The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรียนรู้เงื่อนเชือก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krukoknarak, 2021-07-27 03:46:37

เรียนรู้เงื่อนเชือก

เรียนรู้เงื่อนเชือก

เรยี นรู้เงือ่ นเชอื ก
10 เงอื่ นพื้นฐานลกู เสอื สามัญร่นุ ใหญ่

ลูกเสือสามญั ร่นุ ใหญ่
มธั ยมศึกษาปีที่ 3

โรงเรียนท่ายางวิทยา

เรียนรเู้ งื่อนเชือก
10 เงอ่ื นพื้นฐานลกู เสอื สามัญรนุ่ ใหญ่

๑. เง่ือนตะกรดุ เบด็ ( Cleve Hitch )
ประโยชน์

๑. ใชผ้ ูกเชือกกับเสาหรือหลักเพ่ือล่ามสัตวเ์ ลีย้ งหรอื เรือแพเพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ปมเชอื ก
คลายหลุดควรเอาปลายเชอื กผกู ขดั สอดกบั ตัวเชอื ก ๑ รอบ )

๒. ใช้ผูกบนั ไดเชือก บนั ไดลงิ ผูกกระหวัดไม้
๓. ใชใ้ นการผกู แนน่ เช่น ผูกประกบ ผกู กากบาท

๒. เงื่อนพิรอด ( Reef Knot หรือ Square Knot )

ประโยชน์
๑. ใชต้ อ่ เชือก ๒ เสน้ ที่มีขนาดเท่ากัน เหนียวเทา่ กัน
๒. ใช้ผูกชายผา้ พันแผล ผกู ชายผา้ ทาสลงิ คลอ้ งคอ
๓. ใช้ผูกมดั หีบหอ่ และวตั ถตุ า่ ง ๆ
๔. ผูกเชอื กรองเทา้ ( ปลายกระตุก ๒ ข้าง ) และผกู โบว์
๕. ใช้ผูกกากบาทญปี่ นุ่ ๖. ใชต้ อ่ ผา้ เพ่ือให้ไดค้ วามยาวตามตอ้ งการเพื่อชว่ ยคนที่อย่ทู ่ี

สูงในยามฉกุ เฉิน ( ต้องเป็นผ้าเหนยี ว ๆ )

๓. เงอ่ื นขัดสมาธิ ( Sheet Bend )

ประโยชน์ของเงือ่ นขดั สมาธิ
๑. ใชต้ อ่ เชอื กท่ีมีขนาดต่างกนั ( เส้นเลก็ เป็นเสน้ พันขัด ) หรือต่อเชือกทม่ี ีขนาดเดยี วกนั ก็

ได้
๒.ใช้ต่อเชือกแขง็ กบั เชอื กออ่ น(เสน้ อ่อนเป็นเสน้ พันขัด)
๓.ใชต้ ่อเชอื กทค่ี อ่ นขา้ งแขง็ เช่น เถาวัลย์
๔.ใช้ต่อด้ายต่อเสน้ ไหมทอผ้า
๕. ใช้ผูกเชือกกับขอหรือบว่ ง ( ใช้เชอื กเล็กเป็นเส้นผูกขดั กบั บว่ งหรือขอ ) เช่น ผกู เชอื ก

กบั ธงเพื่อเชญิ ธงขึน้ - ลง
๔. เง่อื นผกู รน่ หรอื ทบเชอื ก (Sheepshank)

ประโยชน์
๑. ใชผ้ กู รน่ เชือกตรงส่วนทีช่ ารดุ เลก็ น้อย เพื่อให้เชือกมีกาลังเท่าเดมิ
๒. เป็นการทบเชือกให้เกิดกาลงั ลากจงู
๒. การร่นเชอื กทยี่ าวมากๆ ให้ส้นั ตามต้องการ

๕. เงอ่ื นกระหวดั ไม้ (Two Haft Hitch)

ประโยชน์
๑. ใช้ผกู ชัว่ คราวกบั หว่ ง หรอื กับร่วั กบั กิง่ ไม้
๒. แก้ง่าย แตม่ ปี ระโยชน์
๓. ผูกเชือกสาหรับโหน

๖. เงื่อนบว่ งสายธนู ( Bowline ) ใช้ทาเปน็ บว่ งท่มี ขี นาดที่ไมเ่ ลือ่ นไมร่ ูด

ประโยชน์
๑. ทาบ่วงคล้องกับเสาหลกั หรือวตั ถุ เช่น ผูกเรอื แพไว้กบั หลกั ทาใหเ้ รือ แพขน้ึ - ลง

ตามน้าได้
๒. ทาบ่วงคล้องเสาหลัก เพ่ือผกู ลา่ มสัตวเ์ ล้ยี ง เชน่ วัว ควาย เพื่อใหส้ ัตว์เดินหมุนไดร้ อบ

ๆ เสาหลกั เชอื กจะไม่พันรัดคอสตั ว์
๓. ใชท้ าบว่ งให้คนนัง่ เพ่ือหยอ่ นคนลงสทู่ ี่ต่าหรอื ดึงขน้ึ สูท่ ส่ี งู
๔. ใช้คลอ้ งคนั ธนู เพ่ือโกง่ คนั ธนู
๕. ใช้ทาบ่วงตอ่ เชอื กเพื่อการลากโยงของหนัก ๆ หรอื ทาบว่ งบาศ
๖. ใชผ้ กู ปลายเชือก ผกู ถงั ต้งั ถังนอน

๗. เงอื่ กผกู ร้งั ( Tarbuck Knot )

ประโยชน์
๑. ใช้ผกู สายเต็นท์ ยดึ เสาธงกันล้ม ใชร้ งั้ ตน้ ไม้
๒. เป็นเงื่อนเล่อื นให้ตึงหรอื หย่อนตามต้องการได้

๘. เงือ่ นประมง ( Fishirman's Knot )

ประโยชน์
๑. ใชต้ อ่ เสน้ ดา้ ยเล็ก ๆ เช่น ด้ายเบด็ ตอ่ เสน้ เอน็
๒. ใชต้ ่อเชือก ๒ เส้นทม่ี ีขนาดเดยี วกนั
๓. ใชผ้ ูกคอขวดสาหรับถือหิ้ว
๔. ตอ่ เชือกขนาดใหญท่ ่ลี ากจงู
๕. ใช้ตอ่ สายไฟฟา้
๖. ใชผ้ กู เรือแพกับท่าเรือหรอื กบั หลักหรอื หว่ ง
๗. เป็นเงอื่ นทผี่ กู งา่ ยแก้งา่ ย

๙. เงื่อนผกู ซงุ ( A Timber Hitch )

ประโยชน์
๑. ใชผ้ กู วตั ถทุ อ่ นยาว กอ้ นหนิ ตน้ ซงุ เสา เพื่อการลากโยง
๒. ใชผ้ กู ทแยง
๓. ใช้ผกู สตั ว์ เรอื แพไวก้ ับทา่ หรือเสาหรือรวั้ ตน้ ไม้
๔. เป็นเชอื กผกู งา่ ยแก้ง่าย

๑๐. เงื่อนเกา้ อี้ ( Chair Knot or ireman's Chair Knot ) **

ประโยชน์
เป็นเงือ่ นกูภ้ ยั ใชช้ ว่ ยคนทต่ี ิดอย่บู นทสี่ งู ไมส่ ามารถลงทางบันไดได้ หรือใชช้ ว่ ยคนขนึ้ จากท่ตี ่า
ใช้ประโยชนเ์ ชน่ เดยี วกับบว่ งสายธนู ๒ ชน้ั ยึดกนั แน่นโดยมสี ่ิงของอยตู่ รงกลางภายในบ่วงเพ่ือ
ดงึ ลากสิ่งของไประหว่างจุด ๒ จดุ

เงอ่ื นผูกแน่น(Lashing ) มี ๓ ชนดิ ไดแ้ ก่

๑. ผกู ประกบ ( Sheer Lasning )
๒. ผูกกากบาท ( Square Lashing )
๓. ผกู ทแยง ( Diagonal Lashing )

ผกู ประกบ มหี ลายวิธี เชน่ ผกู ประกบ ๒ ประกบ ๓
ผกู ประกบ ๒ ใชต้ ่อเสาหรอื ไม้ ๒ ทอ่ นเขา้ ดว้ ยกัน

วธิ ีผกู เอาไม้ทีจ่ ะต่อกนั วางขนานกนั ให้ส่วนท่ีจะผกู วางซ้อนกนั ประมาณ ๑/
๔ ของความยาว ( ตอ่ แลว้ เสาจะตรง ) เอาเชอื กท่จี ะผูกผกู ดว้ ยเงือ่ นตะกรดุ เบ็ดทีเ่ สาตน้ หนึ่ง
เอาปลายเชอื กพันบดิ เขา้ กับตวั เชอื ก ( แต่งงานกนั ) เอาล่มิ หนาเทา่ เส้นเชอื กคัน่ ระหว่างเสาทงั้
สองรูป จดั ให้เง่ือนอยู่ใกล้ ๆ ปลายเสาดา้ นที่ซ้อนกนั แล้วจับตัวเชอื กพันรอบเสาทั้งสองจาก
ปลายเสาเข้าใน เรียงเส้นเชอื กให้เรียบ พันให้เท่าความกวา้ งของเสาท้ัง ๒ ตน้ ดงั รูป ๒
เสรจ็ แล้วพันสอดเชือกเข้าระหว่างไม้เสาท้งั สองพันหกั คอไก่ พันรอบเชือกท่พี ันเสาท้งั ๒ ตน้
ดึงรดั ให้แนน่ รูป ๓ แล้วผกู ดว้ ยตะกรดุ เบ็ดบนเสาอกี ต้นหนง่ึ ( คนละตน้ กบั อนั ขน้ึ ตน้ ) เหนบ็
ซอ่ นปลายเชือกให้เรยี บรอ้ ย

ผกู ประกบ ๓ เอาไม้ ๓ ทอ่ นมาเรยี งขนานกนั เร่ิมผกู ตะกรดู เบด็ ที่เสาอันกลางเอา
ปลายเชือกแต่งงานกนั กบั ตัวเชอื ก แล้วเอาเชอื กพันรอบเสาทงั้ ๓ ต้น เรยี งเสน้ เชือกให้
เรยี บรอ้ ย พันให้มีความกวา้ งเท่าเสาทง้ั ๓ ต้น ( กอ่ นพันอยา่ ลืมเอาลมิ่ ขนาดเส้นเชือกคั่น
ระหว่างเสา ) พันเสรจ็ แลว้ หักคอไก่ระหว่างซอกเสาท้งั ๓ ต้นให้แนน่ แลว้ ผูกลงท้ายด้วยเงอ่ื น
ตะกรดู เบ็ดทเี สาต้นรมิ ต้นใดต้นหนึ่งเก็บซอ่ นปลายเชอื ก ให้เรียบร้อย

ผูกกากบาท (Square Lashing )

วิธที ่ี ๑ กากบาทแบบ Gilwell และแบบ Thurman

วิธผี กู เอาไม้หรือเสามาวางซ้อนกนั เป็นรูปกากบาท (กางเขน ) เอาเชือกผกู ตะกรดู เบ็ดทเี่ สา
อนั ตัง้ ใตเ้ สาอนั ขวาง เอาปลายเชอื ก แตง่ งานกบั ตัวเชือก รปู ๑ เอาเชอื กอ้อมใต้เสาอัน
ขวางทางดา้ นขวา ( ซา้ ยก่อนกไ็ ด้ ) ของไม้ตง้ั ดึงขนึ้ เหนือไม้อนั ขวางพันอ้อมไปดา้ นหลงั ไมอ้ ัน
ตง้ั ไปทาง
ซา้ ยของไมอ้ นั ตั้ง ดึงเชือกอ้อมมาทางด้านหน้าพันลงใตไ้ มอ้ นั ขวาง ดึงอ้อมไปด้านหลังไม้อันต้ัง
ผา่ นมาทางด้านขวาของไม้อันต้ังดงึ เชือก ขนึ้ พาดบนไมอ้ ันขวางทางขวาไมอ้ ันตั้งแลว้ พันตงั้
ต้นใหมเ่ หมือนเร่ิมแรก ทกุ รอบต้องดงึ ให้เชอื กตึง เรียงเสน้ เชอื กใหเ้ รยี บด้วย แล้วพันวน
เรื่อย ๆ ไปประมาณ ๓ - ๔ รอบ (หรอื เส้นเชือกดา้ นกลังชิดกนั ) จึงพันหักคอไก่ ๒ - ๓ รอบ
แลว้ เอาปลายเชือกผูกตะกรดุ เบ็ดท่ี ไมอ้ ันขวาง ( คนละอันกบั ขึ้นตน้ ผกู )

ผกู ทแยง (Diang Lashing )

วธิ ผี ูก เอาเชือกพันรอบเสาทั้ง ๒ ตน้ ตรงระหวา่ งมุมตรงข้ามด้วยเง่ือนผูกซงุ
แล้วดงึ ตวั เชือกไม้เสาทง้ั ๒ ต้น ตามมมุ ตรงขา้ มคู่แรก ( มุมทแยง ) ประมาณ ๓ รอบ ( ทุก
รอบดึงใหเ้ ชือกตึง ) แล้วดึงเชือกพันเปลย่ี นมมุ ตรงขา้ มคู่ที่ ๒ อกี ๓ รอบ แล้วดงึ เชือกพันหัก
คอไก่ ( พันรอบเชือกระหวา่ งไมเ้ สา ทง้ั สอง ) สกั ๒ - ๓ รอบ พันเสร็จเอาปลายเชอื กผูกตะ
กรดู เบ็ดทีไม้เสาตน้ ใดต้นหนงึ่ เก็บซ่อนปลายเชือกให้เรียบรอ้ ย
ประโยชน์
๑. ใช้ในงานกอ่ สรา้ ง
๒. ใหผ้ ูกเสาหรอื ไมค้ ้ายัน ปอ้ งกนั ลม้
๓. ทาตอมอ่ สะพาน

ผกู ตอมอ่ สะพาน ( Trestle )

อปุ กรณ์ทาตอมอ่ สะพาน ด้วยไมพ้ ลองหรอื เสาเข็ม
๑. เสายาวพอสมควร จานวน ๖ตน้ ( ใชพ้ ลองฝึก )
๒. เชือกมนิลาสาหรับผกู ๙ เสน้ ขนาดโตพอสมควร ( ฝึกดว้ ยพลองเชือกยาว ๓ เมตร )
วธิ สี ร้าง ฝกึ ด้วยไมพ้ ลอง
๑. วางไม้พลอง ๒ อนั ขนานกันหา่ งกนั ประมาณ ๒ ใน ๓ ของความยาว เป็นเสาตง้ั ( leg )
๒. เอาไม้พลองอีก ๒ อัน วางทับลงบนไมพ้ ลองคูแ่ รก ( leg ) ให้ปลายย่ืนออกไปดา้ นละ ๑/๖
หรอื ๑/๘
๓. เอาเชอื กวัดความยาวของพลอง ทบเชือกแบง่ เป็น ๘ และ ๑๖ ส่วน เล่อื นหัวเสาทัง้ ๒
อนั เข้าหากนั อกี ขา้ งละ ๑/๑๖ เพ่ือทา
ให้หวั เสาสอดเขา้ หากัน
๔. เงื่อนทใ่ี ชผ้ กู ใช้เงอ่ื นผกู กากบาทและผูกทแยง ( ตรงกลาง )
ประโยชน์
๑. ใช้ต่อเสาหรือไม้ใหย้ าว
๒. ทาตอม่อสะพาน เสาธงลอย
๓. ทานงั่ รา้ น ทาหอคอย

การเก็บเชอื ก


Click to View FlipBook Version