1
คานา
การจัดการความรู้ ด้านทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถ่ิน ของคณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิต
พัฒนศิลป์ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้ดาเนินการตามแผนพัฒนาการบริการวิชาการ และทานุบารุง
ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งในปีน้ีคณะศิลปศึกษาได้จัดเก็บองค์ความรู้เรื่อง “วิธีการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะสาหรับการแสดง”
ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการศึกษาด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์และคีตศิลป์ ให้มีคุณภาพ
และมาตรฐานเป็นท่ียอมรับระดับชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์
การนุ่งเลาะเต๊ียะของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และจัดทารูปเล่มข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะสาหรับ
การแสดง กรณีศึกษาจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์ประเมษฐ์
บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์วิโรจน์ อยู่สวัสด์ิ (ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย) อาจารย์สุพรทิพย์
ศุภรกุล (ผู้เชี่ยวชาญด้านพัตราภรณ์) อาจารย์สุริยัน กุมารจันทร์ (วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง) และอาจารย์นิติพงษ์
ทับทิมหนิ (คณะศิลปนาฏดุรยิ างค์) ซ่ึงท่านมีประสบการณ์และเทคนิควิธีการ นุ่งผ้าเลาะเต๊ียะที่แตกต่างกันออกไป
คณะกรรมการการจัดการความรู้ ด้านทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถ่ิน ของคณะศิลปศึกษาเล็งเห็น
ความสาคญั และประโยชน์จากการรวบรวมเทคนิควธิ กี ารนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะเหล่านี้เพื่อนาไปประยุกต์ใช้ในการจัดการ
เรียนการสอน การแสดง ใหผ้ ูเ้ รียนและผู้ที่ให้ความสนใจ ซึ่งคณะศิลปศึกษา โดยคณะกรรมการการจัดการความรู้
ดา้ นทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ศึกษา
และสนใจไมม่ ากก็น้อย ท้ังน้หี ากมขี ้อผดิ พลาดประการใด ขออภยั ไว้ ณ โอกาสน้ี
วา่ ทรี่ อ้ ยตรีจตพุ ร ภักดี
ผ้จู ัดทา
2
การนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะ คือ ลักษณะการนุ่งผ้าของชนกลุ่มน้อยเผ่าหนึ่งในภาคใต้ ที่เรียกว่า เงาะป่า หรือซา
ไก อาศยั อยตู่ ามเชงิ ผา กระจายอยู่ในเขตจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ เป็นกลุ่มชนที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับวัฒนธรรมล่าสัตว์
ปัจจุบันเงาะป่าถูกรุกด้วยวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น และมีแนวโน้มจะลดลงเร่ือยๆ สาหรับลักษณะการนุ่งผ้า
เลาะเตีย๊ ะนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั รชั กาลท่ี 5 ไดท้ รงพรรณนาถึงการแต่งกายของพวกเงาะป่า
หรือซาไก ไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง "เงาะป่า" เมื่อคร้ัง เสด็จประพาสหัวเมืองทางภาคใต้ เม่ือ ร.ศ. 124
(พ.ศ. 2448) ทีจ่ งั หวัดพัทลุงและตรงั ไดท้ รงพบเหน็ "ซาไก" ว่า ผู้ชายนุง่ ผา้ คาบหว่างขา แล้วกระหวัดเอาไว้ท้ังหน้า
หลัง เรียกว่า "นุ่งเลาะเตี๊ยะ" ชายที่ห้อยข้างหน้าเรียก "ไกพ๊อก" ชายที่ห้อยข้างหลังเรียก "กอเลาะ" จากการ
พรรณนามาสู่การแสดง ทาให้การนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะดังกล่าวในปัจจุบัน มีวิธีการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะที่หลากหลาย ท้ัง
แบบวังสวนกุหลาบ กรมศิลปากร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่าน ที่ใช้กับตัวละครในเร่ือง
เงาะปา่ เช่น ตวั ละครเอก หรือเงาะชาวบา้ น นนั้
การจัดการความรู้เร่ือง วิธีการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะสาหรับการแสดง เป็นการจัดการความรู้ ด้านทานุบารุง
ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การนุ่งเลาะเต๊ียะ
ของสถาบันบณั ฑิตพัฒนศิลป์ ทม่ี ปี ระสบการณ์ทั้งการแต่งกายเลาะเตี๊ยะและการแสดงละครเรื่องเงาะป่า หรือการ
แสดงในลกั ษณะเดยี วกนั ที่เกี่ยวข้อง กรณีศึกษาจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ)
อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์วิโรจน์ อยู่สวัสด์ิ (ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย) อาจารย์
สพุ รทพิ ย์ ศภุ รกลุ (ผเู้ ช่ยี วชาญด้านพตั ราภรณ์) อาจารย์สุริยนั กุมารจันทร์ (วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง) และอาจารย์
นิติพงษ์ ทับทิมหิน (คณะศิลปนาฏดุริยางค์) ซึ่งท่านมีประสบการณ์และเทคนิควิธีการนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะที่แตกต่าง
กันออกไป โดยผลจากการศึกษาพบว่า การจัดการความรู้ครั้งนี้มีวิธีการนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะสาหรับการแสดง จานวน
6 แบบ ดงั น้ี
3
1. วธิ ีการน่งุ ผ้าเลาะเตี๊ยะตามแบบของ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชยั จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปนิ แห่งชาติ)
โดยมีอาจารย์นติ พิ งษ์ ทับทมิ หนิ เป็นผชู้ ่วยเกบ็ รายละเอียดการนงุ่ ผ้าเลาะเตีย๊ ะ
ภาพท่ี 1 วิธกี ารนุ่งผา้ เลาะเต๊ยี ะตามแบบของ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชยั จันทร์สวุ รรณ์ (ศิลปนิ แห่งชาต)ิ
ทม่ี า : จตุพร ภกั ดี
ภาพประกอบ คาอธบิ าย
ขน้ั ตอนที่ 1
จับผ้านุ่งให้มีความเหลื่อมไม่เท่ากัน ให้ข้างขวาของผู้
แต่งกายส้นั กวา่ ข้างซา้ ย
ข้ันตอนท่ี 2
จับผ้าทั้งสองข้างรวบข้ึนมาระดับเอวนักแสดง โดยให้
ผ้าด้านหลังอยู่ระดับครึ่งขาบน จากนั้นนาผ้าข้างขวา
ของผแู้ ต่งกายพาดทับบนผา้ ด้านซ้าย
ภาพประกอบ 4
คาอธิบาย
ข้นั ตอนท่ี 3
นาผ้าข้างขวาท่ีพาดทับด้านซ้าย สอดข้ึนเข้าไปทางตัว
นักแสดง ใหช้ ายผา้ อยขู่ ้างบน
ขน้ั ตอนท่ี 4
สอดชายผ้าท่ีอยู่ข้างล่างลอดใต้ระหว่างขา ให้ผ้าไปอยู่
ดา้ นหลงั
ขนั้ ตอนที่ 5
สอดปลายผา้ ท่อี ยขู่ ้างหลงั เขา้ ไปใตผ้ ้าจากก้นไปถงึ เอว
ขน้ั ตอนท่ี 6
จดั ระเบียบผา้ ให้เรียบร้อย
ข้ันตอนท่ี 7
เย็บผ้าท่ีอยู่ด้านหลังกับผ้าท่ีสอดเข้าไประดับก้นข้าง
ขวา ป้องกันความโป๊
ภาพประกอบ 5
คาอธบิ าย
ข้ันตอนท่ี 8
เย็บผ้าท่ีอยู่ด้านหลังกับผ้าท่ีสอดเข้าไประดับก้นข้าง
ซ้าย ปอ้ งกันความโป๊
ขั้นตอนที่ 9
ใช้เชือกผูกจากใต้ชายผ้าด้านหลัง มาผูกใต้ชายผ้า
ด้านหน้า แลว้ เก็บปลายเชอื กให้มดิ ชิด
ขน้ั ตอนท่ี 10
เย็บผ้าที่อยู่ด้านหน้าระหว่างขาข้างซ้ายให้ติดกัน
ป้องกนั ความโป๊
ขน้ั ตอนท่ี 11
เย็บผ้าที่อยู่ด้านหน้าระหว่างขาข้างขวาให้ติดกัน
ป้องกนั ความโป๊
ขั้นตอนท่ี 12
จบั ผา้ ด้านหลงั ขยายออก จัดระเบียบให้สวยงาม
ภาพประกอบ 6
คาอธบิ าย
ขั้นตอนที่ 13
จบั ผา้ ด้านหน้าใหเ้ ป็นดอก แล้วเย็บตดิ ใหเ้ รียบร้อย
ขนั้ ตอนที่ 14
ใช้ผ้าสีเขียวคาดเอวจากด้านหลังให้อยู่ใต้ผ้าด้านหลัง
มาผกู กนั ข้างหนา้ ทบั ผา้ ที่จบั ดอกไว้
ลกั ษณะการน่งุ ผ้าเลาะเต๊ียะทัง้ 4 ด้าน
7
ภาพท่ี 2 การนงุ่ ผา้ เลาะเต๊ยี ะตามแบบของ รองศาสตราจารย์ ดร.ศภุ ชยั จนั ทร์สวุ รรณ์ (ศิลปินแหง่ ชาต)ิ
ทีม่ า : จตุพร ภกั ดี
ภาพท่ี 3 การถา่ ยทอดการนุ่งผา้ เลาะเตี๊ยะ ของ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทรส์ ุวรรณ์ (ศิลปินแหง่ ชาติ)
ท่ีมา : จตุพร ภักดี
8
ภาพที่ 4 การเก็บรายละเอียดนงุ่ ผา้ เลาะเตย๊ี ะ โดยอาจารย์นิตพิ งษ์ ทับทิมหิน
ทีม่ า : จตพุ ร ภกั ดี
9
2. วิธกี ารน่งุ ผา้ เลาะเต๊ยี ะตามแบบของ อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศลิ ปนิ แหง่ ชาต)ิ
ภาพที่ 5 วิธกี ารนุ่งผา้ เลาะเตยี๊ ะตามแบบของ อาจารย์ประเมษฐ์ บณุ ยะชยั (ศลิ ปนิ แห่งชาต)ิ
ทีม่ า : จตุพร ภกั ดี
ภาพประกอบ คาอธบิ าย
ขน้ั ตอนที่ 1
ใช้ผ้าขนาดหนา้ กวา้ ง 50 เซนตเิ มตร ยาว 5 เมตร
จดั ปลายผ้าให้เทา่ กนั
ขน้ั ตอนที่ 2
ให้นกั แสดงขมวดชายพก มดั ชายพกให้แนน่ กระชบั
ภาพประกอบ 10
คาอธิบาย
ขั้นตอนที่ 3
จับชายผ้าด้านซ้ายของนักแสดงสอดเข้าไปข้างในใต้
ชายพกทข่ี มวดไว้แลว้ ดึงข้ึน
ขั้นตอนที่ 4
จับชายผ้าท่ีสอดไว้ ดึงออกมาให้พอดีกับที่จะปล่อย
ชายผา้ ด้านหน้า
ขนั้ ตอนท่ี 5
จับผ้าที่เหลือด้านในนามาคลี่ให้เป็นทรงพอดีกับผ้า
ดา้ นยาวทเ่ี หลือไว้ แล้วนาผา้ ท้ังสองมาม้วนรวมกันเป็น
ชายกระเบน
ขัน้ ตอนท่ี 6
สอดชายกระเบนใตร้ ะหวา่ งขาไปไว้ดา้ นหลงั
ขั้นตอนที่ 7
ขยายผ้าชายกระเบนทส่ี อดมาแผ่ปดิ ก้นใหเ้ รียบรอ้ ย
ภาพประกอบ 11
คาอธบิ าย
ข้นั ตอนท่ี 8
ใช้เชือกผูกจากใต้ชายผ้าด้านหลัง มาผูกใต้ชายผ้า
ดา้ นหนา้ แลว้ เกบ็ ปลายเชือกให้มิดชิด
ขน้ั ตอนที่ 9
จับผา้ ดา้ นหน้าขยายใหเ้ รยี บรอ้ ยสวยงาม
ขน้ั ตอนที่ 10
จับผ้าด้านหลังให้พอดีกับผู้แสดง แล้วม้วนเก็บผ้าส่วน
ที่เหลอื เขา้ กบั เชอื กท่รี ดั เอวไวด้ า้ นขวา
ขน้ั ตอนที่ 11
จับผ้าด้านหลังให้พอดีกับผู้แสดง แล้วม้วนเก็บผ้าส่วน
ทเี่ หลอื เข้ากบั เชอื กที่รัดเอวไวด้ ้านซา้ ย
ข้นั ตอนท่ี 12
ใช้ผ้าสีเขียวคาดเอวจากด้านหลังให้อยู่บนทับผ้า
ดา้ นหลงั มาผูกกนั ขา้ งหน้าใตช้ ายผา้ ดา้ นหน้า
ภาพประกอบ 12
คาอธิบาย
ข้นั ตอนที่ 13
นาชายผา้ ด้านหน้าปิดลง แลว้ จัดเรยี บใหเ้ รียบรอ้ ย
ลกั ษณะการนุ่งผ้าเลาะเตยี๊ ะทงั้ 4 ดา้ น
13
ภาพท่ี 6 การน่งุ ผา้ เลาะเต๊ยี ะตามแบบของ อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชยั (ศลิ ปินแห่งชาต)ิ
ทมี่ า : จตพุ ร ภกั ดี
ภาพท่ี 7 การถ่ายทอดการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะตามแบบของ อาจารยป์ ระเมษฐ์ บุณยะชยั (ศิลปินแห่งชาต)ิ
ทม่ี า : จตุพร ภักดี
14
3. วิธกี ารนุ่งผา้ เลาะเต๊ียะตามแบบของ อาจารย์วโิ รจน์ อยสู่ วสั ด์ิ (ผเู้ ชย่ี วชาญนาฏศิลป์ไทย)
ภาพท่ี 8 วิธกี ารนงุ่ ผ้าเลาะเตยี๊ ะตามแบบของ อาจารยว์ ิโรจน์ อยู่สวัสด์ิ (ผเู้ ชีย่ วชาญนาฏศิลป์ไทย)
ท่มี า : จตพุ ร ภกั ดี
ภาพประกอบ คาอธิบาย
ขั้นตอนท่ี 1
นาผ้ามาพับคร่ึงตามแนวยาว แล้วจับความยาวให้ส้ัน
ระดับไมเ่ กนิ หวั เขา่ พอดกี บั นกั แสดง
(2 สว่ น หรือ 3 สว่ น ตามขนาดตวั ของนกั แสดง)
ขัน้ ตอนที่ 2
น า ผ้ า ม า ท า บ ท่ี ตั ว นั ก แ ส ด ง โ ด ย ใ ห้ ป ล า ย ที่ สั้ น อ ยู่
ดา้ นหนา้ ยาวลงมาไมเ่ กินหวั เข่าของนักแสดง
ภาพประกอบ 15
คาอธบิ าย
ขนั้ ตอนที่ 3
สอดชายผ้าข้างที่ยาวลอดใต้ระหว่างขา ให้ผ้าไปอยู่
ดา้ นหลงั
ขน้ั ตอนที่ 4
จบั ผา้ ทพ่ี บั ครง่ึ ไว้ให้พอดีกบั ระดบั ท่จี ะปิดก้นไดพ้ อดี
ขน้ั ตอนท่ี 5
นาผ้าที่จับไว้ไปทาบกับด้านหลังนักแสดงระดับเอว
และให้กระชับกบั กน้
ขั้นตอนที่ 6
นาผ้าท่ีอยู่ด้านหน้า มาทับด้านบนผ้าที่อยู่ข้างหลัง
จากน้นั เยบ็ ทร่ี ะดับเอวซา้ ยใหก้ ระชับ
ข้นั ตอนท่ี 7
นาผ้าท่ีอยู่ด้านหน้า มาทับด้านบนผ้าท่ีอยู่ข้างหลัง
จากนน้ั เยบ็ ท่รี ะดบั เอวขวาให้กระชับ
ภาพประกอบ 16
คาอธิบาย
ข้นั ตอนท่ี 8
จับชายผ้าที่อยู่บริเวณต้นขาขวามาชิดกัน และเย็บให้
ติดกันคลา้ ยกบั เปน็ กางเกงชั้นใน
ขน้ั ตอนที่ 9
จับชายผ้าท่ีอยู่บริเวณสะโพกขวาให้ชิดกัน และเย็บให้
ตดิ กันคล้ายกบั เป็นกางเกงช้นั ใน
ขั้นตอนท่ี 10
จับชายผ้าที่อยู่บริเวณต้นขาซ้ายมาชิดกัน และเย็บให้
ตดิ กนั คลา้ ยกับเป็นกางเกงช้ันใน
ขัน้ ตอนที่ 11
จับชายผ้าที่อยู่บริเวณสะโพกซ้ายให้ชิดกัน และเย็บให้
ติดกันคล้ายกับเป็นกางเกงชั้นใน
ขน้ั ตอนท่ี 12
จับชายผ้าด้านหลังที่ยาวพับครึ่งตามแนวยาว โดยใช้
มอื ขา้ งหน่งึ จับใหก้ ระชับเข้าทีเ่ อวด้านหลัง
ภาพประกอบ 17
คาอธบิ าย
ข้นั ตอนที่ 13
นาชายผ้าด้านที่ยาว รัดรอบเอวไปทางขวาของ
นักแสดง โดยใช้มือข้างหน่ึงจับให้กระชับเข้าท่ีเอว
ดา้ นหลัง
ขั้นตอนที่ 14
เมอ่ื รัดรอบเอวแล้วนาผา้ ท้งั สองมารวมกนั
ข้ันตอนที่ 15
นาด้ายมาผกู มัดนวมกัน
ขั้นตอนที่ 16
พับผ้าส่วนที่เหลือให้มีความยาวเท่าๆ กับชายผ้าที่อยู่
ดา้ นหน้า
ขั้นตอนที่ 17
แล้วนามาทาบกบั ตวั นกั แสดงระดบั เอวด้านหลัง
ภาพประกอบ 18
คาอธิบาย
ขนั้ ตอนท่ี 18
ให้ผ้าด้านหลังมาติดกับผ้าที่รัดรอบเอว แล้วเย็บให้
ติดกนั ระดบั เอวข้างขวา
ขน้ั ตอนที่ 19
ให้ผ้าด้านหลังมาติดกับผ้าท่ีรัดรอบเอว แล้วเย็บให้
ติดกนั ระดบั เอวข้างซ้าย
ลกั ษณะการนุ่งผา้ เลาะเตี๊ยะทงั้ 4 ดา้ น
19
ภาพท่ี 9 การนุ่งผา้ เลาะเต๊ยี ะตามแบบของ อาจารย์วโิ รจน์ อยูส่ วัสด์ิ (ผเู้ ช่ยี วชาญนาฏศลิ ป์ไทย)
ท่มี า : จตุพร ภักดี
ภาพท่ี 10 การถ่ายทอดการนุ่งผ้าเลาะเตยี๊ ะตามแบบของ อาจารย์วโิ รจน์ อยสู่ วสั ด์ิ (ผเู้ ชย่ี วชาญนาฏศิลปไ์ ทย)
ทม่ี า : จตุพร ภักดี
20
4. วธิ กี ารนุ่งผ้าเลาะเตย๊ี ะตามแบบของ อาจารย์สุพรทพิ ย์ ศภุ รกุล (ผเู้ ช่ยี วชาญดา้ นพตั ราภรณ)์ แบบที่ 1
ภาพที่ 11 วิธกี ารนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะตามแบบของ อาจารย์สพุ รทพิ ย์ ศภุ รกุล (ผเู้ ชย่ี วชาญด้านพัตราภรณ์) แบบท่ี 1
ทม่ี า : จตพุ ร ภกั ดี
ภาพประกอบ คาอธบิ าย
ขน้ั ตอนที่ 1
นาผา้ มาจับจีบตามความกวา้ งของหน้าผา้ จนหมด
ขน้ั ตอนท่ี 2
นาผ้าท่ีจับจีบไว้ วัดระดับให้ปลายผ้ามีความสั้นเหนือ
เข่าของนักแสดง จากนั้นนามาทาบข้ึนไปกับตัว
นกั แสดง โดยใหป้ ลายทีส่ น้ั อยขู่ า้ งบน
ภาพประกอบ 21
คาอธิบาย
ขั้นตอนที่ 3
สอดชายผ้าข้างที่ยาวลอดใต้ระหว่างขา ให้ผ้าไปอยู่
ด้านหลงั
ขน้ั ตอนที่ 4
จับผา้ ดา้ นหลงั ให้กระชบั กบั ก้น
ขั้นตอนท่ี 5
นาเชือกมารัดรอบเอวใต้ชายผ้าท้ังด้านหน้าและ
ด้านหลัง โดยเริ่มจากด้านหลัง รัดไปด้านหน้า แล้วรัด
กลบั มาผูกท่ดี ้านหลัง
ขั้นตอนที่ 6
ขยายผ้าดา้ นหนา้ ทีจ่ บั จบี ไว้ แผอ่ อกไปด้านข้าง
ขั้นตอนที่ 7
ขยายผา้ ด้านหลงั ขา้ งขวาที่จบั จบี ไว้ แผอ่ อกไปด้านข้าง
ให้มาชิดกับผ้าที่แผ่มาจากด้านหน้า ทั้งข้างบนและ
ขา้ งลา่ ง ลักษณะคลา้ ยกางเกงชั้นใน
ภาพประกอบ 22
คาอธบิ าย
ขน้ั ตอนที่ 8
เยบ็ ผา้ ส่วนหลงั กับสว่ นหนา้ ใหช้ ดิ กัน ปอ้ งกนั การโป๊
ขน้ั ตอนท่ี 9
ขยายผ้าด้านหลังข้างซ้ายท่ีจับจีบไว้ แผ่ออกไป
ด้านข้าง ให้มาชิดกับผ้าที่แผ่มาจากด้านหน้า ทั้ง
ขา้ งบนและขา้ งลา่ ง ลกั ษณะคล้ายกางเกงช้นั ใน
ขน้ั ตอนที่ 10
เย็บผา้ ส่วนหลงั กับสว่ นหน้าใหช้ ดิ กัน ป้องกันการโป๊
ข้นั ตอนที่ 11
รวบชายผา้ ด้านหลังตามแนวยาว โดยใช้มือข้างหน่ึงจับ
ให้กระชบั เขา้ ทเ่ี อวด้านหลัง
ขน้ั ตอนท่ี 12
นาชายผ้าด้านท่ียาว รัดรอบเอวไปทางขวาของ
นกั แสดง
ภาพประกอบ 23
คาอธบิ าย
ขั้นตอนท่ี 13
เม่ือรัดรอบเอวแล้วนาผ้าทั้งสองมารวมกัน โดยให้
ปลายผ้าข้างที่ยาว สอดข้ึนข้างในมาจากด้านล่าง แล้ว
ดงึ ให้กระชบั
ขัน้ ตอนท่ี 14
ขยายแผ่ผ้าด้านหลังให้ชายผ้าความยาวเท่าๆ กับชาย
ผ้าทีอ่ ยู่ดา้ นหน้า แล้วม้วนเก็บผ้าส่วนท่ีเหลือเข้ากับผ้า
ท่รี ัดเอวไวท้ ้งั สองขา้ ง
ขน้ั ตอนท่ี 15
ใช้ผ้าสีเขียวคาดเอวจากด้านหลังให้อยู่บนทับผ้า
ดา้ นหลัง มาผูกกันขา้ งหนา้ ทับผา้ ดา้ นหน้าไว้
ลกั ษณะการนุ่งผา้ เลาะเต๊ยี ะท้งั 4 ด้าน
24
ภาพที่ 12 การนงุ่ ผ้าเลาะเตยี๊ ะตามแบบของ อาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล (ผูเ้ ชย่ี วชาญดา้ นพัตราภรณ)์ แบบท่ี 1
ท่ีมา : จตพุ ร ภกั ดี
25
5. วิธกี ารนุ่งผ้าเลาะเต๊ยี ะตามแบบของ อาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล (ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นพตั ราภรณ)์ แบบท่ี 2
ภาพท่ี 13 วธิ กี ารนงุ่ ผา้ เลาะเตีย๊ ะตามแบบของ อาจารย์สพุ รทิพย์ ศภุ รกลุ (ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นพตั ราภรณ์) แบบท่ี 2
ท่มี า : จตพุ ร ภักดี
ภาพประกอบ คาอธิบาย
ข้นั ตอนท่ี 1
จับผ้านุ่งให้มีความเหล่ือมไม่เท่ากัน ให้ข้างขวาของผู้
แตง่ กายสั้นกวา่ ขา้ งซา้ ย
ข้ันตอนท่ี 2
จับผ้าท้ังสองข้างรวบข้ึนมาระดับเอวนักแสดง โดยให้
ผ้าด้านหลังอยู่ระดับคร่ึงขาบน จากน้ันนาผ้าข้างขวา
ของผูแ้ ตง่ กายพาดทบั บนผ้าด้านซ้าย
ภาพประกอบ 26
คาอธบิ าย
ข้นั ตอนท่ี 3
นาผ้าข้างขวาท่ีพาดทับด้านซ้าย สอดข้ึนเข้าไปทางตัว
นกั แสดง ให้ชายผ้าอยขู่ า้ งบน
ขัน้ ตอนที่ 4
สอดชายผ้าที่อยู่ข้างล่างลอดใต้ระหว่างขา ให้ผ้าไปอยู่
ด้านหลัง
ขนั้ ตอนท่ี 5
นาผ้าท่ีสอดมาไปทาบกับก้นให้กระชับจนไปถึงระดับ
เอว
ขัน้ ตอนท่ี 6
ใช้เชือกผูกจากใต้ชายผ้าด้านหลัง มาผูกใต้ชายผ้า
ด้านหน้า แล้วเก็บปลายเชอื กให้มดิ ชดิ
ขน้ั ตอนท่ี 7
เย็บผ้าที่อยู่ด้านหน้าระหว่างขาข้างซ้ายให้ติดกัน
ปอ้ งกนั ความโป๊
ภาพประกอบ 27
คาอธิบาย
ขัน้ ตอนท่ี 8
เย็บผ้าที่อยู่ด้านหน้าระหว่างขาข้างขวาให้ติดกัน
ปอ้ งกันความโป๊
ขั้นตอนที่ 9
จบั ผ้าดา้ นหลงั ขยายออก จัดระเบียบให้สวยงาม
ขนั้ ตอนที่ 10
ใช้ผ้าสีเขียวคาดเอวจากด้านหลังให้ทับอยู่บนผ้า
ด้านหลัง มาผกู กันขา้ งหน้าทับผ้าด้านหน้าไว้
ลกั ษณะการนุ่งผา้ เลาะเตย๊ี ะทงั้ 4 ดา้ น
28
ภาพท่ี 14 การนุ่งผา้ เลาะเต๊ียะตามแบบของ อาจารย์สุพรทิพย์ ศภุ รกลุ (ผู้เชี่ยวชาญดา้ นพตั ราภรณ์) แบบท่ี 2
ทมี่ า : จตุพร ภักดี
ภาพท่ี 34 การถา่ ยทอดการนุ่งผา้ เลาะเตีย๊ ะ ของ อาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล (ผู้เชี่ยวชาญด้านพัตราภรณ)์
ที่มา : จตุพร ภกั ดี
29
6. วิธกี ารนงุ่ ผา้ เลาะเตี๊ยะตามแบบของ อาจารยส์ ุรยิ นั กุมารจนั ทร์ (วิทยาลยั นาฏศิลปพทั ลุง)
ภาพที่ 15 วิธกี ารนุง่ ผา้ เลาะเต๊ียะตามแบบของ อาจารย์สุริยัน กุมารจนั ทร์ (วทิ ยาลยั นาฏศลิ ปพทั ลุง)
ทม่ี า : จตพุ ร ภกั ดี
ภาพประกอบ คาอธบิ าย
ขนั้ ตอนท่ี 1
จบั ผ้านุ่งให้มคี วามเหล่ือมไม่เทา่ กนั ใหข้ า้ งขวาของผู้
แตง่ กายส้นั กว่าขา้ งซา้ ย
ข้นั ตอนที่ 2
ใหน้ กั แสดงขมวดชายพก มดั ชายพกให้แนน่ กระชบั
30
ภาพประกอบ คาอธิบาย
ขั้นตอนท่ี 3
จับจีบผา้ ขา้ งที่ส้ัน ลกั ษณะจบั จีบหางไหล
ขั้นตอนท่ี 4
จบั กง่ึ กลางของผ้าหางไหลยกขน้ึ
ขัน้ ตอนท่ี 5
จับชายผ้าหางไหลด้านซ้ายของนักแสดงสอดเขา้ ไปขา้ ง
ในใต้ชายพกทขี่ มวดไว้แลว้ ดึงขึ้น
ขั้นตอนที่ 6
จับชายผ้าหางไหลที่ดึงขึ้นออกมาด้านหน้า ลักษณะยัง
เปน็ หางไหลเหมอื นเดิม
ขน้ั ตอนท่ี 7
ให้ผู้แสดงจับผ้าข้างท่ียาวข้ึนระดับประมาณ 1 ช่วง
แขนของผู้แสดง
31
ภาพประกอบ คาอธบิ าย
ขนั้ ตอนท่ี 8
จับจีบผา้ ขา้ งทีย่ าว ลักษณะจบั จีบหางไหล
ขั้นตอนท่ี 9
สอดชายผา้ จีบหางไหลขา้ งทยี่ าวลอดใตร้ ะหว่างขา ให้
ผ้าไปอยู่ดา้ นหลัง
ขั้นตอนท่ี 10
นาผ้าท่ีสอดมาไปทาบกับก้นให้กระชับจนไปถึงระดับ
เอว
ขน้ั ตอนที่ 11
ม้วนผ้าท่อี ยู่หนา้ ขาขวาขึ้น ลักษณะการนงุ่ ผ้าหยกั ร้งั
ขน้ั ตอนท่ี 12
มว้ นผ้าทอ่ี ยหู่ นา้ ขาซ้ายขึน้ ลักษณะการนุง่ ผา้ หยกั รงั้
ภาพประกอบ 32
คาอธิบาย
ข้นั ตอนท่ี 13
เย็บช่องวา่ งรอยต่อระหวา่ งผา้ ท่อี ยู่หนา้ ขาทัง้ สองข้าง
ใหต้ ิดกนั ป้องกนั ความโป๊
ขัน้ ตอนท่ี 14
ใช้เชือกผูกจากใต้ชายผ้าด้านหลัง มาผูกใต้ชายผ้า
ด้านหนา้ แลว้ เกบ็ ปลายเชือกให้มิดชิด
ข้นั ตอนท่ี 15
จบั ผ้าดา้ นหลงั ขยายออกให้พอดกี บั ตัวผแู้ สดง
ขั้นตอนที่ 16
จับปลายผ้าด้านหลังให้มีความยาวพอสมควร และให้
ปลายผ้าด้านข้างทั้งสองสั้นกว่าตรงกลาง ให้ปลายผ้า
ตรงกลางยาวลงมา
ขน้ั ตอนท่ี 10
จับผ้าด้านหน้าให้เป็นลักษณะผ้าหางไหลที่สวยงาม
และใช้ผ้าสีเขียวคาดเอวจากด้านหลังให้ทับอยู่บนผ้า
ดา้ นหลัง มาผูกกนั ขา้ งหน้าทับผ้าด้านหน้าไว้
33
ลักษณะการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะทั้ง 4 ด้าน
ภาพที่ 16 การนุง่ ผ้าเลาะเตี๊ยะตามแบบของ อาจารย์สุรยิ นั กมุ ารจนั ทร์ (วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง)
ท่มี า : จตพุ ร ภกั ดี
34
ภาพที่ 17 การถ่ายทอดการนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะ ของ อาจารย์สุริยนั กมุ ารจนั ทร์ (วิทยาลยั นาฏศลิ ปพัทลุง)
ที่มา : จตพุ ร ภกั ดี
35
สรุปผลการดาเนินงาน
การจัดการความรู้ ด้านทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถ่ิน เรื่อง การนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะสาหรับการ
แสดง พบว่า การรวบรวมองค์ความรู้ครั้งนี้ มีการรวบรวมองค์ความรู้วิธีการนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะสาหรับการแสดงไว้
6 แบบ ตามความเหมาะสมของการแสดงนั้นๆ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาจากผู้เช่ียวชาญผู้มีประสบการณ์การแสดงและ
การนุ่งผา้ เลาะเตีย๊ ะ ดังนี้
1. รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) และอาจารย์นิติพงษ์ ทับทิมหิน (คณะ
ศลิ ปนาฏดุรยิ างค์) เหมาะสาหรับการแสดงราฉุยฉายฮเนา ซ่งึ เปน็ การราอวดฝีมือ การแต่งกายพัฒนามาจากการนุ่ง
ผ้าเลาะเต๊ียะของภาคใต้ ใหเ้ กิดความสวยงามและคล่องแคลว้ เพ่ือให้สอดคล้องกบั การร่ายราของผแู้ สดง
2. อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) สามารถใส่ได้ทุกตัวละคร ซึ่งเป็นการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะ
ตามแบบละครวังสวนกุหลาบ ยึดหลักจากการแสดงที่ปรากฎเป็นครั้งแรกในวังเพชรบูรณ์ของคณะละครวังสวน
กุหลาบ โดยการนุ่งแบบนี้ได้รับการสืบทอดมาจากพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมณ์ กรมพระสุทธาสินี
นาฎ ปิยมหาราชปดิวรัด ผู้เป็นคนดูแลคนังตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวัง วิธีการนุ่งผ้าในสมัยวังสวนกุหลาบ จะเป็นการนุ่ง
โดยไม่มกี ารใชเ้ ขม็ ดา้ ยเย็บเลย แตม่ ีความมดิ ชิดเพราะเนื่องจากผู้แสดงในสมยั นั้นจะใชผ้ ูห้ ญิงแสดงล้วน จึงนับได้ว่า
เปน็ ภูมิปัญญาในการแต่งกายของคนสมัยโบราณทีส่ ามารถแตง่ กายโดยไม่ใช้เขม็ เยบ็ เครือ่ งแตง่ กาย
3. อาจารย์วิโรจน์ อยู่สวัสด์ิ (ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย) เหมาะกับการแสดงกราวเงาะ การนุ่งผ้าแบบน้ีได้
แนวคิดมาจากคุณครูลมุล ยมะคุปต์ เน่ืองด้วยสมัยท่ีมีการเรียนการสอนภาคฤดูร้อน มีการแสดงกราวเงาะข้ึน แต่
ต้องใช้ผ้าโจงแดงที่เรียนมานุ่งในการแสดง แต่ไม่อยากตัดผ้าให้เสียหาย เนื่องจากนักเรียนท่ีเรียนภาคฤดูร้อนนั้น
เป็นเด็กเล็กมาๆ จึงได้มีวิธีการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะในลักษณะที่พับผ้าให้เท่ากับขนาดตัวของเด็ก มีการจับผ้าและเย็บ
คลา้ ยกางเกงชั้นใน
4. อาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล (ผู้เชี่ยวชาญด้านพัตราภรณ์) เหมาะสาหรับการนุ่งในการแสดงละครเร่ือง
เงาะป่า ท่ีกรมศิลปากรเคยได้แสดง ซึ่งสามารถใส่ได้ทุกตัวละคร แต่ท่ีนิยมกันมากคือตัวละครเอกๆ การนุ่งผ้าของ
อาจารยส์ พุ รทพิ ย์ มี 2 ลกั ษณะด้วยกัน กแ็ ล้วแตโ่ อกาสท่ีผูแ้ สดงจะนาไปเลือกใชใ้ นการแสดง
5. อาจารย์สุริยัน กุมารจันทร์ (วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง) เป็นการนุ่งผ้าท่ีพัฒนามาจากชาวเซมัง ซึ่งเป็น
การนงุ่ ผ้าในแบบผลงานการแสดงสรา้ งสรรค์ ของวิทยาลัยนาฏศลิ ปพัทลงุ ปี พ.ศ. 2556 ชอ่ื ชุดวา่ ตะเลาะเซมัง
การจัดการความรู้ วิธีการนุ่งผ้าเลาะเต๊ียะสาหรับการแสดง ดังกล่าว ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อครู อาจารย์
นกั เรียน นกั ศึกษา ทางดา้ นนาฏศิลป์ไทย และผทู้ ่ีสนใจได้เป็นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน รักษา และ
ตอ่ ยอดองคค์ วามรอู้ นั มคี ่าให้คงอย่คู ู่แผ่นดนิ ไทยสบื ไป
ขอ้ เสนอแนะ
ยังมีข้อมูลและวิธีการนุ่งผ้าเลาะเตี๊ยะที่ยังกระจัดกระจายจากผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญอีกหลายท่าน
ในโอกาสต่อไปสมควรนาไปสู่กระบวนการงานวิจัยที่เป็นข้อมูลทางวิชาการ และเป็นหลักฐานในการสืบค้นข้อมูล
ต่อไปในอนาคต
36
อา้ งอิง
นติ ิพงษ์ ทบั ทิมหนิ , 27 มถิ ุนายน 2565, สมั ภาษณ์.
ประเมษฐ์ บุณยะชัย, 29 มถิ นุ ายน 2565, ศลิ ปนิ แหง่ ชาต,ิ สัมภาษณ.์
วิโรจน์ อยูส่ วัสด์ิ, 29 มถิ ุนายน 2565, ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลปไ์ ทย, สัมภาษณ.์
ศุภชัย จนั ทร์สวุ รรณ์, 27 มถิ นุ ายน 2565, ศลิ ปนิ แหง่ ชาต,ิ สัมภาษณ์.
สุพรทิพย์ ศุภรกุล, 28 มถิ ุนายน 2565, ผู้เช่ยี วชาญด้านพัตราภรณ,์ สัมภาษณ.์
สุรยิ นั กุมารจันทร์, 30 มิถนุ ายน 2565, สัมภาษณ.์
ขอขอบคุณ
สถาบันบณั ฑิตพัฒนศิลป์
คณะศลิ ปศึกษา สถาบันบณั ฑิตพัฒนศลิ ป์
ภาควิชานาฏศลิ ปศ์ ึกษา คณะศิลปศึกษา
ผู้ถา่ ยทอดวิธีนุ่งผ้าเลาะเตย๊ี ะ
รองศาสตราจารย์ ดร.ศภุ ชัย จันทรส์ วุ รรณ์ (ศลิ ปินแห่งชาติ)
อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชยั (ศิลปนิ แห่งชาต)ิ
อาจารยว์ ิโรจน์ อยู่สวัสด์ิ (ผู้เชย่ี วชาญนาฏศิลปไ์ ทย)
อาจารย์สพุ รทิพย์ ศุภรกลุ (ผ้เู ชยี่ วชาญด้านพตั ราภรณ)์
อาจารย์สรุ ิยนั กมุ ารจนั ทร์ (วิทยาลัยนาฏศลิ ปพัทลงุ )
อาจารย์นิติพงษ์ ทับทิมหิน (คณะศิลปนาฏดรุ ยิ างค์)
คณะกรรมการดาเนนิ งาน
ผศ.ดร.บวรนรรฏ อัญญะโพธิ์
นายบัณฑติ เข็มทอง
นางสาวมรกต ไพรศรี
นางสาวพัชรนิ ทร์ จันทรัดทตั
นางสาวนนั ทนา สาธิตสมมนต์
นางสาวอรอมุ า สขุ ิตโภคากลุ
นายชานนท์ ทัสสะ
นางสาวทิพารนิ ทรื เลศิ ฤทธ์วิ ิมานแมน
นายพชิ ญ์ ยอดเนรแกว้
นายสุวรกั ข์ อยแู่ ท้กลู
นายแบบ
นายณภัทร มารตั น์
37
ทมี งาน
นายภษู ณ ฟอ้ นราดี
นายธนวพรรษ โตกระโทก
นายนวพล ศรีดอนราษฎร
นายบญุ รัตน์ กล้าหาญ
นายจักรดุลย์ โสมพร
นายภาตวิ ัฒน์ สุขประวทิ ย์
นายธนกร ชื่นประดษิ ฐ์
นายพณิ เพชร ม่งิ ขวัญ
นายธรี ภัทร คงวงค์
นายณัทพนธ์ เศรษฐโรจน์
นายชนุตร์ สาลมี ว่ ง
สถานท่ี
คณะศลิ ปศึกษา
คณะศลิ ปนาฏดรุ ิยางค์
ฝา่ ยศลิ ปวัฒนธรรม สถาบันบัณฑิตพฒั นศลิ ป์
City Sense Salaya
38