~1~
จุดประสงค์การเรียนรู้
เลม่ ที่ 6 การประดษิ ฐพ์ านไหว้ครู
1. สามารถเลือกวัสดุและอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการประดิษฐ์พานไหวค้ รู
2. อธบิ ายข้ันตอนการประดิษฐ์พานไหวค้ รูไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. สามารถประดิษฐ์พานไหวค้ รูโดยการพับกลบี ใบตอง การเย็บแบบ
การร้อยมาลัย การออกแบบพานไหว้ครูของตนเองและกลุ่มได้
4. เกิดเจตคติทด่ี ีและสร้างชิน้ งานดว้ ยความภาคภูมใิ จและร่วมอนุรกั ษ์
พร้อมสบื สานวัฒนธรรมไทยอยา่ งยั่งยนื
~2~
คาชแ้ี จง
การใชเ้ อกสารประกอบการเรียน โดยใชก้ ารเรียนรู้แบบ
Active Learning
การใชเ้ อกสารประการเรยี น โดยใช้การเรียนร้แู บบ Active
Learning เรือ่ ง พานไหวค้ รู กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ ช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 วชิ างานประดิษฐ์ ง 32102 ซง่ึ มีทั้งหมด 6 เล่ม เลม่ นี้
เป็นเอกสารประกอบการเรียน เลม่ ท่ี 6 การประดษิ ฐพ์ านไหวค้ รู ขอให้
นกั เรียนไดป้ ฏบิ ตั ิการเรยี นรู้ตามคาแนะนาเป็นลาดับขนั้ ตอนดงั น้ี
1. นักเรียนควรศกึ ษาจดุ ประสงค์การเรียนร้ใู ห้เข้าใจ
2. กอ่ นทจี่ ะศึกษาเนือ้ หาในเอกสารประกอบการเรียน โดยใช้การ
เรียนรู้แบบ Active Learning นักเรยี นจะต้องทาแบบทดสอบ
ก่อนเรยี นเพือ่ เปน็ การประเมินความรู้พน้ื ฐานและตรวจคาตอบใน
ภาคผนวก
3. นกั เรียนควรมคี วามซือ่ สัตยแ์ ละความตง้ั ใจในการเรยี นรเู้ พ่อื
พฒั นาตนเองได้อยา่ งสมวยั ดาเนนิ กจิ กรรมตามลาดบั กิจกรรม
และฟังคาแนะนาจากครู โดยใช้การเรยี นรู้แบบ Active
Learning
4. รว่ มกันอภปิ รายและสรุปองค์ความรจู้ ากการปฏิบตั ทิ ุกกิจกรรม
5. เมอื่ ทาการศึกษาครบทัง้ เล่มในเอกสารประกอบการเรียน โดยใช้
การเรียนรแู้ บบ Active Learning แลว้ นกั เรยี นจะต้องทา
~3~
แบบทดสอบหลังเรยี นเพอ่ื เป็นการประเมนิ ความรพู้ นื้ ฐานและ
ตรวจคาตอบในภาคผนวก
6. หากนกั เรียนยงั ไมเ่ ข้าใจเน้ือหาเรอ่ื งใดเรอื่ งหนึ่ง สามารถอ่าน
ทบทวนเน้ือหาในเรื่องนน้ั ๆจนกว่าจะเข้าใจ
~4~
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เอกสารประกอบการเรียน โดยใช้การเรยี นรู้แบบ Active Learning
เร่ือง พานไหว้ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 วชิ างานประดษิ ฐ์ ง 32102
เล่มท่ี 6 การประดษิ ฐ์พานไหว้ครู
1.ข้อใดไม่ใช่คุณค่าของงานประดษิ ฐ์เอกลักษณไ์ ทย ทีเ่ กี่ยวข้องกับ
ขนบประเพณี เทศกาลสาคัญ
ก. ออมสานปลาตะเพียนให้นอ้ ง ข.อว๋ิ ประดษิ ฐ์พานดอกไม้ไหว้ครู
ค. อ้มุ ร้อยพวงมาลัยบชู าพระพทุ ธรูป ง.ออ๋ มแอม๋ รับจัดดอกไมว้ างหนา้ ศพ
2.หลังการทางานใบตองหรือการเย็บแบบควรทาความสะอาดมดี และกรรไกร
อย่างไร
ก. ลา้ งดว้ ยสบู่ ตากแดด
ข. ลา้ งด้วยนา้ สะอาดผึ่งลม
ค. ลา้ งด้วยผงซักฟอกเช็ดด้วยผ้า
ง.ลา้ งด้วยนา้ ยาล้างจานเช็ดให้แห้งและทาน้ามันเล็กน้อย
3. การเลือกผา้ ในการเชด็ ใบตอง ควรเลือกผ้าชนิดใด ข.ผา้ ลินิน
ก. ผา้ ใยสังเคราะห์ ง.ผา้ ไหม
ค. ผ้าฝา้ ย
~5~
4. นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ประดิษฐพ์ านไหว้ครูเพอ่ื ใช้ในงานวนั ไหว้
ครูประจาปี 2565 ของ โรงเรยี นแห่งหน่ึง นกั เรียนมคี วามภมู ิใจในผลงานท่ี
ทาสาเร็จเปน็ อยา่ งยิ่ง” จากขอ้ ความดงั กลา่ วกอ่ ให้เกดิ คณุ ค่าทางด้านใด
มากทสี่ ุด
ก. ทางด้านจติ ใจ ข. ทางด้านวัฒนธรรม
ค. ทางดา้ นเศรษฐกจิ ง. ทางด้านการสืบสานภูมปิ ัญญา
5.การสรา้ งงานประดิษฐท์ ี่เกดิ จากการใช้ประโยชนจ์ ากภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน
เปน็ งานประเภทใด
ก. จนิ ตนาการ ข. ความคิดสรา้ งสรรค์
ค. การอนุรักษ์ศลิ ปวัฒนธรรม ง. การเลยี นแบบจากธรรมชาติ
6.กระบวนการประดษิ ฐ์พานไหวค้ รูขนั้ ตอนใดเปน็ ข้นั ตอนแรก
ก. ออกแบบ ข. แกะแบบ
ค. เลยี นแบบ ง. ลอกแบบ
7. ขอ้ ใดคือคุณสมบัติที่ดีของการทางานประดิษฐ์.
ก. มีความกระตอื รือร้นทจี่ ะหาความรู้ใหม่ๆในเรอ่ื งงานประดิษฐ์
ข. มีความคิดสร้างสรรค์ดา้ นการออกแบบทาใหผ้ ลงานมีความโดดเด่น
ค. มีความร้เู กยี่ วกบั หลักการทางศลิ ปะ มีความรพู้ ้นื ฐานดา้ นงานประดิษฐ์
มีลักษณะนิสยั ทด่ี ีในการทางานร่วมกับผู้อ่ืน
ง. มีทุกขอ้ ท่ีกลา่ วมา
~6~
8. เปน็ มาลัยทีม่ ีลกั ษณะคร่งึ วงกลมใชป้ ดิ รอยตอ่ ระหวา่ งตัวมาลยั และอุบะ
หมายถึงชนดิ ใด
ก. มาลัยต้มุ ข. มาลยั ซกี
ค. มาลยั เกลียว ง. มาลยั กลม
9. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชนข์ องการออกแบบงานประดษิ ฐ์เปน็ แผนที่ความคดิ
ก. ทาใหไ้ ดผ้ ลงานทห่ี รหู รา
ข. ทาใหไ้ ด้ผลงานทแี่ ปลกใหม่
ค. ทาให้ผู้อน่ื เข้าใจผลงานเรามากขนึ้
ง. ทาให้เรารูล้ าดบั ขน้ั ตอนในการทางานอย่างคร่าวๆ
10. ข้อใดสามารถนามาเป็นหุ่นในการประดษิ ฐ์พานไหว้ครไู ด้
ก. ผักตบชวา สับปะรด ดนิ รว่ น
ข. ตน้ กก ดนิ เหนยี ว ฟลอรัลโฟม
ค. ตน้ กล้วย แตงโม มะพรา้ ว
ง. แป้งมัน ดนิ นา้ มนั โฟม
~7~
ใบความรู้ เรื่อง
วัสดแุ ละอุปกรณส์ ำหรับกำรจัดพำนไหว้ครู
1. ไมเ้ สยี บลกู ชิน้ 2. ธูป – เทยี น 3. ลวด 4. ไมก้ ลดั 5. ฟลอรา่ เทป
6. ตะปหู มดุ 7. กลบี เลยี้ งพลาสตกิ 8. ดา้ ยเย็บผา้ 9. กรรไกร 10. วาสลนี
11. คีมปากจิง้ จก 12. กะละมงั 13. กระบอกฉีดนา้ 14. ถาด
15.คีมตดั ลวด 16. มีด 17. มีดคตั เตอร์ 18. มีดแกะสลกั
19. ท่ขี ดู ดิน 20.ผา้ ขาวบาง 21. สเปรยเ์ คลอื บเงา 22. ไมบ้ รรทดั
23. แปน้ หมนุ 24. ผา้ ขรี้ วิ้ 25. พาน 26. เข็มรอ้ ยมาลยั
27. ใบตอง 28. ตะปแู ผง
ภาพ วสั ดอุ ปุ กรณ์การจัดพานไหว้ครู จากหนังสอื วัฒนธรรมการจดั พานไหว้ครู ของ ภัทราวธุ ทองแยม้
หนา้ 12-13
~8~
ใบตอง
- ควรเลือกใช้ใบตองตานีเพราะมคี วามนมุ่ เหนยี ว ไมฉ่ ีกขาดงา่ ย
- อายุของใบตอง ไมค่ วรใชใ้ บตองทยี่ งั ออ่ นอยู่ เพราะไม่แขง็ แรงและ
ฉกี ขาดงา่ ย สว่ นใบตองทีแ่ ก่เกินไปกไ็ ม่ควรใช้ เพราะอายกุ ารใชง้ านส้นั
เหลืองเร็ว ดังนน้ั จงึ ควรเลือกใบตองทม่ี อี ายปุ านกลางคอื เริ่มมีสเี ขียว
แก่และใบโตเต็มที่
วิธกี ารเช็ดใบตอง
ควรใชผ้ า้ แห้ง สะอาด เชด็ จากโคนถไู ป
หาปลายรว้ิ ใบตองถ้ามรี อยเปอื้ นเฉพาะจุดให้ใช้
ผา้ หมาด ๆ เช็ดออก
วธิ กี ารฉกี ใบตอง
ควรตดั แกนใบตองออกกอ่ นเพื่อสะดวกในการฉีก การฉกี ควรใช้
ปลายเขม็ หมุด จิกนากอ่ นแลว้ ฉกี หรือถ้ามเี ลบ็ จะใชเ้ ลบ็ หวั แม่มือจกิ กไ็ ด้
~9~
ภาพใบตอง จากหนงั สือศิลปะประดิษฐ์และตกแต่งกระทง ของ บษุ กร เข่งเจริญ หน้า 13
ใบไม้
ภาพ ใบไม้ จากหนังสือศลิ ปะประดษิ ฐแ์ ละตกแต่งกระทง ของ บษุ กร เขง่ เจรญิ หนา้ 10
~ 10 ~
ดอกไม้สด
ภาพดอกไม้ จากหนงั สอื ศิลปะประดิษฐแ์ ละตกแตง่ กระทง ของ บษุ กร เขง่ เจรญิ หนา้ 11
~ 11 ~
ตัวอย่ำงกำรออกแบบกำรประดษิ ฐพ์ ำนไหวค้ รู
ตวั อยา่ งพานไหว้ครู จากหนังสอื พานไหวค้ รู ของ ภทั ราวุธ ทองแยม้ หน้า 73
~ 12 ~
การประดษิ ฐ์พานไหวค้ รู (พานธปู เทยี น)
การออกแบบพานไหวค้ รู วาดภาพโดย นางสาวดารณี ดอกไม้
~ 13 ~
วัสดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งใช้ ในการประดิษฐพ์ านไหวค้ รู
วสั ดุ ทใ่ี ชใ้ นการประดษิ ฐ์พานไหวค้ รู มีดงั ตอ่ ไปนี้
1. ใบตองตานี
2. ดอกกลว้ ยไมห้ วายสีมว่ ง
3. ดอกพุด
4. ดอกบานไม่ร้โู รย
5. ด้าย
6. เชอื กฟาง
7. ลวดเปลือย เบอร์ 26
8. ตะปเู ข็ม
9. ฟลอรัลโฟม
10. ธูป – เทยี น
อุปกรณ์ เคร่อื งใช้ ในการประดษิ ฐพ์ านไหวค้ รู มีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เขม็ มอื
2. เข็มมาลยั
3. กรรไกร
4. คมี ตัดลวด
~ 14 ~
การเตรียมวัสดุ
1. ใบตองตานี เชด็ ให้สะอาด
2. ดอกกลว้ ยไม้หวายสมี ่วง เดด็ แยกกลีบเก็บใส่ถงุ
3. ดอกพดุ คดั ขนาดดอกทเ่ี ท่ากันใส่ถงุ อยา่ ให้โดนลม
4. ดอกบานไม่รู้โรย เลือกขนาดดอกทเี่ ทา่ กนั เก็บใส่ถงุ
. ดา้ ยสาหรบั การร้อย การเยบ็
6. เชอื กฟาง หรือด้ายสาหรบั รูดมาลยั
7. ลวดเปลอื ย เบอร์ 26 สาหรับตดั ทาตวั ยู และดามการเยบ็ แบบ
กลบี บัว
8. ตะปูเขม็
9. ฟลอรลั โฟม
10. ธูป – เทียน
การเตรยี มอปุ กรณ์
1. เข็มมือ สาหรับการเย็บแบบกลีบบวั และทัดหู
2. เข็มมาลยั สาหรับการรอ้ ยมาลยั
3. กรรไกร ตดั กลบี ดอกไม้และตัดใบตอง
4. คีมตัดลวด
~ 15 ~
การเตรียมห่นุ พาน
1. ตดั ฟลอรลั โฟม เกลาเปน็ หนุ่ รูปทรงครึง่ วงกลม
และหนุ่ รปู ทรงมงั คุดใหม้ ีขนาดทีเ่ หมาะสมกบั
ขนาดของพาน
2. นากลีบปากดอกกล้วยไมห้ วายสมี ว่ งมาตดิ
รอบหนุ่ รปู ทรงครง่ึ วงกลม โดยเว้นสว่ นบนไว้
3. นากลบี ข้างดอกกลว้ ยไมห้ วายสมี ว่ งมาเรยี ง
ซอ้ นกนั 3 ช้นั ตดิ รอบหุน่ รปู ทรงมังคดุ เว้น
ส่วนบนไว้ แล้วนาหนุ่ คร่งึ วงกลมขนาดเล็ก
และห่นุ มงั คุดวางซ้อนกันยึดด้วยไม้ไผเ่ หลา
แหลม (ไมเ้ สียบลกู ชนิ้ )
4. นาดอกบานไม่รโู้ รยสีบานเย็นมาตดิ รอบห่นุ
รูปทรงมังคุดใหค้ รบทั้ง 4 อัน
~ 16 ~
ตัวอยา่ งการเตรยี มห่นุ พาน จากหนงั สอื พานไหวค้ รู ของ ภัทราวธุ ทองแยม้ หนา้ 74
การเตรยี มเครอื่ งแตง่ ตัวพาน
1. มัดดอกขา่ กลีบขา้ งดอกกลว้ ยไมห้ วายสีม่วง
จานวน 6 ดอก
2. รอ้ ยอุบะตงุ้ ติง้ โดยใชด้ อกสวม ดังน้ี
ดอกรัก 1 ดอก
ดอกดอกพดุ 3 ดอก
3. เย็บแบบกลีบบัว โดยตดั แบบกลีบบัว
ด้วยใบตอง แลว้ ฉีกใบตองกวา้ ง 2 ซม.
พบั กลีบเล็บมือนางซอ้ น เย็บริมแบบ
กลบี บัวทั้ง 2 ขา้ ง
4. เย็บแบบกลีบบัวชน้ั ใน โดยใช้กลีบขา้ ง
ดอกกลว้ ยไมห้ วายสีมว่ ง ตดั แตง่ โคนกลีบ
ให้โคง้ มน เยบ็ จนเต็มแบบกลีบบวั
~ 17 ~
ตวั อยา่ งการเตรียมเคร่อื งแตง่ ตวั พาน จากหนงั สอื พานไหวค้ รู ของ ภัทราวุธ ทองแย้ม หน้า 75
5. ร้อยมาลัยซีก 5 หลัก โดยใช้กลบี นอก
ดอกกล้วยไม้หวายสมี ว่ ง หรบั รดั ธูป
เทยี นพนม จานวน 2 เขม็
6. เย็บแบบทัดหูกลม โดยตดั แบบทดั หู
แล้วฉกี ใบตองกว้าง 2 ซม. พบั กลีบ
เล็บมอื นางซอ้ น เย็บรมิ แบบทัดกลม
โดยรอบ
7. เย็บแบบทัดหูกลมชน้ั ในโดยใชก้ ลบี
ปากดอกกล้วยไมห้ วายสีม่วงและใช้
ดอกบานไม่รู้โรยเปน็ เกสร
8. รอ้ ยเฟื่องดอกพดุ จานวน 3 ชน้ั 12 ชดุ
ตวั อย่างการเตรียมเครอ่ื งแต่งตวั พาน จากหนังสอื พานไหวค้ รู ของ ภัทราวุธ ทองแยม้ หน้า 75
~ 18 ~
การจัดประกอบพาน
1. พานหุ่นรปู ทรงครึ่งวงกลมและหนุ่
รปู ทรงมังคดุ ทต่ี ดิ กลบี ดอกกลว้ ยไม้ 2. นาธูปเทยี นพนมวางบนหุ่น
หวายสมี ่วงและดอกบานไมร่ โู้ รยแล้ว พาน ยึดดว้ ยไม้ไผ่เหลาแหลม
3. นาแบบกลบี บวั มาปกั ท่ฐี านห่นุ รปู ทรง 4. นาแบบกลบี บัวมาปกั ท่ี
มังคุด 4 มุม ฐานห่นุ รูปทรง มงั คดุ ทั้ง 4
โดยรอบ
~ 19 ~
ตวั อยา่ งการจดั ประกอบพานไหวค้ รู จากหนงั สอื พานไหวค้ รู ของ ภทั ราวธุ ทองแยม้ หนา้ 76
5. นาทัดหมู าเสียบให้อยูร่ ะหว่างกับแบบ 6. นาเฟ่อื งมาผกู เช่ือมต่อ
กลีบบัวที่สว่ นปากพาน กนั ระหวา่ งทดั หูตอ่ ทัดหู
7. นาเฟ่ือมาผูกใตแ้ บบกลีบบวั ใหต้ รงกัน 8. นามาลัยซกี มารดั ทีธ่ ูป
กบั เฟื่องช้นั ลา่ ง เทยี นพนม 2 เส้น
~ 20 ~
ราคาต้นทนุ
ตวั อยา่ งการจดั ปรพะกาอบนงพไหานวไหค้ วค้รรูู จจาากนหนวงั สนอื พ1านไพหวาค้ นรู ของ ภทั ราวธุ ทองแยม้ หนา้ 76
1. ใบตองตานี 30 บาท
2. ดอกกลว้ ยไม้หวายสมี ว่ ง 150 บาท
3. ดอกพดุ 30 บาท
4. ดอกบานไม่ร้โู รย 40 บาท
5. ด้าย - บาท
6. เชอื กฟาง - บาท
7. ลวดเปลือย เบอร์ 26 5 บาท
8. ตะปูเข็ม 30 บาท
9. ฟลอรัลโฟม 70 บาท
10. ธูป – เทยี น 35 บาท
11. เขม็ มือ - บาท
12. เข็มมาลัย 5 บาท
~ 21 ~
13. กรรไกร - บาท
14. คมี ตดั ลวด - บาท
345 บาท
รวม
~ 22 ~
การคานวณตน้ ทุน-กาไรเปน็ สง่ิ สาคัญ การกาหนดราคาขายในการผลติ
ผลงานเพ่อื การจาหนา่ ย จงึ ควรมคี วามรเู้ กยี่ วกบั การคานวณคา่ ใชจ้ า่ ย โดย
นาตน้ ทนุ คา่ ใช้จา่ ยทงั้ หมดรวมกับค่าแรงบวกกับกาไรทีต่ อ้ งการ แล้ว
กาหนดราคาขายไดอ้ ย่างเหมาะสม
การคานวณต้นทุน
ตน้ ทุนได้จาก วัตถดุ ิบ หรือ วัสดุ อุปกรณท์ นี่ ามาใช้
ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต เชน่ ค่านา้ คา่ เช้ือเพลงิ คา่ พาหนะ
ค่าสกึ หรอ ของอุปกรณ์ทใี่ ช้
คา่ แรงงาน ของผลผลิตคานวณได้จาก ฝมี ือและความ
ประณตี เวลาและแรงงานในการผลติ
การกาหนดคา่ แรงประมาณ 20 - 50 เปอรเ์ ซ็นต์ (ขนึ้ อยู่
กับฝมี อื และเวลาที่ใชใ้ นการผลิตผลงาน)
กาไรได้จาก
กาหนดกาไรท่ีตอ้ งการประมาณ 30 - 50 เปอร์เซ็นตข์ องตน้ ทนุ
ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับคุณภาพของงานท่ผี ลติ
กาหนดราคาขาย
ตน้ ทนุ ทง้ั หมดบวกกาไรท่ตี ้องการ หารด้วยจานวนผลงานทีผ่ ลติ
ได้ = ราคาขาย
กาไรสทุ ธิ รายไดท้ ัง้ หมด - รายจ่ายท้งั หมด = กาไรสทุ ธิ
~ 23 ~
หลกั การคานวณกาไรเพื่อการจาหน่าย
เปน็ วธิ ีการคิดราคาขายเพื่อใหไ้ ด้เงินเพ่มิ จากตน้ ทนุ และค่าใชจ้ ่าย
ตา่ งๆ ซงึ่ มหี ลักการคดิ กาไรผลผลติ ดังนี้
ตัวอย่างการคานวณ
ในการประดษิ ฐต์ กุ๊ ตาพวงกญุ แจ ต้นทนุ การผลติ 300 บาท ผลติ ได้
ทั้งหมด 20 ตัว ต้องการกาไร 40% ของราคาต้นทุนการผลิต ดงั นนั้ จะตอ้ ง
ขายตุก๊ ตาพวงกญุ แจตัวละกีบ่ าท โดยมีวิธคี ิดดงั น้ี
วิธีคานวณ
ข้นั ท1่ี คำนวณกำไรท่ีตอ้ งกำร
ตน้ ทนุ ท้งั หมด × กำไรที่ตอ้ งกำร = กำไรท่ีตอ้ งกำร แทนค่า 300 × 40 = 120 บำท
100
ข้นั ท2ี่ คำนวณรำคำขำยชิ้นงำนท้งั หมด
ข้นั ท3่ี กำไรท่ีตอ้ งกำร + ตน้ ทุนท้งั หมด = รำคำขำยผลผลิตท้งั หมด
แทนค่า แทนค่า 120 + 300 บำท = 420 บำท
คำนวณรำคำขำยต่อชิ้น
รำคำขำยชิ้นงำนท้งั หมด = รำคำขำยต่อชิ้น
จำนวนผลผลิตท้งั หมด 420 = 21 บำท
20 ตวั
~ 24 ~
แบบทดสอบหลงั เรยี น
เอกสารประกอบการเรียน โดยใชก้ ารเรยี นรู้แบบ Active Learning
เร่อื ง พานไหว้ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 วชิ างานประดิษฐ์ ง 32102
เลม่ ท่ี 6 การประดษิ ฐ์พานไหว้ครู
1. กระบวนการประดษิ ฐ์พานไหว้ครูขน้ั ตอนใดเปน็ ข้ันตอนแรก
ก. ออกแบบ ข. แกะแบบ
ค. เลยี นแบบ ง. ลอกแบบ
2. ข้อใดคือคุณสมบัติที่ดีของการทางานประดิษฐ.์
ก. มีความกระตอื รือร้นที่จะหาความรใู้ หม่ๆในเร่ืองงานประดิษฐ์
ข. มคี วามคิดสรา้ งสรรคด์ า้ นการออกแบบทาใหผ้ ลงานมคี วามโดดเดน่
ค. มีความรู้เกีย่ วกบั หลักการทางศลิ ปะ มีความร้พู ื้นฐานด้านงานประดิษฐ์
มีลกั ษณะนสิ ยั ท่ดี ีในการทางานรว่ มกับผู้อ่ืน
ง. มที กุ ขอ้ ทก่ี ล่าวมา
3. ข้อใดเปน็ ประโยชนข์ องการออกแบบงานประดิษฐ์เปน็ แผนท่ีความคดิ
ก. ทาให้ไดผ้ ลงานท่หี รูหรา
ข. ทาใหไ้ ด้ผลงานที่แปลกใหม่
ค. ทาใหผ้ ู้อนื่ เข้าใจผลงานเรามากขน้ึ
ง. ทาให้เรารู้ลาดับขั้นตอนในการทางานอย่างคร่าวๆ
~ 25 ~
4. นักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ประดษิ ฐ์พานไหว้ครูเพ่อื ใชใ้ นงานวนั ไหว้
ครูประจาปี 2565 ของ โรงเรียนแหง่ หนง่ึ นักเรียนมคี วามภูมิใจในผลงานท่ี
ทาสาเรจ็ เป็นอยา่ งยิ่ง” จากข้อความดงั กล่าวก่อให้เกดิ คุณคา่ ทางด้านใด
มากทสี่ ุด
ก. ทางด้านจิตใจ ข. ทางด้านวฒั นธรรม
ค. ทางด้านเศรษฐกิจ ง. ทางดา้ นการสบื สานภมู ปิ ัญญา
5.ข้อใดสามารถนามาเปน็ หุ่นในการประดษิ ฐพ์ านไหว้ครไู ด้
ก. ผกั ตบชวา สบั ปะรด ดนิ รว่ น
ข. ตน้ กก ดนิ เหนียว ฟลอรัลโฟม
ค. ต้นกลว้ ย แตงโม มะพร้าว
ง. แป้งมัน ดินน้ามนั โฟม
6. เป็นมาลัยท่ีมลี ักษณะคร่ึงวงกลมใชป้ ดิ รอยต่อระหวา่ งตวั มาลัยและอบุ ะ
หมายถึงชนิดใด
ก. มาลัยกลม ข. มาลยั เกลยี ว
ค. มาลยั ซีก ง. มาลยั ตมุ้
7.ข้อใดไมใ่ ชค่ ุณค่าของงานประดษิ ฐ์เอกลกั ษณ์ไทย ที่เก่ียวข้องกบั
ขนบประเพณี เทศกาลสาคัญ
ก. ออมสานปลาตะเพียนให้นอ้ ง ข.อว๋ิ ประดิษฐ์พานดอกไม้ไหวค้ รู
ค. อุม้ ร้อยพวงมาลัยบูชาพระพุทธรูป ง.อ๋อมแอม๋ รบั จดั ดอกไมว้ างหน้าศพ
~ 26 ~
8. หลังการทางานใบตองหรอื การเย็บแบบควรทาความสะอาดมดี และกรรไกร
อยา่ งไร
ก. ล้างดว้ ยสบู่ ตากแดด
ข. ลา้ งด้วยน้าสะอาดผง่ึ ลม
ค. ล้างด้วยผงซักฟอกเช็ดดว้ ยผ้า
ง.ล้างด้วยน้ายาล้างจานเชด็ ให้แห้งและทานา้ มนั เล็กน้อย
9. การเลือกผ้าในการเชด็ ใบตอง ควรเลือกผา้ ชนิดใด
ก. ผ้าใยสังเคราะห์ ข.ผา้ ฝา้ ย
ค. ผา้ ลินนิ ง.ผา้ ไหม
10. การสร้างงานประดิษฐท์ ่เี กดิ จากการใชป้ ระโยชนจ์ ากภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่
เปน็ งานประเภทใด ข. ความคดิ สร้างสรรค์
ก. จินตนาการ ง. การเลยี นแบบจากธรรมชาติ
ค. การอนรุ ักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรม
~ 27 ~
เฉลยแบบทดสอบ
แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน
ขอ้ ตวั เลอื ก ข้อ ตัวเลอื ก
1ก 1ก
2ง 2ง
3ค 3ง
4ก 4ก
5ค 5ข
6ก 6ค
7ง 7ก
8ข 8ง
9ง 9ข
10 ข 10 ค
~ 28 ~
บรรณานุกรม
จนั ทนา สุวรรณมาลี. การจดั พาน (ดอกไม้สด). กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร์
, 2539.
บษุ กร เขง่ เจรญิ . ศิลปะประดษิ ฐแ์ ละตกแตง่ กระทง. กรงุ เทพฯ : เพชร
กะรตั , ม.ป.ป.
ภทั ราวธุ ทองแย้ม. วัฒนธรรมการจัดพานไหวค้ ร.ู กรงุ เทพฯ : แมบ่ า้ น,
2548.
วชิ าการ, กรม. การจัดสาระการเรยี นรกู้ ลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ตาม
ศรราม ดีรอด. พานพมุ่ ดอกไมส้ ด. กรงุ เทพฯ : วาดศิลป์, 2550.
ศรราม ดีรอด. สรา้ งสรรคง์ านประดิษฐ์กระทงใบตอง. กรุงเทพฯ : วาด
ศลิ ป,์ 2549.
ศกั รินทร์ หงสร์ ตั นาวรกจิ . กระทงลอย 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พอ์ ินเตอรล์ ง้ิ
โปรซายน,์ 2547.
ศักรนิ ทร์ หงสร์ ตั นาวรกิจ. งานใบตอง ชุดภาชนะใบตอง. กรงุ เทพฯ : โรง
พมิ พ์อนิ เตอรล์ ง้ิ โปรซายน์, 2547.
~ 29 ~
~ 30 ~