8/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา แก้ไขความเสียหายดังกล่าว ภายในเวลาที่ ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ ถ้าผู้ให้บริการไม่ สามารถแก้ไขได้ ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดย ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่ เกิดขึ้นจากงานตามสัญญานี้ด้วย 3.9 ข้อ 4.7 หน้าที่ของผู้ให้บริการงานออกแบบ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้วเสร็จตาม เวลาที่กำหนดในข้อ 1 ผู้ให้บริการจะต้อง เสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ใน อัตราร้อยละ..................(...................) ของ วงเงินค่าจ้างตามข้อ 3 นับถัดจากวันครบ กำหนดในข้อ 1 จนถึงวันที่ผู้ให้บริการ ปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องครบถ้วน - ในลักษณะงานออกแบบ ไม่ควรมี ค่าปรับ - ขอตัดข้อสัญญาเรื่องค่าปรับออก ทั้งหมด ภาค ข. การควบคุมงาน 3.10 ข้อ 5.2 และ ข้อ 5.3 ข้อตกลงว่าจ้างงาน ควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ 5.2 ผู้ให้บริการจะต้องควบคุมงานให้ เป็นไปตามสัญญาจ้างก่อสร้าง และถูกต้อง ตามหลักวิชาการ และมาตรฐานวิชาชีพ ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ จะต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่างาน ตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จตาม แบบ และรายละเอียดประกอบแบบในภาค ก. ของสัญญานี้ ข้อ 5.3 ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง - เนื้อหาตามข้อ 5.2 ขาดความครบถ้วน และชัดเจน - ไม่มีเนื้อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ขอแก้ไขข้อความในข้อ 5.2 เป็นดังนี้ "ผู้ให้บริการจะต้องควบคุมงานให้เป็นไป ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง และถูกต้องตาม หลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่า งานตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ตามแบบและรายละเอียดประกอบแบบ ใน ภาค ก. ของสัญญานี้ ภายใต้กรอบ ร ะ ย ะ เ ว ล า ด ำ เ น ิ น ง า น โ ค ร งก า ร รายละเอียดปรากฏตามแผนการ ดำเนินงานของผู้ให้บริการในภาคผนวก" ขอเพิ่มข้อ 5.3 โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ "ผู้ให้บริการจะปฏิบัติงานตามสัญญา โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน โครงการรายละเอียดปรากฏตาม แผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการใน ภาคผนวก”
9/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 3.11 ข้อ 6 ค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างและการ จ่ายเงิน ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง - ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง - ขอเพิ่มข้อ 6 วรรคสุดท้าย โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้ - "กรณีที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติงาน อ ย ่ า ง ใ ด อ ย ่ า ง ห น ึ ่ ง เ พ ิ ่ ม เ ติ ม นอกเหนือจากที่ระบุในขอบเขตงาน ตามสัญญา เนื่องจากมีเหตุใด ๆ นอกเหนือจากการควบคุมของผู้ ให้บริการเกิดขึ้น และซึ่งผู้ให้บริการไม่ อาจคาดการณ์ล่วงหน้า หรือเนื่องจาก คู่สัญญาได้ตกลงเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขงานอันสืบเนื่องมาจากการ เรียกร้องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง ผู้ให้บริการ จะได้รับค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดย คำนวณตามอัตราเดียวกับที่ระบุใน เอกสารสรุปรายละเอียดค่าจ้างผู้ ให้บริการในภาคผนวก” - กรณีที่เกิดความล่าช้า และหรือ มีการ ขยายระยะเวลาโดยมิได้เกิดจาก ความผิดของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการ จะได้รับการขยายระยะเวลา และ ค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เบิก คืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตรา เดียวกับที่ระบุในเอกสารสรุป รายละเอียดค่าจ้างผู้ให้บริการใน ภาคผนวก” ข้อ 7.6 (1) หน้าที่ของผู้ให้บริการงาน ควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ 7.6 การควบคุมงานตามสัญญานี้ ผู้ ให้บริการมีหน้าที่ดังนี้ (1) จะต้องดำเนินการควบคุมงานตั้งแต่ วันที่ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงานจนกว่างานตาม สัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามสัญญา - ข้อ 7.6 ควรปรับแก้ไขข้อความให้ ชัดเจน ขอแก้ไขข้อความในข้อ 7.6 (1) เป็นดังนี้ “(1) จะต้องดำเนินการควบคุมงาน ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินงาน โครงการรายละเอียดปรากฏตาม แผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการใน ภาคผนวก" 3.12 ข้อ 7.8 หน้าที่ของผู้ให้บริการควบคุมงาน ก่อสร้าง ข้อ 7.8 ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ งานตามสัญญาจ้างก่อสร้าง อันเนื่องมาจาก การกระทำของผู้ให้บริการ ไม่ว่าโดยการ - ประโยคสุดท้ายเป็นส่วนเกินของหน้าที่ ของผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้าง ตัดประโยคสุดท้ายที่กำหนดว่า "และใน ส่วนที่เกี่ยวเนื่อง" ออก
10/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ละเลยต่อหน้าที่ หรือมิได้ใช้ความรู้ที่ เหมาะสมกับการควบคุมงาน หรือวิชาชีพ หรือมิได้ควบคุมตรวจสอบให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการดังกล่าวก็ตาม ผู้ให้บริการต้อง รีบหาทางแก้ไขให้เรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้ให้บริการเอง และถ้าผู้ให้บริการ หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วไม่แก้ไขให้เป็นที่ เรียบร้อย ในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่า จ้างมีสิทธิว่าจ้างผู้อื่นดำเนินการแทน โดยผู้ ให้บริการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเต็ม จำนวนทั้งในส่วนที่เกิดขึ้นโดยตรง และใน ส่วนที่เกี่ยวเนื่องอันเกิดจากความเสียหาย ดังกล่าวนั้นด้วย ข้อ 8 ค่าจ้างงานควบคุมงานกรณีผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลา ข้อ 8. วรรคหนึ่งในกรณีที่ผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลาตามสัญญา จ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้ รับจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตาม จำนวนวันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลา นั้นต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องเอาจากผู้ รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการในอัตราวันละ .................บาท (..............................) - ไม่มีการระบุระยะเวลาการชำระค่าจ้าง และสิทธิของผู้ให้บริการ ขอแก้ไขข้อความในข้อ 8. วรรคหนึ่ง เป็นดังนี้ "ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานล่วงเลย กำหนดเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตามจำนวน วันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลานั้น จากผู้ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างจะไปเรียกร้อง เอาจากผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการใน อัตราวันละ...............บาท (......................) หากผู้ให้บริการไม่ได้รับ ชำระค่าจ้างภายใน 60 วัน นับแต่วัน ได้รับใบแจ้งหนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับ การทำงานชั่วคราวหรือบอกเลิกสัญญา ได้" ภาค ค. ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป ข้อ 9 การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และ ค่าใช้จ่ายของงานออกแบบและควบคุมงาน ก่อสร้าง - ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติมระบุจำนวนเงินความรับผิดสูงสุด ของผู้ให้บริการ โดย ขอเพิ่มข้อ 9. วรรค สี่ โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ "โดยค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้ให้บริการ จะต้องชดใช้ตามสัญญานี้เป็นจำนวน ทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างตาม สัญญา"
11/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ข้อ 14 การระงับการทำงานชั่วคราวและ การบอกเลิกสัญญาไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการระบุรายละเอียดในเรื่องหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ 14.1 "ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมิได้ปฏิบัติหน้าที่ความ รับผิดชอบตามที่สัญญาระบุไว้ ผู้ ให้บริการจะมีหนังสือถึงผู้ว่าจ้างระบุ รายละเอียดถึงสาเหตุ และเหตุผลในการ ระงับการทำงานหรือขอเลิกสัญญา ถ้าผู้ ว่าจ้างมิได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ให้บริการ พอใจ ภายในระยะเวลา 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว นั้น ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการทำงาน หรือบอกเลิกสัญญาได้" เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ 14.2 "ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ สามารถปฏิบัติงานหรือยินยอมให้ไม่มี การปฏิบัติงานตามสัญญานี้ได้ทั้งหมด หรือแต่เพียงบางส่วน เนื่องจากเหตุ สุดวิสัยต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกินกว่า 60 วัน นับจากวันแจ้งเหตุสุดวิสัยตามข้อ 10 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิบอกเลิก สัญญาได้ โดยส่งคำบอกกล่าวไปยัง คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งล่วงหน้าเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า 15 วัน" 4. สภาสถาปนิก 4.1 ประเทศไทยมีอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำ - การปรับอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อให้มี คนที่มีความสามารถเข้ามาประกอบ วิชาชีพเกิดการพัฒนางานที่มีคุณภาพ มากขึ้น 1. การเพิ่มข้อกำหนดเกินความจำเป็น ควรมีการปรึกษาหารือ 2. สถาปนิก เป็นผู้รับจ้างออกแบบ ดังนั้นในสัญญางานด้านประเภทอื่น ควรแยกประเภทลักษณะงานให้ ชัดเจน เช่น งานฐานราก งาน ตรวจสอบที่ดิน และงานออกแบบ ตามราชการกำหนด เป็นต้น 3. ระบุสถาปนิกให้เป็นผู้ช่วยควบคุม งานก่อสร้าง 4. การกำหนดราคากลาง ควรระบุให้ ชัดเจนว่าผู้ที่ควบคุมงานก่อสร้างต้อง อยู่ในงานก่อสร้างตลอดเวลางาน ก่อสร้าง
12/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 5. การแบ่งเงินค่าจ้างต้องชัดเจน 6. งานบางประเภทต้องมีการระบุเงิน ค่าจ้าง เช่น งานตรวจแบบไม่มีใน งบประมาณ 4.2 การจ้างที่ปรึกษาใช้การประกวดราคา - ทำให้งานที่ปรึกษาด้อยคุณภาพ - ภาครัฐต้องเน้นงานที่ปรึกษาในการ พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคที่มี คุณภาพ 4.3 งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต เช่น งานตกแต่งไม่ควรพิจารณาจากการแข่งขัน ด้านราคา - ได้งานที่ด้อยคุณภาพ เพราะเป็นการ แข่งขันด้านราคา - ควรจะพิจารณาคัดเลือกจากข้อเสนอ ด้านเทคนิคเป็นหลัก 4.4 การกำหนดเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาไม่ สามารถทำงานได้จริงและไม่ชัดเจน เช่น - ระยะเวลา การทำงานที่ไม่สามารถทำได้ จริง - กติกาไม่ชัดเจน - การแบ่งงวดงาน งวดเงินไม่ชัดเจน - เงื่อนไขที่ระบุในสัญญาไม่สามารถ ทำงานได้จริงและไม่ชัดเจน - ควรกำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่ชัดเจน เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ 4.5 การตรวจรับงานไม่ได้แต่งตั้งผู้ตรวจรับงาน ที่มีความรู้ความเข้าใจในงาน ผู้ตรวจรับขาดความรู้ความเข้าใจในงาน ทำให้เกิดปัญหาของงาน - การแต่งตั้งผู้ตรวจรับงาน ควรจะมี ความรู้เข้าใจในงาน 5. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย 5.1 พรบ. จัดซื้อจัดจ้างเพื่อประโยชน์ของรัฐ แต่เพียงฝ่ายเดียว จึงเป็นสัญญาที่ไม่เป็น ธรรมขัดต่อหลักของ Good Governance ที่เป็นหลักสากล - เพื่อให้สอดคล้องกับการทำสัญญาที่ เป็นธรรมที่รัฐได้ประกาศไว้ และเป็นที่ ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นหลักการ ที่จำเป็นในการบริหารงานภาครัฐ - ให้รัฐอ้างอิง FIDIC ที่เป็นสัญญาที่เป็น ที่ยอมรับในระดับสากลเป็นต้นแบบ ของสัญญา ซึ่งสมาคมวิศวกรที่ปรึกษา แห่งประเทศไทย ได้ทำร่างคู่มือไว้ทั้ง หมดแล้ว 5.2 หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพียงลำพังได้ จึง ต้องส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนกับภาคเอกชน ที่มีความพร้อมมากกว่า - รัฐไม่มีความพร้อมในการรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงในทุกด้านทั้งด้านการ ลงทุน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ จะนำไปสู่ Netzero - ส่งเสริมการพัฒนาประเทศในรูปแบบ ของ PPP-Public Private Partnership อย่างเต็มที่ 5.3 สัญญาจ้างงานสถาปัตยกรรมรวมกับงาน วิศวกรรมทำให้มีนิติบุคคลเข้าร่วมเสนอ งานได้น้อยราย - เพื่อเปิดกว้างให้มีผู้เสนองานภาครัฐ ได้มากขึ้น - แยกสัญญาระบบงานวิศวกรรมออก จากงานระบบสถาปัตยกรรม 5.4 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขในระหว่างการ ก่อสร้าง - เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ ผู้ออกแบบในเมื่อมีการเพิ่มงานในการ แก้ไขแบบในระหว่างการก่อสร้าง - จะต้องมีข้อตกลงในเรื่องงานเพิ่มลด และแก้ไขแบบในระหว่างการก่อสร้าง 5.5 การกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบที่ ชัดเจน - ปัจจุบันงานระบบประกอบอาคารมี ความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ระบบ อัจฉริยะ อาคารเขียว อนุรักษ์พลังงาน - ให้มีการกำหนดขอบเขตของงานที่ ชัดเจน
13/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 5.6 งวดการจ่ายเงิน - งานภาครัฐมีงวดการจ่ายเงินเป็นพื้นที่ เป็นชั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับงาน และมี ขั้นตอนที่ล่าช้า - ควรมีงวดจ่ายเงินที่สอดคล้องกับ ความก้าวหน้าของงาน และมีขั้นตอน ในการอนุมัติที่เร็วกว่าเดิม 6. สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย 6.1 งานระบบไฟฟ้าเป็นงานที่ต้องการความ ปลอดภัย สำหรับผู้ทำงาน ผู้อยู่อาศัย บริษัทรับเหมางานต้องมีความเชี่ยวชาญ ตามลักษณะประเภทงาน - ไม่มีการกำหนดระดับบริษัทที่รับงาน ไฟฟ้าเครื่องกลตามความยากง่ายและ ลักษณะงาน 1. มีการกำหนดระดับบริษัทที่รับงาน ไฟฟ้า เครื่องกลตามความยากง่าย และลักษณะงาน 2.สมาคมฯ ได้จัดทำคู่มือ ต้องการให้ ภาครัฐสนับสนุนผลักดันให้ใช้ใน หน่วยงานต่าง ๆ ในระดับประเทศ เพื่อนำไปใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 3.สมาคมฯ มีการออกใบรับรองผู้รับจ้าง ผู้ปฏิบัติงาน ต้องการให้ภาครัฐ นำไปใช้เพื่อให้งานมีมาตรฐาน เดียวกัน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 6.2 ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานติดตั้งอุปกรณ์ ไฟฟ้าเครื่องกล ควรมีการกำหนดให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน - ไม่มีมาตรฐานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องกล 1.มีการกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 2.สมาคมฯ ได้จัดทำคู่มือต่าง ๆ ของงาน ติดตั้งเพื่อนำไปใช้เพื่อให้งานมี มาตรฐาน พิจารณาใช้มาตรฐาน เดียวกัน 6.3 สัญญาว่าจ้างไม่มีการระบุคุณสมบัติของ วิศวกรตามคุณวุฒิของสภาวิชาชีพ - บุคลากรไม่มีคุณภาพและคุณสมบัติ ตามวิชาชีพ - ระบุคุณสมบัติของวิศวกรตามคุณวุฒิ ของสภาวิชาชีพ 7. สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย 7.1 อัตราค่าจ้างบุคลากรต่ำ - ไม่เกิดการพัฒนาวิชาชีพ - สัญญาจ้างควรมีการแยกงาน สถาปนิกและวิศวกรที่ชัดเจน การ ปรับอัตราค่าจ้างให้เหมาะสม 7.2 ระเบียบในสัญญา - ไม่เหมาะสม - ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข 7.3 ปัญหาจากการใช้ดุลยพินิจ - ไม่ควรระบุการใช้ดุลยพินิจ - พิจารณาตามข้อเท็จจริงและ มาตรฐานตามวิชาชีพ 8. สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย 8.1 ปัญหาในข้อพิพาท สัญญาเอื้อประโยชน์ต่อ ผู้ว่าจ้าง 1. เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้รับจ้างราย ย่อย 2. เป็นปัญหาในการทำงาน 1. สัญญาจ้าง เป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างราย ใหญ่และรายย่อยสามารถเข้าถึงได้มี การระบุลักษณะประเภทของงานที่ ชัดเจน 2. การระบุระยะเวลาการตรวจรับงาน 3. ระบุปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและ ระยะเวลาแก้ไขที่เหมาะสม
14/14 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 8.2 สัญญาไม่เป็นธรรมระหว่างบริษัทใหญ่และ บริษัทเล็ก - มีปัญหาในการทำงานและบริษัทเล็ก ไม่ได้รับความเป็นธรรม - มีการแยกสัญญาย่อยของงานแต่ละ ประเภทให้ชัดเจน 8.3 ไม่ชัดเจนในการจัดความเสี่ยงของงานและ ผู้รับผิดชอบในงานต่าง ๆ - มีปัญหาระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัท เล็ก - ระบุความเสี่ยงของงานแต่ละประเภท 8.4 งานก่อสร้างมีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องมาก ควรมีการแยกลักษณะงานเฉพาะที่มีความ ซับซ้อน - มีปัญหาในการทำงานและทำให้งาน ล่าช้า ไม่เสร็จตามเวลา - มีการระบุลักษณะงานเฉพาะที่มีความ ซับซ้อนให้ชัดเจน หมายเหตุ : ประเด็นปัญหา ให้อ้างอิง พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 (ถ้ามี)
1/10 สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน” วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom ณ ห้องบอร์ดรูม ชั้น 4 อาคาร วสท. จัดโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยากร นางสาวสุธาสินี ศรีมานะศักดิ์ นิติกรชำนาญการ กรมบัญชีกลาง นางสาวทักษพร รักอยู่ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนา กรมบัญชีกลาง นางสาวอาภรณ์ โชติชื่น นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง พล.อ.ต.ม.ล.ประกิตติ เกษมสันต์ อดีตนายกสภาสถาปนิก วาระ ปี 2561 – 2565 นายนิเวศน์ วะสีนนท์ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทย นายเทิดศักดิ์ พ่วงจินดา อุปนายกในประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ผู้ดำเนินรายการ ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธานคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สรุปประเด็นหลัก ปัญหา สัญญาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน 1. เกณฑ์การคัดเลือก อัตราค่าจ้างและความซับซ้อน 2. สัญญางานออกแบบที่ไม่เป็นธรรม 3. ขอบเขตงานที่ไม่ชัดเจน ไม่เป็นตามมาตรฐานและไม่เหมาะสมกับค่าจ้าง 4. การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ 5. อัตราค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญออกแบบ 6. วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษาผู้ออกแบบโครงการ 7. การงดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายเวลาการปฏิบัติงานออกแบบ 8. ปัญหาขอบเขตของงานในเชิงปริมาณและในเชิงคุณภาพ ผลการเสวนาปัญหาสัญญาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานในวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566 มีปัญหาในด้านต่าง ๆ ในประเด็นหลักโดยสรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนา ได้ดังนี้
2/10 สรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนา สัญญาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 1. สภาสถาปนิก 1.1 เกณฑ์ราคาในการคัดเลือก ราคาต่ำ อาจได้งานที่ไม่มีความ เหมาะสม ใช้เกณฑ์คุณภาพในการคัดเลือก 1.2 งานซับซ้อนและซับซ้อนมาก ไม่มีการะบุชัดเจน ควรมีการระบุประเภทและลักษณะงาน ที่มีความซับซ้อนและซับซ้อนมาก 1.3 ขอบเขตงานในการจ้างออกแบบ ไม่ชัดเจน ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตาม วัตถุประสงค์ ต้องมีการศึกษาที่ชัดเจนก่อนมากำหนด ขอบเขตงานออกแบบ 1.4 งานจ้างที่ปรึกษาและงานออกแบบ ไม่ควรรวมด้วยกัน ควรแยกงานออกแบบออกจากงาน ที่ปรึกษา จ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาโครงการก่อน และใช้ผลของการศึกษามากำหนด ขอบเขตในการจ้างออกแบบ 1.5 การกำหนดมาตรฐานของงานทั้งด้าน คุณภาพและปริมาณ กำหนดมาตรฐานไว้ไม่ชัดเจนทำให้ ได้งานคุณภาพต่ำเกินไปหรือผู้ว่าจ้าง มาเข้มงวดกับผู้รับจ้าง ทำให้งาน มีคุณภาพสูงเกินกว่าเหตุ ต้องพิจารณาว่ามาตรฐานของงาน ประกอบด้วยอะไรบ้าง หรือไม่ต้องมี อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ระบุไว้ใน TOR 1.6 การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ บางครั้งไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน พิจารณาจากลักษณะงานเพื่อกำหนด คุณสมบัติผู้ออกแบบมีระดับคุณวุฒิและ ประสบการณ์ให้เหมาะสมกับงาน 1.7 งบประมาณการจ้าง ราคากลาง บางครั้งไม่เหมาะสมกับเนื้องาน อัตราค่าจ้างตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2560 และ 2562 กำหนดประโยชน์ ของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างไว้อย่างชัดเจน ควรพิจารณาค่าจ้างให้มีความเหมาะสม กับเนื้องาน เช่น ระยะเวลาทำงาน ต้นทุนของงาน การเหมารวม 1.8 สัญญางานจ้างออกแบบและงานควบคุม งาน งานออกแบบและงานควบคุม แตกต่างกัน ควรแยกสัญญางานจ้างออกแบบออก จากงานควบคุมงาน 1.9 การส่งมอบงาน คณะกรรมการผู้ตรวจรับงานใช้ เวลานาน ควรระบุระยะเวลาการตรวจรับงานให้ ชัดเจน 1.10 การรับประกันผลงานออกแบบ การกำหนดระยะเวลารับประกัน ผลงาน เช่น กำหนดระยะเวลา รับประกันจนกระทั่งก่อสร้างเสร็จ หรือหลังการเริ่มใช้งานไปแล้วเป็น เวลากี่ปี ถ้าระยะเวลายืดเยื้อออกไป ผู้ออกแบบมีการยกเลิกสัญญาแล้ว เสนอให้มีการประกันภัยทางวิชาชีพเพิ่ม เข้ามาใน TOR ว่าผู้ออกแบบต้องมีการ ประกันภัยทางวิชาชีพเพิ่มขึ้นมาด้วย
3/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ใครจะเป็นคนรับผิดชอบซึ่งเป็น ปัญหาที่ต้องแก้ไข 1.11 สัญญาจ้างต้องมีความเป็นธรรม - ระบุงานให้มีความชัดเจน - ไม่ใช่ลักษณะสัญญาที่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์หรือได้ ประโยชน์ - งานออกแบบแต่ละงานต้องระบุให้ ชัดเจนว่าสถาปนิกต้องทำอะไร วิศซกร ต้องทำอะไร - เป็นสัญญาที่คู่สัญญาได้ประโยชน์ทั้งคู่ และเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย 1.12 วิธีการคัดเลือกต้องเชิญอย่างน้อย 3 ราย ทำการแข่งขันและเลือกผู้ชนะ 1 ใน 3 ราย ผู้ให้บริการที่ได้รับการคัดเลืออาจ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ควรมีการปรับปรุงหรือทบทวนกติกา เรื่อง “การคัดเลือกว่าจะทำอย่างไร” 2. สมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.1 การกำหนดระยะเวลาในการประกวด แบบ โครงการขนาดใหญ่เปิดประกวดแบบ ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับ ผู้เข้าร่วมการประกวดแบบ ควรจะมีการกำหนดระยะเวลาให้ สอดคล้องกับขนาดของโครงการ 2.2 ในสัญญาระบุว่าเพื่อผลประโยชน์ของรัฐ เป็นที่ตั้ง สร้างความไม่เป็นธรรม ต้องแก้ไขเป็น “เพื่อประโยชน์ของ ประเทศเป็นหลัก” 2.3 การกำหนดคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ มีการกำหนดคุณวุฒิการศึกษา วิสัยทัศน์ที่อาจทำให้ได้คุณภาพ ของคนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ในการควบคุมงาน ควรกำหนดคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญให้ เหมาะสมกับงานในด้านประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ 2.4 กรรมสิทธิ์แบบกำหนดว่ากรรมสิทธิ์ใน แบบเป็นของราชการเท่านั้น งานเอกชนกรรมสิทธิ์ในแบบ คนละครึ่งกับผู้ออกแบบ ควรมีการปรับปรุงแก้ไข 2.5 ใบประกันผลงานที่ระบุใน TOR ใน โครงการใหญ่ ทำให้บริษัทเล็ก ๆ ไม่มีโอกาสรับงาน โครงการขนาดใหญ่ มีการแยกการประกวดแบบออกเป็น โครงการเล็ก ๆ หลายสัญญา จะทำให้มี งานหลากหลายขึ้น บริษัทเล็ก ๆ มี โอกาสได้รับงาน มีประสบการณ์ในการ ทำงาน 3. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 3.1 สัญญาจ้างออกแบบ ถ้าสิ่งใดหรือการอันหนึ่งอันใดที่มิได้ระบุ ไว้ในรายการละเอียดแนบท้ายสัญญานี้ แต่เป็นการอันจำเป็นต้องทำเพื่อให้งาน แล้วเสร็จบริบูรณ์ถูกต้องหรือบรรลุผล ตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญานี้ที่ปรึกษา ต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดยไม่คิดเอา เป็นงานนอกเหนือสัญญาโดยไม่ได้รับ ค่าจ้าง ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่าย เสนอตัดส่วนที่หน่วยงานเขียนเพิ่ม “ที่ปรึกษาต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดย ไม่คิดเอาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือ ค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น” ออก
4/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือค่าตอบแทน เพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น 3.2 ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้งความ เสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดยส่วนที่ เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก งานตามสัญญานี้ด้วย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “และโดยส่วนที่ เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากผลงานตามสัญญานี้ด้วย” ออก 3.3 ๔.๕ ระหว่างดำเนินการออกแบบตาม สัญญาภาค ก. ผู้ว่าจ้างอาจขอให้ผู้ ให้บริการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียด เล็กน้อยในส่วนที่ไม่กระทบต่อโครงสร้าง สำคัญ และเป็นไปตามมาตรฐานงาน ก่อสร้างที่ผู้ให้บริการได้ส่งมอบตามงวด งานในสัญญาแล้ว โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพิ่มอีก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีก” ออก 3.4 ๔.๗ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้ว เสร็จตามเวลาที่กำหนดในข้อ ๑ ผู้ให้บริการจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ .................(.............) ของวงเงินค่าจ้าง ตามข้อ ๓ นับถัดจากวันครบกำหนดใน ข้อ ๑ จนถึงวันที่ผู้ให้บริการปฏิบัติตาม สัญญาถูกต้องครบถ้วน ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เสนอให้ตัดข้อ 4.7 3.5 กระบวนการอนุมัติและตรวจรับงาน - บางหน่วยงานมีกระบวนการ ขั้นตอนในการตรวจรับงานมาก และ ไม่กำกับควบคุมการอนุมัติ หรือตรวจ รับงานให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการที่ได้ตกลงกันไว้ - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด ให้ความเห็นเพิ่ม ปรับแก้ไขในงานที่มี การตรวจรับหรืออนุมัติในเรื่องนั้นไปแล้ว - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด ให้ความเห็นให้ทำงานนอกขอบเขต ของงานตีความกว้าง ไม่ชัดเจน ให้ ทำงานเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ - นับระยะเวลาการตรวจงาน อนุมัติงาน ของกรรมการตรวจการจ้าง หักออก จากวันทำงานของที่ปรึกษาหรือผู้ ให้บริการ (หรือกำหนดจำนวนวันที่ เหมาะสมในแต่ละงาน เช่น 7 วัน) - ควรกำหนดรองประธานฯ ทำหน้าที่ แทนประธานฯ ในกรณีที่ประธานฯ ไม่ สามารถปฏิบัติงานในเวลาตามกำหนดใน แผนงานได้ - ลดหลักประกันสัญญาเหลือร้อยละ 5 เนื่องจากได้มีให้จัดทำ PI (Professional Indemnity Insurance) รับผิดชอบ
5/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด มีความเห็นไม่ตรงกัน ตัดสินใจล่าช้า - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด มีจำนวนมาก หรือหลากหลายด้าน เกินความเหมาะสม ตัดสินใจล่าช้า (ควรกำหนดจำนวนให้เหมาะสมกับ แต่ละประเภทงาน) ครอบคลุมงานออกแบบอยู่แล้ว เพื่อลด ค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน และให้มีสภาพคล่อง - อำนวยความสะดวกในการปรับลด หลักประกันสัญญาตามช่วงเวลามูลค่า การให้บริการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว - ลดประกันผลงานลงเหลือ ร้อยละ 5 - ในกรณีที่โครงการไม่สามารถ กำหนดเวลาแล้วเสร็จสมบูรณ์ที่แน่นอน เนื่องจากมีการผูกประกันผลงานไว้กับ รายงาน EIA หรือกรณีอื่น ๆ ควรแบ่ง จ่ายเงินประกันผลงานบางส่วน - พิจารณาระยะเวลาการประกันผลงาน ของผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ไปอ้างอิงยึดกับระยะเวลาการ รับประกันผลงานของผู้รับจ้าง (2 หรือ 3 ปี) - พิจารณาออกใบรับรองผลงานของ ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ไป อ้างอิงยึดกับระยะเวลาการรับประกัน ผลงานของผู้รับจ้าง (2 หรือ 3 ปี) 3.6 ปัญหาสัญญาจ้างออกแบบและควบคุม งานก่อสร้าง 1) งบประมาณในการจ้างออกแบบและ ควบคุมงาน มีการกำหนดเป็นอัตราร้อย ละในกฎกระทรวง “กำหนดอัตราค่าจ้าง ผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุม งานก่อสร้าง พ.ศ. 2562” ไม่มีการ กำหนดอัตราของงานบริหารโครงการ (PMC) 2) การกำหนดราคากลางของงาน ควบคุมงานจะมีการกำหนดสัดส่วนของ ค่าตอบแทนบุคลากรและค่าใช้จ่ายตรง เป็นสัดส่วนร้อยละ เช่น งานควบคุมงาน ก่อสร้าง ค่าตอบแทนบุคลากรร้อยละ - การตั้งงบประมาณค่าจ้างหรือ ค่าบริการในหลายโครงการค่อนข้าง ต่ำกว่าหลักเกณฑ์หรือระเบียบ สามารถจ้างได้ - อัตราค่าจ้างที่ปรึกษา ผู้ออกแบบที่ ใช้ในปัจจุบันต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงของ เงินเดือนหรือค่าจ้างของที่ปรึกษา ที่ใช้ในการดำเนินงาน - หน่วยงานของรัฐหลายแห่งไม่ได้ใช้ เปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างตาม ระเบียบการจ้างออกแบบและ ควบคุมงาน 2562 - ราคากลางไม่ครอบคลุมขอบเขตงาน - กำหนดอัตราของงานบริหารโครงการ (PMC) ให้ชัดเจน - ให้หน่วยงานของรัฐใช้ราคากลางของ งานควบคุมงาน ตามประกาศหลักเกณฑ์ ราคากลาง การจ้างที่ปรึกษา - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้ สอดคล้องกับขอบเขตงานตาม วัตถุประสงค์ของโครงการส่วนเพิ่มเติม ราคากลางต่อหน่วยบางรายการ ไม่เหมาะสมกับเนื้อตาม TOR เช่น การฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่า สำรวจทางวิศวกรรม - กำหนดค่าใช้จ่ายงาน EIA ช่วงเข้า สผ. ให้แก่ที่ปรึกษา
6/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 85-90 ค่าใช้จ่ายตรงร้อยละ 15-10 ตาม ประกาศหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ ปรึกษา - งาน EIA เจ้าของงานไม่ได้คิด ค่าใช้จ่ายช่วงเข้า สผ. ให้ที่ปรึกษา - การเรียกร้องขอพัสดุที่มีมูลค่าสูง เกินราคาในสัญญามาก เนื่องจาก ระบุคุณสมบัติไม่ชัดเจน รวมทั้งเพิ่ม บางรายการที่ไม่มีอยู่ใน TOR - อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำ - กำหนด Charge Rate (อัตราค่าจ้าง ต่อเดือน) ของสำนักงบประมาณ ให้ สอดคล้องการจ้างงานในตลาด - หน่วยงานภาครัฐควรปรับอัตราค่าจ้าง ที่ปรึกษาให้สะท้อนกับค่าจ้างในปัจจุบัน เพราะหลักเกณฑ์ที่ใช้ไม่เคยได้รับการ ปรับราคาทั้งที่ตอนนี้ ค่าใช้จ่าย ค่าแรง เงินเฟ้อขึ้นมาหลายรอบแต่วงเงิน ที่ปรึกษากลับเท่าเดิม - การคิดราคาจ้างที่ปรึกษา จำเป็นต้อง ปรับราคาค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับ การจ้างงานจริง เพื่อเป็นฐานในการคิด ราคางบประมาณอย่างเป็นธรรม - งานที่ไม่ระบุในขอบเขตงาน แต่ จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้โครงการ เสร็จสมบูรณ์ ควรมีการเจรจาต่อรอง ให้เพิ่มค่าจ้างได้ - กรณีที่มีการแก้ไขแบบหรือรายงาน ภายหลังการตรวจรับงานแล้ว ควรมี การเจรจาให้จ่ายค่าดำเนินการเพิ่มเติมได้ - กรณีข้อกำหนดให้ส่งมอบพัสดุที่ไม่มี ระบุคุณสมบัติที่ชัดเจนไม่ควรเรียกร้อง ขอพัสดุส่งมอบที่มีมูลค่าเกินกว่าราคา ในสัญญามาก และไม่ควรเรียกร้องบาง รายการไม่มีอยู่ใน TOR โดยอ้างว่าเป็น อุปกรณ์จำเป็นประกอบ - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้ สอดคล้องกับขอบเขตงานตาม วัตถุประสงค์ของโครงการส่วนเพิ่มเติม 3.7 วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบ โครงการ ไม่เป็นธรรมและ ไม่ชัดเจนในรายละเอียด - ความไม่เป็นธรรมในการให้คะแนน พิเศษเพิ่มเข้าไปกับสถาบันการศึกษา ที่เข้ามาแข่งขัน - การจ้างตรงกับสถานที่ สถาบันการศึกษาโดยตรงไม่ผ่าน ขั้นตอนการคัดเลือกที่ปรึกษา - สถาบันการศึกษาต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนเหมือนกับบริษัทที่ปรึกษาใน การเข้าแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษาตาม ขั้นตอนการคัดเลือกที่ปรึกษา - รายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมินให้ คะแนน
7/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ ผู้ออกแบบโครงการไม่มีรายละเอียด ที่ชัดเจน - ไม่ควรมีการนำเกณฑ์ด้านราคามา พิจารณาแข่งขันในการจ้างที่ปรึกษา หรือออกแบบ (ปัจจุบันในวิธีการ คัดเลือกฯ ของหลาย ๆ หน่วยงานมีการ นำมาใช้ให้น้ำหนักมากถึง 30%) - หน่วยงานภาครัฐมีการใช้วิธีการจ้าง แบบเฉพาะเจาะจงกับสถาบันหรือ องค์กร หรือมหาวิทยาลัยในงานที่ ปรึกษาออกแบบ ซึ่งขัดกับระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ เป็นการไม่ส่งเสริมการแข่งขันของ บริษัทที่ปรึกษา - ในกรณีผู้ออกแบบทำงานร่วมกัน ขอให้กำหนดนิยามกิจการค้าร่วม (Consortium) เอาไว้ใน TOR ด้วย 3.8 ขอบเขตของงาน (TOR) ที่ระบุใน TOR มีปัญหาในหลายงาน - งานขออนุญาตเข้าพื้นที่ก่อสร้างใน พื้นที่สาธารณะที่มีความยุ่งยากใช้ เวลานานเป็นอุปสรรคต่องานอื่น และ เป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น - การเบิกเงินค่าจ้าง - การกำหนดงวดเงินออกแบบ - การกำหนดคุณสมบัติและจำนวนของ บุคลากรหลัก บุคลากรสนับสนุนไม่ สอดคล้องกับงาน - การจัดงบประมาณ - ขอบเขตงานมากเกินกว่าวัตถุประสงค์ ของโครงการ - งานส่วนเพิ่มเติมจาก TOR - การเปลี่ยนแปลงเพิ่มขอบเขตของงาน เพิ่มเนื้อหาด้วยวาจาหรือเปลี่ยนแปลง ตามนโยบายรัฐบาล - ขอบเขตงานกว้างไม่ชัดเจน เช่น ใช้คำว่า อย่างน้อย หรือไม่น้อยกว่าหรืองานอื่น ๆ - มีต้นทุนในการดำเนินงานสูง ไม่ สามารถควบคุมบริหารงานให้เป็นไป ตามแผนงาน - งวดงานที่ระบุจะเบิกได้ค่อนข้างช้า - งบจัดจ้างค่อนข้างต่ำเทียบกับ ขอบเขตงาน - เพิ่มงานเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายของ ผู้ให้บริการแต่ไม่ได้ค่าจ้างเพิ่ม - การเบิกเงินงวดสุดท้ายล่าช้าเพราะ ขึ้นอยู่กับการเห็นชอบรายงานการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม - การใช้เวลานานในการประมูล โครงการเพื่อให้ได้ผู้รับจ้าง แต่ไม่ได้ พิจารณาเงินเพิ่มให้ที่ปรึกษา - ขอบเขตงานไม่ระบุรายละเอียด ชัดเจนเป็นการเพิ่มภาระผู้รับจ้าง - การตีความตามดุลยพินิจของ ผู้ตรวจรับงาน ส่งผลต่อระยะเวลา และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น - การกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน ในงานประเภทต่าง ๆ เพื่อลดภาระของ ผู้ให้บริการ - การจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับ ปริมาณงานและกำหนดงวดการเบิกจ่าย ให้เหมาะสมกับงาน - จัดงบประมาณโครงการมีเงินส่วน เผื่อขาดโครงการเพื่อเพิ่มค่าจ้างกรณี มีงานเพิ่มเติม - กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อส่งมอบรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้กับเจ้าของโครงการและเจ้าของ โครงการเห็นชอบแล้ว สามารถเบิก เงินงวดสุดท้ายได้ ส่วนการสนับสนุน เจ้าของโครงการในช่วงการพิจารณา ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาเห็นชอบให้ถือเป็น งานบริการภายหลังการออกแบบ
8/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ โครงการ - ขอบเขตงานมากกว่าราคากลาง เช่น งานสำรวจภูมิประเทศ สำรวจธรณีวิทยา สำรวจจราจร เป็นต้น - ปัญหาการกำหนดเงื่อนไขการเบิก เงินงวดสุดท้ายขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ (กก.วล.) ก่อน - การกำหนดจำนวนวันตามสัญญา แต่เนื้อหากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเข้าไป เช่น จนกว่าจะประกาศผลผู้ชนะ การคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง - ให้ที่ปรึกษาออกแบบต้องรอการ ประมูลคัดเลือกผู้รับจ้าง ถ้าไม่ได้ผู้รับจ้าง ก่อสร้างภายในระยะเวลา.... ปี จะยกเลิกสัญญางวดเงินส่วนที่เหลือ - ขอบเขตงานที่ศึกษาและออกแบบ รายละเอียดกว้างและไม่ระบุ รายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ระบุเพียง แต่ว่างานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระบุให้ ที่ปรึกษาสนับสนุนการดำเนินการของ หน่วยงานจนการก่อสร้างแล้วเสร็จ - สภาพหน้างานที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากใช้ระยะเวลาหลายปีจะเริ่ม งานก่อสร้าง ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ แต่ที่ปรึกษาไม่ได้รับเงินเพิ่ม - เสนอปรับปรุงสัญญาจ้างออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงสัญญา มาตรฐานก่อสร้างเพื่อให้มีความสอดคล้อง กัน ทั้งผู้รับจ้างก่อสร้าง ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงานก่อสร้างในคราว เดียวกัน - ทบทวนอัตราค่าจ้างออกแบบ รวมถึง กำหนดรายละเอียดค่าจ้างออกแบบ ของงานแต่ละประเภทให้ชัดเจน เนื่องจากหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้าง ที่ปรึกษาฯ ประกาศใช้เมื่อเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2556 ครบ 10 ปี แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการปรับปรุงเห็นควรที่ หน่วยงานภาครัฐทั้งกรมบัญชีกลาง สำนักบริหารหนี้สาธารณะ และสำนัก งบประมาณได้พิจารณาปรับปรุงให้ เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจ เพื่อให้อาชีพวิศวกรได้รับแรงจูงใจด้าน อัตราค่าจ้าง ทัดเทียมกับวิชาชีพอื่น ๆ ที่ได้ปรับขึ้นไปตามค่าครองชีพเป็น ระยะ ๆ แล้ว - เสนอให้มีการจัดทำขอบเขตมาตรฐาน (TOR) สำหรับงานจ้างออกแบบและ ควบคุมงานก่อสร้างของงานประเภท ต่าง ๆ โดยกรมบัญชีกลางเป็นเจ้าภาพ ร่วมจัดทำแบบขอบเขตมาตรฐาน ร่วมกับ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงบประมาณ เพื่อให้ได้ผลงาน ออกแบบที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อ ส่วนรวม และหน่วยงานของภาครัฐ สภาวิชาชีพ และองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ เช่น สภาวิศวกร สภาสถาปนิก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่ง ประเทศไทย (วปท.) สมาคมสถาปนิก
9/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข สยามฯ (อาษา) สมาคมอุตสาหกรรม ก่อสร้างไทยฯ 3.9 การกำหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษา/ ผู้ออกแบบ - ต้องรอช่วงประกันผลงานของ ผู้รับเหมาก่อสร้าง - ไม่สอดคล้องกับงานทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ - ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ในโครงการ - กำหนดคุณสมบัติสูงเกินความจำเป็น - กำหนดคุณสมบัติในลักษณะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงเกินไป - คุณสมบัติของผู้ออกแบบ การออก ใบรับรองผลงานจากหน่วยงานสามารถ ใช้ผลงานที่แล้วเสร็จได้ ไม่ต้องรอช่วง ประกันผลงานของผู้รับเหมาก่อสร้าง - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ต้องสอดคล้องกับงาน ทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ บางทีหน่วยงานกำหนด โดยใช้งบประมาณเป็นหลัก - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ควรกำหนดคุณวุฒิและปีประสบการณ์ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับตำแหน่ง หน้าที่ในโครงการ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผู้จัดการโครงการ และผู้เชี่ยวชาญด้าน ต่าง ๆ ถ้ากำหนดปีประสบการณ์น้อย เกินไปจะมีแนวโน้มว่าไม่สามารถดำเนิน โครงการได้สำเร็จ - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ สูงเกินความจำเป็น/ความต้องการของ งานที่จะดำเนินการ ยกตัวอย่าง เช่น คุณสมบัติของที่ปรึกษาในงานควบคุมงาน บางตำแหน่งไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็น วุฒิการศึกษาปริญญาโท และต้องมี จำนวนปีประสบการณ์สูง (โดยการกำหนด เป็นเกณฑ์ “ต้องไม่น้อยกว่า....”) - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ ในลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจง เกินไป จะทำให้มีปัญหาในลักษณะ การตีความ หรือกีดกันการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม 3.10 การงดหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลาการ ปฏิบัติงานออกแบบ ในกรณีที่มีเหตุเกิด จากความผิดหรือความบกพร่องของ ผู้ว่าจ้างหรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจาก พฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้ให้บริการที่ ประเด็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการ แก้ไขต้องไม่มีค่าปรับ ควรจะมีการแก้ไขไม่มีค่าปรับ และการ พิจารณาควรจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
10/10 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือเหตุอื่น ตามที่กำหนดของกระทรวง การงดหรือ ลดค่าปรับหรือขยายกำหนดเวลาทำงาน ตามวรรคหนึ่งอยู่ในดุลยพินิจของผู้ ว่าจ้างที่จะพิจารณาตามที่เห็นสมควร 3.11 ปัญหาขอบเขตงานในเชิงปริมาณ งาน ออกแบบ DD ที่ออกแบบในขั้นตอน FS หรือดำเนินการต่อจากงาน FS มักจะมี การเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานที่ต้อง ดำเนินการทั้งในทางที่เพิ่มขึ้นหรือในทาง ลดลง - กรณีเปลี่ยนแปลงในทางลดลง ผู้ว่าจ้าง ก็จะลดค่าจ้างหรือค่าบริหารงาน ออกแบบลง หรือเพิ่มเติมปริมาณงาน ในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้ ผู้ว่าจ้างเสียประโยชน์ - กรณีปริมาณเพิ่มขึ้นจากขอบเขตงาน ตามสัญญา ที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบ จะไม่สามารถคิดค่าจ้างเพิ่มเติมได้ - ควรจะพิจารณากำหนดขอบเขตงาน ให้มีปริมาณงานตามที่จะดำเนินการ งานออกแบบ - กรณีปริมาณงานเพิ่มเติมควรจะต้องมี งบประมาณเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่ เพิ่มขึ้น 3.12 ปัญหาขอบเขตของงานในเชิงคุณภาพ - มีขอบเขตงานบางประเภทที่ไม่มีความ ชัดเจนในเชิงคุณภาพหรือความต้องการ ที่แท้จริงในผลลัพธ์หรืองานที่จะส่งมอบ หรือมีการขอให้ดำเนินการในเชิงคุณภาพ ที่สูงเกินกว่าที่กำหนดในขอบเขตงาน - บางงานในขอบเขตงานไม่ได้กำหนดไว้ หรือกำหนดไว้ไม่ชัดเจน หรือเจ้าของงาน ต้องการความละเอียดที่มากกว่าที่กำหนด ไว้ในขอบเขตงาน - ทำให้มีงานมากกว่าขอบเขตงาน ที่ระบุไว้ - ทำให้ผู้ให้บริการมีค่าใช้จ่าย โครงการเพิ่มขึ้นจากงบของโครงการ - มีการตีความหรือให้นิยามในด้าน คุณภาพที่แตกต่างกันของคณะกรรมการ ตรวจรับ - การกำหนดขอบเขตงานในเชิงคุณภาพ ให้ชัดเจน และดำเนินการงานเชิง คุณภาพตามที่ระบุไว้ใน TOR - การให้นิยามของการออกแบบ การ ออกแบบระดับหน่วยงานหรือคณะ กรรมการฯ ของแต่ละโครงการทำความ เข้าใจในเชิงคุณภาพให้มีมาตรฐานและ เป็นในทิศทางเดียวกัน
1/14 สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา ครั้งที่ 3 เรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง” ในงานวิศวกรรมแห่งชาติณ ห้อง MR109 CD ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. จัดโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยากร นายสามารถ แสงรินทร์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ กรรมการจรรยาบรรณ สภาวิศวกร นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายชวลิต จันทรรัตน์ นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย นายนิเวศน์ วะสีนนท์ อุปนายกสมาคมสถาปนิก สยามแห่งประเทศไทย นายอนันต์ พ่วงสมจิตต์ กรรมการ สภาสถาปนิก นางกรกช คุณาลังการ นายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย นายมังกร ชัยเจริญไมตรี นายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย นายบุญศักดิ์ เกียรติจรูญเลิศ นายกสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ผู้ดำเนินรายการ ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธานคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สรุปประเด็นหลัก ปัญหา สัญญาการก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง 1. สัญญาระหว่างรัฐและบริษัทเอกชน เป็นสัญญาไม่เป็นธรรมเพราะเป็นสัญญาที่เอื้อประโยชน์กับ ภาครัฐ 2. รูปแบบสัญญาที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นสัญญาที่ไม่เป็นมาตรฐานสากล 3. เงินค้ำประกันผลงาน มีอัตราสูงเกิน 4. การกำหนดระยะเวลาการทำงาน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง 5. ราคากลาง ไม่เหมาะสมตามขอบเขตงานใน TOR 6. วิธีการคัดเลือกผู้ควบคุมงานก่อสร้างไม่เป็นธรรม และไม่ชัดเจนในรายละเอียด
2/14 7. สัญญาจ้างออกแบบควบคุมงานก่อสร้างและสัญญาก่อสร้าง ไม่เป็นมาตรฐานสากลและไม่มี ความสอดคล้องกัน 8. อัตราค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้าง ไม่เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจ 9. ควรมีการจัดทำขอบเขตมาตรฐาน (TOR) สำหรับงานจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างของงาน ประเภทต่าง ๆ ผลการเสวนา “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้างและการ ควบคุมงานก่อสร้าง” ในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มีปัญหาด้านต่าง ๆ ในประเด็นหลัก โดยสรุป ปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนาได้ดังนี้ สรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนา ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้อง 109CD ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 1. สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 1.1 สัญญาระหว่างรัฐและบริษัทเอกชน ไม่เป็นธรรมเพราะสัญญาเอื้อ ประโยชน์กับภาครัฐ - ควรมีการแก้ไขสัญญาที่เป็นธรรมกับ ทั้งสองฝ่าย - สมาคมก่อสร้างไทยได้จัดทำสัญญา มาตรฐานสำหรับงานก่อสร้าง ส่งให้ หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องพิจารณา เพื่อนำมาใช้ในสัญญา 1.2 การใช้ดุลยพินิจ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน ควรใช้การพิจารณาตัดสินจากข้อเท็จจริง ตามหลักทางวิชาการ 1.3 การแก้ไขสัญญาก่อสร้าง ไม่เป็นธรรม - สัญญาต้องมีความชัดเจน เช่น กรณีเกิด ความคลาดเคลื่อนจากแบบ ไม่ควรให้ ผู้รับเหมาเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเดียว - ราชการควรมีข้อกำหนดต่อผู้ออกแบบ ให้มีความรับผิดชอบจากความคลาด เคลื่อนที่เกิดขึ้นจากแบบ 1.4 ความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ การจัดซื้อ จัดจ้างเกิดขึ้นเนื่องจาก ปัญหาสุดวิสัย ไม่มีความชัดเจนในสัญญา ทำให้ ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบ - รัฐต้องมีการระบุในสัญญาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย - การใช้สัญญา FIDIC เพื่อให้เกิดความ เป็นธรรมกับ ทั้งสองฝ่าย แต่ทางราชการยังมีความ กังวลในการนำมาใช้
3/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 1.5 ความล่าช้าของงานจากปัญหาต่าง ๆ เกิดผลกระทบต่อผู้รับเหมาหลักและ ผู้รับเหมาย่อย หน่วยงานรัฐต้องมีการกำหนดมาตรฐาน และแนวทางในการจัดการปัญหาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 1.6 การไม่ได้รับเงินค่าจ้างกรณีมีการ ฟ้องร้อง ผู้รับเหมาทั้งหมดจะไม่ได้รับเงิน ค่าจ้างจนกว่ามีการตัดสิน ควรจัดตั้งกองทุนสำหรับโครงการ โดย ผู้ว่าจ้างโอนเงินเข้ากองทุน เพื่อไว้ใช้ใน การแก้ไขกรณีเกิดการฟ้องร้อง 2. นายกสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย 2.1 สัญญารับเหมางานระบบที่เป็นสัญญา กับผู้รับเหมาหลัก เกิดปัญหาในการทำงานและการ เบิกจ่ายทำให้งานล่าช้า ให้ผู้รับเหมางานระบบฯ ทำสัญญา โดยตรงกับเจ้าของโครงการ โดยทั้งสอง ฝ่ายถือเป็นคู่สัญญาตามกฎหมาย 2.2 การหักคืนเงิน Advance จากมูลค่า การเบิกจ่ายค่าผลงานแต่ละงวด ไม่ควรเกินอัตราการจ่ายเงิน Advance กรณีมีการจ่ายเงิน Advance 10 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าสัญญาอัตราการหักคืน ก็ไม่ควรเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ 2.3 การหักเงินประกันผลงาน มีอัตราสูงเป็นภาระต่อผู้รับเหมา อัตราการหักเงินประกันผลงานจากมูลค่า การเบิกจ่ายค่าผลงานในแต่ละงวด ไม่ควร เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ 2.4 เจ้าของโครงการตัดรายงานวัสดุใน BOQ ไปดำเนินการเองภายหลัง เซ็นสัญญา กระทบต่อแผนการเงินของผู้รับเหมา งานระบบฯ เนื่องจากมูลค่าสัญญา ลดลง เจ้าของโครงการไม่ควรตัดรายการวัสดุใน BOQ ไปจัดซื้อเอง 2.5 การหักคืนเงิน Advance ค่าอุปกรณ์ หลัก (Main Equipment) ทั้งที่มีการ ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เป็นภาระต่อผู้รับเหมางานระบบ และไม่เป็นธรรม ควรให้ผู้รับเหมางานระบบฯ เบิกค่า อุปกรณ์หลัก (Main Equipment) เฉพาะ ค่าวัสดุตามราคาใน BOQ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำอุปกรณ์หลักนั้นวางบน แท่นเครื่องแล้ว ยอดที่เบิกไม่ควรหักคืน เงิน Advance และหักเงินประกันผลงาน 2.6 การกำหนดหรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อตัดลดยอดเบิกเงินงวด เป็นภาระต่อผู้รับเหมางานระบบ ให้ผู้รับเหมางานระบบฯ เบิกเงินงวด (Interim Payment) ตามผลงานที่ทำได้ จริง (Work Progress) อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่กำหนดหรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อตัดลดยอดเบิก 2.7 ฐานราคาต่อหน่วยของค่าแรงติดตั้งไม่ สอดคล้องกับราคาในตลาดแรงงาน มีฐานราคาต่อหน่วยต่ำกว่า ตลาดแรงงาน ขอปรับฐานราคาต่อหน่วยใน BOQ สำหรับค่าแรงติดตั้งงานระบบฯ ให้ ทันสมัยสอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ำและ การจ้างงานจริงในตลาดแรงงาน สำหรับ การยื่นประมูลโครงการใหม่ 2.8 การตั้งเกณฑ์ให้เบิกเป็นเปอร์เซ็นต์ ตามผลงาน ไม่สอดคล้องกับสภาพเป็นจริง ควรให้เบิกค่า Preliminaries ตามความ เป็นจริง ไม่ควรตั้งเกณฑ์ให้เบิกเป็น %
4/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ตามผลงาน เนื่องจากงานระบบฯ ในช่วง เริ่มต้นจะมีแต่งานวาง Sleeve ซึ่งมีมูลค่า น้อยมาก 2.9 ค่าปรับตามสัญญา มีอัตราค่าปรับสูงเกินไป อัตราค่าปรับตามสัญญาไม่ควรเกิน 0.1% ของมูลค่าสัญญาต่อวัน และค่าปรับสูงสุด ต้องไม่เกิน 10% ของมูลค่าสัญญา 2.10 การนำวิธีการ Prime Cost Rate มา ใช้ในการทำสัญญาจ้างงานระบบ วิธีการดังกล่าวเป็นการสร้าง ข้อจำกัดให้กับผู้รับเหมางานระบบ มากเกินไป ควรทบทวนการนำวิธีการ Prime Cost Rate หรือ PC Rate มาใช้ในการทำ สัญญางานระบบฯ 2.11 การขยายระยะเวลาทำงาน เป็นปัญหาในการทำงานของ ผู้รับเหมา ควรพิจารณาขยายระยะเวลาการทำงาน ตามสัญญา (EOT) ตามที่ผู้รับเหมางาน ระบบฯ ร้องขออย่างเป็นธรรม 2.12 ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขยายสัญญา ผู้รับเหมาไม่ได้รับความเป็นธรรม ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การขยายเวลา (Prolongation Costs) ตามที่ผู้รับเหมางานระบบฯ ขอเบิกอย่าง เป็นธรรม 2.13 กระบวนการ BIM สำหรับงานระบบ ประกอบอาคาร ไม่มีการดำเนินการประสานงาน ร่วมกัน กระบวนการ BIM (Building Information Modeling) สำหรับงาน ระบบประกอบอาคาร เจ้าของโครงการ ต้องส่งมอบ Model งานระบบฯ ที่สร้าง โดยผู้ออกแบบและผ่านขั้นตอนการอนุมัติ แบบ Combine ระหว่างงานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ งานตกแต่งภายในจน ปราศจาก Major Clash เป็นที่เรียบร้อย แล้ว เพื่อให้ผู้รับเหมางานระบบฯ สามารถ นำไปใช้การพัฒนาระบบความละเอียด Model ต่อได้จริง 2.14 การนับระยะเวลาการรับประกัน ผลงาน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ให้ถือว่าการแล้วเสร็จของงานในลักษณะ Practical Completion จะไม่รวมงาน แก้ไข Defects และเมื่อออก Certificate of Practical Completion แล้ว ให้เริ่ม นับระยะเวลาการรับประกันผลงาน (Maintenance Period) 2.15 การจ่ายค่าจ้างภายในระยะเวลาที่ กำหนดในสัญญา ปัญหาความล่าช้า ต้องจ่ายค่าจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนด ในสัญญา (Terms of Payment) การ จ่ายค่าจ้างล่าช้า หรือไม่จ่ายค่าจ้างจะมี
5/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ผลกระทบต่อการทำงานตามสัญญา และ จะกลายเป็นข้อพิพาทฟ้องร้อง 2.16 การคืนเงินประกันผลงาน ปัญหาความล่าช้า ต้องคืนเงินประกันผลงาน คืนหนังสือค้ำ ประกันของธนาคารให้แก่ผู้รับเหมางาน ระบบฯ ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา 3. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.1 เงินค้ำประกันสัญญา มีอัตราสูงเป็นภาระต่อผู้รับจ้าง ควรกำหนดอัตราที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระ ต่อผู้รับจ้าง 3.2 การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร หลัก บุคลากรเสริม - กำหนดคุณสมบัติสูงเกินความ จำเป็น - คุณสมบัติไม่สอดคล้องกับหน้าที่ ในโครงการ - กำหนดคุณสมบัติบางตำแหน่ง เจาะจงเกินไป - ควรกำหนดคุณสมบัติของบุคลากรให้ สอดคล้องกับงานทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ 3.3 การให้คะแนน - ความไม่เป็นธรรมในการให้ คะแนนพิเศษเพิ่มเข้าไปกับ สถาบันการศึกษาที่เข้ามาแข่งขัน - เกณฑ์การให้คะแนนไม่ชัดเจน - กำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่ โปร่งใสและเป็นธรรม 3.4 คณะกรรมการตรวจรับ - มีจำนวนกรรมการหลายท่าน ทำ ให้การตรวจรับงานช้า - กรรมการขาดความรู้ความเข้าใจ ในโครงการ - กำหนดจำนวนกรรมการตรวจรับให้ เหมาะสมและเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจใน โครงการ - กำหนดระยะเวลาการตรวจรับให้ ชัดเจน 3.5 งานสำรวจด้านวิศวกรรม (ธรณีวิทยา และการตรวจสอบคุณสมบัติทางด้าน ปฐพีกลศาสตร์) ไม่ควรรวมกับงานในสัญญา ผู้จ้างเป็นผู้รับผิดชอบแยกการว่าจ้าง ต่างหาก 4. สภาสถาปนิก 4.1 การเปลี่ยนแปลงหรือการเพิ่มงาน เป็นปัญหาผู้รับจ้าง เป็นภาระ ค่าใช้จ่าย - ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มงาน หรือ - การระบุในสัญญาให้มีการเพิ่มค่าจ้าง ตามงานที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มขึ้น 4.2 คณะกรรมการมีหลายชุด ทำให้เกิดปัญหากับงานและ ความล่าช้า ควรปรับคณะกรรมการให้น้อยชุด และ ประกอบด้วยผู้รู้เข้าใจในงาน ทำงาน ต่อเนื่อง 4.3 ความต้องการที่ไม่เหมือนกันแต่ละ หน่วยงาน มีการปรับแก้ไขแบบเป็นภาระต่อผู้ รับจ้าง เจ้าของงานควรมีผู้จัดการโครงการที่ ประสานงานและเข้าใจความต้องการของ
6/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข แต่ละหน่วยงานเพื่อนำมาให้ผู้รับจ้าง ทำงานได้ตามต้องการ 4.4 คณะกรรมการมีจำนวนคนมากเกินไป เกิดปัญหาขาดการจัดการที่ดี แต่งตั้งหัวหน้าโครงการหรือประธาน กรรมการต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เกี่ยวกับงาน 4.5 เวลาในการประมูลมีจำกัด งานมีหลากหลายด้านต้องใช้เวลาใน การทำข้อเสนอ การกำหนดเวลาให้เหมาะสมกับขนาด โครงการ 4.6 ราคากลางตามขอบเขตงานใน TOR มีโอกาสทำได้และทำไม่ได้ ควรพิจารณาการกำหนดราคากลาง ต้อง เหมาะสมตามขอบเขตงานใน TOR 5. สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย 5.1 ระยะเวลาการทำงาน ผลกระทบจาก ความล่าช้าของงานอื่น ๆ งานภูมิสถาปัตย์เป็นงานขั้นตอน สุดท้าย ควรมีการระบุในสัญญาเพื่อพิจารณา ระยะเวลาการทำงานภูมิสถาปัตย์เป็นไป ตามข้อเท็จจริง 5.2 การคิดราคางานรวมกับงานประเภท อื่น แยกประเภทงานตามลักษณะงาน และสภาพพื้นที่ การพิจารณากำหนดราคาต่อหน่วย ตาม ที่ตั้งโครงการสภาพดิน และต้นไม้ เป็นต้น 5.3 การคิดราคาต่อหน่วย ในปัจจุบันคิดราคาแบบเหมาจ่าย การคิดราคาต้องคำนึง - การเตรียมพื้นที่ - การปรับปรุงดิน - การขนส่ง เป็นต้น 6. สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย 6.1 ปัญหาเรื่องสัญญา ความล่าช้าของงานก่อนหน้าเป็น ปัญหาของผู้รับเหมางานตกแต่ง ภายในที่เป็นงานหลังงานอื่น - ขอให้แยกสัญญาผู้รับเหมาตกแต่ง ภายในต่างหากจากสัญญาผู้รับเหมาหลัก - มีการประมูลงานแยกกัน 6.2 BOQ การกำหนดประเภทงาน ไม่ชัดเจน BOQ มีการกำหนดตามประเภทและ ลักษณะงานให้ชัดเจน 6.3 ความชัดเจนของ TOR - ไม่ชัดเจน ขอบเขตงานและ คุณสมบัติ - ผู้รับเหมาตกแต่งภายในเข้าทำงาน พร้อมผู้รับเหมาหลัก แต่ไม่มีค่าจ้าง - ควรกำหนดงานและคุณสมบัติผู้ควบคุม งานตกแต่งภายในให้ชัดเจน - การระบุเวลาและเงินค่าจ้างให้ผู้รับเหมา ตกแต่งภายในที่มีการเริ่มงาน พร้อม ผู้รับเหมา 6.4 ปัญหาการขยายสัญญา ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ควรมีการระบุในสัญญาให้กำหนดค่าจ้าง ผู้ควบคุมงานตกแต่งภายใน ในกรณีขยาย สัญญา 6.5 การคิดราคางาน คิดอัตราเดียวกับงานออกแบบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่สะท้อน ความเป็นจริง ควรคิดราคางานตกแต่งภายในที่สะท้อน ความเป็นจริง
7/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 6.6 การปรับเปลี่ยนงานเจ้าของงาน เนื่องจากงานก่อสร้างล่าช้า ทำให้ เจ้าของงานปรับเปลี่ยนงานตามเวลา ที่ล่าช้า เพิ่มงานและภาระค่าใช้จ่าย - เจ้าของงานไม่ควรปรับเปลี่ยนงาน หลังจากเซ็นสัญญา 6.7 ปัญหาไม่ได้หนังสือค้ำประกัน สัญญาคืน ผูกกับผู้รับเหมาเมื่อผู้รับเหมาทิ้งงาน ไม่ได้หนังสือค้ำประกันสัญญาคืน ควรจะแยกหนังสือค้ำประกันสัญญาแต่ละ งาน หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะได้มีการ พิจารณาตามข้อเท็จจริง 7. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 7.1 สัญญาจ้างออกแบบ ถ้าสิ่งใดหรือการอันหนึ่งอันใดที่มิได้ ระบุไว้ในรายการละเอียดแนบท้าย สัญญานี้ แต่เป็นการอันจำเป็นต้องทำ เพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ถูกต้อง หรือบรรลุผลตามวัตถุประสงค์แห่ง สัญญานี้ที่ปรึกษาต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดยไม่คิดเอาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นงานนอกเหนือสัญญาโดยไม่ได้ รับค่าจ้าง ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่าย เสนอตัดส่วนที่หน่วยงานเขียนเพิ่ม “ที่ปรึกษาต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดยไม่ คิดเอาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือ ค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น” ออก 7.2 ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้งความ เสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดยส่วน ที่เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากงานตามสัญญานี้ด้วย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “และโดยส่วนที่เกี่ยวเนื่อง กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลงานตาม สัญญานี้ด้วย” ออก 7.3 ๔.๕ ระหว่างดำเนินการออกแบบตาม สัญญาภาค ก. ผู้ว่าจ้างอาจขอให้ผู้ ให้บริการเปลี่ยนแปลงแก้ไข รายละเอียดเล็กน้อยในส่วนที่ไม่ กระทบต่อโครงสร้างสำคัญ และ เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่ ผู้ให้บริการได้ส่งมอบตามงวดงานใน สัญญาแล้ว โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีก” ออก 7.4 ๔.๗ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้ว เสร็จตามเวลาที่กำหนดในข้อ ๑ ผู้ให้บริการจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตรา ร้อยละ .................(.............) ของ วงเงินค่าจ้างตามข้อ ๓ นับถัดจากวัน ครบกำหนดในข้อ ๑ จนถึงวันที่ผู้ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เสนอให้ตัดข้อ 4.7
8/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ให้บริการปฏิบัติตามสัญญาถูกต้อง ครบถ้วน 7.5 ๗.๘ ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น แก่งานตามสัญญาจ้างก่อสร้าง อัน เนื่องมาจากการกระทำของผู้บริการ ไม่ว่าโดยการละเลยต่อหน้าที่ หรือมิได้ ใช้ความรู้ที่เหมาะสมกับการควบคุม งานหรือวิชาชีพ หรือมิได้ควบคุม ตรวจสอบให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังกล่าวก็ตาม ผู้ให้บริการต้องรีบหา ทางแก้ไขให้เรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้ให้บริการเอง และถ้าผู้ให้บริการ หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วไม่แก้ไขให้เป็น ที่เรียบร้อยในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิว่าจ้างผู้อื่นดำเนินการ แทน โดยผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายเต็มจำนวนทั้งในส่วน ที่เกิดขึ้นโดยตรง และในส่วน ที่เกี่ยวเนื่องอันเกิดจากความเสียหาย ดังกล่าวนั้นด้วย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตัดข้อความ “และในส่วนที่เกี่ยวเนื่อง อันเกิดจากความเสียหายดังกล่าวนั้นด้วย” ออก 7.6 การเลือกใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษามาใช้ กับงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง เช่น - การต่อขยายสัญญาให้กับผู้รับจ้าง เนื่องจากงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ตามแผน - ผู้ให้บริการจะไม่ได้รับเงินเพิ่มจาก การทำงานเพิ่มในระยะเวลาการ ก่อสร้างที่ขยายเพิ่มขึ้น ไม่ควรนำมาใช้กับสัญญางานควบคุม งานก่อสร้าง ให้พิจารณาตัดออก 7.7 การเบิกจ่ายเงินผู้ควบคุมงานก่อสร้าง นั้น ไม่ได้ไปผูกกับความก้าวหน้างาน ของผู้รับจ้าง คณะรัฐมนตรีได้มีมติยกเลิกการผูก การจ่ายเงินค่าจ้างผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างกับเปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้า ผลงานของผู้รับจ้างก่อสร้างแล้ว เสนอกรมบัญชีกลางได้โปรดแจ้งให้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ถือปฏิบัติอย่าง เคร่งครัดต่อไป 7.8 เจ้าของงานขยายระยะเวลาก่อสร้าง แต่ไม่มีค่าควบคุมงานเพิ่ม โดยความ ล่าช้ามิได้เกิดจากความผิดหรือ บกพร่องของผู้ให้บริการ เป็นการเพิ่มการค่าใช้จ่ายแก่ผู้ให้ บริการ โดยไม่เป็นธรรม ตั้งหน่วยงานกลาง เช่น กรมบัญชีกลาง เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และดำเนินงานให้ ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญา
9/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 7.9 กระบวนการอนุมัติและตรวจรับงาน - บางหน่วยงานมีกระบวนการ ขั้นตอนในการตรวจรับงานมาก และ ไม่กำกับควบคุมการอนุมัติ หรือ ตรวจรับงานให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการที่ได้ตกลงกันไว้ - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด ให้ความเห็นเพิ่ม ปรับแก้ไขในงาน ที่มีการตรวจรับหรืออนุมัติในเรื่อง นั้นไปแล้ว - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด ให้ความเห็นให้ทำงานนอกขอบเขต ของงานตีความกว้าง ไม่ชัดเจน ให้ ทำงานเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ - คณะกรรมการตรวจการจ้างบาง ชุด มีความเห็นไม่ตรงกัน ตัดสินใจ ล่าช้า - คณะกรรมการตรวจการจ้างบาง ชุด มีจำนวนมาก หรือหลากหลาย ด้านเกินความเหมาะสม ตัดสินใจ ล่าช้า (ควรกำหนดจำนวนให้ เหมาะสมกับแต่ละประเภทงาน) - นับระยะเวลาการตรวจงาน อนุมัติงาน ของกรรมการตรวจการจ้าง หักออกจาก วันทำงานของที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการ (หรือกำหนดจำนวนวันที่เหมาะสมใน แต่ละงาน เช่น 7 วัน) - ควรกำหนดรองประธานฯ ทำหน้าที่แทน ประธานฯ ในกรณีที่ประธานฯ ไม่สามารถ ปฏิบัติงานในเวลาตามกำหนดในแผนงานได้ - ลดหลักประกันสัญญาเหลือร้อยละ 5 เนื่องจากได้มีให้จัดทำ PI (Professional Indemnity Insurance) รับผิดชอบ ครอบคลุมงานออกแบบอยู่แล้ว เพื่อลด ค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน และให้มีสภาพคล่อง - อำนวยความสะดวกในการปรับลด หลักประกันสัญญาตามช่วงเวลามูลค่า การให้บริการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว - ลดประกันผลงานลงเหลือ ร้อยละ 5 - ในกรณีที่โครงการไม่สามารถหนดเวลา แล้วเสร็จสมบูรณ์ที่แน่นอน เนื่องจากมี การผูกประกันผลงานไว้กับรายงาน EIA หรือกรณีอื่น ๆ ควรแบ่งจ่ายเงินประกัน ผลงานบางส่วน - พิจารณาระยะเวลาการประกันผลงาน ของผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ไป อ้างอิงยึดกับระยะเวลาการรับประกัน ผลงานของผู้รับจ้าง (2 หรือ 3 ปี) - พิจารณาออกใบรับรองผลงานของ ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ไปอ้างอิง ยึดกับระยะเวลาการรับประกันผลงานของ ผู้รับจ้าง (2 หรือ 3 ปี) 7.10 ปัญหาสัญญาจ้างออกแบบและ ควบคุมงานก่อสร้าง 1) งบประมาณในการจ้างออกแบบ และควบคุมงาน มีการกำหนดเป็น อัตราร้อยละในกฎกระทรวง “กำหนด - การตั้งงบประมาณค่าจ้างหรือ ค่าบริการในหลายโครงการค่อนข้าง ต่ำกว่าหลักเกณฑ์หรือระเบียบ สามารถจ้างได้ - กำหนดอัตราของงานบริหารโครงการ (PMC) ให้ชัดเจน - ให้หน่วยงานของรัฐใช้ราคากลางของ งานควบคุมงาน ตามประกาศหลักเกณฑ์ ราคากลาง การจ้างที่ปรึกษา
10/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข อัตราค่าจ้างผู้ให้บริการงานจ้าง ออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง พ.ศ. 2562” ไม่มีการกำหนดอัตรา ของงานบริหารโครงการ (PMC) 2) การกำหนดราคากลางของงาน ควบคุมงานจะมีการกำหนดสัดส่วน ของค่าตอบแทนบุคลากรและ ค่าใช้จ่ายตรงเป็นสัดส่วนร้อยละ อาทิ เช่น งานควบคุมงานก่อสร้าง ค่าตอบแทนบุคลากรร้อยละ 85-90 ค่าใช้จ่ายตรงร้อยละ 15-10 ตาม ประกาศหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้าง ที่ปรึกษา - อัตราค่าจ้างที่ปรึกษา ผู้ออกแบบที่ ใช้ในปัจจุบันต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริง ของเงินเดือนหรือค่าจ้างของที่ ปรึกษาที่ใช้ในการดำเนินงาน - หน่วยงานของรัฐหลายแห่งไม่ได้ใช้ เปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างตาม ระเบียบการจ้างออกแบบและ ควบคุมงาน 2562 - ราคากลางไม่ครอบคลุมขอบเขตงาน - งาน EIA เจ้าของงานไม่ได้คิด ค่าใช้จ่ายช่วงเข้า สผ. ให้ที่ปรึกษา - การเรียกร้องขอพัสดุที่มีมูลค่าสูง เกินราคาในสัญญามาก เนื่องจาก ระบุคุณสมบัติไม่ชัดเจน รวมทั้งเพิ่ม บางรายการที่ไม่มีอยู่ใน TOR - อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำ - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้ สอดคล้องกับขอบเขตงานตาม วัตถุประสงค์ของโครงการส่วนเพิ่มเติม ราคากลางต่อหน่วยบางรายการไม่ เหมาะสมกับเนื้อตาม TOR เช่น ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าสำรวจทาง วิศวกรรม - กำหนดค่าใช้จ่ายงาน EIA ช่วงเข้า สผ. ให้แก่ที่ปรึกษา - กำหนด Charge Rate (อัตราค่าจ้าง ต่อเดือน) ของสำนักงบประมาณ ให้ สอดคล้องการจ้างงานในตลาด - หน่วยงานภาครัฐควรปรับอัตราค่าจ้าง ที่ปรึกษาให้สะท้อนกับค่าจ้างในปัจจุบัน เพราะหลักเกณฑ์ที่ใช้ไม่เคยได้รับการปรับ ราคาทั้งที่ตอนนี้ ค่าใช้จ่าย ค่าแรง เงินเฟ้อ ขึ้นมาหลายรอบแต่วงเงินที่ปรึกษากลับ เท่าเดิม - การคิดราคาจ้างที่ปรึกษา จำเป็นต้อง ปรับราคาค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับการ จ้างงานจริง เพื่อเป็นฐานในการคิดราคา งบประมาณอย่างเป็นธรรม - งานที่ไม่ระบุในขอบเขตงาน แต่จำเป็นต้อง ดำเนินการเพื่อให้โครงการเสร็จสมบูรณ์ ควรมีการเจรจาต่อรองให้เพิ่มค่าจ้างได้ - กรณีที่มีการแก้ไขแบบหรือรายงาน ภายหลังการตรวจรับงานแล้ว ควรมีการ เจรจาให้จ่ายค่าดำเนินการเพิ่มเติมได้ - กรณีข้อกำหนดให้ส่งมอบพัสดุที่ไม่มีระบุ คุณสมบัติที่ชัดเจนไม่ควรเรียกร้องขอพัสดุ ส่งมอบที่มีมูลค่าเกินกว่าราคาในสัญญา มาก และไม่ควรเรียกร้องบางรายการไม่มี อยู่ใน TOR โดยอ้างว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็น ประกอบ - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้ สอดคล้องกับขอบเขตงานตาม วัตถุประสงค์ของโครงการส่วนเพิ่มเติม
11/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 7.11 วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบ โครงการ ไม่เป็นธรรมและ ไม่ชัดเจนในรายละเอียด - ความไม่เป็นธรรมในการให้คะแนน พิเศษเพิ่มเข้าไปกับสถาบันการศึกษา ที่เข้ามาแข่งขัน - การจ้างตรงกับสถานที่ สถาบันการศึกษาโดยตรงไม่ผ่าน ขั้นตอนการคัดเลือกที่ปรึกษา - วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ ผู้ออกแบบโครงการไม่มีรายละเอียด ที่ชัดเจน - สถาบันการศึกษาต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนเหมือนกับบริษัทที่ปรึกษาในการ เข้าแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษาตามขั้นตอน การคัดเลือกที่ปรึกษา - รายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมินให้ คะแนน - ไม่ควรมีการนำเกณฑ์ด้านราคามา พิจารณาแข่งขันในการจ้างที่ปรึกษาหรือ ออกแบบ (ปัจจุบันในวิธีการคัดเลือกฯ ของหลาย ๆ หน่วยงานมีการนำมาใช้ให้ น้ำหนักมากถึง 30%) - หน่วยงานภาครัฐมีการใช้วิธีการจ้างแบบ เฉพาะเจาะจงกับสถาบันหรือองค์กร หรือ มหาวิทยาลัยในงานที่ปรึกษาออกแบบ ซึ่ง ขัดกับระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และเป็นการไม่ส่งเสริมการ แข่งขันของบริษัทที่ปรึกษา - ในกรณีผู้ออกแบบทำงานร่วมกัน ขอให้ กำหนดนิยามกิจการค้าร่วม (Consortium) เอาไว้ใน TOR ด้วย 7.12 ขอบเขตของงาน (TOR) ที่ระบุใน TOR มีปัญหาในหลายงาน - งานขออนุญาตเข้าพื้นที่ก่อสร้างใน พื้นที่สาธารณะที่มีความยุ่งยากใช้ เวลานานเป็นอุปสรรคต่องานอื่น และ เป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น - การเบิกเงินค่าจ้าง - การกำหนดงวดเงินออกแบบ - การกำหนดคุณสมบัติและจำนวน ของบุคลากรหลัก บุคลากรสนับสนุน ไม่สอดคล้องกับงาน - การจัดงบประมาณ - ขอบเขตงานมากเกินกว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ - งานส่วนเพิ่มเติมจาก TOR - มีต้นทุนในการดำเนินงานสูง ไม่ สามารถควบคุมบริหารงานให้เป็นไป ตามแผนงาน - งวดงานที่ระบุจะเบิกได้ค่อนข้างช้า - งบจัดจ้างค่อนข้างต่ำเทียบกับ ขอบเขตงาน - เพิ่มงานเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายของ ผู้ให้บริการแต่ไม่ได้ค่าจ้างเพิ่ม - การเบิกเงินงวดสุดท้ายล่าช้าเพราะ ขึ้นอยู่กับการเห็นชอบรายงานการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม - การใช้เวลานานในการประมูล โครงการเพื่อให้ได้ผู้รับจ้าง แต่ไม่ได้ พิจารณาเงินเพิ่มให้ที่ปรึกษา - การกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน ในงานประเภทต่าง ๆ เพื่อลดภาระของ ผู้ให้บริการ - การจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับ ปริมาณงานและกำหนดงวดการเบิกจ่าย ให้เหมาะสมกับงาน - จัดงบประมาณโครงการมีเงินส่วนเผื่อ ขาดโครงการเพื่อเพิ่มค่าจ้าง กรณีมีงาน เพิ่มเติม - กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อส่งมอบรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้กับเจ้าของโครงการและเจ้าของ โครงการเห็นชอบแล้ว สามารถเบิก เงินงวดสุดท้ายได้ ส่วนการสนับสนุน เจ้าของโครงการในช่วงคณะกรรมการ
12/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - การเปลี่ยนแปลงเพิ่มขอบเขต ของงาน เพิ่มเนื้อหาด้วยวาจาหรือ เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาล - ขอบเขตงานกว้างไม่ชัดเจน เช่น ใช้ คำว่าอย่างน้อย หรือไม่น้อยกว่า หรืองานอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ของโครงการ - ขอบเขตงานมากกว่าราคากลาง เช่น งานสำรวจภูมิประเทศ สำรวจ ธรณีวิทยา สำรวจจราจร เป็นต้น - ปัญหาการกำหนดเงื่อนไขการเบิก เงินงวดสุดท้ายขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ก่อน - การกำหนดจำนวนวันตามสัญญา แต่ เนื้อหากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเข้าไป เช่น จนกว่าจะประกาศผลผู้ชนะ การ คัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง - ให้ที่ปรึกษาออกแบบต้องรอการ ประมูลคัดเลือกผู้รับจ้าง ถ้าไม่ได้ผู้รับจ้าง ก่อสร้างภายในระยะเวลา.... ปี จะยกเลิกสัญญางวดเงินส่วนที่เหลือ - ขอบเขตงานที่ศึกษาและออกแบบ รายละเอียดกว้างและไม่ระบุ รายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ระบุ เพียงแต่ว่างานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระบุ ให้ที่ปรึกษาสนับสนุนการดำเนินการ ของหน่วยงานจนการก่อสร้าง แล้วเสร็จ - ขอบเขตงานไม่ระบุรายละเอียด ชัดเจนเป็นการเพิ่มภาระผู้รับจ้าง - การตีความตามดุลยพินิจของ ผู้ตรวจรับงาน ส่งผลต่อระยะเวลา และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น - สภาพหน้างานที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากใช้ระยะเวลาหลายปีจะเริ่ม งานก่อสร้าง ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ แต่ที่ปรึกษาไม่ได้รับเงินเพิ่ม สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณา เห็นชอบให้ถือเป็นงานบริการภายหลังการ ออกแบบ - เสนอปรับปรุงสัญญาจ้างออกแบบและ ควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงสัญญา มาตรฐานก่อสร้างเพื่อให้มีความสอดคล้อง กัน ทั้งผู้รับจ้างก่อสร้าง ผู้ออกแบบ และ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างในคราวเดียวกัน - ทบทวนอัตราค่าจ้างออกแบบ รวมถึง กำหนดรายละเอียดค่าจ้างออกแบบของ งานแต่ละประเภทให้ชัดเจน เนื่องจาก หลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาฯ ประกาศใช้เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ครบ 10 ปี แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการปรับปรุง เห็นควรที่หน่วยงานภาครัฐทั้ง กรมบัญชีกลาง สำนักบริหารหนี้สาธารณะ และสำนักงบประมาณได้พิจารณา ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาวะทาง เศรษฐกิจ เพื่อให้อาชีพวิศวกรได้รับ แรงจูงใจด้านอัตราค่าจ้าง ทัดเทียมกับ วิชาชีพอื่น ๆ ที่ได้ปรับขึ้นไปตามค่าครอง ชีพเป็นระยะ ๆ แล้ว - เสนอให้มีการจัดทำขอบเขตมาตรฐาน (TOR) สำหรับงานจ้างออกแบบและ ควบคุมงานก่อสร้างของงานประเภทต่าง ๆ โดยกรมบัญชีกลางเป็นเจ้าภาพร่วมจัดทำ แบบขอบเขตมาตรฐานร่วมกับ สำนัก บริหารหนี้สาธารณะ สำนักงบประมาณ เพื่อให้ได้ผลงานออกแบบที่มีคุณภาพเป็น ประโยชน์ต่อส่วนรวม และหน่วยงานของ ภาครัฐ สภาวิชาชีพ และองค์กรวิชาชีพ ต่าง ๆ เช่น สภาวิศวกร สภาสถาปนิก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) สมาคมสถาปนิกสยามฯ (อาษา) สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ
13/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 7.13 การกำหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษา/ ผู้ออกแบบ - ต้องรอช่วงประกันผลงานของ ผู้รับเหมาก่อสร้าง - ไม่สอดคล้องกับงานทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ - ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ใน โครงการ - กำหนดคุณสมบัติสูงเกินความ จำเป็น - กำหนดคุณสมบัติในลักษณะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงเกินไป - คุณสมบัติของผู้ออกแบบ การออก ใบรับรองผลงานจากหน่วยงานสามารถใช้ ผลงานที่แล้วเสร็จได้ ไม่ต้องรอช่วงประกัน ผลงานของผู้รับเหมาก่อสร้าง - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากรต้อง สอดคล้องกับงาน ทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ บางทีหน่วยงานกำหนด โดยใช้งบประมาณเป็นหลัก - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ควร กำหนดคุณวุฒิและปีประสบการณ์ให้ สอดคล้องเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ใน โครงการ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้จัดการ โครงการ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ถ้า กำหนดปีประสบการณ์น้อยเกินไปจะมี แนวโน้มว่าไม่สามารถดำเนินโครงการ ได้สำเร็จ - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบสูง เกินความจำเป็น/ความต้องการของงานที่ จะดำเนินการ ยกตัวอย่าง เช่น คุณสมบัติ ของที่ปรึกษาในงานควบคุมงาน บาง ตำแหน่งไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นวุฒิ การศึกษาปริญญาโท และต้องมีจำนวนปี ประสบการณ์สูง (โดยการกำหนดเป็น เกณฑ์ “ต้องไม่น้อยกว่า....”) - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบใน ลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงเกินไป จะทำให้มีปัญหาในลักษณะการตีความ หรือกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม 8. สภาวิศวกร 8.1 ปัญหาสัญญา การคิดเปอร์เซ็นต์งานค่าจ้างจาก ราคางาน อัตราค่าจ้างควรคิดตามความเป็นจริงตาม ระยะเวลาทำงาน 8.2 การคืนเงินประกันสัญญา หักเงินเป็นเงินค้ำประกันผลงาน เมื่อส่งมอบงานครบถ้วนควรคืนเงิน ประกันสัญญาทั้งหมด 8.3 การหักเงินค้ำประกัน 5% เมื่อสิ้นสุด สัญญา ไม่เป็นธรรม ควรคืนเงินทั้งหมดตามสัญญา 8.4 TOR ผู้ออกแบบต้องจัดทำราคากลาง - ผู้ออกแบบสามารถทำราคา เบื้องต้นไม่ใช่ราคากลาง ควรจ้างผู้จัดทำราคากลางให้สอดคล้องกับ สถานการณ์
14/14 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - จากความล่าช้าของการประมูลงาน ทำให้ราคากลางเปลี่ยนไม่ใช่ความ รับผิดชอบออกแบบ 8.5 การเพิ่มงาน เป็นภาระผู้ออกแบบไม่ได้รับค่าจ้างเพิ่ม ในสัญญาควรระบุงานเผื่อขาด เพื่อไว้จ่าย ค่างานเพิ่ม 8.6 งานออกแบบด้านวิศวกรรม รวบรวมทุกประเภททั้งงานระบบ และสถาปัตยกรรม ควรจะแยกงานระบบและงาน สถาปัตยกรรมออกจากงานออกแบบ ด้านวิศวกรรม 8.7 งานซับซ้อน ขาดความชัดเจน ควรมีการให้คำจำกัดความที่ชัดเจน 8.8 การคิดราคางานให้เป็นมาตรฐาน ในปัจจุบันการคิดราคางานแต่ละ หน่วยงานไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน วสท. ได้จัดทำ Source Code รหัสมาตรฐานที่ทางราชการควรผลักดัน ให้นำไปใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” จัดโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะกรรมการ 1. ดร.พิชญะ จันทรานุวัฒน์ ที่ปรึกษา 2. ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธาน 3. นายชูลิต วัชรสินธุ์ กรรมการ 4. ดร.ณัฏฐวุฒิ อุทัยเสน กรรมการ 5. นายเทิดศักดิ์ พ่วงจินดา กรรมการ 6. นายธีระพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ์ กรรมการ 7. นายปกรณ์ การุณวงษ์ กรรมการ 8. นายปิยะ เศรษฐรัตนพงษ์ กรรมการ 9. นายพรชัย สกุลรัตนสุภา กรรมการ 10. ดร.พลเดช เทอดพิทักษ์วานิช กรรมการ 11. นายวรพจน์ เดชดนู กรรมการ 12. นายชูเลิศ จิตเจือจุน กรรมการและเลขานุการ รวบรวม เรียบเรียง นายชูลิต วัชรสินธุ์และนางสาวอัจราภรณ์ รอดเกลี้ยง