แบบฝกทกั ษะ เร่ือง อตั ราสว นตรโี กณมิติ
วิชาคณิตศาสตรพน้ื ฐาน รหสั วิชา ค31102
ตรงตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4
1เลมที่ ความรูพนื้ ฐานเก่ียวกับรูปสามเหลย่ี มคลาย
และทฤษฎบี ทปท าโกรัส
Gc F
b aR b
c aS ac
Q
b Pa b
D cE
นางภัคจิรา กติ ตสิ ิรบิ ณั ฑิต
วทิ ยฐานะ ครูชํานาญการ
โรงเรียนวัชรวิทยา จงั หวดั กําแพงเพชร
สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 41
สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
เลม ท่ี 1 ความรพู ื้นฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส ก
คํานํา
แบบฝกทักษะ เร่ือง อัตราสว นตรีโกณมิติ วิชาคณิตศาสตรพ้ืนฐาน รหัสวิชา ค31102
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 4 โรงเรยี นวัชรวทิ ยา จังหวดั กาํ แพงเพชร สํานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษา
มัธยมศกึ ษา เขต 41 จัดทําข้ึนเพอ่ื ใชใ นการเรยี นการสอนวิชาคณติ ศาสตรพน้ื ฐาน มงุ เนนใหผ เู รียน
มีความรู มที ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร สามารถแกโจทยปญ หาไดอยางถูกตอง พัฒนา
ทกั ษะ กระบวนการคดิ คดิ อยา งมีเหตผุ ลเชือ่ มโยงความรไู ดอยางสรา งสรรค ซ่งึ เปน พน้ื ฐาน
การคาํ นวณและมีทกั ษะกระบวนการคดิ ในระดบั ชัน้ ที่สูงข้ึนไป แบบฝกทกั ษะ เร่ือง อัตราสว น
ตรโี กณมติ ิ วิชาคณติ ศาสตรพ้ืนฐาน รหัสวิชา ค 31102 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 น้มี ีทั้งหมด
8 เลม ไดแก
เลม ที่ 1 เรอ่ื ง ความรูพืน้ ฐานเกย่ี วกับความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส
เลม ที่ 2 เร่ือง อัตราสวนตรโี กณมติ ิของรูปสามเหลยี่ มมมุ ฉาก
เลมที่ 3 เรอื่ ง อตั ราสว นตรีโกณมิติของมมุ 30, 45 และ 60
เลมท่ี 4 เรอ่ื ง อตั ราสวนกลับของอตั ราสวนตรโี กณมิติ
เลม ที่ 5 เรือ่ ง การหาคาอัตราสว นตรโี กณมติ ิของมมุ 0 90 จากตาราง
เลมท่ี 6 เร่อื ง ความสัมพนั ธร ะหวา งอตั ราสว นตรีโกณมิติ
เลม ที่ 7 เรอื่ ง การประยกุ ตของอตั ราสวนตรีโกณมิตเิ พ่ือแกปญหาสามเหลยี่ ม
เลมท่ี 8 เรื่อง การนําอัตราสวนตรีโกณมติ ิไปประยกุ ตใช
สาํ หรับแบบฝก ทักษะ เลม ท่ี 1 เร่อื ง ความรูพ้ืนฐานเกย่ี วกับความคลา ยและทฤษฎี
บทปทาโกรัส ประกอบดวย คําแนะนําในการใชแบบฝกทักษะ ใบความรู แบบฝก ทักษะ
แบบทดสอบกอนเรียนและแบบทดสอบหลังเรยี น เฉลยแบบฝก ทกั ษะ และเฉลยแบบทดสอบ
กอ นเรยี นและแบบทดสอบหลังเรียน ใชเ วลาทัง้ หมด 2 ชัว่ โมง
หวงั วา แบบฝก ทักษะ เรอ่ื ง อัตราสวนตรโี กณมติ ิ วิชาคณติ ศาสตรพน้ื ฐาน
รหสั วิชา ค31102 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 4 จะเปน ประโยชนก ับครูผสู อนวิชาคณิตศาสตร
ในการนาํ ไปใชเ ปนแบบฝก ทักษะในการเรียนใหกบั นักเรียนตอ ไป และมีสวนชวยใหน กั เรียนได
เกิดการเรยี นรูอยา งเปนระบบเพือ่ ยกระดบั คุณภาพการศึกษาใหม ีประสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ
ภคั จิรา กติ ติสริ บิ ัณฑติ
เลม ท่ี 1 ความรูพื้นฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรัส ข
สารบญั หนา
เรอื่ ง ก
ข
คาํ นาํ ค
สารบัญ ง
คําชแี้ จงการใชแบบฝก ทักษะสําหรับครู จ
คาํ ช้แี จงการใชแบบฝกทักษะสําหรับนกั เรยี น ฉ
เกณฑการใหคะแนนแบบฝก ทกั ษะ 1
มาตรฐานการเรยี นรู ตวั ช้วี ดั และจุดประสงคการเรยี นรู 5
แบบทดสอบกอนเรยี น 8
ใบความรทู ่ี 1.1 10
แบบฝก ทกั ษะที่ 1.1.1 12
แบบฝก ทกั ษะที่ 1.1.2 14
ใบความรทู ี่ 1.2 17
แบบฝกทกั ษะท่ี 1.2.1 18
แบบฝก ทักษะที่ 1.2.2 19
แบบฝก ทกั ษะท่ี 1.2.3 23
แบบทดสอบหลงั เรยี น 24
แบบบันทึกคะแนน 25
บรรณานกุ รม 26
ภาคผนวก 26
27
เฉลยแบบทดสอบกอนเรยี น 29
เฉลยแบบฝกทักษะท่ี 1.1.1 29
เฉลยแบบฝก ทักษะที่ 1.1.2 30
เฉลยแบบฝกทักษะที่ 1.2.1 31
เฉลยแบบฝก ทักษะท่ี 1.2.2
เฉลยแบบฝก ทักษะที่ 1.2.3
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
เลมท่ี 1 ความรูพ ืน้ ฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรัส ค
คาํ ชแ้ี จงการใชแ บบฝก ทกั ษะสาํ หรับครู
1. ครูเตรียมแบบฝกทักษะ เรื่อง อตั ราสวนตรีโกณมติ ิ สําหรับนักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษา
ปท่ี 4 ใหครบตามจํานวนนักเรยี น
2. ศกึ ษาคูมือครูการใชแบบฝก ทักษะคณิตศาสตรใ หเขา ใจ
3. ชีแ้ จงขั้นตอนการเรยี นโดยใชแบบฝก ทักษะคณิตศาสตรนี้ใหน ักเรยี นเขา ใจ
4. ใหนกั เรยี นทําแบบทดสอบกอนเรียน กอนศึกษาเน้ือหาจากใบความรู ทําแบบฝกทักษะ
และตรวจคําตอบตามเฉลยในภาคผนวกทลี ะแบบฝก ทักษะ
5. ดูแลนกั เรียนใหป ฏบิ ัติตามขน้ั ตอนและใหค ําแนะนาํ เมื่อนกั เรียนพบปญ หา
6. ประเมินผลการเรยี นของนักเรยี นอยางตอ เนื่องและใหแ รงเสริมในการปฏิบตั ิกิจกรรม
ของนักเรียน
7. ใหนักเรยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียน เมื่อศึกษาเน้ือหาจากใบความรูและ
ทําแบบฝกทักษะเสร็จสน้ิ
8. บันทกึ ผลการประเมนิ หลังการจัดการเรยี นรโู ดยใชแ บบฝกทกั ษะทุกคร้ัง
9. แบบฝก ทักษะเลมนี้ สามารถใชกิจกรรมการเรียนรู หรือใชส อนซอ มเสรมิ กบั นักเรียน
ทีเ่ รียนชา หรอื เรียนไมทนั เพ่อื น
10. ครูอาจปรบั เปล่ยี นกจิ กรรมการเรยี นรูไดตามเหมาะสมกบั นักเรยี นและสถานการณ
ทีน่ าํ ไปใช
เลม ท่ี 1 ความรูพืน้ ฐานเก่ียวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรสั ง
คาํ ชี้แจงการใชแบบฝก ทกั ษะสําหรบั นกั เรยี น
แบบฝก ทกั ษะ เรื่อง อตั ราสวนตรโี กณมติ ิ สาํ หรบั นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 มที ้ังหมด
8 เลม และเลมนเ้ี ปน เลม ท่ี 1 เรอ่ื ง ความรูพน้ื ฐานเก่ยี วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรสั
ใชส าํ หรบั ประกอบการเรียนรูในวิชาคณติ ศาสตรพืน้ ฐาน รหสั วิชา ค31102 นักเรียนควรศกึ ษา
และอา นคําชี้แจงการใชแบบฝกทกั ษะใหเขาใจและปฏิบัติตามขั้นตอนดงั ตอไปน้ี
1. แบบฝกทักษะเลมนี้ทําขนึ้ เพ่ือใหน ักเรยี นไดพัฒนาการเรียนรูของตนเองเพื่อแกปญ หา
การเรียนรู เรือ่ ง อตั ราสว นตรโี กณมติ ิ
2. แบบฝก ทกั ษะคณิตศาสตรแตล ะเลม ใหนักเรยี นปฏบิ ัตดิ ังน้ี
2.1 ศกึ ษาขั้นตอนการใชแ บบฝกทกั ษะใหเ ขา ใจชัดเจน
2.2 นักเรยี นศกึ ษาจุดประสงคก ารเรียนรใู หเ ขาใจกอนลงมือปฏบิ ตั ิ
2.3 นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอนเรียน จํานวน 10 ขอ ตามความเขา ใจ
ของตนเองดว ยความซือ่ สัตย แลวตรวจคาํ ตอบจากเฉลยแบบทดสอบ
กอนเรยี นในภาคผนวกแลวบันทกึ คะแนนลงในแบบบันทกึ คะแนน
2.4 นกั เรียนศึกษาและทาํ ความเขาใจใบความรูและทําแบบฝก ทักษะดวยตนเอง
และตรวจคําตอบจากเฉลยในภาคผนวกไปทีละแบบฝก ทกั ษะตามลําดับ
เม่ือพบปญหาใหขอคาํ แนะนําจากครูทันที
2.5 เมอ่ื นกั เรยี นศกึ ษาและฝก ทาํ กจิ กรรมเสร็จแลว ใหทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน
แลวตรวจคาํ ตอบจากเฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นในภาคผนวกแลว บันทึก
คะแนนลงในแบบบันทกึ คะแนน
3. การประเมนิ ผลการเรียน นักเรียนจะตองทําถกู รอยละ 80 ข้ึนไป ของจํานวนขอ
ท้ังหมดในแตละแบบฝก ทักษะ จึงผา นเกณฑก ารประเมนิ ของแตล ะแบบฝก ทักษะ
3.1 ผา นเกณฑการประเมินใหศกึ ษาแบบฝก ทักษะชุดตอไป
3.2 ไมผ านเกณฑการประเมินใหยอนกลับไปศึกษาและทําความเขา ใจเน้ือหา
จากใบความรแู ละทําแบบฝกทักษะดวยตนเองใหม
ศึกษาแบบฝก ทักษะดวยความตงั้ ใจ
เพือ่ พฒั นาทกั ษะทางคณิตศาสตร
ใหดยี งิ่ ขนึ้ ไป
เลมที่ 1 ความรูพ ืน้ ฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรสั จ
เกณฑก ารใหคะแนนแบบฝกทกั ษะ
1. แบบทดสอบกอนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน
แบบทดสอบกอ นเรยี นและหลังเรยี น เปน แบบเลอื กตอบ มี 4 ตวั เลือก โดยมีเกณฑ
การใหค ะแนน ดังนี้
- เลอื กคําตอบถูกได ขอ ละ 1 คะแนน
- เลอื กคาํ ตอบไมถ ูกตองหรือไมตอบได ขอ ละ 0 คะแนน
2. แบบฝกทกั ษะ
ระดับคะแนน เกณฑการใหค ะแนน
2
1 คําตอบถูกตอง มีการแสดงวิธีทาํ ท่ีมีประสทิ ธิภาพ
0 โดยแสดงวิธคี ดิ เปนระบบและการคดิ วเิ คราะห
คําตอบถกู ตอง มีการแสดงวิธที าํ แตไมสมบรู ณ
คาํ ตอบไมถูกตอง มกี ารแสดงวธิ ีทาํ แตไมส มบรู ณ
หรอื แสดงวิธที ําไมถูกตอ ง
เลมที่ 1 ความรูพืน้ ฐานเก่ยี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรัส ฉ
มาตรฐานการเรยี นรู ตัวช้ีวดั และจุดประสงคก ารเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ดั
สาระที่ 2 การวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพน้ื ฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของ
สง่ิ ทต่ี อ งการวัด
ตวั ชีว้ ดั ม.4-6/1 ใชความรเู รื่อง อตั ราสว นตรีโกณมิตขิ องมุมในการคาดคะเน
ระยะทางและความสงู
มาตรฐาน ค 2.2 แกปญหาเกยี่ วกับการวดั
ตัวชีว้ ัด ม.4-6/1 แกโ จทยป ญหาเกีย่ วกบั ระยะทางและความสงู โดยใช
อตั ราสว นตรีโกณมิติ
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
ดานความรู (Knowledge)
1. นักเรียนมคี วามรู ความเขา ใจเก่ียวกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั
2. นกั เรียนนาํ ความรเู รอ่ื งความคลา ยและทฤษฎบี ทปท าโกรัสมาใชในการแกป ญหาได
ดานทกั ษะกระบวนการ (Process)
1. มีความสามารถในการแกป ญหา
2. มีความสามารถในการใหเ หตุผล
3. มีความสามารถในการส่ือสาร การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตรและการนําเสนอ
ดานคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค (Attitude) พรอมเรียนแลว คะ
1. ซ่อื สัตยสจุ ริต
2. มีวนิ ยั
3. ใฝเ รยี นรู
4. มงุ มนั่ ในการทาํ งาน
เลม ท่ี 1 ความรพู ืน้ ฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรสั 1
แบบทดสอบกอนเรยี น
คาํ ชแ้ี จง (1.) ใหน ักเรียนเลือกขอท่ีถูกทสี่ ดุ เพยี งคาํ ตอบเดยี ว แลว ทําเคร่อื งหมายกากบาท ( × )
ลงในกระดาษคําตอบ
(2.) แบบทดสอบกอนเรียน มีจํานวน 10 ขอ ขอละ 1 คะแนน รวม 10 คะแนน
โดยมีเกณฑการใหคะแนน ดงั นี้
- เลอื กคําตอบถูกได ขอละ 1 คะแนน
- เลอื กคาํ ตอบไมถ ูกตองหรือไมต อบได ขอ ละ 0 คะแนน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. รปู สามเหลย่ี มสองรปู ทค่ี ลายกนั มลี ักษณะอยา งไร
ก. มีมุมเทา กนั สามคู ข. มพี ื้นทีเ่ ทากนั
ค. มีความยาวของเสน รอบรูปเทา กัน ง. มคี วามยาวของฐานและความสูงเทากนั
2. ขอใดตอ ไปนี้ถกู ตอง
ก. รปู สามเหล่ียมใด ๆ ทุกรปู คลา ยกัน
ข. รูปส่ีเหลยี่ มดานขนานสองรปู ใด ๆ เปน รปู ท่คี ลายกัน
ค. รปู หกเหล่ยี มดา นเทาสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลา ยกนั
ง. รูปสามเหลี่ยมหนา จว่ั ทมี่ ขี นาดมมุ ยอดเทา กันสองรูปใด ๆ เปน รูปทีค่ ลา ยกัน
3. จากรูปจะกําหนดส่ิงใด จึงจะทําใCห Δ ABC ~ Δ DEC
DE ก. DE // AB
ข. กําหนดขนาดของมุม C
ค. ความยาวดาน AB และ DE
ง. ใหม มุ B เปน มมุ ฉาก
AB
4. กาํ หนด BC // LM ดังรูป ความยาวของ BC มคี า ตรงกบั ขอใด
B ก. 10.50 หนว ย
L ข. 10 หนว ย
56 ค. 9.50 หนวย
ง. 9 หนว ย
A 6 M3 C
เลมที่ 1 ความรพู ื้นฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั 2
5. จากรูปที่กาํ หนดให ถาดาน AE ยาว 7 เมตร ดาน ED ยาว 14 เมตร และ ดาน AB ยาว 50 เมตร
แลว ดา น BCยาวก่เี มตร C
A B ก. 25 เมตร
50 เมตร ข. 50 เมตร
ค. 75 เมตร
7 เมตร ง. 140 เมตร
D 14 เมตร E
6. จากรปู ขอใดถูกตอง x ก. x2 = y2 + z2
ข. y2 = x2 + z2
y ค. z2 = x2 + y2
ง. x2 + y2 + z2 = 1
Z
7. ขอใดกลา วไมถูกตอง
ก. ดา นตรงขามมุมฉากเปน ดานท่ียาวท่ีสุด
ข. สามเหลีย่ มมมุ ฉากมมี มุ มุมหนง่ึ ขนาด 90 องศา
ค. ดา นประกอบมุมฉากสัน้ กวา ดานตรงขา มมุมฉากเสมอ
ง. ความยาวดานของสามเหลยี่ มมมุ ฉากไมม คี วามสัมพนั ธกัน
8. จากรูปสามเหลีย่ มมุมฉาก EFG ทีก่ าํ หนดให ขอใดคือความยาวดา น EF
F 12 G
ก. 1 หนว ย
ข. 4 หนวย
13 ค. 5 หนว ย
ง. 25 หนว ย
E
เลม ที่ 1 ความรูพ ื้นฐานเก่ียวกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรสั 3
9. จากรูปสามเหล่ียมมมุ ฉาก MON ทกี่ ําหนดให ขอใดคือความยาวดาน MO
O1 ก. 2 หนว ย
N
ข. 2 หนว ย
ค. 3 หนว ย
3 ง. 3 หนวย
M
10. รปู สามเหล่ียมมมุ ฉากรูปหนง่ึ มีดา นประกอบมุมฉาก ยาว 5 หนวย และ 12 หนว ย เสนรอบรปู
ของรปู สามเหลยี่ มมคี วามยาวตรงกบั ขอใด
ก. 25 หนวย ข. 27 หนวย
ค. 28 หนวย ง. 30 หนวย
*************************************
ความพยายามอยทู ่ไี หน
ความสําเร็จอยูที่นั้น
เลม ที่ 1 ความรูพืน้ ฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 4
กระดาษคําตอบแบบทดสอบกอนเรยี น
เลม ท่ี 1 เรื่อง ความรูพ้นื ฐานเกยี่ วกับความคลา ยและทฤษฎบี ทปท าโกรัส
คาํ ชี้แจง : (1.) ใหน กั เรียนเลือกขอที่ถกู ทสี่ ดุ เพยี งคาํ ตอบเดยี ว แลวทําเครอื่ งหมายกากบาท ( × )
ลงในกระดาษคาํ ตอบ
(2.) แบบทดสอบกอนเรียน มีจาํ นวน 10 ขอ ขอ ละ 1 คะแนน รวม 10 คะแนน
ชื่อ เลขท่ี ชน้ั
ขอที่ ก ข ค ง ผลการตรวจ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
คะแนนท่ไี ด 10 ลงชื่อ ผูตรวจ
เกณฑก ารประเมนิ 0 – 4 คะแนน 5 – 6 คะแนน 7 – 8 คะแนน 9 – 10 คะแนน
ระดบั คะแนน ควรปรับปรงุ พอใช ดี ดมี าก
ระดบั คุณภาพ
เลมที่ 1 ความรพู ืน้ ฐานเกี่ยวกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั 5
ใบความรทู ี่ 1.1
โดยทว่ั ไปถารปู สามเหล่ียมสองรปู มีขนาดเทากันเปนคู ๆ สามคูแลว อตั ราสวนของความยาวของ
ดานทีส่ มนยั กนั ทัง้ สามคูเทากัน นั่นคือ ถา รปู สามเหลี่ยมสองรูปมขี นาดของมุมเทา กันเปน คู ๆ สามคู
เราจะสรปุ ไดวา รปู สามเหล่ยี มสองรปู นนั้ เปน สามเหลี่ยมที่คลา ยกัน โดยไมจ าํ เปนตอ งตรวจสอบ
อัตราสวนของความยาวของดานคูสมนยั กัน
ในทางคณติ ศาสตรจ งึ ใหบ ทนิยามของรูปสามเหลี่ยมท่ีคลา ยกัน ดงั นี้
บทนยิ าม รปู สามเหล่ียมสองรูปคลายกัน กต็ อเมื่อ รูปสามเหลย่ี มสองรปู นั้นมขี นาด
ของมุมเทากนั เปน คู ๆ สามคู
F
C
A BD E
รปู ท่ี 1.1 สามเหลยี่ ม ABC และ DEF
ถา รปู ABC คลายกับ DEF เขยี นแทนดว ย ABC ~ DEF แสดงวา
1. รูป ABC และ DEF มีมุมเทากนั 3 คู
Aˆ = Dˆ , Cˆ = Fˆ และ Bˆ = Eˆ
2. รูป ABC และ DEF มีอัตราสว นของความยาวของดานคทู ่ีอยูตรงขามกับมุมคูทมี่ ี
ขนาดเทา กันจะเทา กันท้ังสามอตั ราสวน
BC AC AB
EF DF DE
ขอสังเกต ดานคทู ี่สมนัยกนั จะอยตู รงขามมมุ คูท่มี ขี นาดเทา กัน ABC ~ DEF
เลม ท่ี 1 ความรูพ ืน้ ฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรัส 6
เราสามารถนําบทนยิ ามขา งตนนี้ไปใชต รวจสอบวา รูปสามเหลี่ยมสองรูปเปน รูปสามเหลี่ยม
ที่คลา ยกันหรอื ไม ดงั ตวั อยางตอไปนี้
ตวั อยางท่ี 1 จากรูปจงหาความยาวของดาน x และ y ดังรปู ทีก่ าํ หนดให
C P
x9 10 y
A 12 B R6 Q
วิธีทาํ พิจารณา ABC และ PQR
Aˆ + Bˆ + Cˆ = Pˆ + Qˆ + Rˆ = 180 เหตุผล ขนาดของมุมภายในสามเหลย่ี ม
Aˆ = Pˆ
Bˆ = Qˆ เหตุผล โจทยก ําหนดให
จะได Cˆ = Rˆ เหตุผล โจทยกําหนดให
เหตผุ ล สมบตั ิของการเทากัน
ดังนน้ั ABC ~ PQR BC
จะได AC QR
PR = 9
6
x =
10
6x = 90
ดงั น้ัน x = 15
และจะได AB BC
PQ = QR
12 = 9
6
y
9y = 72
ดังนนั้ y = 8
น่ันคอื x = 15 หนวย และ y = 8 หนวย ตอบ
หมายเหตุ เพ่ือความสะดวกและรวดเรว็ การพิจารณาคมู ุมที่มีขนาดเทากนั เปน คู ๆ สามคู
ควรเร่มิ จากมุมคทู ่ีมขี นาดเล็กที่สดุ ไปหามุมคทู ่ีมีขนาดใหญที่สุดหรอื กลบั กนั
เลมที่ 1 ความรพู ืน้ ฐานเกี่ยวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรสั 7
ตัวอยา งที่ 2 จากรปู สามเหลยี่ มคลายท่ีกาํ หนดให จงหาความยาวดาน CD
D
B
6
C 15 A 9E
วิธที ํา จากรปู จะได CE = CD
AE AB
24 CD
9 = 6
ดังน้นั CD = 16
น่ันคอื ดาน CD ยาว 16 หนว ย ตอบ
ตวั อยา งที่ 3 จากรปู สามเหลยี่ มคลายท่กี ําหนดให จงหาความยาวดาน AB
R
C
6 15
AB 25 Q
วธิ ีทาํ จากรูปจะได PQ = PQ
AB AC
25 15
AB = 6
ดงั นั้น AB = 10
นัน่ คือ ดาน AB ยาว 10 หนวย ตอบ
เลม ท่ี 1 ความรพู ื้นฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 8
แบบฝก ทกั ษะที่ จุดประสงคก ารเรยี นรู : นักเรยี นมคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกับความคลา ย
1.1.1 และทฤษฎบี ทปทาโกรสั มมุ ฉาก
มุมฉาก
จงเขียนตอบคําถามตอไปน้ี (ขอละ 2 คะแนน)
ขอ ท่ี 1 จากรูป เปน รปู สามเหลย่ี มคนู ี้คลายกนั หรอื ไม เพราะเหตุใด
A เมอื่ กําหนดให AE // BD
E
BD
C
ขอท่ี 2 จากรูปสามเหลย่ี มคลา ยท่ีกาํ หนดให จงบอกอัตราสวนเทา กนั AE
A E
AB = BE =
BD
C
ขอที่ 3 จากรปู เปน รูปสามเหลีย่ มคนู คี้ ลา ยกันหรอื ไม เพราะเหตุใด
A
D
C EB
เลม ท่ี 1 ความรพู ืน้ ฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 9
ขอที่ 4 จากรูปสามเหลยี่ มคลายที่กําหนดให จงบอกอตั ราสว นเทา กัน
A
D ==
C EB
ขอท่ี 5 จากรูปสามเหล่ยี มคลา ยท่ีกาํ หนดให จงบอกอตั ราสว นเทา กัน
A เมื่อกําหนดให AB // DE
D
B
C ==
E
เลมที่ 1 ความรูพื้นฐานเกยี่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั 10
แบบฝกทกั ษะที่ จุดประสงคก ารเรยี นรู : นกั เรยี นนาํ ความรูเรอ่ื งความคลายและทฤษฎี
1.1.2 บทปทาโกรสั มาใชในการแกป ญหาได
มุมฉาก
จงเขียนตอบคาํ ถามตอไปนี้ (ขอละ 2 คะแนน)
ขอที่ 1 จากรปู สามเหลย่ี มคลายที่กาํ หนดให จงหาความยาวดาน EF
E
C 120 F
4
A6 B
ขอ ที่ 2 จากรปู สามเหล่ียมคลายทก่ี ําหนดให จงหาความยาวดา น AB
A
D
2
C 3E B
5 30
ขอที่ 3 จากรปู สามเหล่ยี มคลายที่กําหนดให จงหาความยาวดาน CD
B
5 15
A 12 D C
5
เลมท่ี 1 ความรูพ ื้นฐานเก่ยี วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรสั 11
ขอท่ี 4 กาํ หนดให ABC ~ PQR และมคี วามยาวแตล ะดา นตามทกี่ ําหนดดงั รปู
จงหาความยาวของดา น QR
A1 C P 1.5 R
2
B
Q
ขอ ที่ 5 จากรปู PQˆS PRˆS และมีความยาวแตล ะดา นตามทีก่ าํ หนดดงั รปู
จงหาความยาวดาน PQ
Q
13
x 5R
P 10 2
S
เลมที่ 1 ความรพู ืน้ ฐานเกี่ยวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรสั 12
ใบความรูที่ 1.2
ทฤษฎีบทปทาโกรัส (Pythagorean theorem)
ถา ABC เปน รปู สามเหลย่ี มมมุ ฉาก ท่มี ีมุม C เปนมุมฉาก ดงั รูปที่ 1.2 กําหนดให
c แทน ความยาวของดานตรงขา มมุมฉาก
b แทน ความยาวของดานตรงขามมุม B
a แทน ความยาวของดานตรงขา มมุม A
จะไดค วามสัมพันธร ะหวา งความยาวของดานท้ังสามของรปู สามเหลีย่ มมมุ ฉาก ABC ดังนี้
B
ca c2 = a2 + b2
A bC
รปู ที่ 1.2 รูปสามเหลย่ี มมุมฉาก ABC
ความจริงดงั กลาวนเี้ ปน จริงสาํ หรับรูปสามเหล่ียมมุมฉากใด ๆ ซึ่งปท าโกรสั ไดพสิ จู นใหเห็นจรงิ
แลว ตง้ั เปนทฤษฎบี ทที่เรยี กวา “ทฤษฎบี ทปทาโกรสั ” โดยกลาววา
ในรปู สามเหลี่ยมมุมฉากใด ๆ กาํ ลังสองของความยาวของดานตรงขามมุมฉากเทากับผลบวก
กําลังสองของความยาวของดานประกอบมุมฉาก
และจะไดค วามสัมพันธระหวา งความยาวของดา นทเี่ หลือของรปู สามเหลี่ยมมุมฉาก ABC ดังน้ี
a2 = c2 – b2 b2 = c2 – a2
กาํ หนดให a และ b แทน ความยาวของดานตรงขา มมมุ A และ B ตามลําดับ และ
c แทน ความยาวของดา นตรงขามุมฉาก ดังรปู ที่ 1.3
B ความยาวของดาน c
ac จาก c2 = a2 + b2
ดงั น้นั c = a2 b2
C A
b
รปู ที่ 1.3 ความยาวของดาน c
เลมที่ 1 ความรูพื้นฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรัส 13
ความยาวของดา น a B
จาก c2 = a2 + b2 ac
จะได a2 = c2 – b2
ดงั นนั้ a = c2 b2 C A
b
ความยาวของดาน b
จาก c2 = a2 + b2 รูปท่ี 1.4 ความยาวของดาน a
จะได b2 = c2 – a2 B
ดังนั้น b = c2 a2
ac
Cb A
รปู ท่ี 1.5 ความยาวของดา น b
ขอสงั เกต ถาเราทราบความยาวของดา นสองดานของรูปสามเหลีย่ มมุมฉากเราจะสามารถ
หาความยาวของดานทีส่ ามไดโดยใชทฤษฎีบทปทาโกรัส
เลม ที่ 1 ความรพู ืน้ ฐานเกยี่ วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 14
แบบฝก ทักษะท่ี จดุ ประสงคการเรยี นรู : นักเรียนมีความรู ความเขาใจเก่ยี วกบั ความคลา ย
1.2.1 และทฤษฎบี ทปท าโกรัสมมุ ฉาก
จงเขยี นสมการแสดงความสัมพนั ธระหวา งความยาวของดานท้งั สาม
ของรปู สามเหล่ียมมุมฉากตอไปน้ี (ขอ ละ 2 คะแนน)
ขอ ท่ี 1
x y
ขอ ท่ี 2 Z
c
a
b
ขอ ที่ 3 o
n
m
ขอที่ 4 p
q r
ขอ ท่ี 5 5
3
4
เลมที่ 1 ความรูพืน้ ฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรัส 15
จากสูตรความสัมพันธ c2 = a2 + b2 เราจะไดช ุดความยาวของดา นที่ประกอบกัน
เปน สามเหลี่ยมมุมฉาก ดังน้ี ab c
34 5
ca 5 12 13
6 8 10
7 24 25
b 8 15 17
รปู ที่ 1.6 รูปสามเหลย่ี มมมุ ฉาก
9 40 41
11 60 61
12 35 37
13 84 85
16 63 65
20 21 29
28 45 53
33 56 65
48 55 73
(1.) ตวั เลขในแตละแถวจะประกอบกันเปน ดานของรูปสามเหลย่ี มมุมฉาก โดยดาน c เปนดา น
ทีย่ าวท่สี ุด ซ่ึงเปนดา นท่ีอยตู รงกนั ขามกับมุมฉาก ทีเ่ หลือเปนดา นประกอบมุมฉาก
(2.) สมมติวา เราทราบวา รปู สามเหลี่ยมมมุ ฉากรปู หนงึ่ มีความยาวของดานเปนดงั รปู ที่ 1.7
B
5? เรากท็ ราบทนั ทเี ลยวา ดา น BC = 3 หนว ย
โดยทีไ่ มต องเสียเวลาคาํ นวณหาความยาวของ BC
A 4C
รปู ที่ 1.7 รูปสามเหลี่ยมมมุ ฉาก ABC
(3.) บรรทัดที่ “แรเงา” ควรจดจําเปน พเิ ศษ เพราะจะพบบอยมาก
N
? 24 ดังนัน้ ความยาวของดาน MN = 25 หนวย
M 7O
รูปที่ 1.8 รปู สามเหลย่ี มมุมฉาก MON
เลม ที่ 1 ความรพู ืน้ ฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรสั 16
ตัวอยางที่ 1 จากรปู จงหาความยาวของดาน c
A
24 c
B7 C
วิธที าํ จากทฤษฎีบทปทาโกรัสจะได c2 = 242 + 72 ตอบ
= 576 + 49
= 625
c = 25
ดังนัน้ ความยาวของดาน c ยาว 25 หนว ย
ตัวอยา งที่ 2 จากรปู จงหาความยาวของดาน AC
B
17 15
AC
วิธที าํ จากทฤษฎีบทปทาโกรัสจะได AC2 = AB2 – BC2
= 172 – 152
= 289 – 225
= 64
c =8
ดังนั้น ความยาวของดาน AC ยาว 8 หนวย ตอบ
เลม ท่ี 1 ความรพู ื้นฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั 17
แบบฝก ทักษะท่ี จดุ ประสงคก ารเรียนรู : นักเรยี นนาํ ความรูเรอื่ งความคลา ยและทฤษฎี
1.2.2 บทปทาโกรัสมาใชในการแกป ญหาได
มมุ ฉาก
เม่อื x แทนความยาวของดานรปู สามเหล่ยี มมุมฉากที่กําหนดใหตอไปนี้
จงหาคา x (ขอ ละ 2 คะแนน)
ขอท่ี 1
x 8
ขอ ท่ี 2 6
5
x
13
ขอท่ี 3 17
8
x
ขอท่ี 4 25
7
x
ขอท่ี 5
29
x 21
เลมที่ 1 ความรพู ื้นฐานเก่ยี วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 18
แบบฝก ทกั ษะท่ี จดุ ประสงคก ารเรียนรู : นักเรียนนาํ ความรูเรอื่ งความคลา ยและทฤษฎี
1.2.3 บทปท าโกรสั มาใชใ นการแกป ญหาได
มุมฉาก
กาํ หนดให a , b และ c แทน ความยาวดา นของรูปสามเหลย่ี มมมุ ฉาก
จงหาความยาวดา นท่ีเหลอื เม่ือกําหนดรูปใหดังน้ี (ขอละ 2 คะแนน)
c
b
ขอที่ 1 a = 16 , b = 12 , c = a a = 5 , c = 13 , b =
ขอท่ี 2
ขอท่ี 3 b = 40 , c = 41 , a = ขอ ที่ 4 a = 30, c = 34 , b =
ขอที่ 5 a = 80 , b = 60 , c =
เลม ท่ี 1 ความรพู ื้นฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรสั 19
แบบทดสอบหลังเรยี น
คาํ ช้ีแจง (1.) ใหนกั เรียนเลือกขอที่ถูกที่สุดเพยี งคาํ ตอบเดยี ว แลว ทาํ เคร่อื งหมายกากบาท ( × )
ลงในกระดาษคําตอบ
(2.) แบบทดสอบหลงั เรยี น มีจํานวน 10 ขอ ขอ ละ 1 คะแนน รวม 10 คะแนน
โดยมีเกณฑการใหคะแนน ดังน้ี
- เลือกคาํ ตอบถูกได ขอละ 1 คะแนน
- เลอื กคาํ ตอบไมถ ูกตองหรอื ไมตอบได ขอ ละ 0 คะแนน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. รปู สามเหลีย่ มสองรูปทค่ี ลา ยกันมีลกั ษณะอยางไร
ก. มคี วามยาวของเสนรอบรูปเทา กัน ข. มีพ้ืนท่ีเทา กัน
ค. มมี มุ เทากันสามคู ง. มคี วามยาวของฐานและความสงู เทากนั
2. ขอใดตอ ไปนี้ถูกตอง
ก. รปู สามเหลย่ี มใด ๆ ทุกรูปคลา ยกัน
ข. รูปสีเ่ หลีย่ มดา นขนานสองรปู ใด ๆ เปน รปู ท่คี ลา ยกัน
ค. รปู หกเหลี่ยมดา นเทาสองรปู ใด ๆ เปน รูปทค่ี ลายกัน
ง. รปู สามเหลย่ี มหนา จัว่ ทม่ี ีขนาดมุมยอดเทากันสองรปู ใด ๆ เปน รูปท่คี ลายกัน
3. จากรปู จะกําหนดสิ่งใด จงึ จะทําใCห Δ ABC ~ Δ DEC
DE ก. DE // AB
ข. กําหนดขนาดของมมุ C
ค. ความยาวดาน AB และ DE
ง. ใหม ุม B เปนมุมฉาก
AB
4. กําหนด BC // LM ดงั รูป ความยาวของ BC มคี า ตรงกบั ขอใด
B ก. 9 หนว ย
L ข. 9.50 หนว ย
56 ค. 10 หนว ย
ง. 10.50 หนวย
A 6 M3 C
เลม ที่ 1 ความรพู ื้นฐานเกีย่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั 20
5. จากรปู ท่กี าํ หนดให ถาดา น AE ยาว 7 เมตร ดาน ED ยาว 14 เมตร และ ดาน AB ยาว 50 เมตร
แลวดาน BCยาวกเี่ มตร C
A B ก. 25 เมตร
50 เมตร ข. 50 เมตร
ค. 75 เมตร
7 เมตร ง. 140 เมตร
D 14 เมตร E
6. จากรปู ขอใดถกู ตอง x ก. x2 = y2 + z2
ข. z2 = x2 + y2
y ค. y2 = x2 + z2
ง. x2 + y2 + z2 = 1
Z
7. ขอใดกลาวไมถูกตอง
ก. ดา นตรงขามมมุ ฉากเปน ดานทีย่ าวทสี่ ุด
ข. ความยาวดา นของสามเหล่ียมมมุ ฉากไมม คี วามสัมพนั ธกัน
ค. ดานประกอบมุมฉากสนั้ กวาดา นตรงขา มมมุ ฉากเสมอ
ง. สามเหล่ียมมุมฉากมมี มุ มุมหน่งึ ขนาด 90 องศา
8. จากรปู สามเหลยี่ มมมุ ฉาก EFG ที่กาํ หนดให ขอใดคือความยาวดา น EF
F 12 G
ก. 1 หนว ย
ข. 4 หนว ย
13 ค. 5 หนว ย
ง. 25 หนวย
E
เลมท่ี 1 ความรพู ื้นฐานเก่ยี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรัส 21
9. จากรูปสามเหลย่ี มมมุ ฉาก MON ทีก่ ําหนดให ขอใดคอื ความยาวดา น MO
O1 ก. 2 หนว ย
N
ข. 2 หนว ย
ค. 3 หนว ย
3 ง. 3 หนว ย
M
10. รปู สามเหล่ียมมุมฉากรูปหน่งึ มีดา นประกอบมมุ ฉาก ยาว 5 หนว ย และ 12 หนว ย เสน รอบรปู
ของรูปสามเหล่ียมมีความยาวตรงกบั ขอใด
ก. 25 หนวย ข. 27 หนวย
ค. 28 หนวย ง. 30 หนว ย
*****************************************
พรอ มหรอื ยังคะที่จะเขาสูเนื้อหา
“อัตราสว นตรีโกณมิต”ิ
เลม ที่ 1 ความรพู ื้นฐานเกยี่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรัส 22
กระดาษคาํ ตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น
เลม ที่ 1 เรอื่ ง ความรูพ้ืนฐานเก่ียวกับความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรสั
คาํ ช้แี จง : (1.) ใหน ักเรยี นเลือกขอท่ีถกู ที่สุดเพยี งคาํ ตอบเดียว แลว ทําเครื่องหมายกากบาท ( × )
ลงในกระดาษคาํ ตอบ
(2.) แบบทดสอบหลังเรยี น มจี ํานวน 10 ขอ ขอละ 1 คะแนน รวม 10 คะแนน
ชื่อ เลขท่ี ชั้น
ขอ ท่ี ก ข ค ง ผลการตรวจ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
คะแนนท่ีได 10 ลงชื่อ ผตู รวจ
เกณฑการประเมนิ 0 – 4 คะแนน 5 – 6 คะแนน 7 – 8 คะแนน 9 – 10 คะแนน
ระดับคะแนน ควรปรบั ปรุง พอใช ดี ดีมาก
ระดับคุณภาพ
เลมท่ี 1 ความรูพื้นฐานเกยี่ วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรัส 23
ชือ่ – นามสกุล แบบบันทึกคะแนน เลขที่
ชน้ั
คาํ ช้ีแจง 1. ใหน ักเรยี นบนั ทกึ ผลการเรียนจากการทาํ แบบทดสอบกอนเรียน แบบฝกทักษะ
และแบบทดสอบหลังเรียน เพอ่ื ดูพฒั นาการเรยี นรจู ากการเรยี นดวยแบบฝกทกั ษะ
2. ใหท าํ เคร่อื งหมาย √ ท่ชี อ งสรุปผล เม่ือนักเรียนผา นเกณฑก ารประเมนิ หรือ
ไมผานเกณฑก ารประเมินจากการทําแบบฝกทักษะ แบบทดสอบกอนเรียนและ
หลงั เรยี น
ท่ี รายการ คะแนน คะแนน ระดับ สรุปผล
เต็ม ทไ่ี ด คณุ ภาพ ผา น ไมผา น
1 แบบทดสอบกอ นเรียน 10
2 แบบฝกทกั ษะท่ี 1.1.1
3 แบบฝก ทักษะที่ 1.1.2 10
4 แบบฝกทักษะท่ี 1.2.1 10
5 แบบฝก ทกั ษะที่ 1.2.2 10
6 แบบฝก ทักษะที่ 1.2.3 10
7 แบบทดสอบหลงั เรยี น 10
10
รวม
60
เกณฑการประเมิน
9 – 10 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก
7 – 8 คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี
5 – 6 คะแนน ระดับคณุ ภาพ พอใช
0 – 4 คะแนน ระดับคุณภาพ ควรปรบั ปรงุ
นักเรียนจะผา นเกณฑการประเมิน เม่ือไดค ะแนนตง้ั แต 7 คะแนนขึน้ ไป
เลม ที่ 1 ความรพู ื้นฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรัส 24
บรรณานุกรม
กวิยา เนาวประทีป. (2548). เทคนิคการเรียนคณติ ศาสตร : ตรีโกณมติ ิ. กรงุ เทพฯ :
ฟส ิกสเซน็ เตอร.
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษา. (2553). เอกสารประกอบการเรยี น
คณติ ศาสตร ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 เลขยกกาํ ลังและอตั ราสวนตรีโกณมติ .ิ กรงุ เทพฯ :
หจก. โรงพิมพวัชรินทร พี.พ.ี
เจริญ ภูภทั รพงศ และ ศรีลัดดา ภภู ัทรพงศ. (มปป.). คมู ือคณติ คดิ ลัดและเทคนิคทาํ โจทยเ ร็ว
คณิตศาสตรพ ้นื ฐานเขม ม.4 เลม 2. กรุงเทพฯ : SCIENCE CENTER.
นพพร แหยมแสง. (2547). หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรูพ้ืนฐานคณิตศาสตร กลุม สาระ
การเรียนรูคณติ ศาสตร ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 2. กรงุ เทพ ฯ : บรษิ ทั พฒั นาคุณภาพ
วชิ าการ (พว.) จํากดั .
ปราณี รวธี นภัทร. (2557). แบบฝก ทักษะคณิตศาสตร เรือ่ ง อัตราสว นตรีโกณมติ ิ
วชิ าคณิตศาสตรพ น้ื ฐาน รหสั วชิ า ค31102 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 เลม ที่ 1
อัตราสวนตรีโกณมิต.ิ นครราชสีมา : โรงเรยี นดานเกวยี นวทิ ยา.
สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลย,ี สถาบนั . (2553). หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน
คณติ ศาสตร เลม 2 ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 กลุม สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ สกสค.ลาดพราว.
สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลย,ี สถาบัน. (2555). คูมอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐาน
คณิตศาสตร เลม 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 กลุม สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พ สกสค.ลาดพรา ว.
สันนสิ า สมัยอย.ู (2557). ชดุ กิจกรรมคณติ ศาสตรแบบรว มมือ เร่ือง อตั ราสวนตรีโกณมิติ
รายวชิ าคณติ ศาสตรพื้นฐาน รหสั วิชา ค32101 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 เลม ที่ 1
ความรูพื้นฐานเก่ยี วกบั รูปสามเหล่ยี มคลายและทฤษฎีบทพที าโกรสั . สตูล :
โรงเรียนละงูพทิ ยาคม.
เลมที่ 1 ความรูพ ื้นฐานเก่ียวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 25
ภาคผนวก
เลม ที่ 1 ความรพู ื้นฐานเกี่ยวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรสั 26
เฉลยแบบทดสอบกอนเรียน (หนา 1) ขอ 6 ข
ขอ 1 ก ขอ 7 ง
ขอ 2 ง ขอ 8 ค
ขอ 3 ก ขอ 9 ข
ขอ 4 ง ขอ 10 ง
ขอ 5 ก
เฉลยแบบฝก ทักษะท่ี 1.1.1 (หนา 8)
ขอ 1 AEB ~ BDC
A E จากรูปจะได มมุ E = มมุ D
มุม ABE = มุม BCD
มุม BAE = มุม DBC
B D ดงั นั้น รปู สามเหลย่ี มสองรูปนี้คลายกนั
C
ขอ 2 AB BE AE
BC CD BD
ขอ 3 ABC ~ DEC
A
D จากรูปจะได มุม B = มมุ E
มุม ACB = มมุ DCE
มุม BAC = มมุ EDC
ดังนนั้ รปู สามเหลีย่ มสองรูปนี้คลายกัน
C EB
ขอ 4 DC DE CE
AC AB BC
ขอ 5 BC AC AB
CD CE DE
เลม ท่ี 1 ความรูพ ื้นฐานเก่ยี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปทาโกรัส 27
เฉลยแบบฝกทักษะที่ 1.1.2 (หนา 10)
ขอ 1 EF มคี วามยาวเทา กบั 80 หนวย
E วธิ ีทาํ จากรปู จะได EF = CF
BC AB
EF 120
4 = 6
C 120 F EF = 120 4
4 6
ดังนนั้ EF = 80 หนวย
A6 B
ขอ 2 AB มีความยาวเทากบั 20 หนวย
A วธิ ที ํา จากรปู จะได AB = CB
DE CE
D AB 30
2 = 3
2 AB = 30 2
3
C 3E B ดงั นัน้ AB = 20 หนวย
30
ขอ 3 CD มคี วามยาวเทากับ 36 หนวย
B วธิ ีทาํ จากรปู จะได CD = BC
5 AD AB
CD 15
15 12 = 5
C CD = 15 12
ดงั นั้น 5
A 12 D
CD = 36 หนว ย
เลมที่ 1 ความรูพืน้ ฐานเกี่ยวกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรสั 28
ขอ 4 QR มคี วามยาวเทา กับ 3 หนว ย
A1 C P 1.5 R
2
B
Q
วิธที ํา จากรปู จะได QR = PR
BC AC
QR 1.5
2 = 1
QR = 1.52
ดงั นน้ั QR = 3 หนวย
ขอ 5 PQ มีความยาวเทากับ 4 หนว ย
จากรปู PQˆS PRˆS และมีความยาวแตละดานตามท่ีกําหนดดังรปู
จงหาความยาวดาน PQ
Q
13
P x 5R
วิธที ํา จากรปู จะได
10 2
ดังนั้น S
PQ Px
RS = Rx
PQ = 10
2 5
PQ = 10 2
5
PQ = 4 หนว ย
เลมที่ 1 ความรูพ ื้นฐานเกย่ี วกบั ความคลายและทฤษฎบี ทปท าโกรสั 29
เฉลยแบบฝกทักษะท่ี 1.2.1 (หนา 14)
ขอ 1 x2 = y2 + z2
ขอ 2 b2 = a2 + c2
ขอ 3 o2 = m2 + n2
ขอ 4 p2 = q2 + r2
ขอ 5 52 = 42 + 32
เฉลยแบบฝกทักษะที่ 1.2.2 (หนา 17)
ขอ 1 x = 10
x วธิ ีทาํ จากทฤษฎีบทปทาโกรสั จะได
x 2 = 82 + 62
6
8 = 64 + 36
= 100
x = 10
ดงั นนั้ ความยาวของดา น x ยาว 10 หนวย
ขอ 2 x = 12
5 วธิ ที าํ จากทฤษฎบี ทปท าโกรัสจะได
x 2 = 132 – 52
13
x = 169 – 25
= 144
x = 12
ดังน้นั ความยาวของดา น x ยาว 12 หนว ย
ขอ 3 x = 15
17 วิธีทํา จากทฤษฎบี ทปท าโกรัสจะได
x 2 = 172 – 82
x = 289 – 64
= 225
8 x = 15
ดังนน้ั ความยาวของดาน x ยาว 15 หนว ย
เลมท่ี 1 ความรพู ื้นฐานเก่ียวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปท าโกรัส 30
ขอ 4 x = 24
7 วธิ ที าํ จากทฤษฎบี ทปทาโกรัสจะได
x 2 = 252 – 72
25 = 625 – 49
= 576
x = 24
x ดังนัน้ ความยาวของดา น x ยาว 24 หนวย
ขอ 5 x = 20
วิธที ํา จากทฤษฎบี ทปทาโกรสั จะได
x 2 = 292 – 212
x 29
= 841 – 441
= 400
21 x = 20
ดังนน้ั ความยาวของดาน x ยาว 20 หนวย
เฉลยแบบฝกทักษะที่ 1.2.3 (หนา 18)
ขอ 1 c = 20 วิธที าํ จากทฤษฎีบทปท าโกรสั จะได
12 c c2 = 162 + 122
= 256 + 144
16 = 400
c = 20
ดงั นัน้ ความยาวของดาน c ยาว 20 หนวย
ขอ 2 b = 12 วิธีทาํ จากทฤษฎบี ทปทาโกรสั จะได
b 13 b2 = 132 – 52
= 169 – 25
5 = 144
b = 12
ดงั น้ัน ความยาวของดา น b ยาว 12 หนวย
เลมที่ 1 ความรพู ื้นฐานเก่ียวกบั ความคลายและทฤษฎีบทปทาโกรัส 31
ขอ 3 a = 9 วธิ ที าํ จากทฤษฎีบทปทาโกรสั จะได
40 41 a2 = 412 – 402
= 1,681 – 1,600
a = 81
a =9
ดังนั้น ความยาวของดา น a ยาว 9 หนว ย
ขอ 4 b = 16 วธิ ีทํา จากทฤษฎบี ทปท าโกรัสจะได
b 34 b2 = 342 – 302
= 1,156 – 900
30 = 256
b = 16
ดงั น้ัน ความยาวของดา น b ยาว 16 หนวย
ขอ 5 c = 100 วธิ ีทํา จากทฤษฎบี ทปท าโกรสั จะได
60 c c2 = 802 + 602
= 6,400 + 3,600
80 = 10,000
c = 100
ดงั น้ัน ความยาวของดาน c ยาว 100 หนว ย
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น (หนา 19) ขอ 6 ข
ขอ 1 ก ขอ 7 ง
ขอ 2 ง ขอ 8 ค
ขอ 3 ก ขอ 9 ข
ขอ 4 ก ขอ 10 ง
ขอ 5 ก
*****************************************
แบบฝกึ ทักษะ เร่อื ง อัตราส่วนตรีโกณมิติ จานวน 8 เล่ม
นางภคั จริ า กิตติสิรบิ ณั ฑติ
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
โรงเรยี นวชั รวิทยา จงั หวดั กาแพงเพชร
e-mail : [email protected]