The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นั่งสมาธิทำไมจิตถึงไม่สงบ โดย หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทีมงานกรุธรรม, 2022-02-03 19:25:15

นั่งสมาธิทำไมจิตถึงไม่สงบ โดย หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

นั่งสมาธิทำไมจิตถึงไม่สงบ โดย หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

Keywords: นั่งสมาธิทำไมจิตถึงไม่สงบ,หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

น่ังสมาธิ ทาํ ไมจติ ไมส่ งบ
หลวงป่เู ปล่ยี น ปัญญาปทีโป
พวกท่านทงั้ หลายท่ีเป็นอบุ าสก อบุ าสิกา หรอื เป็นบรรพชติ
ก็ดี ท่ีเราไดพ้ ากนั ตงั้ จิตตงั้ ใจ ผมู้ ีศรทั ธาเล่อื มใสในการประพฤติ
ปฏิบตั หิ ดั ตนเองเพ่ือตอ้ งการความสขุ ความสบาย ทงั้ กายและ
ทงั้ ใจนนั้ เหตฉุ ะนนั้ การท่ีนกั ปฏิบตั ทิ งั้ หลาย ทงั้ อบุ าสก
อบุ าสิกาก็ดี ทงั้ บรรพชิตทงั้ หลายก็ดี ท่ีการเสาะแสวงหาซง่ึ ได้
เจรญิ เมตตาภาวนาตามถา้ํ ตามเหวก็ดี ขนึ้ ภเู ขาเหลา่ กาท่ีไหนก็
ดี แสวงหาครูบาอาจารยไ์ ปตลอด เป็นผมู้ ีศรทั ธาอยเู่ พ่ือฝึกฝน
อบรมจิตใจของตนใหส้ งบระงบั เป็นสมาธินนั้
แตห่ ากเราทกุ คนไม่ตงั้ จิตตงั้ ใจจรงิ ๆแลว้ มีแตศ่ รทั ธาเฉยๆ
ถา้ เห็นคนอ่นื กลา่ ววา่ อย่างนนั้ อยา่ งนี้ การทาํ สมาธิเพ่ือจะทาํ ให้
จิตใจตงั้ ม่นั เป็นสมาธิ ตนเองก็อยากทาํ อยู่ ก็อยากสงบอยู่ มี
ศรทั ธาอยู่ แตไ่ ม่ไดต้ งั้ จิตตงั้ ใจมีความเพียรขยนั ขนั แขง็ อะไร
แลว้ มนั ก็เป็นไปไมไ่ ด้

1

การทาํ ดา้ นจติ ใจน่ีตอ้ งมีความพากความเพียรจรงิ ๆ เอาจรงิ
เอาจงั ไมใ่ ช่ของทาํ เลน่ จงึ จะเป็นสมาธิได้ จิตใจของเรา ทกุ คน
น่นั แหละไมว่ า่ บรรพชิตหรอื คฤหสั ถ์ หากไมท่ าํ เอาจรงิ เอาจงั แลว้
ทาํ ความเพียรแลว้ มนั จะไปไดท้ ่ีไหน เหมอื นกบั บคุ คลท่ีเราคดิ
จะไปหาจดุ หมายปลายทางท่ีโนน่ ท่นี ี้ เราคดิ อยากไปเฉยๆ แต่
แลว้ ไมไ่ ดก้ า้ วขา ไมเ่ ดนิ ออกไป หรอื ไมน่ ่งั รถน่งั เรอื ไปในสถานท่ี
เราตอ้ งการนนั้ ไม่มีความเพียรพยายามท่ีจะเดนิ ไปนนั้ มนั ก็ไม่
ถึงจดุ หมายปลายทางซกั ที

น่ีเป็นเพราะเหตนุ ีแ้ หละการทาํ ความเพียร เรามีแตเ่ พียง
ศรทั ธาอยากทาํ แตเ่ ราไม่ไดม้ ีความเพียรเพ่ือจะพยายามทาํ ใน
จติ นนั้ เหตฉุ ะนนั้ ความเพียรของเราน่ีแหละมนั ไมเ่ พียงพอ มนั
ไมต่ ดิ เน่ืองกนั เราก็อยากพากนั ใหม้ นั สงบเฉยๆ มนั เป็นไปไมไ่ ด้
ทกุ ส่ิงทกุ อยา่ งถา้ ไมท่ าํ กิจการงานใดทงั้ ภายนอกก็ดี ถา้ เราไมม่ ี
ความเพียรการกระทาํ แลว้ มนั ก็ไม่สาํ เรจ็ ไดร้ บั ผลอะไร
เหมือนกนั

2

การทาํ ดา้ นจติ ใจก็เหมือนกนั ถา้ หากเราไมน่ ่งั เจรญิ เมตตา
ภาวนาเดนิ จงกรม ตงั้ จติ ตงั้ ใจใสค่ วามเพยี รประโยคพยายาม
จรงิ ๆ ใจของเรามนั ก็ไม่สงบเป็นสมาธิเหมอื นกนั จิตท่ีตอ้ งการ
มนั ก็ไม่สงบ ไม่สาํ เรจ็ ไมส่ าํ เรจ็ ประโยชนท์ ่ีจะทาํ ใหเ้ ป็นสมาธิได้
อนั นีแ้ หละเป็นกิจสาํ คญั ท่ีเราทกุ คนหากมีศรทั ธาเฉยๆ ไม่ตงั้ ใจ
ทาํ ความเพียรแลว้ แมจ้ ะปรารถนาหรอื มีศรทั ธาเพียงใดก็ตาม
มนั ก็ไม่สงบสมความปรารถนาของตนเองน่นั แหละ น่ีเป็นหลกั
สาํ คญั อย่ตู รงนี้

เหตฉุ ะนนั้ พวกเราทา่ นทงั้ หลาย ทงั้ หญิงทงั้ ชายก็ดี บรรพชติ
ก็ดี ถา้ เราเป็นนกั ปฏิบตั จิ รงิ ๆ เราก็หาโอกาสซิ บางคนกอ็ า้ งกาล
อา้ งเวลาบา้ ง อา้ งยงั หน่มุ ยงั แน่นบา้ งอยา่ งนนั้ อา้ งการอา้ งงาน
วา่ ตนมีการมงี านมาก ไมม่ ีเวลาท่ีจะทาํ ถา้ มวั ไปทาํ หลงแตท่ าํ
สมาธิอยจู่ ะไดอ้ ย่ไู ดก้ ินอะไร บางคนก็คดิ อยา่ งนี้ บางคนก็คดิ วา่
ไมม่ ีครูบาอาจารยเ์ ป็นผคู้ วบคมุ แลว้ น่งั สมาธิมนั ก็ไมไ่ ดผ้ ล แลว้
กลวั จติ หลงไปทานโนน้ นี้ น่ีก็มี บางคนอา้ งอยา่ งนนั้ ก็มี น่แี หละ
ทงั้ อา้ งกาลอา้ งเวลา ถา้ หากมีเวลาวา่ ง คนทาํ งานทาํ การมนั ตอ้ ง

3

มีเวลาวา่ ง มเี วลาท่ีจะพกั งาน พกั ผ่อน เวลาเราวา่ งเราก็จะทาํ ได้
ถา้ คนมีความเพียร อนั นีม้ เี วลาวา่ งก็ไมท่ าํ คอื ไปเพลดิ เพลิน
อยา่ งอ่นื ความเพียรไม่มีแตอ่ ยากไดจ้ ิตใจสงบ มนั ก็ไมส่ งบ
แหละ น่ีอยา่ งนีแ้ หละคนอา้ งกาลอา้ งเวลาอย่างหนง่ึ

อกี ขอ้ สอง เรามาพิจารณาดแู ลว้ วา่ อา้ งวา่ ตนเองยงั หน่มุ ไม่
ควรทาํ อยา่ งนนั้ อย่างนกี้ ็มี น่ี เป็นอยา่ งนี้ วา่ กระท่งั ท่ามกลางคน
ก็วา่ เราก็ยงั ขยนั แขง็ ยงั ไม่ทาํ น่ีคนอา้ ง บางคนก็เฒา่ แก่
เสียก่อน การภาวนาก็เป็นของคนเฒา่ แก่ ไม่ใช่ของหน่มุ ท่ีจะไป
ทาํ การอบรมจติ ใจ บางคนกอ็ า้ งวา่ อยา่ งนอี้ ีก เม่ือมาถงึ เฒา่ ถงึ
แกก่ ็หาวา่ ตนเองเฒา่ ตนเองแก่ไปวดั ไปวา น่งั เจรญิ เมตตา
ภาวนาไมไ่ ด้ เจ็บแขง้ เจบ็ ขา ลกุ ก็ยาก น่งั ก็ยาก เดินไปท่ีโนน้ ท่ีนี้
ก็ยากลาํ บาก ก็มาอา้ งเฒา่ อา้ งแกอ่ กี แหละ อย่างนี้ เม่ืออา้ งเฒา่
อา้ งแกแ่ ลว้ ก็ตายไปเฉยๆไม่ไดอ้ ะไร น่ี การอา้ งกาลอา้ งเวลา
เสียเวลาเปลา่ ประโยชน์ เหตฉุ ะนนั้ แหละ เม่ือเราอา้ งกาลอา้ ง
เวลาอยู่ เรามีศรทั ธา เราไมต่ งั้ ใจทาํ ความเพียร เม่ือไรจิตใจเรา
จะสงบเป็นสมาธิได้ เป็นไปไม่ได้

4

ครูบาอาจารยท์ ่านทงั้ หลายท่ีไดม้ าแนะนาํ ส่งั สอนเราท่าน
ใชค้ วามเพียรประโยคพยายาม ขวนขวายอตุ สาหะ วริ ยิ ะ
ประกอบความเพียรอย่ตู ลอดไมข่ าดสายเป็นวสีเนืองนิจอยู่
เหมือนนา้ํ ไหลรนิ อยไู่ ม่ขาด ท่านทาํ ทกุ วนั ถา้ มีโอกาสมีเวลา
ช่องวา่ งท่านกห็ าเวลาทาํ ความเพียรของทา่ น ทา่ นจงึ ไดธ้ รรมะ
มาพดู ใหเ้ ราฟัง ทา่ นทาํ จรงิ ทาํ จงั ทา่ นจงึ ได้ ไดต้ ามกาํ ลงั ท่ีทา่ น
ปฏบิ ตั ิได้ ท่ีจะมาแนะนาํ ส่งั สอนใหพ้ วกเราปฏิบตั ิตามไปสู่
จดุ หมายปลายทางคือความสงบได้ น่ีมาพิจารณาดซู ิ ครูบา
อาจารยท์ ่ีเราไปกราบไปไหว้ ท่ีเราเล่อื มใสเคารพบชู าอยตู่ ลอด
ระลกึ ถึงอยตู่ ลอดน่นั ทา่ นทาํ จรงิ กนั ทงั้ นนั้ แหละ ไมใ่ ชท่ าํ เลน่
ทาํ ความเพียร

เหตฉุ ะนนั้ ความเพียรของเราน่ีแหละ เราไมก่ า้ วขาเดิน เรา
จะไปท่ีไหน เดนิ ไปท่ีไหน เราไม่กา้ วขาแลว้ มนั ก็ไมถ่ งึ ท่ีน่นั หรอื
เราไมน่ ่งั รถน่งั เรอื ไปแลว้ ก็ไม่ถึงท่ีน่นั น่ี เราขาดตรงนี้ ความ
เพียร เหตฉุ ะนนั้ ขอใหพ้ วกเราทา่ นทงั้ หลายตอ้ งตงั้ จติ ตงั้ ใจใหม้ ี
ความเพียรประโยคพยายาม การอบรมจิตใจของเรา เราก็จะทาํ

5

จิตใจของเราใหส้ งบ ใจของเรามีความสงบ มนั จะมีความสขุ
ความสบาย น่ี ถา้ หากจิตใจไมส่ งบแลว้ จติ ใจฟ้งุ ซา่ นราํ คาญอยู่
แลว้ ทาํ อะไรมนั ไม่เป็นชนิ้ เป็นอนั หรอื จิตของเรามนั มีความทกุ ข์
ไมม่ ีความสขุ น่ีแหละจิตไมป่ กติ เหตฉุ ะนนั้ เราตอ้ งการอยาก
อบรมจิตใจของเราใหป้ กติตอ้ งมีความเพยี ร เพียรพยายามท่ีจะ
ไดป้ ระกอบจติ ใจของเราใหม้ นั สงบระงบั เป็นสมาธิ เพราะเรา
ตอ้ งการความสขุ อย่างนี้

น่ี เป็นนกั ปฏบิ ตั ิใหร้ ูจ้ กั ความเพียรของตนเอง เด๋ยี วนที้ กุ คน
มนั ความเพียรมนั ไม่เพียงพอ ความเพียรยงั ไมแ่ กก่ ลา้ ยงั ไม่
สืบเน่ืองติดตอ่ กนั ทกุ วนั แลว้ ทาํ ความเพียรอนั นี้ น่งั ภาวนาวนั นี้
เดินจงกรมวนั นี้ สามวนั ส่วี นั ก็ไม่ทาํ ขาดวรรคขาดตอน บางทีก็
หา้ วนั หรอื สบิ วนั ก็ไมน่ ่งั ภาวนาซกั ที อบรมจติ ใจใหจ้ ติ ใจของ
ตนเองอยกู่ บั ขอ้ ธรรมกรรมฐาน ก็ไม่ทาํ ซกั ทีนงึ ห่างๆจงึ ทาํ มนั ก็
ขาดวรรคขาดตอน มนั ก็ไมส่ งบ

ก็เหมือนเราถางป่า ถา้ เราถางเดนิ ไปได้ แลว้ หลายวนั เรา
ไม่ไดถ้ าง เราไม่ไดเ้ ดนิ ก็รกรุงรงั ย่งิ ลาํ บากกวา่ เดิม ป่าหญา้ หรอื

6

ตน้ ไม้ แตกก่ิงแตกแหนงออกมาทบึ ปิดหนทางของเรา เราก็เดิน
ไปไม่ได้ น่ีแหละเราไมเ่ ดนิ ทกุ วนั หากเราเดนิ ทกุ วนั เดินไปทกุ
วนั ๆ ท่ีน่นั กจ็ ะเป็นทางได้ ถา้ เดนิ ชาํ นาญแลว้ ว่งิ ก็ได้ ไมช่ น
ตน้ ไม้ ไม่ตกหลมุ ตกบอ่ เพราะชาํ นาญเดนิ ไปเห็นอยทู่ กุ วนั
เหมือนกบั คนขบั รถเคยว่งิ รถอย่สู ายนนั้ สายนี้ มนั จะโคง้ นนั้ เลีย้ ว
นีก้ ็ดี ขนึ้ เขาลงเขาก็ดี สะพานอยทู่ ่โี นน่ ท่นี ่กี ็ดี ไดช้ าํ นาญว่ิงทกุ
วนั ๆแลว้ ก็ว่งิ ไดเ้ รว็ คนว่งิ เรว็ คนวง่ิ ชา้ มีความสามารถวง่ิ ไป
จนถงึ จดุ หมายปลายทางไมเ่ สยี หาย

ก็ฉนั ใดก็ดี เราทาํ ความเพียรนนั้ ก็เหมือนกนั หากเราทาํ ทกุ
วนั ๆแลว้ ฝึกฝนอบรมจติ ใจ ควบคมุ จติ ใจของตนเองใหอ้ ย่กู บั ขอ้
ธรรมกรรมฐานอย่บู อ่ ยๆ หาอบุ ายอยไู่ มห่ ยดุ ไม่ยงั้ ดว้ ยความ
เพียรของตนเองแลว้ มนั ก็จะสงบระงบั เป็นสมาธิอย่กู บั ขอ้ ธรรม
กรรมฐานจนได้ ไมเ่ หลือวสิ ยั ไปท่ีไหน จิตใจของคนเรา จติ ท่ีวา่
จิตคิดน่นั แหละ เราจะคมุ ตวั คดิ ๆนะ่ ไมใ่ ◌ห้ ม้ นั คดิ มาก ใหม้ นั
อย่เู ป็นสมาธิ แตต่ อ้ งการความสขุ จิตสขุ ใจ น่ี ดพู จิ ารณาดู

7

ตนเอง ขาดความเพียรมยั้ ตอ้ งขาดความเพียรซิ จติ มนั จงึ ไม่
สงบ

น่ีนกั ปฏิบตั ทิ งั้ หลาย บดั นีถ้ า้ เรามีความเพยี รจรงิ ๆอกี เอา
จรงิ เอาจงั น่งั ภาวนาก็ดเี ม่ือมีโอกาสเวลาไหนก็ดี อยทู่ ่ีแหง่ หน
ตาํ บลใดก็ดี ท่ีทาํ การทาํ งานก็ดี ในป่าในดงในเขา หรอื ไปพกั อยู่
กบั ครูบาอาจารยใ์ นป่าก็ดี ในวดั วาท่ีไหนกด็ ี อยา่ งนี้ เราทาํ จรงิ
ทาํ จงั แตเ่ ราอยา่ ไปอยากทาํ ความเพียร อยากเป็นอยา่ งโนน้
อย่างนี้ อย่าไปอยาก ใหพ้ ยายามประคบั ประคองจิตใจของเรา
ใหอ้ ย่กู บั ขอ้ ธรรมกรรมฐานเท่านนั้ จะเอาลมหายใจเขา้ ออกก็ดี
หรอื จะเอาพทุ โธก็ดี ธมั โม สงั โฆอนั ใดก็ดี ก็ใหต้ งั้ จิตตงั้ ใจ ใช้
ความเพียรประโยคพยายาม ประคบั ประคองจิตใจใหอ้ ยกู่ บั ขอ้
ธรรมกรรมฐานนนั้

เม่ือมนั ว่ิงออกไปก็ใหใ้ ชส้ ติปัญญาดงึ เขา้ มา น่ีหากความ
เพียรของเราแกก่ ลา้ เราทาํ อย่ทู งั้ เดนิ จงกรมก็ดี ทงั้ น่งั ภาวนาก็ดี
สืบเน่ืองกนั ไปในอิรยิ าบถทงั้ ๔ ยนื ก็ดี เดนิ ไปก็ดี น่งั อย่กู ็ดี นอน
อยกู่ ็ดี มีความเพียรตดิ ตอ่ หาเหตหุ าผลคน้ ควา้ เพ่ือจะควบคมุ

8

จิตใจของตนเองใหอ้ ย่เู ป็นสมาธิแนว่ แนอ่ ยา่ งนีเ้ รยี กวา่ ตนเองมี
ความเพียรอยู่ แตเ่ ม่ือเรามีความเพียรทงั้ แก่กลา้ ทงั้ น่งั ภาวนา
ทงั้ เดนิ จงกรมก็ดี เอาจนสดุ ความสามารถทาํ อยอู่ ย่างนนั้ ไม่ขาด
ซกั วนั มีเวลาวา่ งเวลาไหนเราก็ทาํ อยเู่ สมอ

แตจ่ ติ ของเรายงั ไมส่ งบระงบั เป็นสมาธิตามความปรารถนา
ของตนเองวา่ จะใหส้ งบเป็นสมาธิ น่นั มนั ก็ยงั ไม่สงบ เราก็ไมม่ ี
สตอิ ีกแหละ สตขิ องเรายงั ไมแ่ กก่ ลา้ ไม่สามารถท่ีจะควบคมุ
จติ ใจของเรา ไดร้ ูจ้ ติ ความคดิ ของเรามนั ว่งิ ไปโนน้ ไปนี้ ยงั ไมท่ นั
สติปัญญาของเรา สติคอื ความระลกึ ได้ ยงั ระลกึ ไมไ่ ดว้ า่ จติ ของ
เรามนั ออกคิดกบั อารมณน์ นั้ อารมณน์ ี้ อยา่ งนีเ้ ราก็ขาดสติ สติ
ของเรายงั ไมม่ กี าํ ลงั ยงั ไม่เพยี งพอ ยงั ระลกึ ไม่ติดกนั สืบเน่ืองอยู่
ตลอด ยงั รกั ษาไมด่ อี ย่างนี้ จิตของเราก็ยงั ไมส่ งบ ยงั ไมร่ ูจ้ ิตของ
เราคดิ อนั โนน้ อนั นี้ เราก็ยงั ไม่สงบ อยา่ งเนีย้ มีความเพียรแกก่ ลา้
ศรทั ธาก็แกก่ ลา้ เพยี งใดก็ตาม หากสติของเรายงั ออ่ น ยงั ไม่มี
กาํ ลงั สามารถท่ีจะดจู ิตใจของเราวา่ มนั เคลอ่ื นไหว มนั คิดไปกบั
อารมณน์ นั้ อารมณน์ ีเ้ พ่ือประคบั ประคอง หรอื ดงึ เอาจติ ของตน

9

มาอย่กู บั ขอ้ ธรรมกรรมฐานแลว้ จติ ของเราก็ยงั ไมส่ งบอย่นู ่นั
แหละ น่ี เราก็ขาดสติ

เหตฉุ ะนนั้ ผมู้ สี ติคอื ความระลกึ ไดอ้ ยู่ ยืนอยกู่ ็ใหร้ ะลกึ วา่
ตนเองมีสตริ ะลกึ อยใู่ นขอ้ ธรรมกรรมฐานของตนเอง คมุ จติ ใจอยู่
เดินไปก็ดกี ็ใหม้ ีสตดิ จู ติ ดใู จของตนเองอยู่ เพ่ือจะควบคมุ ใหอ้ ยู่
กบั ขอ้ ธรรมกรรมฐาน ระมดั ระวงั อยู่ มีความระลกึ อยู่ สมั
ปะชญั ญะความรูต้ วั อยตู่ ลอด ดจู ติ ใจท่ีมนั คิด น่งั อย่กู ็ดี น่งั ทาํ
สมาธิน่นั ก็ดี ใหม้ ีสตดิ จู ิตของตนเองอยู่ ควบคมุ จิตใจของตนเอง
อยู่ มีความรูส้ กึ อยอู่ ยา่ งนนั้ เรานอนอยกู่ ็ดี นอนดว้ ยความ
พจิ ารณา ดว้ ยตงั้ จติ ระลกึ ไว้ ดจู ิตใจของตนเองอยู่ มนั อยกู่ บั ขอ้
ธรรมกรรมฐานมยั้ หรอื มนั คดิ อยกู่ บั อารมณอ์ นั ใดท่ีไปเกาะเก่ียว
อยจู่ ิตใจคือความคดิ อนั นี้ น่เี ราอบรมสติของเราใหแ้ กก่ ลา้ ใน
อริ ยิ าบถทงั้ ๔ นีเ้ พ่ือจะควบคมุ จิตใจของตนใหเ้ ป็นสมาธิ อย่กู บั
ขอ้ ธรรมกรรมฐานจนได้

น่ีแหละ ถา้ เรามีศรทั ธาแกก่ ลา้ แลว้ มีวริ ยิ ะความเพียร
ประกอบอยู่ แตจ่ ิตใจของเรายงั ไมส่ งบ เพราะเราขาดสติ สตเิ รา

10

ออ่ น สตเิ ราไมร่ ูท้ นั จติ ของเรา ท่ีมนั คดิ ไปโนน้ ไปนี้ คาํ วา่ มนั ออ่ น
มนั ไม่มีกาํ ลงั ไม่มีความสามารถรูจ้ ติ วา่ มนั ออกไปคดิ กบั อารมณ์
ตา่ งๆ จิตมนั กว็ ่ิงไปได้ ไปตามสญั ญาอารมณภ์ ายนอก ใหก้ ิเลส
หลอกลวงเอาไป ถงึ ท่ีไหนก็ไมท่ ราบ คดิ ไปน่งั อยวู่ ดั ก็คิดเขา้ บา้ น
น่งั อยบู่ า้ นก็คดิ ไปวดั คิดไปหาการหางาน หาลกู หาหลาน หา
สถานท่ีตา่ งๆ ท่ีเท่ียว ท่ีไปท่ีโน่นท่ีน่ี คิดไปไดท้ ่วั โลก ไปถงึ เมือง
นอกเมืองนา รอบฟ้ารอบแผ่นดินไมร่ ูว้ า่ ไปทางไหน น่ีจิตมนั ไป
อยตู่ ลอด เพราะสติของเราไมเ่ พียงพอจงึ ทาํ ใหจ้ ิตใจของเราไม่
สงบ

ถา้ จะเปรยี บเทียบสตขิ องเราออ่ น สตขิ องเราไมม่ ีกาํ ลงั สติ
ของเรายอมแพแ้ ก่จิตใจท่ีมีกิเลสควบคมุ หนาแนน่ ดว้ ยโลภะ
โทสะ โมหะครอบงาํ อยนู่ นั้ ถา้ เปรยี บเทียบถึงภายนอกเสมือน
บคุ คลท่ีไมม่ ีปัญญา คนไมม่ ีปัญญาจะผกู สตั วใ์ นป่า เป็นชา้ งก็ดี
เป็นโคกระทงิ ก็ดี ควายป่ากด็ ี หรอื สตั วพ์ วกอเี กง้ ก็ดี สตั วท์ ่ีอย่ใู น
ป่า เราจบั มาได้ เราใชเ้ ชือกเลก็ ๆไปผกู คอชา้ งอยา่ งนี้ ไปผกู โค
กระบือน่นั ก็ดที ่ีเป็นสตั วป์ ่า เม่ือเชือกเลก็ ๆโคมนั มีกาํ ลงั กระบอื

11

มีกาํ ลงั ชา้ งมนั มีกาํ ลงั แลว้ มนั วง่ิ ไป เราเอาเชือกน่ีไปผกู มนั ผกู
ใสต่ น้ ไม้ อยา่ งนี้ ตน้ ไมก้ ็ตน้ ไมเ้ ลก็ ๆ เราไมม่ ีปัญญา สตขิ องเรา
ไมเ่ พียงพอ ก็เหมือนกบั เชือกเสน้ เลก็ ๆไปผกู ชา้ งตวั ใหญ่ๆ เม่ือ
ชา้ งว่ิงไป เชือกมนั ก็ขาด ว่งิ หายเงียบเขา้ ป่า ไม่รูไ้ ปท่ีไหน หาย
เงียบเลย น่ีอยา่ งนนั้ น่ีอย่างหนง่ึ

หรอื วา่ บคุ คลท่ีมีกาํ ลงั แข็งแรงเหมือนกบั จติ ใจท่ีมีกิเลส สติ
ของเราเหมือนกบั เด็กเลก็ ๆท่ีไมม่ ีกาํ ลงั ถา้ ไปจบั ผใู้ หญ่ ผใู้ หญ่
เคา้ ว่งิ ไปอยา่ งนี้ มนั กห็ ลดุ มอื ไปซิ ถา้ ไมว่ างเราก็จะตายเพราะ
เราไม่มีกาํ ลงั อย่างนี้ อกี อยา่ งหนง่ึ เปรยี บเทียบขา้ งนอก ถา้
เปรยี บเทียบอกี อย่างหน่งึ การแข่งมา้ ก็ดี หรอื ว่งิ แขง่ กนั นนั้ ก็ดี
หรอื นกั มวยก็ดี หรอื ยกของก็ดี ถา้ หากเราไมม่ ีกาํ ลงั พอ เราก็ยก
ของหนกั ไมไ่ ด้ น่นั อยา่ งหนง่ึ ถา้ เราไมม่ ีกาํ ลงั พออยา่ งนี้ การวง่ิ
แข่งกนั ก็ดี เราก็ว่งิ ไมท่ นั เคา้ เคา้ ก็ว่งิ ไปก่อนอย่างนี้ เราไม่มี
กาํ ลงั พอ คอื สติเปรยี บเทียบเหมือนคนกาํ ลงั ออ่ น ไมม่ ีกาํ ลงั พอก็
ว่งิ ตามหลงั เคา้

12

มา้ ก็ดี ถา้ ไมม่ ีกาํ ลงั พอ ตวั ไหนเคา้ มีกาํ ลงั เคา้ ก็วง่ิ ออกหนา้
เคา้ ก็มีชยั ชนะ ตนเองไมม่ ีกาํ ลงั ก็วง่ิ ตามหลงั เคา้ ไป ตามหลงั เคา้
ไปก็ยอมแพเ้ คา้ ซิ ก็มนั วา่ มา้ ตวั นนั้ ชนะเคา้ มนั เป็นมา้ ท่ีแพเ้ คา้
ว่ิงตามหลงั เขา อยา่ งนี้ เราก็เหมือนกนั ถา้ ไปว่งิ แขง่ กนั เคา้ มี
กาํ ลงั เคา้ ก็วง่ิ ออกหนา้ ก็มีชยั ชนะ ตนเองไมม่ ีกาํ ลงั ก็วง่ิ
ตามหลงั เขา ก็ยอมแพเ้ ขาตลอด นีส้ ตขิ องเราก็เหมือนกนั มนั
ยอมแพ้ ก็ไม่วา่ ชนะ เคา้ วา่ ยอมแพ้ วง่ิ ตามหลงั เคา้ ก็แพซ้ ิ มา้ ก็
แพเ้ ขา ถา้ วง่ิ ตามหลงั เขา

สตกิ ็เหมือนกนั ตามจติ ไม่ทนั รูจ้ ติ ไม่ทนั ความรูส้ กึ ระลกึ ได้
ไม่ทนั ในจติ ท่ีมนั ออกเคล่ือนไหวไปตามอารมณ์ ไปคิดส่ิงโนน้ ส่งิ
นี้ คดิ ไปถงึ โนน้ ถงึ นี้ คดิ ไปถึงเมืองนอกเมอื งนาก็วง่ิ ไปท่วั โลก อยู่
ในบา้ นไปวดั อยใู่ นวดั วง่ิ เขา้ บา้ นหาลกู หาหลาน วง่ิ ถึงการถึง
งานไปคดิ รอบโลก ไม่รูม้ นั คดิ อะไร มนั คดิ ไปท่วั โลกจนมนั เหนด็
มนั เหน่ือยอยอู่ ย่างนีม้ นั ก็คดิ ไม่หยดุ ไมห่ ย่อน ปลอ่ ยจติ ไป
ลอ่ งลอยไปเสยี ไปตามอาํ นาจของกิเลส เพราะอะไร เพราะสติ
ของเรารูไ้ ม่ทนั คือรูต้ ามเคา้ จนมนั เหนด็ มนั เหน่ือย ไปคดิ อยโู่ นน้

13

เมืองนอกเมืองนาหรอื กิจการงาน ไปคดิ อยโู่ นน่ อยนู่ ่ี ไปเกาะ
เก่ียวจนจติ มนั เหน่ือยแลว้ มนั คดิ มากจนมนั ออ่ นมนั เพลยี อยู่ จงึ
ไปรูต้ ามเขาวา่ เขามาคดิ อยโู่ นน้

พอไปรูต้ ามเขาอีก วา่ จะจบั เขา เขาก็ว่ิงไปคิดเร่อื งอ่ืนอีก
หายเงียบไปอีกแหละ ตามกไ็ มท่ นั โนน้ พอจะมีความรูส้ กึ ก็คิด
อย่กู บั เร่อื งอ่นื อีก แนะ่ จิตของเราเป็นอยา่ งนนั้ สติของเราตาม
ไมท่ นั วง่ิ ตามเรา ตามเคา้ เรยี กวา่ รูต้ าม รูต้ ามหลงั เขากย็ อมแพ้
เคา้ อย่ตู ลอด สติยอมแพจ้ ิตอย่ตู ามจิตไมท่ นั กิเลสมนั หลอกไปท่ี
ไหนก็ตามไปอยู่ นี้ มนั เป็นอย่างนี้ สตขิ องเรามนั ไมเ่ พียงพอ มนั
ไม่มีกาํ ลงั อนั ใดก็รูต้ าม อนั ใดก็รูต้ ามหลงั เขาอย่ตู ลอด ไมร่ ูท้ นั
เขา รูเ้ ทา่ รูท้ นั เคา้ เม่ือไหร่ มนั ก็ไม่รูเ้ ทา่ รูท้ นั กาํ ลงั มนั ไมพ่ อกนั
สตขิ องเราไมพ่ อมนั ก็คมุ จิตไม่อยซู่ กั ทีน่ีแหละ มนั จงึ น่งั ทาํ สมาธิ
คมุ ใหจ้ ติ ไม่เป็นสมาธิซกั ที น่สี ตขิ องเรามนั ออ่ น มนั ไมม่ ีกาํ ลงั
มนั รูต้ ามหลงั จิตตลอด

น่ีแหละ มนั เป็นอย่างนพี้ วกเรา เป็นนกั ปฏบิ ตั ิอย่ทู กุ วนั นี้
จติ ใจมนั ไม่สงบเพราะสติของเรามนั ออ่ น มนั ไมม่ ีกาํ ลงั น่ีเราควร

14

จะอบรมสตขิ องเราดว้ ยอริ ยิ าบถทงั้ ๔ ยนื เดนิ น่งั นอน ควร
พิจารณาดจู ิตของเราเองตลอด เราจงึ จะคมุ จิตของเราไดว้ า่
เด๋ียวนีจ้ ิตของเราคิดอยกู่ บั อารมณอ์ นั ใด อย่กู บั ขอ้ ธรรม
กรรมฐานมยั้ ท่ีเราตงั้ ใจใหม้ นั อยู่ เอาความคิดคิดนนั้ มาอยกู่ บั ขอ้
ธรรมกรรมฐาน หรอื มนั ว่ิงไปตามสญั ญาอารมณ์ ฟงุ้ ซา่ น
ราํ คาญตลอด เราก็พยายามระลกึ ใหร้ ูส้ ิ

รูค้ วามคดิ น่นั ดว้ ยสตขิ องตนเองตลอด มนั อย่กู บั อารมณ์
อะไร อะไรมากระทบกระเทอื น มาดงึ รงั้ มนั ไปท่ีไหน ไปคดิ อย่ทู ่ี
ไหน เราพยายามท่ีจะใหร้ ูท้ นั สติคอื ความระลกึ ได้ ระลกึ วา่ จติ นี้
มนั อยกู่ บั อารมณน์ ี้ อยกู่ บั ขอ้ ธรรมกรรมฐานมยั้ จิตใจของเรา
เราจะใหอ้ ยกู่ บั ขอ้ ธรรมกรรมฐานเป็นอารมณห์ นง่ึ อารมณเ์ ดียว
ยดึ อย่กู บั ขอ้ ธรรมกรรมฐาน เม่ือไรสตขิ องเรารู้ รูเ้ ท่ารูท้ นั กบั
ความคิดของเราน่นั แหละ เราจงึ จะทาํ จิตใจของเราใหส้ งบระงบั
เป็นสมาธิได้

น่ีพวกเราท่านทงั้ หลายตอ้ งพากนั ตงั้ จติ ตงั้ ใจ ใสค่ วามเพียร
พยายาม ใหม้ ีสติใหแ้ ก่กลา้ ใหม้ ีกาํ ลงั เทา่ ทนั เทา่ เทียม รูเ้ ทา่

15

รูท้ นั กบั ความคิดของตนเองวา่ มนั ว่งิ ไปท่ีไหน มนั อย่กู บั อารมณ์
อนั ใด แลว้ มนั จะเคล่ือนออกจากอารมณน์ ีไ้ ปหาอารมณไ์ หน ใช้
ความเพียรพยายามจบั จติ ใหไ้ ดด้ ว้ ยสติปัญญาของตนเอง เอา
อยอู่ ยา่ งนีแ้ หละดว้ ยอริ ยิ าบถทงั้ ๔ พจิ ารณาอย่อู ย่างนแี้ หละ
จิตของเรามนั ไปตามนิวรณธรรมทงั้ หลายหลอกลวงเอาไป

ดว้ ยกามฉันทะนิวรณ์ เพลิดเพลนิ ไปทางกามก็มี
พยาบาทนิวรณ์ เพลดิ เพลนิ ไปทางพยาบาทเบยี ดเบยี น อยาก
ทบุ ตีฆา่ ฟันรนั แทงผอู้ ่ืน น่ีใหร้ ูจ้ กั จิตของตนเอง มนั ไปคดิ อยู่
อยา่ งนนั้ ถนี ะมิทธิ ความงว่ งเหงาหาวนอนซบเซา อยากแตง่ ่วง
เหงาหาวนอน น่งั เขา้ ไปอย่างนีจ้ ติ ใจซบเซาง่วงเหงาอย่ตู ลอด ก็
ใหร้ ูว้ า่ จติ ใจของตนไมแ่ ช่มช่นื งว่ งเหงาซบเซา ก็ปลกุ ขนึ้ ใหต้ ่นื
ดว้ ยสตขิ องตนเอง น่ีใหร้ ูอ้ ยา่ งนนั้ ดว้ ยความระลกึ ไดอ้ ยตู่ ลอด
อยา่ งนี้

จิตใจของเราฟ้งุ ซา่ นราํ คาญไปตามสญั ญาอารมณภ์ ายนอก
ทาํ ใหอ้ ารมณข์ องกิเลสหลอกลวงเอาไปไมห่ ยดุ ไมห่ ย่อน คิด
อารมณน์ ี้ ดบั อารมณน์ นั้ เกิดอารมณน์ ี้ ดบั อารมณน์ นั้ เกิดไป

16

อยเู่ ร่อื ยๆ จนสติของตนเองรูต้ ามจติ ท่ีมนั คดิ ไปตามอารมณน์ นั้
ไม่ทนั ก็ใหร้ ูว้ า่ จติ ใจของตนเองฟงุ้ ซา่ นราํ คาญไม่สงบ เหมือนนา้ํ
กระทบฝ่ังอยตู่ ลอด ลมพดั นา้ํ ใหม้ ีคล่ืนอย่ตู ลอดอยา่ งนี้ ใหร้ ูส้ ิ รู้
ดว้ ยสตขิ องตนเองอยา่ งนี้ พยายามใชค้ วามเพยี รอย่างนีแ้ หละ
ใหร้ ะลกึ ดใู หเ้ ขา้ ใจอย่างนี้ จติ ของเราจงึ สงบระงบั เป็นสมาธิจงึ
จะควบคมุ ได้

วจิ กิ จิ ฉา ความลงั เลสงสยั บางทีน่งั เขา้ ไปในขอ้ ธรรม
กรรมฐานอนั ใดอย่างนี้ นิวรณใ์ นขอ้ นีก้ ็มาสงสยั อยู่ กงั ขาลงั เล
สงสยั เอาขอ้ ไหน เอาพทุ โธ ธมั โม สงั โฆอนั ใด ลมหายใจเขา้
ออกก็ดี หรอื ระลกึ ถงึ ความตายนนั้ ก็ดี อยา่ งนีห้ รอื จาคานสุ ติ
กรรมฐาน สีลานสุ ติกรรมฐานก็ดีเพ่ือระลกึ อยู่ แตจ่ ติ ใจของตน
ไมร่ ูว้ า่ จะเอาขอ้ ธรรมกรรมฐานอนั ใด จิตใจลงั เลสงสยั เป็นเหตุ
ไม่แน่นอนอยตู่ ลอดอยา่ งนี้ นิวรณธรรมขอ้ นีก้ ็เป็นเคร่อื งกนั้ กาง
ไมใ่ หจ้ ิตใจสงบเหมือนกนั ใหร้ ูซ้ ิ รูว้ า่ จิตของเรามนั กงั ขาลงั เล
สงสยั ก็ตงั้ ใจจะเอาขอ้ ธรรมกรรมฐานขอ้ ใดก็ตงั้ จิตตงั้ ใจ เอาขอ้
ธรรมกรรมฐานขอ้ นนั้ ดว้ ยความเพียรประโยคพยายามอยตู่ ลอด

17

น่ี ใหร้ ูจ้ กั นวิ รณธรรมทงั้ ๕ ขอ้ นนั้ ตงั้ แตก่ ามฉนั ทะนิวรณ์
พยาบาทนิวรณก์ ็ดี ถีนะมทิ ธินิวรณก์ ็ดี อทุ ธจั จะกกุ กจุ จะนิวรณ์
จิตใจฟ้งุ ซา่ นนนั้ ก็ดี วจิ กิ ิจฉา ความลงั เลสงสยั เป็นเหตใุ หไ้ ม่
แน่นอนก็ดี ก็ใหร้ ูส้ ิ ใชส้ ตขิ องตนเองระลกึ ดวู า่ จติ ของตนเองมนั
ตกอยใู่ นนิวรณข์ อ้ ไหน ก็จะไดถ้ อดถอนออกจากนิวรณข์ อ้ นนั้ ให้
เอาจติ ใจของตนเองมาตงั้ อย่กู บั ขอ้ ธรรมกรรมฐานท่ีตนเอง
ตอ้ งการใหจ้ ติ สงบนนั้ ก็ใหร้ ูจ้ ิตของตนเองดว้ ยความระลกึ ได้ โอ๋
จิตมนั อย่ใู นนิวรณธรรมขอ้ นี้ หลอกลวงมนั อยู่ ตดิ อยใู่ นนิวรณ
ธรรมขอ้ นี้ จิตของเราจงึ ไมอ่ ย่กู บั ขอ้ ธรรมกรรมฐาน

ใหต้ งั้ จิตตงั้ ใจสิ ตงั้ สติของตนเองระลกึ ใหเ้ ขา้ ใจ ก็ใหว้ างซิ
วางจากนิวรณธรรม ทงั้ นวิ รณธรรมทงั้ ๕ ขอ้ นี้ มารบกวนอยขู่ อ้
ใดขอ้ หนง่ึ แลว้ ก็เป็นเคร่อื งสะกดั กนั้ ใหจ้ ิตของเราสงบเป็น
อารมณท์ ่ีกระทบกระเทือนอยตู่ ลอด ไม่สงบ จติ ของเราไม่สงบ
เราก็ไมเ่ หน็ มองเหน็ คณุ งามความดี ท่ีจิตไม่เป็นสมาธิ น่ี ก็
เหมือนนา้ํ กระทบฝ่ัง นา้ํ กระเพ่ือมอย่กู ็ไม่สามารถท่ีจะเหน็
ตะกอนท่ีอย่ใู นนา้ํ ในกน้ โอง่ ตะกอนในกน้ โอง่ ก็ดี ถา้ นา้ํ อย่ใู นโอง่

18

ถา้ นา้ํ มนั น่งิ เราก็สามารถจะมองเหน็ ความสกปรกหรอื ตะกอน
อย่ทู ่ีกน้ โอง่ ได้ ฉนั ใดก็ดี ถา้ จิตใจของเราสงบเป็นสมาธิน่งิ อยู่
เราจงึ จะมีพิจารณาอนั ใดได้ ทาํ อนั ใดไดม้ นั จงึ เป็นชนิ้ เป็นอนั
เป็นของท่ีสาํ เรจ็ ประโยชนไ์ ด้

น่ี เราใหเ้ ห็นโทษในนิวรณธรรมทงั้ ๕ ท่ีพาเอาจติ ใจของเรา
ว่งิ วอ่ นอยตู่ ลอด มนั ไมส่ งบน่นั ใหเ้ ห็นโทษของมนั ซิ ถา้ เราเหน็
โทษ จติ ใจของเราจงึ จะสงบ จงึ จะวางจากนิวรณธรรมทงั้ ๕ นนั้
ได้ น่ี พวกเราท่านทงั้ หลายตอ้ งคิดอย่างนี้ ตอ้ งพจิ ารณาเขา้ ใจ
อย่างนี้ น่ีแหละเราอบรมสติของเราใหม้ ากๆ ใหม้ ีอยทู่ กุ อริ ยิ าบถ
ระลกึ ตรกึ ตรองอยู่ น่ีเรยี กวา่ คนมีความเพยี ร ความพยายาม
สรา้ งสติใหม้ ีกาํ ลงั เรามนั ขาดสตจิ งึ ปลอ่ ยจิตของเราไปคดิ ท่วั
โลก

คนคดิ ทกุ ขค์ ิดยาก คดิ โศกคิดเศรา้ รอ้ งหม่ รอ้ งไหอ้ นั ใดกด็ ี
เหมือนกนั ท่ีไม่มีความสขุ ก็เพราะอะไร เพราะเราขาดสตไิ ม่
ระลกึ ถึงโทษในส่งิ เหลา่ นนั้ เราก็ไปยดึ ม่นั ถือม่นั ทาํ ใหเ้ ป็นเวทนา
จงึ มีทกุ ขเวทนา ใหเ้ ป็นนิวรณธรรมครอบงาํ จติ ใจของตนเอง ให้

19

เศรา้ หมอง น่ี จติ ใจก็ไมเ่ ป็นสมาธิ น่ีแหละ เป็นเพราะเหตนุ ี้ เอา
จรงิ เอาจงั ซิ น่งั ภาวนา เอาจรงิ เอาจงั พจิ ารณาดว้ ยสติของ
ตนเอง จิตใจจงึ จะสงบระงบั เป็นสมาธิ

เหตฉุ ะนนั้ พวกท่านทงั้ หลาย แมจ้ ะมีศรทั ธาก็ดี มีวริ ยิ ะ
ความเพียรก็ดี ทาํ ความเพียรมาก ทงั้ เดนิ จงกรม น่งั ภาวนาก็ดี
แลว้ หากสติของเราไมเ่ พยี งพอ เราก็ไม่จดจอ่ มงุ่ หนา้ ดจู ติ ใจของ
ตนเองท่ีวา่ ความคดิ นนั้ เราอยากดบั ความคิดไมใ่ หค้ ิดมาก ให้
คดิ อยใู่ นอารมณห์ นง่ึ อารมณเ์ ดียวเราจงึ จะมีความสขุ จติ ของ
คนคิดมาก คดิ หลายอารมณม์ นั มีความทกุ ขม์ าก มีความวนุ่ วาย
มาก ความกระสบั กระสา่ ยมาก ของไมอ่ ย่ปู กติเรยี กวา่ ของมี
ความทกุ ข์ ของดนิ้ รน ของกระวนกระวาย มีความรอ้ น มคี วาม
ทกุ ข์ น่ี!

หากเปรยี บเทยี บขา้ งนอกกเ็ หมือนรา่ งกายของเราน่ี ทาํ งาน
หลายหนา้ ท่ี ตอนเชา้ ก็ทาํ งานหน่งึ ตอนเท่ียงกท็ าํ งานหนง่ึ ตอน
บา่ ยก็ทาํ งานหนง่ึ ตอนเยน็ ก็ทาํ งานชนิ้ หน่งึ รา่ งกายอยา่ งนี้
แหละ ทาํ หลายสง่ิ หลายอยา่ งมนั ก็ออ่ นเพลียเสีย กายมนั ก็มี

20

ความทกุ ขค์ วามเหน่ือยความลาํ บาก น่ีบคุ คลขบั รถก็ดี ขบั ไป
ไกลๆ ขบั ไปหลายกิโล ขบั ไปหลายจงั หวดั อยา่ งนีว้ นั หนง่ึ มนั ก็มี
ความออ่ นเพลยี มีเหน่ือยเพราะทาํ งานมากเกินไปอยา่ งนี้ ฉนั ใด
ก็ดี จติ ใจของเราก็เหมือนกนั มนั รบั หลายอารมณ์ อารมณน์ ีเ้ กิด
อารมณน์ ีด้ บั ฟ้งุ ซา่ นราํ คาญว่งิ อยตู่ ลอด ไมร่ ูไ้ ปแหง่ หนตาํ บลใด
ประเทศใด เมืองใด จิตอนั นีย้ ่งิ ไปคดิ อย่ทู ่วั โลก มนั ก็ทกุ ขส์ ิ จิต
มนั เหน่ือย มนั ออ่ นมนั เพลีย รูค้ นคิดคนปรุงคนแตง่ คนฟงุ้ ซา่ น
จนจะเป็นโรคประสาท เจ็บปวดศีรษะ หนกั หนา้ อกแนน่ ไปหมด
อดึ อดั ไปหมด อยา่ งนีแ้ หละคนคิดมาก จติ มนั ไม่สงบเป็นสมาธิ
มนั มีโทษอยา่ งนี้

ถา้ เรามาเขา้ จติ เขา้ ใจ มนั มีโทษเชน่ นี้ แตน่ ตี้ อ่ ไปอบรมสติ
ของเราซิ คมุ จติ ใหอ้ ย่กู บั ขอ้ ธรรมกรรมฐานใหเ้ ป็นอารมณห์ นง่ึ
อารมณเ์ ดยี ว เม่ือจติ ของเราสงบระงบั เป็นสมาธิม่นั คงแลว้ น่นั
แหละ เราจงึ จะไดพ้ จิ ารณา ทาํ กิจอะไรถา้ จิตเป็นสมาธิจะเรยี น
หนงั เศษหนงั สือก็ดี มนั ก็จะเขา้ ใจงา่ ย เขียนหนงั สือก็ดี มนั ก็จะ
จบ ถา้ จติ ของเราเป็นสมาธิ น่ีเราทาํ กิจการงานอะไรมนั ก็สาํ เรจ็

21

ดว้ ยท่ีจิตจดจอ่ อยู่ อย่างนีแ้ หละ บดั นีจ้ ิตจดจอ่ มนั เป็นสมาธิน่ิง
อยู่ เราก็เหน็ อะไรเกิดขนึ้ พิจารณาอะไรก็จะเขา้ ใจในสง่ิ นนั้ ก็จะ
รูแ้ จง้ ในสิ่งนนั้ ชดั เจนวา่ ส่งิ นีท้ าํ อยา่ งนนั้ ๆ สง่ิ นนั้ เกิดมาอยา่ งนนั้
ตงั้ อย่อู ยา่ งนนั้ ดบั ไปอย่างนนั้ จงึ จะเขา้ ใจ เป็นผรู้ ูธ้ รรมะธรรม
โม จงึ จะเป็นผมู้ ีปัญญาได้

น่ีแหละเหตฉุ ะนนั้ พวกทา่ นทงั้ หลาย ทงั้ คฤหสั ถแ์ ละ
บรรพชติ ท่ีเป็นนกั ปฏบิ ตั ทิ งั้ หลายก็ใหพ้ ากนั ตงั้ จิตตงั้ ใจอบรมสติ
ของตนเองใหม้ ากๆ เพ่ือจะไดส้ อดสอ่ งมองดจู ิตของตนเองท่ีจติ
คิดนนั้ ใหน้ ่งิ อยใู่ หม้ ่นั คงเป็นสมาธิ เราจงึ จะไดจ้ ิตใจท่ีม่นั คง ทาํ
อะไรจงึ จะเป็นชนิ้ เป็นอนั เม่ือเราจะพจิ ารณาธรรมะขอ้ ใดขอ้
หนง่ึ เราจงึ จะเขา้ จิตเขา้ ใจในธรรมะขอ้ นนั้ อนั ชดั แจง้ ชดั เจน เรา
จงึ จะมีปัญญาและความสขุ ความสบายตอ่ ไป

เหตฉุ ะนนั้ การแสดงธรรมในวนั นีท้ ่ีเร่อื งการหาอบุ ายควบคมุ
จิตใจของตนเองใหส้ งบระงบั เป็นสมาธิก็เห็นจะเวลาพอสมควร
ก็ขอยตุ เิ พียงเท่านี้

ท่ีมา: https://youtu.be/TTVRT_8CEKM

22


Click to View FlipBook Version