The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-02 08:53:12

การดำรงชีวิตและครอบครัว 1

...

1

โครงการสอน

รหัส ง30101 รายวชิ า การดำรงชีวติ และครอบครัว1
จำนวน 0.5 หนวยการเรยี น เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห

ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2564

กลุมสาระการการเรียนรกู ารงานอาชพี

โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต

………………………………………………………………………………………………………………………………

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาวิธีการทำงานตามแนวทฤษฎีใหม การปลกู พืชและการเลี้ยงสัตวมีความสำคญั ตอ การดำรงชีวติ ฝกทักษะ
การทำงาน สรา งจิตสำนกึ ในการอนุรักษพลังงานและสิ่งแวดลอ ม โดยนำเครือ่ ง มอื เคร่อื งใชไฟฟา อปุ กรณอำนวยความ
สะดวกที่ใชในชีวิตประจำวัน ตองรูจักการใช การติดตั้ง บำรุงรักษาและซอมแซม ตลอดการดำเนินงานทางธุรกิจได
หลากหลายตามความเหมาะสม โดยมีจดุ ประสงคใ นการทำงานรว มกัน เพ่อื ใหบ รรลจุ ุดมุงหมายท่ีไดต ้งั ไว

โดยใชทกั ษะกระบวนการทำงานทักษะการจัดการทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกันทักษะ
การแสวงหาความรูอ ธิบายวิธีการทำงานเกษตร งานชา ง และงานธรุ กจิ อยางมีความคดิ สรา งสรรคในการทำงานมีทักษะ
ในใชเ ทคโนโลยใี นอาชพี ทถ่ี นดั และสนใจ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค มคี วามคิดสรางสรรค มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการ
ใชพลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอมอยางคุมคาและยั่งยืนมีความคิดสรางสรรคมีคุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการ
ทำงานมีเจตคติที่ดีตออาชีพใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมกับอาชีพมีคุณลักษณะที่ดีตออาชีพและสมรรถนะสำคัญของ
ผูเรียนมีความสามารถในการคิดความสามารถในการแกปญหาความสามารถในการใชทักษะชีวิตความสามารถในการ
สอ่ื สารและความสามารถในการใชเทคโนโลยี

ตวั ชี้วัด
ง1.1 ม.4/1 , ม.4/3 , ม.4/5 , ม.4/7
รวมท้ังสน้ิ 4 ชวี้ ัด

ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4

2

โครงการสอน

ง30101 การดำรงชวี ติ และครอบครวั 1 เวลา 20 คาบ 0.5 หนว ยกิต
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4
ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564 อัตราสว นคะแนน 80:20

นำ้ หนักคะแนน

มาตรฐาน การวดั /
การเรยี นรู ประเมินผล
สัปดา หที่
ห นวยท่ี
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
ชื่อหนวย สาระการเรียนรู

1 1 ทฤษฎใี หม ง1.1 1. พนื้ ที่ทฤษฎใี หมโ รงเรยี น 5 17 12 - 29 -สงั เกต
- ม.4/1 อธิบาย เตรียมอุดมศกึ ษาภาคใต -รายงานตนเอง
5 วธิ ีการทำงานเพอ่ื 30 : 30 : 30 : 10 -ปฏิบตั ิจรงิ
การดำรงชีวิต 2. หญาแฝก -สอบถามเพื่อน
6 2 ธุรกิจยุกต -แบบบนั ทึก
- ปจจบุ นั 3. ถา นไบโอชาร
8 4. จลุ ินทรยี สงั เคราะหแ สง 3 13 8 - 21 -สังเกต
5. Ling - แอปเพ่ือการ
9 เกษตรดิจิทลั -สัมภาษณ
10 3 อาชีพ ง1.1 6. ประเภทธรุ กจิ -ปฏบิ ัตจิ ริง
- การเกษตร 4/5 มที ักษะใน 7. ระบบธุรกิจ -แบบบันทึก
16 การแสวงหาความรู 8. ธุรกิจออนไลน
เพื่อการดำรงชีวิต 8 30 20 - 50

สอบกลางภาค 8 22 - 15 37 -สังเกต
ง1.1 9. การปลกู พชื -รายงานตนเอง
4/3 มีทกั ษะการ 10. การปฏิบัตดิ แู ลรกั ษาพชื -สัมภาษณ
จดั การในการ 11. การขยายพันธพุ ืช -ปฏิบตั ิจรงิ
ทำงาน 12. การจัดการผลผลติ -สอบถามเพอื่ น
-แบบบนั ทกึ
13. การเล้ียงสัตว
14. ประเภทของสตั วเลยี้ ง
15. อาชีพการเลี้ยงสตั ว
16. สัตวอนรุ กั ษ

ง30101 การดำรงชวี ิตฯ 1 ม.4

3

น้ำหนักคะแนน

มาตรฐาน การวัด/
การเรียนรู ประเมินผล
สัปดา หท่ีช่อื หนวย
ห นวย ่ที
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
สาระการเรยี นรู

17 4 งานชา ง ง 1.1 17. เคร่ืองมอื ชาง 2 8 - 5 13 -สงั เกต
- พ้นื ฐาน 4/7 ใชพ ลังงาน 18. การติดตงั้ อุปกรณ -ปฏิบัตจิ ริง
19 ทรัพยากร ในการ -สอบถามเพือ่ น
ทำงานอยา งคุมคา -แบบบันทกึ
20 และย่ังยนื เพ่อื การ -ตรวจขอสอบ
อนรุ ักษสงิ่ แวดลอ ม
10 30 - 20 50
สอบปลายภาค
20 60 20 20 100
รวมตลอดภาคเรียน

ภาระงาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564

ลำดบั ภาระงาน ส่งั สง
ท่ี

1. สง สมดุ Recycle งานเกษตร ครั้งที่ 1 1-5 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64

2. ทฤษฎใี หม 8-12 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64

3. หญา แฝก 22-26 พ.ย.64 29 พ.ย.-2 ธ.ค.64

4. ถานไบโอชาร 6-10 ธ.ค.64 13-17 ธ.ค.64

5. จลุ ินทรียสังเคราะหแสง 13-17 ธ.ค.64 20-24 ธ.ค.64

6. วดั พ้ืนท่ีดวยโปรแกรม ลิง 20-24 ธ.ค.64 27-31 ธ.ค.64

7. ออกแบบสินคาออนไลน 3-7 ม.ค.65 10-14 ม.ค.65

8. ปก ชำควบแนน 10-14 ม.ค.65 17-21 ม.ค.65

9. รายงานสตั วหนา เดียว 24-28 ม.ค.65 31 ม.ค.-4 ก.พ.65

10. ทำความสะอาดอุปกรณ/ไฟฟา/เครอ่ื งเรือน 31 ม.ค.-4 ก.พ.65 7 ก.พ.-11 ก.พ.65

11. สง สมดุ Recycle งานเกษตร คร้งั ที่ 2 หลังสอบปลายภาค

ง30101 การดำรงชีวิตฯ 1 ม.4

4

มาตรการแกไขคุณลักษณะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4

ลำดับที่ ผดิ สญั ญา บทลงโทษ

1. เขา หองเรยี นสาย/พูดคยุ ขณะครูสอน/เลน โทรศพั ท ด่มื น้ำบอระเพด็ /บอระเพ็ดเกล็ดหิมะ

2. สง งานชา 1 วัน กวาดหอ งเกษตร

3. สง งานชา 2 วนั กวาดและถูหองเกษตร

4. สงงานชา 3 วัน กวาดและถหู องเกษตรช้ันบนชั้นลาง

5. สง งานชา 4 วัน กวาดและถูหอ งเกษตรช้นั บนชน้ั ลางและบริเวรตวั อาคาร

6. สงงานชา 5 วัน ตดิ ร.

7. การแก ร. ปฏบิ ัติขอ ที่ 2-5 ครบทุกขอ

8. สอบไมผา นกลางภาคและปลายภาค กำจดั วชั พืชในบอน้ำคะแนนละ 1 เมตร 2 เมตร ปลายภาค

เปาหมายการพัฒนาการเรยี นรขู องนกั เรยี น

ง30101 รายวิชา การดำรงชวี ติ และครอบครัว1
กลุม สาระการเรยี นรูก ารงานอาชีพ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4

รหสั วิชา/รายวิชา เปา หมายดา นความรู รอ ยละ
1. มผี ลสัมฤทธผ์ิ านเกณฑข ั้นตำ่ (1) ไมนอยกวา 100
ง30101 2. มีผลสัมฤทธิ์ในรับดี (เกรด 3 ขึ้นไป) ไมนอยกวา 92
การดำรงชีวติ และ 3. เรยี นมีผลสัมฤทธคิ์ วรปรับปรงุ (0,ร,ม,.ส) ไมเ กิน 0
รอยละ
ครอบครัว1 เปาหมายดานการอา น คดิ วเิ คราะห อา น-เขยี น 95
1. ผูเรยี นผา นการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นในระดับดี(ระดับ 2 และ3 )ไมต ำ่ กวา รอ ยละ
95
เปาหมายดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ผูเรยี นผานการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ในระดับด(ี ระดับ 2 และ 3 ) ไมต่ำกวา

หมายเหตุ Prin หรอื จดบันทึกลงในสมุด Recycle เกษตรตัง้ แตห่ นา้ แรกให้พอดีกบั หน้าสมุด หา้ มพับอยา่ งเด็ดขาด

ลงช่อื ....................................................
(นายวธัญู ทองเหลือ)

ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4

1

โครงการสอน

รหัส ง30101 รายวชิ า การดำรงชีวติ และครอบครัว1
จำนวน 0.5 หนวยการเรยี น เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห

ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2564

กลุมสาระการการเรียนรกู ารงานอาชพี

โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต

………………………………………………………………………………………………………………………………

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาวิธีการทำงานตามแนวทฤษฎีใหม การปลกู พืชและการเลี้ยงสัตวมีความสำคญั ตอ การดำรงชีวติ ฝกทักษะ
การทำงาน สรา งจิตสำนกึ ในการอนุรักษพลังงานและสิ่งแวดลอ ม โดยนำเครือ่ ง มอื เคร่อื งใชไฟฟา อปุ กรณอำนวยความ
สะดวกที่ใชในชีวิตประจำวัน ตองรูจักการใช การติดตั้ง บำรุงรักษาและซอมแซม ตลอดการดำเนินงานทางธุรกิจได
หลากหลายตามความเหมาะสม โดยมีจดุ ประสงคใ นการทำงานรว มกัน เพ่อื ใหบ รรลจุ ุดมุงหมายท่ีไดต ้งั ไว

โดยใชทกั ษะกระบวนการทำงานทักษะการจัดการทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกันทักษะ
การแสวงหาความรูอ ธิบายวิธีการทำงานเกษตร งานชา ง และงานธรุ กจิ อยางมีความคดิ สรา งสรรคในการทำงานมีทักษะ
ในใชเ ทคโนโลยใี นอาชพี ทถ่ี นดั และสนใจ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค มคี วามคิดสรางสรรค มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการ
ใชพลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอมอยางคุมคาและยั่งยืนมีความคิดสรางสรรคมีคุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการ
ทำงานมีเจตคติที่ดีตออาชีพใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมกับอาชีพมีคุณลักษณะที่ดีตออาชีพและสมรรถนะสำคัญของ
ผูเรียนมีความสามารถในการคิดความสามารถในการแกปญหาความสามารถในการใชทักษะชีวิตความสามารถในการ
สอ่ื สารและความสามารถในการใชเทคโนโลยี

ตวั ชี้วัด
ง1.1 ม.4/1 , ม.4/3 , ม.4/5 , ม.4/7
รวมท้ังสน้ิ 4 ชวี้ ัด

ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4

2

โครงการสอน

ง30101 การดำรงชวี ติ และครอบครวั 1 เวลา 20 คาบ 0.5 หนว ยกิต
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4
ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564 อัตราสว นคะแนน 80:20

นำ้ หนักคะแนน

มาตรฐาน การวดั /
การเรยี นรู ประเมินผล
สัปดา หที่
ห นวยท่ี
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
ชื่อหนวย สาระการเรียนรู

1 1 ทฤษฎใี หม ง1.1 1. พนื้ ที่ทฤษฎใี หมโ รงเรยี น 5 17 12 - 29 -สงั เกต
- ม.4/1 อธิบาย เตรียมอุดมศกึ ษาภาคใต -รายงานตนเอง
5 วธิ ีการทำงานเพอ่ื 30 : 30 : 30 : 10 -ปฏิบตั ิจรงิ
การดำรงชีวิต 2. หญาแฝก -สอบถามเพื่อน
6 2 ธุรกิจยุกต -แบบบนั ทึก
- ปจจบุ นั 3. ถา นไบโอชาร
8 4. จลุ ินทรยี สงั เคราะหแ สง 3 13 8 - 21 -สังเกต
5. Ling - แอปเพ่ือการ
9 เกษตรดิจิทลั -สัมภาษณ
10 3 อาชีพ ง1.1 6. ประเภทธรุ กจิ -ปฏบิ ัตจิ ริง
- การเกษตร 4/5 มที ักษะใน 7. ระบบธุรกิจ -แบบบันทึก
16 การแสวงหาความรู 8. ธุรกิจออนไลน
เพื่อการดำรงชีวิต 8 30 20 - 50

สอบกลางภาค 8 22 - 15 37 -สังเกต
ง1.1 9. การปลกู พชื -รายงานตนเอง
4/3 มีทกั ษะการ 10. การปฏิบัตดิ แู ลรกั ษาพชื -สัมภาษณ
จดั การในการ 11. การขยายพันธพุ ืช -ปฏิบตั ิจรงิ
ทำงาน 12. การจัดการผลผลติ -สอบถามเพอื่ น
-แบบบนั ทกึ
13. การเล้ียงสัตว
14. ประเภทของสตั วเลยี้ ง
15. อาชีพการเลี้ยงสตั ว
16. สัตวอนรุ กั ษ

ง30101 การดำรงชวี ิตฯ 1 ม.4

3

น้ำหนักคะแนน

มาตรฐาน การวัด/
การเรียนรู ประเมินผล
สัปดา หท่ีช่อื หนวย
ห นวย ่ที
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
สาระการเรยี นรู

17 4 งานชา ง ง 1.1 17. เคร่ืองมอื ชาง 2 8 - 5 13 -สงั เกต
- พ้นื ฐาน 4/7 ใชพ ลังงาน 18. การติดตงั้ อุปกรณ -ปฏิบัตจิ ริง
19 ทรัพยากร ในการ -สอบถามเพือ่ น
ทำงานอยา งคุมคา -แบบบันทกึ
20 และย่ังยนื เพ่อื การ -ตรวจขอสอบ
อนรุ ักษสงิ่ แวดลอ ม
10 30 - 20 50
สอบปลายภาค
20 60 20 20 100
รวมตลอดภาคเรียน

ภาระงาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564

ลำดบั ภาระงาน ส่งั สง
ท่ี

1. สง สมดุ Recycle งานเกษตร ครั้งที่ 1 1-5 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64

2. ทฤษฎใี หม 8-12 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64

3. หญา แฝก 22-26 พ.ย.64 29 พ.ย.-2 ธ.ค.64

4. ถานไบโอชาร 6-10 ธ.ค.64 13-17 ธ.ค.64

5. จลุ ินทรียสังเคราะหแสง 13-17 ธ.ค.64 20-24 ธ.ค.64

6. วดั พ้ืนท่ีดวยโปรแกรม ลิง 20-24 ธ.ค.64 27-31 ธ.ค.64

7. ออกแบบสินคาออนไลน 3-7 ม.ค.65 10-14 ม.ค.65

8. ปก ชำควบแนน 10-14 ม.ค.65 17-21 ม.ค.65

9. รายงานสตั วหนา เดียว 24-28 ม.ค.65 31 ม.ค.-4 ก.พ.65

10. ทำความสะอาดอุปกรณ/ไฟฟา/เครอ่ื งเรือน 31 ม.ค.-4 ก.พ.65 7 ก.พ.-11 ก.พ.65

11. สง สมดุ Recycle งานเกษตร คร้งั ที่ 2 หลังสอบปลายภาค

ง30101 การดำรงชีวิตฯ 1 ม.4

4

มาตรการแกไขคุณลักษณะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4

ลำดับที่ ผดิ สญั ญา บทลงโทษ

1. เขา หองเรยี นสาย/พูดคยุ ขณะครูสอน/เลน โทรศพั ท ด่มื น้ำบอระเพด็ /บอระเพ็ดเกล็ดหิมะ

2. สง งานชา 1 วัน กวาดหอ งเกษตร

3. สง งานชา 2 วนั กวาดและถูหองเกษตร

4. สงงานชา 3 วัน กวาดและถหู องเกษตรช้ันบนชั้นลาง

5. สง งานชา 4 วัน กวาดและถูหอ งเกษตรช้นั บนชน้ั ลางและบริเวรตวั อาคาร

6. สงงานชา 5 วัน ตดิ ร.

7. การแก ร. ปฏบิ ัติขอ ที่ 2-5 ครบทุกขอ

8. สอบไมผา นกลางภาคและปลายภาค กำจดั วชั พืชในบอน้ำคะแนนละ 1 เมตร 2 เมตร ปลายภาค

เปาหมายการพัฒนาการเรยี นรขู องนกั เรยี น

ง30101 รายวิชา การดำรงชวี ติ และครอบครัว1
กลุม สาระการเรยี นรูก ารงานอาชีพ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4

รหสั วิชา/รายวิชา เปา หมายดา นความรู รอ ยละ
1. มผี ลสัมฤทธผ์ิ านเกณฑข ั้นตำ่ (1) ไมนอยกวา 100
ง30101 2. มีผลสัมฤทธิ์ในรับดี (เกรด 3 ขึ้นไป) ไมนอยกวา 92
การดำรงชีวติ และ 3. เรยี นมีผลสัมฤทธคิ์ วรปรับปรงุ (0,ร,ม,.ส) ไมเ กิน 0
รอยละ
ครอบครัว1 เปาหมายดานการอา น คดิ วเิ คราะห อา น-เขยี น 95
1. ผูเรยี นผา นการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นในระดับดี(ระดับ 2 และ3 )ไมต ำ่ กวา รอ ยละ
95
เปาหมายดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ผูเรยี นผานการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ในระดับด(ี ระดับ 2 และ 3 ) ไมต่ำกวา

หมายเหตุ Prin หรอื จดบันทึกลงในสมุด Recycle เกษตรตัง้ แตห่ นา้ แรกให้พอดีกบั หน้าสมุด หา้ มพับอยา่ งเด็ดขาด

ลงช่อื ....................................................
(นายวธัญู ทองเหลือ)

ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4

พื้นที่ทฤษฎใี หม่

เศรษฐกิจพอเพยี งความหมายกว้างกว่าทฤษฎใี หม่ โดยทเี่ ศรษฐกจิ พอเพยี งเป็นกรอบแนวคดิ ท่ีชบ้ี อกหลกั การ
และแนวทางปฏิบตั ิของทฤษฎีใหม่ ในขณะท่ี แนวพระราชดำรเิ กีย่ วกับทฤษฎใี หมห่ รอื เกษตรทฤษฎใี หม่ ซงึ่
เปน็ แนวทางการพฒั นาการเกษตรอยา่ งเป็นข้นั ตอนนน้ั เปน็ ตวั อย่างการใช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในทางปฏิบัติ
ทเ่ี ปน็ รปู ธรรม เฉพาะในพน้ื ท่ที เี่ หมาะสม ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ อาจเปรียบเทยี บกับหลักเศรษฐกจิ
พอเพียง ซึง่ มีอยู่ 2 แบบ คือ แบบพ้นื ฐาน กบั แบบกา้ วหนา้ ไดด้ ังน้คี วามพอเพียงในระดับบคุ คล และ
ครอบครวั โดยเฉพาะเกษตรกรเป็นเศรษฐกจิ พอเพยี งแบบพ้ืนฐาน เทียบไดก้ ับทฤษฎใี หม่

ทฤษฎีใหมข่ ั้นตน้ ใหแ้ บ่งพื้นทอ่ี อกเปน็ 4 สว่ น ตามอตั ราส่วน 30:30:30:10 ซ่งึ หมายถึง
พื้นทสี่ ่วนทห่ี น่งึ ประมาณ 30% ใหข้ ดุ สระเก็บกกั นำ้ เพอื่ ใชเ้ กบ็ กักนำ้ ฝนในฤดฝู น และใชเ้ สรมิ การ
ปลกู พชื ในฤดแู ล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตวแ์ ละพชื นำ้ ตา่ งๆ
พื้นทส่ี ่วนท่สี อง ประมาณ 30% ใหป้ ลกู ข้าวในฤดฝู นเพอื่ ใชเ้ ปน็ อาหารประจำวันสำหรับครอบครวั
ใหเ้ พียงพอตลอดปี เพ่อื ตัดคา่ ใช้จา่ ยและสามารถพึ่งตนเองได้
พืน้ ทส่ี ว่ นที่สาม ประมาณ 30% ใหป้ ลกู ไมผ้ ล ไม้ยนื ต้น พชื ผกั พชื ไร่ พืชสมนุ ไพร ฯลฯ เพ่ือใช้เปน็
อาหารประจำวนั หากเหลือบริโภคกน็ ำไปจำหน่าย
พ้ืนท่สี ่วนทส่ี ี่ ประมาณ 10% เปน็ ทอี่ ย่อู าศยั เลี้ยงสัตว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอ่ืนๆ
อา้ งอิง https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_activities/30/112753

หญ้าแฝก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวไดท้ รงศึกษาเรอ่ื งการใช้หญา้ แฝกในการอนรุ ักษด์ นิ และน้ำจากเอกสารของ
ธนาคารโลก ซง่ึ นาย Richard Grimshaw ไดท้ ูลเกลา้ ฯ ถวาย และไดพ้ ระราชทานพระราชดำริเกยี่ วกับหญ้าแฝก
เปน็ คร้ังแรก เม่อื วนั ที่ 22 มถิ นุ ายน 2534 สรปุ ความวา่ ให้ศึกษา ทดลองปลูกหญา้ แฝกเพอื่ ปอ้ งกันการพงั ทลาย
ของดนิ ในพนื้ ทีศ่ ูนย์ศกึ ษาการพฒั นาหว้ ยทรายอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ และศนู ยศ์ กึ ษาการพัฒนาเขาหนิ ซอ้ น
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ตลอดจนพ้ืนทีอ่ น่ื ๆ โดยใหพ้ จิ ารณาการปลกู ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ และ
ควรเก็บรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกบั ผลการศึก

ลกั ษณะของหญ้าแฝก

หญ้าแฝก เปน็ พชื ใบเลยี้ งเดี่ยวตระกลู หญา้ ชนิดหนึ่ง เชน่ เดยี วกับขา้ วโพด ขา้ วฟา่ ง อ้อย ซึง่ พบกระจายอยู่
ทว่ั ไปหลายพื้นท่ีตามธรรมชาติ จากการสำรวจพบว่า มกี ระจายอย่ทู ว่ั โลกประมาณ 12 ชนดิ และสำรวจพบใน
ประเทศไทย 2 ชนดิ ได้แก่
1.กล่มุ พนั ธห์ุ ญา้ แฝกลุ่ม ไดแ้ ก่ พันธสุ์ รุ าษฎรธ์ านี กำแพงเพชร 2 ศรลี งั กา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ
2. กลมุ่ พนั ธ์หุ ญ้าแฝกดอน ได้แก่ พันธ์รุ าชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย เปน็
ตน้

หญ้าแฝกเปน็ หญ้าทีข่ ้นึ เป็นกอ หน่อเบียดกนั แนน่ ใบของหญ้าแฝกมลี ักษณะแคบยาว ขอบขนานปลายสอบแหลม
ด้านท้องใบจะมสี จี างกวา่ ด้านหลงั ใบ มีรากเปน็ ระบบรากฝอยที่สานกนั แน่นยาว หยง่ั ลกึ ในดนิ มขี ้อดอกตั้ง
ประกอบด้วยดอกขนาดเล็ก ดอกจำนวนครง่ึ หน่งึ เป็นหมนั

สายพนั ธุห์ ญา้ แฝกในประเทศไทย
- ภาคเหนอื ได้แกส่ ายพนั ธ์ศุ รลี ังกานครสวรรคแ์ ละกำแพงเพชร
- ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือไดแ้ กส่ ายพนั ธ์ุรอ้ ยเอด็ และสงขลา 3
- ภาคกลางและภาคตะวันออกไดแ้ กส่ ายพนั ธป์ุ ระจวบคีรขี นั ธร์ าชบุรีกำแพงเพชร1กำแพงเพชร2สุราษฎร์ธานี
และสงขลา 3 สายพนั ธ์ุที่สามารถขน้ึ ไดใ้ นสภาพดนิ เคม็ คือราชบรุ ีและประจวบครี ขี นั ธ์
- ภาคใต้ไดแ้ กส่ ายพนั ธสุ์ งขลา3 และ สุราษฎร์ธานี

ประโยชน์ของหญ้าแฝก
1. หญ้าแฝกหอมเปน็ พชื ท่ีสะสมน้ำมนั หอมไวใ้ นสว่ นของรากคนไทยสมัยกอ่ นจึงใช้รากของหญ้าแฝกเปน็ เครอ่ื ง
หอมสำหรบั อบเส้ือผา้ แก้กล่นิ อบั ในตเู้ สื้อผา้ ใชข้ ับไลแ่ มลง ดว้ ยการใชร้ ากแหง้ นำมาแขวนในตเู้ สื้อผา้ และยังใชผ้ สม
กบั น้ำมัน ให้เกิดกลิ่นหอม หรอื นำ ไปผลติ เปน็ เครอื่ งสำอางต่อไป
2. คุณสมบัติของหญา้ แฝก เน่ืองจากภายในของรากหญ้าแฝกมีลักษณะเหมือนกบั รากของพืชนำ้ มนั จงึ สามารถทน
ตอ่ นำ้ ทว่ มขังไดเ้ ป็นอยา่ งดจี ึงนำ มาใชป้ ลูกเพื่อการอนรุ ักษ์ดินและน้ำ ส่งิ แวดลอ้ มและระบบนิเวศนเ์ พ่อื ชว่ ย
แก้ปัญหาและปอ้ งกันการพงั ทลายของดนิ เพ่อื ป้องกนั ความเสยี หายของชน้ั บันไดดนิ หรือคันคคู ลองรบั นำ้ รอบเขา
เพ่ือปอ้ งกันรักษาการกดั เซาะของนำ้ จากแมน่ ำ้ บริเวณคอสะพาน เพ่อื ปอ้ งกัน ตะกอนดนิ ลงสูท่ างนำ้ ปลกู เพื่อ
แก้ปัญหาดนิ ดาน ฟน้ื ฟดู ิน เพ่ือควบคมุ มลพษิ รกั ษาสภาพแวดลอ้ ม หรือใชป้ ลูกเป็นแถวตามแนวระดบั ขวางความ
ลาดเทเป็นต้น

3. ส่วนประโยชน์ของหญ้าแฝกหอมอ่ืนๆ เชน่ การนำ มาเยบ็ เปน็ ตบั เพื่อใช้มุงหลังคา ใชใ้ นคอกสตั ว์ รองนอนใหเ้ ล้า
สตั วเ์ ล้ียง ใบใช้เปน็ อาหารเล้ียงสตั วใ์ ชเ้ พาะเหด็ ทา เป็นปยุ๋ หมักและพชื คลมุ ดนิ หรือใช้รากนามาทำพดั สา หรบั พดั
ให้ความเย็นและให้กล่ินหอมเย็น และใชใ้ นงานหตั ถกรรมตา่ งๆ ทา เชือก หมวก ตะกรา้ เครื่องประดับ เครอ่ื ง
ตกแตง่ บ้าน ของใชส้ านกนั งานไม้อดั งานประดษิ ฐ์ งานจกั สาร ฯลฯ

อ้างอิง
1.สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ (สำนกั งาน กปร.)
[ออนไลน์] แหล่งท่มี า : shorturl.asia/76Lvj [16 พฤศจกิ ายน 64]
2. กรนกิ า อ่อนศิริ. โครงการ " หญ้าแฝก " [ออนไลน์].2557.แหลง่ ทีม่ า:shorturl.asia/f5ZL6
[16 พฤศจิกายน 64]

นายพชรธร สุกใส เลขท่ี 9 ม.4/3

ษา ทดลอshorturl.asia/76Lvjง ใหค้ รอบคลุมทกุ ด้านดว้ ย

ถา่ นชวี ภาพ-ถา่ นไบโอชาร์

ถา่ นชีวภาพได้จากการเผาแบบไพโรไลซิส (pyrolysis) คอื การอบอินทรียวัตถุ (ไม้) ในสภาพท่ีไม่มอี อกซิเจน (หรือ
มีนอ้ ยมาก) เพอ่ื เปลี่ยนไม้ท่ีมคี ารบ์ อนสงู ให้เป็นถา่ นท่ีเปน็ ของแขง็ และขณะเดียวกัน กจ็ ะได้ของเหลว (เรียกวา่ ไบ
โอออยล์ bio-oil) และก๊าซ (เรยี กวา่ ซินกา๊ ซ syngas) ซึ่งมเี ทคนิควธิ ีการเผาไดห้ ลายแบบ ทง้ั ท่ใี ชอ้ ุปกรณ์ทง่ี ่ายๆ
จนถงึ ซบั ซ้อน และไมใ่ ช้อุปกรณอ์ ะไรเปน็ พเิ ศษ

ถ่านชีวภาพมีคณุ สมบตั ทิ ี่เหมาะกับปรับปรุงดินหลายอยา่ ง แต่ท่สี ำคญั ท่ีสดุ กค็ อื รูพรุนทผี่ วิ ถ่าน ซงึ่ ทำใหถ้ า่ น
ชวี ภาพสามารถเกบ็ กกั นำ้ และธาตุอาหาร รวมทงั้ เป็นที่อยขู่ องจลุ ินทรีย์ดนิ ทเี่ ปน็ ประโยชน์ โดยก่อนที่จะนำถ่าน
ชวี ภาพไปใช้ปรับปรงุ ดิน ควรเติม (ชาร์ทถา่ น) จุลินทรยี แ์ ละธาตุอาหารกอ่ น ทจี่ รงิ แล้ว ถา่ นทกุ ชนิดมรี ูพรุน
มากกวา่ วสั ดุต้ังต้น ซึ่งขนาดและปริมาณของความพรุนในถา่ นนข้ี ้ึนอยกู่ ับวสั ดุทนี่ ำมาเผาเป็นถ่านและกรรมวิธีการ
เผา
คณุ สมบัตริ องลงมากค็ ือ ถา่ นมสี ภาพท่เี ปน็ ดา่ งเลก็ น้อย จงึ ชว่ ยลดสภาพความเป็นกรดของดนิ ลงไดบ้ างส่วน
นอกจากนี้ ถา่ นชวี ภาพมีธาตไุ นโตรเจน (ทเ่ี ป็นประโยชน์กบั พืช) รวมทัง้ น่าจะมคี ่าความสามารถในการแลกเปล่ยี น
ประจุบวก (ทำให้เกบ็ กกั ธาตุอาหารได้มาก)

มีวิธีการเผาถ่านหลายวิธี ซ่งึ ทำให้ไดถ้ ่านหลากหลายประเภท เชน่
* ถา่ นทัว่ ไป (ท่ีเผาโดยวธิ ีพ้ืนบา้ น)
* ถา่ นไรค้ วัน (มกี ารกำจัดสง่ิ เจือปนในถ่านออก ซึ่งเกบ็ มาใชใ้ นรูปของ “น้ำส้มควนั ไม”้ )
* ถา่ นกมั มันต์ หรือ activated carbon ทส่ี ว่ นใหญใ่ ชเ้ ป็นยารักษาโรค วสั ดุกรองและดูดซบั กลน่ิ
* ถ่านชีวภาพ หรือ biochar ที่นิยมนำมาใชเ้ ปน็ สารปรบั ปรงุ ดินสำหรบั การเกษตร

โดยทั่วไป เราจะใช้ถา่ นชวี ภาพเฉพาะบริเวณใกล้ๆ กับรากฝอยของพชื โดยมักจะผสมกบั ป๋ยุ หมกั ฮวิ มัสหรือปุ๋ยคอก
กอ่ น 1 – 2 วนั (ชาร์ทถ่าน) ในอตั ราต้ังแต่ 1:1 – 1:4 (ถ่านชวี ภาพ:ป๋ยุ คอก/ปยุ๋ หมัก) แลว้ จึงนำไปใส่รองกน้ หลุม
ปลกู (พืชล้มลุก) หรอื ใส่โคนต้น (ไม้ยนื ตน้ ) หรือใช้เปน็ ส่วนผสมในวสั ดุเพาะเมล็ด/เพาะกลา้ ในกรณขี องการปลูก
ผัก แนะนำใหใ้ ชใ้ นอัตรา 1 – 4 ลติ ร/ตารางเมตร

ประโยชน์ของถา่ นชีวภาพ สามารถสรุปได้ 4 ประการหลกั ดงั นี้
1. ช่วยบรรเทาการเปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศ เนอื่ งจากถา่ นชีวภาพสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ในช้นั บรรยากาศ
ในระยะยาวได้ดว้ ยการกักเก็บคารบ์ อนในดิน
2. ช่วยปรบั ปรงุ ดนิ และผลผลติ ทางการเกษตร เนือ่ งจากเมอ่ื นำถ่านชวี ภาพลงดนิ ลักษณะความเปน็ รพู รุนของถ่าน
ชีวภาพจะช่วยกกั เก็บน้ำและอาหารในดนิ และเป็นทอ่ี ยใู่ หก้ บั จุลินทรยี ์สำหรับทำกจิ กรรมเพอื่ สรา้ งอาหารใหด้ นิ
เมอ่ื ดินอดุ มสมบรู ณจ์ ะส่งผลให้ผลผลติ ทางการเกษตรเพมิ่ ขึ้น
3. ชว่ ยผลิตพลงั งานทดแทน เน่ืองจากกระบวนการผลิตถา่ นชีวภาพจากมวลชีวภาพด้วยการแยกสลายดว้ ยความ
ร้อนจะให้พลังงานชีวภาพที่สามารถใชเ้ ป็นพลงั งานทดแทนเพ่ือการขนส่งและในระบบอุตสาหกรรมได้
4. ชว่ ยในกระบวนการจัดการของเสียประเภทอนิ ทรีย์วตั ถุได้ เนอ่ื งจากเทคโนโลยไี บโอชาร์มีศักยภาพในการกำจัด
ของเสียท่ที ำให้ส่ิงแวดลอ้ มเปน็ มติ รได้

อ้างอิง
1.อรสา สุกสว่าง เทคโนโลยีถา่ นชวี ภาพ [ออนไลน]์ . 2552. แหลง่ ทีม่ า: shorturl.asia/cGn

[25 พฤศจิกายน 64]
2.กรีนเนท เทคนคิ การเกษตร [ออนไลน์] แหล่งท่มี า: shorturl.asia/IEK [25 พฤศจิกายน 64]

นายพชรธร สุกใส เลขที่ 9 ม.4/3

การปักชาํ ควบแนน่ ต้นทองอไุ ร

วัสดุอุปกรณ์
1.แกว้ พลาสตกิ ขนาดเล็ก ขนาด 6-10 ออนซ์หรอื จะเปน็ ถงั พลาสตกิ ขนาดเลก็ กไ็ ด้
2.นํา้ สะอาดและดนิ ทีร่ ่วนซุยพรมนํา้ ลงไปในดินจนใช้มอื ตักขนึ้ มาแลว้ ปนั้ ดถู ้าดินมีความติดมอื ปั้นเปน็ กอ้ น
ได้ก็ถอื วา่ ใชไ้ ด้
3.ถุงพลาสติกใส 6*11 นิ้ว อาจจะเผ่ือให้มขี นาดใหญห่ นอ่ ย แตค่ วรจะใหยก๋ ว่าแก้วพลาสตกิ
4.ยอดพนั ธทุ์ อ่ี ายคุ วามแกอ่ อ่ นอย่รู ะหวา่ ง 40-60 เปอร์เซน็ ต์
5.เชือกหรือยางเสนขนาดรอบวงพอครอบแก้วพลาสตกิ ได้
6.กรรไกรตัดกง่ิ หรืออุปกรณเ์ สรมิ อ่ืนๆในการปกั ชาํ
วธิ ีทํา
เก็บดินจากบริเวณทีม่ อี นิ ทรีวัตถนุ อ้ ย ทําดินให้ร่วนซุย
- พรมน้ําคลกุ เคลา้ ให้เข้ากัน แล้วป้ันดู พอติดมอื (กาํ พอเป็นก้อน)
- นาํ ดนิ ใส่ให้เตม็ แกว้ พลาสติคหรือภาชนะกระถางท่ีจะใช้ กดดนิ ให้แน่น ระดบั 80%

- ใชไ้ มแ้ หลมหรือกรรไกรเสยี บตรงกลางภาชนะท่ีใส่ดนิ ให้ลึกไมเ่ กิน 3 ใน 4 สว่ นของแกว้
- ใช้กรรไกรคม ตัดยอดพชื พันธุ์ ตามท่ตี อ้ งการ ตัดให้ยาวประมาณ 12 -18 ซม. ข้อสําคัญ อย่าให้แผลท่ีตัด
เปลอื กฉีก จะออกรากไม่ดี
- ใช้กรรไกรตดั หนามออกให้หมด ป้องกนั หนามแทงถงุ ถา้ อากาศเขา้ จะออกรากยาก
- นาํ ยอดพันธุ์เสียบลงในรทู ่เี ตรียมไว้ ให้สุด

- ใชน้ ว้ิ หวั แมม่ ือ กดดินรอบกิ่งมะนาวให้แน่น อย่าใหห้ ลวม จะออกรากยาก
- นําถุงพลาสตคิ ครอบลงแล้วรดั ด้วยยางวงจํานวน 2 เส้น แลว้ ดงึ กน้ ถุงให้ยางไปรดั อยู่ท่ีขอบปากแกว้

- นาํ ไปเก็บไว้ในทีร่ ่มรําไร หลงั จากน้นั 15 -20วนั ให้ตรวจดรู าก พอพบรากให้ปลอ่ ยจนรากมีสีนาํ้ ตาลคอ่ ย
กลับถุง

อา้ งองิ :http://www.konglakuentin.com/glaroo/190401060818
ผเู้ รยี บเรียง : นายพชรธร สุกใส ม.4/3 เลขท่ี 9
วนั ที่เรียบเรยี ง :5/12/2564

จลุ นิ ทรยี ส์ งั เคราะหแ์ สง

จุลินทรีย์สงั เคราะหแ์ สงคอื อะไร…?
จลุ ินทรยี ส์ งั เคราะห์แสงเปน็ ส่งิ มีชีวิตขนาดเล็ก พบได้ ตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติ และ ในดนิ ทั่วๆไป
ตัวมันเองทำหนา้ ท่นี ำกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นดนิ และนำ้ มาใช้ และ สามารถย่อยสลายอนิ ทรยี ์วัตถุ
ให้มขี นาดเลก็ ลง เร่งปฎิกริ ิยาการเกิดปยุ๋ ด้วยความสามารถตรงน้เี องทำให้เรานำประโยชนข์ อง
จุลนิ ทรยี ส์ งั เคราะหแ์ สง ตรงสว่ นนีม้ าช่วยในเรอื่ งของการเกษตรได้ ทีนีถ้ ้าเราเตมิ หัวเชื้อจุลนิ ทรีย์
สังเคราะหแ์ สงเขา้ ไปในดินเพิม่ ข้ึนก็จะไปเรง่ ปฎิกิริยาพวกน้ใี หม้ ากขน้ึ ทำใหต้ ้นไม้ดูดซึมปุย๋ ไดม้ ากขน้ึ
ลดปริมาณการใช้ปุย๋ ลง ในขณะเดียวกนั ตน้ ไม้กเ็ จรญิ เติบโตมากขึ้นด้วย ช่วยประหยดั คา่ ปุย๋ บำรุง
ตน้ ไมไ้ ปได้มากเลยทเี ดียว

อปุ กรณท์ ี่ตอ้ งใชใ้ นการทำจลุ นิ ทรีย์สงั เคราะหแ์ สง
– ผงชรู ส
– น้ำปลา
– กะปิ
– ไขไ่ ก่
-นำ้ เปลา่

ข้นั ตอนวิธีทำจุลนิ ทรียส์ งั เคราะหแ์ สง
1. ตอกไขล่ งไป 2 ฟอง ตีให้ไข่ขาวกับไขแ่ ดงเขา้ กนั
2. ใสผ่ งชูรสครง่ึ ชอ้ นโตะ๊ นำ้ ปลา 4 ชอ้ นโตะ๊ กะปิครง่ึ
ช้อนโตะ๊
( กะปเิ ป็นตวั ช่วยเร่งให้ จลุ ินทรียส์ งั เคราะหแ์ สงตดิ แดง
ได้งา่ ยข้ึน )
3. คนส่วนผสมท้งั หมดให้เขา้ กันแลว้ ตักใสข่ วดน้ำ
(อตั ราส่วน 3 ชอ้ นโต๊ะ ตอ่ นำ้ ขวด 1.5 ลติ ร 1 ขวด )

4. ใส่น้ำเปล่าตามลงไปจนเตม็ เขยา่ ให้เขา้ กนั แลว้ นำไป
ตากแดดท้งิ ไว้ประมาณ 5-7 วัน
5. หลังจากน้ันก็จะเริ่มเปน็ สแี ดง แสดงวา่ ตวั จุลินทรยี ์สังเคราห์
แสงนนั้ เจรญิ เตบิ โตจนเต็มขวดแล้ว

เคลด็ ลบั ที่ทำให้จลุ นิ ทรยี ส์ ังเคราหแ์ สงตดิ แดง 100%

– หากใชน้ ำ้ ประปา จะออกเป็นสเี ขยี ว สขี วา หรอื แดงไมเ่ ตม็ ท่ี

– หากใช้นำ้ บงึ สระ ( โดยเฉพาะนำ้ จากบ่อเลย้ี งปลา ) จะไดผ้ ลดมี าก แดงภายใน 5-7 วนั

– นำ้ บาดาล จะตดิ แดงบา้ ง ขาวบ้าง ขนึ้ อยู่กับสารเจอปนในแหล่งนำ้

สรุปได้วา่ นำ้ ทีใ่ ช้ได้ดีท่สี ดุ ควรเป็น น้ำจากจากบอ่ เลี้ยงปลา อาจเพราะมจี ุลินทรียส์ งั เคราห์แสงอาศยั อยใู่ นแหล่งนำ้
อยู่เยอะ เพราะไดม้ ูลปลาและอินทรยี ์วัตถตุ ่างๆทีป่ ลาหากินในบ่อเป็นอาหารเลย้ี งอยแู่ ล้ว ทำให้จุลินทรยี ส์ ังเคราห์
แสงท่ีอยู่ในแหลง่ นำ้ เหลา่ น้ีแข็งแรง และ มกี ารเจริญเติบโตดี เวลานำน้ำจากแหลง่ น้ำเหลา่ นม้ี าเพาะจุลนิ ทรีย์
สงั เคราะห์แสง จงึ ทำให้เจรญิ เติบโตไดเ้ รว็ และตดิ ไดง้ า่ ยกว่าจากแหล่งนำ้ อ่ืน

วธิ นี ำไปใช้

– จุลนิ ทรยี ์สังเคราะหแ์ สง 100 ซซี ี / น้ำ 20 ลติ ร ฉีดพน่ ทใี่ บ ทุกๆ 7 วัน

– จุลนิ ทรยี ์สงั เคราะหแ์ สง 100 ซซี ี / น้ำ 10 ลติ ร ฉดี พน่ ลงดนิ ทกุ ๆ 7 วนั

อ้างอิง
1.เพจวชิ าชีวิต สตู รการทำจลุ นิ ทรียส์ งั เคราะห์แสง [ออนไลน]์ . 3 สงิ หาคม 2560. แหล่งทม่ี า:
http://postnoname.com/microorganism-light-success/ [12 ธนั วาคม 64]

นายพชรธร สกุ ใส เลขท่ี 9 ม.4/3

ประเภท และ จรรยาบรรณของธุรกจิ

ประเภทของธุรกจิ
1.กจิ การเจา้ ของคนเดยี ว (Sold Proprietorship) คือ กจิ การท่มี บี ุคคลคนเดยี วเปน็ เจา้ ของ หรอื ลงทนุ คน
เดียว ควบคมุ ดำเนนิ การเองทั้งหมด เมอ่ื กจิ การประสบผลสำเรจ็ มผี ลกำไรก็จะได้รบั ผลประโยชน์เพยี งคนเดยี ว แต่
หากขาดทนุ กต็ ้องรบั ผดิ ชอบเพียงคนเดยี ว กจิ การประเภทน้มี อี ยทู่ ว่ั ประเทศไดร้ บั ความนิยมสงู สุดและเปน็ ธรุ กิจที่
เกา่ แก่ การดำเนินงานไม่สลับซับซอ้ น มีความคลอ่ งตวั สงู ในการตัดสินใจดำเนนิ งาน กจิ การมีขนาดเลก็ กวา่ ธุรกิจ
ประเภทอ่นื

2. หา้ งห้นุ ส่วน (Partnership) คอื กจิ การทม่ี บี คุ คลต้ังแตส่ องคนขนึ้ ไปเป็นเจ้าของ โดยตกลงร่วมทุนกัน ซึ่งจะ
ลงทุนเปน็ เงินสด สินทรัพยอ์ น่ื หรือแรงงานกไ็ ด้ ผเู้ ป็นหุ้นสว่ นจะตกลงทำสัญญาจัดตัง้ ห้างหุ้นส่วน สญั ญานีอ้ าจทำ
ด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณอ์ ักษรก็ได้

3. บรษิ ทั จำกดั (Limited Company) คอื กิจการท่ีมบี คุ คลต้งั แต่ 3 คนขนึ้ ไป จดั ต้งั ด้วยการแบง่ ทนุ เปน็ หุ้น แต่
ละหนุ้ มีมลู คา่ เท่ากนั โดยผถู้ อื หนุ้ ต่างรบั ผดิ จำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินทีต่ นยังสง่ ใช้ไมค่ รบมูลค่าของหนุ้ ท่ีตนถอื

4. บรษิ ัทมหาชนจำกดั (Public Limited Company) คือ บรษิ ทั ทตี่ ัง้ ขน้ึ เพอื่ ที่จะเสนอขายห้นุ ตอ่ ประชาชน
โดยผถู้ ือหนุ้ มีความรับผดิ จำกัดไม่เกินจำนวนเงินคา่ หนุ้ ทีต่ ้องชำระ และได้ระบุความประสงคไ์ วใ้ นหนังสอื บรคิ ณห์
สนธิ ซึ่งตามพระราชบญั ญัตบิ รษิ ัทมหาชนจำกดั พ.ศ. 2535 ได้กำหนดลกั ษณะโครงสร้างของบริษัทมหาชนจำกัด
ไว้ ดังนี้
1.มีผู้ถอื หนุ้ ต้งั แต่ 15 คนขนึ้ ไป
2.ไม่ไดก้ ำหนดจำนวนทนุ จดทะเบยี นขน้ั ต่ำไว้
3.แตล่ ะห้นุ มมี ูลคา่ เท่ากัน ชำระคา่ หุ้นคร้ังเดยี วเตม็ มูลค่า
4.มกี รรมการบรษิ ทั ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 คน และไม่น้อยกว่ากึง่ หนึ่งท่ีอยูใ่ นประเทศไทย

จรรยาบรรณของผ้ปู ระกอบธุรกจิ

1. จรรยาบรรณของผ้ปู ระกอบธรุ กิจตอ่ ลูกคา้
1.1 กำหนดราคาสนิ ค้าบริการด้วยความยุติธรรมเหมาะสมกับคุณภาพและปริมาณ
1.2 มีความเสมอภาคเทา่ เทยี มกนั ในการเอาใจใส่ลกู ค้าทกุ คน เปดิ โอกาสให้ลูกค้าทกุ คนซ้อื สินคา้ และบรกิ ารในทุก
สภาวะเศรษฐกจิ
1.3 ไม่สรา้ งเงือ่ นไขใหล้ กู ค้ากระทำตาม บบี บงั คบั ควบคุมการตัดสนิ ใจของลกู คา้
1.4 ไม่กระทำการใด ๆ เพือ่ ทำให้สนิ ค้ามรี าคาสูงข้ึนโดยไมม่ เี หตุผล
1.5 ปฏิบตั ิต่อลูกค้าอยา่ งมีอัธยาศยั ไมตรอี ันดี

2. จรรยาบรรณของผู้ประกอบธรุ กิจต่อผลิตภัณฑ์
2.1 ผลิตภณั ฑแ์ ละบรกิ ารทม่ี คี ณุ ภาพ สามารถใชง้ านไดเ้ หมาะสม มคี วามสวยงาม มรี าคาค้มุ คา่ สามารถตอบสนอง
ความต้องการและเป็นท่พี งึ พอใจแก่ผู้บริโภค
2.2 ผลิตสินคา้ และบรกิ ารได้มาตรฐานอตุ สาหกรรม โดยมกี ารรับรองกรรมวธิ ีการผลติ ตามระบบท่ีแสดงถงึ ความ
ปลอดภยั ไม่เป็นอันตรายตอ่ ผู้บรโิ ภค เช่น มาตรฐานของสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาตรฐานของ
สำนกั งานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อตุ สาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานระบบคุณภาพ (ISO) เปน็ ต้น
2.3 พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการผลติ ผลติ ภณั ฑ์อย่างสมำ่ เสมอ
2.4 ผลติ สนิ คา้ ทม่ี ีความปลอดภยั ตอ่ ผู้บรโิ ภค โดยระบวุ นั ผลติ และวนั หมดอายุ ท่ตี ั้งผลติ ภณั ฑ์ไว้อย่างชัดเจน
2.5 เปิดเผยความเสย่ี งทุกประเภทท่ีเก่ียวข้องหรอื เนอื่ งจากตงั ผลติ ภณั ฑ์ เช่น เครอื่ งดืม่ ชูกำลัง มขี ้อความระบุวา่
"หา้ มดม่ื เกนิ วนั ละ 2 ขวด จะเป็นอันตรายต่อสขุ ภาพ" ยาฆ่าแมลง มีข้อความระบุว่า "ควรเก็บให้พน้ มอื เดก็ " หรอื
นมข้นหวาน ระบขุ อ้ ความวา่ "หา้ มใช้เลยี้ งทารก" เป็นต้น
2.6 เปดิ เผยถงึ ส่วนผสมของผลิตภณั ฑ์
2.7 ไมต่ ง้ั ชอื่ และออกแบบผลติ ภัณฑร์ วมทั้งบรรจภุ ณั ฑ์เลียนแบบผูอ้ นื่

3. จรรยาบรรณของผ้ปู ระกอบธรุ กจิ ต่อคแู่ ข่งขัน
3.1 ไม่กลั่นแกล้งหรอื ให้รา้ ยท้ังโดยทางตรงและทางอ้อม หรือทำการข่มขู่และกีดกันทางการคา้
3.2 การใหค้ วามรว่ มมือในการแขง่ ขนั เพือ่ สรา้ งภาวะตลาดทีด่ ี เช่น การให้ข้อมูลเกยี่ วกับสนิ คา้ การร่วมมือในการ
ปอ้ งกันรกั ษาสงิ่ แวดล้อม เปน็ ต้น
3.3 ไม่ลว่ งละเมดิ สทิ ธติ ามกฎหมายของคู่แข่งขันเชน่ ละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ สทิ ธบิ ัตรเปน็ ตน้
3.4 ไมจ่ ารกรรมความลบั ทางธุรกจิ ของค่แู ขง่ ขนั

4. จรรยาบรรณของผู้ประกอบธรุ กิจต่อหน่วยราชการ
4.1 ปฏบิ ัติตามข้อบงั คบั ของกฏหมายในการประกอบธุรกิจด้วยความซอ่ื สัตย์ เชน่ จัดทำบญั ชีและเสยี ภาษีถูกตอ้ ง
สามารถตรวจสอบได้ และไมเ่ ปดิ โอกาสให้ข้าราชการประพฤติมิชอบในธุรกิจของตน
4.2 ไมใ่ หส้ นิ บนเพอ่ื อำนวยความสะดวกในการดำเนนิ ธุรกิจ
4.3 ไมใ่ ห้ความรว่ มมือสนบั สนุนข้าราชการในการกระทำทีส่ ่อทางทุจรติ
4.4 ไม่ใหข้ องขวญั หรอื ของกำนัลแกข่ ้าราชการเพ่อื ประโยชน์ของธรุ กิจ
4.5 ทำธรุ กิจกบั สว่ นราชการด้วยความซอื่ สัตยส์ จุ รติ เปน็ ธรรม มีความเปน็ มติ รไมตรี
4.6 ให้ความรว่ มมอื กบั สว่ นราชการในการทำหนา้ ทีพ่ ลเมืองท่ดี ี โดยการสละกำลังกาย กำลงั ทรพั ย์ตามความ
เหมาะสม สนับสนนุ ดา้ นตา่ ง ๆ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์แกส่ งั คมและชมุ ชน
4.7 มีทัศนคตทิ ด่ี แี ละเชือ่ มัน่ ต่อส่วนราชการ ให้ความร่วมมอื กับสว่ นราชการ

5. จรรยาบรรณของผปู้ ระกอบธรุ กิจต่อพนักงาน
5.1 ใหค้ า่ จา้ งและผลตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยพจิ ารณาจากความรู้ ความสามารถ และลกั ษณะของงาน
5.2 ใหส้ วสั ดิการท่ีดี ทำใหพ้ นกั งานมสี วสั ดิภาพในการดำรงชีวิต

5.3 สนบั สนนุ พนกั งานมีการพฒั นาตนเองเพ่ิมพูนความรู้ ความสามารถโดยการฝึกอบรมสมั มนา รวมทง้ั สนบั สนุน
ดา้ นการศกึ ษา เชน่ ใหท้ ุนการศึกษาตอ่ ในระดบั ทสี่ ูงข้นึ เป็นตน้
5.4 ใหค้ วามยตุ ธิ รรมเท่าเทยี มกนั ท้งั ดา้ นการปกครองและผลตอบแทน
5.5 เคารพสิทธิสว่ นบุคคลและความสามารถของพนกั งาน โดยไม่เปดิ เผยข้อมูลส่วนตัวของพนกั งานโดยไมไ่ ด้รบั
อนุญาต
5.6 ศกึ ษาทำความเข้าใจพนักงานดา้ นอปุ นิสยั ความถนดั ความสามารถ เพ่อื จัดหนา้ ท่ขี องพนักงานให้เหมาะสมกับ
งานท่ที ำ
5.7 ให้ความเชอ่ื ถอื ไวว้ างใจดว้ ยการมอบหมายงานทีม่ คี วามรับผิดชอบเพ่ิมข้นึ รวมทัง้ ให้การยอมรบั ในผลงาน และ
สง่ เสริมสถานภาพในการทำงานให้สงู ขึ้น
5.8 ให้คำแนะนำปรกึ ษาด้วยความเตม็ ใจท้ังเร่ืองงานเรื่องส่วนตวั ตามความเหมาะสม
5.9 สง่ เสริมสนับสนนุ ให้พนกั งานประพฤตติ นเป็นพลเมืองดีตอ่ สังคมประเทศชาติ

6. จรรยาบรรณของผู้ประกอบธุรกิจตอ่ สังคม
6.1 ไม่ประกอบธรุ กจิ ท่ีทำให้สงั คมเส่ือมทั้งด้านจิตใจและดา้ นศลี ธรรม เชน่ การเปิดบ่อนการพนัน ทำธุรกจิ ท่ี
สนบั สนนุ ให้เกดิ การทำผดิ กฎหมายเช่น รับซอ้ื ของโจร เป็นต้น
6.2 ไม่ทำธรุ กจิ ท่ที ำลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม เช่น คา้ ไม้เถอ่ื น การรุกล้ำที่สาธารณะ การปลอ่ ยนำ้
เสียลงแม่น้ำลำคลอง เปน็ ตน้
6.3 มีการปอ้ งกนั ไม่ให้ธรุ กจิ เป็นตน้ เหตใุ ห้เกดิ มลพษิ ตอ่ สิ่งแวดล้อมและสงั คมทั้งดา้ นเสียง สีและกล่ิน เช่นมีการ
จัดทำบอ่ บำบัดน้ำเสีย การเกบ็ รักษาและทำลายวตั ถุมพี ิษต่าง ๆ ดา้ นความปลอดภัย และการรกั ษาความปลอดภัย
ดา้ นอนื่ ๆ เป็นต้น
6.4 ให้ความเคารพในสทิ ธทิ างปัญญาของบุคคลอ่ืนหรือธุรกิจอืน่ ดว้ ยการไมล่ อกเลยี นแบบโดยไม่ไดร้ บั อนญุ าต
6.5 ใหค้ วามร่วมมือกบั ทกุ ฝ่ายในชุมชนเพ่ือสรา้ งสรรคส์ งั คมโดยการสละเวลา กำลงั กาย กำลังทรพั ยเ์ พื่อความน่า
อยู่ของสงั คม เชน่ รว่ มจดั ทำศาลาพักผ้โู ดยสาร ร่วมปลกู ตน้ ไม้ในสวนสาธารณะ ฯลฯ

6.6 สร้างงานแกค่ นในสังคม ให้มรี ายได้ ทำให้มคี ุณภาพชวี ิตและความเป็นอยู่ดขี น้ึ

7. จรรยาบรรณของพนกั งานต่อผปู้ ระกอบธุรกจิ
7.1 มีความซอ่ื สัตยส์ ุจริตมคี วามรบั ผิดชอบ ขยนั หมัน่ เพยี รและมีวนิ ัย
7.2 มีความรบั ผิดชอบและรกั ษาทรพั ย์สินของกิจการ ด้วยการใช้ทรพั ยส์ ินให้เกิดประโยชน์สงู สุด ดแู ลรกั ษาไมใ่ ห้
สญู หายและไมน่ ำไปใชป้ ระโยชน์สว่ นตัว
7.3 ประพฤติและปฏิบัตติ นให้อยใู่ นศลี ธรรม ไมป่ ฏบิ ตั ติ นให้มีผลกระทบตอ่ นายจ้าง
7.4 ไมป่ ระพฤติและปฏบิ ตั สิ งิ่ ท่ขี ดั ต่อผลประโยชนข์ องนายจ้าง ดว้ ยการกระทำตนเปน็ คู่แข่งขนั ในเชิงธุรกิจการรับ
ผลประโยชน์และเก่ียวขอ้ งทางการเงนิ กบั คู่แขง่ ขนั ของนายจา้ ง ซง่ึ มผี ลทำใหเ้ กดิ ความได้เปรยี บและเสยี เปรยี บใน
เชิงธรุ กจิ กบั คู่แขง่ ขัน
7.5 ไม่ทำงานใหบ้ คุ คลอน่ื ต้องมีความจงรกั ภกั ดีเตม็ ใจทำงานใหน้ ายจา้ งอยา่ งเตม็ ความสามารถ ยกเวน้ ได้รบั การ
อนญุ าตจากนายจา้ งก่อนซึง่ ต้องไมเ่ ปน็ อปุ สรรคต่องานประจำ

อา้ งอิง
ครูดวงใจ ภารการ .ลักษณะและประเภทของธุรกิจ [ออนไลน]์ .2559
แหลง่ ท่ีมา : https://bit.ly/3Jd6beK [26 ธนั วาคม 2564]
Mrs. Piyanart Singchoo .จรรยาบรรณของผปู้ ระกอบธรุ กจิ มอี ะไรบา้ ง [ออนไลน]์ . 2555
แหลง่ ท่มี า : https://bit.ly/3qhf2DR [26 ธันวาคม 2564]

นายพชณรธร สกุ ใส ม.4/3 เลขท่ี 9

เมลด็ กาแฟคณุ ภาพ

Sencoffeeco

- ขายเมลด็ กาแฟคุณภาพดี
- ปลกู จากไรส่ ว่ นตวั ทลี่ าว bolaven plateau ทาใหไ้ ด้
เมล็ดกาแฟที่ได้คุณภาพ
- ขายทงั้ Strong และ Blend
- มีขนาดเดียว 250 กรมั
- ราคา 300 บาท/ 250 กรมั
- ฟรีค่าจดั ส่ง

ธาตุอาหารพืช

ธาตุอาหารหลกปั ระกอบด้วย

1.ไนโตรเจน (N)

เป็นส่วนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืชท้งัยงัเป็นอาหารหลกัของพืชช่วยทาให้พืชใบเขียวต้งัตวัได้โดย
ไนโตรเจนยังเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์พืชเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโปรตีน ไนโตรเจนยังมีส่วนช่วยใน กระบวนการ
สร้างอาหารและสร้างพลังงานใหก้ บั พืชอกี ดว้ ย

ไนโตรเจนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคลอโรฟิลล์ ซึ่งคลอโรฟิลล์อยู่ในส่วนที่เป็นสีเขียวของพืชที่หน้าท่ี
สังเคราะห์แสงช่วยให้พชื เจรญิ เตบิ โตอย่างรวดเร็ว ไนโตรเจนมกอั ยใู่นปุ๋ยหมกแั ละพชื ตระกลู ถวั่ซ่งึ เราควรปลูกพชื
ตระกูลถวั่แลวไ้ ถกลบเพ่อื เพม่ิ ไนโตรเจนใหกบ้ ัดิน

2.ฟอสฟอรัส (P)

ฟอสฟอรัสก็มีส่วนสาคญั ที่ช่วยในการสังเคราะห์แสง มีส่วนช่วยในการผลิตแป้งและน้า ตาล ฟอสฟอรัสมี
ส่วนช่วยในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็ นพลังงานทางเคมีในพืช ช่วยผลิตอาหาร มีส่วน ช่วยในการเจริฐ
เติบโต กระตนุ้ การออกดอกและการเจริญเติบโตของราก

ฟอสฟอรัสก็จะมีอยู่ในปุ๋ ยหมัก เศษอาหารและกระดูกป่ นเช่นกัน จะเห็นได้ว่าฟอสฟอรัสก็มีส่วนส าคัญ ไม่
แพธ้ าตอุ าหารใด ๆ เลย

3.โพแทสเซยี ม (K)

โพแทสเซียมจะมีอยใู่ นดินช้นัล่างจะถูกดูดซึมโดยรากพืช มีส่วนช่วยในการสร้างโปรตีน ทา ใหผ้ลมี
คณุ ภาพ ลดโรคพชื โพแทสเซียมเป็ นแรธ่ าตทุ ่อี ยใู่ นดิน วตั ถุอนิ ทรยี แ์ ละปุ๋ ยอนิ ทรยี ์
อาการขาดธาตุอาหารหลกั

-ใบแก่แสดงอาการใบเหลือง ทา ใหต้ น้แคระเมื่อเปรียบเทียบกบั ตน้ ที่ไดรับไนโตรเจนเพียงพอ ้ -ใบแก่จะ
เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็ นสีม่วงแล้วกลายเป็นสีน้า ตาลและหลุดรว่ งลา ตน้แกร็นไม่ผลิดอกออกผล -ใบแก่อสดง
อาการใบเหลืองและมีการตายของเนือ้ ใบ

ธาตอุ าหารรอง ประกอบด้วย3 ธาตุดังต่อไปนี้

1.แคลเซยี ม (Ca)

ช่วยในการแบ่งเซลล์ ผสมเกสร การงอกของเมล็ด มีส่วนส าคัญต่อโครงสร้างของเซลล์พืช ช่วยในการ ลา
เลียงอาหารแคลเซียมชว่ ยในการปรับสมดลุ ทง้ ักรดและดา่ งของพืช
2.แมกนเี ซียม (Mg)

เป็นองคป์ ระกอบของคลอโรฟิลล์ช่วยในการสังเคราะห์กรดอะมิโน วิตามิน ไขมนัและน้า ตาล ช่วยใน การ
สงั เคราะหแ์ สง นอกจากนีย้ งัชว่ ยกระตนุ ้การทา งานของเอนไซมท์ ีจ่ า เป็นต่อการเจรญิ เติบโต

3.ก ามะถัน (S)

อาการขาดธาตุอาหารรอง

-ใบที่งอกข้ึนใหม่แสดงอาการใบยน่ เหี่ยวและเกิดใบต่างสีบรอนซ์ก้านใบและเส้นกลางใบมีอาการต่าง
เน่อื งจากการของเนอื้ ใบ
-ใบแก่แสดงอาการเหลอื งกระจายไปทวั่ แผน่ ใบแตเ่ ส้นใบเขียวบางครง้ั พบอาการทีใ่ บสีบรอนซแ์ ละแผน่ ใบ คุม้ ลง
เป็ นรปู ถว้ ยคว า่

-ใบที่งอกข้ึนใหม่แสดงอาการใบยน่ เหี่ยวและเกิดใบต่างสีบรอนซ์ก้านใบและเส้นกลางใบมีอาการต่าง
เน่ืองจากการของเนอ้ื ใบ
ธาตอุ าหารเสรมิ แบ่งออกเปน็ 8ธาตดุ ังตอ่ ไปน้ี

1.โบรอน (B)

ช่วยในการสร้างสารอาหารและควบคุมสารอาหารที่จ าเป็ นต่อการพัฒนาการเจริญเติบโตของเมล็ด
พนั ธ์ุ ชว่ ยในการออกดอกผสมเกสร ช่วยในการตดิ ผลและยา้ยนา้ ตาลมาสู่ผล
2.ทองแดง (Cu)

ช่วยในการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์พืช ช่วยในการเผาผลาญอาหารของรากพืชและเป็ น
ประโยชน์ต่อการใช้โปรตีนของพืช การสังเคราะหค์ ลอโรฟิ ลลแ์ ละกระตนุ้ การท างานของเอนไซม์
3.คลอรีน (CI)

พบในดิน ช่วนกระตุ้นการย่อยอาหารส าหรับพืช มีบทบาทส าคัญเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช 4.
เหลก็ (Fe)

จ าเป็ นตอ่ การสร้างคลอโรฟิ ลล์ การสังเคราะหค์ ลอโรฟิ ลล์และสงั เคราะห์แสง

5.แมงกานีส (Mn)

ช่วยในการท างานของเอนไซม์ มีส่วนประกอบของคาร์บอนไดออกไซด์และการย่อยไนโตรเจน 6.
โมลิบดีนัม (Mo)

ช่วยในการดึงไนโตรเจนออกมาใชง้านและช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน พบธาตุชนิดน้ีในดิน 7.
สงั กะสี (Zn)

ช่วยสงั เคราะห์ฮอรโ์ มนออกซนิ คลอโรฟลิ ลแล์ ะแปง้ ควบคมุ การยอ่ ยนา้ ตาลของพชื เป็นส่วนหนึง่ ใน การท
างานขอเอนไซม์ที่มีส่วนในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และจ าเป็ นต่อการเปลี่ยนสภาพของ
คารโ์ บไฮเดรต

8.นกิ เกิล (Ni)

เป็ นธาตุอาหารท าส าคัญต่อเอนไซม์ ท าหน้าที่ปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยู่ในรูปที่จะน าไปใช้ได้ และยัง
ชว่ ยในกระบวนการงอกของเมล็ดอกี ดว้ ย
อาการขาดธาตอุ าหารเสรมิ

-ใบจะผดิ รูปมว้ นงอเขาห้ ากนั มขี นาดเลก็กวา่ ปกติขอบใบจะเหลืองซีดมจี ุดดา่ งกระจายอยทู่ วั่ ใบถ้าในใบออ่ น จะ
มีลักษณะเรยี วยาวตน้ จะแคระแกร็นติดดอกเลก็ ถ้าติดผลผลกร็ ่วงอยา่ งรวดเรว็

-ใบจะมีจุดสีเหลอื งๆล้อมรอบจุดสีน้า ตาลคลา้ยราสนิมหากมีอาการแบบน้พี ืชจะดูดซบอั อกซิเจนน้อยลงท า ใหเ้
ตบิ โตชาล้ า ตน้ ป้อมไม่ค่อยออกดอกถาม้ ผี ลจะสีซดี เปลอื กหนาและมีน้า นอ้ย

-ใบพืชจะมีสีเขยี วจดั แต่ต่อมาจะกลายเป็ นสีเหลืองในพชื ผกั บางชนดิ แผ่นใบจะยาวผดิ ปกติ

-ใบจะดูไม่สมบูรณ์และบางกว่าปกติสีของใบจะออกเหลืองตามบริเวณสองข้างของเส้นใบถ้าเป็ นใบอ่อน อาจมี
จดุ สขี าวหรือจุดสเี หลอื งสว่ นล าต้นจะเลก็ และผอมพ่มุ ตน้ โปร่งโตช้าไม่คอ่ ยมผี ล

-ยอดอ่อนจะเติบโตช้ากว่าปกติใบมีขนาดเล็กมากและมีสีเหลืองยกเว้นเส้นใบยังคงเขียวอยู่ถ้าขาดธาตุเหล็ก มาก
เส้นใบจะเหลืองแล้วใบจะเปลี่ยนเป็นสีซีดปลายกิ่งเริ่มแหง้ตายใหผลลดลงและ ้ ผลมีขนาดเลก็เน้ือไม่ฟู แน่นผิว
สากไมส่ วย

-ใบอ่อนไหม้ บิดงอ โตช้า และหลุดร่วงง่ายเส้นกลางใบจะหนาขอบใบเหลืองปนน้า ตาล หรืออีกอาการ หน่ึง
คือใบช้า ลา ตน้แตกเปราะ มีสารเหนียว ๆ ออกมาตามเปลือกของลา ตน้ ผลมีขนาดเลก็ บิดเบ้ียวผิว ขรุขระ
และแขง็ผิดปกตบิ างครง้ั ผลแตกหรือไส้กลวงได้

-อาการเนือ้ เยอ่ื ตายขอบหรือปลายใบในถว่ั เหลืองเกิดจากการนเิ กลิ

-ใบมีอาการเหี่ยวแล้วค่อยๆเหลืองแล้วตายเป็ นล าดับหรือบางคร้ังมีสบี รอนซ์ใบสีซีดและบางส่วนแหง้ ตาย ราก
จะคอยแคระแกรนและบางลงใกล้ปลายราก

อ้างอิง

1. Short Recap. 12 อาการต้นไม้ขาดธาตุอาหารพร้อมวิธีดแู ลตน้ ไมใ้ หฟ้ ืน้ คนื ชีพ. [ออนไลน์].
แหลง่ ท่ีมา : https://shorturl.asia/lAueS [ 2 กมุ ภาพันธ์ 2565 ]
2. Bussada Sornyoo. ดูงา่ ยๆพชื ขาดธาตอุ าหารอะไร. [ออนไลน์].
แหลง่ ทม่ี า : https://shorturl.asia/F4NMm [ 2 กมุ ภาพันธ์ 2565 ]

การปลูกผักสวนครัว

ผกั บุง้

วธิ กี ารปลกู ผักบุ้งจีน
1. วิธีโดยการหวา่ นเมลด็ เริม่ ตน้ คอื ขน้ั ตอนการเตรยี มดนิ ไถพรวนดิน ใหไ้ ด้ความลึก ประมาณ 30-40 cm และ
ตากแดดทงิ้ ไว้ ประมาณ 7-14 วนั เม่อื ตากแดดได้ท่ีแล้ว ให้นำปนู ขาว มาโรยหวา่ นให้ทั่วโดยใช้ปริมาณปนู ขาว
สัดสว่ น 150-250 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ และเม่อื โรยปนู ขาวท่ัวแล้ว ให้ยกแปลงสงู 30 cm กว้าง 110 cm และให้รดนำ้
บนแปลงดนิ ทเี่ ตรียมไวใ้ หช้ ่มุ
2.การจัดเตรียมเมล็ดผกั บ้งุ จนี โดยสามารถหาซ้ือได้ ตามร้านเกษตรกรรม ท่ัวไป ใช้เมล็ดผกั บงุ้ จีนสดั ส่วน 10-15
กโิ ลกรัมตอ่ ไร่เมอ่ื ไดจ้ ำนวนที่ตอ้ งการแล้ว ให้นำเมล็ด มาแช่นำ้ นานประมาณ 2 วัน
3. นำเมลด็ ทแ่ี ช่นำ้ ได้ทีแ่ ล้ว ไปหวา่ นบนแปลงดนิ ท่เี ตรียมไว้ ใหท้ ั่ว และกลบหน้าดนิ บางๆ ดว้ ยฟาง หลังจากนั้นรด
น้ำใหช้ ่มุ อีกคร้งั เพราะ ผกั บ้งุ จนี เป็นพชื ทชี่ อบความชุ่มชนื้ ดังน้ันจึงควร หว่านเมล็ดใน ช่วงเวลา เยน็
4. ควรรดน้ำผกั บุ้งจนี อย่างสม่ำเสมอ โดยการ รถน้ำวนั ละ 1 ถึง 2 ครงั้ ขนึ้ อยกู่ บั ฤดกู าลด้วยถา้ เปน็ ชว่ งหนา้ ฝน
ตกบอ่ ย ก็ให้เวน้ ได้ การขาดนำ้ จะทำให้ต้นผักบุ้งจนี แคระแกรน แขง็ กระด้างและเหนยี วทำให้ขายไมไ่ ด้ราคา
5. ข้นั ตอนการใสป่ ุ๋ย แบง่ ออกเปน็ 2 ครงั้ โดยใช้ปยุ่ สตู ร46-0-0ในสัดส่วน40-50กโิ ลกรมั ต่อไร่ คร้ังแรกให้ใสเ่ มือ่
หว่านเมลด็ ไปแลว้ ประมาณ 7 วนั และควร กำจดั วัชพืช โดยการถอน พรอ้ มกนั ไปด้วย หลังจากน้นั ใหเ้ วน้ ไปอีก
15 วนั จงึ ใสป่ ยุ๋ ครั้งท่ี 2 และกำจัดวัชพชื ดว้ ย

6. ระยะเวลาในการเกบ็ ผักบุ้งจีนใหไ้ ด้ ต้นที่อ่อนเหมาะสมแก่การรับประทาน คือประมาณ20ถึง22วนั และวิธกี าร
เกบ็ เกย่ี วต้นผักบงุ้ จนี ควรถอนออกจากแปลงดนิ ทง้ั ต้นและราก

อา้ งอิง

1) นายผกั . วธิ ีการปลกู ผกั บุ้งจนี . [ออนไลน์]. 2561. แหลง่ ท่ีมา : https://shorturl.asia/VZy0u
[ 20 กุมภาพันธ์ 65 ]

นายพชรธร สกุ ใส ม.4/3 เลขท่ี 9

การเลยี้ งสัตวใ์ นประเทศไทย

หลกั การเบ้ืองตน้ ของการเล้ียงสตั ว์

หลกั การเลย้ี งสัตว์
ในการเลยี้ งสัตวม์ ปี ัจจัยที่สำคญั ๔ ประการดว้ ยกัน คือ

๑. พนั ธสุ์ ัตว์
เกษตรกรไทยยังไมใ่ ห้ความสำคัญต่อพันธส์ุ ตั ว์ ทนี่ ำมาใชเ้ ลีย้ งมากนกั จึงมไิ ดใ้ หค้ วามสำคญั ตอ่ คณุ ภาพทาง
พันธุกรรมของสัตว์ ที่นำมาใชเ้ ลีย้ ง โดยเฉพาะในโคและกระบือปจั จบุ ันเกษตรกรไทยเร่ิมให้ความสำคญั ต่อการ
เลือกซื้อหาสตั ว์ ทมี่ ีคุณภาพดีมาเล้ยี งมากขน้ึ โดยเฉพาะในไก่ เปด็ และสุกรเกษตรกรจำนวนมากยังนิยมตอนโค
และกระบอื ทม่ี ขี นาดใหญ่ และรปู รา่ งดี เพ่ือนำไปใช้งาน คงปลอ่ ยใหโ้ คและกระบอื ตัวผขู้ นาดเลก็ ไว้คมุ ฝงู จงึ ทำให้
ลูกโคและกระบอื ท่ีคลอดออกมาระยะหลงั ๆ มขี นาดเล็กลง ดังนั้นเกษตรกรผเู้ ลีย้ งสัตว์ จงึ ควรทจ่ี ะไดเ้ ลอื กหาซอื้
สัตว์พนั ธุด์ ีมาเลีย้ ง ไมใ่ ชส่ ตั วอ์ ะไรกไ็ ด้ และควรจะไดส้ งวนสัตวท์ ด่ี ี มรี ปู ร่างใหญ่ ใหน้ มมาก ให้เนือ้ มาก ใหล้ กู ดก
ใหล้ กู บอ่ ย มคี วามทนทานตอ่ โรค เก็บไว้เลีย้ งทำพันธ์ุ โดยเฉพาะควรจะเปลี่ยนวิธีตอนสัตวเ์ สียใหม่ โดยใหต้ อนตัว
เล็กๆ ให้หมด และเก็บตวั ใหญ่เอาไวท้ ำพันธ์ุ

๒. อาหารสตั ว์
เกษตรกรจำนวนมากยัง ไม่ใหค้ วามสนใจตอ่ การใหอ้ าหารโคและกระบอื เท่ากับผเู้ ลี้ยงสุกร ไก่ และเป็ด โดยคิดเอา
ว่า โคและกระบอื หาอาหารกนิ เองได้ ไม่จำเปน็ ต้องจัดหาอาหารให้ แมแ้ ตส่ กุ ร ไก่ และเปด็ เอง แมร้ ู้วา่ ต้องจัดหา
อาหารให้ ก็ยังไม่รวู้ า่ ระยะใดสตั วต์ ้องการอาหารชนิดใด มากนอ้ ยเท่าใด จึงจะเหมาะสม เกษตรกรที่ทำการเลี้ยง
สัตว์ จงึ จำเป็น ตอ้ งศึกษาเรื่องการให้อาหารสตั ว์ และจดั หาอาหารมาให้สตั ว์กินใหถ้ กู ตอ้ งกบั ความต้องการ จงึ จะ
ทำให้สัตว์น้ันเจริญเตบิ โตได้ดี ให้นมมาก ให้ลูกทกุ ปี หรอื ให้ลูกดก และไมเ่ ปน็ โรคตา่ งๆ เน่อื งจากการขาดอาหาร
อาหารหลกั ท่สี ำคญั ๆ ที่เกษตรกรผ้เู ล้ยี งสัตว์ควรจะได้ให้ความสนใจ คอื
๒.๑ อาหารโปรตีน
อาหารโปรตนี มคี วามจำเป็นสำหรบั การเจริญเติบโต การใหน้ ม การใหเ้ นอ้ื และการผสมพนั ธุ์ ซึง่ มอี ยมู่ ากในปลา
ปน่ เนื้อป่น กากถว่ั เหลอื ง กากถ่วั ลิสง กากมะพร้าว กากเมล็ดฝ้าย และในพืชตระกลู ถวั่ เชน่ ใบกระถนิ และถ่วั ฮา
มาตา เป็นตน้

๒.๒ อาหารพลงั งาน
อาหารแปง้ เม่อื กินเข้าไปแลว้ กถ็ กู เปลีย่ นรปู เปน็ อาหารพลงั งาน เพือ่ ใหร้ ะบบตา่ งๆ ของร่างกายได้ทำงาน
ตามปกติ เชน่ การเคล่อื นไหว การเคี้ยว การยอ่ ย และอน่ื ๆ อาหารแปง้ หรืออาหารพลงั งาน มีมากในปลายขา้ ว
ข้าวโพด ขา้ วฟา่ ง มนั สำปะหลัง และรำข้าว เปน็ ตน้

๒.๓ อาหารแรธ่ าตุ
อาหารแร่ธาตุ นับว่า มีความสำคญั ต่อระบบโครงสรา้ ง หรอื กระดกู โดยเฉพาะธาตแุ คลเซียม และฟอสฟอรัส ซ่ึงมี
มากในกระดกู ป่น หรือเปลอื กหอยป่น นอกจากน้สี ตั วก์ ย็ ังต้องการแร่ธาตุอ่ืนๆ อีก สำหรบั ระบบการทำงานตา่ งๆ
ของร่างกายและระบบการผสมพันธุ์ เชน่ ธาตุเหลก็ ทองแดง โคบอลต์ สงั กะสี แมงกานสี แมกนเี ซียม ซลี ีเนียม
โซเดียม และโพแทสเซยี ม เปน็ ต้น ซึ่งเกษตรกรจะต้องจัดหาใหส้ ัตวก์ ินเพ่มิ เติม ทง้ั ในรปู เกลือธรรมดาและเกลือ
ประเภทพวก แร่ธาตปุ ลีกย่อย ซงึ่ อาจเป็นผง สำหรับผสมอาหารสัตว์ หรอื ทำเปน็ กอ้ นสำหรบั ใหส้ ตั วเ์ ลยี กิน
๒.๔ วิตามนิ
สัตวโ์ ดยท่ัวๆ ไปตอ้ งการวิตามนิ สำหรบั การเจรญิ เตบิ โต และการผสมพนั ธุ์ แม้ว่าสตั วบ์ างชนดิ เชน่ สัตวเ์ คีย้ วเอื้อง
จะสามารถสังเคราะห์วิตามินบเี องไดต้ ามินทสี่ ำคญั ทีค่ วรใหแ้ กส่ ัตวเ์ ลยี้ ง กค็ ือ วิตามินเอ ดี บตี ่างๆ เค อี และซี
เกษตรกรจำเป็นตอ้ งจดั หาวิตามิน ใหส้ ตั วก์ ินตามความเหมาะสมตามชนดิ ของสัตว์ และความตอ้ งการในระยะ
ต่างๆ ของการเจรญิ เติบโต หรอื การผสมพนั ธุ์
๒.๕ น้ำ
สตั ว์เล้ียงนอกจากตอ้ งการอาหารแลว้ กย็ ังตอ้ งการน้ำดว้ ย สัตวจ์ ะตายในเวลาอนั รวดเร็ว หากวา่ ขาดนำ้ แต่จะยังมี
ชวี ิตอยู่ได้นาน ถ้าขาดอาหาร นำ้ นบั วา่ มคี วามสำคัญต่อระบบ การทำงานตา่ งๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบ
หมนุ เวียนของโลหติ และระบบขับถา่ ย จงึ ควรท่เี กษตรกรจะตอ้ งดแู ลให้สัตว์มีน้ำสะอาดกนิ ตลอด เวลา ตามปริมาณ
ความต้องการของสตั วน์ ั้นๆ

๓. การจดั การดแู ล
สัตว์เลย้ี งก็เช่นเดยี วกบั คน ทต่ี อ้ งการใหเ้ จา้ ของดแู ล จึงจะสามารถเจรญิ เติบโต และให้ผลิตผล หรอื การสบื พันธุ์ทด่ี ี
ได้ สง่ิ สำคญั ทจี่ ะตอ้ งใหค้ วามดูแลใหแ้ ก่สตั วก์ ็คือ
๓.๑ เรือนโรง
การเลี้ยงสัตวต์ ้องมีเรือนโรงให้สัตวอ์ ยู่ตามความเหมาะสม มิใช่เลี้ยงตามใตถ้ นุ บ้าน หรอื เลีย้ งปล่อย เพ่อื สัตวจ์ ะไดม้ ี
ทอ่ี ยู่หลับนอนตามความเหมาะสม ไม่ถกู สัตวอ์ ืน่ หรือคนมารบกวน

๓.๒ การให้อาหารและน้ำ
การเลยี้ งสัตวท์ ่ดี ี จำเปน็ ตอ้ งมีการใหอ้ าหารและนำ้ ตามเวลาที่กำหนด (ยกเวน้ กรณที ี่ใหต้ ลอดเวลา ซ่ึงกต็ ้องดแู ลให้
อาหารและนำ้ ตลอดเวลา) ไมค่ วรเปลย่ี นเวลาให้อาหารและน้ำแก่สตั ว์ หากไมจ่ ำเปน็ เพราะจะทำใหส้ ัตวเ์ กดิ
ความเครียด และเป็นผลกระทบกระเทือนตอ่ การใหน้ ้ำนม ให้ไข่ ตลอดจนการผสมพนั ธุ์
๓.๓ การจดั การเกีย่ วกบั การผสมพันธ์ุ
การจัดการผสมพันธุ์ตามระยะทเี่ หมาะสมของการผสมพนั ธ์ุ จะทำให้สัตวต์ ัง้ ทอ้ ง และมลี กู มากขึ้น
ปรมิ าณหรอื อตั ราส่วนของตวั ผู้ และตวั เมยี ก็มคี วามสำคญั ต่อเปอรเ์ ซน็ ต์การผสมติดของสัตวใ์ นฝูง
การคัดเลอื กสตั วท์ เ่ี ปน็ หมนั ผสม ไมต่ ดิ หรอื ติดยาก ก็เป็นอีกสว่ นหนึง่ ท่ตี อ้ งทำใน การเล้ยี งสตั ว์ แทนทจี่ ะเลี้ยงสัตว์
แลว้ ไมไ่ ดผ้ ล ตอบแทน สัตวท์ ใี่ หผ้ ลิตผลน้อย เชน่ นม นอ้ ย ไขน่ ้อย หรอื ลกู ครอกเลก็ กค็ วรจะได้ทำการ คดั ทงิ้
แทนทีจ่ ะทนเลยี้ งต่อไปซึง่ จะทำให้ผเู้ ลย้ี ง ขาดทุน
๓.๔ การรดี นมและการจัดการอื่นๆ
การรีดนมเปน็ เวลาตามท่ีกำหนดไวเ้ ป็นประจำ จะชว่ ยทำใหผ้ ู้เล้ยี งได้นำ้ นมมากขึ้น ดงั น้ันจงึ ไม่ควรเปลี่ยนแปลง
เวลารีดนม หากไมจ่ ำเป็น การจดั การอืน่ ๆ เช่น การทำราง กนั ไม่ให้แมส่ กุ รทบั ลูกสกุ รเมือ่ ลกู สกุ รสยังเล็ก หรอื การ
แยกสตั วเ์ ล็กออกเลยี้ งต่างหาก ตามอายุ หรอื ความเหมาะสม แทนทจี่ ะปลอ่ ยเล้ียงรวมฝงู ก็นบั วา่ มสี ่วนสำคัญใน
การทำให้ผู้เลย้ี งมกี ำไรหรือขาดทนุ ได้เชน่ กนั

๔. โรคสตั ว์
โรคของสัตวเ์ ลย้ี งยังนับว่า เป็นปญั หาทีส่ ำคญั ของการเล้ียงสัตวใ์ นบ้านเรา ปจั จบุ นั น้ี เพราะมโี รคระบาดต่างๆ ที่
ก่อให้เกิดความเสยี หายตอ่ ชีวติ สตั ว์ และเศรษฐกิจหลายโรค ผู้เล้ียงสตั วจ์ ึงจำเปน็ ต้องเรยี นรู้ สาเหตุ อาการ การ
ปอ้ งกัน และการรกั ษาโรคสัตวน์ ้นั ดว้ ยตนเอง สำหรบั ใชด้ ำเนนิ การในเบ้ืองตน้ เพ่ือจักไดแ้ กไ้ ขปัญหาได้ทนั
เหตุการณ์ ปจั จุบันมีโรคหลายโรคที่สามารถทำการ ป้องกนั ได้โดยการฉีดวัคซนี ให้แกส่ ัตว์เล้ยี งเป็น การลว่ งหน้า
เกษตรกรจำนวนมากยังเขา้ ใจผิด คิดว่าวัคซีนมไี วส้ ำหรับรักษาโรค และจะไมท่ ำ วคั ซนี ใหส้ ตั วเ์ ล้ยี งจนมโี รคเกดิ แลว้
จงึ ติดต่อให้ เจา้ หน้าทข่ี องรัฐบาลไปทำการฉดี วัคซีนให้ จงึ ทำให้โรคระบาดตา่ งๆ ยงั เป็นปญั หาอยทู่ ว่ั ไป
แนวทางในการปอ้ งกนั โรคในหลกั การ ใหญๆ่ ท่ยี ึดถือปฏิบตั กิ ันกค็ ือ
๔.๑ การฉีดวคั ซนี ปอ้ งกันโรคสตั ว์ ลว่ งหนา้
วธิ ีปอ้ งกันทดี่ ที ี่สดุ ในการป้องกันมใิ ห้สัตวเ์ ลยี้ งเปน็ โรคระบาดตายกค็ อื การทำวคั ซนี ป้องกันโรคสัตว์ลว่ งหน้า ก่อนท่ี
สตั ว์จะป่วยเปน็ โรค เพราะวคั ซนี มีไว้สำหรบั ปอ้ งกนั โรค มใิ ช่รักษาโรค

อยา่ งไรก็ตามวัคซีนช่วยให้โอกาส ที่สัตว์ป่วยเป็นโรคน้อยลง แต่มไิ ดห้ มายความวา่ เมื่อทำวคั ซนี แลว้ สัตวจ์ ะไม่เปน็
โรค โดยทว่ั ๆ ไป สตั ว์ท่ีทำวคั ซีน ๑๐๐ ตวั จะไมเ่ ป็นโรคประมาณ ๗๐-๘๐ ตัว อกี ๒๐-๓๐ ตวั อาจจะเป็นโรคได้ ถา้
สัตว์ออ่ นแอหรอื มีเช้อื โรคเข้าไปมากๆ จึงควร ทีเ่ กษตรกรจะเขา้ ใจตามน้ดี ้วย
๔.๒ การปอ้ งกนั โรคทางอ่นื
การ ปอ้ งกนั โรคทางอ่ืนๆ ทคี่ วรจักไดท้ ำควบคู่กับการทำวัคซีนกค็ ือ
๔.๒.๑ การจัดหาที่ให้สตั วอ์ ยู่ เป็นหลักแหลง่ ไม่ปนกบั สัตว์เลี้ยงอ่ืนๆ ของ ชาวบา้ น
๔.๒.๒ การจัดทำรว้ั กนั้ โดยรอบ เพื่อมิให้สตั ว์หรอื คนเข้าไปในคอกสตั ว์
๔.๒.๓ การไมใ่ ห้บคุ คลภายนอก เข้าไปในคอก เพื่อป้องกันการนำโรคจากภาย นอกเข้ามา
๔.๒.๔ การใชย้ าฆ่าเช้อื โรค ภายในคอกและทางผา่ นก่อนเข้าคอก
๔.๒.๕ การใหอ้ าบนำ้ เปล่ยี น เคร่อื งแตง่ ตัวก่อนเข้าคอก หากจำเปน็ ต้องทำ
๔.๒.๖ การไมน่ ำอาหารจากท่ี อ่ืนเขา้ ไปกินในคอก
๔.๓ การคัดเลือกผสมพนั ธสุ์ ัตว์ ให้มีความตา้ นทานโรค
ปัจจบุ ันนักวิทยาศาสตรพ์ บว่า การคดั เลอื กผสมพันธ์ุสัตว์ ใหม้ คี วามต้านทานโรคบางโรค อาจจะทำได้ แมจ้ ะไม่
ไดผ้ ลเตม็ ที่ แตก่ ็ชว่ ยใหโ้ อกาสสัตวเ์ ป็นโรค หรือได้รับอนั ตรายจากโรคน้อยลง เชน่ โคทมี่ เี ลือดพันธ์บุ ราหม์ นั ซง่ึ
ตามปกตจิ ะพบว่า มีความทนทานต่อโรคไขเ้ ห็บ เมอ่ื เอาวัวพนั ธุ์น้ีมาผสมกับโคนมพันธ์ุแท้ หรือโคเนอื้ พันธ์ุแท้จาก
ต่างประเทศ ลูกผสมทีเ่ กดิ มา จะมีความทนทานต่อโรคน้ีได้ดีขน้ึ ตามอัตราส่วนของเลือดโคบราห์มันท่มี อี ยใู่ นโค
ลกู ผสมน้ัน ถ้ามมี ากก็มีความคุม้ โรคมาก เปน็ ตน้

การเร่ิมตน้ เล้ียงสตั ว์

ผู้ท่จี ะเริม่ ต้นเลี้ยงสตั ว์นั้นจะต้องมกี ารศึกษาข้อมูล หาความร้เู พ่มิ เติม เปน็ ผู้ท่ีมคี วามกระตอื รอื รน้ ขยนั อดทน
ท้ังนี้ เพราะสัตวเ์ ปน็ สง่ิ มีชวี ิตท่ีตอ้ งการการเอาใจใส่ดแู ลเปน็ พเิ ศษ ซ่ึง ธรี ะ (2528) ได้ แนะนำการเร่มิ ตน้ เลยี้ งสัตว์
ไว้ดงั นี้

1 ลกั ษณะของผู้ท่ีจะเลยี้ งสัตว์สำเร็จ ผูท้ ่จี ะเลย้ี งสัตวไ์ ด้สำเรจ็ สมควรจะตอ้ งมลี ักษณะและนิสยั ดงั ต่อไปน้ี

ก. ต้องมนี ิสัยรักและชอบสตั ว์ ความรักชอบจะเปน็ เหตุให้ผูเ้ ล้ียงเอาใจใสด่ แู ลสตั ว์อยู่เสมอ ผูเ้ ลย้ี งสตั วบ์ างคนเหน็
คนอ่ืนลงทนุ เล้ยี งสตั วแ์ ล้วรวยก็เลี้ยงตามอยา่ งบา้ ง แตพ่ อลงทุนเล้ียงไปแล้ว พบวา่ นิสัยไมช่ อบและไมเ่ หมาะสมกับ
การเล้ียงสัตว์ ทำให้กจิ การเลยี้ งสตั วต์ อ้ งล้มเลกิ ไปในทสี่ ุด

ข. ต้องแสวงหาความรู้ความชำนาญอยเู่ สมอ ความร้แู ละความชำนาญนบั วา่ เป็นหวั ใจสำคัญท่ีสดุ ของการผลติ สตั ว์
ใหม้ ีประสิทธภิ าพสงู สดุ ความรู้อาจจะศึกษาได้จากตำราวิชาการตา่ ง ๆซง่ึ จะมรี ายงานถงึ การค้นพบใหม่ ๆ ออกมา
เรื่อย ๆ หรือศกึ ษาจากตวั สัตว์เอง ในขณะท่ีความชำนาญจำเป็นต้องอาศยั ประสบการณแ์ ละการปฏิบัตดิ ว้ ยตวั เอง
เปน็ หลกั

ค. ตอ้ งเปน็ คนละเอียดรอบคอบ เนื่องจากสัตวพ์ ดู ไมไ่ ด้ ฉะน้ันผู้เลีย้ งจำเป็นต้องคอยตรวจตราสงั เกตอยู่เสมอ การ
มองขา้ มจดุ เล็ก ๆ น้อย ๆ อาจเป็นสาเหตุทำใหก้ จิ การเลย้ี งสัตวต์ อ้ งขาดทนุ ลม้ เลกิ ไปได้

ง. ต้องเปน็ คนสงู้ าน การเลยี้ งสตั วจ์ ะต้องเปน็ ผทู้ ำงานด้วยตนเองบ้าง งานบางอย่างจะวางใจใหค้ นอ่นื ทำแทนไม่ได้
เน่ืองจากความกระตอื รอื รน้ และความเอาใจใส่ท่มุ เทกบั งานของลกู จ้างมักจะไม่สงู เท่าเจ้าของกิจการเองและการ
ทำงานด้วยตนเอง เทา่ กับเปน็ การเพิ่มพนู ประสบการณแ์ ละความชำนาญใหต้ วั เองดว้ ย

จ. ตอ้ งเป็นคนกล้าและมมี านะ เพราะกจิ การเลยี้ งสตั วก์ ว่าจะพบความสำเรจ็ ต้องพบปัญหาอปุ สรรคหลายอยา่ ง
เนอื่ งจากมีปจั จยั ตา่ ง ๆ เปน็ ตัวแปรมาก โดยเฉพาะปญั หาด้านการตลาดราคาผลิตผลจากสตั วแ์ ละราคาวตั ถดุ ิบ
อาหารสัตว์ ซง่ึ เมืองไทยยงั ไมม่ ีระบบประกันราคาทแ่ี น่นอน ราคาขึน้ ลงอยเู่ สมอ ฉะนนั้ ถา้ ไมก่ ล้าสแู้ ละไม่มคี วาม
พยายามแลว้ เม่ือพบปัญหาอุปสรรคกจ็ ะเกดิ ความท้อถอยและเลกิ เลี้ยงได้

2 การเลอื กสถานทเ่ี ล้ยี งสตั ว์ ในการเลีย้ งสัตว์ ถา้ เปน็ การเล้ียงแบบหลังบ้านหรอื งานอดเิ รก สถานท่เี ลยี้ งสตั ว์ไม่
คอ่ ยมปี ัญหา เพียงแตเ่ ลอื กที่ใดทีห่ นึ่งในบริเวณบ้านหรอื ทด่ี นิ ของตนให้เหมาะสม เนือ่ งจากปรมิ าณสัตวท์ ี่เล้ยี งไม่
ค่อยมาก แต่ในการเล้ียงเป็นอาชีพหลกั ทำเล สถานทใี่ นการเลี้ยงนับว่าเป็นส่ิงสำคญั ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ความสำเรจ็
หรือลม้ เหลวในการทำฟารม์ ดงั นั้น ผเู้ ล้ยี งจะตอ้ งพจิ ารณาอยา่ งระมัดระวังและรอบคอบ ดังเช

ก. สถานทค่ี วรอยหู่ า่ งไกลจากชมุ ชนและผเู้ ล้ยี งรายอืน่ ๆ พอสมควร เนอื่ งจากการเล้ยี งสัตว์เปน็ จำนวนมาก ปญั หา
กล่นิ มูลสัตวแ์ ละเสยี งร้อง อาจรบกวนผอู้ นื่ เป็นปญั หาถึงขน้ั ต้องยา้ ยฟารม์ ได้ และการตง้ั สถานที่ทำฟารม์ ในแหลง่
เลีย้ งสัตวท์ ี่หนาแนน่ ปัญหาโรคระบาดอาจเกิดและเขา้ มาสู่ฟารม์ ได้ง่าย

ข. ต้องอยใู่ นทำเลท่เี หมาะสม ในการตดิ ตอ่ กับตลาดชุมชนและสะดวกในการขนส่ง การอยู่ใกล้ตลาดรบั ซ้อื และ
แหล่งผลิตอาหารสัตว์ ทำใหป้ ระหยัดตน้ ทนุ คา่ ขนสง่ ทง้ั ในด้านส่งตวั สัตว์ผลติ ภณั ฑ์จากสตั วไ์ ปขาย และซ้อื นำ
อาหารเข้ามาเลี้ยงสัตว์ นอกจากนใี้ นการต้ังฟาร์ม ถา้ เจา้ ของจำเป็นตอ้ งตั้งบ้านเรือนอย่ใู นบรเิ วณฟาร์มด้วย
จำเปน็ ต้องคำนงึ ถงึ ความสะดวกเหมาะสม สำหรบั ตนเองและครอบครวั ในการตดิ ต่อกบั ชุมชน เช่น ไม่ห่างไกล
โรงพยาบาล โรงเรยี นจนเกินไป

ค. ศัตรู ควรจะเลอื กทีท่ มี่ ศี ตั รูของสตั วใ์ หน้ อ้ ยทีส่ ดุ หรือไมม่ ีเลย ศัตรูของสตั ว์เลยี้ งนอกจากพวกสัตว์ดว้ ยกัน เช่น
เสือ งู เหยย่ี ว พังพอน ฯลฯ แล้ว ศตั รูทส่ี ำคัญทสี่ ดุ ก็คือ คน ถ้าสถานทตี่ งั้ ฟารม์ อย่ใู นแหลง่ ทมี่ ีขโมยมากคนมีนิสยั
ไม่ดคี อยแกลง้ จ้องลักขโมยตลอดเวลา กจิ การก็ไปไมร่ อด

ง. ดนิ แมว้ ่าในหลกั การโดยทัว่ ไปจะพิจารณาวา่ ดินท่มี ีความอดุ มสมบรู ณป์ ลกู พืชให้ผลผลิตไมส่ งู จงึ สมควร
พิจารณานำมาเล้ียงสัตว์ แตใ่ นทางปฏิบัติสำหรบั ผ้จู ะเลย้ี ง โดยเฉพาะสตั ว์ประเภทกินหญ้า หรือจำเปน็ ตอ้ งปลูกพชื
อาหารสัตว์เอง การเลือกสถานทีท่ ่ีดนิ ดี มีความอดุ มสมบูรณส์ ูงมกี ารระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วม เปน็ ส่งิ จำเปน็ ในการ
ผลิตพชื อาหารสัตว์ใหไ้ ดผ้ ลผลติ มาก ๆ

จ. นำ้ ควรมีนำ้ มคี ณุ ภาพดีและมพี อเพยี ง น้ำสะอาดเปน็ สิ่งจำเปน็ สำหรับสัตว์ในการเตบิ โตให้ผลผลิต ฟาร์มบาง
แหง่ ต้องเสยี ค่าใชจ้ ่ายสูงในการกรองน้ำหรือทำนำ้ ใหส้ ะอาดพอให้สัตว์ด่ืมกนิ ได้ เนอ่ื งจากคณุ สมบัติของนำ้ ไม่
เหมาะสมและบางแหง่ ก็จำเป็นต้องหยดุ กิจการหรอื ลดขนาดของฟาร์มลง เน่อื งจากปญั หาขาดแคลนนำ้ โดยเฉพาะ
ในหนา้ แลง้

ฉ. ควรมีพื้นทก่ี ว้างขวาง เพ่ือไม่ให้สัตว์อยอู่ ยา่ งแออดั และสามารถขยายกิจการในอนาคตได้ เม่อื กิจการเจริญขึ้น
การขยายกจิ การฟารม์ โดยอยู่ในพ้ืนทเ่ี ดยี วกนั นบั วา่ ประหยัดและสะดวกในการควบคมุ ดแู ลมากกวา่ การแยกฟารม์
ต้ังเป็น 2 หรือ 3 แหง่

3. การลงทนุ

ก. ในการเลยี้ งสตั ว์นั้น ทนุ ที่ลงไปแบง่ ได้เป็น 2 อยา่ ง คือ ทนุ หมนุ ได้แกพ่ วกค่าอาหาร ค่าเวชภณั ฑส์ ตั ว์ คา่ ตัวสตั ว์
และคา่ แรงงาน เงินทนุ พวกน้คี ่าอาหารสัตวน์ บั ว่าสูงที่สุดโดยเฉพาะในการผลิตพวกสตั วก์ ระเพาะเด่ยี ว ซ่งึ กนิ
อาหารขน้ เปน็ หลัก คา่ ใช้จา่ ยดา้ นอาหารจะสงู ประมาณ 60 – 80 เปอร์เซน็ ต์ของต้นทนุ การผลติ ทัง้ หมด ดงั น้ัน

ทุนหมุนเวยี นควรจะกันไวอ้ ย่างนอ้ ยทส่ี ุดกไ็ มต่ ่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นตข์ องเงินทนุ ทีม่ ี ทนุ อีกประเภท คอื ทนุ นอน
ไดแ้ ก่ ค่าท่ีดนิ โรงเรือนอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ทุนพวกนมี้ กั จะลงทนุ ครั้งเดียว แต่ต้องใช้เวลานานกวา่ จะถอนทุนได้ ฉะนนั้
การลงทุนประเภทนีไ้ ม่ควรเกินครง่ึ ของเงนิ ทนุ ทงั้ หมด การสร้างโรงเรือนควรถอื หลักประหยดั แต่สตั วต์ ้องอยูส่ ขุ
สบาย และมีประสทิ ธภิ าพในการใชโ้ รงเรือนสงู เน่อื งจากกำไรท่ีไดจ้ ากการทำฟาร์ม มาจากตวั สตั ว์โดยตรงมากกวา่
การข้ึนราคาของท่ีดิน ดงั น้ัน ในการลงทนุ เลย้ี งสัตว์ ชนดิ และประเภทของสตั ว์ท่จี ะเลยี้ งจึงเป็นส่ิงท่ีควรคำนึง สัตว์
เล็กประเภทสัตว์ปีกและสุกร มผี ู้นยิ มลงทุนเลี้ยงกนั มาก เน่อื งจากมวี งจรการผลิตส้ันสามารถคนื ทุนและกำไรมาสูผ่ ู้
เลย้ี งได้ไวกว่าสตั วใ์ หญ่

ข. ลงทนุ จากนอ้ ยไปหามาก เพื่อเปน็ การเรยี นรูใ้ หเ้ กิดประสบการณ์และความชำนาญกอ่ น เม่ือมั่นใจแล้วค่อนขยาย
กจิ การให้ใหญโ่ ตขึน้ การเริ่มตน้ เลยี้ งแตน่ ้อยประสพความล้มเหลวก็จะเสยี เงนิ ลงทุนไมม่ าก

ค. ลงทุนในสตั วท์ ่เี ล้ยี งงา่ ยไปหาสัตว์ทเ่ี ลีย้ งยาก เน่ืองจากในระยะแรกผเู้ ลย้ี งมอื ใหมย่ ังขาดความรคู้ วามชำนาญ แม้
จะไดศ้ กึ ษาเรยี นรู้จากตำราวชิ าการมาบา้ ง แต่ประสบการณแ์ ละความมนั่ ใจย่อมจะยังไมม่ าก ตัวอยา่ งเช่น ถา้ จะ
เล้ยี งหมกู ็ควรจะเร่มิ จากเลยี้ งหมูขนุ ซึ่งเปน็ งานหยาบ และไมจ่ ำเปน็ ต้องใช้เทคนิควิชาการเขา้ ชว่ ยมากนกั เม่อื มี
ความร้คู วามชำนาญพอเพยี งค่อยขยบั ไปเลีย้ งหมพู นั ธุซ์ งึ่ ตอ้ งอาศยั ความละเอยี ดและวิชาการเขา้ ชว่ ยในการผลติ
มากข้นึ

ง. ลงทุนเรมิ่ ต้นดว้ ยสตั วพ์ นั ธ์ุดี เพราะสัตวพ์ ันธ์ุดีแม้จะมรี าคาแพง แต่กใ็ ห้ผลผลติ สงู ใช้เวลาในการเลี้ยงส้นั และให้
ผลตอบแทนคนื สู่ผ้เู ลีย้ งมากกวา่ การใช้สัตว์พันธ์ุเลว เม่ือคิดโดยท่วั ๆ ไปแลว้ เป็นการลงทุนทค่ี มุ้ ค่ากวา่ การเลอื ก
เล้ียงสัตว์พันธุเ์ ลวราคาถกู

4.การตลาด ปญั หาการตลาด แมจ้ ะอยนู่ อกเหนือวงจรการผลติ แต่ปญั หาการตลาดก็นบั วา่ เปน็ หัวใจสำคัญในการ
ทำกำไรหรือขาดทุนให้แกผ่ เู้ ลี้ยงสตั ว์ เนื่องจากระบบตลาดการเกษตรของประเทศไทย ยังไมม่ รี ะบบประกนั ราคา
หรอื ควบคุมปริมาณการผลติ ท่ีแนน่ อนได้ผล ดงั ได้กลา่ วมาแลว้ ฉะน้ัน ผ้จู ะเรม่ิ ต้นเลีย้ งสัตว์จำเปน็ ตอ้ งศึกษาถึง
ความตอ้ งการและความมั่นคงของตลาด มหี ตู ากว้างไกลติดตามการเคล่อื นไหวและแนวโน้มที่จะเปล่ียนแปลงใน
ปรมิ าณการผลิตของสัตวแ์ ตล่ ะชนิดอยา่ งใกลช้ ิด ผู้เล้ยี งทเี่ ขา้ ใจระบบตลาดได้ดี คาดการณ์ได้ถูกต้องสามารถ
ผลติ ภณั ฑ์ ออกจำหน่ายถกู จังหวะในชว่ งท่คี วามต้องการของตลาดสงู หรือราคาแพงกย็ ่อมจะทำกำไรไดม้ าก

สตั ว์เศรษฐกิจ มีอะไรบา้ ง

1. กล่มุ สตั วเ์ ค้ียวเอื้อง

สตั ว์กลุ่มแรกเช่อื ว่าเป็นกลุ่มทที่ ุกคนคุน้ เคยกันดที ี่สดุ หากพูดถึงสตั ว์เศรษฐกจิ เพราะลักษณะท่เี ด่นชัดของพวกมัน
คอื จะเนน้ การกินหญา้ และทำปากเค้ียวสงิ่ ต่าง ๆ อยูต่ ลอดเวลา โดยกลุ่มสตั ว์เคย้ี วเอื้องนีม้ ีหลายชนิด เชน่

• โค หรอื ววั มที ัง้ โคเน้ือและโคนม ซึ่งการนำไปสร้างรายไดก้ ็ยอ่ มต่างกันออกไป โดยโคนมจะใชน้ ำ้ นมใน
การทำรายได้ สว่ นโคเน้อื แนน่ อนว่าตอ้ งใช้เน้อื ของพวกมันเปน็ รายได้หลกั ใหก้ ับเกษตรกร

• กระบอื หรอื ควาย ซงึ่ ปกติสายพันธุใ์ นบา้ นเราจะเรยี กว่า ควายปลัก ซ่ึงเน้นการใช้แรงงานเปน็ หลัก
จนกว่าจะใชแ้ รงไม่ไหวจึงนำไปแปรรูปตอ่ กบั อกี สายพันธุท์ ีไ่ ทยนำเข้ามาอย่าง ควายนมหรอื ควายน้ำ
ผลผลติ ท่ีได้จากพวกมันคือ น้ำนมเป็นหลักในการสรา้ งเศรษฐกิจใหก้ ับประเทศ

• แพะ หลายคนอาจไม่รูว้ า่ จริง ๆ แล้วสตั วเ์ ศรษฐกิจอีกชนดิ ท่คี นไทยเลีย้ งกนั คอื แพะ ซง่ึ ปกตจิ ะเลี้ยงทาง
แถบภาคใตเ้ ปน็ ส่วนใหญ่ แต่ด้วยพนั ธุ์พืน้ เมืองของเราให้น้ำนมนอ้ ย ภาครัฐจึงมกี ารนำเข้าแพะสายพนั ธ์ุ
ต่างประเทศเพ่ือใหไ้ ดน้ ำ้ นมเยอะขน้ึ

• แกะ จะคลา้ ยกันกับแกะคือ เลีย้ งกันเยอะในแถบภาคใต้ ทวา่ ก็ยังไม่ค่อยให้ผลผลติ อยา่ งท่ีควรเป็นมากนกั
แมม้ ีการนำเข้ามาจากตา่ งประเทศในบางสายพันธุ์ จึงอาจนบั ว่าเป็นสัตวเ์ ศรษฐกจิ ทเ่ี มอื งไทยยังตอ้ ง
พัฒนาต่อไป

2. กลุ่มสัตว์กระเพาะเดียว

ถอื ว่าเป็นสตั วเ์ ศรษฐกจิ ทมี่ ีความสำคญั กบั ประเทศไทยอย่างมาก เนอื่ งจากนำส่วนตา่ ง ๆ ของพวกมนั มาใชง้ านเพ่อื
สรา้ งรายได้ค่อนข้างหลากหลาย ซงึ่ สตั วก์ ลมุ่ นไ้ี มจ่ ำเป็นต้องแยกประเภทให้เสยี เวลา เพราะจริง ๆ แลว้ กค็ อื สุกร
หรือ หมู ท่ีทุกคนคุ้นเคยเปน็ อย่างดี ในอดีตถา้ เป็นหมูพันธุพ์ ืน้ เมอื งของไทยจริง ๆ แลว้ จะมขี นาดเล็ก แมว้ ่าแตล่ ะ
คร้งั จะออกลูกไดเ้ ยอะ และทนต่อสภาพอากาศแตเ่ วลานำไปขายจรงิ ๆ กลับไมค่ ่อยไดร้ าคามากนัก จงึ มกี ารนำเขา้
สายพันธุต์ า่ งประเทศมาผสม

ซง่ึ ผลทอ่ี อกมาก็ยังไมต่ า่ งจากเดมิ มากนัก ภาครฐั จึงมกี ารทดลองนำเอาหมสู ายพนั ธ์ตุ า่ งประเทศมาเลย้ี งแบบจริงจัง
ดู ปรากฏว่ามีการเติบโตที่ดี ให้เนอื้ เยอะ สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ผู้เล้ียง จงึ ทำให้หมสู ายพันธเุ์ หล่าน้ันได้รบั ความนิยมไป
โดยปรยิ าย ซ่ึงสายพนั ธุ์ตา่ งประเทศที่กลายเปน็ สตั ว์เศรษฐกจิ ในประเทศไทยของเราหลัก ๆ แลว้ จะมีอยู่ 3 สาย
พนั ธ์ุ ไดแ้ ก่ ดูร็อกเจอรซ์ ี, ลารจ์ ไวต์ และ แลนดเ์ รซ

3. กลุม่ สตั วป์ กี

ส่วนใหญแ่ ล้วสตั ว์เศรษฐกิจก็ถือเปน็ กลุ่มท่สี รา้ งรายไดใ้ หก้ บั ผู้เลี้ยงและยกระดับเศรษฐกจิ ใหก้ ับประเทศได้เปน็
อยา่ งดี เนอ่ื งจากไดร้ บั ความนยิ มในการนำไปบรโิ ภค ทงั้ นใ้ี นเมืองไทยสามารถแบง่ ประเภทสัตว์ปีกยอดนยิ มในการ
เลี้ยงได้ดังน้ี

• ไก่ สัตวป์ กี ยอดนิยมที่มีต้นทนุ ไมส่ ูงมากนัก อกี ทั้งยังสามารถทานไดท้ ุกเพศ ทุกวัย ทกุ ศาสนา จงึ ทำให้ไก่
กลายเป็นสตั ว์เศรษฐกจิ เบอรต์ ้น ๆ ทส่ี ร้างรายได้อย่างตอ่ เน่ือง ทัง้ น้ีกม็ ีการแบง่ ประเภทของไก่ออกมา
เชน่ ไกเ่ นอ้ื จะให้เนอ้ื เป็นหลกั ไม่ค่อยออกไข่, ไกไ่ ข่ จะออกไขต่ ลอดเป็นรายไดห้ ลกั ใหก้ ับผูเ้ ล้ียง

• เปด็ สัตวท์ อ้ งถ่นิ ทีอ่ ย่กู บั คนไทยมาอย่างยาวนาน แตจ่ ริง ๆ แล้วเป็ดสายพันธขุ์ องไทยโตช้าและใหเ้ นื้อไม่
ค่อยดีนัก จึงมกี ารนำเขา้ เปด็ 2 ประเภท เขา้ มาเป็นสตั วส์ ำหรบั สร้างรายไดใ้ หก้ ับผเู้ ล้ียงแทน หลกั ๆ คอื
เปด็ เนอื้ ท่ีจะให้เน้อื สำหรบั บรโิ ภค เตบิ โตในสภาพอากาศบ้านเราไดเ้ ป็นอยา่ งดี ขณะท่อี ีกกล่มุ เปน็ เปด็ ไข่
ทีใ่ ห้ผลผลติ เป็นไข่ ออกเป็นประจำ มีความมนั และเปลอื กหนากวา่ ไข่ไก่ จงึ ทำใหม้ รี าคาสงู กวา่

• หา่ น แม้ในเมืองไทยอาจยังไม่คอ่ ยนยิ มบริโภคมากนักแตก่ ็ถอื วา่ เป็นสัตว์เศรษฐกจิ กลมุ่ เลก็ ๆ ทีย่ ังพอสร้าง
รายได้ให้กบั ผู้เล้ียงในระดบั หนงึ่

• นกกระทา สัตว์อีกชนิดท่อี าจไมไ่ ด้นยิ มมากนัก แต่กถ็ ือวา่ สรา้ งอาชีพใหก้ บั เกษตรกรไดพ้ อสมควร ปกติ
แลว้ มักจะเลีย้ งเพ่ือเอาไข่เป็นหลัก แต่ในปจั จุบันเองก็มบี า้ งท่ีจะนำเนือ้ มาบริโภค

• ไกง่ วง ไก่ประเภทหน่ึงทีจ่ ะมีเน้ือหา จริง ๆ แล้วทางฝั่งตรุ กหี รอื ยโุ รปจะนยิ มทาน ทว่าเมอื งไทยเราเองกย็ ัง
พอมเี ลี้ยงและนำไปบรโิ ภคหรือขายกนั บ้าง แม้ไมแ่ พร่หลายนกั แตก่ ็ยงั พอทำรายได้ในระดับหนงึ่

4. กลุม่ สตั ว์น้ำ
ปิดท้ายกนั ดว้ ยสตั วเ์ ศรษฐกิจท่ีตอ้ งอาศัยน้ำในการเลย้ี งดู นน่ั คือกล่มุ สตั ว์น้ำทม่ี ีความหลากหลายมาก ๆ ไม่ใช่แค่
ปลาเพยี งอย่างเดียว ทั้งนยี้ ังถูกแบง่ ออกเปน็ นำ้ จืดกับนำ้ เค็มอกี ด้วย ซง่ึ ถา้ เป็นกลุม่ สตั ว์นำ้ จดื จะนิยมเลีย้ งกันทาง
ภาคกลาง แต่ถา้ เป็นน้ำเคม็ จะมที ั้งการจบั จากทะเลและการเลี้ยงริมทะเลตามแถบจังหวัดชายฝงั่ น่ันเอง โดยขอ
แยกให้เหน็ ภาพดงั นี้

• สัตวน์ ำ้ จดื มีหลายชนดิ ทเี่ ปน็ สัตว์เศรษฐกจิ เช่น ปลานิล, ปลาดกุ , ปลาสลดิ , ก้งุ กลุ าดำ, ปลาสวาย, ปลา
ชอ่ น, ปลาตะเพยี นขาว, ปลาแรด รวมถงึ กบ ก็จดั เปน็ กลุ่มสตั วเ์ ศรษฐกจิ ท่ีสร้างรายได้กันพอสมควร

• สตั ว์นำ้ เคม็ อยา่ งท่ีกลา่ วไปว่ามที งั้ การเลยี้ งและการออกไปจบั ในท้องทะเล ซง่ึ สัตว์ท่ีได้รบั ความนิยม เช่น
ก้งุ ทะเล, หมึกทะเลสายพันธุต์ า่ ง ๆ, ปลาท,ู ปลาเก๋า, ปลากะพง, หอยแครง หอยแมลงภู่ และอน่ื ๆ อีก
หลากหลายชนิดขน้ึ อยกู่ บั การเลอื กทำประมงของแตล่ ะท้องถ่นิ

จากขอ้ มูลท้ังหมดท่กี ล่าวมาน้จี ะเห็นว่าเมอื งไทยของเรายังจำเปน็ ตอ้ งพึ่งพาสัตว์ตา่ ง ๆ ในการหาเลย้ี งชีพ สร้าง
รายได้ รวมถึงยกระดบั เศรษฐกจิ ให้ดยี ิ่งขน้ึ กวา่ เดมิ จึงสรปุ ได้วา่ ถอื เปน็ ความโชคดีอยา่ งหนง่ึ ที่พน้ื ท่จี ดุ ต่าง ๆ ใน
เมืองไทยมคี วามเหมาะสมกบั การเลี้ยงสตั วเ์ ศรษฐกิจหลากหลายชนิด ไม่ตอ้ งนำเขา้ ใหเ้ สียเงินแพง ๆ ในทาง
กลับกนั ยังสามารถสรา้ งเงินให้กบั ผคู้ นและสร้างเศรษฐกิจใหเ้ จรญิ เติบโต มีเงินเล้ียงครอบครัวได้อย่างสบายใจ
อาชีพทย่ี ังคงเป็นเสาหลกั ให้เมืองไทยเรื่อยมาแม้เวลาจะผา่ นมานานแคไ่ หนก็ตาม


Click to View FlipBook Version