เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาเคมี สอนโดย คุณครูลิขิต จิตโส
เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาเคมี
เรื่อง แก๊สและสมบัติของแก๊ส
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
สอนโดย คุณครูลิขิต จิตโส
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนชุมแพศึกษา อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
ชื่อ - สกุล .......................................................................ชั้น .......... เลขที่ .......
สมบตั ิของแกส ม.5 หนว ยท่ี 1 แกส หนา 1
แกสและสมบตั ิของแกส
ตรวจสอบความรกู อ นเรยี น
ใสเครอื่ งหมาย หนา ขอความทถี่ ูกตอ ง และเครอ่ื งหมาย หนา ขอ ความทไ่ี มถูกตอ ง
.......... 1. แกส และของเหลวเปลย่ี นแปลงรูปรา งตามภาชนะทบ่ี รรจุ แตแตกตา งกนั ตรงที่ปรมิ าตรของแกสเปลย่ี นแปลง
ตามภาชนะท่บี รรจไุ ด
.......... 2. ความดนั ของอากาศท่รี ะดับนำ้ ทะเลมคี า เทากบั 1 บรรยากาศ
.......... 3. แกส A 1.0 โมล ผสมกบั แกส B 4.0 โมล เศษสวนโมลของแกส A เทา กับ 0.25
.......... 4. ท่ี STP แกส ตางชนิดกันมปี ริมาตรเทากันเมื่อมมี วลเทา กัน
.......... 5. แกสฮเี ลยี ม 2.00 กรัม มีจำนวนโมลเทา กับแกส ออกซิเจน 16.00 กรัม
.......... 6. แกสคารบ อนไดออกไซด 44.01 กรัม มีปรมิ าตร 22.4 ลติ รที่ STP
.......... 7. จากสมการ 2H2(g) + O2(g) → 2H2O(g) แสดงวา แกส ไฮโดรเจน 10 มลิ ลกิ รมั ทำปฏกิ ิริยาพอดีกบั แกส
ออกซเิ จน 5 มลิ ลกิ รมั เกดิ เปน ไอน้ำ 10 มิลลกิ รมั
.......... 8. จากสมการ 2H2(g) + O2(g) → 2H2O(g) แสดงวา ท่ีความดันและอุณหภมู คิ งทแ่ี กสไฮโดรเจน 10 มลิ ลลิ ติ ร
ทำปฏิกริ ิยาพอดกี ับแกส ออกซิเจน 5 มลิ ลิลติ ร เกดิ เปน ไอน้ำ 10 มิลลิลิตร
1. สมบตั ิทวั่ ไป และทฤษฏจี ลนของแกส
แกส มสี มบัติโดยท่วั ๆ ไปดังนี้
1. แกสมีรูปรางและปริมาตรไมแนนอน ขึ้นอยูกับลักษณะของภาชนะที่บรรจุ ถาภาชนะมีรูปรางและ ปริมาตรอยางไร
แกสจะมรี ปู รา งและปริมาตรเปน อยางนัน้
2. แกส มกี ารเคลื่อนท่ตี ลอดเวลาโดยมีทิศทางการเคล่ือนทไี่ มแนนอนกลาวคือ แกสจะเคลื่อนทอ่ี อกจากจดุ ๆ หนึ่งอยางไม
เปน ระเบียบหรอื อยางอิสระทุกทศิ ทาง
3. แกส แพรไ ดเร็วกวา ของแขง็ ของเหลว เพราะแรงยดึ เหน่ยี วระหวา งอนุภาคนอยกวา ซ่งึ เปน เหตใุ หโมเลกลุ ของแกสแยก
จากกันไดงา ย
4. ทอ่ี ณุ หภมู ิและความดนั หนงึ่ ๆ แกสมีความหนาแนนนอ ยกวาของเหลวและของแข็ง
5. โดยทั่วไปแกสจะมีลักษณะโปรงใสซึ่งมนุษยสามารถมองทะลุผานไปไดอาจจะมีสมบัติเฉพาะตัว เชน มีกลิ่น หรือสีท่ี
ตา งจากแกส เชน แกส F2 (สเี หลืองออ น) , SO2 (มีกล่ินฉนุ แสบจมกู ) และ H2S (มกี ลิน่ แกส ไขเนา ) เปนตน
6. ปริมาตรของแกสขึ้นอยูกับอุณหภูมิและความดัน ถาอุณหภูมิและความดันเปลี่ยนไปจะทาใหปริมาตรเปลี่ยนไปดวย
แสดงวาอุณหภูมิ ความดัน และปริมาตรเปนสมบัติของแกสซึ่งมีสวนสัมพันธซึ่งกันและกันอุณหภูมิและความดันจะมีผลตอการ
เปลย่ี นแปลงปริมาตรของแกสมากกวาของเหลวและของแข็ง
ประเภทของแกส
นักวทิ ยาศาสตรแ บงแกส ออกเปน 2 ประเภทดงั นี้
2.1. แกสอุดมคติ ( ideal gas) หรือ แกสสมบูรณ (perfect gas) เปนแกสสมมติที่นักวิทยาศาสตรกาหนดขึ้น เพื่ออธิบาย
พฤตกิ รรมบางอยางของแกส แกส อุดมคติไมมีอยูในธรรมชาติ หมายถงึ แกสซงึ้ ไมมแี รงยึดเหน่ียวระหวา งโมเลกุล ไมมีปริมาตรโมเลกุล
(ถือวาเปน เพยี งจุดท่ีอยุในภาชนะท่บี รรจุแกส เทา นั้น ซ่งึ มีคานอ ยมาก เมอื่ เปรียบเทยี บกับขนากของภาชนะ ทำใหสามารถตัดท้ิงไดและ
ถอื วา ไมม ปี รมิ าตร) แกส อุดมคตจิ ะมพี ฤตกิ รรมตาง ๆ เปนไปตามกฎของแกสอุดมคติ เชน กฎของบอยล และกฎของชารล
เคมีเพิม่ เติม ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนวยท่ี 1 แกส หนา 2
2.2. แกสจริง (real gas) หมายถึง แกสที่มอี ยูในธรรมชาตจิ รงิ ๆ เชน H2 , O2 CO2 ฯลฯ มีแรงยดึ เหนยี วระหวางโมเลกุล
มีปรมิ าตรโมเลกลุ มพี ฤตกิ รรมทไ่ี มเ ปนไปตามกฎของแกสอดุ มคติ
แกสจริงจะมพี ฤตกิ รรมเปน แกสอุดมคติ หรือคลายกับแกสอุดมคติเมือ่ อุณหภูมสิ ูงๆ และเมื่อความดันต่ำๆ ซงึ่ อาจจะ
ทำใหโ มเลกุลของแกส อยูห า งกันมาก ทำใหม ีจำนวนโมเลกุลนอ ย ซ่งึ แกสจะมแี รงยึดเหน่ยี วระหวางโมเลกลุ นอยจนถอื วา ไมม แี ละจดั
ไดว า เปน แกส อดุ มคติ
2. ความสมั พันธร ะหวา งปรมิ าตร ความดัน อณุ หภมู ิ และจำนวนโมลของแกส
2.1 ความสัมพันธร ะหวางปริมาตร ความดัน และอุณหภูมขิ องแกส
ปริมาตร อุณหภูมิ และความดัน เปนตัวแปรสำคัญที่ใชกำหนดสถานะของแกส ดังนั้นในเบื้องตนจึงควรทราบเกี่ยวกับ
ความหมาย และหนวยวดั ของตัวแปรทง้ั สามน้ีกอ น
ปริมาตร (Volume) เนื่องจากอนุภาคของแกสมกี ารเคลือ่ นท่ีฟุงกระจาย และเคลือ่ นทีต่ ลอดเวลา ปริมาตรของแกส ขึน้
ขึ้นกบั ภาชนะท่บี รรจุ หรืออาจกลาวไดว า ปริมาตรของแกส หมายถึง ปริมาตรของภาชนะท่บี รรจุแกสนน้ั ๆ หนวยวัดปริมาตรของ
แกสที่ใชกันทัว่ ไปตามระบบเอสไอ (SI Unit) คอื ลติ ร (l) ลูกบาศเดซิเมตร (dm3) มิลลิเมตร (ml) ลูกบาศเซนติเมตร (cm3 หรือ cc)
และลูกบาศเมตร (m3)
อุณหภูมิ(Temperature) เปนมาตราสวนบอกปริมาณความรอน เครื่องมือที่ใชวัดอุณภูมิคือเทอรโมมิเตอร
(Thermometer) หนวยที่ใชวดั อุณภูมิมีหลายหนวย เชน องศาเซลเซียส (ºC) องศาฟาเรนไฮต (ºF) เคลวิน (K) องศาแรงกิน หรอื
องศาโรเมอร (ºR) ในการศึกษาสมบัติของแกส หรือการคำนวณเกยี่ วกบั แกส จะใชมาตราสว นของอุณหภมู เิ ปน เคลวนิ หรือ่ ทเี่ รยี กวา
อณุ หภูมิสมั บรู ณ (Absolute Temperature)
ความดัน (Pressure) ความดันหมายถึง แรงตอหนวยพื้นท่ี เมื่อบรรจุแกสไวในภาชนะโมเลกุลแก็สเคลื่อนที่และวิง่ ชน
ภาชนะตลอดเวลา ทำใหเกิดแรงกระทำตอภาชนะเปนแรงดันในการศึกษาสมบัติของแกสจะตองระบุคาความดันเสมอ เนื่องจาก
ความดันเปนสมบัติอยางหนึ่งของแกสที่สามารถบอกทิศทางการเคลื่อนที่ของแกสได ความดันเฉลี่ยของบรรยากกาศท่ี
ระดับน้ำทะเลที่ทำใหปรอทความหนาแนน 13,496 g/cm3 ขึ้นสูงไปได 760 มิลลิเมตร ท่ี 0 ºC เรียกวาความดันมาตรฐาน
(standard Pressure) มคี าเปน 1 บรรยากาศ (atm) ความสัมพนั ธของหนว วยบรรยากาศและหนวยอืน่ ๆ เปน ดังน้ี
หนว ยท่ีควรรูจกั
1. ความดัน P 1 บรรยากาศ = 1 atm = 1 บาร = 1.01*105 N/m2 (Pa) =14.7 ปอนดต อตารางน้วิ Psi =760 mmHg
2. ปริมาตร V 1 ลิตร = 1 dm3 = 1000 cm3 = 1000 ml
3. อุณหภูมิ T C = R = F − 32 C + 273 = K
54 9
2.2 ทฤษฎจี ลนของแกส
1. แกส ประกอบดวยโมเลกลุ เปนจำนวนมาก โมเลกุลเหลานจ้ี ะอยูหา งกนั มาก และไมมีแรงกระทำตอกนั
สามารถเคล่ือนทไ่ี ดอ ยา งอสิ ระ
2. โมเลกลุ ของแกสมมี วลแตม ีขนาดเล็กมากถือวามปี รมิ าตรเปนศนู ย เมอื่ เทยี บกบั ปรมิ าตรทั้งหมดของแกส
3. โมเลกลุ ของแกสจะเคลื่อนท่ีอยา งเปน อสิ ระเปน เสน ตรงตลอดเวลา และเคลือ่ นที่อยา งไมเ ปน ระเบยี บในทุก
ทิศทาง ดวยความเรว็ เฉลย่ี คงที่
4. โมเลกลุ ของแกสชนกันเองหรอื ชนกับภาชนะแบบยดื หยนุ สมบรู ณ คอื เมือ่ ชนกนั แลวไมมกี ารสญู เสียพลังงาน
จลนรวม ไมมกี ารเปลย่ี นแปลงเปน พลงั งานรปู อ่ืน แตม กี ารถายเทพลงั งานจลนร ะหวา งโมเลกลุ ได
เคมีเพิ่มเตมิ ม.5 เทอม 1
สมบตั ขิ องแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 3
5. ความดนั ของแกสเกดิ จากการทโี่ มเลกุลของแกส เคลอื่ นทไ่ี ปชนกับภาชนะทีบ่ รรจแุ กส นั้น ถาความถข่ี องการ
ชนสูงแกสจะมคี วามดันมาก
6. ท่อี ณุ หภมู เิ ดยี วกนั แกสทกุ ชนดิ จะมีพลังงานเฉลีย่ เทา กัน และแปรผนั ตรงกับอุณหภมู ิเคลวิน
ขอ ควรจำ แกส ท่ีมีสมบัติสอดคลอ งกบั ทฤษฎจี ลนเ รยี กวาแกส สมบูรณ แกสในธรรมชาตจิ ะมีสมบตั ใิ กลเ คียงกบั
แกส สมบรู ณเมื่ออยใู นสภาวะทีม่ คี วามดนั ต่ำและอณุ หภมู ิสงู โดยเฉพาะอยางย่งิ แกสเฉอ่ื ยจะมสี มบตั สิ อดคลองกบั ทฤษฎี
จลนข องแกส มากกวาแกส ชนิดอ่ืน ๆ
3. กฏของแกส (Gas Law)
กฎของแกส เปน กฎท่อี ธบิ ายเกยี่ วกับพฤตกิ รรมทัว่ ไปของสารในสถานะแกส ไดแก กฎของบอย (boyle’s law) กฎของชารล
(charles’s law) กฎของเกยลูสแซก (gay-lussac’s law) กฎของอาโวกาโดร (avogadro’s law) กฎรวมแกส (combined gas law)
กฎแกส อุดมคติ (Ideal gas law) และกฏความดันยอยของดอลตนั (dalton’s law of partial pressure)
3.1 กฏของบอยล
ในป ค.ศ. 1662 (พ.ศ. 2205) นักวิทยาศาสตร ชาว
องั กฤษช่ือ โรเบริ ต บอยล ไดทาการศกึ ษาสมบัตแิ ละพฤติกรรม
ของแกสพบวา เมื่อความดันเปลี่ยนปริมาตรของแกสยอม
เปลี่ยนไปดวย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของความดัน และปริมาตร
จะเปนแบบผกผัน กลาวคือถาเพิ่มความดันจะทาใหปริมาตร
ลดลงแตถาลดความดันแลวปริมาตรจะเพิ่มขึ้น จึงทาใหผลคูณ
ระหวา งความดันและปรมิ าตรของแกสเปน คา คงตวั
ภาพ โรเบิรต บอยล
ทมี่ า : http://chemistryhungergames.weebly.com
กฏของบอยลกลาววา " เม่อื อุณหภมู ิและมวลของแกสคงที่ ปรมิ าตรของแกสจะแปรผกผนั กบั ความดนั ของแกส นนั้ "
ทีม่ า : พนิ ิติ รตะนานกุ ลู และคณะ 2550 : 9
เคมเี พิม่ เตมิ ม.5 เทอม 1
สมบตั ขิ องแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 4
โจทยเสริม กฏของบอยล
1. แกส X มีปริมาตร 400 ลูกบาศกเซนติเมตร ภายใตความดัน 0.8 บรรยากาศ ถา ความดนั เพม่ิ ขึ้นเปน 76 เซนตเิ มตรปรอท
แกส X จะมปี รมิ าตรเทาใด ถาอุณหภมู ิคงท่ตี ลอดการทดลอง (320 ลกู บาศกเซนติเมตร)
2. บอลลูนบรรจุดว ยแกส ฮเี ลยี มบนพ้นื ดินทคี่ วามดัน 760 ทอร ปรมิ าตรบอลลูนเทา กบั 12 ลูกบาศกเ มตร เม่ือบอลลนู ลอย
สงู ขึ้น 3,700 เมตร พบวา ปริมาตรเปลี่ยนเปน 20 ลูกบาศกเ มตร จงหาความดันของแกสฮีเลยี มในบอลลนู ท่คี วามสงู
3,700 เมตร (456 ทอร)
3. แกส ออกซเิ จนจานวนหน่ึงบรรจใุ นถังปด ที่ปรับขนาดได จากการทดลองพบวา ทอี่ ณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส วัดความดัน
ได 480 มลิ ลิเมตรปรอท ในปริมาตร 400 ลกู บาศกเ ซนติเมตร ถา ขยายปรมิ าตรใหเ พ่มิ ขนึ้ อกี 200 ลูกบาศกเซนติเมตร
ความดันจะลดลงกมี่ ิลลเิ มตรปรอท (160 มลิ ลิเมตรปรอท)
เคมีเพิ่มเติม ม.5 เทอม 1
สมบตั ขิ องแกส ม.5 หนว ยที่ 1 แกส หนา 5
4. แกสคลอรนี จำนวนหน่ึงอยใู นถังปด ท่อี ุณหภมู ิ 30 องศาเซลลเซยี ส วัดความดนั ได 500 มลิ ลิเมตรปรอท ถา นำแกส
คลอรนี ทั้งหมดไปใสใ นถังอีกใบหนง่ึ ซึง่ มขี นาด 2 ลติ ร ปรากฏวาความดันลดลงเหลือ 250 มิลลิเมตรปรอท ถังท่บี รรจแุ กส
คลอรนี ในตอนแรกมีปรมิ าตรกล่ี กู บาศกเซนติเมตร (1000 ลูกบาศกเ ซนติเมตร)
5. กาซ N2 จำนวน 10.0 dm3 ที่ 25 ๐C อานคา ความดันได 0.40 atm
ก. ถา เพิ่มความดันเปน 2.0 atm จะมปี ริมาตรเปน เทา ใด (สมมตกิ า ซขยายตัวโดยอุณหภมู ิไมเ ปลี่ยนแปลง) (2.0 dm3)
ข. ถาลดปรมิ าตรของภาชนะใหเ หลือ 5.0 dm3 ทอี่ ุณหภูมิ 25 ๐C เทา เดิมจะวดั ความดันไดเทาใด (0.8 atm)
6. กา ซ He จำนวนหนึ่งอยูใ นถังปด ท่ี 20 ๐C วัดความดนั ได 400 mmHg. ถานำกาซ He ท้ังหมดมาใสในถงั อีกใบหนึง่
ขนาด 20 dm3 ปรากฏวา ความดันเหลือ 150 mmHg ถงั ท่บี รรจกุ าซในตอนแรกมีปรมิ าตรเทาใด (7.5 dm3)
3.2 กฎของชารล (Charles’s Law)
ในป คศ. 1787 (พ.ศ. 2330) จากส ชารลนักฟสิกส
และนกั คณิศาสตรช าวฝรง่ั เศสไดท ดลองหาความสมั พนั ธระหวาง
ปริมาตรกับอุณหภูมขิ องแกส จานวนหนึ่งเมือ่ ความดันคงที่พบวา
ทุกๆหนึ่งองศาเซลเซียส (1 ºC) ที่เพิ่มขึ้นปริมาตรของแกสจะ
เพม่ิ ข้นึ 1/273 เทา
ภาพ จากส ชารล
ทีม่ า : http://chemistryhungergames.weebly.com
กฏของชารล กลา ววา " เมอื่ ความดนั และมวลของแกส คงที่ ปรมิ าตรของแกส ใดๆ จะแปรผนั ตรงกบั อณุ หภมู เิ คลวนิ "
เคมเี พิม่ เตมิ ม.5 เทอม 1
สมบตั ขิ องแกส ม.5 หนวยท่ี 1 แกส หนา 6
เมือ่ T1 = อุณหภมู เิ คลวนิ ตอนแรก V1 = ปรมิ าตรตอนแรก
T2 = อุณหภูมเิ คลวินตอนหลงั V2 = ปรมิ าตรตอนหลงั
ขอสงั เกต 1. V ใชห นว ยใดๆ กไ็ ด แตต อนแรกและตอนหลังตองใชหนว ยให เหมือนกนั เพื่อจะไดใ ชต ัดทอนกนั ได
สวน T ตองใหนวยเคลวนิ เทา นั้น
2. สูตรน้ีใชไดเ มื่อความดนั และมวลแกสคงท่ี
ความสัมพนั ธร ะหวางปรมิ าตรกบั อณุ หภูมิของแกส ตามกฏของชารล สามารถเขยี นกราฟแสดงไดด งั
ภาพ กราฟแสดงความสมั พันธระหวางปริมาตร (V) กับอุณหภมู ิเคลวิน (K)
ท่มี า : http://www.askiitians.com
จากภาพ เมื่อทำการทดลองโดยใชแกสชนิดเดยี วกัน แต P ตางกัน จะไดก ราฟที่มคี วามชันตางกนั คือ ถา ทำการทดลองที่
ความดันต่ำจะไดกราฟทีม่ คี วามชนั มากกวา เม่อื ทาการทดลองที่ความดันสูง
เคมีเพ่ิมเตมิ ม.5 เทอม 1
สมบัตขิ องแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 7
ภาพ กราฟแสดงความสมั พนั ธร ะหวางปริมาตร (V) กบั อุณหภูมอิ งศาเซลเชยี ส (ºC)
ท่ีมา : Hassell and Stasko, 2007, p. 442
จากภาพ กราฟซึ่งเปนเสนตรง และถาตอกราฟเสนตรงออกไปตามเสนประจะไปตัด แนวแกนนอนที่อุณหภูมิ -273 ºC
หรือ 0 K จากกราฟพบวา ณ อุณหภมู นิ แี้ กส็ ทุกชนดิ มปี รมิ าตร เทา กบั ศูนย หรือไมม ีปริมาตรแตความจริงกอ นถงึ อณุ หภมู นิ ี้แกสทุก
ชนิดไดกลายเปน ของแข็งหรือ ของเหลวหมดแลว ดงั นั้นปรากฎการณที่แกสจะมีปริมาตรเปนศูนยท ี่ 0 K จึงเปนการคาดคะเนตาม
ทฤษฎเี ทา น่นั
จากลักษณะกราฟดังกลาว นักวิทยาศาสตรไดกำหนดอุณหภูมิ -273 ºC เทากับอุณหภูมิ 0 เคลวิน (K) และสราง
ความสมั พนั ธระหวางอุณหภูมเิ ซลเซยี สและเคลวนิ ดังนี้
อุณหภมู เิ คลวิน K = C °+ 15.273
หรือใชคาประมาณคา K = C °+ 273
ตัวอยางกฎของชารล (charles’s Law) ท่ีพบในชีวิตประจาวัน ไดแก การใหค วามรอนแกโคมลอย การตมลกู ปง ปองหรือ
ลกู บอลพลาสตกิ ที่บบุ ซึ่งเมอื่ อากาศไดร บั ความรอนอากาศจะมีปริมาตรเพิม่ ขึ้น
ภาพ การขยายตัวของโคมลอยเมอื่ ภาพ ลกู ปงปองทบี่ ุบกลับมากลมใหม
ไดรับความรอ น เมอื่ เอาไปตม ท่มี า :http://kruchote.blogspot.com
ท่ีมา : http://www.manager.co.th
เคมเี พม่ิ เติม ม.5 เทอม 1
สมบัตขิ องแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 8
โจทยเสรมิ กฏของชารล
7. แกส ออกซิเจนปริมาตร 250 ลกู บาศกเ ซนติเมตร มอี ณุ หภมู ิเพม่ิ ข้ึนจาก 30 องศาเซลเซยี ส เปน 70 องศาเซลลเซียส
แกส ออกซิเจนนจี้ ะมปี รมิ าตรเทา ใด (283 ลูกบาศกเซนตเิ มตร)
8. แกส ไนโตรเจน 2.0 ลติ ร มอี ณุ หภูมิ -73 องศาเซลเซยี ส ทำใหรอ นขน้ึ จนมีอณุ หภมู ิ 227 องศาเซลลเซียส ปริมาตรจะขยาย
ออกไปเทาใด เมื่อความดนั คงท่ี ที่ 700 มลิ ลิเมตรปรอท (5.0 ลติ ร)
9. แกสไนโตรเจนทอ่ี ณุ หภมู ิ 273 เคลวิน มีปรมิ าตร 450 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร จะตอ งมีอุณหภูมเิ พมิ่ ขน้ึ จากเดิมเทาใด จงึ จะ
มปี ริมาตรเพมิ่ ข้นึ เปน 467 ลกู บาศกเซนตเิ มตร โดยความดนั ไมเ ปลย่ี นแปลง (10.31 K)
10. แกส ฮีเลยี มจำนวนหน่งึ วัดปรมิ าตรได 300 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร ท่อี ณุ หภูมิ 27 องศาเซลลเซียส ความดนั 750 มลิ ลเิ มตรปรอท
ถาตองการใหเ หลือปริมาตรเพยี ง 180 ลกู บาศกเ ซนติเมตร ที่ 750 มิลลเิ มตรปรอท จะตอ งทำท่อี ณุ หภมู กิ ่ีองศาเซลลเซยี ส
(-93 องศาเซลเซียส)
11. แกส ชนดิ หนงึ่ มีปริมาตร 250 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร ท่ีอณุ หภมู ิ 300 องศาเซลเซยี ส เมื่ออณุ หภมู เิ พิ่มข้ึนเปน 313 องศาเซลเซยี ส
ถาความดันคงที่ แกสนีจ้ ะมปี รมิ าตรเทาใด (255.67 ลูกบาศกเซนตเิ มตร)
เคมีเพิ่มเตมิ ม.5 เทอม 1
สมบตั ิของแกส ม.5 หนว ยที่ 1 แกส หนา 9
3.3 กฎของเกยล ูสแซก (Gay-Lussac’s Law) เ ก ยล สู แ ซ ก แ ล ะ อ า มัน ตัน
นักวทิ ยาศาสตรช าวฝรัง่ เศส ไดทดลองหาคว
า มสัมพนั ธร ะหวาง คว า มดันกับอณุ หภมู ิ
ของแกส จากผลการทดลองไดตั้งเปนกฎที่
เรยี กวา กฎของเกยลสู แซก
ภาพ โชแซฟ-ลุย เกย- ลแู ซก
ท่ีมา : http://chemistryhungergames.weebly.com
กฏของเกยลสู แซก กลาววา “เมอื่ ปริมาตรและมวลคงท่ี ความดันของแกสจะแปรผนั ตรงกับอุณหภมู ิเคลวนิ ”
ตัวอยาง กฎของเกยลูสแซก (gay-lussac’s law) ที่พบในชีวิตประจำวัน ไดแก การระเบิดของกระปองสีสเปรยหรือ
กระปองสเปรยนาหอมเมื่อไดรับความรอน (a) การเปดฝากระปองกอนอุนอาหาร (b และ c) การทาขาวโพดคั่ว ซึ่งเมื่อ
ปริมาตรของแกสในกระปองคงที่ ถาอุณภูมเิ พ่ิมขึ้นความดันในกระปองก็จะเพ่ิม ความดันสูงมากจะทาใหกระปองระเบิดและ
เมล็ดขาวโพดแตกบาน
เคมเี พ่ิมเติม ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนว ยท่ี 1 แกส หนา 10
โจทยเ สริม กฏของเกย-ลสู แซก
1. แกส X บรรจุในภาชนะปด ทมี่ อี ณุ หภมู ิ 37 องศาเซลเซยี ส ความดนั 1.5 บรรยากาศ จงหาความดนั ของแกส นี้ เมื่อ
อณุ หภูมเิ พม่ิ ขนึ้ เปน 376 เคลวนิ โดยแกส มปี รมิ าตรเทาเดิม (1.82 บรรยากาศ)
2. บรรจอุ ากาศในถังทอี่ ณุ หภมู ิ 40 องศาเซลลเซียส ความดัน 380 มลิ ลเิ มตรปรอท มปี รมิ าตร 10 ลูกบาศกเซนตเิ มตร เมอ่ื
ความดนั ลดลง 100 มลิ ลเิ มตรปรอท จะตองลดอณุ หภูมลิ งกเ่ี คลวิน อากาศในถงั ถึงจะมปี ริมาตรเทา เดมิ (82.37 เคลวนิ )
3. เมอ่ื นำของเหลว A 10 กรมั มาทำใหเปนไอท้งั หมดทอ่ี ณุ หภมู ิ 40 องศาเซลเซียส ความดนั 380 มิลลเิ มตรปรอท ในถงั
พลาสติกซึ่งไมม กี ารขยายตัวขนาด 20 ลกู บาศกเ ซนติเมตร ถาตอ งการใหค วามดันลดลง 120 มลิ ลเิ มตรปรอท จะตอ งทำ
ทอี่ ุณภมู เิ ทาใด
4. แกส ชนิดหนึง่ บรรจุในภาชนะทีม่ ีปรมิ าตรคงที่ มีความดัน 750 ทอร ทอ่ี ณุ หภมู ิ 450 องศาเซลเซยี ส เมอื่ อณุ หภูมิของแกส
น้เี ปล่ยี นแปลงไป ทำใหค วามดันเพิ่มข้นึ เปน 900 ทอร จงคำนวณหาอณุ หภมู ิใหมข องแกส น้ี (867.6 K)
เคมเี พ่ิมเติม ม.5 เทอม 1
สมบตั ขิ องแกส ม.5 หนว ยท่ี 1 แกส หนา 11
3.4 กฎของอาโวกาโดร (Avogadro's law) นัก วิท ยา ศา ส ต รชา ว อิตา ลี
ชื่อ อาเมเดโอ อาโวกาโดร ไดศึกษา
ภาพ อาเมเดโอ อาโวกาโดร ความสัมพนั ธระหวางปริมาตรกับปริมาณ ของ
ท่ีมา : http://www.daviddarling.info แกส โดยเขาไดเสนอสมมติฐานไวใน ป ค.ศ.
1811 วา "ที่อุณหภูมิและความ ดันเดียวกัน
แกสตางชนิดกันที่มีปริมาตร เทากันจะมีจๆน
วนโมเลกลุ เทากัน" ซึ่ง หมายความวา แกส ทุก
ชนิดจะมีปริมาตร เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจำนวน
โมเลกุลของ แกส เพิ่มขนึ้ เร่ือยๆ เชน กนั
กฏของอาโวกาโดร กลาววา “เมอ่ื อณุ หภูมแิ ละความดนั คงท่ี ปรมิ าตรของแกสใดจะแปรผันตรงกบั จานวนโมลของแกส
นน้ั สามารถเขยี นสมการทางคณติ ศาสตรไ ดดงั นี้
ภาพ แสดงความสัมพันธระหวา งจำนวนโมเลกุลของแกสทเ่ี พ่ิมข้นึ และปริมาตรของ
แกส ทเ่ี พมิ่ ขึน้ ตาม ท่มี า : Malone, 1999, p. 266
เคมีเพ่มิ เติม ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนว ยท่ี 1 แกส หนา 12
โจทยเ สรมิ กฎของอาโวกาโดร
1. แกส He 8 g มีปริมาตรเทากบั 44.8 L ที่อณุ หภูมิ 273 K และความดัน 760 mmHg แกส He 0.2 g มีปรมิ าตรเทา ใดที่
อุณหภมู แิ ละความดนั เดมิ (กำหนดมวลอะตอมของ He = 4) (1.12 L)
2. บอลลนู ใบหนึ่งบรรจุแกส He จำนวน 40 กรมั ทำใหพ องตวั มปี รมิ าตร 200 dm3 ถา ถายแกส He ออกมาจำนวน
หนึ่ง ทำใหบัลลูนแฟบลงเหลือปรมิ าตร 120 dm3 จงหาจำนวนโมล. He ท่ถี ายออกมา
3.5 กฏรวมของแกส (Combined Gas Law)
เนื่องจากกฎของบอยลและชารลกลาวถึงเฉพาะความสัมพันธระหวางปริมาตรและความดัน และปริมาตรกับ
อุณหภูมิ แตการเปล่ียนแปลงในธรรมชาติอาจเกิดข้ึนพรอมๆ กัน ดังนั้นจึงมีการศึกษาความสัมพันธระหวางปริมาตร ความ
ดัน และอุณหภูมิของแกสในขณะที่มวลมีคาคงที่ ความสัมพันธระหวางความดัน อุณหภูมิ และปริมาตรที่แสดงไวนี้เรียกวา
“กฎรวมแกส” ซึ่งสามารถไปใชในการคานวณหาความดันปริมาตรและอุณภูมิของแกสได จากกฎของบอยล และชารล
สามารถนามารวมไดเปนกฎรวมแกส ดังสมการ
เคมีเพม่ิ เตมิ ม.5 เทอม 1
สมบัตขิ องแกส ม.5 หนว ยท่ี 1 แกส หนา 13
โจทยเ สรมิ กฏรวมแกส
1. แกสอารก อนมปี รมิ าตร 100 ลิตร ภายใตค วามดนั 970 ทอร และอณุ หภมู ิ 30 องศาเซลเซียส จะมปี รมิ าตรเทาใดที่
สภาวะมาตรฐาน (115 ลติ ร)
2. แกสชนดิ หนง่ึ มปี รมิ าตร 100 ลกู บาศกเซนตเิ มตร ท่ีอณุ หภมู ิ 27 องศาเซลลเซยี ส และความดัน 78 กโิ ลปาสคาล ถา
ความดันเพมิ่ ขน้ึ อกี 22 กโิ ลปาสคาล ท่ีอุณหภมู ิกีอ่ งศาเซลเซียส แกส นจ้ี ะมปี รมิ าตรเทา กบั 150 ลูกบาศกเ ซนติเมตร
(150 ลูกบาศกเ ซนติเมตร ท่ี 304 องศาเซลเซยี ส)
3. แกสไนโตรเจนจำนวนหนึ่งทอี่ ณุ หภูมิ 0 องศาเซลเซียส บรรจอุ ยใู นถงั ขนาด 2 ลิตร วดั ความดนั ได 0.5 บรรยากาศ ถานำ
แกส ไนโตรเจนทัง้ หมดนไี้ ปใสใ นถังอีกใบหนึง่ ขนาด 3 ลติ ร ท่ีอณุ หภมู ิ 27 องศาเซลเซยี ส จะอา นคาความดนั ไดเ ทา ใด
(0.37 บรรยากาศ)
4. แกส ชนิดหนึ่งมีปรมิ าตร 860 ลูกบาศกเซนตเิ มตร ท่อี ณุ หภมู ิ 37 องศาเซลเซียส และความดัน 760 มิลลเิ มตรปรอท
ปรมิ าตรแกส นีจ้ ะเปน เทา ใด ท่อี ุณหภูมิ 24 องศาเซลเซยี ส และความดัน 650 มลิ ลเิ มตรปรอท
5. เมอื่ ปลอ ยลกู โปง ท่มี ีปรมิ าตร 6.0 ลติ ร ความดัน 1.0 บรรยากาศ และอณุ หภมู ิ27 องศาเซลเซยี สขึน้ ไปสบู รรยากาศชั้น
บนซ่ึงมคี วามดัน 0.50 บรรยากาศ และอุณหภูมิ -23 องศาเซลเซยี ส ลกู โปงจะมีปรมิ าตรเทาใด
เคมีเพมิ่ เติม ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 14
3.6 กฏของแกส อดุ มคติ (Ideal Gas Law)
ในกฎรวมแกสซึ่งใชศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนสภาวะของแกสโดยมี
ขอกำหนดวาปริมาณหรือจำนวนโมลของแกสตองคงท่ี กฎรวมแกสจึงใชหาปริมาตร
ความดันและอุณหภูมิของแกสไดเมื่อปริมาณของแกสคงที่ แตในกรณีที่ปริมาณของ
แกสไมคงที่ ตองใชความสัมพันธอีกลักษณะหนึ่ง เรียกวากฏแกสอุดมคติ (ideal gas
law) หรือ กฎแกสสัมบูรณ (perfect gas law) ซึ่ง เปนการรวมกฎของบอยล กฎของ
ชารล และกฎของอาโวกาโดรเขา ดวยกนั
โจทยเสรมิ กฏแกส อดุ มคติ
1. จงหาความดนั ของแกส ออกซเิ จนปริมาณ 2.5 โมล ในภาชนะขนาด 10 ลิตร ทอ่ี ุณหภมู ิ 50 องศาเซลเซยี ส
(6.63 บรรยากาศ)
เคมเี พ่ิมเตมิ ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนวยท่ี 1 แกส หนา 15
2. บอลลูนลกู หน่งึ บรรจแุ กส ฮีเลยี ม (He) 4 โมล บอลลนู ลูกนี้จะมปี รมิ าตรเทาใด ถา ความดนั ของแกส ฮเี ลยี มเปน 748
มิลลเิ มตรปรอท ณ อุณหภมู ิ 20 องศาเซลเซียส (98 ลติ ร)
3. แกสชนดิ หนง่ึ มีมวลโมเลกลุ 32 มคี วามดนั 760 มิลลเิ มตรปรอท จงหาความหนาแนน ของแกสชนิดนท้ี ี่อุณหภูมิ 37 องศา
เซลเซียส (1.26 ลติ ร)
4. ของเหลว A จำนวน 18 กรัม ระเหยกลายเปนไอในภาชนะขนาด 20 ลิตร ความดันของน้ำจะมีคาเทาใด เม่ือการระเหย
เปนไอสมบรู ณทอี่ ุณหภมู ิ 200 องศาเซลเซยี ส (ของเหลวมีมวลโมเลกลุ เทากบั 36 g/mol) (0.97 บรรยากาศ)
5. แกส คารบ อนไดออกไซด (CO2) ทอี่ ณุ หภูมิ 30 องศาเซลเซียส มคี วามหนาแนน 0.75 กรมั ตอ ลติ รจะมคี วามดันก่ี
มลิ ลเิ มตรปรอท (319.2 มลิ ลิเมตรปรอท)
เคมเี พม่ิ เตมิ ม.5 เทอม 1
สมบตั ิของแกส ม.5 หนวยท่ี 1 แกส หนา 16
3.7 ความดนั ยอ ยของแกส
จอหน ดาลตนั
ทีม่ า : http://world-scientist.blogspot.com
John Dalton พบวา “เมื่อนําแกส 2 ชนิดขึ้นไปซึ่งไม
ทําปฏิกิริยาตอกันไวในภาชนะเดียวกัน แกสแตละชนิดจะ
กอ ใหเกิดความดนั ในภาชนะนั้นเหมือนอยูตามลําพัง และความ
ดันรวมจะเทากบั ความดนั ของแกส แตล ะชนิดรวมกัน”
ภาพ แสดงการผสมกนั ของแกสตา งชนิดตามกฏความดันยอ ยของดอลตนั
ทีม่ า : Hassell and Stasko, 2007, p. 442
เคมีเพมิ่ เตมิ ม.5 เทอม 1
สมบัตขิ องแกส ม.5 หนว ยที่ 1 แกส หนา 17
ภาพ แสดงความดันและโมเลกลุ หลงั ผสม
ท่มี า : Burns, 1999, p. 364
กฎความดันยอยของดอลตนั กลาววา “ความดนั รวมของแกส ผสมท่ไี มทำปฏิกิรยิ าเคมตี อกนั จะ
เทากบั ผลรวมของความดันยอยของ แกสตางๆ ท่ีเปนองคป ระกอบของแกส ผสมนั้นๆ”
จะไดวา
เขยี นเปนสมการไดด งั น้ี
Pt = P1 + P2 + P3 …….
Pt = ความดันรวม
P1 + P2 + P3 ……… = ความดันยอยของแกสชนิดท่ี 1, 2, 3 …….. ตามลำดับ
ในการหาความดนั ยอ ยของแกสในแกส ผสมแตล ะชนดิ สามารถหาไดห ลายวิธี เชน
วธิ ที ี่ 1 คำนวณโดยใชกฎของบอยล
เคมเี พม่ิ เติม ม.5 เทอม 1
สมบตั ิของแกส ม.5 หนวยท่ี 1 แกส หนา 18
วธิ ีที่ 2 คำนวณโดยใชส มการของแกสในอุดมคติ
วิธที ี่ 3 คำนวณโดยใชส ูตรความสมั พนั ธร ะหวางเศษสว นโมลกับความดัน
ความดนั ยอ ยของแกสใดๆ = เศษสว นโมลของแกส น้นั × ความดนั รวมของแกสผสม
เคมีเพิ่มเติม ม.5 เทอม 1
สมบัตขิ องแกส ม.5 หนว ยที่ 1 แกส หนา 19
โจทยฝก ความดันยอ ยของแกส
1. ภาชนะ A จุ 4 dm3 บรรจุแกสอารกอนความดัน 2 atm และภาชนะ B จุ 2 dm3 บรรจุแกส He ความดัน 1.5 atm
เม่ือเปดล้ินใหแกสทั้งสองแพรผานผสมกันอยางสมบูรณ จงคำนวณหาความดันรวมของแกสในภาชนะ A และภาชนะ B
(1.33, 0.5, 1.83 atm)
2. นำเอาแกสออกซิเจน 100 cm3 ซึ่งมีความดัน 360 mmHg และแกสคารบอนไดออกไซด 150 cm3 ซึ่งมีความ
ดัน 300 mmHg มาใสไวร วมกันในขวดความจุ 200 cm3 อุณหภมู ิเทา กันโดยตลอด จงหาความดนั รวมของแกส
ออกซิเจนและแกสคารบอนไดออกไซดในขวดใบนนั้ (405 mmHg)
3. ภาชนะ A จุ 5 ลิตร ภาชนะ B จุ 3 ลิตร เชื่อมตอถึงกันโดยมีลิ้นปดเปดได ภาชนะ A บรรจุแกส Ar มีความดนั
2 บรรยากาศ ภาชนะ B บรรจุแกส N2 มีความดัน 1 บรรยากาศ ที่อุณหภูมเิ ดยี วกนั เมื่อเปดล้ินระหวาง A กับ
B จงหาความดนั ยอ ยของแกส ท้งั 2 ชนดิ และความดนั รวม (1.25,0.375,1.625 atm)
4. ภาชนะใบหนึ่งมีปริมาตร 15 dm3 บรรจุแกส A 1 โมล และแกส B 2 โมล และแกส C 1.5 โมล ที่อุณหภูมิ 25 ๐C
ถาแกส A B C ไมท ำปฏกิ ริ ยิ ากันจงหาความดนั ยอยของแกสแตล ะชนดิ และความดันรวม (1.63, 3.26, 2.45, 7.34 atm)
5. จงหาความดนั ยอยของแกสแตล ะชนิดในแกสผสม ซ่ึงมี He 40 กรัม N2 56 กรัม O2 16 กรัม ถา ความดันรวม
ของแกส ผสมเทากับ 5 บรรยากาศ มวลอะตอม He = 4, N = 14, O = 16 (4 , 0.8 ,0.2 atm)
เคมีเพ่ิมเติม ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนว ยท่ี 1 แกส หนา 20
3.7 การแพรข องแกส
การแพร (Diffusion of gasses) หมายถึง การทีโ่ มเลกลุ ของแกสชนดิ หนง่ึ เคลือ่ นทเี่ ขา ไปแทรกใน
โมเลกุลของแกส อกี ชนิดหน่งึ ซึง่ มีความเขม ขน ตางกันจนแกสผสมมคี วามเขม ขนเทา กันทว่ั ทัง้ หมด
การแพรผานของแกส (Effusion of gasses) หมายถึง การที่โมเลกุลของแกสเคล่ือนที่จากบริเวณหนงึ่
ผานชองเลก็ ๆ ออกสอู กี บรเิ วณหน่งึ และในระหวา งท่ีเคล่อื นทีน่ โ้ี มเลกุลไมมีการชนกนั เลย
ภาพ การแพร (a) และการแพรผ าน (b)
ท่มี า (https://www.thinglink.com/scene/508702420004503552)
3.8 กฎของเกรแฮม
การแพร (diffusion) ของแกส หมายถงึ การที่โมเลกุลของแกส ชนดิ หนึ่ง เคลือ่ นท่ีเขาไปปะปนกบั โมเลกลุ
ของแกสอื่นอยางชา ๆ เชน เปดฝาขวดแอมโมเนียเขมขนไวที่มุมหองถึงแมวาจะไมมีอากาศหมุนเวียนอยูภายใน
หองก็ตาม ก็จะไดกลิ่นแอมโมเนียไปทั่วหอง เนื่องจากโมเลกุลของแกสจะเคลื่อนที่แบบไรระเบียบและมีการชนกันนับ
ครั้งไมถวน ดังนั้น จึงตองใชเวลานานระยะหนึ่งการแพรจึงจะสมบูรณ และเมื่อใหโมเลกุลของแกสเคลื่อนที่ออกจาก
ภาชนะที่โดยผานรูเล็ก ๆ จะเกิดกระบวนการที่เรียกวา การแพรผาน (effusion) ซึ่งพบวาอัตราเร็วในการแพรผาน
จะอยกู ับมวลโมเลกุลของแกส
ภาพ ผลของมวลโมเลกุลของแกสบางชนิดตออัตราเรว็ ของโมเลกลุ ของแกส
ทีม่ า (Petrucci, Harwood & Herring, 2002, p.202)
เคมเี พิม่ เตมิ ม.5 เทอม 1
สมบตั ขิ องแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 21
ในป ค.ศ.1832 โทมัส เกรแฮม (Thomas Graham) นักเคมีชาวสกอต ไดตั้งกฎการแพรของเกรแฮม
(Graham' s law of diffusion) กลาววา “อัตราการแพรของแกสจะแปรผกผันกับรากท่ีสองของมวลตอโมลของ
แกส เมื่ออุณหภูมิและความดันเดียวกนั ” ซ่งึ เขยี นเปน ความสัมพนั ธไดดังนี้
จากสมการ r1 r2 และ M1 M2 เปนอัตราการแพรและมวลตอโมลของแกสชนิดที่ 1 และ 2 ตามลําดับ
ซงึ่ จะเห็นวาแกสทีม่ มี วลโมเลกุลตำ่ จะมอี ตั ราการแพรท่ีเรว็ กวา
เขียนความสมั พันธร ะหวางอตั ราการแพรของความหนาแนนของแกส ไดวา
โจทยฝก กฎของเกรแฮม
1. จงเรยี งลำดับการแพรข องแกสตอไปนีจ้ ากเร็วสุดไปชา สุด Ne ; NH3 ; He ; NO2 ; H2 ; SO2
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. แกส H2 มอี ตั ราการแพรเ ปน กี่เทา ของกาซ CH4
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
3. แกส A2 มีอตั ราการแพรเ ปน สองเทา ของกา ซ SO2 แกส A2 มีมวลโมเลกลุ เปนเทาใด
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
เคมเี พิ่มเติม ม.5 เทอม 1
สมบัติของแกส ม.5 หนวยที่ 1 แกส หนา 22
4. แกส X2 มวลโมเลกุล 36 แกส Y2 มวลโมเลกุล 9 ในเวลา 3 นาที แกส Y2 เคลอ่ื นท่ีไดระยะทาง 24 cm
แกส X2 จะเคลอื่ นที่ไดระยะทางกี่ cm
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
5. ถาแกส X มมี วลโมเลกุลเทา กับ 144 เคลอื่ นทใ่ี นภาชนะหนึ่งไดร ะยะทาง 30 cm ในเวลา 2 วินาที แกส Y
มีมวลโมเลกุลเทา กบั 49 เคล่ือนทไี่ ดร ะยะทางก่ี cm ในเวลา 4 วนิ าที
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
6. แกส x แพรได 30 cm3 ในเวลา 2 วินาทีในขณะที่แกส y มวลโมเลกุล 25 แพรไ ด 108 cm3 ในเวลา 4
วนิ าทจี งคำนวณหามวลโมเลกุลของแกส x (81)
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
7. แกส A มีมวลโมเลกลุ 36 แกส B มีมวลโมเลกุล 9 ในเวลา 3 วินาทีแกส A เคลื่อนทไี่ ดระยะทาง 24
เซนติเมตร แกส B จะเคลื่อนทไ่ี ดระยะทางเทาใดในเวลา 5 วนิ าที (80 s)
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
เคมเี พิ่มเตมิ ม.5 เทอม 1