เปน คาํ ทีบ่ อกอาการหรอื การกระทํา ( action )
หรอื บอกความเปนอยู ( being ) หรือสภาวะความเปน อยู
( state of being ) เชน fly, is, am, seem, look.
การกระทาํ Birds fly. นกบิน
ความเปนอยู Danny is a boy. แดนน่ีเปนเด็กผชู าย
สภาวะความเปนอยู He looks good. เขาแลดดู ี
ประเภทของคาํ กริยา 1.Main verbs
คาํ กริยาอาจแบงออกเปน 2.Auxiliary Verbs
1. Main verbs คือ คาํ กริยาแท หรือคํากริยาหลักในประโยค ซึ่งสามารถแบงไดเปน
3 ประเภทใหญ ๆ คือ intransitive verbs, transitive verbs และ linking verbs
-Intransitive verbs คอื คาํ กรยิ าที่ไมต อ งการกรรมมารองรับ เชน run, fly swim, shout เปนตน
-Transitive verbs คอื คํากรยิ าที่ตอ งมกี รรมมารองรบั เชน eat, cut, give, produce,
provide เปน ตน
-Linking verbs คือคาํ กรยิ าทเ่ี ช่อื มประธานกบั คาํ นามหรอื คําคุณศัพททตี่ ามมา ไดแ ก รปู ตา ง ๆ ของคาํ กรยิ า
be, seem, look, become, turn, smell, sound, taste, feel, etc.
คาํ กริยาประเภทนีจ้ ะตองมีสวนเสริมประธาน (subject complement)
สว นเสริมประธานอาจเปนคาํ นามหรอื คุณศัพทก ไ็ ด
2. Auxiliary Verbs คือ กิรยิ าชวย คือ Verb ท่ใี ชรว มกบั Verb หลกั ในการสรา ง
ประโยค แบง เปน 2 พวก คือ
1) Primary auxiliaries เชน Be, Have, Do พวกน้ยี งั สามารถทาํ ตวั
เปน Verb แทไดดว ย รวมถึงเปน ตัวทป่ี ระกอบอยูใน Tense ตา งๆ ดังนี้
Be : V1 = is/am/are Ha ve : V1 = h a s / h a ve Do : V1 = does/do
V2 = was/were V2 = h a d V2 = did
V3 = been V3 = h a d V3 = done
2) Modal auxiliaries เชน can, could, may, might, must, ought,
should, will, would พวกนีใ้ ชใ นการขอรอ ง บอกความจาํ เปน หรอื ความเปน ไปได
1. รปู ท่ียงั ไมไ ดผัน (base form) เชน walk, speak, hear, cut
2. รูปทีล่ งทา ยดวย s (-s form) เชน walks, speaks, hears, cuts
3. รปู อดตี (past form) เชน walked, spoke, heard, cut
4. รปู present participle เชน walking, speaking, hearing, cutting
5. รูป past participle เชน walked, spoken, heard, cut
รปู past form และ past participle
ตามปกตจิ ะเกดิ จากการเติม –ed ทา ยรูปที่ยงั ไมไดผ นั ยกเวน ฃ
คํากริยา irregular verbs ซึ่งจะมวี ธิ ผี นั เฉพาะตัว
การจดจํารูป past form และ pastparticiple
ของ irregular verbs เปนส่งิ จําเปน อยา งยิ่ง
การจําแนกชนิดของคาํ กรยิ า มีการแบง ไวหลายวิธสี ดุ แตจ ะคํานงึ
อะไรเปน หลัก เชน
1. แบง ตามหนา ทีโ่ ดยยึดเปน กรรม ( Object ) เปน เกณฑม ี 2 ชนิด
Transitive Verbs ( สกรรมกรยิ า ) คํากรยิ าท่ีตอ งมกี รรมมารับ เชน
-He bought a book. เขาซ้ือหนังสอื ( a book เปน กรรม )
-He eats a banana everyday. เขา กิน กลว ย ทุกวนั (กลว ยถูกกิน
-We love Thailand. พวกเรา รัก ประเทศไทย (ประเทศไทยถกู รัก)
Intransitive Verbs ( อกรรมกรยิ า ) คํากรยิ าทไ่ี มต อ งมีกรรม เชน
-She usually walks in the garden in the evening.
โดยปกติ หลอน เดนิ ใน สวน ตอนเย็น (เดินเลน คนเดยี วไมเกีย่ วกับใคร)
-A bird is flying in the sky.นก กําลงั บิน ใน ทอ งฟา (บนิ ตวั เดียวไมเ กยี่ วกบั ใคร)
2. แบงตามหนาที่ เปนคํากรยิ าหลกั (Main Verbs)
และคาํ กริยาชวย ( Auxiliary Verbs )
Main Verbs ( คาํ กริยาหลัก) เปน คํากรยิ าทีท่ าํ หนาทไ่ี ดอ ยางอิสระในประโยค เชน
-He went to Australia last year.
Auxiliary Verbs ( คํากรยิ าชว ย ) ทาํ หนาที่ชวยคํากริยาหลัก หรือกริยาทีม่ ีหนาทห่ี รือทาํ หนาทชี่ ว ยกริยาแทเปนหลัก
ดงั น้ันถา มีกรยิ าชวยจะตอ งมีกรยิ าแท ปรากฏอยูทีป่ ระโยคดวยเสมอ ยกเวนประโยคทเี่ ราละกรยิ าแทเอาไว เชน
Verb to be = -Verb to do = Verb to have =
is,am,are,was,wer do,does,did have,has,had
will,would = จะ Shall,should = จะ can,could = สามารถ may,might = อาจจะ
must = จะตอ ง ought to = ควรจะ used to = เคย need = ตอ งการ
-dare = กลา
µÇÐÍ‹ҧ»ÃÑ â¤ : He has gone to Australia.
3. แบงตามหนา ท่ีเปน คํากริยาแท ( Finite Verbs) และกริยา
ไมแท ( Non-finite Verbs)
Finite Verbs ( คํากรยิ าแท ) ทาํ หนา ทแ่ี สดงกริยาอาการทแ่ี ทจรงิ ของประธาน
ในประโยคมกี ารเปล่ยี นรูปไปตาม Subject , Tense, Voice และ Mood เชน
Subject Tense
Igo to school every day He goes to school every day
He goes to school every day
They go to school every day He went to school yesterday
Voice He’s going to school tomorrow
Someone killed the snake. Mood
( Active )
I recommend that he see a doctor.
(ไมใ ช he sees )
The snake was killed . If I were you ,I would not do
( Passive ) it. ( ไมใช I was )
Non-finite Verbs ( คาํ กรยิ าไมแ ท )หรือ Verbal เปน คาํ ทมี่ รี ูปจากคํากริยา
แตไมไ ดทาํ หนา ท่คี ํากริยาแท มี 3 รูปคือ
a. Infinitives เปนคาํ กริยาทอ่ี ยูในรปู กริยาชองที่ 1 นําหนาดว ย to ทาํ หนาท่ี noun , adjective และ adverb
He lacked the strength to resist. ( to resist ทําหนาที่ adjective)
We must study to learn. ( to learn ทาํ หนา ท่ี adverb)
b. Gerunds เปนคํากริยาเตมิ ing ทําหนาที่เปน คาํ นาม ( noun ) เชน
They do not appreciate my singing. พวกเขาไมชอบการรอ งเพลงของฉนั ( singing เปน คาํ นามท่ีทาํ หนา ทเ่ี ปน กรรม )
I like swimming. ฉันชอบวายนาํ้ . ( swimming เปนกรรมของ like )
c. Participles คาํ กริยาที่เติม ing หรอื กริยาชองท่ี 3 ที่ทาํ หนา ทเ่ี ปน คาํ คณุ ศพั ท ( Adjective ) มี 2 รูปแบบคอื
* Present Participles เปน คํากรยิ าท่ีเตมิ ing เชน
The crying baby had a wet diaper. เดก็ ทรี่ อ งอยูนัน้ ผา ออมเปยก ( crying เปนคําคณุ ศัพทขยาย baby )
* Past Participles เปน คาํ กรยิ าชอ งท3ี่ เชน
The broken bottle is on the floor.
4. แบง ตามโครงสรา งโดยยดึ การเปลย่ี นรปู ของคาํ ( conjugation )
ไดแก
Regular Verbs ( คํากรยิ าปกติ ) เปนคํากริยาทเี่ ติม ed เมื่อเปน past และ past
participle เชน
Walk walked walked stop
Stopped stopped work worked worked
Irregular Verbs ( คํากรยิ าอปกติ ) เปน คํากรยิ าทีม่ ีรูป past และ past participle ตางไปจากรูปเดิมหรือ
คงรปู เดิม เชน
Send sent sent go went
Gone see saw seen