The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน้งสือ การพัฒนานวัตกรรมการตลาดสำหรับกิจการ SMEs แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัย-5-09-65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by รุจิรดา หมัดสมัน, 2022-09-05 02:30:46

หน้งสือ การพัฒนานวัตกรรมการตลาดสำหรับกิจการ SMEs แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัย-5-09-65

หน้งสือ การพัฒนานวัตกรรมการตลาดสำหรับกิจการ SMEs แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัย-5-09-65

จงึ จะทำใหก้ ารพฒั นาเครอื ข่ายเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธผิ ล บทบาทน้ีสอดคล้องกับผลการศึกษาวจิ ัยโดย
วุฒิชาติ สุนทรสมัย และคณะ (2555) ซึ่งพบว่า หากวิสาหกิจด้านการจัดการมีการร่วมมือรวมตัวกัน
เปน็ เครอื ข่ายจะเกดิ ประโยชนจ์ ากความมศี ักยภาพและความสามารถในการแข่งขนั ของแต่ละวิสาหกิจ
ที่มีอยู่สูง โดยหากเปลี่ยนจากการ “ต่างคนต่างแข่งกัน” มาเป็น “ร่วมมือกันในการแข่งขัน” จะทำให้
เครอื ขา่ ยวสิ าหกจิ ทีเ่ กิดขึน้ มีความเขม้ แข็ง

2) กลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภายในและภายนอก สำหรับ
การส่งเสริมความร่วมมือของเครือข่ายวิสาหกิจด้านนี้ ทำได้โดยการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการตลาด
เชิงลึกของแต่ละวิสาหกิจที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายวิสาหกิจ แล้วทำการวางแผนการตลาดและ
โปรแกรมการตลาดของเครือข่ายวิสาหกิจอย่างร่วมมือกันแข่งขัน กำหนดแนวทางการแบ่ง
ผลประโยชน์ของกันและกันอย่างชัดเจน ตลอดจนกระจายสรรพกำลังได้แก่ งบประมาณ และความ
ช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างทัดเทียมกัน อันจะเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริม
ความเข้มแข็งของมวลสมาชิกปัจจุบันของเครือข่ายวิสาหกิจ และเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้วิสาหกิจอื่น ๆ เข้า
ร่วมเป็นสมาชิกของเครือข่ายวิสาหกิจต่อไป เรียกว่า กลยุทธ์การเติบโตแบบขยายตัวของเครือข่าย
วิสาหกิจ (Integrative growth Tourism Cluster Strategy) โดยเน้นการดำเนินงานด้วยอาศัยความ
แข็งแกร่งจากภายในเครือขา่ ยแลว้ มุง่ ขยายความร่วมมอื สู่ภายนอกเครือข่ายตามระบบและการทำงาน
ด้วยปจั จัยนำเขา้ กระบวนการและผลลัพธ์ใน พ้ืนท่ี C

3) ระบบสนับสนุนในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภายในและภายนอก
ได้แก่ ระบบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของเครือข่ายวิสาหกิจ เพื่อส่งเสริมการทำงานและความ
ร่วมมือภายในของเครือข่ายวิสาหกิจและส่งเสริมความร่วมมือกับวิสาหกิจหรือหน่วยงานภายนอก
ต่างๆ เช่น ด้านทักษะ และความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมการจัดการเป็นต้น
ได้แก่ การคิดค้นและสร้างระบบการติดตามลูกค้าเพื่ออำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยทั้งต่อ
รา่ งกายและทรัพยส์ ิน การพฒั นาและวิจัยนวตั กรรมเพอ่ื สนองความตอ้ งการใหม่ๆ ของลูกค้าหรือกลุ่ม
ลูกค้าใหม่ๆ ย่อมทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและอุ่นใจ อาจเกิดการพัฒนาฐานข้อมูลด้านบุคลากรของ
เครือข่ายวิสาหกิจ เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการตรวจสอบประวัติด้านการทำงาน ทักษะ ตลอดจน
ดา้ นการกระทำความผดิ เพื่อป้องกันบรรดามจิ ฉาชพี ท่ีแอบแฝงมาทำงานให้บริการแกล่ กู คา้

ยิ่งกว่าน้ัน เมื่อเปิดระบบการค้าเสรรี ะหวา่ งประเทศจะเปน็ โอกาสสำคัญของวิสาหกิจทีเ่ ป็น
สมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจในการพัฒนาบริการและสินค้า ที่เรียกว่า การร่วมกันพัฒนานวัตกรรมเพ่ือ
สนองต่อตลาดลูกค้าจากภูมิภาคต่างๆของโลก และถ้ามีความเข้มแข็งในเครือข่ายเครือข่ายวิสาหกิจ
เช่น การคิดสูตรอาหารไทยแบบผสมผสาน (Thai Fusion culinary) ที่มีการใช้ส่วนผสมหรือ

45-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

เครื่องปรุงรสของสูตรอาหารชาติอื่นๆ เพื่อบริการลูกค้ากลุ่มเฉพาะ อาทิ ต้มยำกุ้งรสกิมจิ ผัดไทย
รสพิซซ่า เป็นต้น โดยเฉพาะด้านทุนมนุษย์แล้วจะเป็นแม่พิมพ์ที่สำคัญในการผลิตบุคลากรทุกระดับ
ทั้งระดับอาชีพ ผู้บริหารระดับต้น กลาง และสูง เพื่อป้อนสู่ตลาดแรงงานธุรกิจการจัดการ และ
เครือข่ายวสิ าหกจิ ในระดบั ภูมิภาคและระดบั โลกได้อยา่ งมีมาตรฐาน ดงั ภาพที่ 4-6

ความหมาย B
ก หมายถงึ ประสิทธิภาพในการบรหิ ารจดั การ
ข หมายถึง ประสทิ ธิภาพในการทำงานรว่ มกนั ผู้ประกอบการ
ค หมายถึง ประสทิ ธิภาพในการบรหิ ารจัดการ
การทำงานรว่ มกนั แบบเครอื ขา่ ยวสิ าหกิจอย่าง กค ข
ยง่ั ยนื การบริหาร ผู้มีส่วนได้เสีย

จดั การ

ภาพท่ี 4-6 ตำแหน่งระบบสนบั สนนุ ในการสร้างเครอื ข่ายความร่วมมอื จากภายในและภายนอก
ทีม่ า: วุฒิชาติ สุนทรสมัย, 2560

จากภาพที่ 4-6 พบว่า ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจาก
ภายในและภายนอกด้วยระบบสนับสนุนคือ ระบบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ด้วยบทบาทของ
เครือขา่ ยวิสาหกิจในฐานะผ้นู ำในการจดั การเพอ่ื ประสิทธภิ าพในการบรหิ ารจัดการความได้เปรียบจาก
ปจั จัยแวดล้อมภายในคือ สมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจได้ใช้ความสามารถของทุนมนุษย์จากระบบท่ีกล่าว
มาแลว้ ร่วมกับศกั ยภาพขององคก์ รที่มีทรัพยากรท่ีเหนือกวา่ ในดา้ นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
เป็นการเสริมสร้างความสามารถหลักของเครือข่ายที่มีตำแหน่งการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน ดัง
พื้นที่ B และ ก ในภาพที่ 4-6 เรียกว่าประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ กล่าวคือ เป็นการจัดการ
และจัดสรรการใช้โอกาสจากจุดแข็งของเครือข่ายวิสาหกิจและหรือของมวลสมาชิกของเครือข่ายใน
การพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เพื่อตอบสนองเป้าหมายและความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย การเพิ่ม
ผลผลิต ตลอดจนเกิดการมีส่วนร่วมทางสังคมได้แก่ ลดความเหลื่อมล้ำในการจ้างงาน และสิทธิและ
ความเสมอภาคในการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น โดยระบบการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและ
ทัว่ ถงึ

46-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

3.3 บทบาทผู้นำ กลยุทธ์และระบบสนับสนุนการบูรณาการกลยุทธ์การจัดการเครือข่าย
อย่างยั่งยืน โดยทั้ง 3 แกนหลักหรือผู้เกี่ยวข้องหลักของเครือข่ายวิสาหกิจ กลยุทธ์ และระบบ
สนับสนนุ ดงั น้ี

ผปู้ ระกอบการ
- บุคลิกภาพ

– กลมุ่

การจัดการอยา่ งย่งั ยืน

- สังคม - เศรษฐกจิ

การบริหารจัดการ - ความสขุ (คุณภาพชวี ิต) ผู้มสี ว่ นไดเ้ สีย
- จดั สรรทรัพยากร - สภาพแวดลอ้ ม + จริยธรรม - ลูกค้า - คแู่ ขง่ ขนั
- การมสี ่วนรว่ ม - ผู้สง่ มอบวัตถุดิบ
- การลงทุน ระบบการเชื่อมโยงเครือขา่ ย - คคู่ า้ ชุมชน - ผขู้ นส่ง
- การบรหิ ารงาน - สถาบันการศึกษา
การจัดการอย่าง
ยง่ั ยนื
ระบบกำหนดและนำนโยบายขอ- งสรัฐังคบมาล-แเลศะรกษาฐรกสิจง่ เสริมจากภาครฐั และองค์กรท่ีเกี่ยวขอ้ ง

กลไกขบั เคลื่อน 3.3 บทบ-- าสคทภวาาผมพู้นสแุขวำด(คลกณุอ้ ลมภยา+ุทพจชธรวีแ์ ยิิตลธ)ระรรมะบบ กลไกขับเคลือ่ น
สนับสนนุ การบรู ณาการกลยทุ ธก์ าร

จดั การเครือขา่ ยอย่างย่ังยนื

ภาพท่ี 4-7 แผนภาพบทบาทผู้นำ กลยุทธแ์ ละระบบสนับสนุนการบูรณาการกลยุทธ์การ
จัดการเครอื ขา่ ยอยา่ งยัง่ ยนื

ทีม่ า: วฒุ ชิ าติ สนุ ทรสมยั , 2560

1) บทบาทผู้นำในการบูรณาการกลยุทธ์การจัดการเครือข่ายอย่างยั่งยืน เป็น
การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นผู้เล่นหลักกับการบริหารจัดการ โดยมีผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียเปน็ แกนหลักสำคัญหรือเป็นผ้นู ำด้วยวิธกี ารบริหารจัดการเพื่อความย่งั ยืน ประกอบด้วยการท่ี
วิสาหกิจการจัดการให้ความสำคัญต่อการจัดการและการประกอบการที่สัมพันธ์กับปัจจัยภายนอก

47-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ก่อนไดแ้ ก่ สงั คมและสิ่งแวดล้อมโดยกำหนดแนวทางหรอื นโยบายรว่ มกนั เพอ่ื การปฏบิ ัตกิ ารทีเ่ ปน็ มิตร
ต่อสิ่งแวดล้อมทั้งระดับนโยบาย แผน กลยุทธ์และการปฏิบัติงาน โดยกำหนดเป็นแผนงานที่ชัดเจน
เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกัน
และกันของเครือข่ายวิสาหกิจ อันนำมาซึ่งความเชื่อมโยง และถ่ายโยงความรู้แก่กันเพื่อก่อให้เกิด
กระบวนการ รูปแบบการดำเนินงาน สินค้าและบริการ กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ตลอดจนการเชื่อมโยงกลุ่มผู้
มีสว่ นไดส้ ่วนเสยี ทั้งหมดได้อยา่ งเหมาะสม เพ่อื สง่ เสรมิ ภาพลกั ษณ์ดา้ นความรบั ผดิ ชอบต่อสิ่งแวดล้อม
และรวมตลอดจนความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการและพื้นที่ บทบาทด้านนี้ของเครือข่ายวิสาหกิจ
เป็นบทบาทที่มีความสำคัญแม้ว่าอาจถูกจัดไว้เป็นกลุ่มสุดท้าย แล ะอาจมีวิสาหกิจหลักที่ให้
ความสำคัญต่อบทบาทนี้เพียงวิสาหกิจหนึ่งหรือหลายวิสาหกิจก็ตาม ดังตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในกิจการ
ด้านการจัดการบางประเภทท่ีใช้วัตถุดิบในการผลติ สินค้า อาจได้มาจากแหล่งธรรมชาติ ท้องทะเล ป่า
ไม้ ภูเขา และแหล่งธรรมชาติอื่นๆ เช่น ธุรกิจขายของฝาก ของที่ระลึก อาจใช้ เปลือกหอย ก้อนหิน
ทราย ไม้ เปลือกไม้ หรือชิ้นส่วนของสัตว์เช่น ปีก ขน และกระดูก ซึ่งการนำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้
จนปราศจากความยั้งคิดอาจนำมาซึ่งปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและธุรกิจอาจฝ่าฝืนก ฎหมายหรือ
กฎระเบียบที่ควบคุมการใช้วัตถุดิบดังกล่าว ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจดังกล่าวเกิดความยากลำบากใน
การบริหารจัดการ เมื่อไม่มีวัตถุดิบก็ไม่มีการผลิต ผู้คนก็ตกงาน จึงเป็นปัญหาของการบริหารจัดการ
ของเครอื ขา่ ยวิสาหกิจดว้ ย

2) กลยุทธ์การบูรณาการกลยุทธ์การจัดการเครือข่ายอย่างยั่งยืน สำหรับแนวทาง
การการบรู ณาการกลยทุ ธ์การจัดการเครือขา่ ยวสิ าหกิจ เพื่อพัฒนาบทบาทของกลุ่มเครือข่ายวสิ าหกจิ
ด้านการจัดการ เพี่อจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมบทบาทของเครือข่ายวิสาหกิจด้านการจัดการ
ร่วมกับสถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพื้นที่ ซึ่งได้ข้อสรุปของการกลยุทธ์
การจัดการเครือข่ายวิสาหกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Cluster Management Strategy) สามารถ
สรปุ แนวทางและกลยุทธ์ 5 ระดับ

ระดับที่ 1 กลยุทธ์การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และการ
สร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Awareness and Networking Strategic Program) ควรดำเนินการ
ภายใน 1 ปีหรือระยะสั้นเพื่อกระตุ้นให้วิสาหกิจและผู้ประกอบการด้านการจัดการของต่าง ๆ เห็น
ความสำคัญและความจำเปน็ ในการร่วมมือกนั ดา้ นทรัพยากรต่างๆโดยเฉพาะทรัพยากรที่ใช้เวลาหมด
ไปหรืออาจเกิดผลเสียในระยะยาวเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ของเครือข่ายวิสาหกิจ
ของตน

48-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ระดับที่ 2 กลยุทธ์การเตรียมความพร้อมสู่การปฏิบัติ (Implementation
Set-up strategy) ควรดำเนินการภายใน 1-2 ปีหรือ ระยะปานกลาง ประกอบด้วย การเตรียมความ
พรอ้ มของผู้ทีเ่ กี่ยวข้อง (Stakeholders) สร้างตัวแทนหรือผู้ประสานงานการพัฒนาเครือข่ายวสิ าหกิจ
(Tourism Cluster Development Agents: TCDA) เพอื่ สรา้ งบรรยากาศใหเ้ กดิ ความไว้ใจซ่ึงกนั และ
กัน อันเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ในการรวมกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจ และสุดท้ายคือการจัดทำ
เสันทางการเปลี่ยนแปลง(Roadmap for Change) เพี่อการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจอย่างยั่งยืน
ร่วมกัน

ระดับที่ 3 กลยุทธ์การสนับสนุนให้เกิดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือขา่ ย
วิสาหกิจเพี่อการพัฒนาทุนมนุษย์ร่วมกัน (Strategic Cluster Development Supports for
Human Capital corporation) ควรดำเนินการภายใน 1-3 ปีหรือ ระยะปานกลาง โดยส่งเสริมให้มี
การร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับ
ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและความต้องการของกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจเพี่อการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ
ให้เข้มแข็งและยั่งยืน

ระดับที่ 4 กลยุทธ์การผลักดันแผนยุทธศาสตร์ให้ไปสู่การปฏิบัติ โดยการ
ขยายความคิดของแผนปฏิบัติการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและสร้างระบบการประเมินผล ( Strategy to
Enhancing the comprehension of members to action plan and establish an evaluation
system ) ควรดำเนินการภายใน 2-5 ปีหรอื ระยะปานกลาง ถงึ ระยะยาว โดยการสรา้ งความร่วมมือ
ในและระหว่างเครือขา่ ยวิสาหกิจหรอื คลัสเตอรใ์ ห้เกิดขึ้นอยา่ งจริงจังและต่อเนื่อง โดยใชก้ ลไกตัวแทน
หรือผู้ประสานงานการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจที่มีอยู่ รวมทั้งต้องมีการติดตามและประเมินผล
ความสำเร็จของเครือข่ายวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับวัตถุประสงค์ในการประเมิน คือ เพื่อให้มี
ยุทธศาสตร์และมาตรการตามการพัฒนาบทบาทของเครือข่ายวิสาหกิจ โดยแบ่งตามศักยภาพของแต่
ละประเภทในอุตสาหกรรมซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการของประเทศ ยุทธศาสตร์การ
พฒั นาการจัดการของท้องถิ่น กลุม่ จงั หวดั ภมู ภิ าค และของประเทศ

ระดับที่ 5 กลยุทธ์การสนับสนุนระดับนโยบายในรูปของปัจจัยเอื้อด้าน
ต่างๆที่สนบั สนุนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเครือข่ายวสิ าหกจิ (Public Policies, Laws, and
Regulations supportive strategy) ควรดำเนินการภายใน 1-5 ปีหรือระยะสั้น ถึงระยะยาว หรือ
ต่อเนื่อง ได้แก่ การสนับสนุนด้านเงินทุน ให้สิทธิประโยชน์จูงใจให้มีการรวมกลุ่ม ส่งเสริมและ
สนับสนุนเพี่อการพัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคมและสิง่ แวดล้อม ด้วยการสนับสนุนด้วยกฎ ระเบียบ

49-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ต่างๆ จากภาครัฐที่เอื้อต่อการรวมกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจ โดยมีการดำเนินงานตามระบบและขั้นตอน
ประกอบดว้ ยปจั จัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ ดัง พื้นที่ C ในภาพท่ี 4-1

3) ระบบสนับสนุนการบูรณาการกลยุทธ์การจัดการเครือข่ายอย่างยั่งยืน ได้แก่
ระบบการกำหนดและนำนโยบายของรัฐบาลและการส่งเสริมจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องสู่
ภาคปฏิบัติ โดยจำเป็นต้องสานสัมพันธ์และสอดคล้องกับระบบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ระบบ
การสร้างความสัมพันธ์แบบห่วงโซ่คุณค่าเพื่อส่งเสริมการทำงานและความร่วมมือภายในของวิสาห กิจ
และส่งเสริมความร่วมมือกับวิสาหกิจหรือหน่วยงานภายนอกต่างๆ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลและ
การส่งเสริมจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การพัฒนาสาธารณูปโภคและระบบการ
คมนาคมขนส่งของแตล่ ะพนื้ ที่ โดยมีการประสานความร่วมมือกับพน้ื ท่ีใกล้เคยี งหรือจังหวัดใกล้เคียงท่ี
ประสบปัญหาเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านเครือข่ายการสื่อสาร และเสริมสร้างอำนาจต่อรอง
(Bargaining Power) กับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียแบบห่วงโซ่คุณค่า อีกทั้งด้วยความแตกต่างและความ
หลากหลายของทรัพยากรการจัดการของพื้นที่ ทำให้ภาครัฐควรต้องจัดสรรระบบสาธารณูปโภคท่ี
สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม และระบบเศรฐกิจของพื้นที่ รวมทั้ง ส่งเสริมการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและ
สงั คมเช่น การรณรงค์เพอื่ การอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตโิ ดยรวมเพอ่ื การจดั การอย่างยั่งยืน ดงั ภาพที่
4-8

ความหมาย B
ก หมายถึง ประสทิ ธิภาพในการบรหิ ารจัดการ
ข หมายถึง ประสทิ ธิภาพในการทำงานร่วมกนั ผู้ประกอบการ
ค หมายถงึ ประสิทธภิ าพในการบรหิ ารจัดการการ กค ข
ทำงานร่วมกันแบบเครือขา่ ยวสิ าหกิจอยา่ งยงั่ ยืน การบริหาร ผู้มสี ่วนได้เสีย

จัดการ

ภาพท่ี 4-8 ตำแหนง่ ระบบสนบั สนนุ การบรู ณาการกลยุทธ์การจัดการเครือข่ายอย่างยงั่ ยืน
ทีม่ า: วฒุ ชิ าติ สุนทรสมยั , 2560

ภาพที่ 4-8 แสดงว่า บทบาทของของเครือข่ายวิสาหกิจประการสำคัญประการหนึ่งซ่ึง
สอดคล้องกับปฏิญาณอาเซียนว่าด้วยการค้าเสรีที่เป็นสีเขียวเพื่อการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม การจัดโครงการนำร่องสำหรับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานสิ่งแวดลอ้ ม
ระดับสากล ทำให้วิสาหกิจที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายวิสาหกิจ ได้รับการยอมรับ มาตรฐานในการ

50-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ให้บริการที่ชัดเจนระดับสูง การส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มกับภาครัฐเพื่อเชิญชวนลูกค้าให้เห็น
ความสำคัญของการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม นั่นแสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการ
ทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายวิสาหกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เป็นการพิจารณาและคำนึงถึงโอกาส และ
อุปสรรคที่เป็นปัจจัยภายนอกคือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจและนโยบายและการดำเนินงานของ
ภาครัฐ รวมทั้งการเปิดประตูการค้า การลงทุน แรงงานและการเงินโดยเสรี ตลอดทั้งแรงผลักดันจาก
ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีการลงทนุ และการเมืองเปน็ หลกั ดงั แสดงใน พืน้ ที่ B และ ค ในภาพท่ี
4-8 ควรเป็นบทบาทที่สำคัญของสมาชิกของเครือข่ายวิสาหกิจโดยรวม โดยก่อให้เกิดการประสาน
สัมพันธ์ของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมทางสังคม ตลอดจนเกิดความยั่งยืนของสภาวะ
แวดล้อมในภาพรวมแบบบูรณาการการทำงานร่วมกันของเครือข่ายวิสาหกิจและปัจจัยแวดล้อมที่
เกี่ยวข้อง เพื่อก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน ครอบครัวทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค
ครอบคลุมด้านการใช้แรงงานอย่างถูกกฏหมาย การใช้ทรัพยากรการผลิตพลังงาน โดยคำนึงถึง
ผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม ซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันในสังคมและธรรมชาติอย่างสมดุลอย่างความ
ยงั่ ยืนนน่ั เอง

แบบฝึกหัดที่ 1
1. ขอให้วิเคราะห์การรวมกลุ่มและประสิทธิภาพของเครือข่ายวิสาหกิจ SMEs ส่งผลต่อ
การดำเนินงานของของกิจการSMEs หรือวิสาหกิจชุมชนด้านเกษตรแปรรูปประเภท
อาหารมาสกั 1 ชนดิ
2. ขอให้ยกตัวอย่าง กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจ SMEs หรือวิสาหกิจชุมชนด้านเกษตรแปรรูป
ประเภทอาหารมาสัก 1 กลุ่มและวิเคราะห์การรวมกลุ่มและประสิทธิภาพของเครือข่าย
วิสาหกิจ SMEs ,ดังกล่าว ตามตัวแบบการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจของประเทศไทย
อยา่ งยัง่ ยืน

51-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

บทท่ี 5

แนวคดิ เก่ยี วกบั ผลการดำเนินงาน

รองศาสตราจารย์ ดร. วุฒิชาติ สุนทรสมยั

บทนี้ จะนำเสนอเนื้อหาในเรื่องแนวคิดด้านเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน และการเขียนแผน
ธุรกจิ และการจัดทำโครงการ เพ่ือของเงินกู้ ดังนี้

1. แนวคดิ เก่ยี วกับผลการดำเนนิ งาน

อภิญญา ชัยดำ (2561,น.78) ได้เสนอความหมายของ ผลการดำเนินงาน
(Performance) ไว้ว่า ผลลัพธ์ที่สามารถสร้างออกมาโดยมีการกำหนดขั้นตอนและการปฏิบัติงาน มี
การวัดหรือประเมินผลเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ และ
เป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยผลที่ได้จะมาจากการประเมินกิจกรรมต่างๆของธุรกิจทั้งในด้านลูกค้า ด้าน
กระบวนการภายใน ด้านการเรียนรู้และพัฒนา และด้านการเงิน เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำเร็จ หรือ
ความล้มเหลวขององค์กร และเป็นกระบวนการวดั ความสำเร็จการดำเนินงานของกจิ การ โดยวัดทั้งใน
ส่วนที่เป็นตัวเงินได้ ไม่สามารถวัดเป็นตัวเงินได้ ซึ่งผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเงินได้จะ
เป็นเครื่องมือทางการจัดการและเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ผลการดำเนินงานที่เป็นตัวเงินประสบ
ความสำเร็จ โดยแนวคดิ การประเมินดุลยภาพ (Balanced Scorecard : BSC)

แนวคิด Balanced Scorecard โดย Kaplan และ Norton (1996, pp. 8-10) พบว่า
องค์กรส่วนใหญ่ในอเมริกานิยมใช้แต่ตัวชี้วัดด้านการเงินเป็นหลัก ทั้งสองจึงได้เสนอแนวคิดในเรื่อง
ของการประเมินผลองค์กร โดยพิจารณาตัวชี้วัดใน 4 มุมมอง (Perspectives) แทนการพิจารณา
เฉพาะมุมมอง ด้านการเงินเพยี งอย่างเดยี ว โดย Kaplan และ Norton (1996, pp. 8-10) ได้กล่าวถงึ
ความหมายของ Balanced Scorecard ว่าคือ ระบบการบริหารจัดการ (Management System) ที่
แปลงพันธกิจและกลยุทธ์ขององค์การไปสู่การกําหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย (Objectives) และ
การวดั ผล (Measures) ขององคก์ รทชี่ ัดเจนและวดั ผล ใน 4 มุมมอง ไดแ้ ก่

1. มุมมองด้านการเงิน (Financial Perspective) เป็นมุมมองที่องค์กรจะต้องตอบสนอง
ตอ่ ความพึงพอใจของผ้ถู ือหุ้น เชน่ การเพ่ิมขึ้นของราคาห้นุ การเพ่มิ ขนึ้ ของกำไรตอ่ หุ้น (Earning per
Share) Return On Equity (ROE) Return On Asset (ROA) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E
Ratio) เปน็ ตน้

52-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

2. มุมมองด้านลูกค้า (Customer Perspective) เป็นมุมมองด้านลูกค้า เช่น ความพึงพอ
ของลูกค้า ภาพลักษณ์ การจัดการด้านลกู ค้าสัมพันธ์ ส่วนแบ่งการตลาดที่เพ่ิมขึ้น การรักษาลูกค้าเดิม
ขององค์กร การแสวงหาลกู คา้ ใหม่ เป็นต้น

3. มุมมองด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective) เป็นมุมมองด้าน
กระบวนการทำงานภายในองค์กรเอง เช่น การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ การจัดโครงสร้างองค์กรที่มี
ประสทิ ธิภาพ การประสานงานภายในองค์กร การจัดการดา้ นสายงานผลิตท่ีมีประสทิ ธิภาพ เปน็ ตน้

4. มุมมองด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Growth Perspective) เป็น
มุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต ซึ่งปัจจัยพื้นฐานขององค์กรที่จะส่งผลให้องค์กรเข็มแข็งก็คือ
พนักงานภายในองค์กรนั่นเอง ซึ่งสามารถวัดผลให้ออกมาอยู่ในรูป เช่น การพัฒนาความรู้
ความสามารถของพนักงาน ความพึงพอใจของพนักงาน การพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกในการ
ทำงาน เปน็ ตน้

การวัดผลจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างการวัดผลภายนอกสําหรับผู้ถือหุ้น
และลูกค้ากับการวัดผลภายในด้านกระบวนการในการดําเนินธุรกิจที่สําคัญ นวัตกรรม การเรียนรู้
และการเติบโต และแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างการวัดผลของผลลัพธ์ (Outcome) ที่เป็นผล
มาจาก การดําเนินงานในอดีตกับการวัดผลที่จะเป็นตัวผลักดันผลการดําเนินงานขององค์การใน
อนาคต รวมถึง แสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างเป้าหมายที่สามารถวัดผลการ ดําเนินงานในเชิง
ปริมาณกับเป้าหมายในเชิงนามธรรม นอกจากนี้ทั้งสองยังได้ให้นิยามของ Balanced Scroecard ไว้
ว่า “เป็นเครื่องมือทางด้านการจัดการที่ช่วยในการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ (Strategic
Implementation) โดยอาศัยการวัดหรือประเมิน (Measurement) ที่จะช่วยทําให้องค์กรเกิดความ
สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและมุ่งเน้นในสิ่งท่ีมีความสําคัญต่อความสําเร็จขององค์กร
(Alignment and focused)

หลักการของ Balanced Scorecard มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นระบบบริหารจัดการเชิงกล
ยุทธ์ว่าภายหลังที่องค์กรได้กําหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ และมาตรวัดต่างๆ เรียบร้อย
แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะนําไปสู่การดําเนินการซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอนในการเชื่อมโยง
การปฏบิ ตั งิ านประจำวัน ของพนักงานไปสวู่ ตั ถปุ ระสงคต์ า่ งๆในระยะยาวของกจิ การ ไดแ้ ก่

1. การแปลงวสิ ยั ทศั นข์ ององคก์ รไปสมู่ าตรวัดต่างๆ ทีท่ ุกคนสามารถเขา้ ใจได้

2. สื่อสารและเชื่อมโยงจุดมุ่งหมายที่กําหนดโดยผู้บริหารระดับสูงไปสู่ผลการดําเนินงาน
(Performance) ของพนักงานแต่ละคน และสรู่ ะบบการจา่ ยผลตอบแทน

3. รวมเอาการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการจัดทํางบประมาณ เข้าไปสู่การวางแผนธุรกิจ
เพอื่ ให้มนั่ ใจว่างบประมาณตา่ งๆ น้นั สนับสนุนเปา้ หมายเชิงกลยุทธข์ ององค์กร

53-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

4. รวบรวมข้อมูลปอ้ นกลับเพื่อที่จะทดสอบ และปรับปรุงแกไ้ ขหลักการและแนวทางต่างๆ
ดว้ ยการทบทวนผลลพั ธ์ที่เกดิ ขน้ึ เทยี บกบั สิง่ ทีไ่ ด้ดำเนินการลงไป

BSC ประกอบไปด้วย 5 หลักการสําคัญของ Strategy- Focused Organization (SFO)
โดยหลักทั้งห้าประการของ SFO คือองค์กรที่มุ่งให้ความสําคัญกับกลยุทธ์ของ Kaplan และ Norton
(2000, pp. 7-17) ประกอบไปด้วย

1. การแปลงกลยทุ ธไ์ ปสกู่ ารปฏบิ ัติ (Translate Strategy into Operational Terms)

2. การทําให้ทั่วทั้งองค์กรมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับกลยุทธ์ (Align the
Organization to the Strategy)

3. การทําให้กลยุทธ์เป็นงานประจําวันของพนักงานทุกคน (Make Strategy Everyone’s
Everyday Job)

4. การทําให้กลยทุ ธ์เปน็ งานทตี่ อ่ เนอ่ื ง (Make Strategy a Continual Process)

5. ผู้นําระดับสูงจะต้องเป็นผู้ผลักดันและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Mobilize Change
through Executive Leadership)

Armstrong (2001, p. 688) ได้กล่าวถงึ ประโยชนข์ อง Balanced Scorecard ไวด้ ังน้ี

1. Balanced Scorecard ทําหน้าที่สื่อสารให้ทุกคนในองค์การทั้งบุคคลและทีมงานได้
ทราบวัตถุประสงค์ทั้งในระดับองค์การและวัตถุประสงค์ในระดับฝ่ายอย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีผลให้การ
ปฏิบัติงานเปน็ ไปอยา่ งถูกตอ้ งและเกดิ ประโยชนส์ ูงสุดต่อองค์การ

2. Balanced Scorecard ช่วยทําให้ทัศนะที่มีต่อเรื่องราวต่างๆ ของการปฏิบัติงานใน
องค์การgป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการ
ปฏิบัตงิ าน

3. Balanced Scorecard กําหนดกรอบทิศทางที่จะมีส่วนสําคัญในการช่วยให้การ
ปฏิบัติงานในทุกระดับขององค์การเป็นไปอย่างสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และแผนปฏิ บัติงานของ
องคก์ าร

4. Balanced Scorecard เป็นหลักประกันแห่งความสําเร็จของการบริหารและการ
ปฏิบัติงานในทุกฝ่ายอยา่ งยัง่ ยนื

ดังนั้นผู้วิจัยจึงขอสรุปว่า ผลการดำเนินงาน (Performance) หมายถึง เครื่องมือ
ทางด้านการจัดการที่ใช้ในการวัดและประเมินผลลัพธ์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรในมุมมอง
ดา้ นการพฒั นาการเรยี นรู้ของพนกั งานในองคก์ ร ด้านยอดขาย ด้านลูกค้าและด้านเทคโนโลยี

54-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

2. การเขียนแผนธรุ กจิ และการจัดทำโครงการ เพือ่ ของเงนิ กู้

การจดั ทำโครงการขอเงินกู้
โครงการการลงทุนในภาคอุสาหกรรม โดยทั่วไป จะขอใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อ

ลงทุนร่วมกับเงินทุนส่วนของผู้ประกอบการเอง ดังนั้นสถาบันการเงินจึงมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา
โครงการการลงทุน เพื่อเปน็ แนวทางในการพจิ ารณาปลอ่ ยสินเชือ่ แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ดังนี้

แนวทางแรก วเิ คราะห์จะเนน้ หนกั ในด้าน ฐานะทางเครดิตของผู้ขอสินเชอื่ และหลกั ทรัพย์ท่ี
ให้แก่สถาบันการเงิน เพื่อเป็นหลักประกันสินเชื่อ เช่น ที่ดิน โรงงานและสินทรัพย์ถาวรอื่นๆ การ
ตดั สนิ ใจปล่อยสนิ เช่อื ขึน้ อยูก่ บั มูลคา่ ของหลักทรพั ยว์ า่ เพียงพอหรือไม่

แนวทางที่สอง วิเคราะหจ์ ะเน้นหนกั ในด้าน ความเป็นไปไดข้ องโครงการเป็นสำคัญ
เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจหลักเกณฑ์เบื้องต้นของการเตรียมโครงการที่ดี
และ วเิ คราะหโ์ ครงการอยา่ งละเอยี ดรอบคอบ ย่อมเปน็ เครอื่ งมอื ท่จี ะชว่ ยตดั สินใจในการใชท้ รพั ยากร
อาทิ วัตถุดิบ แรงงาน หรือการใช้พลังงานให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อการลงทุน
อยา่ งสงู
ขั้นตอนการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการจัดเตรียมโครงการ และการวิเคราะห์
โครงการ
1. การจัดเตรียมโครงการ(Projects)
คือ การกำหนดขึ้นของการดำเนินกาง ตั้งแต่เริ่มต้นจนบรรลุผลในแต่ล่ะช่วงของการทำงาน
ซึ่งจะเป็นเคร่ืองมือของการบริหารงานเพื่อใหม้ ีการใช้วัตถุดิบ เครื่องจักร เงินทุน และแรงงานอย่าง
มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดวัตถุประสงค์ งบประมาน แหล่งที่ตั้งของโครงการ การลงทุน ผลตอแทน
ระยะเวลาของโครงการ วิธีการดำเนินการ และผู้รับผิดชอบ การดำเนินงานต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน
รวมท้ังผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม
(1) กระบวนการวางแผนโครงการ แบง่ ได้ 3 ขนั้ ตอนด้งั น้ี
ขน้ั ตอนที่ 1 ข้นั กำหนดโครงการ ได้แก่ การเร่มิ ต้นวา่ จะทำอะไร ทำอย่างไร ทำเมอ่ื ไหร่ ทำ
ที่ไหน มีขอบเขตการดำเนินงานอย่างไร แหล่งเงินทุนจะได้มาจากไหน และการดำเนินงานต่างๆ ใน
ภาพรวมของโครงการ เปน็ การท่ีเปน็ ไปไดห้ รือไม่
ขั้นตอนที่ 2 ขั้นวิเคราะห์และประเมินโครงการ ได้แก่ การพิจารณาในขั้นละเอียด เพื่อให้
ทราบว่าเป็นโครงการที่สมควรทำการลงทุนหรือไม่ มีกำไรคุ้มค่าต่อการลงทุน โครงการดังกล่าวจะ
ได้รับการประเมินวา่ เป็นโครงการท่ีดี อยู่ในระดบั ทีจ่ ะมกี ารจัดสรรเงินทุน หรอื เพอ่ื แสวงหาเงินทนุ จาก
แหลง่ เงนิ ทนุ เพ่ือดำเนินการลงทนุ ตอ่ ไป
ขัน้ ตอนท่ี 3 ดำเนินงานตามโครงการ ได้แก่ การนำโครงการที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบแล้ว
อยู่ในระดับดี ไปดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เช่นการจัดหาแหล่งเงินกู้ การก่อสร้างโรงงาน อาคาร

55-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

การจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักร การดำเนินการผลิต การติดตามและการประเมินผลโครงการ
ระหว่างที่โครงการดำเนนิ งานอยู่

แนวการเขียนโครงการ ควรต้องมีการดำเนินงานอย่างรอบครอบ ใช้ข้อมูลที่ตั้งไว้ แล้ว
วิเคราะห์ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เชื่อมั่นได้ว่าการลงทุนนั้นๆจะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์( ดู
ตารางโครงร่างการเตรยี มโครงการ ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ)

2. การวิเคราะหโ์ ครงการ เมอ่ื มกี ารลงทนุ ในโครงการ
จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดยอาศัยข้อมูลจากข้อเท็จจริง เพื่อช่วยในการ
ตัดสินใจว่า โครงการนั้นๆมีลู่ทางพอที่จะมีการดำเนินการได้หรือไม่ การศึกษาก่อนก็คือการวิเคราะห์
โครงการในดา้ นต่างๆซ่ึงประกอบดว้ ย ด้านการตลาด ดา้ นเทคนคิ และดา้ นการเงนิ มีรายละเอียด ดงั น้ี
ก. การวิเคราะหโ์ ครงการด้านการตลาด
การตลาด หมายถึงการนำสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคอุปโภค โดยคำนึงถึง
ความต้องการของบุคคลเหล่านัน้ และยงั รวมถึงการหาขา่ ว เพอ่ื ปอ้ นให้ฝ่ายผลิต
การวิเคราะห์ด้านการตลาด เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิเคราะห์ลู่ทางความเป็นไปได้ของ
โครงการ มีองค์ประกอบ ดังน้ี
(1) ตัวสินค้า (product) ต้องพิจารณาว่าโครงการลงทุนจะผลิตสินค้าอะไรกลุ่มเป้าหมายคือ
อะไร คณุ ภาพสนิ คา้ อยูใ่ นระดบั ไหน
(2) วิเคราะห์วิเคราะห์ภาวะความต้องการต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆทั้งในอดีต ปัจจุบัน และ
แนวโน้มในอนาคต เพื่อพิจารณาว่าความต้องการสินค้าดังกล่าวมีมากน้อยเพียงใดและเพียงพอต่อปริ
มานการผลิตของโครงการหรอื ไม่
(3) วิเคราะห์ปริมาณของสินค้าหรือบริการในการตลาดจะต้องวิเคราะห์ทั้งในอดีต ปัจจุบัน
และแนวโน้มในอนาคต พิจารณาถึงแหล่งที่มาทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ มีการรวบรวม
ข้อมูลข่าวสารที่จะทำให้เข้าใจ สถานภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ เช่น ข่าวสารเรื่องราคา คุณภาพ
และกลยุทธข์ องการตลาดของคแู่ ข่ง เป็นต้น
(4) วิเคราะห์ราคาตลาดของผลิตภัณฑ์ เพื่อพิจารณาถึงความเป็นมาและการเคลื่อนไหวของ
ราคาตลาดของผลิตภณั ฑท์ ง้ั ในอดตี และปจั จบุ ัน ตลอดจนปจั จัยสำคญั ทีก่ อ่ ให้เกดิ การเคล่อื นไหวในแต่
ล่ะช่วงของเวลา ซึ่งจะทำให้สามารถพยากรณ์แนวโนม้ ของราคาในอนาคต เพื่อนำมากำหนดราคาของ
ผลติ ภัณฑ์ของโครงการท่ีจะเข้าสู่ตลาด
(5) การจัดจำหน่าย ช่องทางและแผนการจัดจำหน่ายของโครงการและจะแสดงถึงความ
เป็นไปได้ทางด้านการตลาด โครงการจะมีความเป็นไปได้ทางด้านการตลาดสูง ถ้ามีช่องทางการจัด
จำหน่ายที่แน่นอน เช่น เจ้าของโครงการเป็นผู้จัดจำหน่ายเองมีตลาดของตัวเองแน่นอน ย่อมมีความ
เป็นไปได้ทางด้านการตลาดสูงกว่า บริษัทใหม่ที่มีเพียงแผนการตลาด แต่ยังไม่มีส่วนครองตลาดแต่

56-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

อย่างใด ดั้งนั้นแผนการจัดจำหน่ายแสดงถึงสัดส่วนตลาดของโครงการที่มีอยู่เดิม และส่วนที่จะสร้าง
ขน้ึ ใหม่ เฉพาะสว่ นตลาดทม่ี อี ยูแ่ ล้ว จะมคี วามนา่ เชอ่ื ถอื กวา่ ตลาดทีส่ รา้ งขึน้ ใหม่

(6) วัตถุดิบ เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจของความเป็นไปได้ของโครงการ โครงการที่มี
วัตถุดิบอยู่ทั่วไป ราคาปกติ วัตถุดิบจึงไม่ใช่ตัวปัญหา แต่ในบางกรณีวัตถุดิบมีจำกัด การวิเคราะห์
โครงการต้องเน้นถึงความสามารถในการจัดหารวัตถุดิบ ซึ่งประกอบด้วย ความเพียงพอของวัตถุดิบ
หมายถึง ความสามารถในการหาแหล่งวัตถุดิบที่แน่นอน และจำนวนเพียงพอ เพื่อจะใช้ตามเวลาใน
โครงการ มีคุณภาพเหมาะสมในการใชง้ าน รวมถึงต้องวิเคราะห์ราคาท้ังในอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้ม
ในอนาคต ต้องคำนงึ ถึงราคาของการขนส่งและภาษตี ่างๆ เพ่อื นำมาคำนวณตน้ ทุนในโครงการด้วย

ข. การวิเคราะห์โครงการด้านเทคนิค
คือ การวิเคราะห์องค์ประกอบในด้านเครื่องจักร วัตถุดิบ และบุคคล ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้
จะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดการจัดการ (Management) นอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์
ทางด้านอื่นๆ เช่น การควบคุมในด้านปริมาณ คุณภาพ และกระบวนการผลิต ตลอดจนการวางแผน
ในการใชเ้ งินทนุ วัตถุดิบ เป็นต้น

โดยทวั่ ไปการวเิ คราะห์ด้านเทคนคิ จะพิจารณา ดงั น้ี
1. การพิจารณาเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของโครงการ สินทรัพย์ถาวรประกอบด้วย
สินทรัพย์ที่แตกต่างกัน เช่น โครงการดำเนินการขนส่งทางทะเล สินทรัพย์ถาวร จะหมายถึงตัวเรือ
ส่วนธุรกิจโรงแรม สินทรัพย์ถาวร จะหมายถึง อาคารโรงแรม หากจะพิจารณาเงินลงทุนทางด้าน
เทคนคิ ในสินทรัพยถ์ าวร ของธรุ กิจอตุ สาหกรรมโดยท่วั ไปจะประกอบด้วยรายการต่างๆดงั น้ี
ก. ที่ดินและการปรับปรุงที่ดิน ควรพิจารณาเกี่ยวกับ ขนาด ลักษณะ และจำนวนพื้นที่ที่ต้อง
ปรับปรุงให้เหมาะสมกับ ทำเลที่ตั้ง เส้นทางซึ่งจะสัมพันธ์กับสาธารณูปโภค ตลาดของสินค้าสำเร็จรูป
แหลง่ ทมี่ าของวัตถดุ ิบ ตลอดจนเสน้ ทางการขนส่งวตั ถุดิบ และสินคา้ สำเร็จรูป ฯลฯ นอกจากนี้จะต้อง
เลอื กวธิ กี ารปรบั ปรุงที่ดิน โดยการถมดนิ ถมทราย การบดอัดให้แน่น ฯลฯ
ข. สงิ่ ปลูกสรา้ ง จากการคาดคะเนจากแบบกอ่ สร้าง ควรพจิ ารณาใหไ้ ดง้ บประมาณการลงทุน
คือ ข้อมูลทางด้านเทคนิค จากผู้ขายเครื่องจักร กระบวนการผลิตสินค้า กำลังคน จำนวนสินค้า
คงเหลือ จากวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป กำลังการผลิตจากโรงงาน การขยายกำลังการผลิตขึ้นใน
อนาคต ดงั นน้ั แปลนควรเตรยี มการขยายงานในอนาคตไวด้ ้วย
ค. เครื่องจักรและอุปกรณ์ การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องจักร นอกจากจะพิจารณาด้านราคา
แล้วยังคำนึงถึงความเหมาะสมของกำลังการผลิต ความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน อายุ
การใช้งาน ความสามารถในการซ่อมแซม จัดหาอะไหล่และการบำรุงรักษา สาระสำคัญของสัญญาซื้อ
ขาย เงอื่ นไขของการชำระเงิน การตดิ ตงั้ เคร่อื งจักร เปน็ ต้น
ง. ยานพาหนะ ให้พิจารณาความเหมาะสม เช่น ประเภทขนส่งต่อชนิดของผลิตภัณฑ์ ของ
ยานพาหนะในการขนสง่ แต่ละ่ ประเภท และมจี ำนวนของยานพาหนะให้เพียงพอตอ่ การบริการ

57-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

จ. เครอ่ื งใช้สำนกั งาน พิจารณาเพ่ือต้ังงบประมาณใหเ้ หมาะสมกับงาน และกำลงั คน ใหม้ ี
ความคล่องตวั ต่อการปฏิบตั ิ

2. การพจิ ารณาและวิเคราะห์การควบคมุ การผลติ การควบคมุ การผลติ ท่เี ก่ียวกบั ปริมาณ
และคุณภาพของผลิตภัณฑ์นนั้ มีความสำคญั ทางเทคนคิ มาก มผี ลต่อการเลอื กซอ้ื เครื่องจักร อุปกรณ์
และการเลอื กประบวนการผลิต

การเลอื กกระบวนการผลติ นัน้ จะต้องเลือกวธิ โี ดยคำนงึ ถงึ องค์ประกอบสำคญั ที่เป็นชนดิ
ของวตั ถุดบิ ท่มี ีอยู่ในปจั จุบนั ตน้ ทุนการผลิตและการเงิน การเลอื กกระบวนการผลิต จึงจำเปน็ ต้อง
เสยี คา่ ใชจ้ ่ายในการขอใช้สิทธิ์ เมื่อผู้ดำเนนิ การขอสงวนสิทธก์ิ ารใชไ้ ว้ สามารถท่ีจะควบคุมปริมาณ
และคณุ ภาพของผลติ ภณั ฑ์ เป็นผลสบื เน่ืองมาจาก กระบวนการผลิต การซ้ือเครอ่ื งจักร การซ้ือ
ลิขสิทธิ์ ฯลฯ เพ่ือใหโ้ ครงการบรรลุตามเป้าหมาย ผขู้ ายเครอ่ื งจักรควรจะรบั ประกันคุณภาพของ
เครอ่ื งจกั ร ผขู้ ายลิขสทิ ธิ์ควรรบั ประกนั ในดา้ นการให้ความช่วยเหลอื ทางดา้ นการค้นคว้าและวจิ ัย
เทคนิคใหม่ๆ ในการผลติ ด้วยผลติ ภณั ฑ์

3. พจิ ารณา และการวเิ คราะห์วางแผนงาน แบ่งงานเปน็ 2 ประเภท คือ การวางแผนใน
การดำเนินการลงทนุ และการวางแผนในการผลติ ดังน้ี

ก. การวางแผนในการลงทุน คือ การกำหนดแผนงานของโครงการ ตามระยะเวลาท่ี
เหมาะสม เพอ่ื คาดคะเนการใชเ้ งนิ ลงทุน และค่าใชจ้ ่ายของโครงการในระยะเริ่มต้นกอ่ นเปิด
ดำเนินการ แบง่ เปน็ 3 ระยะ

ระยะท1่ี ระยะในการดำเนนิ การดา้ นธุรการ เช่น การจัดตั้งบรษิ ัท การขอรับการส่งเสริมจาก
BOI การหาแหล่งเงนิ ทนุ ฯลฯ

ระยะท2่ี ระยะเวลาการกอ่ สรา้ ง
ระยะท่3ี ระยะเวลาในการดำเนนิ การเกี่ยวกบั เครือ่ งจกั รและอปุ กรณ์
ข. การวางแผนงานในการผลติ ไดแ้ ก่การกำหนดปริมาณการผลิตทีเ่ หมาะสมของโครงการ
อาจเริ่มจากนอ้ ยไปมาก โดยพจิ ารณาจากความต้องการและการตอบสนองผลติ ภณั ฑ์ วัตถุดบิ และ
ปรมิ าณการผลิต ที่ทำให้ผลตอบแทนสูงสุด แผนตอ่ ไป เชน่ เร่ืองวัตถุดิบ ซ่งึ ต้องกำหนดชนิด และ
คณุ ภาพ ปริมาณการใช้ การขนสง่ ราคา ฯลฯ นอกจากนี้ในดา้ นกำลังคน ควรพจิ ารณาถงึ การเปน็
แรงงานแต่ละประเภท เช่น ชา่ งฝีมือ และแรงงานท่ไี มใ่ ช้ช่าง ควรคำนึงถงึ จำนวนแรงงานเพอ่ื ให้
สอดคลอ้ งกบั ปรมิ าณการผลติ ระยะเวลาการทำงานแต่ละวัน แตล่ ะเดอื น แต่ละปี รวมทง้ั การจัด
องคก์ รดว้ ย

4. ต้นทุนการผลติ เบอ้ื งตน้ การคำนวณคา่ ใช้จ่ายและต้นทนุ การผลติ เป็นขั้นตอนสดุ ท้าย
ของการวิเคราะหโ์ ครงการทางเทคนคิ ค่าใชจ้ ่ายในการผลติ แบ่งเปน็ ค่าเสื่อมราคา วตั ถุดบิ แรงงาน
และค่าใชจ้ า่ ยอืน่ ๆ ในโรงงาน

58-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ก. คา่ เสอื่ มราคา โดยทว่ั ไปจะคดิ เปน็ อตั ราเสื่อมราคาดังน้ี อตั ราค่าเสอ่ื มราคาของสิ่งปลกู
สรา้ ง รอ้ ยละ 5 ของมูลค่ารวมตอ่ ปี คา่ เสื่อมราคาของเครื่องจักรและอุปกรณ์ ร้อยละ 10 ของมูลค่า
รวมตอ่ ปี และคา่ เสอ่ื มราคาของยานพาหนะ ร้อยละ 2 ของมลู ค่ารวมต่อปี

ข. วตั ถุดิบ การคำนวณหามลู ค่ารวมของวัตถดุ บิ แต่ละปี จะต้องนำข้อมลู การวางแผนงานใน
เรอื่ งวตั ถดุ ิบและปริมาณกาผลติ มาเปน็ เกณฑ์ แตต่ ้องคำนงึ ถึงปริมาณวตั ถดุ บิ ที่แท้จรงิ และต้องไมล่ ืม
การสญู เสยี ระหวา่ งการขนสง่ และระหว่างผา่ นกระบวนการผลติ ฯลฯ

ค. คา่ ใชจ้ ่ายอน่ื ๆในโรงงาน ประกอบดว้ ย ค่าใชจ้ า่ ยสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟา้ คา่ นำ้ ค่า
นำ้ มนั เชอื้ เพลงิ ฯลฯ ค่าใช้จา่ ยในการบำรุงรักษา และซอ่ มแซมสินทรพั ย์ถาวร คา่ ใช้จ่ายด้านสวัสดี
การต่างๆ คา่ วัสดสุ ิน้ เปลือง ค่าบรรจุหบี หอ่ ค่าชำรดุ เสยี หาย ฯลฯ

ง. หลกั ประกันค่าใชจ้ า่ ยและตน้ ทนุ การผลติ จะมกี ารประมาณในระยะปตี ่อปี ให้สอดคลอ้ ง
กับแผนงานควบคุมการผลติ และการผลติ

การวิเคราะหโ์ ครงการด้านการเงนิ
การวิเคราะห์ด้านการเงนิ เพ่อื พจิ ารณาลทู่ างความเปน็ ไปไดข้ องโครงการ ประเดน็ สำคัญไดแ้ ก่

การจัดเตรยี มงบประมาณทางดา้ นการเงนิ เพ่ือประโยชน์ทางดา้ นการประเมินลูท่ างความเป็นไปได้
แหลง่ พาณชิ ยข์ องโครงการ และประมาณการความต้องการทางการเงินของโครงการ แต่ตอ้ งประมาณ
การทางดา้ นเทคนคิ และภาวะตลาดเรยี บรอ้ ยแลว้ โดยทั่วไปจะวิเคราะห์ทางการเงินในดา้ นตา่ งๆ ดังน้ี

(1) ประมาณการและจดั สรรแหลง่ ท่มี าของเงนิ ทนุ การประเมินการลงทุนในโครงการและ
จดั สรรแหล่งทมี่ าของเงินทนุ จะประกอบด้วย ค่าท่ดี นิ และค่าปรบั ปรุงทดี่ ิน ค่ากอ่ สรา้ ง ค่าเครอ่ื งจกั ร
และอุปกรณย์ านพาหนะ เครอื่ งใช้สำนักงานและเครอ่ื งตกแต่ง คา่ ใชจ้ ่ายกอ่ นการดำเนินงาน เงินทนุ
หมนุ เวียน (ไดก้ ล่าวไว้ในการวเิ คราะหเ์ ทคนคิ แล้ว)

การจัดสรรแหลง่ ทม่ี าของเงนิ ทุน ได้จาก เงินทนุ จดทะเบยี นแหลง่ เงนิ ทนุ ระยะยาว ซ่ึงจะ
นำไปใชส้ ำหรบั การลงทนุ ในสินทรพั ย์ถาวร โดยคำนงึ ถงึ สัดส่วนระหว่างเงินทนุ จดทะเบียนกับแหล่ง
เงนิ กู้ระยะยาว ตามปกติไมเ่ กนิ 1 : 1.5 และแหลง่ เงินกู้ระยะสนั้ ซึ่งจะนำมาใชใ้ นแหล่งเงินทุน
หมนุ เวยี น

(2) การประเมินคุณคา่ โครงการ พจิ ารณาด้านตา่ งๆ ดังน้ี
(ก) ผลตอบแทนทางการเงิน โดยพจิ ารณาจากงบกำไรขาดทนุ เพื่อจะไดท้ ราบผลกำไร
ขาดทนุ ของกจิ การและอัตราของผลตอบแทนจากการลงทนุ

(ข) การพิจารณาจุดคมุ้ ทนุ วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธ์ราคาต่อต้นทุน ปริมาณการขายและกำไร
จุดคมุ้ ทุนคือจดุ ทกี่ จิ การดำเนินการการผลิตมาจนมรี ายได้เท่ากับรายจ่ายพอดี ไม่มกี ำไรและไม่ขาดทุน
แตถ่ า้ ยอดขายอยู่ใกลก้ บั จุดคมุ้ ทุนแสดงว่ากิจการนนั้ มคี วามเสีย่ งในการลงทุนมาก

59-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

(ค) ตน้ ทุนสนิ คา้ ต่อหน่วย การหาต้นทุนต่อหน่วยของสนิ คา้ ทข่ี าย เพ่ือนำมาเปรียบเทยี บกบั
ราคาตอ่ หน่วย ซ่งึ จะช่วยใหผ้ ู้ประกอบการต้ังราคาขายสินค้าใหเ้ หมาะสม เพราะสามารถทราบการ
เปรียบแปลงของตน้ ทนุ ท่ีมีตอ่ ปริมาณการผลิต ราคาวัตถดุ ิบ ราคาขาย ฯลฯ ได้อย่างชดั เจน

สำหรบั ในปัจจบุ นั แนวทางในการทำแผนธรุ กิจอาจเปล่ียนแปลงไปตามวตั ถุประสงค์ของ
ผู้จดั ทำ ภาพรวม และผมู้ ีส่วนได้เสีย ตลอดจนผูร้ ่วมทุน อกี ทั้งการประเมินผลอาจมีการประยุกต์เทค
โนโลย่ดี ว้ ยระบบศาสตร์ด้านขอ้ มลู (Data Sciences) และ ระบบการเรยี นรขู้ องเคร่อื งมือ (Machine
Learning) เพอ่ื การพิจารณาประกอบการจดั ทำแผนธรุ กิจในตลอดการประยกุ ต์ใช้ ดังนั้นผจู้ ัดทำและ
ผู้นำแผนไปใชจ้ ึงควรตระหนักและติดตามการปรับเปล่ยี นเพ่อื การวางแผน การตัดสินใจ ตลอดจนการ
ติดตามประเมินผลอยา่ งเหมาะสมและเกิดประสิทธภิ าพในทส่ี ุด
แบบฝึกหัดที่ 1

1. ขอให้วิเคราะห์ ผลการดำเนินงานของกจิ การSMEs หรอื วสิ าหกิจชมุ ชนดา้ นเกษตรแปร
รูปประเภทอาหารมาสกั 1 ชนดิ

2. ขอใหเ้ ขยี นแผนธรุ กิจของกจิ การSMEs หรอื วิสาหกิจชุมชนดา้ นเกษตรแปรรูปประเภท
อาหารมาสัก 1 กจิ การ

60-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

บทที่ 6
ผลการศกึ ษาวิจยั ดา้ นนวัตกรรมการตลาดและความสามารถในการแขง่ ขนั

ของการรวมกลุ่มวสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม

รองศาสตราจารย์ ดร. วฒุ ิชาติ สุนทรสมัย

ดร. วรี ะ ศลิ ปะรตั นาภรณ์

ดร. พชั ร พิลกึ

ดร. วีระสิทธิ์ ปิติเจริญพร

บทนีจ้ ะนำเสนอผลการวจิ ัยเรอ่ื ง การยกระดบั นวตั กรรมการตลาดและความสามารถในการ
แข่งขันของการรวมกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภท
อาหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมการตลาด ศักยภาพการตลาด
ความสามารถในการแข่งขันและผลการดำเนินงานด้วยพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิสาห กิจขนาด
กลางและขนาดย่อม

การศึกษานี้ใช้การวิจัยแบบผสมผสานระหว่างเชิงปริมาณและคุณภาพ ( Mixed or
Qualitative and Quantitative Research Methods) ในรูปแบบการวิจัยแบบขั้นตอนเชิงสำรวจ
(Exploratory Sequential Design) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ศักยภาพด้านนวัตกรรม
การตลาดและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้าน
ผลติ ภัณฑเ์ กษตรแปรรูปประเภทอาหารดว้ ยเทคโนโลยีดิจทิ ลั 2) การบรู ณาการและสรา้ งแนวความคิด
ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาควิชาการ ให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงจัง เพ่ือ
ผลักดันให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนสาขาผลิตภัณฑ์เกษตรแปร
รูปประเภทอาหาร ของจังหวัดชลบุรีให้มีความเข้มแข็ง รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้
สูงขึ้น 3) ความพร้อมและพัฒนาทุนมนุษย์ในแง่การเพิ่มเสริม (Upskills) และสร้างทักษะด้าน
เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology New skills) ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้สามารถทำหน้าที่ให้
เป็นผู้นำของกิจการ SMEs ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารของจังหวัดภาคตะวันออกให้
ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 4) การส่งเสริมให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป
ประเภทอาหารของจังหวัดชลบุรีให้มีโอกาสในการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจในประเทศ และ 5) ผลการ
รวบรวมและปรับปรุงฐานข้อมูล SMEs และวิสาหกิจชุมชนสาขาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภท

61-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

อาหารของจังหวัดชลบุรีให้ทันสมัยและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังผล
การศกึ ษาตอ่ ไปน้ี

1. ผลการวิจยั

ผลการวิจยั สรปุ ได้ดงั น้ี
1. วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดา้ นผลติ ภัณฑเ์ กษตรแปรรปู ประเภทอาหารซึ่งเปน็
กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ประกอบกิจการในรูปแบบของกิจการแบบเจ้าของคนเดียว ร้อยละ 77.01
รองลงมาคือ รูปแบบของกิจการแบบวิสาหกิจชุมชน ร้อยละ 18.01 มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 10 คน
ร้อยละ 83.66 รองลงมาคือ จำนวนพนักงานระหว่าง 11-20 คน ร้อยละ 11.36 มีระยะเวลาในการ
ดำเนินกิจการต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 51.52 รองลงมาคือ มีระยะเวลาในการดำเนินกิจการระหว่าง 5-9
ปี ร้อยละ 33.24 มีช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ ร้อยละ 80.06 และมีช่องทางการทำการตลาด
เฉพาะชอ่ งทางออฟไลน์ ร้อยละ 19.94
2. ผลการประเมินศักยภาพด้านนวัตกรรมการตลาดและความสามารถในการแข่งขัน
ของผปู้ ระกอบการวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ มด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ด้วยเทคโนโลยดี จิ ทิ ัล พบวา่
2.1 ศักยภาพทางการตลาด พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.69, S.D. = .69) เม่ือ
พิจารณาเป็นรายตัวแปร พบว่า ด้านลูกค้า มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.77, S.D. = .77) รองลงมา
ได้แก่ ด้านการแข่งขัน ( X = 3.68, S.D. = .78) และด้านการจัดการภายในมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ( X =
3.60, S.D. = .73) ตามลำดับ
เม่อื วเิ คราะห์ขอ้ มูลรายละเอียดเป็นรายด้าน สามารถสรปุ ได้ดังน้ี
2.1.1 ด้านลูกค้า พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.77, S.D. = .77) เมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อ พบว่า กิจการมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความตอ้ งการดา้ นคุณภาพของลกู ค้าได้เปน็
อย่างดี มีค่าเฉล่ยี สงู ทส่ี ดุ ( X = 3.98, S.D. = .82) รองลงมา ได้แก่ ข้อคำถามทีว่ า่ กิจการกำหนดราคา
ผลติ ภัณฑ์/บริการได้สอดคล้องกับระดับรายได้กลุม่ เปา้ หมาย ( X = 3.86, S.D. = .85) และตราสินค้า
ของกิจการมีเอกลกั ษณท์ ่โี ดดเด่น มีค่าเฉล่ียตำ่ ทีส่ ุด ( X = 3.58, S.D. = 1.04) ตามลำดับ
2.1.2 ด้านการจัดการภายใน พบว่า ภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก ( X = 3.60, S.D. = .73) เมอื่
พิจารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ กิจการมีการบริการจัดการท่ดี ี และกจิ การมคี วามมัน่ คงมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (
X = 3.86, S.D. = .84) รองลงมา ได้แก่ กิจการมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก ( X = 3.64, S.D. = .93)
และพนักงานของกิจการมีทักษะ ความรู้ทางด้านการตลาด อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (
X = 3.36, S.D. = .93) ตามลำดับ
2.1.3 ด้านการแข่งขัน พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.68, S.D. = .78) เมื่อ
พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กิจการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องมีค่าเฉลีย่ สูงท่ีสุด ( X = 3.87,
S.D. = .95) รองลงมา ได้แก่ กิจการมีความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง ( X = 3.81, S.D. =

62-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

.78 และกิจการมีการจดั การต้นทนุ ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการที่มีราคาต่ำกว่าทอ้ งตลาด มีคา่ เฉล่ียต่ำที่สุด (
X = 3.52, S.D. = .93) ตามลำดบั

2.2 กลยุทธ์การตลาดของกิจการ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.42, S.D. = .75)
เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวแปร พบว่า ด้านลักษณะทางกายภาพ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.64, S.D. =
.71) รองลงมา ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ( X = 3.60, S.D. = .76) และด้านการส่งเสริมการตลาด อยู่ใน
ระดบั ปานกลาง มีคา่ เฉลีย่ ต่ำท่สี ดุ ( X = 3.17, S.D. = .97) ตามลำดบั

เมอ่ื วิเคราะห์ข้อมลู รายละเอียดเปน็ รายดา้ น สามารถสรปุ ได้ดงั น้ี
2.2.1 ด้านผลิตภัณฑ์ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.60, S.D. = .76) เม่ือ
พิจารณาเป็นรายขอ้ พบวา่ มกี ารใชบ้ รรจภุ ณั ฑ์ท่สี ะอาดและปลอดภัย อยู่ในระดบั มากที่สดุ มีค่าเฉลี่ย
สูงที่สุด ( X = 4.24, S.D. = .77) รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์และบริการของท่านใช้วัตถุดิบและมี
ส่วนผสมที่มีคุณภาพแตกต่างจากคู่แข่งขัน อยู่ในระดับมาก ( X = 3.79, S.D. = .86) และกิจการมี
การใช้แอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบ็ เล็ต (Tablet) ให้ลูกค้าสามารถเลือก
ดูและสั่งซื้อสินค้าได้ด้วยตัวเองอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ( X = 3.14, S.D. = 1.27)
ตามลำดับ
2.2.2 ดา้ นราคา พบวา่ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.59, S.D. = .80) เม่ือพจิ ารณาเป็น
รายข้อ พบว่า กิจการของท่านมีการระบุและแสดงราคาให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (
X = 3.91, S.D. = .91) รองลงมาคือ ราคาผลิตภัณฑแ์ ละบริการของทา่ นคุ้มค่าเหมาะสมกับคณุ ภาพ
ที่ลูกค้าได้รับ ( X = 3.87, S.D. = .91) และกิจการของท่านมีการให้ส่วนลดจากการตั้งราคาขายแบบ
แพ็คเกจ ได้แก่ ส่วนลดเมื่อซื้ออาหารตามปริมาณที่กำหนด อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (
X = 3.36, S.D. = 1.11) ตามลำดับ
2.2.3ด้านการจัดจำหน่าย พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( X = 3.27, S.D. = .98)
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีหน้าร้านตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางมาใช้ซื้อสินค้าของ
ลูกค้า อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.62, S.D. = .97) รองลงมาคือ กิจการของท่านมี
ระบบการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ( X = 3.41, S.D. = 1.18) และ
กิจการของท่านมีบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ แกร็บ (Grab) ไลน์แมน
(Line-man) ฟู้ดแพนด้า (Food panda) โรบินฮู้ด (Robinhood) และบริการส่งของในท้องถิ่นของ
ท่าน อย่ใู นระดบั ปานกลาง มคี า่ เฉลยี่ น้อยท่สี ุด ( X = 2.73, S.D. = 1.36) ตามลำดับ
2.2.4 ดา้ นการส่งเสรมิ การตลาด พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( X = 3.17, S.D. =
.97) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กิจการของท่านมีการเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานส่งเสริมการ
ขายของภาครัฐ อยูใ่ นระดับมาก มคี า่ เฉลยี่ สงู ที่สดุ ( X = 3.62, S.D. = 1.19) รองลงมาคือกิจการของ
ท่านมีการโฆษณา จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้แก่ เว็บไซต์ หรือแอป
พลเิ คชัน ( X = 3.41, S.D. = 1.10) และมกี ารส่งเสรมิ การตลาดรว่ มกบั สถาบนั การเงินในรูปแบบการ
ตัดเงินจากบัตรเครดติ อย่ใู นระดบั ปานกลาง มีค่าเฉลีย่ นอ้ ยที่สดุ ( X = 2.77, S.D. = 1.30) ตามลำดับ

63-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

2.2.5 ด้านบุคลากร พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( X = 3.27, S.D. = .92) เม่ือ
พิจารณาเป็นรายขอ้ พบวา่ พนักงานของกิจการมที ัศนคตทิ ่ีดตี ่อเทคโนโลยกี ารตลาดดจิ ทิ ลั อยู่ในระดับ
มาก มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.42, S.D. = .95) รองลงมาคือพนักงานของกิจการมีความสามารถใน
การให้บริการ สื่อสาร ให้คำแนะนำ รวมถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆ แก่ลูกค้าได้ด้วยเทคโนโลยีการตลาด
ดจิ ิทลั ( X = 3.26, S.D. = .97) และพนกั งานของกิจการมีความรคู้ วามสามารถในการให้บริการลูกค้า
ด้วยเทคโนโลยีการตลาดดิจิทัล อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ( X = 3.19, S.D. = 1.09)
ตามลำดับ

2.2.6 ด้านลักษณะทางกายภาพ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.64, S.D. = .71)
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การแต่งกายของพนักงานที่ให้บริการมีความสะอาด เรียบร้อย มี
ค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.98, S.D. = .82) รองลงมาคือกิจการของท่านมีการสร้างภาพลักษณ์ และ
ความคิดเห็นด้านบริการที่ดูทันสมัย สะดวก และรวดเร็ว ( X = 3.62, S.D. = .86) และกิจการของ
ทา่ นมกี ารนำเทคโนโลยีเข้ามาออกแบบ กระบวนการให้บรกิ ารตา่ ง ๆ ให้ทันสมัย มีคา่ เฉลยี่ นอ้ ยท่สี ดุ (
X = 3.47, S.D. = .92) ตามลำดับ

2.2.7 ดา้ นกระบวนการใหบ้ ริการ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.41, S.D. = .85)
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กิจการของท่านมีกระบวนการส่งมอบการสินค้าได้อย่างถูกต้องและ
รวดเร็วมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.64, S.D. = .89) รองลงมาคือกิจการของท่านมีกระบวนการ
ให้บริการที่เชื่อมโยงและประสานกันทั้งกระบวนการเพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ตั้งแต่ ระบบ
การผลิต การสั่งซ้ือ การส่งมอบสินค้า รวมถึงบรกิ ารหลังการขายที่ถูกตอ้ ง รวดเร็ว และเชื่อถอื ได้ ( X
= 3.52, S.D. = .97) และมกี ระบวนการในการสั่งซือ้ ผา่ นแอพพลเิ คชั่นหรอื อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ที่ใช้
งานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ( X = 3.14, S.D. = 1.06)
ตามลำดบั

2.3 พฤตกิ รรมเชิงนวัตกรรมการตลาด พบว่า ภาพรวมอยใู่ นระดับมาก ( X = 3.86, S.D. =
.70) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวแปร พบว่า ด้านการส่งเสริมแนวคิดใหม่เพื่อนำไปใช้ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (
X = 3.87, S.D. = .70) รองลงมา ไดแ้ ก่ ดา้ นการนำเสนอแนวคิดใหม่ไปประยกุ ต์ใช้ ( X = 3.86, S.D.
= .73) และด้านการรเิ ริ่มแนวคิดใหม่ มีค่าเฉลี่ยนอ้ ยท่สี ดุ ( X = 3.84, S.D. = .77) ตามลำดบั

เม่ือวเิ คราะหข์ อ้ มูลรายละเอยี ดเปน็ รายดา้ น สามารถสรุปได้ดังนี้
2.3.1 ด้านการริเริ่มแนวคิดใหม่ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.84, S.D. = .77)
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การตั้งเป้าหมายของกิจการด้วยการพัฒนาวิธีการดำเนินงาน
กระบวนการ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 4.01,
S.D. = .84) รองลงมาคอื กจิ การควรทจ่ี ะมองหาวธิ กี าร เทคนิค รูปแบบการดำเนนิ งานและผลิตภณั ฑ์
ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ( X = 3.98, S.D. = .88) และมักปรับใช้วิธีการและเทคนิคในการดำเนินงาน
ใหม่ ๆ กบั กิจการของทา่ นมีค่าเฉล่ยี น้อยที่สุด ( X = 3.70, S.D. = .87) ตามลำดบั

64-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

2.3.2 ด้านการส่งเสริมแนวคิดใหม่เพื่อนำไปใช้ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X =
3.87, S.D. = .70) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ท่านยอมรับว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใหม่
ๆ ส่งผลให้กิจการสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X =
4.01, S.D. = .79) รองลงมาคือ ท่านยกย่องและสนับสนุนการดำเนินงานที่ทำให้เกิดพัฒนาผลิตภัณฑ์
หรือสินค้าตวั อย่างใหม่ ๆ อยา่ งต่อเนอื่ ง ( X = 3.95, S.D. = .79) และทา่ นเป็นผูร้ บั ผิดชอบต่อผลของ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการจากเทคโนโลยีใหม่ มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ( X = 3.72, S.D. = .96)
ตามลำดบั

2.3.3 ด้านการนำเสนอแนวคิดใหม่ไปประยุกต์ใช้ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X =
3.86, S.D. = .73) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กิจการของท่านสามารถนำแนวคิดใหม่ไป
ประยุกต์ใช้ได้ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำงานเป็นทีม มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.94, S.D. = .73)
รองลงมาการสรา้ งเครือข่ายกจิ การของทา่ นช่วยสร้างโอกาสในการนำแนวคิดใหม่ไปประยกุ ตใ์ ช้ ( X =
3.92, S.D. = .71) และกิจการของท่านเรียนรู้และใช้วิธีการเลียนแบบกิจการอื่น ๆ ที่ประสบ
ความสำเร็จ มคี า่ เฉลีย่ นอ้ ยทสี่ ดุ ( X = 3.70, S.D. = .88) ตามลำดบั

2.4 ความสามารถในการแข่งขัน พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.97, S.D. = .61)
เมอื่ พจิ ารณาเป็นรายตวั แปร พบวา่ ดา้ นปจั จยั ภายนอก อย่ใู นระดับมากท่สี ดุ มีคา่ เฉล่ียสูงท่ีสุด ( X =
4.27, S.D. = .71) รองลงมา ได้แก่ ด้านเงื่อนไขด้านอุปสงค์ ( X = 4.01, S.D. = .71) และด้าน
หน่วยงานภาครัฐและการเปิดระเบียงเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) มีค่าเฉลีย่ น้อยทีส่ ุด ( X = 3.77,
S.D. = .91) ตามลำดับ

เมือ่ วเิ คราะห์ข้อมูลรายละเอียดเป็นรายดา้ น สามารถสรุปไดด้ งั น้ี
2.4.1 ด้านหน่วยงานภาครัฐและการเปิดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พบว่า
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.84, S.D. = .77) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การสนับสนุน
กิจการ SMEs ของภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเครือข่าย
SMEs มีค่าเฉลี่ยสูงที่สดุ ( X = 3.85, S.D. = .97) รองลงมาคือ กิจการควรทีจ่ ะมองหาวิธีการ เทคนคิ
รูปแบบการดำเนินงานและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ( X = 3.84, S.D. = .89) และเชื่อว่าการ
เปิดระเบียงเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) จะชว่ ยพัฒนาความสามารถการแข่งขันของกิจการได้ ( X
= 3.70, S.D. = 1.03) และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของจังหวัดสง่ ผลตอ่ ความสามารถทางการแขง่ ขนั
ของกจิ การมีค่าเฉลย่ี น้อยทสี่ ุด ( X = 3.70, S.D. = 1.00) ตามลำดับ
2.4.2 ด้านบริบทของการแข่งขันและกลยุทธ์ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.91,
S.D. = .78) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ ๆ ที่ทันสมัยส่งผล
ต่อความสามารถทางการแข่งขันของกิจการมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.94, S.D. = .89) รองลงมาคือ
บริบทของการแข่งขันส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของกิจการ( X = 3.93, S.D. = .84) และ
เชื่อว่าภาพลักษณ์ของกิจการส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของกิจการ ( X = 3.88, S.D. =

65-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

.85) และเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารงานส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของ
กจิ การมคี า่ เฉลี่ยนอ้ ยที่สดุ ( X = 3.88, S.D. = .83) ตามลำดบั

2.4.3 ด้านปัจจัยภายนอก พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.27, S.D. = .71
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ปัญหาราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อความสามารถทางการ
แข่งขันของกิจการมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 4.40, S.D. = .84) รองลงมาคือ การเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยีส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของกิจการ ( X = 4.35, S.D. = .87) และภัย
ธรรมชาติและโรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของกิจการอยู่ใน
ระดับมาก มีคา่ เฉล่ียนอ้ ยทีส่ ดุ ( X = 4.11, S.D. = .85) ตามลำดบั

2.4.4 ด้านเงื่อนไขด้านอุปสงค์ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.01, S.D. = .71
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ความต้องการสินค้าและบริการใหม่ ๆ ของลูกค้าส่งผลต่อ
ความสามารถทางการแข่งขันของกิจการมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 4.06, S.D. = .79) รองลงมาคือ
ความต้องการของลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของกิจการ ( X
= 4.03, S.D. = .83) และการเปลี่ยนแปลงของปริมาณลูกค้าหรือประชากรจะส่งผลต่อความสามารถ
ทางการแข่งขนั ของกจิ การมีค่าเฉล่ียน้อยทีส่ ุด ( X = 3.97, S.D. = .81) ตามลำดับ

2.4.5 ด้านปัจจัยการผลิต พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.93, S.D. = .71 เมื่อ
พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า คุณภาพและทักษะของแรงงานและบุคลากรในกิจการสามารถเพ่ิม
ความสามารถทางการแข่งขันของกิจการมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 3.99, S.D. = .80) รองลงมาการ
แลกเปล่ียนความรู้ และข่าวสารระหว่างสมาชิกเครือขา่ ยส่งผลต่อการเพ่ิมความสามารถในการแขง่ ขนั
ของผู้ประกอบการ ( X = 3.97, S.D. = .79) และความหลากหลายของประเภทและวิธีการขนส่งและ
โลจิสติกส์สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันต่อกิจการของท่านมีค่าเฉลี่ยนอ้ ยที่สุด ( X = 3.81,
S.D. = .85) ตามลำดบั

2.5 ประสิทธิภาพทางการตลาดดิจทิ ัล พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.00, S.D. =
.69) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวแปร พบว่า ด้านยอดขา มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( X = 4.06, S.D. = .77)
รองลงมา ได้แก่ ด้านการพฒั นาการเรียนรู้ของพนกั งาน( X = 4.00, S.D. = .77) และดา้ นเทคโนโลยี (
X = 4.00, S.D. = .92) โดยดา้ นลกู คา้ มคี า่ เฉลย่ี นอ้ ยทีส่ ุด ( X = 3.95, S.D. = .84) ตามลำดับ

เมอื่ วิเคราะหข์ อ้ มลู รายละเอียดเป็นรายดา้ น สามารถสรปุ ได้ดงั น้ี
2.5.1 ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ของพนักงาน พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.00,
S.D. = .77) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า จากการประเมินของท่าน ท่านและพนักงานในกิจการมี
นำความรู้เพื่อร่วมกันพฒั นาการตลาดออนไลน์ไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรมหรือสิ่งใหมม่ ีค่าเฉลี่ย ( X
= 4.04, S.D. = .77) สูงกว่า จากการประเมินของท่าน ท่านและพนักงานในกิจการมีการเรียนรู้
กระบวนการทำงานและพัฒนานวัตกรรมหรือสิ่งใหม่ ๆ จากการใช้การตลาดออนไลน์ ( X = 3.97,
S.D. = .78)

66-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

2.5.2 ดา้ นยอดขาย พบวา่ ภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก ( X = 4.06, S.D. = .77) เมอื่ พิจารณา
เป็นรายข้อ พบว่า จากการประเมินของท่านเห็นว่ากิจการมียอดขายผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ
เพิ่มขึ้นจากการใช้การตลาดออนไลน์มีค่าเฉลี่ย ( X = 4.09, S.D. = .70) สูงกว่า จากการประเมินของ
ท่านกิจการของท่านได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น จากการใช้การตลาดออนไลน์ ( X =
4.03, S.D. = .77)

2.5.3 ด้านลูกค้า พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.95, S.D. = .84) เมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อ พบว่า จากการประเมินของท่านลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าและบริการซ้ำและจงรักภักดีต่อ
สินค้าและบริการของท่าน จากการใช้การตลาดออนไลน์มีค่าเฉลี่ย ( X = 3.97, S.D. = .84) สูงกว่า
จากการประเมินของท่าน ลูกค้ามีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อใช้
การตลาดออนไลน์ ( X = 3.93, S.D. = .88)

2.5.4 ด้านเทคโนโลยี พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.00, S.D. = .92) เม่ือ
พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า จากการประเมินของท่าน กิจการของท่านมีความสามารถในการหา
ช่องทางการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้นมีค่าเฉลี่ย ( X = 4.05, S.D. = .84) สูง
กว่า จากการประเมินของท่าน ท่านและพนักงานในกิจการมีวิธีการในการพัฒนานวัตกรรมหรือ
ผลิตภัณฑ์ใหม่จากเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ จากการทำการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่อง (
X = 3.95, S.D. = .92)

3. การบูรณาการและสร้างแนวความคิดร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาควิชาการ ให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อผลักดันให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนสาขาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร ของจังหวัดชลบุรี
ให้มคี วามเข้มแขง็ ผลการสัมภาษณ์พบว่า

ภาครฐั ต้องให้การส่งเสริม สนบั สนนุ และใหค้ วามรว่ มมือกบั ภาคเอกชนในการร่วมกันแก้ไข
ปัญหาต่างๆ เนื่องจากภาคเอกชนจะมีความรู้ความเข้าใจในแง่ของการบริหารธุรกิจ เศรษฐกิจ และ
ความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของ
ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องมีการสร้างกระบวนการปฏิบัติงาน การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ
ร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs
เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ หาตลาดใหม่ท่ี
เหมาะสม เช่น ออนไลน์ ฝึกฝนแรงงานมีฝีมือส่งต่อผู้ประกอบการ มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา
ให้บริการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนยัง
ปรากฏอุปสรรคต่าง ๆ ใหเ้ ห็นอยู่มากมาย โดยเฉพาะอปุ สรรคจากกฎระเบยี บของภาครัฐ อาทิ การขอ
ใบอนุญาต หรือการขอการรับรองต่าง ๆ มีขั้นตอนมากใชร้ ะยะเวลานาน หรือมีค่าใช้จา่ ยสูงเกนิ ไป ซ่ึง
มีความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเร่งแก้ไขปรับปรุงเรื่องดังกล่าว โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริการ
SMEs แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สำหรับให้ข้อมูลและคำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือให้ตรงกับ
สาเหตุของปัญหา อันจะเป็นการสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมีความง่ายและเป็นประโยชน์ต่อ

67-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้สามารถดำเนินการแข่งขันได้ สำหรับผู้ประกอบการเองก็ต้องยอมรับ
การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงความคิดในการยอมรับสิ่งใหม่ๆ ต้องปรับทัศนคติตนเองให้มีความพร้อมใน
การปรับเปลี่ยนธุรกิจ รวมทั้งต้องมีทั้งองค์ความรู้หรือมีความพร้อมในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีท่ี
ทันสมัยสำหรับการดำเนินธุรกิจของตนเองให้มากยิ่งขึ้นหรือให้เท่าทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างรวดเรว็ ในปจั จุบนั

4. ความพร้อมและพัฒนาทุนมนุษย์ในแง่การเพิ่มเสริม (Upskills) และสร้างทักษะดา้ น
เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology New skills) ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้สามารถทำ
หน้าที่ให้เป็นผู้นำของกิจการ SMEs ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารของจังหวัดภาค
ตะวันออกให้ตอ่ เนือ่ งและมปี ระสทิ ธภิ าพ ผลการสมั ภาษณ์พบว่า

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้สื่อสังคมออนไลน์
เช่น Facebook Line ในระดับปานกลาง มีความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจ เช่น การวางแผน
เพื่อสร้างผลกำไรทางธุรกิจผ่านสื่อออนไลน์ การจัดทำ โฆษณาและการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพ่ือ
ส่งเสริมการขายสินค้าอยู่ในระดับน้อย ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่ก็ยังคงมีทัศนคติในการ
ดำเนินธุรกิจเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติกันมา ในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ผู้ประกอบการต้องปรับ
ทัศนคติตนเองเสียใหม่ให้มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ ต้องมีการจัดการความรู้โดยสร้าง
ช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกภายในกลุ่ม (Knowledge Management) การเพิ่ม
ทักษะที่จำเป็น เช่น เทคโนโลยี ภาษา การปรับตัว การตัดสินใจ เป็นต้น (Skills) สามารถที่จะเรียนรู้
และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ (Technology) และสามารถพัฒนานวัตกรรมองค์ความรู้โดยจัดเก็บ
ข้อมูลหรือประสบการณ์ (Innovation) ซึ่งในประเด็นนี้จากการสัมภาษณ์พบว่า มีผู้ประกอบการเพียง
ส่วนน้อยเท่านั้นที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถที่จะพัฒนานวัตกรรมสินค้าของตนเองได้อย่างเต็ม
ศักยภาพ

สำหรับความต้องการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในการประกอบธุรกิจ
ผู้ประกอบการต้องการนำมาเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า เพิ่มลูกค้า เพิ่มยอดขาย ช่วยด้านการ
ส่งเสริมการตลาด การจัดจำหน่าย รวมทั้งสามารถฝากข้อความผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้ผู้ประกอบการ
ติดต่อกลับผู้ที่ให้ความสนใจสินค้าหรือบริการได้ตลอดเวลา โดยรูปแบบที่ต้องการคือ การใช้ Social
media เช่น Facebook Line และรูปแบบเว็บสื่อกลางการค้าขาย (E-market place) ที่สามารถใช้
งานบนสมาร์ทโฟนได้ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนมาก เพราะมีอยู่แล้ว สามารถนำมาใช้ได้ทันที โดยการ
สื่อสารด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจทิ ลั ตอ้ งมกี ารส่อื สารทีม่ คี วามชัดเจน เพอื่ ตอกย้ำข้อความต่างๆ
ไปยังกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ดังนั้นควรมีการจัดอบรมเสริมศักยภาพทักษะการนำเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมดิจิทัล ให้คำแนะนำปรึกษาช่วยให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนสามารถนำความรู้ความ
เข้าใจที่มีไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ทำให้การจำหน่ายสินค้าของชุมชนสู่ตลาดภายนอกมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถนำสินค้าออกมาจำหน่ายแข่งขันกับท้องตลาด สร้างเงิน สร้างอาชีพ

68-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

รวมถึงสร้างความเท่าเทียมกันในการแข่งขันได้มากขึ้น ดังแสดงความสัมพันธ์ในรูปแบบโมเดลสมการ
เชิงเส้นไดต้ ามภาพท่ี 6-1

ภาพที่ 6-1 โมเดลการยกระดบั นวตั กรรมการตลาดและความสามารถในการแข่งขันของการรวมกลมุ่
วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อมด้านผลติ ภณั ฑเ์ กษตรแปรรปู ประเภทอาหารด้วยเทคโนโลยีดิจทิ ัล

ทม่ี า : วฒุ ชิ าติ สุนทรสมยั และคณะ, 2565
จากภาพที่ 6-1 แสดงว่า ศักยภาพทางการตลาดและพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด มี
อิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัล ส่วนศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์
การตลาดดิจิทัล และความสามารถในการแข่งขันมีอิทธิพลทางอ้อมต่อประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัล
ผา่ นพฤติกรรมเชงิ นวตั กรรมการตลาด
เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) พบว่า ศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์
การตลาด และความสามารถในการแข่งขัน ร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมเชิง
นวัตกรรมการตลาด ได้รอ้ ยละ 89 และร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของประสทิ ธิภาพทางการตลาด
ดจิ ทิ ัล ทั้งทางตรงและทางออ้ มผา่ นพฤตกิ รรมเชิงนวตั กรรมการตลาด ไดร้ อ้ ยละ 18

69-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

5. การส่งเสริมให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ของจงั หวดั ชลบรุ ใี ห้มีโอกาสในการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจในประเทศ พบว่า

หากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนมีการรวมกลุ่มกันและร่วมกั น
ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทลั ด้านการตลาด ส่งผลให้ศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์การตลาด
ดิจิทัล พฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด ความสามารถทางการแข่งขัน และประสิทธิภาพทางการ
ตลาดดิจิทัลของกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป
ประเภทอาหาร อยู่ในระดับมาก โดยประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลสูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ ด้าน
ความสามารถในการแข่งขัน และด้านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด สำหรับ โมเดลการ
วัดปัจจัยต่าง ๆ ในโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลของวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อมด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร ตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิง
ประจักษ์มีความสอดคล้องกลมกลืนกันในระดับดี โดยที่ศักยภาพทางการตลาดและพฤติกรรมเชิง
นวัตกรรมการตลาดเป็นปัจจัยสาเหตุที่ส่งผลทางตรงเชิงบวกต่อประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัล
และศกั ยภาพทางการตลาด กลยทุ ธก์ ารตลาดดิจิทัล และความสามารถในการแขง่ ขันเป็นปจั จัยสาเหตุ
ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลโดยต้องอาศัยพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาดของ
ผปู้ ระกอบการวสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ มและวสิ าหกจิ ชุมชน

ผลการศึกษานส้ี อดคล้องกับผลการสมั ภาษณ์ โดยพบว่าการส่งเสรมิ ให้ SMEs และวสิ าหกิจ
ชุมชนผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารของจังหวัดชลบุรีให้มีโอกาสในการสร้างเครือข่าย
วิสาหกิจในประเทศ การขยายฐานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนให้เพิ่มมากขึ้น โดยการเชื่อมโยงเครือข่าย
วิสาหกิจชุมชนกับวิสาหกิจชุมชนประเภทเดียวกัน การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้กับสถาบันการศึกษา
เอกชนและภาครัฐ เป็นการสร้างความร่วมมือเป็นการสร้างกระบวนการในการดำเนินงานที่มี
ประสิทธิภาพ ควบคู่กับการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความ
ร่วมมือในด้านการค้าและการลงทุน ด้านการผลิต การตลาด เทคโนโลยี ตลอดทั้งแรงงานร่วมกัน
รวมถึงการสร้างอำนาจในการเจรจาต่อรองทางการค้าร่วมกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสร้างเสริม
ความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน การบริหารงานภายในกลุ่มวิสาหกิจ
ชุมชนเป็นการบริหารในรูปคณะกรรมการ โดยการบริหารกลุ่มให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของ
คณะกรรมการและสมาชิกทุกคน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ สำรวจสภาพปัญหาและ
ความต้องการของชุมชน การร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ การมีส่วน
ร่วมในการรับผลประโยชน์ตอบแทนตามศักยภาพและการทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับกลุ่ม การ
ดำเนินงานภายในกลุ่ม คือ การพูดคุย ปรึกษาหารือ การแนะนำ การประนีประนอม และให้โอกาส
สมาชิกได้ปรับตัวแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยสมาชิกภายในชุมชน
เป็นเจ้าของร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกัน รวมถึงมีการรักษาองค์ความรู้ภายในชุมชนและถ่ายทอดไปสู่
สมาชิกกลุ่มภายในวิสาหกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ใช้
วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถ่ินภายในชุมชนเพือ่ ลดต้นทุนในการผลติ รวมถึงการนำแรงงานสมาชิกภายใน

70-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ชุมชนมาร่วมกันผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการมีส่วนร่วมและการสร้างงานให้แก่คนในชุมชน
สมาชิกเป็นคนในชุมชนหรือครอบครัวเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ จึงมีการพึ่งพาอาศัยกันในหลายรูปแบบ
สมาชิกที่มีความรู้ในการผลิตจะถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกคนอื่นหรือลูกหลานตนให้สานต่อความรู้
เดิมที่มีในชุมชน สมาชิกคนที่ไม่มีความถนัดทางด้านการผลิตก็จะนำสรรหาวัตถุดิบในชุมชนหรือพื้นท่ี
ตนเองเข้ามาขายให้กับกลุ่มเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตลงมีเงินหมุนเวียนเกิดการจา้ งงานภายในชมุ ชน
มีการพฒั นาคุณภาพชีวิตและรายได้ของคนในชุมชน มีการสนับสนุนทักษะและพัฒนาศักยภาพในการ
ผลติ และการสรา้ งรายไดใ้ นชมุ ชน สรา้ งชุมชนเข้มแขง็ และลดปริมาณการใชว้ ัตถดุ บิ ในการผลิตลงเพ่อื
สง่ เสริมการรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติ

สำหรับด้านการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเพื่อขยายกำลังการผลิตและ
ขยายโอกาสต่าง ๆ เช่น การแลกเปลี่ยนสินค้า ซื้อสินค้าระหว่างกันเพื่อนำไปขาย และแลกเปลี่ยนกนั
ในเรื่องขององค์ความรู้และเทคโนโลยียังมีค่อนข้างน้อย ยกเว้นผู้ประกอบการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจ
หลายรายจะทำให้มีช่องทางการจดั จำหน่ายหลายช่องทาง ส่งผลให้มียอดขายมากสามารถมีเงินทุนใน
การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐนั้น พบว่า
บางวิสาหกจิ ชมุ ชนไดร้ ับการสนับสนนุ ด้านการขายสินค้าในงานจดั แสดงสนิ ค้าท่ัวไป

5.ผลการรวบรวมและปรับปรุงฐานข้อมูล SMEs และวิสาหกิจชุมชนสาขาผลิตภัณฑ์เกษตร
แปรรูปประเภทอาหารของจังหวัดชลบุรีให้ทันสมัยและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ จำนวน 50 ราย โดยทำการวิเคราะห์
แผนภาพการจัดการธุรกิจด้วย Business Model Canvas (BMC) เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการ
ยกระดับนวัตกรรมการตลาดและความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อมด้านผลิตภณั ฑ์เกษตรแปรรปู ประเภทอาหารด้วยเทคโนโลยีดจิ ิทลั ตอ่ ไป

2. อภปิ รายผลการวิจัย

การยกระดับนวัตกรรมการตลาดและความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มวิสาหกิจขนาด
กลางและขนาดย่อมด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผู้ประกอบการ
จำเป็นตอ้ งพัฒนาในประเด็นต่างๆ ดงั นี้

1. ศักยภาพด้านนวัตกรรมการตลาดและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
จากผลการวิเคราะหส์ ามารถนำมาใช้เพ่ืออภิปรายโมเดลความสัมพนั ธ์เชงิ สาเหตขุ องประสิทธิภาพทาง
การตลาดดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ดังน้ี

ประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลของกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารอยู่ในระดับมาก สอดคล้องกับอมรินทร์ คนเจน และวุฒิ
ชาติ สุนทรสมัย (2560) ศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความสามารถในการแข่งขันของ

71-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

ผู้ประกอบการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยมีการแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิต
แต่ไม่พบว่ามีการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมทางการตลาด ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับพฤติกรรมเชิง
นวัตกรรมการตลาดและด้านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล สอดคล้องกับการศึกษาของโจนส์ (Jones,
1996, pp. 101-104) ที่พบว่า เมื่อศักยภาพทางการตลาดของกิจการขนาดย่อมเพิ่มขึ้นส่งผลต่อ
ผลตอบแทนจากการขาย และการเติบโตของยอดขายของกิจการ นอกจากนี้งานวิจัยของ Amofah,
Gyamfi และ Tutu (2016, pp. 102-112) ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ของส่วนประสมการตลาดและการ
ตัดสินใจซื้อซ้ำของลูกค้าพบว่า ผลิตภัณฑ์ ราคา การส่งเสริมการตลาด บุคลากร และลักษณะทาง
กายภาพมีผลต่อการตัดสินใจซื้อซ้ำ สนับสนุนโดย Zahra et al. (2017, pp. 93-107) ที่ศึกษาพบวา่
พฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผลการดำเนินงานทางธุรกิจและเกิดประสิทธิภาพ
ทางการตลาดเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน อีกทั้ง Haddad et al.(2019, pp. 12-29) ได้สำรวจกลยุทธ์ในการ
นำนวัตกรรมไปใช้พบว่าสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานและการ
จดั การด้านต่าง ๆ รวมถึงการตลาดและสง่ ผลต่อความอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและ
ขนาดยอ่ ม

การพัฒนาศักยภาพทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการอย่างเป็นระบบโดย
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ที่เรียกว่า การตลาดออนไลน์หรือการตลาดดิจิทัล เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้
ผู้ประกอบการสามารถสื่อสารที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้ความสะดวกสบาย ความ
ประทับใจและการมีส่วนรว่ ม สอดคลอ้ งกบั งานวิจัยของ Yotkaew (2021, pp.11-22) ทีก่ ลา่ ววา่ การ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ที่เรียกว่า การตลาดออนไลน์หรือการตลาดดิจิทัล ที่เป็นพัฒนากลยุทธ์
การตลาดโดยอาศัยเครื่องมือ วิธีการสื่อสารที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า รูปแบบความ
สะดวกสบาย ความประทับใจ และการมีส่วนร่วมโดยอาศัยเครือข่ายระบบออนไลน์ โดย
ผูป้ ระกอบการตอ้ งมีความรูแ้ ละความเข้าใจเกีย่ วกับลกู ค้า คแู่ ขง่ ขัน กำลังความสามารถของทรัพยากร
ภายในกิจการ สามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลในลักษณะส่วนประสมการตลาด ได้แก่
ผลิตภัณฑ์ ราคา การจัดจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด ลักษณะทางกายภาพ กระบวนการ และ
บุคลากร ที่ถูกต้องและเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขั้น มีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็น ด้านการจัดการ การตั้งวัตถุประสงค์ การ
กำหนดกลยุทธ์ และการทำงานเป็นทมี กอ่ นการนำเสนอผลติ ภัณฑ์ใหมท่ ำใหส้ ามารถสร้างความเข้าใจ
ร่วมกันรวมถึงระบุทิศทางที่ชัดเจนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและผลการดำเนินงานจาก
นวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กิจการมีผลการดำเนินงานสูงขึ้น ทั้งยอดขายและการ
เตบิ โตของกจิ การ ทำให้เกดิ ประสิทธภิ าพทางการตลาดดจิ ทิ ัล นัน่ เอง

2. การบูรณาการและสร้างแนวความคิดร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและ
ภาควิชาการ ให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อผลักดันให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

72-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

(SMEs) และวิสาหกิจชุมชนสาขาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร ของจังหวัดชลบุรีให้มีความ
เข้มแข็ง พบว่า มีการบูรณาการและสร้างแนวความคิดร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาควิชาการ เนื่องจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมเพ่ือ
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหา การพัฒนาขีดความสามารถ
ในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ซึ่งปัจจุบันมีจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs
เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเมื่อเกิดปัญหา
จะต้องมีการให้ความช่วยเหลือดูแลโดยมีการจัดตั้งศูนย์บริการ SMEs แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop
Service) สำหรับให้ข้อมูล และคำปรึกษาเพื่อให้ตรงกับสาเหตุของปัญหา แต่ภาครัฐควรแก้ไข
อุปสรรคจากกฎระเบียบของภาครัฐ อาทิ การขอใบอนุญาต หรือการขอการรับรองต่าง ๆ มีขั้นตอน
มากใช้ระยะเวลานาน หรือมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เป็นต้น อันจะเป็นการสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมี
ความง่ายและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้สามารถดำเนินการแข่งขันได้ สำหรับ
ตัวผู้ประกอบการเองกต็ อ้ งยอมรับการปรับปรุง เปลีย่ นแปลงความคดิ ในการยอมรบั ส่ิงใหมๆ่ เช่นกัน

3. ความพร้อมและพัฒนาทุนมนุษย์ในแง่การเพิ่มเสริม (Upskills) และสร้างทักษะด้าน
เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology New skills) ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้สามารถทำหน้าที่ให้
เป็นผู้นำของกิจการ SMEs ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารของจังหวัดภาคตะวันออกให้
ตอ่ เน่ืองและมีประสทิ ธิภาพ สามารถอภิปรายผลได้ดงั น้ี

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม ด้านผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร ตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์มี
ความสอดคล้องกลมกลืนกันในระดับดี ประกอบด้วย ศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล
พฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด และประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัล แสดงถึงว่า ศักยภาพทาง
การตลาด ทั้งด้านลูกค้าและการจัดการลูกค้า ด้านคู่แข่งขันและการจัดการการแข่งขัน และด้าน
ทรัพยากรหรือการจัดการองค์กร (Jaworski & Kohli, 1996, pp. 119-135) มีความสัมพันธ์กับ
ประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของนักวิชาการหลายท่านที่เสนอผล
การศึกษาที่สอดคล้องกัน (Narver & Slater, 1990, pp. 20-35; Ruekert, 1992, pp. 225-245;
Jaworski & Kohli, 1993, pp. 53-70; Pelham, 2000, pp. 48-67; Narver, Slater & MacLachlan,
2000, pp. 184-186)

โมเดลการศึกษานี้ ยืนยันด้วยผลการศึกษาเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดในยุคดิจิทัลซึ่งรูปแบบ
การบริโภคท่ีเปล่ียนแปลงไป ซึ่งรูปแบบโมเดลความสัมพันธเ์ ชงิ สาเหตุของประสิทธิภาพทางการตลาด
ดิจิทัลนี้ สนับสนุนผลการศึกษาของ Apirungruengsakul & Pasunon (2020, pp. 1-14) ที่พบว่า
การตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ควรที่จะตอบสนองผู้บริโภคแบบปรับเปลี่ยนตามความต้องการส่วน
บุคคล โดยนำเสนอโปรโมชั่นในหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะมีการติดต่อและเพิ่มความสะดวกใน

73-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

การซื้อผ่านโปรแกรมอัตโนมัติ รวมถึงการเลือกซื้อสินค้า การชำระเงิน และการจัดส่งสินค้า ส่วน
พฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัล มี
ความสอดคล้องกับงานศึกษาของ Zahra et al. (2017, pp. 93-107) ที่พบว่า การเรียนรู้ของ
ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรมักเกิดขึ้นผ่านพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของผู้นำที่มีบทบาทกระตุ้นให้เกิ ดการ
ทำงานเชิงรกุ และสามารถควบคุมผลลัพธ์ของงานได้ นอกจากน้ี Haddad et al. (2019, pp. 12-29)
พบว่า สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้น นวัตกรรมที่เป็นองค์ประกอบของกระบวนการที่
สำคัญ ได้แก่ ความคิดริเริ่มที่จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารในการระดมความคิดจาก
หลาย ๆ ฝ่าย แล้วนำมาทดสอบและใช้จริง อันจะก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมแบบนวัตกรรมในองค์กรที่
แตกต่างจากคู่แข่ง สามารถช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานและนำไปสู่
ความสำเร็จขององค์กรได้ อย่างไรก็ตามมีบางงานวิจัยศึกษาโดย Attiq et al. (2017, pp. 255-271)
และ Ren & Zhang (2015, pp. 16-23) รวมถึง Kong และ Li (2018, pp. 431-446) พบผล
ความสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นในทิศทางตรงกันข้ามในบางองค์กรและบางสถานการณ์ที่มีการแข่งขันอย่าง
รุนแรง กล่าวคือ พฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด ที่มีความต้องการประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอาจ
เกิดภาวะกดดันด้านเวลาและส่งผลต่อความเครียดและความไม่สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำง านของ
พนกั งานได้

ศักยภาพทางการตลาดและพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาดมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อ
ประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลเป็นไปตามสมมติฐานที่ 1 (H1) และ 3 (H3) สอดคล้องกับ Prajogo
และ Ahmed (2006, pp. 499-515) ที่ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพธุรกิจและประสิทธิภาพนวัตกรรมระหว่างโรงงานผลิตและการบริการในประเทศ
ออสเตรเลยี พบว่า ประสทิ ธิภาพนวัตกรรมจะบรรลุได้ต้องมาจากการพัฒนาพฤติกรรม และวัฒนธรรม
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสภาพแวดล้อมขององค์กร รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีส่งผลให้เกิด
ประสิทธิภาพนวัตกรรมได้ โดยนวัตกรรมเชิงกระบวนการมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพธุรกิจ
มากกว่านวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในโรงงานผลิต นอกจากน้ีงานวิจัยของอมรินทร์ คนเจน และวุฒิชาติ
สุนทรสมัย (2560) ศึกษาพบว่า นวัตกรรมการตลาดมีสัมพันธ์เชิงบวกความสามารถในการแข่งขันทั้ง
การผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า รวมถึงการที่การพัฒนาศักยภาพทางการตลาด ในทุกด้านทั้งการปรับ
ทิศทางของลูกค้าและคู่แข่งทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต รวมถึงการปรับทิศทางด้านเทคโนโลยีทาง
การตลาดของธุรกิจต่างมีความสัมพันธ์ทางอ้อมต่อการบรรลุผลสำเร็จของผลการดำเนินงานทาง
การตลาด ทั้งทางตรง และทางอ้อมผ่านพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม (Apirungruengsakul & Pasunon,
2020)

74-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับการศึกษาโดย Jones (1996, pp. 101-104) ที่พบว่า ศักยภาพ
ทางการตลาดของกิจการขนาดย่อม มีความสัมพันธ์ทางบวกกับผลตอบแทนจากการขาย และการ
เติบโตของยอดขายซึ่งเปน็ ไปอยา่ งต่อเนอ่ื งระยะยาว นอกจากน้นี ักวชิ าการหลายทา่ นพบความสัมพนั ธ์
ระหว่างศักยภาพทางการตลาดและประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลในองค์กรหรือวิสาหกิจขนาด
กลางและขนาดย่อมในแง่การเติบโตของยอดขาย ผลกำไร ส่วนแบ่งตลาด ความผูกพันต่อองค์การ
ความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และคุณภาพสินค้า (Narver & Slater, 1990, pp. 20-35;
Ruekert, 1992, pp. 225-245; Jaworski & Kohli, 1993, pp. 53-70; Pelham, 2000, pp. 48-67;
Narver, Slater & MacLachlan, 2000, pp. 184-186) นอกจากนี้จากงานวิจัยของ Henard &
Szymanski (2001, pp. 362-375) ที่ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่พบว่า พฤติกรรมเชิงนวัตกรรม
ไม่ว่าจะเป็นดา้ นการจัดการ การตั้งวัตถุประสงค์ การกำหนดกลยุทธ์ และการทำงานเปน็ ทีม ก่อนการ
นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ทำให้สามารถสร้างความเข้าใจร่วมกนั รวมถึงระบทุ ิศทางที่ชัดเจนย่อมส่งผลต่อ
ความสามารถในการแข่งขันและผลการดำเนินงานจากนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับนักวิชาการ หลายท่านที่พบว่า การจัดการเชิงนวัตกรรมส่งผลต่อความสามารถในการ
แข่งขันและประสิทธิภาพการจัดการและการตลาด (Tsai, 2001, pp. 996-1004; Hult, Snow &
Kandemir , 2003, pp. 401-426; Hult, Hurley & Knight, 2004, pp. 429-438; พนดิ า สัตโยภาส
บุญชนิต วิงวอน และบุญฑวรรณ วิงวอน, 2555, น. 262-273; บุญฑวรรณ วิงวอน และณัฐวดี พัฒน
โพธ,ิ์ 2556, น. 123-146; ปรารถนา หลีกภยั , 2556, น. 55-63)

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของสมมติฐานที่ 2 (H2) ที่พบว่า ความสามารถในการแข่งขันมี
อิทธิพลทางตรงเชิงลบต่อประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัล โดยมีค่าสัมประสทิ ธิ์อิทธิพล เท่ากับ -.16
นั่นแสดงว่าความสามารถในการแข่งขันมีอิทธิพลทางตรงเชิงลบต่อประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัล
ซึ่งขัดแย้งกับผลการศึกษาของ Weerawardena & O'Cass (2004) ที่ได้ทำการศึกษาวิจัยเชิงสำรวจ
เกี่ยวข้องกับลักษณะของกิจการที่ขับเคลื่อนด้วยการตลาดในการได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
พบว่า สภาวะการประกอบการมีบทบาทที่สำคัญนำไปสู่ความสามารถทางการตลาดโดยเป็นกลไกใน
การขับเคลื่อนหรือส่งเสริมความสามารถทางการตลาด โดยจากการศึกษา Taiminen & Karjaluoto
(2015) พบว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ขาดความรู้ ความเข้าใจด้านการตลาดดิจิทัล และ
ไม่ได้ใช้ศักยภาพของเครื่องมือทางดิจิทัลใหม่ ๆ อย่างเต็มที่ จึงไม่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาด้าน
ดิจิทัล ผลการศึกษาน้ีสอดคล้องกับ Indrawati, Caska & Suarman (2020) พบว่า มี 5 ปัจจัยเรียง
ตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยด้านเงินทุนเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือปัจจัยด้านการ
สนบั สนนุ จากภาครัฐ ปัจจยั ด้านหนุ้ ส่วนทางธรุ กิจ ปัจจัยดา้ นศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษย์และปจั จัย
ด้านสภาวะเศรษฐกิจตามลำดับ โดยเสนอวิธีที่เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา คือ การมีส่วนร่วมของ

75-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ภาครัฐใน ด้านนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการจัดอบรม การขยายเครือข่ายผ่าน
หุ้นส่วน มีการจัดสรร เงินทุนเพื่อนวัตกรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดการ
พัฒนาด้านนวัตกรรมทาง เทคโนโลยีผ่านทางผู้ประกอบการ ดังนั้น ผลการศึกษาในความสัมพันธ์เชิง
สาเหตุของอิทธิพลของความสามารถในการแข่งขันที่มีต่อประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลท่ี
คลมุ เครือและขัดแย้งกนั นี้ จงึ ควรมกี ารศกึ ษาเพ่อื ตรวจสอบเพิม่ เตมิ ต่อไป

ส่วนผลการศึกษาที่พบว่า ศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล และความสามารถ
ในการแข่งขันมีอิทธิพลทางอ้อมต่อประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลผ่านพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม
การตลาดตามสมมุติฐานการวิจัยข้อ 4 (H4), 5 (H5) และ 6 (H6) นี้ ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับ
Jaworski & Kohli (1996, pp. 119-135) ที่พบว่า ศักยภาพทางการตลาดจะมีมุ่งเน้นทั้งด้านความ
ต้องการของผู้บริโภคและการแสวงหาความได้เปรียบในการแข่งขันจากความสามารถของ
ผู้ประกอบการในการวางแผนกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ที่สามารถทำให้
ลูกค้ายอมรับ เชื่อมั่นและพึงพอใจในการบริการ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความแตกต่างและความ
เป็นเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ของธุรกิจที่แตกต่างจากคู่แข่ง และความสามารถและทักษะของ
ผู้ประกอบการในการจัดการทรัพยากรในองค์กรให้เกิดประโยชน์ด้วยพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม
การตลาดของบุคคลในองค์กรและส่งผลให้ธุรกิจสามารถทำกำไรและสร้างความมั่นคงให้กับกิจการ
โดยเฉพาะที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการตลาด ยืนยันและสอดคล้องกับผลการศึกษาโดย
Apirungruengsakul & Pasunon (2020, pp. 1-14) ซึ่งพบว่าการปรับทิศทางด้านเทคโนโลยีทาง
การตลาดของธุรกิจมีความสัมพันธ์ทางอ้อมต่อการบรรลุผลสำเร็จทางการตลาดผ่านพฤติกรรมเชิง
นวัตกรรมการตลาด

ในแง่ประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลของกิจการประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อม และวิสาหกิจชุมชนนั้น ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับ Indrawati, Caska & Suarman (2020) ที่
พบว่าปัจจัยด้านเงินทุน การสนับสนุนจากภาครัฐ หุ้นส่วนทางธุรกิจ ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์
และปัจจัยด้านสภาวะเศรษฐกิจของกิจการส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพทางการตลาดดิจิทัลที่เกิดจาก
การรวมกลุ่มของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ซึ่ง Carpinetti & Lima (2009, p. 338) พบว่า
หน่วยงานกำกับดูแลการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะช่วย
อำนวยความสะดวกในการทำงานรว่ มกันเพ่อื ความร่วมมือระหว่างกจิ การ เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถใน
การแข่งขันและประสิทธิภาพทางการตลาดร่วมกัน สอดคล้องกับกับนักวิชาการหลายท่านที่พบว่า
นวัตกรรมส่งผลต่อความประสิทธิภาพการตลาดและความสามารถในการแข่งขัน (Tsai, 2001, pp.
996-1004; Hult, Snow & Kandemir, 2003, pp. 401-426; Hult, Hurley & Knight, 2004, pp.
429-438; พนิดา สัตโยภาส บุญชนิต วิงวอน และบุญฑวรรณ วิงวอน, 2555, น. 262-273;

76-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

บุญฑวรรณ วิงวอน และณัฐวดี พัฒนโพธ์ิ, 2556, น. 123-146; ปรารถนา หลีกภัย, 2556, น. 55-63;
Taiminen & Karjaluoto, 2015, pp. 633-651)

ผปู้ ระกอบการท่จี ะประสบความสำเรจ็ ในยคุ ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) นี้ ต้องปรับทัศนคติ
ตนเองเสียใหม่ให้มีความพร้อมในการปรบั เปลี่ยนธุรกิจ รวมทั้งต้องมีทั้งองค์ความรู้ หรือมีความพร้อม
ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการดำเนินธุรกิจของตนเองให้มากยิ่งขึ้น ต้องมี
ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจ เช่น การวางแผนเพื่อสร้างผลกำไรทางธุรกิจผ่านสื่อออนไลน์
การจัดทำ โฆษณาและการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมการขายสินค้า สามารถนำเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมดิจิทัล มาใช้ในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะการช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าเพื่อเพิ่มลูกค้า
และยอดขาย ผ่าน Social media เช่น Facebook Line และรูปแบบเว็บสื่อกลางการค้าขาย (E-
market place) ที่สามารถใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้ สามารถติดต่อกับผู้ซื้อได้ รวมทั้งให้ผู้ซื้อสามารถ
ฝากข้อความผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้ผู้ประกอบการติดต่อกลับได้ตลอดเวลา โดยการสื่อสารด้วย
เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ให้มีประสิทธิภาพได้ต้องมีความชัดเจน เพื่อตอกย้ำข้อความต่างๆไป
ยังกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน องค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี
และนวัตกรรมดิจิทลั ใหก้ บั บุคคลากรภายในวิสาหกิจชุมชน

4. การส่งเสรมิ ให้ SMEs และวิสาหกิจชมุ ชนผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ของจงั หวดั ชลบุรีใหม้ ีโอกาสในการสร้างเครือข่ายวสิ าหกจิ ในประเทศ พบวา่ มีการสรา้ งเครือข่าย การ
มีส่วนร่วมของคณะกรรมการและสมาชิกทุกคน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ สำรวจสภาพ
ปัญหาและความต้องการของชุมชน การร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ
การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ตอบแทนตามศักยภาพและการทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับกลุ่ม มี
ความสำคัญเป็นอย่างมากที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง การดำเนินงานภายในกลุ่มต้องอาศัยการพูดคุย
ปรึกษา หารือ การแนะนำ การประนีประนอม และให้โอกาสสมาชิกได้ปรับตัวแก้ไขข้อผิดพลาดของ
ตนเอง และร่วมกันแก้ไขปัญหามากกว่าการออกคำสั่ง ย่อมกระตุ้นให้สมาชิกมีความพึงพอใจ และ
เสริมสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน (Arif et al. 2012) โดยสมาชิกภายในชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน
พึ่งพาอาศัยกัน รวมถึงมีการรักษาองค์ความรู้ภายในชุมชนและถ่ายทอดไปสู่สมาชิกกลุ่มภายใน
วิสาหกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ใช้วัตถุดิบที่หาได้จาก
ท้องถิ่นภายในชุมชนเพื่อลดต้นทุนในการผลิต รวมถึงการนำแรงงานสมาชิกภายในชุมชนมาร่วมกัน
ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการมีส่วนร่วมและการสร้างงานให้แก่คนในชุมชน ควรประสาน
ความร่วมมือกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเพื่อขยายกำลังการผลิตและขยายโอกาสต่าง ๆ เช่น การ
แลกเปลี่ยนสินค้า ซื้อสินค้าระหว่างกันเพื่อนำไปขาย และแลกเปลี่ยนกันในเรื่องขององค์ความรู้และ
เทคโนโลยี

77-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

3. ข้อเสนอแนะ

3.1 ขอ้ เสนอแนะในเชิงนโยบาย

1. ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ของควรตระหนักถึงความสำคัญขององค์ประกอบเชิงนโยบายและกลยุทธ์ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพ
การตลาดดิจิทลั ได้แก่ ดา้ นศักยภาพทางการตลาดและกลยทุ ธ์ทางการตลาดดจิ ทิ ัลท่ีเป็นปัจจัยภายใน
ร่วมกับความสามารถในการแข่งขันที่เป็นผสมร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อบูรณาการ
รว่ มกับพฤติกรรมเชงิ นวตั กรรมการตลาดของวิสาหกิจที่มอี ยู่ทำให้เกดิ ประสิทธิภาพการตลาดดิจิทลั

2. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ของ ต้องปรับแนวทางในการดำเนินเชิงนโยบายและกลยุทธ์การตลาดเพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล
โดยมุ่งเน้นการตอบสนองผู้บริโภคแบบปรับเปลี่ยนตามความต้องการส่วนบุคคล โดยนำเสนอ
โปรโมชั่นในหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะมีการติดต่อและเพิ่มความสะดวกในการซื้อผ่านโปรแกรม
อัตโนมตั ิ รวมถึงการเลือกซ้ือสินคา้ การชำระเงนิ และการจดั ส่งสินคา้

3. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร
ของจังหวัดชลบุรี ควรใช้ปัจจัยภายในเชิงนโยบายและกลยุทธ์ได้แก่ ศักยภาพทางการตลาดทั้งด้าน
ความเข้าใจในลูกค้า คู่แข่งและมีทรัพยากรภายในที่พร้อมสรรพ เพื่อผลักดันไปสู่ประสิทธิภาพ
การตลาดดิจิทัล โดยการพัฒนาทักษะและการประยุกต์ใช้การตลาดดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และยัง
สามารถใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบดิจิทัลหรือกึ่งดิจิทัลร่วมกับการมีพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม
การตลาดในด้านการคิดค้น การปรับปรุงและการนำนวัตกรรมแนะนำสู่ตลาดด้วยส่ือการตลาดดิจิทัล
จะนำไปสู่ประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัลเชิงนโยบายและกลยุทธ์ ได้แก่ ยอดขาย ความพึงพอใจและ
ความภักดีของลูกค้า ส่วนแบ่งตลาด และการพัฒนาระบบการตลาดภายใน (Back office Marketing
support system) ให้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณท่ี
เปลย่ี นแปลงไป

3.2 ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป
1. ควรศึกษาและตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การตลาด ความสามารถในการ
แข่งขนั ที่สง่ ผลต่อประสิทธิภาพการตลาดดิจทิ ัลของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อมในกลุ่มการผลิต
และบริการอื่น ๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารเพื่อ
ทำความเขา้ ใจถึงรปู แบบความสมั พนั ธ์ในในหว่ งโซอ่ ุปทานตามบรบิ ททางธรุ กิจทแ่ี ตกต่างกัน

2. ควรศึกษาประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัลด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการในกลุ่มธุรกิจที่มีการใช้
การตลาดดจิ ิทัลทใ่ี ชห้ ลายรปู แบบมาอย่างต่อเน่ือง เพือ่ ทีจ่ ะไดเ้ ห็นอิทธิพลทชี่ ัดเจนของตัวแปรท่ีส่งผล

78-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ต่อประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัลที่สามารถสะท้อนถึงความสำเร็จและผลการดำเนินงานของ กิจการ
อย่างแท้จริง และเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาศักยภาพเนื่องจากในกลุ่มวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อมบางส่วนอาจยังขาดความรู้ ความเข้าใจในรูปแบบและการประยุกต์ใช้
การตลาดดจิ ิทัล

3. ควรมีการศึกษาวิจัยในรูปแบบการวิจัยเชิงนโยบายด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางการ
แข่งขัน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์
นโยบาย และแนวทางในภาพรวมให้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้มีส่วนได้เสียของ
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร ในการพัฒนาศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์
การตลาดดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด อันนำไปสู่การมีประสิทธิภาพ
การตลาดของอตุ สาหกรรมผลติ ภัณฑเ์ กษตรแปรรูปประเภทอาหารใหม้ คี วามยง่ั ยนื

4. ควรมีการศึกษาวิจัยในรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการให้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อมได้แก่ การศึกษาโดยการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนได้เสียของอุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหาร เพื่อแสวงหาและพัฒนาความร่วมมือกันในด้านการพัฒนา
ศักยภาพทางการตลาด กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมการตลาด อนั
นำไปสู่การมีประสิทธิภาพการตลาดของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปประเภทอาหารให้มี
ความยง่ั ยนื

แบบฝึกหดั ท่ี 1
1. ขอให้วิเคราะหจ์ ากผลการวิจยั ถงึ ปจั จยั หลักท่สี ำคัญ 2 ประการอะไร ทสี่ ่งผลตอ่ ผลการ
ดำเนนิ งานของของกจิ การSMEs หรือวิสาหกิจชมุ ชนดา้ นเกษตรแปรรปู ประเภทอาหาร
2. ขอใหท้ า่ นให้ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติมในเชงิ นโยบายและกลยุทธ์เพือ่ พฒั นานวตั กรรมและ
ความสามารถในการแข่งขนั ของกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจ SMEs หรอื วสิ าหกิจชมุ ชนดา้ น
เกษตรแปรรูปประเภทอาหารดงั กลา่ ว

79-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

บรรณานกุ รม

ฉันทพิชญ์ อารยิ ะโรจน์กลุ . (2556). ความสมั พนั ธ์ของปจั จยั เชิงกลยุทธก์ ับความสามารถทางการ
แข่งขันดา้ นการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนกลุ่มเครอื ขา่ ยเบญจมติ รวิชาการ.
วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั ธนบรุ ี, 7(13), 54-55.

ถนอม พงษพ์ านชิ , และศิรพิ งษ์ เจริญสุข. (2561). ปจั จยั การสอ่ื สารการตลาดผา่ นเครอื ขา่ ยสงั คม
ออนไลนท์ ่ีมผี ลตอ่ การเพม่ิ ศักยภาพตลาดของธรุ กจิ ร้านอาหารในเขตกรุงเทพมหานคร.
Parichart Journal, Thaksin University, 31(1), 277-286.

ธนชยั ยมจนิ ดา. (2545). ความได้เปรียบทางการแขง่ ขนั ในประมวลสาระชดุ วิชาการวางแผนกลยทุ ธ์
และการควบคมุ หนว่ ยท่ี4. นนทบรุ :ี มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช.

ธนชัย ยมจนิ ดา. (2552). การจดั การกลยทุ ธแ์ ละสมรรถนะ. นนทบุร:ี
มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช.

ธนวันต์ สทิ ธไิ ทย, และสรุ พิชย์ พรหมสทิ ธ์ิ. (2556). กลยทุ ธก์ ารตลาดบรกิ ารธรุ กิจร้านอาหารในแหลง่
ท่องเท่ียวชายทะเลเพื่อสร้างศักยภาพทางการทอ่ งเที่ยว. วารสารบณั ฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราช
ภฏั วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชปู ถมั ภ์, 7(3), 194 -213.

ธนวนั ต์ สทิ ธไิ ทย, และสุรพิชย์ พรหมสทิ ธ.ิ์ (2556). กลยทุ ธก์ ารตลาดบริการธรุ กิจรา้ นอาหารในแหลง่
ท่องเที่ยวชายทะเลเพื่อสรา้ งศกั ยภาพทางการทอ่ งเท่ียว [วิทยานิพนธป์ รญิ ญาวทิ ยาศาสตรดุษฏี
บณั ฑติ ]. มหาวิทยาลยั ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.

ธนวันต์ สิทธไิ ทย. (2557). กลยทุ ธ์การพัฒนาการตลาดบรกิ ารเพ่ือเช่อื มโยงการทอ่ งเท่ียวไทย-
มาเลเซยี เพอ่ื สร้างขีดความสามารถทางการแข่งขนั ในการเปิดเสรกี ารคา้ อาเซียน. วารสาร
บัณฑติ ศึกษา มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณใ์ นพระบรมราชปู ถัมภ์, 8(2), 149-167.

บญั ชา สมบรู ณส์ ุข. (2556). โอกาสและอปุ สรรคของผัก &ผลไมไ้ ทยในอาเซยี น. วนั ทส่ี บื คน้ ข้อมูล 12
กรกฎาคม 2557. เข้าถึงได้จาก http://www.trf.or.th/index.php?option=com_
content&view=article&id=3189:2014-02-06-10-28-56&catid=22&Itemid=217

ปรารถนา หลีกภัย. (2556). ปจั จยั นำความสามารถทางนวตั กรรมและผลตอ่ ผลการดำเนินงานองคก์ ร.
วารสานกั บริหาร, 3(4), 55-63.

80-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

ปยิ ะพร อริยขจร. (2556). บนั ไดสู่ความสำเรจ็ ของคลสั เตอร์แฟช่นั . วนั ทส่ี บื คน้ ขอ้ มลู 15 กรกฎาคม
2557. เข้าถงึ ได้จาก
http://www.thaitextile.org/iu/article_iu.php?id=ARC140927133028.

พนดิ า สตั โยภาส, บญุ ชนิต วิงวอน, และบญุ ฑวรรณ วิงวอน. (2555). ศกั ยภาพผูป้ ระกอบการและ
นวัตกรรมองคก์ ารทีม่ ีอทิ ธิพลตอ่ ความสามารถในการแข่งขนั ของวิสาหกิจขนาดกลาง และ
ขนาดยอ่ มในเขตภาคเหนือตอนบน. การประชมุ วิชาการวิจัยราํ ไพพรรณีครั้งท่ี 6. ลำปาง:
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั รําไพพรรณ.ี

พรชนก พลาบูลย.์ (2558). การยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยี และ พฤติกรรม
ผ้บู ริโภคทีส่ ง่ ผลตอ่ ความต้ังใจของประชำชนในกำรใช้บรกิ ำรธุรกรรมทำง การเงนิ ผา่ นระบบ
พรอ้ มเพย์ (Prompt Pay) ของรฐั บาลไทย. การคน้ คว้าอิสระ บริหารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ .
กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั กรงุ เทพ.

พระสมบตั ิ ระสารกั ษ์. (2559). กลยุทธก์ ารตลาดทอ่ งเที่ยวของผู้ประกอบการทอ่ งเท่ียวภาคตะวนั ออก
ของ ประเทศไทย. วารสารบัณฑติ ศกึ ษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 2(2), 122-133.

พชิ ญป์ ิยา เพง็ ผอ่ ง, และนิตนา ฐานติ ธนกร. (2559). การยอมรับเทคโนโลยีความไวว้ างใจการเนน้
ราคาประหยัด และความแปลกใหมท่ ส่ี ง่ ผลต่อความตั้งใจซอื้ ต๋ัวเคร่อื งบินออนไลนข์ องสาย การ
บนิ ต้นทุนตำ่ ของผบู้ รโิ ภคในกรุงเทพมหานคร. การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งท่ี 6 ประจำปี
2016 เศรษฐกิจดจิ ิทัลในบรบิ ทของวิสาหกิจเรม่ิ ต้น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย สยาม.

พสิ ุทธิ ศรีอนนั ต.์ (2554). ความสามารถทางการแขง่ ขันของผปู้ ระกอบการพาณชิ ย์ อเิ ลก็ ทรอนิกส์
แบบธุรกิจสู่ผบู้ รโิ ภคทไ่ี ด้รบั เครอ่ื งหมายรบั รองความน่าเชื่อถอื . ค้นคว้าอิสระบริหารธุรกจิ
มหาบัณฑติ , สาขาวิชาวิทยาการจดั การ, มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช

รจนา เทพดู่. (2550). ความสัมพันธ์ระหวา่ งความรู้ความสามารถด้านนวตั กรรมกบั ศกั ยภาพการ
แขง่ ขนั ของธุรกิจ OTOP ในจงั หวัดมหาสารคาม [วิทยานิพนธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ ].
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

รจนา เทพด.ู่ (2550). ความสัมพนั ธ์ระหว่างความรู้สามารถดา้ นนวัตกรรมกบั ศักยภาพการแขง่ ขันของ
ธุรกิจ OTOP ในจงั หวัดมหาสารคาม [วิทยานพิ นธ์การจัดการมหาบัณฑติ ]. มหาวิทยาลยั
มหาสารคาม.

รุง่ นภา เกศา. (2553). ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนวัตกรรมทางการตลาดกับความได้เปรยี บในการแข่งขนั
ของธรุ กิจสินคา้ เกษตรส่งออกในประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ บรหิ ารธุรกจิ มหาบัณฑติ ].
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

81-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

วรางคณา ตนั ฑสนั ตสิ กุล, และเมธาวี วอ่ งกจิ . (2562). กลยทุ ธ์การพฒั นาโรงแรมฮาลาล กรณีศกึ ษา
จงั หวดั กระบ่ี. วารสารราชพฤกษ์, 17(3), 122- 128

วริ ยิ าภรณ์ เตชะกฤตธรี พงศ,์ และศรีสมรัก อนิ ทุจันทร์ยง. (2559). ปัจจัยการยอมรับการใช้งาน
เทคโนโลยีการทำงานร่วมกัน. วารสารบริหารธรุ กิจ, 39(152).

วฒุ ิชาติ สนุ ทรสมัย และคณะ. (2557). รายงานแผนวจิ ยั เรอ่ื ง การพัฒนาบทบาทของเครอื ขา่ ยการ
ทอ่ งเท่ยี ว PTCC เพอื่ พฒั นาทนุ มนุษยใ์ นวิสาหกิจการท่องเทีย่ วในเมืองพทั ยาเพ่ือการแข่งขันใน
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น. ชลบุร:ี คณะการจัดการและการทอ่ งเท่ียว มหาวทิ ยาลัยบรู พา
และสำนกั งานคณะกรรมการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.).

( ). (2557). รายงานการวิจัยเรื่อง การบรหิ ารจัดการทนุ มนษุ ยเ์ พือ่ การบูรณาการกลยทุ ธก์ าร
จัดการเครือขา่ ยวิสาหกจิ การท่องเท่ียวเมอื งพัทยาเพ่ือการแขง่ ขนั ในประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียน. ชลบุรี: คณะการจัดการและการทอ่ งเทีย่ ว มหาวทิ ยาลยั บรู พาและสำนกั งาน
คณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ (วช.).

( ). (2557). รายงานการวจิ ยั เร่ือง โครงการสร้างเครือข่ายนำรอ่ งธุรกิจขนาดยอ่ มด้านการ
ทอ่ งเที่ยวท่เี ป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มของ เครอื ข่ายวสิ าหกจิ การท่องเทย่ี ว (PTCC) ในเมืองพัทยา
จังหวัดชลบุรเี พ่อื การแขง่ ขันในประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น. ชลบุร:ี คณะการจดั การและการ
ทอ่ งเทีย่ ว มหาวทิ ยาลยั บรู พาและสำนักงานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.).

( ). (2557). รายงานการวิจยั เรอ่ื ง การพฒั นาระบบฐานขอ้ มูลและระบบสารสนเทศดา้ นทนุ
มนษุ ย์ของเครือขา่ ยการท่องเท่ียว PTCC เมอื งพัทยาเพื่อการแข่งขนั ในประชาคมเศรษฐกจิ
อาเซียน. ชลบรุ ี: คณะการจัดการและการทอ่ งเที่ยว มหาวทิ ยาลัยบูรพาและสำนักงาน
คณะกรรมการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.).

( ). (2555). รายงานการวิจยั เรอ่ื ง การพฒั นาศกั ยภาพและความสามารถในการแขง่ ขนั อย่าง
ยั่งยนื ด้วยการรวมกลุ่มเครือขา่ ย (Cluster) ของธุรกจิ ขนาดย่อมด้านการท่องเท่ียว เมืองพทั ยา
จงั หวดั ชลบุรี. ชลบรุ :ี คณะการจดั การและการทอ่ งเท่ียว มหาวิทยาลยั บูรพาและสำนกั งาน
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.).

( ). (2555). รายงานการวิจัยเรือ่ ง การพฒั นาเครือขา่ ยวิสาหกจิ (Cluster) ดา้ นการทอ่ งเทีย่ ว
ประเภทธรุ กิจสปาและนวดแผนไทยของผู้ประกอบการวสิ าหกจิ ขนาดยอ่ มในเขตเมอื งพัทยา
จังหวัดชลบรุ ี. ชลบุร:ี คณะการจัดการและการท่องเท่ียว มหาวทิ ยาลัยบรู พาและสำนักงาน
คณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ (วช.).

( ). (2555). การวจิ ยั การตลาดและระบบสารสนเทศทางการตลาด. กรงุ เทพฯ: สมาคมส่งเสรมิ
เทคโนโลยี ไทย-ญ่ปี ุน่ .

82-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

( ). (2553). รายงานการวิจัยเร่ือง การพฒั นาศักยภาพและความสามารถในการแขง่ ขันอยา่ ง
ยั่งยืนด้วยการรวมกลุ่มเครือขา่ ย (Cluster) ของธรุ กจิ ขนาดยอ่ มด้านการท่องเทย่ี ว เขตเมือง
พัทยา จังหวดั ชลบุร.ี ชลบุรี: คณะการจดั การและการทอ่ งเท่ียว มหาวิทยาลัยบรู พาและ
สำนักงานคณะกรรมการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.).

( ). (2553). รายงานการวิจัยเรอ่ื ง การพัฒนาศกั ยภาพและความสามารถในการแข่งขนั อยา่ ง
ยัง่ ยนื ดว้ ยการรวมกลมุ่ เครือขา่ ย (Cluster) ของธุรกจิ ขนาดยอ่ มดา้ นการทอ่ งเทีย่ วประเภท
ธรุ กจิ สปาและนวดแผนไทย เขตเมืองพัทยา จงั หวัดชลบุรี. ชลบรุ :ี คณะการจัดการและการ
ทอ่ งเท่ยี ว มหาวทิ ยาลัยบรู พาและสำนักงานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.).

ศูนย์วจิ ยั กสกิ ร. (2551). เกษตรอินทรีย์ไทยโอกาสกา้ วไกล...หากภาครฐั เรง่ ยกระดบั มาตรฐานการ
ผลติ . วันทสี่ บื ค้นขอ้ มลู 31 กรกฎาคม 2557. เข้าถึงไดจ้ าก
http://www.positioningmag.com/content/เกษตรอินทรยี ์ไทยโอกาสก้าวไกล...หาก
ภาครัฐหากภาครฐั เร่งยกระดบั มาตรฐาน.

สำนกั งานมาตรฐานสินคา้ เกษตรและอาหารแห่งชาติ. (2552). รายงานประจำปี สำนักงานมาตรฐาน
สนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาต.ิ วันทีส่ บื คน้ ขอ้ มูล 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2559. เขา้ ถึงได้จาก
http://www.acfs.go.th/acfs_yearly_report.php

สำนักงานสง่ เสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม. (2562). โครงการพฒั นาผู้ประกอบการรายใหม่
(SME Startup) ปี 2562 - Early Stage. วนั ที่สบื คน้ ข้อมลู 1 เมษายน 2562. จาก
http://www.smetracking.com/index.php?module=detail

สำนักงานสถิติแหง่ ชาต.ิ (2559). ภาวะการทำงานของประชากร ป2ี 559. วนั ท่สี บื ค้นขอ้ มูล 25
กุมภาพนั ธ์ 2558. เข้าถึงได้จาก http://service.nso.go.th/nso/web/survey/surpop2-2-
1.html

สำนักนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร. (2555). รุกยทุ ธศาสตรเ์ กษตรอนิ ทรีย์ สศก. เผย เกษตรกร
ได้ประโยชนเ์ ตม็ ที่ ดนั ขดี ความสามารถการแข่งขนั เพิ่ม. วันทส่ี ืบคน้ ขอ้ มลู 10 สงิ หาคม 2557.
เขา้ ถึงได้จากhttp://www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=14631.

อภญิ ญา ชยั ดำ, อารรี ัตน์ ปานศภุ วัชร, และสนั ติภาพ สขุ เอนกนันท.์ (2561). ผลกระทบของการ
บรหิ ารความขดั แยง้ ทางการตลาดทมี่ ีตอ่ ผลการดำเนินงานของธรุ กจิ โรงแรมในเขตภาค
ตะวันออก. MBA-KKU Journal, 11(1), -73.

83-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

Adsit, Dennis J., London, M. C., & Steven, J. D. (1996). Relationships between
employee attitudes, customer satisfaction and departmental performance. The
Journal of Management Development. 15(1), 62.

Aisha, A. N., Sudirman, I., & Sisiwanto, J. (2016). Conceptual Model of Entrepreneurial,
Managerial and Technical Software. Competencies towards SME Performance
in Subsector Software Industries. In IEEE International Conference on
Management of Innovation and Technology (ICMIT).

Aisha, A. N., Sudirman, I., & Siswanto, J. (2016). Conceptual model of entrepreneurial,
managerial and technical software competencies towards SME performance in
subsector software industries. In 2016 IEEE International Conference on
Management of Innovation and Technology (ICMIT). IEEE.

Amofah, O., Gyamfi, I., & Tutu, C. O. (2016). The influence of service marketing mix on
customer choice of repeat purchase of restaurant in Kumasi, Ghana. European
Journal of Business and Management, 8(11), 102-112.

Apirungruengsakul, N., & Pasunon, P. (2020). Marketing innovation driven to
E-commerce. Panyapiwat Journal, 12(1), 1-14.

Arif, M., Ali, A., Umair, M., & Munsif, F. (2012). Effect of biochar, FYM and mineral
nitrogen alone and in combination on yield and yield components of maize.
Sarhad Journal of Agriculture, 28(2), 191-195.

Armstrong, M. 2001. A Handbook of Management Techniques. London: Kogan Page
Limited.

Aryee, S., Walumbwa, F.O., Zhou, Q., & Hartnell, C. (2012). Transformational
Leadership, Innovative Behavior, and Task Performance: Test of Mediation and
Moderation Processes. Human Performance, 25(1), 1-25.

Balasubramanian, Balraj, K., Kumar, A., & Jaykumar, J. (2015). Customer Preference’s
to Select a Restaurant Through Smart Phone Applications: An Exploratory
Study. Advanced Science Letters, 21(05), 1489-1493.

84-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

Barnard, H., & Cantwell, J. (2006). Knowledge in the theory of the firm and MNC: asset
or action?. Journal of Management Governance, 10, 21-27.

Barringer, R. B., & Bluedorn, A. C. (1999). The relationship between corporate
entrepreneurship and strategic Management. Strategic Management Journal,
20(5), 421-444.

Bate, P. (1994). Strategies for Cultural Change. Oxford: Butterworth-Heinemann.
Bhuian, S. N., Menguc, B., & Bell, J. S. (2005). Just entrepreneurial enough: the

moderating effect of entrepreneurship on the relationship between market
orientation and performance. Journal of Business Research, 58(1), 9.
Boland Jr., R. J., & Tenkasi, R. V. (1995). Perspective Making and Perspective Taking in
Communities of Knowing. Organization Science, 6(4), 350-372.
Brislin, Joseph A. (1983). A Case Study on Planning and Management of a
Multiemployer Pension Plan. Employee Benefits Journal, 8(4), 5.
Brown, J.S., & Duguid, P. (1991). Organizational Learning and Communities-of-Practice:
toward A Unified View of Working, Learning, and Innovation. Organization
Science, 2(1), 40-57.
Brown, S. L., & Eisenhardt, K. M. (1997). The art of continuous change: Linking
complexity theory and time-paced evolution in relentlessly shifting
organizations. Administrative Science Quarterly, 42(1), 1-34.
Bryman, A. (2000). Research Methods and Organization Studies. London: Routledge.
Bygrave, W. D. (1995). Mom-and-pops, high potential startups, and intrapreneurship:
Are they part of the same entrepreneurship paradigm? In J. A. Katz & R. H.
Brokhaus (Eds.). Advances in Entrepreneurship, firm emergence and growth.
Greenwich, CT: JAI Press, 1-20.
Carlile, P. R. (2002). A Pragmatic View of Knowledge and Boundaries: Boundary
Objects in New Product Development. Organization Science, 13(4), 442-55.
Carlile, P. R. (2004). Transferring, Translating, and Transforming: A Integrative
Framework for Managing Knowledge across Boundaries. Organization Science,
15(5), 555-68.

85-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

Carpinetti, L. C. R., & Lima, R. H. P. (2009). Performance management in SME clusters:
current and future research on some Brazilian industrial clusters. In IIE Annual
Conference. Proceedings. Institute of Industrial and Systems Engineers (IISE).

Cavusgil, S. T., & Zou, S. (1994). Marketing strategy-performance relationship: an
investigation of the empirical link in export market ventures. Journal of
marketing, 58(1), 1-21.

Chaganti, R., & Parasuraman, S. (1997). A study of the impacts of gender on business
performance and management patterns in small businesses. Entrepreneurship
Theory and practice, 21(2), 73-76.

Chen, C. C. B., Chen, H., & Wang, Y. C. (2021). Cash, credit card, or mobile? Examining
customer payment preferences at chain restaurants in Taiwan. Journal of
Foodservice Business Research, 1-20.

Cherok, J., Skinner, V., Flavin, S., & Li, R. (2021, October 12). Five technology building
blocks to power customer-centric, data-driven growth. Mckinsey and Company
(online) https://www.mckinsey.com/industries/consumer-packaged-goods/our-
insights/five-technology-building-blocks-to-power-customer-centric-data-driven-
growth

Conway, S., & Steward, F. (1998). Mapping Innovation Networks. International Journal
of Innovation Management, 2(2), 165-196.

Cooper, A. C., Woo, C. Y., & Dunkelberg, W. C. (1988). Entrepreneurs' Perceived
Chances for Success. Journal of Business Venturing, 3(2), 97.

Cooper, A., & Dunkelberg, W. (1984). A New Look at Business Entry. San Mateo, Calif. :
National Federation of Independent Business.

Cossette, P. (2014). Heuristics and cognitive biases in entrepreneurs: a review of the
research. Journal of Small Business & Entrepreneurship, 27(5), 471-496.

Covin, J. G., Green, K. M., & Slevin, D. P. (2006). Strategic Process effects on the
entrepreneurial Orientation- sales growth rate relationship. Entrepreneurship
Theory and Practice, 30(1), 57-81.

86-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests.
Psychometrika, 16, 297-334.

Cronbach. L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5 th ed.). New York: Harper
Collins.

Curran, P. J., West, S. G., & Finch, J. F. (1996). The robustness of test statistics to
nonnormality and specification error in confirmatory factor analysis.
Psychological Methods, 1, 16–29.

Dana, L. P. (2001). The education and training of entrepreneurs in Asia. Education and
Training, 43(8/9), 405-415.

Davenport, T. H., & Prusak, L. (1998). Working Knowledge: How Organisations Manage
What They Know. Boston: Harvard Business School Press.

Davies, G., Manuel, N., Mistry, D., & Roth, A. (2021, July 15). Five areas of growth for
digital marketing in ASEAN. Mckinsey and Company (online)
https://www.mckinsey.com/featured-insights/asia-pacific/five-areas-of-growth-
for-digital-marketing-in-asean

Davis, F. D. (1989) Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance
of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319-339.

Davis, F. D., Bagozzi, R. P., & Warshaw, P. R. (1989). User acceptance of computer
technology: A comparison of two theoretical models. Management science,
35(8), 982-1003.

Day, G. S. (1994). The capabilities of market-driven organizations. Journal of
marketing, 58(4), 37-52.

Day, G. S., & Wensley, R. (1988). Assessing advantage: a framework for diagnosing
competitive superiority. Journal of marketing, 52(2), 1-20.

Day, S. G. (1998). What does it mean to be market-driven?. Business Strategy Review.
9(1), 1-14.

Dennis Jr, W. J. (1997). More than you think: An inclusive estimate of business
entries. Journal of Business Venturing, 12(3), 175-196.

87-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

Department of Export Promotion of Thailand (2006). 2005-2006 Export Statistics
Yearbook.

Department of International Trade Promotion. (2016). The National Herbal products
Manufacturers Expo. Retrieved from
http://www.ditp.go.th/japanadmin/ewt/japan/download/article/article_2017072
7142117.pdf

Dess, G. G., & Lumpkin, G. T. (2005). The role of entrepreneurial orientation construct
and linking it to performance. Academy of Management Review, 21, 135-172.

Devine, T. (1994). Characteristics of Self-Employed Women in the United States.
Monthly Labor Review. (March). 20-34.

Diamantopoulos A., & Hart S. (1993). Linking Market Orientation and Company
Performance: Preliminary Work on Kohli and Jaworski's Framework. Journal of
Strategic Marketing, 1(2), 93-122

Direction, S. Innovating past barriers: How SMEs can overcome barriers to technical
innovation.

Dixon, N. (2002). The Neglected Receiver of Knowledge Sharing. Ivey Business Journal,
66(4), 35-40.

Do, T. H. N., & Shih, W. (2016). The Integration between the UTAUT with IS success
model in case of online hotel booking user acceptance. Research Journal of
Commerce and Behavioural Science, 5(10), 25-36.

Doz, Y. (2006). Knowledge Creation, Knowledge Sharing and Organizational Structures
and Processes in MNCs: A Commentary on Foss N. Knowlege and Organization
in the Theory of the MNC. Journal of Management & Governance, 10(1), 29-33.

Drucker, E. P. (1985). The discipline of innovation. Harvard Business Review. 67-72.
Drucker, P. F. (1985). Innovation and Entrepreneurship. New York: Harper & Row.
Edelman, L. F., Bresnen, M., Newell, S., Scarbrough, H., & Swan, J. (2004). The benefits

and pitfalls of social capital: Empirical evidence from two organizations in the
United Kingdom. British Journal of Management, 15(1), 59-69.

88-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

Fahy, J. (2002). A resource-based analysis of sustainable competitive advantage in a
global environment. International Business Review, 11(1), 57-77.

Faruq, M. A. (2016). The Moderating Effect of Technology Awareness on the
Relationship between UTAUT Constructs and Behavioral Intention to Use
Technology. Australian Journal of Business and Management Research, 3, 14-
23.

Finkelstein, S. & Hambrick, D.C. (1990). Top-Management-Team Tenure and
Organizational Outcomes: The Moderating Role of Managerial Discretion.
Administrative Science Quarterly, 35, 484-503. https://doi.org/10.2307/2393314

Fishbein, M., & Ajzen, I. (1975). Belief, Attitude, Intention, and Behavior: An
Introduction to Theory and Research. Boston, MA: Addison-Wesley.

Fithriya, Z., Benny, A. M., Margo, P., Ria, A., Anang, M., Tety, H., Nugroho, D., &
Budiana, R. (2019). User behaviour Intention using Utaut2 model: a systematic
literature review. Russian Journal of Agricultural and Socio-Economic Sciences,
92(8). 265-273.

Foroudi, P., Gupta, S., Nazarian, A., & Duda, M. (2017). Digital technology and
marketing management capability: achieving growth in SMEs. Qualitative Market
Research: An International Journal.

Foroudi, P., Gupta, S., Nazarian, A., & Duda, M. (2017). Digital technology and
marketing management capability: achieving growth in SMEs. Qualitative Market
Research: An International Journal, 20(2), 230-246

Foss, N. J. (2006). Knowledge and Organization in the Theory of the Multinational
Corporation: Some Foundational Issues. Journal of Management and
Governance, 10, 3-20.

Greenlay, G. (1995). Forms of Market Orientation in UK Companies. Journal of
Management Studies, 32(1), 47-66.

89-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

Greenley, E. G., Hooley, G. J., & Rudd, J. M. (2005). Market orientation in a multiple
stakeholder orientation context: implications for marketing capabilities and
assets. Journal of Business Research, 58(11), 1483.

Greenley, G.E. (1995). Market Orientation and Company Performance; Empirical
Evidence from UK Companies. British Journal of Managemen, 6(1), 1-13.

Gupta, A., & Dogra, N. (2017). Tourist adoption of mapping apps : A
UTAUT2perspective of smart travellers. Tourism and Hospitality Management,
23(02), 145-161.

Haddad, M. I., Williams, I. A., Hammoud, M. S., & Dwyer, R. J. (2020). Strategies for
implementing innovation in small and medium-sized enterprises. World Journal
of Entrepreneurship, Management and Sustainable Development: WJEMSD,
16(1), 12-29.

Hair, J. F., Anderson, R. E., Tatham, R. L., & Black, W. C. (1998). Multivariate data
analysis (5th ed.). New York: Prentice Hall.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate Data
Analysis (7th ed.). NJ: Prentice Hall.

Hanks, L., Line, N., & Kim, W. G. W. (2017). The impact of the social servicescape,
density, and restaurant type on perceptions of interpersonal service quality.
International Journal of Hospitality Management, 61, 35-44.

Haugland, S.A., Myrtveit, I., & Nygaard, A. (2007). Market orientation and performance
in the service industry: A data envelopment analysis. Journal of Business
Research, 60(11), 1191.

Henard, D. H., & Szymanski, D. M. (2001). Why some new products are more
successful than others. Journal of marketing Research, 38(3), 362-375.

Hill, C. W., Jones, G. R., & Schilling, M. A. (2014). Strategic management: theory: an
integrated approach. Cengage Learning.

Hirsch, P. M. (1975). Organizational effectiveness and the institutional environment.
Administrative Science Quarterly, 20(3), 327-344.

90-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

Hofstede, G. (1991). Cultures and Organizations: Software of the mind. New York:
McGraw-Hill.

Hofstede, G. (1998). Identifying Organizational Subcultures: An Empirical Approach.
Journal of Management Studies, 35(1), 1-12.

Houston, F. S. (1986). The marketing concept: what it is and what it is not. Journal of
marketing, 50(2), 81-87.

Hu, M.L.M. (2009). Knowledge Sharing and Innovative Service Behavior Relationship:
Guanxi as Mediator. Social Behavior & Personality. An International Journal,
37(7), 977-992.

Huang, C. D., Goo, J., Nam, K., & Yoo, C. W. (2017). Smart tourism technologies in
travel planning: The role of exploration and exploitation. Information &
Management, 54(6), 757-770.

Hult, G. T. M., Hurley, R. F., & Knight, G. A. (2004). Innovativeness: Its antecedents and
impact on business performance. Industrial marketing management, 33(5), 429-
438.

Hult, G. T. M., Snow, C. C., & Kandemir, D. (2003). The role of entrepreneurship in
building cultural competitiveness in different organizational types. Journal of
management, 29(3), 401-426.

Hunt, S. D., & Morgan, R. M. (1995). The comparative advantage theory of
competition. Journal of Marketing, 59(2), 1-15.

Hussey, J., & Hussey, R. (1997). Business Research: A Practical Guide for
Undergraduate and Postgraduate Students. Basingstoke: Palgrave.

Indrawati, H., & Suarman, C. (2020). Barriers to technological innovations of SMEs: how
to solve them?. International Journal of Innovation Science, 12(5), 545-564.

Inthasang, C., & Ussahawanitchakit, P. (2016). Marketing creativity orientation and
marketing profitability: an empirical study of software businesses in Thailand.
The Business & Management Review, 7(5), 312.

91-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs

Jacobsen, J. K. S., & Munar, A. M. (2012). Tourist information search and destination
choice in a digital age. Tourism Management Perspectives, 1, 39-47.

Jansorn, T. (2015). Study of acceptance factors for electronic payment services. ISS &
MLB Journal. 452-461.

Janssen, O. (2000). Job demands, perceptions of effort-reward fairness and innovative
work behaviour. Journal of Occupational and Organizational Psychology, 73(3),
287–302.

Jaworski, B. J., & Kohli, A. K. (1993). Market orientation: antecedents and
consequences. Journal of marketing, 57(3), 53-70.

Jaworski, B. J., & Kohli, A. K. (1996). Market orientation: review, refinement, and
roadmap. Journal of Market-Focused Management, 1(2), 119-135.

Jia, S.L., and Chia, J.H.. (2010). A Research In Relating Entrepreneurship, Marketing
Capability, Innovative Capability And Sustained Competitive Advantage. Journal
of Business & Economics Research, 8(9), 109-120.

Jia-Sheng Lee, & Chia-Jung Hsieh. (2010). A Research in Relating Entrepreneurship,
Marketing Capability, Innovative Capability and Sustained Competitive
Advantage. Journal of Business & Economics Research (JBER), 8(9).

Jones, E., Busch, P., & Dacin, P. (2003). Firm market orientation and salesperson
customer orientation: Interpersonal and intrapersonal influences on customer
service and retention in business-to-business buyer-seller relationships. Journal
of Business Research, 56(4), 323.

Joseph, S. (1934). The Theory of Economic Development. New Jersey : Transaction
Junadi, & Sfenrianto. (2015). A Model of Factors Influencing Consumer’s Intention to

Use Epayment System in Indonesia. Procedia Computer Science, 5, 214-220.

Kaleka, A. (1999). A resource-advantage view of export performance. Unpublished
PhD. Dissertation, Cardiff University.

Kanter, R. M. (1989). The Post – Entrepreneur. Success, 36(3), 52.

92-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

Kaplan, R. S., & Norton, D. P. (2000). Putting the Balanced Scorecard to work. Focusing
Your Organization on Strategy—with the Balanced Scorecard, 2, 2-18.

Kaplan, R.S. & Norton, D. P. (1996). The Balanced Scorecard: Translating Strategy into
Action. Boston: Havard Business School.

Kaplan, Robert S., & Norton, David P. (1992). The Balanced Scorecard - Measures That
Drive PerformanceHarvard Business Review, 70(1), 71-79.

Kasper, H. (1997). Corporate Culture and Market Orientation in Services. Proceedings
of the Annual Conference-European Marketing Academy, 2(26), 663-668.

Kilenthong, P., Hultman, C.M., & Hills, G.E. (2016). Entrepreneurial marketing
behaviours: impact of firm age, firm size and firm's founder. Journal of
Research in Marketing and Entrepreneurship, 18(1), 127-145.

King, J. & Slovic, P. (2014). The affect heuristic in early judgments of product
innovations. Journal of Consumer Behaviour, 13(6), 411-428.

Kohli, A. K., & Jaworski, B. J. (1990). Market orientation: the construct, research
propositions, and managerial implications. Journal of marketing, 54(2), 1-18.

Kotler, P. (2003). Marketing Management. Upper Saddle River. New Jersey : Prentice
Hall.

Kotler, P., & Armstrong, G. (2021). Principle of marketing (18thed.). New York: Pearson
Education.

Lai, P. C. (2017). The literature review of technology adoption models and theories
for the novelty technology. JISTEM-Journal of Information Systems and
Technology Management, 14, 21-38.

Lattitham, P., Pransri, P., Sasang, R. & Noo-urai, N. (2021). The Service Marketing Mix
Influencing Tenant Decision Making to Rent The Private Dormitory in Khao Rup
Chang Municipality, Muang District, Songkhla. Journal of Humanities and Social
Sciences, SKRU, 3(1), 1-29.

Levitt, T. (1983). The Globalization of markets. Harvard Business Review. 6, 92-102.

93-นวัตกรรมการตลาดสำหรับ SMEs

Li, L. Y., & Ogunmokun, G. O. (2001). Effect of export financing resources and supply-
chain skills on export competitive advantages: Implications for superior export
performance. Journal of World Business, 36(3), 260-279.

Li, L., & Qian, G. (2007). Partnership or self-reliance: prescriptions for small-sized
enterprises. The Journal of Business Strategy. 28(6), 29.

Lindkvist, L. (2005). Knowledge Communities and Knowledge Collectivities: A
Typology of Knowledge Work in Groups. Journal of Management Studies, 42(6),
1189-1210.

Liu, Y., Pu, B., Guan, Z., & Yang, Q. (2016). Online customer experience and its
relationship to repurchase intention: An empirical case of online travel
agencies in China. Asia Pacific Journal of Tourism Research, 21(10), 1085-1099.

Lovelock, C.H., & Wright, L. (2007). Principles of Service Marketing and Management.
New Jersey: Pearson Education Inc.

Low, D. R. (2006). Innovation and its Interaction with Market Orientation A study of
Australian Manufacturing SMEs (Doctoral dissertation). Sydney: Western
Sydney University.

Lundvall, B. (ed.). (1992). National Systems of Innovation. London: Pinter.
Lynch, D. F. (1998). The integration of firm resources: The role of capabilities in

strategy and firm performance. Unpublished PhD. dissertation, University of
Arkansas.
Madsen, T. K. (1987). Empirical export performance studies: A review of
conceptualizations and findings. In Cavusgil, S. T. & Axinn, C. N.(Eds.). Advances
in International Marketing. Greenwich, CT: JAI Press, 2, 177-198.
McGrath, R. G. (1999). Falling forward: Real options reasoning and entrepreneurial
failure.
Mead, D. C., & Liedholm, C. (1998). The dynamics of micro and small enterprises in
developing countries. World Development. 26(1), 61.

94-นวัตกรรมการตลาดสำหรบั SMEs


Click to View FlipBook Version