วิวัฒนาการละคร
ไทย
จั ด ทำ โ ด ย
น า ง ส า ว ป า ริ ช า ติ กั ณ ห า ม . 6 / 1 เ ล ข ที่ 2 1
สมัยน่านเจ้า
มีนิยายเรื่อง นามาโนห์รา เป็นนิยายของ
พวกไตหรือคนไทย ในสมัยน่านเจ้าที่มี
ปรากฏอยู่ ก่อนหน้านี้คือ การแสดงจำพวก
กระบำ เช่น ระบำหมวก ระบำนกยุง
สมัยสุโขทัย
ในศิลาจาลึกของพ่อขุนรามคำแหงได้บันทึกถึง การ
ละครและฟ้ อนรำ ว่า เมื่อจะเข้ามาเรียงกันแต่อรัญ
ญิกพู้นเท้าหัวลานด้วยเสียงพากย์ เสียงพิณ เสียง
เลื้อน เสียงขับ ใครจักมักหัว หัวใครจักมักเลื้อน เลื้อน
จึง รับวัฒนธรรมของอินเดียมาผสมผสานกับ
วัฒนธรรมไทย มีการบัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้
เรียกศิลปะการแสดงของไทยว่า โขน ละคร ฟ้ อน รำ
สมัยอยุธยา
มีการแสดงละครชาตรี ละครนอก ละครใน แต่เดิม ที่เล่นเป็นละคร
เร่ จะแสดงตามพื้นที่ว่างโดยไม่ร้องมีโรงละคร เรียกว่า ละครชาตรี
ต่อมาได้มีการวิวัฒนาการเป็นละครรำ เรียกว่า ละครใน ละครนอก
โดยปรับปรุงรูปแบบ ให้มีการแต่งกายที่ประณีตงดงามมากขึ้น มี
ดนตรีและบทร้อง และมีการสร้างโรงแสดง ละครในจะแสดงในวัง
ใช้ผู้หญิงล้วน ไม่ให้ชาวบ้านเล่น เรื่องที่นิยมแสดงมี 3 เรื่องคือ
อิเหนา รามเกียรติ์ อุณรุท ส่วนละครนอก ชาวบ้านจะแสดงใช้
ผู้ชายล้วนดำเนินละครเรื่องใหญ่ๆ อยู่ 4 เรื่อง คือ อิเหนา
รามเกียรติ์ อุณรุท ดาหลัง
สมัยธนบุรี
สมัยนี้บทละครในสมัยอยุธยาได้สูญหายไป สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชทรงรวบรวมศิลปิน บทละครที่เหลือมาทรงพระราชนิพนธ์บท
ละคร เรื่อง รามเกียรติ์ อีก 5 ตอนได้แก่
1.ตอนอนุมานเกี้ยวนางวานริน
2.ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ
3.ตอนทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด
4.ตอนพระลักษณ์ถูกหอกกบิลพัท
5.ตอนปล่อยม้าอุปการ
นอกจากทรงพระราชนิพนธ์ บทละครในเรื่องรามเกียรติ์ด้วยพระองค์
แล้ว พระองค์ยังทรงฝึกซ้อมด้วยตัวพระองอีกด้วย
สมัยรัตนโกสินทร์
•พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช
ฟื้นฟูและรวบรวม สิ่งที่สูญหายไปให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นและ
รวบรวมตำราการฟ้ อนรำไว้เป็นหลักฐานที่สำคัญของ
ประวัติศาสตร์ พระองค์ทรงพัฒนาโขนโดยให้ผู้แสดงเปิดหน้าและ
ส่วมมงกุฎหรือชฏา ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง รามเกียรติ์
ตอนนารายณ์ปราบนนทก
•พระบาทสมเด็กพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วรรณคดีและละครมีความเจริญรุ่งเรือง พระองค์จึงทรงเปลี่ยนเครื่อง
แต่งกายให้เป็นการแต่งยืนเครื่องแบบละครใน ทรงพระราชนิพนธ์บท
ละครเรื่องอิเหนา ซึ่งเป็นละครที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่า
เป็นยอดบทละครรำ เพราะแสดงได้ครบ 5 องค์ คือ ตัวละครงาม รำ
งาม ร้องเพราะ พิณพาทย์เพราะ และกลอนเพราะ ปีพ.ศ.2511 ยูเนสโก
ได้ถวายพระเกียรติคุณแด่พระองค์ในฐานะบุคคลสำคัญ ที่มีผลงานดีเด่น
ทางวัฒนธรรมระดับโลก
•พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมัยนี้พระองค์ให้ยกเลิกละครหลวง พระบรมวงศานุวงศ์จึงพากัน
หัดโขนละครคณะละครที่มีแบบแผนในเชิงฝึ กหัดและแสดงทาง
โขน ละครถือเป็นแบบแผนในการปฏิบัติสืบต่อมาถึงปัจจุบัน
1.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักขณาคุณ
2.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรม
พระพิพิธโภคภูเบนทร์
3.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไกรสร กรมหลวง
รักษ์เทเวศร์
4.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระ
พิทักษ์เทเวศร์
5.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทรนกร กรมหลวง
ภูวเนตรรินทรฤทธิ์
6.ละครของเจ้าพระยาบดินทรเดชา
7.ละครของเจ้าจอมมารดาอัมพา
8.ละครเจ้ากรับ
•พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ฟื้นฟูละครหลวงขึ้นใหม่อนุญาตให้ราษฎรฝึกละครในได้ ซึ่งแต่เดิม
ละครในจะแสดงได้แต่เฉพาะในพระราชวังเท่านั้น ด้วยเหตุที่ละคร
แพร่หลายไปสู่ประชาชนมากขึ้น จึงมีการบัญญัติข้อห้ามในการแสดง
ละครที่มิใช่ละครหลวง ดังต่อไปนี้
1.ห้ามฉุดบุตร-หญิง ผู้อื่นมาฝึกละคร
2.ห้ามใช้รัดเกล้ายอดเป็ นเครื่องประดับศรีษะ
3.ห้ามใช้เครื่องประกอบการแสดงที่เป็นพานทอง หีบทอง
4.ห้ามใช้เครื่องประดับลงยา
5.ห้ามเป่ าแตรสังข์
6.หัวช้างที่เป็นอุปกรณ์ในการแสดงห้ามใช้สีเผือก ยกเว้นช้างเอราวัณ
•พระบาทสมเด็จพระจุลจอลเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในสมัยนี้สภาพบ้านเมืองมีความเจริญก้าวและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เพราะได้รับวัฒนธรรมจากตะวันตก ทำให้ศิลปะการแสดงละครได้มี
วิวัฒนาการขึ้นอีกรูปแบบหนึ่งนอกจากนี้ ยังกำเนิดละคร
ดึกดำบรรพ์และละครพันทางอีกด้วย นอกจากนี้พระองค์ยังส่งเสริม
ให้เอกชนตั้งคณะละครอย่างแพร่หลายแล้ว ละครคณะใดที่มีชื่อเสียง
แสดงได้ดีพระองค์จะทรงมาทอดพระเนตรและโปรดเกล้าให้แสดงใน
พระราชฐานเพื่อเป็ นการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย
•พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เป็นสมัยที่โขน ละคร ดนตรี ปี่พาทย์เจริญรุ่งเรืองมาก พระองค์ทรง
เป็นราชาแห่งศิลปิน แม้ว่าจะมีประสบการณ์ด้านละครพูดแบบ
ตะวันตกแต่ก็ทรงมีพระราชปณิธานอันแรงกล้าที่ทรงไว้ซึ่งความเป็ น
ไทย และดนตรีปี่พาทย์ ยังทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้แก่ศิลปิน
โขนที่มีฝีมือให้เป็นขุนนาง เช่น พระยานัฏกานุรักษ์ พระยาหมาภิ
บาล เป็นต้น
•พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมัยนี้ประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำการเมืองคับขัน จึงได้มีการ
ปรับปรุงระบบบริหาร ราชการกระทรวงวังครั้งใหญ่โอนงานช่าง
กองวังนอก กองมหรสพ และการช่างไปอยู่ในสังกัดของกรม
ศิลปากร และ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2478 โขนกรมมหรสพ
กระทรวงวังจึงกลายเป็นโขนกรมศิลปากร สมัยนี้มีละครแนวใหม่
เกิดขึ้นเรียกว่า ละครเพลงหรือละครจันทโรภาส
•พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
ในสมัยนี้เป็นการแสดงนาฏศิลป์ โขน ละคร จัดอยู่ในการกำกับดูแล
ของกรมศิลปากร หลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีคนแรกของกรมศิลปากร
ได้ฟื้นฟู เปลี่ยนแปลงการแสดงโขน ละครในรูปแบบใหม่ โดยจัดตั้ง
โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ขึ้น เพื่อให้การศึกษาทั้งด้านศิลปะและ
สามัญเพื่อยกระดับศิลปินให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ในสมัยนี้ได้
เกิดละครรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ละครหลวงวิจิตรวาทการ เป็นละครที่
มีแนวคิดปลุกใจให้รักชาติ บางเรื่องเป็นละครพูด เช่น เรื่องราชมนู
เรื่องศึกถลาง เรื่องพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นต้น
•พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช
ในสมัยนี้พระองค์โปรดเกล้าฯให้บันทึกภาพยนตร์สีส่วนพระองค์
บันทึกท่ารำเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ ท่ารำเพลงหน้าพาทย์
ของพระ นาง ยักษ์ ลิง และโปรดเกล้าฯให้รู้จักพิธีไหว้ครู มีการ
ปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน สืบทอด และ
พัฒนาศิลปะการแสดงผ่านการเรียนการสอนในระดับการศึกษา
ทุกระดับ มีสถาบันที่เปิดสอนวิชาการละคนเพิ่มมากขึ้นทั้งของรัฐ
และเอกชน มีรูปแบบในการแสดงลำครหทยที่หลากหลายให้เลือก
ชม เช่น ละครเวที ละครพูด ละครร้อง ละครรำ เป็นต้น