สมุด
บันทึก
การอ่าน
เด็กหญิงเมษยา กางนอก
เลขประจำตัว 37737
ชั้นม.1/9 เลขที่ 37
ภาคเรียนที่2ปี การศึกษา
โรงเรียนสารวิทยา
ชาวประมงเป่าขลุ่ย
ชื่อผู้แต่ง อีสป จำนวนหน้า
วันที่เริ่มอ่าน 5 ก.พ
สำนักพิมพ์ โปรดัคทีฟบุ๊ค, บจก.
นางสาว
เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
ชาวประมงผู้หนึ่ง มีความชสำ
นาญในการดนตรี ได้นำขลุ่ยกับ
แหเดินดุ่ม ๆ ออกไปชายทะเล เขาขึ้นไปยืนอยู่บนโขดหินที่
ยื่นออกมา แล้วลงมือเป่ าขลุ่ยตั้งหลายเพลง คิดว่าเมื่อปลา
ได้ยินเสียงขลุ่ยจะชอบใจเพลงที่เขาเป่ า ก็คงจะกระโดดเต้น
เข้ามาติดแหที่เขากางรอรับเอาไว้ แต่เมื่อคอยไปอย่างไร้ผล
ชายชาวประมงก็วางขลุ่ยลง คว้าแหบุกลงไปในทะเล แล้ว
เหวี่ยงแหออกไป จนได้ปลามาเยอะแยะ เมื่อเขาเอาแหขึ้นบน
โขดหิน ก็เห็นปลากระโดดหย่องแหย่ง เขาก็กล่าวขึ้นว่า ไอ้
พวกปลาทั้งหลาย เวลาข้าเป่ าขลุ่ย เอ็งกลับไม่เต้น เวลาเลิดเป่ า
ขลุ่ย กลับมาเต้นเป็ นสนุกไปได้
ข้อคิด อย่าคิดทำสิ่งใด ที่ผิดแปลกไปจาก
ธรรมชาติ
ลิงกับเมือง
ชื่อผู้แต่ง อีสป จำนวนหน้า
สำนักพิมพ์ โปรดัคทีฟบวุั๊นคท,ี่บเริจ่มกอ.่าน
ณ ป่าแห่งหนึ่ง ลิงฝูงหนึ่งปรึกษาหารือกันว่าพวกมันจะไปอยู่ที่ไหนกันดี
ระหว่างในป่ากับในเมือง ระหว่างที่รอการตัดสินใจ ลิงอาวุโสที่สุดในฝูง
ก็พูดขึ้นมาว่า "ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกเจ้าจะตัดสินใจกันอย่างไร แต่ที่ข้า
รู้แน่ ๆ คือถ้าพวกเจ้าก้าวขาข้ามกำแพงเมืองไปแล้วล่ะก็มันจะเป็นเรื่อง
ง่ายมากที่พวกมนุษย์จะจับเจ้า"
ข้อคิด อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าที่บ้านเรา
แมงป่องกับกบ
ชื่อผู้แต่ง อีสป จำนวนหน้า
สำนักพิมพ์ โปรดัคทีฟบุ๊ค, บจก.
วันที่เริ่มอ่าน
แมงป่องตัวหนึ่ง ขอร้องให้กบช่วยพาข้ามไปยังอีกฝั่ งของแม่น้ำ กบจึง
ถามด้วยความระแวงว่า "แล้วถ้าเกิดเจ้าต่อยข้าขึ้นมาล่ะ" "เจ้าไม่ต้อง
กลัวหรอก เพราะถ้าข้าต่อยเจ้าข้าก็จะต้องจมน้ำตายไปด้วยเหมือนกัน"
แมงป่องตอบ กบจึงยอมให้แมงป่องขึ้นหลังแต่เมื่อใกล้ถึงฝั่ งก็มีแมลง
ตัวหนึ่งบินมาตอบแมงป่อง มันเผลอต่อยกบด้วยความตกใจ กบเริ่ม
อ่อนแรงและกำลังจะจมน้ำก่อนที่มันทั้งคู่จะตาย กบก็ถามขึ้นว่า "ทำไม
เจ้าถึงทำเช่นนี้" "ข้าไม่ได้ตั้งใจ แต่มันเป็นสัญชาตญาณของข้า"
แมงป่องตอบ
ข้อคิด จงตั้งสติเมื่อเจอเหตุการณ์คับขัน
เด็กชายกับฝูงกบ
ชื่อผู้แต่ง อีสป จำนวนหน้า
สำนักพิมพ์ โปรดัคทีฟบุ๊ค, บจก.
วันที่เริ่มอ่าน19ก.พ
ณ สนามหญ้าแห่งหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งวิ่งเล่นผ่านมาเห็นฝูงกบอาศัยอยู่ใน
บ่อน้ำ เขาจึงเกิดนึกสนุกหยิบเอาก้อนหินมาปาใส่ฝูงกบเล่น เขาจะหัวเราะ
ชอบใจทุกครั้งที่ปาก้อนหินโดนกบ ระหว่างที่เขากำลังสนุกอยู่กับการปาหินนั้น
กบตัวหนึ่งทนไม่ได้ที่เห็นเพื่อนของมันต้องตายไปทีละตัว โดยที่เด็กชายคนนั้น
ไม่รู้สึกอะไรเลย มันจึงพูดขึ้นมาว่า "เจ้าเด็กซน เลิกเล่นสนุกได้แล้ว รู้ไหมว่า
ความสนุกของเจ้า มันทำให้พวกข้าต้องตายไปเป็นจำนวนมากแค่ไหน"
ข้อคิด ไม่ควรมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
กบประท้วงพระอาทิตย์
ชื่อผู้แต่ง อีสป วันที่เริ่มอ่าน 19ก.พ
สำนักพิมพ์ โปรดัคทีฟบุ๊ค, บจก.
จำนวนหน้า
วันหนึ่งพระอาทิตย์แจ้งข่าวกับบรรดาสัตว์ป่าว่าตนจะแต่งงาน ฝูงกบ
ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจพากันประท้วง เทพที่ดูแลป่าอยู่ได้ยินเข้าจึงถาม
พวกกบว่า "ทำไมพวกเจ้าถึงต้องคัดค้านการแต่งงานของพระอาทิตย์
ด้วยล่ะ ในเมื่อมันไม่เห็นจะเกี่ยวกับพวกเจ้าเลย" กบจึงพูดว่า "เกี่ยวสิ
ท่าน แต่พระอาทิตย์ดวงเดียวหนองน้ำยังแห้ง จนพวกข้าตายไป
หลายตัวแล้ว ถ้าหากมีพระอาทิตย์สองดวง พวกข้าและสัตว์อื่น ๆ จะ
อยู่กันได้อย่างไร"
ข้อคิด ผู้น้อยมักได้รับผลจากการกระทำของผู้มี
อำนาจเสมอ
เม่นกับงู
ชื่อผู้แต่ง อีสป วันที่เริ่มอ่าน
สำนักพิมพ์โปรดัคทีฟบุ๊ค, บจก. จำนวนหน้า
เม่นตัวหนึ่งกำลังมองหาบ้านดีๆ สักหลัง ท้ายสุดมันพบถ้ำเล็กๆ ที่มี
กำบังซึ่งมีครอบครัวงูอาศัยอยู่ก่อนแล้ว มันถามพวกงูว่าจะอนุญาตให้
มันเข้าไปอยู่ในถ้ำได้ไหม งูตอบตกลงด้วยความใจดี
ไม่ช้าไม่นาน งูก็คิดว่าไม่น่าอนุญาตให้เม่นเข้ามาอยู่ด้วย
เลย ขนแหลมๆ ของเม่นทิ่มแทงพวกมันทุกครั้งที่หมุนตัว และในที่สุด
พวกมันก็ต้องขอร้องให้เม่นจากไปอย่างสุภาพ
"ข้าพอใจที่นี่มากเลย ขอบคุณนะ" เม่นกล่าว "ข้าตั้งใจแล้วละ
ว่าจะอยู่ที่นี่" ว่าแล้วมันก็ค่อยๆ ตามไปส่งพวกงูที่นอกประตู และเพื่อ
ปกป้องผิวหนังของพวกมัน งูจึงต้องหาบ้านใหม่ในที่สุด
ข้อคิด เสียสละนิ้วมือ ในที่สุดก็จะเสียทั้งมือ
ประโยชน์ของสัตว์ป่า
ชื่อผู่แต่ง : ณัฐสรวง ทิพานุกะKRU P'GUY
วันที่เริ่มอ่าน 15ก.พ สยามบุ๊คส์
จำนวนหน้า 71-83 สำนักพิมพ์ แอนด์ พับลิ
เคชั่นส์จำกัด
ำ
ประโยชน์ของสัตว์ป่า
1. ด้านเศรษฐกิจ ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่มนุษย์ได้จากสัตว์ป่าก็ได้แก่การค้าสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์
ป่าโดยเฉพาะหนังสือป่าในปีหนึ่ง ๆ ทำรายได้ให้กับประเทศและมีเงินหมุนเวียนภายในประเทศจำนวนไม่
น้อย คุณค่าทางด้านเศรษฐกิจจะรวมถึงรายได้ต่าง ๆ จากการท่องเที่ยวในการชมสัตว์ด้วย
2. การเป็นอาหาร มนุษย์ได้ใช้เนื้อของสัตว์ป่าเป็นอาหารเป็นเวลาช้านานแล้ว ซึ่งสัตว์ป่าหลายชนิดก็ได้
พัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นเลี้ยงไป สัตว์ป่าหลายชนิดตามธรรมชาติคนก็ยังนิยมใช้เนื้อเป็นอาหารอยู่
เช่น หมูป่า เก้ง กวาง กระจง กระทิง นกเขาเปล้า นกเป็ดน้ำ ตะกวด แย้ เป็นต้น อวัยวะของสัตว์ป่าบาง
อย่าง เช่น นอแรด กระโหลก เลียงผา เขากวางอ่อน เลือดและกระเพาะค่าง ดีของหมี ดีงูเห่า ก็ยังมีผู้นิยม
ดัดแปลงเป็นอาหาร หรือใช้เป็นเครื่องยาสมุนไพรอีกด้วย
3. เครื่องใช้เครื่องประดับ นอกจากเนื้อของสัตว์ป่าและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ป่าจะใช้เป็นอาหารและยา
แล้ว อวัยวะบางอย่างของสัตว์ป่าก็ยังใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เช่น หนังใช้ทำกระเป๋า รองเท้า
เครื่องนุ่งห่ม งาช้าง ใช้เป็นเครื่องประดับ กระดูก เขาสัตว์ใช้ทำด้ามมีดด้ามเครื่องมือ หรือแกะสลักต่าง ๆ
เป็นต้น
4. การนันทนาการและด้านจิตใจ นับเป็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของสัตว์ป่า แต่ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงิน
ได้โดยง่าย การท่องเที่ยวชมสัตว์ป่าในสวนสัตว์ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและแหล่งสัตว์ป่า
อื่น ๆ นับเป็นเรื่องนันทนาการทั้งสิ้นเช่นเดียวกับการสงสารสัตว์ป่าที่ถูกทรมาน กักขัง หรืออื่นใดก็ตามที
สัตว์อยู่อย่างไม่ผาสุกก็เป็นเรื่องจิตใจ รวมตลอดทั้งการท่องเที่ยวป่าเห็นสัตว์ป่าหรือไม่เห็นสัตว์ป่า ซึ่ง
ควรประดับความงามตามธรรมชาติเป็นทั้งนันทนาการและด้านจิตใจทั้งสิ้น
5. ด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการแพทย์ สัตว์ป่านับมีคุณค่าใหญ่หลวงที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์
นักการศึกษาและแพทย์ ประสบผลสำเร็จในด้านการค้นคว้าทดลองต่าง ๆ โดยขั้นแรกเขาทดลองกับสัตว์
ป่าเสียก่อน เช่น ทดลองกับหนู กระแต ลิง
ข้อคิด สัตว์ป่า คือ สัตว์ทุกชนิดไม่ว่า สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลง หรือแมง ซึ่ง
โดยภาพธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำ
ครอบครัวอบอุ่น
ชื่อผู้แต่ง ทองดี สุรเตโช
สำนักพิมพ์ สำนักงานกิจกรรมสตรี
และสถานบันครอบครัว
ปีที่พิมพ์ 2552
คำว่า ครอบครัว เป็น คำที่มีความหมายมาก คือ หมายถึงความรักความ
อบอุ่น ความเป็นอันเดียวกัน สมัยลูกเป็นเด็กๆ เราอยู่รวมกันเป็น
ครอบครัว มีเสียงหัวเราะสนุกสนาน มี เสียงวิ่งเล่นวิ่งไล่กัน ได้ทานอาหาร
รวมกัน ได้อะไรด้วยกัน ดูมันมีชีวิตชีวา แม้พ่อแม่จะทำงานเหน็ดเหนื่อยกัน
มา พอเห็นหน้าลูกๆ มาคอยต้อนรับหน้าประตู ถามว่าเหนื่อยไหมแล้วช่วย
ถือกระเป๋าถือของให้ เท่านี้ก็หายเหนื่อยแล้ว เห็นลูกกินได้นอนหลับ พ่อกับ
แม่ก็สบายใจนี่แหละลูกเอ่ยที่เขาว่าครอบครัวที่อบอุ่น ตอนนี้ลูกก็โตกันแล้ว
หากสามารถเสบเป่าได้ พ่อกับแม่ก็อยากจะเสบเป่าให้ครอบครัวเราเป็น
ครอบครัวที่อบอุ่น พร้อม หน้าพร้อมตากัน เหมือนตอนเป็นเด็กทานข้าว
ด้วยกัน ถามไถ่สุขของกันและกัน ได้อุ่มหลานตัวน้อยๆ เท่านี้ก็ยืนอายุให้
พ่อกับแม่ได้อีกหลายปีแล้วลูกเอ่ย
ข้อคิด 1 รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2 รู้จักความเป็นอยู่ของครอบครัวว่าเวลาพ่อแม่ทำงานหาเงินมาซื้อ
กับข้าว พ่อกับแม่ต้องทนเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหน เพื่อจะให้ลูกๆอยู่
กินมีความสุข
ชื่อเรื่อง ศิษย์ที่ครูไม่ต้องการ
ชื่อผู้แต่ง พินิตย์ พันธประวัติ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว ปีที่พิมพ์ 2525
เด็กชายเดช เดชากุล เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นลูก
คนเดียวของผู้มีอันจะกินคนหนึ่งถูกพ่อแม่ตามใจมากเกินไป
เดชเป็นเด็กฉลาดแต่เขาไม่สนใจต่อการเรียนขาดเรียนบ่อย
เอาแต่ใจตนเอง วันหนึ่งเดชมาเรียนตามปกติครูพรทิพย์จึง
เรียกเดชมาพบที่โต๊ะหน้าห้องแต่เดช ไม่ยอมออกมาทำเป็นไม่
สนใจต่อคำพูดของคุณครูและมีการโต้ตอบทำให้ครูไม่สามารถ
ข่มใจได้อีกจึงพูดสั่งสอนเดชอย่างโมโห วันรุ่งขึ้นเดชมาเรียน
เพียงครึ่งวันแล้วก็หิ้วกระเป๋าเดินคอตกกลับบ้าน ครูพรทิพย์
สังเกตุว่าช่วงนี้เดชมาเรียนทุกวันแต่งกายเรียบร้อยแต่ซึมเศร้า
ครูพรทิพย์ทำเป็นไม่สนใจเดชไม่ใยดีจนกระทั่งถึงวันสอบอ่าน
วิชาภาษาไทยเดชก็ เข้ามาจะสอบแต่ครูไม่สนใจไม่พูดด้วยเขาก็
เดินออกไปแล้วเดินกลับบ้านน้ำตาซึม วันรุ่งขึ้นเดชไม่มาเรียน
หลายวันและครูได้ข่าวว่าเดชไม่สบายครูจึงไปเยี่ยม ที่บ้านเดช
ขอโทษคุณครู คุณครูพรทิพย์ให้อภัยเดชทุกอย่างเพราะเดชได้
ปรับปรุงตัวเองจนกลายเป็นคนละคน คุณครูพรทิพย์มีความสุข
สุดที่จะกล่าว
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
ได้รู้ถึงความรักที่ครูมีต่อลูกศิษย์ความอดทนเพื่อให้ลูกศิษย์เป็น
คนดี คุณครูต้องการลูกศิษย์ทุกคนขึ้นอยู่ที่ตัวเราว่าจะทำตัวให้
ครูต้องการหรือ ไม่ต้องการ
ชื่อเรื่่อง เกือบสายไปแล้ว
ชื่อผู้แต่ง ถวัลย์ มาสจรัส
สำนักพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว ปีทีพิมพ์ 2539
ช่วงวัยของชีวิตไม่มีใครปฏิเสธิได้เลยว่าวัยรุ่นวัยเรียนนั้น
น่าสนุกที่สุด เพราะเมื่อเราจากไกลบ้านแล้วนั้นเท่ากับว่าไม่มี
ผู้ใหญ่คอยขีดขวางอีกแล้ว กับการมีชีวิตตามลำพังมีบท
ทดสอบมากมายให้ลองผิดลองถูกทุกอย่างขึ้นอยู่กับ เรา
ตัดสินเลือกหนทางเดินเองทั้งสิ้นดั้งนั้นคนคนหน่งที่เรารู้จัก
โดยบังเอิญ ชีวิตวัยเด็กเขาเป็นเด็กดีมากถูกเลี้ยงมาอย่างดี
เขาเป็นลูกคนเดียวจึงุถูก ตามใจในทุกๆเรื่องหลังจบชั้น
ประถมก็ต่อชั้นมัธยมเมื่อออกสู่โลกภายนอกทำให้ เขาหลง
ระเริงกับสภาพบรรยากาศใหม่ๆเรียนได้ไม่กีปีชีวิตเขาก็
เปลี่ยนไป ทุกอย่างทางที่ไม่ดีไม่ใส่ใจการเรียนติดยานานวัน
ก็ยิ่งหนักขึ้นเป็นตัวปัญหา ที่ว่าสังคมไม่ต้องการทางบ้านจึง
ได้ส่งตัวไปเมืองนอกเผื่อส่าจะดีขึ้นแต่ กลับรุนแรงเข้าไปอีก
เมื่อทางบ้านทราบข่าวสิ่งที่หวังจึงหมดหนทางสุดท้ายเขา
ถูกส่งตัวกลับบ้านหลังจากนั้นเขาทำอะไรก็ไม่มีใครสนใจจน
เขาเองก็รู้สึกกเเ ปลกใจวันหนึ่งเขาประสบอุบัติเหตุทาง
รถยนต์อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เขาเกือบ ตายในขณะที่เขา
อาการโคม่าเขาได้สำนึกถึงการกระทำอันเลวร้ายที่ผ่านมา
เขาได้ สัญญากับตัวเองว่าหากเขาหายจากอาการแล้วคน
แรกที่จะขอโทษคือพ่อแม่และจะเป็น คนดีตลอดชีวิตถ้ามี
ชีวิตกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
ชีวิตของเรามีค่ามหาศาล ก่อนที่เราจะทำสิ่งไม่ดีให้นึกถึงพ่อ
แม่เสียก่อน ในยามที่เราไม่สบายและท้อแท้คนที่อยู่เคียง
ค้างเราคือพ่อแม่