The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วันที่ ๙ - ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕
ณ อาคาร ๑๒๓ ปี สวนกุหลาบวิทยาลัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Vichakarn SK, 2023-01-02 18:36:41

เทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์

วันที่ ๙ - ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕
ณ อาคาร ๑๒๓ ปี สวนกุหลาบวิทยาลัย

เอกสารเสริมความรู้ประกอบกิจกรรม

เทศน์มหาชาติ ประจากัณฑ์ ๑๓ กัณฑ์

วันท่ี ๙ – ๑๐ มกราคม ๒๕๖๖
ณ หอประชมุ อาคาร ๑๒๓ ปี สวนกุหลาบวิทยาลยั

“ชาดก” คือ เร่ืองราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของ
พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน นั่นคือ สมัยที่พระองค์เป็น
พระโพธิสัตว์บําเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ได้ทรงนํามา
เล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพ่ือแสดง
หลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์โดยเรียก
เร่ืองในอดีตหรืออดีตชาติของพระองค์นี้ว่า ชาดก
ชาดกเป็นเร่ืองเล่าคล้ายนิทานบางครั้งจึงเรียกว่า
นิทานชาดก

“ชาดก” มี ๒ ประเภท จําพวกแรก คือ นิบาตชาดก หมายถึง ชาดกท้ัง ๕๔๗
เร่ืองที่มีอยู่ในคัมภีร์ขุททกนิกายของพระสุตตันตปิฎก ในพระไตรปิฎกภาษาบาลี
นิบาตชาดกแต่งเป็นคาถาคือฉันทลักษณ์ล้วน ๆ โดยจะมีการแต่งขยายความเป็น
ร้อยแก้วคือรูปแบบคาถาสุภาษิต ส่วนอีกจําพวกหนึ่ง คือ พาหิรกชาดก หมายถึง
ชาดกที่ไม่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก หากแต่เป็นชาดกท่ีภิกษุชาวเชียงใหม่
ได้รวบรวมเรือ่ งราวมาจากนทิ านพ้ืนบ้านไทยมาแต่งเปน็ ชาดก

เหตุที่เรียกว่า นิบาตชาดก ก็เพราะว่า ชาดกในพระไตรปิฎกนี้จัดหมวดหมู่ตาม
จํานวนคาถา มีท้ังหมด ๒๒ หมวด หรือ ๒๒ นิบาต ชาดกท่ีพระพุทธองค์เล่านั้น
ซ่ึงมีหลายร้อยเรื่อง บ้างทรงเคยเกิดเป็นมนุษย์บ้าง เกิดเป็นสัตว์บ้าง แต่ท่ีรู้จักกัน
โดยท่ัวไป คือ นิบาตสุดท้าย หรือ นิบาตที่ ๒๒ ประกอบด้วยชาดก ๑๐ เร่ือง ๑๐
ชาติสุดท้ายของพระพุทธองค์ที่เรียกว่า “ทศชาติชาดก” และชาติสุดท้าย
ท่ีทรงเสวยพระชาตเิ ปน็ “พระเวสสนั ดร” เรียกว่า “เวสสันดรชาดก”

“เวสสันดรชาดก” เป็นเรื่องเล่าท่ีพระพุทธองค์ทรงยกขึ้นแสดงแก่พุทธบริษัท
เม่ือคร้ังที่เสด็จไปโปรดพระประยุรญาติเป็นครั้งแรก ณ วัดนิ โครธาราม
กรุ ง กบิ ล พั ส ดุ์ โ ด ย เ ห ตุ ท่ี ค ร้ั ง พ ร ะ พุ ท ธ อ ง ค์ เ ส ด็ จ ถึง พ ร ะ น ค ร ก บิล พั ส ดุ์ แ ล้ ว
ฝ่ายพระประยูรญาติมีพระเจ้าสุทโธทนะเป็นประธานเสด็จมาต้อนรับ ต่างก็ยังมี
ทฐิ มิ านะแรงกล้าไม่ยอมนอบน้อมนมัสการพระบรมศาสดา ด้วยเห็นว่าพระพุทธ
องค์มวี ยั ออ่ นกว่าตน พระพุทธองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นเหตุ ดังนั้น จึงทรงแสดง
ปาฏิหาริย์เสด็จลอยขึ้นไปจงกรมอยู่บนอากาศ ให้ละอองธุลีพระบาทหล่นลงมา
บนพระเศยี รเหลา่ พระประยูรญาติ ลําดับนั้นหมู่พระประยูรญาติต่างพากันคลาย
ทฐิ มิ านะประคองอญั ชลนี มสั การดว้ ยบญุ ญาภนิ หิ ารของพระพุทธองค์

ขณะนั้น “ฝนโบกขรพรรษ” น้ําฝนสีแดงดุจเลือด ได้ตกลงมาเป็นที่น่าอัศจรรย์
ผู้ใดปรารถนาจะให้เปียกก็เปียก ถ้าไม่ปรารถนาจะให้เปียกแล้วแม้แต่นิดหนึ่ง
ก็ไม่เปียกกาย เม็ดฝนก็จะกล้ิงหล่นจากกายเหมือนหยาดนํ้าในใบบัว เม่ือฝนตกลง
มาเป็นห่าใหญ่ พระสงฆ์สาวกท่ีตามเสด็จพระพุทธเจ้าครั้งนั้น เห็นเป็นท่ีอัศจรรย์
จึงสนทนากันด้วยพิศวงว่า ฝนเช่นนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนพระพุทธเจ้าจึงตรัสบอก
พระสงฆ์ว่า ฝนโบกขรพรรษตกในสมัยท่ีพระองค์ทรงเป็นพระพุทธเจ้านั้น
ไม่น่าอัศจรรย์เลย แต่ท่ีน่าอัศจรรย์คือ ฝนโบกขรพรรษตกในสมัยท่ีพระองค์
เสวยพระชาติเป็น “พระเวสสันดร” พระพุทธเจ้าจึงได้ยก “เวสสันดรชาดก”
ข้ึนเล่าในท่ามกลางสมาคมนั้นอันเป็นมหาสันนิบาตซึ่งเรียกว่า “ญาติสมาคม”
โดยเลา่ ตง้ั แต่ต้นจนถงึ ตอนพระเวสสนั ดรเสด็จนิวตั ิกลับเข้าเมือง

การยกว่าพระชาติน้ีเป็น “มหาชาติ” นั้น ปรากฏใน
พระนิพนธ์คํานํา มหาชาติคําหลวง ใน สมเด็จพระเจ้า-
บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ ความว่า

“พุทธศาสนิกชนในสยามประเทศน้ีตลอดจนประเทศ
ท่ีใกล้เคียงนับถือกันมาแต่โบราณว่า เรื่องมหาเวสสันดร
ชาดกสําคัญกว่าชาดกเรื่องอื่น ๆ ด้วยปรากฏบารมีของ
พระโพธิสัตว์บริบูรณ์ในเร่ืองมหาเวสสันดรชาดกทั้ง
๑๐ อยา่ ง จึงเรยี กกันวา่ มหาชาติ”

อันบารมีที่ว่าน้ี หมายถึง การกระทําที่ประเสริฐ ประกอบด้วยกุศลเจตนาคุณงาม
ความดีท่ีควรกระทํา คุณงามความดีท่ีได้บําเพ็ญมา คุณสมบัติที่ทําให้ย่ิงใหญ่
เป็นธรรมส่วนหนึ่งท่ีสําคัญซ่ึงช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้ปฏิบัติได้ถึงซึ่งโพธิญาณ
โดยบารมีทพี่ ระโพธสิ ตั ว์บําเพญ็ มี ๑๐ อยา่ ง โดยสมั พันธ์กบั เวสสันดรชาดก ดังนี้

๑. ทานบารมี ทรงบรจิ าคทรัพย์สินชา้ งมา้ ราชรถพระโอรสพระธดิ าและพระมเหสี
๒. ศลี บารมี ทรงรักษาศลี อยา่ งเคร่งครัดระหว่างผนวชเปน็ ฤๅษีอยู่ ณ เขาวงกต
๓. เนกขมั มบารมี ทรงครองเพศบรรพชิตตลอดเวลาทปี่ ระทับ ณ เขาวงกต
๔. ปัญญาบารมี ทรงบาํ เพ็ญภาวนามยั ปัญญาตลอดเวลาทีผ่ นวช
๕. วิริยบารมี ทรงปฏบิ ตั ธิ รรมมิได้ย่อหยอ่ น
๖. สัจจบารมี ทรงปฏบิ ตั ิดังที่มีพระวาจา อาทิ การยกพระกุมารให้ชชู ก
๗. ขนั ตบิ ารมี ทรงอดทนตอ่ ความยากลาํ บากตา่ ง ๆ ทง้ั การมายังเขาวงกต

แม้ทอดพระเนตรเหน็ ชูชกเฆ่ียนตพี ระกมุ ารอยา่ งทารณุ กท็ รงข่มพระทัยไว้ได้
๘. เมตตาบารมี ทรงพระเมตตาประทานส่ิงตา่ ง ๆ เม่ือมผี ู้ทย่ี ากลําบากมาทลู ขอ
๙. อเุ บกขาบารมี ทรงวางเฉยต่อชูชกทีต่ พี ระกุมาร ด้วยประทานสิทธ์ขิ าดไปแลว้
๑๐. อธิษฐานบารมี ทรงตัง้ มน่ั ท่ีจะบําเพญ็ บารมเี พื่อใหส้ าํ เรจ็ พระโพธญิ าณ

แม้จะมอี ุปสรรคก็มไิ ดท้ รงยอ่ ทอ้

เม่ือดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับเอาพระพุทธศาสนา
เข้าสู่อาณาจักรของตน การเทศน์มหาชาติ ถือเป็นเร่ือง
ยิ่งใหญ่ก็เนื่องด้วยตํานานแห่ง “พระมาลัย” ตามคติเร่ือง
มาลัยสูตรอันเป็นพระสูตรนอกพระไตรปิฎก สันนิษฐานว่า
แต่งข้ึนเป็นครั้งแรกในประเทศพม่าเมื่อราวพุทธศตวรรษ
ท่ี ๑๖ ถึง ๑๘มีเรื่องราวกล่าวถึงพระมาลัยเทวเถระ
ชาวลังกาทวีปเป็นผ้ทู รงฤทธ์โิ ปรดสัตวใ์ นนรกและสวรรค์

ครั้งหนึ่งเหาะไปไหว้พระเจดีย์จุฬามณีในสวรรค์
ช้ันดาวดึงส์ได้พบสนทนาธรรมกับพระอินทร์และ
พ ร ะ ศ รี อ ริ ย เ ม ต ไ ต ร ย บ ร ม โ พ ธิ สั ต ว์ ผู้ จ ะ ม า
เสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้าองค์ถัดไป จากนั้น
ได้นําเทวโองการจากพระศรีอาริยเมตไตรยมาแจ้ง
แก่มนุษย์ถึงวิธีจะบังเกิดในศาสนกาลของพระองค์
อันเป็นยุคท่ีเต็มไปด้วยความสุขสมบูรณ์ต่าง ๆ ว่า
ทาได้โดยฟังเทศน์เรื่องเวสสันดรชาดก ทั้ง ๑๓
กัณฑ์ รวมหนึ่งพันคาถา ให้จบได้ภายในวันเดียว
และบูชาชาดกนี้ด้วยประทีป ฉัตร ธง ดอกบัว
ดอกไมต้ ่าง ๆ อย่างละพนั ร่วมด้วย

ดงั นนั้ ด้วยคณุ วิเศษแห่งมหาเวสสนั ดรชาดกผนวกเข้ากับความเชื่อดังกล่าว
จึงเกิดข้ึนเป็น “ประเพณีการเทศน์มหาชาติ” ที่ชาวพุทธในแต่ละท้องท่ีนิยมทํา
เพราะหวังอานิสงส์ช่วยให้ตนไปเกิดในศาสนา ยุคพระศรีอาริย์โดยมีลักษณะของ
การเทศนแ์ ละการบชู ากัณฑเ์ ทศน์แตกตา่ งกนั ไปตามท้องถนิ่ ของตน

มหาชาติกลอนเทศน์มิได้หมายถึงคําประพันธ์ประเภท
กลอนอย่างที่เรารู้จักกัน หากแต่หมายความถึงคําประพันธ์
ประเภทร่ายยาว ซ่ึงมีผู้แต่งขึ้นในหลายสํานวน จนเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๔๙ - ๒๔๕๓ กรมศึกษาธิการ ได้คัดเลือกมหาชาติ
กลอนเทศน์สํานวนที่ดีนํามาจัดพิมพ์ทั้ง ๑๓ กัณฑ์เรียกว่า
“ฉบับของกรมศึกษาธิการ” ปัจจุบันได้เรียกว่า “ร่ายยาว
มหาเวสสันดรชาดก” ถือว่าเป็นฉบับที่มีสํานวนโวหารเด่น
ทุกกัณฑ์ การแบ่งคาถา ๑,๐๐๐ คาถา ตามกัณฑ์ต่าง ๆ
และสาํ นวนทไี่ ดร้ บั การคัดเลอื กบรรจลุ งในหนงั สอื มดี ังนี้

กณั ฑ์ที่ ๑ ทศพร มี ๑๙ คาถา สาํ นวนสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระปรมานุชติ ชิโนรส
กณั ฑท์ ี่ ๒ หิมพานต์ มี ๑๓๔ คาถา สํานวนสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระปรมานชุ ิตชโิ นรส
กัณฑ์ที่ ๓ ทานกณั ฑ์ มี ๒๐๙ คาถา สาํ นวนสาํ นักวัดถนน
กณั ฑ์ที่ ๔ วนปเวสน์ มี ๕๗ คาถา สํานวนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว
กณั ฑท์ ี่ ๕ ชูชก มี ๗๙ คาถา สํานวนพระเทพมุนี (ดว้ ง) วดั สังขก์ ระจาย
กัณฑท์ ่ี ๖ จุลพน มี ๓๕ คาถา สาํ นวนพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
กัณฑท์ ่ี ๗ มหาพน มี ๘๐ คาถา สาํ นวนพระเทพโมลี (กลน่ิ )
กัณฑท์ ี่ ๘ กมุ าร มี ๑๐๑ คาถา สาํ นวนเจา้ พระยาพระคลงั (หน)
กณั ฑท์ ี่ ๙ มทั รี มี ๙๐ คาถา สํานวนเจ้าพระยาพระคลงั (หน)
กัณฑ์ท่ี ๑๐ สกั กบรรพ มี ๔๓ คาถา สาํ นวนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว
กณั ฑท์ ่ี ๑๑ มหาราช มี ๖๙ คาถา สาํ นวนสมเด็จพระมหาสมณเจา้ ฯ กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส
กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตรยิ ์ มี ๓๖ คาถา สํานวนสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระปรมานุชติ ชิโนรส
กณั ฑ์ท่ี ๑๓ นครกัณฑ์ มี ๔๘ คาถา สาํ นวนสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระปรมานุชติ ชิโนรส

ท้ังนี้ ในปัจจุบันด้วยขอ้ จาํ กดั ของพธิ ีทไ่ี ม่สามารถดาํ เนินการเทศน์ตอ่ เน่ือง
ให้จบในวนั เดยี วได้ จึงมกี ารสวด คาถาพนั ใหจ้ บแต่ต้น เพือ่ คงอานิสงส์ไว้

ประดับดว้ ยคาถา ๑๙ พระคาถา | เพลงประจากณั ฑ์ คือ เพลงสาธกุ าร

เม่ือคร้ังอดีตกาลที่ล่วงมา นครสีพีรัฐบุรีนั้นมี
พระราชาพระนามสีพีราช ทรงครองเมืองโดย
ทศพิธราชธรรม พระราชาทรงยกบัลลังก์ให้
พระโอรสข้ึนเสวยราชย์แทน พระโอรสมีพระนาม
ว่า "สญชัย" และได้อภิเษกกับพระนางผุสดี
พระธิดาแห่งราชากรุงมัทราช แต่ปางก่อนนั้น
พระนางใช้ผงจันทร์แดงบูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้า
และอธิษฐานให้ได้เกิดเป็นมารดาพระพุทธเจ้า
ค ร้ั น พ ร ะ น า ง เ ส ว ย ช า ติ เ ป็ น อั ค ร ม เ ห สี ข อ ง
พระอินทร์ เม่ือจะสิ้นอายุขัยพระอินทร์จึงให้
พระนางขอพรได้ ๑๐ ข้อ ข้อสําคัญท่ีสุดคือ
ขอใหไ้ ด้ปลดปลอ่ ยนักโทษท่ีต้องอาญาประหารได้

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) การทําบุญจักให้สําเร็จสมประสงค์ต้องอธิษฐานจิต
ต้ังเป้าหมายชีวิตที่ตนปรารถนาไว้ และ (๒) ความปรารถนาที่จะสําเร็จสมดังต้ังใจ
ผู้นน้ั ต้องมีศีลบรบิ ูรณ์

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์น้ีจะได้รับทรัพย์สมบัติดังปรารถนา ถ้าเป็นสตรีจะได้สามี
เป็นท่ีชอบเน้ือเจริญใจ ถ้าเป็นบุรุษจะได้ภรรยาเป็นท่ีต้องประสงค์ หากครองคู่ก็จะ
ได้บุตรหญิงชายเป็นคนว่านอนสอนง่าย มีรูปกายงดงาม มีความประพฤติดี
กิริยาเรยี บรอ้ ยทกุ ประการ

ประดับดว้ ยคาถา ๑๓๔ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คือ เพลงตวงพระธาตุ

เมื่อพระนางผุสดีประสูติพระราชโอรส ณ ตรอก
พ่อค้า ทรงพระนามว่า เวสสันดร ในวันเดียวกัน
นางช้างฉัททันต์ได้ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธ์ิ
ได้ชื่อว่า ปัจจัยนาค ต่อมาพระเจ้าสญชัยได้ทรง
มอบราชสมบตั ิแดพ่ ระเวสสนั ดรและให้ทรงอภิเษก
กับพระนางมัทรี เป็นคู่บารมี พระเวสสันดรทรงมี
พระนิสัยน้อมไปในการบําเพ็ญทาน ทรงมุ่งจะ
บริจาคเป็นอารมณ์ เมื่อแคว้นกลิงคะเกิดภาวะ
ฝนแล้ง หมู่พราหมณ์จึงมาทูลขอช้างปัจจัยนาค
พระองค์ก็ทรงประทานให้ อันเป็นเหตุให้ชาวเมือง
สี พี ไ ม่ พ อ ใ จ จึ ง ทู ล ข อ ใ ห้ พ ร ะ เ จ้ า ส ญ ชั ย เ น ร เ ท ศ
พระเวสสันดรไปป่าหิมพานต์

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) คนดีเกิดมานําพาโลกให้ร่มเย็น (๒) โลกต้องการผู้เสียสละ
มิฉะนั้นหายนะจะบังเกิด (๓) การทําดีย่อมมีอุปสรรค "มารไม่มีบารมีไม่มา
มารย่งิ มาบารมียิ่งแก่กลา้ ” และ (๔) จุดหมายแหง่ การเสียสละ อยู่ท่ีพระโพธิญาณมิ
หวน่ั ไหวแมจ้ ะได้รบั ทุกข์

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์นี้ย่อมได้สิ่งปรารถนาทุกประการ คร้ันตายแล้วได้ไปบังเกิด
ในสุคตโิ ลกสวรรค์ เสวยสมบัติอนั มโหฬาร มบี ริวารแวดล้อมบาํ รุงบาํ เรออยเู่ ป็นนิตย์
จุติจากสวรรค์แล้วจะลงมาเกิดในตระกูลขัตติยะมหาศาล หรือตระกูลพราหมณ์
มหาศาล อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคาร บริวารมากมายนานัปการ ประกอบด้วย
สขุ กายสบายใจทุกอิรยิ าบถ

ประดบั ดว้ ยคาถา ๒๐๙ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คือ เพลงพญาโศก

ก่อนพระเวสสันดรจะเสด็จออกพระนครสีพี
ทรงบริจาค “สัตตสดกมหาทาน” ทาน ๗ สิ่ง
ได้แก่ คือ ช้าง ม้า รถ ทาสชาย ทาสหญิง โคนม
และนางสนม อย่างละ ๗๐๐ โดยมีพระนางมัทรี
พระกัณหา และพระชาลี รวม ๔ ชีวิต ตามเสด็จ
ไปประทับที่ป่าหิมพานต์ ระหว่างทางมียากจก
มาทูลของพระราชทานรถและม้า พระองค์ก็ทรง
เมตตาประทานให้ ในท่ีสุดท้ังสองพระองค์ทรงอุ้ม
พระโอรส พระธิดา เสด็จพระดําเนินเพ่ือเข้าสู่
ปา่ หิมพานต์

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) เห็นถึงความรักของแม่ ความห่วงของเมีย (๒) โทษทัณฑ์
ของการเป็นหม้าย คือ ถูกประณามหยามหมิ่นอาจถึงจบชีวิตด้วยการก่อกองไฟ
ให้รุ่งโรจน์แล้วโดดฆ่าตัวตา (๓) เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม พึงยอมเสียสละ
ประโยชน์สุขส่วนตัว และ (๔) ยามบุญมีเขาก็ยก ยามตกต่ําเขาก็หยาม ชีวิตมีทั้ง
ขมข่ืนและชน่ื บาน

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์นี้จะบริบูรณ์ด้วยแก้วแหวนเงินทอง ทาส ทาสี และสัตว์
สองเท้าสี่เท้า คร้ันตายแล้วจะได้ไปเกิดในฉกามาพจรสวรรค์ มีนางเทพอัปสร
แวดลอ้ มมากมาย เสวยสขุ อยูใ่ นปราสาทสรา้ งด้วยแกว้ ๗ ประการ

ประดบั ดว้ ยคาถา ๕๗ พระคาถา | เพลงประจากณั ฑ์ คอื เพลงพญาเดนิ

เม่ือพระเวสสันดร พระนางมัทรี พระกัณหา และ
พระชาลี เสด็จพระดําเนินสู่ป่า ความทราบถึง
พระเจ้าเจตราษฎร์ จึงทูลให้ทรงเป็นกษัตริย์ครอง
มาตุลนคร แต่พระเวสสันดรก็ทรงปฏิเสธ พระเจ้า
เจตราษฎร์จึงทรงพรรณนาทางไปสู่ป่าหิมพานต์ว่า
คดเค้ียวเลี้ยวลดประการใด โดยทรงให้พราน
เจตบุตรเป็นผู้กําหนดจุดรักษาประตูป่า เพ่ือระวัง
รักษามีให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน คร้ังนั้นพระอินทร์มี
เทวบัญชาให้พระวิษณุกรรมเทพบุตรเนรมิตศาลา
ให้ ๒ หลัง และเตรียมเคร่ืองนุ่งห่มอย่างดาบสให้
เม่ือส่ีกษัตริย์ถึงกลางเขาวงกตก็ได้ทรงผนวช
เปน็ พระดาบส ถือศีล เสวยผลาหารอยู่ ๗ เดอื น

ขอ้ คดิ ประจากณั ฑ์ (๑) ยามเขญ็ ใจ-ยามจน ยามเจ็บ เป็นยามท่ีควรจะได้รับความ
เหลียวแลจากหมู่มิตร (๒) ผลดีของมิตร คือ ไม่ทอดทิ้งในยามเพื่อนทุกข์ ช่วยอุ้มชู
ยามเพ่ือนอ่อนล้า ช่วยฉุดดึงยามเพ่ือนตกต่ํา ช่วยคํ้ายันยามเพ่ือนสูงขึ้น และ
(๓) น้ําใจของคนดี-หากรู้ชัดว่าปกติสุขของคนส่วนมากจะต้ังอยู่ได้ เพราะ
การเสยี สละของตน กส็ มคั รสลดั โอกาสและโชคลาภอันพงึ จะได้ ดว้ ยความแช่มชนื่

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์น้ีจะได้รับความสุขทั้งโลกน้ีและโลกหน้า จะได้เป็น
บรมกษัตริย์ในชมพูทวีป เป็นผู้ทรงปรีชาเฉลียวฉลาดสามารถปราบอริราชศัตรู
ใหย้ อ่ ยยับไป

ประดับด้วยคาถา ๗๙ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คือ เพลงเซ่นเหลา้

กล่าวถึงชูชกผู้เข็ญใจ อาศัยอยู่ในบ้านทุนวิฏฐ์
รวบรวมเงินที่เที่ยวขอทานมาได้ ๑๐๐ กษาปณ์
แล้วได้นําไปฝากไว้กับเพื่อนพราหมณ์ผู้หนึ่งเป็น
เวลานาน ต่อมาพราหมณ์ผู้นั้นจนลงจึงใช้จ่ายเงิน
ของชูชกจนหมด เม่ือชูชกมาทวงคืนจึงไม่มีเงินให้
จึงยกอมิตตดาลูกสาวให้เป็นภรรยา อมิตตดาได้
ทําหน้าท่ีภรรยาที่ดีจนเป็นที่เล่ืองลือท้ังหมู่บ้าน
พวกสามีต่างตําหนิภรรยาตน ทําให้ผู้เป็นภรรยา
ท้ังหลายเกลียดชัง นางจึงถูกทําร้าย ทําให้นาง
ออกอุบายให้ชกไปขอพระกัณหาชาลีมาเป็นทาส
ชูชกจึงเดินทางไปถึงป่าที่พรานเจตบุตรรักษาแล้ว
หลอกวา่ ตนถอื พระราชสาสน์ มาเชิญพระเวสสันดร
เสด็จกลับ พรานเจตบุตรหลงเชื่อจึงเลี้ยงดูปูเสื่อ
เป็นอย่างดี

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) ของท่ีรักและหวงแหนท่ีโบราณห้ามฝากผู้อื่นไว้คือ เงิน
ม้า เมีย (๒) ภรรยาท่ีดีย่อมไม่ย่อหย่อนต่อหน้าท่ี ข้าวตํา น้ําตัก ฝืนตอหักหา
นํ้าร้อนนํา้ ชา เตรยี มไวใ้ ห้พร้อม และ (๓) ของไมค่ คู่ วรยอ่ มมปี ญั หา

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์นี้จะได้บังเกิดในตระกูลกษัตริย์ ประกอบด้วยสมบัติอัน
งดงามกว่าคนทัง้ หลาย จะเจรจาปราศรยั ก็ไพเราะเสนาะโสต แม้จะได้สามีภรรยา
และบตุ รธิดาก็ล้วนแต่มีรูปทรงงดงามสอนงา่ ย

ประดบั ดว้ ยคาถา ๓๕ พระคาถา | เพลงประจากณั ฑ์ คือ เพลงคุกพาทย์

พรานเจตบุตรดูแลชูชกเป็นอย่างดี ครั้นรุ่งเช้า
พรานเจตบุตรก็จัดเตรียมเสบียงให้ชูชก พร้อมท้ัง
นําชชู กไปยังต้นทางทจ่ี ะไปยงั เขาวงกต และช้ีบอก
เส้นทางท่ีจะต้องผ่านว่า ต้องผ่านเขาคันทมาทน์
เขาอัญชัน สวนอัมพวัน แล้วจะถึงสระอันอุดมไป
ด้วยสัตว์นํ้า มีขัณฑสกรท่ีเป็นนํ้าตาลอันเช่ือกันว่า
เกิดขึ้นบนใบบัว และเป็นเครื่องยาอย่า งดี
พรานเจตบุตรยังได้แนะทางที่จะไปยังอาศรมของ
พระอัจจุตฤๅษีเพ่ือให้ชูชกถามถึงหนทางท่ีจะไปยัง
พระอาศรมของพระเวสสันดร ชูชกจําเส้นทาง
ที่พรานเจตบุตรบอกไว้แล้วอําลา จากนั้นจึงออก
เดินทางต่อไป

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) มีอํานาจหากขาดปัญญาย่อมถูกหลอกได้ง่าย (๒) คนโง่
เป็นเหยือ่ ของคนฉลาด และ (๓) ไวใ้ จทาง วางใจคน จะจนใจตวั

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์นี้ แม้จะบังเกิดในปรภพใดๆ จะเป็นผู้สมบูรณ์ในสมบัติ
บรวิ าร จะมีอุทยานอันดารดาษดอกไมห้ อมตลบไป แลว้ จะมีสระโบกขรณี อันเต็ม
ไปด้วยปทุมชาติ ครนั้ ตายไปแล้ว กไ็ ดเ้ สวยทิพย์สมบตั ใิ นโลกหน้าสืบต่อไป

ประดบั ดว้ ยคาถา ๘๐ พระคาถา | เพลงประจากณั ฑ์ คือ เพลงเชิดกลอง

ชชู กเดนิ ทางมาพบอจั จตุ ฤๅษี จึงสอบถามที่อยู่ของ
พระเวสสันดร ท่านเห็นท่าทีและพฤติกรรมของ
ชูชก ครั้งแรกก็ลังเลกลัวว่า ชูชกจะมาขอพระชาลี
พระกัณหาไปเป็นทาส หรือไม่ก็ขอพระนางมัทรี
จึงไม่บอกทาง ชูชกจึงแก้ตัวด้วยมธุรสวาจา
พระฤๅษีใจอ่อนหลงเชื่อว่าชูชกมาด้วยเจตนาดี
ชูชกจึงขอค้างแรมที่อาศรมหนึ่งคืน รุ่งขึ้น
พระฤๅษี จัดหาผลไม้ให้ พร้อมบอกทางไปอาศรม
ของพระเวสสันดรอย่างละเอียด พรรณนาถึง
ป่าเขา ฝูงสัตว์ร้ายต่าง ๆ ด้วยเป็นป่าใหญ่ ชูชก
จดจําคําแนะนําเส้นทางไว้ แล้วอําลามุ่งหน้า
เดนิ ทางไปสู่พระอาศรมของพระเวสสันดร

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) ฉลาดแต่ขาดเฉลียว (มีปัญญาแต่ขาดสติ) จะเป็นภัย
(๒) สงสารเช่ือคนง่ายจะเป็นทุกข์ และ (๓) คบคนให้ดูหน้า (หน้าตา, หน้าที่,
หน้าใน, จติ ใจ) ซ้ือผ้าใหด้ ูเน้อื ซอ้ื เส่อื ให้ดลู าย ซ้อื ไรใ่ หด้ ูดนิ จะได้ไมผ่ ดิ พลาด

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์น้ี จะเสวยสมบัติในดาวดึงส์เทวโลกน้ันแล้ว ได้ลงมาเกิด
เปน็ กษัตริยม์ หาศาล มีทรพั ย์ศฤงคารบริวารมาก มอี ุทยานและสระโบกขรณีเป็นที่
ประพาส เป็นผู้สมบรูณ์ด้วยศักดานุภาพเฟื่องฟุ้งไปทั่วชมพูทวีป อีกท้ังจักได้เสวย
อาหารทพิ ยเ์ ป็นนติ ยน์ ิรนั ดร

ประดับดว้ ยคาถา ๑๐๑ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คือ เพลงโอดเชดิ ฉิ่ง

กล่าวถึงชูชกผู้ผจญความลําบาก เดินทางไปขอ
สองกุมารจากพระเวสสันดร ขณะที่พระนางมัทรี
เข้าป่าหาผลไม้ด้วยความห่วงใยจึงส่ังเสียกุมาร
ทง้ั สองให้ระวังเนื้อระวังตัว ดังน้ัน พระกัณหาชาลี
จึ ง พ า กั น เ ดิ น ล ง ไ ป ซ่ อ น ตั ว อ ยู่ ใ น ส ร ะ บั ว
พระเวสสันดรรู้เข้าจึงเดินตามรอยเท้าไปเรียก
สองกุมารข้ึนมาจากสระให้มาเป็นสําเภาทอง
พาพระองค์ไปสู่นิพพาน แล้วพระองค์ทรงยกสอง
กุมารให้ชูชก บันดาลให้บังเกิดความมหัศจรรย์
บนแผ่นดิน ชูชกผูกแขนสองกุมา แล้วเฆี่ยนตี
ตอ่ หน้าพระเวสสันดรจนพระองคเ์ กดิ บันดาลโทสะ
เกือบระงับดับไวม้ ิได้

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะเป็นเหตุให้ประสบผลสําเร็จ
(๒) พ่อแม่ทุกคนรักลูกเหมือนกัน แต่เป็นห่วง...ไม่เท่ากัน ห่วงหญิงมากกว่า
ห่วงชาย (๓) สติเป็นเครื่องป้องกันอันตรายท้ังปวงได้ ขันติป้องกันความหุนหัน
พันแล่นได้ และ (๔) แม้นแม่จะมากด้วยเมตตากรุณา แต่ส่ิงท่ีไม่อาจ
สละได้คือลูก

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากณั ฑ์น้ี ย่อมประสบความสําเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ครั้นท่ีตายไป
แล้วได้เกิดในฉกามาพจรสวรรค์ ในสมัยพระศรีอริยเมตไตรยมาอุบัติ ก็จะได้พบ
ศาสนาของพระองค์แล้วบรรลุพระอรหันตผล พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้ง ๔
ดว้ ยบญุ ราศีท่อี บรมไว้

ประดบั ดว้ ยคาถา ๙๐ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คือ เพลงทยอยโอด

กล่าวถึงพระนางมัทรีกลับจากป่าหาผลไม้ ไม่เห็น
พระกัณหาชาลีจึงทูลอ้อนวอนถามพระเวสสันดร
แต่พระเวสสันดรไม่ทรงตอบ เพราะเห็นว่า
พระนางกําลังเหนื่อยมาพอทราบว่าพระลูกรัก
พลัดพรากจากไป เกรงว่าจะเป็นอันตราย จึงตรัส
บริภาษให้พระนางเจ็บใจแทนความโศกเศร้า
พระนางมทั รอี อกตามหากณั หาชาลตี ลอดคนื ยนั รงุ่
จนรู้สึกเหน็ดเหน่ือยเป็นอย่างที่สุดจนสลบไป
พระเวสสันดรจึงยกพระเศียรนางขึ้นวางบนตัก
แล้วเอาน้ําพรมพระอุระ เมื่อพระนางฟื้นคืนมาจึง
ตรัสบอกความจริงและขอให้พระนางอนุโมทนา
สาธุการในปตุ ตทานคร้ังนดี้ ้วย

ข้อคิดประจากัณฑ์ ลูกคือแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก
หว่ งใดเลา่ จะเท่าพอ่ แม่หว่ ง หวงใดเลา่ จะเทา่ พอ่ แมห่ วง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้
เพราะฉะน้นั พงึ เปน็ ลูกแก้ว ลกู ขวัญ ลกู กตญั ญู ท่ชี าวโลกชื่นชม พรหมก็สรรเสริญ

อานสิ งส์ ผู้ใดบูชากัณฑน์ ี้ เกิดในโลกหน้าจะเป็นผู้ม่ังค่ัง สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ
เป็นผู้มีอายุยืนยาว ท้ังประกอบด้วยรูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปใน
ที่แห่งใดกจ็ ะมแี ต่ความสขุ ความเจริญทกุ หนแหง่

ประดบั ดว้ ยคาถา ๔๓ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คอื เพลงกลม หรือ เพลงเหาะ

กล่าวถึงท้าวสักกเทวราช คือ พระอินทร์ เกรงว่า
ถ้ามีใครมาขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรก็จะ
ประทานให้อีก จึงจําแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอ
ไว้ก่อน เมื่อพระเวสสันดรหล่ังนํ้าให้แล้วพราหมณ์
จึงขอฝากไว้ก่อน พระนางมัทรีก็อนุโมทนา
การคร้ังน้ี จัดว่าเป็นทานบารมีอันยิ่งใหญ่เป็นเหตุ
ให้เกิดปฐพีส่ันไหวไปท่ัว ท้าวสักกเทวราชจึง
สําแดงกายให้ปรากฏและให้พระเวสสันดรขอพร
ได้ ๘ ประการ ท้าวสักกเทวราชประทานพรให้
พร้อมแจ้งว่า ในไม่ช้าพระชนกก็จะเสด็จออกมา
รับพระองคค์ นื เข้าไปครองราชยส์ มบตั ิ

ข้อคิดประจากัณฑ์ การทําความดี แม้ไม่มีคนเห็น แต่เทพยดาอารักษ์ย่อมรู้
ยอ่ มเห็น และจักปกปอ้ งผูน้ น้ั โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งเมื่อคราวตกตํ่า

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์น้ี จะได้เป็นผู้เจริญด้วยลาภยศตลอดจนจตุรพิธพรท้ัง ๔
คอื อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดกาล

ประดับด้วยคาถา ๖๙ พระคาถา | เพลงประจากณั ฑ์ คือ เพลงกราวนอก

กล่าวถึงชูชกพาสองกุมารเดินทางมาถึงป่าใหญ่
เทพเจ้าแปลงร่างเป็นพระเวสสันดรและพระนาง
มัทรี มาคอยดูแลพระกุมารทั้งสอง เม่ือเดินทาง
มาถึงทางแยกสองแพร่งที่จะไปนครกลิงคะและ
นครสีพี เทพเจ้าก็ดลใจให้ชูชกเดินหลงเข้าไปใน
นครสีพีและพาสองกุมารไปถึงหน้าพระที่น่ัง
โดยมิได้มีใครทักท้วง พระเจ้าสญชัยโปรดให้
ชูชกและสองกุมารเข้าเฝ้า แล้วโปรดให้เบิก
พระราชทรัพย์ไถ่ถอนพระกัณหาชาลีตามพิกัดค่า
ที่พระเวสสันดรกําหนดไว้ พร้อมพระราชทาน
สมโภชรับขวัญและเตรียมการไปรับพระเวสสันดร
ขณะเดยี วกนั พระเจ้ากรุงกลิงคะโปรดให้พราหมณ์
๘ คน นําช้างปัจจัยนาคมาถวายคืน ฝ่ายชูชก
โลภมากบริโภคอาหารเกินขนาด ไฟธาตุกําเริบ
ทอ้ งแตกถงึ แก่ความตาย

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) คนดีตกน้ําไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้อง
คุ้มครองภัยในทุกสถาน และ (๒) เกิดเป็นคนควรสร้างตนให้มีดี เกิดมาท้ังที
ควรสรา้ งดีใหต้ ิดตนแล้วโลกจะไมล่ ืม

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์น้ี จะได้มษุษย์สมบัติ สวรรค์และนิพพานสมบัติ เมื่อเกิด
เป็นมนุษย์จะได้เป็นราชา เมื่อจากโลกมนุษย์ไป ก็จะได้เสวยทิพย์สมบัติ
ในฉกามาพจรสวรรค์ มีนางเทพอัปสรเป็นบริวาร คร้ันบารมีแก่กล้าก็จะได้
นพิ พานสมบัติ อนั ตัดเสยี ซ่ึงชาติ ชรา พยาธิ มรณะ พ้นจากโอฆะท้งั สาม

ประดบั ดว้ ยคาถา ๓๖ พระคาถา | เพลงประจากณั ฑ์ คือ เพลงตระนอน

กล่าวถึงพระเจ้าสญชัย ให้พระชาลีทรงช้าง
ปัจจัยนาค นํากองทัพมารับพระเวสสันดร
เมื่อหกกษัตริย์ได้พบกันก็บังเกิดความรู้สึกท้ังดี
พระทัยและเศร้าโศกอย่างรุนแรง ทรงกรรแสง
สุดจะประมาณจนสลบไป บรรดาเสวกามาตย์
กส็ ลบลงหมด คร้ังน้ันแผ่นดินสั่นไหวและท้าวสักก
เทวราชก็บนั ดาลฝนโบกขรพรรษตกลงมาประพรม
ชุบชีพให้ชื่นบานฟ้นื คนื สมปฤดีทกุ คน

ข้อคดิ ประจากัณฑ์ (๑) พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ําใจ
จากกันยามตายไดเ้ ห็นน้ําตา (๒) การให้อภยั เปน็ เพราะได้สาํ นึกเปน็ เหตุให้ลบรอย
รา้ วฉานบันดาลสันติสุขแก่ส่วนรวม และ (๓) ส่ีเท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พล้ัง
ความผิดพลาดเป็นเรือ่ งของมนุษย์ แต่การให้อภยั เปน็ วสิ ัยของเทวดา

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์นี้ จะได้เป็นผู้เจริญด้วยพร ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ
สุขะ พละ ทกุ ๆ ชาตแิ ล

ประดบั ดว้ ยคาถา ๔๘ พระคาถา | เพลงประจากัณฑ์ คือ เพลงกลองโยน

กล่าวถึงพระเวสสันดรได้รับคําทูลเชิญให้ลาผนวช
เ พ่ื อ รั บ ร า ช ส ม บั ติ แ ล ะ ใ ห้ ทํ า พิ ธี ร า ช า ภิ เ ษ ก
ในบริเวณพระอาศรม แล้วจึงทรงช้างปัจจัยนาค
เดนิ ทางกลบั นครสพี ี บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ท่ีเคยได้
อาศัยร่มบารมี คุ้มครองป้องกันอันตรายภัยพิบัติ
ต่างพากันเศร้าโศกเสียใจ เมื่อพระเวสสันดร
ก ลั บ ม า ค ร อ ง พ ร ะ น ค ร ก็ มี ห่ า ฝ น สั ต ต รั ต น ม า ศ
ตกไปท่ัวพระนคร ให้เป็นทานแก่ชนทั้งหลาย
ส่วนที่เหลือก็เก็บเข้าท้องพระคลังไว้สําหรับ
การทําทานตลอดพระชนม์ชีพ พระเวสสันดร
ครองนครสีพีจนพระชนมายุ ๑๒๐ พรรษา
กส็ วรรคต ไปบงั เกิดในดุสิตเทวโลก

ข้อคิดประจากัณฑ์ (๑) ผลแห่งความดีท่ีทําไว้สัมฤทธ์ิผล ความดีท่ีทําไว้ไม่หาย
สาบสูญ (๒) การทาํ ความดีย่อมไดร้ บั ผลดีตอบแทน และ (๓) การใช้ธรรมะในการ
ปกครอง จะทาํ ใหบ้ ้านเมืองมแี ตค่ วามสงบและร่มเยน็

อานิสงส์ ผู้ใดบูชากัณฑ์น้ี จะได้เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยวงศาคณาญาติ ข้าทาส
ชายหญิง ธิดา สามี หรือบิดามารดา เป็นต้น อยู่พร้อมหน้ากันโดยความผาสุก
ปราศจากโรคาพาธทั้งปวง จะทําการใด ๆ ก็พร้อมเพรียงกันยังการงานนั้น ๆ
ให้สําเรจ็ ลุลว่ งไปด้วยดี


Click to View FlipBook Version