The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระเบียบวาระการประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครั้งที่ 7 ประจำเดือน กรกฎาคม 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pankarin1989, 2023-07-03 04:21:04

ระเบียบวาระการประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครั้งที่ 7 ประจำเดือน กรกฎาคม 2566

ระเบียบวาระการประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครั้งที่ 7 ประจำเดือน กรกฎาคม 2566

ระเบียบวาระการประชุม ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ครั้งที่ 7/2566 วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมอ าเภอเขื่องใน อ าเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ……………………………………………………..………………………………………… ระเบียบวาระก่อนการประชุม พิธีประดับเคร ื่องหมายและมอบหนังสือส าคัญ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฯ ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ จ านวน 11 ราย ได้แก่ 1. พิธีประดับเคร ื่องหมายและมอบหนังสือส าคัญ ผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ จ านวน 1 ราย ได้แก่ นางวาสนา พลอยสมบูรณ์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต าบลยางขี้นก (21 มิ.ย. 2566) ระเบียบวาระที่ ๑ เร ื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 1.1 เร ื่อง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 1.2 เร ื่อง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. ระเบียบวาระที่ ๒ เร ื่องเพื่อทราบ (ฝ่ายงานปกครอง) 1. รายชื่อก านันผู้ใหญ่บ้านแยกตามช่วงวันที่ครบวาระการด ารงต าแหน่งอ าเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ครบวาระตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. 2. แผนการตรวจประเมินผลงานการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน ครบวาระสี่ปี รอบเดือน กรกฎาคม ๒๕๖6 จ านวน 3 ราย คือ /๑. นายฉวี…


2 ๑. นายฉวี ประจวบสุข ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแดงหม้อ หมู่ที่ 1 ต าบลก่อเอ้ครบสี่ปีวันที่ 22 กรกฎาคม ๒๕๖6 ก าหนดส่งผลงาน วันที่ 22 กรกฎาคม ๒๕๖6 ก าหนดตรวจประเมินในวันที่ 31 สิงหาคม ๒๕๖6 2. นายถาวร ส่งสุข ผู้ใหญ่บ้านสร้างถ่อ หมู่ที่ 15 ต าบลสร้างถ่อ ครบสี่ปีวันที่ 24 กรกฎาคม ๒๕๖6 ก าหนดส่งผลงาน วันที่ 24 กรกฎาคม ๒๕๖6 ก าหนดตรวจประเมินในวันที่ 7 กันยายน ๒๕๖6 3. นางชกนันท์ บุญอ านวย ผู้ใหญ่บ้าน บ้านอีต้อม หมู่ที่ 6 ต าบลศร ีสุขครบสี่ปีวันที่ 27 กรกฎาคม๒๕๖ 6 ก าหนดส่งผลงาน วันที่ 27 กรกฎาคม ๒๕๖6 ก าหนดตรวจประเมินในวันที่ 8 กันยายน ๒๕๖6 ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. 3. เร ื่อง เข้มงวดกวดขันและก าชับแนวทางการปฏิบัติการจุดบั้งไฟ เข้มงวดกวดขันไม่ให้มีการลักลอบการจุดบั้งไฟและลักลอบการเล่นการพนันบั้งไฟในพื้นที่โดย เด็ดขาด นอกเหนือจากห้วงเวลา ตามที่ประกาศจังหวัดอุบลราชธานี ก าหนดไว้ กล่าวคือ อนุญาตให้จุและ ปล่อยบั้งไฟ ได้แต่เฉพาะงานประเพณีบุญบั้งไฟของหมู่บ้านเท่านั้น โดยอนุญาตได้เพียง 1 วัน ในห้วงเดือนหก เรม่ิตั้งแต่วันขึ้น 1 ค ่ า เดือน 6 ถึงแรม 15 ค ่ า เดือน 6 ตามปฏิทินจนัทรคติไทย ของทุกปีหรอืเดือนอธกิมาส ในปีจันทรคตินั้น และให้กระท าในห้วงเวลา 09.00 นาฬิกา ถึงเวลา 17.00 นาฬิกา ของวัน ทั้งนี้ หากผู้ใด กระท าการฝ่าฝืนต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินสามปี หร ือปรับไม่เกินเกินหกหมื่นบาทหร ือทั้งจ าทั้งปรับ ตามค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเร ียบร้อยแห่งชาติที่ 27/2559 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2559 และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนให้ด าเนินการจับกุมด าเนินคดีตามกฎหมาย และรายงานให้จังหวัดอุบลราชธานี ทราบโดยด่วน ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. 4. เร ื่อง การให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปาะบาง โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี2565 อ าเภอเขื่องใน 1 ราย คือ นางสุภี วรรณทวี และได้ประสานกลุ่มงานทะเบียนและบัตรได้ออก ให้บร ิการจัดท าบัตรประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Umit) เร ียบร้อยแล้ว ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. (ฝ่ายงานความมั่นคง) ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. (ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอเขื่องใน) 5. เร ื่อง การขับเคลื่อนการด าเนินงานศูนย์อ านวยการปฏิบัติการขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุก ช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.อ.) อ าเภอเขื่องใน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 5.1. เป้าหมายครัวเร ือน TPMAP อ าเภอเขื่องใน ปีพ.ศ. 2566 รวมทั้งสิ้น 14 ครัวเร ือน โดยแยกเป็นมิติ ดังนี้ /มิติด้านความ...


3 5.2 ตามที่อ าเภอเขื่องใน ได้ด าเนินการขับเคลื่อนการด าเนินงานขจัดความยากจน และพัฒนา คนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยใช้ ข้อมูลจาก TPMAP ปีพ.ศ. 2566 เป็นเป้าหมายในการด าเนินการ ซึ่งอ าเภอเขื่องในมีครัวเร ือนเป้าหมาย รวมทั้งสิ้น 14 ครวัเรอืน แยกเป็นมิติดังนี้ มิติด้านความเป็นอยู่ จ านวน 7 ครัวเร ือน มิติด้านการศึกษา จ านวน 3 ครัวเร ือน และมิติด้านรายได้ จ านวน 4 ครัวเร ือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่ ประสบปัญหา ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่าง ปกติสุข และลดความเหลื่อมล้าทางสังคม รวมทั้งอ าเภอเขื่องใน ได้จัดตั้งกองทุนศาลหลักเมืองเขื่องใน เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบปัญหาในพื้นที่ และมีมติที่ประชุมหัวหน้าส่วน ราชการประจ าเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 ขอใช้งบประมาณของกองทุนฯในการช่วยเหลือครัวเร ือนเป้าหมายที่ ตกเกณฑ์มิติด้านความเป็นอยู่ จ านวน 6 ครัวเร ือน โดยมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ได้ด าเนินการประมาณการค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหร ือที่พักอาศัย ของครัวเร ือนเป้าหมายดังกล่าว ครัวเร ือนละ 20,000 บาท ดังนี้ 1. ครัวเร ือนนายน้อย ส าราญดี บ้านเลขที่ 172 หมู่ที่ 3 บ้านกุดตากล้า ต าบลสร้างถ่อ มี รายการวัสดุ ดังนี้ 2. ครัวเร ือนนายแสวง พาชื่น บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 6 บ้านทุ่ง ต าบลแดงหม้อ มีรายการวัสดุ ดังนี้ 3. ครัวเร ือนนายอุดร บุญลือ บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 5 บ้านก่อ ต าบลก่อเอ้ มีรายการวัสดุ ดังนี้ 4. ครัวเร ือนนายสุวิทย์ ขันชะลี บ้านเลขที่ 60/3 หมู่ที่ 5 บ้านแขม ต าบลหัวดอน มีรายการวัสดุ /5. ครัวเร ือน… มิติด้านความเป็นอยู่ ล าดับที่ ชื่อ-นามสกุล หัวหน้าครัวเร ือน อาชีพ หัวหน้าครัวเร ือน ที่อยู่ ต าบล มิติด้านความ เป็นอยู่ 1 นางประยงค์ ปวงสุข รับจ้างทั่วไป 9999/6 บ้าน เค็ง ศร ีสุข ไม่ผ่าน 2 นางสาวเกษร ยะหัสตะ อื่น ๆ 117 บ้าน ใหม่พัฒนา ท่าไห ไม่ผ่าน 3 นายน้อย ส าราญดี เกษตรกร 172 บ้าน กุดตากล้า สร้างถ่อ ไม่ผ่าน 4 นายบุญทัน วงศ์ศิร ิ เกษตรกร 85 บ้าน ขวาว โนนรัง ไม่ผ่าน 5 นายสุวิทย์ ขันชะลี เกษตรกร 60/3 บ้าน แขม หัวดอน ไม่ผ่าน มิติด้านการศึกษา ล าดับที่ ชื่อ-นามสกุลหัวหน้า ครัวเร ือน อาชีพหัวหน้า ครัวเร ือน ที่อยู่ ต าบล มิติด้านการศึกษา 1 นางค าพูน มุ่งงาม เกษตรกร 201 บ้าน นาซาว โนนรัง ไม่ผ่าน 2 นางละเมี้ยน ทองเพิ่ม อื่น ๆ 4 บ้าน ธาตุวาที สหธาตุ ไม่ผ่าน 3 นางสาวล าใย ทองไทย เกษตรกร 177 บ้าน โนนโพธิ์ก่อเอ้ ไม่ผ่าน มิติด้านรายได้ ล าดับที่ ชื่อ-นามสกุลหัวหน้า ครัวเร ือน อาชีพหัวหน้า ครัวเร ือน ที่อยู่ ต าบล มิติด้านรายได้ 1 นางจามร ธงศร ี เกษตรกร 86 บ้าน ค าสมอ ยางขี้นก ไม่ผ่าน 3 นางสีดา แผ่นทอง เกษตรกร 59 บ้าน หนองใหญ่ ยางขี้นก ไม่ผ่าน 2 นางสว่าง ช่างเพ็ชร เกษตรกร 99 บ้าน นาค าใหญ่ นาค าใหญ่ ไม่ผ่าน 4 นายประเสร ิฐ จ าปา เกษตรกร 39 บ้าน โคก กลางใหญ่ ไม่ผ่าน


4 5. ครัวเร ือนนางสาวเกสร ยะหัสตะ บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 10 บ้านใหม่พัฒนา ต าบลท่าไห มีรายการ 6.ครัวเร ือนนางประยงค์ ปวงสุข บ้านเลขที่ 9999/6 หมู่ที่ 4 บ้านเค็ง ต าบลศร ีสุข ไม่มีรายการ วัสดุเนื่องจากได้รับรายงานจากองค์การบร ิหารส่วนต าบลศร ีสุข ตรวจสอบแล้วพบว่า นางประยงค์ ปวงสุข ไม่ มีบ้านเป็นของตนเอง ปัจจุบันได้ขออาศัยบ้านของเพื่อนบ้านเพื่อพักอาศัย และเจ้าของบ้านไม่ประสงค์ที่จะให้ ด าเนินการ และอยู่ระหว่างผลักดันให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่ให้ความช่วยเหลือ สังคม และบุตรชาย ติดยาเสพติด จึงไม่สามารถด าเนินการตามแนวทางการช่วยเหลือได้ และองค์การบร ิหาร ส่วนต าบลศร ีสุข จะพิจารณาหาแนวทางให้ความช่วยเหลือตามอ านาจหน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป 5.3. การด าเนินงานคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจ าปี 2566 อ าเภอเขื่องใน โดยส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ ขับเคลื่อนการด าเนินกิจกรรมพัฒนาชุมชน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาและคัดเลือกกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ระดับจังหวัดที่มีส่วนส าคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาต าบลให้มีความเข้มแข็ง และมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ ประจักษ์แก่สาธารณชน เพื่อเข้ารับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติในส่วนกลาง โดยก าหนดให้มีการด าเนินกิจกรรม เป็นประจ าทุกปี ตามประเภทกิจกรรม ดังนี้ 1. กิจกรรมต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. กิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” 3. ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.) ชาย 4. ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.) หญิง 5. กลุ่ม/องค์กรแกนหลักส าคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน อ าเภอเขื่องใน ได้เป็นตัวแทนระดับกลุ่มโซนอ าเภอที่ 1 ในการส่งกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น เพื่อรับการประเมินจากคณะกรรมการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจ าปี 2566 ดังนี้ 1) กิจกรรมกลุ่ม/องค์กรแกนหลักส าคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน ได้แก่ ส านักงานเลขานุการ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการด าเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ีอ าเภอเขื่องใน ซึ่งได้เข้ารับ การประเมินการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจ าปี 2566 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ณ ที่ว่าการอ าเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี 2) กิจกรรมต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ต าบลยางขี้นก ซึ่งจะ เข้ารับการประเมินการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจ าปี 2566 วันที่ 6 มิถุนายน 2566 ณ บ้านหนองเม็ก ต าบลหนองช้างใหญ่ อ าเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี 5.4 การรับรองข้อมูลความจ าเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) ปี 2566 อ าเภอเขื่องในด าเนินการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการพัฒนาชุมชน ประจ าปีพ.ศ. 2566 ดังนี้ 1. ข้อมูลความจ าเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี พ.ศ. 2566 - ด าเนินการจัดเก็บระหว่างเดือน มกราคม – เมษายน 2566 ด าเนินการแล้วเสร็จเมื่อ วันที่ 15 มีนาคม 2566 มีผลการจัดเก็บจ านวน 24,563 ครัวเร ือน คิดเป็นร้อยละ 101.32 เมื่อเทียบกับ เป้าหมายปี พ.ศ. 2565 อยู่ระหว่างด าเนินการตรวจสอบรับรองข้อมูลระดับหมู่บ้าน และระดับต าบล 2. ข้อมูลความจ าเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี พ.ศ. 2566 - ด าเนินการจัดเก็บระหว่างเดือน เมษายน - พฤษภาคม 2566 ด าเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 มีผลการจัดเก็บจ านวน 183 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างด าเนินการตรวจสอบรับรองข้อมูลระดับต าบล ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอเขื่องใน มีแผนด าเนินการรับรองข้อมูลระดับอ าเภอ ภายในไตรมาส 4 ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม.................................................................................................................................................................................


5 (ส านักงานเกษตรอ าเภอเขื่องใน) 6. การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2566 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ( ส านักงานเกษตรอ าเภอเขื่องในสรุปตาม ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และคู่มือการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2566 ) กรมส่งเสร ิมการเกษตรในฐานะหน่วยงานรับขึ้นทะเบียน ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขในการขึ้นทะเบียน ดังนี้ 1. เกษตรกร หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ประกอบอาชีพการเกษตร หร ือนิติบุคคลที่มี วัตถุประสงค์ในการประกอบการเกษตร และได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสร ิมการเกษตร 2. ครัวเร ือน หมายถึง บุคคลเดียว หร ือหลายคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหร ือสถานที่อยู่เดียวกัน และจดัหาหรอืใชส้ ิ่งอุปโภคบรโิภคอันจา เป็นแก่การครองชพีรว่มกัน โดยตั้งแต่ตุลาคม 2556 กรมส่งเสรมิ การเกษตรก าหนดให้ 1 ทะเบียนบ้าน สามารถขึ้นทะเบียนได้เพียง 1 ครัวเร ือน ( ในกรณีบุคคลในครัวเร ือน ชอื่อยู่คนละทะเบียนบ้าน แต่ยังอาศัยอยู่ในบ้านหรอืสถานที่อยู่เดียวกัน และจดัหาหรอืใชส้ ิ่งอุปโภคบรโิภค อันจ าเป็นแก่การครองชีพร่วมกัน หร ือกรณีสามีภรรยาที่ยังอยู่กินร่วมกันโดยพฤตินัย แม้จะมีชื่ออยู่ทะเบียน บ้านคนละหลัง ทั้งสองกรณีที่กล่าวมาให้ถือเป็นครัวเร ือนเดียว ) 3. ครัวเร ือนเกษตร หมายถึง บุคคลในครัวเร ือนคนใดคนหนึ่ง หร ือหลายคน ที่ประกอบ อาชีพการเกษตร 4. หัวหน้าครัวเร ือนเกษตร หมายถึง บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากครัวเร ือนเกษตรกรให้เป็น ผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย ไม่จ าเป็นต้องเป็น หัวหน้าครัวเร ือนตามทะเบียนบ้าน ครัวเร ือนหนึ่งให้มีผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้หนึ่งคนเท่านั้น 5. ประกอบการเกษตร หมายถึง การปลูกพืช การท านาเกลือสมุทร และการเพาะเลี้ยงแมลง เศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบร ิโภคหร ือจ าหน่าย หร ือใช้งานในฟาร์ม อย่างใดอย่างหนึ่ง หร ือหลาย อย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้ 1) ปลูกข้าวบนเนื้อที่ 1 ไร่ขึ้นไป หร ือพืชไร่อย่างใดอย่างหนึ่งบนเนื้อที่ 1 ไร่ขึ้นไป 2) ปลูกผักอย่างใดอย่างหนึ่งหร ือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป หร ือปลูกไม้ดอกหร ือ ไม้ประดับอย่างใดอย่างหนึ่งหร ือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป หร ือปลูกสมุนไพร อย่างใดอย่างหนึ่ง หร ือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป 3) ปลูกสวนป่า หร ือปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะ อย่างใดอย่างหนึ่งหร ือรวมกัน บนเนื้อ ที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป และมีจ านวนต้นตั้งแต่ 100 ต้นขึ้นไป 4) ปลูกไม้ผล หร ือไม้ยืนต้น แบบสวนเดี่ยว อย่างใดอย่างหนึ่งหร ือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป ( พิจารณาจ านวนต้นต่อไร่ ตามภาคผนวกคู่มือการขึ้นทะเบียนฯ ) 5) ปลูกพืชแบบสวนผสม เกษตรผสมผสาน หร ือระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งอาจมีการเลี้ยง สัตว์ หร ือเพาะเลี้ยงสัตว์น้าร่วมด้วย บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป ( หากเป็นการปลูกพืช ให้พิจารณาจ านวนต้น ต่อไร่ ตามภาคผนวกคู่มือการขึ้นทะเบียนฯ ) 6) เพาะเห็ด ท าผักงอก อย่างใดอย่างหนึ่งบนเนื้อที่ตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป หร ือ เพาะปลูกพืชในระบบโรงเร ือนถาวร ขนาดตั้งแต่ 6X12 เมตร ( ขั้นต่า 72 ตารางเมตร ) ขึ้นไป 7) ท านาเกลือสมุทร บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป 8) เพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ หมายความว่า การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ผึ้งโพรง ชนั โรง ครงั่จงิ้หรดี ด้วงสาคู ไส้เดือนดิน และแมลงเศรษฐกิจอื่นๆ ( จ านวนที่ก าหนดแต่ละชนิด ให้พิจารณาตามภาคผนวกคู่มือ การขึ้นทะเบียนฯ ) /9) ในกรณี…


6 9) ในกรณีประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหร ือหลายอย่างรวมกัน แต่ไม่ถึงเนื้อที่ขั้นต่าที่ก าหนด เกษตรกรจะต้องมีรายได้ในภาคการเกษตรที่คาดว่าจะได้รับ ตั้งแต่แปดพันบาทต่อปีขึ้นไป ทั้งนี้ การค านวณเนื้อที่ปลูกขั้นต่าเพื่อการพิจารณารับขึ้นทะเบียน ข้อ 1) - 4) สามารถนับรวมจาก หลายแปลงได้ ไม่จ าเป็นต้องเป็นแปลงที่อยู่ติดกัน แต่ ข้อ 5) - 7) รวมถึงพืชที่ปลูกในระบบโรงเร ือนถาวร และกัญชง กัญชา กระท่อม ต้องเป็นแปลงที่อยู่ติดกันเท่านั้น 6. คณะท างานตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ก านัน/ผู้ใหญ่บ้าน ประธานคณะท างาน ผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่บ้านหร ือบุคคลที่เหมาะสม คณะท างาน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน คณะท างานและเลขานุการ มีหน้าที่ 1) พิจารณา ตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรในหมู่บ้าน และลงลายมือชื่อรับทราบ ผลการติดประกาศ และ/หร ือ ผลการประชาคมในกรณีหมู่บ้านที่จัดท าประชาคมตรวจสอบข้อมูล 2) รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ส่งเสร ิมการเกษตรผู้รับผิดชอบต าบลให้ช่วยด าเนินการตรวจสอบ ข้อร้องเร ียนและข้อคัดค้านต่างๆ หร ือตรวจสอบพื้นที่จร ิงพร้อมจับพิกัดและวัดเนื้อที่ และสรุปผลการ พิจารณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ส่งเสร ิมการเกษตรผู้รับผิดชอบต าบล เกษตรอ าเภอ และนายอ าเภอทราบ หากก านัน/ผู้ใหญ่บ้านเป็นบุคคลคนเดียวกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) สามารถให้ อาสาสมัครเกษตร(อกษ.) สาขาอื่นๆ เช่น หมอดินอาสา อาสาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เศรษฐกิจ การเกษตรอาสา อาสาปศุสัตว์ ประมงอาสา ครูบัญชีอาสา หร ือสาขาอื่นที่มีในหมู่บ้าน ท าหน้าที่คณะท างาน และเลขานุการ แต่หากไม่มี ให้ผู้ช่วยก านัน/ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ท าหน้าที่แทน 7. กรอบระยะเวลาการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ชนิดพืช กิจกรรม ช่วงเวลา ข้าว 1. การปลูก นาปี 1 พฤษภาคม 2566 - 31 ตุลาคม 2566 นาปรัง 1 พฤศจิกายน 2566 - 30 เมษายน 2567 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 15 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60 วัน 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน - ก่อนเก็บเกี่ยว 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1. การปลูก ฤดูต้นฝน 1 มีนาคม - 30 มิถุนายน 2566 ฤดูปลายฝน 1 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2566 ฤดู แล้ง 1 พฤศจิกายน 2566 - 29 กุมภาพันธ์ 2567 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 15 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60 วัน 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน - ก่อนเก็บเกี่ยว 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี มั น ส า ป ะ ห ลั ง โรงงาน/ สับปะรดโรงงาน/ อ้อยโรงงาน/ พืชไร่อื่นๆ 1. การปลูก ตลอดปี 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 15 วัน ถึง ก่อนเก็บเกี่ยว 30 วัน 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน - ก่อนเก็บเกี่ยว 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี


7 ปาล์มน้ามัน/ ยางพารา/ กาแฟ 1. การปลูก ตลอดปี 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 30 วัน และแจ้งทุกปีหากยังยืนต้น 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน ไม่เกิน 60 วัน 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี ไม้ผล/ไม้ยืนต้น สมุนไพรอายุยาว 1. การปลูก ตลอดปี 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 30 วัน และแจ้งทุกปีหากยังยืนต้น 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน ไม่เกิน 60 วัน 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี ผัก/สมุนไพรอายุสั้น/ ไม้ดอก/ไม้ประดับ/ เพาะเห็ด 1. การปลูก ตลอดปี 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 15 วันขึ้นไป หากปลูกพืชในกลุ่มนี้ ติดต่อกันเป็นรุ่นๆ ตลอดปี ให้แจ้งปรับปรุง ทุกครั้งที่เปลี่ยนชนิดพืช 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน - ก่อนเก็บเกี่ยว 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี ผักงอก ( ท า น ต ะ วั น ง อ ก / ถั่วงอก) 1. การปลูก ตลอดปี 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังปลูก 3 วันขึ้นไป หากปลูกพืชในกลุ่มนี้ ติดต่อกันเป็นรุ่นๆ ตลอดปี ให้แจ้งปรับปรุง ทุกครั้งที่เปลี่ยนชนิดพืช 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน - ก่อนเก็บเกี่ยว 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี แมลงเศรษฐกิจ 1. การเลี้ยง ตลอดปี 2. การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูล หลังเลี้ยง 15 วันขึ้นไป ถึง ก่อนเก็บผลผลิต 3. การตรวจสอบข้อมูล/ตรวจพื้นที่ หลังแจ้งขึ้นทะเบียน - ก่อนเก็บผลผลิต 4. การปรับสมุดทะเบียนเกษตรกร ตลอดปี 6.1 การตรวจสอบการขึ้นทะเบียน ( การตรวจสอบทางสังคม ) เมื่อระบบโปรแกรมทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสร ิมการเกษตรท าการตรวจสอบความถูกต้อง ของข้อมูลที่บันทึกโดยเกษตรกรผ่านทางแอ๊พพลิเคชั่นสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล (Farmbook) และ ข้อมูลที่บันทึกโดยส านักงานเกษตรอ าเภอแล้ว ส านักงานเกษตรอ าเภอจะจัดพิมพ์ข้อมูลไปติดประกาศใน หมู่บ้านเป็นเวลา 3 วัน โดยต้องด าเนินการทุกชนิดพืช ทั้งแปลงเดิมและแปลงใหม่ เพื่อให้เกษตรกรใน หมู่บ้านตรวจสอบข้อมูลของตนเองและข้อมูลของเกษตรกรรายอื่น โดยเกษตรกรต้องลงลายมือชื่อยืนยัน ความถูกต้องข้อมูลของตนเอง ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่ผ่านการตรวจสอบ และไม่สามารถคัดค้านข้อมูลของ เกษตรรายอื่นที่เห็นว่าไม่ถูกต้องได้ หากเกษตรกรตรวจพบข้อมูลของตนว่าไม่ถูกต้องหร ือผิดพลาด ให้ร ีบแจ้ง หร ือคัดค้านต่อคณะท างานตรวจสอบการขึ้นทะเบียนระดับหมู่บ้านให้ตรวจสอบ เพื่อแจ้งส านักงานเกษตร อ าเภอแก้ไขให้ถูกต้องก่อน เมื่อติดประกาศครบ 3 วันแล้ว ให้คณะท างานตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ลงลายมือชื่อเพื่อรับทราบผลการติดประกาศก่อนน าส่งส านักงานเกษตรอ าเภอเพื่อน าไปบันทึกผลในระบบ ทั้งนี้ คณะท างานตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรหมู่บ้านใดมีความประสงค์จะจัดท าประชาคม เพื่อท าการ ตรวจสอบและรบัรองข้อมูล เพิ่มเติมจากขั้นตอนการติดประกาศ ก็สามารถท าได้ การยกเลิกและการสิ้นสภาพการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ทะเบียนเกษตรกรของครวัเรอืน จะถูกยกเลิก หรอืสิ้นสภาพ เป็นไปตามกรณีต่างๆ ดังนี้


8 1) ครัวเร ือนเกษตรกรเป็นผู้ยื่นค าร้องขอยกเลิกเอง กรณีเลิกประกอบการเกษตร หร ือไม่มีความ ประสงค์จะขึ้นทะเบียนแล้ว 2) ครวัเรอืนที่ไม่มีการแจง้ปรบั ปรุงกิจกรรมการเกษตร ติดต่อกันเกิน 3 ปีจะถือว่าสิ้นสุดสภาพ การเป็นเกษตรกร ระบบโปรแกรมจะท าการยกเลิกทะเบียนเกษตรกรโดยอัตโนมัติ 3) หัวหน้าครัวเร ือนเกษตรกรเสียชีวิต แต่ทายาทยังท าการเกษตรต่ออยู่ หากไม่มาแจ้ง เปลี่ยนแปลงหัวหน้าครวัเรอืนภายใน 60 วัน จะถือว่าสิ้นสภาพการเป็นเกษตรกร ทายาทต้องขึ้นทะเบียนเป็น รายใหม่เท่านั้น 4) นายทะเบียนหร ือผู้ช่วยนายทะเบียนมีค าสั่งจ าหน่ายทะเบียนเกษตรกรเนื่องจากพบว่า มีเจตนา แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร 5) หากหัวหน้าครวัเรอืนเกษตรเป็นคนไรค้วามสามารถ หรอืเสมือนไรค้วามสามารถ จะถือว่าสิ้น สภาพการเป็นเกษตรกร ครัวเร ือนต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงหัวหน้าครัวเร ือน - คนไร้ความสามารถ คือ บุคคลวิกลวิกลจร ิตที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ซึ่งต้องเป็น บุคคลที่ขาดความรู้สึกและขาดความรับผิดชอบอย่างรุนแรง เช่น โรคสมองฝ่อ สมองพิการ สมองเสื่อมขั้น รุนแรง วิกลจร ิต เจ็บป่วยไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ท าภารกิจส่วนตัวไม่ได้ ซึ่งต้องจัดให้อยู่ในความดูแล ของผู้อนุบาล ตามมาตรา 28 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ - คนเสมือนไร้ความสามารถ คือ ผู้ที่ศาลได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถด้วยเหตุ ต่างๆ เช่น เป็นบุคคลมีกายพิการ เป็นบุคคลที่มีจิตฟั่ นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นบุคคลติดสุราจนไม่สามารถ จะจัดท าการงานโดยตนเองได้ เป็นต้น การผลิตและใช้แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิต วิธีการใช้แหนแดงในนาข้าว : การใช้แหนแดงในระหว่างข้าวเจร ิญเติบโต : โดยใช้แหนแดงอัตรา 10 กิโลกรัม ต่อไร่ หว่านแหนแดงหลังการปลูกข้าว ข้าวจะได้ปุ๋ยไนโตรเจนจากแหนแดงในรอบถัดไป การใช้แหนแดงหลัง ไถกลบก่อนปลูกข้าว : โดยใช้แหนแดงอัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวจะได้รับปุ๋ยไนโตรเจนจากแหนแดงทันที หลังไถกลบ การขยายพันธุ์แหนแดง 1. ใส่ดินและมูลสัตว์ในสัดส่วนประมาณ 4:1 (ดิน:มูลสัตว์) ให้มีความสูงห่างจากขอบบ่อ ประมาณ 20-30 เซนติเมตร 2. เติมน้าให้มีความสูงจากผิวดินประมาณ 5-10 เซนติเมตร จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้ ตกตะกอน แล้วตักเศษที่ลอยบนผิวน้าออก 3. ใส่แหนแดงสดลงในบ่อ เมื่อแหนแดงขยายเต็มบ่อให้ตักออกคร ึ่งหนึ่ง น าแหนแดงที่ตัก ออกไปตากแดดประมาณ 2 วัน เพื่อท าแหนแดงแห้งส าหรับใช้เป็นปุ๋ยต่อไป 4. เติมมูลสัตว์เพิ่มลงในบ่อประมาณ 100 กรมัทุกๆ 14 วัน ......................................................................................................................................................................................................... มติที่ประชุม................................................................................................................................................................................. (ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอเขื่องใน) 7. เร ื่อง ฝ่ายสนับสนุนบร ิการสุขภาพและงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบร ิการ เร ื่องแจ้ง จากส านักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี งานอนามัยสิ่งแวดล้อม หัวข้อ การพัฒนาคุณภาพระบบบรกิารอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA กรมอนามัยรว่มกับกรมส่งเสรมิการปกครองท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพระบบ บรกิารอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Environmental Health Accreditation : EHA) และการประเมินประสิทธิภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local Performance Assessment :


9 LPA) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมอนามัยได้ก าหนดแนวทางการด าเนินงานส่งเสร ิมสุขภาพและ อนามัยสิ่งแวดล้อมส าหรบัพื้นที่มีโครงการเพิ่มประสิทธภิาพการจดัการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันปัจจัย เสี่ยงสู่เมืองสุขภาพดีก าหนดเป้าหมายเพื่อสนับสนุนท้องถิ่นชุมชน ให้มีศักยภาพในการจดัการคุณภาพระบบ บรกิารอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธภิาพ และสนับสนุนการด าเนินงานที่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติ การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อส่งเสร ิมให้ภาคีเคร ือข่ายเข้มแข็งชุมชนมีศักยภาพ ประชาชนสุขภาพดี อยู่ใน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเอื้อต่อการมีสุขภาพดี 1) หมู่บ้านในอ าเภอเขื่องใน ที่ร่วมขอรับทุน สสส. ส านักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (ส านัก 6) ในโครงการชุมชนน่าอยู่ โดยกลไกสภาผู้น าชุมชน ผู้รับผิดชอบโครงการคือก านัน/ผู้ใหญ่บ้าน งบประมาณไม่ เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาด าเนินโครงการ 1 ก.ค. 2566 – 30 พฤษภาคม 2567 ประเด็นพัฒนาตาม การคัดเลือกปัญหา 4 มิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม มีจา นวน 14 หมู่บ้าน ประเด็น การจัดการ ขยะครัวเร ือน 1) บ้านป่าข่า ม.4 2) บ้านชีทวน ม.2 3) บ้านหวาง ม.4 4) บ้านธาตุเทิง ม. 2 5) บ้านธาตุ กลาง ม.3 6) บ้านนาค าใหญ่ ม.2ประเด็น ลดการใช้สารเคมีในนาข้าว 1) บ้านนาค าใหญ่ ม. 1 2) บ้านแสง น้อย ม.6 3) บ้านแสงน้อย ม. 7ประเด็น ป้องกันโรคเบาหวาน ความโลหิตสูง 1) บ้านหนองเซือมใต้ ม.10 2) บ้านหนองโน ม.11 3) บ้านนาค าใหญ่ ม.8 4) บ้านธาตุเทิง ม.1 5) บ้านธาตุลุ่ม ม.5 ขอเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายประเด็น ร่วมให้การหนุนเสร ิม บูรณาการการท างานในชุมชน ทั้งนี้มีกติกา ที่เป็นข้อก าหนดขอให้บรรจุในกติกาหมู่บ้านที่รับทุนอย่างน้อยในประเด็น การจัดการขยะ การลดละเลิกเหล้า ในงานศพ และการปลูกผักไว้บร ิโภคในครัวเร ือน 2) มูลนิธิประชาสังคมจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับคณะท างานระดับจังหวัด มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ด าเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี ในพื้นที่น าร่อง 2 อ าเภอ อ าเภอวาร ินช าราบ และอ าเภอเขื่องใน อ าเภอเขื่องใน มีพื้นที่น าร่อง 3 ต าบล ต าบลสร้างถ่อ ต าบลหัวดอน และต าบลยางขี้นก ได้มีการจัดประชุม ทบทวนข้อมูลและจัดท าแผนปฏิบัติการและแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา วันที่ 29 มิ.ย. 2566 – อบต. ยางขี้นก 30 มิ.ย. 2566 - อบต.สร้างถ่อ และวันที่ 7 ก.ค. 2566 – อบต.หัวดอน สรุปข้อเสนอที่ได้จากการประชุมในพื้นที่ เพื่อน าไปสู่การท าแผนปฏิบัติการ ดังนี้ ปัญหาและสาเหตุ แนวทางแก้ไข 1) ประเด็นลดการเผาตอซังข้าว -เผาตอซังข้าว จากนาตนเองลุกลามไปนาที่อยู่ บร ิเวณข้างเคียง - ความเชื่อค่านิยมของชาวนาว่าถ้าไม่เผาตอซังข้าว จะท าให้ได้ข้าวน้อย เกิดแมลงกัดกินต้นข้าว - ความคิดความเชื่อของคนขับรถไถนาที่ปรับไถที่นา ว่าถ้าไม่เผาตอซังข้าวจะเสียเวลาในการไถ ไถล าบาก ต้องการลดเวลาในการไถ ซึ่งโดยการท านาแต่ละ รอบมีการไถ 3 ครั้ง : ไถกลบ ไถหว่าน ไถปั่ น มี ค่าใช้จ่าย 250 บาทต่อไร่ หากแปลงที่มีตอซังข้าว จะคิดราคาแพงขึ้น - คนยังไม่ตระหนักถึงพิษภัยจากฝุ่นพิษ ยังไม่เห็น ผลกระทบ ส่วนใหญ่มองว่าไม่กระทบ เป็นสิ่งที่ไม่ กระทบทันที แต่จะสะสมไปรุ่นลูกหลาน จึงไม่ ตระหนักในการป้องกันแก้ไขปัญหา แนวทางแก้ไขที่ด าเนินการในพื้นที่ -อบต.สร้างถ่อ ให้รางวัลหมู่บ้านที่ไม่มีการเผา ดูจาก สถิติการเร ียกรถดับเพลิงเป็นตัวชี้วัด หากไม่มีการ เ ร ียก ใ ช้รถดั บเ พ ลิ งอยู่ใ นเ กณฑ์ไ ด้ รับรางวัล สร้างแรงจูงใจ - อบต. เร่งการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ ปัญหผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 - อบต.สรา้งถ่อ เรม่ิจากผู้น าท าเป็นตัวอย่าง ไม่เผาตอ ซังข้าว ถ่ายภาพส่งภาพถ่ายเป็นหลักฐานมา อบต. มีรางวัลเป็นเมล็ดปอเทือง ส่งเสรมิการปลูกเพิ่มธาตุ อาหารให้ดิน - มีผู้ประกอบการรถไถที่ร่วมรณรงค์ไม่เผาตอซังข้าว คิดราคาค่าไถในพื้นที่นาที่มีตอซังข้าวในราคาเท่าเดิม - มีหมอดิน มีความรู้การท าปุ๋ยจุลินทร ีย์ ช่วยในการ ย่อยสลาย


10 - ยังไม่เห็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบที่เจ็บป่วยให้ เห็น - ยังขาดกลไกเฝ้าระวังการเผา ข้อเสนอแนะ/แนวทางพัฒนา - สร้างแรงจูงใจการรณรงค์ไม่เผาตอซังข้าว จัดท า ทะเบียนผู้ไม่เผาตอซังข้าว จัดหาสิ่งสนับสนุน เช่น ปุ๋ย หร ือเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ปอเทือง - เ ร่ง ก า ร ส ร้าง ค ว าม ตร ะ ห นั ก รู้ใ ห้ เ ข้ าถึ ง ทุ ก กลุ่มเป้าหมาย - ผู้น าท าเป็นตัวอย่าง - จัดท าทะเบียนกลุ่มไม่เผาตอซังข้าว จัดหารางวัล สร้างแรงจูงใจ - ส่งเสร ิมการปลูกป่า - ส่งเสร ิมการผลิตและใช้จุลินทร ีย์ในแปลงนา -จัดตั้งกลไกเฝ้าระวังการเผา 2) สาเหตุฝุ่น PM 2.5 จากการเผาขยะ -เผาขยะที่บ่อขยะหมู่บ้าน/ต าบล มีขนาดใหญ่ ปร ิมาณขยะมาก เกิดฝุ่นพิษ - ครัวเร ือนยังไม่คัดแยกขยะ แยกเพียงขยะขายได้ที่ มีราคา -เผาเศษกิ่งไม้ใบไม้ แนวทางแก้ไขที่ด าเนินการในพื้นที่ - นโยบาย คัดแยกขยะเปียก แยกใบไม้น ามาท าปุ๋ย อินทร ีย์ - อบต.สร้างถ่อ มีโครงการถุงพลาสติกแลกของใช้ ข้อเสนอแนะ/แนวทางพัฒนา - ส่งเสร ิมให้มีการคัดแยกขยะอย่างจร ิงจัง - น าโครงการถุงพลาสติกแลกของใช้ขยายพื้นที่ ด าเนินการ 3) สาเหตุฝุ่น PM 2.5 จากการเผาถ่าน การหุงต้ม - คนในชุมชนยังเผาถ่าน ยังเป็นเตาถ่านที่มีควัน แบบเดิม มีทั้งการเผาใช้ในครัวเร ือนและเผา จ าหน่าย แนวทางแก้ไขที่ด าเนินการในพื้นที่ - ม.11 ต าบลหัวดอน มีผู้ที่เผาถ่ายใช้เตาเผาท าน้าส้ม ควันไม้ เป็นต้นแบบเตาเผาไร้ควัน ข้อเสนอแนะ/แนวทางพัฒนา - ปรับไปใช้การเผาแบบเตาเผาไร้ควัน - จัดโซนการเผาถ่าน มีต้นไม้ใหญ่ 2. ประกาศกรมควบคุมโรค เร ื่อง แจ้งผลการสมัครรางวัลคุณภาพแห่งชาติการป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ โดยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ ประจ าปี พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 โครงการที่สมัครรับรางวัล “การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน” คณะกรรมการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับอ าเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับเกียรติบัตรชื่นชมความมุ่งมั่นการพัฒนาตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติการป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพ โดยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ 2.ฝ่ายควบคุมโรคไม่ติดต่อ 1. ก าหนดการประกวด อ าเภอ TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ ระหว่างวันที่ 13 - 15 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมอิมแพค อาร ีน่า เมืองทองธานี จังหวัดปทุมธานี ผู้น าเสนอ 4 ท่าน คือ นายอ าเภอเขื่องใน สาธารณสุขอ าเภอเขื่องใน ผู้อ านวยการโรงเร ียนเขื่องในพิทยาคาร และรอง สวป.สภ. เขื่องใน พร้อมคณะเตร ียมการประกวด จัดนิทรรศการ อ าเภอ TO BE NUMBER ONE อ าเภอเขื่องใน จ านวน 18 คน /การสั่งซื้อเสื้อ...


11 การสั่งซื้อเสื้อ TO BE NUMBER ONE อุบลราชธานี สีชมพู ปี2566 ตามที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชธานี มีนโยบายให้สวมเสื้อ TO BE NUMBER ONE ทุกวันพุธ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ TO BE NUMBER ONE โดยสั่งซื้อได้ที่ เพจ Facebook TO BE NUMBER ONE จังหวัดอุบลราชธานี ตามลิ้ง https://www.facebook.com/tobe1ubon?mibextid=LQQJ4d และ QR CODE ที่แนบมาพร้อมนี้ 3. อ าเภอเขื่องใน โดยงานศูนย์ฟื้นฟูยาเสพติด อ าเภอเขื่องใน จะได้จัดท าโครงการช่วยเหลือผู้เสพผู้ ติดยาเสพติดอ าเภอเขื่องใน จ านวน 15 วัน รุ่นที่ 3 ในวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ถึง ๑2 กรกฎาคม ๒๕๖๖ ณ วัดป่ามหาธิราจารย์ บ้านวังอ้อ หมู่ที่ ๔ ต าบลหัวดอน อ าเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี โดยส านักงาน สาธารณสุขอ าเภอเขื่องใน ร่วมคัดกรองและร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการ 3.ฝ่ายควบคุมโรคติดต่อ 1. สถานการณ์โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง 1.1 โรคไข้เลือดออก สถานการณ์การระบาด สัปดาห์ที่ 24 พ.ศ. 2566 /ประเทศไทย...


12 ประเทศ ไทย พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประจ าสัปดาห์ ผู้ป่วย 21,457 ราย อัตราป่วย 32.42 ต่อ แสนประชากร เสียชีวิต 19 ราย อัตราตาย 0.09 ต่อแสนประชากร ( ข้อมูล : วันที่ 1 มกราคม – 15 มิถุนายน 2566 ) กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ 5-14 ปี กลุ่มอายุที่อัตราป่วยตายมากที่สุด คือ 45-54 ปี (0.32 ต่อแสนประชากร) จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ป่วยสะสม 773 ราย อัตราป่วย 41.39 ต่อแสนประชากร อ าเภอที่พบการ ระบาดสะสมปี 2566 สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ บุณฑร ิก 213 ราย (223.47) นาจะหลวย 44 ราย (74.92) ส าโรง 37 ราย(68.32) ม่วงสามสิบ 47 ราย (55.48) พิบูลมังสาหาร 67 ราย(51.70) ไม่พบผู้เสียชีวิต อ าเภอเขื่องใน อยู่ในล าดับที่ 6 ของจังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ป่วยสะสมปี 2566 จ านวน 55 ราย คิดเป็น 51.20 ต่อแสนประชากร (ข้อมูลจาก :ระบาดวิทยา สสจ.อุบลราชธานี ) ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ต าบลที่ พบอัตราป่วยสูง 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ต าบลชีทวน 2.ต าบลหัวดอน 3.ต าบลหัวดอน 4. ต าบลสหธาตุ และ 5.ต าบลก่อเอ้ พื้นที่เฝ้าระวังการระบาดอ าเภอเขื่องใน การควบคุมโรคไข้เลือดออก ใช้มาตรการ 3-3-1-7-14 คือ 3 (ตัวแรก) หมายถึง การรับ-แจ้ง การรายงานผู้ป่วยสงสัย หร ือผู้ป่วยเข้าข่าย หร ือผู้ป่วยยืนยัน ภายใน 3 ชั่วโมง หลังมีการวินิจฉัย 3 (ตัวที่ 2 ) หมายถึง การลงควบคุมโรคเร็วภายใน 3 ชั่วโมง 1 (ตัวที่ 3) หมายถึง การควบคุมโรคภาพรวมในชุมชนที่เกิดโรคภายใน 1 วัน หลังจากรับแจ้งรายงาน ผู้ป่วย 7 (ตัวที่ 4) หมายถึง ภายใน 7 วันหลังพบผู้ป่วย ค่าดัชนีความชุกลูกน้ายุงลาย (HI, CI) ต้องเป็น ศูนย์ คือ ไม่พบลูกน้ายุงลาย /14 (ตัวสุดท้าย...


13 14 (ตัวสุดท้าย) หมายถึง ต้องไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ภายใน 14 วัน (นับจากวันเรม่ิป่วยของผู้ป่วยรายล่าสุด ของชุมชน) ข้อสั่งการ การควบคุมโรคไข้เลือดออกก่อนฤดูกาลระบาด ให้ทุกต าบลจัดกิจกรรมรณรงค์ Big Cleaning Day พร้อมกันทุกหมู่บ้าน ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน ร่วมกับมาตรการป้องกันโรคที่เกิดจากยุงลาย 3 โรค คือ ไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย ด้วยมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค คือ เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก เก็บ ขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย และเก็บน้าปิดให้มิดชิด หร ือเปลี่ยนถ่ายน้าทุกสัปดาห์ ไม่ให้ยุงลายวางไข่ โดยด าเนินการไปพร้อม ๆ กับมาตรการ 5 ป 2 ข ประกอบด้วย ป ที่ 1 : ปิด ปิดภาชนะน้าขังให้มิดชิดป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ ป ที่ 2 : ปล่อย ปล่อยปลากินลูกน้าในภาชนะใส่น้าถาวร ป ที่ 3 : เปลี่ยน เปลี่ยนน้าในภาชนะทุก 7 วัน เพื่อตัดวงจรลูกน้าที่จะกลายเป็นยุง ป ที่ 4 : ปรับปรุง ปรบั ปรุงสิ่งแวดล้อมในและรอบบ้าน ให้ปลอดโปรง่ โล่งสะอาด ลมพัดผ่าน ไม่เป็น ที่เกาะพักของยุงลาย ป ที่ 5 : ปฏิบัติ ปฏิบัติเป็นประจ าจนเป็นนิสัย 1 ข : ขัด ขัดภาชนะก่อนเปลี่ยนน้า เพื่อก าจัดไข่ยุงที่เกาะอยู่ภายในภาชนะ 2 ข : ขยะ จัดการขยะเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ายุงลาย มาตรการการพ่นหมอกควัน ในกรณีที่พบรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ต้องด าเนินการพ่นหมอก ควัน ในรัศมี 100 เมตร จากบ้านผู้ป่วย เมื่อพบผู้ป่วย 1 ราย และพ่นหมอกควันทั้งหมู่บ้าน เมื่อได้รับ รายงานผู้ป่วยตั้งแต่ 1 ราย ขึ้นไป ภายใน 14 วัน โดยด าเนินการ พ่นหมอกควันจ านวน 6 ครั้ง ในวันที่ 1 , 3 , 7 , 14 , 21 และ 28 หลังจากได้รับรายงานผู้ป่วย


14 1.2 โรคพิษสุนัขบ้า อ าเภอเขื่องใน พบผลตรวจยืนยันล่าสุดที่ ต าบลก่อเอ้ พบสุนัขที่มีอาการเข้าข่ายส่งตรวจ ล่าสุดที่ต าบลสหธาตุ รอผลตรวจยืนยัน ไม่มีประชาชนโดยสุนัขกัด ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยง(ครอบครัวที่เลี้ยง) เข้ารับวัคซีนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 1.3 โครงการตรวจคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ตับ


15 เข้ารับวัคซีนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 1.3 โครงการตรวจคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ตับ อ าเภอเขื่องใน ด าเนินการในพื้นที่ 5 ต าบล ได้แก่ บ้านกอก กลางใหญ่ บ้านไทย แดงหม้อ ศร ีสุข ( ต าบลละ 905 ราย ) รวม 4,525 ราย ผลการด าเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2566) ตรวจคัดกรอง 4,525 ราย (100%) พบพยาธิใบไม้ตับ 274 ราย (คิดเป็น 6.06 %) แบ่งเป็น 1.ต าบลบ้านกอก 905 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 25 ราย (คิดเป็น 2.75%) 2.ต าบลกลางใหญ่ 905 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 23 ราย ( คิดเป็น 2.54 %) -รพ.สต.กลางใหญ่ 452 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 15 ราย (คิดเป็น 3.32 %) -รพ.สต.ไผ่ 453 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 7 ราย (คิดเป็น 1.55 %) 3.ต าบลบ้านไทย 905 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 99 ราย ( คิดเป็น 10.94 %) -รพ.สต.บ้านไทย 455 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 49 ราย ( คิดเป็น 10.76 %) -รพ.สต.โพนทอง 450 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 50 ราย ( คิดเป็น 11.11 %) 4.ต าบลแดงหม้อ 905 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 62 ราย ( คิดเป็น 9.75 %) -รพ.สต.แดงหม้อ 453 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 32 ราย ( คิดเป็น 7.06 %) -รพ.สต.บ้านบุตร 452 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 30 ราย ( คิดเป็น 6.64 %) 5.ต าบลศร ีสุข 905 ราย พบพยาธิใบไม้ตับ 66 ราย ( คิดเป็น 7.29 %)


16 ระเบียบวาระที่ ๓ เร ื่องอื่นๆ ............................................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. มติที่ประชุม............................................................................................................................. .............................. ชมรมก านัน ผู้ใหญ่บ้าน .............................................................................................................................................................................. มติที่ประชุม...........................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version