The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 9 การเงินและการธนาคารและนโยบายการเงิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by program3jee, 2020-09-27 09:31:02

หน่วยที่ 9 การเงินและการธนาคารและนโยบายการเงิน

หน่วยที่ 9 การเงินและการธนาคารและนโยบายการเงิน

ครูจีรศกั ด์ิ หมุนขำ

หน่วยท่ี 9

การเงินและการธนาคาร
และนโยบายการเงิน

9.1 ปริมาณเงนิ (Supply of Money)

9.1.1 ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ (narrow money น:Mฝา1 )
หมายถึง ปริมาณของเหรียญกษาป ณ์ ธนบัตร และเงิ ก
กระแสรายวัน รวมกันท้ังหมดท่ีใช้หมุนเวียนอยู่ในมือเอกชน
องค์การ ห้างร้าน บริษัทและหน่วยราชการต่าง ๆ ในขณะใด
ขณะหนึ่ง โดยไม่นับรวมเงินของธนาคารและรัฐบาล

การกาหนดปริมาณเงินตามความหมายอย่างแคบนี้มี
วัตถุประสงค์เพ่ือใช้ วัดอานาจซื้อของประชาชนในระบบ
เศรษฐกิจ ถ้าปริมาณเงินเพ่ิมขึ้น อานาจซื้อของประชาชนใน
ระบบเศรษฐกิจก็จะเพ่ิมขึ้น ตรงกันข้ามถ้าปริมาณเงินลดลง
อานาจซื้อของประชาชนในระบบเศรษฐกจิ กจ็ ะลดลงด้วย

9.1.2 ปริมาณเงินในความหมายอย่างกว้าง (broad mค วonาeมyค:ิ ดMข อ2 )
ตามความหมายอย่ างกว้ าง เป็ นแนว ง
นักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่เชื่อว่า เงินมิได้มีไว้เพอ่ื ใช้จ่ายซื้อ
สินค้าและบริการเท่าน้ัน แต่มบี ทบาทในการเป็ นเครื่องรักษา
มูลค่า กล่าวคือ มีความต้องการถือเงินไว้เพื่อเก็งกาไรด้วย
นักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ จึงเห็นว่าคาจากัดความของ
ปริมาณเงินควรขยายเพ่ิมเติมออกไป โดยรวมหลักทรัพย์
ทางการเงินประเภทอื่นท่ีมีสภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินฝาก
ออมทรัพย์และเงนิ ฝากประจา เข้าไว้ในปริมาณเงินด้วย

ดังน้ัน ปริมาณเงินในความ หเงมินาฝยาอกกย่ราะงแกสวร้ าางยวMัน2เงจินึง
ประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร
ฝากออมทรัพย์ และเงนิ ฝากประจาทอี่ ยู่ในมือของประชาชน องค์การ
ห้างร้าน บริษทั หน่วยราชการต่าง ๆ ในขณะใดขณะหนึ่ง

ปริมาณเงินในความหมายอย่ างกว้ าง ยังขยายไปใน
อคื่นวามๆหขมอางยปทรีก่ ะวช้าางชกนว่าทเป่ีธ็ นนาMค2าaรซพึ่งาจณะหิชมย์าแยลถะึงตM๋ัวส2 ัญรวญมาเใงชิน้เฝงินากใพนเิ ศมษือ
ประชาชนท่ีออกโดยบริษัทเงินทุน และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
แขลอะงปขยระายชไาปชนเปท็ นฝ่ี Mาก3ไว้ซกบั่ึงหสถมาาบยนัถึงกMาร2เaงนิ รเวฉมพกาัะบกเงจิ ินฝากทุกประเภท

สาหรับในประเทศกาลังพัฒนา คาจากัดความของปริมาณ
เงินในความหมายอย่างแคบดูจะเหมาะสมกว่า เพราะระดับการ
พัฒนาของระบบการเงินยังไม่เจริญเท่าที่ควร ทาให้เงินตรามี
บทบาทเฉพาะเป็ นส่ือกลางในการแลกเปลย่ี นเท่าน้ัน ส่วนประเทศ
ที่พัฒนาแล้วระบบการเงินพัฒนามาก เงินฝากและสินทรัพย์
ทางการเงนิ ชนิดต่าง ๆ มีสภาพคล่องสูงมากจนสามารถเปลยี่ นเป็ น
เงินฝากกระแสรายวนั หรือเงนิ สดได้ง่าย

9.2 การหมุนเวียนของเงนิ
(Velocity of Money )

การหมุนเวยี นของเงนิ หมายถงึ การทเ่ี งินถูกใช้จ่ายหมุนเวยี น
เปลยี่ นมือไปเร่ือย ๆ เนื่องจากเงินหน่วยหนึ่ง ๆ อาจใช้ซื้อสินค้าและ
บริการได้หลายคร้ัง

9.3 ทฤษฎปี ริมาณเงนิ

ทฤษฎีปริมาณเงิน เป็ นทฤษฎีท่ีสร้ างขึ้นเพื่ออธิบายถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเงินกับราคาสินค้า ซึ่งมีผู้กล่าวถึง
หลายรูปแบบด้วยกนั แต่ท่ีนิยมคือ ทฤษฎีปริมาณเงินในรูปสมการ
แลกเปล่ียน (exchange equation) ซ่ึงพัฒนาขึ้นโดย ฟิ ชเชอร์
(Fisher) รูปของสมการมดี ังนี้

M•V = P•T

โดยท่ี M คอื ปริมาณเงิน

V คอื อตั ราความเร็วในการหมุนเวยี นของเงนิ
P คอื ระดบั ราคาสินค้าและบริการ
T คอื ปริมาณของสินค้าและบริการทซี่ ื้อขายกนั ในช่วงเวลาหนึ่ง

9.4 ความตอ้ งการถอื เงนิ (Demand for Money)

เคนส์ (Keynes) อธิบายว่า บุคคลต้องการถือเงนิ สดไว้
โดยมวี ตั ถุประสงค์ 3 ประการ ดงั นี้
1. เพอื่ ใช้จ่ายประจาวนั (transaction motive)
2. เพ่ือเป็ นทุนสารองเมื่อมีเหตุจาเป็ น (precautionary motive)
หมายถึง การถือเงินไว้เพ่ือใช้ในเหตุการณ์ท่ีอาจเกิดขึน้ ในอนาคต
โดยทไี่ ม่ได้คาดคดิ ไว้ เช่น เจ็บป่ วย อุบัติเหตุ ซ่อมรถ เป็ นต้น
3. เพอ่ื เกง็ กาไร (speculative motive) หมายถงึ การท่ปี ระชาชน
หรือหน่วยธุรกจิ ต้องการถือเงนิ ไว้เพอื่ เกง็ กาไรหรือลงทุน
เพอ่ื หากาไร เช่น เพอ่ื ซื้อหุ้น หุ้นกู้ พนั ธบัตร

อตั ราดอกเบยี้

เส้นความต้องการถอื เงนิ

ปริมาณเงนิ

9.5 อตั ราดอกเบ้ยี ดลุ ยภาพ

อตั ราดอกเบีย้ (r)

เส้นปริมาณเงนิ (supply of money)
อตั ราดอกเบีย้ ดุลยภาพ

เส้นความต้องการถอื เงิน
(demand for money)

ปริมาณเงนิ (M)

จากรูป เส้นความต้องการถือเงิน (LL) ตัดกับเส้นปริมาณเงิน (MM)
ที่จุด E และเป็ นจุดดุลยภาพเพราะเป็ นจุดที่ปริมาณเงินท้ังสิ้นเท่ากับปริมาณ
เงินทต่ี ้องการถือพอดี or คอื อตั ราดอกเบีย้ ดุลยภาพ

9.6 ความหมายของธนาคารพาณชิ ย์

การให้ก้เู พอ่ื การพาณชิ ย์ตามทปี่ รากฏในหนังสือของ อมั สมิธ

9.7 หนา้ ท่ขี องธนาคารพาณชิ ย์

หน้าทขี่ องธนาคารพาณชิ ย์ แบ่งออกได้เป็ น 2
หน้าทใ่ี หญ่ ๆ คอื การดาเนินธุรกจิ การธนาคารพาณชิ ย์ และ
การสร้างเงินฝากและการทาลายเงนิ ฝาก

9.7.1 การดาเนินธุรกจิ การธนาคารพาณชิ ย์
1) ธุรกจิ การธนาคารภายในประเทศ
(1) รับเงนิ ฝาก
(2) ให้ก้ยู มื เงนิ
(3) การโอนเงิน
(4) การเรียกเกบ็ เงนิ
(5) การซื้อลดตวั๋ เงิน

(6) การออกหนังสือคา้ ประกนั
(7) การออกเช็คธนาคาร
(8) เช็คของขวญั
(9) การโอนเงินเพอื่ การศึกษา
(10) การซื้อขายพนั ธบัตรรัฐบาล
(11) การให้เช่าตู้นิรภัย

2) ธุรกจิ การธนาคารต่างประเทศ
(1) การออกเลตเตอร์ออฟเครดติ สินค้าเข้า เลตเตอร์ออฟ
เครดิตสินค้าออก
(2) การเรียกเกบ็ เงนิ
(3) การโอนเงิน
(4) การซื้อขายเงนิ ตราต่างประเทศ

9.7.2 การสร้างเงินฝากและการทาลายเงินฝากโดยระบบธนาคาร
พาณิชย์ เน่ืองจากธนาคารพาณิชย์เป็ นสถาบันการเงินท่ีรับ
ฝากเงินจากลูกค้า โดยเปิ ดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน
(demand deposite) ธนาคารพาณิชย์จึงสามารถสร้างเงินฝาก
และทาลายเงินฝากได้ เพื่อที่จะได้เข้าใจวิธีการสร้างเงินฝาก
และทาลายเงินฝากได้ง่ายขึน้ จะทาความเข้าใจถึงความหมาย
ของคาต่างๆ ทเ่ี กยี่ วข้องเสียก่อน

1) เงินฝากข้นั แรก (primary deposite) คอื เงินฝากทธี่ นาคารได้รับจาก
ลูกค้า

2) เงินฝากข้ันท่สี อง (secondary deposite) คอื เงินฝากท่ธี นาคารเปิ ด
บัญชีให้แก่ลกู ค้า (ผู้ขอก้เู งนิ จากธนาคาร)

3) อตั ราเงินสดสารองตามกฎหมาย (legal reserve ratio) คอื เงินสดท่ี
ธนาคารจะต้องนาไปฝากไว้ที่ธนาคารกลาง ในอัตราไม่ต่ากว่าที่
ธนาคารกลางกาหนดเป็ นร้อยละของยอดเงินฝาก

4) เงินสดสารองที่ธนาคารจะต้องสารองไว้จ่ายให้ลูกค้า คือ เงินสด
สารองอีกแบบหน่ึง ซึ่งธนาคารจะต้องเก็บไว้จ่ายแก่ลูกค้า
นอกเหนือจากเงินสดสารองตามกฎหมาย

5) เงินสดสารองส่วนเกนิ (excess reserve) คือ เงินสดท่ีเหลอื ท้งั สิ้น
หลงั จากหักเงินสดทต่ี ้องสารองออกแล้ว (สารองตามกฎหมายกบั
สารองไว้จ่ายแก่ลูกค้า) เงินจานวนนี้ธนาคารจะสามารถนาออก
ให้ก้ไู ด้

ในการพิจารณาการสร้างเงินฝากโดยระบบธนาคารพาณิชย์ ใน
ตวั อย่างแรกนีจ้ ะต้งั ข้อสมมติฐานไว้กว้าง ๆ ดังนี้

1) ระบบธนาคารพาณิชย์เป็ นระบบสาขา แต่ละสาขาจะต้อง
ดารงเงนิ สดสารองตามกฎหมาย ร้อยละ10 ของเงนิ ฝาก

2) ลูกค้าของธนาคารจะไม่มีการเบิกเงินสด
3) ธนาคารแต่ละแห่งสามารถนาเงินสดสารองส่วนเกินท้ังหมด

ไปหารายได้
4) ลูกค้าไม่มกี ารถอนเงนิ สดออกจากบัญชีเงนิ ฝากประจา

9.8 ตัวอย่างการสร้างเงนิ ฝากโดยระบบธนาคารพาณชิ ย์

การคานวณปริมาณเงินฝากท้ังสิ้นที่ระบบธนาคารสร้ างขึน้

จะใช้สูตรดังนี้ AD  C
R

โดยที่ AD = ปริมาณเงนิ ฝากท้งั สิ้นทร่ี ะบบธนาคารสร้างขนึ้

C = จานวนเงินสดสารองที่ระบบธนาคารได้รับเพิ่มขึ้น
ในข้ันแรก

R = อตั ราส่วนของเงินสดสารองตามกฎหมาย

ตามตัวอย่างในตารางข้างต้นน้ัน C = 10,000 บ. และ R = 10 เปอร์เซ็นต์

 AD  10,000
10

100

 100,000 บาท

อย่างไรกต็ าม การสร้างเงินฝากในลกั ษณะดังกล่าวย่อมไม่ปรากฏ
ในสภาพความจริง ท้ังนี้เพราะประชาชนจะต้องเบิกเงินสดออกจาก
ระบบธนาคารเพ่อื นาไปใช้จ่ายอยู่เป็ นประจา สมมติว่า ทุกคร้ังที่มีการ
ขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์โดยมีการเปิ ดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
ลูกค้าจะต้องเบิกเงินสดออกจากธนาคารร้ อยละ 15 เสมอ ดังน้ัน
ธนาคารจะต้องเกบ็ เงนิ สดไว้จ่ายแก่ลกู ค้าในอตั ราร้อยละ 15 ด้วย

สูตรในการคานวณหาปริมาณเงินฝากท้งั สิ้นของระบบธนาคาร
จงึ เปลยี่ นไป ดังนี้

AD  C
RL

โดยที่ L = ปริมาณเงินสดท่ีมีผู้มาถอนไปจากระบบธนาคาร
คดิ เป็ นเปอร์เซ็นต์จากยอดเงินฝากท้งั หมด และถ้าสมมติให้ L = 15%
ปริมาณเงินฝากท่รี ะบบธนาคารสร้างขึน้ จะเปลย่ี นแปลงไป ดงั นี้

AD  10,000

10  15
100 100

 40,000 บาท

9.9 ปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อการสรา้ งเงนิ ฝากของ

ระบบธนาคารพาณชิ ย์

การสร้ างเงินฝากหรือการขยายเครดิตของระบบธนาคาร
พาณชิ ย์ จะทาได้มากหรือน้อยขนึ้ อยู่กบั
9.9.1 ปริมาณเงินสดท่ีใช้ หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ หาก

ปริมาณเงินสดในระบบเศรษฐกิจมีมาก การสร้างเงินฝากหรือ
การขยายเครดิตกจ็ ะมมี ากด้วย กล่าวคอื มคี วามสัมพนั ธ์
ในทางเดยี วกนั
9.9.2 ปริมาณความต้องการถือเงินสดของประชาชนซ่ึงจะมีความ
สัมพนั ธ์ในทางตรงกนั ข้ามกบั การขยายเครดติ

9.9.3 อัตราส่ วนของเงินสดสารองท่ีกฎหมายกาหนดไว้ มี
ความสั มพันธ์ ในทาง ตรง กันข้ ามกับจานวนเงินท่ีธนาคาร
พาณชิ ย์จะสร้างได้

9.9.4 จานวนเงินสดทธ่ี นาคารต้องเกบ็ ไว้เพอื่ สารองจ่ายให้แก่ลกู ค้าท่ี
นาเงินมาฝาก หากเกบ็ ไว้มาก การขยายเครดิตจะทาได้น้อยลง

9.10 การทาลายเงนิ ฝากของระบบธนาคารพาณชิ ย์

การทาลายเงินฝากหรือการลดเงินฝากของระบบธนาคาร จะมี
วิธีการตรงกันข้ามกับการสร้างเงินฝาก กล่าวคือ ถ้ามีผู้มาถอนเงินฝาก
ไปจากธนาคาร ก เงินสดสารองของธนาคาร ก จะลดลง ธนาคาร
จาเป็ นต้องเรียกคืนเงินกู้หรือทาการขายหลักทรัพย์ ทาให้ผู้กู้ซ่ึงเป็ น
ลูกค้าของธนาคาร ข ต้องเขียนเช็คสั่งให้ธนาคาร ข จ่ายเงินให้ธนาคาร
ก เม่ือเป็ นเช่นนี้เงินสดสารองในธนาคาร ข จะลดลง และจาเป็ นต้อง
เรียกคืนเงินกู้หรือขายหลักทรัพย์เพ่ือนามาชดเชย การกระทาของ
ธนาคาร ก และ ข ย่อมกระทบธนาคารอนื่ ๆ ท้งั หมดในระบบธนาคาร

9.11 ลกั ษณะพเิ ศษของธนาคารกลาง

ธนาคารกลางเป็ นหน่ วยงานท่ีต้ังขึ้นโดยรัฐบาลและมี
ลกั ษณะเป็ นหน่วยงานทด่ี าเนินงานอย่างเป็ นอสิ ระ เพอ่ื ประโยชน์ต่อ
เศรษฐกิจส่ วนรวม การดาเนินงานจึงไม่ได้หวังรายได้หรือกาไร
เหมือนสถาบันการเงินอื่น ในบางคร้ังยอมขาดทุนเพื่อแลก
ผลประโยชน์ท่ีประเทศจะได้รับ นอกจากน้ัน ธนาคารกลางจะไม่ทา
ธุรกิจกับประชาชน แต่จะทาธุรกิจกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบัน
การเงินอนื่ ๆ

9.12 กจิ กรรมและหนา้ ทข่ี องธนาคารกลาง

ธนาคารกลางในทุกประเทศมีวัตถุประสงค์และนโยบาย
หลักเหมือนกันหมด คือ รักษาเสถียรภาพของเงินตราและ
เศรษฐกิจของประเทศ ดังน้ันหน้าท่ีและการดาเนินงานของ
ธนาคารในแต่ละประเทศจึงคล้ายกันมาก กิจกรรมและหน้าที่
สาคญั ของธนาคารกลาง มีดงั นี้

9.12.1 การเป็ นนายธนาคารของธนาคารพาณชิ ย์
9.12.2 การเป็ นนายธนาคารกลางของรัฐบาล
9.12.3 การออกธนบัตรและดาเนินการเก่ียวกับทุนสารอง

เงนิ ตรา
9.12.4 เป็ นผู้รักษาเงินสารองระหว่างประเทศ
9.12.5 เป็ นผู้ให้ก้ยู มื แหล่งสุดท้าย
9.12.6 เป็ นผู้ควบคุมธนาคารพาณชิ ย์
9.12.7 เป็ นผู้ควบคุมปริมาณเงินและเครดิต

9.13 นโยบายการเงนิ

การควบคุมปริมาณเงนิ และเครดิตของนโยบายการเงนิ
แยกได้เป็ น 2 ประเภท คือ
9.13.1 การควบคุมทางด้านปริมาณ

1) การซื้อขายหลักทรัพย์ เป็ นวิธีการท่ีธนาคารกลาง
ใช้ในการเพ่ิมหรือลดปริมาณเงินสดสารองของระบบธนาคาร
โดยทาการซื้อขายหลักทรัพย์ต่าง ๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล
ต๋วั เงินคลงั และหลกั ทรัพย์อน่ื ๆ กบั ธนาคาร

2. การเพ่ิมหรือลดอัตรารับช่ วงซื้อลดตั๋วเงิน ในกรณีที่มี
นโยบายที่จะลดเครดิต ธนาคารจะเพม่ิ อตั รารับช่วงซื้อลดต๋ัวเงินให้สูง
กว่าอัตราซื้อลดตั๋วเงินของธนาคารพาณิชย์ ทาให้ธนาคารพาณิชย์ไม่
ต้องการก้ยู มื จากธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์กข็ ยายเครดิตได้น้อยลง
ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีนโยบายที่จะขยายเครดิต ธนาคารกลางจะลด
อัตรารั บช่ วงซื้อลดต๋ัวเงินให้ ต่ากว่ าอัตราซื้อลดต๋ัวเงินของธนาคาร
พาณิชย์ก็จะทาให้ธนาคารพาณิชย์นาต๋ัวเงินมาขายต่อให้แก่ธนาคาร

กลางมากขนึ้ และสามารถขยายปริมาณเงินและเครดติ ได้มากขนึ้ ด้วย

3. การเพ่ิมหรือลดอัตราเงินสดสารองตามกฎหมาย เมื่อมีการ
เพมิ่ หรือลดอตั ราเงินสดสารองตามกฎหมาย จะมีผลทาให้การกู้ยมื และ
การลงทุนของธนาคารพาณิชย์เปล่ียนไปด้วย เช่น ถ้าธนาคารกลาง
ต้องการลดเครดิต ธนคารกลางต้องเพ่ิมอัตราเงินสดสารองตาม

กฎหมาย

9.13.2 การควบคุมทางด้านคุณภาพหรือด้วยวธิ ีเลอื กสรร
1) การควบคุมเครดติ เพอ่ื การซื้อขายหลกั ทรัพย์
2) การควบคุมเครดติ เพอื่ การอุปโภคบริโภค
3) การควบคุมเครดติ เพอื่ การซื้อบ้านและทดี่ นิ
4) การชักชวนธนาคารพาณชิ ย์ให้ปฏบิ ัตติ าม


Click to View FlipBook Version