สรุปเนื้อหา
บทที่ 1
ประเภทนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยว หมายถึง
บุคคลที่เดินทางจากท้องถิ่นที่อยู่ของตนไปยังท้องที่อื่น
เป็นการชั่วคราวด้วยความสมัครใจ และด้วยวัตถุประสงค์
มิใช่เพื่อไปประกอบอาชีพหรือหารายได้, ผู้ที่เดินทางไปยัง
สถานที่ต่าง ๆ เพื่อความเพลิดเพลิน
ประเภทของนักท่องเที่ยว
1.ตามการจัดการเดินทาง
1.1 Mass Tourists กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก
มีการเดินทางท่องเที่ยวในรายการเดียวกัน พักโรงแรมใน
ระดับเดียวกัน รับประทานอาหาร และทำกิจกรรมการท่อง
เที่ยวอื่น ๆ ในแบบเดียวกัน
1.2 Eco Tourists นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยว
โดยมีจุดประสงค์ที่มุ่งรักษาสภาพแวดล้อมของ
ระบบนิเวศน์
2.ตามจำนวนมากน้อยของนักท่องเที่ยว
2.1 เป็นกลุ่ม (Group Tour หรือ Escort Tour)
2.2 เป็นส่วนบุคคล (Independent Tour)
3.ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง
3.1 การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด
3.2 การท่องเที่ยวเพื่อวัฒนธรรมและศาสนา เป็นการเดิน
ทางเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของสังคมต่างๆ
3.3 การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา เป็นการเดินทางเพื่อการ
ทำวิจัยการศึกษา
3.4 การท่องเที่ยวเพื่อการกีฬาและบันเทิง คือการเดินทาง
ไปชม หรือร่วมแข่งขันกีฬา หรือนันทนาการต่างๆ
3.5 การท่องเที่ยวเพื่อประวัติศาสตร์ และความสนใจ
พิเศษ
3.6 การท่องเที่ยวเพื่องานอดิเรก หมายถึงการท่องเที่ยว
เพื่อทำงานอดิเรก
3.7 การท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติมิตรการท่องเที่ยว
เพื่อธุรกิจ
4.4ต.า1มแวบิธีบกเาหรมเดาิจน่าทยาง(Package Tour)
4.2 แบบเบ็ดเสร็จ (Inclusive Tour)
4.3 แบบเป็นรางวัล (Incentive Tour)
4.4 แบบเช่าเหมาลำ (Charter Tour)
5.ตามอายุ
6.ตามเพศ
7.ตามฐานะทางสังคม
8.8ต.1ามTปhรeะสoบrกgาaรnณi์zแลedะบmทaบsาsท Tourists
8.2 The individual mass Tourists
8.3 The explorer
8.4 The drifter
บทที่ 3
แรงจูงใจทางการท่องเที่ยว
และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ
การท่องเที่ยว
การจูงใจหรือแรงจูงใจ คือ
พลังผลักดันให้คนมีพฤติกรรม และยังกำหนดทิศทางและ
เป้าหมายของพฤติกรรมนั้นด้วย คนที่มีแรงจูงใจสูงจะใช้
ความพยายามในการกระทำนำไปสู่เป้าหมายโดยไม่ลดละ
แต่คนที่มีแรงจูงใจต่ำ จะล้มเลิกการกระทำก่อนถึงเป้าหมาย
สาเหตุที่ทำให้เกิดแรงจูงใจ
แรงจูงใจที่เกิดจากแรงขับ
เป็นแรงผลักดันที่เกิดจากความต้องการทางกาย และสิ่งเร้าจาก
ภายในตัวบุคคล ความต้องการ และแรงขับมักเกิด ควบคู่กัน คือ
เมื่อเกิดความต้องการแล้วความต้องการนั้นๆ ไป ผลักดันให้เกิด
พฤติกรรม เราเรียกว่า เป็นแรงขับนอก จากนั้นแรงขับ ยังหมายถึง
สภาพทางจิตวิทยาที่เป็นผล เนื่องมาจากความต้องการทางกาย
เช่น ความหิว ทำให้เกิดสภาพทางจิตวิทยาคือ ใจสั่น ตาลอย
หงุดหงิด อารมณ์เสีย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในหน่วยงาน เช่น การ
เร่งร้อน หาข้อสรุปจากการประชุม ในบรรยากาศที่ผู้เข้าประชุมทั้งหิว
ทั้งเหนื่อย แทนที่จะได้ข้อสรุปที่ดี บางครั้งกลับ ก่อให้เกิดปัญหาขัด
แย้ง ไม่ได้รับผลสำเร็จตามที่ต้องการ หรือเพราะด้วยความหิว
ความเหนื่อย ทำให้รีบสรุปและตกลง เรื่องงานโดยขาดการ
ไตร่ตรอง
แรงจูงใจที่เกิดจากความคิด
มนุษย์มีความต้องการในการคิดไปก่อนล่วงหน้าก่อนเวลาที่เกิดขึ้น
ความคิดเหล่านี้เป็นเเรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการ
ประเภทแรงจูงใจ
การจูงใจภายใน
สภาวะของบุคคลที่มีความต้องการจะกระทำบางสิ่งบางอย่าง ด้วย
จิตใจของตนเอง โดยไม่ต้องใช้สิ่งล่อใด ๆ มากระตุ้น ซึ่งถือว่ามี
คุณค่าต่อการปฏิบัติงานต่าง ๆ เป็นอย่างยิ่ง การจูงใจประเภทนี้
ได้แก่
1. ความต้องการ (Needs)
2.ความปรารถนา (Desire)
3.ความทะเยอทะยาน (Ambition)
4.ความสนใจพิเศษ (Special Interest)
5.ทัศนคติหรือเจตคติ (Attitude
การจูงใจภายนอก
สภาวะของบุคคลที่ได้รับการกระตุ้นจากภายนอก เพื่อนำไปสู่การ
แสดงพฤติกรรมตามจุดมุ่งหมายของผู้กระตุ้น การจูงใจภายนอก
ได้แก่ เป้าหมาย ความคาดหวัง ความก้าวหน้า สิ่งล่อใจต่าง ๆ
เช่นการชมเชย การติเตียน การให้รางวัล การประกวด การ
ลงโทษ การแข่งขันเป็นต้น
ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์
1.ความต้องการทางกายภาพ (Physiological Needs)
2.ความต้องการความปลอดภัย (Safety Needs)
3.ความต้องการทางสังคม (Social Needs)
4.ความต้องการชื่อเสียง (Esteem Needs
5.ความต้องการความสำเร็จ (Self-Actualization Needs)
บทที่ 4
พฤติกรรมนั กท่องเที่ยว
ในการบริโภคการท่องเที่ยว
แนวคิดของการศึกษาพฤติกรรม
การบริโภคการท่องเที่ยว
1. แนวคิดของการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคการท่องเที่ยว
1.1 นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้น
1.2 การบริโภคการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างรวดเร็ว
1.3 ลักษณะของโลกยุคใหม่ที่มีการสื่อสารไร้พรมแดน
1.4 ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
1.5 ความต้องการบริการที่มีรูปแบบเฉพาะตน
2.ลักษณะและรูปแบบของกลุ่มนักท่องเที่ยวกับพฤติกรรมการบริโภค
การท่องเที่ยว
2.1 นิยมความสะดวกรวดเร็ว
2.2 นิยมเดินทางท่องเที่ยวบ่อยขึ้นด้วยระยะเวลาที่สั้นลง
2.3 ให้ความใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น
กระบวนการตัดสินใจซื้อบริการ
ทางการท่องเที่ยว
1.ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว (Tourist-in formation)
นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทราบข้อมูล เพื่อประกอบการท่องเที่ยว
เพราะยิ่งมีข้อมูลมากการท่องเที่ยวก็จะยิ่งได้ประโยชน์มาก ข้อมูล
เหล่านี้อาจได้มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
สื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ บริษัทนำเที่ยวสายการ
บิน ญาติมิตร และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ข้อมูล
ส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวต้องการจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดของ
แหล่งท่องเที่ยว เช่น การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางการ
คมนาคมสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถานที่พัก
เป็นต้น
2.ความต้องการท่องเที่ยว (Need)
1. ต้องการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม มีบริการ
ได้มาตรฐาน มีค่าครองชีพถูก
2.ต้องการได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ
มีระบบการจัดเก็บภาษี
การขนส่ง การพักแรมที่ได้มาตรฐาน และความสะดวกสบายที่ได้รับ
จากบริการด้านอื่นๆ
3.ต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีเจ้าหน้าที่รักษา
ความปลอดภัยที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี มีป้ายหรือ
สัญลักษณ์เตือนเพื่อให้ระมัดระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในบาง
พื้นที่อันตราบ
3.สิ่งจูงใจสำหรับนักท่องเที่ยว (Motivation)
ปัจจัยที่มาผลักดัน (Push Factor)
1.ต้องการหนีความจำเจ
2.ต้องการเปิดโลกทัศน์
3.ต้องการพักผ่อนและหาความสุข
4.ต้องการทำในสิ่งที่ท้าทาย
5.ต้องการผจญภัย
ปัจจัยที่มาดึงดูด (PULL FACTor)
1.ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวและทิวทัศน์
2.สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
3.กิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมด้านกีฬา ศาสนา ประเพณี
วัฒนธรรม การเยี่ยมเยียน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง การนัดพบปะ
สังสรรค์ การจัดงานเลี้ยงรุ่น เป็นต้น
4.กลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจมีส่วนดึงดูดความสนใจนัก
ท่องเที่ยวให้ตัดสินใจมาเที่ยว
4.การตัดสินใจของนักท่องเที่ยว (Decision Making)
นักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลหรือได้รับแรงกระตุ้นจากสิ่งจูงใจจนเกิด
ความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวจะเกิด
จินตภาพในลักษณะของภาพลักษณ์ ของการท่องเที่ยวขึ้น และภาพ
ลักษณ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจท่อง
เที่ยว โดยจะคำนึงถึงความสวยงาม ความปลอดภัย ความประหยัด
และคุ้มค่า มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
5.การวางแผนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว (Planning for Expenditure)
เมื่อตัดสินใจจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ใดแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการ
หนึ่งคือ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากน้อยเพียงใด เพราะนักท่องเที่ยว
ต้องวางแผนเตรียมเงินงบประมาณที่จะใช้ในการท่องเที่ยวไว้ ถ้า
เป็นการเดินทางไปกับบริษัทธุรกิจตัวแทนท่องเที่ยวหรือบริษัทนำเที่ยว
การวางแผนใช้จ่ายเงินจะทำได้ง่าย เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะถูกกำหนดไว้แล้วโดยรู้ล่วงหน้า นักท่องเที่ยว
สามารถสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายนี้ได้จากบริษัทนำเที่ยว แต่
ถ้าเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่จัดเดินทางกันเอง การวางแผนค่าใช้
จ่ายค่อนข้างยาก เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำมันรถ
ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายซื้อของที่ระลึกแล้วยังอาจเกิดปัญหาที่
ต้องใช้จ่ายเงินเพิ่มอีกในกรณีเกิดรถเสีย อุบัติเหตุ และหาที่พักไม่ได้
เป็นต้น
6.การเตรียมตัวเดินทาง(Travel Preparation)เรื่องย่อย
7.การเดินทางท่องเที่ยว (Travel)
8.ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว (Experience)
9.ทัษนคติของนักท่องเที่ยว (Attitudes)
บทที่ 6
พฤติกรรมนั กท่องเที่ยว
ในการบริโภคการรูปแบบ
พฤติกรรมและกิจกรรมในการ
ท่องเที่ยวเที่ยว
รูปแบบพฤติกรรมนักท่องเที่ยว
1.การเดินทางท่องเที่ยวโดยซื้อรายการนำเที่ยวจากบริษัทนำเที่ยว
2.การเดินทางด้วยตนเอง
Perreault และ Dorden
1.นักท่องเที่ยวแบบประหยัด
2.นักท่องเที่ยวแบบผจญภัย
3.นักท่องเที่ยวประเภทเดินทางระหว่างวันหยุด
4.นักท่องเที่ยวแบบชอบเดินทางโดยใช้ระยะเวลาเดินทางยาวนาน
รูปแบบพฤติกรรม
1.นักท่องเที่ยวแบบนันทนาการ
2.นักท่องเที่ยวแบบปลีกตัวหาความเพลิดเพลิน
3.นักท่องเที่ยวมุ่งหาประสบการณ์
4.นักท่องเที่ยวแบบชอบทดลอง
5.นักท่องเที่ยวที่ใข้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น
กิจกรรมการท่องเที่ยวตาม
พฤติกรรมนักท่องเที่ยว
- กิจกรรมท่องเที่ยวแบบอิสระ
- กิจกรรมท่องเที่ยวแบบตามกำหนดหรือมีผู้นำเที่ยว
- กิจกรรมท่องเที่ยวแบบผจญภัย
- กิจกรรมท่องเที่ยวตามความสนใจพิเศษหรือความชอบ
กิจกรรมท่องเที่ยวแบบอิสระ
การเดินทางท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมักกำหนดรายการนำเที่ยว
ด้วยตนเอง และท่องเที่ยวเอง
กิจกรรมการท่องเที่ยวแบบตาม
กำหนดหรือมีผู้นำเที่ยว
เดินทางท่องเที่ยวตามรายการนำเที่ยว โดยมีผู้ดูแลคอยบริการ
นำเที่ยว กำหนดโดยมัคคุเทศก์พฤติกรรมของกลุ่มนี้จะเป็น กลุ่ม
ผู้ตามที่ดี