คมู่ อื การปฏบิ ตั ิงาน
การลา้ งเครือ่ งปรบั อากาศชนดิ ตดิ ผนงั ย่หี อ้
( LG )
นายอภินนั ท์ ขนนุ นิล รหสั 6441040046
สาขาเทคโนโลยไี ฟฟ้า วิทยาลัยเทคนคิ สรุ าษฎร์ธานี สถาบนั การอาชวี ศึกษาภาคใต้
อ้างองิ รายวชิ า : การเขยี นรายงานในงานอาชีพ รหสั : 20-4000-1101 ท่ีปรกึ ษา : ดร.สมหวัง ศภุ พล
สารบัญ 1
1-2
บทนำ 3-6
ขั้นตอนการลา้ งเคร่ืองปรบั อากาศชนิดติดผนัง 7-9
เครือ่ งมอื อปุ กรณแ์ ละขอ้ ควรระวัง 10-14
01.เปิดทดสอบการทำงานของเครอ่ื งปรับอากาศ 15-18
02.ถอดประกอบพรอ้ มทำความสะอาดแฟนคอยล์ยนู ิต (Fan coil unit) 19-21
03.ถอดประกอบพร้อมทำความสะอาดคอนเดนซิง่ ยูนิต (Condensing Unit ) 22
04.เดินเครอื่ งปรบั อากาศพร้อมตรวจเช็คระบบ 23-29
ภาคผนวก 30-31
ภาคผนวก ก วิธกี ารใชเ้ ครอ่ื งวัดความเรว็ ลมและเคร่ืองวัดอุณหภมู อิ นิ ฟราเรด 32-35
ภาคผนวก ข เทคนิคการล้างคอยล์เยน็ และคอยล์ร้อน 36-45
ภาคผนวก ค ตัวอย่างนำ้ ยาทำความสะอาดแผงคอยล์ 46-47
ภาคผนวก ง สารทำความเย็น และอตั ราการกนิ กระแสของเครอ่ื งปรบั อากาศ 48
บรรณานุกรม
ประวัติผู้จดั ทำ
-1-
บทนำ
ในปัจจุบันการล้างเครื่องปรับอากาศถือว่าสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยใหเคร่ืองปรับ
อากาทำงานได้อยา่ งเตม็ ประสิทธิภาพ ยังช่วยประหยดั ค่าไฟ ยืดอายุการใช้งาน ท่ีสำคัญยังเป็นการ
ช่วยทำให้อากาศภายในบา้ นสะอาดและปราศจากเช้ือโรค ค่มู ือฉบบั น้ีประกอบด้วยเนอื้ หา รูปภาพ
ล้ิงก์คิวอาร์โค้ด และจะมีข้ันตอนการปฏิบัติงาน ที่ เป็นทฤษฎีองค์ความรู้ในการล้าง
เคร่ืองปรับอากาศ หวังว่าคู่มือการปฏิบัติงานการล้างเครื่องปรับอากาศชนิดติดผนังฉบับน้ีจะเป็น
ประโยชน์แกผ่ ้อู า่ น
การปฏิบตั ิงานการล้างเครอ่ื งปรับอากาศชนิดติดผนงั มี 4
ขั้นตอน
01 เปิดทดสอบการทำงานของเครอ่ื งปรับอากาศ
02 ถอดประกอบพร้อมทำความสะอาดแฟน คอยลย์ ูนติ (Fan coil unit)
03 ถอดประกอบพร้อมทำความสะอาดคอนเดน ซ่งิ ยูนติ (Condensing Unit )
-2-
04 เดนิ เครื่องปรบั อากาศพร้อมตรวจเช็คระบบ
-3-
เคร่ืองมืออปุ กรณแ์ ละข้อควรระวงั การล้างเครื่องปรับอากาศ
ไขควงวดั ไฟ(electric screwdriver) ไขควง(screwdriver)
ข้อควรระวงั ข้อควรระวงั
-ไม่ควรนำไปขันนอ็ ตที่มีความแน่นมาก - ควรใช้ไขควงใหถ้ กู ชนิด และขนาด
บันได(stairs) - ไม่ควรขนั แน่นเกินไปอาจทำให้ปลายเสีย
ข้อควรระวัง ผ้าใบลา้ งแอร(์ air conditioner canvas)
-ไม่ควรให้ผูใ้ ช้ท่ีมีนำ้ หนักเกนิ ข้ึนใช้งาน ข้อควรระวงั
-ควรระวงั ไมใ่ ห้ไปเก่ยี วโดนกบั คลีบคอยล์เยน็
เครื่องฉดี นำ้ เเรงดันสูง(high pressure washer) สายยางน้ำใส(clear water hose)
ข้อควรระวงั ข้อควรระวัง
-ไม่ควรเปิดเคร่อื งไวข้ ณะไม่มนี ้ำในสำยฉีด -ควรม้วนเก็บสายน้ำไม่ให้พับงอ
-4-
เครอื่ งมืออุปกรณ์และขอ้ ควรระวัง การลา้ งเครือ่ งปรบั อากาศ
ฟองน้ำ(sponge) น้ำยาทำความสะอาด(cleanser)
ข้อควรระวงั ขอ้ ควรระวัง
-ไมค่ วรนำไปถูในส่วนที่มีความคม -ควรลา้ งทำความสะอาดให้หมด
โบโว่เป่าลม(blower blower) ผา้ แห้ง(dry cloth)
ขอ้ ควรระวัง ข้อควรระวงั
-ควรเปิดระดับความแรงลมให้เหมาะสมกบั งานท่ีใช้ -เมอ่ื ใชง้ านเสรจ็ แลว้ ควรซักทำความสะอาด
ผา้ ใบ(canvas) โรลมว้ นสายไฟ(cable reel)
ขอ้ ควรระวงั ข้อควรระวงั
-ควรระวังไม่ให้ไปเกย่ี วโดนกบั สิ่งทมี่ คี ม -เมอื่ ใช้งานเสร็จแล้วควรมว้ นเก็บให้เรียบรอ้ ย
-5-
เครื่องมืออปุ กรณแ์ ละข้อควรระวัง การล้างเคร่ืองปรบั อากาศ
ถังใส่น้ำ(water tank) นำ้ ยาล้างคอยเครื่องปรับอากาศ (Air conditioner
cleaner)
ข้อควรระวัง
ขอ้ ควรระวงั
-หลังใช้งานควรล้างทำความสะอาดทุกครัง้
ไขควงไร้สาย(cordless screwdriver) -ควรล้างทำความสะอาดให้หมด
เครอ่ื งวัดความเร็วลม(anemometer)
ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง
-เมื่อใช้งานเสร็จแลว้ ควรปดิ เครื่องทกุ คร้ัง
-ควรใช้ใหเ้ หมาะสมกับงาน
เคร่อื งวัดอุณหภมู ิ(thermometer) ประแจเล่อื น(adjustable wrench)
ข้อควรระวัง ขอ้ ควรระวัง
-เม่ือใช้งานเสรจ็ แล้วควรปดิ เครื่องทุกครั้ง - ควรใชปะแจใหถ้ กู ชนิด และขนาด
- ควรจับชินงานให้แนน่ กอ่ นทำการขนั
-6-
เคร่ืองมืออปุ กรณแ์ ละข้อควรระวัง การล้างเคร่ืองปรบั อากาศ
เกจวัดแรงดัน(pressure gauge) แคลมป์มิเตอร์(clamp meter)
ขอ้ ควรระวัง ข้อควรระวัง
-หา้ มใชส้ ายวัดแรงดนั ด้าน High Pressure -ควรต้ังย่านวดั ให้ถกู ตอ้ ง เหมาะสม
สลบั กันกับสายด้าน Low Pressure -หลังจากใช้งานควรปิดเคร่อื งทุกครั้ง
-7-
01 เปดิ ทดสอบการทำงานของเครื่องปรบั อากาศ
เครื่องมือและอปุ กรณ์
เทคนคิ การทำงาน ข้อควรระวัง
-ทดสอบวา่ ลมเยน็ ออกหรือไม่ -เมื่อเปดิ ทดสอบเครือ่ งปรบั อากาศแลว้ ตอ้ ง ตัดไฟท่เี บรกเกอร์ทกุ คร้ัง
-มีนำ้ หยดจากแฟนคอยล์ยนู ติ หรอื ไม่ เพื่อความปลอดภัย
-มีปา้ ยแขวนว่าหา้ มเปิดเบรกเกอรข์ ณะทำงาน
-8-
01
เปดิ ทดสอบการทำงานของเคร่อื งปรบั อากาศ
01 สอบถามอาการหรือส่ิงผิดปกตจิ าก 02 เปิดเคร่อื งปรบั อากาศดูว่าทำงาน หรือไม่
เจา้ ของบ้าน
-9-
01
03 สงั เกตุเสียงท่ีแฟนคอยล์ยูนิต(Fancoil unit) 04 สงั เกตุเสียงท่ีคอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing
วา่ ผิดปกติหรือไม่ Unit)ว่าผิดปกติหรือไม่
05 ตัดไฟทเี่ บรกเกอร์
- 10 -
02 ถอดประกอบพร้อมทำความสะอาดแฟนคอยลย์ นู ิต (Fan coil unit)
เคร่ืองมอื และอุปกรณ์
เทคนิคการทำงาน ข้อควรระวัง
- ฉีดล้างเเฟนคอยล์ยูนิต(Fancoilunit)ให้เปน็ แนว -ขณะฉีดล้างเเฟนคอยลย์ ูนิต(Fan coil unit)
เดยี วกบั คลีบแฟนคอยล์ยนู ิต(Fan coil unit) ตอ้ งจับพัดลมไม่ให้หมุนเพ่ือป้องกันไฟยอน
เขา้ สู้ระบบควบคุม
- 11 -
02
ถ0อด2ประกอบพร้อมทำความสะอาด
เเฟนคอยล์ยนู ิต(Fan coil unit)
https://bit.ly/36NR75v
01 ถอดฟลิ เตอร์ (Filter) 02 ขันนอ็ ตถอดโครงเครื่องปรับอากาศ
- 12 -
03 ถอดถาดรองน้ำพร้อมฉดี น้ำ 04 นำผ้าใบลา้ งเครอื่ งปรับอากาศ
ทำ ความสะอาด แขวนรองใตเ้ ครอื่ งปรับอากาศ
05 ฉีดล้างทำความสะอาดแฟนคอยล์ยู 06 ใชล้ มเป่าแฟนคอยล์ยนู ติ
นิต(Fan coil unit) (Fan coil unit) ให้แหง้
- 13 -
02
07 ฉีดล้างทำความสะอาดโครงเครื่อง 08 ใชล้ มเป่าโครงเครื่องปรบั อากาศ
ปรับอากาศ
09 ฉีดล้างทำความสะอาดแผ่น 10 ใชล้ มเป่าแผน่ ฟิลเตอร์ (Filter)
ฟลิ เตอร์ (Filter)
- 14 -
11 ประกอบถาดรองนำ้ โครง บาน
สวงิ และฟิลเตอรเ์ ขา้ ทเี่ ดิม
- 15 -
03 ถอดประกอบพรอ้ มทำความสะอาดคอนเดนซง่ิ ยนู ติ (Condensing Unit )
เครือ่ งมอื และอุปกรณ์
เทคนิคการทำงาน ข้อควรระวงั
-ฉดี ล้างคอนเดนซิ่งยูนติ ให้เปน็ แนวเดียวกับ -ขณะฉีดลา้ งคอนเดนซงิ่ ยนู ติ (Condensing
คลบี คอนเดนซง่ิ ยนู ติ (Condensing Unit ) Unit ) ต้องจบั พดั ลมไมใ่ หห้ มนุ เพือ่ ปอ้ งกันไฟ
- 16 -
03
ถอดประกอบพร้อมทำความสะอาด
คอนเดนซิ่งยนู ิต
(Condhettnps:/s/biint.lyg/3yqUYxYno it )
01 ขนั น็อตถอดโครงคอนเดนซงิ่ ยูนิต 02 ถอดพดั ลมระบายความรอ้ น
- 17 -
03 04 ใช้ลมเปา่ คอนเดนซ่งิ ยูนิต และ
ใบพดั พัดลมใหแ้ ห้ง
03 ฉีดลา้ งทำความสะอาดคอนเดนซงิ่
ยูนติ และใบพดั พดั ลม
05 ฉดี ลา้ งทำความสะอาดโครงคอน 06 ใช้ลมเป่าโครงคอนเดนซง่ิ ยนู ติ ให้
เดนซ่ิงยูนิต แหง้
- 18 -
03
07 ประกอบโครงคอนเดนซงิ่ ยูนติ และ
ใบพัดพัดลมเขา้ ทีเ่ ดิม
- 19 -
04 เดนิ เครอ่ื งปรับอากาศพรอ้ มตรวจเช็คระบบ
เครื่องมือและอุปกรณ์
เทคนิคการทำงาน ขอ้ ควรระวัง
- ก่อนตรวจเช็คกระแส แรงดันไฟฟา้ และ - ควรตรวจสอบการตงั้ ย่านวดั คลิปแอมป์ก่อนทำการ
น้ำยา ควรรอใหค้ อมเพรสเซอรท์ ำงานใน ตรวจเช็คกระแส และแรงดันไฟฟ้า
ระดับทเ่ี ต็มท่เี สียก่อน
-ควรขันหัวขอ้ ต่อสายวัดแรงดันใหแ้ นน่ ไม่ปนี - ควรตรวจสอบหัวตอ่ นำ้ ยาใหอ้ ยใู่ นตำแหน่งปดิ ทุกคร้ัง
เกลียว ก่อนทำการตรวจเช็คนำ้ ยา
- 20 -
04
เดินเครอ่ื งปรับอากาศพร้อมตรวจเชค็ ระบบ
https://bit.ly/3xh2cGY
01 ตรวจเชค็ แรงดันของสารทำความ 02 ตรวจเชค็ แรงดันของสารทำความ
เย็นด้าน Low Pressure ให้ได้ตาม เย็นด้าน HIGH Pressure ใหไ้ ด้ตาม
ปรมิ าณทีก่ ำหนดของเคร่ือง ปริมาณท่กี ำหนดของเครื่อง
- 21 -
03 เชค็ กระแสของคอมเพรสเซอร์ใหไ้ ด้
ตามคา่ ท่ีกำหนดของเครื่อง
- 22 -
ภาคผนวก
- 23 -
ภาคผนวก ก
วิธีใช้เคร่ืองวดั ความเรว็ ลม และเครอ่ื งวดั อุณหภมู ิอนิ ฟราเรด
- 24 -
ประโยชน์ และวธิ ีใช้เครอื่ งวดั ความเร็วลม (ANEMOMETER)
Anemometer (เคร่ืองวัดความเร็วลม)เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้สำหรับวัดความเร็วลม ซึ่งตรวจสอบปริมาณการไหลของอากาศโดยมีหน่วยความเร็วเป็น
เมตรต่อวินาที (m/s) หรือ กโิ ลเมตรตอ่ ช่ัวโมง (km/hr)
เครื่องวดั ความเร็วลม (Anemometer) ทใ่ี ชก้ นั ในปจั จบุ ันมีหลายประเภท เช่น
1. เคร่ืองวัดความเร็วลมแบบใบพัด (Windmill Anemometer) การใชง้ านจะต้องวางในที่ทิศทางลมจะพัดผ่านใบพัด เม่ือลมหมุนใบพัด รอบ
การหมุนของใบพัดจะถูกคำนวณเป็นค่าความเร็วลมออกมา
2. เครื่องวัดความเร็วลมแบบเทอร์โมอิเลก็ ทริค (Hot Wire Anemometer) ใช้เส้นลวดเล็กๆซ่ึงถูกทำให้อุณหภูมิสูงกว่าอากาศโดยรอบ เม่อื ลม
พัดทำให้เส้นลวดเย็นลง ความเร็วลมน้ันมีผลกระทบต่ออัตราที่ลวดสูญเสียความร้อน โดยความเร็วลมจะถกู คำนวณจากกระแสไฟฟ้าทีจ่ ำเป็นในการรักษา
อุณหูมิลวดให้คงที่
3. เครื่องวัดความเร็วลมแบบถ้วย (Cup Anemometer) เป็นเคร่ืองวัดความเร็วลมแบบแรกที่ถกู นำมาใช้งาน ประกอบด้วยเสาและแขน 3-4
แขนติดอยู่กับปลายเสา เมื่อลมพัดผ่านจะทำให้แขนทั้งหมดหมุนรอบเสา เสาหรือเพลาจะเช่ือมต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ผลติ ได้
จะข้ึนอยูก่ ับความเรว็ ลม ซ่งึ สามารถคำนวณกลบั มาเป็นค่าความเร็วลมได้
4. เครื่องวัดความเร็วลมแบบอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic Anemometer) ใช้คล่ืนเสียงความถ่ีสงู ในการวัดความเร็วลม
ทำไมถงึ ตอ้ งสอบเทยี บเครอ่ื งวัดความเรว็ ลม
ความเร็วลมมีผลตอ่ ชิ้นงานและสิ่งแวดลอ้ มภายในโรงงาน เราจึงจำเป็นที่ต้องส่งเครอื่ งมือวัดเข้ามาสอบเทียบ เพื่อดวู ่าเครอ่ื งมือวัดความเร็วลมยัง
แสดงค่าท่ีตรงอยู่ และวัดคา่ ได้แม่นยำ
- 25 -
ตำแหนง่ ตา่ งๆของเครอ่ื งวัดความเร็วลม
การใช้งานเครอื่ งวดั ความเร็วลมเบ้ืองต้น
1. กดป่มุ เปดิ เครอ่ื งมือวดั
2. อา่ นค่าทีห่ น้าจอ สามารถอ่านค่าความเรว็ ไดท้ ันทที ่ีหน้าจอแสดงผล
3. สามารถเปลี่ยนหน่วยการวัดได้ โดยเลอื กจากป่มุ Unit
4. กดปุม่ ฟังกช์ น่ั ในการเลือกหรือต้องการวดั ค่าอ่ืน ตามสเปคของเครอื่ งมือแตล่ ะรุ่น
5. เมื่อใช้งานเสร็จต้องปดิ เครอื่ งมือวดั ทกุ คร้ัง
ขอ้ ควรระวังในการใชง้ านเครอ่ื งมือวัด : ต้องเก็บเครอื่ งมือวดั ใส่กลอ่ งทกุ คร้งั หลังใช้งานเสรจ็ เพราะ
Probe หรือใบพัด ค่อนขา้ งท่ีจะบอบบาง แตกหักงา่ ย และควรหมั่นทำความสะอาดใบพดั บ่อยๆให้
ใบพัดสะอาด ปราศจากฝุ่น เพือ่ ทีจ่ ะไดค้ ่าทแ่ี มน่ ยำ
- 26 -
CLC ให้บรกิ ารสอบเทยี บ เครอื่ งมอื วดั ความเร็วลม โดย
Calibration Laboratory (CLC) ไดร้ บั การรบั รอง ISO 17025 ในเคร่ืองมือวัดความเร็วลม
น้ดี ้วย ตาม Scope Lab
Accredit 17025 ANAB ที่ Range 0-45 m/s
โดยทาง Calibration Laboratory (CLC) สอบเทียบ เครื่องมือวัดความเร็วลม ด้วยวธิ ีการ Comparison
with Known Velocity โดย วิธกี ารสอบเทียบเบือ้ งตน้ เราตดิ ต้ังเครื่องมอื วดั กับแกนยึด และใหเ้ ครอ่ื งมือ
Standard (STD) กำเนิดแรงลมตามจุดสอบเทยี บที่ตอ้ งการจะวดั อา่ นค่าเปรียบเทียบผลท่ีหน้าจอเครือ่ งมอื ลกู ค้า
(DUC)กับเครือ่ งมือStandard (STD)
เครือ่ งมอื Standard ทที่ าง CLC ใชส้ อบเทยี บ(Calibrate)มีค่าความแม่นยำสงู ทำใหค้ า่ Uncertainty ที่
ออกมาน้ันไมส่ ูงมากซง่ึ CMC อยู่ท่ี 1.2 % of reading และเรายังเป็น Lab ทไี่ ดร้ บั การรบั รองในเครอ่ื งมือวัด
ความเร็วลม โดย Range ท่ี CLC ไดร้ ับการรบั รองน้ันอย่ทู ่ี 0-45 m/s ซงึ่ ครอบคลุมการใช้งานในทุก
ภาคอุตสาหกรรม
รูปเคร่อื งมือ STD ของ Calibration Laboratory
- 27 -
วธิ ีการดแู ลรักษา เคร่อื งมอื วดั ความเรว็ ลม กอ่ นใชง้ านและหลงั การใชง้ าน
1. อยา่ ให้หัว Sensor รบั การกระแทก เพราะอาจจะแตก หัก เสียหายได้
2. ทำความสะอาด Sensor ใหส้ ะอาดอยเู่ สมอห้ามใหม้ ีฝุ่นเกาะ เพราะจะมีผลตอ่ คา่ ที่วดั ได้
3. เก็บเข้ากลอ่ งทกุ คร้ังเมื่อใช้งานเสรจ็
4. ปดิ ทกุ คร้ังเม่ือไมม่ กี ารใชง้ าน
5. หลีกเลีย่ งการเก็บในท่ีทีม่ ีฝุ่นมาก
https://bit.ly/3AMgmlN
- 28 -
เคร่ืองวัดอณุ หภมู อิ นิ ฟราเรด
เครือ่ งวัดอุณหภูมิอินฟราเรด มชี ่อื เรียกอน่ื อกี หลายช่อื อาทิเช่น IR Thermometer, Temp gun, ปืนวัดอณุ หภมู ิ,
non contact infraredthermometer เปน็ ต้น โดยอินฟราเรดเทอรโ์ มมิเตอร์เป็นเคร่ืองมอื วดั อุณหภูมิทพ่ี น้ื ผิว
ของวตั ถซุ ่งึ เปน็ การวัดแบบไม่สมั ผสั กับวัตถุ (Non-Contract) ในการวัดอุณหภูมิเราจะวัดจากรงั สีอินฟาเรดทแ่ี ผ่
ออกจากวัตถุการสอบเทียบ(Calibrate เคร่ืองมอื วดั )นีแ่ หละ ท่ีจะบอกไดว้ ่าเครื่องมือนน้ั ยังแสดงคา่ ที่ถกู ต้อง
เชอ่ื ถือได้ เพราะถา้ เครื่องมือแสดงคา่ ผิด อาจทำให้เราไมส่ ามารถรคู้ ่าทแี่ ท้จริงจากรา่ งกาย วัตถุหรือพืน้ ผิวทเี่ รายิง
วดั อณุ หภูมิน้นั ได้เลย เราจึงจำเป็นต้องสง่ สอบเทยี บเคร่ืองมือวดั อณุ หภูมิ ทั้งน้ี
เพ่อื บ่งช้ีว่าอุปกรณ์ที่ใช้วดั นน้ั ยังเทยี่ งตรงอยู่ และคา่ ทีอ่ า่ นได้น้นั ถกู ต้องแมน่ ยำ
เครอื่ งมอื วดั อณุ หภูมิ Infrared จะแสดงหนว่ ยวดั ด้านอุณหภูมโิ ดยมีทั้งหนว่ ยองศาเซลเซียส (°C) และ
องศาฟาเรนไฮต์ (° F) ซึ่งเคร่ืองวัดอณุ หภมู อิ ินฟราเรด สามารถแบ่งตามการใช้งานและลักษณะพนื้ ผิวของวตั ถุ
เปา้ หมายไดด้ ังน้ี
1. เคร่ืองวัดอณุ หภูมอิ ินฟราเรดสำหรับการใช้งานภาคอุตสาหกรรม ใช้สำหรับตรวจสอบความรอ้ น
ของทอ่ ไอเสีย, เตาหลอม, เตาอบ
2. เครอ่ื งวัดอุณหภูมิอนิ ฟราเรดสำหรับการใช้งานทางการแพทย์ (โดยสว่ นใหญอ่ าจเรยี กว่า เคร่อื งวดั
- 29 -
ไข้อินฟาเรด หรือ เคร่ืองวัดไขด้ จิ ติ อลแบบยงิ หนา้ ผาก) ใชส้ ำหรับการตรวจสอบอุณหภมู ิของรา่ ยกาย
ตามสว่ นต่างๆ เช่น หนา้ ผาก หู เปน็ ตน้
การใชง้ านเครื่องมอื วัดอณุ หภมู ิ INFRARED ทถี่ กู วิธี
สำหรับวิธีใชง้ านเครือ่ งวัดอุณหภมู ิอินฟราเรดในภาคอุตสาหกรรมและทางการแพทย์(หรือวัด
ไข)้ น้นั มีวธิ กี ารใช้งานไม่ต่างกนั คอื
1. หนั Sensor ของ Non Contact Infrared Thermometer ไปยังจุดที่ตอ้ งการจะวดั อณุ หภมู ิ
2. กดวดั อุณหภมู ิ คล้ายการยงิ ปืน
3. อา่ นค่าอุณหภมู ทิ ี่ปรากฏบนหนา้ จอได้ทันที
ทัง้ นก้ี ารใช้งานท่ถี ูกต้องเราตอ้ งยิงในระยะท่ีเครอ่ื งมือกำหนดและเลือก ค่าสมั ประสิทธ์กิ ารแผ่รงั สี (Emissivity) ให้
ตรงกบั พ้นื ผวิ ทเ่ี ราตอ้ งการจะวดั เพ่อื ความถูกต้องแม่นยำในการอา่ นคา่ เพราะลักษณะพนื้ ผวิ ท่ีแตกต่างกนั จะมีค่า
สมั ประสทิ ธิ์การสะท้อนรังสขี องผวิ วัตถุตา่ งกัน ดังรูปการแสดงคา่ Emissivity (E)
การใชง้ านเครอ่ื งมอื วัด IR Thermometer ทผ่ี ิดวิธี
การใช้งานที่ผดิ วธิ ีทีพ่ บบอ่ ยคอื ผใู้ ชง้ านมกั ไมไ่ ดเ้ ลือก/ต้ังค่า Emissivityให้ตรงกับลกั ษณะพ้ืนผวิ ที่ตอ้ งการ
จะวัด ทำให้คา่ ท่ีอา่ นได้จะผิดเพีย้ นไปบา้ งไม่ควรนำเครอ่ื งวัดอุณหภูมิภาคอุตสาหกรรม มาใชใ้ นการวัดอุณหภูมิ
ร่างกาย เน่ืองจากมีวตั ถปุ ระสงค์การใช้งานทแี่ ตกต่างกนั อาจทำใหก้ ารคดั กรองผปู้ ว่ ย จากการวัดไขห้ รอื วัด
อุณหภูมิรา่ งกาย เกิดความผิดพลาดได้ และเพื่อปอ้ งกนั ความผิดพลาดในอกี ดา้ นหนึง่ คือ ตอ้ งนำเคร่ืองมือวัด
อุณหภูมสิ ่งสอบเทียบเสมอ
https://bit.ly/2Um48AI
- 30 -
ภาคผนวก ข
เทคนคิ การล้างคอยล์เย็นและคอยลร์ อ้ น
- 31 -
อาการบอกเหตถุ งึ เวลาสมควรต้องล้างทำความสะอาดตรวจเช็คเครอ่ื งปรบั อากาศ
1.มกี ลนิ่ อบั ชืน้
2.มนี ำ้ หยดหรือมนี ้ำกระเซ็นออกมาทหี่ น้าเครอ่ื ง https://bit.ly/3lOVlT3
3.มคี วามเย็นนอ้ ยลง
4.มเี สยี งดังผดิ ปกติ
5.กนิ กระแสสูงหรอื ทีเ่ รยี กว่ากินไฟมากเพ่มิ ข้ึนผิดปกติ
***ห้าอาการหลักเหลา่ นค้ี ืออาการบ่งชี้วา่ ถึงเวลาตอ้ งล้างทำความสะอาดเคร่อื งและทำการ
ตรวจเช็คทวั่ ไป
การถอดล้างเครอื่ งคอยล์เย็น ( Fan Coil )
ถอดหน้ากากแอรอ์ อก,ถอดถาดรองน้ำ,ถอดโบลเวอร์,มอเตอร์พดั ลม,แผงบอร์ดหรือห่อหมุ้ กนั ไม่ให้น้ำเข้า
ทำการลา้ งอัดฉีดฟลิ คอยล์ให้สะอาด ปราศจากสง่ิ สกปรกอุดตัน อดั ฉีดทอ่ นำ้ ท้งิ และช้นิ ส่วนอ่นื ใหส้ ะอาดดว้ ย ถา้
ฟลิ คอยล์สกปรกมากควรใช้น้ำยาชว่ ยในการฉีดลา้ งทำความสะอาดปีนคอยลด์ ้วย
การถอดล้างเครื่องคอยล์ร้อน (Condensing)
ถอดช้นิ สว่ นประกอบ,ถอดมอเตอรพ์ ัดลมและปดิ คลุมอปุ กรณ์ไฟฟา้ กนั น้ำเข้า ทำการล้างอดั ฉีดฟิลคอยล์
ด้วยนำ้ ทมี่ ีแรงสงู พอประมาณ เสร็จแล้วทำการเป่าให้แหง้ ประกอบชิ้นส่วนอุปกรณต์ ่างเข้าท่ีเดมิ ให้เรียบร้อย ทำ
การทดสอบเดินเครอ่ื ง ตรวจเช็ควัดอณุ หภมู ิ – แรงลม – แรงดนั นำ้ ยา –คา่ กระแส ใหถ้ กู ตอ้ งตามขนาดของเครื่อง
นัน้ ต่อไป ท่ีสำคัญหลงั จากลา้ งเครื่องควรจะทำการหยอดน้ำมนั หลอ่ ลน่ื ทาจารบเี พลาขับของมอเตอร์ หมายเหตุ :
ถ้าวดั แรงดันของน้ำยาและจดุ อิม่ ตวั ของน้ำยา แสดงผล LO – HI เปน็ ไปตามมาตรฐานของน้ำยา เบอร์ชนิดนั้นๆ
เราก็ไมต่ ้องเติมนำ้ ยาเพม่ิ แต่อย่างใด การเตมิ น้ำยาเพิ่ม อาจจะทำใหป้ ริมาณน้ำยาเกินทำให้เกิดผลเสียกับมอเตอร์
คอมเพรสเซอร์ ไม่มผี ลดีแตอ่ ยา่ งใด
- 32 -
ภาคผนวก ค
ตัวอยา่ งนำ้ ยาทำความสะอาดแผงคอยล
- 33 -
ตวั อย่างน้ำยาลา้ งคอยลเ์ ยน็
น้ำยาล้างคอยล์เยน็ ยีห่ ้อซปุ เปอรค์ ลีน 1200ml
นำ้ ยาทำความสะอาด "แผงคอยล์" ของเครื่องปรับอากาศบ้านและรถยนต์ น้ำยาตัวนี้จะช่วยกำจดั สง่ิ
สกปรก ซ่ึงเป็นสาเหตุที่ทำใหเ้ กดิ กลิ่นอับ ท่สี ะสมอยู่ในคอยลเ์ ยน็ เมอื่ น้ำยาล้างระบบเร่มิ ทำงาน จะทำให้เกิดฟอง
สีขาว เหมอื นเน้ือโฟม และจะทำใหเ้ น้ือโฟมจมลงไป ตามซอกทอ่ และทำการขจดั สงิ่ สกปรกซึ่งเป็นสาเหตุทำให้
แผงคอยลเ์ ยน็ อุดตัน ทำให้เสยี พลงั งานและเชอื้ เพลิงมากข้ึน กำจัดกลิน่ คราบน้ำมนั คราบบหุ ร่ี และสิง่ สกปรก
ต่างๆ ช่วยให้การหมนุ เวยี นของอากาศภายในดีขึน้ เพ่มิ ประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศ ให้ประหยดั พลงั งาน
และลดคา่ บำรุงรักษา ใช้งานงา่ ย สะดวก มีกลนิ่ หอม
https://bit.ly/3iAjJpr
- 34 -
นำ้ ยาลา้ งแอร์ Air Foam สเปรยโ์ ฟมทำความสะอาดเคร่อื งปรบั อากาศ 269 บาท
หัวสเปรย์ฉดี ง่าย ไม่เลอะ ขจดั สง่ิ สกปรกไดร้ วดเรว็ มกี ล่นิ หอม
หากเอ่ยถึงยห่ี อ้ ดงั อย่าง 3M แล้ว ใครหลายคนก็วางใจเพราะยหี่ ้อนีข้ ึ้นชอ่ื ในเร่ืองของคุณสมบัติ
และคณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ โดยจดุ เด่นของนำ้ ยาลา้ งแอรน์ ี้นอกจากจะเป็นเรือ่ งของการใช้ง่ายดว้ ยหัว
สเปรย์ทอี่ อกแบบมาใหส้ ามารถฉีดได้สะดวก ไมเ่ ลอะหรอื กระจายไปทางด้านขา้ งแลว้ ประสทิ ธิภาพในการ
ทำความสะอาดก็เรียกได้ว่าเหนือกว่าย่ีห้ออื่น ๆ เพราะช่วยชะลา้ งสง่ิ สกปรกได้อย่างหมดจด มาพร้อมกับ
กลิ่นหอมที่ผ่อนคลายและสารกำจดั กล่นิ หลังจากล้างแล้วรู้สึกได้วา่ แอร์เยน็ และสะอาดขึ้นมาก
น้ำยาลา้ งแอร์ แอรค์ อน คลนี เนอร์ สเปรย์139 บาท
ออกแรงเลก็ น้อยกท็ ำความสะอาดได้หมดจด ลดกลิน่ อบั ดว้ ยชาเขียว
จุดเดน่ ของสเปรยท์ ำความสะอาดเครอ่ื งปรบั อากาศของยหี่ อ้ ท่สี ง่ ตรงมาจากประเทศญ่ีปุ่นนี้
คือ หัวฉดี พเิ ศษแบบ Trigger Jet ท่ีสามารถฉดี ไดแ้ รง เนือ้ โฟมกระจายตวั ได้เป็นอยา่ งดแี มอ้ อกแรง
- 35 -
เพยี งเล็กน้อย ใชง้ านงา่ ย เหมาะกับผู้หญิงหรือผู้ทีอ่ าศัยอยู่คนเดียวทั้งในบ้านและคอนโด อีกท้ังยงั มี
การใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ลา่ สดุ จากญีป่ นุ่ โดยผสมสารสกดั จากใบชาเขียวทม่ี คี ุณสมบัติชว่ ยลดกลนิ่ ทไ่ี ม่พงึ
ประสงค์ เชน่ กลิ่นเหม็นอับจากความชนื้ และกลนิ่ ที่ติดอยู่ภายในห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นำ้ ยาลา้ งแอร์ สเปรย์โฟมล้างแอร์320 บาท
ไมจ่ ำเปน็ ต้องลา้ งออก ให้อากาศสดช่ืน ขจดั แบคทเี รยี และสิ่งสกปรก
สิ่งท่ีโดดเด่น 3 ประการเหมือนกบั ชอ่ื ยีห่ ้อของน้ำยาลา้ งแอร์รุน่ นี้อยทู่ ่กี ารใชง้ านที่ไม่จำเป็นต้อง
ล้างออก สามารถฉดี โฟมแลว้ ทง้ิ ไวไ้ ด้เลย น้ำยาจะชว่ ยขจัดคราบได้อยา่ งหมดจด อีกทงั้ ยงั ใหอ้ ากาศสด
ช่นื พรอ้ มกล่นิ หอมออ่ น ๆ ช่วยใหแ้ อรไ์ ดท้ ำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสดุ ท้ายคือสามารถ
ปกปอ้ งแบคทเี รีย ดูแลสุขภาพและระบบทางเดนิ หายใจ รวมไปถงึ สถาพอากาศในห้องหรอื ในบ้านได้
อยา่ งท่วั ถึง แต่มีข้อสังเกตทหี่ วั สเปรยท์ อ่ี าจทำให้เลอะเล็กนอ้ ย
https://bit.ly/2W0XrVn
- 36 -
ภาคผนวก ง
สารทำความเย็นและอตั ราการกนิ กระแสของเคร่อื งปรบั อากาศ
- 37 -
เปรยี บเทียบข้อแตกต่างระหวา่ ง แอรน์ ้ำยาR32 กับน้ำยาR410a และR22
วนั นีม้ าทำความรู้จัก ฮโี รส่ ายพนั ธ์ใหมผ่ ู้อาสามาชว่ ยโลกนบั จากนีค้ รับ เปน็ น้ำยาทำความเยน็
ทีเ่ ป็นมิตรต่อสิ่งแวดลอ้ ม ประกาศตัวว่าดกี ว่า R-410a และน้ำยา R22 น้ำยาชนดิ นมี้ คี วามแตกต่างอยา่ งไรเมอื่
เทยี บกับนำ้ ยา R-410A น้ำยาที่กล่าวถึงกค็ อื "น้ำยา R32" ครบั น้ำยาแอร์ชนิดนด้ี ีอยา่ งไร การติดตง้ั แอรท์ ี่ใช้
นำ้ ยา R-32 มคี วามแตกต่างจากน้ำยาR410A อย่างไร ทำไมเทรนท่วั โลกจงึ หันมาหาน้ำยาชนดิ นก้ี ัน?? ผมขอนำ
ขอ้ มลู น้ำยาชนิดนีม้ าพรีววิ กนั ทำความรู้จกั และเตรยี มพร้อมก่อนครบั สำหรบั ผ้เู กย่ี วข้องกับระบบแอรแ์ บบแยก
ส่วน หรอื แอร์บ้าน ที่จะเปลีย่ นมาเปน็ น้ำยา R-32
ก่อนอืน่ ขออธบิ ายเรื่อง ช้ันกา๊ ซเรือนกระจกกอ่ นเพราะเร่อื งน้ที ำใหพ้ ระเอกเกา่ อย่าง R410A ตดิ
คดีเรื่องน้ี ทำใหพ้ ระเอกใหม่ R32 ขึน้ แทน่ แทนครบั เมื่อก่อน เราเคยใชน้ ้ำยา R11,R12เปน็ นำ้ ยาทำความ
เย็นกอ่ นทีจ่ ะเปลี่ยนเป็น R22,R134Aในช่วงตอ่ มาเน่ืองจาก R11,R12ไปติดคดที ำใหโ้ ลกเป็นรูเน่ืองจาก
สว่ นประกอบของ R11 (CFCL3) ดนั ไปมีผู้ร้ายท่ีทำโลกเปน็ รู ชือ่ คลอรีน CL อยถู่ ึง 3 พน่ี อ้ งเกาะกนั ส่วน
R12 (CFCL2)มีพี่น้องคลอรีน CL 2 พน่ี อ้ งเกาะกนั เลยหนั เปล่ียนไปใช้ R-22(CLCHF2)ทีม่ ี CL อยู่แค่ตัว
เดียว และมรี ะยะเวลาคงสภาพไมน่ านที่ 20 ปี ก็ สสายตวั
- 38 -
เม่อื มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ต่อไปเร่ือย ๆ แน่นอนครับ โอโซนโดนสอยเกลย้ี งแน่ ซ่งึ ตอนนี้
พระเอกวยั เก๋าอย่าง R-22 ที่มคี ลอรนี กำลังจะโดนฆา่ ตัดตอน โดยมีพระเอกชว่ั คราวอย่าง R-410A มา
เล่นบทพระเอกอยใู่ นขณะน้ี แต่เหตุใดพระเอกชว่ั คราวอย่าง R-410A ไดโ้ ลดแลน่ ไมน่ านกก็ ำลงั จะโดน
พระเอกรกั ษโ์ ลกอย่าง R-32 มาแทนในอกี 2-4ปีขา้ งหน้าเล่า เหตผุ ลหลกั มาจาก ค่าความสามารถในการ
ทำให้โลกร้อนขน้ึ เรียกว่า GWP (Global Warming Potential) ของนำ้ ยา R410A มีค่าท่ีสงู กวา่ R22
และ R32 ตามตารางดา้ นลา่ ง R410A มีค่าทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ถงึ 2090 ขณะท่ีR32มเี พียง 675
และR22ผู้รา้ ยของเรายังมีคา่ นอ้ ยกว่าR410Aซะด้วยซำ้
- 39 -
แต่พระเอก R32 แม้เม่ือเปรียบเทียบทั้ง 3ชนิดน้ำยาจัดว่าหล่อสุด ไม่ทำลาย โอโซน มีค่าการทำให้โลกร้อนน้อยมากแต่ R32 มีข้อตำหนิ
นิดนึงตรง ติดไฟเล็กน้อย แบบเบาบาง แบบไม่ก่อให้เกิดอันตราย ทางประเทศญี่ปุ่นท่ีให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยสูงมาก ไม่ค่อยจะให้น้ำหนัก
เท่าไหร่สำหรับประเด็นน้ี เนื่องจากน้อยมาก จนทางญี่ปุ่นตีว่าเป็นน้ำยาที่ไม่ติดไฟ และ น้ำยาR32ก็เป็นส่วนประกอบของน้ำยาR410Aอยู่ถึงครึ่งหนึ่ง
(R410A =50%R32 +50%R125) หายห่วงได้ครับประเด็นนี้ ดูจากภาพประกอบจะเห็นว่า เม่ือนำน้ำยาR32ร่ัวเข้าในห้องที่จุดเทียน มีเพียงแค่เทียน
สว่างข้ึนเล็กน้อยเองครับ หรือภาพทดสอบการติดไฟโดยใช้หัวเชื่อมไปเจอจุดรั่วเลย จะเห็นว่า R22ซ่ึงใช้น้ำมันคอมเพรสเซอร์ชนิด Mineral oil ยังมี
เปลวไฟมากกว่าด้วยซ้ำครับ
https://bit.ly/3ixAsda
- 40 -
สารทำความเย็น
“สารทำความเย็น” หรอื ท่รี ูจ้ กั กันดีในช่ือ “นำ้ ยาแอร์” คอื สารเคมที ีม่ ีคุณสมบัติไมม่ ีพิษ ไมม่ ี
กลน่ิ จุดเดือดต่ำกวา่ สารท่ัวไป เมอ่ื ผ่านกระบวนการอดั สารทำความเย็นให้เปน็ ไอ ไหลเวยี นภายใน
ระบบเคร่ืองปรับอากาศและสร้างความเย็นสบายให้แก่เรา ปัจจุบนั สารทำความเย็นทใ่ี ชใ้ น
เครอ่ื งปรับอากาศสำหรบั ทอี่ ยอู่ าศัย มีอยู่ 3 ประเภทหลกั ๆ ไดแ้ ก่ R22, R410A และ R32 ซึ่งสารทำ
ความเยน็ R32 นี้ ไดกน้ิ ถึงเปน็ ผู้ผลติ เครื่องปรับอากาศรายแรกของประเทศไทยและของโลกที่รเิ รมิ่
พฒั นาและนำมาใชไ้ ปทว่ั โลก
แล้วทำไมไดกิ้นถงึ ใช้ R32 ?
ตามข้อตกลงในพธิ สี ารมอนทรีออลเมือ่ ปี 1987 ที่ให้ความสำคัญกบั การลดการทำลายช้ัน
โอโซน ทว่ั โลกจึงเปลย่ี นจากการใช้สารทำความเยน็ R22 มาเปน็ R410A ซึ่งแมว้ ่าจะลดผลกระทบใน
การทำลายบรรยากาศชนั้ โอโซนได้อย่างดี แต่ก็ยังก่อให้เกิดภาวะโลกรอ้ นสงู จึงมีกระแสการ
เปลีย่ นแปลงสารทำความเยน็ ทใี่ ห้ความสำคัญต่อการรกั ษาส่งิ แวดล้อมเพิ่มมากขนึ้
- 41 -
ไดก้ิน ในฐานะผู้นำนวตั กรรมดา้ นระบบปรับอากาศของโลกจงึ ริเริม่ ใชส้ ารทำความเย็น R32 ใน
เคร่อื งปรับอากาศสำหรับท่อี ย่อู าศัยเปน็ ครั้งแรก ซง่ึ สารทำความเย็น R32 น้ี มีประสทิ ธภิ าพการทำความ
เยน็ สูงทีม่ ีคุณสมบตั ทิ นี่ อกจากไมท่ ำลายชัน้ โอโซนแลว้ ยงั ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนนอ้ ยกว่าสารทำ
ความเยน็ ปัจจุบัน R410A ถึง 3 เท่า และยงั ให้ประสิทธภิ าพการทำความเย็นมากกว่า R22 ถึง 60%
นั่นเองเปน็ เหตผุ ลหลักทที่ ำให้เครื่องปรบั อากาศท่ใี ช้สารทำความเยน็ R32 ผสานกับระบบอินเวอร์เตอร์ที่
ชว่ ยเรือ่ งการประหยัดพลังงานไดเ้ ป็นอยา่ งดี ทำให้คา่ ประสทิ ธิภาพการประหยัดพลังงาน (หรือ Seasonal
Energy Efficiency Ratio) สงู สุดเป็นอนั ดับ 1* ในประเทศไทยซ่ึงผ่านการรับรองโดยการไฟฟ้าฝา่ ยผลติ
แหง่ ประเทศไทย
- 42 -
https://bit.ly/3izlqna
- 43 -
ตารางอตั รากนิ กระแสของเครื่องปรบั อากาศ
- 44 -
แอร์ ขนาด BTU, กนิ ไฟ unit/year, กระแส
ขนาดความสามารถในการทำความเยน็ ของแอร์ คือ BTU/hour หรอื ที่เขาเรียกยอ่ ๆวา่ BTU โดย
แอรข์ นาด 12,000 BTU/hour มกั จะถกู เรียกวา่ แอร์ 1 ตัน โดย 1 BTU/hour = 0.293Watt (กำลังงานใน
การทำความเย็น) แอร์ 12,000 BTU/hr มีความสามารถในการทำความเย็น 3,517Watt แต่นี่คอื ความสามารถ
ในการทำความเยน็ ไมใ่ ช่กำลงั ไฟทจ่ี ะปรากฎมาทมี่ เิ ตอร์ทีเ่ ราตอ้ งจ่ายการไฟฟ้า แอร์จะบอกคา่ EER หรือ
ประสทิ ธิภาพของแอร์มาด้วย EER (Energy Efficiency Ratio) = Output Cooling Energy in BTU/Input
Electrical Energy in
Wh. หรอื พูดงา่ ยวา่ พลังงานทเ่ี ราใช้ในการเปิดแอร์ 1 ชวั่ โมง คิดได้จาก
E = (ค่า BTU/hr ของแอร)์ /EER
เช่น เปิด แอร์ขนาด 12,000 BTU/hour ทีม่ ีคา่ EER = 11 ไป 1 ชัว่ โมง ใชไ้ ฟเทา่ กับ 12,000/11
=1,091Wh.
เรยี กว่า แอร์ตัวนก้ี ินไฟเทา่ กบั 1,091 W.
และถา้ อยากรูก้ ระแสทีใ่ ช้ ซ่งึ จรงิ ๆแลว้ แอรห์ ลายๆเจ้าจะบอกมาใน spec. เช่น ของ Daikin
จะบอกว่า:
min. circuit amp. 8.3 A
max. fusible amp. 15 A
rated load amp. 6.1 A.
หรือ หมายความว่า สายไฟทใ่ี ชก้ บั แอรต์ วั น้ีต้องทนไฟได้อยา่ งนอ้ ย 8.3 A. เปิดใชท้ ัว่ ๆไป จะใชไ้ ฟไม่
เกิน 6.1 A แตถ่ ้าขอไฟจาก การไฟฟ้ามา 5A ก็จะไม่พอใช้เพราะ มันจะใชอ้ ยู่แถวๆ 6.1 A(ยังไม่รวม
เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าอน่ื เลย) ใช้งานปกติยังไงไม่เกนิ 15 A เพราะงนั้ ถา้ ซือ้ fuse/breaker กซ็ ้อื 15A. อกี นดิ
เร่อื งไฟฟ้า
ถ้า กำลงั งานไฟฟา้ ท่ใี ชค้ ือ 1,091 W และเรารูว้ ่าใชไ้ ฟ 220 V แปลวา่ กระแส คอื 1,091/220 = 4.96
A หรือเปล่า?
คำตอบ: ไมเ่ ชงิ
- 45 -
เพราะว่า สำหรบั ไฟฟา้ กระแสสลบั แลว้
กำลังงาน (watt) = แรงดนั (V) x กระแสไฟฟ้า (A) x PF
โดยตัวสุดทา้ ยคือ Power Factor ซ่ึงโดยทัว่ ไป PF มคี ่าราวๆ 0.6 - 0.8 ขน้ึ อยู่กบั เครอื่ งไฟฟ้า
ถ้าไมร่ วู้ ่า PF เทา่ ไร ใหใ้ ช้คา่ 0.6
เชน่ ถ้า แอร์เรากินไฟ 1,091 W กะคร่าวๆ มันน่าจะกินกระแส 1091/(220 x 0.6) = 8.26 A
ดังนน้ั เราควรเตรยี มไฟฟ้าใหพ้ อจา่ ยกระแส 8.26 A ถา้ จะเปดิ แอรต์ วั นค้ี รับ (เปดิ 2 ตวั ก็ 17 A) ถา้ จะขอ
ไฟการไฟฟา้ บางคนบอกว่า ขอ 15 A แต่ โหลดไปไดถ้ ึง 45 Aผมกไ็ ม่รู้ครับ แต่ถ้าเปน็ ผม จะตดิ แอรแ์ บบน้ี
2 ตัว ผมว่าผมขอไฟ 30 A (100A) จากการไฟฟา้ มาดีกวา่ ครบั เร่อื งกินไฟ ตงี า่ ยๆวา่ unit ละ 3.28 และ
1 unit = 1 kWh
https://bit.ly/3Aronw8
- 46 -
บรรณานกุ รม
วิธใี ช้เครอ่ื งวดั ความเรว็ ลม. (2559). [ออนไลน์].
[สบื ค้นเม่ือวันท่ี 11 สิงหาคม 2564]. จาก
https://bit.ly/3AMgmlN
วธิ ใี ช้เครอ่ื งวัดอณุ หภมู ิอนิ ฟราเรด. (2558). [ออนไลน์].
[สบื คน้ เมื่อวนั ที่ 11 สิงหาคม 2564]. จาก
https://bit.ly/2Um48AI
เทคนิคการล้างคอยล์เยน็ และคอยล์รอ้ น. (2557). [ออนไลน]์ .
[สืบคน้ เมอื่ วนั ท่ี 14 สิงหาคม 2564]. จาก
https://bit.ly/3lOVlT3
- 47 -
ตวั อยา่ งนำ้ ยาทำความสะอาดแผงคอยล.์ (2559). [ออนไลน์].
[สบื ค้นเมอ่ื วันที่ 14 สงิ หาคม 2564]. จาก
https://bit.ly/2W0XrVn
สารทำความเยน็ . (2559) . [ออนไลน์].
[สบื ค้นเมอ่ื วนั ที่ 14 สิงหาคม 2564]. จาก
https://bit.ly/3izlqna
อตั ราการกนิ กระแสของเครือ่ งปรบั อากาศ. (2554). [ออนไลน]์ .
[สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี 16 สิงหาคม 2564]. จาก
https://bit.ly/3Aronw8
- 48 -
ประวัติผจู้ ัดทำ
ชื่อผจู้ ัดทำ : นายอภินันท์ ขนุนนลิ
หลักสูตร : เทคโนโลยบี ัณฑิต
สาขาวิชา : สาขาวชิ าเทคโนโลยไี ฟฟ้า
ประวัตกิ ารทำงาน
ปี พ.ศ. 2561 ถึง ปี พ.ศ. 2562
ชื่อสถานประกอบการ บริษัทบีโอ พาวเวอร์เทคจำกัด
ตำแหน่ง ผชู้ ว่ ยช่างชำนาญงานออกแบบติดต้งั ระบบไฟทุกชนดิ
หนา้ ท่ี
1. ทำไฟฟ้าภายนอกอาคาร
2. ทำไฟฟ้าภายในอาคาร
ปปี ัจจบุ ัน พ.ศ. 2564
ช่ือสถานประกอบการ บริษัทไดนามกิ อเิ ลคทริก จำกัด
ตำแหนง่ ผู้ช่วยช่างซ่อมบำรงุ งานระบบไฟฟ้า
หน้าที่
1. ช่างซ้อมไฟฟ้าทกุ ชนิด
2. ซอ่ มบำรงุ ระบบควบคุมเคร่อื งจกั ร
ชอ่ื สถานประกอบการ (ปัจจุบนั ) : บริษัท ไดนามกิ เลคทริก จำกัด 325/1-2 ถนนบอ่ โฉลก หมทู่ 4่ี
ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราดฎรธ์ านี 84000
Tel. 077-275526,216932 Fax. 077-275527