The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารการประชุมคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ครั้งที่ 5-2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ach_eit, 2023-08-15 01:13:09

เอกสารการประชุมคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ครั้งที่ 5-2566

เอกสารการประชุมคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ครั้งที่ 5-2566

การประชุม คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ประจำปี พ.ศ. 2566-2568 ครั้งที่5/2566 วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้อง Boardroom ชั้น 4 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์


ระเบียบวาระการประชุม คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ประจำปี พ.ศ. 2566-2568 ครั้งที่ 5/2566 วันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้องบอร์ดรูม ชั้น 4 อาคาร วสท. ***************** ระเบียบวาระที่1 เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ ระเบียบวาระที่2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 4/2566 ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องสืบเนื่อง 3.1 สรุปการเสวนา “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” 3.2 การปรับปรุง แก้ไข ข้อบังคับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(ฉบับแก้ไข วันที่ 19 เมษายน 2556) 3.3 แนวทางการจัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) 3.4 แนวทางการยกระดับคุณภาพงานวิศวกรรม ระเบียบวาระที่4 เรื่องเพื่อพิจารณา ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี) ระเบียบวาระที่6 เรื่องกำหนดการประชุมครั้งต่อไป วันที่ 12 กันยายน 2566


1 รายงานการประชุม คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ประจำปี พ.ศ. 2566-2568 ครั้งที่ 4/2566 วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ ห้อง Boardroom ชั้น 4 อาคาร วสท. ******************* กรรมการผู้เข้าร่วมประชุม 1. ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธาน 2. นายชูลิต วัชรสินธุ์ กรรมการ 3. ดร.ณัฏฐวุฒิอุทัยเสน กรรมการ 4. นายเทิดศักดิ์พ่วงจินดา กรรมการ 5. นายธีระพันธ์เพ็ชร์สุวรรณ์ กรรมการ 6. นายปกรณ์การุณวงษ์ กรรมการ 7. นายปิยะ เศรษฐรัตนพงษ์ กรรมการ 8. นายพรชัย สกุลรัตนสุภา กรรมการ 9. ดร.พลเดช เทอดพิทักษ์วานิช กรรมการ 10. นายวรพจน์เดชดนู กรรมการ 11. นายชูเลิศ จิตเจือจุน กรรมการและเลขานุการ ผู้เข้าร่วมประชุม 1. นางสาวอัจราภรณ์ รอดเกลี้ยง เจ้าหน้าที่ วสท. เริ่มประชุม เวลา 15.05 น. ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธานที่ประชุม กล่าวต้อนรับกรรมการฯ และเปิดการประชุมครั้งที่ 4/2566 โดยมี ระเบียบวาระการประชุมดังนี้ ระเบียบวาระที่1 เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ ไม่มี มติที่ประชุม : รับทราบ


2 ระเบียบวาระที่2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่3/2566 ประธานที่ประชุม ขอให้ที่ประชุมพิจารณารับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 มติที่ประชุม: รับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 3/2566 โดยไม่มีการแก้ไข ระเบียบวาระที่3 เรื่องสืบเนื่อง 3.1 เสวนา “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” ประธานที่ประชุมแจ้งกำหนดการเสวนาเรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร วิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทยฯ โดยมีหน่วยงานส่งวิทยากรเป็นผู้แทนเข้าร่วมเสวนา ดังนี้ 1. นางสาวรุ่งทิพย์ลิมปาภินันท์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานงบประมาณ 1 สำนักงบประมาณ 2. นางอัมพวรรณ พุกดำ นิติกรชำนาญการ กองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง 3. นายชาญณรงค์แก่นทอง อุปนายกฯ คนที่ 1 สภาสถาปนิก 4. นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 5. นายนิเวศน์วะสีนนท์ อุปนายก สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 6. นายเทิดศักดิ์พ่วงจินดา อุปนายกในประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 7. นายอรรณพ กิ่งขจี นายก สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย 8. นายบุญศักดิ์เกียรติจรูญเลิศ นายกสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย 9. ดร.เกชา ธีระโกเมน นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย 10. นายอภิพงศ์สาธร นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย พร้อมทั้งขอให้กรรมการเสนอประเด็นคำถามและปัญหา ผลกระทบ และข้อเสนอแนะจาก การใช้สัญญาจ้างก่อสร้าง เพื่อเป็นแนวทางในการนำเสนอในงานเสวนา ดังนี้ ดร.พลเดช เทอดพิทักษ์วานิช ขอบเขตของงานระหว่างผู้ควบคุมงานและผู้ออกแบบ พบว่า สัญญาจ้างหลักเป็นของสถาปนิก เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแบบ แก้ไขแบบ หรือการส่งมอบงานถูกอ้างอิงตามสถาปนิก จะเห็นได้ว่าวิศวกรผู้รับเหมามีความเสียเปรียบพอสมควร กรณีเมื่อเกิดปัญหาหรือความเสียหายในการออกแบบ ความรับผิดชอบจะตกอยู่ที่วิศวกรผู้รับเหมา โดยหลักปฏิบัติความเสียหายดังกล่าวเกิดจากผู้ออกแบบใช่หรือไม่ คุณเทิดศักดิ์พ่วงจินดา มีปัญหาเรื่องเกณฑ์การคัดเลือก วิธีการประเมินไม่ชัดเจน นำไปสู่ การร้องเรียนหรือถูกยกเลิกการประมูล ประเด็นการนำสัญญาจ้างไปใช้ผิดประเภท การนำสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ รายบุคคลหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษา ไปใช้แทนสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง สัญญาจะถูกขยายไปนาน เท่าไหร่ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างเท่าเดิมหรือไม่ หากมีความล่าช้าผู้ควบคุมงานไม่ได้รับเงินค่าจ้าง สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษา ประเด็นการกำหนดนิยาม ประเภทของงาน งานซับซ้อน และ งานซับซ้อนมาก งานซับซ้อนพิจารณาจากคะแนนเทคนิคและคะแนนด้านราคา เช่น งานด้านวิชาการ สร้างสถานีอวกาศ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แต่กรณีงานซับซ้อนมากพิจารณาเฉพาะเรื่องเทคนิค อย่างเดียวซึ่งค่อนข้างจำกัด งานซับซ้อนมากเป็นงานที่ต้องใช้บุคลากรผู้เชี่ยชาญทางเทคนิคที่มีความสามารถจาก หลากหลายสาขา เช่น งานระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง เขื่อน สนามบิน จำเป็นต้องต้องแยก


3 ประเภทของงานให้ชัดเจน สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษา กำหนดวิศวกรควบคุมงาน ไม่ได้ กำหนดตามผู้รับเหมา ต้องระบุให้ชัดเจน คุณชูลิต วัชรสินธุ์เสนอประเด็นที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดของสัญญาจ้างก่อสร้าง ปัญหา ที่พบในการใช้สัญญาจากภาครัฐและเอกชน และข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข ในการการยกระดับคุณภาพของงาน ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีความโปร่งใส ตรวจสอบและเปิดเผยได้ คุณพรชัย สกุลรัตนสุภา ประเด็นปัญหาของสัญญาจ้างควบคุมงานที่ออกโดย คณะกรรมการนโยบายฯของกรมบัญชีกลางที่ผมพูดในที่ประชุม เป็นดังนี้ข้อ 5.2 ระบุว่าจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ ว่าจ้างจนกว่างานตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ดังนั้นหากผู้รับจ้างก่อสร้างทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนดใน สัญญา ผู้ควบคุมงานยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่างานจะเสร็จ หรือสัญญาจ้างก่อสร้างถูกเลิกไป ประเด็นปัญหาอยู่ที่ข้อ 8 ที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ควบคุมงาน ที่ระบุเพียงว่าในกรณีที่ผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตาม จำนวนวันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลานั่นต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องเอาจากผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการในอัตรา วันละ____บาท ในทางปฏิบัติจริง หากผู้รับจ้างทำงานล่วงเลยกำหนดไม่มาก ค่าปรับไม่เกิน 100 วัน หรือค่าปรับไม่ เกิน 10 % จะยังไม่มีการบอกเลิกสัญญา และผู้รับจ้างสามารถส่งงานงวดสุดท้ายได้ค่าปรับจากงานล่าช้าผู้ว่าจ้างจะ หักจากเงินงวดที่เหลือที่มีการส่งงาน แต่ค่าควบคุมงานจะเริ่มจากเรียกร้องให้ผู้รับจ้างนำเงินมาจ่าย หากผู้รับจ้างไม่ ยอมนำเงินมาจ่าย ผู้ว่าจ้างจึงจะบังคับจากการหักเงินงวดมาจ่ายให้ซึ่งผู้ควบคุมงานต้องแบกรับภาระค่าควบคุมงาน ในช่วงเวลานี้ไปก่อน ซึ่งหากนานหลายเดือนก็จะสร้างปัญหาการเงินอย่างมากให้กับผู้ควบคุมงานและหากสุดท้ายผู้ รับจ้างไม่สามารถทำงานให้เสร็จจนถูกบอกเลิกสัญญา และมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ผู้ควบคุมงานก็ต้องรอจนกว่าคดี สิ้นสุด และรอให้กรมบังคับคดีบังคับเอาจากผู้รับจ้างมาจ่ายให้จะสร้างปัญหาอย่างมากให้กับผู้ควบคุมงานเป็น สัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ควบคุมงานอย่างยิ่ง กรณีตัวอย่างสัญญาจ้างควบคุมงานอาคารหอพักนิสิต บุคลากรทางการแพทย์และ การศึกษา มศว.องครักษ์บอกเลิกสัญญาผู้รับจ้างต้นเดือนกุมภาพันธ์2559 ค้างค่าจ้างควบคุมงานอยู่ 9 เดือน เป็น เงิน 2.5 ล้านบาท ผ่านกระบวนการยุติธรรมไปแล้วตั้งแต่ปี2562 ปัจจุบันผ่านมา 7 ปีแล้ว ผู้ควบคุมงานยังไม่ได้รับ เงินค่าจ้างที่ค้างชำระ สอบถามไปทางผู้ว่าจ้าง มศว.องครักษ์ได้รับคำตอบว่ายังไม่สามารถจ่ายให้ได้และขอปฏิบัติ ตามสัญญาข้อ 8 ดังกล่าว ต้องรอให้กรมบังคับคดีบังคับเอาเงินจากผู้รับจ้างมาให้เท่านั้น ในขณะเดียวกันก็ทราบมา ว่าผู้รับจ้างได้ปิดบริษัทไปแล้ว จึงมีสภาพที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งต่อผู้ควบคุมงานเสนอว่า ควรตัดข้อความที่ว่า____ ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องเอาจากผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการ____ในสัญญาจ้างก่อสร้างได้ระบุเงื่อนไขความ รับผิดชอบของผู้รับจ้างเอาไว้ในกรณีค่า ตามข้อ 8 ของสัญญาจ้างก่อสร้างแต่เคยเกิดปัญหาในกรณีที่ผู้ว่าจ้างทำ สัญญาจ้างก่อสร้างก่อนว่าจ้างผู้ควบคุมงาน ทำให้ไม่สามารถระบุอัตราค่าควบคุมงานในสัญญาจ้างก่อสร้าง โดย ปล่อยว่างไว้ทำให้ผู้รับจ้างอาศัยเป็นช่องปฏิเสธการจ่ายค่าควบคุมงานช่วงล่วงเลยสัญญา จึงขอเสนอให้เพิ่มข้อความ ต่อท้ายว่า___ หรือตามอัตราค่าจ้างควบคุมงานของสัญญาจ้างควบคุมงานสุดท้ายเรื่องที่ผมเสนอให้เพิ่มในสัญญา จ้างก่อสร้างและสัญญาจ้างควบคุมงาน ได้แก่ 1. ช่วงเวลาทำงานปกติของแต่ละ ควรระบุให้ชัดเจน เช่น 08.00 - 17.00 น. สำหรับงาน อาคาร, 22.00 - 04.00 น. สำหรับงานระบบสาธารณูปโภคที่ต้องปิดการจราจรบางช่องทาง เป็นต้น ควรระบุ ช่วงเวลาทำงานปกติให้ชัดเจนทั้งในสัญญาจ้างก่อสร้างและสัญญาจ้างควบคุมงาน เพื่อจะได้ทำให้ทุกฝ่ายมีความ เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น ในเรื่องค่าล่วงเวลาที่นอกเหนือเวลาทำงานปกติ


4 2. ระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างหมายรวมทั้งวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม จึงควรระบุในสัญญาจ้างควบคุมงานให้ชัดเจนเลยว่า ระยะเวลาตามสัญญาจ้างควบคุมงาน หมายรวมทั้งวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ คุณปิยะ เศรษฐรัตนพงษ์ประเด็นความเป็นธรรมในสัญญาจ้างก่อสร้าง มาตรฐานในการใช้ สัญญาจ้างก่อสร้างที่เป็นธรรมแต่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานในการกำหนดสัญญาต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน รวมทั้ง หน่วยงานของรัฐควรมีแบบก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานใช้ในสัญญาก่อสร้าง และให้เปิดเผยผลการประมูลของราคาแต่ ละรายการในสัญญา ปัจจุบันยังไม่มีฐานข้อมูลให้สืบค้นและเปิดเผยได้และควรปรับปรุงสัญญาจ้างให้ทันสมัย ตลอดเวลา คุณชูเลิศ จิตเจือจุน ปัญหาผู้รับเหมากับผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณาคุณภาพของ ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน เน้นคุณภาพผู้รับเหมา มีการตรวจสอบคุณภาพผู้รับเหมาและคุณภาพงานก่อสร้าง เสนอให้ มีองค์กรกลางในการตรวจสอบ รับประกันผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ตัวแทนช่วง และหน่วยงานวิชาชีพวิศวกรรม เพื่อความเป็นธรรม ขอให้มีการประเมินผลงานของผู้ประกอบการ มีการตรวจสอบ ประเมินคุณภาพของงานใน ระยะเวลา 5 ปี มติที่ประชุม: ได้รับความเห็นจากกรรมการ พร้อมทั้งขอให้ออกหนังสือเชิญอธิบดีอัยการ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย เลิกประชุม เวลา 17.00 น. (นางสาวอัจราภรณ์ รอดเกลี้ยง) (นายชูเลิศ จิตเจือจุน) เจ้าหน้าที่ วสท. กรรมการและเลขานุการ ผู้จดรายงานการประชุม ผู้ตรวจรายงานการประชุม


คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วสท. จัดเสวนาเรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 13.00-16.30 น. ณ ห ้ องประช ุ มช ั น ้ 6อาคารว ิ ศวกรรมสถานแห ่ งประเทศไทยฯ


ความเป็ นมาของการเสวนาในคร ั ง ้ น ี ส ้ ื บเน ื ่ องมาจากปั ญหาการปฏ ิ บ ั ต ิ ว ิ ชาช ี พว ิ ศวกรรมและสถาปั ตยกรรม ซ ึ ่ งต ้ องม ี การท าธ ุ รกรรมผ ่ านทางส ั ญญาระหว ่ าง เจ ้ าของงานท ั ง ้ ภาคร ั ฐและเอกชน ก ั บสถาปน ิ ก ว ิ ศวกร ผ ู ้ ร ั บเหมา ในบางคร ั ง ้ จ ึ งท าให้ เก ิ ดปั ญหาในการปฏ ิ บ ั ต ิ ตามส ั ญญา และเพ ื ่ อให ้ ทราบถ ึ งปั ญหา และสาเหต ุ ในการปฏิบัติ ตามส ั ญญา ซ ึ ่ งส ่ งผลกระทบต ่ อผ ู ้ประกอบว ิ ชาช ี พว ิ ศวกรรมและสถาปั ตยกรรมอย ่างไร ร ่ วมแลกเปล ี ่ ยนประเด ็ นปั ญหาในการปฏ ิ บ ั ต ิ ตามส ั ญญาของการประกอบว ิ ชาช ีพ ผู้รับเหมา ว ิ ศวกร และสถาปน ิ ก ให ้ ความค ิ ดเห ็ น ข ้ อเสนอแนะ เพ ื ่ อหาแนวทางแก ้ไข และรวบรวม ข ้ อเสนอแนะน าเสนอต ่ อร ั ฐบาลและหน ่ วยงานท ี ่ ร ั บผ ิ ดชอบต ่ อไป ได ้ ร ั บเก ี ยรต ิ จากรศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายก วสท. เปิ ดการเสวนา


โดยม ี หน ่ วยงานต ่ าง ๆ ส ่ งผ ู ้ แทนเข ้ าร ่ วมเสวนา ด ั งน ี ้ 1. ส านักงบประมาณ 2. กรมบัญชีกลาง 3. สภาสถาปนิก 4. สมาคมอ ุ ตสาหกรรมก ่ อสร ้ างไทยในพระบรมราช ู ปถ ั มภ ์ 5. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 6. สมาคมว ิ ศวกรท ี่ปร ึ กษาแห ่ งประเทศไทย 7. สมาคมว ิ ศวกรรมปร ั บอากาศแห ่ งประเทศไทย 8. สมาคมช ่ างเหมาไฟฟ้ าและเคร ื่องกลไทย 9. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย 10. สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย


11 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุม อาคาร วสท. และถ ่ ายทอดสดผ ่ าน FACEBOOK LIVE เพจว ิ ศวกรรมสถานแห ่ งประเทศไทยฯ ม ี ผ ู ้สนใจเข ้ าร ่ วมเสวนา50คน และร ั บฟั งผ ่ านการถ ่ ายทอดสด FACE BOOK LIVE 120 คน


C:\Users\DELL\Desktop\เสวนา 11-7-66\การประชุม ครั้งที่ 5 15-8-66\สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา.docx สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนาปัญห ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 1. สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 1.1 รัฐที่เป็นเจ้าของงาน เป็นผู้ได้เปรียบผู้รับจ้าง - สัญญ - สัญญ และ 1.2 กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มีข้อขัดแย้ง ไม่มีการพิจารณาจากข้อเท็จจริง - การตี ข้อเท็ 1.3 การใช้ดุลพินิจทำให้เกิดปัญหาในการแก้ไขข้อขัดแย้ง - เป็นป


หาสัญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ญาไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ญาต้องเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย คือ เจ้าของงาน ผู้รับจ้าง 1. สมาคมก่อสร้างไทยได้จัดทำสัญญา มาตรฐานสำหรับงานก่อสร้าง ส่งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาสัญา ข้อไหน ควรจะมีในสัญญามาตรฐาน 2. พรบ.จัดซื้อจัดจ้างมีปัญหาค่อนข้างมาก ทางสมาคมฯ ได้ว่าจ้าง TDRI มาศึกษา วิจัยเพื่อนำเสนอรัฐบาล 3. สัญญางานก่อสร้างที่ปัญหาเกิดขึ้นจากการ ส่งมอบสถานที่ก่อสร้างล่าช้า บริษัท ก่อสร้างไม่สามารถเข้าดำเนินงานได้ ควร จะมีข้อระบุให้ผู้รับจ้างขอยกเลิกสัญญาได้ 4. ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นควรมีการ ระบุในสัญญาและกำหนดระยะเวลาให้ ชัดเจนไว้ด้วย ตีความตามข้อความในสัญญา ไม่ได้พิจารณา ท็จจริง ปัญหาในการบริหารสัญญา


C:\Users\DELL\Desktop\เสวนา 11-7-66\การประชุม ครั้งที่ 5 15-8-66\สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา.docx สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนาปัญห ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 2. สภาสถาปนิก 2.1 ประเทศไทยมีอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำ - การป ความ งานที 2.2 การจ้างที่ปรึกษาใช้การประกวดราคา ทำให้งานที่ปรึกษาด้อยคุณภาพ - ภาค ด้าน 2.3 งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต เช่น งานตกแต่งไม่ควรพิจารณาจาก การแข่งขันด้านราคา - ได้งา ราคา 2.4 การกำหนดเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาไม่สามารถทำงานได้จริงและไม่ชัดเจน เช่น - ระยะเวลา การทำงานที่ไม่สามารถทำได้จริง - กติกาไม่ชัดเจน - การแบ่งงวดงาน งวดเงินไม่ชัดเจน - ควรก ในทา 2.5 การตรวจรับงานไม่ได้แต่งตั้งผู้ตรวจรับงานที่มีความรู้ความเข้าใจในงาน - การแ ในงา


หาสัญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ปรับอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อให้มีคนที่ มสามารถเข้ามาประกอบวิชาชีพเกิดการพัฒนา ที่มีคุณภาพมากขึ้น 1. การเพิ่มข้อกำหนดเกินความจำเป็น ควรมี การปรึกษาหารือ 2. สถาปนิก เป็นผู้รับจ้างออกแบบ ดังนั้นใน สัญญางานด้านประเภทอื่นควรแยก ประเภทลักษณะงานให้ชัดเจน เช่น งาน ฐานราก งานตรวจสอบที่ดิน และงาน ออกแบบตามราชการกำหนด เป็นต้น 3. ระบุสถาปนิกให้เป็นผู้ช่วยควบคุมงาน ก่อสร้าง 4. การกำหนดราคากลาง ควรระบุให้ชัดเจน ว่าผู้ที่ควบคุมงานก่อสร้างต้องอยู่ในงาน ก่อสร้างตลอดเวลางานก่อสร้าง 5. การแบ่งเงินค่าจ้างต้องชัดเจน 6. งานบางประเภทต้องมีการระบุเงินค่าจ้าง เช่น งานตรวจแบบไม่มีในงบประมาณ รัฐต้องเน้นงานที่ปรึกษาในการพิจารณาข้อเสนอ เทคนิคที่มีคุณภาพ านที่ด้อยคุณภาพ เพราะเป็นการแข่งขันด้าน า กำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่ชัดเจนเป็นไปได้ างปฏิบัติ แต่งตั้งผู้ตรวจรับงาน ควรจะมีความรู้เข้าใจ าน


C:\Users\DELL\Desktop\เสวนา 11-7-66\การประชุม ครั้งที่ 5 15-8-66\สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา.docx สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนาปัญห ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 3. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.1 สัญญาการว่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบไม่ได้มีการระบุให้ชัดเจนตามประเภท และลักษณะของงาน - เปอร์เซ็นต์ค่าจ้างงานที่ปรึกษา - เปอร์เซ็นต์ค่าจ้างงานออกแบบ - ระยะเวลาการตรวจแบบ - สัญญ ประ 3.2 ไม่มีการระบุอนุญาโตตุลาการในสัญญาว่าจ้าง - อนุญ เชี่ยว 4. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 4.1 ประเด็นสัญญาจ้างงานออกแบบและงานควบคุม (ตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐) - การน และ 4.2 ค่าจ้างงานที่ปรึกษาไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว มีอัตราค่าจ้างต่ำ - การป คุณภ 4.3 สัญญาจ้างที่ปรึกษานำมาใช้กับงานควบคุม ทำให้ปัญหาไม่เป็นธรรมในการ เรียกร้องเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้น เนื่องจากความล่าช้า การเพิ่มปริมาณงาน หรือ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น - ต้องส งานจ


หาสัญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ญาการว่าจ้าง จะต้องมีการระบุให้ชัดเจนตาม เภทและลักษณะของงงาน - การระบุประเภทลักษณะงานและความ รับผิดชอบของสถาปนิก วิศวกรให้ชัดเจน ในงานออกแบบและงานควบคุมงาน ก่อสร้าง ญาโตตุลาการสามารถแต่งตั้งผู้มีความรู้ความ วชาญมาพิจารณาข้อขัดแย้ง นำสัญญางานจ้างที่ปรึกษาไปใช้ในงานออกแบบ งานควบคุมงาน ทำให้มีปัญหา 1. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา ยินดีร่วมมือกับ หน่วยงานรัฐในการปรับปรุงสัญญาว่าจ้าง ที่ปรึกษา 2. ค่าจ้างที่ปรึกษาใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 มีอัตราต่ำยังไม่ได้มีการปรับปรุง อยากให้ ผู้รับผิดชอบพิจารณาปรับปรุงอัตราค่าจ้าง ที่ปรึกษาใหม่ 3. ปัญหาที่มหาวิทยาลัยมารับงานวิศวกรรม ควบคุมผิด พรบ.วิศวกร 2542 ควรมีการ ดำเนินการให้ชัดเจน ปรับอัตราค่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อให้มีการพัฒนา ภาพในวิชาชีพ สัญญาเฉพาะแต่ละประเภทของงาน เช่น สัญญา จ้างออกแบบ และงานควบคุม


C:\Users\DELL\Desktop\เสวนา 11-7-66\การประชุม ครั้งที่ 5 15-8-66\สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา.docx สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนาปัญห ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 4.4 เงินค่าปรับ ถ้าที่ปรึกษาไม่สามารถทำงานเสร็จตามสัญญาให้อยู่ในดุลพินิจ ดำเนินการตามสมควร - คำว่า เหมา 4.5 แบบสัญญาที่ใช้ในการจ้างออกแบบและควบคุมงานเกิดปัญหาในประเด็น ต่าง ๆ ดังนี้ - กรณีมีงานเพิ่มหรือล่าช้า ไม่มีการปรับเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้น - กรณียกเลิกสัญญางานก่อสร้าง ผู้รับจ้าง (ที่ปรึกษา) จะไม่ได้รับเงิน ค่าจ้างที่ปรึกษาที่คงค้างจนกว่าการฟ้องร้องจะสิ้นสุด - การกำหนดเวลาทำงานของที่ปรึกษาควบคุมงาน ต้องกำหนดเวลาทำงาน ให้ชัดเจนทั้งวันปกติและวันหยุดราชการ - สัญญ งาน - สัญญ ทุกฝ่ 4.6 การให้มหาวิทยาลัยโดยที่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้ามารับงานแข่งขันกับ บริษัทที่ปรึกษา และการให้คะแนนแต้มต่อไม่เป็นการถูกต้อง - มห บริษ บริษ 5. สมาคมที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย 5.1 ประเด็นปัญหาสัญญาที่ไม่เป็นธรรม - สัญญาไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล - ข้อกำหนดใน TOR มีเงื่อนไข และข้อปลีกย่อยมาก มีเอกสารที่ต้องแสดง ในข้อเสนอมากเกินความจำเป็น - มีการเปิดโอกาสในการว่าจ้างวิศวกรต่างชาติมากเกินไป - สัญ - ควร สภา - ควร ควา และ


หาสัญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา า ดุลพินิจ เป็นสาเหตุให้นำมาใช้แล้วไม่ าะสมเป็นธรรม 4. การกำหนด TOR การจ้างควรให้ชัดเจน และครอบคลุม เพื่อไม่ให้มีปัญหาขัดแย้ง ระหว่างเจ้าของงานกับบริษัทที่ปรึกษา ญาว่าจ้างควรเป็นสัญญาเฉพาะตามลักษณะของ คืองานออกแบบ และงานควบคุมงาน ญาว่าจ้างต้องมีความเหมาะสม เป็นธรรมกับ ฝาย าวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือน ษัทที่ปรึกษาและต้องยื่นเสนอแข่งขันเหมือนกับ ษัทที่ปรึกษา ญญาควรเป็นไปตามมาตรฐานสากล รกำหนดคุณสมบัติบุคลากรตามมาตรฐานของ าวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม รว่าจ้างวิศวกรต่างชาติเฉพาะงานที่ต้องการ ามเชี่ยวชาญสูงและวิศวกรไทยไม่มีความเชี่ยวชาญ ะประสบการณ์ 1. บุคลากรภาครัฐที่มาตรวจสอบงานควรมี ความรู้ความเข้าใจในงาน 2. บุคลากรภาครัฐที่มาตรวจสอบภาครัฐควร มีการปฏิบัติงานที่ต่อเนื่องไม่ใช่เปลี่ยน บุคลากรบ่อย ทำให้ไม่มีความเข้าใจในงาน 3. บุคลากรภาครัฐที่มาตรวจสอบงานต้องมี ความรู้ด้านสัญญาและงานก่อสร้างนั้น ๆ


C:\Users\DELL\Desktop\เสวนา 11-7-66\การประชุม ครั้งที่ 5 15-8-66\สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา.docx สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนาปัญห ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 5.2 งานก่อสร้าง ประกอบด้วย มีงานย่อยหลายประเภท มีความซับซ้อนทำให้มี ปัญหาในการทำงาน - ควร ก่อส 5.3 มีปัญหาในการเบิกเงินตามงวดงาน - งาน เบิก จ่าย 6. สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย 6.1 งานระบบไฟฟ้าเป็นงานที่ต้องการความปลอดภัย สำหรับผู้ทำงาน ผู้อยู่ อาศัย บริษัทรับเหมางานต้องมีความเชี่ยวชาญตามลักษณะประเภทงาน - ต้อง เครื่ 6.2 ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเครื่องกลควรมีการ กำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน - สมา นำไ 6.3 สัญญาว่าจ้างไม่มีการระบุคุณสมบัติของวิศวกรตามคุณวุฒิของสภาวิชาชีพ - ระบ วิชา 7. สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย 7.1 อัตราค่าจ้างบุคลากรต่ำ - การ 7.2 ระเบียบในสัญญาไม่เหมาะสม - การ 7.3 ปัญหาจากการใช้ดุลพินิจ - พิจ


หาสัญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา รมีการแยกงานเฉพาะในการจ้างงาน เพื่อให้การ สร้างได้สะดวกรวดเร็วและไม่เกิดปัญหา นที่มีลักษณะเฉพาะทำแล้วเสร็จไม่สามารถ กเงินได้เพราะติดอยู่กับงานอื่น ๆ ที่อยู่ในงวดเบิก ยเงินเดียวกัน งมีการกำหนดระดับบริษัทที่รับงานไฟฟ้า รื่องกลตามความยากง่ายและลักษณะงาน 1. สมาคมฯ ได้จัดทำคู่มือ ต้องการให้ภาครัฐ สนับสนุนผลักดันให้ใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับประเทศเพื่อนำไปใช้ให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน 2. สมาคมฯ มีการออกใบรับรองผู้รับจ้าง ผู้ปฏิบัติงาน ต้องการให้ภาครัฐนำไปใช้ เพื่อให้มีงานมีมาตรฐานเดียวกัน เป็นที่ ยอมรับในระดับสากล าคมฯ ได้จัดทำคู่มือต่าง ๆ ของงานติดตั้งเพื่อ ไปใช้เพื่อให้งานมีมาตรฐาน บุคุณสมบัติของวิศวกรตามคุณวุฒิของสภา าชีพ รปรับอัตราค่าจ้างให้เหมาะสม - สัญญาจ้างควรมีการแยกงานสถาปนิกและ รปรับปรุงแก้ไข วิศวกรที่ชัดเจน ารณาตามข้อเท็จจริงและมาตรฐานตามวิชาชีพ


C:\Users\DELL\Desktop\เสวนา 11-7-66\การประชุม ครั้งที่ 5 15-8-66\สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา.docx สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนาปัญห ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 8. สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย 8.1 ปัญหาในข้อพิพาท สัญญาเอื้อประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง 8.2 สัญญาไม่เป็นธรรมระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัทเล็ก 8.3 ไม่ชัดเจนในการจัดความเสี่ยงของงานและผู้รับผิดชอบในงานต่าง ๆ 8.4 งานก่อสร้างมีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องมาก ควรมีการแยกลักษณะงาน เฉพาะที่มีความซับซ้อน หมายเหตุ : ประเด็นปัญหา ให้อ้างอิง พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 (ถ้ามี)


หาสัญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 1. สัญญาจ้าง เป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างรายใหญ่ และรายย่อยสามารถเข้าถึงได้มีการระบุ ลักษณะประเภทของงานที่ชัดเจน 2. การระบุระยะเวลาการตรวจรับงาน 3. ระบุปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและ ระยะเวลาแก้ไขที่เหมาะสม


สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา "ปัญหาสัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม 1 ชื่อสัญญาที่เขียนว่า “โครงการจ้างที่ปรึกษาออกแบบ - แยกชื่อโครงการเป็น โครงกา ..................." และโครงการจ้างออกแบบ....... 2 ข้อมูลทางเทคนิคให้นําเสนอราคาค่าออกแบบ - ให้กําหนดราคาค่าออกแบบจ ของราชการ เป็นจํานวนเท่าใด ของทุกบริษัทที่ประกวดแบบ 3 การกําหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดงานออกแบบ - ควรจะแยกขนาดของโครงกา โครงการ...................................................... เช่น 0-50 ล้านบาท 51-100 ล 4 ข้อกําหนดที่ระบุว่า “เพื่อผลประโยชน์ของรัฐเป็นที่ตั้ง” - ขอให้เปลี่ยนเป็น“เพื่อผล 5 งานประกวดการออกแบบโครงการต่างๆ - งานประกวดออกแบบโครงกา ใช้สัญญาจ้างออกแบบงานจัดซื้อจัดจ้างทั่วไปมา การออกแบบโดยเฉพาะ ซึ่งจะต เป็นสัญญาหลัก โดยทั่วไป ลําดับ ข้อเสนอ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์


าปัตยกรรม " ารจ้างที่ปรึกษา...................... - เนื่องจากเป็นการทํางานในคนละส่วนของโครงการ ............................................... ไม่ได้เป็นคนหรือบุคลากรซ�ากัน และในการนําเอาไปใช้ ในการประกวดแบบโครงการอื่นๆ จะได้คะแนน ฝ่ายละ 50% เท่านั้น จากตารางค่าออกแบบ - เนื่องจากงานออกแบบงานสถาปัตยกรรม เพื่อเป็นข้อสรุป ไม่สามารถประกวดราคาค่าออกแบบได้ เนื่องจากผิด จรรยาบรรณของสภาสถาปนิก กําหนดโทษให้ยึด ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ รตามราคาค่าก่อสร้าง - ทั้ งนี้ เพื่อจะได้แยกกําหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วม ล้านบาท 101-500 ล้านบาท โครงการฯ ได้ตามการปฏิบัติงานจริง และสามารถเข้าถึง ผู้ออกแบบได้ครอบคลุมทุกอายุ และความสามารถ ลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง”เพื่อเปิดกว้างในการพิจารณาของคณะกรรมการฯ และความเป็นธรรมในการตัดสิน ทั้ งนี้ผลประโยชน์ งานราชการไม่ควรคงอยู่ในสมมุติฐานให้รัฐได้ เปรียบเทียบเพียงฝ่ายเดียวควรคํานึงถึงประโยชน์ ของประเทศ ซึ่งรวมทั้ งประชาชนผู้เกี่ยวข้องเป็นประเด็นสําคัญๆ ารต่างๆ ควรใช้สัญญาจ้าง - ทําให้งานออกแบบโครงการฯ ซึ่งต้องใช้บุคลากร ต่างกับการจัดจ้างทําของ จํานวนมาก และตรงกับความต้องการ ให้ทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพ และง่ายต่อการตรวจสอบคุณภาพ โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาเป็นคณะกรรมการ อแก้ไขปัญหา เหตุผลในการแก้ไข ิูั์


ล ำดับ ประเด็นปัญหำ สัญญำประกอบวิชำชีพวิศวกรรมและสถำปัตยกรรม ข้ 1 พรบ. จัดซื้อจัดจ้างเพื่อประโยชน์ของรัฐ แต่เพียงฝ่ายเดียว จึง เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมขัดต่อหลักของ Good Governance ที่เป็นหลักสากล ให้รัฐอ้างอิง FIDIC ที่ สากลเป็นต้นแบบของ คู่มือไว้ทั้งหมดแล้ว 2 หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานเพียงล าพังได้จึงต้องส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนกับ ภาคเอกชนที่มีความพร้อมมากกว่า ส่งเสริมการพัฒนาปร Private Partnership 3 สัญญาจ้างงานสถาปัตยกรรมรวมกับงานวิศวกรรมท าให้มีนิติ บุคคลเข้าร่วมเสนองานได้น้อยราย แยกสัญญาระบบงาน สถาปัตยกรรม 4 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขในระหว่างการก่อสร้าง จะต้องมีข้อตกลงในเรื ระหว่างการก่อสร้าง 5 การก าหนดขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจน ให้มีการก าหนดขอบเ 6 งวดการจ่ายเงิน ควรมีงวดจ่ายเงินที่สอ และมีขั้นตอนในการอ หมำยเหตุ : ประเดน็ ปัญหา ให้อ้างอิง พรบ.จัดซอื้จัดจ้างฯ 2560 (ถ้ามี) สรุปปัญหำและข้อเสนอในกำรแก้ไขจำกกำรเสวนำ "ปัญหำ สมำคมวิศวกรที่ปรึกษำเครื่องกลและไฟฟ้ำไทย


ข้อเสนอแกไ้ขปัญหำ เหตุผลในกำรแกไ้ข เป็นสัญญาที่เป็นที่ยอมรับในระดับ งสัญญา ซึ่งสมาคม วปท ได้ท าร่าง เพื่อให้สอดคล้องกับการท าสัญญาที่เป็นธรรมที่รัฐได้ ประกาศไว้และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็น หลักการที่จ าเป็นในการบริหารงานภาครัฐ ระเทศในรูปแบบของ PPP-Public p อย่างเต็มที่ รัฐไม่มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใน ทุกด้านทั้งด้านการลงทุนระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ จะน าไปสู่ Netzero วิศวกรรมออกจากงานระบบ เพื่อเปิดกว้างให้มีผู้เสนองานภาครัฐได้มากขึ้น รื่องงานเพิ่มลด และแก้ไขแบบใน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ออกแบบในเมื่อมีการส่ง แก้ไขแบบในระหว่างการก่อสร้าง ขตของงานที่ชัดเจน ปัจจุบันงานระบบประกอบอาคารมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ระบบอัจฉริยะ อาคารเขียว อนุรักษ์พลังงาน อดคล้องกับความก้าวหน้าของงาน อนุมัติที่เร็วกว่าเดิม งานภาครัฐมีงวดการจ่ายเงินเป็นพื้นที่เป็นชั้น ซึ่งไม่ สอดคล้องกับงาน และมีขั้นตอนที่ล่าช้า ำสัญญำกำรประกอบวิชำชีพวิศวกรรมและสถำปัตยกรรม"


1/11 ร่างการจัดทำ ปรับปรุง และแก้ไข ข้อบังคับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (พ.ศ. ....) ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระ บรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2562” ข้อ 2. ให้ยกเลิกข้อบังคับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อบังคับฉบับนี้แทน ข้อ 3. สมาคมนี้ชื่อ “สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” ใช้ชื่อย่อว่า “วสท.” มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและเป็นสมาคมวิชาชีพวิศวกรรม ข้อ 4. เครื่องหมายของ วสท. มีลักษณะเป็นรูปโล่ มีพระวิษณุกรรมประทับนั่งบนแท่น พระหัตถ์ขวา ทรงผึ่ง พระหัตถ์ซ้ายทรงดิ่ง มีรูปเฟืองจักรอยู่เบื้องหลัง มีคำว่า “วิศวกรรมสถาน” อยู่ข้างขวา ของพระวิษณุกรรม คำว่า “แห่งประเทศไทย” อยู่ข้างซ้ายของพระวิษณุกรรม ปี พ.ศ. ก่อตั้ง “๒๔๘๖” และ “ในพระบรมราชูปถัมภ์” อยู่ข้างล่างตามแบบรายละเอียดเครื่องหมาย วสท. ที่ แสดง ข้อ 5. สำนักงานใหญ่ของ วสท. ตั้งอยู่ เลขที่ 487 ซอยรามคำแหง 39 (เทพลีลา 1) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10310 ข้อ 6. โครงสร้างของ วสท. ประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการต่าง ๆ และสำนักงานเลขาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ ทั้งนี้การบริหารงานสมาคมเป็นไปตามข้อบังคับ วสท. ที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ และ ระเบียบ คำสั่ง การบริหารงานสมาคมที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการอำนวยการ วสท. ข้อ 7. วสท. เป็นองค์กรของวิศวกร ผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านวิศวกรรม และผู้มีความ เกี่ ย วข้ อ งท าง วิชาชีพวิศวกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 7.1 เป็นเวทีถ่ายทอดผลงานประสบการณ์วิชาชีพวิศวกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเพื่อความก้าวหน้าในการประกอบวิช าชี พ ระ ดั บ สากล 7.2 ส่งเสริมสิทธิและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม รวมถึงการไม่กระทำทุจริตผิด กฎหมายใดๆ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและสังคม ผดุงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีใน วิชาชีพวิศวกรรมรวมทั้งเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันในกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ต่อการประกอบวิชาชีพของสมาชิก และสังคม 7.3 จัดทำ รับรอง และเผยแพร่มาตรฐานด้านวิศวกรรม 7.4 ส่งเสริม พัฒนา และเพิ่มทักษะสมาชิกของ วสท. ด้านวิชาชีพวิศวกรรมให้ก้าวหน้า ทันสมัย เป็นที่ยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ 7.5 รักษาสิทธิและผลประโยชน์ของสมาชิก 7.6 เสนอแนะข้อคิดเห็น ทิศทาง วิศวกรรมที่เหมาะสมและทันสมัย เพื่อการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างต่อเนื่อง 7.7 ส่งเสริมให้ดำเนินงานการวิชาชีพวิศวกรรมต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง สังคม และสิ่งแวดล้อม ข้อ 8. สมาชิกของ วสท. มี 7 ประเภท 8.1 กิตติมศักดิ์สมาชิก ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณ และทำ คุณประโยชน์ต่อ วสท. ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการ วสท. มีมติคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 4 (สี่) ใน 5 (ห้า) ของคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมเชิญเข้าเป็นกิตติมศักดิ์สมาชิก 8.2 วุฒิสมาชิก ได้แก่ สามัญสมาชิกที่ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม หลังจากการเป็นสามัญ สมาชิก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 (ห้า) ปี หรือผู้ทรงคุณสมบัติในวิชาชีพวิศวกรรมเทียบเท่า ภาคีสมาชิก และได้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 8 (แปด) ปี ทั้งนี้โดย ผ่านหลักเกณฑ์และหรือการทดสอบที่ วสท. กำหนด เป็นวุฒิวิศวกรของสภาวิศวกร หรือ สมาชิกที่คณะกรรมการอำนวยการ วสท. มีมติ 3 (สาม) ใน 4 (สี่) ขององค์ประชุมให้เป็น วุฒิสมาชิก 8.3 สามัญสมาชิก ได้แก่ ภาคีสมาชิกที่ได้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหลังจากการเป็นภาคี สมาชิก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 (สาม) ปี หรือเป็นผู้ทรงคุณสมบัติในวิชาชีพวิศวกรรม


2 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล เทียบเท่าภาคีสมาชิกและได้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 (ห้า) ปี ทั้งนี้โดยผ่านหลักเกณฑ์และหรือการทดสอบที่ วสท. กำหนด หรือเป็นสามัญวิศวกรของ สภาวิศวกร หรือสมาชิกที่คณะกรรมการอำนวยการ วสท. มีมติ 3 (สาม) ใน 4 (สี่) ของ องค์ประชุมให้เป็นสามัญสมาชิก 8.4 ภาคีสมาชิก ได้แก่ ผู้สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ ปริญญาตรีในสาขาวิชาวิศวกรรม หรือบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่ วสท. กำหนด และคณะกรรมการอำนวยการ วสท. มีมติ 3 (สาม) ใน 4 (สี่) ขององค์ประชุมให้เป็นภาคีสมาชิก 8.5 สมทบสมาชิก ได้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม หรือบุคคลทั่วไปที่ เกี่ยวข้องกับวิชาชีพวิศวกรรม 8.6 นิสิตสมาชิก ได้แก่ นักเรียนช่างเทคนิค นักศึกษา นิสิต ที่ศึกษาด้านช่าง และด้าน วิศวกรรม 8.7 นิติบุคคลสมาชิก ได้แก่ นิติบุคคลที่ประกอบกิจการด้านวิศวกรรม ข้อ 9. คุณสมบัติทั่วไปสมาชิก วสท. ประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้9.1 ไม่เป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียในวิชาชีพ หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี 9.2 ไม่เคยต้องโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือ ความผิดที่กระทำโดยประมาท 9.3 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ 9.4 ไม่เคยเป็นผู้ทำหรือเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ วสท. 9.5 ไม่ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิศวกรของ วสท. อย่างร้ายแรง ข้อ10. สถานภาพสมาชิก 10.1 การเข้าเป็นสมาชิก ให้ยื่นใบสมัครและชำระค่าสมาชิกตามแบบหนังสือที่ วสท. กำหนด ต่อนายทะเบียน โดยมีวุฒิสมาชิกหรือสามัญสมาชิกคนหนึ่งเป็นผู้รับรองคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อ 9 10.2 การเลื่อนประเภทสมาชิก สมาชิกประเภทต่าง ๆ จะขอเลื่อนประเภทได้ต่อเมื่อมีคุณสมบัติครบตามกำหนด ของสมาชิกประเภทนั้น ๆ โดยให้แจ้งการขอเลื่อนประเภทต่อนายทะเบียน เพื่อดำเนิน การตามขั้นตอนให้คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาอนุมัติ 10.3 กรณีสมาชิกพ้นสภาพตามที่ระบุในข้อ 12.2 ข้อ 12.3 หรือข้อ 12.4 อาจยื่นสมัคร เป็นสมาชิกได้อีก โดยให้ดำเนินการตามที่ระบุในข้อ 10.1 ข้อ 11. วันเริ่มสมาชิกภาพ 11.1 นายทะเบียนจะประกาศนามผู้สมัครเป็นสมาชิกไว้ที่สำนักงาน วสท. และที่อื่น ๆ ตามที่จะได้กำหนดไว้ในระเบียบของ วสท. เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน สมาชิก ผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครคนใดขาดคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อ 6 หรือผิดประเภทตามที่ระบุใน ข้อ 5 สามารถคัดค้านได้ โดยแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด ระยะเวลาของการประกาศ 11.2 เมื่อครบกำหนดการประกาศแล้ว ให้นายทะเบียนนำรายชื่อผู้สมัครเป็นสมาชิกเสนอ คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาพร้อมทั้งคำคัดค้าน (ถ้ามี) เมื่อคณะกรรมการ อำนวยการมีมติแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้สมัครทราบ ถ้ามีมติไม่รับให้แจ้งเหตุผล ด้วย 11.3 ในกรณีที่คณะกรรมการอำนวยการไม่รับเป็นสมาชิก ผู้สมัครอาจชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อขอให้คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาใหม่ ทั้งนี้ต้องยื่นภายในกำหนด 30 (สามสิบ) วัน หลังจากวันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน ข้อ 12. การสิ้นสุดสมาชิกภาพ 12.1 ตาย 12.2 ลาออกต่อนายทะเบียน วสท. โดยแจ้งเป็นหนังสือโดยมีผลนับแต่วันที่สมาชิกระบุ ไว้ในหนังสือ 12.3 ขาดคุณสมบัติตามข้อ 9 12.4 ไม่ชำระค่าสมาชิกตามระเบียบว่าด้วยการชำระค่าสมาชิก 12.5 คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้ออกเพราะประพฤติผิดข้อบังคับอย่างร้ายแรง หรือ ประพฤติตนอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ วสท. หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ วสท. อย่างร้ายแรง ข้อ 13. ค่าสมาชิก 13.1 คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจในการกำหนดอัตราค่าสมาชิกรวมถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ ทั้งนี้ให้จัดทำเป็นระเบียบว่าด้วยการชำระ ค่าสมาชิก 13.2 อัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงสมาชิกให้เป็นไปดังนี้ 13.2.1 กิตติมศักดิ์สมาชิก ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงสมาชิกแต่อย่างใด 13.2.2 วุฒิสมาชิก ปีละ 500 (ห้าร้อย) บาท


3 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล 13.2.3 สามัญสมาชิก ปีละ 400 (สี่ร้อย) บาท 13.2.4 ภาคีสมาชิก ปีละ 350 (สามร้อยห้าสิบ) บาท 13.2.5 สมทบสมาชิก ปีละ 350 (สามร้อยห้าสิบ) บาท 13.2.6 สมาชิกนิสิต/นักศึกษา ปีละ 100 (หนึ่งร้อย) บาท 13.2.7 สมาชิกนิติบุคคล ปีละ 10,700 (หนึ่งหมื่นเจ็ดร้อย) บาท ข้อ 14. หน้าที่และสิทธิประโยชน์สมาชิก 14.1 หน้าที่ 14.1. 1 ปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ วสท. 14.1.2 ผดุงเกียรติ ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือในกิจการทั้งปวงใน วสท. 14.1.3 แจ้งให้ วสท. ทราบทุกครั้งเมื่อย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน 14.1.4 เสนอความคิดเห็นหรือรายงานเรื่องใดอันเกี่ยวกับความเสียหายอันพึงมีต่ อ วสท. 14.2 สิทธิประโยชน์ 14.2.1 ประดับเครื่องหมายของ วสท. ตามระเบียบคณะกรรมการอำนวยการที่ กำหนดขึ้น 14.2.2 รับวิศวกรรมสารและจดหมายข่าว วสท. 14.2.3 ใช้สถานที่ของ วสท. ตามระเบียบของ วสท. 14.2.4 เสนอความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการอำนวยการต่อความ เสียหายอันพึงมี 14.2.5 มีสิทธิอื่น ๆ ตามระเบียบว่าด้วยสิทธิประโยชน์สมาชิก 14.2.6 สมาชิกประเภทต่าง ๆ อาจสมัครเป็นสมาชิกมากกว่า 1 (หนึ่ง) สาขาก็ได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสาขานั้น ๆ 14.2.7 สมาชิกตามข้อ 8.2 8.3 8.4 มีสิทธิในการเสนอตัวเข้ารับสมัครเลือกตั้งเป็น กรรมการอำนวยการ รวมถึงสิท ธิในการลงคะแน นเสียงเลือกตั้ง คณะกรรมการอำนวยการตามข้อ 17.2 และข้อ 17.3 ข้อ 1 5. ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคณะหนึ่งทำหน้าที่กำหนด กำกับนโยบายและบริหารกิจการของ วสท. ประกอบด้วยกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 24(ยี่สิบสี่) คน และจากการแต่งตั้งโดยนายก จำนวนไม่เกิน 2(สอง) คน แต่รวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน 3 3 (สามสิบสาม) คน กรรมการทุกคนต้องเป็นวุฒิสมาชิก โดยประธานวิศวกรอาวุโสต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปในปีที่มีการเลือกตั้ง ยกเว้นประธานยุววิศวกรไม่จำเป็นต้องเป็นวุฒิสมาชิกแต่ต้องมี อายุไม่เกิน 35 ปีในปีที่มีการเลือกตั้ง ข้อ 16. องค์ประกอบ และหน้าที่ของคณะกรรมการต่าง ๆ 1 6.1 ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา หมายถึง บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่ให้ คำปรึกษาตามส่วนที่ได้รับการแต่งตั้ง 16.2 คณะกรรมการอำนวยการ มีองค์ประกอบและ หน้าที่ดังนี้ 16.2.1 ตำแหน่งหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ (1) นายกสมาคมฯ หมายถึง กรรมการกลางที่คณะกรรรมการอำนวย การพิจารณาให้ทำหน้าที่หัวหน้าคณะกรรมกา ร อำนวยการ มีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารของ คณะกรรมการอำนวยการให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของ วสท. (2) อุปนายก หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่รองหัวหน้า คณะกรรมการอำนวยการ จำนวนไม่เกิน 3 (สาม) คน ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายก และ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกตามลำดับในกรณีที่นายกฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ตามที่คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย ( 3) เลขาธิการ หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า สำนักงานเลขาธิการ ซึ่งมีหน้าที่บริหารกำกับการ ดำเนินงานประจำของ วสท. ให้เป็นไปตามข้อบังคับ นโยบาย และอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย ( 4) เหรัญญิก หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า คณะทำงานตรวจสอบระบบการเงินและการบัญชี ภายใน วสท. และ สาขาภาค รวมถึงให้คำปรึกษา แนะนำในการปรับปรุงระบบการเงินและบัญชี วสท. ตลอดถึงให้ความร่วมมือผู้ตรวจสอบบัญชีและที่


4/11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล ปรึกษากฎหมาย และอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย ( 5) นายทะเบียน หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่หัวหน้า คณะทำงานติดตามการตรวจสอบทะเบียนสมาชิก และนำเสนอคณะกรรมการอำนวยการ รวมถึง ระเบียบเกี่ยวกับสมาชิก วสท. และดำเนินการจัดหา สมาชิกใหม่ และอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย ( 6) ประชาสัมพันธ์ หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่หัวหน้า คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ทั้งภายในสมาชิก ด้วยกันและภายนอกต่อองค์กรและสาธารณชน ต่างๆ รวมถึงงานด้านวารสารและสื่อประชาสัมพันธ์ วสท. รวมทั้ง เผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูลผลการ ดำเนินการต่อสาธารณะ สร้างความสัมพันธ์กับ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และแถลงข่าวสาร งานจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ และจัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย ( 7) ประธานกรรมการ หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า สิทธิและจรรยาบรรณ คณะทำงานด้านสิทธิประโยชน์ และหน้าที่ของ สมาชิกต่อ วสท. รวมถึงส่งเสริมให้สมาชิกประกอบ วิชาชีพตามจรรยาบรรณให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ทั่วไป และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย ( 8 ) ป ระธานกรรม หมายถึงกรรมการกลางที่ทำหน้าทีเป็นหัวหน้า การโครงการ คณะทำงานด้านโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ได้กำหนด และต่างประเทศ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดใด ประสานงานกิจกรรมด้านต่างประเทศให้กับ กรรมการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย ( 9) กรรมการ หมายถึง กรรมการกลางที่ทำหน้าที่ดำเนินกิจกรรม กิจกรรมพิเศษ พิเศษนอกเหนือจากที่มีกำหนดไว้แล้ว ตามที่นายก สมาคม วสท. มอบหมาย หรือคณะกรรมการ อำนวยการมอบหมายจำนวนตามความเหมาะสม (10) ประธานวิศวกร หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมให้ อาวุโส สมาชิกที่มีอายุตั้งแต่ 60(หกสิบ) ปีขึ้นไปมี กิจกรรมร่วมกับ วสท. จัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ในวิชาชีพระหว่างสมาชิก และอื่นๆ ที่ เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการอำนวยการ มอบหมาย (11) ประธานวิศว หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานดำเนิน กรหญิง กิจกรรมส่งเสริมความสำคัญของสมาชิกวิศวกร หญิงและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย (12) ประธานยุว หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานส่งเสริม วิศวกร ให้สมาชิกที่มีอายุไม่เกิน 35 (สามสิบห้า) ปีรวมถึง นิสิต นักศึกษา ด้านวิศวกรรมให้มีกิจกรรมร่วมกับ สมาคมฯ และจัดให้มีกิจกรรมเตรียมความ พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในวิชาชีพวิศวกรรมระดับ สากล และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย ( 13) ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรม (13.1) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา โยธา วิศวกรรมโยธาทำหน้าที่ในงานวิชาชีพของ สาขา และประสานงานสาขาที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย (13.2) ประธานสาขา ห มายถึง หั วห น้ าคณ ะท ำงาน สาขา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้าทำหน้าที่ในงานวิชาชีพของ


5 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล สาขาและประสานงานสาขาที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่คณะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย (13.3) ประธานสาขา ห มายถึง หั วห น้ าคณ ะท ำงาน สาขา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมเครื่ องกลทำหน้าที่ในงานวิชาชีพ ของสาขา และประสานงานสาขาที่ เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย (13.4) ประธานสาขา ห มายถึง หั วห น้ าคณ ะท ำงาน สาขา วิศวกรรม วิศวกรรมอุตสาหการทำหน้าที่ในงาน อุตสาหการ วิชาชีพของสาขา และประสานงานสาขาที่ เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย (13.5) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา วิศวกรรมเหมือง วิศวกรรมเหมืองแร่โลหะการและ แร่โลหะการและ ปิโตรเลีย มทำหน้าที่ในงานวิชาชีพของ ปิโตรเลียม ส าขา และประสานงานสาขาที่ เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย (13.6) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมเคมีและปิโตรเคมี ทำหน้าที่ใน และปิโตรเคมี วิชาชีพของสาขา และประสานงาน สาขาที่ เกี่ยวข้องและอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย (13.7) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา วิศวกรรม วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่ในงาน สิ่งแวดล้อม วิชาชีพของสาขา และประสานงานสาขาที่ เกี่ยวข้องและอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย (13.8) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา วิศวกรรมยาน วิศวกรรมยานยนต์ทำหน้าที่วิชาชีพ ยานยนต์ ของสาขา และงานสาขาที่เกี่ยวข้อง และ อื่น ๆ ที่เนื่องตามที่ ค ณ ะกรรมการ อำนวยการมอบหมาย (13.9) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา วิศวกรรม วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ในงาน คอมพิวเตอร์ วิชาชีพของสาขา และประสานงานสาขาที่ เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย (13.10) ประธานสาขา หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานสาขา อื่นๆ วิศวกรรมอื่นๆ ที่จัดตั้งขึ้นภายหลังตามมติ ของคณะกรรมการอำนวยการ (14.) ประธานคณะกรรมการสาขาภาค ประธานคณะกรรมการสาขาภาค หมายถึง หัวหน้าคณะทำงานในภาคที่ สังกัดที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกแต่ละภาค ทำหน้าที่ดำเนิน กิจกรรมโดยรวมในแต่ละภาค และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย ประกอบด้วย (14.1) ประธานสาขาภาคเหนือ 1 (14.2) ประธานสาขาภาคเหนือ 2 (14.3) ประธานสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 (14.4) ประธานสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 (14.5) ประธานสาขาภาคตะวันออก 1 (14.6) ประธานสาขาภาคตะวันออก 2 (14.7) ประธานสาขาภาคใต้ 1 (14.8) ประธานสาขาภาคใต้ 2 (14.9) ประธานสาขาภาคตะวันตก (14.10) ประธานสาขาภาคอื่นๆ ที่จัดตั้งขึ้นภายหลังตามมติของ


6 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล คณะกรรมการอำนวยการ 16.2.2 คณะกรรมการอำนวยการที่มาจากการแต่งตั้งโดยนายก วสท. หมายถึง ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายก วสท. ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกลาง จำนวน ไม่เกิน 2 (สอง) คน ทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการอำนวยการมอบหมาย 16.2.3 ตำแหน่งคณะกรรมการอำนวยการตามข้อ 16.2.1 (1) ถึงข้อ 16.2.1 (9) มาจากการ พิจารณามอบหมายหน้าที่ให้กรรมการกลางตามข้อ 17.7 16.3 คณะกรรมการบริหาร 16.3.1 คณะกรรมการบริหาร หมายถึง คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการอำนวยการเพื่อบริหารงานของ วสท. ประกอบด้วย นายก เลขาธิการ เหรัญญิก และกรรมการอำนวยการอื่น ๆ ไม่เกินจำนวน 3 (สาม) คน 16.3.2 กำหนดให้คณะกรรมการบริหารจัดประชุมไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง 16.4 คณะกรรมการอำนวยการอาจพิจารณาแต่งตั้งสมาชิกเป็นกรรมการ หรืออนุกรรมการ หรือคณะทำงานนอกเหนือจากตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งได้ตามที่เห็นสมควร กรรมการหรืออนุกรรมการหรือคณะทำงานทั้งจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งแต่ละคน สามารถกำหนดให้ทำหน้าที่ได้มากกว่า 1 (หนึ่ง) ตำแหน่ง และให้รายงานผลการ ดำเนินการต่อคณะกรรมการอำนวยการในที่ประชุมของคณะกรรมการอำนวยการ การกำหนดจำนวนกรรมการ หรืออนุกรรมการ หรือผู้ทำงานในแต่ละชุด หรือในแต่ละ คณะ ให้คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามความเหมาะสมและ จำเป็นของแต่ละชุดหรือแต่ละคณะ ไม่น้อยกว่า 10 (สิบ) คน แต่ไม่เกิน 15 (สิบห้า) คน โดยประธานสาขา หรือประธานกรรมการ หรือประธานอนุกรรมการ หรือประธาน คณะทำงาน แล้ วแต่กรณี นำรายชื่อพร้อมระบุตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง เช่น รองประธาน เลขานุการ เสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการให้ความเห็นชอบ เพื่อให้นายกลงนาม แต่งตั้งต่อไป ข้อ 17 การเลือกตั้งกรรมการอำนวยการ 17.1 คณะกรรมการอำนวยการต้องพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 7 คน ภายในเดือนมีนาคมของปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมกา ร อำนวยการนั้น โดยคณะกรรมการเลือกตั้งจะต้องประกอบด้วยคณะกรรมการ อำนวยการและวุฒิสมาชิกที่มิได้รับสมัครเลือกตั้ง ทั้งนี้ คณะกรรมการเลือกตั้งต้อง จัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้น และประกาศผลการเลือกตั้งให้สมาชิกทราบภายในเดือน สิงหาคมของปีที่มีการเลือกตั้ง 17.2 สมาชิกผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ได้แก่ สมาชิกตามที่ระบุในข้อ 8.2 และข้อ 9 และไม่ ต้องห้ามตามข้อ 12 โดยสมาชิกผู้มีสิทธิ์สมัครเลือกตั้งเป็นประธานวิศวกรอาวุโสต้องมี อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปในปีที่มีการเลือกตั้ง สำหรับประธานวิศวกรหญิงจะต้องเป็น วิศวกรเพศหญิงเท่านั้น และประธานยุววิศวกรอาจเป็นสมาชิกตามข้อ 8.2, 8.3 และข้อ 8.4 ก็ได้ แต่ต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปีในปีที่มีการเลือกตั้ง 17.3 สมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ได้แก่ สมาชิกตามที่ระบุในข้อ 8.2 ข้อ 8.3 ข้อ 8.4 และข้อ 9 และไม่ต้องห้ามตามข้อ 12 17.4 ให้สมาชิกผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งยื่นใบสมัครต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง ณ สำนัก เลขาธิการที่ วสท. โดยมีสมาชิก ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเป็นผู้รับรองไม่น้อยกว่า 10 (สิบ) คน ภายในเดือนพฤษภาคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง 17.5 การเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้โดยวิธีเลือกตั้งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวิธีการเลือกตั้ง โดยจัดทำเป็นประกาศ แล้วเสนอให้ คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อคณะกรรมการอำนวยการพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติประกาศกำหนดวิธีการเลือกตั้ง ตามว รรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการเลือกตั้งพิจารณาจัดทำประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเลือกตั้ง นำเสนอคณะกรรมการอำนวยการอนุมัติภายในเดือนพฤษภาคมของปี ที่มีการเลือกตั้ง แล้วแจ้งให้สมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งทราบโดยทั่วถึงกันภายใน 15 (สิบ ห้า) วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการอำนวยการอนุมัติ คณะกรรมการเลือกตั้งต้องจัดทำรายละเอียดวิธีการเลือกตั้ง พร้อมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับ ผู้สมัครรับเลือกตั้งให้แก่สมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งภายในเดือนมิถุนายนของปีที่มีการ เลือกตั้งเพื่อสมาชิกดังกล่าวจะได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้รับสมัครรับเลือกตั้งตามวรรคสาม ประกอบด้วย


7 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล 17.5.1 กรรมการกลางจำนวนไม่เกินตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดในปีที่มีการ เลือกตั้งตามที่ระบุในข้อ 17.6 17.5.2 ประธานสาขาวิศวกรรม แต่ละสาขาวิศวกรรมที่สมาชิกสังกัดจำนวน 1 (หนึ่ง) คน ตาม ข้อ 16.2.1 (13) 17.5.3 ประธานสาขาภาค ในภาคที่สมาชิกสังกัดจำนวน 1 (หนึ่ง) คนตามข้อ 16.2.1 (14) 17.5.4 ประธานวิศวกรอาวุโส จำนวน 1 (หนึ่ง) คน ตามข้อ 16.2.1 (10 ) ซึ่งต้องมีอายุ 60 (หกสิบ) ปี ขึ้นไปในปีที่มีกา รเลือกตั้ง 17.5.5 ประธานวิศวกรหญิง จำนวน 1 (หนึ่ง) คน ตามข้อ 16.2.1 (11 ) ซึ่งต้องเป็นเพศหญิง 17.5.6 ประธานยุววิศวกร จำนวน 1 (หนึ่ง) คน ตามข้อ 16.2.1 (12) ซึ่งต้องมีอายุไม่เกิน 35 (สามสิบห้า) ปี ในปีที่มีการเลือกตั้ง ให้สมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนน ลงคะแนนทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายในเดือนกรกฎาคมของปีที่มีการเลือกตั้ง 17.6 ให้คณะกรรมการอำนวยการโดยนายกสมาคม วสท. ออกประกาศว่าด้วยการเลือกตั้ง คณะกรรมการอำนวยการ ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุจำนวนกรรมการกลาง ประธ านวิศวกรอาวุโส ประธานวิศวกรหญิง ประธานยุววิศวกร ประธานสาขาวิศวกรรมต่างๆ ประธานสาขาภาคต่างๆ ที่สอดคล้องกับข้อ 16.2.1 กรรมการนับคะแนน ลักษณะบัตรเลือกตั้ง ระยะเวลาในการรับสมัคร พร้อมกติกาการเลือกตั้ง ในปีที่มีการเลือกตั้ง โดยให้ประกาศล่วงหน้าก่อนการส่งบัต รลงคะแนน เลือกตั้งให้สมาชิกทุกประเภททราบไม่น้อยกว่า 60 (หกสิบ) วัน 17.7 ผู้จัดการสำนักงานเลขาธิการจะต้องทำหน้าที่จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการที่ได้รับ การเลือกตั้งภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับจากวันที่ประกาศผลการเลือกตั้งเพื่อเลือกตั้งนายก วสท. โดยกำห นดให้ผู้ที่มีวัยวุฒิสูงสุดเป็นประธานชั่วคราวในการดำเนินการสรรหานายก วสท.จากนั้น ให้นายก วสท. ดำเนินการประชุมเพื่อกำหนดการทำหน้าที่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของกรรมการ กลาง ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนการรับมอบงานจากคณะกรรมการอำนวยการชุดที่พ้น วาระ 17. 8 นายก วสท. และคณะกรรมการอำนวยการตามข้อ 17.7 ต้องจัดประชุมคณะกรรมการ อำนวยการภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับจากวันที่รับมอบงานจากคณะกรรมการอำนวยการที่พ้น วาระ 17.9 หากมีเหตุสุดวิสัย หรือฉุกเฉินใดๆ อันเป็นผลกระทบจากภายนอก ทำให้มีผลกระทบต่อการ ดำเนินการกำหนดเ วลาที่ระบุตามข้อ 17.1 ถึงข้อ 17.6 ให้คณะกรรมการอำนวยการพิจารณา ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมได้โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของกรรมการอำนวยการที่มา ประชุม แต่ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการอำนวยการแล้วประกาศให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ทั่วกันโดยเร็ว ข้อ 18 วา ระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ 18.1 วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสาขาวิศวกรรม คณะกรรมการสาขาภาค มีกำหนด 3 (สาม) ปีโดย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถัดจากปีที่มีการเลือกตั้ง และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน กว่า 2 (สอง) วาระมิได้ 18.2 สิทธิของกรรมการอำนวยการในการสมัครเข้ารับการเลือกตั้งในวาระถัดไป 18.2.1 กรรมการอำนวยการที่ไม่เข้าร่วมประชุมกรรมการรวมกัน 6 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี ไม่มีสิทธิสมัครเข้ารับ การเลือกตั้ง ในวาระถัดไปหนึ่งวาระ ทั้งนี้ไม่นับรวมถึง วาระที่ต้องว่างเว้นตามข้อบังคับที่ 18.1 18.2.2 กรรมการอำนวยการที่ไม่เข้าร่วมประชุมกรรมการรวมกัน 12 ครั้งขึ้นไปใน 2 ปี ไม่มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งในวาระถัดไปสองวาระติดต่อกันทั้งนี้ไม่นับ รวมถึงวาระที่ต้องว่างเว้นตามข้อบังคับที่ 18.1 18.2.3 กรรมการอำนวยการที่ไม่เข้าร่วมประชุมกรรมการรวมกัน 18 ครั้งขึ้นไปใน 3 ปี หรือหนึ่งวาระ ไม่มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งตลอดไป ข้อ 19 การพ้นจากตำแหน่ง 19.1 ตาย 19.2 ลาออก 19. 3 พ้นจากสมาชิกภาพ ตามที่ร ะบุในข้อ 12 19.4 คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและ มีมติให้ออก กรณีบกพร่องต่อหน้าที่หรือทำผิดข้อบังคับหรือทำให้องค์กรเสียหายและผิด จรรยาบรรณ วสท. อย่างร้ายแรงคณะกรรมการมีมติให้ออกจากตำแหน่ง กรรมการอำนวยการ ด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 (ส าม) ใน 4 (สี่) ของ จำนวนกรรมการอำนวยการที่มาประชุม แต่จำนวนกรรมการที่มาประชุมต้อง ไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของกรรมการอำนวยการทั้งหมดในขณะนั้น 19.5 ขาดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการตั้งแต่ 6 ครั้งขึ้นไปในรอบปี 19.6 กรณีกรรมการอำนวยการพ้นตำแหน่งก่อนวาระให้ผู้ที่ได้รับคะแนนลำดับรอง


8 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล ลงไปในการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นกรรมการอำนวยการแทน ยกเว้นประธาน กรรมการสาขาวิศวกรรม ประธานสาขาภาค ประธานวิศวกรอาวุโส ประธาน วิศวกรหญิง และประธานยุววิศวกรที่ออกก่อนวาระ หากไม่มีผู้ที่ได้รับคะแนน ลำดับรองลงไปให้คณะกรรมการอำน วยการ แต่งตั้งสมาชิกตามที่ระบุในข้อ 17.2 ในสาขาวิศวกรรมเดียวกันหรือสาขาภาคเดียวกัน รวมถึงแต่งตั้งสมาชิก ตามที่ระบุในข้อ 17.2 และมีคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อ 17.5.4 หรือข้อ 17.5.5 หรือข้อ 17.5.6 เป็นแทนตามลำดับและมีวาระการดำรงตำแหน่งตาม วาระที่เหลือ อยู่ของผู้ที่ตนแทน และให้ถือเสมือนว่าได้เป็นกรรมการ อำนวยการมาแล้ว 1 (หนึ่ง) วาระด้วย 19.7 กรรมการและอนุกรรมการพ้นตำแหน่งเมื่อ 19.7.1 ตาย 19.7.2 ลาออก 19.7.3 พ้นจากสมาชิกภาพของ วสท. ตามที่ระบุในข้อ 12 19.7.4 คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้ลาออก 19.8 กรณีกรรมการสาขาวิศวกรรมหรืออนุกรรมการสาขาวิศวกรรม พ้นจาก ตำแหน่งก่อนวาระ ให้ประธานสาขาวิศวกรรมเสนอแต่งตั้งสมาชิกในสาขา วิศวกรรมเดียวกันเป็นแทน และมีวาระตามวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการหรือ อนุกรรมการสาขาวิศวกรรมที่ตนแทนและให้ถือเสมือนว่าได้เป็นกรรมการหรื อ อนุกรรมการสาขาวิศวกรรมมาแล้ว 1 (หนึ่ง) วาระด้วย 19.9 กรณีกรรมการภาคพ้นตำแหน่งก่อนวาระ ให้ประธานสาขาภาคเสนอแต่งตั้ง สมาชิกในภาคเดียวกันเป็นแทนและมีวาระตามวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ภาคที่ตนแทนและให้ถือเสมือนว่าได้เป็นกรรมการภาคมาแล้ว 1 (หนึ่ง) วา ร ะ ด้วย 19.10 กรณีกรรมการหรืออนุกรรมการอื่น ๆ พ้นตำแหน่งก่อนวาระ ให้ประธาน กรรมการหรือประธานอนุกรรมการ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่งตั้ง สมาชิกที่เหมาะสมเป็นแทน และมีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระที่เหลืออยู่ ของกรรมการ หรืออนุกรรมการที่ตนแทน แ ละให้ถือเสมือนว่าได้เป็น กรรมการ หรืออนุกรรมการมาแล้ว 1 (หนึ่ง) วาระด้วย ข้อ 20 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่บริหารสมาคมฯ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ วสท. ฉบับนี้ และระเบียบปฏิบัติที่ กำหนดขึ้นทั้งหมด 20.1 มีอำนาจออกระเบียบ คำสั่ง ประกาศ เพื่อปฏิบัติภายในเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับข้อบังคับนี้ได้ตามที่เห็นสมควร 20.2 เป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดกรณีที่มี ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ 20.3 คณะก รรมการอำนวยการมีหน้าที่ จัดทำ ปรับปรุง จรรยาบรรณวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สำหรับสมาชิกและคณะกรรมการชุดต่างๆ ของสมาคม ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมประกาศให้สมาชิกและผู้เกี่ยวข้องทราบโดยทั่วกัน 20.4 กรรมการอำนวยก าร และกรรมการอื่น ๆ ที่ วสท. แต่งตั้งขึ้นมีหน้าที่ต้อ งปฏิบัติตาม “จรรยาบรรณวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” 20.5 การจัดตั้งสาขาวิศวกรรมต่าง ๆ และสาขาภาค 20.5.1 คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาจัดตั้งสาขาวิศวกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้อง กับความก้าวหน้าของสาขาวิศวกรรม ซึ่งมีประธานสาขาวิศวกรรมแต่ละสาขา ที่จัดตั้งขึ้นนั้นมาจากการเลือกตั้ง เว้นแต่สาขาวิศวกรรมใดที่มีจำนวนสมาชิก น้อยกว่า 100 (หนึ่งร้อย) คน จึงให้ประธานสาขาวิศวกรรมนั้นมาจากการ แต่งตั้งโดยคณะกรรมการอำนวยการ สมาชิกแต่ละคนสามารถเลือกประธาน กรรมการสาขาวิศวกรรมและเทคโนโลยีได้เพียง 1 (หนึ่ง) สาขา เมื่อจัดตั้ง สาขาวิศวกรรมแล้วในขั้นแรกให้ วสท. จัดสมาชิกเข้าเป็นสมาชิกสาขา วิศวกรรมตามที่ได้แจ้งความจำนงไว้ในใบสมัค ร 20.5.2 คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาจัดตั้งสาขาภาคขึ้นตามความเหมาะสม พร้อมกำหนดจังหวัดในสาขาภาคซึ่งมีประธานสาขาภาคแต่ละภาคมาจากการ เลือกตั้งโดยมี สมาชิกของแต่ละภาค สมาชิกในแต่ละภาคสามารถเลือก ประธานภาคได้เพียงภาคเดียว 20.5.3 คณะกรรมการสาขาวิศวกรรม สาขาภาค รวมถึงคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ พ้นวาระต้องประชุมมอบหมายกิจการที่ยังค้างดำเนินการอยู่ให้คณะกรรมการ ชุดใหม่ ทั้งนี้ให้ดำเนินการมอบหมายให้แล้วเสร็จภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับ จากวันที่ประกาศผลเลือกตั้งกรรมการอำนวยการชุดใหม่ 20.6 คณะกรรมการอำนวยการที่ต้องพ้นวาระต้องดำเนินการมอบหมายกิจกรรมต่าง ๆ ของ


9 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล วสท. ให้คณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ดังนี้ 20.6.1 การบัญชี การเงิน และทรัพย์สิน วสท. 20.6.2 ทะเบียนสมาชิก วสท. 20.6.3 งานที่ยังค้างดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ให้ดำเนินการมอบหมายให้แล้วเสร็จภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับจากวันที่ประกาศผลเลือกตั้ง กรรมการอำนวยการชุดใหม่ ข้อ 21 การประชุมแบ่งตามประเภทดังนี้ 21.1 การประชุมกรรมการสมาคม มีดังนี้ 21.1.1 นายกเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่ อปรึกษากิจการตามที่ เห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 12 (สิบสอง) ครั้ง และต้อง ประชุมไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) ครั้ง ใน 2 (สอง) เดือน กรรมการ อำนวยการจำนวนตั้งแต่ 5 (ห้า) คนขึ้นไปจะเข้าชื่อกันให้นายก เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการได้ 2 1.1.2 ประธาน กรรมการสาขาวิศวกรรมเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการสาขา วิศวกรรม เพื่อปรึกษากิจการตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 6 (หก) ครั้ง และจัดทำสรุปการประชุมและผลการดำเนินงานนำเสนอต่อ คณะกรรมการอำนวยการทุกไตรมาส 2 1.1.3 การประชุมคณะกรรมการสาขาภาค ประธานเป็นผู้เรีย กประชุมคณะกรรมการ เพื่อปรึกษากิจการตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 6 (หก) ครั้ง และ จัดทำสรุปการประชุมและผลการดำเนินงานนำเสนอต่อคณะกรรมการ อำนวยการทุกไตรมาส 21.1.4 ให้คณะกรรมการวิศวกรอาวุโส คณะกรรมการวิศวกรหญิง และคณะกรรมการ ยุววิศวกร และจัดทำสรุปการป ระชุมและผลการดำเนินงานนำเสนอต่อ คณะกรรมการอำนวยการทุกไตรมาส 2 1.1.5 การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการ ต้องมีกรรมการอำนวยการ มาประชุมไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) ใน 3 (สาม) จึงเป็นองค์ประชุม นายกเป็น ประธานที่ประชุม ถ้าในการประชุมคราวใดนายกไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่งเป็น ประธานแทน ถ้านายกและอุปนายกไม่สามารถ เข้าร่วมประชุมได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็น ประธาน ในการประชุมครั้งใดที่คณะกรรมการอำนวยการไม่ครบองค์ประชุม ให้นายก เรียก ประชุมใหม่ ภายใน 14 (สิบสี่) วัน ในการประชุมครั้งใหม่นี้ให้ถือว่า กรรมการอำนวยการตั้งแต่ 5 (ห้า) คนขึ้นไปเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่มีกรรมการอำนวยการพ้นตำแหน่งก่อนวาระและยังไม่ได้แต่งตั้งใหม่ ให้ องค์ประชุมกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วยกรรมการอำนวยการ ไม่ น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) ใน 3 (สาม) ของจำนวนกรรมการอำนวยการ ที่ยัง คงอยู่ใน ตำแหน่งมติของที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้า คะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็น เสียงชี้ขาด ในการประชุมของคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสาขาวิชาการ คณะกรรมการสาขาภาค คณะกรรมการอื่น ๆ หากมิได้กำหน ดหลักเกณฑ์ใน การประชุมไว้เป็นการเฉพาะ ให้ถือว่าใช้หลักเกณฑ์ในการประชุมของ คณะกรรมการอำนวยการโดยอนุโลม 21.1.6 มติของที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการดังต่อไปนี้ จะต้องประกอบไปด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 (สอง) ใน 3 (สาม) ของคณะกรรมการอำนวยการที่ อยู่ในที่ประชุมขณะลง มติ ก. มติให้สมาชิกออก ตามที่ระบุในข้อ 12.2 ข. มติให้สมาชิกออก ตามที่ระบุในข้อ 12.5 ค. มติให้รับผู้ขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ ตามที่ระบุในข้อ 10.3 21.1.7 การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการสามารถประชุมด้วยระบบการ ประชุมทางไกลที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดก็ได้และให้นับเป็นองค์ ประชุมและลงคะแนนเสียงได้ ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ต้องมีกรรมการอำนวยการเข้าร่วมประชุม ณ สถานที่ประชุมไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) ใน 4 (สี่) ของจำนวนกรรมการอำนวยการทั้งหมดจึงจะสามารถ เปิ ด ประชุมได้ (2) กรร มการที่สามารถใช้สิทธิ์การประชุมระบบทางไกลได้ต้องเป็นผู้ดำรง ตำแหน่งประธานสาขาภาค โดยใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 8 (แปด) ครั้งต่อปี


10 /11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล และต้องได้รับอนุญาตจากนายกก่อนวันประชุม(3) ให้นับกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกลเป็นองค์ประชุม(4) กรณีมีการลงมติในที่ประชุม ให้นับคะแนนเสียงของกรรมการผู้เข้าร่วม ประชุมผ่านระบบทางไกล 21.2 การประชุมใหญ่สามัญ ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 (หนึ่ง) ครั้ง โดยให้เลขาธิการนัดหมาย พร้อมส่งเอกสารการประชุมให้สมาชิกพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วัน องค์ประชุมต้อง ประกอบด้วยสมาชิก หรือสมาชิกที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 100 (หนึ่งร้อย) คน โดยอย่างน้อยต้องมีระเบียบวาระการประชุมดังนี้21.2.1 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในปีที่ผ่านมา 21.2.2 แถลงผลงานในรอบปี 21.2.3 รับรองงบดุล ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมรับรองงบดุล 21.2.4 แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี 21.2.5 นำเสนอนโยบายและแผนการดำเนินงาน ทั้งนี้วาระการประชุมตามข้อ 21.2.1 ถึง 21.2.4 กระทำได้ในที่ประชุมใหญ่ สามัญเท่านั้น ในการประชุมใหญ่สามัญดังกล่าวถ้าพ้นเวลานัดหมายไป 30 นาทีแล้วยังไม่ครบองค์ประชุมให้ นายก วสท. เชิญประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน 14 (สิบสี่) วัน ในครั้งที่ 2 (สอง) นี้ ให้ ดำเนินการประชุมได้โดยไม่ต้องนับองค์ประชุม 21.3 การประชุมใหญ่วิสามัญ หากมีวาระสำคัญเร่งด่วนยกเว้นวาระตามข้อ 21.2.1 ถึง 21.2.4 สามารถดำเนินการจัด ประชุมใหญ่วิสามัญได้ ดังนี้ 21.3.1 ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเห็นสมควรให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนน เสียงตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป 21.3.2 สมาชิกไม่น้อยกว่า 100 (หนึ่ งร้อย) คน มีสิทธิร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่ได้ โดยแสดง ความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วันทำการ 21.3.3 ให้เลขาธิการนัดหมายพร้อมส่งระเบียบการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าก่อนเวลา ประชุมไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วันทำการ 21.3.4 กา รประชุมใหญ่วิสามัญทุกครั้งต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 100 (หนึ่งร้อย) คน จึงจะเป็นองค์ประชุมและดำเนินการได้ ถ้าพ้นเวลานัดหมายไป 30 (สามสิบ) นาที แล้วยังไม่ครบองค์ประชุม หากเป็นการเรียกประชุมโดยคณะกรรมการอำนวยการ สามารถเรียกประชุมใหญ่วิสามัญอีกครั้งหนึ่งได้ภายใน 14 (สิบสี่) วันแต่ถ้าเป็นการ เรียกประชุม ใหญ่วิสามัญโดยสมาชิกร้องขอตามข้อ 21.3.2 ให้ยกเลิกการประชุมใหญ่ วิสามัญนั้น 21.4 การจัดประชุมใหญ่ทางวิชาการ 21.4.1 คณะกรรมการอำนวยการควรจัดให้มีการประชุมใหญ่ทางวิชาการอย่างน้อยปีละครั้ง 21.4.2 คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมควรจัดให้มีการประชุมใหญ่ทางวิชาการของแต่ละสาขา วิศวกรรมอย่างน้อยวาระละหนึ่งครั้ง 21.4.3 คณะกรรมการสาขาภาคควรจัดให้มีการประชุมใหญ่ทางวิชาการของแต่ละสาขาภาค อย่างน้อยวาระละหนึ่งครั้ง 21.5 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี และการประชุมใหญ่วิสามัญของ วสท. หรือการประชุมใหญ่ ประจำปีของสาขาวิศวกรรมหรือสาขาภาค ให้เลขานุการตามแต่กรณีส่งรายงานการประชุมให้ ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านภายหลังการประชุมไม่เกิน 60 (หกสิบ) วัน ข้อ 22. ในการปร ะชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญของ วสท. ให้นายกเป็นประธานของที่ ประชุม ถ้านายกไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ให้อุปนายกคนหนึ่งคนใดเป็นประธานแทน ถ้า นายกและอุปนายกไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนหนึ่ง คนใ ดเป็นประธานที่ประชุม ข้อ 23. การเงินและทรัพย์สินทั้งส่วนกลาง และสาขาภาคต่าง ๆ ทั้งหมดให้รวมเป็นบัญชีเดียวและอยู่ ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการอำนวยการ โดยประธานสาขาภาคต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตาม ระเบียบทา งการเงินรวมทั้งการส่งรายงานทางการเงิน ตามมาตรฐานบัญชีแ ละการเงิน ให้ ส่วนกลางภายในวันที่ 10 มกราคม ของปีถัดไป ข้อ 24. ให้เหรัญญิกจัดทำระเบียบการเงินของ วสท. และนำเสนอคณะกรรมการอำนวยการให้ความ เห็นชอบเพื่อถือปฏิบัติ ข้อ 25. ลูกจ้าง พนักงาน ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้ทำงานก่อนวันประกาศใช้ข้อบังคับนี้ ให้ถือว่าได้รับการ ว่าจ้างตามข้อบังคับนี้ ข้อ 26. สมาคมนี้อาจจะเลิกได้โดยเหตุใดเหตุหนึ่งต่อไปนี้ คือ 26.1 เมื่อต้องเลิกตามกฎหมาย หรือ 26.2 เมื่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีมีมติให้เลิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2 (สอง) ครั้งติดกันโดยมีคะแนนเสียง คราวหนึ่งไม่น้อยกว่า 3 (สาม) ใน 4 (สี่) ของจำนวนสมาชิก


11/11 ข้อบังคับ วสท. ข้อบังคับที่แก้ไข เหตุผล ที่มาประชุมแต่ละคราว ข้อ 27. ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อ 28. หาก วสท. ต้องเลิกสมาคมตามที่ระบุในข้อ 26 ให้คณะกรรมการอำนวยการโอน ทรัพย์สินของ วสท. ภายหลังการการชำระบัญชีแล้ว ให้แก่หน่วยงานตามลำดับ ดังนี้ 28.1 มูลนิธิ วสท. 28.2 สภากาชาดไทย ข้อ 29. การแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเว้นข้อบังคับเฉพาะกรณีจะทำได้ต่อเมื่อได้รับความ เห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสาสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่า 2 (สอง) ใน 3 (สาม) ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่ลงมติในการนี้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไม่น้อยกว่า 100 (หนึ่งร้อย) คน หรือ คณะกรรมการอำนวยการเสนอโดยให้เสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าก่อนที่จะมี ประชุมใหญ่นั้นไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน ข้อ 31. ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการ ส่งสำเนานั้นให้ สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทราบไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วัน และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานไม่ น้อยกว่า 5 (ห้า) วัน ก่อนวันประชุม ข้อ 32. ข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น ให้ใช้บังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อ นายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร ข้อ 33. ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มบังคับใช้กับสมาคม หลังจากผ่านที่ประชุมใหญ่ และได้รับอนุมัติจากนาย ทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร และให้บังคับใช้กับคณะกรรมการอำนวยการที่ได้รับเลือกตั้ง เข้ามาใหม่ในวาระถัดไป ข้อ 34 ให้คณะกรรมการอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการและเหรัญญิก จัดทำระเบียบหรือประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ให้แล้วเสร็จ และใช้ถือปฏิบัติภายใน 180 (หนึ่ง ร้อยแปดสิบ) วัน นับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ ในระหว่างการจัดทำดังกล่าวให้อนุโลม ปฏิบัติตามที่เคยปฏิบัติไปก่อน หากมีปัญหาใด ๆ ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้พิจารณา ตัดสิน


Click to View FlipBook Version