The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paweephong Lang, 2022-10-24 00:29:44

คู่มือการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

คู่มือการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

สารบัญ หน้า
1
เร่อื ง 4
1. หลักการทวั่ ไป 7
2. คาแนะนาเจ้าหน้าท่ี 12
3. การจดั ต้งั จดุ ตรวจ และการตรวจค้นบคุ คล 13
4. การปดิ ลอ้ มตรวจคน้ 14
5. การโจรกรรมรถข้ามแดน 18
6. พรบ.ศุลกากร
7. การปฏบิ ตั ิในการจับกมุ แรงงานต่างด้าว

****************

-1-

หลกั การทัว่ ไป

1. การป้องกันตัวเอง
๑) หน่วยทหารทุกระดับมีสิทธิ์ในการใช้กาลังในการป้องกันตนเองในทุกกรณี ตามความเหมาะสม และ

ความจาเปน็ ของสถานการณ์
๒) เป็นการป้องกันจากการโจมตีหรือการคุกคามท่ีเป็นอันตรายใกล้จะถึง ทั้งนี้ พึงระลึกไว้เสมอว่ากฎการใช้

กาลงั มิไดจ้ ากดั อานาจของ ผบ.หน่วยทุกระดับชัน้ ในการใช้วธิ กี ารหรอื เคร่อื งมือใดๆ ทจ่ี าเปน็ รวมทั้งการปฏิบัติท่ี
เหมาะสมในการป้องกนั หน่วย และปอ้ งกนั ตนเอง
ข. การใช้กาลงั เท่าที่จาเป็นและได้สดั ส่วนกับภัยคกุ คาม

๑) หากสถานการณ์เอ้ืออานวย ควรหลีกเลี่ยงการใช้กาลัง โดยผู้บังคับบัญชาอาจพิจารณาใช้การปฏิบัติ
ในลักษณะอื่นๆ ท่ีไม่มีการใช้อาวุธโดยตรงได้ เช่น การเจรจาต่อรอง การแสดงลวงหรือการโยกย้ายหรือดาเนิน
กลยุทธ์ของหน่วยขนาดใหญ่ ซ่ึงเปน็ การใช้การปฏบิ ัติที่ลดระดับความสูญเสียและส่งผลให้การคุกคามสลายไปได้
โดยไมใ่ ช้อาวุธเชน่ กัน นอกจากน้ี กอ่ นทจ่ี ะใชก้ าลังทหารควรจะปฏิบตั ิตามลาดับข้นั ตอนในลกั ษณะจากเบาไปหาหนัก
เพือ่ ใหบ้ ุคคล หรือกลุ่มบุคคลลม้ เลกิ เจตนาในการคุกคาม ดังน้.ี -

ก) การเจรจาต่อรองกบั ฝ่ายตรงขา้ มหรือกลุ่มอื่นๆ
ข) การใช้กาลังทไ่ี ม่ติดอาวุธ เช่น การเตอื นด้วยวาจา
ค) การตดิ อาวธุ เพื่อแสดงกาลังให้ฝา่ ยตรงข้ามเหน็
ง) ยงิ เตือน/ทีละนดั ไปในทศิ ทางท่ีปลอดภัย
จ) การใชอ้ าวุธ ในกรณที ไ่ี ด้นาทุกมาตรการขา้ งตน้ มาใช้อย่างครบถว้ น
๒) การใช้กาลังต้องมขี อบเขต ท้งั ขนาดกาลงั และระยะเวลาท่ใี ช้ โดยใช้ใหเ้ พยี งพอ เพอ่ื บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์เทา่ น้ัน
ไม่ใชเ่ ป็นการใชก้ าลงั เกนิ สมควรแกเ่ หตุ
๓) การใช้กาลังต้องได้สัดส่วนกับการคุกคาม ไม่ใช้เกินความจาเป็น อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่มีความจาเป็น
เร่งด่วน อาจต้องเพิ่มระดับของการใช้กาลังเพ่ือยุติสถานการณ์ และลดระดับความเสียหายต่อกาลังฝ่ายเรา
และประชาชน
๔) การใช้กาลังให้พงึ ระวงั ความเสยี หายข้างเคียงท่อี าจจะเกดิ ขึน้ ด้วย
ค. ข้อหา้ ม/ขอ้ ควรระวงั
๑) ห้ามใช้ทุ่นระเบิด/กับระเบิดสังหารบุคคล อาวุธท่ีมีอานุภาพทาลายล้างสูง (Weapons of Mass
Destructions : WMD) ได้แก่ อาวุธนวิ เคลียร์, อาวุธชีวภาพ, อาวธุ เคมี และเคร่อื งส่ง (นชค.) เว้นสารควบคุมการจลาจล
๒) ห้ามใชร้ ะเบิดเพื่อจุดประสงคอ์ นื่ นอกจากท่ีได้รบั อนญุ าตไว้ เชน่ ชุดทาลายล้างท่นุ ระเบดิ
๓) ห้ามปล้นสะดม ทาลายทรัพย์สิน ส่ิงอานวยความสะดวก สาธารณูปโภคของพลเรือน ซึ่งไม่ได้เป็น
เป้าหมายทางทหาร พยายามหลกี เล่ยี งความเสียหายขา้ งเคยี ง
๔) หา้ มการลงโทษโดยเปน็ กลุ่มหรือการกระทาในลักษณะการแกแ้ คน้
๕) หา้ มใชอ้ าวุธโดยไม่ไดแ้ ยกแยะกล่มุ บุคคลหรือพสิ ูจน์ฝา่ ย
๖) การใชล้ กู ระเบดิ ขวา้ งจะกระทาได้ตอ่ เมือ่ มคี วามจาเปน็
๗) การจบั กมุ /ตรวจค้น จะตอ้ งไม่ใหเ้ กดิ ความอับอายกับผถู้ ูกจบั กมุ หรอื ผูถ้ ูกกระทา
๘) การปฏิบัติการทางทหารในทกุ กรณีต้องเคารพขนบธรรมเนยี มประเพณีทอ้ งถิน่
๙) หา้ มมใิ หส้ ทิ ธพิ เิ ศษแก่กลมุ่ บคุ คล เชอื้ ชาติ ศาสนาใด เป็นการเฉพาะ (ไมเ่ ลอื กปฏิบัติ)
๑๐) กาลังพลทกุ นายตอ้ งประพฤตติ นอย่ใู นแบบธรรมเนยี มของทหารอย่างเคร่งครดั
๑๑) การฝ่าฝืนละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎการใช้กาลัง นอกจากจะทาให้เสียผลต่อเกียรติภูมิของประเทศไทย
และกองทพั ไทยแล้ว ยังเป็นการบอ่ นทาลายภารกิจทไ่ี ดร้ ับมอบและอาจจะต้องรบั ผดิ ทางอาญา หรือทางวนิ ัยอกี ดว้ ย

-2-

ง. อานาจหนา้ ทีแ่ ละความรับผิดชอบของผบู้ ังคบั บญั ชา
๑) ผู้บังคับบัญชาทุกระดบั ชน้ั เป็นผูด้ แู ลใหเ้ ปน็ ไปตามกฎการใชก้ าลงั
๒) ผู้บงั คับบัญชาทุกระดบั ช้นั ไม่มอี านาจอนญุ าตให้ใชก้ าลังเกนิ กว่าความจาเปน็ ในการปอ้ งกันตนเอง
๓) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับช้ัน มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกาหนดรายละเอียดแนวทางปฏิบัติการใช้กาลัง

ตามภารกจิ ที่ได้รับมอบ เปน็ มาตรการเสริมของหนว่ ย
๔) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับช้ัน จะต้องทาความเข้าใจ รวมท้ังริเร่ิมทาการฝึกและซักซ้อมการปฏิบัติของ

ผใู้ ต้บงั คบั บญั ชาต่อกฎการใชก้ าลงั เป็นประจา
๕) ผูบ้ ังคับบญั ชาทกุ ระดับชั้น จะต้องให้ความสาคญั ในการดาเนินการฝึกเกยี่ วกับกฎการใช้กาลงั ทัง้ ในวงรอบ

การฝึกประจาปี
กฎหมายทีเ่ กีย่ วขอ้ ง

ก. กฎหมายในประเทศ
๑) รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐
๒) พ.ร.บ.กฎอัยการศกึ พ.ศ. ๒๔๕๗
๓) พ.ร.บ.จัดระเบยี บราชการ กห. พ.ศ.๒๕๕๑
๔) พ.ร.บ.ปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕
๕) พ.ร.บ.การรักษาความม่ังคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑
๖) ข้อบงั คบั กห. ว่าด้วยการใชก้ าลังทางทหาร การเคล่อื นกาลงั ทหาร และการเตรยี มพรอ้ ม พ.ศ.๒๕๔๕
๗) ระเบียบทหารว่าด้วยเชลยศึก ที่ พ/๒๖๐๕๙ พ.ศ.๒๔๘๓
๘) ระเบียบทหารว่าด้วยการปฏบิ ตั ิต่อเชลยศกึ ป่วยเจ็บหรือตายในสนามที่ ๓/๑๑๘๕ พ.ศ.๒๔๘๕
๙) คาส่ัง กห. (เฉพาะ) ที่ ๑๓๒/๒๕๒๘ ลง ๑๗ ก.ค. ๒๘ เรอ่ื ง แนวทางการใชอ้ าวธุ ตามแนวชายแดน
๑๐) พ.ร.บ.การบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ ุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘

ข. กฎหมายระหว่างประเทศ
๑) กฎบตั รสหประชาชาติ
๒) กฎหมายวา่ ด้วยการขัดกันด้วยอาวุธ (LAW OF ARMED CONFLICT)
๓) อนุสัญญาว่าดว้ ยการห้ามใช้ สะสม ผลติ โอน และการทาลายท่นุ ระเบดิ สงั หารบุคคล

๒. การใชก้ าลัง
ก. หลักพ้นื ฐาน
๑) ห้ามละเมดิ กฎการใชก้ าลัง
๒) ให้ใช้กาลังเฉพาะต่อข้าศึก โจมตีเฉพาะเปา้ หมายทางทหารเทา่ นนั้
๓) เชลยศกึ ต้องได้รบั การปฏิบตั ิอยา่ งมมี นุษยธรรม
๔) หา้ มโจมตที าลายสถานพยาบาล ยานพาหนะ สิง่ สนบั สนุนทางการแพทย์ รวมถงึ บุคลากรทางการแพทย์
๕) ห้ามโจมตีทาลายทรัพย์สนิ ท่ีได้รับการคมุ้ ครองทางวฒั นธรรม
๖) หา้ มโจมตที าลายสาธารณูปโภคท่ีจาเปน็ ต่อการดารงชวี ิต
๗) หา้ มโจมตที าลายสถานท่ีท่บี รรจุพลงั งานอนั ตราย
๘) ให้การดแู ลผูบ้ าดเจบ็
๙) หา้ มทาร้ายขา้ ศึก
๑๐) หา้ มจบั เป็นตวั ประกนั
ข. การจบั กุมและตรวจค้น
๑) ในเขตพ้นื ทปี่ ระกาศใชก้ ฎอัยการศกึ
๒) ในเขตพน้ื ท่ีทไี่ ม่ได้ประกาศใชก้ ฎอยั การศกึ

-3-

การใชอ้ าวุธ
ก. การป้องกนั ชายแดน : ให้ถือปฏิบตั ติ ามคาสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ ๑๓๒/๒๕๒๘
ข. การปฏบิ ัตติ ามแผนเผชญิ เหตุ และแผนป้องกนั ประเทศ : ให้ถอื ปฏบิ ตั ิตามแผนท่ีส่งั ใช้
ค. ห้ามการใช้ทุน่ ระเบิดสังหารบุคคลโดยเด็ดขาด
ง. การใชก้ ระสุน ป. ระเบดิ ทวปิ ระสงค์

*****************************

-4-

คาแนะนาเจา้ หน้าที่
การจดั ตัง้ ดา่ นตรวจ
1. มแี สงสว่างเพียงพอ เพื่อความปลอดภัย
๒. ตงั้ อย่บู นเส้นทางทม่ี กั มีผลู้ กั ลอบลาเลียงยาเสพติด
๓. ไมอ่ ยู่ในท่ลี าดชนั เพราะอาจเกดิ อบุ ตั ิเหตไุ ดง้ ่าย
๔. มีไหลท่ างกวา้ งพอ สาหรบั ใหร้ ถจอดได้สะดวก
๕. ตอ้ งไม่ทาเกิดการจราจรตดิ ขดั เป็นเวลานาน
การคัดกรองรถ เพอ่ื ทาการตรวจค้น ควรมหี ลกั และข้อสังเกต ดังน้ี
๑. สงั เกตจากแผน่ ปา้ ยทะเบียนรถ

1.๑ จังหวัดทมี่ กี ารนาเขา้ ยาเสพตดิ
๑.๑.๑ ภาคเหนือ : จ.เชียงใหม่, จ.เชียงราย, จ.พะเยา, จ.ลาปาง, จ.แมฮ่ ่องสอน และ จ.ตาก
๑.๑.๒ ภาคอีสาน : จ.เลย, จ.หนองคาย, จ.บึงกาฬ, จ.นครพนม, จ.มุกดาหาร, จ.อานาจเจริญ

และ จ.อบุ ลราชธานี
1.2 จากทะเบียนรถจังหวัดท่ีมียาเสพติดแพรก่ ระจาย
๑.๒.๑ ภาคอสี าน : จ.ขอนแก่น, จ.มหาสารคาม, จ.นครราชสีมา และ จ.อดุ รธานี
๑.๒.๒ ภาคกลาง : จ.กาแพงเพชร, จ.นครสวรรค์, จ.อุทัยธานี, จ.ลพบุรี, จ.สระบุรี, จ.สิงห์บุรี,

จ.สพุ รรณบรุ ,ี จ.ปทุมธาน,ี จ.สมุทรปราการ, จ.สมทุ รสาคร และ กรงุ เทพฯ
1.2.3 ภาคตะวันออก : จ.ชลบรุ ี
1.๒.๔ ภาคตะวนั ตก : จ.ตาก, จ.กาญจนบุรี และ จ.เพชรบุรี

2. ตรวจสอบท่ีมาของผขู้ ับขี่
๒.๑ ภูมิลาเนา เชือ้ ชาติ (มง้ , ลซี อ, อาขา่ , มเู ซอ และจนี ฮ่อ)
๒.๒ ช่อื - นามสกลุ
๒.๓ บุคคล, กลุ่มท่ีอยใู่ นบญั ชเี ฝ้าระวงั และหมายจบั

๓. รถทต่ี ดิ ตราสัญลกั ษณต์ า่ งๆ
เพือ่ ให้เห็นว่า เป็นข้าราชการ, ตารวจ, ทหาร หรอื หนว่ ยงานราชการอื่นๆ ทาให้เจา้ หนา้ ท่เี กรงใจไม่อยากเรยี กตรวจคน้
*ติดเยอะเกินควร* *ตราหน่วยไมเ่ ข้ากบั สภาพรถ*

4. บุคคลทีแ่ ต่งกายคล้ายทหาร ตารวจ เพ่ือใหเ้ กิดความเกรงใจ หรอื อาพราง *แขวนเครื่องแบบไวต้ ลอด*
5. รถยนต์ที่ติดฟิลม์ กรองแสงค่อนข้างทึบ เพ่ืออาพรางลักษณะของผ้ขู ับขี่และผู้โดยสาร
๖. พริ ธุ อาการทแี่ สดงออก

๖.๑ ตัวส่ัน 6.2 หน้าซดี 6.3 ลุกลี้ลุกลน ๖.๔ เหงอื่ ออก ๖.๕ ปากส่นั ๖.๖ สบู บุหรจี่ ัด ๖.๗ ตดิ สนิ บน
๖.๘ ปวดปสั สาวะ ๖.๙ ขม่ ขู่เจา้ หน้าที่ ๖.๑๐ แอบอา้ งคนทร่ี ้จู ักท่ีมีชอื่ เสียง
๗. บุคคลท่ีนั่งมาในรถสว่ นใหญ่จะนั่งมาประมาณ 1 - 2 คน *เพื่อใหไ้ ม่มมี ีคนรมู้ ากว่าทาเรื่องค้ายาเสพตดิ *
8. พยายามตดิ สนิ บนเจา้ หน้าท่ี
เมื่อเจ้าหน้าท่ีขอตรวจค้น จะส่งเงินหรือส่ิงของต่างๆให้เพื่อขอความสะดวกหรือไม่ให้ทาการตรวจค้น และ
อ้างจะรบี ไปทาธรุ ะเรง่ ด่วน

-5-

9. สอบถามที่มาแล้วไม่ตรงกับความจริง ส่ังเกตจากสิ่งของท่ีซ้ือมา เช่น สินค้าที่มีเฉพาะตามจังหวัดนั้นๆ
หรือมีขายเฉพาะตามตลาดชายแดนตา่ งๆเทา่ นั้น

๑๐. รถยนต์สว่ นบุคคลจะไม่คอ่ ยมีสัมภาระสงิ่ ของมากนกั
*ส่งยาเสพตดิ แล้วรีบกลับ กลวั ถูกจบั หลงั จากส่งยาเสพตดิ แล้ว*

11. โทรศพั ท์ใช้หลายเครอ่ื ง
12. พกเงินจานวนมาก
๑๓. พกสมุดบญั ชีธนาคารหลายบญั ชี
๑๔. ขับขรี่ ถหรู แต่แต่งตัวโทรม
๑๕. อาการเหมอื นคนตดิ ยาเสพตดิ
16. การดดั แปลงยานพาหนะ

16.1 ประตู (กระจกขึน้ ลงใชง้ านปกตหิ รือไม่)
๑๖.๒ ใตค้ อนโซลหนา้ (ส่วนใหญท่ าเป็นแท่งอดั ไว้ ใตค้ อนโซลหรือท่อแอร)์
๑๖.๓ ใต้เบาะน่งั /หลังเบาะนั่ง
๑๖.๔ ใตพ้ รม
๑๖.๕ หลงั คาในห้องโดยสาร (มรี อยแกะของยาง ขอบประตู และหลังคา)
๑๖.๖ ลาโพงซ้าย - ขวา (ตรวจหวั นอ็ ตทีย่ ดึ ลาโพง มรี อ่ งรอยถอดมาก่อนหรือไม่)
๑๖.๗ ใตเ้ บาะนง่ั ด้านหลงั มสี ภาพปกติ หรอื มีสิ่งของวางไว้
๑๖.๘ ชอ่ งแอร์ (เปดิ ลมแอรว์ ่าทางานปกติหรือไม่, ตรวจกล่องคอยเยน็ แอร์)
๑๖.๙ คอนโซลกระปุกเกยี ร์ (ดหู วั น็อตที่ยดึ เกยี ร์มีรอ่ งรอยถอดมากอ่ นหรือไม)่
๑๖.๑๐ ช่องเกบ็ ของใต้เครอ่ื งเสียง (ตรวจสอบใต้ชอ่ งเคร่อื งเสียงมสี ิ่งของหรือวัตถุวางไว้หรอื ไม)่
๑๖.๑๑ ใต้ฝากระโปรงรถ
๑๖.๑๒ หม้อกรองอากาศ
๑๖.๑๓ ท่ีปัดนา้ ฝน (ตรวจในชอ่ งรางปิดนา้ ฝน, ตรวจหมอ้ เกบ็ น้าทป่ี ัดน้าฝน)
๑๖.๑๔ คิว้ ล้อซุ้มล้อ (เคาะๆ ตรวจรอ่ งรอยการแกะ)
๑๖.๑๕ กันชนหน้า (ตรวจรอยยงิ น็อต รีเวทใหม่, ตรวจตรงไฟเบอรก์ ลาสหุ้มกันชน)
๑๖.๑๖ แบตเตอร่ี (จุดสงั เกตไมย่ อมดับเคร่อื งยนต์รถเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนตด์ เี ซล)
๑๖.๑๗ กระจกขา้ ง (ตรวจรอ่ งรอยการแกะของกระจก)
๑๖.๑๘ กันชนหลัง (ดูรอยยิงนอ็ ตรีเวทใหม่, ตรงตรงไฟเบอรก์ าลสหมุ้ กันชน)
๑๖.๑๙ ฝากระบะหลงั (ดรู ่องรอยการขนั หวั นอ็ ต)
๑๖.๒๐ กระโปรงหลงั (รถเกง๋ )
๑๖.๒๑ ใตแ้ มก็ ไลเนอร์ (ตรวจสอบหัวนอ็ ต, ยกแมก๊ ไลเนอรอ์ อก)
๑๖.๒๒ โรลบาร์ (ดูรอ่ งรอยการเชอ่ื มตอ่ )
๑๖.๒๓ คิ้วลอ้ หลัง
๑๖.๒๔ ไฟท้าย

-6-

๑๖.๒๕ ถังก๊าซ (มกี า๊ ซอยูภ่ ายในหรอื ไม่, มีรอ่ งรอยการถอดการแกะหรอื ไม่)
๑๖.๒๖ สปอยเลอร์หลัง (รถเก๋ง) ไฟเบรกดวงที่สาม (บนหลังคารถกระบะ)
๑๖.๒๗ ใตห้ ลงั คา (แครรีบ่ อยกระบะและรถตู้หลงั คา, ฝาหลัง)
๑๖.๒๘ ยางอะไหล่ (ตรวจดูความผิดปกติตรวจดูสภาพภายนอกดูช่องท่ีขันยางอะไหล่มีร่องรอยการขันออก
หรือไม่ กระทะมีรอยงัดหรอื ไม่)
๑๖.๒๙ ถังน้ามัน (ดูน็อตยึดถังน้ามันมีร่องรอยการขันเข้าออกหรือไม่ลูบถังน้ามัน 9 มีร่องรอยการทาสี
ใหม่หรอื มชี ่องลบั หรือไม่
๑๖.๓๐ ยางหมุ้ เพลาขบั (สังเกตสายรดั หวั ทา้ ยยางหุ้มเพลา)
๑๖.๓๑ แชสซี (ตรวจดรู อยเช่ือมตัดต่อหรือผิดปกติหรอื ไม่)
๑๖.๓๒ สายกันโครงรถ (ตรวจดูกา้ นลูกสูบกันโครงรถ)
๑๖.๓๓ เพลารถ (ตรวจดูความผดิ ปกติของเพลารถ)
๑๗. การซุกซอ่ นนอกร่างกาย
๑๗.๑ ในรองเท้า
๑๗.๒ ในเขม็ ขัด
๑๗.๓ ในโทรศพั ท์มอื ถือ
๑๗.๔ ในกระปอ๋ งขนม
๑๗.๕ ในกล่องนม
๑๗.๖ ในผลไม้กระปอ๋ ง
๑๗.๗ ในถังแกส๊
๑๗.8 ในทอ่ นไม้
๑๗.๙ การพันรอบขา
๑๗.๑๐ บริเวณหน้าทอ้ ง
๑๘. การซกุ ซ่อนในร่างกาย
๑๘.๑ การกลืนลงท้อง
๑๔.๒ การสอดใส่ในอวยั วะเพศหญิง

สรปุ
หัวใจสาคญั ในการคัดกรองยานพาหนะท่ีจะเรียกเข้ามาทาการตรวจคน้ อยทู่ กี่ ารสนทนาพูดคุยกับผู้ที่เราจะทา
การตรวจค้นเพ่อื ค้นหาความจรงิ เบอื้ งตน้ และจบั พริ ุธอาการตา่ งๆเจ้าหนา้ ทต่ี อ้ งฝกึ สงั เกตเพื่อให้รู้ เทา่ ทนั

*****************************

-7-

การจดั ตัง้ จดุ ตรวจ และการตรวจคน้ บคุ คล-ยานพาหนะ

การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด หมายความว่า สถานที่ท่ีเจ้าหน้า ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพ่ือจับกุม
ผู้กระทาผิดในเส้นทางปกติเป็นการช่ัวคราว โดยมีกาหนดระยะเวลาเท่าที่มีความจาเป็นอย่างย่ิงในการปฏิบัติ
หนา้ ทด่ี งั กลา่ ว แต่ต้องไม่เกนิ 24 ช่ัวโมง และเม่ือเสร็จสน้ิ ภารกิจแล้วจะตอ้ งยุบเลิกจุดตรวจดงั กล่าวทันที
1. ความสาคญั ในการจดั ตั้งจดุ ตรวจ จดุ สกัด :

1.1 เพอื่ ตรวจค้นบคุ คล หรือยานพาหนะท่ผี ่านเข้าออกพนื้ ที่
1.2 เพอื่ บีบบงั คบั ไมใ่ หค้ นร้ายมโี อกาสหลบหนีออกจากพน้ื ทีป่ ดิ ล้อม
1.3 เพ่อื ตรวจค้นอาวธุ เครื่องมอื เครือ่ งใชใ้ นการกระทาผดิ
1.4 เพ่ือคน้ หาส่ิงของผิดกฎหมายในยานพาหนะต้องสงสยั
1.5 เพื่อเป็นการป้องกนั และปราบปรามการกระทาผิด และตัดช่องโอกาสในการประกอบอาชญากรรมของคนร้าย
2. หลกั พ้นื ฐานในการจดั ตั้งจดุ ตรวจ จุดสกัด :
2.1 ใชเ้ มือ่ กรณีทม่ี ีเหตุจาเปน็ หรือเหตุการณฉ์ ุกเฉินเรง่ ดว่ น
2.2 ปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ระเบียบ คาสงั่ โดยเครง่ ครัด
2.3 ได้รบั อนุมัตจิ าก ผบช.
2.4 มีนายทหารชน้ั สญั ญาบัตรเปน็ ผู้ควบคุม
2.5 แต่งเครอื่ งแบบในการปฏิบัติหนา้ ที่
2.6 มีแผงก้ันแสดงเคร่ืองหมายคาว่า “หยุดตรวจ” และควรจัดให้มีสิ่งกีดขวางหรือสัญญาณอ่ืนใดให้เป็นที่
สังเกตได้ง่ายในระยะไกล เช่น กรวยยางคาดแถบสีสะทอ้ นแสง เพือ่ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ
2.7 ในเวลากลางคนื ตอ้ งให้มแี สงสวา่ งให้มองเห็นไดช้ ัดเจนในระยะไมน่ ้อยกวา่ 150 เมตร ก่อนถงึ จดุ ตรวจ
2.8 กาหนด “เขตพื้นที่ปลอดภัย” ไว้สาหรับเป็นบริเวณตรวจค้น เพ่ือให้เกิดความปลอดภัย ท้ังผู้ต้องสงสัย
ทถี่ กู ตรวจคน้ และ จนท. ท่ีอยรู่ ะหว่างตรวจคน้
2.9 ควรวางกาลังส่วนหน่ึงไว้บริเวณทางแยกหรือจุดกลับรถก่อนถึงจุดตรวจหรือจุดสกัด เพื่อทาหน้าท่ีสกัด
กนั้ หรอื ไลต่ ิดตามผู้ที่เลยี้ ว หรือกลบั รถหลบหนกี ารตรวจคน้
2.10 พึงใช้ความระมดั ระวังและต้ังอย่ใู นความไม่ประมาททุกขณะ
2.11 พึงเป็นผู้มีมารยาทท่ีดีงามและรักษากิริยาวาจาระหว่างการตรวจค้น เช่น ไม่ส่องไฟฉายไปท่ีบริเวณ
ใบหนา้ ประชาชนผ้ถู ูกตรวจคน้ โดยตรง และรูจ้ กั ใชค้ าพดู ทีส่ ภุ าพ
2.12 ใช้ความสังเกตและให้ความสนใจเปน็ พเิ ศษแก่ยานพาหนะท่ีมีลักษณะพริ ุธ
2.13 คานึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานและประชาชน และไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่
ประชาชนผใู้ ชเ้ สน้ ทางโดยไม่จาเปน็
3. การจดั ตัง้ จดุ ตรวจ แบง่ ได้ 2 แบบ ดังนี้.-
3.1 แบบเร่งด่วน : เป็นการปฏิบัติโดยมิได้กาหนดล่วงหน้า เม่ือได้รับแจ้งข่าวสาร หรือได้พบเห็น ผู้ท่ีกระทา
ความผิด
3.2 แบบประณีต : เป็นแบบทไ่ี ดเ้ ตรยี มการไวล้ ว่ งหน้า โดยบริเวณจุดตรวจมีสงิ่ กดี ขวางท่สี ร้างขนึ้ นอกเหนือจาก
สง่ิ กีดขวางทีม่ อี ยแู่ ล้ว
4. อาวธุ ยุทโธปกรณ์ท่ใี ช้ในการจดั ตง้ั จดุ ตรวจ :
4.1 อาวธุ จัดตาม อจย.ของหนว่ ย กระจายอาวุธแต่ละสว่ นอยา่ งเหมาะสมทางยทุ ธวธิ ี
4.2 เคร่อื งมือส่อื สาร วิทยุ PRC ๖๒๔, วทิ ยุ PRC ๗๗, วทิ ยุ ICOM (ใช้สาหรับเฝา้ ฟัง) และ โทรศพั ทม์ อื ถือ

-8-

4.3 อุปกรณ์เครื่องปดิ ก้ันถนน,รถบรรทกุ ,ขอนไม,้ ลวด,เรอื ใบ ฯลฯ
4.4 อุปกรณส์ ญั ญาณ แถบสญั ญาณ, ไฟสัญญาณ, นกหวดี , เครอ่ื งชีเ้ ปา้ , แสงเลเซอร์ ฯลฯ
4.5 อปุ กรณ์ตรวจการณ์ กล้องส่องกลางคืน, กลอ้ งสอ่ งสองตา, สปอรต์ ไลท์ ฯลฯ
4.6 เคร่อื งตรวจอาวธุ และวตั ถรุ ะเบดิ แผนท่ี GPS
4.7 ถงุ มอื ยาง ถงุ พลาสติก ถุงกระดาษ
5. การจัดกาลังในการจัดตั้งจุดตรวจ : ประกอบกาลัง ๑ หมู่ ๑๒ นาย หรือมากกว่า แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน
ดงั นี้
5.1 สว่ นบงั คบั บญั ชา : กากบั ดแู ล รบั ผิดชอบ แก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้ บันทึกหลกั ฐาน ดารงการติดตอ่ สอ่ื สาร
5.2 สว่ นระวังปอ้ งกัน : แจง้ เตือนการเข้ามาของบคุ คล/ยานพาหนะ ระวงั ปอ้ งกันใหก้ บั ชดุ ตรวจ และป้องกนั
การหลบหนี
5.3 ส่วนปฏิบัติการ : เปน็ สว่ นตรวจค้นบุคคล/ยานพาหนะ
5.4 สว่ นสนับสนุน : ตงั้ อาวุธยงิ สนบั สนุนให้ส่วนระวงั ป้องกนั และช่วยเหลือสว่ นตา่ งๆ เมอื่ มกี ารรอ้ งขอ
6. ขอ้ ควรระวงั ในการจัดตั้งจดุ ตรวจ :
6.1 ไม่ควรตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัด ในบริเวณทางโค้ง เชิงสะพานที่ลาดชัน และบริเวณท่ีเป็นจุดอับสายตา
เพอื่ ป้องกนั อุบัตเิ หตทุ อ่ี าจเกดิ จากการมองเหน็ ของผู้ขบั ข่ี หรือการหยุดรถไมท่ ันในระยะกระช้นั ชดิ
6.2 ในเวลากลางคืน ต้องมีแสงสว่างอย่างเพียงพอ ให้ผู้ขับข่ีเห็นได้ในระยะไกล อุปกรณ์ และหลอดไฟต้อง
หม่ันตรวจสอบปรบั ปรุงใหท้ างานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพอยู่เสมอ
6.3 ในการเรียกรถใหห้ ยุด ไม่ว่ากรณีใด ๆ อย่าเอาตัวหรือส่วนของร่างกาย เช่น แขน, ขา, เข้าไปขวาง หรือ
สกัดกัน้ ใหร้ ถหยดุ เพราะอาจถกู ชนจากรถทีห่ ยดุ ไมท่ ันระหวา่ งการตรวจคน้ ใน “เขตพื้นที่ปลอดภยั ” อย่ายนื ขวาง
หนา้ รถทก่ี าลังตรวจค้น เพราะอาจจะถูกรถชนไดใ้ นกรณีผ้ตู อ้ งสงสัยพยายามขับรถหลบหนีการตรวจค้น
6.4 ในกรณีทีผ่ ู้ขบั ขี่พยายามขับขี่รถฝ่าจุดตรวจ เพ่อื หลกี เล่ียงการตรวจคน้ เจา้ หนา้ ที่ประจา จดุ ตรวจไมค่ วร
สร้างส่ิงกีดขวางขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น ขับรถเข้าขวาง หรือเข็นแผงป้ายสัญญาณขวางทาง เพ่ือพยายามหยุดรถ
เพราะอาจจะทาใหผ้ ู้ขับขห่ี ยุดรถไม่ทันแลว้ หกั หลบสิง่ กดี ขวางจนเกิดอุบตั ิเหตุเฉี่ยวชนประชาชน หรือเจา้ หน้าท่ีท่ี
ปฏิบัติหน้าที่บรเิ วณจุดตรวจได้
6.5 ในกรณีที่สงสัยว่าคนร้ายอาจมีอาวุธอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ท้ังชุดตรวจค้น และชุดคุ้มกัน ควรหาท่ีกาบังใน
ขณะทีร่ ถเข้ามาในบริเวณจุดสกัด และอาจใชเ้ คร่อื งขยายเสยี งจากรถยนตบ์ งั คบั ให้หยดุ รถเพอ่ื ตรวจค้น
7. การตรวจคน้ บุคคล และการตรวจคน้ ยานพาหนะ :
7.1 การตรวจค้นบคุ คล :

7.1.1 บอกใหท้ ราบถึงเจตนาของท่าน
7.1.2 ให้ผถู้ ูกตรวจค้นหนั หลังใหผ้ ู้ตรวจ
7.1.3 ใหย้ กมอื เหนือศรี ษะ หรอื กาแพง
7.1.4 ตรวจค้นจากบน ลงล่าง และตรวจจากหน้าไปหลงั
7.1.5 ใหม้ บี คุ คลอย่างนอ้ ย 2 คน อยใู่ นจดุ ตรวจคน้ 1 คนตรวจ 1 ระวงั ป้องกัน
7.2 การตรวจค้นยานพาหนะ : ขั้นตอนและเทคนคิ การตรวจยานพานะประเภทตา่ งๆ
7.2.1 ขึ้นอยู่กับภัยคุกคาม และนโยบาย ผบช. โดย จนท.รปภ. ต้องหาว่ามีส่ิงบ่งชี้ท่ีจะต้องตรวจให้
ละเอยี ดยง่ิ ขึ้นกอ่ นอนญุ าตใหร้ ถ คนขบั และผ้โู ดยสารเขา้ สถานทีต่ ้งั ของทหาร
7.2.2 ชุดตรวจค้นควรประกอบด้วย ผูต้ รวจค้น ๒ คน ทาการตรวจ โดยตรวจภายในร ๑ คน อีก ๑ คน
ตรวจข้างนอกรถ ถ้ามีคนท่ีสาม ควรเป็นผู้คุ้มกันหน้าที่ของผู้คุ้มกัน คือคุ้มครองชุดตรวจค้น โดยเฝ้าดูปฏิกิริยา
ของพลขบั และผู้ที่อยูใ่ นรถ

-9-

7.2.3 ใช้เวลาตรวจค้นโดยละเอียดต่อรถทุกคันที่ผ่าน ต้องรักษาความสุภาพ และความเป็นมืออาชีพ
ตลอดเวลา แต่ต้องไม่ยอมให้ผู้ท่ีใจร้อนหรือเร่งรีบ ทาให้เราต้องตรวจค้นลวกๆ ยศ หรือตาแหน่งของ ผู้ขับหรือ
ขี่รถ ไม่มีผลต่อการตรวจค้น หรือขอบเขตการตรวจค้น เพื่อดาเนินการต่อผู้ท่ีหยาบคาย ดุด่า หรือฝ่าฝืน โดยไม่
ตอ้ งสนใจวา่ อา้ งว่าเป็นใคร หรือรู้จกั ใคร

7.2.4 อยา่ วางใจแคก่ ระจกตรวจค้น ต้องสนใจสง่ิ ต่อไปนเี้ ป็นพเิ ศษ
7.2.4.1 กล่องหรือถุงขยะ
7.2.4.2 รถตหู้ รอื รถบรรทกุ สง่ ของว่าง
7.2.4.3 ตรวจรถต/ู้ รถบรรทกุ ท่ีมีพนื้ ผิดปกติ
7.2.4.4 สิง่ ใดๆ ทด่ี ูอยผู่ ดิ ท่ี
7.2.4.5 ถงั ดบั เพลิง
7.2.4.6 ถงั แก๊สเชื้อเพลงิ (ต้ัง ? นอน)
7.2.4.7 กระเป๋าเดนิ ทาง (เปน็ ตน้ )
7.2.4.8 ขนาดและแบบกระเป๋ากฬี าตา่ งประเทศ/ในประเทศ
7.2.4.9 สิง่ ที่ใชเ้ ทปตดิ ไวก้ ับรถหรือผูกไว้
7.2.4.10 แจ้งผู้อยู่ในรถด้วยความหนักแน่น แต่สุภาพ ว่าการหยุดรถตรวจค้น เป็นมาตรการ

รกั ษาความปลอดภยั
7.2.5 ตรวจสอบผู้อยู่ในรถทุกคน ให้คนขบั แสดงบัตรประจาตวั ใบขบั ข่ี และทะเบยี นรถ และผู้โดยสาร

ทุกคนแสดงใบขับขี่หรือบัตรผ่าน ตรวจสอบเอกสารเหล่าน้ีว่าถูกต้องและตรงคนหรือไม่ เช่น ตราประทับ และ
รปู ตรงกับทะเบียน ตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด เช่น ทะเบียนการเช่ารถ ใบขับขี่คนขับ บัตรประจาตัวทหาร/
ประชาชน และบัตรผ่าน

7.2.6 ให้พลขับดับเคร่ืองและให้ผู้โดยสารทุกคนลงรถถ้าคนขับปฏิเสธไม่ให้ตรวจค้น กักตัวทุกคนไว้ท่ี
บก.ควบคุม แต่ต้องจาไว้ว่า ท่านไม่มีอานาจใช้กาลังกับผู้ที่ไม่ได้อยู่ใต้ศาลทหารเว้นแต่บุคคลเหล่านั้นแสดงการ
ฝา่ ฝนื ที่จะมีอนั ตราย ทา่ นอาจยดึ เอกสารเพ่อื ให้ตารวจ ถ้าไม่สามารถกักตัวโดยไม่ใช้กาลงั ปลอ่ ยผ่านไป แตบ่ ันทกึ
ลกั ษณะคนในรถและรถรายละเอยี ดตวั บุคคลในรถท่สี ังเกตได้ และเลขบตั ร

7.2.7 การเตรียมรถเพื่อตรวจค้น ให้คนขับ (ไม่ใช่ชุดตรวจค้น) เปิดช่องเก็บของ และประตูทุกบาน
รวมทัง้ 3 ฝากระโปรงท้ายรถและห้องเคร่อื ง เม่ือเปิดเสร็จ ใหค้ นขับถอยไปจากรถ โดยใหอ้ ยใู่ นสายตา ผู้โดยสาร
ในรถทุกคนต้องอยู่ในท่ีที่ผู้คุ้มกันสามารถจับตาดูได้ (จากรถประมาณ ๕ เมตร) ให้ผู้โดยสารทุกคน นาสัตว์/
สตั ว์เลี้ยงออกก่อนเริ่มตรวจค้น

7.2.8 มองหาส่งิ ทผ่ี ิดปกตหิ รอื บ่งบอกพิรุธ เช่น
7.2.8.1 การแต่งตวั ของคนขับที่ไม่เหมาะสมกับประเภทของรถ
7.2.8.2 คาตอบของคนขับไมส่ อดคล้องกบั เอกสาร
7.2.8.3 คนขับหาวผดิ ปกตหิ รือบ่อยๆ (เป็นสง่ิ ช้ที ่ดี )ี
7.2.8.4 คนขับไมร่ วู้ ัตถุประสงค์ ปลายทาง หรอื เอกสารของตน
7.2.8.5 วัตถปุ ระสงคก์ ารใชร้ ถไม่เหมาะสมกับเหตผุ ลทางธรุ กจิ
7.2.8.6 คนขับไม่รวู้ ิธีการใช้รถหรอื อปุ กรณใ์ นรถ
7.2.8.7 คนขับไม่ตอบคาถามตรงๆ หรอื ตอบเรื่องท่ีไมส่ ัมพันธ์กนั
7.2.8.8 คนขับพูดคาถามของเราซา้ ๆ หรือตอบด้วยคาถาม
7.2.8.9 คนขบั ไม่สบตาหรอื ไมร่ ักษาการสบตา

- 10 -

7.2.8.10 คนขับเสียงสนั่ หรอื มอี าการสนั่ อยา่ งชัดเจน
7.2.8.11 คนขบั เหงื่อไหลมากแมอ้ ากาศเยน็
7.2.8.12 คนขับขยกุ ขยกิ ขยับเสอื้ ผา้ หรอื ไมอ่ ยูน่ ิ่ง
7.2.8.13 รถไม่มีเลขทะเบียน
7.2.8.17 เอกสารของรถไม่ตรงกับรูป ปา้ ยทะเบยี นหรือเคร่ืองหมาย
7.2.8.15 ไฟหนา้ หรือไฟทา้ ยของรถไมต่ ิด
7.2.8.16 รอ่ งรอยของรถ เช่น มกี ารแตกหัก บบุ หรอื โค้งงอ
7.3 เทคนคิ การตรวจคน้ รถจกั ยานยนต์ :
7.3.1 บอกใหค้ นขับทราบถงึ เจตนาของทา่ นให้ดบั เครื่องยนต์
7.3.2 แยกคนออกจากรถ
7.3.3 ให้ตรวจค้นบคุ คลก่อนตรวจรอบๆ รถ
7.3.4 ตรวจใต้ทน่ี ่ัง ท่เี กบ็ เคร่ืองมอื บงั โคลนหน้า-หลัง
7.3.5 ให้คนขับรถรว่ มในการตรวจทุกครงั้
7.4 เทคนิคการตรวจค้นรถยนต์ : จดุ เพ่งเล็ง
7.4.1 ตรวจค้นในรถอย่างมรี ะบบ รวมทั้งใต้ที่น่ัง ใตแ้ ผงหนา้ รถ ในชอ่ งเกบ็ ของ และ ชอ่ งเก็บเคร่อื งมือ
และแผงกนั แดด
7.4.2 ตรวจนอกรถ
7.4.2.1 ทีเ่ ก็บของทา้ ยรถ/พื้นทบ่ี รรทุก
7.4.2.2 หมอ้ น้าหน้าซ้ายและหลังล้อ
7.4.2.3 ตะแกรงกันชนหน้าและด้านใต้
7.4.2.4 หมอ้ น้าหน้าขวาและหลงั ล้อ
7.4.2.5 หมอ้ น้าหลงั ขวาและหลังลอ้
7.4.2.6 กนั ชนหลังและด้านใต้
7.4.2.7 หม้อนา้ หลงั ซ้ายและหลงั ล้อ
7.4.2.8 ด้านบนของรถและตะแกรงเกบ็ สัมภาระ
8. กฎการปะทะ : ให้ปฏิบัติต่อประชาชน หรือบุคคลต้องสงสัยสุภาพละมุนละมอ่ ม ถ้าหากจาเป็นจะต้องมีการ
ใช้อาวุธในกรณีต่างๆ ให้พิจารณาใช้อาวุธจากเบาไปหาหนัก หรือในกรณีท่ีมีการขัดขืนต่อสู้ ให้ฝ่ายเราใช้อาวุธ
เท่าท่ีจาเป็นเพ่ือระงับเหตุ เช่น กระชากคันรั้งยิงปืนขึ้นฟ้า, ยิงเฉียดๆ, ยิงให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ (ยิงมือ, ยิงขา)
เพอ่ื ให้ยอมจานน หรือจับกุมดาเนนิ คดี
9. สมมุตฐิ านท่เี กดิ ข้ึนกับจุดตรวจ :
9.1 การตรวจพบอาวธุ
9.2 การตรวจพบวัตถุระเบดิ
9.3 ขบั แหกด่าน หรือยิงเปดิ ทางแลว้ ขับรถหนีไป
9.4 ลอบยงิ ลอบโจมตี
9.5 คารบ์ อม , จยย.บอม
9.6 การมอบสิง่ ของ ซึง่ นาไปส่เู งอื่ นไขตอ่ มา
9.7 ลอบวางระเบดิ ณ จุดตรวจเดิม ก่อนทีช่ ุดตรวจจะเขา้ วางตัว

- 11 -

10. การปฏิบตั ิเมอ่ื ตรวจพบอาวธุ :
10.1 ควบคมุ ตวั
10.2 ใช้ถุงมอื หรือถุงพลาสตกิ เกบ็ ไว้ทป่ี ลอดภยั
10.3 ขอดใู บอนญุ าต ป.๔ (ทะเบียนเจา้ ของอาวธุ )
10.4 แจง้ ผบ.หน่วย ทราบ
10.5 รายงานหนว่ ยเหนอื ทราบ

11. การปฏบิ ตั เิ มื่อตรวจพบระเบดิ /คารบ์ อม/จยย.บอม :
11.1 ควบคมุ ตวั
11.๒ ให้กนั คนออกจากพื้นท่ี
11.๓ แจ้ง ผบ.หน่วยทราบ
11.๔ รายงานหน่วยเหนอื ทราบ
11.๕ แจ้งชุด EOD มาเกบ็ กู้ และทาลาย

12. การปฏบิ ตั เิ มอื่ มีการแหกด่าน/ยิงเปดิ ทางหนี :
12.1 เมือ่ เกิดเหตุ ทุกส่วนเข้าท่กี าบัง แล้วตรวจการณ์
1๒.2 คนท่เี ห็นอยู่ในเหตกุ ารณแ์ จ้งทิศทาง
12.๓ ชุดระวงั ปอ้ งกันทาการหยุดรถ โดยการใช้ขอนไม้, ตะปูเรอื ใบ, ยิงยาง หรือยิงผรู้ า้ ย (ตามกฎการปะทะ)
12.๔ ถา้ ไม่สามารถได้ใหส้ ่วนสนบั สนนุ ใช้ รยบ. ติดตาม
12.๕ แจ้ง ผบ.หนว่ ย ทราบ และถา่ ยภาพ
12.๖ รายงานหน่วยเหนือทราบ
12.๗ หา้ มบคุ คลทไ่ี ม่มีสว่ นเกยี่ วข้องเข้าในพน้ื ท่ี

13. การปฏิบตั เิ มือ่ มีการโจมตี/ซ่มุ ยิง :
13.1 เมอ่ื เกดิ เหตุ ทกุ สว่ นเข้าทก่ี าบงั แลว้ ตรวจการณ์
13.2 คนทีเ่ หน็ อยู่ในเหตกุ ารณแ์ จ้งทิศทาง ระยะ จานวน
13.3 แจ้ง ผบ.หน่วย ทราบ และสง่ั การณ์
13.4 ชุดที่ถูกโจมตี หรือถูกซุ่มยิง เข้าที่กาบังเป็นฐานยิง ส่วนที่อยู่นอกพื้นท่ีดาเนินกลยุทธ์ตีโอบ หรือใช้

อาวธุ ยิง สนบั สนุน (ถา้ มี) และดาเนินกลยทุ ธ์เคลียเปา้ หมาย
13.5 รายงานหน่วยเหนอื ทราบผลการปฏบิ ัติ และถ่ายภาพ
13.6 ห้ามบคุ คลท่ีไม่มสี ว่ นเกย่ี วข้องเขา้ ในพนื้ ที่เกดิ เหตุ

14. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย ดังนั้นทุกคนต้องยึดหลักปฏิบัติ
ดงั น้.ี -

14.1 ปลอดภัย
14.2 ตนื่ ตวั
14.3 รู้ข่าวสาร
14.4 ใส่ใจ
14.5 จะมีชีวติ รอด

*****************************

- 12 -

การปดิ ล้อมตรวจคน้

- ขน้ั เตรียมการ
1. หน.ชดุ แบ่งมอบหน้าที่กาลังพลในชุด
1.1 ส่วนควบคุมบังคับบญั ชา/การตดิ ต่อสื่อสาร
1.2 ระวงั ป้องกนั ดา้ นนอก
1.3 ตรวจค้น
1.4 บันทกึ ภาพ
2. ประสานการร่วมงานกับเจ้าหน้าที่
2.1 ฝ่ายปกครอง/ปลดั /กานนั /ผู้ใหญบ่ ้าน
2.2 ตารวจ
2.3 หน่วยงานอ่นื ทีม่ สี ่วนเกย่ี วข้อง
3.การแต่งกายจะต้องเหมาะสมกบั ภารกจิ
3.1 ชดุ ปฏิบัติงานของหนว่ ย
3.2 เส้ือเกาะกนั กระสุน
3.3 อาวธุ ประจากาย
3.4 ถุงมือ
3.5 รองเทา้

- ข้นั การปฏบิ ัติ
1.ระวงั ป้องกนั ควบคุมด้านนอกบ้านเป้าหมาย/มีทก่ี าบัง
1.1 เฝ้า ประตู หนา้ ต่าง ห้องน้า
1.2 ถ้ามกี ารหลบหนีใหค้ วบคมุ ตัวไว้
1.3 เฝา้ สังเกตถา้ มกี ารทาลายหรอื ทง้ิ ของกลางใหแ้ จ้งชุดตรวจคน้

2.ส่วนบงั คบั บัญชา/ติดต่อประสานงาน
2.1 แสดงตัวและแจ้งอานาจหน้าทใ่ี นการขอเขา้ ตรวจค้น

3.ให้ทุกคนในบา้ นมารวมทีห่ อ้ งกลาง
4.ตรวจคน้ ทกุ คนในบา้ นเป้าหมาย
5.ตรวจคน้ ทกุ ส่วนในบา้ นเป้าหมายโดยให้เจ้าบา้ นอย่รู ว่ มการตรวจค้นดว้ ย
6.เมื่อเจอการกระทาผิดหรือสิง่ ของผดิ กฎหมายให้ทาการบนั ทึกภาพและแจ้งเจ้าของบ้านรเู้ หน็
และเกบ็ รวบรวมไวบ้ ริเวณกลางบา้ น มคี นเฝ้า
- ขน้ั การรายงานผลการปฏบิ ัติ
1.เม่อื ไมพ่ บการกระทาผิดให้เจ้าของบา้ นเซ็นรบั รองว่าในการตรวจค้นไม่มที รพั ยส์ ินถกู ทาลายหรอื สูญหาย
2 ฉบับ ให้เจ้าบา้ น 1 ฉบบั เกบ็ ไว้ 1 ฉบับ
2.เมอ่ื พบการกระทาผดิ หรอื สงิ่ ของผิดกฎหมายให้บนั ทกึ ภาพ แลว้ รวบรวมสง่ เจ้าพนักงานสวบสวนใหก้ ับ
สถานตี ารวจในพน้ื ทน่ี ้ันๆ ใหเ้ จ้าของบ้านเซน็ รบั รองวา่ ในการตรวจคน้ ไม่มีทรพั ยส์ ินถกู ทาลาย
หรอื สูญหาย 2 ฉบบั ให้เจา้ บ้าน 1 ฉบบั เกบ็ ไว้ 1 ฉบบั
3.รายงานผลการตรวจคน้ ใหผ้ ู้บงั คบั บัญชาทราบ

- 13 -

การโจรกรรมรถขา้ มแดน

1. ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน
- แนวทางของคนรา้ ย ถา้ เปน็ เปน็ รถใหม่ จะนาสง่ ประเทศเพ่ือนบ้าน

แรกๆกจ็ ะแปลกใจว่า ถา้ เปน็ ตะเขบ็ ชายแดน จะมี ทหาร ตารวจ สกัดด่าน
ไปหมด แตเ่ ขาจะใชเ้ ปน็ วธิ ลี งแพ แลว้ ใช้ไมล่ วกถ่อข้ามแมน่ า้ ไป ราคาขาย
ในประเทศเพอ่ื นบ้าน ไม่เกนิ หลักแสน
2. แยกขายเปน็ อะไหลม่ อื สอง

- ถ้าเป็นรถเก่าหน่อย คนรา้ ยจะนยิ มเอามาแยกขายอะไหล่แบบเชียงกงบา้ นเรา (รา้ นขายอะไหล่มอื สอง)
3. สวมทะเบียน

- อีกแบบก็นาสวมกับทะเบียนรถอุบัติแบบซ่อมไม่ได้แล้ว ใช้แค่ทะเบียนหมายเลข เครื่องเดิม นามาต่อใส่
แลว้ เกบ็ สใี หส้ วย ก็ขายไดแ้ ลว้ สมยั น้ีช่างมีฝมี อื และเทคนิคใหม่ๆมเี ยอะ ขนสง่ ยากที่จะจับได้
4. ทาทะเบยี นปลอม
- แบบสุดท้ายใช้รถแบบนั้นเลย แล้วทาทะเบียนปลอมข้ึนมา (จากขนส่ง) สามารถต่อทะเบียนวิ่งได้ทุกปี
จนถึงปีที่ 6 ตอ้ งตรวจ ต.ร.อ. กไ็ ม่สามรถทาไดเ้ พราะตรวจสอบเจอ ก็นาไปแยกขายอะไหล่อกี ที

*****************************

- 14 -

พรบ.ศุลกากร

1. การกระทาความผดิ หรอื ฐานความผิดตามกฎหมายศุลกากรทีส่ าคัญ
1. ความผิดฐานลกั ลอบหนศี ุลกากร
2.ความผดิ ฐานหลกี เลย่ี งค่าภาษอี ากร
3. ความผดิ ฐานสาแดงเท็จ
4. ความผดิ ฐานนาของตอ้ งห้ามหรอื ต้องกากัดเขา้ มาในหรอื สง่ ออกนอกราชอาณาจักร
5.ความผดิ ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบตั พิ ิธกี ารศลุ กากร

2. สรุปลักษณะความผิดต่างๆตามมาตรา 27
1. นาของที่ยังมไิ ด้เสียคา่ ภาษี หรือของตอ้ งจากัด หรอื ของต้องห้าม หรอื ที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้า

มาในหรือออกไปนอกราชอาณาจกั ร
2. ช่วยเหลอื ด้วยประการใดๆ ในการนาของตามข้อ 1
3. ย้ายถอนไป หรอื ช่วยเหลือใหย้ า้ ยถอนไปซึ่งของตามข้อ 1
4. ให้ทอี่ าศยั เกบ็ หรอื เกบ็ หรอื ซ่อนของตามขอ้ 1
5. เกย่ี วข้องดว้ ยประการใดๆ ในการขนหรอื ย้ายถอน หรอื กระทาอย่างใดแกข่ องตามขอ้ 1
6. เกี่ยวข้องดว้ ยประการใดๆ ในการหลกี เล่ยี ง หรือพยายามหลกี เลย่ี งการเสียค่าภาษศี ุลกากร

3. สรปุ ลกั ษณะหรอื ฐานความผิดตามมาตรา 99
1. กระทา หรอื จัด หรือยอมให้ผู้อ่ืนกระทา ยื่นหรอื ยนิ ยอมใหย้ ่ืน
2. มไิ ดต้ อบคาถามของเจ้าพนกั งานตาม พ. ร .บ. นีบ้ ังคบั ใหต้ อบโดยสัตย์จรงิ
3. ไม่ยอมหรอื ละเลย ไมท่ าหรือไม่รกั ษา
4. ปลอมแปลงหรือใช้เม่ือปลอมแปลงแลว้
5. แก้ไข
6. ปลอมการกระทาดังกลา่ วขา้ งต้นเปน็ ความผดิ ฐานสาแดงเทจ็

4. ตัวอย่างเกณฑก์ ารเปรียบเทียบงดการฟ้องรอ้ งตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 (คาสัง่ ท่ัวไปกรมศุลกากร
ท่ี 10/2554)

(1) ใหผ้ ่อนผนั การปรับในความผิดฐานสาแดงเทจ็ กรณีต่อไปน้ี
ข้อ 1 กรณีสาแดงเท็จเป็นเหตใุ ห้อากรเกินจากทต่ี อ้ งชาระ
ข้อ 2 กรณสี าแดงเทจ็ เปน็ เหตุใหอ้ ากรขาดไมเ่ กิน 5,000บาท
ข้อ 3 กรณี ท่ีขอวางเงินประกนั อากรไวใ้ นอัตราสงู กอ่ นทเี่ จ้าหน้าท่จี ะตรวจพบความผดิ
ข้อ 4 กรณีสาแดงเท็จเป็นเหตุให้อากรขาดเกิน 5,000บาท แต่ผู้กระทาผิดตรวจพบความผิดเองแล้วร้องขอ
แกไ้ ขให้ถูกต้องโดยแสดงแจง้ ชัดเปน็ ลายลักษณ์อักษรตอ่ เจ้าหน้าที่ก่อนท่เี จ้าหนา้ ท่ีตรวจพบความผดิ ทง้ั นี้ โดยไม่
มีเหตุทจุ รติ ด้วยประการ ใดๆ
ขอ้ 5 กรณีเจ้าหนา้ ทผ่ี ้สู ารวจเงนิ อากรทกั ทว้ ง
ข้อ 6 กรณีสาแดงชนิดหรือปริมาณของใช้ในบ้านเรือนและของใช้ส่วนตัว คลาดเคลื่อนจากของที่นาเข้าจริง
เพยี งเลก็ น้อย และแน่วา่ มิได้นาเขา้ เพ่ือประโยชนใ์ นทางการคา้
ข้อ 7 กรณสี าแดงเทจ็ แตไ่ มม่ ผี ลกระทบต่อค่าอากร
ข้อ 8 กรณีมีคาชแี้ จงพอใจหรอื เม่ือขอ้ เท็จจริงและพยานหลักฐานฟงั เปน็ ทยี่ ุตไิ ด้วา่ ผู้กระทาความผดิ
ไมม่ เี จตนาทจุ รติ หรอื การกระทานน้ั ไม่ทาใหร้ ฐั ต้องเสียหาย

(2) กรณีความผิดฐานสาแดงเท็จเก่ียวกับการไม่รักษาเอกสาร บันทึกเร่ืองราว ทะเบียนสมุดบัญชีหรือ
ตราสารอยา่ งอนื่ ซง่ึ กฎหมายศุลกากรบงั คบั ไวใ้ ห้ปรบั 1,000 บาท

- 15 -

(3) กรณีการสาแดงเท็จเกี่ยวกับข้อมูลในใบขนสินค้าอันได้แก่ รหัสสถิติสินค้า มูลค่าการนาเข้าส่งออก
ปริมาณหรือนาหนักตามหน่อยสถิติ รหัสประเทศสากล อัตราแลกเปล่ียนและเลขประจาตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพ่ิม
ซึ่งไม่มีผลกระทบต่ออากร ใหป้ รับ500 บาท เว้นแตก่ รณี ทผ่ี ู้กระทาผิดตรวจพบความผิดเองแล้วร้องขอแกไ้ ขให้
ถูกตอ้ งโดยแสดงแจง้ ชัดเจนเป็นลายลกั ษณ์อักษรต่อเจา้ หน้าที่ ภายใน 10 วนั นบั แตว่ นั ส่งมอบหรอื ส่งออก
ใหผ้ ่อนผนั การปรับ

(4) กรณีความผิดฐานสาแดงเทจ็ ท่มี ีข้อเท็จจริงและหลักฐานเห็นได้ว่ามลู เหตุแหง่ การกระทาผิดเกิดจาก
ผู้กระทาผิดไม่ใช้ความระมักระวงั ให้เพยี งพอ ให้ปรับร้อยละ 10 ของอากรท่ีขาด ไมน่ อ้ ยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่
เกนิ 100,000 บาท และใหช้ าระคา่ ภาษีอากรท่ขี าดให้ครบถว้ นพรอ้ มเบ้ียปรับภาษมี ลู ค่าเพิ่มตามสว่ น

(5) ความผิดฐานสาแดงที่อยู่และ หรือสถานประกอบในใบขนสินค้าขาเข้า ใบขนสินค้าขาออกหรือ
เอกสารอ่ืนๆ หรือ การสาแดงเอกสารดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ผิดหลงซ่ึงที่อยู่หรือสถานประกอบการโดยสถานที่
ดังกล่าวไม่มีสภาพแห่งการเป็นสถานประกอบการอย่างแท้จริง หรือมีการแอบอ้างสถานท่ีโดยฉ้อฉล
ให้เปรียบเทยี บปรบั 50,000 บาท

(6) ความผิดฐานไม่จัดเก็บและรักษาบัญชี เอกสารหลักฐาน และข้อมูลไม่ว่าในสื่อรูปแบบใดๆ ที่กาลัง
ผา่ นหรอื ไดผ้ า่ นแลว้ ไม่เก็บเอกสารไว้ ณ สถานประกอบการหรือสถานอนื่ ๆทีอ่ ธบิ ดีกาหนด ใหเ้ ปรียบเทยี บปรับ
ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท แตไ่ ม่เกิน 50,000บาท

(7) การกระทาใดๆ อันเก่ียวกับสินค้าท่ีส่งออกหรือประสงค์จะส่งออกเพ่ือของคืนอากรหรือชดเชยค่า
ภาษีอากร หากขอ้ เท็จจริงและหลักฐานปรากฏในคดีเปน็ ความผดิ ฐานสาแดงเทจ็ ให้ปรบั รอ้ ยละ 10 ของจานวน
ค่าอากรที่อาจจะได้รับคืนหรือเงินชดเขยที่พ่ึงจะได้รับเกินกว่าความจริง ทั้งนี้ค่าปรับต้องไม่น้อยกว่า 1,000
บาท แต่ไมเ่ กิน 50,000 บาท

(8) การสาแดงเท็จเก่ียวกับของท่ีนาเข้าเก็บในและนาออกจาก กลังสินค้าทัณฑ์บน หรอื เขตปลอดอากร
หรือเขตประกอบการเสรี หรือขอใช้สิทธิประ โยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนซ่ึงอาจเป็นช่องทางให้
ทจุ ริตได้ แมจ้ ะอยูใ่ นหลักเกณฑท์ จี่ ะยกเว้นหรือลดหย่อนอากรให้ได้กต็ าม ใหป้ รบั 1,000 บาท

(9) ความผิดฐานสาแดงเท็จตามมาตร า 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469
เกยี่ วกบั การปลอมหรือแกไ้ ขเพิม่ เติม ตัดทอนข้อความแหง่ เอกสารใดๆใหป้ รับดงั ตอ่ ไปน้ี

ข้อ 1 การแก้ไขเพม่ิ เตมิ ตัดทอน ข้อความแห่งเอกสารโดยไม่ได้รบั อนญุ าต ซ่ึงไมม่ ผี ลกระทบตอ่ คา่ อากร
ให้ปรับ 1,000 บาท

ขอ้ 2 การปลอมดวงตรา ลายมือช่ือ ลายมอื ช่ือยอ่ หรือเครอื่ งหมายอย่างอ่ืนของพนักงานเจ้าหน้าที่ปรับ
ร้อยละ 10 ของราคาของ ไม่น้อยกว่า 10,000 บาทแต่ไม่เกิน 50,000 บาท หากการกระทาความผิดตาม
วรรคหนึ่งเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและ/หรือใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264
และ/หรือ มาตรา 268 ซึ่งอัตราโทษในความผิดฐานปลอมเอกสาร และ/หรือใช้เอกสารปลอมสูงกว่าอัตราโทษ
ในความผิดฐานสาแดงเท็จไม่ว่าจะเป็นการกระทากรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หรือต่างกรรม
วาระ ให้สง่ เร่อื งใหพ้ นักงานสอบสวนดาเนินคดี หากเป็นกรณกี ระทากรรมเดียวผิด

กฎหมายหลายบท และผลกระทบตอ่ ค่าภาษีอากร อันเป็นความผดิ ฐานหลีกเลย่ี งอากร ตามมาตรา 27
แหง่ พระราชบัญญัตศิ ลุ กากรพระพุทธศักราช 2469 ซึง่ บทหนกั ให้เปรยี บเทียบระงบั คดีตามเกณฑ์ประมวลฯ
1 06 0301 (10)

(10) ความผิดฐานสาแดงเท็จเพ่ือหลีกเส่ียงอากร หรือความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรให้ปรับสองเท่าของ
อากรที่ขาด และให้ชาระค่าภาษีอากร ที่ขาดให้ครบถ้วน พร้อมเบ้ียปรับหนึ่งเท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี
สรรพสามติ ภาษีเพ่อื มหาดไทยท่ีขาด(ถา้ มี) การแก้ไข เพมิ่ เติม ตดั ทอน ขอ้ ความแห่งเอกสารโดยไม่ได้รับอนญุ าต
การปลอมควงตราลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อหรือเคร่ืองหมายอย่างอ่ืนของพนักงานเจ้าหน้าท่ีเป็นเหตุให้ค่าภาษี
อากรขาดให้ปรบั ส่ีเทา่ ของภาษีอากรทีข่ าดและให้ชาระค่าภาษีอากรทข่ี าดใหค้ รบถ้วนพร้อมเบีย้ ปรบั หนงึ่ เท่าของ
ภาษมี ลู ค่าเพม่ิ ภาษสี รรพสามิต ภาษีเพ่อื มหาดไทยท่ขี าด (ถา้ ม)ี ทง้ั น้ี ค่าปรับต้องไม่นอ้ ยกว่า 50,000 บาท

- 16 -
(11) ความผิดฐานสาแดงเท็จเพื่อหลีกเล่ียงอากรในกรณีท่ีเห็นว่าเป็นการนาของซุกซ่อนมาเป็นของที่
ลาแดงโดยวิธีการอันแนบยล เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบของท่ีซุกซ่อนไว้น้ันให้ปรับสีเท่าของอากรท่ีขาดกับอีก
หนึง่ เทา่ ของภาษีมลู ค่าเพิ่มภาษสี รรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทยทขี่ าด (ถา้ มี) และใหย้ กของที่ซกุ ซอ่ นมานัน้ ให้เป็น
ของแผ่นดนิ
(15) ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ให้ปรับสองเท่าของราคาของรวมค่าอากร กับอีกหน่ึงเท่าของ
ภาษีมูลค่าเพ่ิม ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และภายีอ่ืนๆ (ถ้ามี) และให้ยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน
ยกเว้น กรณีต่อไปนี้ (เช่น)

ข้อ 1 ในกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาขณะอยู่ในช่องเขียว (GREENCHANNEL)
หรือผา่ นพ้นชอ่ งเขียวออกไปแล้วแตย่ งั ไมพ่ ้นห้องตรวจของผู้โดยสารของท่าอากาศยานให้ยกของกลางให้เป็นของ
แผ่นดิน

ข้อ 2 ในกรณีเจ้าหน้าท่ีตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาภายหลังผ่านพ้นห้องตรวจของผู้โดยสาร
ของท่าอากาศยาน ให้ปรับสองเท่าของราคารวมค่าอากร กับอกี หนงึ่ เท่าของภาษีมลู คา่ เพ่มิ ภาษีสรรพสามิต ภาษี
เพอ่ื มหาดไทย และภาษีอืน่ (ถา้ มี) และยกของกลางให้เปน็ ของแผน่ ดนิ

ข้อ 3 ในกรณีของกลางเป็นของท่ีไม่ต้องชาระอากรศุลกากร ไม่ว่าจะตรวจพบ ณ ท่ีใดใน
ราชอาณาจักร ให้ยกของกลางเปน็ ของแผน่ ดิน

*****************************

- 17 -

ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหนา้ ที่ศลุ กากร ประจาดา่ นพรมแดน
(การตรวจสอบสิ่งผดิ กฎหมาย)
๑. รถบรรทกุ สนิ ค้าขาออก

1.1 ตรวจคน้ รถบรรทกุ สนิ ค้าด้วยการส่มุ ตรวจ โดยใชร้ ะบบการบรหิ ารความเส่ียง
1.2 ตรวจค้นรถบรรทุกสินคา้ อยา่ งละเอียด หากได้รับแจง้ จากสายขา่ วว่าเป็นรถตอ้ งสงสยั
๒. ผู้โดยสารขาออก
2.1 ตรวจค้นกระเปา๋ และสมั ภาระดว้ ยการสุม่ ตรวจ และตรวจค้นอยา่ งละเอยี ดถา้ พบส่งิ ผดิ ปกติ
2.2 ตรวจคน้ กระเปา๋ และสมั ภาระอยา่ งละเอียด หากไดร้ ับแจง้ จากสายข่าวว่าเป็นผูต้ ้องสงสยั
๓. รถยนต์ส่วนบุคคลเขา้ - ออก
3.1 ตรวจค้นรถยนต์ส่วนบุคคลที่ผ่านเข้า - ออกด้วยการสุ่มตรวจ โดยให้ทาการลดกระจกลง และ
เปิดกระโปรงหลังรถ หรอื ตรวจคน้ กระบะหลงั รถ เพือ่ ทาการตรวจสอบ
3.2 ตรวจค้นรถยนต์ส่วนบุคคลอย่างละเอียด หากได้รบั แจ้งจากสายข่าวว่าเป็นรถต้องสงสัย โดยให้นารถไป
จอดบริเวณจุดจอดช่ัวคราว เพ่ือทาการค้นรถอย่างละเอยี ด
๔. ผู้โดยสารขาเขา้
4.1 ตรวจค้นกระเปา๋ และสัมภาระด้วยเครอื่ ง X-Ray กระเป๋า หากพบว่าภาพ X-Ray มีวตั ถุตอ้ งสงสยั กจ็ ะทา
การตรวจค้นโดยละเอียด
4.2 ตรวจคน้ กระเป๋าและสมั ภาระอยา่ งละเอยี ด หากไดร้ ับแจ้งจากสายข่าววา่ เปน็ ผู้ตอ้ งสงสัย
๕. รถบรรทุกสนิ คา้ ขาเข้า
5.1 ตรวจค้นรถบรรทุกสินคา้ ด้วยการสุ่มตรวจ โดยใช้ระบบการบริหารความเส่ยี ง
5.2 ตรวจค้นรถบรรทุกสินค้าอย่างละเอียด โดยการเปิดตรวจดูสินค้าหรือนาสินค้าไปตรวจโดยใช้รถ X-ray
Mobile หากไดร้ ับแจง้ จากสายขา่ ววา่ เป็นรถต้องสงสัย

*****************************

- 18 -

การปฏบิ ตั ิในการจับกมุ แรงงานตา่ งดา้ ว
ข้นั การปฏิบัติ
1. การตรวจหนังสอื เดนิ ทาง หรือเอกสารใช้แทนหนงั สือเดินทาง หรอื หนังสอื ผา่ นแดน
2. ตรวจสอบช่อื สกุล วนั เดอื นปีเกดิ ตรงกบั หนงั สอื เดินทางหรือไม่
3. ประเมินอายุคนต่างดา้ วกับท่แี จง้ อยูใ่ นหนงั สือเดนิ ทางตา่ งกันหรือไม่
4. ดภู าพถ่ายกับผู้ทถ่ี ือหนงั สอื เดนิ ทาง เปรียบเทียบความสูง ดวู นั หมดอายขุ องหนังสอื เดนิ ทาง การตรวจรอยตรา
ประทับการอนญุ าตใหอ้ ยใู่ นราชอาณาจกั ร
5. แรงงานชาวลาว เดินทางเข้ามาปฏิบัติงานประเทศไทย โดยถูกกฎหมาย และ มีเอกสารถูกต้อง/ครบถ้วน
จะถูกผลักดันกลบั ภมู ลิ าเนาทนั ที
6. กรณที ี่แรงงานชาวลาว ลกั ลอบเขา้ เมืองโดยผิดกฎหมาย, หนังสือ/เอกสารการขออนุญาตสิ้นสุด จะถูกแจ้งข้อ
กล่าวหาตามมูลความผดิ แตจ่ ะไม่ถูกดาเนินคด/ี เปรียบเทียบปรบั จากน้ันจะถูกผลกั ดนั กลบั ภูมลิ าเนาทนั ที
7. กรณีท่ีแรงงานชาวลาว ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, หนังสือ/เอกสารการขออนุญาตสิ้นสุด จะถูกแจ้ง
ขอ้ กล่าวหาตามมูลความผดิ ดังนี้

7.1 กรณีทม่ี ีเอกสารเดินทางถกู ต้อง แต่การขออนญุ าตสิน้ สดุ (Over Stay) จะถูกนาตัวส่ง พนักงานสอบสวน
ในพ้ืนที่จับกุม เพื่อส่งฟ้องศาล และเปรียบเทียบปรับ (ตามดุลพินิจของศาล) จากนั้นจะพยายามดาเนินการ
ผลักดันส่งกลบั ภมู ลิ าเนาภายใน 1 วัน (ภายในวนั ที่จับกมุ )

7.2 กรณีที่ไมม่ ีเอกสารเดนิ ทางถูกตอ้ ง (หลบหนีเข้าเมืองฯ) จะถูกนาส่งตัวตอ่ ให้ จนท. ฝ่ายงานห้องกัก และ
ส่ง ตรวจคนเข้าเมืองประจาพื้นที่ เพ่ือจัดทาบันทึกประวัติ (ไม่เสียค่าปรับ) และจะพยายามดาเนินการผลักดัน
สง่ กลบั ภูมลิ าเนาภายใน 2 วัน

การดาเนนิ คดคี นต่างด้าว
1. เมื่อตรวจสอบปรากฏว่าคนต่างด้าวได้มีการกระทาความผิดอย่างใดอยา่ งหนึ่ง ให้ทาการสอบปากคาผู้กระทา
ความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องเพื่อประกอบการดาเนินคดีตามฐาน
ความผิด โดยให้ดาเนนิ การ ดังน้ี

1.1 รายงานเสนอผบู้ งั คับบญั ชาตามลาดบั เพื่อขออนมุ ัติดาเนนิ คดี
1.2.เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาให้ดาเนินคดีแล้ว ให้ทาหนังสือถึงผู้กากับการสถานีตารวจแห่ง
ทอ้ งทท่ี ีพ่ บการกระทาความผดิ เพอื่ ประสานการดาเนนิ คดีกบั คนตา่ งด้าวตอ่ ไป
1.3 ประสานงานสถานีตารวจแห่งท้องท่ีที่พบการกระทาความผิด เพ่ือร้องทุกข์กล่าวโทษดาเนินคดีกับคน
ต่างด้าว พรอ้ มทง้ั ขอสาเนาบนั ทึกประจาวันของสถานตี ารวจดงั กล่าว
1.4 รายงานเสนอผบู้ ังคับบัญชาทราบ และตดิ ตามผลคดีตอ่ ไป

การดาเนินคดนี ายจ้าง/สถานประกอบการ
เม่อื ตรวจสอบปรากฏว่านายจ้าง/สถานประกอบการนน้ั ได้มีการกระทาความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ใหท้ า

การสอบปากคาผู้กระทาความผิดและผู้ท่ีเก่ียวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆที่เก่ียวข้องเพื่ อ
ประกอบการดาเนินคดตี ามฐานความผิด โดยให้ดาเนนิ การ ดงั นี้
๑. รายงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลาดับ เพื่อขออนุมัติดาเนินคดี.เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาให้
ดาเนินคดีแล้ว ให้ทาหนังสือถึงผู้กากับการสถานีตารวจแห่งท้องท่ีท่ีพบการกระทาความผิด เพื่อประสานการ
ดาเนินคดกี บั นายจา้ ง/สถานประกอบการตอ่ ไป
๒. ประสานงานสถานีตารวจแห่งท้องท่ีที่พบการกระทาความผิดเพ่ือร้องทุกข์กล่าวโทษดาเนินคดีกับนายจ้าง/
สถานประกอบการ พร้อมท้งั ขอสาเนาบันทกึ ประจาวันของสถานีตารวจดงั กลา่ ว
๓.รายงานเสนอผู้บังคับบัญชาทราบ และตดิ ตามผลคดีตอ่ ไป

*****************************


Click to View FlipBook Version