The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติและผลงานด้านดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nyyy.thxx, 2022-07-10 07:24:20

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ประวัติและผลงานด้านดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์

นาฏศิลป์ไทยบุ ค ค ล สำ คั ญ ข อ ง ว ง ก า ร ่จัดทำโดย : ธัญญาภรณ์ เร่บ้านเกาะ ม.5/4 เลขที่ 6

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

พระประวัติ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เธอ
เจ้าฟ้ ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

(พ.ศ. ๒๔๐๖-๒๔๙๐)



สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็น
พระราชโอรสองค์ที่ ๖๒ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๔ และพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย ทรง
พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๖

ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๖ เมื่อพระ
ชันษาได้ ๕ ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชบิดาก็
สวรรคต จึงทรงเจริญพระชนมายุมาในพระราชอุปถัมภ์ของ พระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่ งมีศักดิ์เป็นพระเชษฐา

(ต่างพระมารดา) โดยทรงมีชันษาอ่อนกว่าพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ราว ๑๐ ปี

พระประวัติ

สมเด็จเจ้าฟ้ าพระองค์นี้ ทรงสืบเชื้อสายศิลปิ นและวิชาการมาจาก
บรรพบุรุษหลายพระองค์และหลายท่าน ทรงมีพระราชปรีชาสามารถใน
การช่างอย่างยอดเยี่ยมและลึกซึ้ งทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ จนแม้แต่
วิชาอักษรศาสตร์ และการประพันธ์ฉันทลักษณ์ก็ทรงปฏิบัติได้ยอดเยี่ยม
ถือว่าเป็นเพชรประดับมงกุฎรัชกาลที่ ๕, ๖ และ ๗ ทรงเชี่ยวชาญใน

งานสถาปัตยกรรม ปฏิมากรรม จิตรกรรม ดุริยศิลป์ และนาฏศิลป์
รวมทั้งศิลปะการละคร ตลอดไปจนถึงการนิพนธ์บทละครทุกประเภท
การจัดการแสดง การทำฉากละคร จนถึงการแต่งหน้ าและท่ารำทุก

กระบวนทรงรอบรู้หมดสิ้ นเหลือที่จะพรรณาได้



ในด้านการละครและดนตรี ทรงสนพระทัยดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระ
เยาว์สมัยยังมีพระชนมายุไม่ถึง ๑๐ พรรษา โดยทรงเริ่มเรียนดนตรี
จากครูถึก ดุริยางกูร (บุตรของพระประดิษฐ์ไพเราะ ครูมีแขก) แล้วทรง
เรียนกับท่านขุนเณร เจ้ากรมพิณพาทย์หลวงสมัยต้นรัชกาลที่ ๕ ใน
ตอนปลาย ได้ทรงเรียนเพลงหน้ าพาทย์ และเพลงเรื่องต่าง ๆ จากพระ
ประดิษฐ์ไพเราะ (ตาด) ซึ่ งเรียนอยู่นานที่สุดและใกล้ชิดกันมากที่สุด

พระประวัติ

เมื่อทรงเข้าเรียนโรงเรียนทหารมหาดเล็กทรงหัดเป่ าฟลุ้ทกับครูฝรั่ง
(ไม่ปรากฏนาม) รวมทั้งเรียนโน้ ตสากลด้วย ปรากฏว่าทรงอ่านและ
เขียนโน้ ตสากลได้ดีมากตั้งแต่พระชันษา ๒๒ ปี (พ.ศ. ๒๔๒๘) ทรงมี

ส่วนร่วมในการก่อกำเนิดเพลงสรรเสริญพระบารมีตั้งแต่ต้น และ
บทร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีปัจจุบัน ก็เป็นฝี พระหัตถ์ของสมเด็จเจ้า

ฟ้ าพระองค์นี้

เข้าใจว่าเพลงไทยเพลงแรกที่ทรงพระ
นิ พนธ์ขึ้นจะเป็ นเพลงเขมรไทยโยค
ในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ หลังจากนั้นก็ทรง
ประดิษฐ์เพลงตับสั้น ๆ ขึ้นเพื่อแสดง

ภาพนิ่ งที่ใช้คนจริง (Tableaus
Vivantes) โดยเริ่มเป็นครั้งแรกเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๓๗ และทรงเพิ่มขึ้นทีละชุด
จนครบทั้ง ๘ ชุด คือ สามก๊กตอนจู
ล่งค้นหาเมียเล่าปี เรื่องพระเป็นเจ้า
เรื่องราชาธิราชตอนสมิงพระรามหนี
เมีย เรื่องนิทราชาคริตตอนแต่งงา
นอาบูหะซัน ตับนางซิ นเดอริลาตอน
แต่งตัวไปงานเต้นรำ ตับเรื่องขอม

ดำดิน เรื่องอุณรุทตอนศุภลักษณ์
อุ้มสม และเรื่องพระลอ

พระประวัติ

ทรงดัดแปลงมาจากบทของเก่าที่เจ้าพระยา
เทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) เคย

เล่นละครมาก่อนสมัยกรมพระนราธิป
ประพันธ์พงศ์ จะทรงทำละคร ทรงเป็นต้น
กำเนิ ดของการเล่นละครดึกดำบรรพ์ ตามแบบ
ละครเพลงของฝรั่ง (อุปรากร) เป็นความคิดที่
ทรงดัดแปลงขึ้นจากที่เจ้าพระยาเทเวศร์ ได้เห็น

มาจากยุโรป (หลัง พ.ศ. ๒๔๓๕)

นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๑ เป็นต้นมา ประเทศไทยต้องรับแขกเมือง
เป็นประจำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้จัดคอนเสิร์ทแสดงในพระที่นั่ง จึงทรงประดิษฐ์บท
คอนเสิ ร์ ทขึ้นหลายชุดรวมทั้งปรับปรุงวงดนตรีไทยให้เหมาะสมกับ
การขับร้องบรรเลงในอาคาร จึงเกิดเป็นวงปี่ พาทย์ดึกดำบรรพ์ขึ้นใน

ยุคนี้ ส่วนเพลงตับต่าง ๆ ที่เคยใช้เป็นบทคอนเสิร์ทนั้น ได้แก่
เรื่องรามเกียรติ์ตอนนางลอย พรหมมาศ และนาคบาศ และบทละคร

ดึกดำบรรพ์ ได้แก่ เรื่องอิเหนาตอนบวงสรวง ตัดดอกไม้ฉายกริช
เรื่องเงาะป่ าตอนเลือกคู่หาปลา หาเนื้ อ เรื่องสังข์ศิลป์ ชัยตอนตกเหว
ตอนตามหา เรื่องกรุงพาณชมทวีป รามเกียรติ์ตอนสูรปนขาหึงนาง
สีดา เรื่องอุณรุท และมณีพิชัย เป็นต้น ทรงเป็นต้นคิดในการจัด

กระบวนเพลงต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการแสดงและเข้ากับฉากใน
โอกาสต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียน

พระประวัติ

ในการจัดแสดงละครก็ดี การแสดงภาพนิ่ ง (Tableaus Vivantes) ก็ดี
มักจะเกิดเพลงใหม่หรือฟื้ นฟูเพลงเก่าขึ้นมาเสมอ ๆ เช่น เกิดเพลงที่
ทรงนิพนธ์ใหม่ เช่นเพลง “ช้าประสม” การเห่เรือแบบต่าง ๆ การใช้
เพลงสรภัญญะประกอบการแสดงและบทสวด เพลงที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือ
เพลง “ตับแม่ศรีทรงเครื่อง” ตอนอิเหนาและสังคามารตาชมสวน โดย
ทรงคิดเครื่องเป่ าประกอบเป็นเสียงนกโพระดก นกกางเขน นกกาเหว่า
และเสียงไก่ สอดแทรกเข้าในบทเพลง เรียกว่า เป็นการพัฒนา Sound
Effect ลงในบทเพลงไทยเป็นครั้งแรก ในด้านการขับร้องทรงส่งเสริม
ให้คนไทยรู้จักร้องเพลงประสานเสียงแบบฝรั่งเป็ นคนแรกโดยร้องเพลง
หมู่ชายหญิงเพลงเขมรไทรโยค ทรงส่งเสริมให้มีการบันทึกเสียงเพลง
ไทยเป็นโน้ ตสากล รวมทั้งได้ทรงนิพนธ์เพลงลาไว้ด้วยเพลงหนึ่ งคือ

เพลงปลาทองสามชั้นจากเพลงเต่ากินผักบุ้งสองชั้นของเดิม

ในวงการศิลปิ นแล้วยกย่องว่าทรงเป็นยอดศิลปิ นไทย เป็นปรมาจารย์
และจอมปราชญ์แห่งศิลปะ ทรงเป็นยอดสถาปนิกที่มีความสามารถเหลือ
หลาย ทั้งที่มิได้ทรงเล่าเรียนในวิทยาลัยใดมาก่อน แต่ทรงศึกษาด้วย

พระองค์เองมาโดยตลอด

พระประวัติ

สมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงมีพระ
อุปนิสัยประณีตละเอียดละออรอบคอบอย่างลึกซึ้ ง
ทรงมีความพากเพียร ขยันขันแข็ง ทรงทำงานช้า

และมักจะทรงเถรตรงหรือทรงดื้อเป็นครั้งคราว ทรง
มีพระจริยาวัตรอันงดงามและมั่นคงเสมอต้นเสมอ
ปลาย ยากที่จะหาอุปนิสัยของผู้ใดเทียบเทียมได้

สมเด็จเจ้าฟ้ าพระองค์นี้ทรงมีคติประจำพระทัยว่า “ถ้าทำไม่ดีไม่ทำ
เสียดีกว่า” และ “ต้องระวังเพราะสร้างขึ้นเพื่อความพอใจ ความ

เพลิดเพลินตา ไม่ใช่สร้างขึ้นเพื่อความอยากรื้อทิ้ง ทุนรอนที่เสียไป
ก็มิใช่จะเอาคืนมาได้ ผลที่สุดก็ต้องทิ้งไว้เป็นอนุสาวรีย์ สำหรับ
ความอาย”

สมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริศฯ ทรงเสกสมรสครั้งแรกกับ
ม.ร.ว.ปลื้ม ซึ่ งเป็นพระธิดาของพระสัมพันธวงศ์เธอพระองค์เจ้า
ประเสริฐศักดิ์ พระญาติทางฝ่ ายพระมารดาพระบาทสมเด็จพระพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกย่องนับเป็นสะใภ้หลวง ทรงมีพระธิดา
ประสูติด้วยพระองค์เดียวคือ ม.จ.หญิงปลื้มจิตร (เอื้อย) จิตรพงศ์
ประสูติ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ และสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙

พระประวัติ

เมื่อ ม.ร.ว.ปลื้ม วายชนม์ลง ได้ทรงเสกสมรสใหม่ด้วยหม่อมมาลัย บุตรี
พระสาครสมบัติ (เผือก เสวตามร์) มีพระโอรสประสูติสองพระองค์คือ

หม่อมเจ้าชายอ้าย (สิ้นพระชนม์ในวันประสูติ) และหม่อมเจ้าชายยี่ (พ.ศ.
๒๔๔๐-๒๔๙๓) ทรงพระนามว่า ม.จ.เจริญใจ จิตรพงศ์



ในปี พ.ศ. ๒๔๔๖ หม่อมมาลัยได้ถึงแก่อนิจกรรม จึงเสกสมรสครั้งที่ ๓
ด้วย ม.ร.ว.โต งอนรถ ธิดาหม่อมเจ้าแดง งอนรถ มีพระโอรสธิดาประสูติ
ด้วย ๖ พระองค์ คือ ม.จ.สาม ม.จ.ประโลมจิตร (อี่ ไชยันต์) ม.จ.ดวงจิตร

(อาม) ม.จ.ยาใจ (ไส) ม.จ.เพลารถ (งั่ว) และ ม.จ.กรณิกา (ไอ)



สมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริศฯ ทรงรับราชการในตำแหน่ งสำคัญ ๆ มา
ตลอด ๔ แผ่นดิน อาทิ ทรงดำรงตำแหน่ งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ

เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เสนาบดีกระทรวงกลาโหมและผู้
บัญชาการกรมยุทธนาธิการ อภิรัฐมนตรีอุปนายกราชบัณฑิตยสภา ผู้

สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ ๘ ฯลฯ



สมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริศฯ สิ้นพระชนม์ด้วยโรคพระหทัยวาย เมื่อวัน
ที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ เวลา ๑๓.๐๕ น. และทรงพระกรุณาโปรด
เกล้า ฯ ให้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพที่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในปี

พ.ศ. ๒๔๙๓

สรุปผลงาน

ด้านดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์

ทรงสนพระทัยทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล โดยเฉพาะดนตรีไทยนั้นทรงฝึ กฝน


มาแต่พระเยาว์ ทรงถนัดเล่นปี่ พาทย์และระนาดมากกว่าเครื่องดนตรีอื่น ๆ

เพลงพระนิพนธ์

1. เพลงสรรเสริญพระบารมี (คำร้อง)
2. เพลงเขมรไทรโยค
3. เพลงตับ เช่น ตับแม่ศรีทรงเครื่อง ตับเรื่องขอมดำดิน

ด้านบทละคร

ทรงนิพนธ์บทละครดึกดำบรรพ์ไว้หลายเรื่อง เช่น
1. สังข์ทอง ตอนทิ้งพวงมาลัย ตีคลี และตอนถอดรูป
2. คาวี ตอนเผาพระขรรค์ ชุบตัว และตอนหึง
3. อิเหนา ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช ไหว้พระ และตอนบวงสรวง
4. รามเกียรติ์ ตอนศูรปนขาตีสีดา

่จัดทำโดย : ธัญญาภรณ์ เร่บ้านเกาะ ม.5/4 เลขที่ 6

ที่มา: https://sirindhornmusiclibrary.li.mahidol.ac.th


Click to View FlipBook Version