The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bum_aomjai, 2022-01-22 23:39:44

เอกสาร Presore Injury for RN day1

รวมเอกสารD1

3.2 เจลและแผน่ เจล (gel and gel pad) เจลมีลกั ษณะเป็นของแขง็ ก่ึงเหลว (Semisolid) ประกอบดว้ ย
โครงสร้างท่ีเป็นของแขง็ และคอลลอยดห์ รือโพลิเมอร์ซ่ึงมีคุณสมบตั ิในการใหค้ วามยดื หยนุ่ เจลเป็น
ส่วนประกอบสาํ หรับแผน่ เจล (gel pad) ซ่ึงใชเ้ ป็นส่วนประกอบของเบาะรองนง่ั (Cushion) เพือ่ ความสบายและ
ใชใ้ นการจดั ท่าทางมีการศึกษาวา่ อุณหภูมิที่ผวิ สมั ผสั ระหวา่ งร่างกายกบั แผน่ เจล (gel pad) จะเพิม่ สูงข้ึนเมื่อใช้
งานแผน่ เจลนานกวา่ 2 ชว่ั โมงและมีความช้ืนสูงข้ึนร้อยละ 22.8 เม่ือใชง้ านนาน 1 ชว่ั โมง เน่ืองจากธรรมชาติ
ของแผน่ เจลท่ีไม่มีรูพรุน

3.3 ถุงบรรจุของเหลว (fuid-flled bladder and compartments) มีลกั ษณะเป็นหอ้ ง / เซลลท์ ี่บรรจุลมน้าํ
หรือของเหลวอื่น ๆ เช่นซิลิโคนอีลาสโตเมอร์ (silicone elastomer ซิลิโคนที่มีความหนืดคลา้ ยเจลใส) ซิลิโคน
(Silicone) หรือโพลีไวนิล (polyvinyl สารเคมีสงั เคราะห์จาํ พวกพลาสติก) ของเหลวเหล่าน้ีจะอยใู่ นหอ้ ง / เซลล์
และมีปฏิกิริยาต่อการเคลื่อนไหวโดยไม่ตอ้ งการแหล่งพลงั งาน

อุปกรณ์ในกลุ่มถุงบรรจุของเหลวน้ียอมใหม้ ีการจม (immersion) เม่ือร่างกายนอนลงในอุปกรณ์รองรับ
พ้ืนผวิ จะปรับรูปร่างใหพ้ อดีกบั ป่ ุมกระดูกซ่ึงจะเพิม่ พ้นื ที่ในการกระจายแรงกดและลดแรงที่กดไปบนพ้นื สมั ผสั
สาํ หรับท่ีอุปกรณ์รองรับมีลกั ษณะเป็นหอ้ ง / เซลลท์ ่ีบรรจุลมจาํ เป็นตอ้ งบรรจุลมใหถ้ ึงระดบั สูงสุดในการลดแรง
กด (pressure reduction) ถา้ บรรจุลมนอ้ ยกวา่ เกินไปจะทาํ ใหเ้ กิดการนอนจมตวั ลงในท่ีนอน (bottoming out)
และถา้ บรรจุมากเกินไปจะเพิม่ แรงกดบริเวณผวิ สมั ผสั
4. คุณลกั ษณะ (feature) ของอุปกรณ์ของรับ
4.1 อปุ กรณ์รองรับทบ่ี รรจุลมผสมของเหลว (air-fluidized) ใหก้ ารกระจายแรงกดโดยของเหลวทาํ หนา้ ที่เป็น
ส่ือกลางเม่ือเกิดแรงดนั ลมไปยงั ลูกปัด (bead) และมีลกั ษณะของการจม (immersion) และการห่อ
(envelopment)

อุปกรณ์ชนิดน้ีประกอบดว้ ยวสั ดุเมด็ เลก็ เช่นลกู ปัดซิลิโคนและหุม้ ดว้ ยผา้ ใยสงั เคราะห์หรือผา้ กอร์เทก็ ซ์
(Gore-Tex sheet) ซ่ึงมีคุณสมบตั ิกนั น้าํ และระบายอากาศไดด้ ีจึงป้ องกนั การปนเป้ื อนแบคทีเรียเนื่องจากไม่ซึม
ซบั ปัสสาวะ / อุจจาระหรือส่ิงขบั หลง่ั ของผปู้ ่ วย วสั ดุเมด็ เลก็ ในอุปกรณ์รองรับท่ีบรรจุลมผสมเหลวทาํ หนา้ ท่ีใน
ลกั ษณะของของเหลวเมื่อมีแรงดนั ลมเทคโนโลยนี ้ีลดแรงกดโดยใชห้ ลกั การจม (immersion) พร้อมกบั การลด
แรงไถล (Shear) ส่วนใหญ่อปุ กรณ์รองรับจะยอมใหม้ ีการจมไดป้ ระมาณ 2 ใน 3 ของร่างกายซ่ึงจะเพ่มิ พ้ืนสมั ผสั
และพ้ืนที่การกระจายแรงกดและเป็นการลดการห่อ (envelopment) และลดแรงไถลสาํ หรับการหุม้ ดว้ ยผา้ กอร์
เทก็ ซ์ (Gore-Tex sheet) ช่วยลดแรงตึงผวิ สมั ผสั ส่งเสริมใหม้ ีการห่อและลดแรงไถล

อุปกรณ์ชนิดน้ีสามารถปรับอุณหภูมิไดต้ ามความตอ้ งการผปู้ ่ วยและมีความสามารถในการยอมใหค้ วามข้นึ
ซึมผา่ น (moisture-vapor permeability) ในระดบั สูงซ่ึงอาจทาํ ใหเ้ กิดผวิ แหง้ ได้

4.2 อปุ กรณ์รองรับแรงดันลมตํา่ (low air-loss) มีลกั ษณะของการใหม้ ีการไหลของลมระบายอากาศและ
ความช้ืน (microclimate) อุปกรณ์รองรับระบบแรงดนั ลมต่าํ ใชร้ ะบบการเช่ือมต่อระหวา่ งถุง / เซลลบ์ รรจุลมซ่ึง
จะพอง (inflate) เป็นแรงตา้ นและกระจายน้าํ หนกั ผปู้ ่ วยเคร่ืองป้ัมลมจะป้ัมลมไหลเวยี นต่อเน่ืองเพอื่ ไปแทนท่ีลม
ซ่ึงระบายออกทางพ้นื ผวิ ของอุปกรณ์รองรับอุปกรณ์รองรับแรงดนั ลมต่าํ จะหุม้ ดว้ ยผา้ กนั น้าํ ซ่ึงออกแบบมาโดย
ยอมใหร้ ะบายลมไปที่ผา้ และยอมใหค้ วามช้ืนซึมผา่ น (moisture-vapor permeability) ซ่ึงอาจทาํ ใหเ้ กิดผวิ แหง้ ได้
ชนิดน้ีมีความลื่นมากจึงมีแรงเสียดทานนอ้ ย
4.3 อุปกรณ์รองรับทม่ี กี ารปรับแรงดนั (alternative-pressure) ประกอบดว้ ยถุงหรือท่อ (cylinders) ที่บรรจุลม
และเคร่ืองป้ัมซ่ึงจะควบคุมระยะเวลาในการพองตวั สลบั กบั การยบุ ตวั ของถุงลมใชห้ ลกั การกระจายแรงกดโดย
การเพิม่ แรงดนั (loading) และปลดปล่อย unloading) ตามคุณลกั ษณะของความถ่ีระยะเวลาความกวา้ งและการ
เปลี่ยนแปลงพารามิเตอร์ active area) อุปกรณ์รองรับชนิดน้ีจึงมีคุณลกั ษณะในการเปล่ียนแปลงการกระจายแรง
กดมากกวา่ การใชห้ ลกั การจมและการห่อ
4.4 อุปกรณ์รองรับชนิดหมนุ ดา้ นขา้ ง (lateral rotation) ใชใ้ นการเคล่ือนยา้ ยผปู้ ่ วยดา้ นขา้ งโดยการหมุนสลบั
ซา้ ย-ขวา ตามระยะเวลาและความถี่ท่ีกาํ หนดไว้ อุปกรณ์ชนิดน้ี จะใชใ้ นการรักษา เช่น ผปู้ ่ วยปอดอกั เสบ
5. แนวทางการเลือกใชอ้ ุปกรณ์รองรับ

การเลือกใชอ้ ุปกรณ์รองรับที่มีอยอู่ ยา่ งแพร่หลายข้ึนอยกู่ บั ขอ้ จาํ กดั ในการเคลื่อนไหวความสุข
สบายเศรษฐานะของผปู้ ่ วยและการมีใหใ้ ช้ (available) ของสถานพยาบาลอยา่ งไรกต็ ามบุคลากรทางการแพทย์
จาํ เป็นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจในประสิทธิภาพของอุปกรณ์และขอ้ จาํ กดั ของอุปกรณ์แต่ละชนิดซ่ึงจะเป็นแนว
ทางการตดั สินใจเลือกใชอ้ ุปกรณ์รองรับดงั น้ี

5.1 ความตอ้ งการลดและกระจายแรงกดเป็นพเิ ศษซ่ึงตอ้ งพิจารณาจาก
5.1.1 การประเมินสภาพผปู้ ่ วย ไดแ้ ก่ ความสามารถในการเคล่ือนไหวบนเตียง (การเคลื่อนไหวบน

อุปกรณ์รองรับและการวางเครื่องมือต่างๆของอุปกรณ์รองรับ) จาํ นวนหมุนเวยี นของอุปกรณ์ระยะเวลาที่อยบู่ น
อุปกรณ์รองรับจาํ นวนเคร่ืองมือ / อุปกรณ์หมอนท่ีใชใ้ นการจดั ท่าน้าํ หนกั ตวั และการกระจายแรงกดและ
พจิ ารณาเลือกอุปกรณ์รองรับตามสภาพของผปู้ ่ วยดงั น้ี

5.1.1.1 ปัจจยั ดา้ นน้าํ หนกั ตวั และการกระจายแรงกดซ่ึงตอ้ งคาํ นึงถึงขอ้ จาํ กดั ของอปุ กรณ์
รองรับชนิดพเิ ศษ (Specific mattress) ต่างๆ ไดแ้ ก่ แผน่ ปูบนที่นอน (overlay) ท่ีนอนใชแ้ ทนที่นอนมาตรฐาน
(replacement) หรือที่นอนท่ีบูรณาการเขา้ กบั เตียงนอน (integrated bed unit) ซ่ึงตอ้ งมีคาํ แนะนาํ เรื่องขอ้ จาํ กดั
และการกระจายน้าํ หนกั จากโรงงานผผู้ ลิต

5.1.1.2 ความสามารถในการทาํ หนา้ ที่ของไขสนั หลงั สะโพกและแขน-ขาภายใตข้ อ้ จาํ กดั ในการทรง
ตวั ซ่ึงตอ้ งการที่นง่ั และสามารถเคล่ือนไหวร่างกายไดเ้ องทนั ทีจึงตอ้ งเลือกเบาะรองนง่ั บนรถเขน็ ใหเ้ หมาะสม

5.1.2 การประเมินความเสี่ยงการเกิดแผลกดทบั โดยใชแ้ บบประเมินที่ไดม้ าตรฐานและสามารถ
ทาํ นายการเกิดแผลกดทบั ไดเ้ ช่นแบบประเมินของบราเดน แบบประเมินของนอร์ตนั แบบประเมินของวอเตอร์
โลว์ แบบประเมินของกอสเนลลเ์ ป็นตน้ แบบประเมินทกุ ชนิดสามารถใชเ้ ป็นเครื่องมือในการทาํ นายการเกิด
แผลกดทบั และนาํ มาเป็นกลยทุ ธ์ในการป้ องกนั การเกิดแผลกดทบั ไดไ้ ม่แตกต่างกนั มากนกั น้นั การเลือกใช้
แบบประเมินความเสี่ยงจึงข้นึ อยกู่ บั สถานพยาบาลอยา่ งไรกต็ ามควรกาํ หนดค่าคะแนนความเส่ียงที่จาํ เป็นตอ้ ง
ใชอ้ ุปกรณ์รองรับเช่นกาํ หนดใหม้ ีการใชอ้ ุปกรณ์กระจายแรงกดในผปู้ ่ วยมีความเสี่ยง (aterisk) ทุกรายหรือเมื่อ
คา่ คะแนนบราเดน braden Scale) นอ้ ยกวา่ เท่ากบั 14 เป็นตน้

5.1.3 การพจิ ารณาใชอ้ ุปกรณ์รองรับตามคาํ แนะนาํ ของแนวปฏิบตั ิทางคลินิกซ่ึงพฒั นามาจาก
หลกั ฐานเชิงประจกั ษร์ วมท้งั ความรู้และประสบการณ์ทางคลินิกของผเู้ ช่ียวชาญท่ีคาํ นึงถึงคุณภาพในการดูแล
เป็นหลกั เช่น แนวทางการป้ องกนั และดูแลแผลกดทบั ของ NPUAP EPUAP

5.2 การทาํ งานของผลิตภณั ฑแ์ ละการทาํ งานของอุปกรณ์ ไดแ้ ก่
5.2.1 ขอ้ มูลผลิตภณั ฑท์ ี่สาํ คญั ในอุปกรณ์รองรับแต่ละประเภทเช่นที่นอนชนิดโฟม (foam mattress)
ตอ้ งเลือกท่ีนอนที่มีความหนา 7.5-10 เซนติเมตรความหนาแน่น 1.3-1.6 ปอนดต์ ่อคิวบิกฟุต เป็นตน้
5.2.2 มาตรฐานของอุปกรณ์รองรับและเบาะรองนง่ั จาํ เป็นตอ้ งมีมาตรฐานในการทดสอบคุณภาพ
โดยทว่ั ไปใชม้ าตรฐาน ISO ท่ีพฒั นาข้ึนในสหรัฐอเมริกาซ่ึงตอ้ งมีการทดสอบเช่นคุณลกั ษณะของเบาะ
(performance feature) การเบี่ยงเบนแรงกด (Load deflection) คุณสมบตั ิของการเสียดทาน (frictional
properties) เป็นตน้ เพอ่ื แสดงใหเ้ ห็นการทาํ งานแตกต่างกนั ของผลิตภณั ฑแ์ ต่ละประเภท
5.2.3 ขอ้ มลู จากหอ้ งปฏิบตั ิการภายหลงั การใชง้ านในระยะเวลาหน่ึง ๆ เช่นการกระจายแรงกด การเพิ่ม
อุณหภูมิและความช้ืนเม่ือใชง้ านไปในระยะเวลา 1-2 ชวั่ โมงเพ่ือเป็นขอ้ มลู ใหผ้ ใู้ ชง้ านระมดั ระวงั ขอ้ เสียที่
เกิดข้ึนจากขอ้ จาํ กดั หรือคุณลกั ษณะของผลิตภณั ฑ์
5.3 ประสิทธิภาพของผลิตภณั ฑ์ (product effectiveness)
5.4 ประสิทธิภาพในการป้ องกนั (prevention effectiveness) โดยการเปรียบเทียบอุปกรณ์รองรับกบั ท่ี
นอนมาตรฐานเช่น
5.4.1 เม่ือใชท้ ี่นอนโฟม (specification foam mattress) เช่นวสิ โคอีลาสติกโฟม (visCo-elastic) แทน
การใชท้ ี่นอนโฟมมาตรฐานของโรงพยาบาล (Standard hospital foam) จะสามารถลดอุบตั ิการณ์การเกิดแผลกด
ทบั ไดด้ ีในผทู้ ี่มีความเส่ียงสูงผปู้ ่ วยสูงอายแุ ละขอ้ สะโพกหกั

5.4.2 การกาํ หนดใหใ้ ชท้ ่ีนอนลดแรงกด (pressure-relieving overlays) บนเตียงผา่ ตดั เมื่อประเมินพบ
ความเส่ียงเกิดแผลกดทบั สูงภายหลงั ผา่ ตดั เพ่ือลดอุบตั ิการณ์เกิดแผลกดทบั ในระยะหลงั ผา่ ตดั

5.5 ประสิทธิภาพในการรักษา (treatment effectiveness)
6. แนวทางการดูแลเพอื่ ป้ องกนั การเกิดแผลกดทบั ร่วมกบั การใชอ้ ุปกรณ์รองรับ

6.1 การเปลี่ยนท่า (turning and repositioning schedules) เป็นหลกั การพ้นื ฐานในการป้ องกนั การเกิด
แผลกดทบั เพ่ือลดแรงกดบนเน้ือเยอื่ ส่วนใดส่วนหน่ึงทาํ ใหเ้ กิดการไหลเวียนของเลือดมายงั บริเวณท่ีถูกแรงกด
ทบั มีการแลกเปลี่ยนสารอาหารและของเสียเกิดการฟ้ื นฟสู ภาพของเน้ือเยอื่ ท่ีไดร้ ับบาดเจบ็ จากแรงกด โดยปกติ
คนทวั่ ไปจะเปลี่ยนท่าดว้ ยตนเองเม่ือรู้สึกเจบ็ ปวดหรือเมื่อยลา้ แต่สาํ หรับผปู้ ่ วยท่ีไมส่ ามารถเปล่ียนท่าไดด้ ว้ ย
ตนเองจึงจาํ เป็นตอ้ งมีผชู้ ่วยเหลือในการเปล่ียนท่าทางหลกั การสาํ คญั ในการเปลี่ยนท่า ไดแ้ ก่

6.1.1 มีการเปล่ียนท่าผปู้ ่ วยที่มีความเสี่ยง (at-risk) ทุกรายเมื่อคา่ คะแนนบราเดน (Braden scale) นอ้ ย
กวา่ หรือเท่ากบั 18 ร่วมกบั การใชอ้ ุปกรณ์ลดแรงกดเพอ่ื ลดระยะเวลาและความรุนแรงของการเกิดแผลกดทบั

6.1.2 จดั ใหผ้ ปู้ ่ วยนง่ั ในท่า 90 องศาเมื่อมีการเปลี่ยนท่านงั่ บนเกา้ อ้ีคือหลงั ตรงไม่เอียงไปดา้ นหนา้ -หลงั
หรือซา้ ย-ขวาวางเทา้ เสมอกบั พ้ืนสลบั กบั การปรับเกา้ อ้ีในท่า 30 องศาและวางน่องบนสตูล (เกา้ อ้ีนงั่ เต้ีย ๆ ) เพือ่
ป้ องกนั การกดทบั เฉพาะที่

6.1.3 กาํ หนดใหห้ มุนเวยี นท่านง่ั ทุก 15-30 นาทีเม่ือมีการนง่ั บนรถเขน็ ดว้ ยตนเองโดยโดยการยกสะโพก
โนม้ ตวั ไปขา้ งหนา้ และยกตวั ลอยทุก 15-30 นาทีในท่านงั่ เกา้ อ้ีหรือรถเขน็ ท่ีนงั่ ตอ้ งมีพนกั พิงมีที่วางแขนมีท่ีพกั
เทา้ และ / หรือเบาะรองนง่ั ไม่ควรจดั ใหผ้ ปู้ ่ วยนง่ั นานเกินคร้ังละ 1 ชว่ั โมง

6.1.4 กาํ หนดตารางเวลาการเปล่ียนท่าและจดั ใหม้ ีการเปลี่ยนท่าทางเป็นประจาํ อยา่ งนอ้ ยทุก 2 ชว่ั โมง
หรือบ่อยกวา่ น้นั ในผปู้ ่ วยที่มีความเสี่ยงสูงหรือพบวา่ ผวิ หนงั มีรอยแดงเกิดข้ึนในกรณีที่มีและไม่มีอุปกรณ์
กระจายแรงกดทบั ยกเวน้ เมื่อใชอ้ ุปกรณ์รองรับประเภทโฟม (visco-elastic) อาจขยายเวลาการเปลี่ยนท่าเป็นทุก
4 ชว่ั โมง

6.1.5 การเปลี่ยนท่าช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยสุขสบายตอ้ งพจิ ารณาเป็นรายบุคคลโดยหลีกเลี่ยงการกดทบั บริเวณป่ ุม
กระดูกบริเวณท่ีมีอุปกรณ์ต่างๆในการรักษาเช่นท่อช่วยหายใจสายยางใหอ้ าหารท่อระบายทรวงอกสายสวน
ปัสสาวะ ฯลฯ ตาํ แหน่งที่มีความอ่อนแอของผวิ หนงั ซ่ึงจะเป็นสาเหตุของการเกิดแผลกดทบั

6.1.6 การเปลี่ยนท่าและเคล่ือนยา้ ยผปู้ ่ วยใหใ้ ชก้ ารยกตวั โดยมีผา้ รองหรืออุปกรณ์ในการยกตวั และ
หลีกเลี่ยงการลากดึงซ่ึงเป็นสาเหตุของการบาดเจบ็ จากแรงเสียดสี (friction) ดงั น้นั จึงตอ้ งมีเจา้ หนา้ ท่ีช่วยเปล่ียน
ท่าและเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วยอยา่ งเพียงพอ

6.2 การจดั ท่าทาง (positioning) มีรายละเอียดดงั น้ี

6.2.1 จดั ท่านอนหงายศีรษะสูง 30 องศาใหป้ รับระดบั หวั เตียงและใตเ้ ข่า เพอ่ื ป้ องกนั การเกิดการเล่ือน
ไถล แต่ถา้ จาํ เป็นตอ้ งนอนศีรษะสูงเพ่ือใหอ้ าหารทางสายยางใหป้ รับระดบั เดียงส่ิงเหลือศีรษะสูง 30 องศา
ภายหลงั รับประทานอาหารหรือไดร้ ับอาหารทางสายยาง 1 ชว่ั โมงและประเมินแผลกดทบั และการบาดเจบ็ จาก
แรงเฉือนบริเวณกน้ กบบ่อยคร้ังยงิ่ ข้ึน

6.2.2 นอนตะแคงถึงหงายใหส้ ะโพกเอียงทาํ มุม 30 องศากบั ท่ีนอนเพอ่ื หลีกเส่ียงแรงกดโดยตรงกบั ป่ ุม
กระดูกบริเวณไหล่และสะโพกใชห้ มอนผา้ หรือเบาะสอดคนั่ ระหวา่ งเขา้ และขาท้งั สองขา้ งเพอ่ื ป้ องกนั การเสียด
สีและลดแรงกดทบั ระหวา่ งป่ ุมกระดูก

6.3 การป้ องกนั แรงกดท่ีสน้ เทา้ โดยจดั ท่านอนหงายใหใ้ ชห้ มอนรองใตเ้ ขา่ น่องและขายกสน้ เทา้ ใหล้ อย
ข้ึนไม่สมั ผสั กบั ท่ีนอนเพ่ือป้ องกนั แรงกดทบั จากการลื่นไถลและแรงเฉือน ใชห้ มอนหรือผา้ รองใตน้ ่องเพอื่ ยก
สน้ เทา้ ใหล้ อย (foating heel) จากพ้นื ผวิ เตียงและประเมินผวิ หนงั บริเวณสน้ เทา้ เป็นประจาํ

7.. ขอ้ ควรพิจารณาในการใชอ้ ุปกรณ์รองรับ
7.1 การตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์รองรับบุคลากรทางการแพทยต์ อ้ งรู้วธิ ีการตรวจสอบ
อุปกรณ์ลดแรงกดเพอื่ ป้ องกนั การเกิด“ bottoming Out” (ผปู้ ่ วยนอนจมตวั ลงในท่ีนอนทาํ ใหป้ ่ ุมกระดูกสมั ผสั กบั
พ้นื เตียง) โดยสอดมือเขา้ ไประหวา่ งอุปกรณ์ลดแรงกด (ท่ีนอนลม) กบั ตาํ แหน่งป่ ุมกระดูกตอ้ งสามารถกระดก
ปลายนิ้วมือข้ึนไดแ้ ละไม่สมั ผสั กบั ป่ ุมกระดูกหรือมีระยะห่างประมาณ 2.5 เซนติเมตรแสดงวา่ ไม่เกิด bottoming
out และอุปกรณ์มีประสิทธิภาพในการป้ องกนั การเกิดแผลกดทบั หากพบวา่ อุปกรณ์รองรับไม่มีประสิทธิภาพ
ตอ้ งตรวจสอบการทาํ งานของแหล่งกาํ เนิดพลงั งานเช่นสายต่อปล้กั ไฟการร่ัวซึมของถุงลมเป็นตน้
7.2 ดูแลผา้ ปทู ี่นอนผา้ รองผา้ ยกตวั ใหส้ ะอาดแหง้ เรียบตึงอยเู่ สมอเส้ือผา้ ที่ผปู้ ่ วยสวมใส่ไม่ยบั ยน่ เพอื่
ป้ องกนั การเกิดแรงกดทบั จากรอยยบั ของผา้
7.3 การเลือกเบาะนงั่ ใหพ้ ิจารณาที่ขนาดของที่นง่ั ตอ้ งไม่กวา้ ง-แคบหรือยาวมากเกินไปท้งั เกา้ อ้ีและรถ
นงั่ ตอ้ งสามารถวางเทา้ บนพ้นื / ที่รองเทา้ ไดส้ บายระยะระหวา่ งขาพบั กบั ดา้ นหนา้ ที่นง่ั อยา่ งนอ้ ย 2 นิ้วมือ
7.4 หลีกเล่ียงการใชถ้ ุงมือใส่น้าํ และผา้ มว้ น / พบั รองรับบริเวณป่ ุมกระดูกสน้ เทา้ นอกจากจะไม่สามารถ
กระจายแรงกดแลว้ ยงั เพ่มิ แรงกดทบั เพ่มิ ข้ึนดว้ ย
7.5 หลีกเล่ียงการใชอ้ ุปกรณ์รูปโดนทั (donut type devices) รองรับบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะ
จะทาํ ใหเ้ กิดแรงกดทบั บริเวณเน้ือเยอ่ื โดยรอบทาํ ใหบ้ วมและเลือดคง่ั บริเวณน้นั

7.6 หลีกเลี่ยงการใชแ้ ผน่ รองขนแกะสงั เคราะห์ (Synthetic sheepskin) เพราะไม่สามารถกระจายแรงกด
ทบั ไดอ้ ยา่ งไรกต็ ามมีการศึกษาบางชิ้นที่ช้ีใหเ้ ห็นวา่ แผน่ รองขนแกะธรรมชาติ (natural sheepskin) มี
ประสิทธิภาพในการป้ องกนั การเกิดแผลกดทบั

7.7 จดั ใหม้ ีการบนั ทึกโดยบนั ทึกหลกั เกณฑใ์ นการเปลี่ยนท่าตารางเวลาในการเปลี่ยนท่าการจดั ท่าทาง
ต่างๆรวมถึงผลลพั ธ์ของการเปล่ียนท่าเช่นการเปล่ียนแปลงของผวิ หนงั

7.8 มีการใหค้ วามรู้แก่ทีมบุคลากรการแพทยผ์ ปู้ ่ วยและผดู้ ูแลเพ่อื ความเขา้ ใจและร่วมมือในการเปล่ียน
ท่าทางใหก้ บั ผปู้ ่ วย
สรุป

การทาํ ความเขา้ ใจสาเหตุของการเกิดแผลกดทบั หลกั การกระจายแรงกดปัจจยั ทางกายภาพและการใช้
งานอุปกรณ์รองรับรวมท้งั การเปลี่ยนและจดั ท่าทางมีความจาํ เป็นอยา่ งยงิ่ กบั พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์
ที่เกี่ยวขอ้ งความรู้และความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ งจะทาํ ใหเ้ กิดการพฒั นามาตรฐานการใชอ้ ุปกรณ์รองรับเพอ่ื ป้ องกนั
การเกิดแผลกดทบั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งน่าเชื่อถือและสามารถพฒั นาใหเ้ ป็นแนวทางปฏิบตั ิเพอ่ื นาํ ไปใชใ้ นการดูแล
ผปู้ ่ วยไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

เอกสารอา้ งอิง

กาญจนา รุ่งแสงจนั ทร์. (2559,น.185-194). การดูแลแผล หลกั การเชิงประจกั ษ์ และประสบการณ์จาก
ผเู้ ชี่ยวชาญ. กรุงเทพฯ: บริษทั พ.ี เอ.ลีฟวิ่ง จาํ กดั .

การปอ้ งกนั แผลกดทบั ในผ้ปู ่วยวกิ ฤต
สุธิมา เช้ากงจกั ร ET

ผู้ป่วยภาวะวิกฤต: ผู้ท่ีมีภาวะล้มเหลวหรือเสี่ยงต่อการล้มเหลวของการทำงานของอวัยวะสำคัญของ
รา่ งกาย เช่นระบบหายใจ ระบบไหลเวยี นโลหิต เป็นต้น ซึ่งภาวะเหลา่ นี้กอ่ ให้เกิดอันตรายตอ่ ร่างกายไดอ้ ย่าง
รุนแรง และรวดเร็ว เป็นสิง่ ทีค่ ุกคามต่อความปลอดภัย( Sole &Hartshorn ,1997 )
ปจั จยั เส่ียงในการเกดิ แผลกดทับในผู้ปว่ ยวิกฤต

1. ภาวะเจ็บป่วยที่รุนแรง ได้แก่ ภาวะช็อคจากสาเหตุต่าง ๆ ระบบไหลเวียนเลือดไม่คงท่ี เป็นสาเหตุให้
อวยั วะต่าง ๆ ขาดเลือดไปเล้ียงทำให้สูญเสยี การทำหนา้ ที่ เช่น ภาวะหวั ใจล้มเหลว ภาวะหายใจวาย ไตวาย
ลำไสไ้ มท่ ำงานการดูดซึมไมด่ ี เกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร ระดับความรูส้ กึ ตวั ลดลง

2. โรครว่ มของผปู้ ว่ ย ไดแ้ ก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคปอด มผี ลทำ
ใหส้ ภาพรา่ งกายขาดความสมบรู ณ์และภูมคิ ้มุ กนั ต่ำ

3. อายุมาก เมอ่ื อายมุ ากขน้ึ ผวิ หนงั จะบาง และแห้ง เนือ่ งจากช้ันไขมันลดลง งา่ ยต่อการเกดิ แผลกดทบั ได้
4. ภาวะติดเช้ือในร่างกาย ท่ีมีภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงหรือต่ำกว่าปกติ ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า
ปกติ เหง่ือออกมาก ผิวหนังบวมน้ำ ส่วนกรณีภาวะท่ีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ จะทำให้เกิดการไหลเวียน
เลอื ดลดลง ส่งผลให้เกิดแผลกดทับได้ง่ายกวา่ ผูป้ ว่ ยทีม่ ีอุณหภูมิปกติ
.5. ภาวะทุพโภชนาการ การไดร้ ับสารอาหารไมเ่ พยี งพอ การสญู เสยี นำ้ และเกลอื แร่ ทำให้ระดับอลั บมู นิ ใน
เลอื ดตำ่ ส่งผลเซลล์บวม เกิดความบกพร่องในการแลกเปลี่ยนสารอาหาร ออกซิเจนและของเสียมีผลทำให้
เซลลส์ ญู เสยี ความสมบรู ณ์และความคงทน ง่ายต่อการเกดิ แผล
6. ภาวะซดี จากการเสยี เลอื ดและการเจบ็ ปว่ ยเรอื้ รงั ภาวะซดี ส่งผลใหร้ ่างกายได้รบั ออกซิเจนไม่เพยี งพอกับ
ความต้องการของร่างกาย
7. ภาวะความดันโลหิตต่ำและภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตและปริมาณน้ำในร่างกายท่ีลดลงส่งผลทำให้
เนอ้ื เย่ือได้รบั ออกซิเจนลดน้อยลง ผิวหนงั สูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ผวิ หนังออ่ นแอและถูกทำลายง่าย
8. การใชย้ าในการรักษา ได้แก่
8.1 ยาสเตยี รอยด์ ผลข้างเคียงของยาทำใหภ้ ูมติ ้านทานของร่างกายลดลงและแผลหายชา้
8.2 ยากลุ่ม vasopressor ใช้รกั ษาผู้ป่วยที่ระบบการไหลเวียนโลหิตไม่คงที่ ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว
เลอื ดไปเลย้ี งสว่ นปลายลดลง
8.3 การให้ยาระงับความรู้สึก และยานอนหลับ ใช้รักษาผู้ป่วยท่ีมีภาวะหายใจล้มเหลว ช่วยให้ ผู้ป่วย
พักผอ่ น และไมต่ อ่ ต้านการรักษา ทำใหผ้ ู้ป่วยไม่สามารถบอกความต้องการได้
9. การกำจดั การเคลอื่ นไหว เชน่ ผปู้ ว่ ยบาดเจ็บไขสนั หลงั ผ้ปู ว่ ยนอนควำ่ ( prone position )
10.ความเปยี กช้นื จากการควบคมุ การขับถา่ ยไม่ได้
11.การใส่อปุ กรณ์ทางการแพทย์ เช่น • Endotracheal tubes, Tracheostomy ,Bi-PAP, HFNC

การดูแลแผลกดทับในผู้ป่วยวิกฤต
1. Pressure injury (PI) แผลกดทบั
2. Medical Device Related Pressure Injury (MDRPI) แผลกดทบั จากอุปกรณ์ทางการแพทย์
3. Mucous Membrane Pressure Injury (MMPI) แผลกดทบั จากอุปกรณ์ทางการแพทย์บริเวณเย่ือ

เมอื ก
4. Medical Adhesive Related Skin Injury (MARSI) การเกิดผิวหนังถูกทำลายจากวัสดุยึดติดทาง

การแพทย์
แผลกดทับ Pressure injuryแผลกดทับ คือ กาดบาดเจ็บเฉพาะท่ีของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้
ผวิ หนัง โดยเฉพาะบรเิ วณปุม่ กระดูก แผลกดทับมีท้ังลกั ษณะท่ีผวิ หนงั สมบูรณแ์ ละผิวหนงั เปน็ แผล
( National pressure Ulcer Advisory Panel ,2014)
แผลกดทบั ท่หี ลกี เลย่ี งได้ Avoidable PI
แผลกดทับที่ผู้ดูแลไม่ได้ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกัน ในข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่า ดังนั้นหากผู้ดูแล
ปฏิบตั ิตามแนวทางจะสามารถหลกี เล่ียงการเกิดแผลกดทบั ได้
แผลกดทับที่ไม่สามารถหลีกเล่ียงได้ Unavoidable PI แผลกดทับท่ีเกดิ ขึ้นท้ังที่ผู้ดูแลได้ปฏิบัติ
แนวตามทางการป้องกนั มักเกดิ ขน้ึ ในผู้ป่วยที่มีปญั หาระบบไหลเวียนโลหิต ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ได้รับ
สารอาหาร ผูป้ ่วยไม่สามารถเปล่ียนทา่ นอนได้ แตย่ ังคงตอ้ งมกี ารป้องกันตามแนวทางใหก้ ับผปู้ ว่ ย
การปอ้ งกันและดูแลแผลกดทบั ในผู้ปว่ ยวกิ ฤต
1. Assessment: การประเมินความเส่ียงการเกิดแผลกดทบั
1.1 หอผปู้ ว่ ยหนกั หรอื ผปู้ ว่ ยวกิ ฤตประเมนิ ใชแ้ บบประเมิน Braden ในการประเมินความเส่ียงการ

เกดิ แผลกดทบั โดยคะแนนความเสี่ยงจะอยใู่ นระดบั สูงมาก 6-9 คะแนน และเสีย่ งสงู 10-12
คะแนน
1.2 การประเมินปจั จัยเสยี่ งอน่ื ๆ ทสี่ ่งผลใหผ้ วิ หนังออ่ นแอและความทดทานของผวิ หนงั ลดลง
- Duration of critical care unit stay ระยะเวลาการนอนในหอผปู้ ว่ ยวิกฤตนานย่ิงมี

โอกาสเกิดแผลกดทบั สงู ขึ้น
- Mechanical Ventilator
- Use of vasopressors
- Acute Physiology and Chronic Health Evaluation (APACHE II) score เป็นการ
ประเมนิ prognosis ของผปู้ ่วยแตล่ ะคน เพื่อประเมนิ โอกาสเสียชวี ิต มีคะแนนต้งั แต่ 0-70
คะแนนย่ิงสงู โอกาสตายจะยง่ิ เพมิ่ มากขน้ึ
2. Pressure relieves and repositioning: การกระจายแรงกดและการจัดทา่ นอน ผ้ปู ่วยวกิ ฤตมี
ความเสีย่ งสูงท่จี ะเกดิ แผลกดทบั จากปจั จยั หลายอย่าง เชน่ ถูกจำกัดการเคลอื่ นไหว ไมร่ ้สู กึ ตัว ได้รับยา

sedative หรอื การทำหตั ถการต่างๆ เช่น CRRT, Prone position ,good, lung down ดงั น้ันการพลกิ
ตะแคงตัวและการกระจายแรงกดทเี่ หมาะสมจะช่วยลดการเกิดแผลกดทบั ได้

1. ประเมินสภาพผปู้ ว่ ย: ความเส่ยี งตา่ ง ๆ เช่น hemodynamic status
2. พลิกตะแคงเรว็ และบอ่ ยทีส่ ุดเท่าทท่ี ำได้ โดยดปู ัจจัยเสยี่ งของแต่ละบุคคล รว่ มกบั ประเมนิ

hemodynamic status
3. การพลิกตะแคงตัวในผปู้ ่วยท่ี hemodynamic instability ให้เปลีย่ นทา่ นอนช้า ๆ โดยประเมนิ

hemodynamic status และ oxygenation
4. การพลิกตะแคงตวั อวยั วะสว่ นยอ่ ยหรอื อวัยวะส่วนปลาย passive range of motion, head

rotation, heel floating การเปลย่ี นแปลงอวัยวะส่วนปลายบอ่ ย ๆ ชว่ ยลดแรงกดและเพม่ิ
capillary perfusion , เพม่ิ sacral blood flow โดยวดั จาก laser Doppler ( overtwich
et al.1995 )
5. หากไมส่ ามารถเปล่ยี นทา่ นอนไดบ้ อ่ ยแนะนำให้เปลีย่ นทา่ นอนอย่างนอ้ ยทกุ 8 ช่วั โมงหรอื บ่อย
กวา่ น้นั แลว้ แตค่ วามทนของร่างกาย
6. แนะนำให้ใช้ prophylactic dressings เพ่อื ลดแรงกดเพอ่ื ปอ้ งกันการเกิดแผลกดทับ
7. เลือกใช้ support surface ทีเ่ หมาะสม
8. เลอื กใช้เตยี ง ชนิด Lateral Rotation ในผูป้ ว่ ยท่ีไมส่ ามารถพลิกตะแคงตวั ได้ แต่ห้ามใช้ใน
unstable spinal fracture
9. พิจารณาใช้เครอ่ื งวัดแรงกดข้างเตียงอยา่ งตอ่ เน่ือง

Prone Position (ท่านอนควำ่ ) ใน ผ้ปู ่วย severe ARDS (P/F ‹ 150) การนอนควำ่ จะชว่ ยในเรอ่ื ง
การแลกเปลยี่ นอากาศ ventilation/ perfusion (V/Q ) ดีขึ้น เพราะปอดไมก่ ดทบั จากหวั ใจ ลำไสแ้ ละกระบงั
ลม และช่วยให้ airways (alveoli ) pressure และ intrapleural pressure ลดลงชว่ ย improve air flow
และขบั เสมหะทีค่ งั่ คา้ งออกไดด้ ี เป็นผลทำให้เพมิ่ oxygen ในเลือดสูงขึ้น ผปู้ ่วยบางรายนอนควำ่ 12-48
ชว่ั โมงแลว้ แตค่ วามรุนแรงของโรค ผลกระทบจากการนอนควำ่ ทำให้มกี ารกดของเนอื้ เยื่อใตป้ ่มุ กระดูก ได้แก่
forehead, chin, cheeks, breast region, knee, toes, penis, clavicle, iliac crest, symphysis pubis
การดูแลโดยการ offload pressure points

การดแู ล
1. ลดแรงกดบรเิ วณทรี่ บั แรงกด (Offload pressure points) ดว้ ยหมอน หรอื แผ่นเจล บรเิ วณ

ใบหนา้ หนา้ อก เชงิ กราน หน้าแข้ง
2. แนะนำใหใ้ ช้ prophylactic dressings บรเิ วณผวิ หนังทีร่ บั แรงกด เช่นตามปมุ่ กระดกู
3. ตะแคงศีรษะและจดั แขนผปู้ ว่ ยในทา่ ว่ายนำ้ ทุก 2 ชวั่ โมง เพอื่ ลดการบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาท

Brachial plexus
4. ประเมินผวิ หนังบรเิ วณใบหน้าและปมุ่ กระดูกทร่ี ับแรงกด

ขอ้ ห้ามในการจัดทา่ นอนควำ่
1.ระบบไหลเวยี นโลหิตไมค่ งที่
2.กระโกเชิงกรานหกั
3.ความดันในกะโหลกศีรษะสงู
4.ผปู้ ว่ ยหลังผา่ ตดั หวั ใจแบบเปดิ ทรวงอก

Medical Device Related Pressure Injury (MDRPI) แผลกดทับจากการใชอ้ ุปกรณท์ าง
การแพทย์ หมายถงึ แผลกดทบั ทีเ่ กิดจากอปุ กรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device Related Pressure
Injury: MDRPI) คอื การบาดเจบ็ เฉพาะทีข่ องผวิ หนงั ท่เี กดิ จากแรงกดจากอปุ กรณ์ต่าง ๆ เพือ่ การวินจิ ฉัยหรอื
การดูแลรกั ษา ลักษณะของแผลกดทบั ประเภทนจี้ ะมรี ูปแบบหรอื รปู รา่ งเหมอื นกบั อปุ กรณท์ ท่ี ำใหเ้ กิดแผล
สามารถระบรุ ะดบั ของแผลกดทบั ได้ โดยการมองเห็นและการคลำ แผลกดทบั ประเภทนมี้ กั มคี วามรนุ แรงของ
เนือ้ เยื่อที่ไดร้ ับการบาดเจบ็ หรือถูกทำลาย

Mucous Membrane Pressure Injury (MMPI) หมายถึง แผลกดทบั บรเิ วณเยอ่ื บุภายใน พบได้
บรเิ วณเยอื่ บุภายในรว่ มกบั มปี ระวัตกิ ารใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ในตำแหน่งทเ่ี กดิ แผล เนอื่ งจากกายวภิ าคของ

เย่ือบภุ ายในมีความแตกตา่ งจากชน้ั ผิวหนงั และเนื้อเยอ่ื ใตผ้ วิ หนงั จึงไมส่ ามารถระบุระดบั ของแผลกดทบั ได้

Medical Device ไดแ้ ก่

• NG tube
• Feeding tubes
• Endotracheal tubes
• Tracheostomy tubes/collars/straps
• Oxygen delivery – Mask, Nasal cannula, Bi-PAP, HFNC
• IV/PICC line/Central lines
• Anti-Embolic stockings
• Foley catheters/condom catheters
• Fecal management systems/tubes
• oximeter prob
การปอ้ งกันแผลกดทบั จากการใช้อปุ กรณ์ทางการแพทย์
1.เลือกและศึกษาอปุ กรณท์ างการแพทยใ์ ห้เหมาะสมกบั ผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย เชน่ ขนาดหน้ากากกระชับ
พอดี
2. ประเมินผวิ หนงั บริเวณใตอ้ ุปกรณท์ างการแพทย์อย่างนอ้ ยวนั ละ 2 ครั้ง และตรวจสอบถขี่ ึ้นในบรเิ วณ
ผิวหนังทบ่ี วม ซึ่งเส่ยี งต่อการเกิดแผลกดทบั ไดง้ ่าย
3.ดแู ลผิวหนงั ใตต้ ำแหน่งอปุ กรณ์ทางการแพทยใ์ ห้แหง้ และสะอาด ผวิ หนงั ท่ีมีความชื้นมโี อกาสเกิดแผลกด
ทับไดส้ ูง

3.เลือกใช้ skin protectant/barrier ointment/dressing
4.กระจายแรงกดโดยการหมุนหรอื เปลย่ี นตำแหนง่ อปุ กรณท์ างการแพทย์

4.1 การสลบั เปล่ยี นอปุ กรณท์ างการแพทย์ทกุ 4 ชวั่ โมงสามารถลดโอกาสเกดิ แผลกดทบั ได้ เช่น
mask และnasal prongs

4.2 หมุนหรือเปลยี่ นตำแหนง่ ของอปุ กรณท์ างการแพทย์
4.3 ถอดอุปกรณ์ทางการแพทยอ์ อกโดยเร็วทส่ี ุดเท่าทีท่ ำได้
5.หมนั่ ตรวจสอบอปุ กรณ์ทางการแพทย์ใหอ้ ย่ตู ำแหนง่ ทเ่ี หมาะสม โดยเฉพาะผปู้ ่วยท่ีช่วยเหลือตัวเองไมไ่ ด้
หรือผู้ปว่ ยท่ไี ม่ร้สู ึกตวั
6.ใชว้ ัสดปุ ิดแผลปดิ ป้องกันบริเวณท่ีเส่ยี งต่อการเกดิ แผลกดทบั ( prophylactic dressings )
Medical Adhesive Related Skin Injury (MARSI) การเกดิ ผิวหนังถูกทำลายจากวัสดุยดึ ตดิ ทาง
การแพทย์ เป็นอุบัติการณ์การเกิดผิวหนังแดง หรืออาการแสดงตา่ ง ๆ ทางผิวหนัง เช่น ถุงน้ำ ผิวหนังถลอก
หรอื แผลเปดิ ภายหลงั ลอกวัสดุท่ยี ดึ ตดิ นาน 30 นาที หรือมากกวา่ น้ัน
วสั ดุยึดติดทางการแพทย์ ได้แก่ผลิตภณั ฑ์ยดึ ติดวัสดุปิดแผล หรืออุปกรณภ์ ายนอกตา่ งๆ เช่น เทปกาว
ทางการแพทย์ แผ่นปิดแผลชนิดใส (transparent film) อุปกรณ์ปิดแผลท่ีมีส่วนประกอบของกาว
(adhesive dressing)
การป้องกนั ถูกทำลายจากวัสดยุ ดึ ติดทางการแพทย์
1.ประเมนิ ปจั จัยเส่ียงการเกดิ MARSI
2.เลอื กใช้วสั ดุอุปกรณย์ ึดตดิ ทเี่ หมาะสมกบั สภาพผวิ หนงั ของผู้ป่วย เชน่ ผปู้ ว่ ยทท่ี มี่ ผี ิวหนังบอบบาง
แพง้ ่าย เลอื กใช้วัสดุทม่ี สี ว่ นประกอบของ Acrylate, silicone
3.วธิ ีการตดิ วสั ดทุ ีย่ ดึ ติดทางการแพทย์
3.1 เตรยี มผวิ หนังให้ แห้ง สะอาด
3.2 ควรตัดขนออกเพอ่ื ปอ้ งกันรูขมุ ขนอักเสบ ก่อนปดิ วสั ดยุ ึดตดิ
3.3 ปอ้ งกนั ผิวหนังด้วย skin barrier film
3.4 การปิดทบั catheter ใหใ้ ช้ Omega Technique
4.การลอกวสั ดปุ ิดแผล ประคบั ประคองผิวหนงั แนวทีล่ อกด้วย 2 finger และควรดงึ ในแนวระนาบขนาน
กับผวิ หนังทำมมุ ไม่เกนิ 45 องศา ไมล่ อกทำมมุ สงู กับผิวหนงั ไมล่ อกเร็วเกนิ ไป
5.งดการใช้สารบางอยา่ งเพอื่ เพิ่มการยึดติดของแถบกาว เชน่ tincture benzoin
6.ไม่ยดึ ติดวัสดทุ างการแพทยน์ านเกนิ ไป
7.ไม่ควรยดึ ตดิ วัสดุทางการแพทยซ์ ำ้ บรเิ วณเดมิ

เอกสารอ้างอิง
National pressure Ulcer Advisory panel, European pressure Ulcer Advisory panel and pan
pacific pressure injury Alliance. Prevention and treatment of pressure Ulcer: clinical practice
guideline;2014.
National pressure Ulcer Advisory panel, European pressure Ulcer Advisory panel and pan
pacific pressure injury Alliance. Prevention and treatment of pressure Ulcer: clinical practice
guideline;2019.
ยวุ ดี เกตสุ ัมพันธ์. แผลกดทบั และศลิ ปะทางการพยาบาล.งานพฒั นาคุณภาพ ฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาล
ศริ ริ าช;2552.

จุฬาพร ประสงั สิต. การดแู ลแผล หลกั ฐานเชงิ ประจกั รและประสบการณจ์ ากผเู้ ชยี่ วชาญ. กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั
พ.ี เอ.ลีฟวิ่ง จำกัด: 2559.

การดูแลผปู้ ่วยใสส่ ายสวนกระเพาะอาหาร
สธุ ิมา เชา้ กงจักร RN,ET

คำจำกัดความ
การใสส่ ายสวนใหอ้ าหารผา่ นกระเพาะอาหาร (gastrostomy )หรอื ลำไสเ้ ลก็ ( jejunostomy ) เพอ่ื ให้

อาหารผปู้ ว่ ยทีไ่ มส่ ามารถรบั ประทานอาหารเองทางปากได้ หรอื ผู้ปว่ ยทไ่ี ดร้ ับสารอาหารไมเ่ พียงพอกบั ความ
ตอ้ งการของร่างกาย โดยท่ีมคี วามจำเป็นตอ้ งใหอ้ าหารทางสายสวนเป็นเวลานาน 2 เดอื นขึ้นไป (สพุ ร ตรพี งษ์
กรุณา,2553 )
วิธกี ารใส่สายสวนกระเพาะอาหาร มี 2 วิธี
1. การใสส่ ายเข้าสูก่ ระเพาะอาหารโดยการผา่ ตดั หน้าท้อง เปน็ วธิ ีดง้ั เดมิ ทำโดยศลั ยแพทยแ์ ละตอ้ งใหย้ า

ระงบั ความรสู้ ึก ( open gastrostomy )
2. การใสส่ ายเขา้ สู่กระเพาะอาหารผา่ นผิวหนังรว่ มกบั การส่องกล้องโดยไม่ตอ้ งผา่ ตดั วิธนี ีเ้ รียกวา่

percutaneous endoscopic gastrostomy ( PEG ) และการใสท่ อ่ ให้อาหารผ่านผวิ หนงั เขา้ สู่ลำไส้
เล็ก percutaneous endoscopic jejunostomy ( PEG-J )
สายสวนกระเพาะอาหาร มี 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. สายสวนกระเพาะอาหารชนิดลูกโปง่ ยาว เป็นสายสวนทม่ี ลี กู โปง่ ในกระเพาะอาหารเป็นตัวป้องกนั ภายใน
โดยการบรรจุน้ำทำใหล้ ูกโปง่ ตึง ปรมิ าณที่บรรจุในเด็ก 5-10 ซ.ี ซี และ 10-20 ซี.ซี ในผู้ใหญ่ บางกรณี
อาจใชส้ ายสวนปัสสาวะมาดดั แปลงได้ สำหรับสายสวนลำไสเ้ ล็ก ( Jejunostomy ) ปรมิ าณน้ำท่ีบรรจุ
3-5 ซี.ซี เปลยี่ นสายทกุ 6 เดือน
2. สายสวนกระเพาะอาหารจากการส่องกลอ้ งโดยไม่ตอ้ งผา่ ตัด ( PEG )
2.1 gastrostomy tube แบบ balloon โดยทว่ั ไปใส่น้ำใน balloon 15-20 ซี.ซี ข้อดี ราคาถูก ขอ้ เสยี

ต้องเปลี่ยนสายบอ่ ยประมาณ 4-6 เดือนและ balloon อาจแตกน้ำร่วั ซึม ทำใหส้ ายเลอ่ื นหลดุ งา่ ย

2.2 gastrostomy tube แบบ non balloonขอ้ ดี ไมต่ ้องเปลย่ี นบอ่ ย ขอ้ เสีย สายลักษณะใสทำให้
มองเหน็ คราบอาหารได้ ระยะเวลาเปลีย่ นสายประมาณ 10-12 เดอื น

2.3 skin level gastrostomy tube ท้ังสายสวนระดบั ผิวหนังและสายยาว สายสวนระดบั ผิวหนงั
สามารถแยกสว่ นใหอ้ าหารออกจากสว่ นท่ีอย่ใู นกระเพาะอาหาร จงึ มเี พียงแป้นอยู่ระดบั ผิวหนังคลา้ ย
กระดมุ ไม่มสี ายยาวเกะกะทีห่ นา้ ท้องทำใหส้ ะดวกในการปฏบิ ตั กิ ิจวัตรประจำวัน ระยะเวลาเปล่ยี น
สายประมาณ 10-12 เดอื น

การพยาบาลผู้ป่วยใส่สายสวนกระเพาะอาหาร
1.งดนำ้ งดอาหารหลังทำ 24 ช่วั โมง เพื่อประเมินสภาพและภาวะแทรกซอ้ นหลงั ทำ
2.flushed สายดว้ ยนำ้ 30-50 ซีซี เพือ่ ประเมนิ สภาพผปู้ ่วย หากไมม่ ีอาการอึดอดั แน่นท้องสามารถเร่ิม
อาหารได้
3.การทำความสะอาดรอบๆสาย ใน 10 วันแรก ทำความสะอาดดว้ ย 0.9%NSS แลว้ ปดิ ดว้ ย gauze
dressing เพอ่ื ปอ้ งกันการตดิ เชื้อ
4.ดูแลใหส้ ายตง้ั ตรง ไมล่ ม้ สายไปตามหน้าทอ้ ง
5.การทำความสะอาดรอบๆสาย หลงั 10 วัน ทำความสะอาดด้วย0.9%NSS หรอื นำ้ สบู่ ไมต่ ้องปิดด้วย
gauze dressing ไมจ่ ำเปน็ ต้องทำแผลทุกวนั หากไมม่ ี discharge ซึม
6.ทำMarking และสงั เกตตำแหนง่ สายระหว่างการทำความสะอาดรอบ ๆสายทกุ ครงั้
7.หมนุ สายให้อาหารหนา้ ทอ้ ง PEG 360 องศา ทุกวนั เพื่อปอ้ งกนั เนอื้ เย่ือรอบๆ ยดึ ตดิ กบั สายสวนใหอ้ าหาร
และเป็นการประเมนิ ภาวะ Buried bumper syndrome
8.ไม่ควรหกั พบั งอสายใหอ้ าหารนานเกินไป อาจทำใหส้ ายแตกหักและอดุ ตันได้
9.เปลย่ี นใหอ้ าหารทกุ 4-6 เดอื น หรอื ทุก 10-12 เดอื นข้ึนกบั ชนิดของสายทใ่ี ช้

ปญั หาเกีย่ วกับสายสวนกระเพาะอาหารท่ีพบบ่อย
1.. สายสวนกระเพาะอาหารหลุด หากสายสวนกระเพาะอาหารหลุดใหใ้ ชผ้ า้ กอ็ ซปิดช่องเปดิ ไวแ้ ละรบี มาพบ
แพทย์ โดยนำสายสวนกระเพาะอาหารทห่ี ลุดมาด้วย ไม่ควรรอชา้ เพราะแผลช่องเปดิ มกั ปิดเลก็ ลงอยา่ ง
รวดเร็วในเวลาไมก่ ช่ี วั่ โมง สามารถใสส่ ายสวนปัสสาวะเบอร์ 16 หรอื 18 ใสแ่ ทนกอ่ นได้ภายใน 24 ชวั่ โมงหลัง
หลดุ เพอื่ ปอ้ งกนั การอดุ ตันแลว้ ติดตอ่ โรงพยาบาลเพอ่ื ใสส่ ายสวนใหมส่ ำหรับสานสวนชนิด PEG
2..สายสวนอดุ ตนั สาเหตเุ กิดจากการล้างสายสวนไม่สะอาดหลังการใหอ้ าหารทำใหเ้ กิดการอดุ ตัน หรือเกดิ
จากการบริหารยาที่ไมเ่ หมาะสม

2.1 การปอ้ งกนั สายสวนอดุ ตนั
: flush นำ้ 30 ซีซี : ทุก 4-6 ช่วั โมง หาก continues feeding, ก่อนม้อื อาหาร, หลังใหอ้ าหารและยา, หลงั
การทดสอบสาย
: การบริหารยา : ไมผ่ สมยาในอาหาร , แยกให้ยาทีละตวั โดย flush นำ้ 5-10 ซีซี ระหว่างยาแตล่ ะตัว ,ใหย้ าท่ี
เป็นของเหลวก่อน ตามด้วยยาที่ต้องละลายนำ้
2.2 การแกไ้ ขสายสวนอดุ ตนั : milking สาย ลา้ งสายด้วยนำ้ อ่นุ และ พยายามดดู สิ่งอดุ ตนั ออกให้ไดม้ าก

สดุ
2.3 รายงานแพทยถ์ ้าไมส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาการอุดตันได้
3. ไมส่ ามารถหมุนสายสวนกระเพาะอาหารชนิดระดับผวิ หนังได้ จากภาวะ Buried bumper syndrome
การปอ้ งกนั โดยการตรวจสอบตำแหนง่ สายสวนในระหวา่ งทที่ ำความสะอาดสายสวนใหด้ ันสายสวนเข้าไปใน
ช่องทอ้ ง 1-2 เซนติเมตรหลังจากนน้ั หมุนสาย360 องศา แล้วดึงสายกลบั มาตำแหนง่ เดมิ หากไมส่ ามารถหมนุ
สายสวน 360 องศาหรอื ติดแน่นใหส้ งสัยวา่ เกิดภาวะ Buried bumper syndrome รายงานแพทยเ์ พื่อไข
4.การตดิ เช้อื เปน็ แผล การเกิดแผลตดิ เชอื้ อารเกดิ จากการรวั่ ซมึ รอบๆสาย เกดิ จากหลายสาเหตุ เช่น การติด
เช้อื ท่ีรเู ปิด การล้มสายทำใหร้ เู ปดิ รอบสายกวา้ งขน้ึ หรืออาจเกิดจากการทสี่ ายสวนมีขนาดเลก็ กวา่ รูเปิด

ในกรณีที่ใสส่ ายสวนชนิดลกู โปง่ การรวั่ ซึมรอบสายอาจเกิดจากนำ้ ในลกู โปง่ เหลอื นอ้ ย หรอื เกดิ จากสาย
เลอ่ื นเขา้ ไปในกระเพาะอาหารมากเกนิ ไปจนลกู โปง่ ไมแ่ นบชดิ กับรแู ผลด้านกระเพาะอาหาร
5.การร่วั ซมึ รอบสายสวนกระเพาะอาหาร

ดแู ลผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ัญหาการร่วั ซมึ รอบสายสวนกระเพาะอาหาร เมอื่ มกี ารรัว่ ซมึ ของ น้ำย่อย จากกระเพาะ
อาหารหรือลำไสเ้ ลก็ ทำให้เกิดภาวะแทรกซอ้ นรอบรเู ปดิ ทางหน้าท้อง (peristomal skin complication)
ปญั หาที่พบบ่อยได้แก่ การระคายเคอื ง (Irritant dermatitis) ของสารเคมีจากนำ้ ยอ่ ย ทำใหเ้ กดิ เปน็ แผล
และสญู เสยี หน้าทก่ี ารป้องกนั อวัยวะต่างๆ
The Peristomal skin Management Guideline (Kanchana Rungsangan,2012)

การประเมนิ ผิวหนังรอบลำไสเ้ ปดิ หนา้ ทอ้ ง ม5ี ระดับไดแ้ ก่
ระดับ 1 มีรอยแดง ( Hyperemic Lesion ) ผวิ หนงั รอบช่องเปดิ มรี อยแดง แต่ผวิ หนงั ยงั ปกติ
(intact skin)

ระดบั 2 เป็นแผลตน้ื ( Erosive ) ผิวหนงั ถกู ทำลายถึงชัน้ epidermis แต่ไมถ่ ึงชน้ั subcutaneous
tissue หรอื เรยี กว่า partial-thickness skin loss

ระดบั 3 เป็นแผล ( Ulcerative lesion ) ผวิ หนงั ถูกทำลายตั้งแต่ช้ันepidermis และdermis ทงั้ หมด
และทำลายถึงชน้ั subcutaneous และอาจมกี ารสญู เสียลึกลงไปกวา่ น้ัน หรอื เรียกวา่ Full –thickness skin
loss

ระดบั 4 เปน็ แผล ( Ulcerative lesion ) หรอื ทเ่ี รียกวา่ Full thickness skin loss รว่ มกบั มีเนอื้ ตาย
ระดับ H มเี นอ้ื เยื่องอกขยายเหนือระดบั ผวิ หนัง ( hypergranulation )
การดูแลรักษาแผลจากการระคายเคืองของผิวหนังหน้าท้อง ตามระดับการสญู เสียผวิ หนงั รอบลำไส้
เปดิ ทางหนา้ ทอ้ ง ไดแ้ ก่
ระดบั 1 มีรอยแดง ( Hyperemic Lesion ) แนวทางในการปอ้ งกันผิวหนังรอบชอ่ งเปดิ ลำไส้ถูกทำลาย
คือ การใช้ skin barrier cream หรือ skin barrier film ทา/พน่ โดยรอบรูเปิด
ระดบั 2 เปน็ แผลต้นื ( Erosive ) การรกั ษาแผลบรเิ วณผิวหนงั รอบช่องเปิดลำไสโ้ ดยใช้ skin barrier
powder/paste โดยใช้ skin barrier powderโรยบรเิ วณแผล ( open lesion ) เกล่ียใหท้ ว่ั เพอื่ ให้
skin barrier powder ดดู ซับสงิ่ ขบั หลัง่ จากแผล หลังจากนน้ั ใช้ skin barrier paste ทาทบั powder ไว้เพ่ือ
ควบคมุ ความช้ืน และกระตนุ้ การหายของแผล
นอกจากน้ันยังสามารถใช้ Dehydration hydrogel sheet เพื่อรกั ษาแผลบรเิ วณผิวหนังรอบช่องเปิด
ลำไส้ โดยปดิ ทบั บรเิ วณรอยแผลเพอื่ ดดู ซบั ส่ิงขบั หล่ังจากแผลควบคุมความชืน้ และกระตุน้ การหายของแผล
ระดบั 3 เป็นแผล ( Ulcerative lesion ) การรกั ษาแผลบรเิ วณผิวหนงั รอบชอ่ งเปิดลำไส้โดยใช้การ
รักษาเหมือนการดูแลแผล โดยประเมนิ ปรมิ าณส่งิ ขับหลัง่ จากแผล ถ้ามปี รมิ ารมากใช้กล่มุ Hydrofiberแต่ถ้า
มีปรมิ าณปานกลางอาจใช้ hydrocolloid หรอื skin Barrier waferหรอื form
ระดบั 4 เปน็ แผล ( Ulcerative lesion ) การรักษาผวิ หนงั รอบลำไส้ ตอ้ งมกี ารกำจัดเนอื้ ตาย และดแู ล
เหมอื นแผลและเลอื กวัสดปุ ดิ แผลทเี่ หมาะสม
ระดบั H มีเนอื้ เยอ่ื งอกขยายเหนอื ระดบั ผวิ หนัง ( hypergranulation ) รกั ษาโดยใช้ silver nitrate
sticks จี้ บรเิ วณตุ่มนูนเหนอื ผวิ หนัง หลงั จากนั้นใช้ skin barrier paste ทาทบั บรเิ วณต่มุ นูน เพื่อปรบั ระดบั
ผิวหนังใหเ้ รียบเสมอกนั โดยกอ่ นจจ้ี ะต้องปอ้ งกันผวิ หนังปกตริ อบแผล โดยทาวาสลีน มิฉะนั้นจะเกิดรอย
ไหม้ได้

เอกสารอ้างอิง
1.ยุวดี เกตสมั พนั ธ์ ,จุฬาพร ประสังสิต, กาญจนา รงุ่ แสงจนั ทร์,อศิ รา คำนึงสทิ ธิ.์ Wound Care Nursing
งานพัฒนาคุณภาพการพยาบาล โรงพยาบาลศริ ริ าช, 2555.
2.วรรณิภา สายหลา่ .การดูแลทอ่ และสายระบาย ใน จุฬาพร ประสงั สติ และกาญจนา รงุ่ แสงจันทร์
( บรรณาธกิ าร)การพยาบาลผปู้ ว่ ยทมี่ ลี ำไส้และรูเปดิ ทางหนา้ ท้อง: ประสบการณจ์ ากผเู้ ชยี่ วชาญ งานพฒั นา
คุณภาพการพยาบาล โรงพยาบาลศิรริ าช, 2558.
3.สุพร ตรีพงษก์ รุณา, ปานยี า เพยี รวิจิตร ,ศรสี อางค์ , รุ่งทพิ ย์ สัมฤทโิ์ สภาค . คมู่ อื การดแู ลผุ้ป่วยใสส่ ายสวน
กระเพาะอาหาร.กรุงเทพฯ: คณะแพทยศ์ าสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวทิ ยาลยั มหิดล,2553.
4.อทุ ัย เก้าเอ้ียน, ณัยชญา จำรญู กุล, สมศรี เกา้ เอย้ี น . Gastrointestinal Procedures: คณะแพทยศ์ าสตร์

โรงพยาบาล สงขลานครนิ ทร์,2557.
5.Kanchana Rungsangjun & Chulaporn Pra sungsit,The Peristomal skin Management
GuidelineOral presentation at World council of Enterostomal Therapy (WCET ) , Adelaide,
Australia,April19-23,2012


Click to View FlipBook Version