The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือพิมพ์ร๊อกเก็ต (Rocket)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natthiya.j, 2020-12-29 02:55:21

หนังสือพิมพ์ร๊อกเก็ต (Rocket)

หนังสือพิมพ์ร๊อกเก็ต (Rocket)

‘โกดานลหเิ ลลวโงอพ’อหดงาอยยบั‘เมกา ล่ัน ไมนานเกนิ รอ ไดใ ชคอมทกุ คนแน / เกษตรกรทวง! เขา แตโรงงาน “ขาว”ไมก นิ หรอื ไร
ยงั ไมหนาํ ใจ ประกาศรายชอ่ื กาลิเลโอ นักดาราศาสตรชื่อดัง
หนงั สอื ตองหามเพ่ิม พรอม และผูประดิษฐกลองโทรทรรศน
ถูกคุณพอโทมาโซ คัคชินิ ประณาม
สั่งกาลเิ ลโอหามสอนหนังสือ เรียโนเวลลา วาเขาเปนบุคคล
ทฤษฎีของโคเปอรนีคสั อกี อันตรายและอาจเปนพวกนอกรีต
ขณะข้ึนเทศนในโบสถซานตามา

ไมย อม! ภาพนายกาลิเลโอ(ขวา) ขณะใหความกับทางศาล

ศาสนา ประเด็นเรอื่ งหนงั สอื ตอ งหา ม ณ กรุงโรม ประเทศอติ าลี
ร‘ถรมถา หไลฟีกไป’วันพฤหัสบดีที่13พฤศจิกายนพุทธศักราช2557ปท่ี1ฉบับที่1ราคา69บาทกาลิเลโอจงึ เดนิ (อานตอหนา 6 )

ขาวสารทนั ใจ ดง่ั รถไฟจากชานชาลา

มาแลวเจมส วัตต วิศวกรและนักประดิษฐ
ชาวสกอตแลนด ผูปรับปรุงเคร่ือง
จักรไอน้ํา จนนําสหราชอาณาจักร
ไปสยู ุคปฏวิ ัติ (อา นตอ หนา 4 )

ธรณีนี้
ใครครอง
กระแสลา
อาณานิคมมา
แ ร ง ห ลั ง เ กิ ด
W=Pt นายเจมส วัตต นักวิทยชื่อดัง ขณะทดลองเครื่องจักรกลไอนํ้า กระแสทฤษฎี
ดารวิน ทําให
‘โซย ’เรียบ!ตนแบบ ซง่ึ ตอมากไ็ ดก ลายมาเปนตน แบบของหัวรถจกั รไอนํา้ ในเวลาไมนาน เหลาประเทศ
มหาอาํ นาจใน
ทวีปยุโรปแห
กั น ต า ม ห า
เพหรลอามนใาจยกทันนุ กนอกั บธโุรกกยจิ ปสหระปชราะกชรา‘ชลานตโหิ ลวกน่ั ’ไรยางอาย ผลัดกัน

อางทฤษฎีวิวัฒนา-
“ ก า ร อ ยู ร อ ด ข อ ง ผู ท่ี ดินแดนกนั วุน
เหมาะสมที่สุด” ทฤษฎี สหประชาชาติชี้! อัตราการเพิ่มข้ึนของ
ก า ร วิ วั ฒ น า ก า ร ข อ ง
สิ่งมีชีวิตที่ถูกเสนอโดย
ประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นจากปกอนๆมาก
การของนายชาลส ช า ล ส ด า ร วิ น นั ก จนนาวิตก โดยสหประชาชาติคาดวา
วิทยาศาสตรชาวอังกฤษ อัตราการเพ่ิมขึ้นของประชากรโลกที่เพิ่ม
สู ง ขึ้ น อ า จ จ ะ เ กิ ด จ า ก ส า เ ห ตุ ห ล า ย
ดารวิน สื่อมวลชน ในคริสตศตวรรษท่ี 19 ประการ แตสหประชาชาติยังไมท้ิง
ไรความหมาย ไดแค ซ่ึงเปนท้ังรากฐานของ
ชวยกันรุมประณาม ท ฤ ษ ฎี วิ วั ฒ น า ก า ร เบียดเสียด ประชากรท่ีเพ่ิมข้ึนกับ ประเด็นหลักนั่นคือความกาวหนา
สมัยใหม (อานตอหนา 5 ) กระแสรถไฟท่ีมาแรง สงผลใหที่นั่งไมเพียงพอ ทางดานการแพทยและ (อา นตอหนา 4)

ขาวสารทันใจ ดง่ั รถไฟจากชานชาลา

หนา 2 วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช 2557 แรม 7 คํ่า เดอื น 12 ปมะเมยี

เยลิกคุ ถือปจฏอบวิ ถตั อื เอิ สียตุ มสแาลหวมกาจรับรคมนั โมยกาเถครงึ ือ่ แงจลักวร !

การปฏิวัติอุตสาหกรรมเปน เปนผลมาจากการพัฒนากรรมวิธีการหลอม การกําเนิดข้ึนของเครื่องจักรไอน้ําซ่ึงใชถานหิน
จุดเปล่ียนคร้ังสําคัญในประวัติศาสตรโลก ซ่ึง เหล็กและความนิยมในการใชถานหินโคกท่ี เปนเช้อื เพลิงหลัก, ความนิยมในอรรถประโยชน
ส ง ผ ล ก ร ะ ท บ ใ น เ กื อ บ ทุ ก แ ง มุ ม ข อ ง แพรหลายขึ้นการขยายตัวของการคาขายเปน ของกังหันนํ้า และเครื่องจักรท่ีใชพลังงาน
ชีวิตประจําวันไมทางใดก็ทางหน่ึง ที่เห็นเดนชัด ผลมาจากการพัฒนาคลอง, ถนน และทางรถไฟ ขับเคล่ือน (โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ)
ที่สุดคือการที่รายไดและจํานวนประชากรโดย ดวยการเปลี่ยนแปลงจากเศรษฐกิจแบบพ่ึงพา เปนตัวสนับสนุนใหกําลังการผลิตขยายตัวอยาง
เฉลี่ยเริ่มท่ีจะขยายตัวอยางยั่งยืนในแบบที่ไม เ ก ษ ต ร ก ร ร ม ไ ป เ ป น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ พึ่ ง พ า ม า ก ก า ร พั ฒ น า เ ค ร่ื อ ง มื อ โ ล ห ะ ใ น ช ว ง ส อ ง
เคยเปนมากอน ทําใหสองรอยปหลังจาก ค.ศ. อุตสาหกรรมการผลิต ทําใหเกิดการไหลบาของ ทศวรรษแรกของคริสตศตวรรษท่ี 19 อํานวย
1800 คาเฉล่ียรายไดตอหัวของโลกขยายตัว ประชากรจากชนบทเขาสูเมืองขนานใหญ และ ความสะดวกใหผูประกอบการมีเคร่ืองจักรการ
มากกวาสิบเทา ในขณะที่จํานวนประชากร กอใหเกดิ การขยายตวั ของจาํ นวนประชากร ผลิตที่มากข้ึนและนําไปใชไดกับอุตสาหกรรม
ขยายตวั มากกวา หกเทา อ่ืนๆ ผลกระทบเกิดขึ้นแพรขยายออกไปทั่ว
ยุ โ ร ป ต ะ วั น ต ก แ ล ะ อ เ ม ริ ก า เ ห นื อ ใ น ช ว ง
คริสตศตวรรษท่ี 19 จนในท่ีสุดก็ไดแพรหลาย
ไปท่ัวโลก กระบวนการท่ีดําเนินไปน้ีเรียกวาการ
ทําใหเ ปน อุตสาหกรรม และทาํ ใหเกิดผลกระทบ
อยา งมโหฬารตอสงั คม...

"เปนครั้งแรกในประวัติศาสตรท่ีมาตรฐานการ การเปล่ียนแปลงการผลิต หวั รถจกั รไอนาํ้ ขณะกําลงั บรรทกุ ‘ถา นหิน’
ดํารงชีวิตของประชาชนธรรมดาสวนมากจะเร่ิม คร้ังสําคัญในการปฏิวตั ิอตุ สาหกรรมคือการผลิต ซง่ึ เปนเชอื้ เพลงิ หลักแหงยคุ ปฏิวัติอุตสาหกรรม
เติบโตอยางม่ันคง ... ซึ่งไมเคยมีพฤติการณทาง ช้ินสวนซ่ึงสามารถสับเปล่ียนกันได เครื่องกลึง
เศรษฐกจิ เชนน้เี กดิ ขึ้นมากอน“ และเคร่ืองกลอ่ืนๆ ในการปฏิวัติอุตสาหกรรม
- คํากลาวของผูรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ทําใหการผลิตสินคามีความละเอียดแมนยําสูง
โรเบริ ต อี. ลูคัส จูเนยี ร (ภาพบน) และสามารถผลิตซํ้าเชนเดิมไดเปนจํานวนมาก
ตัวอยางเชน การผลิตปนซ่ึงในอดีตผลิตไดทีละ
ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ร่ิ ม ต น ขึ้ น กระบอกดวยการนําชิ้นสวนเขาประกอบกัน
ในชวงปลายของคริสตศตวรรษที่ 18 ดวยการ อ ย า ง พ อ ดี จ น ไ ด อ อ ก ม า เ ป น ห น่ึ ง ก ร ะ บ อ ก
เปล่ียนผานซ่ึงเปนสวนหน่ึงในการเปล่ียนจาก หากแตชิ้นสวนในการประกอบปนคร้ังนั้นไม
เศรษฐกิจแบบพ่ึงพาแรงงานคนและสัตวเปน สามารถใชแทนกันกับช้ินสวนจากปนกระบอก
หลักไปเปนเศรษฐกิจแบบพ่ึงพาเครื่องจักรเปน อ่ืนได ดวยความละเอียดแมนยําในการผลิตซ้ํา
ห ลั ก ข อ ง ส ห ร า ช อ า ณ า จั ก ร โ ด ย เ ร่ิ ม ใ น จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ีเอง ทําใหช้ินสวน
อุตสาหกรรมสิ่งทอเปนอุตสาหกรรมแรก อัน ตา งๆ ของปน สามารถแลกเปลย่ี นทดแทนกนั ได

โรงงานผลิตปนวกิ เกอร เครยฟอรด ดารานกั แสดงตลกชือ่ ดังในยุคปฏวิ ตั ิอุตสาหกรรม
“เซอรช าลส สเปนเซอร แชปลิน จูเนียร”
และยังกอใหเกิดการผลิตแบบจํานวนมากๆ จน
สงผลใหราคาสินคาจากการผลิตแบบน้ีลดลงไป
อยา งมาก

โรงงานปน ดายในยคุ ปฏิวัติอุตสาหกรรม

ขาวสารทนั ใจ ด่งั รถไฟจากชานชาลา วนั พฤหัสบดที ่ี 13 พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช 2557 หนา 3

5สิ่งประดษิ ฐ ตารางแสดงปค .ศ.ที่ส่งิ
เปลี่ยนโลก! ประดษิ ฐใหมๆ ไดถือกําเนดิ ข้นึ

ป 1868 ไฮแอททคน คดิ เซลลลู อยด
ค.ศ โรหม(Rohm) คน คดิ อะครลิ กิ ส
(Acrylics)
1901

ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะท่ี 2 ถือเปนยุคชวงสมัยใหม ท่ีไดมีการประดิษฐ 1907 เบเกอแลนด( Baekeland) คนคดิ ฟนอ
คิดคนสิ่งประดิษฐใหมๆ ที่ทําใหโลกตองตะลึงมากมาย แตส่ิงประดิษฐที่สําคัญๆ ลกิ ส (Phenolics)
จนเปล่ยี นโลกไดในชวงป ค.ศ. 1870 – ปจจบุ ัน ก็ตองยกใหก บั สง่ิ ประดษิ ฐเ หลานี้
1928 คารอเทอร (Carothers)คนคดิ ไนลอน
(Nylon)

1936 มีการจดสิทธบิ ัตรของพอลิเอทิลนี
1937 มกี ารผลิตพอลิสไตรนี
1.ไฟฟา กําเนิดขึ้นโดย ไมเคิล ฟาราเดย โดยเขาไดรับแรงบันดาลใจจาก 1938 มผี ลิตภณั ฑไ นลอนวางขาย ในทอ งตลาด
นักวิทยาศาสตรชาวฝร่ังเศส ที่ทําการทดลองสรุปไดวาไฟฟามีอํานาจทําใหเกิด
แมเหล็ก และสามารถทําใหแทงเหล็กธรรมดา สามารถเกิดเปนแมเหล็กไฟฟาได ในรปู แบบแปรงสีฟน "Dr. West"
ทั้ง 2 เร่ืองน้ีทําใหเขาสนใจงานดานไฟฟามากยิ่งข้ึน และไดเปนท่ีมาของการ 1939-1950 พลาสตกิ ถกู ใชเ ปน วัสดแุ ทนวัสดุ
ทดลองคน ควาจนสามารถประดษิ ฐเครือ่ งกาํ เนิดกระแสไฟฟาที่ช่อื วา ไดนาโม ได 1950-1960 ธรรมชาติประเภทยาง
2.พลังงานนิวเคลียร เกิดขึ้นสมัยกอนขึ้นศตวรรษท่ี 20 คือ ป ค.ศ. 1895 ท่ี มีการผลติ ผลิตภัณฑ จากพลาสติก ราคา
วิลเฮลม คอนราด เรินตเกน คนพบรังสีเอกซ และตามมาดวยการคนพบ 1957 ถกู ออกมามาก ถา ทาํ ในญป่ี ุน “Made in
กัมมันตภาพรังสีเม่ือป ค.ศ. 1896 โดย อองตวน-อองรี แบ็กเกอแรล โดยในชวง Japan" หมายถึง คุณภาพไมดี
มีการผลิตพอลคิ ารบอเนต ซึ่งจัดเปน
วศิ วกรรมพลาสตกิ (Plastics
Engineering)
1960 การแขง ขันทางดา นอวกาศชักนาํ ใหมกี าร
สงครามโลกครั้งที่สอง ไดมีสรางลูกระเบิดนิวเคลียรเปนครั้งแรก นับเปนการเร่ิม 1968 พฒั นาของพลาสติกขนั้ สูงกนั มาก
ยุคพลังงานนิวเคลียรหรือยุคปรมาณูทั่วโลก เมื่อสหรัฐอเมริกาทิ้งลูกระเบิด 1970-1980 พลาสตกิ เปนท่ียอมรับกนั ท่ัวไป
นิวเคลียรถลมเมืองฮิโรชิมา แตหลังสงครามโลกคร้ังท่ีสองวงการวิทยาศาสตร พลาสติกกลายมาเปน วัสดุตัวเลอื กลาํ ดบั
นิวเคลียรหันมาทุมเทความพยายามในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียรใหเกิด แรกๆ ถา ทาํ ในญปี่ นุ “Made in Japan"
ประโยชนเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยใชประโยชนของกัมมันตภาพรังสีพลังงาน หมายถึง คณุ ภาพดี
นิวเคลียรจากปฏิกิริยานิวเคลียรแบบฟชชันมาสรางโรงไฟฟาแบบใหม คือ
โรงไฟฟา นวิ เคลียร นัน่ เอง
3 เคร่ืองคอมพิวเตอร ถูกสรางโดยจอหน ดับลิว มอชลีย และ เจ เพรสเพอร แ“นPะrนinําcหipนiังa”สือ
เอคเกิรต ไดรับทุนอุดหนุนจากกองทัพสหรัฐอเมริกา ในการสรางเคร่ืองคํานวณ
ENIAC เมื่อป 1946 นับวาเปน “คอมพิวเตอรเคร่ืองแรกของโลก" สวน
คอมพิวเตอรในสมัยใหมน้ีผลิตข้ึนโดยใชวงจรไอซี และขนาดของตัวเครื่องใช
พื้นที่เพียงเศษสวนเล็กนอยเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอรยุคแรกๆซ่ึงมีขนาดใหญ โดย
ป จ จุ บั น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร ก็ ไ ด มี ข น า ด ที่ เ ล็ ก พ อ ที่ จ ะ ถู ก บ ร ร จุ ไ ว ใ น อุ ป ก ร ณ Philosophiæ Naturalis “Principia” Mathematica งาน
โทรศัพทมือถือได และคอมพิวเตอรมือถือนี้ใชพลังงานจากแบตเตอร่ีขนาดเล็ก ตีพิมพสําคัญชิ้นแรกของนิวตัน วาดวยการหลนของผลแอปเปลท่ีทําให
และหากจะมีคนพูดถึงคําวา "คอมพิวเตอร" มักจะหมายถึงคอมพิวเตอรสวน เกิดคําถามอยูในใจของนิวตันวาแรงของโลกที่ทําใหผลแอปเปลหลน
บุคคลซึ่งถอื เปนสญั ลกั ษณของยคุ สารสนเทศ อยางไรก็ดี ยังมีคอมพิวเตอรชนิดฝง นาจะเปนแรงเดียวกันกับแรงท่ี “ดึง” ดวงจันทรเอาไวไมไปที่อื่นและทํา
อีกมากมายท่ีพบไดต้ังแตในเคร่ืองเลนเอ็มพีสามจนถึงเครื่องบินบังคับ และของ ใหเกิดโคจรรอบโลกเปนวงรี ซึ่งผลการคํานวณเปนส่ิงยืนยันความคิดนี้
เลนชนดิ ตางๆ จนถงึ หนุ ยนตอุตสาหกรรม แตก็ยังไมแนชัดจนกระท่ังการการเขียนจดหมายโตตอบระหวางนิวตัน
และโรเบริ ต ฮกุ ทีท่ าํ ใหน วิ ตันมีความม่ันใจและยืนยนั หลักการกลศาสตร
เกี่ยวกับการเคล่ือนที่ไดเต็มท่ี ในปเดียวกันนั้น เอ็ดมันด ฮัลเลยไดมา
4 .เคร่ืองจักรกล เปนพลังขับเคลื่อนหลักๆของยุคนี้เลยก็วาได ซึ่งมักจะเปน เยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคําถามเร่ืองดาวเคราะห ฮัลลเลยตอง
พลังงานเชิงกล เคมี ความรอน หรือไฟฟา เปนตน และบอยครั้งก็ถูกทําใหเปน ประหลาดใจท่ีนิวตันกลาววาแรงกระทําระหวางดวงอาทิตยกับดาว
เคร่ืองยนต หรือ เปนอุปกรณที่แปลงทิศทางหรือขนาดของแรงไดโดยงาย เชน เคราะหท่ีทําใหการวงโคจรรูปวงรีไดนั้นเปนไปตามกฎกําลังสองท่ีนิวตัน
รอก คาน พื้นเอียง ในขณะที่เครื่องจักรท่ีซับซอนย่ิงขึ้นก็มีมากมาย ไดพิสูจนไวแลวน่ันเอง ซึ่งนิวตันไดสงเอกสารในเรื่องน้ีไปใหฮัลเลยดูใน
เชน วิทยุ โทรทัศน ยานพาหนะ ระบบอิเล็กทรอนิกส คอมพิวเตอร เคร่ืองจักร ภายหลังและฮัลเลยก็ไดชักชวนขอใหนิวตันเขียนหนังสือ Philosophiae
โมเลกุล naturalist “Principia” mathematica ข้ึน โดยเน้ือหาในเลมอธิบาย

5.พลาสติก โดยพลาสติกท่ีใชเปนชนิดแรกคือ เซลลูลอยด ท่ีถูกใชแทนงาชางใน เร่ืองความโนมถวงสากล และเปนการวางรากฐานของกลศาสตรดั้งเดิม
การทําลูกบลิ เลียด ในชว งหลังของศตวรรษที่ 19 โดยผูคิดทําข้ึนคือ จอหน เวสลีย (กลศาสตรคลาสสิก) ผานกฎการเคล่ือนท่ี ซึง่ นวิ ตันตง้ั ข้นึ อกี ดว ย
ไฮแอทท โดยใชเ ซลลูโลสไนเทรต ผสมกบั การบูร
หากทานใดท่ีสนใจตองการซ้ือหนังสือเลมน้ี ก็ไมสามารถหาซ้ือ
ไดตามรานหนังสือช้ันนําท่ัวประเทศแลว หากผูใดสนใจอยากจะอานก็
ตอ งไปหาอานกนั เสียเองท่พี ิพธิ ภณั ฑส าํ คญั ทัว่ โลกเสียแลว ...

ขา วสารทนั ใจ ด่งั รถไฟจากชานชาลา

หนา 4 วันพฤหสั บดที ี่ 13 พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช 2557

ตอ จากหนา 1 ทรงกระบอก ตอทอใหไอน้ําเขาในในเคร่ืองจักร โ ร ง ง า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ส่ิ ง ท อ จ ะ ใ ช พ ลั ง ง า น
โดยตรง เพื่อใหขนาดเครื่องจักรเล็กลง ซ่ึงไอนํ้า บางสวนจากลูกลอพลังงานนํ้า โรงงานจึงตอง
‘รถไฟ’มา จะเขาไปดันลูกปน เพ่ือใหเคร่ืองทํางาน ใน ติดกับแมน้ํา ทําใหที่ตั้งของโรงงานเปนไปไดทุก
ระยะแรก ยังมีปญหา เพราะเม่ือไอนํ้าควบแนน ท่ีจึงไดมีการใชเคร่ืองจักรอยางกวางขวาง จึงทํา
(ตอจากหนา 1) อุตสาหกรรม โดยเฉพาะ เปนนํ้า จะทําใหไอน้ําที่สงเขาไปใหมกลายเปน ใหนายเจมส วัตตเปนผูท่ีจุดประกายการเริ่มตน
อุตสาหกรรมการผลิตและการตอเรือ และทํา หยดนํ้าไปดวย ทําใหเครื่องจักรทํางานไดไม ของยุคปฏิวัติอตุ สาหกรรมอยางแทจ ริง...
ใหสหราชอาณาจักรเปนเจาอาณานิคมในเวลา เต็มที่หรือหยุดไป โรบัคเร่ิมไมมั่นใจวาวัตตจะ
ตอมา เคร่ืองจักรของวัตตเปนตนแบบของ ประดิษฐเคร่ืองจักรไอนํ้าได ท้ังยังลมละลาย จึง ประชากร‘ลนโลก’
เครื่องจักรที่ใชนํ้ามันในปจจุบัน เขาเปนผู ไมอาจสนับสนุนเงินทุนใหเขาอีก เพื่อประหยัด
บั ญ ญั ติ ศั พ ท แ ร ง ม า เ ป น วิ ธี คํ า น ว ณ เงินทุน วัตตถูกบีบค้ันใหเริ่มรับจางเปนชาง (ตอจากหนา 1) สาธารณสุข โดยองคการ
ประสิทธิภาพการทํางานของเคร่ืองจักร และช่ือ รังวัดถึง 8 ป และหลังจากทดลองหลายคร้ัง สหประชาชาติ (UNFPA) กลาววาปจจุบัน
ของเขาไดรับไปตั้งเปน หนวยกําลังไฟฟา ใน ประชากรโลก ไดเพ่ิมจํานวนมากขึ้นเปนลําดับ
ระบบหนวยเอสไอ โดยการเปล่ียนแปลงของประชากรโลก เกิดจาก
อัตราการเกิดและการตาย ซึ่งสงผลกระทบ
เครอ่ื งจกั รทว่ี ตั ตออกแบบเพอื่ ไวใชใ นโรงงานทอผา เจมส วตั ต ผทู ะเยอทะยานทตี่ องไปเปนชา งรงั วดั ถงึ 8 ป เชนเดียวกัน ในทุกประเทศท่ัวโลก และทาง
ไดกลายเปน ตนแบบของเคร่ืองจักรใชน ํา้ มนั ในปจจบุ ัน องคก ารยังชีใ้ หเห็นวาการเพ่ิมจํานวนของมนุษย
เขาแสดงใหเห็นวา ความรอนจากไอนํ้าถึง เปนที่นาสังเกตวาในอดีตกอนป พ.ศ.2493 มี
วั ต ต เ ร่ิ ม ทํ า ง า น เ ก่ี ย ว กั บ ประมาณ 80% ถูกสิ้นเปลืองไปเปนความรอน อัตราการเพ่ิมตํ่ามาก และเปนเชนน้ันมาเปน
เครื่องจักรไอน้ําดวยการแนะนําของเพื่อนของ ใน กระบอกสูบ เพราะไอน้ําในน้ันถูกสันดาป เวลานาน แตหลังจากป พ.ศ. 2493 อัตรา
วัตตเองคือศาสตราจารยจอหน โรบินสัน จากการฉีดน้ําเย็น อีกตอมาไมนาน มัทธิว โบล การเพ่ิมสูงขึ้นอยางรวดเร็ว ท้ังนี้เพราะต้ังแตป
ขณะนั้นเขายังไมเคยรูจักกลไกเคร่ืองจักรไอน้ํา ตัน ไดเขาชวยเหลือเปนผูถือหุนใหม ในที่สุด พ.ศ.1700 เปนตนมามนุษยไดเร่ิมกาวเขาสูการ
เลย แตก็มีความสนใจมาก และไดพยายามลอง วัตตก็สามารถแกปญหาไดในป พ.ศ. 2319 โดย คนพบทางวิทยาศาสตรและไดเพิ่มความรูทาง
สรางจากเคร่ืองจักรตนแบบ ซ่ึงผลไมนาพอใช ตอทอสงไอนํ้าใหมเขาไป แยกตางหากจากทอที่ วิทยาศาสตรมากข้ึนเรื่อยมา ความรูเบ้ืองตน
แตก็ยังมุงมั่นทํางานตอไปและเร่ิมศึกษาทุก ใหไอนํ้าเย็นซ่ึงจะกลายเปนหยดนํ้าเปนอีกทอ ทางวิทยาศาสตรเหลาน้ันเปนรากฐานสําคัญใน
อยางท่ีเกี่ยวของเทาท่ีจะทําได และก็ไดคนพบ หนึ่ง ทําใหไอน้ําสันดาปในหองท่ีแยกจาก การคนคิดประดิษฐส่ิงตาง ๆ ตามมาอยางมาก
ดวยตนเองเก่ียวกับ นัยสัมพันธของ ความรอน ลูกสูบ เพื่อรักษาอุณหภูมิในกระบอกสูบให เพ่ืออํานวยความสะดวกตอการดํารงชีวิตของ
แฝง ท่ีเก่ียวของกับการทํางานของเครื่องจักร เทากบั อุณหภูมิขณะอดั ไอนํ้า ในไมชาเขาก็สราง มนุษยและความอยูรอดของมนุษย โดยเฉพาะ
ในปพ.ศ. 2306 วตั ตไดแนวทางที่จะปรับปรุงตอ เคร่ืองตนแบบที่มีประสิทธิภาพมากข้ึน และ ค ว า ม ก า ว ห น า ท า ง ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข แ ล ะ
จากเครื่องจักรท่ีขนาดใหญแตทํางานลาชานี้ ให นํามาใชง านไดจริง เม่ือปลาย พ.ศ. 2308 โดย การแพทย สงผลใหโอกาสรอดชีวิตของมนุษย
กะทัดรัดขึ้นและใหทํางานไดแบบตอเนื่อง โดย เคร่ืองจักรไอนํ้าท่ีไดเปนเคร่ืองจักรประเภท เพ่ิมขึ้นอยางมาก เร่ิมตนคร้ังแรกในประเทศ
นํ า เ ค รื่ อ ง ย น ต ท้ั ง ห ม ด ม า ใ ส ไ ว ใ น โ ล ห ะ สันดาปภายนอก ที่ใหความรอนผานของเหลว แถบยุโรปและอเมริกา ตอมาความรูเหลาน้ี
(น้ํา) และทําการเปลี่ยนไอของของเหลวเปน กระจายออกไปสูสังคมอ่ืน ๆ ทั่วโลก เปนเหตุ
เครอื่ งจกั รทวี่ ัตตใชทดลองกอนที่ พลังงานกล ซ่ึงสามารถนํามาเปล่ียนเปน ใหอัตราการตายลดลงและอัตราการเกิดเพ่ิม
จะนาํ มาปรับปรุงประสิทธิภาพใหดขี ้ึน พลังงานไฟฟาได โดยการนําไอนํ้ามาหมุนกังหัน สูงขึ้น ทําใหประชากรมนุษยเพิ่มอยูในอัตราสูง
ของ เคร่ืองปนไฟ (ไดนาโม) เคร่ืองจักรไอน้ํา ดังภาพท่ี 1 โดยเฉพาะจะเพิ่มอยางรวดเร็วมาก
ตอ งมหี มอตมในการตมนํ้าในการทําใหเกิดไอน้ํา
ไอน้าํ ที่ไดจ ากการตม จะนําไปเปน แรงในการดัน ภาพที่ 1 (กราฟแสดงแนวโนม จาํ นวน
กระบอกสูบหรือกังหัน จึงทําใหเคร่ืองจักรกล ประชากรโลกต้ังแต ค.ศ.1950-2050)
ไอนาํ้ เกิดการเคล่อื นท่ี
ตั้งแตป พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) เปนตนมา
จากความสําเร็จในการสรางเคร่ืองจักรกล เราจะเรียกชวงน้ันวาระยะประชากรระเบิด
ของวัตต เคร่ืองจักรน้ีจึงเฟองฟูอยางมาก ใน (Population Boom หรือ Baby Boom)
การเพิ่มประชากรเหลานี้เปนแรงผลักดันให
มนุษยตองคนหาแนวทางแกไขปญหาเหลานี้
กอนท่ปี ระชากรจะลน โลกน่นั เอง

ขาวสารทนั ใจ ดั่งรถไฟจากชานชาลา

วนั พฤหสั บดที ่ี 13 พฤศจิกายน พทุ ธศกั ราช 2557 หนา 5

และทางองคการยังไดชี้จุดท่ีเปนที่นาสังเกตอีก มนุษยอีกดวย นอกจากนี้มีบางประเทศของ ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น ซ่ึงอาจทําใหเกิด
วาการเพิ่มประชากรนั้นระหวางกลุมประเทศ เอเชียก็มีอัตราการเพิ่มสูงมากดวย เชน การขัดแยงข้ึนระหวางประเทศกอใหเกิดปญหา
พัฒนาแลว (More Developed Countries) ปากีสถาน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ฟลิปปนส รุกกลํ้าขามพรมเดิน หรือ ผูอพยพเขามาอยาง
กั บ ก ลุ ม ป ร ะ เ ท ศ กํ า ลั ง พั ฒ น า ( Less และเวียดนาม ผดิ กฎหมาย
Developed Countries) แตกตางกันอยางมาก
กลา วคอื โดยองคการสหประชาชาติก็ไดช้ีถึงปจจัยหลักท่ี สุดทายน้ีสหประชาชาติก็ไดท้ิงทายไวถึงเรื่อง
1. ประเทศท่ีพัฒนาแลวอัตราการเพิ่มประชากร สงผลตอการเปล่ียนแปลงจํานวนประชากรโลก ความรับผิดชอบของเรื่องนี้วาเปนภารกิจของ
มีอัตราเพ่มิ คอนขางตํ่า ไวดงั นี้ มนุษยชาติท่ีจะควบคุมซ่ึงประชากรไวไมใหมาก
-การคนควาทางการแพทย ที่มีการพัฒนาอยาง จนเกนิ ไป อาจไมใชเพื่อตัวเราในปจจุบันแตเปน
เม่ื อ เ ข าสู ป พ .ศ . 2 54 3 มี มีประสิทธิภาพมากขึ้น เชน การผลิตวัคซีน ผลตอ ไปของลกู หลานในภายภาคหนาน่นั เอง...
แนวโนมวาอัตราการเพ่ิมจะเปนลบ และเร่ิม ปองกันและรักษาโรค รวมถึงมีองคการที่
ปรากฏใหเห็นแลวในหลายประเทศ โดยเฉพาะ เก่ียวกับการระบาดของโรคและวัฏจักรของการ ทฤษฎ‘ี ดารว ิน’
ประเทศในแถบ ยุโรป เชน เยอรมนี เดนมารก แพรเชอ้ื โรค
ญ่ีปุน สิงคโปร เปนตน ทั้งน้ีเพราะประเทศ -ความรูเ รอื่ งสขุ อนามัยของประชากร ประชากร (ตอจากหนา 1) และหลกั การพ้ืนฐานของกลไก
เหลาน้ีมีมาตรฐานของชีวิตคอนขางสูง มี โลกแทบทุกประเทศมีความรูเร่ืองสุขอนามัย การคดั เลือกโดยธรรมชาติ ทฤษฎีที่ดูกึ่งเพี้ยนก่ึง
การศึกษาดี เขาใจภาวะของครอบครัวและ มากขึ้นรวมทั้งมีการจัดการระบบ การวางแผน จริงน้ัน ทําใหมีคนออกมาเสนอความเห็นวา
สังคม มีฐานะทางเศรษฐกิจดีรายไดสูง และ ครอบครวั ทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ “การอยูรอดของผูที่เหมาะสมท่ีสุด”ทฤษฎี
อยูภายใตระบบเศรษฐกิจที่ซับซอนมาก ดังนั้น -ความกาวหนาของเทคโนโลยี ท่ีประชาชน
ในรอบวันชีวิตจะมีกิจกรรมหลากหลายรัดตัว สามารถรับรูขาวสารทางการแพทย และ คนท่ีแขง็ แรงที่สุดหรอื ชาตทิ ี่
การจะมีลูกแตละคร้ังจะตองไตรตรองอยาง สาธารณสุขไดอยางท่ัวถึง เชน ผูปวยสามารถ เขม แขง็ ทส่ี ดุ เทา นนั้ จึงจะอยูรอดได
รอบคอบถึงความรับผิดชอบในการเลี้ยงดู การ ปรึกษาอาการกับแพทย ไดทางโทรศัพทหรือสื่อ
ใหการศึกษา การอบรม และการวางอนาคต ตางๆ หรือการใหคําปรึกษาทางการแพทย ผาน วิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต จะทําใหโลกกาวหนา
ของเยาวชน อีกประการหน่ึงภาวะสังคมของ ระบบโทรคมนาคมตา งๆ เปนตน หรอื มนุษยต กตาํ่ ลง กนั แน
ประเทศพัฒนาแลวน้ันประชากรชายหรือหญิง -ระบบสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผูหญิงเริ่มมี
ตางก็มีอาชีพของตนเอง ผูหญิงไมไดมีภาวะตอง บทบาททางสังคมมากขึ้น ทําใหผูหญิงทีมี ชาลส ดารวิน นักวิทยาศาสตรชาวอังกฤษใน
พ่ึงพาสามีเปนผูเลี้ยงดูอีกตอไป สามารถยังชีพ ทัศนคติตอการแตงงานเปนดานลบ สงผลให คริสตศตวรรษท่ี 19 ผูซึ่งเปนผูเสนอทฤษฎี
ดวยตนเองได ดังน้ันจึงไมจําเปนตองขวนขวาย จาํ นวนประชากรวัยเด็กลดนอ ยลง วิวฒั นาการและผูต กเปน โจทกข องการกลาวอาง
หาคูครองเพื่อใหเล้ียงดูตน การแตงงานจึงลด แ ล ะ ยั ง ไ ด ชี้ ถึ ง ป ญ ห า ข อ ง ก า ร เ พิ่ ม ขึ้ น ข อ ง ของนักธุรกิจและนายทุน อีกทั้งยังเปนผูสราง
นอยลงไป คนโสดมีมากขึ้น ส่ิงเหลานี้ทําให ประชากรโลกหากประชากรยังคงเพิ่มข้ึนเรื่อยๆ กระแสความเปล่ียนแปลงครั้งยิ่งใหญของโลก
แนวโนม วา ในอนาคตประชากรจะลดลงเรอ่ื ย ๆ อีกดว ย ทฤษฎีอธิบายถึงปรากฏการณตางๆ ในสังคม
2. ประเทศกําลังพัฒนามีอัตราการเพิ่มประชา 1.ปญหาการขาดแคลนอาหารและทรัพยากร และแนวคิดในการจัดระเบียบสังคมในขณะน้ัน
สูงอยา งตอ เนอ่ื ง เมื่อประชากรเพิ่มข้ึนอยางมากอาหารและ ทําใหเกิดการเปลีย่ นแปลงทางความคิดของผูคน
ทรัพยากรตางๆ ยอมไมเพียงพอตอความ และสงั คมตะวนั ตกในชวงปลายคริสตศตวรรษที่
ในประเทศกําลังพัฒนากลับเปนไป ตองการ กอใหเกดิ การขาดแคลนในบางประเทศ 19 เปนตนมา เรียกวา “การปฏิวัติดารวิน” แต
ในทางตรงกันขามคือเพ่ิมมากข้ึนเรื่อย ๆ ทกี่ ําลงั พัฒนา ถึงจะนําไปกลาวอางในเชิงธุรกิจได แตก็
โดยเฉพาะชวงเวลาตั้งแตป พ.ศ.2493 เปนตน 2.ปญหาการเส่ือมโทรมของส่ิงแวดลอมทาง กอใหเกิดความไมพอใจเปนอยางมากในหมู
มามีอัตราการเพิ่มที่นาตกใจ แตต้ังแต พ.ศ. ธรรมชาติ เม่ือมีการขาดแคลนทรัพยากรเกิดข้ึน ศาสนิกชนทัง้ หลาย ทาํ ใหท ฤษฎวี วิ ฒั นาการของ
2543 เปนตนมาอัตราการเพ่ิมเร่ิมลดลงในกลุม ทําใหตองมีการบุกรุกปาไม เพ่ือที่จะหา ดารวินถูกโจมตีจากฝายเครงศาสนา เพราะขัด
ประเทศยุโรปตะวันออก เอเชีย และ ลาติน ทรัพยากร ทําใหเกิดการขาดพื้นที่ปาไม และ ตอหลักคําสอนในพระคัมภีรท่ีวา พระเจาเปน
อเมริกา ยกเวนทวีปแอฟริกา โดยอัตราการ เปน การทาํ ลายระบบนเิ วศน ผูสรางโลก สรางมนุษย และสรรพส่ิงท้ังมวล
ขยายตัวของประชากรโลกโดยเฉลี่ยในชวง 10 3.ปญหาดานคุณภาพชีวิตและสังคม เม่ือ มนุษยมิไดมีวิวัฒนาการมาจากลิงแตอยางใด
ปที่ผานมา อยูที่ 1.31% กลุมประเทศพัฒนา ทรัพยากรมีอยูอยางจํากัด แตประชากรกลับ แตอยางไรก็ตาม มีชาวคริสตเปนจํานวนมาก
แลวมีอัตราการเกิดเพียง 0.31% ขณะที่ เพ่ิมขึ้นอยาง มาก ทําใหเกิดการแยงชิง ทั้งฝายที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิกและนิกาย
แอฟริกาอัตราการเกิดมีอัตราเพิ่มลดลง แตยัง ทรัพยากรและการแขงขันทางสังคมสูงข้ึน โปรเตสแตนตเชื่อถือในทฤษฎีของดารวิน และ
ถือวาสูง ถึง 2.31% ประเทศจากทวีปแอฟริกา กอใหเกิดปญหาทางดานสังคม เชน การขาด สืบเนื่องจากเรื่องนี้ ทฤษฎีนี้ยังเปนตนตอแหง
ดั ง ก ล า ว ติ ด เ ข า ไ ป อ ยู ใ น ก ลุ ม ป ร ะ เ ท ศ ท่ี มี การศึกษา สุขภาพอนามัยไมดี ขาดแคลนที่อยู การออกลาอาณานิคมของเหลาอาณาประเทศ
ประชากรมาก 20 อันดับแรกจํานวนมากถึง 6 และ ปญหาการวางงาน ทางทวีปยุโรปอีกดวย โดยประเทศเหลาน้ีจะมี
ประเทศ คือ ไนจีเรีย คองโก เอธิโอเปย 4.ปญหาการขัดแยง ระหวา งประเทศประเทศที่มี
อียิปต ซูดาน ยูกานดา ประเทศเหลาน้ีถา การพัฒนาแลว บางประเทศมีนโยบายระบาย
พิจารณาถึงศักยภาพการเลี้ยงดูประชากรแลว ประชากรออก เพื่อแสวงหาอาณานิคมและ
จะพบวามีปญหาคอนขางสูง เปนประเทศ
ขนาดเล็ก มีทรัพยากรธรรมชาติไมมากนัก
และยังมีปญหาทางดานศักยภาพของทรัพยากร

ขาวสารทนั ใจ ด่ังรถไฟจากชานชาลา

หนา 6 วันพฤหสั บดที ่ี 13 พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช 2557

การอางถึงทฤษฎีของดารวิน วาคนผิวขาว โดนหลวงพอ ดา ดา นเทคโนโลยแี ละวิทยาศาสตรป ระยุกตซ่ึงชวย
เหนือกวาคนผิวดําและคนผิวเหลือง ทําใหเหลา พัฒนาการออกแบบเข็มทิศอีกดวย การท่ี
มหาอํานาจในยโุ รปแขงขนั กันลา อาณานิคมที่ลา (ตอจากหนา 1) ทางไปยังโรมเพื่อตอสูขอ ผลงานของกาลิเลโอสนับสนุนแนวคิดของ
หลงั ในชวงปลายคริสตศตวรรษที่ 19 เปนตนมา กลาวหา แตในป ค.ศ. 1616 พระคารดินัล โร โคเปอรนิคัสกลายเปนตนเหตุของการถกเถียง
เปนผลใหมีเกิดการขยายตัวของลัทธิจักรวรรดิ แบรโต เบลลารมิโน ไดมอบเอกสารส่ังหามกับ หลายตอหลายคร้ังในชีวิตของเขา เพราะ
นิยมอยางกวางขวาง และทฤษฎีน้ีก็ยอมไมพน กาลิเลโอเปนการสวนตัว มิใหเขาไปเกี่ยวของ แนวคิดเรื่องโลกเปนศูนยกลางของจักรวาลน้ัน
จากการถูกนําไปอางโดย “นายหนวดจิ๋ม” แหง หรอื สอนหนังสือเกี่ยวกบั ทฤษฎดี าราศาสตรของ เปนแนวคิดหลักมานานแสนนานนับแตยุคของ
พร ร ค น า ซี ห รื อ นา ย ฮิต เ ล อร นั้ น ก็ไ ด ใ ช โคเปอรนิคัสอีก1 ระหวางป 1621 ถึง 1622 กา อริสโตเติล การเปล่ียนแนวคิดใหมวาดวง
ลิเลโอเขียนหนังสือเลมแรกของเขา คือ "อิลซัจ อาทิตยเปนศูนยกลางของจักรวาลโดยมีขอมูล
นายฮิตเลอรผูนําพรรคนาซี จาโตเร" (Il Saggiatore หมายถึง นักวิเคราะห) สังเกตการณทางวิทยาศาสตรอยางชัดเจนจาก
กบั การรมแกสยวิ 6,000,000 คน ตอมาไดรับอนุญาตใหพิมพเผยแพรไดในป ค.ศ. กาลิเลโอชวยสนับสนุน ทําใหคริสตจักร
1623 กาลิเลโอเดินทางกลับไปโรมอีกครั้งในป โรมนั คาทอลิกตอ งออกกฎใหแ นวคิดเชนนั้นเปน
“มาตรการแกปญหาชาวยิวคร้ังสุดทาย” (Final ค.ศ. 1630 เพ่ือขออนุญาตตีพิมพหนังสือ สิ่งตองหาม เพราะขัดแยงกับการตีความตาม
Solution) กําจัดชาวยิวท่ัวยุโรปไปถึงเกือบ "Dialogue Concerning the Two Chief พระคัมภีร กาลิเลโอถูกบังคับใหปฏิเสธความ
6,000,000 คน แลวอางเร่ืองความเหนือกวา World Systems" (บทสนทนาวาดวยโลกสอง เช่ือเรื่องดวงอาทิตยเปนศูนยกลาง อีกทั้งยังถูก
ของเผาพันธุที่เกิดจาก "การเลือกสรรของ ระบบ) ตอมาไดพิมพเผยแพรในฟลอเรนซในป ส่งั หามสอนเกี่ยวกับทฤษฎีของโคเปอรนีคัสและ
ธรรมชาติ" เปนการ สรางความชอบธรรมใหแก 1632 อยางไรก็ดี ในเดือนตุลาคมปเดียวกันนั้น สั่งประกาศวาหนังสือของเขาเปนหนังสือหอง
คนขาวในการทําสงครามและเขนฆาคนสีผิว เขาไดรับคําสั่งใหไปใหการตอหนาศาลศาสนาท่ี หามอีกดวย ทําใหเขาตองใชชีวิตที่เหลืออยูใน
อื่นๆไดอ ยางหนาตาเฉย แตอยางไรกด็ ที ามกลาง กรงุ โรม บานกักตัวในความควบคุมของศาลศาสนาโรมัน
ขอเสียทั้งหลายก็ยอมมีขอดีบาง ทฤษฎี ในบั้นปลายชีวิตกาลิเลโอยังตองทุกขทรมาน
วิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของดารวินไดเปนแรง กาลิเลโอ กาลิเลอีเปนชาวทัสกันหรือชาว จากโรคไสเลื่อนและโรคนอนไมหลับ ตอมาเขา
กระตุนใหเกิดความกาวหนาทางวิทยาศาสตร อิตาลี ซึ่งมีบทบาทสําคัญอยางย่ิงในการปฏิวัติ จึงไดรับอนุญาตใหไปยังฟลอเรนซไดเพื่อรักษา
อยางมากในเวลาตอมา ไดมีการคนพบทฤษฎี วิทยาศาสตร ผลงานของกาลิเลโอมีมากมาย ตัว เขายังคงออกตอนรับผูมาเยี่ยมเยือนอยู
พืชและสัตวใหมๆ นักชีววิทยาที่สําคัญท่ีประสบ งานท่ีโดดเดนเชนการพัฒนาเทคนิคของกลอง เสมอตราบจนป ค.ศ. 1642 ซึ่งเขาเสียชีวิตดวย
ความสําเร็จในการทดลองคนควางานทาง โทรทรรศนแ ละผลสงั เกตการณท างดาราศาสตร อาการไขสูงและหัวใจลมเหลว ซึ่งเปนการปด
พันธุกรรมไดแก เกรเกอร เมนเดล (Greger ฉากชีวิตของบิดาแหงวิทยาศาสตรอยางกาลิ
Mendel ค.ศ.1822 - 1884) ผูคนพบวิธีการ กาลเิ ลโอ กับ กลองโทรทรรศนข องเขา เลโอ กาลิเลอี ไปอยางนาสลดใจ แตงานและ
ถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากส่ิงมีชีวิตรุน แนวคิดของเขาก็ไดถูกพิสูจนวาถูกตองใน
หน่ึงไปยังรุนตอไป จากนั้นตอมา นักชีววิทยาก็ ที่สําคัญจากกลองโทรทรรศนท่ีพัฒนามากข้ึน ภายหลังและไดคงอยูในแบบเรียนของพวกเรา
ค น พ บ ว า ดี เ อ็ น เ อ ซ่ึ ง เ ป น ส า ร เ ค มี ที่ พ บ ใ น งานของเขาชวยสนับสนุนแนวคิดของโคเปอร ตอไปตราบนานเทานาน...
โครโมโซม ทําหนาท่ีสืบสานลักษณะทาง นิคัสอยางชัดเจนท่ีสุด กาลิเลโอไดรับขนานนาม
พนั ธกุ รรมจากส่ิงมชี ีวิตรนุ หนงึ่ ไปยงั รนุ ตอ ไป วาเปน "บิดาแหงดาราศาสตรสมัยใหม" "บิดา กาลิเลโอ กาลเิ ลอี จะถูกจดจําในฐานะ
จึงอาจกลาวไดวาคํากลาวของดารวินท่ีวา แหงฟสิกสสมัยใหม" "บิดาแหงวิทยาศาสตร” บดิ าแหงวทิ ยาศาสตรตลอดไป
สิ่ ง มี ชี วิ ต ต า ง ไ ด รั บ ก า ร ถ า ย ท อ ด ลั ก ษ ณ ะ และ "บิดาแหงวิทยาศาสตรยุคใหม“ และ
บางอยางมาจากบรรพบุรุษน้ัน ไดรับการ การศึกษาการเคล่ือนท่ขี องวัตถุท่ีมีความเรงคงท่ี ผูจดั ทาํ
ส นั บ ส นุ น จ า ก ผ ล ง า น ก า ร ค น ค ว า ท า ง ซึ่งสอนกันอยูทั่วไปในระดับมัธยมศึกษาและ
วิทยาศาสตรท ี่มีมาอยา งตอเนอื่ งจนถึงปจจุบัน... เปนพื้นฐานสําคัญของวิชาฟสิกสก็เปนผลงาน นายภทั รพล รม เพชร ม.5/4 เลขที่ 6
ของกาลิเลโอ รูจักกันในเวลาตอมาในฐานะวิชา นายณัฐกิตติ์ ถน่ิ จวงจนั ทร ม.5/4 เลขที่ 13
เกรเกอร เมนเดล กับ จลนศาสตร งานศึกษาดานดาราศาสตรที่สําคัญ นายมนัสวี โพธ์ิถนอม ม.5/4 เลขท่ี 23
ตน ถว่ั และการถา ยทอด ของกาลิเลโอไดแก การใชกลองโทรทรรศน นายศุภเดช อตั ตสิริลักษณ ม.5/4 เลขที่ 25
ลกั ษณะทางพันธุกรรม สังเกตการณคาบปรากฏของดาวศุกร การ
คนพบดาวบริวารของดาวพฤหัสบดี ซ่ึงตอมาต้ัง
ของตน ถวั่ ของเขา ช่ือเปนเกียรติแกเขาวา ดวงจันทรกาลิเลียน
รวมถึงการสังเกตการณและการตีความจากการ
พบจุดดับบนดวงอาทิตย กาลิเลโอยังมีผลงาน


Click to View FlipBook Version