The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทุกข์ทั้งหลายมาจากเหตุ โดย หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทีมงานกรุธรรม, 2022-02-16 19:10:15

ทุกข์ทั้งหลายมาจากเหตุ โดย หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

ทุกข์ทั้งหลายมาจากเหตุ โดย หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

Keywords: ทุกข์ทั้งหลายมาจากเหตุ,หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

ทกุ ขท์ งั้ หลายมาจากเหตุ
หลวงป่สู วุ จั น์ สวุ โจ

ปฏบิ ตั ิภาวนาท่ีเราไดก้ ระทาํ มาทกุ วนั ๆใหถ้ ือวา่ เป็น
ความสาํ คญั ย่งิ ควรระลกึ นกึ ตรวจตรอง นาํ มาทาํ ความเขา้ ใจใน
จิตใจของเรา เพราะจติ ใจของเรานนั้ ไมแ่ นน่ อน บางทีมนั ไปคลกุ
คลใี นเร่อื งไมด่ อี ยา่ งอ่นื ๆ มนั ก็ตดิ เร่อื งไมด่ เี ขา้ มา ไม่มองเหน็
ความดที ่เี รากระทาํ เลย นกึ แตเ่ รามีแตค่ วามวนุ่ วาย เรามแี ต่
ความขดั ขอ้ ง เรามีแตค่ วามไม่สบาย เพราะจติ ไปผกู พนั เร่อื งท่ี
ตดิ มาท่ีเราไมไ่ ดช้ าํ ระ เราไมไ่ ดเ้ ลอื ก เพราะฉะนนั้ กอ่ นจะภาวนา
น่ี เรามาตรวจตรองใหม้ ีความรูค้ วามเขา้ ใจในการปฏบิ ตั ิของเรา
ใหต้ รงใหถ้ กู ตอ้ งตามทางท่ีพระพทุ ธเจา้ พระองคท์ รงไดว้ างไว้ ได้
พาประพฤติปฏบิ ตั มิ า ไม่ใช่เรานกึ ทาํ ตามลาํ พงั ของเราเอง หรอื
ไม่ใช่ครูบาอาจารยค์ ดิ คาดคะเนหรอื อนมุ านวา่ จะเป็นอยา่ งนนั้
อย่างนีแ้ ลว้ นาํ มาใชม้ าปฏบิ ตั ิ

การปฏิบตั จิ ิตภาวนานีเ้ ป็นการกระทาํ มาแตอ่ งคส์ มเดจ็ พระ
สมั มาสมั พทุ ธเจา้ นบั แตพ่ ระองคไ์ ดต้ รสั รูอ้ นตุ ตรสมั มาสมั โพธิ

1

ญาณ พระองคป์ ฏญิ าณวา่ พระองคไ์ ดร้ ูแ้ ลว้ พระองคก์ ไ็ ดจ้ ารกิ
เท่ียว ส่งั สอนประชาชนเหลา่ พทุ ธบรษิ ัทในสมยั นนั้ ใหเ้ กิดความ
ศรทั ธาความเช่ือความเล่ือมใส มีจิตใจนอ้ มไปเพ่ือประพฤติ เพ่ือ
ปฏบิ ตั ิ เพ่ือเจรญิ รอยตามทางท่ีองคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธ
เจา้ ท่พี ระองคพ์ าดาํ เนนิ ปฏบิ ตั มิ า เราทงั้ หลายก็ไดม้ ีโอกาสมา
อบรมในทางท่พี ระพทุ ธเจา้ เป็นทางพระอรยิ เจา้ ท่านเดนิ ไม่ใช่
ทางธรรมดาปถุ ชุ นพาเดนิ ไม่ใชท่ างโลกพาเดนิ เป็นทางท่ี
พระพทุ ธเจา้ เท่านนั้ ท่ีพระองคช์ ีแ้ นะนาํ ใหเ้ ราเดินเขา้ มาดจู ิตใจ
ของเรา

สว่ นวชิ าการทางโลกนอกนนั้ เคา้ ไมไ่ ดช้ ีล้ งในใจ เคา้ ชีล้ งท่ี
วตั ถุ ไปเห็นแตข่ า้ งนอก ไปรูแ้ ตข่ า้ งนอก มีแตท่ ่ีพ่งึ ขา้ งนอก
เพราะฉะนนั้ จติ ใจจงึ ไม่ไดค้ วามฉลาด จงึ ไม่ไดค้ วามเขา้ ใจอนั
ถกู ตอ้ ง สามารถรกั ษาตนใหห้ มดจดผ่องแผว้ สะอาดบรสิ ทุ ธิ์
หลดุ พน้ จากความทกุ ขเ์ วรภยั ได้ มีทางพระพทุ ธเจา้ เป็นทาง
อรยิ ะเทา่ นนั้ ท่ีพระองคช์ ีล้ งวา่ ทกุ ขท์ งั้ หลายมาจากเหตุ คือใจ
ของเราน่ีแหละ มนั มีเหตฝุ ังไวอ้ ยใู่ นจิตใจของเรา แลว้ ผลติ ผล

2

ออกมาสจู่ ิตใจของเราใหแ้ สดงออกมาใหป้ รากฏทางกายและ
ทางวาจามาตามลาํ ดบั

เพราะฉะนนั้ เรามาภาวนา คอื มาน่งั รกั ษาจติ ใจของเราใหด้ ี
เพราะวา่ จิตใจของเรานีม้ ีลกั ษณะอย่สู องอย่าง ถา้ หากการใด
เม่ือจิตใจมีความดีเป็นลกั ษณะ ในการนนั้ จติ ใจของเราก็มี
ความสขุ ในการใดจิตใจเราไม่ไดค้ มุ้ ครอง เราปลอ่ ยให้
กระทบกระเทือนอารมณต์ า่ งๆ จิตใจของเราก็ไม่ดี จติ ใจก็ไดร้ บั
ความทกุ ขข์ นึ้ มา บางครงั้ จติ ใจของเรามพี ืน้ ฐานอนั ดแี ลว้ ถงึ มี
เรอ่ื งไมด่ ีจรมาใหไ้ ดร้ ูไ้ ดย้ ินไดเ้ หน็ ก็ตาม แตม่ นั ก็ไมเ่ ก็บเอา มนั ก็
ไมท่ กุ ข์ เพราะมนั มีสติ มีปัญญา มีเครอ่ื งรกั ษาคือธรรมะ ท่ีเรา
ไดป้ ฏบิ ตั ิ ท่ีเราไดฝ้ ึกหดั ไดอ้ บรม ธรรมะเหลา่ นนั้ มาชว่ ยปกปอ้ ง
ไม่ใหจ้ ติ ใจของเราหลงไปเอาส่งิ ท่ีไม่ดนี นั้ เป็นอารมณใ์ หไ้ ดร้ บั
ความกระทบกระเทือนใจ เราปลอดภยั ผ่านพน้ จากทกุ ขไ์ ปได้ ได้
ถึงซง่ึ ความสขุ เป็นสงิ่ ท่นี า่ อศั จรรยท์ ่ีธรรมะชว่ ยปกปอ้ งเรา ท่ี
อาศยั เราศกึ ษารูด้ ีแลว้ พระธรรมท่ีเราปฏบิ ตั เิ ทา่ นนั้ จงึ นาํ
ความสขุ มาให้

3

เพราะฉะนนั้ เราทงั้ หลายท่ีไดม้ ีความเพียรพยายามปฏิบตั ิ
ฝึกหดั อบรมมาสม่าํ เสมอ บางครงั้ ถงึ ไมไ่ ดม้ าในวดั เรากท็ าํ อยู่
ในบา้ น ไมใ่ หข้ าด ถือวา่ เป็นกิจวตั รของเรา อนั นีน้ บั วา่ เราสืบ
มรดกตกทอดจากองคส์ มเด็จพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ของเรา เอา
มาเป็นสมบตั ขิ องเราเพ่ือจะไดย้ ดึ เป็นท่ีพง่ึ ใหเ้ กิดความสขุ ทาง
จติ ใจ เพราะฉะนนั้ เราทงั้ หลายควรพยายามอบรมจิตใจน่นั ให้
ออกจากสงิ่ ท่ีไม่ดี ใหส้ ลดั ออกจากสง่ิ ไหนท่ีไมด่ ี นาํ ทกุ ขม์ าให้
เราก็ควรพยายามศกึ ษาใหร้ ูจ้ กั สิ่งนนั้ ๆ สงิ่ ท่ีไมด่ ีท่ีผา่ นมาแลว้ ก็
ใหแ้ ลว้ ไป ใหท้ าํ ความรูไ้ วใ้ นใจวา่ สิ่งไมด่ ีเหลา่ นนั้ เราจาํ หนา้ จาํ
ตามนั ได้ ถา้ มนั วกวนกลบั เขา้ มาอกี เราก็ไมห่ ลง ถงึ แมว้ า่ จะมา
ในรูปไหนก็ตาม มาหลอกลวงมายาอยา่ งไรก็ตาม เราก็ไมห่ ลง
เรารูจ้ กั ตวั ลกั ษณะของมนั ชดั แจง้ ดว้ ยปัญญาอนั ยง่ิ ในสง่ิ ท่ีเราได้
ผา่ น ไดย้ นิ ไดเ้ หน็ มาแลว้ เราก็ไม่ยดึ ม่นั ไม่หลงเขา้ ใจผดิ ใหส้ ่ิง
เหลา่ นนั้ มาหลอกลวงเราได้

เราพยายามรูใ้ นส่ิงท่ีไม่ดที ่ีมีอยู่ ทงั้ อยา่ งกลาง ทงั้ อยา่ ง
ละเอยี ดท่ีเกิดขนึ้ ในทางกายก็ดี เราก็พยายามรู้ เราพยายาม

4

ศกึ ษาก็เพ่ือใหร้ ูส้ ิ่งท่ีไม่ดนี ่นั แหละ เพราะสง่ิ ท่ีไมด่ ีมนั ก็เป็นธรรม
เหมือนกนั แตเ่ ป็นธรรมท่พี ระพทุ ธเจา้ สอนใหล้ ะ เป็นธรรมท่ี
พระพทุ ธเจา้ สอนใหก้ าํ หนดรู้ ใหร้ ูต้ ามความเป็นจรงิ เพราะสว่ น
ท่ีไม่ดีนนั้ ก็เป็นสงิ่ ท่ีเป็นความสจั จค์ วามจรงิ อนั ม่นั คง เหมือนกบั
ทกุ ขใ์ นอรยิ สจั ท่ีพระองคท์ รงแสดงไว้ เป็นของท่ีมีจรงิ อยทู่ กุ คน
ทกุ สตั ว์ ทกุ สงั ขารทงั้ หลาย ไมใ่ ชว่ า่ ไม่มี ตงั้ แตไ่ หนแตไ่ รมา
เพราะฉะนนั้ เม่ือมีทกุ ขจ์ งึ มกี ารปฏิบตั เิ พ่ือออกจากทกุ ข์ ถา้ ไม่มี
ทกุ ขแ์ ลว้ ก็พระพทุ ธเจา้ พระองคก์ ็ไมไ่ ดต้ รสั รูธ้ รรม ไมไ่ ดบ้ รรลุ
ธรรม พระองคก์ ็ไม่ไดอ้ อกปฏบิ ตั เิ พราะทกุ ขไ์ ม่มี

ท่ีพระองคไ์ ดป้ ฏบิ ตั ิเพราะพระองคก์ ็มีทกุ ขม์ าก่อนเรา
เช่นเดียวกนั เหมือนกบั เราทงั้ หลาย พระองคก์ ็อย่ใู นหลกั ธรรมดา
พวกเราทงั้ หลายมีความเกิดมาเป็นอยา่ งไร พระพทุ ธเจา้ ของเรา
ในเบือ้ งตน้ ท่พี ระองคย์ งั เป็นโพธิสตั วอ์ ยู่ ยงั ไม่ไดต้ รสั รูเ้ ป็น
พระพทุ ธเจา้ นนั้ พระองคก์ ็มีความเกิดมาเช่นเดยี วกนั เหมือนกบั
เรา ดาํ รงวงศต์ ระกลู อยใู่ นฆราวาสเหยา้ เรอื นเหมือนกบั เรา
ทงั้ หลายท่วั ๆไป พระองคก์ ็มีความเกิดเป็นธรรมดาเหมือนกะเรา

5

เม่ือเกิดมาแลว้ สตั วท์ งั้ หลายมีความชราคร่าํ ครา่ ทรุดโทรมเป็น
อย่างไร แมเ้ ราก็มีความคร่าํ ครา่ เป็นอยา่ งนนั้ พระพทุ ธเจา้ พระ
โพธิสตั ว์ เม่ือพระองคย์ งั ไมไ่ ดต้ รสั รูแ้ ตก่ าลก่อน วบิ ากขนั ธ์ หรอื
พระองคต์ รสั รูแ้ ลว้ แตย่ งั ทรงพระชนมอ์ ยู่ อาศยั ความเกิดยงั มีอยู่
สง่ิ ท่ีเกิดอนั เป็นธาตอุ นั หยาบน่นั ก็มีความแกช่ ราครา่ํ ครา่ ทรุด
โทรมเหมือนกบั เราทงั้ หลายเช่นนีแ้ หละ เราทงั้ หลายมีความเจบ็
ไขโ้ รคภยั ไขเ้ จ็บตา่ งๆ มีอย่ใู นขนั ธใ์ นอตั ภาพอยา่ งไร เม่อื
พระองคท์ รงวบิ ากขนั ธอ์ ยู่ พระองคก์ ็มีความชราครา่ํ ครา่ ทรุด
โทรมเหมือนกบั เรา สว่ นธาตเุ หมือนกนั หมด มรณะคอื ความ
แตกดบั ของธาตขุ องขนั ธข์ องสตั วท์ งั้ หลายมีเป็นธรรมดา มีทงั้
เราทงั้ คนอ่ืน สตั วท์ ่วั ๆไป พระองคเ์ ม่ือทรงวิบากขนั ธอ์ ยู่ ขนั ธอ์ นั
นนั้ ก็มีความแตกดบั เช่นเดียวกนั เป็นธรรมดา

ส่ิงใดเลา่ ท่พี ระองคว์ า่ มีความสขุ ส่ิงท่มี ีความสขุ ไม่ใช่ขนั ธ์
ไมใ่ ช่รูป ไมใ่ ช่รา่ งกาย สง่ิ ท่พี ระองคไ์ ดบ้ รรลุ ไมใ่ ช่รูป ไม่ใช่
รา่ งกาย สงิ่ ท่พี ระพทุ ธเจา้ พระองคอ์ บรมใหฉ้ ลาด ไม่ใชร่ า่ งกาย
ไม่ใชร่ ูปขนั ธอ์ นั นี้ สิ่งนนั้ คอื จติ ใจ จติ ใจอนั นนั้ เป็นผตู้ รสั รูธ้ รรม

6

เป็นผเู้ หน็ ธรรม เป็นผบู้ รรลธุ รรม เป็นผถู้ ึงซง่ึ ธรรม จิตใจเทา่ นนั้
เป็นผผู้ ลติ ปัญญาออกมาเพ่ือจะไดส้ อดสอ่ งมองธรรม ไมใ่ ช่ส่งิ
อ่นื ผลติ ออกมา เหมือนกบั มนษุ ยเ์ ราทงั้ หลาย อยากเหน็ รูปตา
ของเราเอง กม็ นษุ ยเ์ น่ียแหละสอดสอ่ งหาวตั ถมุ าสรา้ งขนึ้ เป็น
แวน่ ขนึ้ เป็นกระจกเงาขนึ้ มาแลว้ ก็มาสอ่ งดตู าของเราเอง ไม่ใช่
สิง่ อ่ืน ก็ตาน่นั แหละเป็นผสู้ อ่ ง วตั ถกุ ็เพียงแตร่ บั รองใหเ้ คร่อื งรบั
ใหเ้ หน็ เทา่ นนั้ ฉนั ใดก็ดี สว่ นปัญญาน่นั เป็นเคร่อื งสอ่ งธรรมให้
ปรากฏเขา้ มาในมโนจกั ษุคอื ในใจ ใหป้ รากฏขนึ้ มาจากใจใส
สะอาด ใหเ้ หน็ รูเ้ หน็ ตามความเป็นจรงิ

เพราะเหตนุ นั้ เราทงั้ หลายพงึ เขา้ ใจเถิดวา่ การปฏิบตั ิธรรม
นนั้ ไม่เป็นสิง่ ท่ีเหนือวสิ ยั ท่ีเราทงั้ หลายจะทาํ ไม่ได้ ไม่ใชเ่ ป็น
สดุ วิสยั ท่ีธรรมท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงนนั้ แสดงไปตามลาํ ดบั
ตงั้ แตช่ นั้ ธรรมดาจนถงึ ขนั้ สงู ขนึ้ ปานกลางสงู ขนึ้ ตามลาํ ดบั
ตงั้ แตบ่ คุ คลฆราวาสครองเรอื น พระองคก์ ว็ างสทั ธรรมของ
ฆราวาสเท่าท่ที าํ ได้ เชน่ สอนใหเ้ ป็นคนขยนั หม่นั เเพียร พระองค์
สอนใหค้ บเพ่ือนท่ีดงี าม พระองคส์ อนใหร้ ูจ้ กั รกั ษาวตั ถทุ ่ีไดม้ า

7

พระองคส์ อนใหร้ ูจ้ กั ใชจ้ ่ายวตั ถทุ ่ีมีอย่แู ลว้ พอประมาณ
เหมาะสม น่ี สอนสดบั บคุ คลผตู้ อ้ งการความสขุ ในการครอง
เรอื น แลว้ ก็สอนศีล ๕ ใหป้ ฏบิ ตั อิ ยรู่ ว่ มกนั ไมเ่ บียดเบียนกนั ไม่
ประพฤตลิ ว่ งใจกนั ไมก่ ระทาํ กรรมอนั ทาํ จติ ใจมวั เมาหลงใหล
เป็นท่ีตงั้ แหง่ ความประมาท อาจจะผดิ พลาดเสยี หาย ทาํ กรรมท่ี
ไมด่ ีไดโ้ ดยงา่ ย พระองคก์ ็สอนตงั้ แตต่ ามลาํ ดบั ท่ีเป็นสวากขาโต

สงิ่ เหลา่ นีท้ กุ คนชกั นาํ ไปพนิ ิจพจิ ารณาแลว้ ปฏบิ ตั ิไดท้ กุ คน
เพราะทกุ คนตอ้ งการ เราเกิดมาแลว้ ไม่ตอ้ งการใหใ้ คร
เบยี ดเบยี นชีวติ ของเรา หรอื คนอ่ืนเลา่ เม่ือเราไปเบยี ดเบยี น ใคร
บา้ งตอ้ งการ ไมม่ ี เราเกิดมาแลว้ หาทรพั ยส์ มบตั ไิ ดม้ า ไม่
ตอ้ งการใหใ้ ครมาลกั มาขโมย มาโกงมาลอ่ ลวงเอาไป ทกุ คนก็
ตอ้ งการอยา่ งนนั้ เหมือนกบั เรา ถา้ เราไปทาํ อย่างนนั้ เขา้ การ
กระทาํ น่นั ช่ือวา่ ผิดปกตธิ รรมดา คาํ วา่ ธรรมดาน่นั คือเราก็มี
ความรกั ของเราเป็นธรรมดา คนอ่นื ก็มีความรกั สง่ิ ของของคน
อ่นื ตลอดถงึ ชวี ติ ของคนอ่ืนเป็นธรรมดา

8

แมแ้ ตข่ อ้ อ่ืนๆพระพทุ ธเจา้ ทรงสอนใหไ้ ดต้ ามความประสงค์
ตามท่ีเราตอ้ งการ ไมใ่ ชส่ อนส่ิงท่ีเราไมต่ อ้ งการ ถา้ เราตรวจดู
แลว้ ส่ิงท่ีทกุ คนปรารถนา เม่ือเราปรารถนาเป็นผไู้ มใ่ หใ้ คร
เบียดเบยี นชีวติ ของเรา ใหช้ ีวิตของเราอยยู่ ืนนาน พระองคก์ ็
บอกให้ ถา้ งนั้ ก็อย่าไปเบยี ดเบียนชีวติ คนอ่ืน ถา้ เราไม่
เบยี ดเบียนกนั แลว้ เราก็อย่เู ป็นสขุ ไมม่ ีใครมาเบยี ดเบยี นเรา ไม่
มีเวรมีภยั ขอ้ ตอ่ ไปเราก็พิจารณาอยา่ งนนั้ ดว้ ยการภาวนา หยบิ
ยกขอ้ ใดขอ้ หนง่ึ มาวจิ ยั เหน็ ความเป็นจรงิ ท่ีไม่เบยี ดเบยี นกนั
การเบยี ดเบยี นกนั ไม่มีความสขุ เราก็จะไดเ้ หน็ การกระทาํ ไม่ดี
ขนึ้ มา นาํ ทกุ ขน์ าํ เวรนาํ ภยั ขนึ้ มา เหน็ ชดั ขนึ้ ในใจ ไมใ่ ช่ไดย้ ินแต่
ทา่ นพดู แตเ่ พยี งทา่ นพดู แตเ่ ราไมน่ าํ มาภาวนา ตรวจพจิ ารณา
ใหเ้ ขา้ ใจลกึ ซงึ้ ชดั แลว้ มนั ก็ลมื ไป มนั ถกู อารมณอ์ นั อ่ืนมาปรุง
มาแตง่ มาชกั กระชากลากไป ชกั ชวนไปหมกมนุ่ ในอารมณอ์ ย่าง
อ่ืน เราก็ลมื ไปหมด

ถา้ หากวา่ จติ ใจของเรามีความพอใจ มีความสนใจนอ้ มไป
เพ่ืออยากรูธ้ รรม อยากเหน็ ธรรม เพ่ือตอ้ งการประพฤติธรรม เอา

9

พระธรรมนาํ มาเป็นท่ีพง่ึ ทางจติ ใจของเราแลว้ เราก็มีโอกาสท่ีจะ
ศกึ ษาธรรมะไดม้ าก เราก็จะไดร้ ูธ้ รรมไดม้ าก เราศกึ ษาในศีล
เราก็มีความฉลาดในเร่อื งศลี รูใ้ นเรอ่ื งศลี เราก็สามารถรกั ษาศีล
ได้ ปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งไม่ขดั ขอ้ ง เราศกึ ษาเรอ่ื งทาํ บญุ ใหท้ าน ก็พนิ ิจ
พจิ ารณา เราก็มีความรู้ ความเขา้ ใจ เรากส็ ามารถจะทาํ บญุ ทาํ
การกศุ ลมาเป็นสมบตั ิของตน ยดึ ความดสี งิ่ นนั้ ๆไวเ้ ป็นสมบตั ิ
ของเรา เป็นเครอ่ื งประดบั ตวั ของเรา ยง่ิ อบรมจิตใจในทางสมาธิ
เราก็มีความรูใ้ นเรอ่ื งสมาธิ เร่อื งจติ ใจของเรา

เม่ือเรารูเ้ ร่อื งจติ ใจแลว้ เราก็มีศรทั ธาในการท่ีจะทาํ สมาธิ
พวกท่ีไม่รู้ พวกท่ีไมม่ ีศรทั ธาการปฏิบตั ิ เพราะความไมร่ ูใ้ นเร่อื ง
ศลี น่นั เอง เพราะไม่รูใ้ นเร่อื งสมาธิน่นั เอง เขาจงึ ไม่มีความ
พยายามท่ีจะปฏิบตั ทิ าํ สมาธิ อบรมจติ ภาวนา เม่ือเขาไมร่ ู้ เขาก็
ทาํ ไมไ่ ด้ ไมม่ จี ิตใจท่ีจะทาํ เม่ือเขาไม่ทาํ เขาก็ไมม่ ีความรู้ ไมม่ ี
ความสนใจ เพราะเหตนุ นั้ เม่ือเรารูใ้ นเรอ่ื งสมาธิก็เป็นเหตใุ หเ้ รา
ทงั้ หลายตงั้ ใจปฏิบตั สิ มาธิยง่ิ ๆขนึ้ ไป

10

เม่ือเราศกึ ษาจติ ใจใหม้ ีปัญญา เราก็จะไดร้ ูเ้ ร่อื งปัญญาวา่ มี
ประโยชนแ์ กต่ วั ของเราอยา่ งไร เป็นท่พี ่งึ แกเ่ ราอย่างไร เราก็
สามารถเขา้ ใจวา่ ปัญญาน่ีสามารถจะช่วยเหลือเป็นท่ีพ่งึ แกเ่ รา
ได้ ป�ญฺ าย ปริสุชฺฌติ คนจะไดค้ วามบรสิ ทุ ธิ์ดว้ ยปัญญา ท่ี
ชว่ ยโดยยอ่ ๆ คือปัญญากายของเราใหส้ ะอาด ทาํ วาจาของเรา
ใหส้ ะอาด ทาํ จิตใจของเราใหส้ ะอาดหมดจดเหมือนกบั
พระพทุ ธเจา้ เหมือนกบั พระอรยิ เจา้ ทงั้ หลาย ทา่ นอบรมสมาธิ
จติ และใจใหห้ นกั แนน่ ตรงในเหตใุ นผลดีแลว้ จติ ใจน่นั ผอ่ งใส
สะอาดดว้ ยความสงบสอ่ งใหเ้ หน็ รูปธรรม นามธรรม เหน็ ความ
ไมส่ ะอาดของธรรมทงั้ หลายท่ีมีอย่ปู ระจาํ ในกายกรรม วจีกรรม
มโนกรรม ตลอดเวลา เราก็จะไดห้ ลกี เวน้ สงิ่ ท่ีไม่สะอาด เราก็จะ
ไดป้ ฏิบตั ิแต่ในสิ่งท่ีสะอาด ก็ไดค้ วามบรสิ ทุ ธิ์หมดจด ยง่ิ ปฏบิ ตั ิ
มีปัญญาเหน็ ชดั ในธรรมเทา่ ไหร่ เราก็มีโอกาสท่ีจะทาํ จิตของเรา
ใหส้ งบไดม้ ากย่งิ ขนึ้ เราก็จะมีโอกาสท่ีจะมคี วามสขุ ท่ีเกิดขนึ้
จากจติ ใจสงบ

11

ถา้ เราสามารถกาํ จดั สง่ิ ท่ีมากอ่ กวนจติ ใจไดต้ ามเวลาเรา
ตอ้ งการ ตอ้ งการความสงบเม่ือไหร่ จติ ใจของเราก็สงบได้
ตอ้ งการพกั ผอ่ นเม่ือไหร่ จิตใจของเราก็พกั ผอ่ นได้ จติ ใจของเรา
ออ่ น จติ ใจของเรานอ้ มในการประพฤติธรรม พรอ้ มท่ีจะสงบ
พรอ้ มท่ีจะไดค้ วามสขุ ความผอ่ งใส เม่ือเราประพฤติปฏบิ ตั ิ
เป็นไป ผลท่ีสดุ ความสงบน่นั กลายเป็นนสิ สยั อปุ นิสยั เป็น
ปัจจยั ประจาํ นิสยั ของเรา เลยเกิดความเบ่อื หนา่ ย สง่ิ ท่ที กุ ข์
เพราะอาศยั ความไม่สงบ เหน็ ชดั แจง้ ในจิตในใจ จิตใจก็หลีกเวน้
เด็ดขาดในทางท่ีทาํ ความเดอื ดรอ้ นใหแ้ ก่จติ ใจของตนเอง

พระพทุ ธเจา้ พระองคท์ รงชอบอยใู่ นท่ีสงบ ชอบปฏิบตั ิตงั้ อยู่
ในความสงบ ไม่ประพฤตสิ งิ่ ท่ีเป็นเหตใุ หเ้ กิดความไมส่ งบมวั
หมองตลอดชีวติ พระอรยิ เจา้ ทงั้ หลายก็เชน่ เดียวกนั ผเู้ ป็นอรยิ
สาวก ทงั้ อบุ าสก อบุ าสกิ า พทุ ธบรษิ ัททงั้ ๔ มีความงามไปดว้ ย
จรยิ านวุ ตั ร ปฏบิ ตั นิ อ้ มจติ นอ้ มใจ อยใู่ นความสงบ อยใู่ นสมาธิ
อย่ใู นปัญญา มีความพรอ้ มท่ีจะกาํ จดั สิง่ ท่ีไมใ่ หเ้ กิดประโยชน์
ไดร้ บั ความเสยี หาย ไมไ่ ดร้ บั ความสขุ เหน็ ชดั เกิดความเบ่อื

12

หนา่ ย นิพพทิ ทาจรงิ ๆ ไม่ใชส่ กั แตร่ ูเ้ ดาคาดคะเนตามอาการ
เหน็ แจง้ ประจกั ษด์ ว้ ยอาศยั ธรรมท่ีนาํ ไปพนิ ิจพจิ ารณาจนเกิด
ปัญญารูค้ วามจรงิ ขนึ้ ในจิตใจของเรา

เพราะฉะนนั้ มที างเดยี วเทา่ นนั้ ท่ีเราทงั้ หลายท่ีควรยดึ ม่นั
นาํ มาปฏบิ ตั ใิ หเ้ กิดความสขุ เอกายโน อยัง มัคโค วสิ ุทธิยา
เป็นทางอนั หมดจด น่ีทางอนั เอก คือทางอนั เดยี ว กาเย กายา
การมาปฏบิ ตั ศิ กึ ษาใหร้ ูก้ ายในกาย เราจะปฏบิ ตั ศิ กึ ษาใหร้ ูก้ าย
ในกายดว้ ยอาศยั การภาวนาท่ีเรากาํ ลงั ทาํ อยใู่ นบดั นี้ เราจะ
เจรญิ ทางความสงบ ก็มาสงบอย่ทู ่ีกายท่ีน่ีแหละ ถา้ ท่กี ายมีใจ
ครองน่ีไมส่ งบแลว้ จะไปหาความสงบท่ีไหน ไมม่ ีเลย ในป่าเขาก็
สงบอยแู่ ลว้ ไม่ตอ้ งหา เขาก็เป็นอย่อู ยา่ งนนั้ ในภใู นเขา ในท่ี
ไหนก็ตาม แตม่ นษุ ยเ์ ราเน่ียแหละ ไปเก่ียวขอ้ งในสง่ิ ใด เม่ือ
มนษุ ยม์ ีจติ ใจอนั ไมส่ งบแลว้ ไปเก่ียวขอ้ งสงิ่ ใด ส่ิงนนั้ ก็
กลายเป็นสิ่งท่ไี ม่สงบ สถานท่ีนนั้ ๆก็เป็นสถานท่ีไมส่ งบ เม่ือกาย
มนษุ ยค์ นเราน่ี เป็นกายท่ีสงบแลว้ จติ ใจท่ีสงบแลว้ อยทู่ ่ีไหนก็

13

สงบ เพราะเหตนุ นั้ ความสงบก็สอ่ งมาดทู ่กี าย มีใจเป็นผคู้ รอง
อยู่ ณ ภายใน

ถา้ ใจนีส้ งบแลว้ ทกุ อยา่ งก็สงบ เรยี กวา่ เราจะเจรญิ ความ
สงบดว้ ยเรยี กวา่ สมถภาวนา สมถภาวนาน่ีเราภาวนาเพ่ือให้
จติ ใจสงบ แลว้ เราพยายามละอย่างเดียว ถึงแมว้ า่ ความรูจ้ ะไม่
กวา้ งขวาง สง่ ไปขา้ งนอก ใหอ้ ยเู่ ฉพาะจติ ใจ แตก่ ็เป็นกาํ ลงั ท่ี
รวบรวมได้ รวมม่นั คงแน่วแน่ แนบเนยี บเทา่ ไหร่ ย่ิงมีพลงั มาก
จติ ใจ เพราะฉะนนั้ จิตใจจะรวมได้ เราตอ้ งละ ไมใ่ หจ้ ิตใจ
สมั ปยตุ ในอารมณข์ า้ งนอก ใหส้ มั ปยตุ ในธรรมอนั เดยี ว ท่ีเราตงั้
ไว้ ท่ีเรยี กวา่ กรรมฐาน นาํ มาบรกิ รรม ระลกึ พทุ โธๆ ก็อยอู่ นั เดยี ว
เท่านนั้ แหละ ไมต่ อ้ งยินดอี ย่างอ่นื วา่ ท่ีพง่ึ ของเราอยา่ งประเสรฐิ
คือพทุ โธ ไมม่ ีสงิ่ อ่ืนท่ีจะพง่ึ อยา่ งประเสรฐิ เพราะฉะนนั้ เราตอ้ ง
เขา้ ใหถ้ งึ พทุ โธ ใหไ้ ปตงั้ อยใู่ นพทุ โธใหจ้ รงิ ๆ

คาํ วา่ พทุ โธก็คอื ผรู้ ู้ ผรู้ ูท้ ่ีนามวา่ พทุ โธน่นั มีสมาธิอนั ม่นั คง
สะอาดหมดจดผอ่ งใสบรสิ ทุ ธิ์ ถา้ เราไปถงึ พทุ ธะแลว้ จิตจะตอ้ ง
ผ่องใสปภสั สร พระพทุ ธเจา้ พระองคส์ ะอาด เพราะฉะนนั้ เรา

14

พยายามละสงิ่ ท่หี ยาบๆ ใหเ้ ขา้ ไปถึงพทุ ธะอนั เป็นสงิ่ ท่ีละเอียด
มาก เราจะถือสิ่งหยาบไปเขา้ ไปไมถ่ งึ เราจะตอ้ งถอดทงิ้
เหมือนกบั เขา้ ไปในเจดีย์ รองเทา้ ก็ถอดทิง้ ไมใ่ หเ้ ขา้ ไปเพราะไม่
มีความเคารพพอ จะไม่เป็นบญุ กศุ ล แลว้ ก็กิรยิ ามารยาทท่ีไม่ดี
ก็ถอดทงิ้ ตงั้ ใจ กิรยิ าออ่ นนอ้ ม ไปเพ่ือกราบเพ่ือไหวเ้ พ่ือความ
เคารพ เขา้ ถึงพระเจดยี ์ ถา้ เขา้ ถงึ พระเจดยี ค์ อื พระพทุ ธเจา้ เราก็
พยายามละสง่ิ ท่หี ยาบๆ อารมณท์ ่ีหยาบออก ใหเ้ หลือแต่
อารมณท์ ่ีความเคารพ ความเล่ือมใส เรยี กวา่ ศรทั ธา พอใจแน่ว
แนใ่ นจติ ใจใจอนั ม่นั คง แลว้ ระลกึ พทุ โธๆ ม่งุ ม่นั ปลอ่ ยวาง
ตามลาํ ดบั สถานท่ีอยขู่ องพทุ โธนนั้ เป็นสถานท่ีวเิ วกสงบสงดั ถา้
จติ ใจของเราไปคะนองเอกิ เกรกิ อยา่ งอ่นื ก็เขา้ ไปไม่ถึง
เพราะฉะนนั้ เราก็เตรยี มพรอ้ มท่ีจะปลอ่ ยวางใหจ้ ิตใจของเรา
สงบสาํ รวม ใหว้ เิ วกดว้ ย ละทกุ อยา่ ง เพ่ือใหเ้ กิดความสงบวิเวก
ในใจ ใจจะไดล้ ะเอียดเขา้ ไปถงึ พทุ ธะ น่ีเรยี กวา่ สมถภาวนา

เราเดินสายทางสมถะ เม่ือจติ ใจของเราเขา้ ไปสงบ มกี าํ ลงั
สขุ มีกาํ ลงั ผอ่ งใสสะอาดแลว้ แตก่ ็มีความสขุ เป็นครงั้ คราว เม่ือ

15

จิตถอนออกมาแลว้ สว่ นทกุ ขอ์ ย่างไรท่ีเคยมีอยา่ งไร มนั ก็
กลบั คนื มาอกี เป็นธรรมดา เพราะฉะนนั้ ทา่ นจงึ สอนใหเ้ จรญิ สาย
วิปัสสนา เขา้ มาอกี สายวิปัสสนาน่นั เพ่ือจะไดร้ ูเ้ อง เพราะจิตใจ
สมถะ สายสมถะน่นั เพียงแตส่ งบช่วั คราว เหตไุ ม่กาํ เรบิ ถา้ หาก
วา่ เราเป็นไข้ คลา้ ยกบั วา่ เราบรโิ ภคยาระงบั ปวด เม่ือหมดฤทธิ์
ยาแลว้ โรคก็กาํ เรบิ ขนึ้ อกี

สว่ นเดนิ สายวปิ ัสสนานนั้ ก็เป็นวิธีการเพ่ือใหก้ าํ จดั โรค
เพ่ือใหไ้ ดค้ วามสงบเหมือนกนั แตค่ วามสงบนิรนั ดร คือสงบจาก
ไม่มีกิเลสกอ่ กวน เพราะฉะนนั้ จาํ เป็นจะตอ้ งเจรญิ ปัญญา
เพ่ือใหร้ ูเ้ หตทุ ่ีใหท้ กุ ขเ์ กิดคอื สมทุ ยั ท่ีเรยี กวา่ กิเลส สมทุ ยั น่ีอาศยั
ขนั ธ์ ๕ อาศยั รูป อาศยั เวทนา อาศยั สญั ญา อาศยั สงั ขาร อาศยั
วญิ ญาณ อาศยั กายของเราน่ีแหละ เพราะฉะนนั้ ถา้ เราไม่รูส้ ิ่งใด
สิง่ นนั้ ก็เป็นสมทุ ยั ในส่ิงนนั้ เราจาํ เป็นจะตอ้ งรูจ้ กั ในสว่ นกาย
กายในกาย เราไปรูอ้ ยา่ งอ่นื ไมพ่ น้ ทกุ ข์ ไมเ่ ป็นวิปัสสนา สอ่ งมา
รูใ้ นกายของเรา เกศา ผม เราก็รูจ้ กั ถา้ เรารูจ้ กั ความจรงิ ของผม

16

สขี องผม ท่เี กิดของผม พิจารณาจนถงึ มนั ดบั สลายไป ใครเป็น
เจา้ ของมาจากไหน อยอู่ ยา่ งไร พิจารณาใหล้ ะเอียด

มีหลวงตาองคห์ นง่ึ ช่ือวา่ หลวงตาบตุ ร เคยภาวนาอยู่ ไป
เล่อื มใสกบั หลวงป่มู ่นั ไปฟังเทศนเ์ ป็นครงั้ คราว ท่านก็อายแุ ก่
มากแลว้ ทา่ นทาํ ขอ้ วตั รไม่ทนั กบั เคา้ ก็ออกมาอยหู่ มบู่ า้ นขา้ งๆ
ใกลๆ้ ท่านขยนั ทาํ ความเพียรภาวนา พอดตี อนนนั้ อาตมาเขา้ ไป
หาทา่ น เลยศกึ ษาธรรมะในทา่ น ทา่ นก็เทศนใ์ หฟ้ ังอยา่ งอาจ
หาญ ท่านวา่ ขอใหร้ ูจ้ รงิ ใหเ้ หน็ จรงิ เหน็ จรงิ ซกั อยา่ งหนง่ึ ก็
พอแลว้ ไม่ตอ้ งรูม้ าก เชน่ เราพิจารณาผม ใหร้ ูเ้ ขา้ ถึงธาตแุ ทข้ อง
ผมจรงิ ๆ มนั ก็พน้ ทกุ ขไ์ ด้ ทา่ นวา่ จิตไดร้ บั ความสขุ ได้ ไดร้ บั
ความสงบได้ กาํ จดั กิเลสได้ เพราะสงิ่ เหลา่ นนั้ มนั เก่ียวเน่ืองถึง
กนั หมดเม่ือรูอ้ นั หน่งึ แลว้ เม่อื ยกขนึ้ มา มนั ก็รูไ้ ดท้ งั้ หมด มนั มี
ลกั ษณะอาการอย่างเดียวกนั ทีนีเ้ ราท่ีปฏบิ ตั ยิ งั ไมไ่ ด้ เพราะยงั
ไมร่ ูอ้ นั หนง่ึ น่ีแหละ เพราะฉะนนั้ เราอย่าไปอยากรูม้ ากเลย จะดู
สิง่ ใด ถา้ เราเจรญิ ในดา้ นทางวิปัสสนาแลว้ จิตยกในกายน่ี สว่ น
ใดสว่ นหนง่ึ เรยี กวา่ กายในกาย พิจารณาเห็นชดั เหน็ ลกั ษณะ

17

อนิจจงั ในสงิ่ เหลา่ นนั้ อนั เดยี ว เหน็ ทกุ ขงั ในส่ิงนนั้ เหน็ อนตั ตาใน
ส่ิงนนั้ ใหช้ ดั แลว้ จิตก็ถอดถอนได้ เม่ือทา่ นแสดงแลว้ เราไดฟ้ ัง
รูส้ กึ ปลืม้ ใจกบั ท่านท่ีท่านองอาจ ทา่ นอายมุ าก ทา่ นสามารถคน้
มาแสดงใหเ้ ราฟัง เป็นความชดั ความจรงิ ของท่านตามกาลเวลา
สตปิ ัญญา เราอยากแตร่ ูม้ ากๆ เราจะไดม้ ากๆ ทาํ อะไรก็ไม่จรงิ
เลยไมไ่ ดซ้ กั อยา่ ง เหน็ อะไรก็ไมจ่ รงิ เลยไมไ่ ดซ้ กั อยา่ ง ทา่ นวา่
ขอใหเ้ ราทงั้ หลายเอาอบุ ายนีม้ าปฏิบตั ิลองดู อาจจะเป็น
ประโยชนแ์ กเ่ รา จะไมเ่ สยี เวลา เราจะไดเ้ หน็ จรงิ

ทีนีส้ าํ หรบั หลวงป่มู ่นั ทา่ นบอกวา่ ในกายอาการ ๓๒ คอื มี
ผม ขน เลบ็ ฟัน หนงั เนือ้ ธาตดุ นิ นะ่ มีอยู่ ๒๐ ธาตนุ า้ํ ปิตตงั
นา้ํ ดี เสมหงั นา้ํ เสลด ท่เี ราสวดทกุ วนั น่ะ มี ๑๒ รวมทงั้ หมดเป็น
อาการ ๓๒ น่ีเป็นกายในกาย มีอยใู่ นกายของเรา ท่านวา่ ให้
ตรวจดทู งั้ หมดน่นั แหละทีแรก ดผู ม ดขู น ดเู ลบ็ ดฟู ัน ดหู นงั มนั
อยตู่ รงไหน เราก็พยายามหยบิ ยกขนึ้ มาดู เราดใู หช้ ดั สอ่ ง
กระจกดใู หช้ ดั แลว้ จาํ ไดก้ ็มาดอู ยา่ งเดยี ว ฟัน ก็เรยี กวา่ ทนั ตาๆ
ก็ได้ หรอื บรกิ รรมวา่ ฟันๆ ดลู กั ษณะใหพ้ รอ้ ม ทาํ ชา้ ๆ ตรวจทาน

18

สติอย่ทู ่ีน่นั ถา้ เราตอ้ งการความสงบ บรกิ รรมไปๆๆ มนั ตดั
อารมณภ์ ายนอกขาด จติ ไมส่ มั ปยตุ เรอ่ื งอ่นื มนั ก็สงบได้

ถา้ เราบรกิ รรมส่งิ ใด จติ นนั้ สงบในสงิ่ นนั้ บางทีนิมิตท่ีเราเพง่
ไวจ้ ะปรากฏขนึ้ มาอกี ชนั้ หนง่ึ ครงั้ หนง่ึ เม่ือจิตสงบ เม่ือนมิ ติ มนั
เกิดขนึ้ ทีนีม้ นั ชดั กวา่ ท่ีเราเพง่ บรกิ รรมตงั้ แตแ่ รก เพราะมนั เป็น
ขนึ้ มาเอง เราไม่ตอ้ งเพง่ มนั ปรากฏใหเ้ ราเห็น บางทีเราวติ ก
อยากรู้ อยากเหน็ สว่ นลกึ ท่ีมนั ฝังไปลกึ ๆ มนั ก็ถอดออกมาให้
เหน็ เราอยากจะรูว้ า่ มนั สลายไปอยา่ งไร บางทีก็อยากรู้ ถกู ไฟ
เผาแลว้ ก็แลว้ แตจ่ ิต อาํ นาจพลงั จติ พลงั สมาธิดว้ ยบคุ คลผนู้ นั้ ท่ี
จะมีอภนิ ิหารในทางสมาธิอย่างไร ก็สามารถท่ีแสดงเหน็ ชดั ดว้ ย
สตปิ ัญญา ใหส้ ิน้ สงสยั ในเรอ่ื งอนิจจงั เรอ่ื งทุกขงั อนัตตา ท่ี
เรยี กวา่ ไตรลกั ษณ์ เกิดนิพพทิ ทา จิตใจสงบอยา่ งย่งิ

ฉะนนั้ เราทงั้ หลายอยา่ พง่ึ ทอ้ ใจ เพราะสงิ่ เหลา่ นีม้ ีอยู่ สติ
ของเราก็มีอยู่ ปัญญาของเราก็สามารถท่ีจะสอดสอ่ งไดอ้ ยู่ เราก็
คนหน่งึ ควรท่จี ะรูจ้ ะเหน็ ควรท่ีจะเขา้ ถงึ ธรรม แตก่ ็ตอ้ งอาศยั
พยายาม ทา่ นเรยี กวา่ วริ ิเยนฺ ทกุ ขฺ มจเจติ จะพน้ จากทกุ ขไ์ ด้

19

ดว้ ยเพราะความพยายามของบคุ คล ไมม่ ใี ครน่งั ๆนอนๆแลว้ ก็
พน้ ทกุ ข์ แมแ้ ตส่ มยั กอ่ น พระองคก์ ็พน้ ทกุ ขด์ ว้ ยความพยายาม
ของพระองค์ สาวกก็พน้ ทกุ ขด์ ว้ ยการพยายามของสาวก ครูบา
อาจารยท์ ่านพน้ ทกุ ขไ์ ดก้ ็ดว้ ยความพยายามของทา่ น เรา
ทงั้ หลายก็จะพน้ ไดด้ ว้ ยความพยายามของเรา ใครแทนเราไม่ได้
เราจะตอ้ งทาํ ดว้ ยตนเอง เพราะฉะนนั้ เม่ือไดย้ ินไดฟ้ ังแลว้
กาํ หนดจดจาํ ไวใ้ หด้ ี ปฏิบตั ิอยอู่ ยา่ งนีเ้ ราก็จะไดป้ ระสบความสขุ
ความเจรญิ ดงั บรรยายมายตุ แิ ตเ่ พียงเท่านี้

ท่ีมา: https://youtu.be/iKXIjwHaisc

20


Click to View FlipBook Version