็มคี นเกิดดลใจ เกิด
อยากไดบ้ ญุ กอ็ ยากถวายใหเ้ ป็นบญุ อนั นีเ้ ป็นสิ่งหนง่ึ ท่ีเราไดอ้ าศยั อยา่ งชาวบา้ นน่ี
เราไม่ไดเ้ สียสละมาบวชทีนี้ เราตอ้ งเอาแรงเอาสตปิ ัญญาของเราทาํ เองคดิ เอง ปลกู
ดแู ลทกุ อย่าง ก็ตอ้ งเป็นของตวั เองหมด จงึ ตอ้ งอย่นู ่ิงๆไมไ่ ด้ มนั จะตอ้ งวง่ิ จะตอ้ งหา
จะตอ้ งอดทนการหาอย่หู ากินเลีย้ งปากเลีย้ งทอ้ ง แตแ่ ลว้ ก็เลีย้ งชีวิตไวใ้ หม้ อี ย่ใู นโลก

62

เหมือนกนั หละทีนี้ แตว่ ่าเป็นทางลาํ บากแตกตา่ งกนั เพราะการทาํ บญุ มนั ก็ลาํ บาก
แตม่ นั กไ็ ม่ไดล้ าํ บากตรากตราํ เหมอื นเราทาํ กบั งานทางโลก มนั กผ็ ่อนคลายกเ็ บา
บางลง อย่างเรารกั ษาศีลอย่างนี้ เรากไ็ มไ่ ดล้ าํ บาก ไม่ตอ้ งแบกไม่ตอ้ งใชแ้ รงหอบหิว้
อะไร เรามแี ต่ตวั เปลา่ ๆอย่างนี้ เราก็มารกั ษามาจาํ ศีลอย่างวนั พระ มนั ก็ไมเ่ ห็นความ
ลาํ บาก น่ีว่าความแตกต่างกนั

ฉะนนั้ เรารูจ้ กั ว่าหนทางท่เี ราเดินท่ีเราปฏบิ ตั ิมนั เป็นทางลาํ บากทางไม่ลาํ บาก
เราก็มีทางศาสนาใหเ้ ราดู ใหเ้ รามีศรทั ธามีความเช่ือในการถือการปฏิบตั ถิ ือทาง
สมาทานท่ีเจริญในศาสนาน่ี อย่างท่ีว่าเรามาจาํ ศีลมาภาวนา มาทาํ ความเพียร มา
ทาํ การหมนุ เวยี นศรทั ธาของเราใหม้ นั เขา้ แน่นในพทุ ธศาสนา ใหม้ ีความเช่ือม่นั คง ก็
อาศยั เราเลือก เราหาท่ีหาทาง หาทางเดินท่ีดี หาทางท่ีจะไปสคู่ วามสขุ ในชีวติ ของ
เราแตล่ ะคนทงั้ ปัจจบุ นั และอนาคต ฉะนนั้ เรอ่ื งการท่เี ราเป็นชาวพทุ ธ เราก็มารูเ้ ร่ือง
การท่ีมาปฏิบตั ิตอ่ ตวั เราเอง แลว้ ก็รูจ้ กั การท่ีจะมาแกก้ ิเลส แกค้ วามไมด่ ี แกส้ ิ่งท่ีไม่
สงบภายนอกออกจากจิตของเราใหไ้ ดร้ บั ความสงบ ไมใ่ หม้ เี สยี งรบกวน ไม่มเี สียง
กระทบ อย่างเสียงโลกอย่างท่วี ่า มนั ก็จะสงบอย่ใู นจิต และสง่ิ อ่ืนๆท่ีมนั เป็นสงิ่ มา
กระทบในรูปในรา่ งกายของเรา เรามีสตริ บั รู้ เราไมไ่ ปถือเอามาเป็นอารมณ์ เรามา
กาํ หนดรูอ้ ย่ทู ่ีจิต ท่ีความสงบ ท่ีเรามีสมาธิภาวนาเป็นเคร่อื งระลกึ เป็นเคร่อื งบรกิ รรม
เรานอ้ มสตินอ้ มจติ เขา้ ไปมาดใู หจ้ ิตอย่ใู นความสงบได้ คอื ไม่ไปเกิดความราํ คาญกบั
เสียงโลก เสยี งถงึ โลกภายนอก

แตถ่ า้ มนั มีเสียง มนั มสี ่งิ ปิดบงั จรงิ ๆกก็ นั ไมค่ อ่ ยอย่ตู อ้ งอาศยั หลบ อย่างเสียง
เน่ีย แตอ่ ย่างรูป อย่างนีม้ นั ก็กนั ง่าย เพราะมนั มที ่ีปิดเปิด อย่างเปลอื กตาน่ี หนงั ตาน่ี
หมู นั ไม่มที ่ีปิดเปิด เป็นโลง่ มนั ถึงหลบยาก ถา้ ไปเป็นแบบธรรมชาติแบบหหู นวกหตู งึ
มนั ก็ไมด่ ี ไม่ถกู อีกหละทีนี้ มนั ก็เกิดความราํ คาญเกิดทกุ ข์ ฉะนนั้ เรอ่ื งส่งิ กระทบ

63

ภายในกบั ภายนอกมนั กม็ ใี นตวั ของเราทกุ คนแตเ่ รากร็ บั รู้ รบั กนั ไว้ กระทบแลว้ ไม่ให้
มนั เป็นรอยชาํ้ มนั เป็นรอยตาํ หนิ ไม่ใหเ้ ป็นเคร่อื งหมาย คือไม่ใหต้ ิด ไมใ่ หห้ ลง อย่าง
ตากระทบรูปอย่างนี้ หกู ระทบเสียง จมกู กระทบกลิ่น ลิน้ กระทบรส กายถกู ตอ้ งสมั ผสั
อะไร สง่ิ ตา่ งๆกใ็ หร้ ูจ้ กั ทีนี้ ใหร้ ูจ้ กั กนั รูจ้ กั แกเ้ พราะมนั มากระทบแลว้ มนั ก็หายไป

อนั นีเ้ ร่อื งท่เี ราจะรกั ษาจิตใหอ้ ยใู่ นธรรมในความสงบได้ ไม่ใหม้ าร ไม่ใหน้ วิ รณ์
ไมใ่ หก้ ิเลสของโลกต่างๆมารบกวน มาเป็นขา้ ศกึ มาเป็นมาร เรากเ็ ป็นผรู้ ูแ้ ลว้ ก็รูเ้ รอ่ื ง
มนั รูจ้ กั ท่ีเกิดท่ีมาท่ีแกข้ องมนั อย่างนี้ เราก็วา่ เป็นผรู้ ู้ ถา้ เราไมร่ ูเ้ ราเป็นผหู้ ลง เราก็
เกิดความตดิ ขดั เกิดความทกุ ขเ์ กิดความไมส่ งบใจเกิดนิวรณต์ า่ งๆ คอื ไม่มปี ัญญาจะ
ไปแกใ้ หม้ นั สงบไดเ้ พราะว่าเราไมไ่ ดฝ้ ึก เราไม่ไดร้ ูจ้ กั ท่ีเกิดท่ีมาของมนั แลว้ เรารูจ้ กั
มนั ก็สงบเขา้ หาความรูข้ องเราได้ ท่านจงึ วา่ เป็นผรู้ ู้ ไม่หลง คือเห็นแลว้ กร็ ู้ อย่างเหน็
รูปกร็ ูว้ ่าเป็นรูป แตถ่ า้ กิเลสกจ็ ะว่าตอ่ ไปว่ารูปสวย รูปไม่สวย มนั ก็วา่ ไปอกี หลายเร่ือง
หละทีนี้ แต่ว่าถา้ ความรูธ้ รรมดากร็ ูว้ ่าเป็นรูป รูปอะไร ก็คือรูป ท่วั โลกก็คอื รูป โลกก็
คือรูปโลก เสียงกเ็ หมือนกนั ก็มเี สียงเดยี วเทา่ นนั้ คอื เสยี งท่ีมนั ดงั ใหก้ ระเทอื น จะเป็น
เสียงอะไรก็ตามก็คือเสียงแต่ละอย่างๆ ก็รูว้ ่าไม่มีหลาย ไม่มมี ากมายอะไร มนั มี
อย่างเดียวทีนี้ ใหเ้ ราเขา้ ใจ เรารู้ เราก็ไมไ่ ปว่นุ วายกบั สงิ่ ท่ีมากระทบเรา จะเป็นรูปก็
รูปเดียว ก็ดคู นๆเดียวก็ก่ีลา้ นในโลกก็คนๆเดยี ว จะเป็นเสยี งกเ็ หมอื นกนั จะก่ีลา้ น
เสยี งเทา่ ไหรก่ เ็ สียงเดยี ว ก็มีหมด ดงั นนั้ มนั จะมากมายก็คนเรานบั ไปขยายไป กเ็ ลย
เพ่มิ มากขึน้ แตถ่ า้ เรารวมลงมาใหเ้ ป็นหน่งึ เป็นความสงบอนั เดียวซะแลว้ มนั ก็ไม่มี
หละทีนี้ มนั ก็มีเฉพาะเรอ่ื ง เฉพาะอนั เดียว ก็รู้ ก็ไม่ตอ้ งไปไลน่ บั ไลน่ กึ มาก ก็ดอู ย่ทู ่ี
เดียวดอู นั เดียว มนั ก็รูแ้ ลว้ ว่ามนั เหมือนอนั เดียวกนั ความแตกต่างกนั สีสนั วรรณะ
อะไรก็เราก็ดๆู แลว้ ก็อนั เดียวกนั

64

ดงั นนั้ การท่ีสอนจิตของเราใหร้ ูเ้ ร่ือง รูโ้ ลก รูส้ ิ่งหลอกลวงของโลก รูม้ ารโลก รู้
กิเลสโลกต่างๆ แลว้ เรากแ็ กไ้ ข เราก็ดดั แปลงใหเ้ ป็นความรูแ้ ก่ใจเรา เราก็เป็นผรู้ ูท้ ีนี้
เป็นพทุ ธศาสนา เป็นพทุ ธบรษิ ัทขนึ้ มา มีความศรทั ธาเช่ือม่นั ในคาํ สอนของ
พระพทุ ธเจา้ คอื ท่านสอนใหเ้ ป็นพทุ ธะ ใหเ้ ป็นผรู้ ู้ ใ◌ห้ เ้ ป็นผทู้ าํ กิจให…้ ปฏญิ าณจิต
ใหเ้ ขา้ ถงึ คณุ พระพทุ ธ คณุ พระธรรม คณุ พระสงฆ์ คอื เป็นผรู้ ูเ้ พ่อื แกค้ วามหลงท่เี รา
หลงอย่ใู นโลกท่ีไมร่ ูจ้ กั ทางแก้ อยา่ งว่าเราไดท้ าํ ความรูม้ าสจู่ ิต ทาํ จิตเราใหเ้ ขา้ ถึงภมู ิ
ผรู้ ู้ ปฏญิ าณตนเขา้ เป็นพทุ ธบรษิ ัท เป็นผหู้ นีจากความหลง เราจะมีความรูเ้ ป็นผรู้ ูต้ ่ืน
เป็นผรู้ ูส้ งบ เป็นผรู้ ูเ้ บกิ บานเพราะว่าอย่ทู ่ีเราปฏบิ ตั ิเขา้ มาหาจิตเราใหไ้ ด้ แลว้ กิเลส
มนั จะหอบเขา้ มา เราก็แหวกก็กนั มนั ไว้ เพราะว่ากิเลสน่ีมนั เป็นของท่ีอย่กู บั …ฝังใจ
อย่ใู นส่วนท่ีลกึ ลบั ของอารมณ์ เหมือนกบั จอกกบั แหน พอว่ายออกไปหน่อยเดยี ว พอ
เราหยดุ มนั ก็หมุ้ เขา้ มาปิดอีก มนั บอกว่าเราตอ้ งขยนั เราขยนั แหวกออก ว่ายออก กนั
ไวไ้ มใ่ หม้ นั หมุ้ เขา้ มา

น่ีแหละเร่อื งศาสนาเป็นเร่อื งคาํ สอนของพระพทุ ธเจา้ ศาสนาของท่านผรู้ ู้ เรา
เป็นชาวพทุ ธเป็นพทุ ธบรษิ ัทกใ็ หป้ ฏิบตั ิตามแนวของพระพทุ ธองค์ ก็จะไดเ้ กิด
สติปัญญาเป็นผรู้ ูเ้ ร่อื งศาสนาขนึ้ มา กจ็ ะเป็นผมู้ ่นั คงในศาสนา การใหอ้ บุ ายธรรมะ
มาก็พอสมควรแกก่ าลเวลา ก็ขอยตุ ไิ วแ้ ตเ่ พยี งเท่านี้

ท่ีมา: https://youtu.be/IZOeHQWGYPQ

65

66

ภตู ธาตุ ภตู ธรรม

ฤดกู าลคือฤดรู อ้ นจะหมด จะหมดฤดแู ลว้ ก็ใกลเ้ ขา้ สฤู่ ดฝู น ระหว่างความรอ้ น
กบั ความเยน็ ฝนมนั กเ็ ยน็ นา้ํ รอ้ นมนั ก็รอ้ นแสงแดด รอ้ นธาตไุ ฟ มนั ใกลม้ นั มาบรรจบ
กนั นา้ํ กบั ไฟ มนั เป็นธาตุ มนั เป็นธรรมเคร่อื งมอี ยใู่ นรา่ งกายของเรา เรยี กว่าเป็นภตู
ธาตุ ภตู ธาตนุ ่ีมนั เป็นพวกตงั้ อยเู่ ป็นภเู ขา ตงั้ อย่ใู นตวั ของเราทกุ คน คือภเู ขามนั ก็
เป็นช่ือของดนิ ของตน้ ไมห้ ละทีนี้ แตว่ ่ารา่ งกายท่ีมนั เป็นธาตุ มนั เป็นสิ่งท่ีมีในตวั เรา
มนั จงึ ว่าภตู ธาตุ เม่อื ความเปลี่ยนแปลงหรอื ว่าการเป็นอยหู่ รอื การทรงไวซ้ ง่ึ สภาพคือ
ความรอ้ น ความเย็นอย่างนี้ เช่นนนั้ ธาตคุ อื ธรรม หรอื วา่ ทรงตวั ของเราไว้ มอี ย่ใู น
รา่ งกายของตวั เรา ท่านจงึ เรยี กว่าภตู ธาตุ มนั ตงั้ อยเู่ หมอื นตวั ภเู ขา แลว้ มนั กม็ ีอยใู่ น
ตวั ของเรา แลว้ มนั มีครบ มีทงั้ ๔ ธาตุ คือมีนา้ํ มีไฟ แลว้ ก็มีดิน มลี ม น่นั มนั เป็นธาตุ
เป็นธรรมท่มี ีอยกู่ บั รา่ งกายของคนเรา แลว้ ก็มีอย่กู บั พนื้ โลกท่ีเราอาศยั อย่นู ่ี มนั ก็
ตดิ กนั อย่กู บั ตวั เรา เวลามนั มีอาการ มนั หมนุ เวียน มนั กระทบ มนั กเ็ กิดอาการขึน้
อย่างท่ีว่ามนั ทาํ ใหห้ นาวกไ็ ด้ ทาํ ใหร้ อ้ นก็ได้

เหตนุ นั้ ธาตธุ รรมคอื สง่ิ ท่ปี ฏบิ ตั ิแลว้ กเ็ ป็นเคร่อื งทรงอยู่ ทรงอย่ซู ง่ึ สภาพตามสงิ่
ท่ีมอี ยใู่ นโลกในตวั เราน่นั นะ่ คาํ ว่า ธาตุ แปลวา่ ทรงไวซ้ ง่ึ ธรรม ถา้ เรามากาํ หนดเอา
รา่ งกายของเรา มาปฏิบตั ติ วั ของเรา แลว้ ก็เราปฏบิ ตั ิตามธรรมะ ตามธุดงค์ ตามขอ้
วตั รอย่างนี้ แตท่ ว่าเรามาทาํ ธรรมะสิง่ ท่ีมีในตวั เราใหเ้ กิดความรูข้ ึน้ มาในรา่ งกายใน
จิตของเราใหร้ ูจ้ กั รูจ้ กั ว่ามนั มีท่ีมา สิ่งท่ีตวั เราไดม้ าน่ี แลว้ ส่งิ ต่างๆท่ีเรามีอยู่ ไดอ้ าศยั
อย่ทู กุ วนั นี้ มนั ก็มาจากธรรม จากการปฏิบตั ิ แลว้ การปฏบิ ตั ินนั้ มนั ก็ตอ้ งไดร้ บั การ
ฝึกสอนอบรม คอื การท่ีท่านใหค้ าํ แนะนาํ หรอื ใหก้ รรมฐาน ใหอ้ บุ ายเพ่ือจะปฏบิ ตั ิ
รา่ งกาย ปฏบิ ตั ิธรรมท่ีมีอย่ใู นตวั เราใหม้ นั เกิดขนึ้ ใหม้ นั รูป้ รากฏขนึ้ มาอย่างนี้

67

แตว่ ่าเรากร็ ูธ้ รรมดามาแตเ่ กิด มนั ไมใ่ ช่มนั ไมร่ ู้ แตเ่ รารูไ้ ปตามธาตตุ า่ งๆทีนี้ เรา
ไมไ่ ดร้ ูจ้ กั แก้ ไม่ไดร้ ูจ้ กั ปอ้ งกนั รกั ษาอย่างนี้ กเ็ ร่อื งคาํ สอนตามพระพทุ ธศาสนาคือ
สอนเร่อื งปฏิบตั ิ คือสอนกนั สอนแกส้ ิ่งท่เี ราเขา้ ใจผดิ ทาํ ผิดมากอ่ นแลว้ ก็ไดเ้ ป็นนิสยั
เป็นอปุ นสิ ยั เป็นปัจจยั ท่ีจาํ มาท่ีทรงความรูม้ า มนั เป็นฝ่ายกิเลส ฝ่ายส่งิ ท่ีไม่ดอี ย่าง
นีน้ ่ะ สว่ นการปฏิบตั ทิ ่านกส็ อนใหเ้ ราแกใ้ หเ้ ราขดั ขดู ชาํ ระออกจากจิตของเรา
เรยี กว่าผลของการปฏิบตั ิมนั เป็นการแก้ การเปล่ียนแปลงจากสิง่ ท่ีผดิ มา การทาํ ผดิ
มา คาํ พดู ผิดมา ความคิดผดิ มาก่อน มนั มีท่ีมาอย่างนี้ ดงั นนั้ การท่ีเรามาส่รู ูป สู่
รา่ งกายเราน่ี มนั มาจากความมืด และก็มาจากความกาํ หนดั ยินดี มาจากความหลง
มนั ทาํ ใหเ้ ราไดม้ าเกิด อย่างคนมาเกิดน่ี เรามาเกิด คนอ่ืนมาเกิดมนั ก็มาทางเดียวกนั
มาท่เี ดียวกนั อย่างนนั้ แหละ

แตค่ วามแตกตา่ งจากท่ีมาท่ีเกิดน่ะนะ จากการปฏบิ ตั มิ าอบรมมาอย่างนีน้ ่ะ
อยา่ งท่เี รานบั มา เร่ิมตน้ จากท่เี ราเกิดในชาติปัจจบุ นั น่ี เกิดจากพ่อแม่แตล่ ะคนอยา่ ง
นี้ อนั นนั้ คือเราเรม่ิ ตน้ แต่สว่ นท่ีมนั ยาวต่อไปเบือ้ งหลงั น่นั แน่ะ จงึ เป็นชาติก่อนชาติท่ี
ลว่ งมานะ่ เราไม่ตอ้ งเอามานบั มาตอ่ มนั มีมาก่อนแลว้ แลว้ มนั กเ็ ปล่ียนแปลงไป
อยา่ งนีแ้ หละ เหมอื นกบั เรานบั ผลการปฏิบตั ิ อย่างเราปลกู พชื ผลประจาํ ปี อย่างท่ีว่า
เราปลกู ขา้ วอย่างนี้ เป็นพชื ประจาํ ปีของคนเราแตส่ ว่ นปีกอ่ นๆไปเราก็ไม่นบั แตเ่ ราก็
ไดพ้ ชื ไดพ้ นั ธุม์ าจากปีก่อนน่นั แหละ ไดเ้ ชือ้ ไดข้ า้ วปลกู มา มนั ถึงไดเ้ อาหวา่ นมาปลกู
มาทาํ ปักดาํ ได้ ถา้ มนั ไม่มีเชือ้ มพี นั ธมุ์ าจากเก่า มนั กไ็ ม่มีท่จี ะมาเพาะ

แตว่ ่าท่ีเราจะนบั การปฏบิ ตั ิ เราก็นบั ปี นบั เร่ิมตน้ อยา่ งนี้ อย่างท่วี ่าตาม
พระพทุ ธศาสนาท่านก็นบั ตน้ ปี นบั ฤดฝู นอย่างนี้ เป็นตน้ ปีของพระพทุ ธศาสนา
อย่างท่ีว่าพระพทุ ธเจา้ ของเราอบุ ตั ิขึน้ มาในโลก นบั ตงั้ แตท่ ่านไดต้ รสั รูเ้ ป็นพระ
ศาสดา เป็นพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ นะน่ี กน็ บั ตงั้ แต่นนั้ มาก็ ๔๕ พรรษาอยา่ งนี้ ทา่ นก็

68

นบั กนั อย่างนนั้ คือนบั ปี นบั พรรษา นบั กาลเวลาของฤดู กเ็ หมือนอยา่ งท่เี ราอยู่
ปัจจบุ นั นี้ มนั กเ็ ป็นฤดทู ่จี ะมาชนกนั มาตอ่ กนั คือรอ้ นกบั ฝน นาํ้ กบั ไฟ อย่างนีม้ นั จะ
ตอ่ มนั ก็มีการกระทบ มดี ินฟ้าอากาศท่ใี หเ้ ราไดส้ มั ผสั มนั ก็จะรอ้ นๆ มนั ก็จะมีอาการ
รบกวนทาํ ใหร้ า่ งกายของเราน่ีไดร้ บั ความรูส้ กึ มนั กเ็ ป็นสิ่งท่ีเก่ียวกบั วา่ ภตู ธาตทุ ่ีมใี น
ตวั เราคือสิ่งท่ีมีเชือ้ ท่ีมีในรา่ งกายเรา ถา้ ตวั เราไมม่ ธี าตมุ ีภู มีท่ีตงั้ มภี มู ิรบั อย่างนี้ มนั
กไ็ ม่รู้ ถา้ อย่างคนตายอยา่ งนี้ ธาตมุ นั ดบั ธาตมุ นั ไมร่ บั ไม่ทาํ งาน มนั ไม่รูแ้ ลว้ ว่าดิน
ฟา้ อากาศของฤดกู าลโลกมนั จะเป็นอย่างไร มนั กไ็ มร่ ู้ แตม่ นั รูไ้ ดก้ เ็ พราะว่าจิตเรามี
ธาตใุ นตวั ของเรายงั ครบถว้ น ยงั ทาํ งานอยู่ มนั กจ็ ะรบั รูห้ ละทีนี้ ทีนีจ้ ติ ของเราก็รูไ้ ป
ตามอาการของมนั บางทเี ราก็มีความคดิ เกิดอารมณข์ นึ้ ว่ามนั ไม่พอดี แลว้ มนั ไม่
พอเหมาะกบั ความตอ้ งการของจิตเราอย่างนี้ บางทมี นั รอ้ น มนั เหง่ือออก มนั เหนียว
ตวั มนั อะไร มนั มีประจาํ เป็นภตู ธาตุ เป็นภตู ธรรมท่ีมปี ระจาํ โลกมานาน

เชน่ นนั้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นกอ็ นญุ าตหลกั พระวินยั ไวอ้ ย่างนนั้ อย่างท่ีวา่ ๑๕ วนั
จากทา้ ยฤดรู อ้ น ๑๕ วนั กอ่ นฤดฝู น รวมกนั แลว้ เป็นหน่ึงเดือน กเ็ ป็นอากาศท่ไี ม่ค่อย
ดีเพราะมีผลกระทบ จะทาํ ใหร้ อ้ นๆหนาวๆ ทาํ ใหร้ า่ งกายมีเหง่ือไคลไหล ทา่ นก็ทรง
อนญุ าตให้ ถา้ มศี รทั ธาของทายก ทายิกาถวายผา้ อาบนา้ํ ฝน ซง่ึ เป็นผา้ ท่สี าํ หรบั ใช้
ในฤดฝู น หรอื นอกนนั้ ถา้ เราไมม่ ีท่ีจะไดม้ า เรารูจ้ กั ว่าผคู้ นมีศรทั ธาอยากทาํ บญุ ท่าน
กจ็ ะปรารภใหเ้ ขารูส้ กึ เกิดศรทั ธามีสติระลกึ ขนึ้ วา่ ตอนนีใ้ กลจ้ ะถงึ ฤดฝู น เขาก็จะนกึ
ไดท้ ีนี้ เขากจ็ ะถวายผา้ อาบนาํ้ ฝนอย่างนี้ บางวดั กป็ ฏิบตั ิกนั มาเป็นกิจเป็นประจาํ น่นั
แหละ ศรทั ธาบางท่ีบางกลมุ่ เขาก็รวมกนั ทาํ อย่างนี้ เขาทาํ ทกุ ปี แตข่ องท่เี ราน่ี เรา
ไมไ่ ดร้ วมกนั ทาํ มา เราทาํ อยา่ งอ่ืน เราถวายเฉพาะผา้ ออกพรรษา สว่ นผา้ อาบนา้ํ ฝน
น่ีท่ีอ่ืนเขานาํ มาถวาย เขานบั จาํ นวนพระอยา่ งนี้ อย่างทางอาํ เภอฝางเคา้ น่ีทาํ มา
ประจาํ เป็นสิบๆปี ถึงเวลาเคา้ กจ็ ะมาถวายผา้ อาบนา้ํ ฝนอย่างนี้ อนั นนั้ เป็นกาลทาน

69

คือเป็นการใหท้ านตามกาลตามฤดนู ่นั หละ ก็พระพทุ ธเจา้ ทรงอนญุ าตใหถ้ วาย แต่
ถา้ เราถวายนอกฤดกู ็ได้ มนั กไ็ ม่ผิดอะไร มนั กเ็ ป็นบญุ

แตค่ นเราถา้ ทาํ ถกู กาล ตามฤดู มนั ก็จะเป็นคณุ เป็นประโยชนก์ วา่ คือมนั ไดใ้ ช้
ตามเหตกุ ารณส์ ถานท่ี อย่างท่ีว่าฤดทู ่ีมนั รอ้ นมนั เหง่ือไคลอะไร ผา้ มนั ก็เปื้อนง่าย ก็
ไดใ้ ชท้ ีนีผ้ ลดั เปลี่ยนน่งุ ท่านจงึ ทรงอนญุ าตใหใ้ ชไ้ ปกอ่ น คอื พินทุ อธิษฐานใชเ้ ป็นช่ือ
อ่นื ก่อน ภายในหน่ึงเดอื นก่อนฤดฝู น พอถึงฤดฝู นท่านก็ใหอ้ ธิษฐานเป็นช่ือผา้ อาบ
นาํ้ ฝนเพราะว่าเป็นฤดทู ่ถี ึงแลว้ เพราะพระองคท์ รงเห็นโลกท่ีมนั เป็นธรรม เป็นภตู
ธาตุ ภตู ธรรมท่ีมีอย่มู านาน ถึงรอบปีซง่ึ เป็นการนบั รอบนบั อายขุ องคนน่นั แหละท่าน
กน็ บั หละทีนี้ อยา่ งท่ีเรานบั มาอย่างนี้ เขา้ พรรษา ออกพรรษา ก่อนเขา้ พรรษา หลงั
ออกพรรษาอย่างนี้ เราก็รูก้ นั แลว้ ก็การศรทั ธาญาติโยม ทายก ทายิกา เคา้ กท็ าํ ไป
ตามกาลหละทีนี้ คือใหท้ านถวายทานตามกาล กเ็ ป็นการบาํ รุงพระพทุ ธศาสนา
ถวายเคร่อื งใชป้ ัจจยั ไวใ้ นพระพทุ ธศาสนา แตว่ ่ามนั กม็ ีครบทงั้ ๔ อย่างน่นั แหละ
อย่างท่ีวา่ ผา้ ถา้ เป็นผา้ อาบนา้ํ ฝนกถ็ วายฤดฝู น อนั นนั้ ประเภทผา้ อยา่ งอาหารน่ีเรา
ทาํ เป็นประจาํ อยู่ แลว้ ก็ท่ีอยอู่ าศยั เสนาสนะ เราก็มีอย่แู ลว้ แตเ่ ราก็มกี ารปฏบิ ตั ิ มีวดั
มวี ินยั เก่ียวกบั การปฏิบตั ิรกั ษาเสนาสนะ และนอกนนั้ ก็มีศรทั ธา มีทายก ทายิกาเคา้
ปรารถนาบญุ เคา้ กร็ ว่ มสรา้ ง บางทีก็รว่ มซอ่ ม เพ่ือใหม้ นั ไดอ้ ย่อู าศยั พวกเคร่อื งรกั ษา
หยกู ยาอย่างนี้ เราก็ตอ้ งมไี ว้ เตรยี มไวท้ กุ อย่างหละทีนี้ เพราะว่าการเขา้ อย่ฤู ดฝู นก็
เป็นฤดทู ่ไี มส่ ะดวกกบั การจะแสวงหาจะทาํ อะไร

สาํ หรบั ในฤดฟู ้าฝนตกน่ะ ท่านก็จดั กเ็ ตรียมไว้ แลว้ ก็ทาํ เป็นกิจวตั ร แลว้ กเ็ ป็น
ขอ้ ปฏบิ ตั ิสาํ หรบั ผทู้ ่านรูจ้ กั กาลรูจ้ กั เวลาอยา่ งนี้ ก็ทาํ ไว้ ในธรรมวินยั ท่านก็วางไว้
อธิบายไว้ เร่อื งพิธีเขา้ พรรษา ภาวนาออกพรรษาอยา่ งนี้ ท่านก็วางไวใ้ หเ้ ราไดเ้ ขา้ ใจ
อนั นีเ้ ป็นธรรมท่ปี ฏบิ ตั ิสาํ หรบั ตวั ของเรา เป็นภตู ธรรม ภตู ธาตทุ ่ีเราจะตอ้ งปฏิบตั แิ ลว้

70

เป็นขอ้ วตั รเป็นศลี หละทนี ี้ แลว้ กเ็ ป็นขอ้ ศึกษาขอ้ ปฏบิ ตั ิเป็นกิจภาวนาของพทุ ธ
บรษิ ัทดว้ ย อย่างท่ีว่าญาติโยมอย่างนีไ้ ม่ไดถ้ ือเพศบวชเหลืองอย่างพระแตก่ ถ็ ือขอ้
ปฏบิ ตั ิครบ ๔ เหมือนกนั อย่างนี้ อย่างผา้ อยา่ งอาหาร อย่างท่ีอย่พู กั อาศยั ยารกั ษา
โรคภยั ก็ตอ้ งมีเหมือนกนั ถา้ เราขาดอยา่ งใดอย่างหน่งึ มนั ก็เกิดความลาํ บากขนึ้ แต่
ถา้ เรามี เราเตรยี มไว้ เกิดมนั มีอะไรตอ้ งการจาํ เป็นมาอยา่ งนี้ มนั ก็ไม่เดือดรอ้ น ท่ีอยู่
อาศยั ก็เหมอื นกนั นะ่ เราซอ่ มเรารกั ษาไวด้ ี มนั ก็ไมล่ าํ บากเร่อื งถึงเวลาถึงฤดอู ย่าง
นีน้ ่ะ แลว้ กเ็ ป็นการรกั ษาพวกวตั ถทุ ่อี ยอู่ าศยั ของผปู้ ฏบิ ตั ิดว้ ย คือมนั เป็นศลี เป็น
สกิ ขาบทใหเ้ ราไดป้ ฏิบตั ทิ ีนี้

อยา่ งกฏุ ิอย่างนี้ มนั ก็ไม่ใชก่ ฏุ ิสว่ นตวั มนั เป็นกฏุ สิ งฆ์ เราอย่ทู ่ีไหนหลงั ไหน เรา
ก็ตอ้ งเขา้ ใจวา่ เป็นของเราเอง ถา้ เรามีสิทธิ์ท่จี ะอย่จู ะรกั ษาจะตอ้ งปฏิบตั ิจะตอ้ งดแู ล
อะไรใหม้ นั ดีอยา่ งนีน้ ะ มนั ถึงจะไม่มีหนีม้ ีบาป แลว้ ก็ถกู ตอ้ งตามพระวินยั ดว้ ย ถา้ เรา
ไมไ่ ดป้ ฏิบตั ิ ไมม่ ีความคดิ นกึ ไม่มปี ัญญาท่ีจะสอดสอ่ งมองไป แลว้ กไ็ มไ่ ดด้ ใู กลๆ้ ตวั
เรา ท่ขี องเราหละทีนี้ ถา้ เราคิดนอกคดิ เป็นท่ีอ่นื ไปหละก็ ว่าไม่ใชข่ องเรา ไมใ่ ชท่ ่ขี อง
เรา เราเพียงแตอ่ าศยั ช่วั ระยะ มนั ไมใ่ ช่หละทีนี้ มนั เป็น…พระพทุ ธศาสนาน่ีเป็น
อนั หน่งึ อนั เดยี วหมด ถา้ เราไมเ่ ขา้ ใจไม่ปฏบิ ตั ไิ ม่รกั ษา ความผิดกอ็ ยทู่ ่ีเราหละทีนี้
เพราะว่าในวินยั ของพระกม็ นั เป็นเรอ่ื งเก่ียวกบั ปัจจยั ๔ เทา่ นนั้ หละทนี ี้ ถา้ เราเกิด
ประมาท เกิดไม่ใสใ่ จแกไ้ ขอะไร มนั ก็ความผิดก็เป็นเร่ืองของเราเอง เราไม่มีผาติ
กรรมการตอบแทนอยา่ งนี้ อย่างถา้ วา่ คนก็ไมร่ ูจ้ กั คณุ ของเครอ่ื งใชป้ ัจจยั อะไรตา่ งๆ
คอื ใชอ้ ยแู่ ตไ่ มไ่ ดร้ ูจ้ กั คณุ คา่ ไมร่ ูจ้ กั ท่ีมา ไมร่ ูจ้ กั แผ่เมตตาตอบสนองอย่างนี้ ถา้ ว่า
ตามภาษาโลกเคา้ ก็ว่า เป็นคนท่ีหลบหลบู่ ญุ คณุ เป็นคนเนรคณุ เป็นคนอกตญั �ู
เคา้ ก็ว่าไดห้ ลายอย่างหละทีนี้

71

แตถ่ า้ เราปฏบิ ตั ิถกู ปฏบิ ตั ิดี มนั กม็ แี ตผ่ ลดี มแี ต่ความดี มแี ต่ปัญญาท่จี ะเกิด
มาใหเ้ ราเกิดความดีความรูค้ วามฉลาดขึน้ มาหมดทีนี้ แลว้ ก็ติดตวั เราไป เราอย่ทู ่ี
ไหน ไมใ่ ช่…เราพระปฏบิ ตั ิ ไม่ใชเ่ ราจะอย่ยู าวตลอดชีวติ หละทนี ี้ เรากจ็ ะตอ้ งมีกิจ
โน่นกิจน่ี เราจะไปพกั ท่ีช่วั คราว ไปทกุ หนทกุ แห่งอย่างนีแ้ หละ มนั กค็ ือวดั เป็นศลี ตดิ
ตวั หละทีนีไ้ ป ถา้ เราปฏิบตั ิ เราเขา้ ใจ เราวนิ ิจฉยั อย่างนี้ ไปอย่ทู ่ีไหนมนั ก็ตดิ ตวั เราไป
มนั ตดิ ไป มนั เป็นความดี มนั เป็นทรพั ยภ์ ายใน มนั เป็นความดีท่ีเห็นดว้ ยใจท่านว่านะ
ฉะนนั้ เราเคยพดู อยเู่ สมอ เราเคยสอนอย่เู สมอว่า ศลี ท่เี ราสมาทานศกึ ษา เราปฏบิ ตั ิ
เราฟังกนั อยู่ อย่างพระปาติโมกขอ์ ย่างนี้ เป็นสิกขาบทเป็นหวั ขอ้ เป็นหวั ขอ้ หา้ มไมใ่ ห้
เราลว่ งเกินทาํ ผดิ อย่างนีแ้ หละ อนั นนั้ หละเป็นศีล เป็นศีลตามขอ้ ตามสกิ ขาบท อนั
นนั้ เป็นศีลรกั ษาตาํ รา รกั ษาตามเหตกุ ารณต์ ามสถานท่ี

แตส่ ว่ นศีลท่ีปฏบิ ตั ิ ศีลท่เี กิดจากจิต มนั เป็นศีลท่ไี ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิ อย่างท่ี
เรยี กว่าศิลปะอย่างนี้ อนั นนั้ เรยี กว่ามนั เป็นผลของศีลภายนอก มนั เขา้ ไปเกิดไปมีใน
ใจทนี ี้ มนั เป็นศิลปะไป คือเป็นศีลท่ีปฏิบตั ิ แลว้ เป็นศีลท่ีฉลาด อยา่ งท่ีเป็น ศ ศาลา ล
ลิง ป ปลานนั้ มนั เป็นศลิ ปะ มนั เป็นตวั หนงั สอื ท่ีแตกต่างกนั และมีความหมาย แต่
ศีลธรรมดาเรยี กว่า ส เสือ รกั ษาสิกขาบท อนั นนั้ เป็นการกนั ความช่วั เสียภายนอก ถา้
เรามีอย่างหน่งึ แตเ่ ราขาดอย่างหนง่ึ เราก็ไมส่ มบรู ณน์ ะท่ีนี้ เราก็รูแ้ ตส่ ิกขาบท
ปาตโิ มกขข์ อ้ นนั้ ขอ้ นี้ บางทีก็ย่งิ ไม่รูค้ วามหมายอีกนะ่ แลว้ ยงั ไมม่ ีศิลปะดว้ ย เราก็
เป็นคนยากจนบกพรอ่ ง ฉะนนั้ คนท่ีมศี ลิ ปะน่นั แหละเป็นคนท่มี บี ารมี มีทรพั ยใ์ นตวั
ไปท่ไี หนก็มคี วามดี อยา่ งท่ีเราเหน็ ว่าถา้ คนมีศิลปะเป็นช่างทาํ ช่างคดิ ได้ ออกแบบ
ได้ แตเ่ ป็นชาวบา้ นก็เป็นคนดี จะเป็นพระเณรก็เป็นคนดี เพราะเคา้ ไปอย่ทู ่ีไหนเคา้ ก็
ทาํ ความดคี วามเจรญิ ความประดบั สถานท่ี ถงึ ว่ามนั มีค่ากว่ากนั หละทีนี้ ไม่ใช่
ศีลธรรมดา มศี ิลปะ

72

ศลิ ปะจะเกิดขึน้ ไดก้ เ็ กิดจากการปฏิบตั ิ จากการภาวนา จากการดรู า่ งกายฝึก
จิตอะไรตอ่ อะไรหละทนี ี้ ฝึกทาํ ฝึกจติ ทกุ อยา่ งหละทีนี้ การคิดการแตง่ การดดั แปลง
ตา่ งๆมนั เกิดจากศิลปะทงั้ นนั้ คือเกิดจากการปฏิบตั ิ คอื เราเห็นแลว้ ว่า สง่ิ ท่ีอย่กู บั ท่ี
กบั ตวั เรา ส่งิ ท่ีใกลก้ บั ตวั เรา เราเห็น อยา่ งรา่ งกายเราอย่างนี้ เราก็ตอ้ งแกไ้ ข ตอ้ งเป็น
เจา้ ของ ตอ้ งดตู ลอดหละทีนี้ ไม่ว่าถงึ วตั ถทุ ่ีอย่อู าศยั ขา้ งนอกหรอก คือตวั เราน่ีเขา้
ปฏบิ ตั ิ เพราะนอกนนั้ เรายงั แผข่ ยายไปวงกวา้ งถึงกฏุ ถิ ึงวดั ถึงสถานท่ี บางท่ีบางส่วน
เราก็ดไู ม่ท่วั ถึง อย่างท่วี ่าเราดเู ฉพาะในท่ีของเรา ถา้ เราไม่ไดม้ องกวา้ งไม่ไดพ้ จิ ารณา
รอบไป เราไมไ่ ดร้ ูเ้ ร่ืองว่า ภตู ธรรม ภตู ธาตอุ ะไรมนั อยกู่ บั เราอย่างไร เราไม่เขา้ ใจ เรา
ก็คบั แคบ เหมือนกบั เราทอดตาลงเฉพาะตวั เรากเ็ หน็ แตถ่ า้ เรามองตาสงู ขนึ้ ไป เรา
มองไกลไปกเ็ ห็นหละทนี ี้

ดงั นนั้ การท่ีเราพดู ถึงเมตตา ก็เหมอื นเป็นความรูท้ ่ีเรามองไป แต่มนั ไมใ่ ชต่ า
เราเห็น อย่างท่ีเราเหน็ วตั ถเุ ห็นสถานท่ีอย่างนนั้ จิตเรามองไป เราก็จะเห็นหละทีนี้
เหน็ ความกวา้ ง ความเก่ียวขอ้ งกบั สตั วก์ บั บคุ คลกบั สถานท่กี บั วตั ถทุ ่ีจะตอ้ งมี
สาํ หรบั เป็นเครอ่ื งอย่อู าศยั เป็นปัจจยั และกเ็ ป็นเคร่อื งท่ใี หเ้ ราไดป้ ฏบิ ตั ิท่ีเกิดศีล
ภายใน ใหเ้ กิดศิลปะขนึ้ เกิดศลิ ปะมนั กเ็ ป็นสิ่งท่ีเกิดจากรา่ งกายท่เี ราปฏิบตั เิ ราฝึก
เราทาํ ใหก้ ายของเราไดเ้ กิดผลขึน้ มามากนอ้ ยอะไรตา่ งๆน่ี กแ็ ลว้ แตท่ ่ีเราจะปฏิบตั ใิ ห้
เกิดขนึ้ เราก็รูห้ ละทีนี้ เพราะศลี มนั ก็จะมีค่อู ยา่ งนี้ มนั จะมีศีลสิกขาบทรกั ษา นอกนนั้
ก็มศี ีลท่ภี ายใน ศีลท่ีเกิดจากจิต ศิลปะท่ีมนั เกิดมา มนั ก็จะเป็นบอ่ ทรพั ย์ เหตนุ นั้ ท่าน
จงึ พดู ว่าศิลปะนนั้ เป็นเงินเป็นทรพั ยเ์ ป็นเครอ่ื งประดบั หรอื เป็นเคร่ืองสาํ รบั กบั ผทู้ ่ีไป
ทางไกล ผทู้ ่จี ะมีชีวิตเป็นไปอยู่ เม่ือมศี ิลปะแลว้ กเ็ ป็นคนมีทรพั ยร์ า่ํ รวยเป็นคนท่ีมี
ความดเี หลือลน้ จะไปอย่ทู ่ีไหน ก็มขี ึน้ ดว้ ยทรพั ยบ์ นั ดาลขนึ้ มา ทาํ ขนึ้ มา รวบรวม
ขนึ้ มาอย่างนี้ เหตนุ นั้ จงึ วา่ เป็นเคร่ืองประดบั ตอ่ เม่ือเราไปเคลอื่ นท่ียา้ ยไปไหนมนั ก็

73

ตามเราไป ท่านจึงว่าเป็นเงินเป็นทรพั ย์ ไปสาํ หรบั ยามเม่ือเราไปตกถ่ินกนั ดาล
ลาํ บากไกล ยามเราทกุ ขย์ ากจน เราก็เรียกมาใช้ เรากเ็ อามาใชต้ อนนนั้ หละทีนี้ ทา่ น
จงึ ว่ามนั เป็นทรพั ยอ์ ยา่ งย่งิ เป็นทรพั ยภ์ ายในอนั เกิดจากจิตใจท่ีปฏิบตั ิ แลว้ ก็
อานสิ งสไ์ ปจากศีลท่ีรกั ษา แลว้ ก็ไปจากปัจจยั ท่ีพระพทุ ธเจา้ ใหเ้ ราเอาไปพจิ ารณา
อย่างท่อี าหารธาตตุ า่ งๆท่ีเราพิจารณา มนั กเ็ ป็นเคร่อื งบาํ รุงเคร่อื งอยขู่ องเรา มนั เป็น
เคร่อื งประกอบรา่ งกายของเรา อย่างพวกเสนาสนะ พวกผา้ พวกยาตา่ งๆ มนั กช็ ่วย
รา่ งกายชีวิตของเรา

ดงั นนั้ ภตู ธาตุ ภตู ธรรม ส่งิ ท่ีมีประจาํ ตวั ของเราแลว้ ก็มาเป็นรูปของศีล แลว้ ก็
มาเป็นศลิ ปะ เราเอามาฝึกปฏบิ ตั ใิ หเ้ กิดขนึ้ มาดว้ ยสติปัญญาของเราเอง เราฝึกเรา
คิดแลว้ ผล…เหตผุ ลท่ไี ดไ้ ปก็ไปจากปัจจยั ๔ หละทีนี้ ท่ีเราอาศยั ฉนั กินอ่ิม มี
ความคิด พอกินอ่มิ มีความคิดแลว้ ก็ตอ้ งคดิ วา่ จะทาํ อะไรตอ่ เรอ่ื งท่ีจะใหเ้ กิดผลเกิด
ทรพั ย์ แตพ่ ระพทุ ธเจา้ ท่านไม่ไดเ้ นน้ ไดบ้ งั คบั ใหเ้ ราไปทาํ วตั ถุ ทาํ การงานอะไรเพ่อื ให้
เป็นผลภายนอก คือทา่ นม่งุ ใหป้ ฏิบตั ิ ใหท้ าํ กิจทาํ กรรมฐานอย่างนีก้ บั ตวั เรา แตเ่ ร่ือง
ท่ีเป็นภายนอกมนั เป็นสิ่งท่ีงอกมาจากตวั เรากอ่ น ถา้ เราทาํ ตวั เราเป็นแลว้ ภายนอก
มนั ไม่ตอ้ งไปคิดไปแตง่ หละทีนี้ ถา้ ทาํ จิตทาํ ตวั เราไม่เป็นน่ี เราจะไปภายนอกก็ไม่เป็น
เพราะว่ามนั ผิดท่ี

มนั เหมือนตน้ ไมอ้ ย่างนี้ มนั ไมไ่ ดเ้ กิดจากเปลือกมนั มนั เกิดจากเมด็ มนั ตอ้ ง
งอกจากเมด็ ดงั นนั้ เราตอ้ งมาปลกู ท่ีจิตเราทีนี้ ปลกู ใหม้ นั เกิด บางท่ีสง่ิ ท่มี นั หอ่ หมุ้
เมด็ เชือ้ มนั พวกกิเลส มนั หอ่ หนา มนั ไม่ใหเ้ ราออกไดห้ ละทีนี้ มนั ปิดมิดเลย มนั ไม่ให้
เราคิดออก บางทเี ราเดินเหยียบย่าํ บางทีเรามองตาเหน็ แตเ่ ราคดิ ไม่ออก มนั ก็ไม่มีไม่
เป็นส่ิงเหลา่ นนั้ มนั ไม่รบั รูก้ บั สตปิ ัญญาของเราไมไ่ ปเก็บไปหามาหละทนี ี้ มนั ก็ไม่มี
น่ีนะมนั จะมี มนั กจ็ ากท่ีว่าเราทาํ ขา้ งในมา เราแกไ้ ข เราใชก้ ารอบ อย่างเม็ดพชื พนั ธุ์

74

มนั จะงอกจะเกิดมนั กเ็ กิดจากการอบ การกระเทาะกระแทะออกมา น่ีถา้ เราไมท่ าํ น่ี
มนั หมุ้ ความปิดบงั ความเหน่ือย ความเห็นลาํ บาก รา่ งกายมนั มีอาการขนึ้ มา เราก็
อย่แู ค่นนั้ หละทนี ี้

อยา่ งท่ีวา่ ความสขุ ของโลก ความสขุ ของรา่ งกายก็ไดก้ ินอ่ิมนอนหลบั ไม่มี
โรคภยั เบยี ดเบียน เราก็มคี วามสขุ ท่ไี ม่ตอ้ งคดิ อะไรตอ้ งแกไ้ ขอะไรแลว้ แตส่ ง่ิ ท่ีปฏบิ ตั ิ
สง่ิ ท่ีเราจะฝึกจะทาํ นนั้ มากกว่านนั้ ลกึ ลบั กวา่ นนั้ เยอะแยะไป ไม่ใชธ่ รรมดาแค่นนั้
เหตนุ นั้ ความสขุ ท่เี กิดจากอามสิ มนั เป็นความสขุ ท่ีอยไู่ ดข้ ณะระยะ อย่างรสชาติ
อยา่ งนีม้ นั กผ็ ่านลิน้ เราแป๊ บหนง่ึ ตาท่ีมนั ไดอ้ าหารรูปมนั ก็แป๊ บหนง่ึ ทกุ อย่างหละทนี ี้
มนั ใหค้ วามสมั ผสั รูส้ กึ นิดเดยี ว มนั ไมไ่ ดอ้ ่ิมในจิต มนั ก็ยงั หิวโหย และยงั แสวงหา ถา้
มนั อ่ิมมนั มีสตปิ ัญญา มศี ลิ ปะมีความดีในจติ น่ะ มนั ก็ไม่จาํ เป็นทีนี้ ถึงเราจะกินจะ
อ่มิ ไม่อ่ิมอะไรต่างๆมนั กร็ ูว้ า่ ไม่ใช่ความสขุ อยทู่ ่ีกายท่ีภายนอกหละทีนี้ มนั อย่ทู ่ีจิต
อย่ทู ่จี ิตของเรามนั รูจ้ กั สงบรูจ้ กั อ่ิม

สว่ นรา่ งกายท่มี นั เป็นภตู ธาตุ ภตู ธรรมมนั กเ็ ป็นการปฏบิ ตั ิหละทีนี้ มนั
เรยี กรอ้ งมนั บอกใหเ้ รารูใ้ หเ้ ราแก้ ถา้ เราว่าไปตามกิเลสมนั กเ็ พ่ิมหละทนี ี้ เรากเ็ สรมิ
มนั เรากแ็ ตง่ ใหม้ นั เมามนั เรยี กวา่ มนั ไม่ใช่ความสงบสบาย ดงั นนั้ เราตอ้ งรูจ้ กั ว่าภตู
ธาตุ ภตู ธรรม ส่ิงท่เี รามีเราไดเ้ น่ียแหละ หรอื โลกท่ีเราอาศยั อยอู่ ยา่ งน่ีแหละ อาการ
ของธรรมของธาตทุ ่ีกระทบกระเทือนอย่มู นั เป็นเครอ่ื งสอนใหเ้ รารูพ้ ิจารณา ใหเ้ กิด
สติปัญญาว่าท่ีมาท่ไี ปเหตผุ ลตน้ ปลายอย่างไร เราตอ้ งตามไปดไู ปรูม้ นั แลว้ เราจะแก้
อยา่ งไร ตรงท่ีมนั ติดขดั อย่ตู รงท่ีไหน เราจะรูจ้ กั หละทีนีเ้ พราะว่ามนั มีพรอ้ มอย่ใู น
รา่ งกายของเราครบถว้ น ถึงว่าภตู ธาตุ ภตู ธรรมมนั ทาํ ใหเ้ ราเป็นเจา้ ของทีนี้

75

ฉะนนั้ สว่ นท่อี ยภู่ ายนอกเราทา่ นเรยี กว่า มหาภตู รูป ภตู ธาตุ ภตู รูป ว่าคอื
อาหารน่ีเป็นสว่ นกวา้ งใหญ่ อย่างท่ีนอกจากตวั รา่ งกายของเราออกไป มนั กเ็ ป็นอนั
เดยี วกนั หละทนี ี้ ถา้ ว่าขา้ งนอกส่วนกวา้ งมนั เป็นอย่างนี้ แลว้ ตวั เรามนั ก็เป็นสิง่ ท่ีสบื ท่ี
ทรงท่เี ก่ียวขอ้ งกนั มนั ก็เป็นหละทีนี้ เราก็รูจ้ กั ทีนี้ นอกจากจะตอ้ งทาํ ใหม้ นั ไม่ทรมาน
ไมท่ าํ ใหเ้ รา…บงั คบั ใหเ้ ราไปทาํ ช่วั ทาํ ผิดทาํ บาป เรากจ็ ะมีความรูห้ า้ มว่าเป็นศีล เป็น
ขอ้ ปฏิบตั เิ ป็นสิกขาบท เป็นไตรสกิ ขาขนึ้ มาในจิตของเราทีนี้ นอกนนั้ จติ ของเราสงบ
ไม่หว่นั ไหว ไม่ดิน้ รน มนั ก็เกิดเป็นสมาธิขนึ้ มาในจิตของเราหละ เรารูว้ ่าอาการของ
มนั เป็นใหเ้ รารูเ้ ราเห็น เรากด็ เู ขา้ มาท่จี ติ ฝึกจิตของเราใหม้ นั เกิดความสงบขนึ้ มา มนั
ก็จะรูก้ นั หละทนี ี้ ส่ิงท่มี นั ไม่สงบกบั สิง่ ท่ีสงบมนั กจ็ ะต่างกนั มนั กเ็ รียกว่าทาํ สมาธิ มี
คณุ สมาธิเกิดขนึ้ แลว้ อารมณอ์ ะไรมนั จะกระทบมนั จะเกิดมนั ก็รูจ้ กั และรูแ้ กด้ ว้ ย
และนอกนนั้ ปัญญาเรากเ็ อามาฝึกมาทาํ ใหเ้ กิดใหม้ ขี นึ้ เอามาดู เอามาพิจารณา เอา
มาปฏบิ ตั ิหละทีนี้

คือเร่อื งรูป เร่อื งภตู ธาตุ ภตู ธรรมอะไรตา่ งๆ ท่ีมนั เป็นเคร่อื งทรงเคร่อื งสอนเรา
น่ีเอามา สอน ส่ิงท่ีแสดงอย่ใู นธาตใุ นรา่ งกายเรามนั กเ็ ป็นการสอนทีนี้ มนั เป็นสอน
จติ สอนความรูส้ อนเจา้ ของผอู้ ยอู่ าศยั น่ี เจา้ ของรา่ งกายเราน่ีใหม้ นั รูจ้ กั แตร่ ูจ้ กั แต่
อาการของรูปของความไม่สงบอย่างนนั้ มนั กไ็ ม่มเี คร่ืองแกไ้ ข มนั ก็ทกุ ข์ แตเ่ ราปฏิบตั ิ
รูจ้ กั แกอ้ าการส่ิงท่ีมนั ไมด่ ีท่ีมนั เกิดขึน้ มนั ก็เป็นความดีทางธรรมทางปฏบิ ตั ิของเราที
นี้ คอื มนั แกส้ ิง่ ท่ีไมด่ ี การท่ีทาํ ไมด่ ี หา้ มตวั เราได้ เราไมป่ ลอ่ ยไปใหม้ นั ล่วงเกินใหม้ นั
ผดิ อย่างศลี น่ีกเ็ หมือนกนั นะ่ เราก็รูข้ อ้ มนั ดี เราสมาทานเป็นประจาํ ก็รู้ เราก็กนั้ ไวท้ ีนี้
ไมใ่ หม้ นั ขา้ มมนั ลว่ งมนั เกินไป

เหตนุ นั้ การท่ีเราฝึกปฏิบตั ิฝึกจิตอย่างเดียวน่ี เราก็ไดค้ รบหมดหละ อย่างท่ีวา่
ไตรสิกขา อย่างท่ีว่าศีลรกั ษา ศิลปะ กเ็ กิดขนึ้ หมด ถา้ เราทาํ ใหม้ นั เขา้ จิต ถกู จิต ถกู

76

ภมู ิธรรม ภมู ิรูแ้ ลว้ ได้ มนั เกิดเพราะมนั เป็นทางท่เี จรญิ มนั เป็นทางท่ีสว่าง มนั เกิดขนึ้
ก็จะเห็น เหน็ ความแตกต่างอยา่ งคนท่ีจากทางบา้ นทางฆราวาสอย่างนี้ ก็จะแตกตา่ ง
วา่ เราอย่บู า้ น เรามาอยทู่ ่ีปฏบิ ตั ิ เราเป็นฆราวาสเรามาบวช เราบวชใหมบ่ วชเก่าเราก็
รูห้ ละทีนี…้ ความแตกตา่ ง ถา้ เราไมร่ ูไ้ ม่สงั เกต มนั ก็เหมือนกบั ว่าเราปฏบิ ตั หิ ลงผิด
มาตลอดหละ เราไม่เคยไดด้ ีอะไรอย่างนี้ เราไม่มีความปีติ ไมเ่ กิดจิตสงบเป็นสมาธิ
เลย เราปฏิบตั มิ ายาวนานอย่างนี้ มนั ไม่มีผลไดร้ บั อนั นนั้ คือการปฏิบตั ิ เราก็ผิด มนั
ไม่มอี ะไรดีขึน้ อะไรอย่างนี้ กเ็ หมือนคนทาํ กิจทาํ การทาํ ปลกู อะไรตา่ งๆไมเ่ กิดไม่เป็น
ผลอะไรอย่างนี้ บางทีมนั กอ็ ยแู่ ค่นนั้ มนั ไมอ่ ย่ไู ม่งาม มนั ไม่ออกดอกออกผล มนั ก็ไม่
คมุ้ อยา่ งนนั้ ถา้ เราคมุ้ กด็ ทู ่จี ิตเรา ดที ่ีความดี ดทู ่ีความเปล่ยี นแปลงชีวติ ของเรา ดู
นิสยั ของเรา เราดไู ดด้ ี ไมต่ อ้ งใหค้ นอ่ืนไปทกั ไปว่าหละทนี ี้ ถา้ เรารูด้ ีถกู ดี แลว้ คนอ่ืน
เคา้ ก็มตี ามีหดู ว้ ย เคา้ มเี คร่อื งวดั รูห้ มดหละทีนี้ เราไมไ่ ปถาม เคา้ รูไ้ ดว้ ่าคอื คนดีจิตดี
ปฏิบตั ดิ ี น่ีเรยี กว่าเป็นภตู ธรรมท่เี ราจะตอ้ งตงั้ จะตอ้ งทาํ ใหเ้ กิดใหม้ ีในตวั ของเรา คอื
ปฏบิ ตั ิใหม้ ีขนึ้ สง่ิ ท่เี รามีอยแู่ ลว้ เราก็มีแตไ่ ม่เต็มท่ไี ม่เพยี งพออย่างนี้ ก็ทาํ ใหส้ มบรู ณ์
ขนึ้ เรากเ็ ป็นผไู้ มย่ ากจนหละทีนี้ และกม็ ีครบ มีทงั้ นอกทงั้ ในสมบรู ณท์ งั้ กายทงั้ ใจเลย
เรามาเป็นผเู้ ดินไปตามมรรคผลนิพพานของพระพทุ ธเจา้

น่ีเรยี กว่าคาํ เตอื นใจใหเ้ ราไปคิดพิจารณา ไดร้ ูจ้ กั ว่าภตู ธาตุ ภตู ธรรมท่ีเรามอี ยู่
เป็นท่เี ราจะตงั้ จะสรา้ งความดีขนึ้ ในใจของเรา เรากเ็ ป็นผเู้ จรญิ ในศาสนา น่ีเป็น
ธรรมะเตือนใจใหเ้ รานาํ ไปพิจารณากจ็ ะเป็นผสู้ งบรม่ เย็นในศาสนา ขอยตุ ไิ วเ้ พียง
เท่านี้

ท่ีมา: https://youtu.be/skm09mss3oA

77

78

ภาคผนวก
(วนั คล้ายวนั เกดิ หลวงพ่อประสทิ ธิ์)

เทศนฉ์ ลองธรรมาสนใ์ หม่ ปกติท่ีน่ีไม่ไดข้ ึน้ ธรรมาสนเ์ ทศนน์ ะ เทศนอ์ ยกู่ บั พืน้
บดั นีไ้ ดธ้ รรมาสนใ์ หมก่ ็เลยฉลองศรทั ธาใหค้ นท่เี อามา คนท่เี อามาเนรมิตเอามา
ไมไ่ ดป้ รกึ ษาว่าจะเอาธรรมาสนม์ าถวาย ก็เลยว่า เอะ๊ ทาํ ไมธรรมาสนใ์ ครเอามาตงั้ ไว้
น่ีวะ เคา้ กว็ ่า โอ้ ดิฉนั น่นั แหละ เอ อยา่ งนีม้ นั กเ็ ป็นสมบตั ทิ พิ ยบ์ เ่ น่ีย มนั ลอยมา วนั นี้
กเ็ ลยจะฉลองศรทั ธาธรรมาสนใ์ หม่ ใหไ้ ดอ้ านิสงส์ เพราะว่าทกุ ทีปกตกิ ็เอาธรรมาสน์
กบั พนื้ ศาลาน่นั หละ นนั้ นะ่ มนั เป็นธรรมาสนท์ ่ีกวา้ งใหญ่แน่นหนาดี ดีกว่าธรรมาสน์
ท่ีเรายกเป็นชนั้ เป็นต่งั อย่างนี้ ฉะนนั้ วนั นีก้ เ็ ลยเทศนฉ์ ลองธรรมาสนใ์ หม่ดว้ ย แลว้ ก็
ฉลองศรทั ธาผทู้ ่ีมาใหม่ดว้ ย แลว้ ก็เทศนฉ์ ลองวนั เกิดดว้ ย เพราะมนั เกิดใหม่ สมมตุ ิ
วา่ มนั จะเกิดใหม่วนั นีแ้ หละ คอื ๖๒ ปีน่ะมนั ตายไปแลว้ น่ีมนั จะขนึ้ ใหม่นะเน่ีย ก็เลย
ว่าจะฉลอง ไดฉ้ ลองของใหม่หลายอย่าง คือธรรมาสนก์ ็ใหม่ ผทู้ ่ีมารว่ มพิธีก็มใี หม่
มาก แลว้ กเ็ ป็นรอบใหมข่ องอายดุ ว้ ย อยา่ งนีแ้ หละเรียกว่าเทศนฉ์ ลอง ฉลอง
ธรรมาสนใ์ หม่ แตก่ ็ไม่ใช่องคใ์ หมห่ ละ องคเ์ ก่าท่ีเทศนท์ ่ีสอนอย่นู ่ี ฉะนนั้ ตอ่ นีไ้ ปให้
พวกเราทกุ คนพากนั ตงั้ ใจฟัง

นโมตสั สะ ภควโต อรหโต สมั มาสมั พทุ ธัสสะ (๓ ครงั้ ) ปฏริ ูปเทสวาโส จ ปพุ เฺ พ
จ กตป�ุ ฺญตา

ตอ่ จากนีไ้ ปพวกเรา เราท่านทงั้ หลายท่ีไดม้ ารว่ มงานคลา้ ยวนั เกิดและกต็ งั้ ใจ
มาแสดงมทุ ิตาคารวะแกห่ ลวงพอ่ น่ีแหละ หรือบางคนกเ็ รยี กว่าอาจารย์ มนั หลาย
แลว้ แตใ่ ครเรยี กกถ็ กู คนนนั้ นะ่ คือคลา้ ยวนั เกิด แต่มนั ไมใ่ ชว่ นั เกิดจรงิ ๆ มนั เป็นวนั
คลา้ ย เหตนุ นั้ เม่ือปรารภธรรมแตล่ ะครงั้ น่ี หลวงพ่อก็มีความรูส้ กึ ว่า มนั เป็นวนั คลา้ ย

79

มนั ไม่ใช่วนั เกิดดงั้ เดิม คือวนั เกิดเดิมน่นั เราเกิดดว้ ยความสงบ เราเกิดกนั สองคนกบั
แม่เท่านนั้ นะ่ รบั รูก้ นั จงึ ว่าเราทาํ วนั คลา้ ยวนั คือวา่ เราถือว่าคนเราเกิดมา มาดว้ ย
บญุ บญุ ท่ีมีมาแตภ่ พชาติน่นั แหละมาสรา้ งใหเ้ กิดเป็นรูปรา่ งกายอย่างนี้ จงึ วา่ เราก็
มาทาํ บญุ วนั เกิดกนั ปัจจบุ นั คนสมยั ใหม่ ลกู หลานของพวกเราก็เขา้ ใจกนั อย่างนนั้
วา่ เกิดมาแลว้ ก็ตอ้ งทาํ บญุ ถึงว่าเกิดใหม่ๆตวั เดก็ ยงั ไม่รูจ้ กั ทาํ และทาํ ไมเ่ ป็น พอ่ แม่ก็
ทาํ ใหล้ กู ทกุ วนั นี้ เราก็จะเห็นไดว้ ่าการเกิดมาเป็นคนในโลกนีก้ ต็ อ้ งเกิดมาทาํ บญุ มา
ทาํ ความดีกนั ทงั้ หมดน่นั แหละใหเ้ ราเขา้ ใจอยา่ งนี้

เหตนุ นั้ อย่างหลวงพ่อเกิดกเ็ หมอื นกนั ก็พิจารณาถึงท่เี กิดท่มี าของชีวิตของ
รา่ งกายมาตลอดน่นั แหละ อย่างท่ีปฏิบตั ิธรรมภาวนาเจรญิ กรรมฐานมายาวนานก็
เหมือนกนั เรากพ็ ิจารณายอ้ นหลงั พจิ ารณาหวนระลกึ ถึงท่ีเกิดท่ีมาอยตู่ ลอดแลว้ ถึง
บญุ วาสนาบารมีท่ีเราทาํ มาแตใ่ จโดยเฉพาะน่ี คือพิจารณาตามหลกั ธรรมะ ตาม
หลกั คาํ สอนพระพทุ ธเจา้ น่นั แหละ อย่างท่ีทา่ นวา่ บพุ เพนิวาสานสุ ติญาณอย่างนี้
มนั ก็มีมาตงั้ แตค่ รงั้ พระพทุ ธเจา้ น่นั พิจารณาถึงตน้ กาํ เนิดท่ีเกิดท่ีมาของรา่ งกาย
อย่างนี้ เราก็หมายเอาตน้ ท่เี ราไดเ้ กิดไดอ้ าศยั ในชีวิตของผใู้ หเ้ กิด ก็อย่างแม่อย่างนี้
หละ เป็นหลกั ท่เี รากาํ หนดเอาปัจจบุ นั อย่างนี้ ฉะนนั้ ส่วนบญุ กศุ ลกรรมตา่ งๆท่ีเราทาํ
มาตงั้ แตอ่ ดีตชาตนิ ่ีเบอื้ งหลงั แตล่ ะคนมีมาหมดเหมอื นกนั จะมากหรอื นอ้ ย แตกต่าง
กนั ตามกาํ ลงั แห่งบญุ กศุ ลบารมที ่ีไดท้ าํ มาอยา่ งนี้ แลว้ ก็พจิ ารณาถึงชีวิตนิสยั ของ
ตวั เองมาตลอดว่ามนั แสดงบอกอย่างนี้ แสดงบอกถึงกรรม ถงึ ความดีท่ีเราไดท้ าํ มา
เบอื้ งหลงั ท่ีสง่ ผลใหเ้ ราไดม้ าเกิดมามชี ีวิตปัจจบุ นั อยา่ งนี้ ก็ทาํ ใหเ้ ราไดเ้ ห็นความดี
และมีความภาคภมู ใิ จในชีวิตท่ไี ดเ้ กิดมาเป็นคนเป็นมนษุ ยน์ ่ี แตว่ ่าคนอ่ืนเขาก็คงจะ
ไมแ่ ตกตา่ งกบั เราเพราะเขาก็มาทางเดียวกนั ทงั้ หมดน่นั แหละ พระเณร อบุ าสก

80

อบุ าสิกาน่ี ไมไ่ ดม้ าตา่ งท่ีตา่ งทางกนั คือมาทางเดียว ทางพ่อทางแม่ทาํ ใหเ้ กิดใหม้ า
อยา่ งนีเ้ หมือนกนั

เช่นนนั้ เร่อื งท่ีจะอธิบาย ท่จี ะเทศนว์ นั นีก้ ็ไมใ่ ช่เร่อื งท่ีจะเทศนธ์ รรมะท่ีแตกตา่ ง
จากชีวติ จากความเกิดของรา่ งกายของเราทกุ คนนะ่ แหละ อยา่ งท่ีหลวงพอ่ เกิดก็
เหมือนกนั หละ พอเกิดมาจากแม่อย่างนี้ แตว่ ่าเรามาสมบรู ณค์ ลา้ ยวนั เกิดน่ี เราทาํ
คลา้ ย แลว้ เราก็ทาํ มากคืออาศยั ว่าเราไดม้ าเจริญเตบิ โตและไดม้ าบวชมาปฏิบตั ิ มา
เจรญิ กมั มฏั ฐาน สรา้ งบารมีตา่ งๆ คณุ ความดีท่มี ีมาตงั้ แตว่ นั เกิดถึงปัจจบุ นั อย่างนี้
แหละ มาถึงปัจจบุ นั ท่วี ่านบั แลว้ ๖๒ เต็ม แลว้ จะ๖๒ ยา่ งวนั พรุง่ นี้ อนั นีเ้ ราก็นบั มา
อยา่ งนีห้ ละทีนี้ มนั จะเต็มและมนั จะเร่ิมนบั ตอ่ ไปอยา่ งนี้ เหตนุ นั้ ชีวติ เร่อื งประวตั ิวนั
เกิดก็จงึ มาทาํ กาํ หนดวนั ทาํ บญุ คลา้ ยวนั นีน้ ่ีแหละ คอื ท่ีพดู ใหห้ ลายๆคนรูก้ ็ใหม้ นั ตรง
กบั วนั คลา้ ยวนั เกิดจรงิ ๆ คือวนั พรุง่ นี้ วนั เกิดจรงิ คือวนั พฤหสั แตก่ ็วนั ท่ีนนั้ เป็นวนั ท่ี
กาํ หนดโดยไม่ขาดไม่เกิน แตส่ ่วนโบราณน่นั ท่านถือท่านจาํ กนั ทางจนั ทรคตินะ่ ทา่ น
ไมค่ อ่ ยนยิ มจาํ วนั ท่ี วนั ท่เี รานบั กนั อยา่ งทกุ วนั นี้ ดงั นนั้ ชีวติ ท่ียอ้ นหลงั ไปทงั้ ๖๐กว่า
ปีนี้ สภาพความเป็นอย่ขู องบา้ นเมืองของผคู้ นสมยั นนั้ ไมเ่ หมือนเราทกุ วนั นี้ ยงั เป็น
โบราณ ยงั ไม่ไดศ้ กึ ษาเลา่ เรยี น ยงั อย่ใู นป่ าในดงอย่นู ่ะสมยั นนั้ จงึ ไม่เหมือนทกุ วนั นี้
แลว้ ก็เร่อื งวนั เกิดจรงิ ๆน่ีมนั กไ็ ม่มีหลกั ฐานท่ีน่ี อย่างท่ีหลวงพ่อวา่ พดู กบั คนอ่ืนบอ่ ยๆ
เพราะว่าสมยั นนั้ ไม่สะดวก อยา่ งแม่อย่บู า้ น พอ่ ไปเป็นทหารผ่านศกึ ไปอยใู่ น
สงคราม ไปอยใู่ นสมรภมู อิ ย่างนี้ ก็ไม่ไดม้ าเห็นดว้ ย ไมไ่ ดม้ าช่วยดว้ ย แลว้ จะมอบให้
คนอ่ืนช่วยจาํ ช่วยทาํ ก็ไม่ไดท้ าํ ตามท่ีคาํ ขอ และอย่างวนั เดือนปีเกิดท่านก็ไม่ไดเ้ ขียน
ไมไ่ ดไ้ ปแจง้ เอาไว้ ก็เลยไมม่ ใี บเกิด ถา้ พดู งา่ ยๆ คือใชค้ วามจาํ เอา กอ็ าศยั ว่าแม่เป็น
คนเกิด แม่กเ็ ลยเป็นคนจาํ เป็นแทนใบเกิดใหอ้ ยา่ งนี้

81

พอเกิดมาก็มาเจรญิ เติบโต เราก็มีความบกพรอ่ งคอื ไมม่ ีใบเกิดกบั เขา

เพราะว่าพ่อไม่ไดอ้ ยู่ ไมไ่ ดด้ ู ไมไ่ ดท้ าํ ให้ ฝากพ่ีนอ้ งกาํ นนั ผเู้ ป็นญาติท่านก็ว่าทาํ ให้

แตเ่ วลาไปคน้ ท่บี า้ นท่านมนั ก็ไมม่ ี กเ็ ลยถือว่าวนั เกิดจรงิ ๆน่นั มนั ผ่านพน้ ไปแลว้ ทนี ี้

แตก่ ม็ ีหลกั ฐานคาํ เดียวคือเป็นคาํ ยืนยนั ของแม่ทา่ นวา่ อยา่ งนี้ ทา่ นยืนยนั คาํ เดียว

เด็ดขาดลงว่า วนั จริงๆนะ่ วนั เกิดวนั พฤหสั แตว่ ่าวนั ท่ีเท่าไหร่ แตว่ ่าเดอื นมนี า เดือน ๔

ทา่ นก็กาํ หนดเอาอย่างนี้ กเ็ ลย เราก็ตอ้ งมาปฏิบตั ติ อ้ งมาดนู ิสยั ดกู ิริยาดอู ะไรต่างๆ

ท่เี ราเป็นเจา้ ของรา่ งกาย เรากพ็ อรูไ้ ดว้ ่าถกู จรงิ ๆท่แี มจ่ าํ แม่พดู เพราะแม่กร็ บั รองดว้ ย

คืออย่างอ่ืนน่ีไม่แนน่ อน แต่วนั พฤหสั น่ีไม่มีผิดไม่มเี คลื่อน ท่านพดู อยา่ งนี้ ก็เรากเ็ ลย

รูว้ า่ เออ้ ชีวิตเรามาอย่างนี้ คือมาท่วี ่าเกิดมา มาทาํ มาบาํ เพ็ญมาปฏบิ ตั ิน่นั แหละ ถา้

พดู ตามหลกั น่ะนะ ถา้ พดู ถึงว่าพระประจาํ วนั ก็เป็นพระน่งั สมาธิ คอื ประจาํ วนั ของวนั

พฤหสั กร็ ูท้ กุ สิง่ ทกุ อยา่ งว่ามนั บง่ บอกทางดา้ นจติ ใจตงั้ แตเ่ กิดมาอย่างนี้ มนั จะมี

หลกั สมาธิโดยธรรมตลอด ซง่ึ เราไม่เคยมาบวช เรากจ็ ะไดด้ ไู ดเ้ หน็ ชีวิตท่เี ป็นฆราวาส

ตงั้ แตเ่ ร่ิมเจรญิ เตบิ โตกเ็ หมอื นกนั ฉะนนั้ สิง่ ท่ีไดเ้ ป็นช่ือเป็นสมมตุ อิ ะไรท่ีตงั้ ใหม้ าน่ี

เรากพ็ จิ ารณาถึงว่ามนั กเ็ ป็นสิ่งท่ีเทียบกบั นสิ ยั ความดขี องชีวิตรา่ งกายทงั้ หมดน่นั

แหละ และก็อย่างท่ีว่า เกิดมากไ็ ม่มีหลายช่ือเหมือนคนอ่ืน เขาจะเรยี กช่ือคาํ เดยี วกนั

มาตงั้ แตเ่ ด็ก ไม่มี แตจ่ รงิ ๆช่ือเดิมนะ่ แหละกย็ งั ไม่ยาวเหมือนท่ีเรามาเจรญิ เติบโต
หรอก ถา้ พดู ถงึ ช่ือแรกๆ พอ่ แม่เรยี กกนั ว่า สิทธิ์ เฉยๆ สิทธิน่นั แหละ ถา้ พดู ถึงเขียน
เป็นตวั หนงั สือน่ะ คลา้ ยๆว่าชีวิตกรรมน่ีมีสิทธิ์เกิดมา กรรมเป็นผทู้ ่ีอปุ ถมั ภม์ า และมี
สิทธิ์ท่ีจะมาสรา้ งชีวิตสรา้ งความดีต่างๆในโลกมนษุ ยเ์ ราน่ีแหละ มาปฏบิ ตั ิคณุ ความ

ดีใหเ้ กิดใหม้ ีใหเ้ ต็มท่ีอย่างนี้ และในชีวิตก็มีความรูส้ กึ อยใู่ นจิตตลอดว่าถา้ เราจะทาํ

สิง่ ใด เราตงั้ ใจในสิ่งใดน่ี ใจมนั แน่วแนแ่ ลว้ มนั ไม่เคยกลวั ไม่เคยทอ้ ถอย อย่างชีวิต

ตงั้ แตเ่ ร่มิ ตน้ จนตลอด จนไดม้ าบวชก็เหมือนกนั นะ่ ก็ทาํ ใหเ้ ราเห็นทะลเุ หมอื นกนั

82

หมด มนั ไมเ่ ปล่ียนแปลงตรงนีห้ ละทีนี้ จงึ ว่ามนั เป็นความแน่วแน่ความม่นั คงท่ีไม่
เคยกลวั เคยคดิ ลงั เลใจ ก็ทาํ ดว้ ยความม่นั ใจ ดว้ ยความแน่ใจตลอด

แตบ่ างครงั้ เร่อื งการทาํ การปฏิบตั กิ ็มีการท่เี รยี กว่าเปลยี่ นแปลงหรอื ทาํ ใหเ้ รา
ตอ้ งประมาทไปไดก้ ็มี แตผ่ ลท่ีออกมาท่ีไดร้ บั มนั ก็กลบั คนื มาหละทีนี้ กลบั คืนมาได้
อย่างนี้ กเ็ รยี กว่ามนั สอนใหเ้ ราไดพ้ ิจารณาถึงว่าความท่เี ราตงั้ ใจมากไปอย่างนี้
ความท่ีเราเช่ือเกินไปอยา่ งนี้ เรากต็ อ้ งปรบั สภาพจิตใจใหม้ นั อย่ใู นความท่ีพอดีอย่าง
นี้ อยา่ งท่เี ราพดู ว่า ใครกพ็ ดู กนั ว่าถา้ ทาํ อะไร ถา้ ตงั้ ใจมากเกินไปหรอื เกรง็ มากเกินไป
น่ี มนั กไ็ ม่คอ่ ยถกู ตอ้ งหรอื มนั ไม่คอ่ ยไดต้ ามเปา้ หมายอะไร ก็มีอยู่ ยกตวั อย่าง อย่าง
พระพทุ ธเจา้ ของเราน่ีกเ็ หมอื นกนั ความท่ีพระองคต์ งั้ ใจมากครงั้ แรกนะ่ ก็จะบาํ เพญ็
แสวงหาทางตรสั รูอ้ ย่างเต็มท่ี ท่านก็ผิดพลาดคลาดเคล่อื นไปถงึ ๖ ปีอยา่ งนี้
เพราะว่าความตงั้ ใจมากเกินเต็มท่ีอะไรอยา่ งนีม้ นั กเ็ ลยลงไม่ถกู ท่ีถกู ธรรม และ
บางอย่างน่ีชีวติ ท่เี รามีประสบการณผ์ ่านมาก็เหมอื นกนั หละทีนี้ เราก็ดมู าตลอด ก็
เลยจะตอ้ งปฏบิ ตั ิจติ ปฏบิ ตั ิตอ่ รา่ งกายมาใหม้ นั พอเหมาะพอดี ใหม้ นั ไดส้ ดั ไดส้ ่วน
อะไรอย่างนี้

แตบ่ างครงั้ มนั กก็ าํ ลงั ใจมากเกิน มนั กไ็ ม่ห่วงชีวิตและไม่กลวั ตาย เป็นนสิ ยั
เป็นชีวิตดงั้ เดมิ น่ะแหละ บางครงั้ อย่างพดู กบั แมด่ ว้ ยกนั มาแตเ่ กิด แมเ่ คยพดู อย่วู ่า
บางครงั้ เน่ียเราทาํ เกินวยั เกินอายเุ พราะว่ารา่ งกายหรอื อายยุ งั นอ้ ยแตท่ าํ งานมาก
ทาํ งานของผใู้ หญ่ ก็ทาํ อย่างนนั้ จรงิ ๆอะ้ บางที เพราะว่าจติ ใจกาํ ลงั ใจมนั พาให้ ชวน
จติ เราทาํ ไปกเ็ ลยรูจ้ กั เรอ่ื งกาํ ลงั ใจกาํ ลงั ความดีท่ีเราเกิดมาดว้ ยธรรม หรอื ว่ามสี ิทธิ์ท่ี
จะมาปฏบิ ตั ิชีวิต สรา้ งความดสี รา้ งบารมีใหม้ นั ไดต้ ามท่ีว่าเราไดม้ ีมลู มีพืน้ มีฐานมา
น่นั หละ ก็มาพิจารณาเห็นถึงความเกิด ความท่ีเรามาดว้ ยความลาํ บากหรอื กาํ พรา้
อนาถาบา้ ง ก็คนอ่ืนก็เกิดเหมือนกนั มีญาติมีพ่อแม่ตระกลู พ่ีนอ้ งเหมือนกนั แตข่ อง

83

เราบางอย่างน่ีเราพจิ ารณาแลว้ กก็ าํ พรา้ อนาถาดว้ ย เพราะการเกิดก็ไมไ่ ดอ้ ย่ใู น
สภาพท่อี บอ่นุ และก็ผทู้ ่ใี หค้ วามดแู ลชว่ ยเหลือกไ็ ม่เหมือนสมยั นี้ อยา่ งท่ีพ่อท่านก็
ไมไ่ ดอ้ ย่ไู ดด้ ดู ว้ ยอะไรอยา่ งนี้ ก็เรยี กว่าความเกิดจรงิ ๆน่นั มนั ไม่เหมือนวนั คลา้ ยวนั
เกิดอย่างท่เี ราทาํ บญุ อย่วู นั นีห้ รอก มนั อย่ใู นสภาพท่ีเป็นธรรมสอนใจ คือมนั สงบ มนั
ไมไ่ ดม้ อี ะไรท่ีจะมาอนโุ มทนามารว่ มเสรมิ สรา้ งบารมี แต่ว่าเรากส็ รา้ งขึน้ มาดว้ ยการ
ปฏบิ ตั ิ ดว้ ยรูว้ ่าเราไดท้ ่ีมาทางมาอย่างนีแ้ ลว้ เราก็ไดเ้ ห็นว่าการเกิดมาในชาตินี้ เกิด
มาเพ่อื ใชห้ นีใ้ ชก้ รรมใชก้ ิเลสใหห้ มดสิน้ กนั ไป ความรูส้ กึ อยา่ งนีม้ ีในใจมาตงั้ แตเ่ กิด
หละทีนี้ จงึ ไมไ่ ดห้ ลงไปทางอ่ืน ถึงใครจะชกั ชวนใหไ้ ปเรยี นไปหาอาชีพยงั ไงมนั ก็ไม่
ไปนะ่ ใจ มนั มีความแนใ่ จว่าอย่างนนั้ มนั มคี วามแนบสนิทในใจอยา่ งนนั้ จงึ ว่าความ
เป็นมาของชีวติ ของวนั เกิดมนั กเ็ ลยทาํ ใหเ้ รามองตรงมองทะลอุ ย่างนี้ กไ็ ม่ใช่ว่าคน
อ่นื เขาไม่เกิดเหมือนเราแตส่ ว่ นความตงั้ ใจชีวติ นสิ ยั อะไรตา่ งๆน่ีมนั เป็นเคร่ืองบอก
ใหเ้ รา ใหเ้ รามีกาํ ลงั ใจในการปฏบิ ตั ิธรรม

ตงั้ แตเ่ ราเขา้ มาบวชมาปฏิบตั ิน่นั แลว้ มนั กพ็ นื้ ฐานท่ีมาจากฆราวาสอย่างนี้
มนั เป็นหลกั ฐานมนั เป็นพยานใหเ้ ราทาํ แลว้ การทาํ ก็ทาํ ไมไ่ ดไ้ ปแย่งไปเบียดเบียน
คนอ่ืน ทาํ เพ่อื แกไ้ ขเพ่อื ชว่ ยใหเ้ รามีความดคี วามสมบรู ณข์ ึน้ มาน่นั แหละ ความ
สาํ นกึ ในจติ แลว้ ก็นิสยั กเ็ รยี กว่าชอบทาํ เองปกติ ไม่วา่ อะไรทงั้ นนั้ น่ะเราก็ชอบทาํ เอง
ไม่ใชว่ ่าเราเป็นคนดีคนฉลาดคนเก่ง แตว่ ่าในนิสยั ของจติ รกั ความชอบทาํ เอง คือทาํ
ส่งิ ท่ีว่าสบายใจอย่างนี้ ถา้ คนอ่นื ทาํ เรากแ็ ทนได้ แตค่ วามไม่สบายใจเรามอี ยู่ ถงึ ลกู
ศิษยล์ กู หาญาติคนอ่ืนทาํ ใหเ้ ราได้ แตค่ วามไม่สบายใจเรามีเหลืออยู่ ถา้ เราทาํ ของ
เราดว้ ยน่ี เราสบายใจ แตเ่ ราก็ไม่เก่ง ไม่ดี ไม่วิเศษอะ้ แต่มนั เป็นธรรมท่ที าํ ใหเ้ รา
สบายใจไม่ตอ้ งมตี าํ หนิใคร ไม่ตอ้ งมีอารมณก์ บั ใครอย่างนี้ เรยี กว่าเป็นลกั ษณะนิสยั
ท่ีเราเพ่ิงทาํ มา และมคี วามสบายใจและไมเ่ บยี ดเบยี นคนอ่ืนดว้ ย แตห่ ลกั จรงิ ๆก็คอื

84

ความตงั้ ใจซง่ึ ไม่เคยหลงเคยลืมหละทีนี้ ตงั้ ใจตงั้ สติตงั้ ใจทาํ หวงั จะใหไ้ ดผ้ ล ให้
เปา้ หมายตามกาํ หนดไว้ มนั เป็นสิ่งใหเ้ รามองธรรม มองศาสนา มองการสรา้ งกรรม
ตา่ งๆน่ีดว้ ยชีวิตสว่ นลกึ ความรูส้ กึ ท่ีละเอียดออ่ นมนั ทาํ ใหเ้ รามองเห็น อย่างบางครงั้
บางคราวชีวิตเน่ียเป็นฆราวาสอย่างน่ี เราเป็นผชู้ ายอย่างนี้ ผหู้ ญิงเคา้ เป็นพ่สี าวเรา
บา้ ง บางทเี คา้ ไมส่ ะดวกไม่ทนั เวลาเราอยา่ งเป็นฆราวาส เราบอกเขาว่า เออ้ หยดุ
เลย กจู ะทาํ เองดกี วา่ ทาํ อาหารทาํ ครวั ทาํ อะไรตา่ งๆกท็ าํ เองจรงิ ๆแลว้ กไ็ ม่ไดเ้ ก่งแตก่ ็
สบายใจและก็เป็นคนไดอ้ ย่างนี้ เพราะว่าเห็นคนอ่ืนเคา้ ทาํ แลว้ มนั ขดั ๆขวางๆอะไร
อย่างนี้ เรากบ็ อกวา่ เราทาํ เองดกี ว่า สบายดี

อนั นีเ้ รยี กว่าเราปฏบิ ตั ิเราดหู ลกั ธรรม ดนู ิสยั ดหู ลกั ใจน่นั แหละ ถา้ พดู ถึงตาม
หลกั พระพทุ ธศาสนาเรา แลว้ ดคู วามดีท่ีเรามีมาซง่ึ เป็นพืน้ ฐานน่ะ จงึ ว่าเรามรี า่ งกาย
เราก็มีประเทศมีขอบเขตมสี ดั ส่วนทีนี้ มกี ารเกิดมาเป็นคนในโลกนี้ จงึ ว่ายกเป็น
ภาษิตว่า ปฏริ ูปเทสวาโส จ เม่ือเรารูจ้ กั การปฏบิ ตั ิ รูจ้ กั ประเทศขอบเขตรา่ งกาย
ความเกิดมาของคนเราน่ี ปเทสวาโส จ กท็ าํ ชีวิต ทาํ ความดีใหใ้ จของเราไดเ้ กิดแสง
สว่างเกิดความรูค้ วามเขา้ ใจในหลกั ธรรมหลกั คาํ สอนพระพทุ ธเจา้ ได้ น่ีแหละเราเห็น
ว่าความเกิดน่ีเป็นท่ีมาของกรรม ของพระพทุ ธศาสนาเราอย่างท่ีว่า วนั เกิดใครกต็ าม
ทีนี้ ไม่ใช่ว่าเกิดวนั …ปฏบิ ตั ิวนั น่งั สมาธิอยา่ งหลวงพ่ออย่างนี้ คนเรามนั เกิดทกุ วนั
หละทีนี้ ทงั้ ๗ วนั น่ีจะเวียนกนั เกิดไมใ่ หซ้ าํ้ วนั กนั น่ะ ตงั้ แตว่ นั อาทติ ยเ์ วียนรอบไปถึง
วนั เสารค์ รบอย่างนี้ แตว่ ่าสงิ่ ท่ีนาํ ไปเกิดก็คือกรรม คอื ธรรม คือบารมีตา่ งๆนะ่ แหละ
แตว่ ่าทว่าถา้ ดตู ามดวงตามแรงของวนั มนั กม็ ไี ปอกี อนั นนั้ เป็นสว่ นรา่ งกาย แตส่ ่วน
หลกั ท่ีรูช้ ดั จรงิ ๆก็คือจติ ของแตล่ ะคนน่นั หละทีนี้ รูจ้ ิตว่าการมาของเวลาฤกษ์ยาม
ตา่ งๆน่ี มนั ก็ไม่ตา่ งกนั มนั มาจากกรรมท่ีจาํ แนกท่ีสง่ มาทงั้ นนั้ ฉะนนั้ จงึ ว่าไมม่ ี
หลกั ฐานก็จรงิ แตก่ ็รูน้ ิสยั รูค้ วามเป็นมาของใจท่เี คยเกิดเคยเจรญิ เตบิ โตมาจนถึง

85

ปัจจบุ นั น่ะแหละ มนั มีความม่นั ใจ มีความสงบ มคี วามแนใ่ จ แลว้ ก็เป็นผทู้ ่เี รยี กวา่
ทาํ อะไรแลว้ ไมค่ อ่ ยปลอ่ ยใหม้ นั เสียหายทอดทงิ้ คือพยายามท่จี ะตอ้ งเอาใจใส่ อนั นี้
เป็นหลกั การปฏิบตั ิธรรมของพวกเราทา่ นทงั้ หลายหละทีนี้

ถา้ พดู ถงึ วา่ การมีประสบการณเ์ ท่ียวธุดงคไ์ ปทกุ หนทกุ แหง่ ท่ีอดตี ผ่านมาก็
เหมือนกนั บางครงั้ เรามีความคิด มสี ติปัญญาท่จี ะดดั แปลงแกไ้ ขอยา่ งไร ท่ีเคยเลา่
ใหญ้ าติโยมลกู ศษิ ยพ์ ระเณรหลายๆคนไดฟ้ ังอย่างนี้ มนั เป็นความรูท้ ่ีเราไดม้ าจาก
การปฏบิ ตั จิ ากอบุ ายธรรมะต่างๆ ทาํ ใหเ้ ราเกิดขึน้ มาทางจติ ของเราไดเ้ ป็นความ
สว่างใหร้ ูจ้ กั ทางแกไ้ ขอะไรตา่ งๆอยา่ งน่ี กเ็ ลยว่าชีวิตกบั วนั เกิดจรงิ ๆนนั้ ก็ไม่ลงั เล
สงสยั อยา่ งท่แี ม่ทา่ นรบั รองไว้ แตส่ ่วนวนั ท่ีน่ีเรากเ็ ทยี บเขา้ ไป เลือ่ นวนั ขนึ้ วนั ลงไป
อยา่ งนี้ ก็เราไดถ้ ือว่าเราไดท้ าํ ใหม้ นั คลา้ ย แตม่ นั ไม่ใช่วนั แทว้ นั เดมิ น่ีมนั ผ่านพน้ มาที
นี้ แตเ่ ราก็ยงั หวนไประลกึ นกึ ถงึ อยซู่ ง่ึ อดีตท่ีผ่านมายาวนานถึง ๖๐กวา่ ปีอย่างน่ี แลว้
กก็ ารปฏิบตั ิดู ความเป็นมาสม่าํ เสมอตลอดระยะชีวิตน่ีมนั กม็ าตลอด

เหตนุ นั้ ความท่ีแตกตา่ ง สิ่งท่แี ตกจากคนบางคน หรอื แตกตา่ งในรูปในพอ่ แม่
เดยี วกนั กจ็ ะมบี า้ งอย่างนีเ้ พราะว่ามาเกิดแตล่ ะวนั ก็จะมีความดีท่แี ตกตา่ งกนั ไป
จากวนั ของแตล่ ะคน มนั ตา่ งกนั ตรงนนั้ เหตนุ นั้ แม่ทา่ นเคยพดู เสมอ ตอนท่ียงั เด็กยงั
เลก็ ท่านก็พดู ถึงเรยี กว่าใหก้ าํ ลงั ใจ พดู ใหด้ ใี จ ท่านว่าอย่างนีเ้ พราะวา่ แม่น่ีเร่ือง
ผหู้ ญิง หรือเร่อื งความเกิดน่ีแมเ่ ป็นคนท่ีสขุ ภาพไมด่ ี มโี รคประจาํ รา่ งกายมาตลอด
แลว้ ก็เกิดลกู ยาก คลอดลกู ยาก กล็ กู ทงั้ ๗ คนท่ีเกิดรว่ มทอ้ งเดียวกนั น่ะ มผี หู้ ญิง ๔
ผชู้ าย ๓ ทา่ นบอกว่าลกู ทงั้ ๗ คนน่ี ๖ คนน่ี คลอดแตล่ ะคนน่ีก็สลบตาย แลว้ ก็เคยไป
คลอดท่ีโรงพยาบาลคนสดุ ทา้ ยก็มี ท่านบอกว่ามลี กู คนเดียวท่ีไมเ่ หมือนเขา ท่านวา่
อยา่ งนี้ ท่เี กิดไมย่ ากไมล่ าํ บาก แม่ไมร่ ูส้ กึ เลย เกิดมาไม่มีอาการ ไม่ทรมาน ไม่
เจ็บปวด แมจ่ าํ ไดต้ รงนี้ ถึงไมเ่ หมือนคนอ่นื และแมก่ ร็ กั ตรงนี้ ท่านพดู อย่างนี้ ท่าน

86

บอกว่าเกิดมาตอนแรกๆน่ี หลดุ คลอดออกมาน่ีตวั ดาํ ๆ แลว้ ก็ตวั เล็กนิดเดียว ท่านวา่
เพราะคิดว่าจะเลยี้ งไมโ่ ตท่านพดู อย่างนี้ แตก่ ลบั แลว้ เราเกิดมาเราก็ไมไ่ ดป้ ่ วยไข้
ลาํ บาก ก็มบี า้ งตามธรรมชาตมิ าเป็นบางครงั้ บางคราว แตก่ ไ็ มไ่ ดถ้ ึงคราวท่จี ะตอ้ งไป
รกั ษาไปนอนโรงพยาบาลท่ีไหนหละทนี ี้ ไอน้ ีเ้ ป็นเครอ่ื งหมายท่ีทาํ ใหท้ า่ นจาํ ไม่ลมื
แลว้ ก็มีความรกั มาก เพราะว่าไม่ไดท้ กุ ขท์ รมานแม่ พอทา่ นพดู เราก็เขา้ ใจหละ

น่ีเราเรยี กว่ามาดว้ ยความดี ดว้ ยกรรมดี ไมไ่ ดม้ าเบียดเบียน ไมไ่ ดท้ กุ ขท์ รมาน
ใคร เรามาเพ่อื ใชห้ นีส้ ินพอ่ แมข่ องเรา เพราะว่าชาติบงั เกิดเรายงั เหลืออยู่ เราก็รู้
ตวั อยา่ งนีจ้ งึ ไม่ประมาท ไม่พลงั้ เผลอไปใชช้ ีวติ ทางอ่ืนน่ะทนี ี้ คือพยายามท่ีจะใชห้ นี้
ใหจ้ บใหส้ ิน้ กนั ไมเ่ หมอื นคนอ่ืนเคา้ ไมไ่ ดค้ ดิ ไปสรา้ งสรรคส์ รา้ งสมบตั ิวตั ถอุ ะไรอย่าง
อ่ืนอะไรอย่างนี้ คิดไม่ลมื มาตลอด เกิดมาเป็นคนไม่ลมื คณุ พ่อคณุ แม่ นกึ ถึงหนีส้ ินท่ี
เราติดท่านมา ท่ีตอ้ งมาตามใชห้ นีใ้ ชก้ รรมกนั อนั นีม้ นั เป็นหลกั ธรรมท่ีสว่ นท่เี รา
นาํ มาเป็นคติ มาสอนใจตลอดถึงมีชีวิตอย่ใู นวนั สดุ ทา้ ยอย่างคณุ พอ่ ท่ีเอามาบวชมา
ปฏิบตั ิอยดู่ ว้ ยน่ี ถึง ๑๓ ปีติดตอ่ กนั น่ีก็เหมือนกนั กเ็ ป็นการท่ีตอบบญุ แทนคณุ อย่าง
เตม็ ความสามารถหรือเต็มท่ี หรอื ว่าไดส้ บายใจว่าไมไ่ ดม้ ีอะไรบกพรอ่ ง น่ีเรยี กวา่ เรา
มคี วามรูส้ กึ สาํ นกึ ในบญุ คณุ ในทางท่ีมาของรา่ งกายของชีวิต ของกรรมน่นั แหละ
เพ่อื จะไดใ้ หค้ นอ่ืนท่ีเขาไมไ่ ดท้ าํ ไม่ไดค้ ดิ ไดเ้ ป็นคตไิ ปพจิ ารณาอย่างนีว้ ่าการมาของ
ความเกิดของชีวิตน่ีมนั ไม่แตกตา่ งกนั

สว่ นท่ีวา่ บญุ บารมคี วามดีตา่ งๆท่ีเป็นเคร่ืองอปุ ถมั ภน์ าํ มาจาํ แนกส่งมาน่ี มนั มี
พลงั มากนอ้ ยตา่ งกนั หละทีนี้ เพราะว่าทกุ คนจะตอ้ งไดผ้ ลมาจากเบือ้ งหลงั ไม่ว่าเรา
ทาํ อะไรทกุ อยา่ งน่นั แหละ อนาคตอย่ขู า้ งหนา้ มนั ไม่มผี ลใหเ้ ราเพราะเรายงั ไมไ่ ดท้ าํ
มา เราหาทรพั ยห์ าสนิ หาสมบตั ิตา่ งๆสรา้ งความรูต้ ่างกเ็ หมือนกนั เราก็ไดม้ าจาก
เบอื้ งหลงั กนั ทงั้ หมดทนี ี้ เราจะไปเอาผลขา้ งหนา้ มนั ไม่มี เพราะไม่ไดท้ าํ มา ฉะนนั้ เรา

87

จงึ ว่าทกุ คนถา้ เราพิจารณาทางธรรมะของพระพทุ ธเจา้ นนั้ เราพิจารณาไปถึงญาณ
เบอื้ งตน้ ของพระพทุ ธเจา้ ท่วี ่าบพุ เพนิวาสานสุ ติญาณอย่างนี้ คอื ญาณเบอื้ งตน้
ญาณเรม่ิ แรกท่พี ระพทุ ธเจา้ ไดร้ ู้ ทา่ นก็พจิ ารณาดบู พุ กรรม บพุ วาสนาท่ีพระองค์
สรา้ งพระบารมีมาน่นั แตท่ ่านไม่ไดค้ ิดเอาธรรมดาทีนี้ ท่านทาํ จติ ของท่านใหเ้ ป็น
สมาธิสงบแลว้ ก็จติ ใจมีความสว่างเกิดขนึ้ เกิดความรูค้ วามสว่างเกิดขนึ้ ท่านก็นอ้ ม
ไปดจู งึ ว่า บพุ เพนิวาสานสุ ติ คอื ความดีท่ีท่านทาํ มาเป็นบญุ กศุ ลท่ขี าวสะอาดท่ีเคย
เกิดเคยตายมาเบือ้ งหลงั เป็นสตั วเ์ ป็นบคุ คลเป็นอะไรตา่ งๆหลายภพหลายประเภท
อย่างนี้ จงึ วา่ บพุ เพนวิ าสานสุ ติ ท่านมีสติท่ีมาภาวนามาปฏิบตั ฝิ ึกอบรมใหด้ ใี ห้
บรสิ ทุ ธิ์ขนึ้ มา จงึ วา่ ระลกึ ทีนี้ สานสุ ติญาณ มีความรูย้ อ้ นไปพิจารณาดู แตว่ ่าความรู้
ของจิต ความจรงิ ของจติ ทา่ นมี ไม่ใช่ว่าไปนกึ เดาเอา ท่านก็จะเหน็ เป็นทางท่ีตรงไป
คอื ว่าภพชาติ หลายภพหลายชาติท่จี ะตอ้ งเวียนว่ายหาท่ีมาสรา้ งความดี มาแกก้ รรม
ในชีวิตแตล่ ะภพแตล่ ะชาติ ท่านกเ็ ห็น เม่ือมาเห็นแลว้ ท่านกเ็ ห็นความทกุ ขท์ ่ีจะตอ้ ง
มาเวียนมาวา่ ยตายๆเกิดๆอย่างนี้

อยา่ งท่ีหลวงพอ่ วา่ วนั เกิดมนั ผ่านพน้ มา แลว้ กไ็ ม่ตอ้ งเกิดอกี เพราะว่าเกิดมนั
ลาํ บากมนั ทกุ ข์ แตค่ นท่ียงั ชอบยงั หลงความเกิด เคา้ ว่าดี กเ็ ป็นการท่ีทาํ ใหเ้ กิดความ
ปลืม้ ใจหรอื ว่าปีติในความดขี องความเกิดอย่างนี้ แตแ่ ลว้ เน่ียมนั ก็ไม่ดอี ย่างท่ีเราทาํ
ความดีท่ีว่าใหเ้ ราเกิด เพราะเกิดมาแลว้ มนั เกิดความทกุ ข์ เกิดความแก่ ความเจ็บ
ความตาย มนั ตามกนั มา มนั มาจากความเกิด มนั ไม่ไดม้ าจากท่ีอ่ืน ฉะนนั้ ท่านมา
รูจ้ กั อย่างนี้ รูจ้ กั ท่ีมา รูจ้ กั กรรม รูจ้ กั กาํ เนิด รูจ้ กั กรรมท่ีจาํ แนกมาแตล่ ะคนแต่ละ
รา่ งกายนะทนี ี้ และความสขุ ความทกุ ขข์ องรา่ งกายน่ี มนั มีมาสลบั กนั มา คือมนั แย่ง
กนั มาอยา่ งนีต้ ลอด มนั ไมใ่ ชส่ ขุ ตลอดทกุ ขต์ ลอดอย่างท่ีว่านะ่ อย่างท่ีว่าเกิดง่ายเกิด
สบาย ก็พดู กนั แตเ่ พียงว่าเคร่อื งหมายแห่งความดี แตพ่ อเกิดมาแลว้ ความสบายท่ีว่า

88

มนั ก็ไม่มีหละทีนี้ มนั จะตอ้ งดิน้ รน จะตอ้ งสรา้ งสรรค์ จะตอ้ งทาํ โนน่ ทาํ น่ีเพ่ือชีวิตเพ่อื
อนาคตทงั้ นนั้ หละทีนี้ ชีวติ สขุ ภาพเราจะอยไู่ ดก้ ็อาศยั ความหมนุ เวยี นเปล่ียนแปลง
แกไ้ ขดแู ล ตรวจดสู ว่ นความเป็นอย่อู ะไรต่างๆอย่างน่ี มนั กเ็ ป็นกรรม มนั เป็นการตอ้ ง
ทาํ เก่ียวกบั รา่ งกายน่นั แหละ มนั ไมใ่ ช่มีความสงบสขุ เหตนุ นั้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นได้
ญาณไดร้ ูอ้ ย่างนี้ ท่านจงึ มคี วามอ่ิมพอทีนี้ อ่ิมพอในการเกิดเน่ียแหละ ในการมาเกิด
น่ีเพราะไม่ปรารถนาอยากมาเกิด มาวนเวียนอกี มนั เป็นการไมจ่ บไมส่ ิน้ มนั เป็นการ
ยดื ยาว

อยา่ งครูบาอาจารยข์ องสายพวกๆเรานะ่ ท่านไม่คอ่ ยนิยมสง่ เสรมิ เพราะท่าน
ภาวนา ทา่ นปฏบิ ตั ิ ท่านมองเหน็ ตน้ เห็นปลายมนั แลว้ ท่านบอกว่าส่งิ ท่ีมนั แลว้ ๆไป ก็
แลว้ ไปแลว้ เราจะไปทาํ เพ่ิมทาํ ใหม่มนั ก็งอกงามไปอกี อะไรอย่างนี้ ฉะนนั้ เราตอ้ งทาํ
ความเขา้ ใจเรอ่ื งความเกิด เร่อื งกรรม เร่อื งท่ีมา ส่ิงท่จี าํ แนกแจกรา่ งกายชีวิตเรามา
ทกุ คนเน่ียแหละ แตถ่ า้ เรายงั ไม่แกไ้ ข ยงั ไมเ่ ขา้ ใจเร่ืองการเกิด หรอื แกก้ ารเกิดของเรา
เราจาํ เป็นจะตอ้ งทาํ ความดี สรา้ งบารมี ทาํ บญุ กศุ ล เพ่อื เป็นทนุ เป็นบญุ เป็นเสบยี ง
ของตนหละทีนี้ แต่ถา้ เรารูว้ ่าเรามพี อมีพรอ้ มมีเตม็ เราก็สบายไป คนมีสมบตั ิพอแลว้
คนเต็มแลว้ คนกินขา้ วอ่ิมแลว้ กไ็ ม่ตอ้ งกินอีก ไมต่ อ้ งลาํ บาก ไม่ตอ้ งไปแสวงหา ก็อยู่
ในความสงบอยา่ งเดียวมนั ก็อ่ิม เพราะว่าถา้ จิตมนั เขา้ ถึงความสงบเป็นสมาธิเต็มท่ี
มนั ก็อ่มิ ทีนี้ มนั ไม่หิวอะไรซกั อย่างเพราะว่ามนั เต็มแลว้ สิ่งท่ีพระพทุ ธเจา้ ท่านทาํ มา
สรา้ งบารมีใหเ้ ต็ม อย่างท่ีวา่ ท่านก็หยดุ ได้ ท่านกพ็ อหมดหละทนี ี้ อย่างท่ีว่าเพ่ิม
คลา้ ยวนั เกิดไม่ตอ้ งทาํ เพราะว่าท่านรูค้ วามท่ีว่าท่านหยดุ เกิด หรอื ท่านอ่ิมพอใน
ความเกิด ไม่ตอ้ งมาเกิดมาใชป้ ัจจยั ใชส้ มบตั ิวตั ถแุ ละอามสิ ตา่ งๆหละ ไมเ่ อา ทา่ นก็
เลยว่าดจู ิต ดธู รรม ดคู วามอ่ิม ดคู วามท่ีว่าท่านไมต่ อ้ งไปหาสรา้ งความเกิด สรา้ ง
รา่ งกายตอ่ ไปอีก

89

แตว่ ่าเราปัจจบุ นั นีเ้ รากร็ ูว้ า่ บญุ วาสนาสติปัญญาของคนรุน่ ปัจจบุ นั เรากเ็ ห็น
อยวู่ ่าไม่แข็งแรง ไม่สมบรู ณอ์ ะไรอย่างนี้ เรากต็ อ้ งทาํ กนั มนั ก็ไมผ่ ิดเพราะว่าไม่
เหมือนคนสมยั โบราณ คนโบราณน่ีท่านทาํ เต็ม ทาํ ดว้ ยตวั เอง อย่างท่ีหลวงพ่อเคย
พดู ว่านิสยั สนั ทดั ถนดั เร่อื งทาํ เองดว้ ยตวั เอง เรยี กว่าพ่งึ ตวั เอง คอื เร่อื งพ่ึงคนอ่ืนดว้ ย
กาํ ลงั ดว้ ยส่ิงภายนอกน่ีไม่คอ่ ยคิด ส่วนมากก็พ่ึงตวั เองและช่วยตวั เองมา อยา่ งท่เี กิด
ในพ่อในแมก่ เ็ หมือนกนั ท่านเขารกั มาก เพราะว่าเราปฏิบตั ิ ท่านเห็นมาแตเ่ กิด ไม่วา่
จะพอ่ แม่ พวกยาย พวกตา ท่านกพ็ ดู กนั หลาย ท่านก็มีหลกั ฐานว่า ไม่เหมือนคนอ่ืน
คอื สรา้ งชีวิตตวั เองตงั้ แตร่ ูเ้ ดียงสา ตงั้ แต่ทาํ ไมไ่ ดก้ ฝ็ ืนทาํ บางทีกเ็ กินกาํ ลงั เจ็บไขไ้ ด้
ป่วยทรมานก็มีมากมาย เพราะว่ามนั กาํ ลงั ใจ หรือความท่ีว่าเกิดมาสรา้ ง เกิดมาทาํ
อะไรอย่างนี้ เหตนุ นั้ อย่างท่ีวา่ ช่ือเดิมก็ช่ือเดยี ว แลว้ กไ็ ม่มีเปล่ียนช่ือ ไม่มใี ครคนอ่ืน
มาเรียกว่าช่ือเลน่ ช่ือจรงิ มนั เป็นนิมติ เครอ่ื งหมายบอกชีวิตบอกทางดว้ ย คือมสี ิทธิ์
ท่ีมาเกิดในโลกในรา่ งกายนี้ เพราะวา่ มาเกิดมาแกม้ าสรา้ งกรรมท่ีมนั หลงเหลอื อย่ใู ห้
มนั จบสิน้ ไป ไมไ่ ดม้ าเพ่ืออะไร กระทาํ อย่างเดยี ว เพราะความเขา้ ใจอย่างนนั้ มนั
บอกมนั ชีแ้ นะอยา่ งนนั้ แหละ การเรยี นการรูม้ าจากเดก็ ๆรูเ้ ดียงสาก็เหมอื นกนั คือ
แบบว่าใหท้ าํ อะไรเราก็ทาํ อยา่ งนนั้

อย่างเป็นเด็กน่ี ช่ือก็มีสนั้ นิดเดียว แตพ่ อดมี นั เจรญิ เตบิ โตไปเขา้ โรงเรยี นชนั้
ประถม ครูโรงเรยี นก็เขยี นช่ือเพ่ิมใหใ้ หม่ เพ่ิมตวั หนา้ เขา้ ไปเป็น ประ กเ็ พ่ิมขนึ้ อีกเต็ม
หละทีนี้ แตก่ ่อนจรงิ ๆเน่ียของพ่อแมเ่ น่ีย คาํ เดยี ว คอื มีสิทธิ แตต่ อนเราไปเรม่ิ เรยี น
เร่มิ เขา้ โรงเรยี น ทา่ นกเ็ พ่ิมให้ คอื จะตอ้ งปฏิบตั ิ มีสิทธิ์ท่ีจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ รา่ งกายชีวิต
สรา้ งใหม้ คี วามรู้ มีชนั้ ขนึ้ ไปหละทีนี้ เหตนุ นั้ ความดตี ่างๆท่ีเราทกุ คนท่ีเกิดมาสรา้ งก็
เหมือนกนั ไม่ใชว่ ่าจะดตี า่ งกนั มาก หรอื ว่าคนนนั้ คนนีพ้ ดู ก็แบบวา่ เป็นเร่ืองเขา้ ตวั
แตพ่ อพดู ตามหลกั ธรรม หลกั กรรมท่เี รามีมาก็ไมแ่ ตกตา่ งหละทีนี้ แต่วา่ หลกั ใจ หลกั

90

ความตงั้ ใจ สมาธิความม่นั ใจน่ี กาํ ลงั ท่เี ราเตรยี มไวท้ ีนี้ อยา่ งท่ีวา่ เรยี นเป็นเด็ก
นกั เรียน ครูใหเ้ รยี นอะไร ใหท้ ่องอะไรก็ท่องตามนนั้ ไมไ่ ปไหน เพราะว่าหนา้ ท่ี ผลมนั
ออกมา มนั กไ็ ดต้ ามเปา้ เรยี กว่าความตงั้ ใจท่ีเรามงุ่ ไวห้ รอื เราเอาไวต้ รง มนั ก็ไม่
พลาดไปไหน ผลท่ีไดก้ ค็ อื ความดี ครูบาอาจารยผ์ ทู้ ่ีเคยรว่ มเคยอย่มู ีความรกั มาก
เพราะว่าเห็นการทาํ เหน็ การตงั้ ใจ ไม่ไดค้ ิดแยกไปท่ีอ่ืน คือม่งุ ท่ีจะเรยี นท่ีจะสนอง
ความตอ้ งการท่ีท่านขอใหเ้ ราทาํ ท่านก็มองเห็นว่าใจนีต้ อบสนองและตงั้ ใจทาํ ให้
จรงิ ๆ เราถึงว่าครูบาอาจารยห์ รือหมเู่ พ่ือนหรอื อะไรตา่ งๆท่ีเราไดร้ ูจ้ กั พบเห็นกนั อยู่
ปัจจบุ นั เป็นรุน่ ครูบาอาจารยบ์ า้ ง รุน่ เพ่ือนสหธรรมกิ หรอื พระเณร ลกู ศิษยล์ กู หา
อย่างนี้ กไ็ ดอ้ ยรู่ ว่ มกนั ไดเ้ ห็น ไดร้ ูน้ ิสยั รูก้ ารปฏบิ ตั ิต่างๆน่ี เราก็เห็นกนั อย่ดู ว้ ยการได้
อยรู่ ว่ มกนั

อยา่ งท่ีวนั เกิดก็เหมือนกนั กไ็ ม่ใช่ว่าเป็นพิธีทาํ ทางท่ีบางท่ีบางท่านเคยทาํ คือ
ทาํ แบบใหม้ นั เป็นการท่ีแสดงออกซง่ึ ความท่พี บปะหรอื สงั สรรค์ หรอื เป็นการท่ีแสดง
ความเคารพคารวะตามฐานะ ตามขนั้ ตามภมู ขิ องพวกเรา ตามอายพุ รรษาอย่างนี้
ฉะนนั้ ชีวติ นิสยั ท่ีว่ารกั ความสงบ และก็มีความม่นั ใจในการทาํ ทกุ ส่งิ ทกุ อยา่ ง และก็
เป็นความท่ีนิสยั มีความเคารพเกรงใจอย่างนี้ อยา่ งท่พี ดู ว่าจดั งานอยา่ งนี้ ครูบา
อาจารยท์ ่านท่ีมอี าวโุ สสงู กวา่ ท่านมีอายชุ ราภาพ ก็ไม่อยากนิมนตท์ ่านเพราะจะ
เป็นการลาํ บาก ทกุ สง่ิ ทกุ อย่างเราก็ทาํ ได้ สวดมนตก์ ส็ วดได้ เทศนก์ ็เทศนไ์ ด้ เพราะ
เราเตรยี มไว้ เราปฏบิ ตั ิมาตลอดอยา่ งนีห้ ละทีนี้ กเ็ ลยว่ามอี ะไรจะทาํ น่ีเราพรอ้ ม

เราเตรียมเหมอื นจะออกต่อสกู้ บั ขา้ ศกึ บางทเี รากพ็ ดู ออกไปว่าเราไม่ใช่เหมอื น
ลกู คนอ่ืน ชีวิตของเราคือลกู ทหารผ่านศกึ สายเลือดของพ่อน่ีมนั มาเป็นรา่ งกายเรา
สมบรู ณแ์ บบ ไม่เคยกลวั อะไรตรงนีเ้ พราะว่าผา่ นศกึ ในสมยั สงครามจรงิ ๆ พอ่ กเ็ ลา่
ประวตั เิ ร่อื งราวใหฟ้ ังจาํ ไดห้ มดท่ีผ่านพน้ รอดชีวิตมาได้ ก็พดู ตรงๆว่าเสย่ี งมา รอดมา

91

ดว้ ยบญุ บางคนท่รี ุน่ เดยี วกนั เคา้ กต็ ายในสมรภมู ิมากมายท่านว่า น่ีแหละ จึงว่ามนั มี
กรรม มกี รรมตวั นีแ้ หละ มีรา่ งกายมีสายเลอื ดอย่แู ลว้ มนั ถึงมีความกลา้ หาญ มี
ความพรอ้ มอะไรอย่างนี้ เพราะการฝึกตามระเบยี บวินยั ของทางทหารก็มีอยู่ มนั ก็
เป็นนิสยั เขา้ ไปฝังไวใ้ นรา่ งกายหละทีนี้ เราก็เหน็ เหน็ ว่ากรรมมนั มาอย่างนี้ มนั ก็
ใหผ้ ลเราใหไ้ ดผ้ ลเห็นของกรรมมนั แสดงบอกอย่างนี้

จงึ ว่าความเคารพยาํ เกรงอนั นีห้ นง่ึ มนั กเ็ ป็นนิสยั ความประพฤตอิ ่อนนอ้ มถ่อม
ตน นีม้ นั กเ็ ป็นนสิ ยั ท่ีปฏิบตั ธิ รรมดว้ ยความเคารพ คอื ไม่มีความคดิ ลว่ งเกินประมาท
อะไรตา่ งๆน่ี ถึงเราจะทาํ เป็นพิธีกรรมคารวะหรอื อะไรตา่ งๆครูบาอาจารย์ ในจิตจรงิ ๆ
มนั ไม่คอ่ ยมีทีนี้ เราทาํ ไปเป็นเพียงกิรยิ าภายนอกแค่นนั้ เพราะในจิตในนิสยั มนั ไมม่ ี
อยา่ งนนั้ มนั ระวงั มนั มีสตมิ นั อะไรต่างๆอยา่ งนีต้ ลอด แลว้ เป็นความดี เป็นกรรม
เป็นการมาดีหรอื ว่าเป็นวนั ดีวนั เกิดวนั แรกท่ีเกิดผ่านพน้ มา แตว่ นั นีม้ นั เป็นวนั คลา้ ย
ทนี ี้ มนั กใ็ กลน้ ่ะแหละ เพราะวนั นีเ้ ป็นวนั พธุ พรุง่ นีก้ เ็ ป็นวนั พฤหสั วนั ท่ี ๖ มนั กช็ นรอบ
พอดี ก็เลยเลือ่ นวนั เวลาขึน้ มาเป็นวนั ท่ี ๕ ท่ี ๖ ซะ แต่ทกุ ปีเรากจ็ าํ ไดว้ ่าจดั ๔ ๕ อยา่ ง
นี้ กเ็ ลยจาํ กนั แต่ว่ามนั ติดกนั อยู่ มนั ไม่เคลอ่ื นคลาดกนั มาก

น่ีในการท่ีเรยี กว่าลกู ศษิ ยล์ กู หาฝ่ายโยมนะแหละ ขอรอ้ งคืออยากจะทาํ ใหเ้ ป็น
บญุ เพราะหลวงพ่อเองก็ทาํ แตบ่ ญุ อย่างเดยี ว บางทเี ราก็พดู ใหห้ ม่ทู ่ีสนิทกนั วา่ เอย้
ช่ือเรามนั กบ็ อกอยแู่ ลว้ เวย้ ช่ือฉายา ช่ือพระมนั ก็มอี ยู่ ปญุ ญะมากโร จะแปลว่าบญุ
มากน่นั แหละ เราทาํ มามากแลว้ เราไม่บกพรอ่ งหรอกเร่ืองบญุ ว่าอย่างนี้ เราแปล
ตามตวั ตามท่ีเรารูส้ กึ เราไดม้ า เราอย่มู าอย่างบญุ นะแหละ มนั ไม่ไดไ้ ปไหนทีนี้
ตามมา ฉะนนั้ มีความอ่ิมความพอความพรอ้ มทกุ อย่าง เพราะวา่ ปัจจบุ นั ท่เี ราทาํ อยู่
เน่ียแหละ ตงั้ แต่เกิดมา ตงั้ แต่ ๖๐กว่าปียอ้ นหลงั อย่างนีแ้ หละ มนั ก็เต็มมาสมบรู ณ์
มาตลอด มนั ไมเ่ คยบกพรอ่ งการทาํ ความดกี ารปฏบิ ตั ิธดุ งคข์ อ้ วตั ร หรอื การดดั

92

ทรมานรา่ งกายในเร่อื งประกอบความพากความเพยี รปฏปิ ทา มรรคอยา่ งนี้ ฝึกทาํ มา
ตลอด ถงึ จิตใจมนั จะมีอารมณ์ มีนิวรณม์ อี ะไรตา่ งๆ เรากจ็ ะสามารถท่ีจะระงบั ดบั
อารมณไ์ ด้ ใหม้ นั สงบลงได้ ซง่ึ ไมเ่ หลือความสามารถหละทีนี้ เพราะว่าความดีท่ีเรามี
หรอื ว่ากรรมท่ีเราเกิดมา สมาธิท่เี ราไดพ้ ืน้ ฐาน คอื ว่ามนั เกิดตามดวงตามวนั ท่ีเราได้
แน่ใจไดเ้ ห็น แลว้ ก็มีแมเ่ ป็นผรู้ บั รองประกนั ใหด้ ว้ ย เรากเ็ ลยไม่ลงั เลใจ เรากเ็ ลยรูว้ ่า
มนั ถกู ตรงตามเร่อื งของวนั เวลา ของการหมนุ เวียนของโลกน่นั แหละ

แตเ่ รอ่ื งการปฏิบตั ิ เร่อื งความม่นั ใจ หรอื การท่ีเรยี กว่าความตงั้ ใจนนั้ มนั เป็น
หลกั ธรรม หลกั ศาสนาท่ีใหพ้ วกเราทงั้ หลายไดน้ าํ ไปพจิ ารณาทีนี้ นาํ ไปปฏบิ ตั ิไป
สรา้ งความเกิดใหม้ นั สมบรู ณ์ ใหม้ นั มสี ตปิ ัญญามาแกก้ รรมแกค้ วามเกิดน่ี ใหม้ นั
หยดุ ได้ ใหม้ นั ไม่ตอ้ งยดื ตอ้ งยาว ตอ้ งไปทาํ บญุ เพ่มิ เตมิ อะไรมากมายอกี เรามา
ปฏิบตั ิธรรมมาแกก้ รรมตวั นี้ กรรมตวั นีม้ นั ก็มาจากกิเลส ไม่ไดม้ าจากท่ีอ่ืนหรอก ก็
มาจากรา่ งกายกิน มนั กินแลว้ มนั ก็ไดม้ าเกิด พอมนั เกิดแลว้ มนั ก็มาแก่มาเจบ็ มาตาย
ตอ่ ถา้ เรารูจ้ กั ว่ามนั เกิดมนั เป็นทกุ ขม์ นั เป็นสง่ิ ท่ีไม่ดี เราก็มาแกท้ ีนี้ มาแกก้ ายแก้
ความเกิดเราน่ี เรามาพิจารณารา่ งกายดว้ ย กายคติกรรมฐาน ดว้ ยวิปัสสนาปัญญา
อย่างนี้ ใหม้ นั รูแ้ จง้ เห็นจรงิ ในสภาพของรา่ งกายในส่วนภายใน ในส่วนท่ีเนือ้ หนงั
หอ่ หมุ้ เอาไว้ เหมอื นกบั ว่าเราก็ตอ้ งมารือ้ มาถอนมารา่ งกายท่ีมนั เป็นบา้ นเป็นเรอื น
ของอวิชชาออกทีนี้ มนั จะไม่ไดม้ าเป็นเจา้ ของมาเกิดหละทนี ี้ ไมไ่ ปหาสรา้ งบา้ นสรา้ ง
เรอื นตอ่ ไปอีกในภพในชาตหิ นา้

แตถ่ า้ เรามารูใ้ นปัจจบุ นั เรามจี ิตต่ืนขึน้ เรารูจ้ กั ว่ายงั ไม่ลา่ ไมส่ ายเกินไป
พระพทุ ธศาสนายงั มีสมบรู ณ์ ยงั มีผปู้ ฏบิ ตั ิมคี รูบาอาจารยผ์ ทู้ า่ นแนะนาํ ส่งั สอนอยู่
อย่างนี้ และท่านก็ทาํ ตวั อย่างใหเ้ ราเห็นอยอู่ ยา่ งนี้ อย่างท่ีวนั เกิดทกุ วนั ๆท่านก็อยู่
ดว้ ยธรรมทกุ วนั อย่ดู ว้ ยปฏิบตั ิ อย่ดู ว้ ยเดินจงกรมภาวนาทกุ วนั กเ็ ป็นตวั อย่างใหเ้ รา

93

เหน็ หละทนี ี้ เรามาตอ้ งปฏบิ ตั ิใหช้ ีวติ ใหค้ วามเกิดของเราน่ีมนั มีธรรม มเี ครอ่ื งอยู่ คือ
แกอ้ ย่อู ย่างนีห้ ละทีนี้ ไมใ่ หม้ นั ไปเกิดไปยาวไปอกี อย่างเราทาํ บญุ เราก็ทาํ เฉพาะ
หละทีนี้ ไม่ตอ้ งเผ่ือว่าชาติมากมายขา้ งหนา้ ท่เี ราไม่มกี าํ หนด เรากก็ าํ หนดเอา
สดั ส่วนท่เี ราทาํ อยู่ คอื ไมต่ อ้ งสรา้ งอะไรมากมาย จะตอ้ งใชว้ ตั ถใุ ชป้ ัจจยั อามิส เรา
ตงั้ ใจปฏิบตั อิ ย่างเดียวน่ีแหละ ปฏบิ ตั ิธรรมบชู าธรรมอย่อู ย่างนี้ น่ีหละเรยี กว่าเป็น
ผทู้ าํ วนั เกิดของตนใหห้ ยดุ ใหส้ งบน่ิง ทาํ วนั เกิดของเราแตล่ ะท่านละองคล์ ะคนเน่ีย
แหละใหม้ นั เป็นกศุ ล ใหม้ นั เป็นความดีเอามาแลกเอาสตปิ ัญญาในพระพทุ ธศาสนา
เอาความดบี ารมตี า่ งๆมารวมกนั ใหม้ นั เต็มขนึ้ ในปัจจบุ นั ชาติ เรากจ็ ะเห็นความอ่ิม
ความสขุ ความสมบรู ณ์ แลว้ กค็ วามท่ีเกิดแกเ่ จ็บตายหยดุ ได้ เรยี กว่าเป็นความพน้
ทกุ ข์ เป็นอมตะ เรียกวา่ เป็นพระนพิ พาน

ฉะนนั้ จงึ สมท่ีอาตมาไดย้ กไวว้ า่ ปฏิรูปเทสวาโส จ ปพุ เฺ พ จ กตป�ุ ฺญตา เม่ือ
เรามารูจ้ กั ศาสนา รูจ้ กั ขอ้ ปฏบิ ตั ิ รูจ้ กั ชีวิตนิสยั ของเราแตล่ ะคน แลว้ เรานอ้ มธรรม
นาํ มาปฏบิ ตั ิทนี ี้ มาขดั มาดดั นสิ ยั ของเราซง่ึ เป็นสว่ นท่เี ป็นกิเลส เป็นบาป เป็นกรรม
สง่ิ ไม่ดี เราก็ขดั เกลาออกไป หรอื เรากไ็ ม่ปลอ่ ยใหม้ นั ทาํ บาปทาํ ผิดไป จงึ ว่านิสยั
ในทางท่ไี ม่ดี ท่เี ป็นบาป หรอื ความท่ีเรยี กว่า ความคิดท่ีมนั ไม่สงบอย่างนีเ้ ราก็
พจิ ารณากาํ จดั ขบั ไลอ่ อกไป เรยี กว่าเราอยใู่ น ปฏิรูปเทส คอื อย่ใู นรา่ งกายท่ีมธี รรมมี
ศาสนามีเครอ่ื งสอ่ งแสงสวา่ งมอี ย่ใู นใจของเราอยา่ งนี้ เรยี กว่าบญุ ท่ีเราไดม้ ากจ็ ะมา
ช่วยมาเป็นพลงั ใหเ้ ราไดอ้ ่ิมไดเ้ ต็มทีนี้ ไม่ใหเ้ ราไดห้ ิวกระหาย ไดเ้ วียนว่ายตายเกิด
คลา้ ยวนั ขา้ งหนา้ อีกหลายรอบ หลายภพหลายชาตนิ ะ่ ทีนี้ เรยี กว่าเป็นผสู้ งบจบลง
ดว้ ยการมาปฏบิ ตั ิ มาแกก้ ิเลส เอาธรรมะคาํ สอนของพระพทุ ธเจา้ น่ีมาแกม้ าลา้ งมา
ระงบั ดบั ลงอยา่ งนี้ เรากจ็ ะเป็นผไู้ มต่ ายทีนี้ จะไมไ่ ดน้ บั อายหุ ละทีนี้ ไมไ่ ดน้ บั ว่าลว่ ง
มาแลว้ เทา่ นนั้ ปี เราขอตอ่ ไปอีกเท่านนั้ ปี บางทีเรากพ็ ดู อวยพรกนั ว่าขอใหย้ ืนไปอกี

94


Click to View FlipBook Version