The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง การเลี้ยงไก่ไข่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กัญญภัสส์ อันพิมพ์, 2020-10-19 22:52:22

เรื่อง การเลี้ยงไก่ไข่

เรื่อง การเลี้ยงไก่ไข่

เร่อื ง การเลี้ยงไกไ่ ข่

จดั ทำโดย
เดก็ หญิง กัญญภัสส์ อันพมิ พ์
ชั้น มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เลขท่ี 18 ครทู ปี่ รกึ ษา

1) ครู ละออง วงษาเวยี ง
2) ครู อเุ ทน สมบัติศรี
3) ครู ฉลาด ขจรภพ
รายงานน้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของวชิ าการส่อื สารและการนาเสนอ IS 2
โรงเรียน หนั หว้ ยทรายพทิ ยาคม อาเภอ ประทาย จังหวดั นครราชสมี า
ส านกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 31 ภาคเรยี นที่ 1 ปี
การศกึ ษา 2563

เรอ่ื ง การเลี้ยงไกไ่ ข่

จดั ทำโดย
เดก็ หญิง กญั ญภัสส์ อนั พิมพ์
ชั้น มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เลขท่ี 18 ครทู ี่ปรกึ ษา

1) ครู ละออง วงษาเวยี ง
2) ครู อุเทน สมบัตศิ รี
3) ครู ฉลาด ขจรภพ
รายงานนเี้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของวชิ าการสื่อสารและการนาเสนอ IS 2
โรงเรียน หันหว้ ยทรายพิทยาคม อาเภอ ประทาย จงั หวดั นครราชสมี า
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 31 ภาคเรยี นท่ี 1 ปี
การศกึ ษา 2563

สารบัญ

เรอ่ื ง หนา

ประวัติความเป็นมาของไก่ไข่

วตั ถปุ ระสงค์
เป้าหมาย

1

ประวตั ิความเปน็ มาของไก่ไข่

ในอดีตการเล้ยี งไกไ่ ขใ่ นประเทศไทย มกี ารเลีย้ งตามบานเลก็ ๆ นอยๆ เพอ่ื กนิ เนอื้ กนิ ไข่ คอื การเลี้ยง
แบบปล่อยตามธรรมชาติใหไก่อาศยั ตามใตถุนบาน ชายคา โรงนา และตนไม พันธไ์ุ กท่ ีเ่ ลย้ี งจะเปน็ ไก่พนั ธ์ุ
พืน้ เมอื ง เช่น ไก่แจ ไก่อู และไกต่ ะเภา เป็นตน

ในปี พ.ศ.2567 หม่อมเจาสิทธพิ ร กฤษดากร ไดนาไก่พนั ธ์เุ ลก็ ฮอรน์ มาเลย้ี งแบบทันสมยั เพื่อการคา
เป็นครง้ั แรก แตก่ ารเล้ยี งไกไ่ มพ่ ฒั นาเทา่ ที่ควร เนือ่ งจากในสมยั น้นั ไม่มีวัคซนี และยาเพ่ือป้องกันและรักษาโรค
ไก่

ในปี พ.ศ.2484 หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ และเจาหนาทส่ี ัตวแพทย์ กรม
ปศสุ ัตว์ ไดรว่ มมือกนั ทดลองเลยี้ งไกพ่ ันธุต์ า่ งๆ ท่ีแผนกสตั ว์เลก็ บางเขน แตพ่ อมีไก่เตม็ โรงเรอื นและมีการ
แขง่ ขันไก่ไขด่ กเป็นทางการขึ้นเปน็ ครง้ั แรก ก็เกดิ สงครามมหาเอเชียบรู พาขน้ึ ทาใหการเลย้ี งไก่ไข่และไก่ไขด่ ก
ตองหยุดชะงักไประยะหนึง่

ต่อมาในปี พ.ศ.2492 ไดสง่ั ไก่พันธโุ์ ร๊ดไอส์แลนดแ์ ดง จากประเทศสหรัฐอเมริกาและพันธอ์ุ อสตราล็
อปจากประเทศออสเตรเลีย เขามาทดลองเลยี้ งและสง่ เสรมิ ใหประชาชนเลย้ี งเปน็ อาชพี รวมทง้ั ไดส่ังไกพ่ ันธุ์
อ่นื ๆ เขามาเลยี้ ง เชน่ พันธุบ์ ารพ์ ลีมัทรอ็ ค พนั ธ์นุ ิวแฮมเชียร์ เป็นตน และในปี พ.ศ.2489 น้ีเองเป็นปีท่มี กี าร
ตนื่ ตัวในการเลีย้ งไกอ่ ย่างมาก เนื่องจากจอมพล ป.พิบลู สงคราม นายกรฐั มนตรีในสมยั นน้ั และ จอมพลผิน
ชุณหวัณ รฐั มนตรีกระทรวงเกษตรและประธานกรรมการการสง่ เสริมปศสุ ตั วแ์ หง่ ชาติ ใหการสนบั สนนุ และ
สง่ เสรมิ การเลย้ี งไก่เปน็ อยา่ งมาก

ตอ่ มาในราวปี พ.ศ.2494-2495 ไดมีการเลี้ยงไกล่ กู ผสม เพอ่ื ใหไดไข่ดกและทนทานต่อสภาพดินฟ้า
อากาศของเมืองไทย เชน พนั ธ์ุออสตราไวท์โร๊ดบาร์ เปน็ ตน นอกจากนอ้ี งค์การอาหารและเกษตรขององคก์ าร
สหประชาชาตยิ ังไดส่งผูเช่ยี วชาญดานการเล้ยี งไกแ่ ละโรคไก่เขามาช่วยเหลอื และสง่ เสริมอาชพี การเลยี้ งไก่ไข่

ในประเทศไทย อกี ท้ังกรมปศุสัตวไ์ ดทาการศึกษา ทดลอง และผลติ อปุ กรณ์ตา่ งๆ ในการเล้ียงไก่ไข่ ตง้ั แต่นัน้
เป็นตนมา การเลี้ยงไก่ไขเ่ ริ่มเปน็ ที่ยอมรบั ของประชาชนมากขึน้ กลายเป็นอาชีพท่สี าคัญของคนไทยในปัจจุบนั

2

การศกึ ษาคือกระบวนการทที่ าใหคนและสงั คมเจริญงอกงาม ยิง่ เรยี นยิ่งขยัน ยิ่งเรียนยงิ่ อดทน ยิง่ เรยี น

ย่งิ ซื่อสตั ย์ ยงิ่ เรยี นยิง่ มีความกตญั ญู ยิ่งเรยี นยง่ิ รักปู่ยา่ ตายาย ดูแลปู่ยา่ ตายาย ไปไหนก็ดแู ลซ่ึงกันและกัน

บานเมอื งกจ็ ะมแี ตค่ วามสขุ เน้อื หาในสว่ นน้ไี ดรวบรวมสาระ แนวคิด บทความของทา่ น ดร.โกวิท วรพิพัฒน์

ท่เี ปน็ ผูใหนยิ าม คาว่า คดิ เป็น "กระบวนการคิดเพือ่ ตัดสินใจ" โดยใชขอมลู 3 ดาน คือ ขอมลู สว่ นตัว

ขอมลู ทาง สงั คมหรือสิง่ แวดลอม และขอมลู ทางวชิ าการ ปรัชญา "คดิ เปน็ " มรี ายละเอยี ดและสาระ

ทีน่ ่าศกึ ษา การ"คดิ เป็น"เพือ่ การพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตและสงั คมไทย "คดิ เปน็ มาจากแนวคิดทว่ี ่า ธรรมชาติ

ของมนษุ ย์ ทกุ คนตองการความสขุ คนคดิ เปน็ จะสามารถดารงชีวิต ใหพบความสุขได"

มนษุ ยม์ ีจิตสานกึ ท่ีจะใครค่ รวญ แสวงหารากเหงาท่มี าของปัญหา ความทกุ ข์ และพิจารณาทางเลอื ก

และหาคาตอบตา่ งๆ เพอ่ื จะไดตัดสนิ ใจกระทาการหรอื ไม่ ในการแสวงหาคาตอบแทนทจ่ี ะยอมจานนตอ่ ปญั หา

หรือโชคชะตา โดยกระบวนการทจี่ ะพฒั นาการคิดเปน็ ใหกบั บคุ คลตามทฤษฎกี าร "คดิ เปน็ " ซึ่งจะเปน็

กระบวนการคิดและตดั สนิ ใจแกไขปญั หาดวยขอมูล 3 ประเภท ไดแก่ ขอมลู ตนเอง ขอมลู สงั คมสง่ิ แวดลอม

และขอมูลวิชาการ มาประกอบการตดั สินใจ

กระบวนการคดิ เปน็ จงึ เป็นการท ใหบุคคลไดเขาใจตนเองอยา่ งถ่องแทว่า ตนเองเปน็ ใคร

และอะไรคอื สง่ิ ท่ีตนเองตองการ รวมทงั้ การเขาใจสภาพสงั คมสง่ิ แวดลอมท่ีตนเองดารงชวี ติ และสามารถ

น าขอมลู วิชาการทม่ี ีอย่มู าประกอบการคิดและตดั สินใจ โดยวเิ คราะหว์ จิ ารณอ์ ยา่ งเปน็ ระบบ ภายใตหลกั การ

เหตุผล หลกั คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ซงึ่ นาไปสู่การปฏบิ ตั จิ นเกดิ ความพึงพอใจ เปน็ บคุ คลท่มี ีพฤตกิ รรมคิดเปน็

เป็นคนดี คนเกง่ และพบกบั ความสุขไดในทสี่ ดุ ศาสตราจารย์ อุน่ ตา นพคณุ ไดสรปุ ความเชื่อพนื้ ฐานเกี่ยวกบั

การคดิ เปน็ มี 4 ประการ ที่จะทาใหเกิดความเขาใจกระบวนการคิดเปน็ ไดอย่างชัดเจน คอื

ประการที่ 1 มนุษย์ทุกคนตองการความสุข

ประการที่ 2 การใชขอมูล 3 ประเภท พรอมกนั ประกอบการคิดแกไขปญั หา

ประการท่ี 3 เป็นการคดิ เพ่อื การตดั สินใจแกไขปญั หา

ประการที่ 4 มนุษยม์ เี สรีภาพในการตดั สินใจกาหนดชะตาชีวติ ของตนเอง

คิดเป็น จึงเปน็ กระบวนการทจ่ี ะทาใหมนุษย์กาหนดปรชั ญาในการดารงชีวติ ของตนเองในแตล่ ะดานว่า

ตนเองเปน็ ใคร ควรทาอะไร ทาทาไม ทาอย่างไร ทาเพอื่ ใคร ซ่งึ ทงั้ หมดตองเป็นสง่ิ ทต่ี นเองตองการ

และนากระบวนการคิดเป็นนั้นไปสู่ปรัชญาทก่ี าหนดใหสาเร็จ และในทส่ี ดุ ก็จะสามารถนาพาชีวติ ไปถึง

เป้าหมายสูงสดุ คอื ความสขุ ซงึ่ เปน็ ปรชั ญาช้นั สูงสดุ ในการดารงชีวติ มนษุ ย์ทจ่ี ะทาใหสามารถดารงชีวิตอยา่ ง

มคี ณุ ภาพได

ในอดีตการเล้ียงไกไ่ ขใ่ นประเทศไทย มกี ารเลีย้ งตามบานเล็กๆ นอยๆ เพอื่ กนิ เนอ้ื กนิ ไข่ คอื การเลย้ี งแบบ

ปล่อยตามธรรมชาตใิ หไก่อาศัยตามใตถุนบาน ชายคา โรงนา และตนไม พนั ธ์ไุ ก่ที่เลย้ี งจะเปน็ ไกพ่ ันธ์ุพน้ื เมอื ง

เชน่ ไกแ่ จ ไก่อู และไก่ตะเภา เป็นตน ในปี พ.ศ.2567 หมอ่ มเจาสทิ ธิพร กฤษดากร ไดน าไกพ่ นั ธ์เุ ล็กฮอรน์ มา

เลี้ยงแบบทนั สมยั เพ่ือการคา เปน็ ครั้งแรก แตก่ ารเลี้ยงไกไ่ ม่พฒั นาเทา่ ที่ควร เนื่องจากในสมัยน้นั ไมม่ ีวัคซีน

และยาเพื่อป้องกนั และรกั ษาโรค ไก่

ในปี พ.ศ.2484 หลวงสวุ รรณวาจกกสกิ จิ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ และเจาหนาทสี่ ตั วแพทย์ กรม

ปศุสตั ว์ ไดรว่ มมือกนั ทดลองเลย้ี งไกพ่ นั ธุต์ า่ งๆ ทแ่ี ผนกสัตวเ์ ล็ก บางเขน แต่พอมีไก่เต็มโรงเรอื นและมีการ

แขง่ ขันไก่ไข่ดกเปน็ ทางการขน้ึ เปน็ ครั้งแรก กเ็ กิดสงครามมหาเอเชยี บูรพาขนึ้ ทาใหการเลีย้ งไกไ่ ข่และไกไ่ ข่ดก

ตองหยุดชะงักไประยะหนง่ึ ต่อมาในปี พ.ศ.2492 ไดสงั่ ไก่พันธโุ์ ร๊ดไอสแ์ ลนด์แดง จากประเทศ

สหรัฐอเมริกาและพนั ธอุ์ อสตราล็ อปจากประเทศออสเตรเลีย เขามาทดลองเลย้ี งและสง่ เสรมใิ หประชาชน

เลี้ยงเป็นอาชพี รวมทงั้ ไดสง่ั ไกพ่ นั ธ์ุ อื่นๆ เขามาเล้ียง เชน่ พันธ์บุ าร์พลีมัทร็อค พนั ธ์นุ วิ แฮมเชียร์ เปน็ ตนและ

3

ในปี พ.ศ.2489 นี้เองเปน็ ปีที่มกี าร ตน่ื ตวั ในการเลี้ยงไกอ่ ย่างมาก เน่ืองจากจอมพล ป.พบิ ูลสงคราม
นายกรัฐมนตรใี นสมยั น้ันและ จอมพลผิน ชุณหวณั รัฐมนตรกี ระทรวงเกษตรและประธานกรรมการการ
ส่งเสรมิ ปศัสุตวแ์ หง่ ชาติ ใหการสนับสนนุและ สง่ เสรมิ การเลยีง้ ไกเ่ ปน็ อย่างมาก ต่อมาในราวปี พ.ศ.
2494-2495 ไดัมการเลี้ยงไก่ลูกผสม เพอ่ื ใหไดไขด่ กและทนทานต่อสภาพดินฟ้า อากาศของเมืองไทย เชน
พนั ธุอ์ อสตราไวทโ์ รด๊ บาร์ เป็นตน นอกจากนีอ้ งค์การอาหารและเกษตรขององค์การ สหประชาชาติยังไดส่ง
ผูเชย่ี วชาญดานการเลี้ยงไก่และโรคไก่เขามาชว่ ยเหลือและส่งเสรมิ อาชพี การเลยี้ งไก่ไข่ ในประเทศไทย อกี ทง้ั
กรมปศุสัตว์ไดท าการศกึ ษาทดลอง และผลติ อุปกรณต์ า่ งๆ ในการเลี้ยงไก่ไข่ ตงั้ แต่นนั้ เป็นตนมา การเลี้ยงไก่
ไขเ่ ร่มิ เป็นที่ยอมรบั ของประชาชนมากขนึ้ กลายเปน็ อาชีพทีส่ าคัญของคนไทยในปัจจบุ นั กิตติกรรมประกาศ
รายงานจากการศกึ ษาคนควาอิสระฉบับนส้ี าเร็จไดดวยความอนเุ คราะห์ของบุคคลหลายทัาน ซ่งึ ไมอ่ าจจะ
นามากล่าวไดท้งั หมด คาแนะนาตรวจทาน และแกไขขอบกพรอ่ งต่าง ๆ ดวยความเอาใจใส่ทุก ข้นั ตอน
เพอ่ื ใหการเขยี นรายงานการศกึ ษาคนควาอสิ ระฉบบั นสี้ มบูรณทั์สดุ คณะผูจัดท าใครข่ อกราบ ขอบพระคุณ
เป็นอย่างสงู ไว ณ โอกาสนี้ นอกจากน้ี ขอขอบพระคุณ วิทยากร ที่ปรึกษารายงานจากการศกึ ษาคนควาอสิ ระ
ท่ใี หคาแนะนาในการคนควา ขอมูล ความรใู นดานต่าง ๆ และขอขอบพระคุณ ทีไ่ ดสง่ เสรมิและพัฒนาแหลง่
เรียนรใู นโรงเรยี นท่ีเออ้ื ตอ่ การ คนควา ขอขอบคุณเพ่อื น ๆ นกั เรียน ท่ีชว่ ยในการสบื คนขอมูลแลกเปลยน่ี ค
วามรูความคิด และใหกาลังใจใน การศึกษาคนควาตลอดมา ขอขอบคณุ คณุ ครูโรงเรียนทุกสาขาวิชาทไี่ ด
ฝึกสอน ไดใหค าแนะนาในการจดั ท ารายงานจากการศึกษาคนควา อสิ ระฉบับนี้ที่ไมไ่ ดกล่าวนาม
ไข่ไกเ่ ปน็ แหล่งอาหารประเภทโปรตนี ทีส่ าคญั กับร่างกาย การบริโภคไขไ่ ก่จะมผี ลต่อการเจริญเติบโตของ
ร่างกาย ประกอบกับไข่ไก่มรี าคาถกู หาซื้อไดงา่ ย และยังสามารถนาไปประกอบเป็นอาหารไดหลากหลาย
รปู แบบ จึง
ส่งผลใหประเทศไทยมอี ตั ราการเล้ียงไกไ่ ขเ่ พิ่มข้ึนทกุ ปี เนอื่ งจากไกไ่ ขเ่ ล้ียงง่าย ตองการพ้ืนที่เลยี้ งนอย และ
ใหผลผลิต
สูง ส่งผลใหมีการเล้ียงไกไ่ ข่อยา่ งแพรห่ ลายทั่วทกุ ภมู ิภาคของประเทศ โดยเฉพาะภาคกลางเปน็ แหลง่ เลย้ี งไก่
ไข่ขนาด
ใหญท่ ่ีสดุ ของประเทศ โดยสานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรทาการเกบ็ สถิตกิ ารเลีย้ งไก่ไข่ทั่วประเทศ ในปี 2557
พบว่า
มกี ารเลย้ี งไกไ่ ข่ทวั่ ประเทศ จานวน 45.56 ลานตวั ใหผลผลติ ไขไ่ ก่ จานวน 11,276 ลานฟอง เปน็ ผลผลิตท่ี
เกดิ จาก
แหลง่ ผลิตในภาคกลาง จานวน 6,423 ลานฟอง ซ่งึ จงั หวดั ที่มกี ารเล้ยี งไกไ่ ขแ่ ละมีผลผลติ ไข่ไกม่ ากทสี่ ดุ ในภาค
กลาง
ไดแก่ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา รองลงมาไดแก่ จังหวัดนครนายก และจงั หวดั ชลบุรี โดยจงั หวดั ฉะเชงิ เทรามผี ลผลิต
ไข่ไกใ่ น
ปี 2557 จานวน 1,197 ลานฟอง จงั หวัดนครนายกจานวน 925 ลานฟอง และจังหวดั ชลบรุ ี จานวน 820 ลาน
ฟอง ส่วน
ท่ีเหลือเป็นผลผลติ จากภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ภาคเหนอื และภาคใต (สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร,
2557) และ
ในปี 2557 สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรมีการเกบ็ สถติ ิการบรโิ ภคไขไ่ ก่ของคนไทย พบวา่ ประชาชนชาวไทย
มอี ัตรา

4

การบริโภคไข่ไกเ่ ฉลยี่ 204 ฟองตอ่ คนต่อปี และมแี นวโนมทีจ่ ะเพม่ิ ข้ึนในอนาคตจากนโยบายรณรงค์ใหคนไทย
บรโิ ภค

ไขไ่ ก่เฉลย่ี 300 ฟองตอ่ คนตอ่ ปีของภาครฐั (ไทยรัฐ, 2557) แตอ่ ัตราการบรโิ ภคไขไ่ ก่ของคนไทยก็ยงั อยูใ่ น
อตั ราทต่ี า่
เมอ่ื เทียบกบั อัตราการบริโภคไขไ่ ก่ของโลกหรอื แมแต่ภมู ภิ าคเดยี วกนั อย่างเช่น จนี บรโิ ภคไขไ่ ก่เฉลีย่ 360
ฟองต่อคน
ตอ่ ปี ญป่ี ุน่ บรโิ ภคเฉลีย่ 332 ฟองต่อคนต่อปี สิงคโปร์บริโภคเฉลยี่ 330 ฟองตอ่ คนต่อปี และมาเลเซยี บรโิ ภค
เฉล่ีย 313
ฟองต่อคนตอ่ ปี (สมาคมผผู ลิต ผูคา ผสู ่งออกไข่ไก่แหง่ ประเทศไทย, 2556) (Figure 1) เน่ืองจากประชาชน
ส่วนใหญ่
เชื่อว่าการบริโภคไข่ไก่ในปรมิ าณทีม่ ากเกนิ ไป อาจก่อใหเกิดปญั หาสขุ ภาพ เช่น โรคหลอดเลือดหวั ใจ ไขมันใน
หลอด
เลือดอดุ ตนั เป็นตน ดังนัน้ เพื่อเปน็ การตอบสนองนโยบายการเพิ่มอัตราการบรโิ ภคไขไ่ ก่ของคนไทยจาก 204
ฟองตอ่
คนตอ่ ปีในปี 2557 เป็น 300 ฟองตอ่ คนต่อปี ในปี 2561 ของภาครัฐ (ไทยรฐั , 2557) และกระตนุ เศรษฐกิจ
การสง่ ออก
ไข่ไก่ รวมถึงธรุ กจิ ฟาร์มไกไ่ ขข่ องประเทศใหเติบโต จึงจาเป็นตองศกึ ษาถงึ พฤตกิ รรมการซื้อไขไ่ ก่ของผบู รโิ ภค
เพราะ
การศึกษาถงึ พฤตกิ รรมการซอื้ ไข่ไกข่ องผบู รโิ ภค รวมทง้ั ปัจจยั ต่างๆ ท่มี ผี ลต่อพฤตกิ รรมการซอ้ื ไขไ่ กข่ อง
ผูบริโภค จะ
ช่วยเพ่ิมศกั ยภาพและช่วยหนุนเสรมิ การขยายโอกาสธุรกิจฟารม์ ไก่ไขข่ องไทยใหเตบิ โตตอ่ ไปในอนาคต โดย
การศึกษา
วิจยั ครงั้ นท้ี าการศึกษาพฤติกรรมการซอ้ื ไข่ไกข่ องผูบรโิ ภคในเขตพ้ืนท่อี าเภอเมือง จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา
เนื่องจากอาเภอ
เมอื ง จังหวัดฉะเชิงเทรามีประชากรอาศัยอยเู่ ปน็ จานวนมาก มคี วามหลากหลายดานประชากรศาสตร์ และท่ี
สาคญั
จงั หวัดฉะเชงิ เทรายงั เป็นตลาดหลกั สาคัญในการผลติ และขายไข่ไก่ของประเทศ ซ่ึงการวจิ ยั นี้จะทาใหทราบ
ขอมูลพนื้
ฐานในดานพฤตกิ รรมการซือ้ ไข่ไก่ รปู แบบพฤติกรรมของผบู รโิ ภค และปัจจยั ทมี่ ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมการซอ้ื ไข่ไก่
เพื่อนา
ขอมลู ทไ่ี ดมาเป็นแนวทางในการวางแผนสง่ เสรมิ การบรโิ ภคไขไ่ ก่ตอ่ ไปในอนาคต

5

วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื นาผลผลติ จากโครงการนาไปสง่ เสริมโครงการอาหารกลางวันสาหรบั นักเรียน

2. เพือ่ ใหนักเรียนเล้ียงไก่ไขไ่ ดอยา่ งถกู วิธี

3. เพื่อใหนักเรียนตระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ในอาชีพท่สี ุจริต

4. เพือ่ ใหนกั เรยี นนาความรูไปเปน็ แนวทางในการประกอบอาชพี

เป้าหมาย
3. เป้าหมาย

เชงิ ปรมิ าณ

1. สรางโรงเรือนเล้ียงไก่พนั ธุ์ไข่พรอมกบั วสั ดอุ ุปกรณ์สาหรบั การเลย้ี ง จานวน 1 แหง่

2. ไกพ่ นั ธุ์ไข่ จานวน 100 ตวั

เชิงคณุ ภาพ

1. นกั เรยี นมผี ลผลิตสง่ เสรมิ โครงการอาหารกลางวนั สาหรบั นกั เรยี น

2. นกั เรยี นมคี วามรคู วามเขาใจเก่ียวกบั การเลย้ี งไกไ่ ขไ่ ดอยา่ งถกู วธิ ี

3. นกั เรยี นตระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ในอาชพี ทส่ี จุ รติ

4. นกั เรยี นนาความรูไปเปน็ แนวทางในการประกอบอาชพี

6

ขอ้ สอบ

1. ไข่ไกม่ สี ีอะไร
ก.ดา
ข.แดง
ค.นวล
ง.ขาว

2.พนั ธุไ์ กท่ ่ีผสมข้นึ เป็นพเิ ศษ ซ่งึ บรษิ ัทผผู ลติ ลกู ไก่พนั ธจ์ุ าหนา่ ยไดมีการพฒั นาและปรับปรงุ พันธุใ์ หไดไก่พนั ธท์ุ ่ี
ใหผลผลติ ไขส่ ูง และมคี ณุ ภาพตามความตองการของตลาด
ก. ไก่โรด๊ ไอรแ์ ลนด์
ข. ไก่เลก็ ฮอรน์
ค. ไก่ไฮบรดิ
ง. ไก่ตะเภา

3.ขอใดจัดเป็นพันธ์ุไก่พ้นื เมอื ง
ก. ไกแ่ จ ไกอ่ ู ไกต่ ะเภา ไก่บาร์
ข. ไก่แจ ไกอ่ ู ไก่ตะเภา ไก่เบตง
ค. ไกแ่ จ ไกอ่ ู ไกบ่ าร์ ไกโ่ รด๊ ไอรแ์ ลนด์
ง. ไกแ่ จ ไก่บาร์ ไก่โร๊ดไอรแ์ ลนด์ ไก่เล็กฮอรน์

4. การกกลกู ไกค่ วรกกเปน็ เวลากี่สัปดาห์
ก. 1-2 สปั ดาห์
ข. 2-3 สปั ดาห์
ค. 3-4 สัปดาห์
ง. 4-5 สปั ดาห์

5 ลกู ไก่ 1 ตัว ตองการพน้ื ท่ใี นหองกกลูกไก่ เทา่ กบั เท่าใด
ก. 19 ตัว/ตารางเมตร
ข. 20 ตวั /ตารางเมตร
ค. 21 ตัว/ตารางเมตร
ง. 22 ตัว/ตารางเมตร

6. ลักษณะท่ดี ขี องสัตวพ์ นั ธแ์ุ ทคอื ขอใด
ก. ใหลูกดก
ข. เลีย้ งลูกเกง่
ค. ทนแดดทนฝน

7

ง. โตเร็ว
7. ขอใดเป็นขอเสียของสตั ว์พันธพุ์ น้ื เมอื ง
ก. โตชา
ข. ใหลูกไม่ดก
ค. กนิ อาหารจุ
ง. รา่ งกายมมี ันมาก

8. ขอใดเปน็ วิธีปอ้ งกันโรคระบาดของสัตว์เลยี้ งทด่ี ีที่สุด
ก. สรางโรงเรอื นใหน่าอยู่
ข. ใหอาหารทีถ่ กู สุขลักษณะ
ค. ฉดี ยาหรือหยอดยาปอ้ งกัน
ง. ทาความสะอาดตวั สัตวอ์ ยู่เสมอ

8. ขอใดไม่ใชห่ ลักในการคัดเลอื กพันธสุ์ ตั ว์เพอ่ื เล้ยี ง
ก. ดจู ากลักษณะรูปร่างของสตั ว์
ข. เลอื กใหเหมาะสมกับทองถิน่
ค. เลือกสัตวท์ ีใ่ หผลผลติ ดี
ง. เลอื กสัตวท์ ม่ี ีราคาแพง

9. พนั ธ์ุสัตว์พันธุใ์ ดจะมลี ักษณะดีท่สี ุด
ก. พนั ธุแ์ ท
ข. พันธ์ุพน้ื เมือง
ค. พนั ธ์ลุ กู ผสม
ง. พันธุ์ตา่ งประเทศ

10. สัตวท์ ีน่ ามาเลี้ยงเพ่ือความเพลดิ เพลิน ควรมีลกั ษณะอยา่ งไร
ก. สวยงาม
ข. ตัวโต
ค. ราคาแพง
ง. ซกุ ซน


Click to View FlipBook Version