The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khanthonglakkhana19, 2022-01-14 08:09:11

verb-1

verb-1

เปน คาํ ทีบ่ อกอาการหรอื การกระทํา ( action )
หรอื บอกความเปนอยู ( being ) หรือสภาวะความเปน อยู
( state of being ) เชน fly, is, am, seem, look.

การกระทาํ Birds fly. นกบิน
ความเปนอยู Danny is a boy. แดนน่ีเปนเด็กผชู าย
สภาวะความเปนอยู He looks good. เขาแลดดู ี

ประเภทของคาํ กริยา 1.Main verbs
คาํ กริยาอาจแบงออกเปน 2.Auxiliary Verbs

1. Main verbs คือ คาํ กริยาแท หรือคํากริยาหลักในประโยค ซึ่งสามารถแบงไดเปน
3 ประเภทใหญ ๆ คือ intransitive verbs, transitive verbs และ linking verbs

-Intransitive verbs คอื คาํ กรยิ าที่ไมต อ งการกรรมมารองรับ เชน run, fly swim, shout เปนตน
-Transitive verbs คอื คํากรยิ าที่ตอ งมกี รรมมารองรบั เชน eat, cut, give, produce,

provide เปน ตน
-Linking verbs คือคาํ กรยิ าทเ่ี ช่อื มประธานกบั คาํ นามหรอื คําคุณศัพททตี่ ามมา ไดแ ก รปู ตา ง ๆ ของคาํ กรยิ า

be, seem, look, become, turn, smell, sound, taste, feel, etc.
คาํ กริยาประเภทนีจ้ ะตองมีสวนเสริมประธาน (subject complement)
สว นเสริมประธานอาจเปนคาํ นามหรอื คุณศัพทก ไ็ ด

2. Auxiliary Verbs คือ กิรยิ าชวย คือ Verb ท่ใี ชรว มกบั Verb หลกั ในการสรา ง
ประโยค แบง เปน 2 พวก คือ

1) Primary auxiliaries เชน Be, Have, Do พวกน้ยี งั สามารถทาํ ตวั
เปน Verb แทไดดว ย รวมถึงเปน ตัวทป่ี ระกอบอยูใน Tense ตา งๆ ดังนี้

Be : V1 = is/am/are Ha ve : V1 = h a s / h a ve Do : V1 = does/do
V2 = was/were V2 = h a d V2 = did
V3 = been V3 = h a d V3 = done

2) Modal auxiliaries เชน can, could, may, might, must, ought,
should, will, would พวกนีใ้ ชใ นการขอรอ ง บอกความจาํ เปน หรอื ความเปน ไปได

1. รปู ท่ียงั ไมไ ดผัน (base form) เชน walk, speak, hear, cut

2. รูปทีล่ งทา ยดวย s (-s form) เชน walks, speaks, hears, cuts
3. รปู อดตี (past form) เชน walked, spoke, heard, cut
4. รปู present participle เชน walking, speaking, hearing, cutting
5. รูป past participle เชน walked, spoken, heard, cut

รปู past form และ past participle

ตามปกตจิ ะเกดิ จากการเติม –ed ทา ยรูปที่ยงั ไมไดผ นั ยกเวน ฃ
คํากริยา irregular verbs ซึ่งจะมวี ธิ ผี นั เฉพาะตัว
การจดจํารูป past form และ pastparticiple
ของ irregular verbs เปนส่งิ จําเปน อยา งยิ่ง

การจําแนกชนิดของคาํ กรยิ า มีการแบง ไวหลายวิธสี ดุ แตจ ะคํานงึ
อะไรเปน หลัก เชน

1. แบง ตามหนา ทีโ่ ดยยึดเปน กรรม ( Object ) เปน เกณฑม ี 2 ชนิด

Transitive Verbs ( สกรรมกรยิ า ) คํากรยิ าท่ีตอ งมกี รรมมารับ เชน
-He bought a book. เขาซ้ือหนังสอื ( a book เปน กรรม )
-He eats a banana everyday. เขา กิน กลว ย ทุกวนั (กลว ยถูกกิน
-We love Thailand. พวกเรา รัก ประเทศไทย (ประเทศไทยถกู รัก)

Intransitive Verbs ( อกรรมกรยิ า ) คํากรยิ าทไ่ี มต อ งมีกรรม เชน
-She usually walks in the garden in the evening.

โดยปกติ หลอน เดนิ ใน สวน ตอนเย็น (เดินเลน คนเดยี วไมเกีย่ วกับใคร)
-A bird is flying in the sky.นก กําลงั บิน ใน ทอ งฟา (บนิ ตวั เดียวไมเ กยี่ วกบั ใคร)

2. แบงตามหนาที่ เปนคํากรยิ าหลกั (Main Verbs)
และคาํ กริยาชวย ( Auxiliary Verbs )

Main Verbs ( คาํ กริยาหลัก) เปน คํากรยิ าทีท่ าํ หนาทไ่ี ดอ ยางอิสระในประโยค เชน
-He went to Australia last year.

Auxiliary Verbs ( คํากรยิ าชว ย ) ทาํ หนาที่ชวยคํากริยาหลัก หรือกริยาทีม่ ีหนาทห่ี รือทาํ หนาทชี่ ว ยกริยาแทเปนหลัก
ดงั น้ันถา มีกรยิ าชวยจะตอ งมีกรยิ าแท ปรากฏอยูทีป่ ระโยคดวยเสมอ ยกเวนประโยคทเี่ ราละกรยิ าแทเอาไว เชน

Verb to be = -Verb to do = Verb to have =
is,am,are,was,wer do,does,did have,has,had

will,would = จะ Shall,should = จะ can,could = สามารถ may,might = อาจจะ
must = จะตอ ง ought to = ควรจะ used to = เคย need = ตอ งการ
-dare = กลา

µÇÐÍ‹ҧ»ÃÑ â¤ : He has gone to Australia.

3. แบงตามหนา ท่ีเปน คํากริยาแท ( Finite Verbs) และกริยา
ไมแท ( Non-finite Verbs)

Finite Verbs ( คํากรยิ าแท ) ทาํ หนา ทแ่ี สดงกริยาอาการทแ่ี ทจรงิ ของประธาน
ในประโยคมกี ารเปล่ยี นรูปไปตาม Subject , Tense, Voice และ Mood เชน

Subject Tense

Igo to school every day He goes to school every day
He goes to school every day
They go to school every day He went to school yesterday

Voice He’s going to school tomorrow

Someone killed the snake. Mood
( Active )
I recommend that he see a doctor.
(ไมใ ช he sees )

The snake was killed . If I were you ,I would not do
( Passive ) it. ( ไมใช I was )

Non-finite Verbs ( คาํ กรยิ าไมแ ท )หรือ Verbal เปน คาํ ทมี่ รี ูปจากคํากริยา
แตไมไ ดทาํ หนา ท่คี ํากริยาแท มี 3 รูปคือ

a. Infinitives เปนคาํ กริยาทอ่ี ยูในรปู กริยาชองที่ 1 นําหนาดว ย to ทาํ หนาท่ี noun , adjective และ adverb

He lacked the strength to resist. ( to resist ทําหนาที่ adjective)
We must study to learn. ( to learn ทาํ หนา ท่ี adverb)

b. Gerunds เปนคํากริยาเตมิ ing ทําหนาที่เปน คาํ นาม ( noun ) เชน

They do not appreciate my singing. พวกเขาไมชอบการรอ งเพลงของฉนั ( singing เปน คาํ นามท่ีทาํ หนา ทเ่ี ปน กรรม )
I like swimming. ฉันชอบวายนาํ้ . ( swimming เปนกรรมของ like )

c. Participles คาํ กริยาที่เติม ing หรอื กริยาชองท่ี 3 ที่ทาํ หนา ทเ่ี ปน คาํ คณุ ศพั ท ( Adjective ) มี 2 รูปแบบคอื

* Present Participles เปน คํากรยิ าท่ีเตมิ ing เชน
The crying baby had a wet diaper. เดก็ ทรี่ อ งอยูนัน้ ผา ออมเปยก ( crying เปนคําคณุ ศัพทขยาย baby )

* Past Participles เปน คาํ กรยิ าชอ งท3ี่ เชน
The broken bottle is on the floor.

4. แบง ตามโครงสรา งโดยยดึ การเปลย่ี นรปู ของคาํ ( conjugation )
ไดแก

Regular Verbs ( คํากรยิ าปกติ ) เปนคํากริยาทเี่ ติม ed เมื่อเปน past และ past
participle เชน

Walk walked walked stop
Stopped stopped work worked worked
Irregular Verbs ( คํากรยิ าอปกติ ) เปน คํากรยิ าทีม่ ีรูป past และ past participle ตางไปจากรูปเดิมหรือ
คงรปู เดิม เชน
Send sent sent go went
Gone see saw seen


Click to View FlipBook Version