The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิชาวิทยาการคำนวณ - Google เอกสาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-21 01:33:20

รายงานวิชาวิทยาการคำนวณ - Google เอกสาร

รายงานวิชาวิทยาการคำนวณ - Google เอกสาร

1

รายงาน
วชิ าวทิ ยาการคาํ นวณ

รหัส ว

จดั ทาํ โดย เลขที 1
1. นายปพน คดิ ซือ เลขที 4
2. นายพลกร เพชรเจริญชัยศรี เลขที 9
3. นางสาวณฏั ฐณชิ า โพมนั สาร เลขที 16
4. นางฐิตารีย์ โชควทิ ยานุกลู

ชันมธั ยมศึกษาปี ที 5/9

เสนอ
ครูจริ ายุ ทองดี

รายงานเล่มนีเป็ นส่วนหนึงของรายวชิ าวทิ ยาการคาํ นวณ รหัส ว
โรงเรียนนวมนิ ทราชินูทศิ เตรียมอดุ มศึกษาน้อมเกล้า

ภาคเรียนที 2 ปี การศึกษา 2564
สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ

คาํ นํา
รายงานฉบบั นีเป็ นส่วนหนึงของรายวชิ าวทิ ยาการคาํ นวณรหัส ว
ชันมธั ยมศึกษาปี ที 5 โดยมจี ุดประสงค์เพือศึกษาเกยี วกบั หลกั การเขยี นโปรแกรม ขนั ตอน
การเขยี นโปรแกรม โครงสร้างภาษาคอมพวิ เตอร์ กระบวนการเขยี นโปรแกรม
ในการจดั ทาํ รายงานประกอบสือการเรียนรู้ในครังนี ผู้จดั ทาํ ขอขอบคุณ ครูจริ ายุ
ทองดี ผู้ให้ความรู้ และแนวทางการศึกษา และเพือนๆ ทใี ห้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด คณะ
ผู้จดั ทาํ หวงั เป็ นอย่างยงิ ว่า รายงานฉบับนีจะอาํ นวยประโยชน์ต่อผู้ทสี นใจและศึกษาเนือหา
เพมิ เตมิ และพฒั นาศักยภาพ และบรรลตุ ามเป้าหมาย

ณฏั ฐณชิ า โพมนั สาร
ผู้จดั ทาํ

2

สารบัญ หน้า

เรือง 2
3
คาํ นํา 4
สารบัญ 8
ภาษาคอมพวิ เตอร์ 13
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือสาร 16
ทกั ษะเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั
วทิ ยาการคาํ นวณ
บรรณานุกรม

3

ภาษาคอมพวิ เตอร์

ภาษาคอมพวิ เตอร์คอื อะไร ?

ภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึง ภาษาใดๆทีผใู้ ชง้ านใชส้ ือสารกบั คอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์
ดว้ ยกนั แลว้ คอมพิวเตอร์สามารถทาํ งานตามคาํ สงั นนั ได้ คาํ นีมกั ใชเ้ รียกแทนภาษาโปรแกรม แต่ความ
เป็นจริงภาษาโปรแกรมคือส่วนหนึงของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านนั และมีภาษาอืนๆ ทีเป็นภาษา
คอมพิวเตอร์เช่นกนั ยกตวั อยา่ งเช่น HTML เป็นทงั ภาษามาร์กอปั และภาษาคอมพิวเตอร์ดว้ ย แมว้ า่ มนั
จะไม่ใช่ภาษาโปรแกรม หรือภาษาเครืองนนั กน็ บั เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ซึงโดยทางเทคนิคสามารถใช้
ในการเขียนโปรแกรมได้ แต่กไ็ ม่จดั วา่ เป็นภาษาโปรแกรม

4

ยคุ ของภาษา

ภาษาคอมพิวเตอร์ออกไดเ้ ป็น 5 ยคุ ดงั นี
1. ภาษาเครือง (Machine Language)
เป็นภาษาทีขึนอยกู่ บั ชนิดของเครืองคอมพิวเตอร์ หรือหน่วยประมวลผลทีใช้ นนั คือแต่ละเครืองกจ็ ะมี
รูปแบบของคาํ สงั เฉพาะของตนเอง ซึงนกั คาํ นวณและนกั เขียนโปรแกรมในสมยั ก่อน ตอ้ งรู้จกั วธิ ีทีจะ
รวมตวั เลขเพือแทนคาํ สงั ต่าง ๆ ทาํ ใหก้ ารเขียนโปรแกรมยงุ่ ยากมาก คาํ สงั ในภาษาเครืองจะประกอบ
ดว้ ย 2 ส่วน คือ
1. โอเปอเรชนั โคด้ (Operation Code) เป็นคาํ สงั ทีสงั ใหค้ อมพิวเตอร์ปฏิบตั ิการ เช่นการบวก
(Addition) , การลบ (Substraction) เป็นตน้
2. โอเปอแรนด์ (Operands) เป็นตวั ทีระบุตาํ แหน่งทีเกบ็ ของขอ้ มูลทีจะนาํ เขา้ สู่คอมพิวเตอร์เพือนาํ ไป
ปฏิบตั ิการตามคาํ สงั ในโอเปอเรชนั โคด้

2. ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language)
เป็นภาษาทีมีการใชต้ วั อกั ษรในภาษาองั กฤษมาแทนคาํ สงั ทีเป็นเลขฐานสอง และเรียกอกั ษรสญั ลกั ษณ์
ทีเป็นคาํ สงั นีวา่ สญั ลกั ษณ์ขอ้ ความ (mnemonic codes) เพือใหง้ ่ายต่อการเขียนและการจดจาํ มากกวา่
ภาษาเครือง แต่ถึงอยา่ งไรกย็ งั จดั ภาษาแอสเซมบลีนีเป็นภาษาระดบั ตาํ ตวั อยา่ งเช่น A มาจาก Add
หมายถึงการบวก , S มาจาก Subtract หมายถึงการลบ , C มาจาก Compare หมายถึงการเปรียบเทียบ

5

3. ภาษาชันสูง (High-level Language)
สามารถเรียกไดอ้ ีกอยา่ งวา่ เป็นภาษารุ่นที 3 (3rd Generation Language หรือ 3GLs) เป็นภาษาทีถูก
สร้างขึนมาเพือใหส้ ามารถเขียน และอ่านโปรแกรมไดง้ ่ายขึน เนืองจากมีลกั ษณะเหมือนภาษาองั กฤษ
ทวั ๆไป และทีสาํ คญั คือ ผเู้ ขียนโปรแกรม ไม่จาํ เป็นตอ้ งมีความรู้เกียวกบั ระบบฮาร์ดแวร์แต่อยา่ งใด
ตวั อยา่ งของภาษาประเภทนีไดแ้ ก่ ภาษาฟอร์แทรน(Fortran) , โคบอล (Cobol) , เบสิก (Basic) , ปาส
คาล (Pascal) , ซี(C) , เอดา(ADA) เป็นตน้

4. ภาษาขนั สูงมาก (Very high-level Language)
สามารถเรียกไดอ้ ีกอยา่ งวา่ ภาษาในรุ่นที 4 (4GLs : Fourth-Generation Languages) ภาษานีเป็นภาษาที
อยใู่ นระดบั สูงกวา่ ภาษารุ่นที 3 มีลกั ษณะของภาษาทีเป็นธรรมชาติ คลา้ ยกบั ภาษาพดู ของมนุษย์ จะ
ช่วยในเรืองของการสร้างแบบฟอร์มบนหนา้ จอ เพือจดั การเกียวกบั ขอ้ มูล รวมไปถึงการออกรายงาน
ซึงจะมีการจดั การทีง่ายมากไม่ยงุ่ ยากเหมือนภาษารุ่นที ตวั อยา่ งของภาษาในรุ่นที 4 ไดแ้ ก่
Informix-4GL , Focus , Sybase , InGres เป็นตน้

5. ภาษาธรรมชาติ (National Language)

เป็นภาษาในยคุ ที 5 ทีมีรูปแบบเป็นแบบ nonprocedural เช่นเดียวกบั ภาษารุ่นที 4 การทีเรียกวา่ ภาษา
ธรรมชาติ เพราะจะสามารถสงั งานคอมพิวเตอร์ ไดโ้ ดยใชภ้ าษามนุษยไ์ ดโ้ ดยตรง โดยทวั ไป คาํ สงั ที
มนุษยป์ ้อนเขา้ ไปในคอมพิวเตอร์ จะอยใู่ นรูปของภาษาพดู มนุษย์ ซึงอาจมีรูปแบบทีไม่แน่นอนตายตวั
แต่คอมพิวเตอร์กส็ ามารถแปลคาํ สงั เหล่านนั ใหอ้ ยู่ ในรูปแบบทีคอมพิวเตอร์สามารถเขา้ ใจคาํ สงั ได้ ถา้
คาํ สงั ใดไม่กระจ่างชดั เจน กจ็ ะมีการถามกลบั เพือใหเ้ ขา้ ใจคาํ สงั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

6

ประโยชน์ของภาษาคอมพวิ เตอร์

1. ภาษาเครืองประโยชน์ คือ กินเนือทีความจาํ นอ้ ยเมือคาํ สงั นีเขา้ สู่เครืองคอมพิวเตอร์สามารถสงั การ
ทาํ งานไดท้ นั ทีจึงมีความรวดเร็วสูง
2. ภาษาระดบั ตาํ หรือภาษาแอสเซมบลีประโยชน์ คือ เป็นภาษาทีทาํ งานเร็วกวา่ ภาษาอืนสามารถเขียน
โปรแกรมควบคุมคาํ สงั การตวั เครือง(HARDWARE) ไดโ้ ดยตรงและกินทีเนือทีหน่วยความจาํ นอ้ ย
3. ภาษาระดบั สูงประโยชน์ คือเป็นภาษาทีไม่ผกู พนั หรือขึนตรงกบั ตวั เครืองดงั นนั ผเู้ ขียนโปรแกรม
สามารถเขียนไดอ้ ยา่ งอิสระภายใตก้ ฎเกณฑข์ องภาษานนั ๆ โดยไม่จาํ เป็นตอ้ งมีความรู้ทางฮาร์ดแวร์ ก็
สามารถใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ะอยา่ งไรกต็ ามภาษาระดบั สูงเมือจะนาํ ไปใชค้ วบคุมสงั การเครืองกต็ อ้ งนาํ ไป
แปลเป็ นภาษาเครื องก่อนเช่นเดียวกนั

7

เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือสาร

ความหมายความสําคญั ของ ICT

ICT (Information Communication Technology) หมายถึง การติดต่อสือสารทีเกียวกบั ขอ้ มูล
ข่าวสารโดยใชเ้ ทคโนโลยี I (Information) หมายถึง ขอ้ มูล ข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ทีบนั ทึกเป็นระบบ
เพือนาํ มาใชง้ าน C (Communication) หมายถึง การติดต่อสือสาร T (Technology) หมายถึง
คอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม ความหมายโดยรวม ของ ICT กค็ ือ เทคโนโลยที ีใชจ้ ดั การสารสนเทศ
การสือสาร เป็นเทคโนโลยที ีเกียวขอ้ งตงั แต่การรวบรวมการจดั เกบ็ ขอ้ มูล การประมวลผล การพิมพ์
การสร้างงาน การสือสารขอ้ มูล ฯลฯ ซึงรวมไปถึงการใหบ้ ริการ การใช้ และการดูแลขอ้ มูล โดยความ
เป็นจริงแลว้ ครูเราใช้ ICT จดั การเรียนการสอนมานานแลว้ เพียงแต่ยงั ใชร้ ูปแบบเดิม ซึงหากมีการ
พฒั นาโดยใชเ้ ทคโนโลยที ีเกียวขอ้ งตงั แต่การรวบรวมการจดั เกบ็ ขอ้ มูล การประมวลผล การพิมพ์ การ
สร้างงาน การสือสารขอ้ มูล ฯลฯ ซึงรวมไปถึงการใหบ้ ริการ การใช้ และการดูแลขอ้ มูล จะทาํ ใหก้ าร
จดั การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึน นกั เรียนสามารถคน้ ควา้ หาความรู้จากแหล่งความรู้ที
หลากหลายมากยงิ ขึน ความจาํ เป็นทีตอ้ งมีการนาํ เทคโนโลยสี ารสนเทศมา ใชใ้ นธุรกิจ องคก์ รธุรกิจ
ในปัจจุบนั และอนาคตมีการเปลียนแปลงไปในทิศทางทีต่างจากองคก์ รธุรกิจแบบเดิม เหตุผลต่างๆที
จาํ เป็นตอ้ งนาํ เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นธุรกิจ

8

หลกั การทาํ งานของคอมพวิ เตอร์

การทาํ งานของคอมพิวเตอร์ประกอบดว้ ยหน่วยสาํ คญั 5 หน่วย คือ
● หน่วยรับขอ้ มูล (Input Unit) คือ เครืองมือหรืออุปกรณ์ทีทาํ หนา้ ทีรับขอ้ มูลรับขอ้ มูลหรือคาํ สงั
จากผใู้ ชเ้ ขา้ สู่เครืองคอมพิวเตอร์ โดยแปลงขอ้ มูลหรือคาํ สงั นนั ใหอ้ ยใู่ นรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส์
เพือทาํ การประมวลผลต่อไป ไดแ้ ก่ Mouse, Keyboard, Joy Sticks, Track Ball, Touch Screen,
Scanner, Digital Camera,Light Pen, OMR
● หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) คือ ส่วนทีทาํ หนา้ ทีปฏิบตั ิตามคาํ สงั
ทีรับมาจากหน่วยรับขอ้ มูล และควบคุมการปฏิบตั ิงานของเครืองคอมพิวเตอร์ หน่วยประมวล
ผลกลางประกอบดว้ ยส่วนสาํ คญั 2 ส่วน คือ

1. หน่วยควบคุม (Control Unit)
ทาํ หนา้ ทีควบคุมการทาํ งานของอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบทงั หมด ใหท้ าํ งานอยา่ งถูกตอ้ ง
2. หน่วยคาํ นวณ (Arithmetic Logic Unit) ทาํ หนา้ ทีประมวลผลขอ้ มูลทางคณิตศาสตร์และทาง
ตรรกะ เช่น

- การคาํ นวณทางคณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ การบวก ลบ คูณ หาร
- การกระทาํ ทางตรรกะ (AND , OR)

9

- การเปรียบเทียบ เช่น การเปรียบเทียบค่าของขอ้ มูล 2 ตวั วา่ มีค่าเท่ากนั มากกวา่ หรือนอ้ ย
กวา่ ไม่วา่ ขอ้ มูลจะเป็นตวั เลข หรือตวั อกั ษรกส้ ามารถเปรียบเทียบได้

- การเลือนขอ้ มูล (Shift)
- การเพิมและการลด (Increment and Decrement)
- การตรวจสอบบิท (Test Bit)

● หน่วยความจาํ หลกั (Main Memory) เป็นหน่วยความจาํ ทีอยใู่ นเครืองคอมพิวเตอร์ แบ่งออก
ไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ

1. รอม (ROM : Read Only Memory) เป็นหน่วยความจาํ หลกั ที
- ใชบ้ รรจุโปรแกรมสาํ คญั ทีใชใ้ นการสตาร์ทอพั เครือง
- เกบ็ โปรแกรมคาํ สงั ไวอ้ ยา่ งถาวร
- ไม่ตอ้ งใชก้ ระแสไฟฟ้าเลียง ขอ้ มูลกจ็ ะยงั คงอยู่
- เขียนหรือบนั ทึกขอ้ มูลคาํ สงั ไดเ้ พียงครังเดียว ในขนั ตอนการผลิตเครืองจากโรงงาน ไม่สามารถ
แกไ้ ขเปลียนแปลงไดอ้ ีก
- อ่านขอ้ มูลไดอ้ ยา่ งเดียว และการเขา้ ถึงขอ้ มูลเป็นแบบสุ่ม
2. แรม (RAM : Random Access Memory)
- ทาํ หนา้ ทีเกบ็ ขอ้ มูลทีรับเขา้ มาจากหน่วยรับขอ้ มูลเพือนาํ ไปประมวลผล

10

- ทาํ หนา้ ทีเกบ็ ผลลพั ธ์ทีไดข้ ณะทาํ การประมวลผลซึงยงั ไม่ใช่ผลลพั ธ์สุดทา้ ย
- ทาํ หนา้ ทีเกบ็ ผลลพั ธ์ทีไดจ้ ากการประมวลผลซึงเป็นผลลพั ธ์สุดทา้ ย
- ทาํ หนา้ ทีเกบ็ ชุดคาํ สงั ต่างๆ ขณะทีเรากาํ ลงั ทาํ งานอยกู่ บั เครือง เพือใชใ้ นการประมวลผล
- เป็นหน่วยความจาํ ทีเกบ็ ขอ้ มูลหรือโปรแกรมไวช้ วั คราว สร้างขึนเพือผใู้ ชโ้ ดยตรง
- สามารถอ่านหรือเขียนทบั ขอ้ มูลลงไปไดต้ ามตอ้ งการ ถา้ ไฟดบั ขอ้ มูลจะสูญหาย
- การเขา้ ถึงขอ้ มูลเป็นแบบสุ่ม
● หน่วยความจาํ สาํ รอง (Secondary Memory) เป็นหน่วยความจาํ ทีใชเ้ กบ็ ขอ้ มูล และโปรแกรมที

ตอ้ งการใชง้ านในคราวต่อไปได้ ซึงสามารถบรรจุขอ้ มูลและโปรแกรมไดเ้ ป็นจาํ นวนมาก

อุปกรณ์ทีเป็นหน่วยความจาํ สาํ รอง ไดแ้ ก่
1. จานแม่เหลก็ (Magnetic Disk) จานแม่เหลก็ สามารถเขา้ ถึงขอ้ มูลไดโ้ ดยตรง (Direct Access)
ไดแ้ ก่ ฮาร์ดดิสก์ และฟลอ็ ปปี ดิสก์
2. เทปแม่เหลก็ (Magnetic Tape) สามารถบนั ทึกและเขา้ ถึงขอ้ มูลแบบเรียงลาํ ดบั (Sequential
Access) การบนั ทึกทาํ โดยสร้างสนามแม่เหลก็ ลงบนเนือเทป
3. จานแสง (Optical Disk) เครืองอ่านแผน่ ซีดี (CD-ROM Drive) เป็นสือทีใชบ้ นั ทึกขอ้ มูลได้
ปริมาณมากสามารถอ่านและบนั ทึกขอ้ มูลดว้ ยแสงเลเซอร์ เช่น CD-ROM (Compact Disc
Read-Only Memory) มีความจุขอ้ มูลสูงมาก ตงั แต่ 650 เมกะไบท์ (MB) สามารถอ่านขอ้ มูลไดอ้ ยา่ ง
เดียว แกไ้ ขเปลียนแปลงไม่ได้

11

● หน่วยแสดงผล (Output Unit) อุปกรณ์ทีทาํ หนา้ ทีแสดงผลลพั ธ์ทีไดจ้ ากการประมวลผล
การแสดงผลลพั ธ์ แบ่งเป็น 2 แบบ

1. แสดงผลทางบนจอภาพ การแสดงผลทางจอภาพ เรียกไดอ้ ีกอยา่ งวา่ เป็น Soft Copy คือ จะแสดง
ผลลพั ธ์ขณะทีมีกระแสไฟฟ้าอยู่ อุปกรณ์คือ จอภาพคอมพิวเตอร์ทวั ไป ซึงภาพบนจอประกอบดว้ ย
จุดหรือ pixel หลายๆ pixel สามารถแสดงผลความละเอียดไดห้ ลายระดบั เช่น 640 * 480 จุด , 800
* 600 จุด , 1024 * 786 จุด
2. แสดงผลทางเครืองพิมพ์ การแสดงผลทางจอภาพ หรือเรียกไดอ้ ีกอยา่ งวา่ เป็น Hard Copy คือ
สามารถแสดงผลลพั ธ์คงทนอยนู่ าน ไม่ตอ้ งใชก้ ระแสไฟฟ้าเลียง อุปกรณ์ทีใช้ คือ Printer

12

เทคโนโลยกี ารสือสาร

เทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถึง การนาํ เทคโนโลยดี า้ น
คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยดี า้ นการสือสารโทรคมนาคมมาช่วยในการรวบรวม ประมวลผล สรุป จดั
เกบ็ และเผยแพร่ สารสนเทศทีไดใ้ นรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตวั เลข ตวั อกั ษร ภาพ และเสียง เพือใหเ้ กิด
ประโยชนส์ ูงสุด จากเทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information Technology : IT) สู่เทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสือสาร (Information and Communication Technologies : ICT) ระยะแรกนิสิตจะคุน้ เคยกบั
คาํ วา่ IT คือการมีขอ้ มูลสารสนเทศ (Information) และมีเทคโนโลยี (Technology) ซึงหมายถึง
คอมพิวเตอร์ทีมาแรงมากในช่วงประมาณ 2 ทศวรรษทีผา่ นมา แต่ระยะหลงั ICT มีบทบาทมาก กล่าว
คือ ไดใ้ ชร้ ะบบเชือมโยงขอ้ มูลข่าวสารทีนอกจากจะรวมเอาอุปกรณ์คือเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์มาช่วย
ทาํ การประมวลผลขอ้ มูล (Data) ใหร้ วดเร็ว ถูกตอ้ ง แม่นยาํ เป็นสารสนเทศ (Information) ทีมี ความ
หมายในการบริหารจดั การแลว้ ยงั ใชอ้ ุปกรณ์ทางการสือสาร (Communication) ช่วยเชือมโยงไปหา
เครืองคอมพิวเตอร์ทีอยไู่ กล (Remote Area) โดยใชโ้ ทรศพั ท์
ดาวเทียม ไมโครเวฟ ทาํ ใหก้ ารรับส่งและแลกเปลียนเอกสาร
เป็นรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic) จึงสามารถติดต่อขอ้ มูล
ข่าวสารไดง้ ่าย ไม่จาํ เป็นตอ้ งเดินทางไปเอง Information and
Communication Technology (ICT) มีความหมายถึง
Information Technology (IT) และ Communication Technology
(CT) (Mallard, 2002)

13

1) IT หมายถึง อุปกรณ์ (Hardware) และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) ซึงใชเ้ พือการเขา้ ถึง แกไ้ ข
จดั เกบ็ รวบรวม ควบคุม และนาํ เสนอสารสนเทศในรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส์

(1) Hardware ไดแ้ ก่ Personal Computers, Scanners และ Digital Cameras เป็นตน้
(2) Software ไดแ้ ก่ Database Storage Programs และ Multimedia Programs เป็นตน้
2) CT หมายถึง อุปกรณ์โทรคมนาคม (Tele-communication Equipment) ใชเ้ พือประโยชนใ์ นการ
คน้ หาและเขา้ ถึงสารสนเทศ ไดแ้ ก่ โทรศพั ท์ โทรสาร โมเดม็ และคอมพิวเตอร์ เป็นตน้

14

ทกั ษะการใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั

Digital Literacy คอื อะไร ?

ทกั ษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั หรือ Digital literacy หมายถึง ทกั ษะในการนาํ เครืองมือ
อุปกรณ์ และเทคโนโลยดี ิจิทลั ทีมีอยใู่ นปัจจุบนั อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศพั ท์ แทปเลต โปรแกรม
คอมพิวเตอร์ และสือออนไลน์ มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด ในการสือสาร การปฏิบตั ิงาน และการ
ทาํ งานร่วมกนั หรือใชเ้ พือพฒั นากระบวนการทาํ งาน หรือระบบงานในองคก์ รใหม้ ีความทนั สมยั และ
มีประสิทธิภาพ

ทกั ษะดงั กล่าวครอบคลุมความสามารถ 4 มิติ
● การใช้ (Use)
● เขา้ ใจ (Understand)
● การสร้าง (create)
● เขา้ ถึง (Access) เทคโนโลยดี ิจิทลั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

15

ทกั ษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั

ทกั ษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั 9 ดา้ น
1. การใชค้ อมพิวเตอร์
2. การใชอ้ ินตอร์เน็ต
3. การใชง้ านเพือความมนั คงปลอดภยั
4. การใชโ้ ปรแกรมประมวลคาํ
5. การใชโ้ ปรแกรมตารางคาํ นวณ
6. การใชโ้ ปรแกรมการนาํ เสนองาน
7. การใชโ้ ปรแกรมสร้างสือดิจิทลั
8. การทาํ งานร่วมกนั แบบออนไลน์
9. การใชด้ ิจิทลั เพือความมนั คงและปลอดภยั

16

ทาํ ไมต้องพฒั นาทกั ษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยี

ในปัจจุบนั โลกมีการเปลียนแปลงอยา่ งรวดเร็ว จากยคุ Analog ไปสู่ยคุ Digital และยคุ Robotic จึง
ทาํ ใหเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั มีอิทธิพลต่อการดาํ รงชีวติ และการทาํ งาน ขา้ ราชการซึงเป็นแกนหลกั ของการ
พฒั นาประเทศ จึงตอ้ งปรับตวั ใหส้ อดคลอ้ งกบั บริบทของการเปลียนแปลง เพือป้องกนั ไม่ใหเ้ กิด
culture shock เนืองจากการเปลียนผา่ นเทคโนโลยี และเพือป้องกนั ความเสียงทีอาจเกิดจากการใช้
เทคโนโลยที ีไม่เหมาะสม เช่น การสูญเสียการเป็นส่วนตวั ความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส์ ิน การ
โจรกรรมขอ้ มูล การโจมตีทางไซเบอร์ เป็นตน้

Digital literacy หรือทกั ษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั เป็นทกั ษะดา้ นดิจิทลั พืนฐานทีจะ
เป็นตวั ช่วยสาํ คญั สาํ หรับขา้ ราชการในการปฏิบตั ิงาน การสือสาร และการทาํ งานร่วมกนั กบั ผอู้ ืนใน
ลกั ษณะ “ทาํ นอ้ ย ไดม้ าก” หรือ “Work less but get more impact” และช่วยส่วนราชการสร้างคุณค่า
(Value Co-creation) และความคุม้ ค่าในการดาํ เนินงาน (Economy of Scale) เพือการกา้ วไปสู่การเป็น
ประเทศไทย 4.0 อีกทงั ยงั เป็นเครืองมือช่วยใหข้ า้ ราชการ สามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองเพือใหไ้ ด้
รับโอกาสการทาํ งานทีดีและเติบโตกา้ วหนา้ ในอาชีพราชการ (Learn and Growth) ดว้ ย

17

ประโยชน์ของการพฒั นา Digital Literacy

ประโยชน์สําหรับข้าราชการ
1. ทาํ งานไดร้ วดเร็วลดขอ้ ผดิ พลาดและมีความมนั ใจในการทาํ งานมากขึน
2. มีความภาคภูมิใจในผลงานทีสามารถสร้างสรรคไ์ ดเ้ อง
3. สามารถแกไ้ ขปัญหาทีเกิดขึนในการทาํ งานไดม้ ีประสิทธิภาพมากขึน
4. สามารถระบุทางเลือกและตดั สินใจไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมากขึน
5. สามารถบริหารจดั การงานและเวลาไดด้ ีมากขึน และช่วยสร้างสมดุลในชีวติ และการทาํ งาน
6. มีเครืองมือช่วยในการเรียนรู้และเติบโตอยา่ งเหมาะสม

18

วทิ ยาการคาํ นวณ

วทิ ยาการคาํ นวณ คอื อะไร ?

เป็นวชิ าทีมุ่งเนน้ การเรียนการสอนใหเ้ ดก็ สามารถคิดเชิงคาํ นวณ (Computational thinking) มีความพืน
ฐานความรู้ดา้ นเทคโนโลยดี ิจิทลั (Digital technology) และมีพืนฐานการรู้เท่าทนั สือและข่าวสาร
(Media and information literacy) ซึงการเรียนวชิ าการคาํ นวณจะไม่จาํ กดั อยเู่ พียงแค่การคิดใหเ้ หมือน
คอมพิวเตอร์เท่านนั และไม่ไดจ้ าํ กดั อยเู่ พียงการคิดในศาสตร์ของนกั วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ แต่จะ
เป็นกระบวนการความคิดเชิงวเิ คราะห์เพือนาํ มาใชแ้ กป้ ัญหาของมนุษย์ โดยเป็นการสงั ใหค้ อมพิวเตอร์
ทาํ งานและช่วยแกไ้ ขปัญหาตามทีเราตอ้ งการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

19

Coding คอื อะไร ?

คือ การป้อนคาํ สงั ดว้ ยภาษาคอมพิวเตอร์ หรือการเขียนโปรแกรมเป็นโคด้ รหสั หรือสญั ลกั ษณ์ โดยมี
ภาษาทีใชใ้ นการโคด้ ดิงหลายภาษา เช่น C++, PHP, Java และ Python โดยปกติแลว้ คอมพิวเตอร์ไม่ได้
ฉลาดและเขา้ ใจภาษาเดียวกบั มนุษย์ ดงั นนั การป้อนคาํ สงั จึงตอ้ งใชภ้ าษาทีมีความเฉพาะเจาะจง
สาํ หรับคอมพิวเตอร์ หรือทีเราเรียกวา่ ภาษาคอมพิวเตอร์” นนั เอง

20

กระบวนการเทคโนโลยี ?

คือ การพิจารณาวา่ สถานการณ์ใดเป็นสถานการณ์เทคโนโลยี จะพิจารณาจาก 3 ประเดน็ คือ เป็นปัญหา
หรือความตอ้ งการของมนุษย์ เป็นปัญหาทีเกียวขอ้ งกบั สิงแวดลอ้ ม หรือเป็นปัญหาทีเกียวขอ้ งกบั
เศรษฐศาสตร์

การแกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการทีพบในสถานการณ์เทคโนโลยี จะตอ้ งใชท้ รัพยากร ความรู้และ
ทกั ษะต่างๆ ทีเกียวขอ้ ง จึงจาํ เป็นตอ้ งมีวธิ ีการหรือกระบวนการทาํ งานในการแกป้ ัญหาหรือสนอง
ความตอ้ งการอยา่ งเป็นขนั ตอนทีชดั เจน ซึงเรียกกระบวนการนนั วา่ "กระบวนการเทคโนโลย"ี

กระบวนการเทคโนโลยี เป็นขนั ตอนการทาํ งานเพือสร้างสิงของเครืองใช้ หรือวธิ ีการอยา่ งใดอยา่ ง
หนึงขึนมาเพือแกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการของมนุษย์ กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบดว้ ย 7
ขนั ตอน ดงั นี

● กาํ หนดปัญหาหรือความตอ้ งการ (Identify the problem)
● รวบรวมขอ้ มูล(Information gathering)
● เลือกวธิ ีการ (Selection)
● ออกแบบและปฏิบตั ิการ (Design and making)
● ทดสอบ (Testing)
● ปรับปรุงแกไ้ ข (Modification and improvement)
● ประเมินผล (Assessment)

21

บรรณานุกรม
ภาษาคอมพวิ เตอร์ (Computer Language)
https://sites.google.com/ntun.ac.th/dermderm/Computer-language
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือสาร (Information Communication Technology)
https://sites.google.com/ntun.ac.th/paponz/ict
ทกั ษะเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั (Digital Literacy)
https://sites.google.com/ntun.ac.th/jasminettr/Digital-Literacy
วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ (Computer Science)
https://sites.google.com/ntun.ac.th/nat/computer-science

22

ภาคผนวก
ตัวอยา่ งเล่มรายงาน https://online.fliphtml5.com/rjjxm/lula/
1.แนบภาพสถิติเกยี วผเู้ ข้าชมการ (live) หรอื นําเสนอออนไลน์ ยอดวิว
100 หรอื

ยอดแชร์ 100

https://qrgo.page.link/pbwHD

2.ยอดผเู้ ข้าดเู ว็บไซต์ของ Admin
ยอดแชร์ 100

ตัวอยา่ ง
ขอ้ ความตัวอยา่ ง : เผยแพรเ่ ว็บไซต์*เกยี วกับการเขยี นโปรแกรม ภาษาซี
เว็บไซต์นเี หมาะสาํ หรบั ผทู้ ตี ้องการศกึ ษาการเขยี นโปรแกรมภาษาซเี บอื งต้น

ขอความอนุเคราะหช์ ว่ ยเผยแพรค่ วามรูน้ ี
เพือเปนประโชนต์ต่อไป (นายจิรายุ ทอง
ดี นักเรยี นชนั ม.5/10 เลขที 10 ) ขอบ
คณุุ ครบั ..

https://qrgo.page.link/pbwHD

23


Click to View FlipBook Version