The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanwalai Phasuk, 2023-11-12 21:16:16

ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่

การศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่

Keywords: วินัยในตนเอง

39 ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นเป็นตัวแทนของลักษณะที่ต้องการวัด ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อค าถามนั้นเป็นตัวแทนของลักษณะที่ต้องการวัดนั้นหรือไม่ ให้คะแนน - 1 เมื่อแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นไม่เป็นตัวแทนของลักษณะที่ต้องการวัด 3.4.6 วิเคราะห์ความตรงเชิงเนื้อหาโดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามของ แบบสอบถามกับลักษณะที่จะวัด (IOC : Index of Objective Congruence) โดยใช้สูตร ดังนี้ IOC = ∑R โดย IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามกับลักษณะที่จะวัด ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ 3.4.6 เลือกข้อค าถามที่ค่า IOC มากกว่า 0.5 ซึ่งถือได้ว่าข้อค าถามนั้นมีความตรงเชิงตามเนื้อหา ถ้าข้อค าถามใดมีค่าดัชนีความสอดคล้องต่ ากว่า 0.5 ต้องน าข้อค าถามนั้นมาปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะน า ของผู้เชี่ยวชาญ หรือตัดออกไปตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 3.4.7 น าแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นน าไปทดลอง ใช้ (Try Out) กับนักศึกษา เพื่อศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรีจ านวน 30 คน 3.4.8 น าแบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมาจากการทดลองใช้ มาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์เอลฟาของครูอนุบาค (Cronbach’s Coefficient of Alpha) 3.4.9 จัดท าแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปใช้เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง 3.5 วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5.1 ผู้วิจัยอธิบายวัตถุประสงค์ในการท าวิจัยให้แก่นักศึกษา เพื่อศึกษาความมีวินัยในตนเองของ นักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีโดยการใช้แบบสอบถาม และแบบสอบถาม ออนไลน์ และการเก็บแบบสอบถามด้วยตนเอง ทั้งหมด 378 ชุด 3.5.2 ผู้วิจัยน าแบบสอบถามที่ได้รับกลับมาทั้งหมดมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม พบว่าแบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมา มีความสมบูรณ์ครบถ้วนทั้ง 378 ชุด จากนั้นผู้วิจัย จึงน า แบบสอบถามทั้งหมด ก ากับการลงรหัสแบบสอบถามในโปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ เพื่อด าเนินการตาม ขั้นตอนของการวิจัย และน าข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามไปวิเคราะห์ทางสถิติ ต่อไป


40 3.6 กำรวิเครำะห์ข้อมูล หลังจากท าการเก็บรวบรวมข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยน าแบบสอบถามที่รวบรวมได้ น ามา ตรวจสอบความสมบูรณ์ของค าตอบที่ได้ แล้วน ามาท าการมาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ โดยใช้โปรแกรม ค อ มพิ ว เ ต อ ร์ ส า เ ร็ จ รู ปท าง ส ถิ ติ (Statistical for the Social Sciences For Windows SPSS For Windows) 1. คาความถี่และค่าร้อยละ (Percentage) เพื่อใชอธิบายความถี่และร้อยละของขอมูลที่ได้จาก แบบสอบถามตอนที่ 1 ปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม 2. คาเฉลี่ย ( ̅) เพื่อใชอธิบายคาเฉลี่ยของข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับ ปัจจัยในด้านความมีวินัยในตนเอง 3. สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) เพื่อใชอธิบายคาเบี่ยงเบนจากแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยในด้านความมีวินัยในตนเอง 4. ค่าสถิติ t–test เพื่อใชทดสอบสมมติฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างของขอมูล 2 กลุ่ม ระหว่างเพศกับระดับความคิดเห็นตอความมีวินัยในตนเอง 5. ค่าสถิติ F-test (One-Way ANOVA : F-test) เพื่อใชทดสอบสมมติฐาน และเปรียบเทียบความ แตกต่างของข้อมูล 3 กลุมขึ้นไป ระหว่างปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม กับความคิดเห็นต่อ ความมีวินัยในตนเอง หากพบวา มีนัยส าคัญทางสถิติจะทดสอบตอดวยวิธี Fisher's Least Significant (LSD) สัญลักษณ์ที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ผล เนื่องจากผู้วิจัยได้น าสัญลักษณ์มาใช้ในการวิเคราะห์ผล จึงได้อธิบายความหมาย เพื่อทราบถึง ความหมายของสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในการแสดงผลวิเคราะห์ข้อมูล ตังนี้ n หมายถึง จ านวนขนาดกลุ่มตัวอย่าง ̅ หมายถึง ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง (Mean) SD หมายถึง ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) r หมายถึง ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ R หมายถึง ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณระหว่างค่าของตัวแปร 2 หมายถึง ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณก าลังสอง สามารถอธิบาย สัดส่วนความผันแปรของตัวแปรตาม เมื่อทราบค่าตัวแปรอิสระ Adjusted 2 หมายถึง ค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์เมื่อปรับแล้ว


บทที่ 4 ผลการวิจัย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาเรื่อง “การมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี” โดยการเก็บแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 397 คน ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือก แบบสอบถามเฉพาะชุดที่มีความสมบูรณ์ และน ามาประมวลผลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีดังต่อไปนี้ 4.1 การน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์ผลของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ตารางที่ 4.1 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม ด้านเพศ เพศ จ านวน (คน) ร้อยละ ชาย 135 34.00 หญิง 262 66.00 รวม 397 100.00 จากตารางที่ 4.1 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพ ของผู้ตอบแบบสอบถามด้านเพศ พบว่า จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 397 คน แบ่งเป็นเพศชาย จ านวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 34.00 เพศหญิงจ านวน 262 คน คิดเป็นร้อยละ 66.00 ตารางที่ 4.2 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม ด้านสถานศึกษาเดิม อายุ จ านวน (คน) ร้อยละ สายสามัญ 315 79.30 สายอาชีพ 82 20.70 รวม 397 100.00 จากตารางที่ 4.2 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพ ของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านสถานศึกษาเดิม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากศึกษาสายสามัญ จ านวน 315 คน คิดเป็นร้อยละ 79.30 และกลุ่มที่มีจ านวนน้อยที่สุดคือกลุ่มที่ศึกษาสายอาชีพ จ านวน 82 คน คิดเป็นร้อย 20.70


42 ตารางที่ 4.3 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม ด้านระดับผลการเรียน ระดับการศึกษา จ านวน (คน) ร้อยละ น้อยกว่า 2.00 0 0 2.00 – 2.50 40 10.10 2.51 – 3.00 85 21.40 3.01 – 3.50 173 43.60 3.51 – 4.00 99 24.90 รวม 397 100.00 จากตารางที่ 4.3 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนบุคคล ด้านระดับการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีการศึกษาอยู่ในระดับ 3.01 – 3.50 จ านวน 173 คน คิดเป็นร้อยละ 43.60 และกลุ่มที่มีจ านวนน้อยที่สุดคือ กลุ่มที่มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับ น้อยกว่า 2.00 จ านวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ตารางที่ 4.4 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม ด้านคณะที่สังกัด สังกัด จ านวน (คน) ร้อยละ คณะศิลปศาสตร์ 37 9.30 คณะวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี 20 5.00 คณะบริหารธุรกิจ 100 25.20 คณะวิศวกรรมศาสตร์ 82 20.70 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 39 9.80 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 25 6.30 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 34 8.60


43 ตารางที่ 4.4 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม ด้านคณะที่สังกัด (ต่อ) สังกัด จ านวน (คน) ร้อยละ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 12 3.00 คณะศิลปกรรมศาสตร์ 24 6.00 คณะเทคโนโลยีการเกษตร 12 3.00 คณะพยาบาลศาสตร์ 5 1.30 คณะการแพทย์บูรณาการ 7 1.80 รวม 397 100.00 จากตารางที่ 4.4 ผลการจ าแนกความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างส่วนปัจจัยส่วนสถานภาพ ของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านคณะที่สังกัด พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากสังกัด คณะบริหารธุรกิจ จ านวน 100 คน คิดเป็นร้อยละ 25.20 อันดับถัดมาคือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จ านวน 82 คิดเป็นร้อยละ 20.70 และกลุ่มที่มีจ านวนน้อยที่สุดคือ คณะพยาบาลศาสตร์จ านวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.30 ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ผลของกลุ่มตัวอย่างด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรีปีการศึกษา 2565 มี 6 ด้าน ประกอบด้วย ความรับผิดชอบ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความเป็นผู้น าความอดทน ความซื่อสัตย์ และความเสียสละ ดังที่แสดงผลตามตารางที่ 4.05 – 4.11 โดยก าหนดการให้คะแนนและมีความหมาย ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย ระดับการรับรู้ คะแนน 1.00-1.80 แสดงถึงระดับการรับรู้ที่ “น้อยที่สุด” คะแนน 1.81-2.60 แสดงถึงระดับการรับรู้ที่ “น้อย” คะแนน 2.61-3.40 แสดงถึงระดับการรับรู้ที่ “ปานกลาง” คะแนน 3.41-4.20 แสดงถึงระดับการรับรู้ที่ “มาก” คะแนน 4.21-5.00 แสดงถึงระดับการรับรู้ที่ “มากที่สุด”


44 ตารางที่ 4.5 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความรับผิดชอบ (n = 397) ด้านความรับผิดชอบ Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้าท างานตามที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ ให้แล้วเสร็จและทันส่งตามเวลาที่ก าหนดเสมอ 4.21 .767 มากที่สุด 1 หากชั่วโมงไหนที่ขาดเรียน ข้าพเจ้าจะติดตามบทเรียน จากเพื่อนๆ ทันที 4.14 .812 มาก 3 ข้าพเจ้าจะไปเรียนตามที่อาจารย์นัดหมายเพิ่มเติม ทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นวันหยุด 4.18 .776 มาก 2 ข้าพเจ้าจะไม่น างานอื่น ๆ มาท าในขณะที่อาจารย์ ก าลังสอน 3.59 .826 มาก 5 ข้าพเจ้ามักจะไปก่อนเวลาเสมอเมื่อเพื่อนนัดติว หนังสือหรือท ากิจกรรมกลุ่ม 3.90 .736 มาก 4 ภาพรวม 4.00 .550 มาก จากตารางที่ 4.5 แสดงผลการวิเคราะห์ในด้านความรับผิดชอบ พบว่า มีคะแนนการประเมิน ค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 4.00 (SD = .550) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้มากที่สุดอันดับ 1 เป็นในส่วนของ ข้าพเจ้าท างานตามที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้แล้วเสร็จและทันส่งตามเวลาที่ก าหนดเสมอ มีระดับ การรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.21 (SD = .767) อันดับ 2 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าจะไปเรียนตามที่ อาจารย์นัดหมายเพิ่มเติมทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นวันหยุด มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.18 (SD = .776) อันดับ 3 เป็นในส่วนของหากชั่วโมงไหนที่ขาดเรียน ข้าพเจ้าจะติดตามบทเรียนจากเพื่อนๆ ทันที มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.14 (SD = .812) อันดับ 4 เป็นในส่วนของข้าพเจ้ามักจะไปก่อนเวลา เสมอ เมื่อเพื่อนนัดติวหนังสือหรือท ากิจกรรมกลุ่ม มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.90 (SD = .736) และอันดับ 5 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าจะไม่น างานอื่น ๆ มาท าในขณะที่อาจารย์ก าลังสอน มีระดับ การรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.59 (SD = .826)


45 ตารางที่ 4.6 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความเชื่อมั่นในตนเอง (n = 397) ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นในตนเองเมื่อต้องออกไป น าเสนอรายงานต่อหน้าผู้อื่น 3.44 .910 มาก 3 ข้าพเจ้ามักจะซักถามข้อสงสัยจากอาจารย์ผู้สอน ในขณะเรียน 3.13 .902 ปานกลาง 5 ข้าพเจ้าชอบแสดงความคิดเห็นเมื่อต้องท างานกลุ่ม หรือกิจกรรมกลุ่มร่วมกับเพื่อน 3.69 .873 มาก 2 ข้าพเจ้าชอบเข้าร่วมท าการกิจกรรมกับเพื่อนเสมอ โดยไม่เคอะเขิน 3.28 .939 ปานกลาง 4 ข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการกระท าสิ่งใด ๆ ได้ตาม ล าพัง 3.85 .754 มาก 1 ภาพรวม 3.48 .679 มาก จากตารางที่ 4.6 แสดงผลการวิเคราะห์ในด้านความเชื่อมั่นในตนเอง พบว่า มีคะแนนการ ประเมินค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 3.48 (SD = .679) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้มากที่สุดอันดับ 1 เป็น ในส่วนของข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการกระท าสิ่งใด ๆ ได้ตามล าพัง มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.85 (SD = .754) อันดับ 2 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าชอบแสดงความคิดเห็นเมื่อต้องท างานกลุ่มหรือ กิจกรรมกลุ่มร่วมกับเพื่อน มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.69 (SD = .873) อันดับ 3 เป็นในส่วน ของข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นในตนเองเมื่อต้องออกไปน าเสนอรายงานต่อหน้าผู้อื่น มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.44 (SD = .910) อันดับ 4 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าชอบเข้าร่วมท ากิจกรรมกับเพื่อนเสมอโดย ไม่เคอะเขิน มีระดับการรับรู้ที่ ปานกลาง ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.28 (SD = .939) และอันดับ 5 เป็นในส่วนของ ข้าพเจ้ามักจะซักถามข้อสงสัยจากอาจารย์ผู้สอนในขณะเรียน มีระดับการรับรู้ที่ ปานกลาง ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.13 (SD = .902)


46 ตารางที่ 4.7 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความซื่อสัตย์(n = 397) ด้านความซื่อสัตย์ Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้าจะไม่ลอกหรือถามข้อสอบจากเพื่อนหากท า ข้อสอบไม่ได้ ถึงแม้อาจารย์ผู้คุมสอบจะไม่อยู่ 4.04 .776 มาก 5 ข้าพเจ้าจะให้ความส าคัญในเรื่องการตรงต่อเวลา เสมอ 4.14 .715 มาก 4 ข้าพเจ้ารู้สึกผิด เมื่อหยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับ อนุญาต 4.46 .679 มากที่สุด 1 หากข้าพเจ้าได้ให้ค าสัญญาแล้วก็จะท าตามสัญญา 4.19 .692 มาก 3 เมื่อข้าพเจ้าเก็บเงินหรือสิ่งของผู้อื่นได้ จะรีบแจ้งหรือ ส่งคืนเจ้าของทันที 4.44 .742 มากที่สุด 2 ภาพรวม 4.25 .521 มากที่สุด จากตารางที่ 4.7 แสดงผลการวิเคราะห์ในด้านความซื่อสัตย์พบว่า มีคะแนนการประเมินค่าเฉลี่ย โดยรวมอยู่ที่ 4.25 (SD = .521) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้มากที่สุดอันดับ 1 เป็นในส่วนของข้าพเจ้า รู้สึกผิด เมื่อหยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.46 (SD = .679) อันดับ 2 เป็นในส่วนของเมื่อข้าพเจ้าเก็บเงินหรือสิ่งของผู้อื่นได้จะรีบแจ้งหรือส่งคืนเจ้าของทันทีมีระดับการ รับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.44 (SD = .742) อันดับ 3 เป็นในส่วนของหากข้าพเจ้าได้ให้ค าสัญญาแล้วก็ จะท าตามสัญญา มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.19 (SD = .692) อันดับ 4 เป็นในส่วนของข้าพเจ้า จะให้ความส าคัญในเรื่องการตรงต่อเวลาเสมอ มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.14 (SD = .715) และอันดับ 5 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าจะไม่ลอกหรือถามข้อสอบจากเพื่อนหากท าข้อสอบไม่ได้ ถึงแม้อาจารย์ ผู้คุมสอบจะไม่อยู่ มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.04 (SD = .776)


47 ตารางที่ 4.8 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความเป็นผู้น า (n = 397) ด้านความเป็นผู้น า Mean S.D. แปลผล อันดับ หากข้าพเจ้าเป็นผู้น ากลุ่มหรือผู้น ากิจกรรม ยินดีที่จะ เสียสละเวลาเพื่อท างานให้ดีที่สุด 3.95 .864 มาก 4 ข้าพเจ้าไม่ใช้อ านาจของตนเองในฐานะผู้น ากลุ่ม เพื่อ ขัดขวางหรือบั่นทอนความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่ม 4.18 .941 มาก 3 ตารางที่ 4.8 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความเป็นผู้น า (n = 397) (ต่อ) ด้านความเป็นผู้น า Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้าวางตัวเป็นกลาง เมื่อต้องตัดสินเพื่อนที่ ขัดแย้งกันทางความคิด 4.24 .759 มากที่สุด 2 ข้าพเจ้าฟังเหตุผล ไตร่ตรอง และไม่ใช้อารมณ์ในการ ตัดสินและแก้ไขปัญหา 4.25 .737 มากที่สุด 1 ข้าพจะเสนอความคิดเห็น และวิธีการ รูปแบบการ ด าเนินงานใหม่ๆ เสมอ 3.83 .793 มาก 5 ภาพรวม 4.09 .587 มาก จากตารางที่ 4.8 แสดงผลการวิเคราะห์ในด้านความเป็นผู้น า พบว่า มีคะแนนการประเมินค่าเฉลี่ย โดยรวมอยู่ที่ 4.09 (SD = .587) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้มากที่สุดอันดับ 1 เป็นในส่วนของข้าพเจ้า ฟังเหตุผล ไตร่ตรอง และไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินและแก้ไขปัญหา มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย อยู่ที่ 4.25 (SD = .737) อันดับ 2 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าวางตัวเป็นกลาง เมื่อต้องตัดสินเพื่อนที่ขัดแย้งกัน ทางความคิด มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.24 (SD = .759) อันดับ 3 เป็นในส่วนของข้าพเจ้า ไม่ใช้อ านาจของตนเองในฐานะผู้น ากลุ่มเพื่อขัดขวางหรือบั่นทอนความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่มมีระดับการ รับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.18 (SD = .941) อันดับ 4 เป็นในส่วนหากข้าพเจ้าเป็นผู้น ากลุ่มหรือผู้น า กิจกรรม ยินดีที่จะเสียสละเวลาเพื่อท างานให้ดีที่สุด มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 (SD = .864) และอันดับ 5 เป็นในส่วนของข้าพมักจะเสนอความคิดเห็น และวิธีการ รูปแบบการด าเนินงาน ใหม่ๆเสมอ มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83 (SD = .793)


48 ตารางที่ 4.9 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความอดทน (n = 397) ด้านความอดทน Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้าตั้งใจท าสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จถึงแม้จะเจอปัญหาหรือ อุปสรรคเพียงใด 4.23 .738 มากที่สุด 2 ข้าพเจ้ายินดีรับฟังค าติเตียนจากสมาชิกในกลุ่ม เมื่อท างาน ไม่ส าเร็จตรงตามเป้าหมายด้วยความยินดี 4.37 .671 มากที่สุด 1 ตารางที่ 4.9 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความอดทน (n = 397) (ต่อ) ด้านความอดทน Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้าควบคุมอารมณ์ตนเองได้แม้อยู่ใสถานการณ์ที่ กดดัน 3.91 .816 มาก 4 ข้าพเจ้าจะไม่แสดงอาการไม่พอใจเมื่อถูกแซงคิว 3.50 .986 มาก 5 ข้าพเจ้าจะปรับปรุง แก้ไขตนเองทันทีเมื่อพบว่ามี ข้อบกพร่องเกิดขึ้น 4.12 .753 มาก 3 ภาพรวม 4.30 .591 มากที่สุด จากตารางที่ 4.9 แสดงผลการวิเคราะห์ในด้านความอดทน พบว่า มีคะแนนการประเมิน ค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 4.30 (SD = .591) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้มากที่สุดอันดับ 1 เป็นในส่วน ของข้าพเจ้ายินดีรับฟังค าติเตียนจากสมาชิกในกลุ่ม เมื่อท างานไม่ส าเร็จตรงตามเป้าหมายด้วยความยินดี มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.37 (SD = .671) อันดับ 2 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าตั้งใจท า สิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จถึงแม้จะเจอปัญหาหรืออุปสรรคเพียงใด มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.23 (SD = .738) อันดับ 3 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าจะปรับปรุง แก้ไขตนเองทันทีเมื่อพบว่ามีข้อบกพร่อง เกิดขึ้น มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.12 (SD = .753) อันดับ 4 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าควบคุม อารมณ์ตนเองได้แม้อยู่ใสถานการณ์ที่กดดัน มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.91 (SD = .816) และ อันดับ 5 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าจะไม่แสดงอาการไม่พอใจเมื่อถูกแซงคิว มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ย อยู่ที่ 3.50 (SD = .986)


49 ตารางที่ 4.10 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความเสียสละ (n = 397) ด้านความเสียสละ Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้าบริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ ยากไร้ 3.97 .858 มาก 4 ข้าพเจ้ายินดีช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ โดยไม่หวัง สิ่งตอบแทน 4.24 .772 มากที่สุด 2 ข้าพเจ้ายินดีเสียสละที่นั่งบนรถโดยสารให้คนชรา เด็ก และ สตรีที่มีครรภ์ 4.40 .673 มากที่สุด 1 ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะช่วยติวหนังสือให้เพื่อนที่เรียนไม่เข้าใจ 4.01 .809 มาก 3 ตารางที่ 4.10 ผลการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่ม ตัวอย่างด้านความเสียสละ (n = 397) (ต่อ) ด้านความเสียสละ Mean S.D. แปลผล อันดับ ข้าพเจ้ามักจะช่วยอาจารย์จัดเตรียมงานหรือกิจกรรม ต่าง ๆ เสมอ 3.88 .860 มาก 5 ภาพรวม 4.10 .591 มาก จากตารางที่ 4.10 แสดงผลการวิเคราะห์ในด้านความเสียสละ พบว่า มีคะแนนการประเมิน ค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 4.10 (SD = .591) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้มากที่สุดอันดับ 1 เป็นในส่วน ของข้าพเจ้ายินดีเสียสละที่นั่งบนรถโดยสารให้คนชรา เด็ก และสตรีที่มีครรภ์ มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.40 (SD = .673) อันดับ 2 เป็นในส่วนของข้าพเจ้ายินดีช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ โดย ไม่หวังสิ่งตอบแทน มีระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.24 (SD = .772) อันดับ 3 เป็นในส่วนของ ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะช่วยติวหนังสือให้เพื่อนที่เรียนไม่เข้าใจ มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.01 (SD = .860) อันดับ 4 เป็นในส่วนของข้าพเจ้าบริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ยากไร มีระดับการ รับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.97 (SD = .858) และอันดับ 5 เป็นในส่วนของข้าพเจ้ามักจะช่วยอาจารย์ จัดเตรียมงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ เสมอ มีระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.88 (SD = .860)


50 ตารางที่ 4.11 สรุปผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ (Service Quality) (n = 397) ด้านการรับรู้ความมีวินัยในตนเอง ของนักศึกษาใหม่ Mean S.D. แปลผล อันดับ 1. ด้านความรับผิดชอบ 4.00 .550 มาก 5 2. ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง 3.48 .679 มาก 6 3. ด้านความซื่อสัตย์ 4.25 .521 มากที่สุด 1 3. ด้านความเป็นผู้น า 4.09 .610 มาก 3 4. ด้านความอดทน 4.03 .587 มาก 4 5. ด้านความเสียสละ 4.10 .591 มาก 2 ภาพรวม 3.99 .265 มาก จากตารางที่ 4.11 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยรวมของด้านการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ พบว่า การรับรู้ความมีวินัยในตนเองของ นักศึกษาใหม่ โดยรวม มีระดับการรับรู้ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.99 (SD = .265) ซึ่งระดับการรับรู้มากที่สุด อันดับ 1 เป็นในด้านความซื่อสัตย์ ระดับการรับรู้ที่ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.25 (SD = .521) อันดับ 2 เป็นในด้านความเสียสละ ระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.10 (SD = .591) อันดับ 3 เป็นในด้าน ความเป็นผู้น า ระดับการรับรู้ที่ มากค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.09 (SD = .610) อันดับ 4 เป็นในด้านความอดทน ระดับ การรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.03 (SD = .587) อันดับ 5 เป็นในด้านความรับผิดชอบ ระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.00 (SD = .550) และอันดับ 6 เป็นในด้านความเชื่อมั่นในตนเอง ระดับการรับรู้ที่ มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.48 (SD = .679) ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ จ าแนกตามปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ สถานศึกษาเดิม ระดับผลการเรียน และคณะที่สังกัดโดยมีสมมติฐานการวิจัยและผลการเปรียบเทียบ แสดงดังตารางที่ 4.12 - 4.24 ดังนี้


51 สมมติฐานที่ 1 (H1 ) ปัจจัยส่วนสถานภาพที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน H0 : ปัจจัยส่วนสถานภาพที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน H1 : ปัจจัยส่วนสถานภาพที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน สมมติฐานที่ 1.1 ปัจจัยส่วนสถานภาพด้านเพศ ของนักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่แตกต่างกัน H0 : ปัจจัยส่วนสถานภาพด้านเพศของนักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน H1 : ปัจจัยส่วนสถานภาพด้านเพศของนักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน การวิเคราะห์ผลใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA (F - test)) ซึ่งก าหนดระดับนัยส าคัญที่ .05 ตารางที่ 4.12 ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างด้านเพศกับการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ (n = 397) ความมีวินัยในตนเอง เพศ ̅ SD t df Sig ด้านความรับผิดชอบ ชาย 3.84 .546 -4.344 265.535 .898 หญิง 4.09 .534 ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง ชาย 3.49 .697 .238 261.905 .474 หญิง 3.47 .671 ด้านความซื่อสัตย์ ชาย 4.04 .558 -6.067 231.865 .004 หญิง 3.36 .465 ด้านความเป็นผู้น า ชาย 3.87 .644 -5.412 239.693 .079 หญิง 4.20 .559 ด้านความอดทน ชาย 3.87 .596 -3.857 259.288 .311 หญิง 4.11 .567 ด้านความเสียสละ ชาย 3.87 .619 -5.672 240.497 .072 หญิง 4.22 .539 ภาพรวม ชาย 3.83 .509 -5.283 222.008 .002 หญิง 4.08 .402


52 จากตารางที่ 4.12 ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างทางด้านเพศกับการรับรู้ความมีวินัยในตนเอง ของนักศึกษาใหม่ ภาพรวมพบว่า ปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามด้านเพศที่แตกต่างกัน ส่งผล ต่อการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน (t = -5.283 , Sig = .002) และจ าแนกเป็น รายได้ พบว่า ปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามด้านเพศไม่แตกต่างกัน ด้านความรับผิดชอบ (t = -4.344, Sig = .898) ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง (t = .238, Sig = .474) ด้านความซื่อสัตย์ (t = -6.067, Sig = ..004) ด้านความเป็นผู้น า (t = -5.412, Sig = .097) ด้านความอดทน (t = -3.857, Sig = .311) และ ด้านความเสียสละ (t = -5.672, Sig = .072) สมมติฐานที่ 1.2 ปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามด้าน สถานศึกษาเดิมของ นักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน H0 : ปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามด้าน สถานศึกษาเดิม ของนักศึกษาที่ แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน H1 : ปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามด้าน สถานศึกษาเดิม ของนักศึกษาที่ แตกต่างกัน มีระดับต่อการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน การวิเคราะห์ผลใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA (F - test)) ซึ่งก าหนดระดับนัยส าคัญที่ .05 ตารางที่ 4.13 การวิเคราะห์ความแตกต่างทางปัจจัยส่วนสถานภาพด้านสถานศึกษาเดิมกับการรับรู้ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ (n = 397) แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 0.37 1 .037 .177 .675 ภายในกลลุ่ม 82.199 395 .208 รวม 82.236 396 หมายเหตุ*** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .001 *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .01 *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05 จากตารางที่ 4.13 แสดงผลการวิเคราะห์ความแตกต่างทางด้านสถานศึกษาเดิมกับการรับรู้ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ภาพรวมพบว่า ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านสถานศึกษาเดิม ที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่ไม่แตกต่างกัน (F = 1.77 , Sig = .675)


53 สมมติฐานที่ 1.3 ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านระดับการศึกษา ที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน H0 : ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัยใน ตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน H1 : ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ความมีวินัยใน ตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน การวิเคราะห์ผลใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA (F - test)) ซึ่งก าหนดระดับนัยส าคัญที่ .05 ตารางที่ 4.14 การวิเคราะห์ความแตกต่างทางปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านระดับการศึกษา กับความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ (n = 397) แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม .785 3 .262 .1263 .287 ภายในกลลุ่ม 81.451 393 .207 รวม 82.236 396 หมายเหตุ*** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .001 *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .01 *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05 จากตารางที่ 4.14 แสดงผลการวิเคราะห์ความแตกต่างทางด้านระดับการศึกษากับความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ ภาพรวมพบว่า ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกันส่งผล ต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่ไม่แตกต่างกัน (F = 1.263 , Sig = .287) สมมติฐานที่ 1.4 ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านคณะที่สังกัดของนักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับ การรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน H0 : ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านคณะที่สังกัดของนักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน H1 : ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านคณะที่สังกัดของนักศึกษาที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน การวิเคราะห์ผลใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA (F - test)) ซึ่งก าหนดระดับนัยส าคัญที่ .05


54 ตารางที่ 4.15 การวิเคราะห์ความแตกต่างทางปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านคณะที่สังกัด กับความมีวินัยใน ตนเองของนักศึกษาใหม่ (n = 397) แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 7.136 11 .651 3.340 .000*** ภายในกลลุ่ม 75.072 385 .195 รวม 82.236 396 หมายเหตุ*** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .001 *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .01 *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05 จากตารางที่ 4.15 แสดงผลการวิเคราะห์ความแตกต่างทางด้านคณะที่สังกัด กับความมีวินัยใน ตนเองของนักศึกษาใหม่ ภาพรวมพบว่า ปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านคณะที่สังกัดที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่แตกต่างกัน (F = 33.40 , Sig = .000)


ตารางที่ 4.16 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์รายคู่ ระหว่างคณะที่สังกัด สังกัด คณะ ผลต่างค่าเฉลี่ยระหศศ. วท. บธ. วศ. คอกลุ่ม I Mean 4.01 3.78 4.09 3.93 4.0ศศ. 4.01 .23 -.08 .07 -.0(.982) (1.00) (1.00) (1.0วท. 3.78 -0.31 -0.16 -0.2(.701) (.998) (.92บธ. 4.09 0.15 0.0(.912) (1.0วศ. 3.93 -0.1(.99คอ. 4.05 ทค 3.92 ทสม. 3.96


กับความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ (n = 397) ว่าง 2 กลลุ่ม Mean Difference (I-J) กลุ่ม J อ. ทค ทสม. สถ. ศก. ทก. พยาบาล กพบ. 05 3.92 3.96 4.26 3.71 4.38 3.86 3.88 04 .09 .05 -.25 .30 .37 .15 .13 00) (1.00) (1.00) (.990) (.824) (.845) (1.00) (1.00) 27 -0.14 -0.18 -0.48 0.07 -0.6 -0.08 -0.1 26) (1.00) (.998) (.625) (1.00) (.248) (1.00) (1.00) 03 0.17 0.13 -0.17 0.38 -0.29 0.23 0.21 00) (.993) (.998) (.999) (.227) (.946) (1.00) (1.00) 12 0.01 0.01 -0.02 -0.33 0.23 -0.44 0.07 99) (1.00) (1.00) (.890) (.936) (.484) (1.00) (1.00) 0.13 0.1 -0.21 0.34 -0.33 0.19 0.18 (1.00) (1.00) (.998) (.621) (.930) (1.00) (1.00) -0.04 -0.34 0.21 -0.46 0.06 0.05 (1.00) (.939) (.992) (.655) (1.00) (1.00) -0.3 0.25 -0.42 0.1 0.08 (.05)* (.904) (.707) (1.00) (1.00) 55


ตารางที่ 4.16 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์รายคู่ ระหว่างคณะที่สังกัด สังกัด คณะ ผลต่างค่าเฉลี่ยระหศศ. วท. บธ. วศ. คอกลุ่ม I Mean 4.01 3.78 4.09 3.93 4.0สถ. 4.29 ศก. 3.71 ทก. 4.38 พยาบาล 3.86 กพบ. 3.88 หมายเหตุ *** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .001 ** มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .01 *จากตารางที่ 4.16 แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างตามความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ พบว่า มีกลุ่มที่อายุที่แตกต่างกันอยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์กับคณะเทคโนโลยี


กับความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ (n = 397) (ต่อ) ว่าง 2 กลลุ่ม Mean Difference (I-J) กลุ่ม J อ. ทค ทสม. สถ. ศก. ทก. พยาบาล กพบ. 05 3.92 3.96 4.26 3.71 4.38 3.86 3.88 0.55 -0.12 0.4 0.38 (.329) (1.00) (.992) (.985) -0.67 -0.15 -0.17 (.048)* (1.00) (1.00) 0.52 0.5 (.937) (.891) -0.2 (1.00) * มีระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05 มค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธี LSD ของปัจจัยส่วนสถานภาพ ด้านคณะที่สังกัด ส่งผลต่อ ย่างมีระดับนัยส าคัญที่ .05 มีจ านวน 2 คู่ ได้แก่ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนกับ การเกษตร 56


ตาราง 4.17 ตารางสรุปการทดสอบสมมุติฐาน ระหว่างปัจจัยส่วนสถานภาพกับระดับความรับรู้ความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ ปัจจัยส่วนสถานภาพ แตกต่างกัน (ยอมรับ) ไม่แตกต่างกัน (ไม่ยอมรับ) เพศ สถานศึกษาเดิม ระดับผลการเรียน คณะที่สังกัด จากตาราง 4.17 ผลการสรุปการทดสอบสมมุติฐาน ระหว่างปัจจัยส่วนสถานภาพกับระดับความรับรู้ความ มีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ พบว่า ปัจจัยส่วนสถานภาพด้าน เพศ สถานศึกษาเดิม และระดับผลการเรียนมี ระดับความรับรู้ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ไม่แตกต่างกัน ส่วนคณะที่สังกัด มีระดับความรับรู้ความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน 57


บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง “ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรีจัดท าขึ้นเพื่อ 1.) เพื่อศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี 2.) เพื่อเปรียบเทียบความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจ าแนก ตามเพศ คณะ และสถานศึกษาเดิม 3.) เพื่อศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ โดยรวมและ รายด้าน 6 ด้าน ได้แก่ 1) ความรับผิดชอบ 2) ความเชื่อมั่นในตนเอง 3) ความเป็นผู้น า 4) ความอดทน 5) ความซื่อสัตย์ 6) ความเสียสละ ผลการศึกษาสามารถสรุปได้ ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างด้านประชากรศาสตร์ สรุปผลได้ดังนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง จ านวน 262 คน คิดเป็นร้อยละ 66.00 สถานศึกษา เดิมอยู่ในสายสามัญ จ านวน 315 คน คิดเป็นร้อยละ 79.30 มีระดับผลกาเรียนอยู่ในช่วง 3.01 – 3.50 จ านวน 173 คน คิดเป็นร้อยละ 43.60 และสังกัดอยู่ในคณะบริหารธุรกิจ จ านวน 100 คน คิดเป็นร้อยละ 25.20 ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างด้านความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มี 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) ความรับผิดชอบ 2) ความเชื่อมั่นในตนเอง 3) ความเป็นผู้น า 4) ความอดทน 5) ความ ซื่อสัตย์ 6) ความเสียสละ 2.1 ผลการวิเคราะห์ด้านความรับผิดชอบ ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมาก มีค่าเฉลี่ย 3.48 เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด ในเรื่องของ ข้าพเจ้าท างานตามที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้แล้วเสร็จและทันส่งตามเวลาที่ก าหนดเสมอ มี ค่าเฉลี่ย 4.21 2.2 ผลการวิเคราะห์ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วย มาก มีค่าเฉลี่ย 3.81 เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด ในเรื่องของ ข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการกระท าสิ่งใด ๆ ได้ตามล าพัง มีค่าเฉลี่ย 3.85 2.3 ผลการวิเคราะห์ด้านความซื่อสัตย์ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.25 เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด ในเรื่องของ ข้าพเจ้ารู้สึกผิด เมื่อหยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มีค่าเฉลี่ย 4.46 2.4 ผลการวิเคราะห์ด้านความเป็นผู้น า ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมาก มีค่าเฉลี่ย 4.09 เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด ในเรื่องของ ข้าพเจ้าฟังเหตุผล ไตร่ตรอง และไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินและแก้ไขปัญหา มีค่าเฉลี่ย 4.25


59 2.5 ผลการวิเคราะห์ด้านความอดทน ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.30 เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด ในเรื่องของ ข้าพเจ้ายินดีรับฟังค าติเตียนจากสมาชิกในกลุ่ม เมื่อท างานไม่ส าเร็จตรงตามเป้าหมายด้วยความยินดีมี ค่าเฉลี่ย 4.37 2.6 ผลการวิเคราะห์ด้านความเสียสละ ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมาก มีค่าเฉลี่ย 4.10 เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยมากที่สุด ในเรื่องของ ข้าพเจ้ายินดีเสียสละที่นั่งบนรถโดยสารให้คนชรา เด็ก และสตรีที่มีครรภ์มีค่าเฉลี่ย 4.40 ส่วนที่ 3 ผลการทดสอบสมมติฐาน ผลสรุปการทดสอบสมมุติฐาน พบว่า สมมติฐานที่ 1 ปัจจัยด้านสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ สถานศึกษาเดิม ระดับผลการศึกษา และสังกัดคณะ ส่งผลต่อความมี วินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาจากสมมติฐานย่อยแต่ละสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านเพศที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความมีวินัย ในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ .05 ปัจจัยด้านสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านสถานศึกษาเดิมที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อ ความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ .05 ปัจจัยด้านสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านระดับผลการศึกษาที่แตกต่างกัน ส่งผล ต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ .05 ปัจจัยด้านสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านสังกัดคณะที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความ มีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ .05 5.2 อภิปรายผล จากการศึกษาปัจจัยส่วนสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม “ความมีวินัยในตนเองของ นักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี” ที่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ สุวรรณี ประดิษฐ (2562) ศึกษา สภาพและปัญหาการค้นคว้าวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบว่า ความพึงพอใจในการรับบริการของศิษย์เก่าที่มีต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี ประจ าปี 2562 จ าแนกตามเพศ อายุ ด้านการเพิ่มพูนความรู้ให้อย่างต่อเนื่อง ด้านการมีส่วน ร่วมกับเครือข่ายศิษย์เก่า ด้านสิทธิประโยชน์จากการเป็นศิษย์เก่า และด้านการรับบริการและ สิ่งอ านวย ความสะดวกที่เอื้อต่อศิษย์เก่า ไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อจ าแนกตามระดับการศึกษา และคณะที่สังกัด พบว่า ด้านความสัมพันธ์และช่องทางการสื่อสารระหว่างมหาวิทยาลัย คณะ หลักสูตรกับศิษย์เก่า ที่แตกต่างกัน กับระดับการศึกษาปริญญาโท อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ 0.05 สอดคล้องกับ กัมพล ดวงสีใส (2560) ศึกษาสภาพและปัญหาการค้นคว้าวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบว่า


60 นักศึกษาที่มีรูปแบบต่างกันและคณะต่างกันมีความคิดเห็นต่อสภาพและปัญหาการก าเนิดของเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรีที่แตกต่างกัน และนักศึกษาที่มีชั้นปีต่างกันมีความคิดเห็นต่อสภาพและปัญหาดังกล่าว กิจกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีไม่ต่างกันที่ระดับนัยส าคัญ 0.05 และBuacharoen and Somsatan (2022) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ พบว่า ความมีวินัยในตนเองของนักเรียน จ าแนก ตามระดับชั้นการศึกษา คณะที่สังกัด โดยรวมมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ไม่สอดคล้อง กับ ขจิตตา นพโสภณ (2562) ท าการเปรียบเทียบระดับความมีวินัยในตนเองของนักเรียน โรงเรียนบ้าน หนองขาหยั่ง สังกัดส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 จ าแนกระดับชั้นโดยรวม และรายด้านแตกต่างกัน 5.3 ข้อเสนอแนะส าหรับมหาวิทยาลัยฯ 1. ข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ 1.1 จากผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการเลี้ยงดูด้วยความรัก การสนับสนุน และสมเหตุสมผล มีผลอย่างมากต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษา ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครอง จึงควรดูแล และให้ ค าแนะน า และช่วยเหลือนักศึกษา รู้จักตักเตือน และให้อภัยนักศึกษาเมื่อท าผิด ชมเชย และชมนักศึกษา เมื่อท าดีให้ความเอาใจใส่และความอบอุ่นแก่นักเรียน และที่ส าคัญ พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรเป็นตัวอย่างที่ ดีให้กับนักศึกษา 1.2 จากผลการวิจัย พบว่า นักศึกษามีระดับการรับรู้วินัยในตนเองอยู่ในระดับมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความมีวินัยในตนเองให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ควรมี การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งใน และนอกห้องเรียนที่หลากหลาย เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนตนเอง ได้ รับผิดชอบ ได้แสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความมีวินัยในตนเองของนักศึกษา ต่อไป 1.3 จากผลการวิจัย มหาวิทยาลัยฯ ควรมีการจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมอื่น ๆ ในทางปฏิบัติการสร้างความสามัคคีในหมู่นักศึกษา การพัฒนาศักยภาพ และความรับผิดชอบจะส่งเสริม ความมีวินัยในตนเองให้ดียิ่งขึ้น 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อค้นพบที่สามารถน าไปเป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีวินัย ในตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป 2.2 ควรมีการสัมภาษณ์เชิงลึก ถึงแนวทางการพัฒนาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษากับผู้ มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ อาจารย์ผู้สอน พ่อแม่หรือผู้ปกครอง และนักศึกษา เพื่อหาข้อค้นพบที่สามารถ น าไปเป็นข้อมูลในการพัฒนาความมีวินัยในตนเองต่อไป


61 2.3 ควรมีการศึกษาวิจัยการสร้าง และพัฒนาแบบวัดคุณธรรมด้านความมีวินัยในตนเองอื่น ๆ เช่น แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตพฤติกรรมข้อความ 2.4 ควรจัดท าแผนพัฒนาวินัยในตนเอง และศึกษาและพัฒนาให้เป็นแบบจ าลองปัจจัยที่ ส่งผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษา 2.5 ควรมีการน ารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีวินัยในตนเอง ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่พัฒนาขึ้นไปใช้กับกลุ่มอื่น ๆ เพราะในแต่ละภูมิภาค มีภูมิหลังที่ต่างกัน


บรรณานุกรม กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, (2542). แนวคิดและทฤษฎีในการพัฒนาคุณธรรมที่เน้น ความมีวินัย และความเป็นประชาธิปไตย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด. กัมพล ดวงสีใส. (2560). สภาพและปัญหากิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. Retrieved from http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/handle/123456789/3602 กุลชา ศิรเฉลิมพงศ์. (2544). “แนวทางการพัฒนาความมีวินัยในตนเองของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ตอนต้นโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคมจังหวัดบุรีรัมย์.” ปริญญานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม, มหาวิทยาลัยขอนแก่น. จงกลณี ศิริสวัสดิ์. (2560). ปัญหาและแนวทางการพัฒนาวินัยในตนเองของนักเรียนโรงเรียนวัดหนอง กรับ จังหวัดระยอง สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา. จรัญ วิชาคุณ. (2559). โครงการสรางจิตสํานึกนิสิต มมส. งานวินัยนิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัย มหาสารคาม จันทรดี ถนอมคล้าย, (2539). และนิพนธ์ มหาบัณฑิต, (2561). การพัฒนาวินัยในตนเองด้านความ อดทนของเด็กปฐมศึกษาที่มีสติปัญญาแตกต่างกันด้วยวิธีการเล่านิทานประกอบหุ่นมือโดยมี การใช้คําถามระหว่างก่อนและหลังการเล่านิทาน ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. จิตวิทยาพัฒนาการ. กรุงเทพ. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร จันทรา พวงยอด. (2543). การพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชนมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียน พุทธจักรวิทยา โดยใชกิจกรรมและเทคนิคการประเมินผลจากสภาพจริง. ปริญญานิพนธ กศ.ม. (การวดผลการศึกษา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรนศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ชลลดา สอนศิริ. (2559). ความมีวินัยและแนวทางการเสริมสร้างความมีวินัยในตนเอง ของนักเรียน โรงเรียนหนองขาม (ไตรราษฎร์บ ารุง) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาชลบุรีเขต 3 วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.


ชัชชญา พีระธรณิศร์. (2559). การพัฒนากลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อยกระดับคุณธรรม จริยธรรม ของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ดุษฎี บัณฑิต). สาขาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ณรงค์ฤทธิ์ สมนึก. (2555). ความมีวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนวัง จันทร์วิทยา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. งานนิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ทัศนียา แสนทิพย์. (2559). การศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักเรียนนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง 4 สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1 วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา. ธีรเมธ เสาร์ทอง. (2561). ความมีวินัยในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4-6 โรงเรียนสตึก สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. นิดดา หงส์วิวัฒน์. (2541). วินัย รากฐานการพัฒนาเด็ก กรุงเทพ : แสงแดด, 2541. บุญชม ศรีสะอาด. (2555). วินัยในตนเองและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วารสารการวัดผลการศึกษา ปีที่ 14 ฉบับที่ 1 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. เบญญาภา หลวงราช. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร ปรีชา ธรรมา. (2546). วินัยแห่งตนในสารานุกรมศึกษาศาสตร์ฉบับที่ 26. กรุงเทพมหานคร : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปิยวรรณ พันธุ์มงคล. (2542). ผลของการใช้โปรแกรมการกํากับตนเองที่มีต่อการมีวินัยในตนเองและ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 . จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ. ปิยะ โพธิ์ไทรย์. (2563). การศึกษาปัญหาและแนวทางพัฒนาความมีวินัยของนักเรียนโรงเรียนบ้านสุ่ง เจริญ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 มหาวิทยาลัยบูรพา สาขาวิชาบริหารการศึกษา. ผะดากุล ปั้นลายนาค. (2544). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมความเป็นผู้นําของนักเรียนเตรียมทหาร. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.


พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 กรุงเทพฯ: นานมี บุ๊คส์พับลิเคชั่นส์. พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุต. โต.). (2539). วินัยเรื่องใหญ่กว่าที่คิด. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว. มนตรี วรรณศร. (2551). ความมีวินัยต่อตนเองของนักเรียนในโรงเรียนกฤษณาทวีวิทย์อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย วิทยานิพนธ์ ค.ม. เชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย. ลัดดาวรรณ ณ ระนอง. (2525). การทดลองใช้กิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีวินัยในตนเองบัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วิชัย วงศ์ใหญ่. (2541). กระบวนทัศน์ใหม่ : การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคล. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2551). การบริหารจัดการแนวพุทธ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ส านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. (2540). การเสริมสร้างวินัย: คู่มือแนวทางปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. ส าเนาว์ ขจรศิลป์. (2537). มิติใหม่ของกิจการนักศึกษา 1 : พื้นฐานและการบริการนักศึกษา. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. สุรางค์ วิเชียรพงษ์. (2555). “การศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (สถาวร) สังกัดเทศบาลเมืองบ้านบึง จังหวัดชลบุรี.” งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการ บริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. สุวรรณี ประดิษฐ. (2562). การศึกษาความพึงพอใจของศิษย์เก่าต่อการให้บริการ ของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีประจ าปี 2562.Retrieved from http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3881 สุวรีย์ จึงเจริญรัตน์. (2556). นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณลักษณ์ที่พึงประสงค์ด้านการมีวินัย ในตนเองใฝ่ เรียนรู้ มารยาทในสังคมและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนโรงเรียน อนุบาลระยอง (Unpublished Master's thesis). มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี. สุวิมล ว่องวาณิช. และนงลักษณ์ วิรัชชัย. (2552). ผลตามของรูปแบบการสอนเพื่อการสร้างเสริม สุขภาพที่มีต่อโมเดลโค้งพัฒนาการของความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของ นักศึกษาพยาบาล อรวรรณ พาณิชปฐมพงศ์. (2542). และนิพนธ์มหาบัณฑิต, (2561). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยบางประการกับความมีวินัยในตนเองของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เขตตลิ่งชัน. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (จิตวิทยาการศึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


อัญชิสา สุรีย์แสง. (2553). การใช้กิจกรรมพัฒนาความมีวินัยในตนเองของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนอรุณประดิษฐ จังหวัดเพชรบุรีมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยานิพนธ์ ปริญญาศิลปศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาชุมชน บั๊ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. Ausubel, David P. (1968) . Educational Psycological: A Cognitive View. New York: Holt Renechart and Winston, Inc. Buacharoen, P., & Somsatan, P. (2022). ปัจจัย ที่ มี ผล ต่อ ความ มี วินัย ใน ตนเอง ของ นักศึกษา มหาวิทยาลัย เทคโนโลยี ราช มงคล ล้าน นา เชียงใหม่. Dhammathas Academic Journal, 22(4), 1-14. English, H.B.and English A.C.A Comprehensive Dictionary of Psychology and Psychoanalytical Terms. Longman Green and Co; (1958) Good, Carter. V. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw Hill. Mussen, Paul H. and others. (1969). Child Development and Personality. 3rd ed. New York: Harper & Row. Yamane, taro (1976). Statistics: An introductory analysis. New York: Harper & Row


ภาคผนวก


แบบสอบถามการวิจัย เรื่อง การศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ค าชี้แจง แบบสอบถามนี้มีทั้งหมด 2 ตอน 1. แบบสอบถามฉบับนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงขอความร่วมมือจากนักศึกษา ชั้นปีที่ 1 ในการ ตอบแบบสอบถามที่ตรงกับความคิดเห็นของนักศึกษามากที่สุด ค าตอบของนักศึกษา จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะน าไปเป็นแนวทางการพัฒนาปรับปรุงกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความมีวินัยในตนเองให้แก่นักศึกษา 2. แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของผู้ตอบแบบสอบถาม ดังนั้นเพื่อความสมบูรณ์ ของข้อมูลโปรดตอบค าถามให้ครบทุกข้อ เพราะค าตอบที่สมบูรณ์เท่านั้นจึงจะน าไปใช้ประโยชน์ได้ ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. เพศ เพศชาย เพศหญิง 2. สถานศึกษาเดิม สายสามัญ สายอาชีพ 3. ระดับผลการเรียน น้อยกว่า 2.00 2.00 – 2.50 2.51 – 3.00 3.01 – 3.50 3.51 – 4.00 4. คณะที่สังกัด คณะศิลปศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์


คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะพยาบาลศาสตร์ คณะการแพทย์บูรณาการ ตอนที่ 2 ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2565 ค าชี้แจง โปรดท าเครื่องหมาย ลงในช่อง ( ) ที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด ความหมายของระดับความคิดเห็นต่อพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ 5 คะแนน หมายถึง ความมีวินัยในตนเองมากที่สุด 4 คะแนน หมายถึง ความมีวินัยในตนเองมาก 3 คะแนน หมายถึง ความมีวินัยในตนเองปานกลาง 2 คะแนน หมายถึง ความมีวินัยในตนเองน้อย 1 คะแนน หมายถึง ความมีวินัยในตนเองน้อยที่สุด ข้อที่ ข้อค าถาม ระดับความคิดเห็น มากที่สุด 5 มาก 4 ปานกลาง 3 น้อย 2 น้อยที่สุด 1 ด้านความรับผิดชอบ 1. ข้าพเจ้าท างานตามที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้ แล้วเสร็จและทันส่งตามเวลาที่ก าหนดเสมอ 2. หากชั่วโมงไหนที่ขาดเรียน ข้าพเจ้าจะติดตาม บทเรียนจากเพื่อนๆ ทันที 3. ข้าพเจ้าจะไปเรียนตามที่อาจารย์นัดหมายเพิ่มเติม ทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นวันหยุด 4. ข้าพเจ้าจะไม่น างานอื่น ๆ มาท าในขณะที่อาจารย์ ก าลังสอน 5. ข้าพเจ้ามักจะไปก่อนเวลาเสมอ เมื่อเพื่อนนัดติว หนังสือหรือกิจกรรมกลุ่ม


ข้อที่ ข้อค าถาม ระดับความคิดเห็น มากที่สุด 5 มาก 4 ปานกลาง 3 น้อย 2 น้อยที่สุด 1 ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง 1. ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นในตนเองเมื่อต้องออกไป น าเสนอรายงานหน้าผู้อื่น 2. ข้าพเจ้ามักจะซักถามข้อสงสัยจากอาจารย์ผู้สอน ในขณะเรียน 3. ข้าพเจ้าชอบแสดงความคิดเห็นเมื่อต้องท างานกลุ่ม หรือกิจกรรมกลุ่มร่วมกับเพื่อน 4. ข้าพเจ้าชอบเข้าร่วมท ากิจกรรมกับเพื่อนเสมอ โดยไม่เคอะเขิน 5. ข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการกระท าสิ่งใด ๆ ได้ตาม ล าพัง ด้านความซื่อสัตย์ 1. ข้าพเจ้าจะไม่ลอกหรือถามข้อสอบจากเพื่อนหากท า ข้อสอบไม่ได้ ถึงแม้อาจารย์ผู้คุมสอบจะไม่อยู่ 2. ข้าพเจ้าจะให้ความส าคัญในเรื่องการตรง ต่อเวลาเสมอ 3. ข้าพเจ้ารู้สึกผิด เมื่อหยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับ อนุญาต 4. หากข้าพเจ้าได้ให้ค าสัญญาและก็จะท าตามสัญญา 5. เมื่อข้าพเจ้าเก็บเงินหรือสิ่งของผู้อื่นได้ จะรีบแจ้ง หรือส่งคืนเจ้าของทันที ด้านความเป็นผู้น า 1. หากข้าพเจ้าเป็นผู้น ากลุ่มหรือผู้น ากิจกรรม ยินดีที่ จะเสียสละเวลาเพื่อท างานให้ดีที่สุด 2. ข้าพเจ้าไม่ใช้อ านาจของตนเองในฐานะผู้น ากลุ่ม เพื่อขัดขวางหรือบั่นทอนความคิดเห็นของเพื่อนใน กลุ่ม 3. ข้าพเจ้าวางตัวเป็นกลาง เมื่อต้องตัดสินเพื่อนที่ ขัดแย้งกันทางความคิด 4. ข้าพเจ้าฟังเหตุผล ไตร่ตรอง และไม่ใช้อารมณ์ใน การตัดสินและแก้ไขปัญหา


5. ข้าพจะเสนอความคิดเห็น และวิธีการ รูปแบบการ ด าเนินงานใหม่ๆ เสมอ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อที่ ข้อค าถาม ระดับความคิดเห็น มากที่สุด 5 มาก 4 ปานกลาง 3 น้อย 2 น้อยที่สุด 1 ด้านความอดทน 1. ข้าพเจ้าตั้งใจท าสิ่งต่าง ๆ ให้ส าเสร็จถึงแม้จะเจอ ปัญหาหรืออุปสรรคเพียงใด 2. ข้าพเจ้ายินดีรับฟังค าติเตียนจากสมาชิกในกลุ่ม เมื่อท างานไม่ส าเร็จตรงตามเป้าหมายด้วยความยินดี 3. ข้าพเจ้าควบคุมอารมณ์ตนเองได้แม้อยู่ใสถานการณ์ ที่กดดัน 4. ข้าพเจ้าจะไม่แสดงอาการไม่พอใจเมื่อถูกแซงคิว 5. ข้าพเจ้าจะปรับปรุง แก้ไขตนเองทันทีเมื่อพบว่ามี ข้อบกพร่องเกิดขึ้น ด้านความเสียสละ 1. ข้าพเจ้าบริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและ ผู้ยากไร้ 2. ข้าพเจ้ายินดีช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ โดยไม่ หวังสิ่งตอบแทน 3. ข้าพเจ้ายินดีเสียสละที่นั่งบนรถโดยสารให้คนชรา เด็ก และสตรีที่มีครรภ์ 4. ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะช่วยติวหนังสือให้เพื่อนที่เรียน ไม่เข้าใจ 5. ข้าพเจ้ามักจะช่วยอาจารย์จัดเตรียมงานหรือกิจกรรม ต่าง ๆ เสมอ


บันทึกข้อความ ส่วนราชการ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โทร.0 2549 3698 ที่ อว 0649.20/3794 วันที่ 14 ตุลาคม 2564 เรื่อง ขออนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือการวิจัย เรียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกัญญา แสงเดือน ด้วยนางสาวธัญวลัย ผาสุข ต าแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับปฏิบัติการ ก าลังด าเนินการวิจัย เรื่อง ศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจ านวน 1 เรื่อง กองพัฒนานักศึกษา ได้พิจารณาเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงขอความอนุเคราะห์จากท่านในการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความเหมาะสมของภาษา แบบสอบถาม และให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงเครื่องมือในการเก็บข้อมูล เพื่อท าการวิจัยต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐ แก้วสกุล) ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน ผู้อ านวยการกองพัฒนานักศึกษา


บันทึกข้อความ ส่วนราชการ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โทร.0 2549 3698 ที่ อว 0649.20/3794 วันที่ 14 ตุลาคม 2564 เรื่อง ขออนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือการวิจัย เรียน ดร.ลินัฐฎา กุญชรินทร์ ด้วยนางสาวธัญวลัย ผาสุข ต าแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับปฏิบัติการ ก าลังด าเนินการวิจัย เรื่อง ศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจ านวน 1 เรื่อง กองพัฒนานักศึกษา ได้พิจารณาเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงขอความอนุเคราะห์จากท่านในการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความเหมาะสมของภาษา แบบสอบถาม และให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงเครื่องมือในการเก็บข้อมูล เพื่อท าการวิจัยต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐ แก้วสกุล) ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน ผู้อ านวยการกองพัฒนานักศึกษา


บันทึกข้อความ ส่วนราชการ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โทร.0 2549 3698 ที่ อว 0649.20/3794 วันที่ 14 ตุลาคม 2564 เรื่อง ขออนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือการวิจัย เรียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกัญญา แสงเดือน ด้วยนางสาวธัญวลัย ผาสุข ต าแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับปฏิบัติการ ก าลังด าเนินการวิจัย เรื่อง ศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจ านวน 1 เรื่อง กองพัฒนานักศึกษา ได้พิจารณาเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงขอความอนุเคราะห์จากท่านในการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความเหมาะสมของภาษา แบบสอบถาม และให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงเครื่องมือในการเก็บข้อมูล เพื่อท าการวิจัยต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐ แก้วสกุล) ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน ผู้อ านวยการกองพัฒนานักศึกษา


บันทึกข้อความ ส่วนราชการ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โทร.0 2549 3698 ที่ อว 0649.20/3794 วันที่ 14 ตุลาคม 2564 เรื่อง ขออนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือการวิจัย เรียน นายสุรชัย รุ่งเรืองกุลวนิช ด้วยนางสาวธัญวลัย ผาสุข ต าแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับปฏิบัติการ ก าลังด าเนินการวิจัย เรื่อง ศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจ านวน 1 เรื่อง กองพัฒนานักศึกษา ได้พิจารณาเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงขอความอนุเคราะห์จากท่านในการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความเหมาะสมของภาษา แบบสอบถาม และให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงเครื่องมือในการเก็บข้อมูล เพื่อท าการวิจัยต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐ แก้วสกุล) ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน ผู้อ านวยการกองพัฒนานักศึกษา


ประวัติผู้วิจัย ชื่อ – นามสกุล ธัญวลัย ผาสุข วัน เดือน ปีเกิด 13 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2523 ที่อยู่ปัจจุบัน 96/2 หมู่ที่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก ต าบลล าผักกูด อ าเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110 สถานที่ท างาน กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ต าแหน่ง นักวิชาการศึกษา ระดับปฏิบัติการ ประวัติการศึกษา 2547 บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ประวัติการท างาน 2549 เจ้าหน้าที่ธุรการ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป 2550 - 2557 นักวิชาการศึกษา ฝ่ายแนะแนวการศึกษาและอาชีพ 2557 - 2562 นักวิชาการศึกษา ฝ่ายพัฒนาทักษะ วินัย และประสบการณ์นักศึกษา 2563 - ปัจจุบัน นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ฝ่ายกิจกรรมพัฒนานักศึกษา กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


Click to View FlipBook Version