รหัสนักศึกษา 406307017 นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จัดทำ โดย นางสาวอารีนา ดาแม นำ Soft power มาพัฒนาต่อยอด ทุนทางวัฒนธรรม ขนมไทยพื้นบ้าน
คำ นำ จัดทำ โดย นางสาวอารีนา ดาแม 406307017 นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E-book เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของขนมไทยพื้นบ้านเพื่อนำ ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้และเรียนรู้เผย แพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้คนยุคใหม่ได้ทราบเรื่องของขนมไทยพื้นบ้านทั้งประวัติความเป็นมาขนมไทยพื้นบ้านชนิดชนิดต่างๆ และขั้นตอนวิธีการทำ ขนมศึกษาค้นคว้าหาความรู้และเรียนรู้เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อให้คนยุคใหม่ได้ทราบเรื่องของขนม ไทยพื้นบ้านทั้งประวัติความเป็นมาขนมไทยพื้นบ้านชนิดชนิดต่างๆและขั้นตอนวิธีการทำ ขนมไทยพื้นบ้าน การจัดทำ หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เพื่อมอบเป็นสื่อในการเผยแพร่ในรูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้คนรุ่นใหม่เกิดความรู้ความเข้าใจและ สามารถนำ ไปต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมได้
สารบัญ ความหมาย Soft power ความหมายของขนมไทยท้องถิ่น ความเป็นมาขนมเจาะหู วัตถุดิบขนมเจาะหู ขั้นตอนการทำ ขนมเจาะหู ความเป็นมาขนมโค วัตถุดิบขนมโค ขั้นตอนการทำ ขนมโค ความเป็นมาของข้าวเหนียวปิ้ง วัตถุดิบข้าวเหนียวปิ้ง ขั้นตอนการทำ ข้าวเหนียวปิ้ง ขนมมาดูฆาตง วัตถุดิบขนมมาดูฆาตง ขั้นตอนการทำ ขนมมาดูฆาตง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
ความหมาย SOFT POWER Soft power คืออำ นาจที่ทำ ให้คนทั่วโลกโอบรับ วัฒนธรรมอื่นๆโดยเป็นไปด้วยความสมัครใจและเมื่อวัฒนธรรมใดสร้าง Soft power นั่นหมายถึงจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล SOFT POWER คืออะไร คือ พลังอ่อนละมุนที่ปรากฏหรือซ่อนอยู่มีอิทธิพลต่อ ความสนใจ ชื่นชอบ ชื่นชม ยอมรับ ภาคภูมิใจ และมีส่วนร่วมโดย ไม่มีการบังคับอัน นำ ไปไม่มีการบังคับ อันนำ ไปสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม กระทรวงวัฒนธรรมขับเคลื่อน Soft power ด้วยมิติทางวัฒนธรรมโดยนำ ด้วยมิติทางวัฒนธรรมโดยนำ ทุนทางวัฒนธรรมที่มี ความเป็น อัตลักษณ์ของไทย มาพัฒนาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมโดยใช้ 1สมอง2มือ และหัวใจเพื่อสร้างคุณค่าและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 1
ความเป็นมาของขนมไทยท้องถิ่น 2 ขนมพื้นบ้านเป็นขนมที่สืบทอดกันมาช้านานจากบรรพบุรุษ ในแต่ละท้องถิ่นจะมีขนมพื้นบ้านที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป ขนมพื้นบ้านสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี คุณค่าของขนมพื้นบ้านขนมพื้นบ้านมีคุณค่า ทั้งในด้านวัฒนธรรมและด้านโภชนาการ ขนมพื้นบ้านเป็นขนมที่สืบทอดกันมาช้านาน สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คน ในแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ขนมพื้นบ้านบางชนิดมีความหมายทางวัฒนธรรม เช่น ขนมเปี๊ยะ มักทำ กันในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขนม ทองหยิบ ทองหยอด มักทำ กันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขนมถ้วยฟู มักทำ กันในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เป็นต้น นอกจากนี้ ขนมพื้นบ้าน ยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ขนมพื้นบ้านส่วนใหญ่ทำ จากวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แป้ง ข้าว ผลไม้ ถั่ว น้ำ ตาล ขนมพื้นบ้าน บางชนิดมีส่วนผสมของสมุนไพร เช่น ขนมลูกชุบ ขนมสาเก ขนมเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยบำ รุงร่างกาย แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น
ความเป็นมาของขนมเจาะหู ขนมเจาะหู บ้างเรียก แนหรำ , แบซำ , ดีซำ , โดซีแย หรือ ลีงอโต๊ะแว เป็นขนมที่เติมจากการเคี่ยว น้ำ ตาลแดงจนเหนียวข้นจากนั้นผสมแป้งข้าวเจ้าและนำ แป้งมานวดต่อให้ได้ที่ก่อนจะนำ ไปทอด มีรูปร่าง วงกลมเหมือนโดนัทเป็นขนมสำ คัญในเทศกาลทางภาคใต้ของประเทศไทย มักทำ ขึ้นในช่วงเทศกาลฮารีรายอ ของชาวมุสลิมเป็นขนมรายอ งานบุญของศาสนาพุทธ เช่น งานบุญสารทเดือนสิบ หรือทำ บุญชิงเปรตเพราะ ทรงคล้ายเบี้ยหอยสมัยโบราณ เป็นสัญลักษณ์แทนเงินเหมือนการส่งเงินให้บรรพบุรุษ ขนมแนหรำ แต่ละ จังหวัดไม่เหมือนกัน แต่ไม่แตกต่างกันไปมาก เปลี่ยนแค่สีของขนม แต่รสชาติยังคงเดิมอยู่ ปัจจุบันนับว่าเป็นขนมอีกหนึ่งอย่างที่หากินได้ยากแล้ว ขนมเจาะหู 3
ขนมเจาะหูหู หูหู แป้งข้าวเจ้า น้ำ ตาลแว่น น้ำ ตาลทราย เกลือ น้ำ มันพืช วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ดิ ถุ ดิ ดิ บ ดิ บ 4
1. แป้งข้าวเจ้ากับแป้งข้าวเหนียวผสมกันพักไว้ 2. ผสมน้ำ ตาลทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำ เปล่าลงไป เคี่ยวให้น้ำ ที่ได้มี ลักษณะเหนียวข้น ระวังอย่าให้ตกทราย 3. น้ำ ตาลที่เคี่ยวได้ทิ้งไว้ให้เริ่มอุ่น ใส่แป้งที่ผสมรวมกันไว้ลงไปนวด นวดประมาณ 30 นาที ให้มีลักษณะขึ้นเงา ทิ้งแป้งไว้ 1 คืน 4. นำ แป้งที่ได้ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ให้มีขนาดเท่าๆกัน เตรียมใบตอง (วิธีแบบดั้งเดิม) ทาน้ำ มันลงไปเล็กน้อยบนใบตอง 5. ปั้นแป้งที่ได้จนหมด คลึงบนใบตองกดให้แบน แล้วทำ เป็นรูตรงกลาง ลักษณะจะคล้ายการเจาะหู 6. นำ ลงทอดให้เหลืองกรอบ ลักษณะจะคล้ายกับโดนัทเล็กๆ ของฝรั่ง ขั้นตอนการทำ ขนมเจาะหู เจ้าของภูมิปัญญา นางสาวดารอยะห์ สะลี ม.4 บ้านบือแน ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา 5
ขนมโค ความเป็นมาของขนมโค ขนมโค ขนมพื้นบ้านชาวปักษ์ใต้ ภาษามาลายูถิ่นเรียกว่า ตือปง นอแนคล้ายขนมต้มขาวของคน ภาคกลาง เชื่อว่าเป็นขนมโบราณที่ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขนมโคหรือตือปง นอแน ยังมีความ สัมพันธ์ทางประวัติศาตร์กับพื้นที่ภาคใต้มาอย่างยาวนาน จากความเชื่อของคนพื้นถิ่นที่ว่าขนมโค เป็น ขนมมงคล ใช้บนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือทั้งผีพราหมณ์-พุทธ เช่น หลวงพ่อทวดเหยียบ น้ำ ทะเลจืด พระพิฆเณศ เป็นต้น 6
ขนมโค วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ดิ ถุ ดิ ดิ บ ดิ บ แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว ใบเตย ดอกอัญชัน มะพร้าวขูด 7
1. นำ ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นให้ละเอียด เพื่อนำ น้ำ ใบเตยมาผสมกับแป้งข้าวเหนียวให้เป็นสีเขียว 2. ปอกมะพร้าว นำ น้ำ มะพร้าวใส่แก้ว และขูดมะพร้าวให้เป็นเส้นเล็ก ๆ 3. ทำ แป้งให้เป็นสีเขียว โดยนำ แป้งข้าวเหนียวผสมน้ำ ใบเตย นวดแป้งจนกว่าแป้งไม่ติดมือ ถ้าใส่น้ำ มากเกินไปจะทำ ให้แป้งเหลว 4. ทำ แป้งให้เป็นสีขาว โดยนำ แป้งข้าวเหนียวผสมน้ำ มะพร้าว นวดแป้งจนกว่าแป้งไม่ติดมือ ถ้าใส่น้ำ มากเกินไปจะทำ ให้แป้งเหลว ต้องใส่ให้พอดีนวดจนแป้งกับน้ำ เข้ากัน พักแป้งไว้ ใช้น้ำ มะพร้าวเพื่อเพิ่มความหอมของมะพร้าว 5.ทำ แป้งให้เป็นสีม่วง โดยนำ แป้งผสมน้ำ ดอกอัญชัน นวดแป้งจนกว่าแป้งไม่ติดมือ 6. ตัดน้ำ ตาลแว่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เพื่อทำ ไส้ 7.นำ แป้งมาปั้นให้เป็นก้อนกลม ๆ ไม่ต้องใหญ่มาก กดแป้งให้เป็นรูปตรงกลาง แล้วใส่น้ำ ตาลแว่นเป็นไส้ห่อคลุมไส้ให้มิด 8. ตั้งหม้อต้มน้ำ สำ หรับต้มแป้งให้น้ำ เดือด 9.นำ แป้งลงหม้อต้มเมื่อแป้งสุกตัวแป้งก็จะลอยขึ้นให้ตักขึ้นทันที ขั้นตอนการทำ ขนมโค เจ้าของภูมิปัญญา นางสาวฟิรดาว กาเด ม.4 บ้านบือแน ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา 8
ข้าวเหนียวปิ้ง ความเป็นมาของข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวเหนียวปิ้ง หรือภาษามลายูท้องถิ่นเรียกว่า “ตูปะปาแง” ข้าวเหนียวปิ้งเป็นขนมพื้นบ้าน อย่างหนึ่งที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ข้าวเหนียวปิ้งสามารถรับประทานได้ทุกช่วงเวลา โดยส่วนใหญ่ แล้วจะรับประทาน ช่วงเช้า – เย็น รับประทานกับน้ำ ชาจะอร่อยมาก และยังสามารถรับประทานได้ ทั้งร้อน และเย็น แต่ถ้าจะให้อร่อยรับประทานตอนร้อน ๆ จะอร่อยมากขึ้น 9
ข้ข้ ข้ า ข้ าวเหนีนี นี ย นี ยวปิ้ปิ้ปิ้ ง ปิ้ ง วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ดิ ถุ ดิ ดิ บ ดิ บ แป้งข้าวเหนียว กะทิ เกลือ น้ำ ตาลทราย 10
ขั้นตอนการทำ ข้าวเหนียวปิ้ง 1. นำ ข้าวเหนียวล้างให้สะอาด ตั้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ 2.ต้มกะทิให้เดือดใส่เกลือ น้ำ ตาล แล้วใส่ข้าวเหนียวพัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติ พัดต่อให้สุกจนแห้ง แล้วยกลง 3.นำ ข้าวเหนียวที่ได้มาห่อใส่โดยทำ ใบตองเป็นกรวยใส่ข้าวเหนียวแล้วห่อปิดให้มิดชิดทำ ให้เป็นแบน ๆ 4.นำ ข้าวเหนียวมาเสียบที่ไม้ แล้วนำ ไปปิ้งให้ใบตองไหม้เล็กน้อย เจ้าของภูมิปัญญา นางซีซะห์ มานีหิยา ต บาโระ อ ยะหา จ ยะลา 11
มาดูฆาตง ความเป็นมาของมาดูฆาตง ขนม "มาดู กาตง" เป็นภาษามลายู ที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า "มาดู"แปลว่า ผึ้ง ส่วน "กาตง" แปลว่า เกาะ ติด เปรียบก็เหมือน กับว่า ผึ้งไปทำ รังเกาะติดกับกิ่งไม้ นั้นเอง ขนม "มาดู กาตง" เป็นขนมพื้นบ้านที่สืบทอดวัฒนธรรมกันมาสมัยรุ่นสู่รุ่นเป็นระยะเวลา ยาวนาน ชาวบ้าน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะรู้จักกันดี แต่จะหากินกันไม่ได้ง่ายๆสมัยก่อนจะมีให้เห็นเฉพาะ งานบุญ งานเข้าสุนัต งานแต่งงาน และงานสำ คัญๆทางศาสนา อิสลาม เท่านั้น ความหมายของขนม มาดู กาตง คือเปรียบเหมือนผึ้งมีความมุ่งมั่นสามัคคีก่อร้างสร้างรังผึ้ง บนกิ่งไม้ทีละนิดทีละหน่อย จนมาเป็นรังผึ้ง ใหญ่ ที่ยึดติดกับกิ่งไม้ได้อย่างหนักแน่น (ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำ เร็จอยู่นั้น)ขนม "มาดู กาตง" เป็นขนมพื้นบ้าน มีวิธีทำ คือ การเอาแป้งข้าว เหนียว น้ำ และ มะพร้าวขูดสด มารวมคลุกเข้ากัน กะทิ ที่อยู่ในมะพร้าวสดที่ขูดจะทำ ให้แป้งข้าวเหนียวมีรสชาดนัวๆมันๆ ปล่ำ ๆอร่อย เอามานวดให้ เป็นเนื้อเดียวกัน จนสามารถเอาไปปั้นกับไม้ที่เตรียมไว้ (ตามภาพ) เสร็จแล้ว ก็เอาไปย่างบนเตาถ่าน พลิกไปพลิกมาซ้ายที ขวาที จนสุก กลิ่นของข้าว เหนียวกับมะพร้าวสด จะส่งกลิ่น หอม กรอบนอก นุ่มใน แต่ยังไม่เสร็จเท่านั้น เพราะเราจะต้องเพิ่มความอร่อย หวาน มัน เค็ม ด้วย หัวกะทิ ใส่เกลือนิด หน่อย คนจนเกลือละลาย ราดบน มาดู กาตง ที่ยกจากเตาถ่านร้อนๆ น้ำ กะทิจะซึมเข้าไปในเนื้อมาดู กาตง ต่อด้วยเพิ่มความหวานโดยการเอาน้ำ ตาล ทรายที่โปรยบนลูกมาดูกาตง แค่นี้ก็เสร็จ 12
มาดูดู ดู ฆ ดู ฆาตง วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ดิ ถุ ดิ ดิ บ ดิ บ แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำ ตาลทราย เกลือ กะทิ 13
ขั้นตอนการทำ ขนมมาดูฆาตง 1.ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำ ตาลทราย เกลือ และกะทิเข้าด้วยกัน 2.นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน จับแล้วแป้งไม่ติดมือ จากนั้นพักแป้งไว้30 นาที 3.เมื่อพักแป้งได้แล้ว นำ แป้งมาปั้นกับไม้เสียบลูกชิ้นให้เป็นทรงยาวรี 4.จากนั้นนำ ไปย่างบนเตาถ่ายด้วยไฟปานกลาง 5.โรยน้ำ ตาล เจ้าของภูมิปัญญา นางซาลมะห์ มะหลี ม7 ต กรงปินัง อ กรงปินัง จ ยะลา 14