The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตรวจสุขภาพ 10 ท่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khwankhaosaisa2, 2021-09-25 04:53:50

ตรวจสุขภาพ 10 ท่า

ตรวจสุขภาพ 10 ท่า

1

การตรวจสุขภาพ 10 ทา่

จัดทำโดย
นางสาวณัฐกมล หว้ ยหงษ์ทอง เลขท่ี 1 รหสั นักศกึ ษา 60103301040

และคณะ
นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตรบณั ฑิตช้นั ปที ี่ 3 รุ่นท่ี 65

เสนอ
อาจารย์นฤมล เปรมาสวัสด์ิ
อาจารยอ์ ารยี ร์ ตั น์ เปสูงเนิน

รายงานเลม่ น้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของรายวชิ า พย.1319 การพยาบาลอนามัยชุมชน 1
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564

วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

2

การตรวจสขุ ภาพ 10 ทา่

จัดทำโดย

1. นางสาวณัฐกมล ห้วยหงส์ทอง เลขที่ 1 รหสั นกั ศึกษา 60103301040

2. นางสาวกนกพร ทองคำดี เลขท่ี 2 รหสั นกั ศกึ ษา 62103301001

3. นางสาวกนกวรรณ แก้วแสนไชย เลขท่ี 3 รหัสนักศกึ ษา 62103301002

4. นางสาวกนกวรรณ ตะนุเรือง เลขท่ี 4 รหัสนักศกึ ษา 62103301003

5. นางสากนกวรรณ เถาวก์ ลาง เลขที่ 5 รหสั นกั ศกึ ษา 62103301004

6. นางสาวกรรณธ์ ดิ า เพ็งพันธ์ เลขท่ี 6 รหสั นักศกึ ษา 62103301005

7. นางสาวกลอยฤทยั จันทร์สขุ เลขท่ี 7 รหสั นักศกึ ษา 62103301006

8. นางสาวกัญญาณฐั หม่นื ไธสง เลขท่ี 8 รหสั นกั ศึกษา 62103301007

9. นางสาวกัญญาภทั ร ตรีศาสตร์ เลขท่ี 9 รหสั นักศกึ ษา 62103301008

10. นางสาวกลั ยรตั น์ เคนไธสง เลขที่ 10 รหัสนักศึกษา 62103301009

11. นางสาวกัลย์สดุ า บญุ ญากรณ์ เลขที่ 11 รหสั นกั ศึกษา 62103301010

12. นางสาวขนิษฐา นามโส เลขที่ 12 รหัสนักศกึ ษา 62103301011

13. นางสาวขวญั ขา้ ว สายสกลุ สนั ติ เลขที่ 13 รหัสนักศึกษา 62103301012

14. นางสาวคณติ า เทียบกวา้ ง เลขที่ 14 รหัสนกั ศกึ ษา 62103301013

15. นางสาวคตี ภัทร คามากลาง เลขที่ 15 รหัสนักศกึ ษา 62103301014

16. นางสาวจณิสตา โพธ์หิ ล้า เลขท่ี 16 รหสั นักศกึ ษา 62103301015

17. นางสาวจันฑาทิพย์ ดวงกำเนดิ เลขที่ 17 รหัสนักศกึ ษา 62103301016

18. นางสาวจารณุ ี ชุมรมั ย์ เลขท่ี 18 รหสั นกั ศกึ ษา 62103301017

19. นางจนิ ดาพรรณ เกษมสุข เลขที่ 19 รหสั นกั ศึกษา 62103301018

20. นางสาวจริ าภา หมู่หาญ เลขท่ี 20 รหสั นักศึกษา 62103301019

21. นางสาวจไุ รรัตน์ โคษา เลขท่ี 21 รหัสนักศึกษา 62103301020

22. นางสาวเจนจิรา นามคำมี เลขที่ 22 รหัสนักศกึ ษา 62103301021

นักศึกษาพยาบาลศาสตรบณั ฑติ ช้ันปที ี่ 3 รุน่ ท่ี 65

เสนอ

อาจารย์นฤมล เปรมาสวัสดิ์

อาจารย์อารียร์ ัตน์ เปสูงเนนิ

รายงานเลม่ นี้เปน็ สว่ นหน่ึงของรายวชิ า พย.1319 การพยาบาลอนามยั ชุมชน 1

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564



คำนำ

รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา พย.1319 การพยาบาลอนามัยชุมชน 1 จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้
และวิธีการในการตรวจสุขภาพ 10 ท่า สำหรับการให้บริการตรวจสุขภาพแก่นักเรียนภายในโรงเรียน โดยมี
รายละเอียดการตรวจของแต่ละท่า วัตถุประสงค์ สิ่งที่ควรสังเกตขณะที่ตรวจ และการให้คำแนะนำเมือ่ พบความ
ผิดปกติ เพอ่ื ใหส้ ามารถนำไปศึกษาได้และเกิดประโยชนต์ อ่ การนำไปปฏิบัติ

คณะผู้จำทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานเล่มน้ีจะสามารถให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ
แก่นักเรียน 10 ท่า และสามารถนำไปปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะเกิด
ประโยชน์แก่ท่านผ้ทู ีศ่ กึ ษาไมม่ ากก็น้อย

คณะผจู้ ัดทำ



สารบัญ

เรอ่ื ง หน้า

คำนำ ก

สารบญั ข

ท่าท่ี 1 ยื่นมอื ทัง้ สองขา้ งออกไปข้างหน้าใหส้ ุดแขนควา่ มอื กางนว้ิ ทกุ นวิ้ 1

ท่าที่ 2 หงายมือทั้งสองข้าง กางนวิ้ ออกทุกนิว้ 2

ท่าท่ี 3 งอแขนพับข้อศอก ใชน้ ิ้วแตะเปลือกตาล่างเบา ๆ ดงึ ลงขา้ งล่าง กลอกตาไปขา้ งซ้ายขวา 3

ท่าท่ี 4 ใชม้ ือทงั้ สองข้าง แหวกคอเสื้อให้กวา้ ง หันหนา้ ไปทางซ้ายและขวา 4

ทา่ ท่ี 5 นกั เรยี นหญงิ ใช้มอื ขวาเปิดผมเหนอื ด้านหลงั หูขวา ให้สูงข้นึ แล้วหันหน้าไปทางซ้าย นักเรยี นชาย 5

หนั หน้าไปทางซา้ ย

ท่าท่ี 6 นกั เรียนหญงิ ใชม้ ือซ้ายเปิดผมเหนอื ด้านหลังหูซ้าย ใหส้ ูงขึน้ แล้วหันหน้าไปทางขวา นักเรียนชาย 6

หันหนา้ ไปทางขวา

ท่าที่ 7 ยงิ ฟันและยม้ิ กว้างจนเหน็ เหงอื ก ใหก้ ัดฟนั และยมิ้ กวา้ ง ใหเ้ ห็นเหงอื กเหนอื ฟันบน และฟันล่างให้ 7

เต็มท่ี

ทา่ ที่ 8 อ้าปากกวา้ ง แลบลน้ิ ยาว รอ้ งอา ใหศ้ ีรษะเอนไปขา้ งหลังเลก็ นอ้ ย 8

ท่าที่ 9 ทา่ ยืนแยกเท้าทงั้ สองขา้ ง ห่างกนั 1 ฟตุ นักเรยี นใช้มอื ท้งั สองข้างดงึ ชายกระโปรง/กางเกง ขึ้น 9

เหนอื เข่าเลก็ น้อย

ท่าที่ 10 นกั เรยี นหญงิ ชาย อยใู่ นทา่ ที่ 9 ใหก้ ลับหลงั หัน สงั เกตด้านหลัง แล้วใหเ้ ดนิ ไปข้างหน้าประมาณ 10

บรรณานกุ รม 11

1

การตรวจร่างกาย 10 ท่า

สขุ ภาพที่แข็งแรงเปน็ สิ่งสำคัญของเด็กในวัยเรียน ดงั นน้ั การตรวจสุขภาพประจำปจี ึงเป็นส่งิ สำคญั เพราะจะทำ
ใหเ้ ราพบปญั หาและสามารถแกไ้ ขปัญหานน้ั ได้ เพือ่ ทจี่ ะทำใหน้ กั เรยี นมสี ขุ ภาพที่ดี และเรียนร้ไู ด้อย่างเตม็ ท่ี
วตั ถปุ ระสงค์

เพื่อตรวจสุขภาพนกั เรียนเป็นรายบุคคลว่ามีความผิดปกติในส่วนใดของร่างกาย มีร่างกายที่เจริญเตบิ โต
สมวัยหรือไม่
การเตรียมนักเรียน

ให้นักเรียนทุกคน พับแขนเสื้อขึ้น ปลดกระดุมเสื้อบริเวณอกออก 1 เม็ด ถอดรองเท้า ถุงเท้าด้วย ทำท่า
ตา่ ง ๆ ใหน้ ักเรยี นดแู ละอธบิ ายถึงเหตุผลของการกระทำนนั้ ๆ ดว้ ย ให้เปน็ ทเ่ี ข้าใจเสียกอ่ นแล้วให้นักเรียนลองหัด
ทำ จนเห็นวา่ เขา้ ใจดแี ล้ว เพ่ือสะดวกประหยัดเวลา สำหรบั การตรวจมี 10 ท่า ดงั นี้
ท่าท่ี 1 ยน่ื มือทงั้ สองข้างออกไปข้างหนา้ ใหส้ ดุ แขนควา่ มือกางนว้ิ ทุกนิ้ว

วัตถุประสงค์
เพอ่ื ตรวจดคู วามผิดปกติของเลบ็ ผวิ หนงั บรเิ วณดา้ นนอกของแขน นิ้วมอื และซอกนิว้

สิง่ ทคี่ วรสังเกต
1. เลบ็ ยาวสกปรก
2. ผิวหนังบวม เปน็ แผล ผ่ืน มขี ไ้ี คล
3. ง่ามน้วิ มือ มีเม็ดต่มุ เลก็ ๆ มีน้ำใสๆ
4. ตุ่มสากบริเวณดา้ นนอกของแขน

คำแนะนำ
1.หากพบวา่ มเี ล็บยาวและคราบสกปรกตามเล็บ ซอกเลบ็ แนะนำให้ตัดและทำความสะอาด

2

2. หากพบ เชื้อราผิวหนัง กลาก เกลื้อน ใช้ Whitfield ’s ointment (ขี้ผึ้งรักษากลากเกลื้อน) ทาแผล
2-3 ครั้งต่อวัน หรือ 3-4 ครั้งตอ่ สปั ดาห์

3. หากมอี าการคนั ใช้ Calamine Lotion (ยาแก้ผดผ่ืนคนั ) ทาแผล 2-3ครงั้ ตอ่ วัน
4. หากมีผนื่ แดงทีผ่ ิวหนงั ผ่นื แพ้ ใช้ยา Chlorpheniramine[CPM] (ยาแกแ้ พ้ Anti-histamine)
ท่าที่ 2 หงายมอื ทั้งสองขา้ ง กางนว้ิ ออกทุกน้วิ

วัตถปุ ระสงค์
เพือ่ ดคู วามพกิ ารของมือ ดูความผดิ ปกตขิ องผวิ หนงั เลบ็ มอื

สิง่ ผิดปกติท่ีควรสงั เกต
1. ผวิ หนงั บวม เปน็ แผล ผ่ืน มีไคล
2. รอ่ งนิ้วมอื มีเมด็ ตุม่ เลก็ ๆ มนี ้ำใส ๆ
3. ตุ่มสากบรเิ วณด้านนอกของแขน

คำแนะนำ
- หากพบ เชือ้ ราผวิ หนงั กลาก เกลือ้ น ใช้ Whitfield ’s ointment (ขผี้ ้งึ รกั ษากลากเกลอ้ื น) ทาแผล 2-3

ครั้งต่อวัน หรอื 3-4 คร้งั ต่อสัปดาห์
- หากมีอาการคนั ใช้ Calamine Lotion (ยาแก้ผดผ่นื คนั ) ทาแผล 2-3ครง้ั ตอ่ วัน
- หากมีผืน่ แดงท่ีผิวหนงั ผืน่ แพ้ ใชย้ า Chlorpheniramine[CPM] (ยาแก้แพ้ Anti-histamine)

3

ท่าที่ 3 งอแขนพบั ขอ้ ศอก ใชน้ ้วิ แตะเปลือกตาลา่ งเบา ๆ ดึงลงขา้ งล่าง กลอกตาไปข้างซ้ายขวา

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ตรวจคดั กรองโรคทางตา
2. เพอ่ื ประเมนิ ลักษณะทางกายวิภาคของดวงตาทัง้ สองข้างและอวัยวะข้างเคยี ง เช่น เปลือกตา เน้ือเยื่อ

บริเวณรอบดวงตา เบ้าตา เป็นตน้
3. ประเมนิ ความผิดปกตขิ องดวงตา

สิง่ ท่ผี ิดปกติท่ีควรสงั เกต
ตาแดง ข้ตี า คันตา ขอบตาล่างแดงมากอกั เสบหรือซดี เปลอื กตาบวมอกั เสบ ตุ่มหนอง

คำแนะนำเมื่อพบความผิดปกติ
1. หากตรวจพบวา่ มีอาการตาแดง มขี ีต้ าแฉะ คันตา ขยตี้ าบอ่ ยๆ ควรใหค้ ำแนะนำ ดงั นี้
1.1 สอนใหเ้ ดก็ ลา้ งมอื บ่อยๆ เพอื่ ลดการติดเชอ้ื อย่าให้เด็กเอามือขยตี้ า
1.2 แนะนำให้ประคบเยน็ เพ่ือลดอาการบวมของเปลือกตา โดยประคบครง้ั ละ 5-10 นาที วนั ละ

2-3 คร้งั ประมาณ 5-6 วันอาการจะดีขนึ้ โดยท่วั ไปแล้วโรคนอ้ี าการจะดีขน้ึ ภายใน 7-10 วนั
1.3 แนะนำให้ทำความสะอาดตาโดยใช้สำลีชุบน้ำหรอื ใชท้ ิชชูเช็ดเบาๆ เช็ดแล้วทิ้ง ไม่ควรใช้ผ้า

เช็ดซำ้ แล้วซ้ำอีก
1.4 ถ้าหากมอี าการตาแดงผดิ ปกตใิ หร้ ีบพามาพบจกั ษแุ พทย์ทันทีเพือ่ รบั การวนิ จิ ฉยั

2. หากตรวจพบภาวะซดี จากขอบตาลา่ ง ควรใหค้ ำแนะนำ ดงั นี้
แนะนำให้รับประทานผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม ผลไม้อบแห้ง เนื้อสัตว์โดยเฉพาะตับ

เน้อื สตั วส์ ีแดง และอาหารทะเลซึ่งเปน็ แหลง่ ของธาตุเหล็ก หรอื จะทานธญั พชื จำพวกถว่ั เหลอื ง ถ่ัวแดง หรอื งา เพ่ือ
ป้องกนั ภาวะซดี

4

ทา่ ที่ 4 ใชม้ ือทั้งสองข้าง แหวกคอเสอ้ื ให้กว้าง หันหนา้ ไปทางซา้ ยและขวา

วตั ถปุ ระสงค์
เพ่อื ตรวจดูความสะอาด รอยโรคทางผวิ หนงั และความผดิ ปกติของตอ่ มไทรอยด์บรเิ วณคอ

สิง่ ทีส่ งั เกตไดจ้ ากการตรวจ
1. โรคผิวหนงั ผื่น
2. ความสกปรก
3. การบวมโตของคอ ลกั ษณะไทรอยดโ์ ต

คำแนะนำเมอ่ื พบความผิดปกติ
1. ทำความสะอาดรา่ งกายอาบน้ำใหส้ ะอาดทุกวัน โดยฟอกสบแู่ ละถูใหท้ ่ัวทกุ ซอกทกุ มุมของรา่ งกาย และ

เช็ดให้แหง้ ล้างดว้ ยน้ำสะอาด และเช็ดตัวใหแ้ ห้งทกุ ครง้ั ให้ท่ัวทง้ั ตัว โดยเฉพาะตามซอก คอ และข้อพับ เพื่อไม่ให้
อบั ชนื้ นำไปสโู่ รคผิวหนัง

2. สวมใส่เสอ้ื ผ้าท่ีสะอาด ไม่อับชืน้ และเหมาะกบั สภาพอากาศ เช่น ใส่เสอ้ื ผ้าบาง ๆ เพ่ือระบายอากาศใน
ฤดูร้อน

3. ทำความสะอาดห้องนอนทุกวัน จัดเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนเป็น
ประจำ ผา้ ห่ม ที่นอน หมอน มงุ้ หมั่นตากแดด เพ่ือกำจัดฝุ่นละอองและเชื้อโรค

4. แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อรับยารักษาลดฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ การกลืนนำ้ แร่ไอโอดีนท่ีเกาะกับสาร
รังสี เพือ่ ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานนอ้ ยลงและมีขนาดท่ีเลก็ ลง หากมคี อโตมากจนผิดปกติควรทำการผา่ ตัด

5

ทา่ ท่ี 5 นักเรียนหญงิ ใช้มือขวาเปดิ ผมเหนอื ดา้ นหลงั หูขวา ให้สงู ขนึ้ แลว้ หนั หนา้ ไปทางซา้ ย
นกั เรียนชายหันหนา้ ไปทางซา้ ย

วัตถุประสงค์
เพื่อสังเกตความผิดปกติ เช่น มีเหา ไข่เหา หู หน้าหู หลังหู ต่อมน้ำเหลืองหลังหูโต แผล หนองไหลออก

จากหู และมีขี้หู
สิ่งผิดปกตทิ ่ีควรสงั เกต

1. มีเหา และ ไข่เหา บรเิ วณโคลนผมเม่อื สางผม
โดยสงั เกตเหา หากพบไขเ่ หา : + , พบไข่เหาจานวนมาก : ++, พบไขแ่ ละเหาตัวเตม็ วยั : +++

2. หู หนา้ หู หลังหู ต่อมนำ้ เหลืองหลงั หโู ต แผล หนองไหลออกจากหู และมขี ้ีหู
คำแนะนำเม่อื พบสิง่ ผดิ ปกติ
วิธีการกำจดั เหา

1. วิธีกำจัดเหา โดยใช้สมุนไพร คือ นำใบและเมล็ดน้อยหน่า โดยนาเมล็ดประมาณ10 เมล็ด และใบ
น้อยหน่าสดประมาณ 1 กำมือ หรือประมาณ 15 กรัม นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ามันมะพร้าว 1 –2 ช้อนโต๊ะ
จากน้นั นำส่วนผสมทไ่ี ด้มาขย้ีให้ทว่ั ศรี ษะ แล้วใชผ้ า้ คลุมไว้ประมาณครึ่งชวั่ โมง หลังจากนั้นสระออกด้วยน้ำสะอาด
ประมาณ 2 –3 คร้งั เพอ่ื ให้กล่นิ ของสมนุ ไพรจางลง และใชซ้ ำ้ สัปดาห์ละ 1 –2 ครง้ั จนกวา่ ไขเ่ หาและตัวจะออก
หมดโดยระวงั อย่าใหเ้ ข้าตา

2. ใช้ 25% Benzyl benzoate ใช้ฆ่าท้งั หิดและเหา แต่มีวธิ ใี ช้ต่างกัน ถา้ ต้องการฆ่าหดิ ต้องทาทิ้งไว้นาน
24-28 ชม. และต้องทา ติดต่อกัน 3 วันหรือวันเว้นวัน 3 ครั้งโดยทายาครั้งแรกรอให้แห้งแล้วทาซ้ำทันที (หาก
ต้องการฆ่าเหา ต้องทาทิ้งไว้ 12-24 ชม. โดยก่อนใส่ยาบนศีรษะก็ควรสระผมและใชห้ วถี ี่ ๆ สางเอาตัวเหาและไข่
เหาออกกอ่ น และทาซ้ำอกี คร้งั หลงั จากนี้ 7 วนั ระวังอย่าใหเ้ ข้าตา)

6

ทา่ ที่ 6 นกั เรียนหญิงใช้มือซ้ายเปิดผมเหนือด้านหลงั หซู ้าย ให้สงู ขึน้ แล้วหันหน้าไปทางขวา
นกั เรียนชายหนั หน้าไปทางขวา

วตั ถุประสงค์
เพือ่ สังเกตความผิดปกติ เช่น มเี หา ไขเ่ หา หู หนา้ หู หลังหู ตอ่ มนำ้ เหลอื งหลังหูโต แผล หนองไหลออกจาก

หู และมขี ้ีหู
สิ่งผิดปกตทิ ค่ี วรสังเกต

1.มีเหา และ ไข่เหา บรเิ วณโคลนผมเม่อื สางผม
โดยสังเกตเหา หากพบไข่เหา : + , พบไข่เหาจานวนมาก : ++, พบไข่และเหาตวั เตม็ วยั : +++

2. หู หน้าหู หลังหู ตอ่ มนำ้ เหลืองหลังหูโต แผล หนองไหลออกจากหู และมขี ้ีหู
คำแนะนำเม่อื พบสงิ่ ผิดปกติ
วิธีการกำจดั เหา

1. วธิ ีกำจดั เหา โดยใช้สมุนไพร คือ นำใบและเมล็ดน้อยหน่า โดยนาเมลด็ ประมาณ10 เมล็ด และใบน้อยหน่า
สดประมาณ 1 กำมอื หรือประมาณ 15 กรัม นำมาตำให้ละเอยี ดผสมกบั นา้ มันมะพร้าว 1 –2 ชอ้ นโตะ๊ จากนน้ั นำ
ส่วนผสมท่ไี ด้มาขย้ีใหท้ ัว่ ศรี ษะ แล้วใช้ผา้ คลมุ ไวป้ ระมาณคร่ึงช่วั โมง หลงั จากนน้ั สระออกดว้ ยน้ำสะอาดประมาณ
2 –3 ครั้ง เพื่อให้กลิ่นของสมุนไพรจางลง และใช้ซ้ำสัปดาห์ละ 1 –2 ครั้ง จนกว่าไข่เหาและตัวจะออกหมดโดย
ระวังอยา่ ให้เข้าตา

2. ใช้ 25% Benzyl benzoate ใชฆ้ า่ ท้งั หิดและเหา แต่มีวธิ ีใชต้ ่างกัน ถา้ ต้องการฆ่าหิดต้องทาทิ้งไว้นาน
24-28 ชม. และต้องทา ติดต่อกัน 3 วันหรือวันเว้นวัน 3 ครั้งโดยทายาครั้งแรกรอให้แห้งแล้วทาซ้ำทันที (หาก
ต้องการฆ่าเหา ต้องทาทิ้งไว้ 12-24 ชม. โดยก่อนใส่ยาบนศีรษะก็ควรสระผมและใชห้ วถี ี่ ๆ สางเอาตัวเหาและไข่
เหาออกกอ่ น และทาซำ้ อกี ครั้งหลงั จากนี้ 7 วนั ระวงั อยา่ ให้เขา้ ตา)

7

ทา่ ที่ 7 ยงิ ฟนั และยม้ิ กว้างจนเห็นเหงอื ก ใหก้ ดั ฟนั และยิ้มกว้าง ใหเ้ ห็นเหงือกเหนือฟนั บน และฟนั ลา่ งใหเ้ ตม็ ท่ี

วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อสังเกตความผดิ ปกติของฟัน เหงอื ก ผิวหนงั บรเิ วณใบหนา้ แก้มและคาง

สิ่งผดิ ปกติท่ีควรสังเกต
1. ริมฝปี ากซดี มาก
2. เปน็ แผลทม่ี ุมปาก มมุ ปากเป่ือย
3. เหงอื กบวมเปน็ หนอง
4. ฟนั ผุ มีเลือดออกตามไรฟนั
5. ผิวหนงั บรเิ วณใบหน้า หนา้ ผาก แกม้ คาง เป็นวงขาวๆ เรียบหรอื เปน็ วงแดงมขี อบชดั

คำแนะนำเมอื่ พบความผดิ ปกติ
1. สอนใหเ้ ดก็ วยั เรยี นมีความรอบร้ดู ้านสุขภาพช่องปาก
1.1 อวยั วะในชอ่ งปาก
1.2 โรคฟนั ผุ โรคปริทันต์
1.3 การดูแลสุขภาพชอ่ งปาก
1.4 อาหารทีเ่ ส่ยี งตอ่ ฟนั ผุ
2. มีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากทพ่ี ึงประสงค์
2.1 ดืม่ นำ้ หวาน /นำ้ อดั ลม ไมเ่ กนิ 2 คร้ัง/วัน
2.2 กินขนมระหวา่ งมือ้ ไมเ่ กนิ 2 ครง้ั /วัน
2.3 กินลูกอม ไม่เกิน 2 ครงั้ /วัน
2.4 แปรงฟันตามหลกั 222
2.5 แปรงฟนั หลงั อาหารกลางวนั ทีโ่ รงเรียน ทกุ วนั

8

2.6 แปรงฟนั ก่อนนอน ทกุ วนั
3. การได้รับบรกิ ารสขุ ภาพช่องปาก

1. การตรวจสุขช่องปาก
2. สง่ ต่อ เช่น อดุ ฟนั ถอนฟัน เคลอื บหลมุ ร่องฟนั /ทาฟลูออไรดป์ อ้ งกนั ฟนั ผุ
ท่าท่ี 8 อา้ ปากกว้าง แลบลนิ้ ยาว รอ้ งอา ให้ศีรษะเอนไปขา้ งหลังเลก็ น้อย

วัตถุประสงค์
เพอ่ื สงั เกต คอ ฟัน แผลในชอ่ งปาก บรเิ วณเยอ่ื บุจมูก นำ้ มูก ตอ่ มทอลซิล

สงิ่ ผดิ ปกติทค่ี วรสังเกต
ลิ้น คอแดง เจ็บ หรือเปน็ ฝ้าขาวๆ ฟันผุ แผลแดงอักเสบ บริเวณเย่ือบจุ มูก มีน้ำมกู ไอ ทอนซลิ โต

คำแนะนำเมอ่ื พบความผิดปกติ
- ฟันผุ

หากพบความผดิ ปกตหิ รือพบนักเรยี นฟันผุ ให้แจ้งผูป้ กครองให้รับทราบและแนะนำให้ผู้ปกครองพานักเรียน
ไปรับบรกิ ารรกั ษาโรคฟัน ทสี่ ถานบรกิ ารสาธารณะสุขหรือโรงพยาบาล
- ต่อมทอลซนิ โต

อาการจะคลา้ ยๆ เป็นหวัด เด็กจะมไี ข้ ปวดหัว มีน้ำมูก เจ็บคอมาก ไม่อยากอาหาร เพราะกลืนน้ำ กลืนข้าว
ลำบาก คอบวมแดง มีอาการเจบ็ บริเวณด้านข้างของช่องปากทั้งสองฝั่งเมือ่ เด็กเป็นโรคต่อมทอนซิลจะรูส้ ึกเจ็บคอ
เวลาต้องกลนื ทำให้ไมย่ อมทานข้าว หรือทานน้อยลงซึง่ อาจทำให้กลายเป็นขาดสารอาหารด จงึ ควรพาไปพบแพทย์
ใหว้ ินจิ ฉัยอาการ และรักษาอยา่ งถกู ตอ้ ง
- แผลในปาก

อาจเกดิ จากการแปรงฟันแรงเกนิ ไป การกดั ปากโดยไมไ่ ด้ตั้งใจ การทำฟัน หรอื การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
ควรระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยควรรับประทานอาหารอ่อนและอาหารที่มีสาร

9

โภชนาการครบถว้ น ไมค่ วรรบั ประทานอาหารทีม่ ีรสจดั หรือมีรสเค็ม รวมถึงหลีกเล่ยี งอาหารจำพวกขนมกรุบกรอบ
อาหารและเคร่อื งด่มื ทีม่ กี รดมาก และไมเ่ คย้ี วหมากฝร่ัง
ท่าที่ 9 ท่ายืนแยกเทา้ ท้ังสองขา้ ง ห่างกัน 1 ฟุต นักเรียนใชม้ ือท้ังสองขา้ งดึงชายกระโปรง/กางเกง ขึ้นเหนอื
เขา่ เลก็ นอ้ ย

วตั ถุประสงค์
1. สังเกตรอยโรค แผล ตมุ่ พพุ องท่ีบรเิ วณ เข่า หน้าแข้ง
2. สังเกตความผิดปกตขิ องน่อง ฝ่าเท้า การโกง่ งอของขา ความพกิ ารของขา
3. สังเกตทรวดทรง รูปรา่ ง วา่ มีความผดิ ปกตหิ รือไม่

สิง่ ผดิ ปกติทค่ี วรสังเกต
ความผิดปกติของทรง รูปร่าง การโก่งงอของขา น่อง ความผิดปกติของฝ่าเท้า รอยโรค การมีบาดแผล

พพุ อง
คำแนะนำเมอ่ื พบความผดิ ปกติ

1. หากตรวจพบรอยโรค แผล ตุ่มพุพองท่ีบริเวณ เข่า หน้าแข้ง ควรให้การพยาบาลเบื้องตน้ หรือแนะนำ
ผปู้ กครองให้เข้ารับการรกั ษาทสี่ ถานพยาบาลใกลบ้ า้ น

2. หากตรวจพบความปกติ ของนอ่ ง ฝ่าเทา้ การโก่งงอของขา ความพิการของขา ควรแจง้ ผู้ปกครองและ
ครูประจำชน้ั ให้ทราบ เพอื่ เข้ารบั การรกั ษาตอ่ ไป

10

ท่าที่ 10 นกั เรยี นหญิง ชาย อยใู่ นทา่ ที่ 9 ใหก้ ลับหลงั หนั สงั เกตด้านหลัง แล้วให้เดนิ ไปขา้ งหนา้ ประมาณ
4-5 ก้าว แล้วเดินกลับหันเข้าหาผตู้ รวจ

วตั ถปุ ระสงค์
1. สงั เกตรอยโรค แผล ต่มุ พุพองที่บริเวณ เขา่ หนา้ แข้ง
2. สงั เกตความผิดปกติของนอ่ ง ฝ่าเทา้ การโก่งงอของขา ความพกิ ารของขา
3. สงั เกตทรวดทรง รูปร่าง วา่ มีความผดิ ปกตหิ รือไม่

ส่งิ ผิดปกตทิ ี่ควรสงั เกต
ความผิดปกติของทรง รูปร่าง การโก่งงอของขา น่อง ความผิดปกติของฝ่าเท้า รอยโรค การมีบาดแผล

พพุ อง
คำแนะนำเมอ่ื พบความผดิ ปกติ

1. หากตรวจพบรอยโรค แผล ตุ่มพุพองท่ีบริเวณ เข่า หน้าแข้ง ควรให้การพยาบาลเบื้องต้นหรือแนะนำ
ผูป้ กครองให้เข้ารับการรกั ษาทสี่ ถานพยาบาลใกล้บา้ น

2. หากตรวจพบความปกติ ของนอ่ ง ฝ่าเท้า การโก่งงอของขา ความพกิ ารของขา ควรแจ้งผ้ปู กครองและ
ครปู ระจำชัน้ ใหท้ ราบ เพื่อเขา้ รับการรกั ษาต่อไป

11

บรรณานุกรม

นวลอนงค์ วิศิษฏสนุ ทร. (2553). คออักเสบ และตอ่ มทอนซลิ อกั เสบ ปญั หาของหนนู ้อย. สบื ค้นเมอ่ื 19
กนั ยายน 2564, จาก https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=275.

ปิยธิดา แสนอ่อนพุธ. (2561). การจัดบริการสุขภาพในโรงเรียน. สืบค้นเมื่อ 23 กันยายน 2564, จาก
http://piyatidabo7946.blogspot.com/2018/11/blog-post.html.

ศิวพร อึ้งวัฒนา และรังสิยา นารินทร์. (2561). การพยาบาลชมุ ชน:อนามัยครอบครวั อนามัยโรงเรยี น อนามยั
สิง่ แวดลอ้ มและอาชวี อนามัย. เชียงใหม่ :คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม.่

ศิวพร อึ้งวัฒนา, และกัลยาณี ตันตรานนท์. (2563). แนวคิดและหลักการ การพยาบาลชุมชน. เชียงใหม่ :
สมาร์ท โคตตงิ้ แอนดเ์ ซอรว์ สิ .
สุขศริ ิ ประสมสุข. (2558). การพยาบาลอนามยั ชมุ ชน (พมิ พค์ ร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ : นโี อดจิ ิตอล.
Blogger. (2561). การตรวจสุขภาพนกั เรยี นในโรงเรยี น 10 ทา่ . สืบคน้ เมอ่ื 19 กันยายน 2564, จาก

https://maomay.blogspot.com/2018/11/10.html?m=1.


Click to View FlipBook Version