ประเพณีผีตาโขน กับบทบาทความสัมพนั ธ์ทางศาสนา ท้องถ่ิน อาเภอด่านซา้ ย จังหวดั เลย
และการปรบั ตวั ภายใตส้ ถานการณโ์ รคโควดิ -19
กีรดา อุ่นกันทา, 62161202
บทนา
ความเชื่อของชาวอีสานได้รับการสืบทอดมาจากบรรพชน และความเชื่อทางศาสนา เชื่อในเรื่อง
ฤกษ์ยาม เชื่อในเรื่องของสิ่งลี้ลับ ผีสาว เทวดา เชื่อในเรื่องพระภูมิเมือง ผีบรรพชน ลางสังหรณ์หรือ
เทพสังหรณ์ เชื่อในเรื่องลักธิประเพณี ความเชื่อเหล่านี้ถูกผสมผสานกับความเชื่อพระพุทธศาสนา เช่น
เมื่อแรกเกิดมีความ เชื่อว่าผีร้ายจะทาลายชีวิต ให้ผีดีคุ้มครองปกปักรักษา ต้องทาพิธีสู่ขวัญ ในพิธีแต่งงาน
ขออานาจส่ิงศักดิ์สิทธิ์ผีปู่ย่าตายายจงมารับรู้ปกปักรักษาชวี ิตคูใ่ ห้ครองเรือนอย่างมีความสุขอย่าให้ความทุกข์
มากลา้ กราย เมอื่ เกดิ เจ็บป่วยจากโรคที่ไมเ่ กิดตามธรรมชาติ เชือ่ วา่ ภตู ผีเป็นผู้กระทา วธิ แี กร้ กั ษา ด้วยการแต่ง
พิธีกรรมขอขมาบชู าเซ่นสรวงเป็นวิถี รูปแบบหลักปฏิบัติการดาเนินชีวิตตามฮีตตามคองความเชื่อว่าผีสางสิง
สถิตอยู่ทุกท่ี แม้ในเครื่องมือเครื่องใช้ ประกอบการทามาหากินมีผีดีคอยปกป้องคุ้มครอง ก่อเกิดพิธีกรรม
การละเล่นเกี่ยวข้องกับผี เช่น การเล่นนางด้ง นางกะลา นางช้าง นางควาย ฯลฯ วิธีการละเล่นเหล่านี้มี
ลกั ษณะคล้ายคลึงกนั คอื เชญิ ผเี ข้าสิงสคู่ นเลน่ แล้วถามไถใ่ นสิง่ ที่ต้องการอยากรู้ เช่น ความอุดมสมบูรณ์และ
ความมัน่ คง ปลอดภัยของชุมชน1
ผีตาโขน ผีโขน หรือผีขน เป็นการละเลน่ สะท้อนถงึ ความเชื่อเร่ืองผีทางภาคอสี าน นยิ มเล่นใน งานบญุ
ประเผวส หรือบุญบั้งไฟ การเล่นผีโขน ไม่มีการเชิญผีเข้ามาสิงสู่ตัวผู้เล่น ทุกคนมีสิทธิ์เล่น เท่าเทียมกัน
เพียงแต่คนเล่นต้องสวมหน้ากากหรือหัวโขนเข้าไป2 ในส่วนของวิธีการเล่นผีตาโขนในสมัยก่อน มีปีละหน
จดุ ประสงคห์ ลักสาคัญ คอื แสวงหาความ สนุกสนานเท่านั้น ปัจจบุ นั การละเล่นผีตาโขนปรากฏอยู่บางท้องถ่ิน
เท่าน้นั เช่น ที่บา้ นไฮหยอ่ งอาเภอพังโคน จังหวัดสกลนครและอาเภอดา่ นซา้ ย จังหวดั เลย
จากการศึกษาประเพณีผีตาโขน ความคิดเห็นของปราชญ์ท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้าน มีความ
คิดเห็นตรงกนั ว่า ประเพณผี ีตาโขนเกิดจากความเชื่อวิญญาณของผีบรรพชน เกี่ยวเนือ่ งกับพิธีกรรมบวงสรวง
บูชาระหว่างผู้ชม สืบสานมาจากการละเล่นปู่เยอ ย่าเยอของชาว หลวงพระบาง กลุ่มชนชาติพันธุ์ไท-ลาว
โดยเชื่อว่า อานาจของท่านดลบนั ดาลให้เกดิ ความสขุ ความ อดุ มสมบรู ณ์ หรือสร้างความหายนะแก่บ้านเมืองได้
เพื่อแสดงความเคารพ จะต้องทาการละเล่นเต้น ฟ้อนผีตาโขน เซ่นสรวงบูชาให้ถูกอกถูกใจแก่ผีบรรพชน
1 ขวญั ชนก การถาง, “ผีตาโขน”การออกแบบประตมิ ากรรม ตกแต่ง แหล่งท่องเทย่ี วทางวฒั นธรรมทอ้ งถิน่ อาเภอดา่ นซ้าย จงั หวัดเลย
,” (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาทัศนศิลป์และการออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 2560), 23, สืบค้นเมื่อ 9
กนั ยายน 2564, , ใน ThaiLis, http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/56920636.pdf
2 เรือ่ งเดยี วกัน, 24-25.
แต่โดยสถานการณ์ปัจจุบัน การระบาดของโรคโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อประเพณีผีตาโขน จึงต้องมีการ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบของประเพณีภายใต้กรอบข้อกาหนดของรัฐ สถานการณ์โรคโควดิ -19 และบทบาทหน้าที่
ของประเพณี ในทอ้ งถิน่ อนื่ ในสถานการณไ์ มป่ กตทิ ี่เปน็ เหตุใหต้ อ้ งปรบั เปล่ยี นรปู แบบงานต่อไป
ความเป็นมาของผตี าโขน
ประเพณีเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงความเชื่อ ความศรัทธา ความผูกผัน ของผู้คนที่มีต่อพุทธศาสนา มีหลาย
ลักษณะตามแต่ละท้องถิ่น ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง
แสดงให้เห็นถึงรากเหงา้ ความเปน็ มา กอ่ เกิดเป็นประเพณอี ันดงี าม ประเพณผี ีตาโขน เป็นประเพณที มี่ มี าตั้งแต่
โบราณ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่มี “บุญหลวง” ซึ่งเป็นบุญพระเวสสันดรและบุญบั้งไฟรวมกัน ผีตาโขนอาจ
มาจากคาวา่ "ผีตามคน" มาจากการแห่พระเวสสนั ดรและพระนางมทั รเี ข้าเมอื ง หลงั จากพระองค์ถูกเนรเทศให้
ไปอยู่ในป่า มีเรื่องเล่าว่าคนป่าที่เคยปรนนิบัติพระเวสสันดรและพระนางมัทรีอยากออกมาส่งพระเวสสันดร
และพระนางมัทรีเข้าเมือง แต่เนื่องจากพวกเขาไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน จึงอายชาวบ้านที่อยู่ในเมือง คนป่า
เหล่านี้จึงหาวัสดุต่าง ๆ มาปกปิตร่างกาย ทาให้แลดูเหมือน มีผีติดตามคนเข้ามาในเมือง บางตานานบอกวา่
ภูตผปี ีศาจ ท่ีอยใู่ นปา่ ออกมาสง่ พระเวสสนั ดรและพระนางมทั รี จึงเรยี กว่าผีตามคน
นอกจากน้ีตานานผตี าโขน ของอาเภอดา่ นซ้าย จังหวัดเลย นั้นไม่ปรากฏชัดแจ้ง เพราะต่างฝ่ายตา่ ง
ก็สันนิษฐานไปคนละอย่างสองอย่าง อาจมีต้นกาเนิดมาจากตานานที่เกี่ยวกบั พระธาตุศรีสองรัก ตามตานาน
กล่าวว่า สรา้ งข้ึนโดยพระมหาจักรพรรดิฝ่ายกรุงศรีอยุธยาและพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชฝ่ายกรงุ ศรีสัตนาคนหุต
เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงมิตรภาพระหว่างกัน พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเม่ือปี พ.ศ. 2103 เสร็จในปี พ.ศ.
2106 และตานานความรกั ของหนมุ่ สาวคู่หนึง่ เล่าวา่ มชี ายหญิงคู่หนง่ึ ที่รกั กันมากแต่ถกู ผู้ใหญ่ของท้ังสองฝ่าย
กีดกัน ทั้งสองจึงเข้าไปแอบอยู่ในอุโมงค์ที่กาลังก่อสร้างพระธาตุศรีสองรัก เมื่ออุโมงค์ถูกปิดชายหญิงคู่นี้จึง
สน้ิ ชีวติ และกลายเป็นเจ้าพ่อกวนและแม่นางเทียมที่คอยเฝ้าดแู ละปกปักรักษาพระธาตศุ รีสองรกั 3 เจ้าพ่อกวน
และแม่นางเทยี ม มบี รวิ ารเป็นวิญญาณคนตายมากมาย ดังนน้ั เมอ่ื ถึงเทศกาลแห่แหนพระธาตศุ รสี องรัก บรรดา
วิญญาณเหล่านี้จงึ ออกมารว่ มขบวนแห่ดว้ ย
แต่ในบางตารากก็ ล่าวว่าประเพณผี ีตาโขน อาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีจุดเริ่มตั้งแตย่ ุคด้ังเดิมกอ่ น
พ.ศ. 2500 ได้รับอิทธิพลจากฝั่งลาวอาณาจักรล้านช้าง จากการละเล่นปู่เยอ ย่าเยอ เนื่องจากมีอาณาเขต
ชายแดนติดกัน มีเพียงแม่น้าโขงและแม่น้าเหืองกันพรมแดนประเทศเท่านั้น การละเล่นปู่เยอ ย่าเยอ
เป็นการละเลน่ เรียบงา่ ย เหมาะสมกับสภาพวิถชี ุมชน กลายเปน็ ความเช่อื ท่ถี ูกถ่ายทอดมา
3 นายพงศทร พินิจวัฒน, “ศลิ ปกรรมทองถ่นิ : กรณศี กึ ษาหน้ากากผีตาโขน อาเภอดานซาย จังหวดั เลย,” (วทิ ยานพิ นธป์ ริญญา
มหาบัณฑติ , สาขาวชิ าศลิ ปศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 2548), สบื คน้ เมื่อ 11 กนั ยายน 2564, , ใน ThaiLis,
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Art_Ed/Bhongsatorn_B.pdf
ประเพณผี ตี าโขนไม่ไดม้ ีแคจ่ งั หวัดเลยเท่าน้นั ผศู้ กึ ษาได้พบว่าประเพณีผีตาโขน ยงั พบที่บ้านไฮหย่อง
ตาบลไฮหย่อง อาเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร แต่ชื่อเรียกจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย จังหวัดสกลนครจะเรียก
ประเพณีผตี าโขนว่า “ประเพณีเซิง้ ผีโขน” ความเป็นมาของผีโขน จังหวัดสกลนคร ที่เกิดจากความเช่ือของชน
เผ่าหนึ่งในจังหวัดสกลนคร คือ เผ่าไทอีสาน ซึ่งเป็นชนกลุ่มหนึ่งในจานวน 6 เผ่า ของจังหวัดสกลนคร
ซึ่งประกอบไปด้วย เผ่าย้อ เผ่ากะเลิง เผ่าภูไทย เผ่าโส้ และเผ่าไทยอีสาน4 การเล่นผีโขน บ้านไฮหย่อง
จึงสืบมรดกวัฒนธรรมประเพณีต่อกันมา ดังปรากฎว่า บรรดาผีมเหสักข์หลักเมือง ในบ้านไฮหย่องมีชื่อว่า
"ผจี ันต์" อยู่ในกลุ่มผีระดบั สงู ด้วย ทีเ่ ขา้ ร่วมขบวนแหพ่ ระเวสสนั ดร
ความแตกต่างระหว่างผีโขนบ้านไฮหย่อง ต.พังโคน จ.สกลนคร กับผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
เซิง้ ผีโขน บา้ นไฮหย่อง อ.พงั โคน จ.สกลนคร ลักษณะการแต่งหนา้ กากคลา้ ยหัวโขน คือแตง่ หู ตา จมูก ปาก
ให้น่ากลัวคล้ายผี เครื่องห่อหุ้มร่างกายให้รกรุงรัง คล้ายผีมากขึ้น ไม่เน้นความสวยงาน ส่วนผีตาโขน
อ. ด่านซ้าย จ. เลย จะเน้นการแต่งกายที่เน้นสวยงาม ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งคือ บทเซิ้งผีโขน
บ้านไฮหย่องจะมบี ทเซิง้ ผีโขนแตผ่ ตี าโขนอาเภอดา่ นซ้ายจะไมม่ ี
ภาพที่ 1 ลกั ษณะของหนา้ กากผีโขนบ้านไฮหยอ่ ง จ.สกลนคร
ที่มา : https://www.facebook.com/sakonnakhon/posts/3581348975225172
4 อรอุมา วสิ ุกนั , “เซิ้งผีโขน บา้ นไฮหยอ่ ง อ.พังโคน จ.สกลนคร”, (วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑิต, สถาบันราชภฏั สกลนคร, 2542),
สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2564, , ใน ThaiLis, https://www.m-culture.go.th/sakonnakhon/ewt_news.php?nid=480&filename=index
ภาพที่ 2 ลกั ษณะของหน้ากากผีโขนดา้ นซ้าย จ.เลย
ที่มา : https://obitodtblog.wordpress.com
อาจสรุปได้ว่า การละเล่นผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรม เพื่อบวงสรวงบูชา
วิญญาณผีบรรพชนที่กลุ่มชนชาติพันธุ์ไท-ลาว เชื่อถือร่วมกันว่าบรรพชนคือต้นตระกูลเผ่าพันธุ์ผู้ที่สร้าง
บ้านเมือง โดยเมื่อบรรพชนตายไปแล้วจะเป็นผีและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขาม มีอานาจที่จะดลบันดาล
ให้ความอุดมสมบูรณ์หรือความหายนะแก่บ้านเมืองได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพชน
เหล่านั้น เมื่อถึงงานบุญประเพณีสาคัญตามฮีตประเพณี จึงต้องทาการละเล่นเต้นฟ้อนผีตาโขนเพื่อเซ่นและ
บูชาให้เป็นที่พอใจแก่ผีบรรพชน การละเล่นผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณและผ่านการสืบทอด
ทางพิธกี รรมจากรนุ่ ต่อรนุ่ มาจนถงึ ปจั จุบัน
ความสมั พนั ธผ์ ีตาโขนกับศาสนา และการนบั ถอื ผี
ศาสนา หมายถึง คาสั่งสอน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีความสามัคคีให้มีบรรทัดฐานในการปฏิบัติ
ตลอดจนเป็นท่รี วมแห่งความเชอ่ื และความเคารพนับถือในการอยู่รว่ มกนั 5
ศาสนา คือ รากฐานของวัฒนธรรม มุ่งให้ผู้ปฏิบัติเป็นคนดีละเว้นความชั่ว และศาสนาแสดงออก
ใหเ้ ห็นถึงวัฒนธรรมสาขาต่าง ๆ เช่น ศิลปกรรม วรรณกรรม6
ศาสนา คือ ทร่ี วมแหง่ ความเคารพนบั ถอื อันสงู สงุ ท่ีพึ่งทางจติ ใจของมนษุ ย์ และ คาสง่ั สอน7
5 พัตรา สุภาพ, “สังคมและวฒั นธรรมไทย :คา่ นยิ ม : ครอบครัว : ศาสนา : ประเพณ”ี , พมิ พค์ รั้งที่ 11, (กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช,
2543)
6 สมปราชญ์ อัมมะพันธุ์, “ประเพณีและพธิ ีกรรมในวรรณคดีไทย”, (กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร์, 2536)
7 สชุ พี ปญุ ญานภุ าพ, “ประวตั ศิ าสตรศ์ าสนา”, (กรุงเทพฯ: บารุงสาสน์ , 2532)
ศาสนาพุทธ
การละเล่นผีตาโขนมีเฉพาะงานบุญประเพณีที่ภาษาพื้นบ้าน อาเภอด้านซ้าย จังหวัดเลย
เรียกวา “บุญหลวง” หรือเรียกว่า “บุญใหญ่” การจัดงาน “บุญหลวง” เป็นบุญที่รวมเอาบุญประเพณี
สองอย่างประจาเดอื นต่าง ๆ ใน “ฮีตสบิ สอง” ของภาคอีสาน (คาวา “ฮตี สิบสอง” หมายถงึ งานบญุ ประเพณี
ประจาเดอื นสิบสองของแต่ละป) โดยรวม “บุญพระเวส” หรือ “บญุ พระเวสสนั ดร” ซงึ่ นยิ มทาในเดือนสี่และ
“บุญบั้งไฟ” ซึ่งนิยมทาในเดือนหก มารวมเขาด้วยกัน คือจัดเป็นบุญเดียวกัน แต่เลื่อนมาทาในเดือนแปด
บุญพระเวสสันดร เป็นบุญที่จัดทาขึ้นเพื่อฟังเทศน เรื่อง พระมาลัยหมื่น พระมาลัยแสน เทศนสังกาส และ
เทศนเรื่องพระเวสสันดรตามลาดับ โดยชาวบ้านเชื่อวาใครได้ฟังเทศนดังกล่าวจบ ในวันเดียวจะได้กุศลแรง
อาจดลบนั ดาลใหได้พบพระศรอี รยิ เมตไตรในชาตหิ นา ซ่ึงจะทาใหประสบแต่ความสุข
ส ว น บุญบั้งไฟเป็ นบุญที่จัดท าขึ้นเพื่อบูชาอารักษ หลักเมืองเป็ นปร ะเพ ณีท าบุญขอฝน
โดยเชื่อวาเมื่อทาบุญแลวจะช่วยดลบันดาลใหฝนตกตองตามฤดูกาล อันจะทาใหการปลูกพืชพันธุต่าง ๆ
ได้ผลดี ทาใหประชาชนมีอย่มู กี ิน บ้านเมอื งอยูเยน็ เป็นสุข ไม่มเี หตุเภทรา้ ยใด ๆ เกดิ ข้ึน8 สวนในวนั แรกของพิธี
จะมีพิธีอัญเชิญหรือนมิ นตพระอปุ คุตเขามาประดิษฐานไวที่วัด โดยอัญเชิญกอนหินจากลาแม่น้าหมัน ซึ่งเป็น
แมน่ ้าอยู่ใกลวดั โพนชัย ใหส้ มมติวาเป็นพระอปุ คุต โดยเชอ่ื วาจะสามารถปองกันเหตุเภทร้ายต่าง ๆ ทจ่ี ะเกิดใน
งานได้
ศาสนาพราหมณ์
นอกเหนือจากศาสนาพุทธมีความสัมพันธ์กับผีตาโขนแลว ศาสนาพราหมณ์ก็เข าไป
มีบทบาทร่วมอยู่ด้วย หลงั จากเสรจ็ พิธกี ารเบิกพระอุปคุต ชาวบ้านกจ็ ะเคลอ่ื นขบวนไปยังบานของเจาพ่อกวน
คนเฒ่าคนแกทั้งหลายก็จะนาขันดอกไม้ ธูปเทียน มารวมกันท่ีบ้านเจ้าพอกวน เพื่อร่วมประกอบพธิ ี “บายศรี
สู่ขวัญเจาพ่อกวน” โดยทุกคนจะนั่งลอมวงรอบ ๆ พาขวัญ (พานบายศรี) โดยใหเจาพ่อกวนนั่งติดพาขวัญ
มีพ่อพราหมณเป็นผู้นาในการประกอบพิธี เมื่อเสร็จสิน้ คากล่าว คาสู่ขวัญ จะมีการผกู แขนใหเจาพ่อกวนและ
แขกที่มาในงาน ก็จะมีการแลกเปลี่ยนการผูกแขนและกล่าวคาอวยชัยใหพรซึ่งกันและกัน สวนพิธีกรรมอีก
ประการหนึ่งซึ่งมีสวนเกี่ยวของกับผีตาโขนก็คือ “พิธีสะเดาะเคราะห์บ้านเมือง” โดยมีการเตรียมอุปกรณ์
ในการประกอบพธิ คี ือ กระทงท่ที าดว้ ยกาบกล้วย 9 กระทง เหลาไม้ไผ่ความยาว ประมาณ 1 ฟตุ ทาด้วยสีแดง
สีเขียว สีเหลือง ปกไวรอบกระทง ภายในกระทงจะใสข้าว ของหวาน หมากพลู ยาสูบ ธูปเทียน ดอกไม้ และ
ขงึ สายสิญจนรอบกระทงทั้ง 9 นอกจากนีม้ กี ารทากระทงเลก็ อีก 100 กระทง โดยใสอาหารคาว 50 กระทง
ของหวานอีก 50 กระทง ปักเทียนเล็ก ๆ ไวกลางกระทง หลังจากนั้นก็จะนมิ นตพระสงฆ 4 รปู เพ่ือมาทาการ
8 นายพงศทร พินจิ วัฒน, “ศิลปกรรมทองถ่ิน : กรณศี กึ ษาหนา้ กากผตี าโขน อาเภอดานซาย จังหวัดเลย,” (วิทยานพิ นธป์ ริญญา
มหาบณั ฑิต, สาขาวชิ าศลิ ปศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 2548), สบื คน้ เมอื่ 11 กนั ยายน 2564, , ใน ThaiLis,
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Art_Ed/Bhongsatorn_B.pdf
สะเดาะเคราะห์โดยมี เจ้ากวน แสนด่าน และแสนแกว อุนเมือง นั่งประจาข้างหน้าพระสงฆ พิธีก็จะเริ่มขึ้น
เมือ่ เสร็จสิน้ พิธีกจ็ ะทาพธิ กี รวดนา้ ลงในกระทง นากระทงคาวหวานไปวางไวตามโคนไม้รอบ ๆ วัด สวนกระทง
9 กระทง นาไปวางไวตามทิศทั้ง 8 สวนอีกกระทงหนึ่งซึ่งจะมีขนาดใหญ่กวา จะนาไปทิ้งลงในแม่น้า
ถือเปน็ การส่งเคราะหเ์ ขญ็ ใหไหลลอยไปกบั แม่นา้ 9
การนับถอื ผี
มีความเชื่อในอานาจลึกลับเหนือธรรมชาติประกอบเขากับความเชื่อ เรื่องภูติผีวิญญาณ
การนับถือผีบรรพบุรุษหรือวิญญาณผีเจานายโดยมี ความเชื่อวาการเล่นผีตาโขนเป็นความประสงคของ
“เจานาย”10 ซึ่งหมายถึง ผีบรรพบุรุษท่ชี ุมชนอาเภอ ดา่ นซา้ ย จังหวดั เลย ใหความเคารพนบั ถอื
ดังนั้นจะเห็นได้วา การแสดงผีตาโขนเป็นพิธีปฏิบัติทั้งในทางพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์
และความเชื่อถือในเรื่องภูติผีวิญญาณ โดยในสวนที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธ จะมีการแหพระเวสสันดรและ
พระนางมัทรีเขาเมือง ฟังพระสวดพระพุทธมนต ฟังเทศน เป็นตน สวนที่เกี่ยวกับศาสนาพราหมณ
มีพิธบี ายศรีสู่ขวัญ พธิ สี ะเดาะเคราะห์ เกย่ี วกบั ภูมิผีวิญญาณ โดยมีการอัญเชญิ ดวงวิญญาณ เจาในอดีตเข้าทรง
และ ขออนญุ าตกอนจัดงานและมีการแหขบวนผีตาโขนไปคาราวะ “เจ้ากวน” และ “นางเทยี ม” ซ่งึ เป็น
ผู้มีหนาที่ใหดวงวิญญาณเจาในอดีตเข้าทรง สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องหลายรุ่นอายุคน แสดงให้เห็นถึง
รากเหงา้ ความเป็นมา ก่อเกดิ เปน็ ประเพณอี ันดีงามที่เรียกวา่ “ประเพณผี ีตาโขน”
ผีตาโขนกับภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ
ภูมิปัญญา หมายถึง ความรู ความคิด ความเชื่อ ความสามารถ ความชัดเจน ที่กลุ มชนได้จาก
ประสบการณที่สั่งสมไวในการปรับตัวและดารงชีพในระบบนิเวศน หรือสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ และ
สิ่งแวดลอมทางสังคมวัฒนธรรม ทไี่ ด้มีพัฒนาการสบื สานกนั มา ภูมิปญั ญาเป็นผลของการใชสติปญั ญา ปรับตัว
กับสภาวะต่าง ๆ ในพื้นที่ที่กลุมชนนั้นตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่ และได้แลกเปลี่ยนสังสรรคทางวัฒนธรรมกับ
กลุมชนอ่ืน หรือแกปญหาได้ในสิ่งแวดลอมและบริบททางสังคมวัฒนธรรมของกลุมชนนั้น11 ภูมิปัญญาจึงมที ั้ง
ภูมปิ ัญญาอันเกิดจากประสบการณในพน้ื ที่ ภูมปิ ัญญาท่ีมาจากภายนอก และภูมิปัญญาท่ีผลติ ใหม่ หรือผลิตซ้า
เพอื่ การแกปญหาและการปรับตัวใหสอดคลองกบั ความจาเปน็ และความเปลี่ยนแปลง
9 กาญจนา สวนประดิษฐ์, “ผีตาโขน ศึกษาเฉพาะกรณีอาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย,” (วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑิต, ศลิ ปศาสตรมหา
บัณฑติ วิชาเอกไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 2533), สืบคน้ เม่ือ 9 กนั ยายน 2564, , ใน ThaiLis,
http://www.thaithesis.org/detail.php?id=48973
10 สทุ ัศน์พงษ์ กลุ บตุ ร, ”ประเพณพี ิธีกรรมเกยี่ วกับพระธาตศุ รีสองรัก อาเภอดา่ นซ้าย จังหวดั เลย” , (2536)
11 เอกวิทย์ ณ ถลาง, “ภูมิปญั ญาชาวบา้ นสีภ่ มู ภิ าค : วถิ ีชีวติ และกระบวนการเรียนรขู้ องชาวบา้ นไทย” , (นนทบุร:ี โรงพิมพ์
มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมมาธริ าช, 2540)
ภูมิปัญญาชาวบ้าน หมายถึง ศักยภาพมนุษย์ใน การปรับตัวใหเขากับสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ
และสภาพแวดลอมทางวฒั นธรรม ทาใหมนษุ ย์ดารงอย่รู ่วมกันไดอยา่ งราบร่นื 12
ภมู ปิ ัญญาไทย หมายถงึ ความสามารถ ทักษะ และเทคนคิ อันเกดิ จากการสะสม องคความรู มวลรวม
ทุกด้านที่ผานกระบวนการสืบทอด ปรับปรุงพัฒนาและเลือกสรรมาแล้วเป็นอย่างดใี นการสร้าง ผลงาน แกไข
ปญหาและพัฒนาวิถชี ีวติ ของคนไทยได้อยา่ งเหมาะสมกับยคุ สมยั 13
การศึกษาท้องถิ่นทางชีวภาพของธรรมชาติ มีทั้งโดยวิธีทางวัฒนธรรมหรือวิถีของชาวบ้าน ที่อยู่กับ
ธรรมชาติเหลานี้มาเนิ่นนาน โดยเฉพาะตองพึ่งพิงอาศัยธรรมชาติวิธีคิดและความเขาใจที่มาจากฐานทาง
วัฒนธรรม ความรูที่ได้จากการสังเกตและการทดลอง การสะสมถ่ายทอดกันมาเป็นความรูดั้งเดิม ถือเป็น
ขุมปัญญาที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ผลการศึกษาพบวา สภาพภูมิประเทศของอาเภอด่านซ้ายจัดอยู่ในพื้นที่
ป่าฝนเขตรอน ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีปาไม้นานาพันธุท่ี อุดมสมบูรณ เชน ไม้สัก ไม้มะคา
ไม้ประดู ไม้แดง ไม้ไผ่ ไม้นุน ตนมะพร้าว เป็นตน ชาวบานมีความใกลชิดในสภาพการตั้งถิ่นฐานและ
ได้รับประโยชนโดยตรงจากป่าเหลานี้ ทั้งการอุปโภคและบริโภค ดังนั้นการจัดสร้างหนากากผีตาโขนจึงได้ใช
วัสดุจากธรรมชาติโดยตรง ด้วยการคัดเลือกสรรหาไม้ไผ่ที่มีอายุ และขนาดพอดีสาหรับสานเป็นหวดนึ่ง
ข้าวเหนียว สวนประโยชนทางออมคือการทาเป็นสวนที่ครอบศีรษะของหนากากผีตาโขน ใบหนาทาจากการ
เลอื กเอาโคนก้านมะพร้าวที่มอี ายมุ าก ทาใหหนากากผตี าโขนจะมีขนาดใหญ่ จมูกทีป่ ระกอบหนากากผีตาโขน
นยิ มใชไม้นุนซงึ่ มนี า้ หนักเบาแทนการใชไม้ชนิดอ่นื ทม่ี นี ้าหนักมากและแกะยาก จะเหน็ ได้ว่าปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่าง
มนษุ ย์กับธรรมชาติ สร้างความสมดุลใหเกดิ ขนึ้ ระหว่างสังคมกับ สิง่ แวดลอม และถอื เปน็ การอนุรักษธรรมชาติ
ใหคงอยู่ย่ังยืนตลอดไป
12 ศรีศกั ร วัลลโิ ภดม, “การอนรุ กั ษมรดกทางวฒั นธรรมและการสรา้ งสรรคใหมท่ า่ มหลางกระแสการ เปล่ยี นแปลง” ในรายงานสมั มนา
ทางวชิ าการเรอื่ ง พัฒนาการทางวัฒนธรรม : กรณีทักษิณ, (กรงุ เทพฯ: สานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหงชาติ, 2535)
13 นนั ทสาร สสี ลับและคณะ, “ภมู ิปัญญาไทย,” วารสาร มศว, ศลิ ปวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ, ฉบับท่ี 2 (2542) : 18.
ภาพที่ 3 แสดงสภาพภมู ิประเทศของอาเภอดา่ นซา้ ย จังหวดั เลย ที่อุดมสมบูรณดว้ ยปาไม้ โดยเฉพาะไมไ้ ผ่และตนมะพร้าว
ที่มา : https://www.onep.go.th/22
ภาพที่ 4 ไมจ้ ากต้นนนุ ท่ใี ชสาหรับทาสวนจมกู ของหนากากผีตาโขน
ที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/
ภาพท่ี 5 โคนกา้ นมะพร้าวท่ใี ชทาสวนใบหนาของหนากากผตี าโขน และหวดนึ่งขา้ วท่ีใชทาสวนครอบศีรษะของหนากากผตี าโขน
ทมี่ า : http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Art_Ed/Bhongsatorn_B.pdf
ประเภทของผีตาโขน
ผตี าโขนใหญ่
เป็นห่นุ ผ้ชู ายหนงึ่ ตวั และห่นุ ผู้หญิงหนง่ึ ตัว มีขนาดใหญ่กวาผตี าโขนปกติ ผ้ทู าผีตาโขนใหญ่คอื ชาวบ้าน
ตระกูลหนึ่งซ่ึงอยู่ในหมูบ้านด่านซ้าย ตาบลด่านซ้าย อาเภอด่านซา้ ย จังหวัดเลย และมีหนาที่ทาหุ่นผีตาโขน
ใหญ่ตอ่ เน่ืองกนั มาหลายอายุคน มีความเชอ่ื วาการทาผตี าโขน เป็นหนาทีข่ องคนตระกูลนี้ เพราะถาปีใดไม่ทา
อาจทาใหคนในตระกูลเกิดภัยพิบตั ิตา่ ง ๆ
ผีตาโขนเล็ก หรือผตี าโขนทว่ั ไป
ทาขึน้ โดยชาวบา้ นท้งั ผู้ใหญแ่ ละเดก็ หนากากผตี าโขนนยิ มทาด้วย กานทางมะพร้าวแหง โดยตัดเอา
เฉพาะโคนก้านและจัดการตัดแต่ง เจาะชองตา จมูก ปาก และใบหู จากนั้นเอาหวดนึ่งข้าวเหนียวที่ไม่ใชแลว
มาเย็บติดกับหนากากดังกล่าว โดยหงายปากหวดขึ้นด้านบนใหหูของหวดอยู่ทางซ้ายและทางขวาของศีรษะ
ตรงกลางหวดกดใหเป็นรอยบุมกลม ๆ ขึ้นไปใหมีขนาดพอที่จะสวมลงบนศีรษะ แลวนาผาเกาไม่ใชแล้ว
มาเย็บตอจากหนากากลงมาใหคลุมรอบตัวอย่างมิดชิด ใบหน้าของผีตาโขนจะถูกแต่งแต้มใหดูหนาเกลียด
หนากลัวตามใจชอบของผทู้ า14
จะเห็นได้วาในขณะทีผ่ ีตาโขนใหญ่มีแบบแผนคอนข้างตายตวั แตผ่ ีตาโขนเลก็ มหี ลายลักษณะแตกต่าง
กันไป เป็นงานทีใ่ ครก็สามารถมีสวนรว่ มได้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และเนนความสนุกสนานในการละเล่นมากกวา
โดยที่ผีตาโขนทั้งสองแบบแสดงใหเห็นถึงเรื่องเพศ โดยเฉพาะความสาคัญของเพศชาย อันเห็นได้จากอวัยวะ
เพศชายท่อี ยบู่ นผตี าโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก ในขณะทีผ่ ีตาโขนทเี่ ป็นเพศหญงิ มีเพยี งแคผีตาโขนใหญ่แต่เพียง
ตัวเดียว ซึ่งอวัยวะเพศชายนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ที่ใชแทนความอุดมสมบูรณในสังคมเกษตรกรรมยังเปน็
ตัวแทนสังคมปตาธิปไตยทเี่ พศชายเป็นใหญ่อกี ดว้ ย
ภาพท่ี 6 ลักษณะของผีตาโขนใหญ่
ท่มี า : https://m.mgronline.com/travel/photo-gallery/9580000073887
14 มลู นิธสิ ารานกุ รมวฒั นธรรมไทย ธนาคารไทยพาณชิ ย์, ). สารานกุ รมวัฒนธรรมไทย, (กรุงเทพฯ: บริษัทสยามเพรส แมเนจเม้นท์
จากัด, 2542), 2807-2808
ภาพท่ี 7 ลักษณะของผีตาโขนเลก็
ทมี่ า : https://m.mgronline.com/travel/photo-gallery/9580000073887
การละเล่นผีตาโขน
การละเล่นผีตาโขนเป็นสวนหนึ่งของงานบุญหลวงในอาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยซึ่งชาว
ด่านซ้าย ได้รวมการจัดงานบุญพระเวสและงานบุณบั้งไฟ เขาเป็นประเพณีเดียวกันและเรียกงานนนี้วางาน
บุญหลวง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างปลายเดือน 7 หรือตนเดือน 8 การกาหนดการจัดงานบุญหลวงนี้เจาพ่อกวน
จะเป็นผู้กาหนด เจาพ่อกวนจะเข้าทรงเพื่อติดต่อกับผีเจ้านายเพื่อหาวันอันเป็นสิริมลคง โดยที่ชาวบ้าน
หรอื หน่วยราชการจะกาหนดการเองไม่ได้
งานประเพณบี ุญหลวงของชาวอาเภอด่านซ้ายมกี ิจกรรมท้งั สน้ิ 3 วนั ดงั ตอไปน้ี วันแรกของ
งานเรียกวา “วันโฮม” หรือวาวันรวม เปน็ วันท่ีชาวบานจากหมูบ้านต่าง ๆ จะเดนิ ทางมาร่วมงาน โดยท่ีงานพิธี
จะเริ่มขึน้ ตั้งแต่เชามืดเวลา 04.00 น. ชาวบ้านจะไปรวมกันที่วันโพนชยั เพือ่ ประกอบพิธีอปุ คุต ซึ่งพระอปุ คุต
นั้นได้ชื่อวา่ เป็นพระเถระผู้มีฤทธิที่ได้เนรมิตรกฏุ ิอยู่กลาง มหาสมุทรและสามารถปราบเหลามารได้ เมื่อมีการ
จัดงานบุญหลวงจงึ มีการเชญิ พระอุปคตุ มา ประดษิ ฐานไวในงานด้วยเพ่ือใหเกิดความสวัสดีมีชยั และใหการจัด
งานสาเรจ็ ไปได้ด้วยดี แสนแกว อุนเมืองจะเป้นผู้ทาหนาท่เี ชญิ พระอปุ คตุ โดยทีพ่ ่อแสน จะนาอุปกรณทีเ่ ตรียม
ไว คือมีด ดาบ หอก ฉัตรที่ทาด้วยไม้เดินนาขบวนชาวบ้านไปยงั ริมฝงลาน้าหมัน ซึ่งชาวบา้ นเชื่อวาเป็นแมน่ ้า
ศักดิ์สิทธ์ิ เมื่อถึงริมน้าหมันทุกคนจะอยู่ในความสงบ และพ่อแสนจะกล่าวคาบูชาพระอุปคตุ สามจบ หลังจาก
นน้ั พ่อแสนอกี ท่านหนึง่ จะลงไปงมหาพระอุปคุตในลานา้ หมนั โดยจะใชหินสีขาวเป็นสิ่งสมมุติแทน พระอุปคุต
ซึ่งเป็นการใชสัญลักษณ์จาลองเหตุการณตามความเชื่อของชาวบ้าน เมื่อได้พระอุปคุตแลว จะนาใสพานและ
แห่พระอุปคตุ ไปประดษิ ฐานท่ีหออุปคตุ ในวัดโพนชยั ตอจากน้ันจะมพี ิธีทาบุญตัก บาตรที่วัดโพนชยั จากน้นั จะ
มีพิธบี ายศรสี ู่ขวัญเจาพ่อกวนและมกี ารแหขบวนเขามายงั วัดโพนชัยอกี คร้ังหน่งึ กอนท่ผี ีตาโขนและชาวบ้านจะ
แยกยายกันออกไปเล่นสนุกสนานตามชอบใจ
ในวันที่สองของงานบรรดาผีตาโขน จะเที่ยวหลอกหลอนชาวบ้านเชนเดียวกับวันแรก และ
สวนใหญ่จะเขามาเลนในวัด เมื่อถึงเวลา 15.00 น. คณะเจาพ่อกวน เจาแม่นางเทียม คณะพ่อแสน และ
นางแต่ง พรอมทั้งชาวบ้านจะมาพรอมกนั ทสี่ ี่แยกบ้านด่ินเพือ่ การบายศรีสู่ขวญั พระเวส เสรจ็ แลวกจ็ ะนาขบวน
แหเขาเมืองโดยมีพระพุทธรูปหนึ่งองคเป็นตัวแทนพระเวสและมีพระสงฑอีกสี่รปู นั่งอยู่บน เสลี่ยงที่มีคนหาม
เจาพ่อกวนจะนั่งอยู่บนคานหามด้วย สวนคนอื่น ๆ จะเดินตามขบวนไป ขบวนแหจะเขาไปในวัดโพนชัย
แหรอบโบสถสามรอบ อันเชิญพระพุทธรูปซึ่งเป็นตัวแทนพระเวสเขาโบสถ และเจาพ่อกวนพรอมคณะและ
ชาวบ้านก็เขาไปในโบสถดว้ ย บรรดาผีตาโขนท่ีตามขบวนมาจะสนิ้ สุดการเลน่ ผีตาโขนตรงนี้และจะนาเอาหนา
กากและอปุ กรณ์การเล่นไปทง้ิ ลงนา้ ตอจากน้นั ก็จะมกี ารจดุ บง้ั ไฟ
วนั ทีส่ ามของงานจะเรม่ิ ตงั้ แต่เวลาประมาณ 03.00 น. ชาวบ้านจะทาพิธีแหข้าวโพดไปวางไว
ตามภาชนะท่ีเตรียมไว และจะมีการเทศมหาชาติ (พระเวสสนั ดรชาดก)
การละเล่นผตี าโขนจะมีข้ึนในวันท่ีสองของการจัดประเพณีบุญหลวง โดยมีขบวนแห่ผีตาโขน
และมีการบรรเลงเคร่ืองดนตรีพืน้ เมืองอยา่ งครนื้ เครงตลอดเส้นทาง ซึ่งจะทาพิธแี ห่ไปยงั วัดเพื่อทา พิธีบายศรี
สูข่ วญั ระหวา่ งขบวนแหก่ จ็ ะมีบรรดาผตี าโขนทั้งหลายออกมา รา่ ยราทาท่าทางต่างๆ อยา่ งสนุกสนาน จุดน้ีจึง
เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ด้วยการแต่งกายของผีตาโขนนัน้ เป็นที่สะดุดสายตา ทั้งหน้ากากที่หน้ากลัวและชดุ ที่มีสีสนั
ที่ทาใหผ้ คู้ นสว่ นใหญ่ทม่ี าร่วมงานสนุกสนาน และเป็นเอกลักษณ์ประเพณีท้องถ่ินของจงั หวัด
ผตี าโขนในสถานการณ์โควดิ -19
ประเพณผี ตี าโขน อาเภอดา่ นซา้ ยจังหวดั เลยเปน็ ประเพณีสาคญั ของอาเภอ ดา่ นซา้ ย มีการจดั มาอยา่ ง
ตอ่ เนื่องทุกปตี ั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แตไ่ ม่มีหลักฐานบันทกึ ไว้ชัดเจนว่าเริ่มมีประเพณี ตงั้ แต่เมื่อใด ซึ่งประเพณี
บญุ หลวงและการละเล่นผีตาโขนจะจัดขึ้นในระหว่างปลายเดือนเจ็ดและต้นเดือนแปดของทุกปี ซ่งึ กาหนดการ
จัดงานทุกปีจะไม่ได้กาหนดจากภาครัฐหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แต่จะกาหนดโดยเจ้าพ่อกวน
ที่จะเข้าทรงนายถาวร เชื้อบญุ มกี าหนดวนั จัดงาน
การจัดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน พ.ศ. 2563 แม้ว่าต้องจัดงานภายใต้มาตรการ
เฝ้าระวังปอ้ งกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แต่ทุกกิจกรรมภายในงานตอ้ งเป็นไปตามขนบแบบ
แผน ของการจัดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนทุกประการ รวมถึงกาหนดวันจัดงาน ซึ่งจะ
กาหนด โดยเจ้าพ่อกวนเทา่ นั้น กระนั้นการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ก็ต้องเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคที่รฐั
กาหนดด้วย เช่น ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมหรือพิธีต่าง ๆ ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ซึ่งผู้ที่เข้าร่วม
ประเพณียอมรบั และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกาหนดดงั กล่าว ประกอบกับความกลัวและความต้องการ
ความปลอดภัยจากการ แพร่เชื้อของโรคโควิด-19 จึงมีการบูรณาการสถานการณ์โรคระบาดเข้ากบั ประเพณี
ท่ีจดั ขน้ึ เปน็ ประจาทุกปี
การจัดงานในสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงเป็นกรอบให้กับผู้ร่วมพิธีปฏิบัติเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่าง
ปลอดภัยจากการจัดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนในภาวะสถานการณโ์ รคโควิด-19 สะท้อน
ให้เห็นการยอมรับแบบแผนแนวปฏิบัติของสังคม ด้านเจ้าพ่อกวนและชาวบ้าน มีการยอมรับและได้ปฏิบัติ
ตามมาตรการควบคุมโรค สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยขณะประกอบพิธีหรือทากิจกรรมต่าง ๆ
นอกจากนี้ ภาครัฐกย็ นิ ยอมให้เจ้าพอ่ กวนกาหนดวนั จัดงานดังเช่นท่ีเคยปฏบิ ัติมาทุกปีท้งั นี้เพอ่ื ทจ่ี ะสืบสานและ
รกั ษาประเพณี บุญหลวงและการละเล่นผตี าโขน ซึง่ ถือเปน็ ประเพณีเกา่ แกค่ กู่ บั อาเภอดา่ นซ้ายให้คงอยู่สืบไป
บทบาทหน้าที่ของประเพณผี ตี าโขน ภายใต้สถานการณโ์ รคโควดิ -19
1. หนา้ ทสี่ ะทอ้ นให้เห็นถึงรูปแบบประเพณผี ตี าโขนแบบด้งั เดิม
เนือ่ งจากมีการประกอบสร้างประเพณีภายใต้เงอ่ื นไข ในการจดั งานต้องเปน็ ไปตามมาตรการเฝ้าระวัง
ป้องกัน และควบคมุ การแพร่ระบาดโรคโควดิ -19 จึงตอ้ งมีการนาเสนอออกแบบและ ปรบั ลดกจิ กรรมรืน่ เริงลง
จึงทาให้กิจกรรมปรับเปลี่ยนไป อาทิ การละเล่นผีตาโขนที่เล่นเพื่อประกอบพิธีถวายเจ้านายตามประเพณี
เท่านน้ั ไมม่ ขี บวนรถแห่ผีตาโขนเพือ่ ใหน้ กั ท่องเทยี่ วรบั ชม ไม่มีการขายสินค้าของร้านต่าง ๆ โดยมวี ตั ถุประสงค์
หลักเพื่อสืบสานและ รักษาสาระสาคญั ของประเพณที อ้ งถ่นิ อาเภอดา่ นซา้ ยใหค้ งอยู่ตอ่ ไป
2. หนา้ ท่ีการยอมรบั แบบแผนแนวปฏบิ ตั ขิ องสังคม
ในการจัดงานประเพณผี ีตาโขนในสถานการณ์โรคโควดิ -19 เกิดขึ้นได้ เนื่องจากทุกฝา่ ยยอมรับแบบแผน แนว
ปฏิบัติซึ่งกันและกัน กล่าวคือ เจ้าพ่อกวนและชาวบ้านมีการยอมรับและได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค
สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามยั ขณะประกอบพธิ หี รือทากิจกรรมตา่ ง ๆ ส่วนภาครัฐยินยอมใหเ้ จ้าพ่อกวน
กาหนดวันจดั งานดงั เช่นที่เคยปฏบิ ัติมาทกุ ปี เนอ่ื งจากท้ังสองฝ่ายมีเป้าประสงค์เดียวกัน คือ เพ่ือที่จะสืบสาน
และ รักษาประเพณบี ุญหลวงและการละเล่นผีตา และแสดงให้เห็นว่าการคงอยขู่ องวัฒนธรรมประเพณีสาคัญ
อย่างยง่ิ จนทาใหเ้ กดิ การยอมรับแบบแผนแนว ปฏบิ ัตขิ องสังคมขึน้
3. หน้าที่สบื ทอดและให้การศกึ ษาการทาเครอื่ งแต่งกายผีตาโขนกบั คนร่นุ หลัง
ผีตาโขน ในประเพณีบญุ หลวงและการละเล่นผีตาโขนมี 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ผีตาโขนเล็กหรอื ผีตาโขนน้อยและผี
ตาโขนใหญ่ โดยทผ่ี ู้ที่ทาเคร่อื งแต่งกายผีตาโขนน้อยจะเป็นบุคคลใดหรอื เพศใดก็ได้ ซึง่ พ.ศ. 2563 จะไม่มีการ
ประกวด เครื่องแต่งกายผีตาโขน ฉะนั้น การทาเครื่องแต่งกายผตี าโขนน้อยจึงเป็นไปด้วยความเรียบง่ายแบบ
ชาวบ้าน ส่วนการทาผีตาโขนใหญ่ ผู้ที่ทาต้องเป็นคนในตระกูล เดียวกันเท่านั้น การทาผีตาโขนใหญ่จึงเป็น
ลักษณะการสืบทอดรุ่นต่อรุ่น15 ถึงการทาผีตาโขนทั้งสองประเภท จะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน แต่การทาเครื่อง
แตง่ กายผตี าโขนทง้ั สองประเภทก็เปน็ การสบื ทอดและศึกษาต่อกนั มา
ภาพท่ี 8 การจัดงานผตี าโขน ในสถานการณโ์ รคโควดิ -19
ทม่ี า : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210614145140001
ภาพที่ 9 การจดั งานผีตาโขน ในสถานการณโ์ รคโควดิ -19
ท่ีมา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210614145140001
15 ธีรภัทร คาทิ้งและภาคภมู ิ สุขเจรญิ , “ประเพณบี ุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน อาเภอด่านซ้าย จังหวดั เลย: บทบาทหน้าทใี่ น
สถานะประเพณีประดิษฐภ์ ายใต้สถานการณโ์ รคโควิด-19, ฉบบั ที่ 1 (มกราคม 2564) : 26-32, สืบคน้ เมอื่ 13 กนั ยายน 2564 ,จาก
http://utcc2.utcc.ac.th/utccjournal/411/21_36.pdf
สรปุ
ผีตาโขน เป็นประเพณีการละเล่นประเภทหนึ่งทีใ่ ชประกอบ พิธีกรรมของทองถิ่นในภาคอีสาน ไม่วา่
จะเป็นผีตาโขนอาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และ เซิ้งผีโขนบา้ นไฮหย่อง ต.พังโคน จ.สกลนคร โดยมีความเช่อื
หลายประการ เชน เลน่ เพอื่ ขอฝน เพอ่ื ขจดั ส่งิ เลวร้าย ส่งิ ไม่ดใี หพนไปจากชีวิตของตนเองและของ ครอบครัว
หรือชุมชน ผีตาโขนมีความสัมพันธ์กับระบบแนวความคิดความเชื่อ และมีความสัมพันธ์เก่ียวข้องอย่างยิง่ กบั
ทกุ ศาสนา ทใี่ หก้ ารเคารพนบั ถอื สืบทอดกนั มาถึงปัจจุบัน จนเกดิ เป็นประเพณีประจาปขี องชาวบ้าน ทใี่ ห้ความ
เล่ือมใสและศรัทธาอย่างยง่ิ เน่อื งจากวาในการจัดงานประเพณบี ุญหลวงหรือประเพณกี ารละเล่นผีตาโขน
รปู แบบประเพณแี ละบทบาทหนา้ ทีข่ องประเพณซี ึ่งงานบญุ หลวงและการละเล่น ผีตาโขน พ.ศ. 2563
ถือวา่ เป็นการจัดงานในบรบิ ทใหม่ชว่ งสถานการณ์โรคโควิด-19 รูปแบบและกิจกรรมภายในงานจึงแตกต่างไป
จากเดิม ซึ่งมีการประกอบสร้างขึ้นจากกลุ่มเจ้าพ่อกวนและคนในท้องถิ่นอาเภอด่านซ้าย ภายใต้กรอบ
ขอ้ กาหนดของรฐั โดยมีความศรัทธาของคนในท้องถิน่ อาเภอดา่ นซา้ ยเปน็ ส่ิงขับเคลอื่ นภายใต้ข้อกาหนด ของ
รัฐคนในท้องถิ่นยอมรับและให้ความร่วมมือปฏิบัติตาม ซึ่งมีนัยยะจากความกลัวและการต้องการความ
ปลอดภัยในช่วงวิกฤติให้ตนเอง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน และมีวัตถุประสงค์สาคัญ
คือเพื่อที่จะอนุรักษ์และสืบสานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนให้คงอยู่ต่อไป ดังนั้นประเพณี
บุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน พ.ศ. 2563 ภายใต้ข้อจากัดการจัดงานตามมาตรการเฝา้ ระวังปอ้ งกันและ
ควบคุม การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ -19 จงึ มีบทบาทหน้าท่ีสาคัญที่ทาให้คนรนุ่ หลังได้มีโอกาสเห็นและเรียนรู้กับ
ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนแบบเดิมก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่มี การสืบทอดกันมา
หลายชว่ั อายคุ น
เอกสารอา้ งอิง
กาญจนา สวนประดิษฐ์.(2533). ผีตาโขน ศกึ ษาเฉพาะกรณอี าเภอดา่ นซ้าย จังหวดั เลย. ปรญิ ญานิพนธ์ กศ.ม.
(ไทย คดศี ีกษา) มหาสารคาม: บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ มหาสารคาม.
อัดสาเนา.
ขวญั ชนก การถาง, “ผีตาโขน”การออกแบบประติมากรรม ตกแต่ง แหลง่ ทอ่ งเที่ยวทางวัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน
อาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย,” (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาทศั นศิลป์และการออกแบบ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา, 2560), 23, สืบค้นเมื่อ 9 กนั ยายน 2564, , ใน ThaiLis,
http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/56920636.pdf
ธีรภทั ร คาทิง้ และภาคภมู ิ สุขเจริญ, “ประเพณบี ญุ หลวงและการละเล่นผีตาโขน อาเภอด่านซา้ ย จังหวดั เลย:
บทบาทหน้าทใ่ี นสถานะประเพณีประดิษฐ์ภายใต้สถานการณโ์ รคโควดิ -19, ฉบับที่ 1 (มกราคม 2564)
: 26-32, สืบคน้ เมือ่ 13 กนั ยายน 2564 ,จาก
http://utcc2.utcc.ac.th/utccjournal/411/21_36.pdf
นายพงศทร พินิจวฒั น, “ศลิ ปกรรมทองถิน่ : กรณีศึกษาหน้ากากผตี าโขน อาเภอดานซาย จังหวดั เลย,”
(วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑติ , สาขาวิชาศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 2548), สืบค้น
เม่ือ 11 กนั ยายน 2564, , ใน ThaiLis,
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Art_Ed/Bhongsatorn_B.pdf
นนั ทสาร สีสลับและกณะ. (2542). ภมู ิปญั ญาไทย. วารสาร มศว. ศลิ ปวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั
ศรีนครินทรวิโรฒ, 2(2), 17-32.
มูลนธิ ิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณชิ ย.์ (2542). สารานกุ รมวัฒนธรรมไทย. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท
สยามเพรส แมเนจเม้นท์ จากัด.
สชุ ีพ ปญุ ญานุภาพ. (2532). ประวตั ศิ าสตรศ์ าสนา. กรุงเทพฯ : บารงุ สาส์น, 2532
สทุ ัศน์พงษ์ กลุ บตุ ร. (2536). ประเพณพี ธิ กี รรมเก่ียวกบั พระธาตุศรสี องรัก อาเภอดา่ นซ้าย จงั หวัดเลย.
สุพัตรา สภุ าพ. (2543). สังคมและวฒั นธรรมไทย :ค่านิยม : ครอบครัว : ศาสนา : ประเพณี (พมิ พคร้ังท่ี 11).
กรุงเทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช.
สมปราชญ์ อัมมะพนั ธ.ุ์ (2536). ประเพณแี ละพิธีกรรมในวรรณคดีไทย. กรุงเทพฯ :โอเดียนสโตร.์
ศรีศกั ร วลั ลโิ ภดม. (2535). “การอนรุ ักษมรดกทางวฒั นธรรมและการสร้างสรรคใหมท่ ่ามหลางกระแสการ
เปล่ียนแปลง” ในรายงานสมั มนาทางวชิ าการเร่อื ง พัฒนาการทางวฒั นธรรม : กรณที กั ษณิ . กรงุ เทพฯ
: สานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ.
เอกวิทย ณ ถลาง. (2540). ภูมิปญั ญาชาวบ้านสภ่ี มู ภิ าค : วิถีชวี ติ และกระบวนการเรยี นรูของชาว
บา้ นไทย. นนทบรุ ี : โรงพมิ พมหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมมาธริ าช.
อรอมุ า วสิ กุ ัน.(2542). ข้อเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหว่างผโี ขนบ้านไฮหยอ่ ง ต.พงั โคน จ.สกลนครกบั ผตี า
โขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก
:http://province.mculture.go.th/sakonnakhon/kone.html(วันที่ค้นข้อมูล : 20 กันยายน
2564).