The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอนวิชานำเสนอ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanyaret05, 2020-10-27 22:51:53

เอกสารประกอบการสอนวิชานำเสนอ

เอกสารประกอบการสอนวิชานำเสนอ

7. สรปุ ปิดท้าย ก่อนสิ้นสุดการนาเสนอเป็นชว่ งสาคัญเชน่ เดียวกบั การเร่มิ ต้นการนาเสนอ ผ้นู าเสนอ

ควรให้ความสาคัญในการสรปุ ิดปดิ ท้าย ไมค่ วรพูดสรุปการนาเสนอแบบเลื่อนลอย แต่ควรปิดฉากการนาเสนอ
งานให้ดีทสี่ ุด พยายามทาให้ผูฟ้ ังมีความรู้สึกประทบั ใจ ไมค่ วรพดู ยาวหรือซับซ้อนจนเกินไป ผู้นาเสนอต้องมี
การเตรียมความพรอ้ มล่วงหน้าเปน็ อยา่ งดี

การเตรียมปดิ ฉากการนาเสนอ ผนู้ าเสนอควรย้อนกลับไปดวู ัตถปุ ระสงค์ของการนาเสนอเพ่อื กาหนด
บทสรปุ ที่จะใช้กลา่ วกอ่ นปิดการนาเสนอ โดยวธิ กี ารปดิ การเสนอ โดยสว่ นใหญ่มวี ิธีการดงั นี้

7.1 การขอความเห็น

- ขอความคดิ เหน็ เพอื่ ทดสอบขอ้ สมมติฐาน
- คาถามประเภทของความคิดเห็น ช่วยลดช่องว่าระหว่างผู้นาเสนอและผู้ฟังทาให้
ผู้ฟังไดม้ สี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็

7.2 การสรุปปิดฉาก
- สรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ โต้แยง้ หลัก ๆ
- เสนอข้อแนะนาสิง่ ต่าง ๆ ที่จะต้องทา

- ถา้ ขอ้ เสนอนะไดร้ บั ความเห็นชอบ ใหเ้ สนอขัน้ ตอนตอ่ ไปว่าจะต้องทาอย่างไรต่อ
- อธิบายรายละเอยี ดของเอกสารประกอบ
- การกล่าวขอบคณุ ผูฟ้ ัง

- เปิดโอกาสให้ผฟู้ ังไดซ้ ักถาม
8. คาถาม ถา้ ผู้ฟังมจี านวนมากกอ็ าจไมจ่ าเป็นตอ้ งเปิดโอกาสให้ถาม อาจจะกล่าววา่ เพราะมีคนเป็น
จานวนมากและแต่ละคนให้ความสนใจต่างกัน จึงขอตอบคาถามหลังจากจบการนาเสนอแล้ว หรือการเปิด

โอกาสใหผ้ ู้ฟงั ถามโดยกาหนดใหถ้ ามในจานวนจากดั แต่หากเปน็ การนาเสนอในกลุ่ม เลก็ ๆ ผ้นู าเสนอควรเปิด
โอกาสให้ถามได้ คาถามของผู้ฟังจะเป็นส่ิงท่ีแสดงถงึ ความสนใจของผูฟ้ ังคาถามบางอย่างกอ็ าจเป็นประเด็นที่ผู้
นาเสนอคาดไมถ่ งึ และเปน็ ขอ้ มูลในการนาเสนอคร้งั ต่อไป

9. ปฏิกิริยาต่อคาถามที่ยากลาบาก หรือคาถามประเภทกวนเมือง วิธกี ารที่ดีท่ีสุดคือ การยับยั้งการ
ตอบคาถามโดยใช้อารมณ์ทีเ่ กิดขน้ึ ในใจของผูน้ าเสนอ ควรพยายามคดิ พจิ ารณาคาถามน้ันใหม่ หรือจะขอให้ผู้
ถามอธบิ ายคาถามใหก้ ระจา่ งมากข้ึนเพือ่ ทบทวนคาถาม และหาจงั หวะเวลาเพอื่ แกไ้ ขสถานการณต์ อ่ ไป

10. ภายหลงั การเสนองาน หลังจากเสรจ็ สิน้ การนาเสนอแล้ว ผนู้ าเสนอมักเกิดความรูส้ กึ มนั่ ใจ หรือ
ภูมิใจทไ่ี ด้รับคาชม แต่ความรสู้ ึกด้านอารมณ์นี้จะจางหายไป ส่ิงท่ีควรคานึงถึง คอื ควรนาการนาเสนอขึ้นมา
พิจารณาใหม่อย่างเปิดกว้างให้มากข้ึน ด้วยเหตุน้ีจึงควรนาเพื่อนร่วมงานไปร่วมในการนาเสนองาน เพื่อให้

ประเมินผลว่ามีส่วนใดดีหรือไม่ดีอย่างไร เป็นการวเิ คราะห์ผลการนาเสนองานหลงั จากท่ีไดน้ าเสนอไปแล้ว ซึ่ง
เป็นสิง่ ทม่ี คี วามสาคัญมากที่จะชว่ ยให้ผู้นาเสนอสามารถพัฒนาเทคนคิ วิธีการนาเสนอให้กา้ วหน้ามากยง่ิ ขึน้

กลยทุ ธส์ าหรับการนาเสนอ
กลยุทธ์หรือยุทธวิธีสาหรับการนาเสนอ คือ แผนการ วิธีการ ท่ีนามาใช้ในการดาเนินการนาเสนอ

เพอื่ ให้ประสบความสาเร็จ ประกอบดว้ ย 4 กลยุทธ์ ดงั นี้
1. กลยทุ ธใ์ นการมัดใจผู้ฟงั
2. กลยุทธใ์ นการระบวุ ัตถปุ ระสงค์
3. กลยุทธ์ในการเรียกร้องความสนใจจากผ้ฟู ัง
4. กลยุทธ์ในการสร้างความเช่ือถือ

1. กลยุทธ์ในการมัดใจผู้ฟัง เป็นวิธีการในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้นาเสนกับผู้รับฟังการ
นาเสนอ เพื่อให้ผู้รบั ฟังการนาเสนอเกดิ ความรสู้ กึ ทดี่ ีตอ่ ผนู้ าเสนอ เมื่อผรู้ บั ฟงั การนาเสนอเกดิ ทัศนคตทิ ี่ดีตอ่ ผู้
นาเสนอจะชว่ ยให้ผ้รู ับฟงั เกิดความสนใจ ตัง้ ใจฟังการนาเสนอ ผู้นาเสนอสามารถปฏิบตั ิตามกลยุทธ์เพ่ือมัดใจ
ผู้ฟังตามวธิ กี ารตอ่ ไปน้ี

1.1 การแสดงความเป็นมิตร ผู้นาเสนอจะต้องปฏิบตั ติ นตามสบาย ไมเ่ กร็งมากเกนิ ไป เพราะการเกร็ง
จะทาใหผ้ ู้นาเสนอดูเคร่งขรมึ ทาใหบ้ รรยากาศในการนาเสนอเคร่งเครยี ดตามไปด้วย ผนู้ าเสนอ
จะตอ้ งสร้างความรสู้ กึ ใหผ้ ฟู้ ังรูส้ กึ ว่ากาลงั ไดร้ ับการถา่ ยทอด แบง่ ปันขอ้ มูลความรู้จากเพือ่ น
แสดงความเป็นมิตรกับผู้ฟังทั้งทางใบหน้า ทา่ ทาง นา้ เสียง จะทาให้บรรยากาศในการนาเสนอ
อบอุ่น และผ่อนคลาย

1.2 การแสดงความเคารพ เปน็ การแสดงความเอาใจใส่ต่อผ้ฟู ัง ให้โอกาสผู้ฟงั ในการถามคาถาม ตอบ
คาถาม และยอมรับคาวิจารณ์จากผฟู้ งั โดยไมแ่ สดงอาการโกรธเคอื งต่อคาวจิ ารณ์ เพราะคา
วิจารณ์จากผูฟ้ งั จะเปน็ ประโยชน์ต่อผูน้ าเสนอในการปรับปรุงการนาเสนอในครงั้ ตอ่ ไป

1.3 ไม่สรา้ งความอับอายให้แกผ่ ู้ฟัง คาถามที่ถูกถามบางข้ออาจเป็นคาถามที่ทาให้ผู้นาเสนอรู้สกึ ว่า
เป็นคาถามง่าย ๆ หรืองา่ ยมาก ๆ ท่ีบุคคลท่ัวไปก็คงจะทราบคาตอบ แต่ผนู้ าเสนอก็ไม่ควรแสดง
อาการดูถกู ตาหนิ หรืออาการอย่างใดอย่างหน่ึงที่จะทาให้ผู้ถามร้สู ึกเสยี หน้า และอับอายให้แก่
ผฟู้ ังทถี่ ามคาถาม จะทาใหเ้ กิดความรู้สึกอับอาย และเกิดทัศนคติท่ีไมด่ ตี ่อผู้นาเสนอ ทาให้เขาไม่
กล้าและไมย่ อมใหค้ วามร่วมมืออีก

1.4 นาเสนออย่างใจเย็น ผู้นาเสนอไม่ควรจะรบี ร้อนเกินไปในการนาเสนอ การรบี นาเสนอเกินไปจะ
ทาใหผ้ นู้ าเสนอสับสนจนลืมใจความสาคญั ไป ทาให้ผรู้ ับฟงั คดิ พิจารณาและวเิ คราะห์ตามไมท่ ัน
ผนู้ าเสนอจึงควรนาเสนออยา่ งใจเยน็ หยดุ เป็นระยะ บรรยายอย่างชัดเจน และเน้นใจความสาคญั

1.5 ไม่หลงตัวเอง โดยธรรมชาติของมนุษย์มกั มีความพอใจในการได้รับคากล่าวชม เยนิ ยอจากผู้อื่น
และมักมีความร้สู กึ ไมพ่ อใจในบุคคลท่หี ลงตนเอง ชอบอวดอ้างความดีงามของตนเองในการ
นาเสนอบางประเภท ผู้นาเสนอตอ้ งแนะนาตนเอง และกล่าวถึงคุณสมบตั หิ รอื ความสามารถบาง
ประการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาการนาเสนอ แต่การพดู ถึงมากเกนิ ไปจะทาให้ผูฟ้ งั เกิดความรสู้ กึ ทไี่ ม่
ดี เบ่ือหน่ายในการฟังได้ ดังนั้น ในการนาเสนอผ้นู าเสนอจึงควรให้ความสาคญั ในเรือ่ งทน่ี าเสนอ
มากกว่าการอวดอา้ งความดี ความสามารถของตน

2. กลยุทธ์ในการระบุวัตถุประสงค์ การนาเสนอแต่ละคร้ังผู้นาเสนอจะต้องมีวัตถุประสงค์ในการ
นาเสนอ แต่บางครั้งการนาเสนอก็ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ท่ีได้กาหนดไว้ ทาให้ไม่สามารถบรรลุตาม
วัตถุประสงคเ์ ดิมที่กาหนดไว้ได้ ผูน้ าเสนอจงึ ควรปฏบิ ตั ิดงั ตอ่ ไปน้ี

2.1 ยึดมั่นในวัตถุประสงค์ ผู้นาเสนอต้องทาความเข้าใจกับตนเองว่าจะดาเนินการนาเสนอเพ่ือให้
บรรลุตามวัตถุประสงค์ และจะไม่หลงปฏบิ ัติในส่งิ ท่ีนอกเหนอื ไปจากวัตถุประสงคท์ ก่ี าหนดไว้

2.2 บอกวัตถปุ ระสงค์ใหผ้ รู้ ับฟังไดท้ ราบ ผู้นาเสนอจะตอ้ งบอกวัตถุประสงคใ์ หผ้ ้รู ับไดท้ ราบ เพอื่ ผู้ฟัง

จะไดร้ ับทราบความต้องการ หรอื จุดประสงค์ที่ผนู้ าเสนอตอ้ งการจากผู้ฟงั ทาให้ผูฟ้ ังสามารถ
ตอบสนองต่อการนาเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสื่อสารระหว่างผนู้ าเสนอและผู้ฟัง
อยา่ งถูกตอ้ ง สมบรู ณ์

2.3 เปลี่ยนมุมมองจากผูน้ าเสนอเปน็ ผู้ฟัง การเปน็ ผูน้ าเสนอเพยี งฝ่ายเดยี วก็จะรับร้แู ตห่ นา้ ทีข่ องตนท่ี
เปน็ ฝ่ายท่ีนาเสนอ นาเสนอในสาระข้อมูล ความรูท้ ีต่ อ้ งการจะใหผ้ ฟู้ ังได้ทราบแต่ในบางครงั้ ข้อมลู
ที่ส่งไปให้กบั ผูฟ้ งั อาจไมใ่ ช่ส่ิงท่ผี ฟู้ งั ต้องการ ซ่งึ ความตอ้ งการของผู้ฟงั น้ีเปน็ สิ่งท่ผี นู้ าเสนอควรให้

ความสนใจมากที่สุด ผู้นาเสนอจึงควรพิจารณาในฐานะของผู้ฟังว่าหากเป็นตนผู้ฟังแล้วจะต้อง
การสิง่ ใดจากผ้นู าเสนอ เพื่อนาแนวความคิดท่ีได้มาใช้ในการนาเสนอและกาหนดวตั ถุประสงค์ให้
ถกู ตอ้ ง

3. กลยุทธ์ในการเรยี กร้องความสนใจจากผฟู้ ัง ไมว่ ่าจะเป็นการนาเสนอในรปู แบบใด สถานที่ใด หรือ
ดว้ ยวตั ถปุ ระสงค์ใดก็ตาม สิ่งทีผ่ ูน้ าเสนอต้องการที่สดุ ก็คือ การบรรลตุ ามวตั ถุประสงค์ ซง่ึ สามารถเปน็ ไปไดจ้ าก
การตอบสนองของผ้ฟู ังทเ่ี ปน็ เป้าหมายสาคัญในการนาเสนอ การใหค้ วามสนใจในการนาเสนอของผู้ฟังจงึ นับได้

ว่าเป็นบันไดข้ ้นั สดุ ท้ายทจ่ี ะนาไปสจู่ ุดหมายปลายทาง ผู้นาเสนอจึงต้องมีทักษะในการเรยี กรอ้ งความสนใจ ซ่ึง
สามารถปฏิบตั ไิ ด้ดังน้ี

3.1 เรียนรู้ทักษะในการเรียกรอ้ งความสนใจ ผู้นาเสนอไม่จาเป็นตอ้ งเรียนรทู้ ักษะนีเ้ ฉพาะกับผ้มู ีความ

เช่ยี วชาญ หรือผู้มีความสามารถเฉพาะด้านเพยี งอย่างเดียว แต่สามารถเรยี นรไู้ ดจ้ ากการชม
รายการโทรทัศน์ตา่ ง ๆ ท่ีมกี ารสร้างความตื่นเต้น น่าสนใจ และน่าติดตามใหแ้ กผ่ ู้ชม ผู้นาเสนอ
สามารถนามาประยกุ ต์ใช้ในการเรียกรอ้ งความสนใจจากผฟู้ งั ได้

3.2 เปิดโอกาสให้ผฟู้ งั มสี ่วนร่วม การพดู โดยผ้นู าเสนอเพียงอย่างเดยี ว และใชเ้ วลา นาน ๆ อาจทาให้
ผรู้ บั ฟงั การนาเสนอรูส้ กึ เบอื่ หน่ายได้ ผูน้ าเสนอควรเปดิ โอกาสใหผ้ ู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการนาเสนอ
ดว้ ย

3.3 การนาส่ือมาใช้ จะชว่ ยใหก้ ารนาเสนอนา่ สนใจ และเข้าใจไดง้ ่ายมากยงิ่ ขึ้นแต่ผู้นาเสนอควรจะ
เลือกสื่อที่มีความเหมาะสมกับเร่ืองที่นาเสนอ สถานที่ งบประมาณ ฯลฯ เพื่อให้การนาเสนอมี
ประสทิ ธิภาพมากทส่ี ดุ

3.4 การกล่าวถงึ เรื่องท่อี ยู่ในความสนใจ ผูน้ าเสนอจะตอ้ งพจิ ารณาวา่ ผู้ฟงั เป็นบคุ คลประเภทใด มเี พศ
อายุ การศึกษา ทางานอะไร ส่งิ เหล่านี้ลว้ นมคี วามสาคญั ตอ่ การเลือกเนือ้ หาทีจ่ ะนามาใช้เสรมิ ใน
การนาเสนอ เพอ่ื ใหผ้ ูฟ้ งั เกดิ ความสนใจในการนาเสนอ เช่น ผู้ฟังเป็นเพศชาย วยั รุ่น มีการศกึ ษา

ในระดับปริญญาตรี ผู้นาเสนอจึงควรนาเรื่องที่อยู่ในความสนใจของบุคคลประเภทนี้มาใช้ คือ
เร่อื งกีฬา ดนตรี หรอื หาผู้ฟังเป็นเด็ก เร่ืองทีน่ ามาใช้ก็ควรจะเป็นเรอื่ งเก่ยี วกบั นิทาน การ์ตูน เปน็
ต้น

4. กลยุทธ์ในการสร้างความเช่ือถือ ความเช่ือถือเป็นส่ิงสาคัญทางด้านจิตใจของมนุษย์ เพราะหาก
บุคคลไม่มีความเชื่อถือกนั ผู้ฟังไม่มีความเช่ือถือในตัวผู้นาเสนอจะพยายามโน้มน้าวจิตใจผู้ฟังด้วยวิธีการใดก็
ตาม ก็ไมส่ ามารถทาให้ผนู้ าเสนอเกิดความสนใจในเรือ่ งทน่ี าเสนอได้

ผนู้ าเสนอจึงต้องสร้างความน่าเช่ือถือให้กับตนเอง เพ่ือให้ผู้ฟังเกิดความเช่ือถือโดยการปฏิบัติตาม
ขนั้ ตอนตอ่ ไปน้ี

4.1 การแสดงความสามารถ ผู้นาเสนอตอ้ งแสดงความสามารถของตนใหเ้ รอื่ งทีจ่ ะทาใหผ้ ฟู้ ังเกดิ ความ

เช่ือถอื แสดงความเชย่ี วชาญในด้านท่ีเก่ียวกับเร่ืองนนั้ ๆ ผฟู้ ังจะมีความร้สู ึกเชอ่ื มัน่ ใน
ความสามารถของผนู้ าเสนอ

4.2 การแสดงถงึ บุคลกิ ภาพท่ีดี บคุ ลกิ ภาพ คือ ลักษณะพิเศษเฉพาะของแต่ละบุคคล อันทาให้บคุ คล
นนั้ แตกต่างจากบคุ คลอน่ื ๆ บุคลกิ ภาพประกอบด้วย รปู สมบัตแิ ละคุณสมบัตบิ คุ คลที่มี
บุคลกิ ภาพที่ดที ัง้ รปู สมบัติแลคณุ สมบัติย่อมสง่ ผลใหเ้ ป็นบุคคลท่มี คี วามน่าเชือ่ ถือ

4.3 รักษาคาพูด ในการให้คาม่นั สญั ญาใด ๆ ผนู้ าเสนอตอ้ งให้ความสาคัญ จดจาคามนั่ สัญญาที่ตนได้
ใหไ้ ว้กบั ผู้นาเสนอ และทาตามคาสัญญา ซงึ่ จะทาให้ผ้ฟู ังเกดิ ความรสู้ กึ วา่ ผนู้ าเสนอมคี วาม
น่าเชื่อถอื เพราะเป็นคนรักษาสัจจะสัญญา ไม่ว่าผู้ฟังจะตกลงทาสัญญาใด ๆ กับผู้นาเสนอก็จะ
สามารถเช่ือไดว้ า่ ผู้นาเสนอจะทาตามสัญญาทไ่ี ด้ใหไ้ ว้

4.4 การตอบคาถาม การนาเสนอประเภทใดกต็ ามผู้นาเสนอจะตอ้ งมีความรู้ ความเข้าใจ ความ
ชานาญ และทักษะในเรื่องทน่ี าเสนอ เพือ่ ที่จะได้สามารถถา่ ยทอดข้อมลู ท่มี ีให้กับผู้ฟงั ไดเ้ ข้าใจ ส่งิ
ใดที่ผนู้ าเสนอไม่มีความเขา้ ใจหรอื เข้าใจเพยี งเลก็ น้อยกค็ วรจะหาข้อมลู เพิม่ เติมเพราะข้อมูล
บางอย่างท่ีเก่ียวข้องกับเร่ืองท่ีนาเสนออาจอยู่ในความสนใจของผู้ฟัง หากผู้นาเสนอมีความรู้
ความเข้าใจเพียงเล็กน้อยกค็ วรจะหาข้อมูลเพ่ิมเติม เพราะข้อมลู บางอย่างที่เกย่ี วช้องกับเรอ่ื งที่
นาเสนออาจอยู่ในความสนใจของผู้ฟัง หากผู้นาเสนอมคี วามรู้ ความเข้าใจในเรื่องทนี่ าเสนอไม่ดี
พอ ก็อาจทาให้ผฟู้ ังเกิดข้อโตแ้ ยง้ ในข้อมูลทนี่ าเสนอได้

บคุ ลกิ ภาพของผ้นู าเสนอ
คาว่า "บุคลิกภาพ" (personality) ซ่ึงเปน็ ลักษณะเฉพาะของบคุ คล ท่ีบง่ บอก ความแตกตา่ งระหว่าง

บคุ คล ไดม้ ีผูใ้ ห้ความหมายไว้ต่าง ๆ กนั ดังตอ่ ไปน้ี
เออร์เนส อาร์.ฮลิ การ์ด (Hilgard 1962:447) กลา่ ววา่ บุคลกิ ภาพ เปน็ ลกั ษณะ สว่ นรวมของบคุ คล

และการแสดงออกของพฤติกรรม ซึ่งชี้ให้เห็นความเป็น ปัจเจกบุคคล ในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง
ลักษณะทสี่ ง่ ผลส่กู ารติดต่อ สัมพนั ธ์กับผู้อ่ืน ไดแ้ ก่ ความรสู้ กึ นบั ถอื ตนเอง ความสามารถ แรงจงู ใจ ปฏิกิรยิ าใน
การเกดิ อารมณ์ และลกั ษณะนิสัยท่สี ะสมจากประสบการณ์ชีวติ

ฟิลลิป จี.ซิมบาร์โด และฟลอยด์ แอล.รูช (Zimbardo and Ruch 1980:292) อธิบายว่า
บุคลิกภาพ เป็นผลรวมของลักษณะ เชิงจิตวิทยาของบุคคล แต่ละคน มีผลต่อการแสดงออกซึ่งพฤติกรรม
หลากหลายของบคุ คลนนั้ ทั้งส่วนที่เป็นลักษณะภายนอก ทสี่ ังเกตไดง้ ่าย และพฤติกรรมภายในที่สงั เกตไดย้ าก
ลักษณะท่ีหลากหลายดงั กลา่ วส่งผลให้บุคคลแสดงออกต่างกนั ใน แตล่ ะสถานการณแ์ ละช่วงเวลา

ริชาร์ด ซี.บุทซิน และคณะ (Bootzin and others 1991:502) ให้ความหมายว่า บุคลกิ ภาพเป็น
ลกั ษณะนิสยั และรปู แบบของความคดิ ความรสู้ ึก และการประพฤตปิ ฏบิ ัตขิ องบคุ คลแตล่ ะคน

อัลชลี แจ่มเจริญ (2530:163) ให้ความหมายว่า บุคลิกภาพ หมายถึงลักษณะส่วนรวมของบุคคล
ท้งั หมด ทแ่ี สดงออกมาปรากฎ ให้คนอ่ืนได้รู้ได้เห็น ซึ่งแตกต่างกันเพราะภาวะสิ่งแวดล้อมที่สร้างตวั บุคคลน้ัน
แตกต่างกันประการหนึ่ง และพันธุกรรม ที่แตล่ ะบุคคล ได้มากแ็ ตกต่างกัน ไปอีกประการหน่ึง จากคาจากัด
ความและความหมายของ "บคุ ลกิ ภาพ" ท่ีกลา่ วมา สรปุ ไดว้ ่า บุคลิกภาพ คือตวั บุคคลโดยสว่ นรวม ทั้งลักษณะ
ทางกาย ซง่ึ สังเกตได้งา่ ย อันไดแ้ ก่รูปร่างหน้าตากิริยาทา่ ทาง น้าเสียง คาพดู ความสามารถทางสมอง ทักษะ
การทากิจกรรมต่าง ๆ และลักษณะทางจิต ซ่ึงสังเกตได้ค่อนข้างยาก ได้แก่ ความรู้สกึ นึกคิด เจตคติ ค่านิยม
ความสนใจ ความมุ่งหวัง อุดมคติ เป้าหมาย และความสามารถในการปรับตัว ให้เข้ากับส่ิงแวดล้อม ลักษณะ
ดังกล่าวมีที่มาจากพนั ธุกรรมและส่ิงแวดล้อมของแต่ละคน สง่ ผลสคู่ วามสามารถในการปรับตัว ตอ่ ส่งิ แวดล้อม
และความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล

วธิ ีการนาเสนอ

ในการนาเสนอด้วยวาจา คุณสมบัติอันเป็นลักษณะประจาตัวของผู้นาเสนอ ถือได้ว่าเป็นส่วนสาคัญ
ของความสาเร็จในการนาเสนอ เพราะคุณสมบัติของผู้นาเสนอจะมีอทิ ธิพลต่อการโน้นน้าวชักจูงให้เกิดความ
สนใจ ความไว้วางใจ เชื่อถือ และการยอมรับไดม้ าก เท่ากับหรือมากกวา่ เนื้อหาท่ีนาเสนอผูน้ าเสนอที่ประสพ

ความสาเรจ็ สว่ นใหญ่ จะมีคุณสมบัตดิ งั ตอ่ ไปน้ี
1. มบี ุคลกิ ดี
2. มีความร้อู ยา่ งถอ่ งแท้

3. มคี วามน่าเชอ่ื ถอื ไวว้ างใจ
4. มีความเชอื่ มนั่ ในตนเอง
5. มีภาพลกั ษณท์ ีด่ ี

6. มนี ้าเสยี งชดั เจน
7. มีจิตวิทยาโน้นน้าวใจ
8. มคี วามสามารถในการใช้โสตทศั น์อุปกรณ์

9. มคี วามช่างสังเกต
10. มีไหวพรบิ ปฏภิ าณในการคาถามดี
การนาเสนอเป็นหนึ่งใน ทักษะที่ทุกคนจะต้องฝึกฝนให้เกิดขึ้นแก่ตน เพราะเป็นทางนามาซึ่ง

ความสาเร็จในการนาผลงาน แผนงาน โครงการและความคิดต่าง ๆ เสนอเพ่ือให้มีการรับรอง หรือ อนุมัติ
นับว่าเปน็ สิงสาคัญอยา่ งย่ิงในการทางานและการดาเนินชีวิต

ทกั ษะของผนู้ าเสนอ

ผู้นาเสนอจะต้องศึกษาและฝึกฝนตนเองให้มีทักษะหลายด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้

นาเสนอที่ดี เพราะผู้นาเสนอเป็นปัจจัยสาคัญในความสาเร็จของการนาเสนอ โดยทั่วไปผู้นาเสนอจะต้อง
เสรมิ สรา้ งทักษะดังตอ่ ไปนี้

1. ทกั ษะในการคิด (conceptual skill) ผู้นาเสนอจะต้องเรียนรู้ และ สร้างความชานาญชัดเจนใน

การคิดแมว้ ่าจะมีเนือ้ หาสาระจากขอ้ มลู ทม่ี อี ยู่ ผู้นาเสนอกจ็ ะต้องคิดพิจารณาเลอื กใช้ข้อมูล และลาดบั ความคดิ
เพื่อจะนาเสนอใหเ้ หมาะแกผ่ ู้รับการนาเสนอ ระยะเวลา และโอกาส

2. ทักษะในการฟงั (listening skill) ผู้นาเสนอจะต้องสดับรบั ฟัง และสง่ั สมปญั ญาเปน็ การรอบร้จู าก

การได้ฟัง ผรู้ ู้และผเู้ ชย่ี วชาญในเรอ่ื งที่จะนาเสนอเพือ่ นามากล่นั กรอง เรียบเรียงเป็นเนื้อหาในการนาเสนอ
3. ทักษะในการพูด (speaking skill) ผนู้ าเสนอจะต้องฝกึ ฝนการพูด เพ่ือบอกเลา่

เน่ืองโน้นนา้ วจูงใจ ใหผ้ รู้ บั ฟงั การนาเสนอเห็นด้วย อันจะเป็นทางทาใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของการนาเสนอ

4. ทักษะการอ่าน (reading skill) ผู้นาเสนอจะตอ้ งเป็นนักอา่ นที่มีความชานิชานาญชัดเจนในการสั่ง
สมข้อมูล สามารถประมวลความรนู้ ามาใชใ้ นการนาเสนอไดเ้ พยี งพอแก่ความต้องการของผู้รับการนาเสนอ

5. ทกั ษะในการเขยี น (writing skill) ผู้นาเสนอจะต้องเสริมสรา้ งทกั ษะการเขียนเพราะการเขยี นเป็น

การแสดงความคิด ความเชื่อ ความรู้ ความรู้สึก อารมณ์ และ ทัศนคติ ของผู้เขียนให้ผู้อ่านได้ทราบโดยใช้
ตวั อักษร การนาเสนอด้วยการเขียนจึงต้องมีความประณีต พิถีพิถันในการเลือกใช้คาด้วยการรูค้ วามหมายที่
แทจ้ รงิ ของถอ้ ยคา และใชถ้ อ้ ยคาให้ถูกตอ้ งเหมาะสม

6. ทักษะในการถ่ายทอด (delivery skill) ผู้นาเสนอจะต้องฝึกฝนการถ่ายทอดเน้ือหาสาระให้เกิด
ความเขา้ ใจถูกต้องตรงตามวตั ถุประสงคด์ ้วยวิธีนาเสนอในรูปแบบท่เี หมาะสมกบั วตั ถุประสงค์และสถานการณ์
ในการนาเสนอ

บคุ ลิกภาพขณะนาเสนอ

บุคลิกภาพขณะนาเสนอ คือ สภาวะทุกอย่างของผูน้ าเสนอ ทงั้ สภาวะทางกายและจิตใจ ซึ่งมอี ิทธิพล
ตอ่ การกระทาในระหว่างการนาเสนอ บคุ ลกิภาพที่ดเี ป็นส่ิงสาคัญทาใหเ้ ราม่ันใจในขณะพูดและทาให้ผฟู้ ังเกิด
ความ รสู้ กึ ประทับใจและสนใจติดตามฟงั โดยไม่รูส้ ึกเบือ่ หรือง่วงนอนก่อนทีเ่ ราจะพูดจบ

บคุ ลกิ ภาพทด่ี ีในการนาเสนอนนั้ ประกอบดว้ ย
1. การแตง่ กาย
2. การใช้ภาษา

3. การใชเ้ สียง/จงั หวะการพูด
4. การแสดงออกทเี่ หมาะสม
การแต่งกาย(Dressing)

การแตง่ กายเป็นจุดแรกทีด่ งึ ดูดสายตาผู้คน เครอ่ื งแตง่ กายเปน็ ตัวบ่งบอกถึงบคุ ลิก นิสัย ความเป็นมือ
อาชพี ทาใหผ้ ู้ฟังรสู้ กึ ประทบั ใจก่อให้เกดิ ทศั นคตทิ ี่ดีอยากตดิ ตาม ฟงั

เทคนคิ การแตง่ กาย

1. ผม - เล็บตดั สัน้ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
2. เครื่องประดบั - ควรมแี ตพ่ อเหมาะ
3. เสอื้ ผา้

- แต่งกายให้สะอาด สุภาพ เรยี บร้อย สเี รียบ ไมฉ่ ูดฉาด
- แตง่ กายใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและสถานท่ี
- ไมค่ วรใส่ กระโปรงยาวหรอื สน้ั เกินไป (สาหรบั สภุ าพสตรี)

การใช้ภาษา
- ใชภ้ าษาให้เหมาะกบั กลุ่ม ผ้ฟู ัง
- ภาษาทใ่ี ชต้ อ้ งมคี วามชัดเจน

- ใช้ภาษาที่สภุ าพ อกั ขระถูกต้องและเขา้ ใจงา่ ย
- กะทัดรดั ไดใ้ จความ ไมใ่ ชค้ าฟุ่มเฟอื ย
การใช้เสยี ง/จงั หวะการพดู

- เปน็ ธรรมชาติไม่ทุม่ หรือแหลมจนเกนิ ไป
- พดู ด้วยความเร็วทเ่ี หมาะสม ไม่เร็วหรอื ช้าจนเกนิ ไป
- พูดใหด้ งั และชัดเจน ไมใ่ ชร้ ะดบั เสยี งเดยี ว

- รู้จกั การใชเ้ สียงสงู -ต่า ในการเน้นความหมายอย่างเหมาะสม
การแสดงออกทเ่ี หมาะสม

1. การใชส้ ายตา (Eye Contact)

2. ภาษากาย (Body Language)
- การนง่ั นาเสนอ
- การยนื นาเสนอ

- มอื /แขน
- ใบหนา้ /สหี นา้

อ้างอิง

rungnapa.blogspot.com. บคุ ลกิ ภาพในการนาเสนอ.
[ระบบออนไลน์] แหล่งท่ีมา http://54020271rungnapa.blogspot.com/2012/01/blog-post_43.html
(21 ตลุ าคม 2563)

sites.google.com. คุณสมบตั ขิ องผ้นู าเสนอและทักษะผู้นาเสนอ.
[ระบบออนไลน์] แหลง่ ทม่ี า https://sites.google.com/site/karnasenx/extra-credit
(21 ตุลาคม 2563)

sites.google.com. บุคลิกภาพ.
[ระบบออนไลน์] แหลง่ ทม่ี า https://sites.google.com/site/personality009/bukhlikphaph
(21 ตลุ าคม 2563)

บทท่ี 6
การจัดเตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ์ ในการนาเสนองาน

บทนา
วสั ดุ อปุ กรณ์ดจิ ทิ ลั ทชี่ ่วยในการนาเสนอผลงานอปุ กรณ์ดิจิทลั ท่สี ามารถถา่ ยทอดภาพและเสยี งในงาน

นาเสนอเพ่อื ให้งานนาเสนอมคี ณุ ภาพ เข้าถงึ ผู้ชมและผฟู้ ังไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ มีดงั น้ี
1. เคร่ืองเสยี งและเครอื่ งขยายเสยี ง ใช้ในการบันทกึ เสยี งหรือกระจายเสียง ในการนาเสนอรูปแบบ

ของการบรรยายเพือ่ ใหผ้ ู้รับฟังได้ยนิ เสยี งผู้บรรยายชัดเจนและนา่ สนใจ
2. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ จดั เปน็ เทคโนโลยีทีม่ ีการพฒั นาอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ซงึ่ สามารถนามาใช้ใน

การนาเสนอได้อยา่ งดีและมปี ระสิทธิภาพสูง สามารถเช่ือมต่อ กบั อุปกรณต์ า่ ง ๆ ได้หลายรปู แบบ คอมพวิ เตอร์
จึงสามารถนาเสนอข้อมูลได้ทกุ รูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ซอฟต์แวร์ในการประมวล ผล และ
นาเสนอผา่ นอปุ กรณแ์ สดงผลและอปุ กรณ์ตอ่ พ่วงตา่ ง ๆ

3. โพรเจกเตอร์ (Projector) เปน็ อุปกรณ์ฉายภาพที่ใชใ้ นการนาเสนอ โดยสามารถรองรับสญั ญาณ
ภาพจากคอมพิวเตอร์ เคร่ืองเลน่ วีซีดี เคร่อื งเล่นดีวีดี และเครอื่ งกาเนิดภาพอ่นื ๆ แล้วแสดงผล ขยายขนาดบน
จอรับภาพช่วยให้มองเห็นได้ไกลข้ึน เหมาะสาหรับการนาเสนอข้อมูลในห้องประชุม เพื่อให้ผูเ้ ข้าร่วมประชุม
สามารถมองเห็นภาพหรอื ข้อความได้อยา่ งชัดเจน

4. วิชวลไลเซอร์ (Visualizer) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพระบบดิจิทัลประเภทหน่ึง ซ่ึงพฒั นามาจากโอ
เวอร์เฮดหรือเครื่องฉายข้ามศีรษะ ใช้แสดงภาพวัตถุและเอกสารสู่จอรับภาพที่มีอยู่จริงได้เลย โดยไม่ต้อง
ดัดแปลง อปุ กรณ์นี้เหมาะสาหรบั ใชใ้ นการนาเสนองานต่าง ๆ โดยเฉพาะครู-อาจารย์ท่ีสอนหนงั สือ และใช้ได้ดี
ในการนาเสนอภาพนิง่ มากกว่าภาพเคลือ่ นไหว แตภ่ าพท่ีแสดงออกมานัน้ ก็ใหค้ วามคมชดั มีสสี ดใส และมีโหมด
ของการแสดงภาพให้ปรับการทางานดว้ ย การควบคมุ การทางานสามารถทาได้โดยใชร้ โี มต

5. กล้องถ่ายรูปดิจิทัล (Digital Camera) เป็นอุปกรณ์รับภาพที่เปลี่ยนจากฟิล์มมาเป็นอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงเมื่อถ่ายรูปที่ต้องการแล้ว รปู จะถกู เก็บลงในหน่วยความจา (memory) ท่ีอยู่ในกล้อง เมื่อ
ตอ้ งการดูรูปทาไดโ้ ดยการถา่ ยข้อมูลจากหนว่ ยความจาลงบนเครื่องพมิ พ์หรอื เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ ภาพทไี่ ด้จะมี
ขนาดตามทตี่ อ้ งการ สามารถย่อหรือขยาย ปรบั แสงหรือเงาแลว้ แตค่ วามพอใจหรอื จะเพ่ิมรูปแบบก็สามารถทา
ได้ และเมอ่ื จะถา่ ยใหม่ กส็ ามารถใชห้ น่วยความจาเดมิ ไดเ้ ลย โดยไมต่ ้องเสียเงนิ ซอ้ื ฟิล์ม

6. กล้องถ่ายวีดิทัศน์ดิจิทัล เป็นอุปกรณ์รับภาพท่ีบันทึกข้อมูล ภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว และเสียง
เก็บไว้ในหน่วยความจาแบบแฟลชภายในกล้อง สามารถย่อหรอื ขยาย ปรับแสงเงาของภาพได้ และในปัจจุบัน
สามารถคดั ลอกข้อมลู ลงในแผน่ ดวี ีดไี ดเ้ ลย โดยไม่ตอ้ งโอนลงในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์

7. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์ขนาดสมุดบันทึกหรือโน้ตบุ๊ก เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้สร้างงาน
นาเสนอ เป็นส่อื กลางในการเชอื่ มโยงอุปกรณอ์ ่ืน ๆ เช่น โพรเจกเตอร์ เพอ่ื นาเสนองาน และใช้นาเสนองานผ่าน
จอภาพของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์

8. เครื่องเล่นเสียง หรือเครื่องเล่นเอ็มพีสาม (MP3) เป็นอุปกรณ์ซ่ึงบรรจุข้อมูลเสียงที่ใช้เล่นใน
คอมพิวเตอร์และสามารถถ่ายโอนข้อมูลเข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้ โดยขอ้ มูลเสียงนั้นใช้เทคโนโลยีบีบอัดให้มี
ขนาดเล็กลงมากกว่าขอ้ มูลเสยี งปกตถิ งึ 12 เท่า แมข้ นาดข้อมลู จะเล็กลง แตค่ ณุ ภาพเสยี งไมไ่ ด้เสียไป อยา่ งไรก็
ตาม หากเรานาข้อมูลเสียงจากเคร่ืองเล่น MP3 ไปเล่นในเคร่ืองคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า จะได้เสียงในลักษณะ
กระตกุ หรอื ใช้การไม่ได้เลย

9. รโี มท (remote mouse) เปน็ อุปกรณ์ที่ชว่ ยควบคมุ การนาเสนอข้อมลู ในรปู แบบของอุปกรณไ์ ร้
สาย โดยกดผ่านเมาสท์ ี่เปน็ รโี มทของเครื่องฉายภาพแทนการกดทเ่ี ครื่องคอมพิวเตอร์

10. เมาส์ปากกา (mouse pen/tablet pen/graphic tablet) จัดเป็นอุปกรณ์นาเข้าข้อมูลใน

ลักษณะปากกา ท่ีสามารถใช้เขียนหรือคลิกบนซอฟตแ์ วรต์ า่ ง ๆ เมาส์ปากกาสามารถลากวาดเส้นได้อิสระกว่า
เมาสธ์ รรมดาทาให้เหมาะสมกับการทางานด้านกราฟิกและยงั สามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบตั ิการไดห้ ลาย
ระบบปฏิบัตกิ าร รวมถึงใช้ร่วมกบั ซอฟตแ์ วร์ที่สนับสนุนการใชง้ านด้านกราฟกิ อย่างเช่น Adobe โดยอุปกรณ์

เหลา่ นสี้ ามารถตดิ ตง้ั ไดง้ า่ ย ผ่านพอร์ต USB
11. เลเซอร์พอยต์เตอร์ (laser pointer) เป็นอปุ กรณช์ ี้ตาแหน่งด้วยแสงเลเซอร์ไปยังงานนาเสนอ

ทาให้การนาเสนองานมีความชดั เจนมากข้นึ สามารถชสี้ ิ่งท่กี าลังจะนาเสนอให้ผู้รบั สารเห็นได้อยา่ งชัดเจน โดย

ในปัจุบันเลเซอร์พอยต์เตอร์บางรุ่นบรรจุความสามารถของรีโมทในการเลื่อนหน้าจอ โดยสามารถใช้ได้กับ
Microsoft Word, Excel, PowerPoint, PDF, Internet Explorer, Mozilla Firefox และโปรแกรมอื่น ๆ อีก
มากมาย

นอกจากอปุ กรณ์ดิจิทัลที่ชว่ ยในการนาเสนอผลงานแล้ว ยงั มสี ว่ นประกอบท่ีสาคญั ในการนาเสนองาน
คือ คาบรรยาย หรือบทพากย์ ซ่ึงเป็นองค์ประกอบด้านโสตหรือเสียงนั่นเอง โดยมีวิธีการและหลักในการ
พิจารณาดงั น้ี

1. การบรรยายสด เหมาะสาหรบั การประชุมหรือสัมมนาทตี่ อ้ งการให้ผชู้ มมีส่วนรว่ ม เพราะผ้บู รรยาย
ในกรณีน้ีเป็นผู้ท่ีรู้เร่ืองราวเก่ียวกับเน้ือหาเป็นอย่างดีรู้ว่าควรจะเน้นตรงจุดใดและปฏิกิริยาจากผู้ชมทาให้
ผูบ้ รรยายรู้วา่ ผชู้ มสามารถติดตามทาความเขา้ ใจไดเ้ พียงพอหรือไม่รวู้ ่าส่วนไหนจะต้องอธิบายขยายความมาก

นอ้ ยเพยี งใด
2. การพากย์ เหมาะสาหรับเน้อื หาท่สี ามารถถ่ายทอดไดโ้ ดยไม่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผูช้ ม ข้อดี

คือสามารถเลอื กใช้เสียงพากย์ท่ีมคี วามไพเราะน่าฟัง และสามารถเลือกใช้ดนตรี หรือเสียงประกอบ (Sound

effect) เพือ่ สรา้ งบรรยากาศ แต่ข้อเสยี คอื ไมม่ คี วามยืดหยุ่น ไม่สามารถปรับให้เหมาะสมกบั ความรสู้ กึ ของผูช้ ม
ในขณะนน้ั

อ้างองิ

computer35blog.wordpress.com. การใช้เทคโนโลยใี นการนาเสนองาน.
[ระบบออนไลน์] แหล่งท่มี า https://computer35blog.wordpress.com.
(21 ตุลาคม 2563)

sites.google.com. อุปกรณแ์ ละเคร่ืองมอื ชว่ ยในการนาเสนองาน.
[ระบบออนไลน์] แหลง่ ทีม่ า https://sites.google.com/site/reiynrukhorngngankhxmphiwtexr/hnwy-
kar-reiyn-ru-thi2/xupkrn-laea-kheruxng-mux-chwy-ni-karna-senx-ngan-1
(21 ตลุ าคม 2563)

บทท่ี 7
การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปในการนาเสนองานสาหรบั เลขานุการ

บทนา
ในอดีตมนุษยไ์ ด้พยายามใช้เทคโนโลยีในยุคนั้นนาเสนอขอ้ มูล สารสนเทศ การเล่าเรื่อง เชน่ การเขยี น

ภาพในผนังถ้า ถอื เป็นการใช้เทคโนโลยี ไมว่ า่ จะเปน็ เครอ่ื งมือ ที่ใชเ้ ขยี น สลัก ขดู ขีดให้เป็นรอย หรือแม้แตด่ นิ สี
ทใ่ี ช้เขียน การนาเสนอน้ันยังเป็นหลกั ฐานคงทนให้มนุษยป์ ัจจบุ ันได้ศึกษา ไดใ้ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนสนเทศสรา้ ง
คณุ ภาพชวี ิต คณุ ภาพทางการศกึ ษา คณุ ภาพสังคม และคุณภาพของธรุ กจิ ในบริษัทหรอื องคก์ ร

ความหมายของการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศนาเสนองาน
เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองาน หมายถึง การถ่ายทอดความคดิ ในเรื่องใดเรื่องหน่ึงทม่ี ีวตั ถปุ ระสงค์

แน่ชดั ในกล่มุ เปา้ หมายเข้าใจภายในเวลากาจัด โดยใชเ้ ครือ่ งมอื อุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศเปน็ สือ่ กลางใน
การนาเสนองานไปส่กู ล่มุ เปา้ หมาย เพ่อื ให้บรรลุตามวตั ถปุ ระสงคข์ องผูน้ าเสนอ

วัตถุประสงค์ในการนาเสนองาน
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบส่ือเพื่อการนาเสนองาน การใช้อุปกรณ์สารสนเทศที่สอดคล้อง

ระหว่างสือ่ กับวัตถปุ ระสงคใ์ นการนาเสนอ โดยสามารถจาแนกวัตถุประสงค์ในการนาเสนอ ได้ดงั นี้
1. นาเสนอใหท้ ราบ เปน็ การนาเสนอทีต่ ้องการบอกกล่าว บอกเล่าข้อเทจ็ จริง เพ่ือแก้ข้อขัดแย้งทีม่ ีอยู่

เดิมหรอื ยนื ยัน และการนาเสนอข้อมลู ใหมๆ่ เพ่อื ใหก้ ลุ่มเป้าหมายได้รบั ทราบเพมิ่ เตมิ
2. นาเสนอเพ่ือการศึกษา เปน็ การนาเสนอท่ีต้องการให้เกดิ ความรู้กบั กล่มุ เปา้ หมาย การนาเสนอข้อ

ค้นพบในผลงานใหม่ เชน่ ผลการทดลองโครงงาน ผลการทดสอบประสทิ ธิภาพของโปรแกรมที่พัฒนา
3. การนาเสนอเพื่อความบันเทิง เป็นการนาเสนอที่ให้ความสนุกสนานการผ่อนคลายเป็นหลัก โดย

อาจจะเป็นการนาเสนอดา้ นเดยี วจากผูน้ าเสนอ เช่น การรอ้ งเพลง การอ่านคากลอน
4. การนาเสนอเพ่อื โน้มนา้ วใจ เปน็ การนาเสนนอทช่ี ักชวน ชวนเชื่อชักจูงให้กลุ่มเป้าหมายคล้อยตาม

ยอมรับและปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของผู้นาเสนอ ซ่ึงเป็นหัวใจขององค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมท่ตี ้องการเพิ่ม
ผลผลิตหรอื กาไร

การนาเสนอน้ันอาจจะมีวตั ถุประสงค์ของการนาเสนอมากกว่าหนึ่งวัตถุประสงค์ในการนาเสนอครั้ง
เดียวกัน เช่น การนาเสนอเพื่อการบันเทิงและเพ่ือโน้มน้าวใจ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการนาเสนอนั้นอาจไม่
จาเป็นต้องสอดคล้องกับวตั ถุประสงคข์ องผู้ไดร้ บั การนาเสนอก็ได้

ขั้นตอนการนาเสนองาน
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อนาเสนองาน มีข้นั ตอนดังนี้
1. ศึกษาวัตถุประสงค์ในการนาเสนอ เพ่อื ให้นาเสนอได้ตรงประเดน็ กระชบั และรวู ่าต้องมี

ขอ้ มูลในกานนาเสนอมากน้อยเพียงใด
2. วเิ คราะห์และเข้าใจกลุ่มเปา้ หมาย เปน็ การศกึ ษาเข้าใจธรรมชาติของกลุม่ เปา้ หมายท่ีเป็น

ผ้รู บั การนาเสนอ โดยมีแนวการศกึ ษากลุ่มเป้าหมายทไ่ี ดร้ ับการนาเสนอ ดังนี้
1) กลมุ่ เป้าหมายคอื ใคร เกย่ี วข้องกบั เรอ่ื งทน่ี าเสนออย่างไร
2) แนวความคดิ และประสบการณข์ องกลมุ่ ผฟู้ ัง
3) ความคาดหวังของกลุม่ ผู้ฟงั
4) ระดบั ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณใ์ นเนื้อหาทน่ี าเสนอของกลมุ่ ผฟู้ ัง
5) ภูมิหลังหรือเรอ่ื งราวทอ่ี าจมอี ิทธพิ ลต่อกลมุ่ ผฟู้ ัง
6) ทศั นคตแิ ละส่งิ ที่ผ้ฟู ังรับรู้เกย่ี วกับผู้นาเสนอ

7) ขอ้ มูลอน่ื ๆ เชน่ จานวนผู้ฟงั ชว่ งเวลาในการนาเสนอ ระยะเวลาท่ใี ช้ในการ
นาเสนอ ลาดับการนาเสนอ สถานที่ประชุม

3. วางแผนการนาเสนอ เป็นการเตรยี มเนอื้ หาทีจ่ ะส่อื ใหก้ ลมุ่ เป้าหมายไดร้ บั ขอ้ มูลตามวตั ถุประสงค์ที่
วางไว้ และควรกาหนดขอบเขตเน้ือหาที่กลุม่ เป้าหมายควรรู้

4. ผลิตส่ือประกอบการนาเสนอ จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นภาพรวมของข้อมูลและติดตาม
เน้ือหาไดท้ นั

5. เตรียมบคุ ลิกภาพขณะนาเสนอ บคุ ลกิ ภาพทด่ี เี ปน็ สิง่ สาคญั ท่ีทาใหเ้ กิดความม่ันใจในขณะพูดทาให้
ผูฟ้ งั ประทับใจ และสนใจตดิ ตาม บคุ ลิกภาพขณะนาเสนอท่ีควรทามี ดงั นี้

1) ภาษาตอ้ งเหมาะสมกับระดับวัย การศกึ ษาของกลุ่มเปา้ หมาย ส่ือความเขา้ ใจไดด้ ี
2) การใชเ้ สยี ง ควรใช้เสียงให้เปน็ ธรรมชาติ ระดบั เสยี งดงั สม่าเสมอ
3) การใช้สายตา เปน็ สง่ิ ท่ดี งึ ดูดสายตาผู้คน และควรสบตาใหท้ ่วั ถึง
4) การแต่งกาย เป็นสงิ่ แรกที่ดึงดูดสายตาผู้คน สามารถบง่ บอกถึงบคุ ลกิ ภาพ นิสัย และทา

ใหผ้ ู้ฟงั เกิดความประทบั ใจและนา่ เชอื่ ถือ

จุดมุ่งหมายในการนาเสนอและสื่อสารขอ้ มูลสารสนเทศ
การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปในการนาเสนอและส่อื สารขอ้ มูลสารสนเทศตามลกั ษณะงานอาชีพ

มีจุดม่งุ หมายในการนาเสนอ ดงั นี้
1. เพือ่ ให้ผชู้ ม ผู้ฟงั เขา้ ใจในสาระสาคัญของการนาเสนอข้อมลู สารสนเทศ
2. ให้ผชู้ ม ผ้ฟู งั เกดิ ความประทบั ใจและนาไปสูค่ วามเชอื่ ถอื ในข้อมูลสารสนเทศทน่ี าเสนอ
3. หลักการพื้นฐานของการนาเสนอและสื่อสารข้อมูลสารสนเทศ

การพื้นฐานของการนาเสนอผลงาน มีจดุ เนน้ สาคัญ ดังน้ี
1. การดึงดดู ความสนใจ โดยการออกแบบให้สิ่งที่ปรากฏต่อสายตานั้นชวนมอง และมีความสบายตา

สบายใจขึ้นเพอื่ ชมการนาเสนอ ดงั นน้ั การเลอื กกล่มุ ประกอบต่าง ๆ เช่น สพี ื้น แบบ สี แบบขนาดของตวั อกั ษร
รูปประกอบต้องเหมาะสมและสวยงาม

2. ความชัดเจนและความกระชับของเน้ือหา ส่วนที่เปน็ ข้อความต้องสั้นแต่ไดใ้ จความชัดเจน ส่วนท่ี
เปน็ ภาพประกอบตอ้ งมีความสัมพันธ์อย่างสรา้ งสรรคก์ บั ข้อความที่ตอ้ งการส่ือความหมาย การใชภ้ าพประกอบ
มีประโยชนม์ าก ดงั คาพงั เพยภาษาอังกฤษทว่ี า่ “A picture is worth a thousand words” หรอื “ ภาพภาค
หน่ึงนั้นมีค่าเทียบเท่ากับคาพูดหน่ึงพันคา” แต่ประโยคนี้คงไม่เป็นจริงหากภาพน้ันไม่มีความสัมพันธ์อย่าง
สร้างสรรค์กับความหมายที่ต้องการสื่อ ดังนั้นก่อนท่ีจะตัดสินใจใช้ภาพใดประกอบ จึงควรตอบคาถามให้ได้
เสียก่อนว่าต้องการใช้ภาพเพ่ือส่ือความหมายอะไร และภาพท่ีเลือกมานั้น สามารถทาหน้าท่ีส่ือความหมาย
เช่นนน้ั จรงิ หรอื ไม่

3. ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การสร้างจุดเน้นตามข้อ 1 และข้อ 2 ข้างต้นต้องคานึงถึง
กลมุ่ เป้าหมายด้วย เช่น กล่มุ เปา้ หมายเป็นเดก็ การใชส้ ีสด ๆ ภาพการต์ ูนมคี วามเหมาะสม แตถ่ า้ กลมุ่ เป้าหมาย
เปน็ ผ้ใู หญแ่ ละเนื้อหาท่ีนาเสนอเป็นเร่อื งวชิ าการหรอื ธุรกจิ การใช้สีสันมากเกินไปและการใช้รูปการต์ ูนอาจทา
ให้ดไู มน่ ่าเชอ่ื ถือเพราะขาดภาพลักษณข์ องการเอาจริงเอาจงั ไป

4. หลักการเลอื กใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู เพ่ือการนาเสนอและสือ่ สารข้อมลู สารสนเทศ

หลกั การเลอื กใช้โปรแกรม และหลักการนาเสนอและสอื่ สารขอ้ มูลสารสนเทศ โดยใชโ้ ปรแกรมดงั น้ี

1. ความเข้าใจกับงานทีต่ ้องการนาเสนอก่อนการเลือกระบบสารสนเทศมาใช้ในการนาเสนองานน้ัน
ตอ้ งเขา้ ใจถงึ ลกั ษณะงานที่ต้องการนาเสนอก่อนว่าเปน็ งานลักษณะใด เช่น เป็นขอ้ ความ หรอื มกี ารคานวณหรอื
เป็นงานท่ีเกยี่ วกับการค้น การเก็บรักษาข้อมูล เพ่ือเป็นแนวทางในการเลือกระบบสารสนเทศท่ีเหมาะสมกับ

งานนั้น ๆ
2. เลือกโปรแกรมสาเร็จรูปมาใช้เพ่ือทราบลักษณะของงานท่ีต้องการนาเสนอแล้ว จะเลือกระบบ

สารสนเทศที่เหมาะสมกับการนาเสนองานน้ัน งานบางอย่างอาจใช้ระบบสารสนเทศในการนาเสนอได้หลาย

อย่าง อาจตอ้ งเลือกว่าจะใช้ระบบใด ผู้ใชต้ ้องมีความเขา้ ใจในความสามารถของระบบนัน้ โดยเฉพาะในสว่ นของ
โปรแกรมว่าแต่ละโปรแกรมมีความสามารถใดบ้าง เราอาจจะต้องทาการประเมินว่าโปรแกรมใดมีความ
เหมาะสมเพยี งใด แลว้ จงึ เรียกโปรแกรมทเ่ี หน็ ว่า เหมาะสมทสี่ ดุ

3. จัดหาเคร่ืองมือตามความต้องการของโปรแกรม โปรแกรมแต่ละโปรแกรมมีความสามารถไม่
เหมือนกัน ขนาดของโปรแกรมก็ไม่เท่ากัน ทาให้ความต้องการของฮาร์ดแวร์ในการทางานตามโปรแกรมนั้น
แตกต่างกนั ในคู่มอื การใชง้ านโปรแกรมหรอื ซอฟตแ์ วร์นั้น จะบอกข้อกาหนดของฮารด์ แวรท์ ี่ตอ้ งการสาหรบั การ

ใช้งานไว้ว่าจะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง จะต้องจัดหาฮาร์ดแวร์ให้ได้ตามข้อกาหนดน้ันให้สามารถใช้งาน
ซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาหรับระบบโปรแกรมสาเร็จรูปที่ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์น้ัน ส่วนใหญ่
สามารถนามาใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์มาตรฐานท่ีขายทั่วไปได้เลย ยกเวน้ อุปกรณ์ประเภทเครื่องพิมพเ์ ลือก

ตามความต้องการว่าเปน็ เครื่องจนี สีขาว/ดา หรอื หลายสี จอภาพจะใชข้ นาดใหญก่ ่นี ิว้ หรอื ฮารด์ ดสิ กท์ อี่ าจต้อง
ดขู นาดความต้องการว่าซอฟต์แวร์ขนาดเทา่ ใด และฮารด์ ดิสก์จะพอใช้หรือไม่ เพราะในไมโครคอมพวิ เตอร์ห
น่งึ เครื่อง น้นั เรามักจะบรรจุโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ไว้หลายชนิด และปรมิ าณแฟ้มข้อมูลท่ีมีอยเู่ ดิมอาจมาก

จนกระทง่ั พ้นื ท่ีท่เี หลือไม่เพยี งพอต่อการใช้งานโปรแกรมสาเรจ็ รูปใหมน่ น้ั
4. การใชง้ านโปรแกรมในการใช้งานนั้น นอกจากผ้ชู ายจะตอ้ งทาความเขา้ ใจการทางานของฮารด์ แวร์

วา่ ใช้งานอย่างไรแล้ว รายละเอียดการใช้งานซอฟต์แวร์ ก็เป็นส่งิ สาคัญท่ผี ู้ใช้จะต้องทาความเข้าใจให้ชัดเจน

ก่อนการใช้งาน ส่วนใหญ่จะศึกษาจากคู่มือของโปรแกรมสาเร็จรูปน้ันเพ่ือความเข้าใจในความสามารถก่อน
ปกติแล้วคู่มือการใชง้ านมาจากเจา้ ของผู้ผลติ ซอฟต์แวร์ ซ่ึงมกั จะอธบิ ายถึงความสามารถตามฟงั ก์ชันทม่ี อี ยู่ แต่
มักจะไมค่ ่อยมตี ัวอย่างการประยุกต์ใชผ้ ใู้ ช้ต้องทดลองเองจึงได้มีผูท้ ม่ี ีความรู้ความสามารถในโปรแกรมนน้ั ๆ ทา

คู่มอื การใช้งานในลกั ษณะการประยกุ ต์ มตี ัวอยา่ งของงานแสดงให้เหน็ ทาใหส้ ามารถเรียนรไู้ ด้อย่างเร็วขึ้นและ
ในปจั จุบันน้ีมีการทาคู่มือการใช้งาน ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ท่ีเข้าใจได้งา่ ยย่งิ ขึน้ เชน่ ทาเป็นซีดีการใช้งาน
เป็นต้น ฉะนั้น ผใู้ ช้งานที่ยังไม่มีประสบการณ์จึงควรเรียนรู้จากคู่มอื การใช้งาน ทาความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน

แล้วจงึ ลงมือปฏบิ ตั ดิ ้วยตนเอง
5 รปู แบบการนาเสนอและสื่อสารขอ้ มูลสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

รปู แบบการนาเสนอขอ้ มลู โดยใช้คอมพิวเตอร์ปัจจุบนั ท่ีนิยมใช้กนั มี 2 แบบคือ

1. การนาเสนอแบบ Web Page รปู แบบการนาเสนอทีใ่ ช้บนอินเตอร์เนต็ การนาเสนอแบบน้สี ามารถ
สร้างการเชือ่ มโยงทส่ี ลับซับซ้อนระหว่างส่วนต่าง ๆ ตลอดส่วนสามารถสรา้ งการเช่ือมโยงเอกสารที่ตา่ งรปู แบบ
นนั้ ได้ เราตอ้ งใชเ้ วลาในการจดั ทามากกว่าผ้จู ดั ทาต้องมีความรู้ความชานาญในโปรแกรมท่ใี ชส้ รา้ งเว็บเพจ และ

โปรแกรมท่ีนยิ มใช้มากท่ีสดุ คือ โปรแกรม adobe dream weaver
2. การนาเสนอแบบ Slide Presentation เปน็ การนาเสนอโดยใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ ซ่งึ เปน็ โปรแกรม

ท่ีใช้งานง่ายมาก มีรูปแบบการนาเสนอให้เลือกใช้หลายแบบ สามารถเรียกใช้ตาราง แผนภูมิ หรือรูป

ภาพประกอบ และตกแต่งด้วยสีสัน สีพ้ืน สีของอักษร รูปแบบของฟอนต์ของตัวอักษรได้ง่ายและสะดวก ใน
ปัจจุบันส่ือนาเสนอรูปแบบ Slide Presentation หรือสไลด์ ดิจิทัล มักจะสร้างด้วยโปรแกรมในกลุ่ม

Presentation เช่น microsoft powerpoint , OfficeTLE lm press เทคนิคการออกแบบส่ือนาเสนอ ส่ือ

นาเสนอทด่ี ี ควรมคี วามโดดเด่น นา่ สนใจ จะเน้นความคิด “หน่งึ สไลดต์ อ่ หนึง่ ความคิด”
มีการสรุปประเด็น มีสาระสาคัญโดยมแี นวทาง 3 ประการในการออกแบบ ไดแ้ ก่

1. สื่อความหมายไดร้ วดเร็ว ส่ือนาเสนอท่ีดตี ้องสามารถสื่อความหมายให้ผ้ฟู ัง ผชู้ มได้อย่างรวดเร็ว

การออกแบบสนี าเสนอในประเด็นคู่ออกแบบจะตอ้ งกลมุ่ เป้าหมาย เน้ือหาสาระท่ตี ้องการนาเสนอ สถานทแี่ ละ
เวลาที่ต้องการนาเสนอเพ่ือการออกแบบส่ือ เช่น กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก ส่ือควรให้ความสาคัญกับผู้ฟัง
มากกวา่ เน้ือหา สามารถนาเทคนคิ หรือ Effect ต่าง ๆ โปรแกรมสรา้ งสอ่ื มาใชไ้ ด้อยา่ งเต็มท่ี กล่มุ เปา้ หมายที่มี

ลักษณะโต้ตอบ เช่น การนาเสนอทางวิชาการ การบรรยาย หรือการฝึกอบรม สอ่ื นาเสนอควรให้ความสาคัญ
กับเน้ือหา รวมท้ังยังสามารถนาเทคนิคหรือ Effect ต่าง ๆ โปรแกรมสร้างสื่อมาใช้ได้อย่างเต็มท่ีเช่นกัน
กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เช่น ผบู้ ริหาร นกั วิชาการ สื่อนาเสนอจะต้องให้ความสาคัญกับเนอ้ื หาและผนู้ าเสนอ

เป็นสาคัญเนื้อหาความมุ่งเฉพาะเป้าหมายของการนาเสนอ ดังนั้น สื่อนาเสนอไม่ควรเน้น Effect แต่ควรให้
ความสาคัญกับขนาดอักษร สีตัวอักษร และลักษณะของพนื้ สไลด์

2. เนือ้ หาเป็นลาดับ สื่อนาเสนอที่ดีควรมกี ารจัดลาดับเนื้อหาเป็นลาดับ มีระเบียบ ดงู ่าย ไม่ซับซอ้ น

สิ่งที่จะชว่ ยใหก้ ารออกแบบส่ือนาเสนอท่ีต้องการจัดลาดับเนอื้ หาใหเ้ ป็นระเบยี บและดูง่าย คือ
2.1 รูปแบบเนื้อหา สื่อนาเสนอแต่ละสไลด์ ควรหลีกเล่ียงการนาเสนอแบบย่อหน้า หากไม่
สามารถหลกี เล่ียงได้ ควรใช้เทคนิคการเนน้ แนวคิดหลัก ในแต่ละย่อหนา้ ด้วยสีที่โดดเด่น

เช่น พื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีดา ควรเน้นแนวคิดหลัก ด้วยสีแดง เป็นต้น แต่ละสไลด์
เนอื้ หาไมค่ วรเกนิ 6-8 บรรทัด ควรสรุปเนื้อหาใหเ้ ปน็ หวั เรื่องและหวั ข้อหรอื แนวคดิ หลัก
2.2 แบบอักษรการควบคุมการแสดงข้อความในแต่ละสไลด์ ควรให้ความสาคัญของขนาด

ตวั อักษรดงั นี้
-หวั ขอ้ ใหญ่กาหนดขนาดอกั ษรใหญก่ ว่าหวั ข้อย่อย
-เลอื กใช้แบบอักษรท่ีเหมาะสม

-เปลย่ี นลักษณะของตัวอกั ษรน้ัน ใชต้ ัวหนาในข้อความที่ตอ้ งการเน้น
-ใช้ช่องวา่ งในการจัดกลุม่ ของเนอ้ื หา
-ข้อความทตี่ ้องการใหอ้ า่ นกอ่ น ควรจัดไว้ทตี่ าแหนง่ มุมซ้ายบนของหน้า

-พมิ พ์ตัวอกั ษรลงกรอบท่ีวางแบบไว้แล้ว
-เลน่ หวั ข้อก่อนแล้วจงึ อธบิ ายอย่างละเอียด
-ใชส้ ีท่ีแตกต่างกันหรือตัวอกั ษรสีสลับกนั

3. สื่อนาเสนอต้องระบสุ ายตาและน่าสนใจ ส่ือนาเสนอที่ดีนั้นจะต้องมีจดุ เด่นนา่ สนใจ สามารถดึงดูด
สายตาของผดู้ ู ผู้ฟังได้ ซ่ึงจุดเด่นนี้ได้มาจากขนาดของตวั อักษรท่ใี หญ่ หรือจากการใช้สที ีแ่ ตกตา่ งออกไป รวมถึง
การเลือกใชภ้ าพ การใช้สี และการใช้ Effect ควบคมุ การนาเสนอทเ่ี หมาะสมประกอบการนาเสนอ

3.1 การใช้ภาพ เน่ืองจากภาพจะช่วยให้ผู้ฟงั ผู้ชม สามารถจดจาได้นานกว่าตวั อักษร ดังน้ัน
การแปลเนอื้ หาให้เป็นรปู ภาพหรือผังภาพกเ็ ปน็ เทคนิคหนึง่ ที่สามารถสรา้ งความนา่ สนใจ
ใหก้ ับสอ่ื ทนี่ าเสนอ การเลอื กใชภ้ าพก็ควรเลอื กใชภ้ าพทีม่ ีลักษณะท่ีเหมาะสมกันและกัน

คอื ถ้าในสไลดน์ ั้นเลือกใชภ้ าพถ่ายกค็ วรใช้ภาพถา่ ยกบั ภาพทุกภาพในสไลด์ แตถ่ า้
เลือกใช้ภาพวาด ก็ควรใชภ้ าพวาดท้ังสไลด์เช่นกัน ดังน้ัน จึงไม่ควรใช้ภาพวาดผสมกับ
ภาพถ่าย ใส่เทคนิคทน่ี ่าสนใจให้กับภาพเพ่ือสรา้ งจดุ เดน่ การเอียงภาพ การเว้นช่องวา่ ง

ระหวา่ งภาพ การเปล่ียนสีภาพให้แตกต่างจากปกติ ควรระวังการเลือกใช้ภาพเป็นพ้ืน
หลังสไลด์ เพราะอาจจะทาใหผ้ ู้ชมสนใจพ้ืนสไลด์มากกว่านี้หาที่ต้องการนาเสนอ หรือ

อาจทาให้ผูช้ มไม่สนใจมองสไลด์เลยก็ได้ เรื่องจากภาพทาให้ตัวอักษรไม่โดดเด่น ไม่น่า
มองหรอื อาจยาก
3.2 การใช้สี การเลือกใช้สี ควรเลือกใช้สีท่ีตัดกันระหว่างสีตัวอักษร สีวัตถุและสีพ้ืน เช่น
เลือกใช้พื้นสไลด์สีขาวหรือสีอ่อน ๆ สีตัวอักษรก็ไม่ควรจะเป็นสีดา สีน้าเงินเข้มหรือสี
แดงเลือดหมู กรณีเลือกใช้สีในโทนร้อน เช่น สีแดงสด สีเหลืองสด สีเขียวสด สีวัตถุ สี
แท่งกราฟหรือสีของตาราง ก็ควรเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกับสีตวั อักษร และสพี ้ืน ดว้ ยการ
เลือกใช้สใี ด ๆ ก็ควรเป็นสีในชดุ เดยี วกนั สาหรบั สไลดท์ ้งั หมด ไมค่ วรใช้หนึง่ สีสไลด์
3.3 การใช้ Effect ควบคมุ การนาเสนอ ไมค่ วรใส่ Effect มากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ผฟู้ ัง
ผู้ชม สนใจ Effect มากกวา่ เนื้อหาท่ีนาเสนอ หรืออาจไม่สนใจการนาเสนอเลยก็ได้ และ
Effect พมี่ ากนีจ้ ะเปน็ การรบกวนการจดจา การอ่านหรือการชม เลือกใช้ Effect ไมค่ วร
เกนิ 3 แบบ แบบในแต่ละสไลดค์ วรเลือกใช้ Effect แสดงขอ้ ความเล่ือนจากขอบซา้ ยมา
ขอบขวาของจอ ธรรมชาติการอ่านของคนไทยอ่านข้อความจากบนลงล่างและอา่ นจาก
ด้านซา้ ยไปดา้ นขวา

การนาเสนอในรปู แบบเอกสาร
เรื่องการนาเสนอน้ีจะมีหลายรปู แบบดว้ ยกนั คอื ใชโ้ ปรแกรม microsoft word, microsoft excel

และ microsoft powerpoint ข้ึนอยูก่ ับลกั ษณะการนาเสนอแบบใดทีจ่ ะสะดวกและเข้าใจงา่ ย หรอื เหมาะสม
กบั สถานการณน์ ้นั ๆ ท้ังน้สี ามารถท่จี ะนาโปรแกรมดังกลา่ วมาประยุกตใ์ ชใ้ นการนาเสนอและสือ่ สารข้อมูลตาม
ลักษณะงานอาชีพได้เปน็ อย่างดแี ละมีประสิทธิภาพ

โปรแกรมสาเรจ็ รปู ท่ีใชใ้ นการนาเสนอและสือ่ สารข้อมูลสารสนเทศตามลักษณะงานอาชีพ
โปรแกรมสาเร็จรูปท่ีใช้ในการนาเสนอและส่ือสารข้อมูลสารสนเทศตามลักษณะงานอาชีพ มีหลาย

โปรแกรมเชน่
1. โปรแกรมประมวลผลคา (microsoft word)
2. โปรแกรมตารางคานวณ (microsoft excel)
3. โปรแกรมนาเสนอ (microsoft powerpoint )
4. โปรแกรมฐานขอ้ มูล (microsoft access)
5. โปรแกรมการสร้างเวบ็ เพจ (adobe dreamweaver)
6. โปรแกรมการนาเสนอในรูปแบบสอ่ื ประสม (adobe after effect)

อา้ งองิ

sites.google.com. การประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ในการนาเสนอ.
[ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา https://sites.google.com/site/somedayto1gomailcom/neuxha/hnwy-
thi-5-kar-prayukt-chi-porkaerm-sarecrup-ni-karna-senx-laea-suxsar-snthes-tam-laksna-ngan-
xachiph
(21 ตลุ าคม 2563)

บทที่ 8
การนาเสนองานผา่ นส่อื ออนไลน์และจรยิ ธรรมของผู้ใชส้ ื่อ

บทนา
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนองาน หมายถงึ การนาหลักการของการใช้สือ่ สารสนเทศและ

ระบบต่างๆ มาใช้ในการนาเสนองาน เพื่อให้ผู้ฟงั และผู้ชมจะสามารถ สามารถจดจาเน้ือหาสาระได้นานและ
เข้าใจในเน้ือหาได้ดีมากขนึ้ ความหมายการนาเสนอ การนาเสนอข้อมูล หมายถึง การส่ือสารเพื่อเสนอขอ้ มูล
ความรู้ ความคิดเห็น หรือความต้องการไปสู่ผู้ชม ผู้ฟังโดยใช้เทคนิคหรือวิธีการต่างๆ อันจะทาให้บรรลุ
ผลสาเร็จตามจดุ มุ่งหมายของการนาเสนอ

จดุ มุ่งหมายในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการนาเสนองาน
1. เพ่ือให้ผชู้ ม ผู้ฟงั รบั เขา้ ใจสาระสาคญั ของการนาเสนอขอ้ มลู
2. เพ่ือให้ผู้ชม ผู้ฟังเกิดความประทับใจและนาไปสู่ความเช่ือถือในข้อมูล ที่นาเสนอรวมท้ังทาให้เกิด

ความสามารถในการจดจาได้มากข้ึน
หลกั การพ้นื ฐานของการนาเสนอข้อมูล
หลกั การเลอื กใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศที่เหมาะสมตอ่ การนาเสนองาน

1. หลกั การดงึ ดูดความสนใจ โดยการออกแบบใหส้ ่งิ ทป่ี รากฏตอ่ สายตานั้นชวนมอง และมคี วามสบาย
ตาสบายใจ มีความชัดเจนและความกระชับของเน้ือหา คือข้อความต้องสั้นแต่ได้ใจความ ชัดเจนและ
ภาพประกอบต้องมสี ว่ นสมั พนั ธอ์ ยา่ งสร้างสรรคก์ ับขอ้ ความทนี่ าเสนอ

2. หลักความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ความออกแบบสอื่ นาเสนอต้องคานึงถงึ กลุ่ม เป้าหมาย เช่น
กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก ควรออกแบบโดยการใชส้ ีสดๆ และมีภาพการ์ตูน ประกอบ แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็น
ผู้ใหญแ่ ละเน้ือหานาเสนอเป็นเร่ืองวิชาการ การใช้สสี นั มากเกินไปและใช้ภาพการ์ตนู มาประกอบกอ็ าจจะสง่ ผล
ให้การนาเสนอดูไมน่ ่าเชอ่ื ถือ รปู แบบการนาเสนอขอ้ มลู
รปู แบบการนาเสนอข้อมูลโดยใช้คอมพวิ เตอร์ ปจั จุบนั ท่ีนิยมใชก้ ันมี 2 รปู แบบ คอื

2.1 การนาเสนอแบบ Web page เปน็ รปู แบบการนาเสนอท่ีใช้บนอนิ เทอรเ์ น็ต การนาเสนอ
แบบนี้สามารถสร้างการเชื่อมโยงที่สลับซับซ้อนระหว่างส่วนต่างๆ ตลอดจน สามารถ
สร้างการเชอ่ื มโยงเอกสารทีต่ ่างรูปแบบกันไดแ้ ตต่ อ้ งใชเ้ วลาในการจดั ทามากกว่า รูปแบบ
อืน่ และผจู้ ดั ทาตอ้ งมีความรคู้ วามชานาญในโปรแกรมที่ใช้สร้างเวบ็ เพ

2.2 การนาเสนอแบบ Slide Presentation โดยใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ ซึ่งเป็นโปรแกรม ที่ใช้
งา่ ยมากมีรปู แบบการนาเสนอใหเ้ ลือกใช้หลายแบบ สามารถเรียกใช้ตาราง แผนภูมิ หรือ
รูปภาพประกอบ และตกแตง่ ด้วยสสี นั ท้งั สพี ื้น สขี องตัวอักษร รูปแบบฟอนต์ ของ
ตัวอักษรได้ง่ายและสะดวก ในปัจจุบันส่ือนาเสนอรูปแบบ Slide Presentation หรือ
สไลดด์ จิ ิทลั มักจะสร้างด้วยโปรแกรมในกลุ่ม Presentation เช่น Microsoft
PowerPoint, OfficeTLE Impress เทคนิคการออกแบบสื่อนาเสนอ สื่อนาเสนอท่ีดี
ความมีความโดดเด่น น่าสนใจ จะเน้นความคิด “ หน่ึงสไลด์ต่อ หนึ่งความคิด ” มีการ
สรุปประเด็น หรือสาระสาคัญโดยมีแนวทางในการออกแบบ ได้แก่

2.1 สอื่ ความหมายได้รวดเร็ว ส่ือนาเสนอที่ดีต้องสามารถสื่อความหมายให้ผู้ฟงั ผูช้ มได้อย่าง
รวดเร็ว การออกแบบ ส่ือนาเสนอในประเด็นน้ีผู้ออกแบบจะต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย
เนื้อหาสาระท่ีต้องการนาเสนอ สถานที่ และเวลาที่ต้องการนาเสนอเพื่อประกอบการ
ออกแบบสอื่ เช่น กลมุ่ เปา้ หมายขนาดเล็ก สอื่ ควรมีใหค้ วามสาคัญกับผฟู้ ังมากกว่าเนอ้ื หา
สามารถนาเทคนคิ หรอื Effect ต่างๆ ของโปรแกรมสร้างส่ือมาใชไ้ ด้อย่างเตม็ ท่ี ไดแ้ ก่

2.1.1 กลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะโต้ตอบ เช่นการนาเสนอทางวิชาการ การบรรยาย หรือ

ฝึกอบรม ส่ือนาเสนอควรให้ ความสาคัญกับเน้ือหารวมท้ังยังสามารถนาเทคนิค หรือ Effect ต่างๆ ของ
โปรแกรมสรา้ งสอื่ มาใช้ไดอ้ ยา่ งเต็มท่ีเช่นกัน

2.1.2 กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เช่นผู้บริหาร นักวิชาการ สื่อนาเสนอจะต้องให้ความสาคัญ

กบั เน้ือหาและตวั ผูน้ าเสนอเป็นสาคัญเน้ือหาควรมุ่งเฉพาะเป้าหมายของการนาเสนอ ไม่เนน้ Effect มากนกั
2.1.3 กลุม่ เปา้ หมายขนาดใหญ่ การนาเสนอมักใชค้ วามสาคญั กบั ผู้บรรยายมากกว่าเนอื้ หาท่ี

นาเสนอ ดังน้ัน ส่ือนาเสนอไม่ควรเน้นที่ Effect แต่ควรให้ความสาคัญกับขนาดตัวอักษร สีตัวอักษร และ

ลกั ษณะของสีพืน้ สไลด์
2.2 เนือ้ หาเปน็ ลาดับ สื่อนาเสนอท่ดี ีควรมกี ารจัดลาดบั เนอ้ื หาเป็นลาดบั มรี ะเบยี บ ดงู า่ ย ไม่

สับสนสิ่งท่ี จะชว่ ยใหก้ ารออกแบบส่ือนาเสนอท่ีต้องการจดั ลาดบั เนอื้ หาให้เป็นระเบียบ และดงู า่ ย คือ

2.2.1 รปู แบบเนอื้ หา ส่ือนาเสนอแตล่ ะสไลด์ ควรหลีกเลี่ยงการนาเสนอแบบย่อหน้า หากไม่
สามารถหลีกเลี่ยงไดค้ วรใช้ เทคนิคการเนน้ แนวคดิ หลัก( Main Idea) ในแตล่ ะย่อหนา้ ดว้ ยสที ี่โดดเดน่ เช่น พื้น
หลงั สีขาว ตวั อกั ษรสีดา ควรเนน้ แนวคิดหลัก ( Main Idea)ดว้ ยสีแดงเปน็ ตน้ แต่ละสไลดเ์ นื้อหาไมค่ วรเกนิ 6

– 8 บรรทัด
2.2.2 ควรสรุปเนอ้ื หาให้เป็นหัวเรอื่ ง (Title) และหวั ขอ้ (Topic) หรือแนวคิดหลัก (Main

Idea) และใชแ้ บบอกั ษรที่อ่านชดั เจน เขา้ ใจง่าย

2.2.3 สื่อนาเสนอต้องสะดุดตาและน่าสนใจ สื่อนาเสนอที่ดีนั้นจะต้องมีจุดเด่นน่าสนใจ
สามารถดึงดดู สายตาของผ้ดู ู ผ้ฟู งั ได้ ซ่ึงจดุ เด่นน้ีได้มาจากขนาดของตัวอักษรทใี่ หญ่ หรอื จากการใช้สที ่ีแตกตา่ ง
ออกไป รวมถึง การเลือกใช้ภาพ การใช้สี และการใช้ Effect ควบคุมการนาเสนอ ท่ีเหมาะสมประกอบ การ

นาเสนอ เชน่
- การใช้ภาพ เน่ืองจากภาพจะช่วยให้ผู้ชม ผู้ฟัง สามารถจดจาได้นานกว่าตัวอักษร ดังน้ัน
การแปลงเน้ือหาใหเ้ ปน็ รูปภาพหรือผงั ภาพก็เปน็ เทคนิคหนึง่ ท่ีสามารถสรา้ งความน่าสนใจ

ให้กับส่อื ท่ีนาเสนอการเลือกใช้ภาพกค็ วรเลือกใช้ภาพที่มลี กั ษณะท่เี หมาะสมกนั และกนั คือ
ถ้าในสไลด์นั้นเลือกใช้ ภาพถ่ายก็ควรใช้ภาพถ่ายกับภาพทุกภาพในสไลด์แ ต่ถ้าเลือกใช้
ภาพวาด ก็ควรเลือก ภาพวาดท้ังสไลด์เช่นกันดังนั้นจึงไม่ควรใช้ภาพวาดผสมกับภาพถ่าย

ใสเ่ ทคนคิ ทน่ี ่าสนใจให้กบั ภาพเพอ่ื สรา้ งจดุ เดน่ การเอียงภาพ การเว้นช่องวา่ งรอบภาพ การ
เปลยี่ นสภี าพใหแ้ ตกตา่ งจากปกติ เป็นตน้
- การใชส้ ี การเลอื กใช้สี ควรเลือกใชส้ ที ต่ี ัดกันระหว่างสตี วั อักษร สวี ัตถุ และสีพน้ื เชน่

เลือกใช้พื้นสไลด์เป็นสีขาวหรือสีอ่อนๆ สตี ัวอกั ษรกค็ วรจะเปน็ สีดา สีนา้ เงนิ เข็มหรือสีแดง
เลอื ดหมูกรณีเลือกใชพ้ ื้นสไลด์เป็นสีเข็ม ควรเลอื กใชส้ ีตัวอักษรทม่ี องเหน็ ไดช้ ดั ในระยะไกล
เชน่ สีขาว สฟี ้าออ่ นควรหลีกเลยี่ งการใชส้ ีในโทนรอ้ น เช่น สแี ดงสด สเี หลือกสด สีเขยี วสด

สวี ตั ถุ สแี ท่งกราฟหรือสีของตาราง ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับสีตัวอกั ษร และสีพน้ื ดว้ ยการ
เลอื กใช้สใี ดๆ กค็ วรเป็นสใี นชดุ เดยี วกนั สาหรบั สไลดท์ ้ังหมด

ข้อควรระวงั
- ไมค่ วรใช้หนึ่งสี หนง่ึ สไลด์

การใช้ Effect ควบคมุ การนาเสนอ
- ไม่ควรใส่ Effect มากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ผู้ชม ผู้ฟัง สนใจ Effect มากกว่าเนื้อหาท่ีนาเสนอ
หรืออาจไม่สนใจการนาเสนอเลยก็ได้ และ Effect ที่มากน้ีจะเป็น การรบกวนการจดจา การอ่าน
หรอื การชมอย่างรุนแรง
- เลือกใช้ Effect ไม่ควรเกิน 3 แบบ ในแต่ละสไลด์

การเลอื กอปุ กรณแ์ สดงผลและอุปกรณ์สาหรบั ใช้ประกอบการนาเสนองาน
รูปแบบการเลือกอปุ กรณ์แสดงผลและอุปกรณส์ าหรบั ใช้ประกอบการนาเสนองาน ปจั จุบันมี 3 รปู แบบ

1. การนาเสนอแบบ Slide Presentation มี 3 รูปแบบ
1.1โดยใช้โปรแกรม PowerPoint เป็นโปรเเกรมในการนาเสนอได้ในหลายรูปเเบบ ไม่วา่ จะ
เปน็ นาเสนอ เเบบเป็นอกั ษร ภาพ หรือเสียง โดยตวั โปรเเกรมนน้ั สามารถนาสื่อเหลา่ นมี้ า
ผสมผสานได้ อยา่ บงลงตัวเเละมปี ระสิทธิภาพมากท่สี ุด ลักษณะการของโปรเเกรม
Power Point การทางานในรปู ของภาพนิ่ง (slide) คอื เเผน่ เอกสารเด่ยี วๆที่เเสดงส่งิ ต่างๆ
ตวั อกั ษร กราฟตาราง รูปภาพ หรืออื่นๆ เเละสามารถเเสดงไลดล์ งบนแผ่นกระดาษหรือ
เครื่องฉานขา้ มศรี ษะ หรอื หนา้ จอคอมพวิ เตอร์ หรือเครื่องฉาย

1.2 โดยใช้โปรแกรม ProShow Gold คือ โปรแกรมสาหรับเรียงลาดับภาพเพื่อนาเสนอ
แบบมัลติมเี ดีย ที่มีความสามารถสรา้ งผลงานได้ในระดบั มอื อาชพี ด้วยเทคนิคพิเศษ
มากมาย ใชง้ านงา่ ย เหมาะสมตอ่ การนาเสนอส่อื การเรยี นการสอน การแนะนา
อตั ชวี ประวัติ สามารถเขยี นชนิ้ งานออกมาในรูปแบบของวีซีดีไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว เปน็
โปรแกรมท่ชี ่วยสร้างแผ่นวซี ดี จี ากรปู ภาพต่างๆ ท่ที างานได้รวดเร็ว โดยสามารถทาการใส่
เสียงเพลงประกอบไดด้ ว้ ย และสามารถแปลงไฟลเ์ ปน็ ไฟลต์ า่ งๆ ได้ เชน่ VCD ,DVD หรือ
EXE ฯลฯ ภาพท่ีได้จัดอยใู่ นคณุ ภาพดี ซึง่ โปรแกรมอื่นจะใช้เวลาในการทางานนาน
พอสมควร

1.3 โปรแกรม Flip Album เป็นโปรแกรมลักษณะโปรแกรมสาเร็จรูปโดยโปรแกรมท่ีนิยม
สร้างอีบุ๊คหรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีความสามารถมากมาย คือ มีการชื่อมโยงกับ
หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์เล่มอ่ืนๆได้และมบี ราวเซอร์ท่ีทาหนา้ ที่ดึงข้อมลู มาแสดงให้ตามที่
ตอ้ งการเหมอื นอินเตอร์เน็ตทว่ั ไป หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสส์ ามารถแสดงข้อความ รูปภาพ
เสียง ภาพเคล่ือนไหวและแบบทดสอบและสามารถส่ังพิมพ์เอกสารท่ีต้องการออกทาง
เครอื่ งพิมพไ์ ด้และสามารถปรับปรุงข้อมลู ใหท้ ันสมยั ไดต้ ลอดเวลา

2. รปู แบคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน( CAI =Computer Assisted Instruction) คอื โปรแกรมบทเรยี น
คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนท่ีมหี นา้ ท่ีเป็นส่อื การสอนเหมือนแผ่นสไลดห์ รอื วิดีทัศน์ที่ใชป้ ระกอบการเรียนการสอน
เพื่อใหผ้ ู้เรียนเข้าใจง่ายในเวลาจากัดและตรงตามจุดประสงคข์ องบทเรียนนน้ั ๆ โดยมีการใช้โปรแกรมท่ีนามา
สร้างคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน 2 รปู แบบ ไดแ้ ก่

2.1 การใชโ้ ปรแกรม Authorware เป็นโปรแกรมประยกุ ต์ทนี่ ิยมนามาสร้างบทเรยี น
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมากทีส่ ดุ เพราะเน่ืองจากว่าเข้าใจง่าย มีการเขียนโปรแกรมทใ่ี ช้งา่ ย

2.2 การใช้ระบบการจัดการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ Moodle (Moodle ย่อมาจาก
Modular Object-Oriented Dynamic Learning Environment) คือระบบการเรียน
การสอนในระบบออนไลนใ์ หม้ บี รรยากาศเหมือนเรยี นในหอ้ งเรียนหรือระบบจดั คอรส์ การ
เรยี นการสอน ผา่ นระบบเครือข่ายอนิ เตอรเ์ นต็ สาหรับสถาบนั การศึกษาหรือผสู้ อน

3.รปู แบบ Social Network หมายถึง สังคมออนไลน์ที่จะช่วยหาเพ่ือนบนโลกอินเตอร์เนต็ ได้ง่ายๆ
สามารถทจี่ ะสร้างพนื้ ท่ีสว่ นตวั ขึน้ มาและไดท้ าความรจู้ ักกบั เพอื่ นๆคนอืน่ ๆและยงั สามารถแนะนาตวั เองได้ เช่น
Hi5, Bkog, Facebook เปน็ ตน้ และมีรูปแบบ Social Network ไดแ้ ก่

3.1 การใช้เว็บบล็อกเพื่อการเรียนการสอน Blog มาจากศัพท์คาว่า Weblog บางคนอ่าน
คาๆ น้ีว่า We Blog บางคนอา่ นวา่ Web Log แต่ทัง้ นี้ท้ังนนั้ ทัง้ สองคาบ่งบอกถึง

ความหมายเดียวกัน ว่าน่ันคือบลอ็ ก
ความหมายของคาว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์
โดยเนอ้ื หาของ blog นั้นจะครอบคลมุ ได้ทุกเรื่อง ไม่วา่ จะเป็นเร่ืองราวส่วนตัว หรอื เป็นบทความเฉพาะด้าน

ตา่ งๆ เช่น เร่ืองการเมือง เรอื่ งกลอ้ งถ่ายรูป เรอ่ื งกีฬา เรือ่ งธุรกิจ เป็นตน้ โดยจุดเด่นทท่ี าให้บล็อกเป็นที่นิยมก็
คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้นๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมี
อิทธิพลในการโนม้ น้าวจิตใจผ้อู ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขยี นขน้ึ มาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่ม

เฉพาะ เช่นกลุม่ เพ่อื นๆ หรือครอบครัวตนเอง
ที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเคร่ืองมือสื่อสารชนิดหน่ึง ท่ีสามารถส่ือถึงความเป็นกันเอง

ระหวา่ งผู้เขยี นบล็อก และผอู้ ่านบลอ็ กทเ่ี ป็นกลมุ่ เป้าหมาย ท่ีชดั เจนของบลอ็ กนั้นๆ ผา่ นทางระบบ comment

ของบล็อกน่ันเอง 3.2การนาเสนอแบบ Web page หมายถึง หน้าหนึ่งๆ ของเว็บไซต์ ท่ีเราเปิดขึ้นมาใช้งาน
โดยทั่วไป เว็บเพจสว่ นใหญ่จะอย่ใู นรูปของเอกสาร HTML หรอื XHTML (ซึ่งมกั มีนามสกุลไฟล์เปน็ htm หรือ
html) มีลิงก์สาหรับเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอ่ืนๆ สามารถใส่รูปภาพและรูปภาพยังสามารถเป็นลิงก์

กล่าวคือสามารถคลิกบนรูปเพ่ือกระโดดไปหน้าอื่นได้ นอกจากนี้ยังสามารถใส่แอพเพล็ต (applet) ซ่ึงเป็น
โปรแกรมขนาดเล็กแสดงภาพเคลื่อนไหว มปี ฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ หรือสร้างเสยี ง ได้อีกด้วย โปรแกรมทใ่ี ช้เปิดดู
เว็บเพจ เรียกว่า เว็บเบราว์เซอร์ ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ที่เป็นที่นิยม เช่น อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ ,

Netscape, มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์, และ ซาฟารี เป็นต้น โปรแกรมสาหรับสร้างเว็บเพจ เช่น โปรแกรม
Macromedia Dreamweaver , PHP & MySQL , Flash Professional เปน็ ต้น

3.2 Word press

Wordpress คือโปรแกรมชนดิ หนึง่ ที่มีระบบในการชว่ ยจดั การเน้ือหาบนเวบ็ ได้
อย่างง่ายดาย หรือที่หลายๆ คนใช้คาว่า Contents Management System
(CMS) ซง่ึ จรงิ ๆ แลว้ โปรแกรมประเภท CMS มเี ยอะแยะ อยา่ งเช่น PHP

Nuke, Joomla, Mambo, OScommerce, Magento เปน็ ตน้
Wordpress เป็น CMS ประเภท Blog ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยภาษา PHP และทางานบนฐานข้อมูล MySQL
ภ า ย ใ น สั ญ ญ า อ นุ ญ า ต ใ ช้ ง า น แ บ บ General Public License (GNU) มี เ ว ป ไ ซ ต์ ห ลั ก อ ยู่ ท่ี

http://www.wordpress.org? และมี free hosting สาหรบั ขอรบั บริการฟรีท่ีhttp://www.wordpress.com
Wordpress เปน็ โปรแกรมที่ใชง้ านง่าย สาหรับคนทตี่ ้องการมบี ล็อกส่วนตัว เปน็ ท่ีโปรแกรมทน่ี ยิ มกัน

ท่ัวโลก รวมท้งั ในประเทศไทยเราดว้ ยเ นอกจากการตดิ ตง้ั ง่ายแลว้ Word press ยังมขี อ้ ดกี ค็ อื เราสามารถหา

ดาวน์โหลดธมี (Themes) หรือหน้าตาของเวบ็ รูปแบบตา่ งๆ

อา้ งองิ

https://sites.google.com/site/kanjanapopup/bth-thi-9-kar-chi-thekhnoloyi-sarsnthes-ni-karna-
senx-ngan [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า (21 ตุลาคม 2563)

จดั ทาโดย
นาขงสาวปรียา ปันธิยะ
สาขาวิชาการจัดการสานักงาน


Click to View FlipBook Version