The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Best-พื้นฐานการบวกดี -โรงเรียนบ้านทุ่งสามเเท่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bank Brother, 2025-03-12 06:40:58

พื้นฐานการบวกดี GPAS 5 Steps

Best-พื้นฐานการบวกดี -โรงเรียนบ้านทุ่งสามเเท่ง

Keywords: Best Practice

รายงานแบบอย่ย่า ย่ย่ งที่ที่ดีดี ที่ที่ ดีดี(Best Practice) เรื่อ รื่ ง พื้พื้น พื้ น พื้ ฐานการบวกดีดีดีดี GPAS 5 steps


ก คำนำ เอกสารรายงานฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรายงานลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ซึ่งทาง ผู้จัดทำได้ดำเนินงานเกี่ยวกับ “พื้นฐานการบวกดี GPAS 5 steps” ซึ่งได้รายงานถึงความเป็นมาของ Best Practice จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน กระบวนการปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งได้รายงานผลการดำเนินงาน ประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจัยความสำเร็จ บทเรียนที่ได้รับ การเผยแพร่ผลงาน และภาพกิจกรรม เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนของผู้ที่ศึกษาต่อไป ผู้นำเสนอหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ศึกษาได้เป็นอย่างดี นายโอภาส นาคสิงห์


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ชื่อผลงาน 1 วัตถุประสงค์ 1 กระบวนการหรือขั้นตอนในการดำเนินงานการสอน 1 ผลการดำเนินงานที่ส่งผลต่อเด็ก ผู้เรียนหรือสถานศึกษา 2 วิธีการประเมินผล 3 ปัจจัยที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ 10 ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ 11 การเผยแพร่แบบอย่างที่ดีของสถานศึกษา 11 ภาคผนวก 12


๑ รายงานแบบอย่างที่ดี (Best Practice) โรงเรียนบ้านทุ่งสามแท่ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 2 ชื่อเจ้าของผลงาน……………นายโอภาส นาคสิงห์….……ตำแหน่ง................ครู.................. ๑. ชื่อผลงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี“พื้นฐานการบวกดี GPAS 5 steps” ๒. วัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐาน - เพื่อปรับพื้นฐานการบวกจำนวนสองจำนวนโดยไม่มีการทด ๓. กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้ศึกษาได้นำรูปแบบวงจรพัฒนาคุณภาพงาน PDCA ของ Demming มาประยุกต์ใช้ใน ขั้นตอนการทำ แผนการสอน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อให้ได้แผนการสอนที่ ตรงจุดประสงค์ครอบคลุมเนื้อหาให้สมบูรณ์ที่สุด โดยใช้แบบทดสอบก่อนและหลังการใช้แบบทดสอบ เป็นตัววัดความก้าวหน้าในการบวก ดังนี้ ขั้นที่ 1 (P) Plan - การวางแผน ศึกษาเอกสาร แนวคิดทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. สำรวจปัญหาการบวกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทุ่งสามแท่ง ๒. ศึกษามาตรฐาน ตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์รหัสวิชา ค 12101 รายวิชา พื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ๓. ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงเนื้อหาวิชาเพื่อนำมากำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบทดสอบก่อนและหลังใช้แผนการสอน ขั้นที่ 2 (D) Do – การปฏิบัติ 1. จัดทำแบบทดสอบก่อนและหลังใช้แผนการสอน จำนวน ๑ ชุด 2. จัดทำสื่อการสอน เกมการสอน และเพลงการบวก 3. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 แผน 1 ชั่วโมง ขั้นที่ 3 (C) Check - การตรวจสอบ ผู้ศึกษาได้จัดทำแผนการสอน 1 ชั่วโมง และแบบทดสอบการบวก ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ภายในโรงเรียนเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม ดังนี้ 1. ความสอดคล้องสัมพันธ์กันของ คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการ เรียนรู้ และการวัดและประเมินผล สอดคล้องกับ มาตรฐานที่ ๑ ผลลัพธ์ของผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ ๑.๓ ผู้เรียนสามารถน าตนเองในการ เรียนรู้


๒ 2. องค์ประกอบของแบบทดสอบ ขั้นที่ 4 (A) Act - การปรับปรุงแก้ไข นำแผนการสอนและแบบทดสอบ ตามความคิดเห็นและข้อแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไข ตามคำแนะนำ เพื่อให้ได้แผนการ สอนที่เหมาะสมกับนักเรียนและสมบูรณ์ที่สุด แผนภาพที่ 1 ขั้นตอนการดำเนินงานจัดทำแผนการสอนให้มีประสิทธิภาพ การดำเนินงานตามกิจกรรม ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนการบวกโดยใช้แผนการสอน ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา 2566 ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน 2566 จำนวน 1 ชั่วโมง ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านทุ่งสามแท่ง ได้รับการปรับพื้นฐาน เรื่องการบวก เพื่อต่อยอดสู่เนื้อหาอื่น ๆ ได้อย่างดี ๔. ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อผู้เรียน หรือสถานศึกษา จากการเปรียบเทียบการก่อนและหลังการใช้แผนการสอน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1๑ คน พบว่า ก่อนการใช้แบบทดสอบมีคะแนนเฉลี่ย อยู่ที่ 3.90 คะแนน และหลังจากการใช้ แผนการสอนนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6 คะแนน ซึ่งมีการพัฒนาการการบวก ดีขึ้นและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้


๓ ๕. วิธีการประเมินผล ครูผู้สอนประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริง โดยการปฏิบัติตามแผนจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การบวกจำนวนนับที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ภาคเรียนที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด ครูผู้สอน นายโอภาส นาคสิงห์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการ ของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และ นำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.2/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและ ประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 2. สาระสำคัญ การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด หาผลบวกได้โดยนำจำนวนที่อยู่ใน หลักเดียวกันมาบวกกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) นักเรียนสามารถอธิบายการหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้เรื่องการบวกเลขโดดสองจำนวนและนำไปสู่การหาผลบวก จำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดได้ ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ 4. สาระการเรียนรู้ - สาระการเรียนรู้แกนกลาง การบวก 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา


๔ 6. กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active learning โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน แล้วพานักเรียนร้องเพลง ความหมายการบวก โดยครูเปิดเนื้อเพลงบน โทรทัศน์ ร้องนำ และให้นักเรียนร้องตามพร้อมทำจังหวะทำนอง 2. นักเรียนทบทวนการบวกเลขโดดสองจำนวนด้วยการเล่นเกมปิงปองนำโชค โดยให้นักเรียนหยิบลูก ปองจำนวน 2 ลูก แล้วหาผลบวก ถ้าตอบถูกจะได้รางวัล 3. ครูให้นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลข้อมูลเกี่ยวกับการบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดจากหนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์ด้วยตนเอง (การบวกจำนวนสองจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด หาผลบวกได้โดยนำจำนวนที่อยู่ในหลักเดียวกันมาบวกกัน) ขั้นที่ 2 ขั้นวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) 4. ครูยกตัวอย่างโดยการเปิดโจทย์บนหน้าจอโทรทัศน์แล้วร่วมกันอภิปรายว่าจะมีวิธีการทำได้อย่างไร โดยใช้คำถามกระตุ้นดังนี้ - นักเรียนจะเริ่มหาผลบวกที่หลักใดก่อน (หลักหน่วย) - จะแสดงวิธิทำอย่างไร (หาผลบวกในแนวตั้ง)


๕ 5. ครูตั้งโจทย์บนกระดานแล้วให้นักเรียนส่งตัวแทนมาเติมผลบวกในแต่ละหลัก 6. นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 7. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “Choose! and Hope” โดยครูอธิบายกติกาและวิธีการเล่นเกมรวมถึง สัญลักษณ์ที่นักเรียนจะต้องเจอในเกม 8. ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียน 3 - 4 คน โดยแต่ละกลุ่มมีนักเรียนคละความสามารถเพื่อให้นักเรียนได้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกลุ่ม 9. ครูแจกหัวใจให้นักเรียนกลุ่มล่ะ 4 ดวงแล้วให้นักเรียนปรบมือเพื่อเตรียมความพร้อมและเริ่มเล่น เกมเมื่อเล่นเกมจบกลุ่มใดมีสติกเกอร์สะสมมากกว่าเป็นผู้ชนะ


๖ 10.ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม Lets ‘Do it. โดยร่วมกันระดมความคิดเพื่อแสดงวิธีหา ผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 11.นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยมีนักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความ ถูกต้อง 12.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่องการหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด (การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด หา ผลบวกได้โดยนำจำนวนที่อยู่ในหลักเดียวกันมาบวกกัน) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 13.นักเรียนประเมินตนเอง จากสิ่งที่ได้เรียนรู้โดยครูตั้งคำถามดังนี้ - สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้คืออะไร ได้รู้วิธีการหาผลบวกจำนวน สอง จำนวน ได้เล่นเกมส์ได้ทำงาน ร่วมกับเพื่อนๆ - นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับการเรียนรู้ในวันนี้ สนุกมากๆชอบมากๆอยากเล่นเกมอีก 14.ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1000 ไม่มีการ ทด เป็นการบ้านและส่งในชั่วโมงถัดไป 15. 7. สื่อการเรียนรู้ 1) Power Point ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่อง การหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด 2) เกม “Choose! and Hope” 3) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ เล่ม 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 4) ใบงาน เรื่อง การหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด 8. การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่าน 1) การประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ด้านความรู้(K) นักเรียนสามารถอธิบายการหา ผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด ได้ - ตรวจใบงาน เรื่อง การ หาผลบวกจำนวนสอง จำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด - แบบประเมินใบงาน เรื่อง การหารทศนิยม ด้วยวิธีการตั้งหาร - นักเรียนได้คะแนนจากการ ทำใบงาน โดยเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถเชื่อมโยง ความรู้เรื่องการบวกเลขโดดสอง จำนวนและนำไปสู่การหาผลบวก จำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่ เกิน 1,000 ไม่มีการทดได้ - ตรวจใบงาน การหา ผลบวกจำนวนสอง จำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด - แบบประเมินทักษะ การเชื่อมโยงทาง คณิตศาสตร์ - ได้ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป


๗ รายการวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่าน 3. ด้านคุณลักษณะ (A) นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการทำ กิจกรรมและแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ได้ - สังเกตระหว่างการ ปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรู้ในชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - ได้ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป 2) การประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน - ความสามารถในการสื่อสาร - ความสามารถในการคิด - ความสามารถในการแก้ปัญหา - สังเกตระหว่างการ ปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรู้ในชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรียน - ได้ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป


๘ 9.บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 1.1 ด้านความรู้ (K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.2 ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 ด้านคุณลักษณะ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………


๙ 3. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางการแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… … 4.ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… … ลงชื่อ...........................................ครูผู้สอน (นายโอภาส นาคสิงห์) วันที่..........เดือน.........................พ.ศ. ............. 10.ความคิดเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………


๑๐ คะแนนการใช้แผนการสอน (ค่าเฉลี่ย) ก่อนการใช้แบบฝึก หลังการใช้แบบฝึก 3.90 6.00 ตารางที่ ๑ แสดงคะแนนก่อนและหลังการใช้แผนการสอน คะแนนการใช้แบบฝึกพัฒนาการคัดลายมือ ลำดับ ชื่อ - นามสกุล ก่อนการใช้แบบฝึก หลังการใช้แบบฝึก 1 เด็กชายธนภัทร นามพันธ์ 5 6 2 เด็กชายเตชินท์ ดีโคกน้อย 4 6 5 เด็กชายกรภัทร์ มานิตย์ 3 6 4 เด็กชายธนกร อัตตะเนย์ 2 6 5 เด็กชายฉัตรชัยพัฒน์ ปานเนตรแก้ว 3 6 6 เด็กหญิงรุ่งไพลิน กสิกิจ 4 6 7 เด็กหญิงชนากานต์ กันตังกุล 5 6 8 เด็กหญิงนันท์นภัส เศรษฐศรี 6 6 9 เด็กหญิงปิญชาน์ นาคเพชร์ 4 6 10 เด็กหญิงสิรภัทร ท้าวทอง 3 6 11 เด็กหญิงกัญญาณัฐ จ่าแสง 4 6 คะแนนเฉลี่ย 3.90 6.00 ตารางที่ 2 แสดงคะแนนก่อนและหลังการใช้แผนการสอนของนักเรียนแต่ละคน ๖. ปัจจัยที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ ๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยการฝึกตนให้มีความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน มี ความรอบคอบ และความระมัดระวังที่จะนำความรู้ต่าง ๆ เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผน และในขั้นปฏิบัติ ๒. เงื่อนไขคุณธรรม คือการใช้สติปัญญาอย่างถูกต้องและเหมาะสมในการดำเนินชีวิต และด้านการกระทำ คือมี ความขยันหมั่นเพียร อดทน และรับผิดชอบหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ๓. จัดทำสื่อบทเรียนนำเสนอ และเพลงความหมายการบวก


๑๑ ๔. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้GPAS 5 STEPS ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) ขั้นที่ 2 ขั้นวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) ผู้ศึกษาได้นำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว เช่น แนวคิด ทฤษฎีผลงานวิจัย ประสบการณ์การจัดการเรียน การสอน การผลิตสื่อ มาประยุกต์ใช้กับนักเรียน ได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับนักเรียน ๗. ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ รายงานผลการประเมินผลคุณภาพผู้เรียน (NT) 2566 2567 32.50 52.00 ๘.การเผยแพร่แบบอย่างที่ดีของสถานศึกษา สถานศึกษาได้ทำการเผยแพร่แก่บุคคลและหน่วยงานที่ต้องการในหลายช่องทาง เช่น ทางไลน์และ ทางเว็บไซต์ตลอดจนทางเฟซบุ๊กของสถานศึกษา รวมทั้งให้บริการนี้แก่สถานศึกษาที่มาศึกษาดูงาน เป็นต้นได้มีการเผยแพร่ผ่านคณะศึกษาดูงานที่มา ณ โรงเรียนบ้านทุ่งสามแท่ง ได้แก่ โรงเรียนชุมชนบ้านประดุ่ยืน จังหวัดอุทัยธานี, , โรงเรียนบ้านหนองผักกาดจังหวัดอุทัยธานี, โรงเรียนบ้านทัพยายปอน จังหวัดอุทัยธานี, โรงเรียนบ้านหนองม่วง จังหวัดอุทัยธานี, โรงเรียนบ้านบุ่งฝาง จังหวัดอุทัยธานี


๑๒ ภาคผนวก


๑๓ กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้Active Learning โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) จากภาพที่ 1 จะเห็นว่าครูนำนักเรียนร้องเพลงความหมายการบวก และเล่นเกมปิงปองนำโชคซึ่ง นำเลขโดดบนลูกปิงปองมาบวกกันจำนวนสองลูกเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมจากที่เคยเรียนมาจะช่วย ให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ได้ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนให้ ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีความสนใจในการทำกิจกรรมและตอบคำถามได้ถูกต้อง สะท้อนให้เห็นถึงการมี ความพร้อมในด้านเนื้อหาความรู้เดิมของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) จากภาพที่ 7 จากการที่นักเรียนและครูได้ร่วมกันอภิปรายการแสดงวิธีการหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดได้จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า เมื่อนักเรียนได้สังเกตเมื่อครู ภาพที่ 1 แสดงภาพการทบทวนความรู้เดิมจากการร้องเพลงและเล่นเกมปิงปองนำโชค ภาพที่ 2 แสดงภาพครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายการแสดงวิธีหาผลบวกจำนวนสอง จำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทด


๑๔ ยกตัวอย่าง ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเชื่อมโยงทางความคิดและเกิดความคิดรวบยอด และนักเรียนให้ความ สนใจ ร่วมสนทนา กระตือรือร้นมากขึ้นเมื่อครูเกริ่นนำว่าต้องใช้ความรู้นี้ไปทำกิจกรรมต่อไป ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) จากภาพที่ 3 จากการที่นักเรียนทำกิจกรรม “Choose ! and Hope” พบว่า นักเรียนให้ความ สนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากสื่อการสอนเป็นเกมที่นักเรียนได้ร่วมกันทำเป็นกลุ่มเกิดความท้าทายในการ ทำกิจกรรม ส่งผลให้นักเรียนเกิดความมุ่งมั่นตั้งใจในการตอบคำถามเมื่อเริ่มกิจกรรม และครูมีการ เสริมแรงบวกให้หากนักเรียนกลุ่มใดเป็นผู้ชนะจะได้รับลูกอม ซึ่งทำให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการทำ กิจกรรม ภาพที่ 3 แสดงภาพนักเรียนขณะทำกิจกรรม “Choose ! and Hope” ภาพที่ 4 แสดงภาพนักเรียนขณะทำกิจกรรม “Lets’ Do It.”


๑๕ จากภาพที่ 4 จากการที่นักเรียนทำกิจกรรม “Lets’ Do It.” พบว่า นักเรียนได้ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม มี การวางแผนการทำงาน การแบ่งหน้าที่ ช่วยกันแก้ปัญหา การจัดการเวลา และใช้ความคิดสร้างสรรค์ใน การออกแบบผลงาน มุ่งมั่นตั้งใจในการทำกิจกรรม ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) จากภาพที่ 5 แสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักเรียนในด้านทักษะการสื่อสารและการนำเสนอ ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งการที่นักเรียนได้เห็นผลงานของเพื่อนต่างกลุ่มเป็นการดึงดูดความสนใจของนักเรียน รวมถึงการเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอื่น ได้แลกเปลี่ยนและร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องในการแสดง วิธีการหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดได้ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self – Regulating) จากภาพที่ 6 แสดงให้เห็นถึงความคิดรวบยอดว่าการแสดงวิธีการหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดได้อย่างไร จากการตอบคำถามครู รวมไปถึงการได้รับมอบหมาย การบ้าน ใบงาน เรื่อง การหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ไม่มีการทดเพื่อทบทวน ความรู้และเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียน และสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีความมุ่งมั่น ในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ ภาพที่ 5 แสดงภาพนักเรียนขณะนำเสนอผลงาน ภาพที่ 6 แสดงภาพการประเมินตนเอง


รายงานแบบอย่ย่า ย่ย่ งที่ที่ดีดี ที่ที่ ดีดี(Best Practice) เรื่อ รื่ ง พื้พื้น พื้ น พื้ ฐานการบวกดีดีดีดีGPAS 5 steps


Click to View FlipBook Version