The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jp.jongkolnee, 2021-09-02 08:53:47

14. ธรณีภาค

14. ธรณีภาค

ธรณภี าค (Lithosphere)

ธรณีภาค คือ ส่วนของโลกที่เป็นของแข็ง ประกอบไปด้วยหินและดินชนิด
ต่างๆ ซ่ึงห่อหุ้มโลกอยู่เป็นผิวเปลือกโลก เป็นพื้นที่ท่ีมนุษย์ใช้เป็นท่ีอยู่
อาศัยและดาเนินกิจกรรมตา่ งๆ

ประกอบดว้ ย แผน่ ภาคพ้นื ทวปี กบั แผน่ ภาคพ้นื สมทุ ร

ทวีปเลื่อน หมายถึง หินหนืดท่ีเป็นสารเหลวร้อน มีการเคล่ือนตัวภายใน
โลก ส่งผลให้เปลือกโลกที่เป็นแผ่นภาคพ้ืนทวีปและแผ่นภาคพื้นสมุทร
เคลอื่ นที่

ทฤษฎีของอัลเฟรด เวเกเตอร์ ตั้งสมมติฐานว่า แต่เดิมโลกใบนี้มีผืน
แผ่นดนิ กว้างใหญเ่ พยี งผนื เดียว เรยี กว่า “พนั เจยี ”

สว่ นมหาสมทุ ร เรยี กวา่ “พันทาลสั ซา”
“ทะเลเททิส” คือ ทะเลทอ่ี ย่รู ะหว่างแผ่นทวีปยูเรเซียกับแผ่นทวีป
แอฟรกิ า ภายหลงั ได้แยกออกจากกันกลายเป็นทวปี ตา่ งๆ





ลกั ษณะการเคล่ือนไหวของเปลอื กโลก

1. การเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ คือ ลักษณะการเคลื่อนไหวของหินเปลือก
โลกอย่างช้าๆ ทาให้เปลือกโลกมีการคดโค้งตัว และเปล่ียนรูปร่างใน
ลกั ษณะของการก่อเทอื กเขา

2. การเคล่ือนไหวอย่างทันทีทันใด คือ เกิดขึ้นในหินที่ไม่มี
คุณสมบัติของความยืดหยุ่น โดยแรงท่ีมากระทาต่อแผ่นทวีปจะ
สะสมขึ้นเรื่อยๆ กอ่ ให้เกิดแผ่นดนิ ไหว

รอยเลื่อน (fault) คือ รอยแตกในหินท่ีแสดงการเล่ือน ขนาดของ
รอยเลอื่ นมีต้งั แต่ระดับเซนตเิ มตรไปจนถึงหลายรอ้ ยกโิ ลเมตร

รอยเล่อื นมพี ลัง (Active fault) รอยเลอ่ื นไมม่ พี ลัง (Inactive
รอยเลือ่ น ท่ีพบหลกั ฐานวา่ เคย fault) ส่วนรอยเลื่อนทีไ่ ม่พบ
เกิดการเลื่อนหรือขยับตัวมาแลว้ หลกั ฐานการเลอ่ื นเป็นเวลานาน
ในช่วง 10,000 ปี มกั จะพบอย่ใู น มากวา่ 10,000 ปี แตถ่ ้ามีการ
พื้นท่ีที่เกิดแผน่ ดินไหวบ่อย หรือ เปลี่ยนแปลงระบบแรงภายใน
ตามแนวรอยตอ่ ระหวา่ งแผน่ เปลอื กโลกบริเวณนัน้ กจ็ ะมโี อกาส
เปลอื กโลก ขยบั ตัวได้ในอนาคต

ประเทศไทย แบ่งไดเ้ ป็น 14 รอย
เลอื่ น ไดแ้ ก่ รอยเล่ือนแมจ่ นั
รอยเลื่อนแม่องิ รอยเลอื่ นพะเยา
รอยเลื่อนแมท่ า รอยเลือ่ นปัว
รอยเลอ่ื นแมฮ่ ่องสอน รอยเลอื่ นเถนิ
รอยเลอ่ื นอตุ รดิตถ์ รอยเลื่อนเมย
รอยเลื่อนเพชรบรู ณ์ รอยเล่ือนศรี
สวัสด์ิ รอยเล่ือนเจดีย์สามองค์
รอยเลอ่ื นระนอง และรอยเล่ือน
คลองมะรุย่

แนวเขตรอยทวปี เลอ่ื น

1. แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนท่ีแยกออกจากกัน (DIVERGENT) เน่ืองจากการดัน
ตัวของแมกมาในชั้นธรณีภาค แนวรอยแยกเป็นผลให้แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร
เคลื่อนตัวแยกออกไปท้ังสองข้าง ทาให้พื้นทะเลขยายกว้างออกไปทั้งสองด้าน
เรียกว่า กระบวนการขยายตัวของพ้ืนทะเล และปรากฏเป็นเทือกเขากลาง
มหาสมทุ ร

แผน่ ธรณมี หาสมทุ รเคล่อื นที่
ออกจากกัน เชน่ สนั เขาใต้
มหาสมุทรแอตแลนติก และอาจ
ทาใหเ้ กดิ ร่องลึกมหาสมุทร

Challenger Deep อยู่
ในบรเิ วณร่องลึกกน้
สมทุ รมาเรียนา หรอื
มาเรยี นา เทรนช์ ใน
มหาสมทุ รแปซฟิ ิก

แผน่ ธรณีทวปี เคลอื่ นทอี่ อกจากกนั เช่น ทะเลสาบมาลาวี ในทวีป
แอฟรกิ า ทะเลแดง ซงึ่ กันระหวา่ งทวีปแอฟรกิ ากับคาบสมทุ รอาหรบั

2. แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนท่เี ฉียดกัน หรอื เคล่อื นผ่านกนั (TRANSFORM)
: ผืนทวีปสองผืนซ่ึงอยู่ติดกัน แต่มีการเคล่ือนท่ีในทิศทางท่ีต่างกัน เสียดสีกัน เกิด
รอยเลือ่ นขนาดใหญ่เปน็ แนวยาว จะมีแผ่นดินไหวตามแนวที่เฉียดกัน

เชน่ รอยเล่ือนซานแอนเดรียส ในประเทศสหรฐั อเมริกา
รอยเล่ือนอัลไพน์ ในประเทศนิวซแี ลนด์

3. กระบวนการแผ่นเปลอื กโลกเคลื่อนที่เข้าหากัน หรือชนกนั
(CONVERGENT) เกิดได้ 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

3.1 แผน่ มหาสมทุ รชนกบั แผน่ มหาสมทุ ร หม่เู กาะฟิลปิ ปนิ ส์ หม่เู กาะญ่ปี ่นุ

3.2 แผ่นมหาสมุทรชนกับแผ่นทวีป เช่น แนวเทือกเขาร๊อกก้ีในอเมริกาเหนือ
แนวเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใตฝ้ ง่ั ตะวนั ตก



3.3 แผ่นทวปี ชนกับแผน่ ทวปี
เชน่ แนวเทือกเขาหิมาลัย แนวเทือกเขาแอลป์ ในทวปี ยโุ รป แนว

เทือกเขายูรลั ในรัสเซีย



กระบวนการปรบั ระดบั พื้นผิวโลก

เปน็ การปรบั ระดับพื้นผิวดนิ เพอ่ื ใหผ้ วิ เปลอื กโลกอยูใ่ นสภาพ
สมดลุ พ้นื ที่ท่ีเปน็ ท่สี งู

เชน่ ภูเขา หรือทสี่ งู ชนั ถูกกระบวนการทางธรรมชาติ ทาให้ลด
ระดับตา่ ลง ในขณะที่พืน้ ทีท่ ีต่ ่ากว่า เช่น แอ่ง หรอื พ้ืนที่ล่มุ จะมีตะกอนมา
ตกทบั ถมใหส้ งู ขึ้น

การปรับระดับผิวแผน่ ดนิ ได้แก่ การผุผงั อยกู่ บั ที่ การกรอ่ น การ
พดั พาและการทับถม และการเคลอ่ื นที่ของมวล

การผผุ งั อยู่กับท่ี (Weathering)

• เปน็ กระบวนการที่ทาให้แร่ประกอบหินเกิดการเปล่ยี นแปลงทาง

กายภาพและทางเคมี ผกุ รอ่ น แตกหัก ละลาย โดยไม่มกี ารสึก

กร่อนหรอื พดั พา มี 3 ลักษณะ

• ทางกายภาพ เกิดจากแรงดนั และอุณหภมู ิ

• ทางเคมี เกดิ จากการเปลย่ี นแปลงทางเคมีของหนิ

และแร่

• ทางชีวภาพ เกดิ จากกิจกรรมของส่ิงมชี วี ิต

- การพุผังอยู่กับท่ีทางกายภาพ เกิดจากแรงกดดันและ
อณุ หภูมเิ ป็นหลกั
- การผุพังอยู่กับท่ีทางเคมี เป็นการเปล่ียนแปลงทางเคมีของ
หนิ และแร่
- การผุพงั อยกู่ ับท่ีทางชีวภาพ เกิดจากกิจกรรมของสิง่ มีชวี ติ

การกรอ่ น (Erosion)

• เปน็ กระบวนการท่ีหนิ และดนิ แตกหกั หรอื หลดุ เป็นก้อนเลก็ จากตัว

กระทา เช่น ธารน้าไหล คลน่ื ลม ธารนา้ แขง็ ได้แก่

• แรงกระแทก เชน่ กระแสน้า กระแสลม
• การถคู รดู

• การละลาย เช่น การกระท้าของน้าต่อหนิ ปูน (ถ้า)

- แรงกระแทก เกิดจากกระแสน้าไหลเชี่ยว กระแสลมพัดแรง
หรือกระแสลมและน้าที่มีฝุ่นหรือเศษหินขนาดเล็กพัดไป
กระแทกกับหนา้ ผา และก้อนหนิ จนเกดิ เปน็ โพรง
- การละลาย เกิดจากน้าละลายแร่บางชนิดให้หลุดลอยหรือ
ละลายไปกบั นา้ ทาให้เกดิ ภมู ปิ ระเทศคาสต์

การพดั พาและการทบั ถม
(Transportation and Deposition)

• การพัดพาและการทบั ถมเป็นกระบวนการทเ่ี กดิ ค่กู ัน

คอื เมือ่ มกี ารพดั พาตะกอนออกไปจากท่ีหน่ึง ทาให้เกิดจากทับถมใน
เวลาตอ่ มาตามลักษณะของตะกอนและสภาพแวดล้อม

- การพัดพา เปน็ กระบวนการพัดพาตะกอนหนิ แร่ ดนิ อินทรยี วัตถุ
และสารละลายออกไปจากพื้นทโ่ี ดยตัวกระทา

- การทบั ถม เกิดขึ้นเม่อื มีการสญู เสยี พลังงานในการพัดพาของตวั กระทา

การเคลือ่ นทขี่ องมวล (Mass Wasting)

• เกิดขนึ้ เม่อื กอ้ นหนิ หรือมวลดินผสมเศษหนิ ที่อยบู่ นพื้นท่ลี าดชันร่วง
หล่นไปตามความลาดชัน เนื่องจากมีนา้ หนักมากและจากแรงโน้ม
ถ่วงของโลก

• การเคล่ือนทจี่ ะเกิดขน้ึ ช้าหรือเร็วขึ้นอยกู่ บั ปัจจัยตา่ งๆ เช่น ความ
ลาดชนั ของพื้นท่ี น้า พืช (ถา้ มพี ชื ปกคลุมจะทาใหด้ ินยดึ เกาะกันได้
ดี แตถ่ า้ มีมากเกินไปอาจทาให้ดินมีน้าหนกั มาก)

• ปจั จัยอ่ืนๆ เชน่ แผ่นดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบิด เป็นตน้


Click to View FlipBook Version