โครงงานอาช ี พผลติภัณฑ ์ เคร ื่องแกงสูตรเดด ็ โดย 1.นายศตวรรษ หวดขนุทด ช้นัม.6/5เลขที่11 2.นาย เสกสรรค์ คงวินิกุล ช้นัม.6/5เลขที่18 3.นางสาว ณฐัธิดายะปาละ ช้นัม.6/5เลขที่23 4.นางสาวศิริกญัญาณฐั ไชยวงค์ช้นัม.6/5เลขที่24 5.นางสาวรุ่งนภา หลา้ลี่ช้นัม.6/5เลขที่26 เสนออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน วา่ที่ร้อยตรีเอ้ือมพร หาญสนามยุทธ โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม อ าเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ส านักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ
บทที่ 1 บทน ำ ที่มำและควำมส ำคัญของโครงงำน ที่มาและความส าคัญของโครงงาน โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคมเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตั้งอยู่ในเขตของอ าเภอดอยเต่าในภาคเรียนที่1ปี การศึกษา 2566 ได้เรียนวิชาการงานอาชีพและครูอยากให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการท าโครงงาน ทางกลุ่มข้าพเจ้าได้มี แนวคิดจะท าพริกแกงขึ้นมา คิดสุดเด็ดขึ้นมา เป็นการท าพริกแกงจากสูตรของข้าพเจ้าเองโดยใช้วัตถุดิบ ตามพื้นบ้านก็จะมีพริก ตะไคร้ ข่า เมล็ดหอมป้อมกะปิ ใบมะกรูดและพริกแกงของสดต่อวันรสชาติอร่อยกลม กล่อมหอมโดยน าหลักปรัชญา ประชาเศรษฐกิ2เงื่อนไข 3หลักการ 4มิติ 3ศาสตร์เข้ามาประยุกต์ใช้ในการท า โครงงาน อาชีพพริกแกงจากนี้ยังอนุรักษ์และสื่อวัฒนธรรมด้านอาหารท้องถิ่นในอ าเภอดอยเต่าให้คงอยู่ ต่อไป ทางกลุ่มได้มีการวิเคราะห์โดยใช้ SWOT Analysis ดังนี้ จุดแข็ง (STRENGTH) -มีความหอมเมล็ดผักชีและเครื่องสมุนไพร มากกว่าในตลาด -ใช้วัตถุที่ปลูกไว้เอง เพื่อลดต้นทุน -เป็นเครื่องแกงที่พัฒนาสูตรเอง และช่วยกัน คิดค้นกันกันภายในกลุ่ม -สามารถใช้ประกอบอาหารได้อยากหลากหลาย จดุอ่อน ( WEAK) -ต้องเก็บรักษาอย่างดีเพื่อรักษาระยะเวลาใน การใช้งาน และควรปิดให้มิดชิด
โอกำส ( OPPORTUNITY) -โรงเรียนสนับสนุนและให้โอกาสในการท า โครงงานอย่างเต็มที่ -ครูที่ปรึกษา โครงงานให้การสนับสนุนและให้ ค าปรึกษาอย่างละเอียด - ผู้ปกครองให้การสนับสนุนในการท างาน อุปสรรค (THREAT) -ความคิดเห็นสมาชิกภายในกลุ่มอาจจะไม่ค่อย ตรงกันเล็กน้อย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาการท าเครื่องแกงและอาจจะน าไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ 2. เพื่อหารายได้ระหว่างเรียน ขอบเขตเนื้อหำกำรท ำโครงงำน 1. โครงงาน 2. แผนธุรกิจ 3. วัตถุดิบวัสดุอุปกรณ์ในการท าเคริองแกง 4. ขั้นตอนการท าเครื่องแกง 5. วงจรการบริหารงานมีคุณภาพ ( PDCA ) ระยะเวลำดำ เนินงำน ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2566 - กุมภาพันธ์2567 ประโยชน์ที่ได้รับ 1. นักเรียนมีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการท าเครื่องแกงท าอาหาร 2. นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน 3. นักเรียนได้ฝึกทักษะ ประสบการณ์ในการท างานอาชีพ 4. นักเรียนได้ฝึกฝนและเข้าใจในโครงงานที่ท าอย่างถูกต้อง
บทที่ 2 เอกสำรที่เกี่ยวข้อง การจัดท าโครงงานเครื่องแกง ทางกลุ่มได้ศึกษาเอกสาร ต ารา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการท า โครงงานอาชีพ ดังนี้ 1. โครงงาน 2. เมล็ดผักชี 3. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. วงจรการบริหารงานมีคุณภาพ ( PDCA ) 1. กำรท ำโครงงำน ความหมายโครงงาน หมายถึงรูปแบบการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ นักเรียนมีส่วนร่วมใน การเรียนรู้ โดยการศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายๆสิ่งที่เขาสนใจใคร่อยากรู้ค าตอบให้แน่ ชัดหรือต้องการเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ให้มากยิ่งขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นค าตอบ ในเรื่องนั้นๆ ลักษณะส ำคัญของโครงงำน 1. เป็นการหาค าตอบข้อสงสัยโดยใช้ทักษะการเรียนรู้และปัญญาหลายด้าน 2. เป็นวิธีการเรียนรู้ที่บูรณาการหลักสูตรกับการจัดการเรียนรู้ได้อย่างกลมกลืนกัน 3. เป็นกระบวนการเรียนรู้ ที่สร้างให้ผู้เรียนมีทักษะที่จ าเป็นในการด าเนินชีวิต 4. เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความสนใจใคร่รู้ค าตอบของตัวผู้เรียนเอง 5. เป็นวิธีการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้ง มีระบบเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง 6. เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น การเรียนรู้แบบโครงงานจึงเป็นการปฏิรูปการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ที่ผู้เรียนต้องเป็นผู้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆด้วยตนเอง ดังนี้ 1. ผู้เรียนได้เลือกเรื่อง หรือประเด็นที่ต้องการจะศึกษาด้วยตนเอง
2. ผู้เรียนเลือกและหาวิธีการ ตลอดจนแหล่งของข้อมูลที่จะศึกษาด้วยตนเอง 3. ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆด้วยตนเอง 4. ผู้เรียนได้บูรณาการทักษะ ประสบการณ์ ความรู้ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวตามสภาพจริง 5. ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ และสรุปความรู้ด้วยตนเอง 6. ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนการเรียนรู้กับผู้อื่น 7. ผู้เรียนได้น าความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง ประเภทของโครงงำน 1. โครงงานประเภทส ารวจ โครงงานประเภทนี้เป็นการศึกษา ส ารวจและรวบรวม ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผู้เรียนต้องการศึกษา หลังจากนั้นจึงน าข้อมูลที่ได้มาจัดกระท าให้เป็นระบบ ระเบียนเป็นหมวดหมู่ สื่อความหมาย แล้วน าเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิ และ ค าอธิบายประกอบ เพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ศึกษาชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างประเภท โครงงาน - การส ารวจพืชสมุนไพรในชุมชนบ้านสบปราบ - ปัญหาขยะของตลาดสดเทศบาล 2 - การตรวจสอบคุณภาพน ้าจากหนองปลาดุก - วัฎจักรชีวิตของคางคก - ระบบนิเวศในสวนยางพารา 2. โครงงานประเภททดลอง โครงงานประเภทนี้เป็นการศึกษาเพื่อหาค าตอบ ของปัญหา โดยมีการออกแบบการทดลอง เพื่อศึกษาตัวแปรที่ส่งผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษา โดย ควบคุมตัวแปรอื่นๆที่อาจมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษาไว้ โดยทั่วไปขั้นตอนการด าเนินงานของโครงงาน ประเภทนี้จะประกอบด้วยก าหนดปัญหา ตั้งสมมุติฐาน ออกแบบทดลอง รวบรวมข้อมูล แปรผลและสรุปผล การทดลอง ซึ่งขั้นตอนที่ปฏิบัติจะเป็นกระบวนการวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างโครงการ ประเภทนี้ - การท ายากันยุงจากตะไคร้หอม - การผลิตยาสระผมจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่น - การศึกษาเปรียบเทียบตัวแปรที่ส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของ
ต้นมะเขือเทศ 3. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ โครงงานประเภทนี้เป็นการประยุกต์ทฤษฎี หรือ หลักการทางวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่นๆ มาสร้างหรือประดิษฐ์เป็นของเล่น เครื่องมือ เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ ส าหรับใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้ว หรือประดิษฐ์สื่อใหม่ หรือ อาจเป็นการเสนอแบบจ าลองทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาก็ได้ ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ - การประดิษฐ์ของเล่นพื้นบ้านจากวัสดุท้องถิ่น - การบ าบัดน ้าเสียโดยวิธีธรรมชาติ - การประดิษฐ์กังหันลมเพื่อวิดน ้าเข้าแปลงผัก 4. โครงงานประเภทสร้างทฤษฎี โครงงานประเภทนี้เป็นการน าเสนอทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม่ๆซึ่งจากแนวคิดของผู้อื่นที่มีอยู่แล้ว โดยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือทฤษฎีอื่นๆ ตลอดจนข้อมูลต่างๆสนับสนุน ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะทฤษฎี หลักการ แนวคิดใหม่ หรืออาจขัดแย้งกับ ทฤษฎีเดิม หรือเป็นการขยายทฤษฎี หลักการหรือแนวคิดเดิมก็ได้ จุดส าคัญอยู่ที่ผู้ท าโครงงานประเภทนี้ จะต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้น อย่างดี โดยทั่วไปโครงงานประเภทนี้มักจะเป็นโครงงานทาง คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ อาจจะน าเสนอในรูปของสูตร สมการหรือค าอธิบายก็ได้ ตัวอย่าง โครงงานประเภทนี้ - การเกษตรทฤษฎีใหม่ - การผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ - การผลิตแท่งเชื้อเพลิงสีเขียว
แผนภมูิ1 กระบวนกำรขนั้ตอนกำรจดัทำ กิจกรรมโครงงำนอำชีพทองผ ำ ทองหวำน ทองม้อน - ส ารวจและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง - วิธีการจัดท าโครงงาน - วัตถุดิที่มีตามท้องถิ่นหรือที่ปลูกทานเอง - แหล่งทรัพยากรและเงินทุน - ชื่อโครงงาน - แผนปฏิบัติการและแผนธุรกิจ Business Model Canvas (BMC) - ชื่อผู้จัดท า - ขั้นตอนการท างานและระยะเวลา - อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน การท างานของแต่ละขั้น - ที่มาและความส าคัญของโครงงาน - ค่าใช้จ่ายและการหาทุน - วัตถุประสงค์ในการท าโครงงาน - ผลที่คาดว่าจะได้รับ - ด าเนินการตามแผนปฏิบัติงาน - ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา - สรุปผลการด าเนินงาน การเลือกโครงงาน ( PLAN) ลงมือจัดท าโครงงาน ( D0 ) , ( CHECK ) (บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง) การเขียนโครงงาน ( PLAN)
- เขียนรายงานสรุปผล - ประเมินผลงาน - ปัญหา อุปสรรค และ ข้อเสนอแนะ 3. ลูกผักชี เป็ นเมล็ดของ ผักชี (Cilantro) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Coriandrum sativum เป็ นพืชในตระกูล พาร์สลี (parsley)แต่คา วา่ colander ใชเ้ฉพาะส่วนของเมลด็เมลด็ผกัชีนา มาใชเ้ป็นเครื่องเทศ มีสีขาวหม่นหรือน้า ตาลซีด มีกลิ่นหอม ของน้า มนัหอมระเหย(essential oil)ความหอมจะมากหรือนอ้ยข้ึนอยกู่บัความแก่ของเมลด็ลูกผกัชีจะมีกลิ่นรสคลา้ยพืช ตระกลูส้ม มะนาวเนื่องจากมีสารในกลุ่ม terpenes linalool และ pinene คา ที่ใชอ้ธิบายกลิ่นรสของชะเอม ไดแ้ก่warm, nutty, spicy,และ orange-flavoured. การใช้ในอาหาร ก่อนนา ลูกผกัชีไปประกอบอาหารตอ้งควั่เสียก่อน แลว้บดใหล้ะเอียด ใชเ้ป็นส่วนผสมเพื่อปรุงแต่กลิ่นรสของอาหารหลายชนิด เช่น น้า พริกแกงเขียวหวาน แกงเผด็พะแนง มสัมนั่นิยมใชร้่วมกบั เมล็ดยหี่ร่า รายงานผล ( ACTION )
สรรพคุณทางสมุนไพร ลูกผกัชีแกพ้ ิษตานซางแกก้ระหายน้า แกล้มวงิเวียน แกบ้ิด ถ่ายเป็นเลือด แกร้ิดสีดวงทวารแกป้วดฟัน ช่วยยอ่ยอาหารขบัลม บา รุงธาตุตม้น้า อาบเมื่อเป็นหดัแกอ้าการคลื่นไส้อาเจียน ใชผ้ลิตเป็นน้า มนัเมลด็ผกัชีซ่ึงเป็นน้า มนัหอมระเหย หากถูกผวินานๆ อาจระคายเคืองได้ ที่มาและรูป https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2800/coraninder-seed 4.หลกัปรชัญำของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง (อังกฤษ: sufficiency economy) เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงการด ารงและปฏิบัติตนของ ประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ด าเนินไปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชด ารัสชี้แนะแนวทางการด าเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาว ไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย ้าแนว ทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถด ารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ควำมพอเพียง อ้างถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจ าเป็นที่จะต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการน าวิชาการต่างๆ มาใช้ใน การวางแผนและการด าเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีส านึกคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ในการด าเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความ รอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดีด้วย หลกัแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความ ไม่ประมาท โดยค านึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระท า
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้ 1.กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการด ารงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมี พื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถน ามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิง ระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความ ยั่งยืน ของการพัฒนา 2. คุณลักษณะเศรษฐกิจพอเพียง ามารถน ามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับโดยเน้น การปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน 3. ค านิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนค านึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระท านั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยค านึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และ ไกล 4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้ง ความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะน าความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวัง ในขั้นปฏิบัติ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการด าเนินชีวิต 5. แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการน าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นกำรด ำเนินชีวิตทำงสำยกลำง ยึดหลักกำรพึ่งพำตนเอง ดังนี้ 1.ด้านจิตใจ ท าตนให้เป็นที่พึ่งตนเอง มีจิตใจส านึกที่ดี สร้างสรรค์ให้ตนเองและชาติ โดยรวม สร้างสรรค์ให้ตนเองและชาติโดยรวม ค านึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง 2.ด้านสังคมและชุมชน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง 3.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการอย่างชาญฉลาด รู้คุณค่าของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่บนพื้นฐานการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่ายั่งยืน 4. ด้านเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีพื้นบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสม สอดคล้องกับความ ต้องการและสภาพแวดล้อม ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของเราเอง 5. ด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย การออม สะสมเป็นเงินทุน กำรปฏิบตัิตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง 1. ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้ 2. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ในการด ารงชีพ 3. ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง 4. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต 5. ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบ เป็นส าคัญ 6. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบต่อสู้กัน อย่างรุนแรง 7. ความสุขความเจริญอันแท้จริง หมายถึง ความสุข ความเจริญ ที่บุคคลแสวงหามาได้ ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระท า ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบัง จากผู้อื่น 8. มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง 9. ท ามาหากินก่อนท ามาค้าขาย 10. ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินท ากิน คือทุนทางสังคม 11. ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรงปัญญาที่เฉียบแหลม 12. น าความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อปรับวิถีชีวิต สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
แผนภมูิ2 ปรชัญำของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปการน าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ต้องมีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความอดทน มีความเพียร และใช้สติปัญญาในการด าเนินชีวิต 5.วงจรกำรบริหำรงำนมีคณุภำพ ( PDCA ) ควำมหมำยของ PDCA PDCA คือ วงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA ประกอบด้วย P = Plan คือ การวางแผนงานจากวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ได้ก าหนดขึ้น
D = Do คือ การปฏิบัติตามขั้นตอนในแผนงานที่ได้เขียนไว้อย่างเป็น และมีความต่อเนื่อง C = Check คือ การตรวจสอบผลการด าเนินงานในแต่ล่ะขั้นตอนของแผนงานว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น จ าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนงานในขั้นตอนใด A = Action คือ การปรับปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา หรือถ้าไม่มีปัญหาใดๆ ก็ยอมรับแนวทางการ ปฏิบัติตามแผนงานที่ได้ผลส าเร็จ เพื่อน าไปใช้ในการท างานครั้งต่อไป เมื่อได้วางแผนงาน (P) น าไปปฏิบัติ (D ) ระหว่างการปฏิบัติก็ด าเนินการตรวจสอบ (C) พบ ปัญหาก็ท าการแก้ไขหรือปรับปรุง (A) การปรับปรุงก็เริ่มจากการวางแผนก่อน วนไปได้เรื่อยๆ จึงเรียกวงจร PDCA ประโยชน์ของ PDCA มีดังนี้ 1.การวางแผนงานก่อนการปฏิบัติงาน จะท าให้เกิดความพร้อมเมื่อได้ปฏิบัติงานจริงการวางแผน งานควรวางให้ครบ 4 ขั้นดังนี้ 1.1 ขั้นการศึกษา คือ การวางแผนศึกษาข้อมูล วิธีการ ความต้องการของตลาด ข้อมูลด้านวัตถุดิบ ด้านทรัพยากรที่มีอยู่หรือเงินทุน 1.2 ขั้นเตรียมงาน คือ การวางแผนการเตรียมงานด้านสถานที่ การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ ความพร้อมของพนักงาน อุปกรณ์ เครื่องจักร วัตถุดิบ 1.3 ขั้นด าเนินงาน คือ การวางแนวทางการปฏิบัติงานของแต่ละส่วนแต่ละฝ่าย เช่น ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย 1.4 ขั้นการประเมินผล คือ การวางแผนหรือเตรียมการประเมินผลงานอย่างเป็น ระบบ เช่น ประเมินจากยอดการจ าหน่าย ประเมินจากการติชมของลูกค้า เพื่อให้ผลที่ได้จากการประเมินเกิด การเที่ยงตรง 2. การปฏิบัติตามแผนงาน ท าให้ทราบขั้นตอน วิธีการ และสามารถเตรียมงานล่วงหน้าหรือทราบ อุปสรรคล่วงหน้าด้วย ดังนั้น การปฏิบัติงานก็จะเกิดความราบรื่น และเรียนร้อย น าไปสู่เป้าหมายที่ได้ ก าหนดไว้
3. การตรวจสอบ ให้ได้ผลที่เที่ยงตรงเชื่อถือได้ ประกอบด้วย 3.1 ตรวจสอบจากเป้าหมายที่ได้ก าหนดไว้ 3.2 มีเครื่องมือที่เชื่อถือได้ 3.3 มีเกณฑ์การตรวจสอบที่ชัดเจน 3.4 มีก าหนดเวลาการตรวจที่แน่นอน 3.5 บุคลากรที่ท าการตรวจสอบต้องได้รับการยอมรับจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อการตรวจสอบได้รับการยอมรับ การปฏิบัติงานขั้นต่อไปก็ด าเนินงานต่อไปได้ 4. การปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใดก็ตาม เมื่อมีการปรับปรุงแก้ไข คุณภาพก็จะเกิดขึ้น ดังนั้น วงจร PDCA จึงเรียกว่ำวงจรกำรบริหำรงำนคณุภำพ
บทที่3 วิธีดำ เนินงำน การด าเนินการโครงงานอาชีพพริกแกงสูตรเด็ด ได้ปฎิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1.ส ารวจความต้องการของตนเองและร่วมสมาชิก พริกแกงสูตรเด็ดพร้อมรร่วมระดมเงินทุน 2.ส ารวจความต้องการของตลาด ความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจแต่ตลาดในชุมชน 3.ฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการน าวัตถุดิบพื้นบ้านมาเป็นส่วนผสมของพริกแกงสูตรเด็ดให้มีความแปลกใหม่ 4.ศึกษาวิธีการเขียนโครงงานอาชีพและการเขียนแผนธุรกิจ 5. เขียนโครงปฏิบัติงานอาชีพและเขียนแผนธุรกิจ 6. เสนอโครงงาน ชื่อว่า "โครงงานอาชีพพริดแกงสูตรเด็ด" ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานให้ความเห็นชอบ 7. ลงมือปฏิบัติงานอาชีพตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ 8. บันทึกการปฏิบัติงาน 9. ท าบัญชีรับ- จ่าย 10. ประเมินผลการปฏิบัติและปรับปรุงการปฏิบัติงาน 11.สรุปรายงานผลการด าเนินงานและจัดนิทรรศการวัน 12.แบ่งสรรรายได้ และในการท าโครงงานอาชีพ พริกแกงสูตรเด็ด สมาชิกในกลุ่มได้วางแผนด าเนินการ บริหารงานในด้านต่าง ๆดังต่อไปนี้
1. กำรดำ เนินงำนและกำรผลิต 1.1 โครงการสร้างองค์กร และผังบริหาร ปัจจุบันโครงสร้างการบริหารงานภายในองค์กรสามารถ เขียนเป็นแผนผังได้ดังนี้ นางสาว ณัฐธิดา ยะปาละ ต าแหน่งผู้จัดการ นางสาว ศิริกัญญาณัฐ ไช ยวงค์ (เหรัญญิก) นางสาว รุ่งนภา หล้าลี่ (การท าช่องทางการ จ าหน่าย) นาย ศตวรรษ หวดขุนทด (การบัญชี) นางสาวณัฐธิดา ยะปาละ การผลิตสินค้า (พร้อมกล่มุนักธรุกิจพริกแกง สูตรเด็ด) นาย เสกสรร คงวินิจกุล (การบรรจุภัณฑ์) นางสาว รุ่งนภา หล้าลี่ การขายสินค้า (พร้อมกล่มุนักธรุกิจพริกแกง สูตรเด็ด)
- นางสาวศิริกัญญาณัฐ ไชยวงค์มีหน้าที่ ควบคุมด้านการเงิน - นายศตวรรษ หวดขุนทด มีหน้าที่ ท าบัญชี รายรับ-รายจ่าย - นายเสกสรรค์ คงวินิจกุล มีหน้าที่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ - นางสาว รุ่งนภา หล้าลี่ มีหน้าที่ การท าเพจ Facebook ช่องทางการจ าหน่ายสินค้า และตราสินค้า - นางสาว ณัฐธิดา ยะปาละ เป็นผู้มีอ านาจตัดสินใจ การตลาด การขายสินค้าที่เพจ หม่าล่า กะเหรี่ยง - ประสานงานในด้านสถานที่จ าหน่าย การผลิตพริกแกงสูตรเด็ด 5 คน ช่วยกันในผลิตในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ - การจ าหน่ายสินค้า 2 คน พร้อมกับกลุ่มนักธุรกิจพริกแกงสูตรเด็ด ช่วยกันขายในช่องทางการตลาดที่ได้ วางแผนกันไว้ 1.2 ลักษณะการบริหารงาน ในด้านการบริหารงานมีลักษณะเป็นการกระจายอ านาจตามฝ่ ายงานโดยมี นางสาว ณัฐธิดา ยะปาละ เป็นผู้บริหารที่มีอ านาจการตัดสินใจสูงสุด ในต าแหน่ง เจ้าของกิจการ โดยจะมีการสรุปผลการด าเนินงาน ทุกสัปดาห์ เพื่อศึกษาถึงความคืบหน้าการด าเนินงานและปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนา ให้ดีขึ้น และมีอาจารย์เอื้อมพร หาญสนามยุทธ ให้ค าปรึกษาในการท าบัญชีเงินสด การค านวณค่าใช้จ่ายน ทุนก าไร และในการฝึกปฏิบัติการผลิตพริกแกงสูตรเด็ด 1.3.วตัถดุิบในกำรทำ พริกแกงสตูรเดด ็ 1.3.1 วตัถดุิบในกำรทำ พริกแกงสตูร และวัสดุ อุปกรณ์ในกำรท ำพริกแกงสตูรเดด ็ พริกแห้ง ตะไคร้ ข่า
ใบมะกรูด กระเทียม เมล็ดหอมป้อม ครก หอมแดง ปลาร้า กะปิ ผงซูรส/รสดี 1.4 ขั้นตอนในกำรท ำพริกแกงสตูรเดด ็ 1.น าพริกแห้งไปคั่วให้หอม 2.น าเมล็ดหอมป้อมไปคั่วให้หอม 3.น าวัตถุดิบทุดอย่างน าไปปั่นให้ละเอียด 4.ปั่นให้ได้แบบนี้เลย 5.น ามาใส่ครกแล้วต าให้เข้ากัน 6.เสร็จแล้วน ากะปิมาใส่แล้วต าให้เข้ากัน
7.น าผงซูรสและรสดีมาใส่แล้วต าให้เข้ากัน 8.เสร็จแล้วน าปลาร้ามาใส่ต าให้เข้ากันก็เป็นอันเสร็จสิ้น 9.ก็จะได้พริกแกงสูตรเด็ดแบบนี้เลยอร่อยกลมกล่อม 1.5 จุดเด่นด้ำนกำรผลิต พริกแกงสูตรเด็ดใช้ส่วนผสมของผักพื้นบ้าน คือ พริกกะเหรี่ยง เป็นการ ผสมผสานระหว่างผักพื้นบ้านในท้องถิ่นมาเป็นส่วนผสมของพริกแกงสูตรเด็ด มีความสด รสชาติหอมพริก กลมกล่อม 1.6 ปัญหำด้ำนกำรผลิต - ต้นทุนงบประมาณไม่เพียงพอ - กลุ่มสมาชิกไม่ช่วยเหลือการผลิตเล็กน้อย 1.7 สรปุต้นทุนกำรผลิตสินค้ำต่อหน่วย - แบบที่ 1 กะปิและผงปรุงรส 1.8 เป้ำหมำยทำงกำรผลิต/เดือน - แบบที่ 1 แบบขีด ขีดละ 12 บาท
2. กำรตลำด 2.1 ภำพรวมของตลำด - ในอ าเภอดอยเต่าจะมี พืชผักพื้นบ้านที่ประชาชนทั่วไป น ามารับประทานเป็นอาหาร เช่น พริก ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า ที่มีอยู่ในท้องถิ่นดอยเต่า ซึ่งส่วนใหญ่ ใช้ประกอบเป็นอาหารคาว เช่น แกงอ่อม แกงแค 2.2 สินค้ำ/บริกำร - เป็นผลิตภัณฑ์ที่น าพริกกะเหรี่ยง เมล็ดผักชีมาเป็นส่วนผสมหลัก 2.3 กล่มุลกูค้ำ - ลูกค้า หมายถึง ประชาชนทั่วไปที่สนใจชอบท าอาอาร ชอบความเผ็ด แซ่บ 2.4 รำคำสินค้ำ - ขีดละ 12 บาท 2.5 กำรส่งเสริมกำรขำย - โปรโมชั่นซื้อ 10 ขีด แถม 1 ขีด 2.6 สถำนที่จำ หน่ำย - ช่องทางจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ หน้าร้าน Facebook เพจ; เรื่องแกงสูตรเด็ดละอ่อนดอยเต่า 2.7 กำรส่งเสริมกำรตลำด - โฆษณาและประชาสัมพันธ์ด้วยการน าสินค้ามาโชว์ไว้ที่ ร้านค้าต่างๆ เพจประชาสัมพันธ์พริกแกงสูตรเด็ด ละอ่อนดอยเต่า 2.8 กำรแข่งขนัและค่แูข่ง - มีคู่แข่งไม่มาก มีเพียงร้านขายของช าเท่านั้น เราจึงคิดที่จะท าพริกแกงสูตรเด็ดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของ คนชอบท าอาหาร
2.9 สรปุจดุเด่น ปัญหำ และแนวทำงแก้ไข พร้อมทงั้เป้ำหมำยทำงกำรตลำด 1. กิจการมีจุดเด่น ด้านเป็นวัตถุดิบ/ความหอม มีความสดใหม่ท าวันต่อวัน อร่อยหอมเครื่องสมุนไพร สามารถน าไปประกอบอาหารได้หลายอย่างและมีรสชาติอร่อย 2. กิจการมีปัญหาด้านการผลิตเนื่องจากในช่วงแรกมีเวลาน้อยในการท าน ้าจิ้มและเตรียมวัตถุดิบ อุปกรณ์ 3. แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือ ผลิตในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ 3. การเงิน การด าเนินงานโครงงานอาชีพ จ าหน่ายมูลค่าหุ้นสมาชิก หุ้นละ 10 บาท สมาชิก 5 คน ร่วม ลงทุน ร่วมลงทุนคนละ 10หุ้น คนละ 100 บาท รวมมูลค่าหุ้น 500 บาท ส่วน วัสดุอุปกรณ์ ทางกลุ่มพริกแกง สูตรเด็ดช่วยกันน ามา ยืมกันในกลุ่ม 4. การน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ 3 ศาสตร์ เข้ามาประยุกใช้ในการ ท า โครงงานอาชีพ พริกแกงสูตรเด็ด ให้เกิดประหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการท า โครงงานอาชีพน ้าจิ้มหม่าล่า ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า ดังนี้ หลกัปรชัญำของเศรษฐกิจพอเพียง มำประยุกต์ใช้ในกำรท ำโครงงำนอำชีพพริกแกงสตูรเดด็ ควำมรู้ ขั้นตอนในการท าพริกแกงสูตรเด็ด กระบวนการท างาน การขายสิ/นค้าทางออนไลน์ การท าบัญชี คณุสมบตัิ คุณสมบัติ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีสมาธิ มีความสามัคคีใน การท างาน ความรับผิดชอบมีเจตนา คดิที่ดีต่องาน อาชีพ พอประมำณ การลงทุน วัตถุดิบ อุปกรณ์มีอยู่ในบ้านและในชุมชน มีภมูิค้มุกนั ใช้วัสดุอุปกรณ์ วางแผนการท างานอย่าง เป็นขั้นตอน เตรียมวัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบในการท าพริก แกงสูตรเด็ด มีเหตุผล อธิบายขั้นตอนการท าพริกแกงสูตรเด็ดเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน วตัถ/ุเศรษฐกิจ วัตถุดิบ เช่น พริก อยู่ในชุมชน สร้างรายได้ระหว่างเรียน ด้านสังคม มีการทา งานร่วมกนั ในหมู่คณะ ยอมรับความคิดเห็นซ่ึงกนัและ กนั ด้ำนสิ่งแวดล้อม วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของพริก แกงสูตรเด็ด พริกกะเหรี่ยง ด้ำนวัฒนธรรม เห็นคุณค่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมด้านอาหารท้องถิ่น คงอยู่ ต่อไป
ศาสตร์สากล ศาสตร์พระราชา ศาสตร์ชาวบ้าน - ใช้หลักการออกแบบโลโก้ ด้วยคอมพิวเตอร์ - การขายสินค้าทาง ออนไลน์ 1. ท างานตามล าดับขั้นดับ 2. ท าให้ง่าย 3. การมีส่วนร่วม 4. ขาดทุนคือก าไร 5. การพึงตนเอง 6. ท างานอย่างมีความสุข 7. ความเพียร 8. รู้รัก สามัคคี 9. ท างานแบบองค์ราม 10. เศรษฐกิจพอเพียง 11. พออยู่พอกิน 12. ขาดทุนก าไร 13. ไม่ติดต ารา 14. ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ ต่อกัน 15. จ ะ ท า อ ะ ไ ร ต้องศึก ษ า ข้อมูลเป็นระบบ - ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านใน เรื่องวัฒนธรรมอาหาร ท้องถิ่น กำรวดัและประเมินผลกำรดำ เนินงำน ได้ดำ เนินกำรดงันี้ 1. การสอบถามความเห็นของลูกค้า เกี่ยวกับเพจ Facebook พริกแกงสูตรเด็ดละอ่อนดอยเต่า 2. การสอบถามลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พริกแกงสูตรเด็ด
แผนปฏิบตัิงำน รำยกำรกิจกรรม เวลำทที่ใช้ หมำยเหตุ 1. ศีกษาวิธีการเขียนโครงงานพร้อมเสนออาจาร์ที่ปรึกษา 1 สัปดาห์ 2. เตรียมความพร้อมด้านการจัดการ จัดเตรียมอุปกรณ์วัสดุ 1 สัปดาห์ 3. วางแผนการปฎิบัติงานและก าหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ 1 สัปดาห์ 4. ฝึกปฎิบัติการ การท าพริกแกงสูตรเด็ด - ศึกษาวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ในการท าพริกแกงสูตรเด็ด 1 สัปดาห์ - ทดลองคิดสูตรขึ้นมาเอง และสอบถามปู่ย่าตายาย 1 สัปดาห์ - ทดลองจนได้สูตรที่เป็นของกลุ่มตนเอง 1 สัปดาห์ 5. ลงมือปฏิบัติการท าพริกแกงสูตรเด็ดโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น พริก 1 สัปดาห์ ท า ค ว บ คู่ กันไปด้วย ใ ช้ ห ลั ก PDCA 6. ปฏิบัติงานผลิตสินค้า งานขายและมีการปรับปรุงพัฒนาควบคู่กันไป ด้วย 1 สัปดาห์ 7. สรุปผลการปฏิบัติงานและจัดนิทรรศการ ทุกครั้งที่มี การเข้าร่วม กิจกรรม 8. ประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยสรุปผลก าไรขาดทุน 1 สัปดาห์ 9. ส ารวจความพึงพอใจที่มีต่อพริกแกงสูตรเด็ด 1 สัปดาห์
บทที่4 ผลการด าเนินงาน จากผลการด าเนินงานโครงงานอาชีพ พริกแกงสูตรเด็ด ตลอดระยะเวลาท้งัหมด ๓ เดือน คือ มกราคม๒๕๖๗ - มีนาคม ๒๕๖๗ สรุปผลการดา เนินงานไดด ้ งัน้ี ๑.เพื่อแปรรูปอาหารเช่น พริกกะเหรี่ยง มาเป็ นส่วนผสมในการทา พริกแกง ที่มีรสชาติเผ็ด หอมอร่อยกลมกรอม ในช่วงเตรียมการสมาชิกไดเ ้ รียนรู้ วธิีการการทา พริกแกง หลงัจากน้นัเริ่มคิดคน ้ หาสูตร และนา มาปรับเป็ นสูตรของตวัเอง เช่นใชพ ้ ริกกะเหรี่ยงมาเป็ นส่วนผสมของพริกแกง พบปัญหาคือ พริกกะเหรี่ยงมนัเผด ็ เกินไป พวกเราเลยลดปริมาณของพริกกะเหรี่ยงลงเพื่อใหไ้ ม่เผด ็ จนเกินไป พริกแกงสูตรเด็ด
การปฎิบัติท าพริกแกงสูตรเด็ด
ผลิตภัณฑ์พริกแกงสูตรเด็ด ที่สมาชิกกลุ่มไดผ ้ ลิต ๒.เพื่อนา หลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒ เงื่อนไข หลักการ ๔ มิติ ๓ ศาสตร์เข้ามา ประยุกต์ใช้ในการสร้างสูตรพริกแกงสูตรเด็ด ใหเ ้ กิดคุม ้ ค่า ๒ เงื่อนไข ด้านความรู้ นกัเรียนไดเ ้ รียนรู้ เกี่ยวกบัข้นัตอนการทา พริกแกงสูตรเด็ดไดร ู้้ วธิีการทา ตามขบวนการต่างๆ ด้านคุณธรรม นักเรียนมีความขยัน ความอดทน มีสมาธิ มีความสามัคคีในการท างาน และมีความรับชอบใน การทา โครงงานอาชีพสูตรน้า จิ้มซอลหม่าล่า ๓.หลักการพอประมาณ นกัเรียนมีการร่วมลงทุน วสัดุอุปกรณ ์ เช่น วตัถุดิบในการทา พริกแกง มีอยใู่นทอ ้ งถิ่นราคาไม่แพง
มีเหตุผล นกัเรียนสามารถอธิบายข้นัตอนการทา พริกแกงสูตรเด็ด และนักเรียนสามารถน าไปใช้ใน ชีวติประจา วนัได ้ หรือทา พริกแกงของตวัเองข้ึนมาละขายเพื่อสร ้ างรายไดก ้ บัตวัเอง มีภูมิคุ้มกนั ในการท าพริกแกง ใชว ้สัดุอุปกรณ ์ในการทา งานอยา่งระมดัระวงัวางแผนการทา งานอยา่งเป็ น ข้นัตอนเตรียมวสัดุอุปกรณ ์ในการทา พริกแกงสูตรเด็ด ๔..มิติ ด้านวตัถุดบิ/เศรษฐกจิ วัตถุดิบ อุปกรณ์ในการท าพริกแกงสูตรเด็ด มีอยใู่นชุมชนและเพื่อช่วยสร ้ างรายไดร ้ ะหวา่ง เรียนใหก ้ บัตวัเอง ด้านสังคม มีการทา งานร่วมกนั ในคณะหมู่ยอมรับความคิดเห ็ นซ่ึงกนัและกนั ด้านสิ่งแววล้อม ใชว ้สัดุพ้ืนบา ้ นมาเป็ นส่วนประกอบของการทา พริกแกง เช่น พริกแหง ้ กระเหรี่ยง
ด้านวัฒนธรรม ร่วมสืบสานวฒันธรรมอาหารพ้ืนบา ้ น เช่น ตากพริกแหง ้ ตา น้า พริกเห ็ นคุณค่าของอาหาร พ้ืนบา ้ นและมีแนวคิดที่นา วตัถุดิบมาเป็ นส่วนผสมของการท าพริกแกงสูตรเด็ด ๕.ศาสตร์ ศาสตร์พระราชา การท าพริกแกงสูตรเด็ด มีการทา ตามลา ดบัข้นัตอนในการทา พริกแกงไม่ติดตา ราทา ใหง ้่าย มี การพัฒนาสูตรของพริกแกงการมีส่วนร่วมในการทา งานของสมาชิกการพ่ึงพาตนเองพออยู่พอกิน มีตวามซื่อสัตยส ์ุจริต จริงใจต่อกนัทา งานอยา่งมีความสุข มีตวามเพียรพยายาม รู้ จกัความสามคัคีจะ ท าอะไรต้องศึกษาข้อมูลเป็ นระบบ ท างานแบบองค์รวม ศาสตร์ชาวบ้าน ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน การนา วตัถุดิบที่ใชเ ้ป็ นส่วนผสมของอาหารเช่น พริกกะเหรี่ยงที่นา ไปตากแหง ้ ก่อนนา มาปั่นเพื่อ ไปท าพริกแกงสูตรเด็ด เพื่อท าให้มีรถชาติที่ เผ็ด หอมกลมกรอม
บทที่5 อภปิราย สรุป และข้อเสนอแนะ การจัดการท าโครงงานอาชีพพริกงแกง นกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่๖ โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคมอา เภอดอย เต่าจงัหวดัเชียงใหม่สา นกังานเขตพ้ืนที่การศึกษามธัยมศึกษาเชียงใหม่มีวตัุประสงค์เพื่อแปรรูปอาหารพ้ืนบา้น เช่น พริกกะเหรี่ยง มาเป็นส่วนผสมในการทา พริกแกงสูตรเด็ด ที่มีรสชาติเผด็หอมกลมกรอม และมีคาทาง่ โภชนาการเพอื่นา หลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยีง ๒ เงื่อนไข ๓ หลักการ ๔ มิติ ๓ ศาสตร์ เข้ามาประยุกต์ใช้ ในการผลิตน้า จิ้มซอลหม่าลา ใหเ้กิดประโยชน์และคุม้คา และเพื่อหารายไดร้ะหวา่งเรียน สรุปผล ๑.สามารถจา หน่ายผลิตภณัฑพริกแกงสูตรเด็ด ์ ๒.นกัเรียนไดค้วามรู้เกี่ยวกบัแปรรูปอาหารเช่น พริกกะเหรี่ยง ที่นา มาตากแหง้นา ไปพฒันาใหม้ีรสชาติที่ หลากหลายเพอื่เพิ่มมูลค่าสินคา้ใหสู้งข้ึน โดยนา หลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยีงเขา้มาประยกุตใ์ชใ้นการทา โครงงานอาชีพ ๓.นักเรียนมีทักษะ และประสบการณ์ในการท าอาชีพ อภิปราย จากการจัดท าโครงงาน นกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่๖ โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม อา เภอดอยเต่าจงัหวดั เชียงใหม่พบวา่ โครงงานอาชีพพริกแกงสูตรเด็ด นกัเรียนไดเ้รียนรู้มีทกัษะในการทา งาน และเจตนาคติที่ดีต่อ งานอาชีพ นา ความรู้เกี่ยวกบัแปรรูปอาหารผกัพ้ืนบา้นเช่น พริกกะเหรี่ยงไปพฒันาสูตรพริกแกงให้มีรสชาติที่ เผด็อร่อยและคิดสูตรเพิ่มเรื่อยๆเพื่อที่จะทา ใหม้ีหลากหลายรสชาติเพื่อเพิ่มมูลค่าสินคา้ใหสู้งข้ึนทา ใหน้กัเรียน มีรายไดร้ะหวา่งเรียน เนื่องจากการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิ ดโอกาส ให้นักเรียนได้ ศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติ กิจกรรมตามความสนใจความถนดและความสามรถของตนเอง ซึ่งอาศัย ั กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นที่เป็ นระบบไปใช้ในการศึกษา หาค าตอบในเรื่องน้นัๆ ภายใต้ค าแนะน าการใหค้า ปรึกษาความช่วยเหลือจากอาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงงาน นอกจากน้ีสมาชิกในกลุ่มได้ ปฏิบตัิกิจกรรมตามข้นัตอนของโครงงานอาชีพ โดยใชก้ระบวน PDCA เขา้มาใชใ้นการทา โครงงานคร้ังน้ีคือ การเลือกโครงงาน(PLAN)การเขียนโครงงาน (PLAN) ลงมือจัดท าโครงงาน (DO) พัฒนาและปรับปรุง
แกไ้ข(CHECK) และรายงานผล(ACTION) ท าให้โครงงานอาชีพประสบผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ กา หนดไว้ ข้อเสนอแนะในการจัดท าครั้งต่อไป ๑.ควรจะมีการส าเร็จความพึงพอใจของลูกค้าทุก ๓ เดือน ๒.เพิ่มช่องทางการจา หน่ายใหห้ลากหลายมากยงิ่ข้ึน ๓.เพิ่มสูตรคิดคน้ สูตรการท าพริกแกงให้เขม้ขน้กลมกรอม มากยงิ่ข้ึน ๔.มีการจดัโปรโมชนั่ใหก้บัลูกคา้ทุกๆเดือน