The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jeenakrukho, 2023-08-15 23:29:03

โครงการอบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการดำเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อำเภอห้วยผึ้ง

คุณธรรม จริยธรรม
การศึกษาขั้นพื้นฐาน

Keywords: คุณธรรม

๑ สรุปผลการจัดกิจกรรม โครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง วันที่ ๑๑ เดือน มกราคม พ.ศ.๒๕๖๖ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด กาฬสินธุ์


๒ ค าน า รายงานผลสรุปการจัดกิจกรรมโครงการค่ายคุณธรรม ฉบับนี้เป็นผลการด าเนินงานการจัด กิจกรรมโครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์คณะกรรมการฝ่าย ประเมินได้รับมอบหมายให้ข้าพเจ้ารวบรวมข้อมูลในระหว่างการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นหลักฐานในการประเมิน คุณภาพของการจัดกิจกรรม / โครงการ และเพื่อเป็นข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนพัฒนาการ ด าเนินงานต่อไป ในโอกาสนี้คณะกรรมการฝ่ายประเมินผลใคร่ขอขอบคุณผู้ตอบแบบสอบถามทุกท่าน ด้วยเหตุผลดังกล่าวศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง จึงได้จัด โครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การการเรียนรู้ร่วมกัน ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้คู่คุณธรรม ที่ มั่นคงและยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาประสิทธิภาพการท างานของ กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง ต่อไป ทางคณะผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารสรุปงานเล่มนี้จะเป็นประโยชนแก่ผู้ที่ได้อ่านแล้ผู้ที่สนใจ ในการจัดกิจกรรมน าไปปรับใช้ในการจัดกิจกรรมของท่านในครั้งต่อไป กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖


๓ สารบัญ เรื่อง หน้า สรุปผลการด าเนินงาน ๑ สรุปแบบสอบถามความพึงพอใจ ๔ เนื้อหาในการอบรม ๕ ภาคผนวก ๑๐ ภาพกิจกรรมการด าเนินงาน


๔ จากข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจ โครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ สรุปผลแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยแยกตามประเภทได้ดังนี้ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เพศของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เพศ ต.ไค้นุ่น ต.ค าบง ต.นิคมห้วยผึ้ง ต.หนองอีบุตร รวมทั้งหมด จ านวน จ านวน จ านวน จ านวน จ านวนคน เปอร์เซ็นต์ ชาย ๑๙ ๑๒ ๑๕ ๘ ๕๔ ๒๗ หญิง ๓๑ ๓๘ ๓๕ ๔๒ ๑๔๖ ๗๓ รวมคน ๕๐ ๕๐ ๕๐ ๕๐ ๒๐๐ ๑๐๐ เพศชาย เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน ๕๔ คน คิดเป็น ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด เพศหญิง เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน ๑๔๖ คน คิดเป็น ๗๓ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ช่วงอายุของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม อายุ ต่ ากว่า ๒๐ ปี ๒๑-๓๐ ปี ๓๑-๔๐ ปี ๔๑-๕๐ ปี ๕๑-๖๐ ปี ๖๑ปี ขึ้นไป รวม ต.ไค้นุ่น จ านวน ๖ ๑๒ ๑๘ ๑๔ ๐ ๐ ๕๐ ต.ค าบง ๓ ๑๖ ๑๙ ๑๒ ๐ ๐ ๕๐ ต.นิคมห้วยผึ้ง ๕ ๑๕ ๑๗ ๑๒ ๑ ๐ ๕๐ ต.หนองอีบุตร ๒ ๑๖ ๑๕ ๑๗ ๐ ๐ ๕๐ รวมจ านวน ๑๖ ๕๙ ๖๙ ๕๕ ๑ ๐ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๘ ๒๙ ๓๕ ๒๗.๕ ๐.๕ ๐ ๑๐๐ อายุต่ ากว่า ๒๐ ปี จ านวน ๑๓ คน คิดเป็น ๘ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด อายุระหว่าง ๒๑ – ๓๐ ปี จ านวน ๕๙ คน คิดเป็น ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด อายุระหว่าง ๓๑ – ๔๐ ปี จ านวน ๖๙ คน คิดเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด อายุระหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปี จ านวน ๕๕ คน คิดเป็น ๒๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป จ านวน ๑ คน คิดเป็น ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด สรุปผลการด าเนินงาน โครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอห้วยผึ้ง


๒ ระดับการศึกษาของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ระดับชั้น จ านวน (คน) รวมทั้งหมด ต.ไค้นุ่น ต.ค าบง ต.นิคมห้วยผึ้ง ต.หนองอีบุตร จ านวนคน เปอร์เซ็นต์ ประถม ๓ ๑ ๑ ๑ ๖ ๓ ม.ต้น ๑๗ ๒๕ ๑๘ ๒๘ ๘๘ ๔๔ ม.ปลาย ๓๐ ๒๔ ๓๑ ๒๑ ๑๐๖ ๕๓ ปวช. ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ รวม ๕๐ ๕๐ ๕๐ ๕๐ ๒๐๐ ๑๐๐ ก าลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา จ านวน ๖ คน คิดเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ก าลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน ๘๘ คน คิดเป็น ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งหมด ก าลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จ านวน ๑๐๖ คน คิดเป็น ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เข้าร่วม กิจกรรมทั้งหมด ส่วนที่ ๒ การติดต่อผู้เรียน / ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ช่องทางการติดต่อ จ านวน(คน) รวมทั้งหมด (คน) ต.ไค้นุ่น ต.ค าบง ต.นิคมห้วยผึ้ง ต.หนองอีบุตร จ ายวนคน เปอร์เซ็นต์ ติดต่อด้วยตนเอง ๓๒ ๒๖ ๒๘ ๔๓ ๑๒๙ ๖๕ โทรศัพท์/โทรสาร ๑๒ ๒๔ ๒๒ ๗ ๖๕ ๓๒ จอหมาย/ข้อความ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ สารสนเทศ/อิเล็กทรอนิคส์ ๖ ๐ ๐ ๐ ๖ ๓ รวม (คน) ๕๐ ๕๐ ๕๐ ๕๐ ๒๐๐ ๑๐๐ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาติดต่อด้วยตัวเอง จ านวน ๑๒๙ คน คิดเป็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งหมด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาติดต่อผ่านโทรศัพท์/โทรสาร จ านวน ๖๕ คน คิดเป็น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ของผู้เข้าร่วม กิจกรรมทั้งหมด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาติดต่อผ่านสารสนเทศ/อิเล็กทรอนิคส์ จ านวน ๖ คน คิดเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ ของ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด


๓ ส่วนที่ ๓ ระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการ ประเด็นวัด ความพึง พอใจ มากที่สุด(๕) มาก(๔) ปานกลาง(๓) น้อย(๒) แก้ไข(๑) จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ ๑.ความพึงพอใจด้านกระบวนงาน/การให้บริการ ๑.๑ การให้บริการแก่ผู้มา รับบริการตามล าดับก่อนหลัง ๑๘๖ ๙๓ ๑๔ ๗ ๑.๒ การให้บริการตามที่ ขอ ถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว ๒๐๐ ๑๐๐ ๑.๓ การให้ข้อมูล เอกสาร เผยแพร่ เกี่ยวกับงาน ๑๘๔ ๙๒ ๑๖ ๘ งบประมาณ รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นย า ๑.๔ ขั้นตอนและวิธีการใช้ บริการยุ่งยากซับซ้อน ๒๐๐ ๑๐๐ มีความคล่องตัวในการ ท างาน ๑.๕ เนื้อหาที่น าเสนอใน Web Site มีเนื้อหา ๑๙๖ ๙๘ ๔ ๒ ที่น่าสนใจครอบคลุม/ ครบถ้วน ๒.ความพึงพอใจด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ๒.๑ เจ้าหน้าที่มีความ กระตือรือร้น เอาใจใส่ใน การ ๒๐๐ ๑๐๐ ให้บริการ ๒.๒ เจ้าหน้าที่พูดจาสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความเป็น กันเอง ๒๐๐ ๑๐๐ ๒.๓ เจ้าหน้าที่แต่งกาย สุภาพ เหมาะสมกับการ ท างาน ๒๐๐ ๑๐๐ ๒.๔ เจ้าหน้าที่สามารถ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็น อย่างดี ๒๐๐ ๑๐๐ ๒.๕ เจ้าหน้าที่ให้ค าแนะน า ค าปรึกษา ตอบข้อซักถาม ๒๐๐ ๑๐๐


๔ ได้ดี ประเด็นวัดความพึงพอใจ มากที่สุด(๕) มาก(๔) ปานกลาง(๓) น้อย(๒) แก้ไข(๑) จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ จ านวน เปอร์เซ็นต์ ๓.ความพึงพอใจด้าน สถานที่ ๓.๑.ความเหมาะสมของ สถานที่กับโครงการ ๒๐๐ ๑๐๐ ๓.๒ การจัดการสถานที่ สะอาด เป็นระเบียบ เรียบร้อย ๒๐๐ ๑๐๐ ๓.๓ จัดสถานที่ส าหรับการ ให้บริการได้อย่างเหมาะสม ๒๐๐ ๑๐๐ ๓.๔ บริเวณรอบส านักงาน ดูปลอดภัย มีสิ่งอ านวย ความสะดวก ๑๙๔ ๙๗ ๖ ๓ ที่เหมาะสม และห้องน้ า สะอาดไม่มีกลิ่นรบกวน ๑.ความพึงพอใจด้านกระบวนงาน/การให้บริการ ๑.๑ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพึงพอใจการให้บริการแก่ผู้มารับบริการตามล าดับก่อน-หลัง มากที่สุดจ านวน ๑๙๖ คน คิดเป็น ๙๓ เปอร์เซ็นต์ เลือกมาก จ านวน ๑๔ คน คิดเป็น ๗ เปอร์เซ็นต์ ๑.๒ การให้บริการตามที่ขอ ถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว มากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน คิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑.๓ การให้ข้อมูล เอกสาร เผยแพร่ เกี่ยวกับงานงบประมาณ รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นย ามากที่สุด จ านวน ๑๘๒ คน ๒.ความพึงพอใจด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ๒.๑ เจ้าหน้าที่มีความกระตือรือร้น เอาใจใส่ในการให้บริการ เลือกมากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน คิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๒.๒ เจ้าหน้าที่พูดจาสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความเป็นกันเอง เลือกมากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน คิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๒.๓ เจ้าหน้าที่แต่งกายสุภาพ เหมาะสมกับการท างานประเด็นวัดความพึงพอใจ เลือกมากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน ๓.ความพึงพอใจด้าน สถานที่ ๓.๑.ความเหมาะสมของสถานที่กับโครงการ เลือกมากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน คิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๓.๒ การจัดการสถานที่ สะอาด เป็นระเบียบ เรียบร้อย เลือกมากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน คิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๓.๓ จัดสถานที่ส าหรับการให้บริการได้อย่างเหมาะสม เลือกมากที่สุด จ านวน ๒๐๐ คน คิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เลือกมากที่สุด จ านวน ๑๙๔ คน คิดเป็น ๙๗ เปอร์เซ็นต์ มาก จ านวน ๖ คน คิดเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์


๕ เนื้อหา คุณธรรมกับชีวิตประจ าวัน สติ ความระลึกได้ สติมีลักษณะรักษาบุคคลไม่ให้ประมาทเผลอตัว ก่อนจะท า พูด หรือคิด ฯลฯ สัมปัญญะ ความรู้ตัว สัมปชัญญะให้รู้ตัวขณะ ท า พูด และคิด ให้กิจการน้อยใหญ่ ด าเนินไปอย่างถูกต้อง ไม่เสียหาย เหมือนบิดา มารดา คอยห้ามบุตรมิให้ท าความชั่ว สอนให้ประกอบแต่ความดี ฯลฯ ธรรมเป็นโลกบาล (คือคุ้มครองโลก)หิริ ความละอายแก่ใจ ความละอายแก่ใจในขณะจะท าความชั่ว ทั่งทาง กาย ทางวาจา ทางใจรู้สึกขยะแขยงใจเหมือนสิ่งโสโครกจะเปื้อนกาย เรียกว่าหิริ ฯลฯ โอตัปปะ ความเกรงกลัว ความเกรงกลัวต่อบาปทุจริต คิดเห็นภัยที่จะเกิดจากการท าชั่ว เกิดความกลัวเหมือนคน ขลาดเห็นอสรพิษ เกิดจิตหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ เรียกว่าโอตัปปะ ย่อมคุ้มครองสัตว์โลกให้อยู่กันด้วยความรัก ความสามัคคีไม่มีความอาฆาตพยาบาทปองร้ายกันและกันเป็นต้น ท าให้เป็นอยู่ร่วมกันมีแต่ความสงบสุขร่มเย็น ธรรมอันท าให้งาม ขันติ ความอดทน ทนล าบาก ทนตรากตร า ทนต่อความเย็น ทนต่อความร้อน ทนต่อ ความอ่อนแข็ง ทนต่อเจ็บใจ ทนต่ออารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา เป็นลักษณะของขันติ ฯลฯ โสรัจจะ ความเสงี่ยม ความแช่มชื่น ความสุขุม ความเยือกเย็นไม่วู่วาม ไม่แสดงกิริยา ไม่สุภาพให้ปรากฏ เป็นลักษณะของโสรัจจะ เพชร นิล จินดา เป็นของประดับกายให้งดงามภายนอก ส่วนขันติ และโสรัจจะ เป็น อาภรณ์ประดับใจให้งดงามภายใน ข้อธรรมเกี่ยวกับโต๊ะหมู่ อภิณหปัจจเวกขณะ ๕ ๑. ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นจากความแก่ไปได้ ๒. ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นจากความเจ็บไปได้ ๓. ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นจากความตายไปได้ ๔. ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจทั้งสิ้น ๕. ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของของตน เราท าดีจักได้ดี ท าชั่วจักได้ชั่ว เวสารัชชกรณธรรม ๕ (ธรรมที่ท าให้เกิดความกล้าหาญ) ๑. สัทธา เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ๒. ศีล รักษากาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย ๓. พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ศึกษามาก ๔. วิริยารัมภะ ปรารภความเพียร ๕. ปัญญา รอบรู้สิ่งที่ควรรู้ ธัมมัสสวนานิสงส์ (อานิสงส์แห่งการฟังธรรม) ๕ ๑. ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๒. สิ่งใดได้เคยฟังแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจชัดย่อมเข้าใจสิ่งนั้นชัด ๓. บรรเทาความสงสัยเสียได้


๖ ๔. ท าความเห็นให้ถูกต้องได้ ๕. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส พละ (ธรรมเป็นก าลัง) ๕ ๑. สัทธา ความเชื่อ ๒. วิริยะ ความเพียร ๓. สติ ความระลึกได้ ๔. สมาธิ ความตั้งใจมั่น ๕. ปัญญา ความรอบรู้ อปริหานิยธรรม ๗ ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ ๒. เมื่อประชุมก็พร้อมเพียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุมก็พร้อมกันเลิก และพร้อมเพียงช่วยกันท า ๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้น ไม่ถอนสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้ว สมาทานอยู่ใน สิกขาบท ตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ ๔. ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ เป็นประธานในสงฆ์ เคารพนับถือภิกษุนั้น เชื่อฟังถ้อยค าของท่าน ๕. ไม่ลุอ านาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น ๖. ยินดีในเสนาสนะป่า ๗. ตั้งใจอยู่ว่าเพื่อนภิกษุสามเณรซึ่งเป็นผู้มีศีล ที่ยังไม่มาสู่อาวาส ขอให้มา ที่มาแล้ว ขอให้มาอยู่เป็นสุข อริยทรัพย์ ๗ ๑. สัทธา ความเชื่อ ๒. ศีล รักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย ๓. หิริ ความละอายต่อบาปทุจริต ๔. โอตัปปะ ความสะดุ้งกลัวต่อบาปทุจริต ๕. พาหุสัจจะ ความเป็นคนเคยได้ยินได้ฟังมาก คือทรงจ าธรรมและรู้ศิลปวิทยามาก ๖. จาคะ การสละให้ปันสิ่งของ ของตนแก่คนที่ควรให้ปัน ๗. ปัญญา ความรอบรู้ในสิ่งเป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ สัปปุริสธรรม ๗ ๑. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ เช่นรู้ว่าสิ่งนี้เป็นเหตุแห่งความสุข สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งความทุกข์ ๒. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล เช่นรู้ว่าสุข เป็นผลแห่งเหตุอันนี้ ทุกข์เป็นผลแห่งเหตุอันนี้ ๓. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน ว่าเราโดยชาติ ตระกูล ยศศักดิ์ สมบัติ บริวาร ความรู้ และคุณธรรมเพียง เท่านี้ ๆ และประพฤติตนให้สมกับที่เป็นอยู่อย่างไร ๔. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอควร ๕. กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลาอันสมควร ในอันประกอบกิจนั้น ๆ ๖. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประชุมชน และกิริยาที่จะต้องประพฤติต่อประชุมชนนั้น ๆ ว่าหมู่ชนนี้ เมื่อ เข้าไปหา จะต้องท ากิริยาอย่างนี้ จะต้องพูดอย่างนี้ เป็นต้น ๗. ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกบุคคลว่า ผู้นี้เป็นคนดี ควรคบ ผู้นี้เป็นคนไม่ดี ไม่ควรคบ


๗ โพชฌงค์ ๗ ๑. สติ ความระลึกได้ ๒. ธัมมะวิจยะ ความสอดส่องธรรม ๓. วิริยะ ความเพียร ๔. ปีติ ความอิ่มใจ ๕. ปัสสัทธิ ความสงบในและอารมณ์ ๖. สมาธิ ความตั้งใจมั่น ๗. อุเบกขา ความวางเฉย มละ คือ มลทิน ๙ ๑. โกรธ ๒. ลบหลู่บุญคุณท่าน ๓. ริษยา ๔. ตระหนี่ ๕. มายา ๖. มักอวด ๗. พูดปด ๘.มีความปรารถนา ลามก ๙. เห็นผิด มละ คือมลทิน เครื่องท าให้มัวหมอง เป็นสนิมที่เกาะจิตใจให้เศร้าหมอง เมื่อมลทินเหล่านี้เกิดมีขึ้นแล้ว พึงก าจัดให้ หมดสิ้นไปด้วยธรรมอันเป็นคู่ปรับกัน คือ ๑. โกรธ ก าจัดด้วยเมตตากรุณา ๒. ลบหลู่บุญคุณท่าน ก าจัดด้วยกตัญญูกตเวที ๓. ริษยา ก าจัดด้วยมุทิตาจิต ๔. ตระหนี่ ก าจัดด้วยจาคะ ความเสีสละ ๕. มายา ก าจัดด้วยสัจจะ ความจริง ๖. มักอวด ก าจัดด้วยอัตตัญญุตา การรู้จักตนเอง ๗. พูดปด ก าจัดด้วยวจีสัจ กล่าวความจริง ๘. ปรารถนาลามก ก าจัดด้วยสันโดษ ความยินดี ความพอใจ ๙. เห็นผิด ก าจัดด้วยสัมมาทิฏฐิความเห็นชอบ เรื่องความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ความกตัญญูคือ การรู้สึกส านึกในคุณ ด้วยแสดงความเคารพ นับถือ เชื่อฟัง และช่วยเหลือในกิจการงาน ต่าง ๆ การกระท าเช่นนี้ ย่อมน ามาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและหน้าที่การงาน ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี การที่เยาวชนไทยได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีในเรื่องของความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นการสร้างภูมิ คุ้มกันให้สังคม การเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นสิ่งส าคัญที่จะช่วยอบรมและส่งเสริม พฤติกรรมของเยาวชนให้มีคุณลักษณะของการเป็นคนมีความกตัญญู ความตระหนักรู้ในคุณของบุคคล สัตว์ และ สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อตนเองทั้งโดยตรงและโดยอ้อม พฤติกรรมความกตัญญูมีลักษณะอย่างไร? ปัจจุบันมีกระแสความเจริญทางเทคโนโลยีอย่างไร้ขีดจ ากัด สิ่งยั่วยุให้เกิดการเบี่ยงเบนของพฤติกรรมไม่พึง ประสงค์ของเยาวชน ตลอดจนการสร้างความเจริญทางวัตถุที่มากไปจนลืมค านึงถึงความเจริญทางด้านจิตใจ ตลอดจนความต้องการทาง ด้านวัตถุเพื่อมาสนองความต้องการทางกาย ทางใจในการด ารงชีวิตประจ าวันของ สมาชิกในสังคมนั้น ท าให้เกิดการแย่งชิงโอกาส เพื่อการประกอบการเลี้ยงชีพ โดยลืมค านึงเรื่องคุณธรรมและ จริยธรรมในจิตใจ ลืมค านึงถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนไทยที่มีความกตัญญู รู้จักตอบแทนบุญคุณ ซึ่งความกตัญญู เป็นคุณธรรมที่ส าคัญอย่างยิ่ง ที่จะช่วยรักษาและพยุงสังคม ไทย ผู้ที่มีความกตัญญู คือ มีจิตส านึกในคุณท่านและคิด ตอบแทน ส่วนผู้ที่ไม่มีความกตัญญูคือคนอกตัญญู ไม่รู้คุณ ย่อมถูกประณามว่า เป็นคนไม่ดี ไม่น่าคบหา ความ กตัญญูเป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ ในสังคมมนุษย์ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นและสิ่งอื่น ชีวิตด้านกายภาพ ด ารงอยู่ได้เพราะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบุคคลต่างๆ มีพ่อแม่ ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง เป็นต้น ความกตัญญูนี้ เป็นคุณธรรมที่มนุษย์ควรปฏิบัติไม่เฉพาะต่อมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่รวมไปถึงต่อสัตว์และพืชด้วย ผู้ที่มีความกตัญญู ย่อมจะท าตนเองให้มีความสุขและท าผู้อื่นให้มีความสุขด้วย ลักษณะของคนมีความกตัญญูตามหลักพระพุทธศาสนา


๘ มี ๒ ลักษณะ ได้แก่ กตัญญูชั้นสามัญ คือ กตัญญูอย่างสามัญทั่วไป หมายถึง รู้อุปการคุณที่บุคคลอื่นท าให้เรา ซึ่งเป็น เหตุให้เกิดกตเวที คือ การตอบแทนคุณ ซึ่งเด็กจะยอมรับว่าใครมีคุณก็ต่อเมื่อเขาท าอะไรให้กับตนเท่านั้น เช่น ยอมรับว่าพ่อแม่มีพระคุณ เพราะได้เลี้ยงดูมา ยอมรับว่าครูมีพระคุณ เพราะได้อบรมสั่งสอน ยอมรับว่าญาติพี่น้องมี บุญคุณ เพราะเคยให้ข้าวให้ขนม กตัญญูชั้นสัตบุรุษ เป็นความกตัญญูชั้นสูง หมายถึง การรู้จักคุณธรรมความดีที่มีอยู่ ในตัวบุคคลอื่น ใครมีความดีก็รู้ว่าเขาเป็นคนดี ไม่ว่าจะท าอะไรให้เราหรือไม่ก็ตาม ไม่ยึดเอาตัวเองเป็นเครื่องวัด ความดีของคนอื่น เป็นการตัดสินความดีด้วยความดี และรู้จนกระทั่งว่าธรรมทั้งหลายมีคุณค่าอย่างไร และพยายาม ถ่ายทอดคุณลักษณะที่ดีนั้นมาใส่ตัวเรา เพื่อจะได้ท าความดีเป็นแบบอย่างที่ดีเหมือนเขา ส่วนการแสดงออกต่อผู้มี พระคุณมีลักษณะ ดังนี้ ประกาศคุณท่าน คือ การประกาศว่าผู้มีพระคุณของเราดีอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าผู้มีพระคุณเป็น พ่อแม่ ท าโดยพูดถึงพ่อแม่ให้คนอื่นฟังได้ว่า ท่านดีกับเราอย่างไร กิจกรรมที่นิยมท ากันมากคือ การท าบัตรอวยพรวัน พ่อและวันแม่ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ประกาศที่ตัวเอง เพราะเป็นลูกและได้รับการอบรมมาจากพ่อแม่ ฉะนั้น ความ ประพฤติของเด็กจะเป็นตัวประกาศคุณพ่อแม่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ตอบแทนคุณท่าน คือ เมื่อรู้ว่าท่านมีคุณ หรือมีอุปการะ ต้องตอบแทน เช่น ถ้าผู้มีพระคุณเป็นพ่อแม่ ลูกสามารถตอบแทนได้โดย เป็นเด็กดี ช่วยงานบ้าน ง่ายๆ ประพฤติตนเป็นลูกที่ดี ความกตัญญูมีความส าคัญอย่างไร? ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมที่ส าคัญส าหรับมนุษยชาติ เป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ ท าให้มี ความสัมพันธ์กันในสังคมมนุษย์และเป็นบ่อเกิดแห่งความรับผิดชอบต่อความเป็นมนุษย์ และเป็นคุณธรรมเบื้องตน ของมนุษยธรรมทั้งหลาย เพราะเป็นเครื่องท าลายความเห็นแก่ตัวซึ่งเป็นศัตรูส าคัญของความดี เป็นเหตุให้เกิดความ สุขุม รอบคอบ ความส านึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ จ าแนกความส าคัญของความกตัญญูกตเวทีได้ดังนี้ ความ กตัญญูกตเวทีเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยได้สอดแทรกความกตัญญูกตเวทีไว้ เกือบทุกเรื่อง เช่น การท าบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย การบวช วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง เป็นต้น ความกตัญญูกตเวที ท าให้สถาบันครอบครัวและสังคมมั่นคง ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมพื้นฐานที่ท าให้มนุษย์รู้จักการ กระท าหน้าที่อันเหมาะสมของตนเอง โดยเริ่มจากความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสถาบัน ครอบครัว โดยบิดามารดาท าหน้าที่ในฐานะบุพการี และบุตรธิดาปฏิบัติหน้าที่ต่อบิดามารดาในฐานะผู้มีความกตัญญู กตเวที อันจะขยายผลในระดับสังคมที่กว้างออกไป ความกตัญญูช่วยให้โลกอยู่รอดไม่มีปัญหา ปัญหาคนชราไม่มีคน เลี้ยง ปัญหาสงคราม ปัญหาความโหดร้ายทารุณ ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ ก็จะหมดไป สภาวะ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติจะสมดุลไม่ถูกท าลาย คนมีความกตัญญูย่อมระลึกถึงบุญคุณของป่าไม้ ทุ่งนา แม่น้ า ล าธาร ถนนหนทาง และสิ่งสาธารณประโยชน์อื่นๆ ฯลฯ ช่วยกันอนุรักษ์ บ ารุง รักษาให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่าง สมดุลและกลมกลืน ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี เด็กจะได้ประโยชน์อะไรจากความกตัญญู? ความกตัญญูท าให้สถาบันครอบครัวและสังคมมั่นคง ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมพื้นฐานที่ท าให้มนุษย์รู้จักการ กระท าหน้าที่อันเหมาะสมของตนเอง โดยเริ่มจากมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสถาบัน ครอบครัว โดยพ่อแม่ท าหน้าที่เป็นบุพการี และลูกปฏิบัติหน้าที่ต่อพ่อแม่ในฐานะผู้มีความกตัญญู ซึ่งจะขยายผลใน ระดับสังคมที่กว้างออกไป ความกตัญญูช่วยให้โลกอยู่รอดปลอดภัย ปัญหาสังคม เช่น ปัญหาคนชราไม่มีคนเลี้ยง ปัญหาสงคราม ปัญหาความโหดร้ายทารุณ ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจจะหมดไป สภาวะสิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาติจะไม่ถูกท าลาย เพราะคนมีความกตัญญูย่อมระลึกถึงบุญคุณของป่าไม้ ทุ่งนา แม่น้ า ล าธาร ถนนหนทาง และสิ่งสาธารณประโยชน์อื่นๆ ช่วยกันอนุรักษ์ บ ารุง รักษาให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุล การที่เด็ก เป็นคนกตัญญูกตเวที ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเด็กมีดังนี้ ได้รับค าสรรเสริญจากสังคมส่วนรวม กระท าการใดๆที่ดี


๙ ก็จะส าเร็จเนื่องจากได้รับการช่วยเหลือจากสังคม ได้รับการยกย่องจากสังคม เป็นคนที่สังคมต้องการและยอมรับ ประโยชน์ของความกตัญญู และโทษของการไม่มีความกตัญญูทั้งต่อตนเองและต่อสังคม บุคคลผู้มีความกตัญญูเป็น คนดีและรักษาความดีไว้ได้ เป็นผู้น่าคบค้าสมาคม ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ความกตัญญูยังท าให้คนในสังคม ช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยอยู่กันด้วยดี มีความร่มเย็นเป็นสุข ส่วนโทษของการไม่มีความกตัญญู ย่อมท าให้ตนเองและ สังคม มีแต่ความทุกข์ ความเดือดร้อน ความเสื่อม หาคนคบค้าสมาคมได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งตนเองและสังคม ย่อมจะได้รับโทษของการไม่มีความกตัญญู พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยส่งเสริมความกตัญญูให้ลูกได้อย่างไร? แนวทางการจัดกิจกรรมของพ่อแม่ที่ช่วยส่งเสริมความกตัญญู เป็นเรื่องที่ไม่ยากถ้าพ่อแม่ให้การเลี้ยงดูเอาใจ ใส่ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกในการสร้างพฤติกรรม ดังนี้ กิจกรรมทางตรง คือ การส่งเสริมให้ลูกได้ปฏิบัติและ ท ากิจกรรมที่เป็นการปลูกฝังให้เกิดความกตัญญู เช่น สอนให้ลูกช่วยยกน้ าดื่มมาให้พ่อแม่ เมื่อกลับมาจากท างาน การช่วยถือของเล็กๆน้อยๆ เมื่อต้องไปซื้อของ หรือการที่ลูกช่วยงานบ้านง่ายๆ พ่อแม่ควรชื่นชม และเน้นถึง ความส าคัญของพฤติกรรมว่าลูกได้แสดงออกถึงความกตัญญูต่อพ่อแม่แล้ว กิจกรรมทางอ้อม คือ การเป็นแบบอย่าง ที่ดี พ่อแม่ต้องแสดงพฤติกรรมความกตัญญูให้ลูกเห็น เช่น การซื้อของหรือการท าอาหารให้คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณ ยาย หรือญาติผู้ใหญ่ที่มีพระคุณ ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการมอบสิ่งของ หรืออธิบายสาเหตุที่ต้องแสดงความกตัญญูต่อ ท่านเหล่านั้นว่า ท่านมีบุญคุณอย่างไรต่อเรา ถ้าไม่ท่านเหล่านั้น เราจะเป็นอย่างไร และให้ลูกวิเคราะห์ผลของการท า กิจกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางกาย หรือความรู้สึกอิ่มเอมทางจิตใจ เมื่อได้แสดงความกตัญญูต่อผู้ อื่น


๑๐ ภาคผนวก


๑๑ ภาพกิจกรรมการด าเนินงาน โครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.


๑๒ โครงการ อบรมให้ความรู้คุณธรรมกับการด าเนินชีวิตนักศึกษา กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.


๑๓ คณะท างาน คณะที่ปรึกษา นางสาวประเสริฐ ดุลนีย์ ผู้อ านวยการ กศน.อ าเภอห้วยผึ้ง นายค าจันทร์ เพียรประสม ครู คศ๒ นางอังครัตน์ ตรีกูล ครูคศ๑ นางทิพย์สุดา ตาสาโรจน์ ครู อาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน สนับสนุนข้อมูล ๑. นายอิทธิศักดิ์ โสภาคะยัง ครู กศน.ต าบล ๒. นายเฉลิมพล ภูแสนใบ ครู กศน.ต าบล ๓ นางสุภาพร ผิวนิล ครู กศน.ต าบล ๔. นางบังอร สีทอง ครู กศน.ต าบล ๕. นางอรวรรณ วรรณเสน ครู กศน.ต าบล ๖. นางลัคนาพร โคตรพัฒน์ ครู กศน.ต าบล ๗ นางฤทัยรัตน์ โสภาคะยัง ครู กศน.ต าบล ๘ นางสาวจีราพร ไผ่พุทธ ครู กศน.ต าบล ๙.นางสาวน้ าทิพย์ ภูราศรี ครูประจ าศูนย์การเรียนชุมชน ๑๐.นางสาวจิตติยา บุตรศิลาฤทธิ์ ครูประจ าศูนย์การเรียนชุมชน ๑๑.นางสาววิไลวรณ์ ค าสมจิตร ครูประจ าศูนย์การเรียนชุมชน ๑๒. นางสาวศิริวรรณ เหลือศิริ เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ พิมพ์/จันท ารูปเล่ม ๑. นายจักรพงศ์ สุร านาจ ครู กศน.ต าบล ๒. นางสาวน้ าทิพย์ ภูราศรี ครูประจ าศูนย์การเรียนชุมชน


Click to View FlipBook Version