The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ฝึกปฏิบัติละสัญญาอารมณ์ โดย หลวงพ่อสิงห์ทอง ธมฺมวโร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทีมงานกรุธรรม, 2022-02-12 21:18:20

ฝึกปฏิบัติละสัญญาอารมณ์ โดย หลวงพ่อสิงห์ทอง ธมฺมวโร

ฝึกปฏิบัติละสัญญาอารมณ์ โดย หลวงพ่อสิงห์ทอง ธมฺมวโร

Keywords: ฝึกปฏิบัติละสัญญาอารมณ์,หลวงพ่อสิงห์ทอง ธมฺมวโร

ฝึ กปฏบิ ัตลิ ะสัญญาอารมณ์ เพอื่ ความสงบสุขของใจ
ทกุ คนเคยผา่ นตาํ รบั ตาํ รา เคยปฏิบตั ศิ กึ ษาจากครูจาก
อาจารยม์ าพอสมควร การมาพกั วดั โดยเฉพาะฆราวาส สว่ น
พระเณรท่ีอยปู่ ระจาํ นนั้ ก็เป็นอกี อยา่ ง เรามาพกั เพ่ือปฏบิ ตั ธิ รรม
ธรรมท่ีเราเคยไดย้ นิ ไดฟ้ ัง จดจาํ มา นาํ มาพนิ ิจพิจารณาศกึ ษา
ตงั้ หนา้ ปฏิบตั ติ ามความสามารถของตวั ท่จี ะทาํ ได้ พอเรามาวดั
ก็จะตอ้ งมาวดั ดจู ติ ใจของตวั อย่ใู นบา้ นมนั คดิ ปรุงยงุ่ เก่ียวกบั
เร่อื งอะไรตา่ งๆนานา ธุระหนา้ ท่ีมนั ก็มาก มาวดั เป็นท่ีสงบสงดั
ไม่มีธุระหนา้ ท่ีอะไรท่ีจะทาํ นอกจากจะกาํ หนดจติ ใจของตวั เอง
การมาพกั วดั ท่ีจะเกิดคณุ คา่ สาระให้ อาศยั ตวั ของตวั เอง
เป็นคนฉลาดท่ีจะปลอ่ ยวางสญั ญาอารมณอ์ ดตี การงานหนา้ ท่ีท่ี
เคยย่งุ เก่ียว เคยทาํ ทอดทงิ้ เอาไว้ ตงั้ ใจพินิจพิจารณาอรรถธรรม
กาํ หนดธรรมในจิตในใจของตวั เพ่ือใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการมา
พกั ใหส้ มกบั วา่ มาพกั ไมใ่ ชม่ าปรุงมาคดิ มาเก่ียวมาขอ้ งกบั
สญั ญาอารมณ์ ถา้ เราคิดไดอ้ ย่างนนั้ เราก็พยายามขบั ไล่
อารมณส์ ญั ญาท่ีย่วั ยใุ จออกไป ใจของเราก็จะไดค้ วามสขุ ความ

1

สบาย ไดพ้ กั ผอ่ น น่ีคอื การมาพกั วดั วดั จิตวดั ใจของตวั เอง ดจู ติ
ดใู จของตวั เอง วา่ อยใู่ นบา้ นเป็นอย่างไร อยใู่ นวดั เป็นอยา่ งไร
ถา้ ไมเ่ หน็ คณุ คา่ สาระในการมาพกั มนั กห็ มดศรทั ธา เพราะการ
มาก็ไกล เสยี ขา้ วของเงนิ ทอง เหน็ดเหน่ือยเม่ือยหวิ มาแลว้ ก็ไม่
เกิดสาระประโยชนอ์ ะไรให้ สอู่ ยบู่ า้ นของตวั ไม่ได้ สะดวกสบาย
น่ีคอื ความเหน็ ของจติ ของใจท่ีไมไ่ ดอ้ ะไรจากการมาวดั

ถา้ มาแลว้ พยายามขบั ไลส่ ญั ญาอารมณอ์ อกจากใจ ให้
จิตใจไดพ้ กั อยใู่ นวงของอรรถของธรรม จติ ใจท่ีไม่เคยเหน็ เคย
เป็นเคยรูเ้ ร่อื งความสงบสขุ ตา่ งๆทางศาสนา เม่ือเราขบั ไล่
สญั ญาอารมณอ์ อกไป ตงั้ ใจกาํ หนดบทบรกิ รรมก็ดี ลมหายใจก็
ดี หรอื อะไรท่ีเราเคยฝึกหดั ปฏิบตั ิมา ชอบกบั จรติ นิสยั นาํ คาํ
บรกิ รรม นาํ อารมณอ์ นั นนั้ มาไวใ้ นใจของตวั ใหใ้ จของตวั อยู่ ให้
ใจของตวั หยดุ ใหใ้ จของตวั พกั เม่ือใจมนั หยดุ มนั อยู่ มนั พกั ลง
รวม ไดค้ วามสงบสงดั เหน็ ชดั วา่ จติ ของตวั ไม่ไดฟ้ งุ้ ปรุงคดิ นกึ
ติดขอ้ งกบั สญั ญาอารมณต์ า่ งๆ เหน็ ความสวา่ งไสวของจิต
เกิดขนึ้ จากความสงบ เหน็ การปลอ่ ยวางสญั ญาอารมณต์ า่ งๆ

2

ขาดจากจติ ไป ใจเยน็ ใจสบาย คณุ คา่ สาระท่ีการประพฤติ
ปฏบิ ตั ิอย่ทู ่ีตรงนนั้

ถา้ ใครเหน็ ใครเป็น มีความสงบเยน็ ในจติ ในใจ คนนนั้ กไ็ ด้
ช่ือวา่ เหน็ ธรรมะท่ีมีคณุ คา่ จากการประพฤติปฏบิ ตั ิ ศรทั ธา
ความเช่ือ ความเล่ือมใส ความเตม็ ใจอยากจะประพฤติปฏิบตั ิ
นนั้ มนั มาเอง เพราะทกุ คนไม่ชอบทกุ ข์ ยนิ ดีสขุ เม่ือเหน็ ความสขุ
ความเยน็ ในจติ ในใจ จงึ ยินดพี อใจอยากจะประพฤตปิ ฏิบตั ิ
เล่ือมใสศรทั ธา น่ีคอื ทางของจติ ท่จี ะเช่ือม่นั ในการประพฤติ
ปฏิบตั ขิ องตวั

ถา้ ไมเ่ หน็ ไม่เป็น เพียงไดย้ ินไดฟ้ ังเคา้ เลา่ แตต่ วั ของเราเอง
ไม่เคยลมิ้ รสของความสงบสงดั ปฏิบตั ไิ ปก็ยงั ไมเ่ ขา้ ถงึ ขนั้ ท่ีจะ
เป็น จะเหน็ จะรูอ้ ะไร ความเช่ือ ความเล่ือมใสมนั กน็ อ้ ย หรอื
บางทีก็ขาดตกออกไป เหน็ สิ่งใหม่ ส่งิ อ่นื เห็นโลกเป็นของดีของ
วิเศษย่งิ กวา่ การประพฤติปฏิบตั ิจติ ใจ เขา้ ใจวา่ ความสขุ อย่กู บั
วตั ถุ อยกู่ บั สง่ิ ของ อยกู่ บั สง่ิ อ่นื ไม่ไดเ้ หน็ ความสขุ อย่ใู นจิตในใจ
ของตวั

3

เม่ือเป็นอยา่ งนนั้ ก็ว่งิ เตน้ แสวงหาแตค่ วามสขุ ภายนอก แต่
อารมณส์ ญั ญาภายนอก หาตงั้ แตด่ า้ นวตั ถมุ าบาํ รุงกายเท่านนั้
สว่ นใจ ปลอ่ ยปละละเลย เพราะจติ ใจของเราท่านไมเ่ หน็ ไมเ่ ป็น
ความสขุ ในตวั ของตวั ฝึกหดั ปฏบิ ตั ิจิตใจยงั ไม่เขา้ ถงึ ขนั้ ความ
สงบให้ จติ ใจจงึ สงสยั จิตใจจงึ ฟงุ้ ปรุง คิดนกึ ตดิ ขอ้ งในสิง่ ตา่ งๆ

ถา้ หากฝึกปฏบิ ตั ใิ หจ้ ิตไดพ้ กั ผอ่ น จติ ไดเ้ ยน็ จิตไดส้ งบ เห็น
ความสขุ ภายใน สงิ่ ตา่ งๆท่ีเราเคยขอ้ งติดคิดแวะตา่ งๆนนั้ มนั จะ
ไม่ไปย่งุ เก่ียวเพราะเหตใุ ด เพราะสงิ่ ท่ีเราเหน็ เราเป็นอยนู่ ีม้ นั สขุ
มนั สบาย มีคณุ คา่ สาระสงู ย่งิ กวา่ ท่ีเราไปเคยยงุ่ เก่ียว เคยไปติด
ขอ้ งความสขุ ขา้ งนอก ความเช่ือมนั เกิดขนึ้ อยา่ งนีใ้ นการ
ประพฤตปิ ฏิบตั ศิ าสนา ไม่ใช่วา่ เพียงอา่ นตาํ รบั ตาํ ราหรอื ฟังมา
มนั ก็จะเช่ือเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยของมนั มนั ไมเ่ ป็นอยา่ งนนั้ มนั
ตอ้ งเหน็ ตอ้ งเป็นภายในจิตในใจของตวั

ผทู้ ่ีประพฤตปิ ฏิบตั ิ ทา่ นเหน็ ทา่ นเป็นอย่างนนั้ ทา่ นจงึ ตงั้ ม่นั
ยอมเสียสละชีวิต อทุ ศิ ตอ่ พระพทุ ธศาสนา ถึงจะลาํ บากยากเยน็
ในการกระทาํ บาํ เพ็ญ ในความเป็นอยู่ ทา่ นก็อตุ สา่ หพ์ ยายาม

4

ไมท่ อ้ ถอย ไมท่ อดทงิ้ เพราะความเหน็ ความเป็นท่ีมนั เยน็ มนั
สงบนนั้ เราเหน็ เพียงครงั้ เดยี วหนเดยี วเทา่ นนั้ มนั ก็เช่ือถึงใจวา่
ระยะท่ีเราทาํ นนั้ มนั ยงั เหน็ ยงั เป็น ยงั รู้ ท่ีมนั ไมเ่ หน็ มนั เส่ือมไป
เสียไปก็เพราะเราทาํ ยงั ไมถ่ ึงขีดขนั้ ของมนั อกี ไมใ่ ชค่ นอ่นื ขโมย
เอาไป หยบิ ยกเอาไป เม่ือเราเป็นเราเหน็ ก็ไม่ใชค่ นอ่นื เคา้ ขนมา
ให้ ปัญญาความเกิดกบั ใจมนั จะมี

เม่ือมนั มีปัญญาแนะสอนตวั อย่างนนั้ การกระทาํ บาํ เพญ็
ความเช่ือม่นั ท่เี คยเหน็ เคยรูก้ ท็ าํ เรอ่ื ยไป แตอ่ ย่าไปใครค่ ดิ วา่
คราวนนั้ น่งั อย่างนนั้ ทาํ อยา่ งนนั้ มนั เป็น มนั เหน็ มนั รู้ มนั สขุ
มนั สบาย มนั สงบ มาทาํ คราวนีก้ ็จิตคิดปรุงอย่แู ตข่ องเกา่ ท่เี คย
ผ่านมา ไมไ่ ดด้ แู ลรกั ษาจติ ใจของตวั ในปัจจบุ นั มีความอยาก
ความคิด ความเก่ียวขอ้ งอยกู่ บั อดตี ถา้ เป็นอยา่ งนนั้ การทาํ มนั
ผิด มนั ไม่สงบใหด้ า้ นจติ ใจ ใหต้ งั้ หนา้ ทาํ ไป ไม่ตอ้ งไปอยาก
เหมือนกนั กบั เรารบั ประทาน ถา้ เรารบั ทานอยู่ ความอ่ิมมนั
จะตอ้ งเกิดขนึ้ แตไ่ มท่ าน อยากอ่มิ มนั ก็ไมม่ ีทางให้ ไมท่ าํ แต่
อยากสาํ เรจ็ การงานนนั้ มนั ก็ไม่มีทางเหมอื นกนั ไม่เดนิ แต่

5

อยากจะถึงจดุ หมายปลายทางท่ีเราตอ้ งการ มนั ก็ไมม่ ที างท่ีจะ
ถึง

ฉะนนั้ ความคดิ ของจิตใจผปู้ ระพฤติปฏิบตั ติ อ้ งระวงั รกั ษา
สาํ รวมเอาไว้ อารมณส์ ว่ นใดมายงุ่ เก่ียวกบั จิตใจ ซง่ึ เป็นไปเพ่ือ
ทางเสียหาย เป็นไปในภายนอก จะตอ้ งขบั ไลป่ ัดปลอ่ ยมนั
ออกไป ไมอ่ ยา่ งนนั้ จิตใจจะไมส่ งบ ไมเ่ ขา้ ถึงอรรถธรรมท่ีเรา
ตอ้ งการ มงุ่ ม่นั อย่ใู นปัจจบุ นั พิจารณากนั ใหถ้ ่ีถว้ น จะกาํ หนด
บทบรกิ รรม กต็ งั้ หนา้ ตงั้ ตาทาํ จรงิ จงั จะพจิ ารณาธาตขุ นั ธ์ เป็น
อนิจจงั ทกุ ขงั อนตั ตา ก็พิจารณาจรงิ จงั จนใหจ้ ิตของเราอย่ใู น
คาํ บรกิ รรม อย่ใู นการกาํ หนดนนั้ ๆ

แตก่ ารกาํ หนดบทธรรมตา่ งๆ แลว้ แตอ่ ปุ นิสยั แลว้ แตต่ วั ของ
ตวั เองจะชอบแบบไหน เอาอะไรมากาํ หนด ถา้ เป็นบทของธรรม
จติ มนั สมั ผสั จติ มนั เยน็ มนั รวมใหจ้ ากการกระทาํ นนั้ มนั ไม่ผิด
จะมีอย่ตู ามตาํ รบั ตาํ รา ครูอาจารยจ์ ะแนะสอนมาก่อนกต็ าม
หรอื ไมม่ ีตามตาํ รบั ตาํ รา ครูอาจารยไ์ ม่เคยสอนมาก็ตาม แตม่ นั

6

ถกู กบั จรติ นิสยั ของตวั กาํ หนดลงไป ใจมนั เยน็ ใจมนั สงบ ก็ช่ือ
วา่ ถกู ในการกระทาํ บาํ เพญ็

พอมนั เยน็ มนั สงบ เหมือนกนั กบั ยา จะมีในตาํ รบั ตาํ รา หรอื
จะมีในหา้ งรา้ นตา่ งๆ เคา้ โฆษณาวา่ ดีอยา่ งนนั้ ดอี ย่างนี้ แตเ่ รา
นาํ มาทานเพ่ือแกไ้ ขโรคภยั ภายในกาย มนั ไม่หายให้ เรา
แสวงหายาใหม่ จะเป็นสมนุ ไพรอย่ใู นท่ีใดก็ตาม เม่ือเรามาทาน
โรคภยั ของเราท่ีเคยเบยี ดเบยี นกาย หายไป สบายไป ก็ไดช้ ่ือวา่
ยานนั้ ถกู กบั โรคภยั ของเรา สามารถท่ีจะกาํ จดั โรคภยั ใหห้ าย
จากกายของเรา เราจะสขุ เราจะสบาย ใหถ้ ืออยา่ งนนั้ ไม่ผิด
ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ก็ทาํ นองเดยี วกนั มมี าก ๘๔๐๐๐ เราจะ
ไปศกึ ษาเลา่ เรยี นจดจาํ เอามาทกุ ขอ้ ทกุ อยา่ งมาไวเ้ พ่ือจะใหต้ วั
ของตวั รูท้ ่วั เขา้ ใจถงึ ท่องบน่ ไดท้ กุ ขอ้ ทกุ อย่างท่ีพระองคท์ รง
แนะสอนเอาไว้ มนั เป็นไปไม่ได้ ถา้ งมอยขู่ า้ งนอกอย่างนนั้
ภายในจะไมม่ ีวนั สงบให้

เราจะกาํ หนดอะไร จะทาํ อะไร ไมต่ อ้ งไปยงุ่ เก่ียวมากอยา่ ง
นนั้ มนั สงบใหเ้ ป็นพอ เหมือนกนั กบั เราทานอาหาร รา้ นขาย

7

อาหาร ภตั ตาคารตา่ งๆ เคา้ ทาํ ไว้ อาหารมีหลายชนิด ไมต่ อ้ งมา
ซือ้ มาทานทกุ อยา่ งไป ทานแตท่ ่ีเราชอบ สง่ิ หนง่ึ สง่ิ ใดเทา่ นนั้ มนั
ก็อ่ิม ยงั ธาตขุ นั ธข์ องเราใหแ้ ข็งแรง ฉนั ใดธรรมคาํ สอนของ
พระพทุ ธเจา้ ก็ฉนั นนั้ คนท่ีมกั มากยอ่ มยงุ่ ลาํ บาก ยง่ิ มีอารมณ์
เทา่ ไร คนนนั้ ก็เป็นเจา้ ทกุ ข์ ถา้ ตดั ขาดจากอารมณใ์ หน้ อ้ ยเขา้ มา
เท่าไร ใจมนั ก็สขุ มนั ก็สงบ

น่ีธรรมของพระพทุ ธเจา้ ทา่ นจงึ สอนใหม้ กั นอ้ ย ผภู้ าวนา ผู้
ชาํ ระกิเลสตอ้ งมกั นอ้ ย ไม่ตอ้ งไปคิดนกึ เก่ียวขอ้ งกบั สญั ญา
อารมณใ์ หม้ าก ใหม้ กั นอ้ ย ใหส้ ญั ญาอารมณข์ องตวั จะกาํ หนด
อะไรตงั้ ใจกาํ หนด ไมอ่ ย่างนนั้ มนั ก็ไม่เกิดสาระประโยชนใ์ ห้ การ
มกั นอ้ ยจงึ เป็นเร่อื งสาํ คญั ในผปู้ ระพฤติปฏิบตั ิ จะไปศกึ ษา
ตาํ รบั ตาํ รา เรยี นอภธิ รรมจบเสยี กอ่ นจงึ จะตงั้ หนา้ ตงั้ ตา
ประพฤตปิ ฏิบตั ิ สญั ญาท่ีจาํ มามนั เป็นอนิจจา คือไม่เท่ยี ง บางที
ไดม้ าแลว้ ก็หลงไป ตะครุบนนั้ ตะครุบนี้ ก็เลยไม่มีวนั ท่ีจะจาํ ได้
แนน่ อน หรอื จาํ ไดก้ ็เป็นธรรมคาํ สอนของคนอ่ืน ไม่เหน็ ไม่เป็นใน
ตวั ของเรา มนั ก็ไมเ่ กิดประโยชนใ์ ห้

8

ความจรงิ ธรรมะคาํ สอนของพระพทุ ธเจา้ ถงึ จะมากมายก็
ตาม ทา่ นไม่ไดส้ อนไปท่ีอ่ืน สอนกาย สอนวาจา สอนจติ ของ
มนษุ ย์ เรามีกายมีจติ ดว้ ยกนั ทกุ ถว้ นหนา้ คนยงั ไม่ตาย ยงั มี
กิเลสตณั หา มีมานะทิฐิ ยงั มดี ีมีช่วั ทาํ ได้ มฤี ทธิ์มเี ดช แตค่ น
ตายไปแลว้ หมดเร่อื งเหลา่ นีเ้ พราะกายไมม่ ีท่ีจะทาํ ถงึ ปากมีอยู่
หมดลมหายใจมนั ก็พดู ไม่ได้ ใจมนั ก็ไม่ไดอ้ ย่ใู นตวั คดิ นกึ ตรกึ
ตรองอะไรก็ไม่เป็นอกี เหมือนกนั

ฉะนนั้ ท่ีเรามีลมหายใจอยู่ จงึ ควรประพฤตปิ ฏิบตั ิได้ ไมต่ อ้ ง
สงสยั วา่ อาํ นาจวาสนา บญุ บารมีเรายงั ออ่ น ยงั ไมม่ ี ใหร้ บี
กาํ หนด รบี กระทาํ สง่ิ ท่ีควรกาํ หนด ควรทาํ เช่นจะกาํ หนดลม
หายใจก็กาํ หนดอยอู่ ย่างนนั้ เม่ือใดใจยงั ระลกึ ได้ ยงั ไมส่ งบถงึ
แกน่ ของมนั เราก็ตงั้ ใจกาํ หนดอยนู่ นั้ จติ เม่ือมนั ละเอยี ดลงไป
ลมหายใจมนั ก็ละเอียดตาม ผลท่ีสดุ เม่ือมนั สงบถงึ ท่ีของมนั ลม
หายใจของพวกเราทา่ นซง่ึ เคยหายอย่มู าเป็นประจาํ ไมว่ า่ หลบั
วา่ ต่นื แตเ่ ม่ือจติ รวมถงึ ท่ี จะไม่มีลมหายใจ ลมหายใจจะขาดไป
คือมนั ออกไปไดท้ กุ ขมุ ขน น่ีความละเอยี ดของจิตเม่ือมนั รวมถึง

9

ท่ี มนั เป็นอย่างนนั้ แตอ่ ย่าไปสงสยั วา่ เราไมม่ ีลมหายใจ เราตาย
ใครมนั สงสยั ใครมนั รูอ้ ยนู่ นั้ ก็แสดงวา่ เรายงั ไมต่ าย

น่ีคือความสงบของจติ ความปรุงรวมของจติ มนั ไม่ได้
เก่ียวขอ้ งกบั สญั ญาอารมณต์ า่ งๆ ถงึ กายจะมีอยู่ ก็ไมไ่ ดเ้ อาใจ
มาฝักใฝ่เก่ียวขอ้ งวา่ มนั น่งั มนั นอนอยทู่ ่าไหน มนั เป็นอยา่ งไร
เม่ือใจมนั รวมอย่างนนั้ การน่งั ภาวนาจงึ ไมไ่ ดม้ ีกาลมีเวลา คือ
มนั ไม่ไดก้ าํ หนดการวา่ นานเทา่ ไหร่ เพราะใจไมไ่ ดม้ าเก่ียวขอ้ ง
กบั เร่อื งขา้ งนอก ถา้ จิตไม่ถอดถอนขนึ้ เม่ือไร จะน่งั ไปก่ีวนั ก่ีคนื
มนั ก็อย่ไู ด้ อยา่ งพระอรยิ เจา้ ทา่ นเขา้ นิโรธสมาบตั ิ น่งั ๗ วนั ๗
คืน ไม่เหน็ ถา่ ยหนกั ถ่ายเบา ไม่มหี ิวมกี ระหาย เพราะใจของ
ท่านไมเ่ ก่ียวกบั กาลเวลา ไมอ่ อกมาสเู่ ร่อื งขา้ งนอก

จติ ของเรารวมธรรมดาก็เหมือนกนั แตท่ า่ นท่ีไม่ไดก้ ลา่ ววา่
เป็นนโิ รธ กเ็ พราะวา่ มนั อยไู่ มไ่ ดน้ านอย่างท่าน มนั รวมเขา้ ไปถึง
จดุ ท่ีดบั เร่อื งสญั ญาอารมณ์ มนั เหมือนกนั หมด จะทราบ
ความสขุ ความสบาย ความปลอ่ ยวางของใจท่ีเก่ียวเกาะอาศยั
กบั ธาตกุ บั ขนั ธ์ มนั เป็น มนั เห็นจากการกระทาํ บาํ เพญ็ สง่ิ เหลา่ นี้

10

จะไปอา่ นตาํ รบั ตาํ รา ไม่มีทางท่ีจะเหน็ จะเป็นให้ ถา้ เราทาํ ดว้ ย
ตวั ของเราเอง เราจะเหน็ ความเย็น ความสงบของจิตของใจ

เม่ือจติ มีความสงบ มีสมาธิความหนกั แนน่ อย่างนนั้ พอถอน
ขนึ้ มาจะพิจารณาอะไร เราเคยสงสยั ตดิ ขอ้ ง นาํ มาพนิ ิจ
พจิ ารณา มนั จะเกิดปัญญาสามารถแกไ้ ขขบั ไลค่ วามสงสยั ขอ้ ง
ใจตา่ งๆ ตกออกไปหมดออกไป ใจจะไม่ขอ้ งไมต่ ิดในสิง่ ท่ีเราเคย
ตดิ เคยขอ้ งมาก่อน น่ีท่านเรยี กวา่ ปัญญา ไมใ่ ช่สญั ญา เร่อื ง
สญั ญานนั้ คอื เราจาํ มา รูอ้ ยู่ ราคะ ตณั หา อวชิ ชา อปุ าทาน
ความกาํ หนดั ยินดใี นรูป เสยี ง กลิ่น รส สมั ผสั อารมณต์ า่ งๆใน
ส่ิงเหลา่ นี้ ทา่ นถือวา่ ราคะ ในตาํ รบั ตาํ ราทา่ นบอก ทา่ นกลา่ ว
เอาไว้ แตเ่ ม่ือมนั เป็นขนึ้ กบั ใจ เราจะหาตาํ รบั ตาํ รามาอา่ น มนั
ไมห่ าย ตอ้ งฝึก ตอ้ งปฏบิ ตั ิ

เม่ือจิตสงบสงดั มาพนิ ิจพจิ ารณาเรอ่ื งมนั ติดขอ้ งแวะ คิด
ตา่ งๆ เกาะเก่ียวตา่ งๆ ยดึ ถือตา่ งๆ มนั เป็นเพราะอะไร รูปนนั้ ๆ
แตก่ อ่ นเรายงั ไมเ่ ห็น มนั มีมยั้ มนั คงมีแตไ่ หนแตไ่ รมา รูป เสียง
กล่ิน รส ไมเ่ คยขาดจากโลก มนั มีมาอยตู่ งั้ แตเ่ รายงั ไมเ่ กดิ เรา

11

เกิดมาแลว้ หรอื เราตายไปแลว้ มนั ก็มีอย่อู ย่างนี้ อนั นีเ้ ส่อื มไป
สลายไป อนั ใหม่มนั เกิดขนึ้ เรอ่ื งของรูป เราจะไปติดในรูป ไป
เกาะเก่ียวกบั รูป ไปหาความสขุ กบั รูป เม่ือรูปนนั้ มนั แปรปรวน
เปล่ยี นแปลง หรอื แตกสลาย เราจะเสียใจ เพราะไมไ่ ดต้ าม
ความปรารถนาของตวั

ถา้ มีปัญญาจะตอ้ งพิจารณาแกไ้ ข ใหเ้ ขา้ ใจชดั เจน
พิจารณารูปของตวั เทา่ นนั้ มนั ก็ท่วั ถงึ กนั ทงั้ อดีตอนาคต หมดทงั้
โลก ไม่มีอะไรท่ีจะเหลือหลอใหส้ งสยั เพราะรูปของเราเป็น
อยา่ งไร รูปท่เี กิดมาในอดีต ท่ีหมดไปในอดีต ท่ีจะมีมาใน
อนาคต หรอื รูปท่ีมีอย่ใู นปัจจบุ นั เหมือนกนั หมด คอื มีความ
เกิดขนึ้ แปรปรวน แลว้ แตกสลาย หนา้ ท่ีของมนั เป็นอยา่ งนนั้ ไม่
มีรูปใดท่ีจะคงทนถาวรคาํ ◌ฟ้ ้า จะตอ้ งเป็นไปตามธรรมชาติ
ธรรมดาของมนั

แลว้ ความกาํ หนดั ยนิ ดลี มุ่ หลงในรูปซง่ึ เกดิ ราคะตณั หานนั้
หมายถงึ จิตไปม่นั หมายวา่ หญิงวา่ ชาย วา่ สวยวา่ งามตา่ งๆ เม่ือ
เรามีสมาธิอบรมจิตตงั้ ม่นั ถอดถอนขนึ้ มาพิจารณาทางปัญญา

12

ทางวปิ ัสสนา เราจะมีปัญญาขบั ไลจ่ ิตใจท่ีไปเกาะตดิ ตา่ งๆ รูปท่ี
เราไปหลงใหลใฝ่ฝัน เขา้ ใจวา่ มนั สวยมนั งามนนั้ โดยสว่ นใหญ่ก็
หมายถงึ รูปท่ีเราเหน็ เราเป็นอยู่ รูปท่ีเราไมเ่ หน็ ก็ไม่ไดม้ าย่งุ
เก่ียวกบั จิตใจของเรา รูปท่ีเราเหน็ อยนู่ นั้ มนั มีอะไรกนั ท่ีสวยสด
งดงาม ตอ้ งพจิ ารณาตามธรรมชาตขิ องมนั

เม่ือจติ มีสมาธิ มนั จะเขา้ ไปเหน็ ธรรมชาติของรูปนนั้ ๆตาม
เป็นจรงิ ของมนั คือพจิ ารณาของตวั เองเทา่ นนั้ มนั ก็ทราบ ท่ีมนั
ไหลออกมา เยิม้ ออกมา ไดอ้ าบนา้ํ ชาํ ระตวั อย่เู รอ่ื ยๆ เพราะเหตุ
ใด พอมนั เนา่ มนั ปฏิกลู ผา้ ผอ่ นท่อนสไบท่ีนงุ่ หม่ เม่ือนงุ่ ไปไม่
ซกั ฟอก มนั เป็นอยา่ งไร เพียงรูปท่ียงั ไมต่ าย มนั ก็ยงั แสดง
อากปั กิรยิ า ความบดู เนา่ ของมนั ออกมา ถกู เสือ้ ผา้ ใหม้ ีกลนิ่
เหมน็ สาปเหมน็ โขลง เราเคยเห็นท่ีเหน็ มนั สวยมนั งาม ท่ีมนั
สงสยั เราลองถลกหนงั ออกไปจนหมด เหลอื แตเ่ นือ้ กองเอาหนงั
ไว้ ดเู นือ้ ในตวั ท่วั ไป มนั นา่ กาํ หนดยินดี นา่ จบู นา่ กอดมยั้
อาจจะเกิดความสลดสงั เวช อาจจะเกิดความกลวั ขนึ้ เพราะมนั
ไมน่ ่าดู เอาเนือ้ ออกไป เหลอื แตเ่ อ็นกระดกู เป็นอย่างไร

13

พจิ ารณาใหเ้ หน็ ตามเป็นจรงิ ของมนั วา่ มนั ไม่น่าเล่อื มใส
น่ายนิ ดี นา่ พอใจ นา่ หลงใหลตดิ ขอ้ ง เพราะสิ่งเหลา่ นีป้ ฏิกลู
ทงั้ นนั้

หรอื จะพิจารณาอวยั วะภายใน ดตู บั ไตไสพ้ งุ ตา่ งๆ มนั เป็น
อย่างไร ตบั หมู ตบั ไก่ เหน็ แลว้ ยงั อยาก ขายยงั มีราคา คนเขาถือ
วา่ เป็นอาหาร แตต่ บั ไตไสพ้ งุ ของคนนี้ เหน็ แลว้ ไมเ่ ป็นอยา่ งนนั้
ไมม่ ีความอยาก ไมม่ ีความพอใจ เพราะพวกเราท่วั ไปไมเ่ คยกิน
สงิ่ เหลา่ นี้ มนั จงึ กลวั กนั นา่ เกลยี ด ถา้ มนั ทะลกั ออกมาขา้ งนอก
เพียงเราเหน็ เท่านนั้ เราก็ไมพ่ อใจแลว้ น่ีทาํ ไมเพียงหนงั ห่อหมุ้
อยเู่ ทา่ นนั้ เราก็หลงกนั เรามีปัญญา หรอื หาปัญญาไม่ได้ มนั จงึ
หลงใหลใฝ่ฝันอยา่ งนี้ มนั จะเกิดปัญญาสามารถขบั ไลร่ าคะ
ตณั หา ความยนิ ดขี องใจออกไปได้

น่ีคอื ทางปัญญาท่ีจะพจิ ารณาเรอ่ื งของรูปท่ีเราตดิ ขอ้ ง เรา
ยดึ ถือ ถา้ พจิ ารณาแยบคายเท่าไร ใจมนั เห็นชดั เทา่ ไน มนั จะ
เบ่อื หนา่ ยเท่านนั้ จะพิจารณาลงไปเป็นธาตุ ดิน นา้ํ ลม ไฟ ท่ีมี
อยใู่ นกาย มนั ก็พจิ ารณาได้ สิ่งท่ีขน้ แขง็ ตา่ งๆ เม่ือมนั เส่อื ม มนั

14

สลายลงไป มนั ก็ไปสธู่ าตเุ ดมิ ของมนั ไมม่ อี ะไรเป็นหญิง เป็น
ชาย เป็นหนมุ่ เป็นสาว เพียงแตด่ นิ เทา่ นนั้ เคา้ เอาไปเผาเป็นเถา้
เป็นถา่ นเป็นอยา่ งไร ชอบใจมยั้ สวยท่ีไหน งามท่ีไหน พจิ ารณา
ดใู หถ้ งึ ใจ น่ีเรอ่ื งของการพิจารณาธรรมะเพ่ือแกไ้ ขขบั ไลจ่ ติ ใจท่ี
ยดึ ถือใหต้ กไป

เม่ือเราพิจารณาเร่อื งของเราเขา้ ใจชดั เจนเห็นประจกั ษ์ เรา
จะสงสยั อะไรเลา่ คนอ่นื ในอดตี ก็ตาม ในปัจจบุ นั ก็ตาม ใน
อนาคตก็ตาม มนั ไมม่ ีสวยงาม มนั เป็นอย่างนี้ พดู ถงึ ธาตกุ ็เป็น
อย่างเดยี วกนั พดู ถึงของปฏกิ ลู มนั ก็อยา่ งเดียวกนั จติ ท่ีโงเ่ ขลา
ไม่มีปัญญาสามารถเทา่ นนั้ จงึ ไปลมุ่ หลงยดึ ถือกนั ถา้ จติ มี
ปัญญา มีธรรมะจะไม่มีการลมุ่ หลงยดึ ถือในสง่ิ เหลา่ นี้ ถา้ มนั ยงั
ยดึ ถืออยู่ ยงั ลมุ่ หลงอยู่ ก็ไดช้ ่ือวา่ เราปฏบิ ตั ยิ งั ไมถ่ งึ ธรรมะขนั้ ละ
ถอน

พระพทุ ธเจา้ สาวก ทา่ นก็มรี ูปเหมือนกนั มีเสยี งเหมือนกนั
ในสมยั นนั้ แตท่ า่ นทาํ ไมไมต่ ิดขอ้ ง ก็เพราะท่านพนิ ิจพจิ ารณา
ของทา่ นใหเ้ หน็ ตามเป็นจรงิ เม่ือเหน็ ตามเป็นจรงิ จติ ก็จะย่อม

15

ยอมจาํ นน ไมย่ ดึ ม่นั ถือม่นั อะไรเป็นอะไรเขา้ ใจตามเป็นจรงิ มนั
ก็ละถอนของมนั น่ีพวกเราทา่ นไม่เป็นอยา่ งนนั้ จาํ ได้
ตาํ รบั ตาํ รา โลภ โกรธ หลงเป็นอยา่ งไร เขา้ ใจ เคยอา่ น เคย
ศกึ ษา แตเ่ ม่ือเกิดมากบั ตวั ของตวั ไมม่ ีทางท่ีจะแกไ้ ขขบั ไล่
ความอยากได้ ลมุ่ หลง มนั ยงั มี เม่ือไมถ่ กู จติ พอใจ โกรธมนั ก็
เกิดขนึ้ เพราะความหลงของใจ ไม่มีอรรถธรรม ไม่มีสตคิ วาม
ระลกึ รู้ ไม่มีปัญญาท่ีจะสืบดคู วามเป็นจรงิ ของมนั มนั เผาเอาจน
หนา้ ตาเป็นยกั ษเ์ ป็นมารขนึ้ มนั เป็นอย่างนนั้ ก็ทราบอยแู่ ลว้ วา่
สงิ่ เหลา่ นนั้ มนั ไมด่ ี แตม่ นั ก็หนีมนั ไม่ได้ เพราะละมนั ยงั ไมข่ าด
มนั เป็นพิษเป็นภยั มนั เผากายเผาใจของคน เรอ่ื งกเิ ลสตณั หา

ทา่ นจงึ ใหห้ าธรรมะ พจิ ารณาธรรมะ มาชาํ ระซกั ฟอกจติ ใจ
เม่ือจิตใจสงบเยน็ เกิดปัญญาพิจารณาสง่ิ ตา่ งๆ เหน็ ตามเป็น
จรงิ รูปก็ดี เสยี งก็ดี กลิน่ ก็ดี รสก็ดี ยงั มีอยใู่ นโลก แตจ่ ติ ใจของ
เราแตเ่ ก่าก่อนเคยเหน็ ปรุงคดิ ติดขอ้ งตา่ งๆ เวลาเราประพฤติ
ปฏิบตั ธิ รรมะ พิจารณาในจติ ในใจ เหน็ ตามเป็นจรงิ เม่ือประสบ
พบเขา้ ทางตาไดเ้ หน็ ทางหไู ดย้ ิน จมกู ไดก้ ลนิ่ ลนิ้ ไดร้ ส กายถกู

16

สมั ผสั มนั เป็นอยา่ งไร มนั จะประจกั ษใ์ นใจ ถา้ มนั ยงั มีความ
กาํ หนดั ขดั ขอ้ ง เราก็ไมน่ อนใจตายใจ อนั นีเ้ ป็นกิเลส อนั นีเ้ ป็น
ตณั หา อนั นีเ้ ป็นขา้ ศกึ ของอรรถของธรรม จะตอ้ งตงั้ หนา้ สรู้ บขบ
กดั ปฏบิ ตั ิเพ่ือเอาชยั ชนะ น่คี ือการปฏบิ ตั ภิ าวนา ชาํ ระใจของ
ตวั ไมอ่ ยา่ งนนั้ จะไม่เห็น ไมเ่ ป็นให้ จะอยใู่ นท่ีสงบสงดั มนั ก็อยู่
ได้ แตจ่ ิตใจของเราวนุ่ วายดว้ ยอารมณส์ ญั ญาตา่ งๆ หาทางสงบ
ไม่มี เราตอ้ งพนิ ิจพิจารณาชาํ ระใจของตวั

การวเิ วกความสงบนนั้ พระพทุ ธเจา้ ก็สรรเสรญิ จะสงบกาย
พระองคก์ ็สรรเสรญิ แลว้ พระองคก์ ็เคยปฏบิ ตั มิ า ทงั้ ๆท่ีหมด
กิเลสพระองคก์ ็ยงั ทรงประพฤตปิ ฏิบตั ิอย่ใู นสถานท่ีวิเวก เชน่ วดั
ท่ีทา่ นสรา้ งขนึ้ ไม่ใช่สรา้ งอยใู่ นกลางหม่บู า้ น ในกลางถนน
หนทาง กลางเมือง ทา่ นหาความสงบอย่เู หมือนกนั เพราะท่ีสงบ
ของกายนนั้ หางา่ ย เราเขา้ ป่า ไม่มีรูป เสยี ง เรอ่ื งราวตา่ งๆ
ภายนอกมายงุ่ เก่ียว ก็ไดช้ ่ือวา่ เป็นท่วี ิเวก ท่ีสงบ แตจ่ ิตของเรา
สงบนนั้ มนั ตอ้ งอาศยั การพนิ ิจพจิ ารณา อาศยั การปฏิบตั ิ เพียง
กายสงบ หางา่ ย แตก่ ็อาศยั ความสงบของสถานท่ีวเิ วก ไมม่ ีรูป

17

เสยี ง เรอ่ื งราวตา่ งๆมายงุ่ เก่ียว เราจะกาํ หนดอะไรก็
สะดวกสบาย ไมว่ นุ่ วายขดั ขอ้ ง ทา่ นจงึ วา่ เสยี ง เป็นขา้ ศกึ เป็น
หนามสาํ หรบั ปฐมฌาณ คือการเขา้ สงบของจติ ถา้ มีเสยี งมาก
เทา่ ไร จิตใจฝึกปฏบิ ตั ิใหม่จะใหเ้ ขา้ ไดส้ งบสบายมนั ยาก หรอื ไม่
เป็นไปเลย

ฉะนนั้ ผปู้ ฏิบตั ิท่านจงึ หาท่ีสงบสงดั ทางกาย เม่ือท่ีภายนอก
สงบสงดั การปฏบิ ตั ภิ ายใน ขา้ งนอกมนั ไมม่ ีอะไรมายงุ่ เก่ียว
รบกวนแลว้ เรามานีม้ าปฏบิ ตั ิ ไมใ่ ช่มาเลน่ มาเพลนิ มาคิด มา
ปรุง มาย่งุ มาเก่ียวกบั สญั ญาอารมณอ์ ะไร เราตอ้ งหกั หา้ มใจ
ของเราอย่าใหไ้ ปเก่ียวขอ้ งกบั เรอ่ื งโลก ปฏบิ ตั เิ พ่ือความสงดั ของ
ใจ เพ่ือความวเิ วกของใจ ความวิเวกของใจจะวเิ วกได้ ก็ตอ้ งตดั
นิวรณอ์ อกไป นิวรณค์ อื อะไร

กามฉนั ทะ ความคิดปรุงยงุ่ เก่ียวกบั รูป เสยี ง กลน่ิ รส สมั ผสั
อารมณ์ ซง่ึ เป็นทางโลก

พยาบาทก็ความคดิ อาฆาต ผกู เวรกบั สตั วก์ บั บคุ คลตา่ งๆท่ี
เขาลว่ งเกิน ท่ีเราไม่พอใจ เขาทาํ เขาวา่ ตา่ งๆนานา คดิ ไปมนั

18

ผา่ นมาเป็นเวลายืดยาวแลว้ ก็ตาม ถา้ หากเอาอารมณส์ ว่ นนนั้
มาคดิ มาปรุง จิตใจของเราโกรธ จิตใจของเรารอ้ น ไม่สงบ ไม่
เยน็ ให้ ท่านจงึ ใหต้ ดั ออกไป ปลอ่ ยออกไป วางมนั อยา่ ถือเอาไว้
อย่ายดึ เอาไว้

ถีนมทิ ธะ ความง่วงเหงาหาวนอน พอเขา้ หาท่ีสงบสงดั ไม่มี
สงิ่ มาย่วั ยเุ ก่ียวขอ้ ง มนั กง็ ว่ งนอนอยากพกั ผอ่ น เป็นไปตา่ งๆ
นานา เพราะใจท่ีไม่ไดค้ ิดปรุง ไม่มีสงิ่ ท่ีเก่ียวขอ้ ง มนั ไม่อยากเพ
ลดิ อยากเพลนิ อะไร มนั ก็งว่ งเหงา อยากพกั ผอ่ น อยากหลบั
อยากนอนไป ถา้ ไปดหู นงั ฟังเพลงตา่ งๆซง่ึ เป็นเคร่อื งย่วั ยุ เรอ่ื ง
กิเลสตณั หาภายใน ถงึ ระยะเวลาจะยาวนานมนั ก็อย่ไู ด้ เพราะ
ใจมนั เพลนิ อยขู่ า้ งนอก คนท่ีงว่ งเหงาหาวนอนในการฝึกธรรมะ
ปฏิบตั ธิ รรมะหรอื ฟังธรรมะ ก็เพราะจติ ของเขาไมม่ ีความอ่มิ ใจ
ไมม่ ีความพอใจ ไม่เพลดิ เพลนิ ในอรรถในธรรม มนั จงึ งว่ งเหงา
หาวนอนไปได้ เราจะตอ้ งมีปัญญาแนะสอนตวั ของตวั วา่ เรานีม้ ี
อาํ นาจวาสนา มีบญุ บารมี คนอ่นื จาํ นวนหม่ืนแสนท่ีเขาไม่ได้
เขา้ มาฝึกรกั ษาปฏบิ ตั ิธรรมะ ไม่ไดม้ าฟังธรรมะอยา่ งเรา เรานีม้ ี

19

อาํ นาจวาสนาแลว้ ทาํ นถี้ กู แลว้ ดแี ลว้ ควรจะอ่ิมใจเตม็ ใจในการ
ปฏบิ ตั ิของตวั ไมค่ วรจะปลอ่ ยเวลาใหเ้ ป็นหมนั เอาความหลบั
ความนอนมาเป็นใหญ่กวา่ ธรรมะ เราตอ้ งคดิ ปรุงแกไ้ ข ขบั ไล่
ความงว่ งเหงาออกไป น่ีคือนวิ รณท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั ใจ ทาํ ใหใ้ จไม่
เกิดความวเิ วกสงบ

อทุ ธจั จะ กกุ กจุ จะ เม่ือจติ ไมส่ งบ จิตไม่มีความสขุ มนั ก็ฟงุ้
ปรุงเดือดรอ้ น ฟ้งุ ซา่ นทางจิตทางใจ คิดอา่ นไปอนั นนั้ คิดอา่ นไป
อนั นีซ้ ง่ึ เป็นพษิ เป็นภยั ทาํ จติ ทาํ ใจใหเ้ ดือดรอ้ น เม่ือจิตไม่อยู่ จิต
ไม่สงบ จิตไม่รวม มนั ก็เกิดความราํ คาญขนึ้ ทา่ นวา่ อทุ ธจั จะ กกุ
กจุ จะคือจติ มนั ฟงุ้ ซา่ น กายมนั ก็ราํ คาญ จะน่งั จะนอน จะยืน
จะเดิน มนั ก็ไม่สขุ ไมส่ บายให้

วจิ กิ ิจฉา เกิดสงสยั วา่ อาภพั อบั วาสนา ทาํ อะไรไมเ่ ป็นไป
ตามใจหวงั น่ีคือความปรุงของใจ ความคดิ ของใจ ถา้ มนั คดิ ไป
ปรุงไปแบบนนั้ จะอยใู่ นสถานท่ีวิเวกขนาดไหนก็อย่ไู ดแ้ ตเ่ พียง
กาย ใจไมว่ ิเวกให้ ตอ้ งขบั ไลส่ งิ่ เหลา่ นีอ้ อกไป เพ่ือใจของเราจะ
ไดส้ งบเขา้ ถงึ ความสขุ ปลอ่ ยวางสญั ญาอารมณต์ า่ งๆ จงึ จะเกิด

20

สมาธิ เกิดวเิ วก ทางจติ เรยี กจิตวเิ วกได้ เม่อื จิตวิเวก จติ ไม่ย่งุ
เก่ียวเท่ียวปรุงตา่ งๆ เกิดเป็นเห็นรูใ้ นตวั ของตวั ตวั จะเช่ือวา่
ความสขุ ในความวิเวกนี้ สขุ อยา่ งนี้ วเิ วโก สโุ ข วิเวกเป็นสขุ หนอ
เปลง่ ออกเพราะมนั เหน็ มนั เย็น มนั สงบ น่ีคือผปู้ ระพฤติปฏิบตั ิ
จะตอ้ งเป็น เหน็ รู้ ในตวั ของตวั

เม่ือจิตมีความวเิ วก จิตสงบเย็นเห็นรู้ ถอดถอนออกมา จะ
พจิ ารณาอะไร มนั ก็เกิดปัญญา สามารถท่ีจะแกไ้ ขความขอ้ งตดิ
คิดปรุงย่งุ เก่ียวตา่ งๆ ตกออกไป ขบั ไลร่ าคะ ตณั หา อวชิ ชา
อปุ าทาน ใหห้ มดไปจากใจ จนเป็นอปุ ธิวิเวก คือสงบกิเลส

ครูอาจารยห์ รอื พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทาํ มาแบบนนั้ พวกเรา
ทา่ น ถา้ ทาํ ทา่ นก็ไมไ่ ดถ้ ือกรรมสิทธิ์ ท่านปลอ่ ยให้ อนญุ าตให้
ใครตอ้ งการจะทาํ จะประพฤตปิ ฏิบตั ิ ท่านไมไ่ ดเ้ รยี กรอ้ งเอา
คณุ คา่ สาระอะไร ทา่ นปลอ่ ยให้ ประพฤตปิ ฏิบตั ไิ ด้ ทกุ กาลทกุ
เวลา เราจะมีความสขุ ความเย็น ความเหน็ ความรูข้ นาดไหน
ดบิ ดีวเิ ศษขนาดไหน ทา่ นไม่ไดเ้ คยคดิ คณุ คา่ สาระวา่ ไดจ้ ากฉนั
นะ เธอจงึ มีความสขุ ความสบายอยา่ งนนั้ ฉนั จะตอ้ งเรยี ก

21

คา่ ตอบแทนเท่านนั้ เทา่ นี้ ไมเ่ คยมี พระพทุ ธเจา้ พระองคม์ ีพระ
กรุณาธิคณุ มาก อยากจะใหส้ ตั วถ์ ว้ นหนา้ หมดกิเลสตณั หา
หมดทกุ ขท์ างใจ ท่านจงึ มาสอนสตั ว์ ไมใ่ ชท่ า่ นสอนเพ่อื ความ
ตอบแทนอะไร ไม่เหมือนคนท่วั ไปท่ีสอนกนั มีความรูม้ าก็
จะตอ้ งมีรางวลั ให้ มีเงินเดือนให้ ฉนั จงึ จะรกั ษา ฉนั จงึ จะสอน

น่ีพระพทุ ธเจา้ ไม่ไดแ้ บบนนั้ สอนเพ่ือความสขุ ความสบาย
ของบคุ คลท่วั ไป ไมไ่ ดค้ ิดอะไรเป็นเคร่อื งตอบแทน พระทยั ของ
ท่านบรสิ ทุ ธิ์อย่ตู ลอดเวลา สอนเขา เขาประพฤติได้ ก็ไมใ่ ช่ทา่ น
จะดิบจะดขี นึ้ แตด่ ว้ ยพระกรุณาธิคณุ ในจติ ในใจ ถงึ ลาํ บาก
ยากเย็น พระองคก์ ็ทรงแนะสอนเพ่ือจะใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่สตั ว์
ไมใ่ ชว่ า่ ทา่ นสอนแลว้ จะไดค้ า่ ตอบแทนเทา่ นนั้ เท่านี้ กิเลสท่ีทา่ น
เคยละออกไปก็ละไดแ้ ลว้ กิเลสใหม่ท่ีจะเกิดขนึ้ ไม่มี ทา่ นก็ทราบ
แลว้ สอนเขาตลอดวนั ปรนิ ิพพาน จิตใจของเราจะดวี เิ ศษอีกนนั้
มีมยั้ ท่านกท็ ราบในพระทยั ของทา่ น เพราะสง่ิ ท่ีควรละ ละไป
แลว้ สิ่งท่ีควรบาํ เพ็ญ บาํ เพญ็ พอแลว้ ท่านทราบ

22

ไม่เหมือนพวกเราท่าน พวกเราท่านมนั ไมท่ ราบ ไมเ่ หน็
อย่างนนั้ ทาํ ลงไปก็เพ่ือจะละ เพ่ืออยากได้ น่นั ทา่ นทาํ ไมไ่ ดเ้ พ่ือ
อะไร มนั ผิดกนั อยตู่ รงนนั้ ฉะนนั้ พวกเราทา่ นท่ีมาประพฤติ
ปฏิบตั ิ เพ่ือฝึกหดั อบรมใจก็อยา่ จะไปตาํ หนิวา่ ตวั ของตวั ช่วั เสยี
ตวั ของตวั ไม่มีอาํ นาจวาสนา ตวั ของตวั อาภพั พงึ พนิ ิจพจิ าณา
ตงั้ หนา้ ปฏบิ ตั เิ ถอะ เรอ่ื งจิตใจสงบสงดั เป็นอย่างไร เราจะเห็นจะ
เป็นในจติ ในใจของเรา คาํ สอนพระพทุ ธเจา้ ถงึ ผา่ นมา ๒๕๐๐
กวา่ ปี มนั ยงั เป็นนยิ ยานิกธรรม (ธรรมท่ีนาํ สตั วอ์ อกจากทกุ ข)์
อย่หู รอื ไม่ หรอื ผปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั เิ พียงแตจ่ ะเป็นอปุ นิสยั ก็ใหม้ นั
เขา้ ใจในการประพฤติปฏบิ ตั ขิ องตวั ธรรมะเป็นอกาลโิ กจรงิ มยั้
ไมม่ ีกาลมีสมยั ทาํ เม่ือไร ไดร้ บั คณุ คา่ ตอบแทนเม่ือนนั้ จะเขา้ ใจ
กนั น่ีคอื การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิอรรถธรรม มนั เป็นอยา่ งนนั้

ขอทกุ ทา่ นจงหม่นั พนิ ิจพจิ ารณากาํ หนดรกั ษา อย่าไปนาํ
สญั ญาอารมณม์ ายงุ่ เก่ียวกบั จิตกบั ใจ ถา้ หากสญั ญาอารมณท์ ่ี
เคยคิดปรุงยงุ่ เก่ียวนนั้ มนั เป็นมรรคเป็นผล ทกุ คนจะพน้ จาก
ทกุ ข์ น่ีไม่เป็นอย่างนนั้ มีสญั ญาอารมณย์ งุ่ เก่ียวมากเทา่ ไร ใจ

23

ย่ิงเป็นทกุ ข์ ฉะนนั้ จงกาํ จดั ปัดเป่าออกไป ใหใ้ จมนั ไดพ้ กั ไดส้ งบ
เม่ือใจมนั มีสมาธิคือความสงบ ความหนกั แน่น ความเช่ือม่นั ใน
ตวั ของตวั แลว้ จะพิจารณาอะไรมนั ก็เป็นปัญญา สามารถตดั
ขาดจากความสงสยั

น่ีทางธรรมะทา่ นสอนพวกเราอยา่ งนนั้ ไม่ไดส้ อนไปท่ีอ่ืน
สอนกาย สอนวาจา สอนจติ เพราะท่ีเกิดของความช่วั มนั เกิดขนึ้
จากท่ีนี้ ท่ีเกิดของความดีมนั ก็เกิดขนึ้ จากท่ีนี้ เม่ือหมดช่วั
ประพฤตดิ ีเต็มตวั วมิ ตุ ตหิ รอื วิสทุ ธิธรรมมนั ไม่ไดเ้ กิดขนึ้ จากท่ี
ไหน เกิดขนึ้ จากใจของเราอกี เหมือนกนั ฉะนนั้ ขอทกุ ทา่ นจง
นาํ ไปพนิ ิจพจิ ารณาปฏบิ ตั ิรกั ษา เม่ือทกุ คนตงั้ หนา้ ประพฤติ
ปฏิบตั ิ กาํ หนดอรรถธรรมอยา่ งท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรงสอน ความ
สงบสขุ ท่ีเราไมเ่ คยเป็นเหน็ รูม้ ากอ่ นก็จะเกิดขนึ้ เม่ือเกิดขนึ้
ความเช่ือ ความเล่ือมใส ความเต็มใจปฏบิ ตั ิจะมีขนึ้ เป็นธรรมดา
ไม่ตอ้ งเรยี กหามาจากท่ีอ่นื

การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิธรรมจาํ เป็นสาํ หรบั เราทกุ คนท่ีมกี ิเลส
ตณั หา เพราะกิเลสตณั หาเป็นขา้ ศกึ ของใจ เป็นโรคภยั ท่ีจะทาํ

24

ใหเ้ ดือดรอ้ นวนุ่ วาย ถา้ เราไมร่ บี รกั ษาดว้ ยการปฏิบตั ธิ รรมะ มนั
ก็ไม่มีทางท่ีจะสงบสงดั ให้ ฉะนนั้ จงตงั้ หนา้ ตงั้ ตาประพฤติปฏิบตั ิ
กนั ความสขุ ความสบาย ความเหน็ ความเป็น ความสงบ ความ
เย็นของใจ จะไมม่ ีอยใู่ นตาํ รบั ตาํ รา จะเกิดขนึ้ จากการกระทาํ
บาํ เพ็ญของตน ทกุ คนมีสทิ ธิ์ท่ีจะประพฤตปิ ฏบิ ตั ิได้ ฉะนนั้ ขอทกุ
ทา่ นจงตงั้ หนา้ ตงั้ ตากาํ หนดรกั ษา พนิ ิจพจิ ารณาปฏิบตั ิ
ความสขุ ความเจรญิ ก็จะเกดิ ขนึ้ ในตวั ของตวั เอง

การอธิบายธรรมะเหน็ วา่ พอสมควร เสียเวลา ขอยตุ ิ
เพียงแคน่ ี้ เอวงั

ท่ีมา: https://youtu.be/vXhwKuP1ttU

25


Click to View FlipBook Version