ภาคผนวก ก
แบบเสนอโครงงาน
โครงงานศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหน่ายขนม
กะหรี่ปั๊บ กรณศี ึกษารา้ นขนมบา้ นหาด ตาบลหาดสองแคว
อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
แบแบบขบอ้ขเ้อสเนสอนโอคโรคงรงงางนาน
โครงงานการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหน่ายขนมกะหร่ปี ๊ับ
ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จงั หวดั อุตรดิตถ์
1. ชื่อโครงงาน
โครงงานการศกึ ษาต๎นทนุ และผลตอบแทนการผลติ และจาหนํายขนมกะหร่ีป๊ับ
กรณีศกึ ษา รา๎ นขนมบา๎ นหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวดั อตุ รดิตถ์
2. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงงาน
2.1 ทีป่ รึกษาโครงงาน
นางเบญจพร อา่ แจ๎ง สาขาวชิ าการบญั ชี
2.2 ผ้จู ัดทาโครงงาน
นายชวลิต เกิดแก๎ว ปวส.2/2 สาขาวชิ าการบญั ชี เลขที่ 6
นางสาวณชิ นันทน์ เมอื งจันทร์ ปวส.2/2 สาขาวชิ าการบญั ชี เลขที่ 11
นางสาวศศิธร บุญสภุ า ปวส.2/2 สาขาวิชาการบัญชี เลขท่ี 27
3. ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา
ขนมกะหร่ีปั๊บ เป็นขนมที่มีลักษณะโดดเดํนเฉพาะตัว นั่นก็คือ มีรูปทรงพับเป็นรูปคล๎ายหอย
และสอดไส๎ดว๎ ยเครื่องปรุงนานาชนิด เชํน ไกํ ถ่ัว เผือก เป็นต๎น ของวํางชนิดหนึ่งท่ีนวดแป้งสาลีเป็น
แผํนกลม หํอกับไส๎ท่ีผสมด๎วยผงกะหรี่ พับคร่ึงแล๎วจีบพับริมแป้งให๎เป็นเกลียวแล๎วทอดในน้ามัน เป็น
อาหารตะวันตกผสมอินเดียซง่ึ เปน็ ทน่ี ยิ มของชาวมสุ ลิมในประเทศไทย คาดวาํ ท๎าวทองกีบม๎าคิดค๎นขึ้น
ตอนแรกใช๎ชื่อวํา curry puff (พัฟฟ์ผงกะหร่ี) ตํอมาได๎เพ้ียนมาเป็น กะหรี่พัฟฟ์ และเพ้ียนเป็น
กะหรี่ป๊ับในท่ีสุด ขนมกะหรี่ป๊ับนั้นเป็นขนมท่ีนิยมทากินกันมาตั้งแตํโบราณในหลายภูมิภาคของไทย
ขนมกะหรี่ป๊บั จะตอ๎ งอาศัยความชานาญความประณีต บรรจง เพื่อให๎เกิดความสวยงามและการรักษา
ความสะอาดเพ่ือให๎ถูกสุขอนามัย ดังน้ันการทาขนมกะหรี่ป๊ับเปรียบเสมือนเป็นทั้ง”ศาสตร์” และ
“ศิลป์” ในตัวของมันเอง ขนมกะหร่ีปั๊บเป็นอาหารวํางชนิดหน่ึง เป็นได๎ท้ังอาหารวํางคาวหรืออาหาร
วํางหวาน คํอนข๎างนิยมและเป็นท่ีรู๎จักของผ๎ูบริโภค สามารถกินได๎ท้ังเด็กและผ๎ูใหญํ สํวนของไส๎จะมี
รสเคม็ หวาน สวํ นแปง้ จะกรอบและเป็นช้ันสวยงาม
จังหวัดอุตรดิตถ์ ตาบลหาดสองแคว เป็นตาบลท่ีมีวัฒนธรรมชุมชนลาวเวียงซ่ึงมีกิจกรรมการ
ทํองเท่ียวในชุมชนเพ่ือศึกษางาน รวมไปถึงอาหารพื้นบ๎าน และขนม ซึ่งตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน
จังหวัดอุตรดิตถ์ ได๎ศึกษาและลองทา ทาให๎เกิดเป็นอาชีพเพื่อเป็นการสร๎างรายได๎ให๎แกํครอบครัวทา
ให๎เกิดเป็นอาชีพและมีรายได๎ กลํุมผ๎ูศึกษาจึงได๎สอบถามข๎อมูลร๎านขนมบ๎านหาด ในหมูํบ๎านหาดสอง
แคว ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อให๎การดาเนินธุรกิจขนมบ๎านหาดประสบ
ผลสาเร็จ ผู๎ประกอบการจึงควรทราบข๎อมูลและรายละเอียดในการดาเนินธุรกิจด๎านต๎นทุนและ
ผลตอบแทนในการลงทุน
ดังนั้น กลุํมผ๎ูจัดทาโครงงาน การศึกษาต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหนํายขนม
กะหร่ีป๊ับ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อจะทา
ให๎ทราบต๎นทุนที่แท๎จริง และผลตอบแทนที่ได๎รับจากการทาขนมกะหร่ีป๊ับ การตัดสินใจสาหรับผ๎ูท่ีมี
ความสนใจในการทาขนมกะหร่ปี ับ๊ และสามารถนาความรทู๎ ี่ได๎รบั ไปพฒั นาตํอยอดตํอไปได๎
4. คาถามการศึกษา
4.1 ประวติ คิ วามเปน็ มาของกิจการ
4.2 วัตถดุ บิ ท่ใี ชใ๎ นการทาขนมกะหร่ปี บ๊ั มีอะไรบ๎าง
4.3 ตน๎ ทุนในการทาขนมกะหรี่ปับ๊ มอี ะไรบา๎ ง
4.4 อุปกรณใ์ นการทามอี ะไรบา๎ ง
4.5 ชํองทางก่จี าหนาํ ยมชี ํองทางไหนบา๎ ง
5. วัตถุประสงค์โครงการ
5.1 เพ่ือศึกษาต๎นทุนการผลิตและจาหนํายขนมกะหรี่ปั๊บ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว
อาเภอตรอน จงั หวดั อตุ รดิตถ์
5.2 เพือ่ ศกึ ษาผลตอบแทนการผลิตและจาหนํายขนมกะหรี่ปั๊บ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสอง
แคว อาเภอตรอน จังหวดั อตุ รดิตถ์
6. ขอบเขตโครงงาน
6.1 ขอบเขตดา้ นเน้ือหา
ในการศึกษาคร้ังนี้เป็นงานวิจันเชิงคุณภาพ เพ่ือศึกษาต๎นทุนและผลตอบแทนของการผลิต
และจาหนํายขนมกะหร่ีปั๊บ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด บ๎านเลขท่ี 97 หมูํ 3 หมํูบ๎านหาดสองแคว
อาเภอตรอน จังหวัดอตุ รดิตถ์
6.1.1 การรับรู๎ถึงปัญหาด๎านต๎นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตและจาหนํายขนม
กะหรปี่ ั๊บ
6.1.2 การหาข๎อมูลเกี่ยวกับต๎นทุนด๎านวัตถุดิบ คําแรงงาน คําใช๎จํายในการผลิตและเงิน
หมุนเวียนของกจิ การ
6.1.3 การจัดทาแบบฟอร์มเพื่อจัดเก็บข๎อมูลเก่ียวกับต๎นทุนการผลิตและจาหนํายขนม
กะหรป่ี ั๊บ
6.1.4 การรบั รู๎ถงึ ต๎นทุนและผลตอบแทนของกจิ การผลติ และจาหนํายขนมกะหรปี่ ับ๊
6.2 ขอบเขตดา้ นประชากร
ผป๎ู ระกอบการกจิ การผลติ และจาหนํายขนมกะหรี่ป๊ับ ร๎านขนมบ๎านหาด ของนางสาว
นริศรา วันชม บ๎านเลขท่ี 97 หมูํ 3 ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ มีพนักงาน
จานวน 2 คนดงั นี้
6.2.1 นางสาวนรศิ รา วันชม ตาแหนงํ เจ๎าของกิจการ
6.2.2. นายนริ ทุ ธิ์ เมํนต๎นสาย ตาแหนงํ พนักงาน
6.3 ขอบเขตด้านระยะเวลา
ระยะเวลาในการดาเนินงานต้ังแตํเดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ถึงเดอื น กมุ ภาพันธ์
พ.ศ. 2565
6.4 ขอบเขตด้านสถานท่ี
6.4.1 บา๎ นเลขที่ 97 หมํู 3 ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
7. ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะได้รบั
7.1 ทราบถึงต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหนํายขนมกะหร่ปี ั๊บ
7.2 ทราบถงึ กระบวนการผลิตและจาหนํายขนมกะหรีป่ ๊ับ
7.3 นาความร๎ดู ๎านวชิ าชีพมาแกไ๎ ขปญั หาไดอ๎ ยํางถูกต๎อง
8. แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ัยท่ีเกี่ยวขอ้ ง
8.1 หลกั การ แนวคิด และทฤษฎี
8.1.1 ความหมายและความสาคัญของการจัดทาบัญชี
ความหมายของการบัญชีนัน้ ไดม๎ หี นํวยงานตาํ ง ๆ ได๎ให๎คาจากัดความของคาวํา “การ
บญั ชี ไวห๎ ลายหนวํ ยงานดว๎ ยกัน เชนํ
สมาคมผ๎ูสอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Institute
of Certified Public Accountants: AICPA) ได๎ให๎คาจากัดความและ ความหมายของการบัญชีไว๎วํา
“การบัญชี หมายถึง การจดบนั ทกึ การจาแนก การสรปุ ผลและการรายงานเหตุการณ์เก่ียวกับการเงิน
โดยใช๎หนวํ ยเงนิ ตรา รวมทง้ั การแปลความหมายของผลการปฏิบตั ิดงั กลาํ วด๎วย
สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะอนุกรรมการบัญญัติศัพท์บัญชีได๎ให๎คา
นิยาม ของการบัญชีไว๎ดังน้ี “การบัญชีหมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จาแนก และทา
สรปุ ข๎อมูลอันเก่ยี วกบั เหตุการณท์ างเศรษฐกิจในรูปตัวเงินผลงานขั้นสุดท๎ายของการบัญชีก็คือการให๎
ขอ๎ มลู ทางการเงนิ ซ่งึ เป็นประโยชน์แกํบุคคลหลายฝ่าย และผู๎ทีส่ นใจในกจิ กรรมของกจิ การ
จากความหมายตําง ๆ ของการบัญชีสรุปได๎วํา การบัญชี หมายถึง การเก็บรวมรวม
ข๎อมูล หลักฐานเอกสารการจดบันทึกรายการหรือเหตุการณ์ท่ีมีคําเป็นหนํวยเงินตราได๎ การจาแนก
หมวดหมแูํ ละการจัดทารายสรปุ ผลออกมาในรปู ของหนวํ ยเงินตราไว๎อยาํ งเปน็ ระบบประโยชน์ของการ
บัญชี สามารถสรุปเป็นกระบวนการแสดงในภาพ
การรวบรวม การจกบันทึก การประมวลผล การสือ่ สารและ
ขอ๎ มูล รายการบญั ชี และสรุปผล เผยแพรขํ ๎อมลู
8.1.2 ความหมายและความสาคญั ของธรุ กจิ
8.1.2.1 ความหมายของธุรกิจ หมายถึง กิจกรรมตําง ๆ ท่ีเก่ียวข๎องกับการผลิต
การจัดจาหนําย และการบริการ โดยภายในหนํวยงานหรือธุรกิจนั้น ๆ มีการนาทรัพยากรท่ีมีอยูํมา
ผสมผสานกันอยํางมีระบบ มีระเบียบตามกฎเกณฑ์ เพ่ือตอบสนองความต๎องการของประชาชนหรือ
ผูบ๎ ริโภค ในขณะเดียวกันก็ กอํ ให๎เกิดผลประโยชนห์ รือบรรลุตามเป้าหมายของธุรกิจ และไมํกํอให๎เกิด
มลภาวะทีไ่ มํดี ตํอสง่ิ แวดลอ๎ ม
8.1.2.2 องค์ประกอบของกิจกรรมทางธุรกิจ หมายถึง ของธุรกิจจะเห็นได๎วําธุรกิจ
จะดาเนนิ ไดน๎ ัน้ ตอ๎ งมกี ารนากิจกรรมหลาย ๆ อยาํ งมาประสานกัน ซงึ่ กิจกรรมนั้น ๆ ก็คือ การกาหนด
หนา๎ ทีค่ วามรับผดิ ชอบภายในธุรกิจนั้นเอง
หน๎าท่ีทางธุรกิจ หมายถึง การดาเนินกิจกรรมตําง ๆ ท่ีจะผสมผสานทรัพยากรท่ีมีอยูํภายใน
ธุรกิจหรือหนํวยงานเข๎าด๎วยกันอยํางมีระเบียบกฎเกณฑ์ และสอดคล๎องกับสภาวะแวดล๎อมเพื่อให๎
สินคา๎ หรอื บริการท่ีเกดิ ขึ้นตรงกบั ความต๎องการของผบู๎ รโิ ภค
ทรัพยากร (Resource) ที่หนวํ ยงานมีอยูํ คือ วสั ดุ อุปกรณ์ หรือสินทรัพย์ตําง ๆ ท่ีหนํวยงาน
ใช๎ในการดาเนินงาน ซงึ่ แบงํ ออกเป็น 4 ประเภทหรอื 4 M's อันประกอบด๎วย
1. คน (Man) เป็นทรพั ยากรแรกที่กอํ ให๎เกิดการดาเนินงานภายในธรุ กจิ ซึ่งนับรวม
ทั้งฝา่ ยบรหิ ารและฝา่ ยปฏิบตั กิ าร
2. เงนิ ทนุ (Money or Capital) คอื สนิ ทรัพยท์ ีจ่ ะนามาใชใ๎ นการดาเนินธุรกิจอาจ
จะอยใํู นรปู ของเงินสดหรอื สนิ ทรพั ยอ์ ่ืน ๆ กไ็ ด๎
3. วตั ถดุ บิ หรอื อปุ กรณ์ (Material) อาจจะเปน็ รูปของวัตถุดบิ ถ๎าธุรกิจนั้นเป็นธรุ กิจ
การผลิต เชนํ เคร่อื งจกั รกล วัสดุ อะไหลตํ ําง ๆ หรอื อาจใชใ๎ นการดาเนินงานให๎ประสบผลสาเรจ็ ได๎
4. การบรหิ ารงานหรอื การจดั การ (Management) คอื กระบวนการหรือขน้ั ตอน
ในการนาคน เงินทุน และวัตถุดิบหรือวัสดุอุปกรณ์ มาดาเนินงานให๎เกิดประโยชน์สูงสุด การดาเนิน
ของหน๎าท่ีภายในธุรกิจ เพ่ือให๎ทรัพยากรประสานกันอยํางมีประสิทธิภาพ จึงต๎อง แบํงหน๎าท่ีตําง ๆ
ออกเป็น 5 หน๎าที่ ดังนี้
1. หน๎าท่เี ก่ียวกับการผลติ (Production Function)
2. หน๎าท่เี กย่ี วกับการตลาด (Marketing Function)
3. หน๎าทเ่ี กี่ยวกับการเงิน (Financial Function)
4. หนา๎ ที่เกย่ี วกับการบัญชี (Accounting Function)
5. หนา๎ ที่เกีย่ วกับบุคคลากร (Personal Function)
8.1.3 การสร้างความสัมพันธ์ของกิจกรรมทางธุรกิจ หมายถึง หน๎าท่ีของธุรกิจทุกหน๎าท่ี
จะต๎องมีการทากิจกรรมท่ปี ระสานกัน เพื่อใหก๎ ารปฏบิ ัตงิ านภายใน ธุรกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมํุง
ไปสูํเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งหน๎าที่ตําง ๆ เหลํานั้นจะประสานกันได๎ ต๎องมีการจัดโครงสร๎าง
องค์กรท่ชี ัดเจน พร๎อมทง้ั กาหนดหน๎าทีค่ วามรับผดิ ชอบของตาแหลงํ นัน้ ๆ
8.1.4 การจัดโครงสร้างขององค์กร (Organization Structure) หมายถึง รูปแบบของ
แผนงานภายในองค์กรท่ีมีการกาหนดขึ้นเป็นตาแหนํงตําง ๆ พร๎อมระบุ หน๎าที่ความรับผิดชอบของ
ตาแหนํงนั้น ๆ ทาให๎บุคคลผู๎ที่ดารงตาแหนํงสามารถปฏิบัติงานได๎ทั้งใน หน๎าที่ของตนแล ะใน
หน๎าท่ีที่ต๎องประสานกบั ฝ่ายอ่นื ๆ เพ่อื กํอให๎เกิดความสัมพันธ์กนั ภายในองคก์ ร โดยแตํละฝ่ายมีหน๎าที่
ความรับผิดชอบเป็นไปตามระเบียบกฎเกณฑ์เดียวกันเพื่อให๎งานบรรลุ วัตถุประสงค์ของกิจการ
โครงสรา๎ งขององค์กรโดยท่ัวไปประกอบด๎วย
1. มีการกาหนดหน๎าท่ีความรับผิดชอบที่ชัดเจนเพ่ือมอบหมายให๎บุคคลหรือกลํุม
บคุ คล ปฏบิ ตั งิ าน
2. มอบหมายงานที่กาหนดไวต๎ ามขอ๎ 1 อาจจะเปน็ รายบคุ คลหรือกลมํุ บุคคล
3. กาหนดความรับผิดชอบของแตํละหน๎าท่ี เพ่ือให๎ผู๎ปฏิบัติรู๎ขอบเขตของหนํวยงาน
ทีต่ อ๎ ง ปฏิบัติ
4. จัดให๎มีเอกภาพในการบังคับบัญชา โดยการกาหนดอานาจหน๎าท่ีให๎กับกลุํม
ผู๎ปฏิบตั งิ าน ชํวยกนั ดแู ล ปรกึ ษาหารือรวํ มกนั เพือ่ ให๎การดาเนนิ งานไปสูํเปา้ หมายทวี่ างไว๎
โครงสร๎างขององคก์ รโดยทั่วไปมีอยํู 2 ลักษณะคือ
1. โครงสร๎างท่ีเป็นทางการ (Formal Organization Structure) มีการกาหนด
รปู แบบการ
จัดกิจกรรมตําง ๆ ท่ีชัดเจน มีผ๎ูรับผิดชอบในแตํละกลํุม มีการปฏิบัติงานรํวมกันอยํางมีระเบียบแบบ
แผนและในองคก์ รมักจะมแี ผนภมู โิ ครงสรา๎ งแสดงไว๎ให๎เหน็
2. โครงสร๎างท่ีไมํเป็นทางการ (Informat Organization Structure) เป็น
โครงสร๎างท่ีไมํมี รูปแบบที่ชัดเจน ไมํมีการกาหนดหน๎าที่ความรับผิดชอบ ไมํมีการกาหนดกฎระเบียบ
ใด ๆ แตํละบุคคล ในองค์กรจะปฏิบัติงานโดยชํวยเหลือซ่ึงกันและกัน โครงสร๎างลักษณะน้ีมักเกิดข้ึน
ในธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจภายในครอบครัว ใช๎ความสัมพันธ์สํวนตัวในการชํวยกันทางาน แตํใน
ธุรกิจขนาดใหญํก็จะมี โครงสร๎างที่ไมํเป็นทางการ เชํน พนักงานท่ีเรียนจบมาจากสถาบันเดียวกัน
ทางานอยใํู นบริษัทเดียวกัน ทาให๎เกิดการรวมกลุํมทาให๎เกิดความสนิทสนมรักใครํกันเม่ืองานมีปัญหา
กจ็ ะชวํ ยกนั แกไ๎ ขรํวมกัน สรา๎ งสรรคง์ านใหไ๎ ปสเํู ป้าหมายได๎
8.1.5 ประโยชนข์ องการจดั โครงสร้างภายในองค์กร
8.1.5.1 ชํวยใหผ๎ ๎ูปฏิบตั ิงานร๎ูจักขอบขาํ ยของหนา๎ ที่ความรบั ผิดชอบทีต่ ๎องปฏบิ ัติ
8.1.5.2 เป็นเครือ่ งมอื ในการสงั่ การและกาหนดหนา๎ ที่ความรับผดิ ชอบให๎กับบุคคลใน
องค์กร
8.1.5.3 กอํ ให๎เกดิ วิธกี ารทจ่ี ะปฏบิ ตั ิงานรวํ มกนั
8.1.5.4 เสรมิ สร๎างขวญั และกาลังใจให๎ผู๎ปฏบิ ัตมิ คี วามกระตอื รือร๎นในการปฏิบตั ิงาน
8.1.6 ความสมั พันธภ์ ายในองคก์ ร (Organization Relationship)
ในองค์กรแตํละองค์กรมีการแบํงหน๎าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนหรือจะไมํมีการแบํง
หน๎าที่ แตํทุกคนที่อยูํในองค์กรตํางก็มีวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงานเหมือนกันคือความสาเร็จของ
องค์กร ความสาเร็จจะเกิดขึ้นได๎น้ันทุกคน ทุกตาแหนํงหน๎าที่จะต๎องมีความสัมพันธ์กันเพื่อรํวมมือกัน
ปฏิบัตงิ านให๎เกิดประสทิ ธภิ าพสงู สดุ จากการกาหนดโครงสรา๎ งขององค์กรพอจะแบํงความสัมพันธ์ออก
ไดด๎ งั น้ี
1. ความสัมพันธ์ทเ่ี ป็นทางการ (Formal Relationship) ความสมั พันธ์ที่เกิดขึ้นโดย
ตาแหนํง หน๎าที่ เชํน พนักงานขายกับผู๎อานวยการฝ่ายการตลาด ในที่นี้พนักงานขายมีความสัมพันธ์
ในบทบาท ของผใู๎ ตบ๎ ังคับบัญชา
2. ความสัมพันธ์ที่ไมํเป็นทางการ (Informal Relationship) ความสัมพันธ์สํวนตัว
ไมํเกี่ยวกับตาแหนํงงาน แตํความสัมพันธ์ในลักษณะน้ีก็จะมีผลตํอการปฏิบัติงาน เชํน ผ๎ูอานวยการ
ฝ่ายการตลาดกับพนักงานขายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นทางการ แตํในขณะเดียวกันบุคคลท้ังสองอาจ
จบ การศึกษามาจากสถาบันเดียวกนั นับถอื เป็นรุนํ พร่ี ุนํ น๎องกนั นบั เปน็ ความสมั พันธท์ ีไ่ มเํ ป็นทางการ
ดังน้ัน ธุรกิจตําง ๆ จึงมีความสัมพันธ์ท้ังสองลักษณะควบคูํกัน กํอให๎เกิดความ
รํวมมอื กนั มผี ลทาให๎งานในธุรกจิ นั้นมีความก๎าวหนา๎ เจรญิ เตบิ โตและมกี าไรเพม่ิ ขนึ้ อยํางตํอเนือ่ ง
ความสาคญั ของธรุ กิจ
ธุรกิจเป็นองค์กรท่ีจัดตั้งข้ึนเพ่ือดาเนินงานในการสนองความต๎องการของ
ผู๎บริโภคหรือ ประชาชนโดยนาทรัพยากรตําง ๆ มาเข๎ากระบวนการที่เรียกวํา "การดาเนินธุรกิจ" ซึ่ง
ธรุ กจิ เหลาํ นน้ั มีผลตอํ การพัฒนาประเทศและสงั คมดังนี้
1. การดาเนนิ งานของธุรกจิ กํอให๎เกิดการนาทรัพยากรของประเทศมาใช๎ให๎เกิด
ประโยชน์
2. ชํวยให๎ผู๎บริโภคหรือประชาชนได๎ใช๎สินค๎าหรือบริการ เพื่อพัฒนาความ
เปน็ อยูํของตนเองสงู สดุ ใหด๎ ขี ึ้น
3. ธุรกิจตําง ๆ ชํวยขจัดปัญหาการวํางงาน และชํวยกระจายรายได๎ไปสูํ
ประชาชน
4. ชํวยเพ่ิมพนู รายไดใ๎ หก๎ บั ประเทศในรูปแบบของภาษีอากร
5. ประชาชนหรือผ๎ูบริโภคมีโอกาสได๎เลือกสินค๎าหรือบริการท่ีสนองความพึง
พอใจสูงสุดได๎ เพราะธุรกจิ ตาํ ง ๆ มีการแขงํ ขันกัน เพอื่ พัฒนาสินคา๎ หรอื บริการ
6. ประเทศสามารถนาภาษีอากรทจ่ี ัดเก็บไปพฒั นาประเทศได๎
8.1.7 ความรู้ท่ัวไปเกย่ี วกบั ขนมกะหรี่ปับ๊
ขนมจัดเปน็ อาหารท่ีคกํู ับสารับขา๎ วไทยมาต้ังแตํครง้ั โบราณ โดยใช๎คาวํา สารับกับข๎าว
คาว-หวาน โดยทั่ว ไปประชาชนจะทาน ขนมเฉพาะในงานเลี้ยงนับตั้งแตํการทาบุญเล้ียงพระงาน
มงคลและงานพิธีการอาหารหวานที่จัดเป็นสารับจะต๎องประกอบด๎วยของหวานอยํางน๎อย 5 ส่ิง ซ่ึง
ตอ๎ งเลือกใหม๎ รี สชาติ สสี นั ชนดิ ตลอดจนลกั ษณะทก่ี ลมกลนื กนั แตํละสารับจะต๎องมีผลไม๎ 10 ท่ี และ
ขนมเป็นน๎า 1 ท่ีเสมอ สมัยสุโขทัยขนมไทยมีที่มาคํูกับ ชนชาติไทยจากประวัติศาสตร์ท่ีติดตํอค๎าขาย
กับตํางประเทศคือ จีนและอินเดียในสมัยสุโขทัย มีสํวนชํวยสํงเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ด๎าน
อาหารการกินรํวมไปด๎วย สมัยอยุธยา เริ่มมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับ ตํางประเทศท้ังชาติตะวันออก
และตะวนั ตกไทยเรายง่ิ รบั เอาวัฒนธรรมด๎านอาหารของชาติตาํ ง ๆ มาดดั แปลงให๎เหมาะสมกับ สภาพ
ความเปน็ อยูํเครื่องมือเครื่องใช๎วัตถุดิบที่หาได๎ตลอดจนนิสัยการบริโภคของคนไทยเองจนบางทีคนรุํน
หลังแทบจะแยกไมํออกเลยวําอะไรคือขนมไทยแท๎ ๆ อะไรท่ีเรายืมเค๎ามา เชํน ทองหยิบ ทองหยอด
และฝอยทอง หลายทํานอาจคิดวําเป็นของไทยแท๎ ๆ แตํความจริงแล๎วมีต๎นกาเนิดจากประเทศ
โปรตุเกส โดย"มารีกีมาร"์ หรือ"ท๎าวทองกบี มา๎ ซ่ึงมารีกีมาร์" เกิดเม่ือพ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 แตํ
บางแหงํ ก็วําพ.ศ. 2209 โดยยึดหลกั จากการแตํงงานของเธอที่มี ขึ้นใน ปี พ.ศ. 2225 และขณะนั้นมา
รีกีมาร์มีอายุเพียง 16 ปี บิดาชื่อ "ฟานิก (Phanick)" เป็นลูกครึ่งญ่ีปุ่นผสมแขกเบงกอลผ๎ูเครํงศาสนา
สํวนมารดาชอื่ "อรุ สลุ ายามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมเี ชื่อสายญี่ปุ่นผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่น
ฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเข๎ามาเป็นทหารอาสา ในแผํนดินพระบาทสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราชไมํนานนักชีวิตชํวงหน่ึงของ "ท๎าวทองกีบม๎า" ได๎เข๎าไปรับราชการในพระราชวัง
ตาแหนํง "หัวหน๎าห๎องเคร่ืองต๎น"ดูแลเครื่องเงินเคร่ืองทองของหลวง เป็นหัวหน๎าเก็บพระภูษาฉลอง
พระองคแ์ ละเก็บผลไม๎ข๎องเสวย มีพนักงานอยใํู ตบ๎ ังคับบัญชาเป็นหญิงล๎วน จานวน 2,000 คน ซึ่งเธอ
ก็ทางานด๎วยความซ่ือสัตย์ สุจริต เป็นที่ช่ืนชมยกยํองมีเงินคืนทองพระคลังปีละมาก ๆ ระหวํางท่ีรับ
ราชการนี่เอง มารีกีมาร์ได๎สอนการทาขนมหวานจาพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุทอง
โปรํงขนมผิงและอื่นๆ ให๎แกํผู๎ทางานอยํูกับเธอและสาว ๆ เหลําน้ันได๎นา มาถํายทอดตํอมายังแตํละ
ครอบครัวกระจายไปในหมูํคนไทยมาจนปัจจุบันน้ันถึงแม๎วํา"มารีกีมาร์"หรือ"ท๎าวทองกีบม๎า"จะมีชาติ
กาเนดิ เปน็ ชาวตํางชาตแิ ตํเธอก็เกิดเติบโต มีชีวิตอยูํในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขยันอกจากนั้นยัง
ไดท๎ ้ิงส่ิงที่เธอคน๎ คิดให๎เป็นมรดกตกทอดมาสคูํ นรนํุ หลังได๎กลําวขนม ถึงด๎วยความภาคภูมิ"ท๎าวทองกีบ
ม๎า เจ๎าตารับอาหารไทย" (คุณ นนทพัฒน์. มกราคม 2542: 6-9)สาหรับขนมกะหร่ีปั๊บน้ันเป็นขนม
ท่ีนิยมทากินกันมา ต้ังแตํโบราณในหลายภูมิภาคของไทยแตํที่เป็นที่นิยมและขึ้นช่ือก็ต๎องที่จังหวัด
สระบุรีขนมกะหรี่ป๊ับจะต๎องอาศัยความชานาญความ ประณีต บรรจง เพื่อให๎เกิดความสวยงามและ
การรักษาความสะอาดเพื่อให๎ถูกสุขอนามัยดังน้ันการทาขนมกะหรี่ปั๊บเปรียบเสมือนเป็นทั้ง”ศาสตร์”
และ“ศลิ ป์”ในตวั ของมันเอง เปน็ อาหารสไตลต์ ะวันตกผสมกับอินเดีย เร่ิมเป็นที่นิยมโดยชาวมุสลิมใน
ประเทศไทยคาดวําเป็นอาหารท่ีถูกคิดค๎นโดยโดยท๎าวทองกีบม๎า โดยตอนแรกชื่อวํา curry puff
(พัฟฟผ์ งกะหร)ี่ ตํอมาได๎เพย้ี นมาเป็น กะหรี่พัฟฟ์ และเพีย้ นเป็นกะหรี่ปั๊บในทีส่ ุด
สถานที่ท่ีขนึ้ ช่ือเรื่องกะหร่ีปั๊บที่มีชื่อเสียง คือ อาเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จนกลายเป็นคา
ขวัญของอาเภอ ท่ีวํา "เนื้อนุํม นมดี กะหร่ีดัง" และนอกจากนี้ยังมีการทากะหร่ีป๊ับท่ีใหญํท่ีสุดในโลก
ดว๎ ย หนัก300 กโิ ลกรัม โดยใช๎เส๎นผําศูนย์กลาง 3 เมตร ลึก 80 เมตร ใช๎คนทา 20 คน และใช๎นามัน
พืชในการทา ถึง 2,000 ลิตร ในงานมหกรรมสนิ ค๎าราคาถูกและงานกาชาดสระบรุ ี เมื่อ 28-3 ธันวาคม
พ.ศ. 2540 ลําสุด มีขนมโบราณอีกชนิดที่เจ๎าของร้ือฟ้ืนกลับมาทาขายอีกครั้งหน่ึง ปรากฏวําขายดิบ
ขายดี จนทาให๎ต๎องบอกตอํ ให๎กันฟงั ขนมนั้นคอื "กะหรี่ปับ๊ โบราณ" เป็นกะหรี่ปั๊บ แป้งบาง เกลียวเล็ก
รับประทานกับอาจาด สูตรของ คุณสุวิมล ทองลิ่ม หรือเรียกแบบกันเองวํา คุณเล็ก คุณเล็กเจ๎าของ
สูตรกะหร่ีปั๊บโบราณ วัย 67 ปี เลําถึงท่ีมาท่ีไปวํา เป็นคนกรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบไปชํวยญาติทาขนม
ขายทต่ี ลาดยาํ นยาว อาเภอตะกว่ั ปา่ จังหวดั พงั งา ตั้งแตอํ ายุ 17 ปี จนแตํงงานกับสามี ทาให๎ต๎องออก
จากบ๎านญาติ มาอยํูบ๎านพักข๎าราชการ แตํเนื่องจากไมํชอบอยูํเฉย อีกทั้งได๎วิชาทาขนมหลายอยําง
จากญาติทางฝ่ายพํอ ไมํวําจะเป็นกะหรี่ปั๊บ ข๎าวต๎มมัด ขนมถ๎วยฟู ขนมปุยฝ้าย ขนมเปียกปูน ขนม
หม๎อแกง และขนมพ้ืนบ๎านของจังหวัดพังงา เชํน ขนมโกซ๎ุย ขนมเป่าร๎าง เลยคิดจะทาขนมขาย ถือ
เป็นการหารายได๎ชวํ ยครอบครัวทางหนึ่ง เพราะเม่ือ 40 กวําปีที่ผํานมา เงินเดือนข๎าราชการน๎อยมาก
อีกท้ังมีลูกหลายคน ซึ่งตอนแรกคิดไมํออกวําจะขายอะไรดี แตํมีวันหนึ่งไปเย่ียมนายอาเภอ เห็น
คุณนายนายอาเภอกาลังปั้นกะหร่ีปั๊บจึงนั่งดูพร๎อมกับจาไว๎วําจีบกะหร่ีป๊ับให๎เป็นเกลียวเล็กๆ แตํ
สวยงามอยํางไร ประจวบเหมาะกับที่บ๎านรับนิตยสารขวัญเรือน ฉบับท่ีลงวิธีทากะหร่ีปั๊บ จึงได๎หัดทา
ไส๎พร๎อมกับหัดจีบไปเรื่อย จนได๎กะหร่ีปั๊บเป็นเกลียวสวยงาม อีกท้ังเม่ือมาสารวจตลาดพบวํา มีขนม
มากมายวางขาย แตํไมํมีกะหร่ีป๊ับ จึงคิดวํา สาเหตุหลักนําจะเป็นเพราะหาคนที่จะจีบให๎เป็นเกลียว
เล็กสวยงามนั้นยากมาก ตนเองเลยตกลงใจเลือกทาขนมชนิดนี้ขาย คุณเล็ก เลําอีกวํา แรกที่ทาขาย
จะทาเป็น 2 ชํวงคือ ชํวงเช๎าจะมีคนรับไปขายท่ีตลาด ทาวันละประมาณ 100 ตัว ขายหมดทุกวัน
ตํอมาคนรับไปขายบอกวํา ให๎ทาขายตอนบํายด๎วย ชาวบ๎านจะได๎รับประทานเป็นอาหารวําง ทาให๎
ต๎องทาเพิ่มอีกกวํา 100 ตัว ซึ่งยังขายหมดทุกวันเหมือนเดิม "ทากะหร่ีปั๊บขายตํอเน่ืองมา 3-4 ปี
จนกระท่ังต๎องย๎ายเข๎ากรุงเทพฯ จึงเลิกทา แตํหลังจากน้ันประมาณ 2 ปี สามีกลับไปทางานที่อาเภอ
ตะก่ัวป่าอีกรอบจึงร้ือฟ้ืนทาขายอีกครั้งหนึ่งคราวน้ีจะขายเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ ขายตัวละ 50
สตางค์ คนขายคือลูกชายคนโตและคนรอง จะนาขนมใสํถาดอะลูมิเนียมสี่เหล่ียมพร๎อมด๎วยหม๎อ
อาจาดเล็ก ๆ หวิ้ ไปด๎วย ปรากฏวํา ขายไมกํ ่ชี ว่ั โมงกห็ มด โดยทาวันละประมาณ 300 ตัว ลูกชายชอบ
ใจและชอบที่จะขาย เพราะไดค๎ าํ จา๎ งไปซอ้ื ของเลนํ "คุณเล็ก ย๎อนอดีตให๎ฟัง
8.1.8 ทฤษฎีต้นทนุ การผลิต
8.1.8.1 ความหมายของต๎นทุน หมายถึง มูลคําของทรัพยากรที่องค์กรใช๎ประโยชน์
เพื่อให๎บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได๎กาหนดไว๎ เชํน ต๎นทุนของวัตถุดิบและแรงงานท่ีเกิดข้ึนเพื่อผลิต
สนิ คา๎ หรอื บริการ และเมื่อตน๎ ทนุ ได๎กํอใหเ๎ กิดประโยชนต์ อํ ธรุ กิจแล๎ว ตน๎ ทนุ สวํ นนั้นจะเปล่ียนสภาพไป
เป็นคาํ ใช๎จาํ ย (Expense) ซ่ึงจะนาไปหักจากรายไดใ๎ นแตํละงวดบัญชี
8.1.8.2 ความหมายของต๎นทุนการผลติ หมายถึง ตน๎ ทุนท่ที าให๎ได๎สินค๎าสาเร็จรูปใดๆ
ประกอบด๎วย วัตถุดิบทางตรง ท่ีเบิกใช๎ในการผลิต แรงงานทางตรงที่เกี่ยวข๎องกับกระบวนการผลิต
และคาํ ใชจ๎ าํ ยในการผลติ เมือ่ ท้งั 3 สวํ นประกอบ ได๎เขา๎ สํูขัน้ ตอนตํางๆของการผลิตก็จะถูกแปรสภาพ
เปน็ สินค๎าสาเรจ็ รปู ตอํ ไป การจาแนกประเภทของตน๎ ทุน
8.1.8.3 การจาแนกต๎นทนุ ตามลักษณะสํวนประกอบของผลิตภณั ฑ์
สํวนประกอบของต๎นทุนท่ีใช๎ในการผลิตสินค๎าหรือผลิตภัณฑ์แตํละชนิด
(Cost of a Manufactured Product) จะประกอบด๎วยวัตถุดิบทางตรง คําแรงงานทางตรง และ
คําใชจ๎ าํ ยการผลติ ซง่ึ ถา๎ พจิ ารณาในด๎านทรพั ยากรท่เี ป็นสวํ นประกอบของสนิ ค๎าแล๎ว ประกอบด๎วย
1. วัตถุดิบ (Materials) วัตถุดิบนับวําเป็นสํวนประกอบสาคัญของการผลิต
สินค๎าหรือผลิตภัณฑ์สาเร็จรูป โดยท่ัวไป ซึ่งต๎นทุน ที่เกี่ยวกับการใช๎วัตถุดิบในการผลิตสินค๎าอาจจะ
ถกู แบํงออกเปน็ 2 ลักษณะ คอื วัตถุดบิ ทางตรง (Direct materials) หมายถงึ วตั ถดุ ิบหลักท่ีใช๎ในการ
ผลิต และสามารถระบุได๎อยําง ชัดเจนวําใช๎ในการผลิตสินค๎าชนิดใดชนิดหน่ึงในปริมาณและต๎นทุน
เทําใด รวมท้ังจัดเป็นวัตถุดิบสํวนใหญํที่ใช๎ในการผลิตสินค๎าชนิดน้ัน เชํน ไม๎แปรรูปจัดเป็นวัตถุดิบ
ทางตรงของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ๎าท่ีใช๎ในอุตสาหกรรมเส้ือผ๎า ยางดิบ ที่ใช๎ในการผลิตยางรถยนต์
แรํเหล็กท่ีใช๎ในอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก กระดาษที่ใช๎ในธุรกิจสิ่งพิมพ์ เป็นต๎นวัตถุดิบทางอ๎อม
(Indirect materials) หมายถึง วัตถุดิบตําง ๆ ที่เกี่ยวข๎องโดยทางอ๎อมกับการผลิตสินค๎า แตํไมํใชํ
วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบสํวนใหญํ เชํน ตะปู กาว กระดาษทรายท่ีใช๎ เป็นสํวนประกอบของการทา
เคร่ืองหนังหรือเฟอร์นิเจอร์ น้ามันหลํอลื่นเครื่องจักร เส๎นด๎ายท่ีใช๎ในการตัด เย็บเส้ือผ๎า เป็นต๎น โดย
ปกตแิ ลว๎ วัตถดุ ิบทางออ๎ มอาจจะถกู เรยี กวาํ “วสั ดุโรงงาน” ซง่ึ จะถอื เปน็ คําใช๎จาํ ยการผลิตชนดิ หนึง่
2. คําแรงงาน (Labor) หมายถึง คําจ๎างหรือผลตอบแทนท่ีจํายให๎แกํลูกจ๎าง
หรอื คนงานทท่ี าหนา๎ ท่เี กย่ี วข๎องกับการผลิตสินค๎า โดยปกติแล๎วคําแรงงานจะถูกแบํงออกเป็น 2 ชนิด
คือ คําแรงงานทางตรง (Direct labor) และคาํ แรงงานทางออ๎ ม (Indirect labor)
2.1 คําแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง คําแรงงานตําง ๆ ท่ี
จํายให๎แกํคนงาน หรือลูกจ๎างท่ีทาหน๎าท่ีเก่ียวกับการผลิตสินค๎าสาเร็จรูปโดยตรง รวมทั้งเป็น
คาํ แรงงานท่ีมีจานวนมาก เมือ่ เทยี บกับคําแรงงานทางอ๎อมในการผลิตสินค๎าหนํวยหนึ่ง ๆ และจัดเป็น
คาํ แรงงานสํวนสาคัญ ใน การแปรรูปวัตถุดิบให๎เป็นสินค๎าสาเร็จรูป เชํน คนงานท่ีทางานเกี่ยวกับการ
ควบคุมเคร่อื งจกั รทีใ่ ช๎ในการ ผลิตกค็ วรถอื เป็นแรงงานทางตรง พนักงานในสายการประกอบ เปน็ ตน๎
2.2 คําแรงงานทางอ๎อม (Indirect labor) หมายถึง คําแรงงานที่ไมํ
เก่ียวข๎องกับ คําแรงงานทางตรงที่ใช๎ในการผลิตสินค๎า เชํน เงินเดือนผู๎ควบคุมโรงงาน เงินเดือน
พนักงานทาความสะอาด เคร่ืองจักร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ชํางซอํ มบารุง ตลอดจน
ต๎นทุนที่เกี่ยวข๎องกับคนงาน เชํน คําภาษีที่ออกให๎ลูกจ๎าง สวัสดิการตําง ๆ เป็นต๎น ซ่ึงคําแรงงาน
ทางออ๎ มเหลําน้ีจะถอื เป็นสํวนหน่ึงของ คําใชจ๎ ํายการผลติ
3. คําใช๎จํายการผลิต (Manufacturing Overhead) คําใช๎จํายการผลิต
หมายถึง แหลํงรวบรวมคําใช๎จํายตําง ๆ ที่เกี่ยวข๎องกับการผลิตสินค๎า ซ่ึงนอกเหนือจากวัตถุดิบ
ทางตรง คําแรงงานทางตรง เชํน วัตถุดิบทางอ๎อม คําแรงงานทางอ๎อม คําใช๎จํายในการผลิตทางอ๎อม
ๆ ได๎แกํ คําน้า คําไฟ คําเชํา คําเสื่อมราคา คําประกันภัย คําภาษี เป็นต๎น แตํอยํางไรก็ตามคําใช๎จําย
เหลําน้ีก็จะต๎องเป็นคําใช๎จํายท่ีเก่ียวกับการดาเนินการผลิตในโรงงานเทําน้ัน ไมํ รวมถึงเงินเดือน คํา
เชาํ คาํ ไฟฟ้า คําเสอื่ มราคา ท่ีเกิดข้ึนจากการดาเนินงานในสานักงาน ดังนั้น คําใช๎จําย การผลิตจึงถือ
เป็นท่ีรวมของคําใช๎จํายในการผลิตทางอ๎อมตําง ๆ (Cost pool of indirect manufacturing costs)
นอกจากน้ี ยังจะพบวําในบางกรณที ่มี กี ารเรียกคาํ ใช๎จํายการผลติ ในชอ่ื อืน่ ๆ
8.1.8.4 วิธคี านวณตน๎ ทุน ในความเปน็ จรงิ แลว๎ ธุรกิจซ้อื มาขายไป (หรืออาชีพพํอค๎า
แมํค๎า) ก็คงคิดวําการคานวณต๎นทุน เป็นส่ิงที่ไมํยาก ตรงไปตรงมา เพราะเราซ้ือของมาเทําไร ต๎นทุน
ของเราก็คงจะเทาํ กับราคาซือ้ แตสํ าหรบั บางธรุ กจิ เชํนธุรกจิ โรงงาน หรือ แม๎แตํคนทาขนม ก็อาจจะ
คิดตํางเพราะสาหรบั บางธุรกิจ ต๎นทุนสินค๎าจะ มาจากวัตถุดิบหลายๆอยํางที่นามาใช๎ผสมรวมกัน พอ
เรามวี ตั ถุดบิ หลาย ๆ อยาํ ง ที่มาในหลาย ๆ ราคา หลาย ๆ สํวนผสม คนทีต่ ๎องคานวณต๎นทุนวัตถุดิบก็
อาจจะงงได๎ นอกจากนั้นแล๎วก็ยังมีสํวนของต๎นทุน คําใช๎จํายตํางๆ เชํน คําไฟ คําแรง คํารถ คําของ
เสีย ทท่ี าให๎การคานวณยากขน้ึ ไปอีก ไทเกอร์,2563)
สตู รการคานวณต๎นทนุ ต๎นทุนรวม – ต๎นทุนวัตถดุ ิบ + คาํ แรง + คาํ ใช๎จาํ ยอืน่ ๆ
8.1.9 ทฤษฎีผลตอบแทน
ผลประโยชน์หรือผลตอบแทน (Benefits) ของการลงทุน หมายถึง มูลคําของสินค๎า
หรือ บริการท่ีผลิตได๎จากการลงทนุ (ตลาดหลกั ทรัพยแ์ หงํ ประเทศไทย, มปป: ออนไลน)์
8.1.9.1 ผลตอบแทนทางตรง (Direct Benefits) คือ ผลผลิตสุทธิของการลงทุน ซึ่ง
หมายถึง มูลคํา ของสินค๎าและบริการที่ผลิตได๎โดยตรงจากการลงทุน นอกจากนี้ยังหมายถึงการ
ประหยดั และการลด คาํ ใชจ๎ ํายจากทเ่ี คยมอี ยเูํ ดิม
8.1.9.2 ผลตอบแทนทางอ๎อม (Indirect Benefits) คือ ผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ
ท่ี นอกเหนือจากผลประโยชนต์ อบแทนทางตรง นอกจากนี้ยังรวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนด๎านสังคม
และสิ่งแวดล๎อมตําง ๆ เชํน โครงการนั้นอาจกลายเป็นแหลํงทํองเที่ยวท่ีสวยงาม กํอให๎เกิดการ
ขยายตัวของการทํองเทยี่ วในพื้นทท่ี ่โี ครงการตง้ั อยูํ เป็นต๎น
8.1.9.3 ผลตอบแทนท่ีไมํมีตัวตน (Intangible Benefits) คือ ผลตอบแทนท่ีไมํ
สามารถประเมิน มูลคําเป็นตัวเงินได๎ เชํน การลงทุนนั้นอาจมีสํวนชํวยยกระดับคุณภาพชีวิตและการ
กระจายรายไดใ๎ ห๎ มีความยตุ ธิ รรมมากข้นึ เป็นตน๎
คําเสียโอกาสของทุน (Opportunity Cost of Capital) คือ ถ๎ามีการ
กาหนดให๎ตลาดทุน (Capital Market) ท่ีมีอยูํสามารถนาเงินตรา หรือทรัพยากรไปลงทุนเพื่อสร๎าง
เงินตรา ให๎มีจานวน มากข้ึนในอนาคตแล๎ว สามารถกลําวได๎วําคําเสียโอกาสของการออมได๎เกิดขึ้น
แลว๎ ทางเลือกตํอการ บรโิ ภคในปจั จบุ นั คอื การใชเ๎ งินทุนหรอื ทรพั ยากรไปในทางที่กํอให๎เกิดรายได๎ใน
อนาคต ซง่ึ อยํางนอ๎ ย ตอ๎ งมีมลู คาํ เทํากบั เงนิ ตราในปจั จบุ ันทเี่ กดิ จากการลงทุนในรูปแบบอื่น
การศึกษาคร้ังน้ีใช๎แนวคิด การวิเคราะห์ผลตอบแทนและการวิเคราะห์
ความสัมพันธ์ของ ต๎นทุน ปรมิ าณ และกาไร ดังนี้
8.1.9.4 การวิเคราะห์ผลตอบแทน นักวิชาการตําง ๆ ได๎แกํ เบญจวรรณ รักษ์สุธี
(2543 : ออนไลน์) ธารี หิรัญรัศมีและคณะ (2548 : ออนไลน์) เบญจมาศ อภิสิทธ์ิภิญโญและคณะ
(2550 : ออนไลน)์ ไดอ๎ ธิบายถึงแนวคดิ เก่ยี วกับการวเิ คราะห์ผลตอบแทน ประกอบด๎วย
1) อัตรากาไรสุทธิ หมายถึง อัตราสํวนเปรียบเทียบระหวํางกาไรสุทธิกับ
ยอดขายสุทธิ ผลลัพธ์ที่ได๎บอกให๎ทราบวําธุรกิจบริหารงานมีประสิทธิภาพเพียงใด และธุรกิจสามารถ
ดาเนินงาน ให๎บรรลุเป้าหมายเพียงใด อัตราสํวนน้ีสูงแสดงวําธุรกิจมีกาไรสูง เขียนเป็นสูตรการ
คานวณได๎ดงั นี้
อัตรากาไรสุทธิ = กาไรสทุ ธิ x 100
ยอดขายสทุ ธิ
2) อัตรากาไรสุทธิตํอต๎นทุน หมายถึง อัตราสํวนเปรียบเทียบระหวํางกาไร
ที่เกดิ ขึ้นหลงั จาก หักคาํ ใช๎จํายตาํ ง ๆ แล๎ว เทียบกบั ตน๎ ทนุ ท้ังสน้ิ เขยี นเป็นสูตรการคานวณได๎ดังน้ี
อัตรากาไรสทุ ธติ ํอต๎นทนุ = กาไรสทุ ธิ x 100
ตน๎ ทุนรวม
3) อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หมายถึง อัตราสํวนเปรียบเทียบ
ระหวํางกาไรทีเ่ กดิ ขน้ึ หลงั จากหักคําใชจ๎ าํ ยตําง ๆ แล๎ว เทียบกบั สนิ ทรัพย์ไมํหมุนเวียน เขียนเป็นสูตร
การคานวณได๎ดังน้ี
กาไรสทุ ธิ x 100
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน = สนิ ทรัพยไ์ มํหมุนเวยี น
8.1.9.5 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต๎นทุน ปริมาณ และกาไร เป็นการวิเคราะห์
ความสมั พนั ธ์ ระหวาํ งต๎นทุน ปรมิ าณ และกาไร ซง่ึ เป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยตํางๆ
ทม่ี ี ผลกระทบตํอกาไร (อนรุ ักษ์ ทองสุโขวงศ์, มปป: ออนไลน์) ดงั มีรายละเอียดดังนี้
1) กาไรสํวนเกิน (Contribution Margin: CM) คือ รายได๎สํวนที่เหลือ
หลงั จากหักตน๎ ทนุ ผนั แปร สามารถเขยี นเปน็ สมการไดด๎ งั น้ี
กาไรสวํ นเกนิ = ขาย - ต๎นทุนผันแปร
2) อัตรากาไรสํวนเกิน (Contribution Margin Ratio) เป็นอัตราสํวน
ระหวํางกาไรสํวนเกิน หารด๎วยรายได๎รวม ซึ่งกาไรสํวนเกินเกิดจากผลตํางระหวํางรายได๎รวมหักด๎วย
ต๎นทุนผันแปรท้งั สมการ
อตั รากาไรสํวนเกนิ = กาไรสํวนเกนิ รวม
รายได๎รวม
3) จุดคมุ๎ ทุน (Break Even Point) แยกได๎เป็น 2 กรณี ดังนี้
(1) กรณีขายสินค๎า 1 ชนิด เป็นการขายผลิตภัณฑ์ชนิดเดียว
วิเคราะห์โดยใช๎สมการ ความสัมพันธ์ต๎นทุน ปริมาณ และกาไร (ลัดดา หิรัญยวา, มปป: ออนไลน์)
สามารถเขียนสมการดังนี้
ยอดขาย ณ จดุ คมุ๎ ทนุ = ตน๎ ทนุ คงทร่ี วม
อตั รากฎไรสวํ นเกิน
(2) กรณีขายสินค๎าหลายชนิด คือ มีการขายผลิตภัณฑ์มากกวําหนึ่ง
ชนิดจึงเกี่ยวข๎องกับ สัดสํวนการขายผลิตภัณฑ์ ในการคานวณยอดขาย ต๎นทุน และกาไรสํวนเกิน
จะตอ๎ งมีการถัวเฉลีย่ ด๎วย สัดสํวนการขายของผลิตภัณฑแ์ ตํละชนิด เดชา อินเด (2551: 3 - 14) กลําว
วํา ปัจจัยที่เข๎ามามีบทบาทในการวิเคราะห์จุดคุ๎มทุน คือ สัดสํวนการขาย ซ่ึงหมายถึง อัตราร๎อยละ
ของการขายสินค๎า ชนิดนั้นเมื่อเทียบกับยอดขายรวม (การ์ริสัน, นอรีน และบริเวอร์, 2552) ดังนั้น
การคานวณยอดขาย ณ จุดคม๎ุ ทนุ ของสินค๎าหลายชนดิ สามารถเขียนสมการไดด๎ งั นี้
ยอดขาย ณ จุดค๎ุมทุนของสินค๎าหลายชนิด = ตน๎ ทนุ คงท่ีรวม
อัตรากาไรสวํ นเกนิ ถัวเฉลย่ี
8.2 งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
อรุณ สณั ห์วญิ ญู (2551) ไดม๎ กี ารศึกษาเกี่ยวกบั ต๎นทุนและผลตอบแทนจากการแปรรูป ปลาหมึก
เพื่อการสํงออก การวิจัยครั้งน้ีมีจุดมุํงหมายเพื่อศึกษากระบวนการแปรรูปปลาหมึก ต๎นทุนและ
ผลตอบแทนที่ได๎และปัญหาตําง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในการผลิตปลาหมึกแปรรูป เพื่อสํงเสริมให๎การ สํงออก
ปลาหมกึ ไปจาหนํายยังตํางประเทศไดม๎ ีการแปรรปู เปน็ ปลาหมึกแห๎ง ปลาหมึกปรุงรสหรือ ปลาหมึกแชํ
แข็ง ชํวยเพ่ิมโอกาสการสํงออกปลาหมึกจากประเทศไทยและเป็นแนวทางพัฒนาให๎มี การแปรรูปกํอน
การสํงออก ผลการวิจัยพบวํา ต๎นทุนในการผลิตปลาหมึกแห๎งเพื่อสํงออกในกรณีท่ี โรงงานทาประมง
ปลาหมึกมีต๎นทุนโดยเฉล่ียตํอ 1 กิโลกรัมต่าท่ีสุด แตํจะลงทุนมากที่สุด สํวนกรณี โรงงานซ้ือปลาหมึก
แห๎งมาแปรรูปตํอจะมีต๎นทุนตํอ 1 กิโลกรัมสูงที่สุด แตํจะลงทุนน๎อยท่ีสุด นอกจากนี้โรงงานผ๎ูผลิต
สามารถผลิตปลาหมึกแห๎งควบคํูกับการผลิตปลาหมึกปรุงรสได๎ อัตรา ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได๎
จากการผลิตและสํงออกปลาหมึกแห๎งและปลาหมึกปรุงรสสูงกวําอัตรา ผลตอบแทนท่ีได๎จากการผลิต
และสํงออกปลาหมึกแชํแข็ง ในการผลิตปลาหมึกแห๎งและปลาหมึกปรุง รสอัตราผลตอบแทนจากคํา
ขาย ความสามารถในการหากาไร ในกรณีโรงงานซ้ือปลาหมึกแห๎งมาแปร รูปตํอจะมากที่สุดและ
จุดค๎ุมทุนที่ได๎ก็จะต่าที่สุด ในการแปรรูปปลาหมึกผ๎ูประกอบการมักประสบ ปัญหาท่ีสาคัญคือ วัตถุดิบ
ท่ีไมํเพียงพอกับความต๎องการ การผลิตและตลาดตํางประเทศท่ีมีการ แขํงขันกันมาก ปัญหาเหลํานี้ท้ัง
ผ๎ูประกอบการและรัฐบาลควรรํวมมือกันแก๎ไข โดยชาวประมงควรมี การพัฒนาวิธีการทาประมงนา
เคร่ืองท่ีมีความเหมาะสมมาใช๎ในการจับปลาหมึก ละเว๎นการจับปลาหมึกที่ยังมีขนาดเล็กสํวนโรงงาน
ผู๎ผลิตควรใช๎เคร่ืองจักรท่ีมีประสิทธิภาพควรพัฒนาคุณภาพของ บุคลากรและภาครัฐบาล ควรให๎การ
สนับสนุนดา๎ นเงินทุนและการตํอรองกับตลาดตํางประเทศ ท้ังนี้ เพื่อรักษาตลาดสินค๎าปลาหมึกแปรรูป
ของไทย
ละเอียด ศรีหาเหง๎า (2557) ได๎มีการศึกษาเก่ียวกับการวิเคราะห์ต๎นทุนและผลตอบแทน ทาง
การเงินการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง กลุํมแมํบ๎านเกษตรกรเจดีย์แมํครัว ตาบลแมํแฝกใหมํ อาเภอ
สันทราย จังหวัดเชียงใหมํ การศึกษาวิจัยคร้ังนี้ มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาต๎นทุนและ ผลตอบแทนทาง
การเงินการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง กลุํมแมํบ๎านเกษตรกรเจดีย์แมํครัว ตาบลแมํแฝกใหมํ อาเภอ
สันทราย จังหวัดเชียงใหมํ โดยศึกษาและเก็บข๎อมูลจากการสัมภาษณ์ ประธาน และ ผ๎ูมีหน๎าท่ี
รับผิดชอบด๎านการเงินและบัญชีและผู๎มีหน๎าท่ีเกี่ยวข๎องของกลุํมเกี่ยวกับ ลักษณะการดาเนินงาน
คําใช๎จํายในการดาเนินงาน คําใช๎จํายในการขายและบริหารและรายได๎จากการ จาหนํายผลิตภัณฑ์
ตง้ั แตเํ ดือน มกราคม ถงึ เดือน เมษายน 2556โดยทาการศึกษาต๎นทุนและ ผลตอบแทนทางการเงินจาก
ผลิตมันฝรั่งแปรรูปทั้ง 2 ชนิด ได๎แกํ ผลิตภัณฑ์มันฝร่ังทอดกรอบ มันฝรั่ง ทอดปรุงรส ผลการศึกษา
พบวํา ต๎นทุนในการลงทุนผลิตมันฝรั่ง ประกอบด๎วยคําใช๎จํายในการลงทุน เทํากับ 832,700 บาท
ต๎นทุนการผลิตเทํากับ 8,921,282.33 บาท คําใช๎จํายในการขายและบริหาร เทํากับ 677,429 บาท มี
อัตรากาไรตํอต๎นทุนของผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบ เทํากับร๎อยละ 17.37 มันฝรั่งทอดปรุงรส เทํากับ
ร๎อยละ 104.93 และมีอัตรากาไรตํอคําขายของผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบ เทํากับร๎อยละ 14.71 มัน
ฝร่ังทอดปรุงรส เทํากับร๎อยละ 50.91 ผลตอบแทนจากการลงทุนผลิตมัน ฝรั่ง มูลคําปัจจุบัน (NPV)
ของกระแสเงินสดสุทธิตลอดอายุโครงการ 5 ปี ท่ีอัตราคิดลด ร๎อยละ 8 เทํากับ 1,037,915.66 ซึ่งมีคํา
มากกวําศูนย์ มีอัตราผลตอบแทนที่แท๎จริง (IRR) เทํากับ ร๎อยละ 49.85 ซึ่งมีคําสูงกวําอัตราดอกเบี้ย
เงนิ ให๎ก๎ูยมื ของกองทุนหมํบู ๎าน ท่ีกาหนดไว๎คือ ร๎อยละ 8 และใช๎ ระยะเวลาคืนทนุ (PP) 1 ปี 4 เดือน
สุมลรตั น์ ฐาปนวรเกียรติ (2549) ไดศ๎ ึกษาธุรกจิ ขนมไทยสูํวฒั นธรรมรวํ มสมัย พบวํา ธุรกิจขนม
ไทยเป็นอีกธุรกิจหน่ึงทีภ่ าครฐั ได๎เข๎ามามสี ํวนรํวมสนบั สนนุ ให๎เปน็ ธุรกิจทพี่ ฒั นาสตูํ ลาดโลกนอกจากนี้
ยังสงํ เสรมิ ให๎ประชาชนหันมาบริโภคขนมไทยกนั มากขน้ึ ทาให๎ในปจั จุบนั ธรุ กิจขนมไทย ขยายตวั
เพิ่มขึ้นและไดก๎ ลายเป็นอีกธรุ กจิ หนึ่งทไี่ ดร๎ ับความนยิ มดังจะเห็นไดจ๎ ากการทมี่ ีร๎านขนมไทยเกดิ ขนึ้
มากมาย แตํละรา๎ นมีการแขํงขันกนั เพือ่ สรา๎ งความนิยมในกลุมํ ผ๎ูบรโิ ภค ด๎วยเหตนุ ี้ทาใหก๎ ลยุทธ์ ตาํ ง
ๆ ไดถ๎ ูกคิดค๎นขน้ึ เพือ่ นามาใชด๎ งึ ลกู ค๎าใหไ๎ ด๎มากท่สี ุดการพฒั นาการบรหิ ารจัดการธรุ กจิ ขนมไทยสูํ
วัฒนธรรมรวํ มสมัย เป็นโครงการศึกษาการบริหารจัดการพัฒนาแนวทางการบริหารธรุ กิจขนมไทยโดย
จัดตงั้ รา๎ นขนมไทย (Siam Sweets) ขึ้นซึง่ เป็นหนง่ึ ในร๎านขนมไทยท่มี ีแนวคิดในการต้ังใจนาเสนอ
รูปแบบสินคา๎ อยํางสรา๎ งสรรค์ โดยมกี ารพัฒนาใหเ๎ หมาะสมกับยคุ สมยั แตํยงั คงรปู แบบ รสชาติ
ตลอดจนข้นั ตอนวิธีการทาแบบดงั้ เดิมไว๎เพอื่ ชํวยใหข๎ นมไทยเขา๎ มามบี ทบาทเดนํ ชัดในประเพณี
วัฒนธรรม เทศกาลและกิจกรรมตาํ งๆ ในสังคมมากยง่ิ ขนึ้ อนั จะเปน็ การสํงเสริมคํานิยมในการบรโิ ภค
ขนมไทยใหเ๎ พิ่มมากขึน้ ด๎วย จากการวเิ คราะห์สภาพการแขงํ ขันที่ถึงแมจ๎ ะมีคูแํ ขงํ มากมาย แตคํ วาม
เข๎มขน๎ ในการแขํงขนั กลับดูไมํรุนแรงมากนัก อีกท้ังจุดแข็งท่ที างร๎านมีอยูํหลายประการ ทาใหม๎ ีความ
ไดเ๎ ปรยี บในการแขํงข้ันคํอนข๎างมากประกอบกับโอกาสท่เี อื้ออานวยย่ิงจะทาใหม๎ ีแนวโนม๎ ท่ีจะประสบ
ผลสาเรจ็ ได๎มากข้ึน ซ่งึ ทางร๎านจึงได๎จัดทาแผนการตลาดที่เหมาะสมเพอื่ ใช๎กับธุรกจิ โดยเนน๎ ในเร่อื ง
ของสวํ นประสมทางการตลาด ซึง่ ได๎แกํ ผลิตภัณฑ์ ราคา ชอํ งทางการจดั จาหนาํ ย และการสํงเสริม
การขายเพอ่ื ใหต๎ อบสนองความต๎องการของกลํุมลูกค๎าอยาํ งสูงสุดสํวนชอํ งทางในการประชาสัมพันธ์
โดยผาํ นทางกิจกรรมทางวัฒนธรรมท่ีทางร๎านได๎จดั ขึ้นโดยใชก๎ ลยุทธ์หลกั คือดึงใหล๎ ูกค๎าเข๎าไปมสี วํ น
รํวมในกิจกรรมซึ่งจะทาให๎ลกู ค๎าเกดิ ความสนใจและประทับใจมากยงิ่ ข้ึนซง่ึ จะนามาสูํการยอมรับและ
ไวว๎ าง ใจจากกลมุํ ลูกค๎าได๎อยํางตอํ เน่ือง
กูรอซียะห์ ยามิรเู ด็ง งานวจิ ยั นีม้ วี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ศึกษาการใช๎แป้งขา๎ วเจ๎าทดแทนแป้งสาลีในผลติ ภณั ฑ์
กะหรีป่ ๊ับ เพ่ือลดการดดู ซับน้ามันในระหวํางการทอด ดังน้ันจึงศึกษาการใช๎แปง้ ข๎าวเจ๎าทดแทนแป้งสาลบี างสํวนท่ี
ระดับ 0 (ตัวอยํางควบคุม) 20 40 60 80 และ 100% โดยน้าหนักแปง้ จากการทดลองพบวํา สามารถใชแ๎ ป้งข๎าวเจ๎า
ทดแทนแป้งสาลไี ด๎ 20% โดยมีคะแนน ความชอบมากท่ีสดุ และมีปริมาณไขมันน๎อยทส่ี ุดมีคําเทํากับ 7.33±0.15
และ 23.75% ตามลาดับ และมีคําแตกตํางกนั อยํางมนี ัยสาคัญทางสถติ ิ (p<0.05) กับสูตรอนื่ ๆ จากนน้ั ทดลองหา
ชนดิ ของแป้งข๎าวเจ๎าทมี่ ีจาหนํายในเขตเทศบาลจังหวดั ยะลา 3 ชนดิ (20%RF1 20%RF2 และ 20%RF3) พบวํา
แป้งข๎าวเจ๎าทั้ง 3 ชนิด มเี จลแป้งสกุ อํอน และมีความนํุม เม่ือนามาทดแทนในการทากะหรปี่ ๊ับพบวํา แป้งข๎าวเจา๎
ชนิด RF1 ทดแทนปริมาณ 20% มีคะแนนความชอบทางประสาทสัมผสั สูงสุดเทาํ กบั 8.27±0.11 จากนัน้ นา
ตรวจสอบคําสีและองคป์ ระกอบทางเคมีกับสูตรควบคุม (แป้งสาลี 100%) พบวาํ คํา L* a* และ b* มคี าํ สูงกวํา
ตวั อยํางควบคุม สํวนองค์ประกอบทางเคมีมคี ําแตกตําง โดยเฉพาะปรมิ าณไขมันมคี ําน๎อยกวําสูตรควบคมุ ซง่ึ แสดง
วําการใช๎แปง้ ข๎าวเจ๎าทดแทนแป้งสาลบี างสวํ นสามารถลดการดูดซับนา้ มันได๎
สพุ ตั รา เลิศวณชิ ย์วฒั นา,พ็ญขวั ชมปรีดาม,วิชัย หฤทัยธนาสันติ(์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะ
อุตสาหกรรมเกษตร ภาควิชาพัฒนาผลิตภณั ฑ์) กลา๎ ณรงค์ ศรีรอต (มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์สถาบนั ค๎นคว๎า
และพัฒนาผลติ ผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร)การพฒั นาผลิตภัณฑ์กะหรป่ี บ๊ั จากแปง้ สาลผี สมแป้ง
ขา๎ วหอมมะลิ มจี ดุ มงํุ หมายเพ่ือเพิ่มมลู คําใหก๎ บั แป้งปลายข๎าวหอมมะลิและเปน็ การลดปริมาณการใช๎แป้งสาลที ่ี
ต๎องนาเข๎าขา๎ วสาลีจากตํางประเทศ สมบตั ทิ างเคมีของแป้งปลายขา๎ วหอมมะลคิ ดิ เป็นร๎อยละดังน้ี ความชื้น
12.80 โปรตนี 6.82 ไขมัน 0.74 เถา๎ 0.28 ใยอาหาร 0.83 และปริมาณอะไมโลส 21.60 แปง้ สาลีมีความชื้น 12.12
โปรตนี 10.26 ไขมัน 1.26 เถ๎า 0.54 ใยอาหาร 0.41 และปริมาณอะไมโลส 26.00 พฤติกรรมความหนดื ของแป้ง
สาลีมอี ุณหภมู ใิ นการเกิดเจลต่ากวําแป้งปลายข๎าวหอมมะลิ ผลการพฒั นาผลติ ภัณฑ์กะหร่ปี บั๊ พบวําอตั ราสวํ น
ระหวาํ งแป้งในและแป้งนอกของผลติ ภัณฑก์ ะหรี่ปั๊บเทํากบั 1 ตํอ 2.5 และ สามารถใช๎แป้งขา๎ วหอมมะลทิ ดแทน
แปง้ สาลีท่ีใช๎ในการทาแป้งสวํ นนอกของผลติ ภัณฑ์กะหรี่ปั๊บได๎ร๎อยละ 30 ปรมิ าณน้ามันในสวํ นของแป้งนอก
ผลติ ภณั ฑก์ ะหรีป่ ๊ับมคี ําลดลงเม่ือเทียบกับผลิตภัณฑ์กะหรี่ปบั๊ จากแป้งสาลลี ว๎ น ผ๎บู ริโภคใหค๎ ะแนนความชอบ
ผลติ ภณั ฑก์ ะหร่ปี ๊ับจากแป้งสาลีผสมแป้งข๎าวหอมมะลิ ในระดบั ชอบปานกลาง
8.3 กรอบแนวคิดการทาโครงงาน
กลมุํ ผู๎จดั ทาโครงงานจะได๎นาปญั หาของการจดั ทาบัญชรี ายรับ-รายจําย ขนมกะหรี่ป๊ับมาศึกษา
เพ่ือรับรู๎ต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตลาจาหนํายขนมกะหรี่ป๊ับ กรณีศึกษา ร๎านขนมบ๎านหาด
บ๎านเลขท่ี 97 หมํู 3 ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซ่ึงยังไมํได๎มีการดาเนินงาน
เกย่ี วกบั การบันทกึ บัญชี
ปัญหา กระบวนการแก๎ไข ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
ไมมํ ีการบนั ทึกตน๎ ทุน 1. ทราบถงึ ตน๎ ทนุ และ
ปญั หาของกจิ การ ผลตอบแทนการผลติ และจาหนาํ ย
1. ตน๎ ทนุ การผลติ ร๎านขนมบา๎ นหาด ขนมกะหรปี่ ั๊บ
และจาหนํายขนม 2. ทราบถึงกระบวนการผลิตและ
กะหร่ปี ๊ับ จาหนาํ ยขนมกะหรีป่ บ๊ั
3. นาความร๎ดู า๎ นวชิ าชีพมาแกไ๎ ข
2. ผลตอบแทนการ ปญั หาได๎อยาํ งถูกต๎อง
ผลิตและจาหนาํ ยขนม
กะหรปี่ ๊ับ
9. ระเบียบวธิ กี ารดาเนินงาน
9.1 ข้ันตอนการขออนุมัติโครงงาน โดยการเขียนโครงงานศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา ของ
ธรุ กจิ
9.1.1 เสนอข๎อมูลผ๎ูประกอบกิจการผลิตและจาหนํายขนมกะหร่ีป๊ับ ร๎านขนมบ๎านหาด
บ๎านเลขท่ี 97 หมํู 3 ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่กาลังเผชิญปัญหาการเก็บ
ต๎นทุนการผลิตขนมกะหรี่ป๊ับได๎ไมํครบถ๎วนตามหลักการบัญชีทาให๎ไมํสามารถคานวณผลตอบแทนที่
ได๎รับ จากการจาหนาํ ยขนมกะหรป่ี บั๊ ได๎อยํางถูกต๎อง
9.1.2 เขียนโครงรํางโครงงาน การวิเคราะห์และออกแบบโครงสร๎างต๎นทุนของ ผ๎ูประกอบ
กิจการผลิตและจาหนํายขนมกะหร่ีปั๊บ โดยอาศัยการศึกษาสอบถามข๎อมูลเบ้ืองต๎นเพื่อนามา เขียน
โครงรํางโครงงายเพ่อื เป็นแนวทางปฏิบตั ใิ นการดาเนินโครงงาน
9.1.3 นาเสนอโครงงาน ศึกษาต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหนํายขนมกะหรี่ป๊ับ
ร๎านขนมบ๎านหาด บ๎านเลขท่ี 97 หมูํ 3 ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ให๎กับ
อาจารย์ท่ีปรึกษา ตรวจสอบโครงรํางโครงงาน และนาคาชี้แนะการทาโครงงานมาปรับปรุงโครงงาน
เพื่อการปฏบิ ัติได๎ ถูกต๎อง
9.2 ขั้นการดาเนินตามโครงงาน
9.2.1 เขยี นรายงานสํวนนาและเค๎าโครง
9.2.2 เขียนรายงานเกย่ี วกบั เอกสารทเ่ี กี่ยวข๎อง ศึกษาค๎นคว๎าขอ๎ มูลจากส่ือตําง ๆ โดย
ทาการศึกษาความหมายและความสาคัญของการจัดทาบัญชี ความหมายและความสาคัญของธุรกจิ
ทฤษฎีต๎นทุน ทฤษฎีผลตอบแทน ขอ๎ มลู เกยี่ วกบั ขนมกะหรี่ปบั๊ และงานวจิ ัยท่เี ก่ียวข๎อง
9.2.3 เขียนรายงานเกีย่ วกบั ผลการดาเนินงานโครงงาน การวเิ คราะห์และออกแบบ
โครงสร๎างต๎นทนุ ของผ๎ูประกอบกิจการผลิตและจาหนํายขนมกะหร่ีปั๊บ
9.2.4 การศึกษาและสรา๎ งแบบฟอร์มในการคานวณตน๎ ทุนและผลตอบแทนในการผลิต และ
จาหนาํ ยขนมกะหร่ีป๊ับ ของกิจการ
9.2.5 การคานวณต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหนาํ ยขนมกะหรี่ป๊ับกรณศี ึกษา
รา๎ นขนมบา๎ นหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวดั อุตรดติ ถ์
9.2.6 การเขียนรายงานสรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ๎ เสนอแนะโครงงาน การวิเคราะห์ และ
ออกแบบโครงสรา๎ งตน๎ ทุนของผปู๎ ระกอบกจิ การผลติ และจาหนํายขนมกะหรป่ี ๊ับ
9.2.7 รวบรวมเอกสาร และจดั ทารูปเลมํ โครงงาน
9.3 ขัน้ การสรปุ ผลโครงงาน
9.3.1 นาเสนอโครงงานให๎กับคณะกรรมการประเมินผล
9.3.2 สรุปผลและประเมนิ ผลโครงงาน
คณะผู๎ศกึ ษาไดว๎ างแผนทีจ่ ะดาเนินงานตามโครงงาน โดยมีขัน้ ตอนการดาเนินงาน ดังตารางที่ 1 ดงั น้ี
ระยะเวลาในการดาเนินงาน
การดาเนินงาน พฤศจิกายน ธนั วาคม มกราคม กุมภาพนั ธ์
2564 2564 2565 2565
1. วางแผนงาน
2. เสนอโครงราํ งโครงงาน
3. ลงพ้นื ท่กี จิ การร๎านขนมบ๎านหาด
4. เขยี นโครงราํ งโครงงาน
5. เสนอโครงงาน
6. อนุมตั โิ ครงงาน
7. เขียนรายงานเก่ียวกบั ผลการ
ดาเนินงานกิจการรา๎ นขนมบา๎ นหาด
8. ลงพื้นทก่ี จิ การร๎านขนมบ๎านหาด
9 .สรปุ และประเมนิ ผลโครงงาน
การขออนุมัตโิ ครงงาน โครงงานการศึกษาตน๎ ทนุ เสนอข๎อมลู
และผลตอบแทนการผลติ และจาหนํายขนม ผ๎ูวิจยั คิดหวั ขอ๎ โครงงานท่ีผว๎ู ิจัย
กะหร่ีปบั๊ กรณศี ึกษา ของรา๎ นขนมบ๎านหาด สนใจแล๎วสรุปหัวขอ๎ โครงงาน
ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จงั หวัดอตุ รดติ ถ์
เขียนโครงราํ งโครงงาน
ออกแบบงานวิจยั ศึกษาและ
ค๎นควา๎ ขอ๎ มูลที่เกย่ี วขอ๎ งกบั เรือ่ งที่
สนใจวํามี เน้อื หามากน๎อยเพียงใด
ขั้นตอนการดาเนินงานตามโครงงาน เขียนรายงานสวํ นนาและเคา๎
ขั้นการสรุปผลโครงงาน โครง ศกึ ษาขอ๎ มูลเพ่ิมเตมิ เพยี งใด
จึงจะมีข๎อมูล เพียงพอที่จะทา
โครงงานนีแ้ ละเก็บข๎อมูลไว๎ เพอ่ื
นํามาจดั ทาเนื้อหา
เขียนรายงานเกยี่ วกบั ผลการดาเนินงาน
นาเสนอโครงงาน
สรปุ ผลการวิจยั
9.4 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ผู๎ประกอบการกจิ การผลิตและจาหนํายขนมกะหรีป่ บ๊ั รา๎ นขนมบ๎านหาด บ๎านเลขท่ี 97 หมูํ 3
ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวดั อุตรดติ ถ์ มีพนักงานจานวน 2 คนดงั น้ี
นางสาวนริศรา วันชม ตาแหนํง เจา๎ ของกจิ การ
นายนิรทุ ธิ์ เมนํ ตน๎ สาย ตาแหนํง พนกั งาน
9.3 เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการดาเนินโครงงาน
เคร่ืองมือวิจัยที่ใช๎ในการเก็บรวบรวมข๎อมูลสาหรับเพ่ือให๎ได๎คาตอบตามวัตถุประสงค์ ของ
โครงงาน
9.3.1 แบบสมั ภาษณ์
9.3.2 คอมพิวเตอร์
9.3.3 โปรแกรมสาเรจ็ รูป Microsoft Excel, Microsoft Word
แบบการสมั ภาษณ์เพอื่ การศึกษา/เพื่อการจัดทาโครงงาน
โครงงาน การศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหน่ายขนมกะหรป่ี บ๊ั
กรณีศกึ ษา ร้านขนมบา้ นหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
สว่ นท่ี1 คาช้ีแจง
1.1 วตั ถปุ ระสงคโ์ ครงงาน
1.1.1 เพอ่ื ศกึ ษาต๎นทุนการผลิตและจาหนํายขนมกะหร่ปี ๊บั กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด
ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอตุ รดิตถ์
1.1.2 เพ่ือศึกษาผลตอบแทนการผลิตและจาหนาํ ยขนมกะหร่ปี ๊บั กรณศี ึกษาร๎านขนม
บา๎ นหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จงั หวัดอตุ รดิตถ์
1.2 รายละเอยี ดของโครงงาน
1.2.1 โครงงานนี้จัดทาข้ึนเพื่อเป็นการศึกษาโครงงานศึกษาตน๎ ทุนและผลตอบแทน การผลิตและ
จาหนํายขนมกะหรปี่ ั๊บ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวดั อตุ รดติ ถ์ และเปน็
กระบวนการพฒั นาการเรียนรข๎ู องผ๎เู รยี นหลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้ันสูง (ปวส.) พ.ศ. 2557 ในรายวิชา
โครงงาน รหัสวชิ า 30201 - 8501 ประจาภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2564
1.2.2 ข๎อตกลงของโครงงานโครงงานการศึกษาต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตและ จาหนํายขนม
กะหร่ีป๊ับ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการให๎ข๎อมูลจะไมํมี
ผลกระทบทก่ี อํ ใหเ๎ กิดความเสียหายตํอผู๎ใหข๎ ๎อมูลและหนํวยงานในทุก ๆ ดา๎ น
1.2.3 ประโยชนข์ องโครงงานมีความมํงุ หวังใหเ๎ กดิ ผลสัมฤทธ์ิที่ดีตํอการเรียนร๎ูของผ๎ูเรียน
จากการปฏิบัติจริงและได๎สํงเสริมการมีสํวนรํวมระหวํางสถานศึกษากับสังคมและชุมชนในการ รํวมกัน
พฒั นาการดาเนินงานใหเ๎ กดิ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลอยํางย่ิง
สว่ นท่ี 2 รายละเอยี ดของกิจการ
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทั่วไป
1.1 ชื่อเจา๎ ของกจิ การ ........................................................................................................
1.2 ชอ่ื กจิ การ ....................................................................................................................
1.3 ลกั ษณะของธรุ กจิ .......................................................................................................
1.4 ระยะเวลาดาเนินกจิ การ ..............................................................................................
1.5 ผลิตภณั ฑ์ ....................................................................................................................
1.6 ชํองทาง/สถานท่ีจาหนําย ............................................................................................
1.7 การสงํ เสรมิ การขาย .....................................................................................................
1.8 จานวนพนกั งาน ...........................................................................................................
1.9 แนวคิดในการเร่ิมต๎นประกอบธุรกจิ .............................................................................
1.10 อื่นๆ ...........................................................................................................................
ตอนท่ี 2 ขอ้ มูลดา้ นการบรหิ ารจดั การและการเงินของกิจการ
รายการ รายละเอยี ด จานวนเงิน หมายเหตุ
จานวนเงนิ หมายเหตุ
1. ข้อมลู การลงทนุ
1.1 เงินทนุ หมุนเวียน
1.1.1 เงนิ สดและเงินฝากธนาคาร
1.1.2 วสั ดุสานักงาน/วสั ดุสนิ้ เปลอื ง
1.1.3 อน่ื ๆ
รายการ รายละเอยี ด
1.2 ทดี่ ิน อาคาร และอุปกรณ์
1.2.1 ทดี่ นิ
1.2.2 อาคาร
1.2.3 อปุ กรณ์
1.3 แหลง่ เงนิ ทนุ อนื่ ๆ
1.3.1 เงินกู๎ธนาคาร
1.3.2 เงินก๎สู หกรณ์ (ระบุ สหกรณ์อะไร)
รายการ ลายละเอียด จานวนเงิน หมายเหตุ
1.3.3 เงินกน๎ู อกระบบ
1.3.4 อื่น ๆ .......................................
2. ข้อมลู ด้านการจาหนา่ ย
2.1 สินคา้ และบริการ (..........................)
2.1.1 ปรมิ าณ
2.1.2 ราคาขาย
3. ข้อมูลปริมาณการผลติ (หน่วยผลิต)
3.1 สินคา้ ขนมกะหรปี่ ั๊บ
3.1.1 ตอํ เดือน
3.1.2 ตอํ สัปดาห์
3.1.3 ตอํ วนั
4. ขอ้ มลู ตน้ ทุนการผลติ (DM + DL + MOH)
4.1 วตั ถุดิบทางตรง
4.1.1 ………………………………………
4.1.2 ……………………………………..
4.2 ค่าแรงงานทางตรง
4.2.1 …………………………………….
4.2.2 …………………………………….
4.2.3 ……………………………………
4.3 คา่ ใช้จ่ายในการผลิต
4.3.1 วัตถุดบิ ทางอ๎อม
4.3.2 คาํ แรงงานทางอ๎อม
4.3.3 คาใช๎จาํ ยในการผลิตอื่น ๆ
4.3.4 ……………………………………..
4.3.5 ……………………………………..
5. ข้อมลู ตน้ ทุนงวดเวลา (ค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนนิ งาน)
5.1 คา่ ใชจ้ ่ายในการขาย
5.1.1 …………………………………….
รายการ จานวนเงิน ลายละเอียด หมายเหตุ
5.1.2 …………………………………….
5.2 คา่ ใช้จา่ ยในการบรหิ าร
5.2.1 ……………………………………
5.2.2 ……………………………………
6. ขอ้ มลู ดา้ นการเกบ็ รกั ษาสินคา้ และบริการ
6.1 สถานท่จี ดั เก็บ
6.1.1 สินคา๎ ท่ี 1 แหลํง
6.2 ปรมิ าณสูงสดุ
6.2.1 ……………………………………..
6.3 ปริมาณต่าสุด
6.3.1 .........................................
6.4 ต้นทุนการเกบ็ รกั ษา
6.4.1 .......................................
7. ขอ้ มลู ด้านอ่ืน ๆ
7.1 .................................................
7.2 ................................................
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
9.4 การเก็บรวบรวมข้อมลู
9.4.1 ลักษณะของข้อมูล
9.4.1.1 ข๎อมูลเชิงปริมาณ คือ ข๎อมูลท่ีใช๎แทนขนาดหรือปริมาณซึ่งวัดออกมาเป็น
จานวนท่ีสามารถนามาใช๎เปรียบเทียบกันได๎โดยตรง เชํนปริมาณการผลิตน้ามันดิบของกลุํมโอเปกใน
แตํละปี อตั ราดอกเบี้ยเงนิ กข๎ู องธนาคารพาณิชย์ จานวนสมาชกิ โดยเฉลี่ยของครอบครวั ไทย
9.4.1.2 ข๎อมูลเชิงคุณภาพ คือ ข๎อมูลที่ไมํสามารถวัดออกมาเป็นจานวนได๎โดยตรง
แตํอธิบายลักษณะหรือคุณสมบัติในเชิงคุณภาพได๎ เชํน เพศของสมาชิกในครอบครัวสถานภาพสมรส
ของพนักงานในบรษิ ัทห๎างร๎านหรอื ความคดิ เห็นของประชาชน การวิเคราะห์ข๎อมูลประเภทน้ีสํวนใหญํ
ทาโดยการนบั จานวนจาแนกตามลักษณะเชิงคุณภาพ เชํน นับจานวนพนักงานท่ีเป็นโสด ท่ีสมรสแล๎ว
ท่ีหยําร๎าง และท่ีเป็นหม๎ายวํามีอยํางละก่ีคน ข๎อมูลเชิงคุณภาพบางลักษณะสามารถวัดออกมาเป็น
ลาดับท่ีหรอื ตาแหนํงท่ีได๎ เชํน ความชอบ วัดในรูป ชอบมากท่ีสุด ชอบมาก ชอบปานกลาง ชอบน๎อย
ไมชํ อบเลย ความคิดเหน็ วดั ในรปู เห็นด๎วยอยํางยิง่ เหน็ ดว๎ ย ไมํมคี วามเห็น ไมํเห็นดว๎ ย ไมํเห็นด๎วยอยําง
ย่ิง ประสิทธิภาพในการดาเนินงาน วัดในรูป ดีขึ้นมาก ดีขึ้น คงเดิม เลวลง เลวลงมาก หรือวัดในรูป
สูง ปานกลาง ต่า เป็นต๎น การกาหนดลาดับที่หรือตาแหนํงที่ของข๎อมูลเชิงคุณภาพนี้ เม่ือนาข๎อมูลไป
วิเคราะห์จะต๎องแทนลาดับที่หรือตาแหนํงที่เหลํานี้ด๎วยตัวเลข เชํน ให๎ตัวเลขท่ีมีคํามากใช๎แทน
ลกั ษณะหรือความรส๎ู กึ ที่ดี
9.4.2 แหล่งท่ีมาของขอ้ มูล
9.4.2.1 ข๎อมูลปฐมภูมิ (primary data) คือ ข๎อมูลที่นักเรียนเก็บจากแหลํงกาเนิด
ขอ๎ มูลโดยตรง เชํน ขอ๎ มูลการเข๎าใช๎ห๎องสมดุ ของโรงเรยี น เป็นข๎อมูลปฐมภูมิของบรรณารักษ์ห๎องสมุด
ข๎อมูลจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เป็นข๎อมูลปฐมภูมิของนักเรียนท่ีทาการทดลอง การเก็บ
รวบรวมข๎อมูลแบบปฐมภูมิ สามารถทาได๎ 2 วิธี ได๎แกํ การสามะโน (census) เป็นการเก็บรวบรวม
ข๎อมลู จากทุกๆ หนํวยของประชากร เหมาะสาหรับข๎อมูลขนาดเล็ก เชํน การสารวจความคิดเห็นของ
นักเรียนโรงเรียนแหํงหนึ่งเก่ียวกับการสอบ O-NET หรือข๎อมูลท่ีต๎องการความแมํนยาสูง มักพบได๎
จากการสามะโนของสานักงานสถิติแหํงชาติซ่ึงจะจัดทาข้ึนทุกๆ 5 ปี หรือ 10 ปี เชํน สามะโน
ประชากรและเคหะ สามะโนการเกษตร ฯลฯ ข๎อมูลที่ได๎จากการสามะโนจะเป็นข๎อมูลท่ีคํอนข๎าง
แมํนยา เน่ืองจากเป็นคําจริงไมํใชํคําประมาณ ข๎อเสียที่เดํนชัดของการสามะโน คือ หากขนาดของ
ประชากรมีขนาดใหญํ ผ๎ูเก็บข๎อมูลจะต๎องใช๎เวลามากในการเก็บข๎อมูลทุกหนํวย รวมถึงมีคําใช๎จํายใน
การดาเนินงานสูง อีกวิธีท่ีนิยมใช๎สาหรับการเก็บข๎อมูลแบบปฐมภูมิที่มีประชากรขนาดใหญํ คือ การ
สารวจตัวอยาํ ง (sample survey) เป็นวธิ กี ารคัดเลอื กตวั อยาํ งมาใชเ๎ ป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด
ข๎อมลู ท่ไี ด๎จากการสารวจตัวอยํางจะเป็นคําประมาณ ทาให๎มีความแมํนยาน๎อยกวําข๎อมูลท่ีได๎จากการ
สามะโน ข๎อดีของการสารวจตัวอยํางคือ ผ๎ูเก็บข๎อมูลจากใช๎งบประมาณและเวลาคํอนข๎างน๎อยในการ
เกบ็ ขอ๎ มลู
9.4.2.2 ข๎อมลู ทุยติภูมิ (secondary data) คอื ข๎อมูลที่นักเรียนนามาจากบุคคลอ่ืน
หรือหนํวยงานอื่น ข๎อมูลประเภทนี้ นักเรียนจะไมํได๎ลงมือเก็บรวบรวมด๎วยตนเอง โดยสํวนใหญํแล๎ว
ข๎อมูลประเภทนี้มักเป็นข๎อมูลที่เก็บรวบรวมโดยหนํวยงานตํางๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เชํน ข๎อมูล
ประชากรในกรุงเทพมหานคร ประจาเดือน มีนาคม พ.ศ. 2564 จัดเป็นข๎อมูลปฐมภูมิของสานักงาน
เขตแตํละเขตในกรุงเทพมหานคร แตํจะเป็นข๎อมูลทุติยภูมิของบุคคล หรือ หนํวยงาน ท่ีต๎องการอ๎าง
ถึงจานวนประชากรในกรุงเทพมหานคร ข๎อมูลการใช๎บริการแผนก OPD ของโรงพยาบาล ประจาปี
พ.ศ.2564 จัดเป็นข๎อมูลปฐมภูมิของโรงพยาบาล แตํเม่ือโรงพยาบาลสํงรายงานให๎กระทรวง
สาธารณสุข ข๎อมูลดังกลําวจะเป็นข๎อมูลทุติยภูมิของกรวงสาธารณาสุข ข๎อดีของการเก็บข๎อมูลแบบ
ทุติยภมู ิ คือ นกั เรยี นไมํต๎องเสียเวลาในการเก็บข๎อมูล อีกทั้งมีความสะดวกและรวดเร็วในการนาไปใช๎
งาน อยํางไรก็ตามเน่ืองข๎อมูลประเภทนี้นักเรียนไมํได๎ลงมือเก็บรวบรวมจากแหลํงกาเนิดโดยตนเอง
ทาให๎ขอ๎ มลู ทนี่ กั เรยี นนามาใชง๎ านอาจมีโอกาสผดิ พลาดได๎งําย นกั เรียนควรคานึงถึงปัจจัยตํางๆ ท่ีอาจ
สํงผลตอํ ความถูกต๎องของข๎อมูลทุติยภูมิ เชํน บุคคล หรือ หนํวยงาน ที่จัดเก็บข๎อมูลจากแหลํงกาเนิด
มีความร๎คู วามเชย่ี วชาญและความนาํ เชือ่ ถอื มากนอ๎ ยเพียงใด รวมถึงข๎อมูลที่จัดเก็บมีความชัดเจนและ
หลักฐานอ๎างองิ ทีน่ าํ เชอ่ื ถอื หรอื ไมํ
9.5 การวิเคราะหข์ ้อมูล
การคานวณต๎นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและ
รายงานขอ๎ มูลเกี่ยวกบั ต๎นทุนการผลิตและจาหนํายขา๎ วหมาก ดังน้ันต๎นทุนการผลิตจะประกอบไปด๎วย
ข๎อมูลต๎นทนุ วตั ถุดบิ ทางตรง คําแรงงานทางตรง และคําใช๎จาํ ยในการผลิต ซึ่งแสดงการใช๎สูตรคานวณ
ดงั ตํอไปน้ี
ต๎นทุนการผลิต = วัตถุดบิ ทางตรง + คําแรงงานทางตรง + คาํ ใช๎จาํ ยในการผลติ
ตน๎ ทุนการผลิตตอํ หนํวย = (วัตถุดบิ ทางตรง + คาํ แรงงานทางตรง + คําใชจ๎ ํายในการผลติ )
จานวนหนวํ ยทผ่ี ลติ
อัตรากาไรขั้นต๎น (GPM) เป็นการวัดอัตราสํวนเปรียบเทียบผลกาไรขั้นต๎นกับยอดขาย ทาให๎
สามารถประเมินประสทิ ธิภาพในการดาเนินงานของกจิ การเปรยี บเทียบผลกาไรจากการขายเทียบเป็น
จานวนหนวํ ยทผ่ี ลิตได๎ ร๎อยละของยอดขาย
อตั ราสํวนกาไรข้นั ต๎น = กาไรขัน้ ต๎น x 100
ยอดขายสุทธิ
การคานวณกาไรสุทธิ เป็นสูตรที่ใช๎สาหรับงบกาไรขาดทุน (Income statement) ซึ่ง กาไร
สุทธิ สามารถคานวณได๎จากการนารายได๎รวมท้ังทางตรงและทางอ๎อมของกิจการ นามาหักลบ ด๎วย
คําใช๎จํายทั้งหมด อันประกอบด๎วยต๎นทุนของสินค๎า คําใช๎จํายในการดาเนินการของกิจการทุก
ประเภท รวมทั้งภาษีจําย ซง่ึ แสดงการใชส๎ ูตรคานวณดงั ตํอไปนี้
กาไรสทุ ธิ = รายไดร๎ วม - คาํ ใชจ๎ ํายรวม
อัตรากาไรสุทธิเป็นการวัดอัตราสํวนทางการเงินระหวํางผลกาไรสุทธิกับยอดขาย ซึ่งเป็น
อัตราสํวนทบ่ี อกถงึ ความสามารถการทากาไรสทุ ธิของกิจการ บอกถึงประสิทธิภาพการดาเนินงานของ
กจิ การ
อตั ราสวํ นกาไรสุทธิ = กาไรขั้นต๎น x 100
ยอดขายสุทธิ
10. งบประมาณท่ดี าเนินงาน 100 บาท
10.1 หมวดค่าใช้สอย (560 บาท) 400 บาท
10.1.1 คาํ น้ามันรถจักรยานยนต์ 60 บาท
10.1.2 คาํ ปร้ินเอกสาร
10.1.3 คําเข๎าเลมํ โครงงาน
11. นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ
11.1 ขนมกะหร่ปี ั๊บ ช่อื ของกนิ ชนิดหน่ึง ใช๎แป้งสาลหี ํอไสท๎ ใี่ ชเ๎ นื้อไกํเป็นต๎นผัดกับผงกะหรี่ หรือ
อาจเป็นไส๎อื่น ๆ เชํน ถั่วกวน เผือกกวน ม๎วนปิดริมแป้งตรงท่ีประกบกันให๎เป็นลายเกลียว แล๎วทอด
น้ามัน
11.2 ตน๎ ทุน หมายถึง คาํ ใช๎จาํ ยในการผลิตและจาหนํายขนมกะหร่ปี ๊ับ ประกอบด๎วย
คําแป้งสาลี คาํ เผือก คําน้ามนั พชื คําแรงงาน คําไฟฟ้า เป็นตน๎
11.3 ผลตอบแทน หมายถงึ รายได๎จากการจาหนํายขนมกะหร่ีปั๊บ ของร๎านขนมบ๎านหาด ตาบล
หาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอตุ รดิตถ์
12. บรรณานุกรม
สตู รคานวณตน๎ ทนุ . (2560). สืบคน๎ เมอ่ื 18 ธันวาคม 2564, เวบ็ ไซต์
https://www.richs.co.th
บทนยิ ามกะหรป่ี ๊ับ. (2559). สืบค๎นเมอ่ื 18 ธนั วาคม 2564, เว็บไซต์
https://dict.longdo.com/search
ผศ.ดร.พมิ พ์เพญ็ พรเฉลมิ พงศ์. (2560). บทนิยามแปง้ สาลี. สบื คน๎ เมอ่ื 18 ธันวาคม 2564, เวบ็ ไซต์
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1378/wheat-flour-
บทนิยามน้ามนั พืช. (2560). สบื คน๎ เมอื่ 18 ธนั วาคม 2564, เวบ็ ไซต์
https://guru.sanook.com/5704
ผ๎ูชวํ ยศาสตราจารย์ศันสนีย์ อตุ มอาํ ง(2554).การพฒั นากะหรปี่ ั๊บไสม๎ ะขามหวานเพือ่ เปน็ ของ
ฝากจากจงั หวัดเพชรบูรณ์.สืบค๎นเมอื่ 18 ธนั วาคม 2564, เวบ็ ไซต์
http://research.pcru.ac.th/rdb/project/dataview
สพุ ัตรา เลิศวณชิ ย์วัฒนา. (2546).การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์กะหรี่ปบ๊ั จากแป้งสาลีผสมแปง้ ข๎าวหอม
มะลิ. สบื คน๎ เมื่อ 18 ธันวาคม 2564, เว็บไซต์
https://kukr2.lib.ku.ac.th/kukr_es/index.php?/BKN/search_detail/result/8559
13. การติดตามและการประเมินผลโครงงาน
เป้าหมาย ตวั ชวี้ ัดความสาเรจ็ วิธกี าร/เคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ้ น
การประเมนิ ผลโครงการ
1. ทราบต๎นทุน วตั ถุดิบ ทราบถึงต๎นทุน วัตถดุ ิบ - สถิตวิ เิ คราะห์
คาํ แรงงาน และคําใชจ๎ าํ ยในการ คําแรงงาน และคาํ ใช๎จาํ ยใน - โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
ผลติ การการผลิตและจาหนาํ ย
ขนมกะหรี่ปั๊บ วเิ คราะห์
2. การเพ่ิมรายได๎ใหแ๎ กกํ ิจการรา๎ น ทราบถงึ ระบบบญั ชตี น๎ ทุน
ขนมบ๎านหาด ของการผลิตและจาหนําย - สถิติวเิ คราะห์
ขนมกะหรป่ี บั๊ - โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3. ลดคําใช๎จาํ ยทไี่ มจํ าเป็นได๎ ทราบถงึ คําใช๎จํายที่ไมจํ าเป็น วเิ คราะห์
เชนํ การทส่ี ูญเสยี ตําง ๆ ใน - สถิติวิเคราะห์
การผลิตขนมกะหรี่ป๊ับ - โปรแกรมคอมพิวเตอร์
วิเคราะห์
ภาคผนวก ข
แบบสมั ภาษณ์
แบบการสมั ภาษณ์เพอื่ การศกึ ษา/เพอ่ื การจัดทาโครงงาน
โครงงาน การศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหนา่ ยขนมกะหรปี่ บั๊
กรณีศึกษา ร้านขนมบา้ นหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดติ ถ์
ส่วนที1่ คาชี้แจง
1.1 วัตถปุ ระสงค์โครงงาน
1.1.1 เพ่อื ศึกษาต๎นทนุ การผลติ และจาหนาํ ยขนมกะหร่ปี ๊บั กรณีศึกษารา๎ นขนมบ๎านหาด
ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จงั หวดั อุตรดิตถ์
1.1.2 เพ่ือศึกษาผลตอบแทนการผลติ และจาหนาํ ยขนมกะหรป่ี ๊ับ กรณศี ึกษาร๎านขนม
บ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จงั หวดั อตุ รดิตถ์
1.2 รายละเอียดของโครงงาน
1.2.1 โครงงานน้จี ัดทาข้ึนเพื่อเปน็ การศึกษาโครงงานศึกษาตน๎ ทุนและผลตอบแทน การผลิตและ
จาหนาํ ยขนมกะหรีป่ ๊ับ กรณศี ึกษาร๎านขนมบา๎ นหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวดั อตุ รดติ ถ์ และเปน็
กระบวนการพัฒนาการเรยี นรู๎ของผูเ๎ รียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชน้ั สูง (ปวส.) พ.ศ. 2557 ในรายวิชา
โครงงาน รหัสวชิ า 30201 - 8501 ประจาภาคเรยี นท่ี 2 ปี การศึกษา 2564
1.2.2 ข๎อตกลงของโครงงานโครงงานการศึกษาต๎นทุนและผลตอบแทนการผลิตและ จาหนํายขนม
กะหรี่ป๊ับ กรณีศึกษาร๎านขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการให๎ข๎อมูลจะไมํมี
ผลกระทบทก่ี อํ ใหเ๎ กิดความเสียหายตํอผู๎ให๎ข๎อมูลและหนวํ ยงานในทุก ๆ ดา๎ น
1.2.3 ประโยชนข์ องโครงงานมคี วามมุํงหวงั ใหเ๎ กดิ ผลสัมฤทธิ์ท่ีดีตํอการเรียนรู๎ของผู๎เรียน
จากการปฏิบัติจริงและได๎สํงเสริมการมีสํวนรํวมระหวํางสถานศึกษากับสังคมและชุมชนในการ รํวมกัน
พฒั นาการดาเนินงานให๎เกดิ ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลอยาํ งยงิ่
ส่วนที่ 2 รายละเอียดของกจิ การ
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่ัวไป
1.1 ชอ่ื เจา๎ ของกิจการ ........................................................................................................
1.2 ชื่อกิจการ ....................................................................................................................
1.3 ลักษณะของธุรกิจ .......................................................................................................
1.4 ระยะเวลาดาเนนิ กิจการ ..............................................................................................
1.5 ผลิตภัณฑ์ ....................................................................................................................
1.6 ชอํ งทาง/สถานทจี่ าหนาํ ย ............................................................................................
1.7 การสงํ เสริมการขาย .....................................................................................................
1.8 จานวนพนักงาน ...........................................................................................................
1.9 แนวคดิ ในการเร่ิมต๎นประกอบธุรกิจ .............................................................................
1.10 อืน่ ๆ ...........................................................................................................................
ตอนที่ 2 ข้อมลู ดา้ นการบรหิ ารจัดการและการเงนิ ของกิจการ
รายการ รายละเอียด จานวนเงิน หมายเหตุ
จานวนเงนิ หมายเหตุ
1. ขอ้ มูลการลงทนุ
1.1 เงนิ ทุนหมุนเวยี น
1.1.1 เงนิ สดและเงินฝากธนาคาร
1.1.2 วสั ดุสานักงาน/วสั ดสุ น้ิ เปลอื ง
1.1.3 อืน่ ๆ
รายการ รายละเอียด
1.2 ทด่ี ิน อาคาร และอุปกรณ์
1.2.1 ทด่ี นิ
1.2.2 อาคาร
1.2.3 อุปกรณ์
1.3 แหลง่ เงินทุนอ่นื ๆ
1.3.1 เงนิ กู๎ธนาคาร
1.3.2 เงินก๎ูสหกรณ์ (ระบุ สหกรณ์อะไร)
1.3.3 เงนิ กนู๎ อกระบบ
1.3.4 อืน่ ๆ .......................................
2. ขอ้ มลู ด้านการจาหนา่ ย
2.1 สินค้าและบรกิ าร (..........................)
2.1.1 ปริมาณ
2.1.2 ราคาขาย
3. ข้อมูลปริมาณการผลติ (หนว่ ยผลติ )
3.1 สินคา้ ขนมกะหร่ปี ๊บั
3.1.1 ตอํ เดอื น
3.1.2 ตํอสัปดาห์
3.1.3 ตํอวัน
4. ขอ้ มูลตน้ ทนุ การผลิต (DM + DL + MOH)
4.1 วตั ถดุ ิบทางตรง
4.1.1 ………………………………………
รายการ จานวนเงนิ ลายละเอียด หมายเหตุ
4.1.2 ……………………………………..
4.2 คา่ แรงงานทางตรง
4.2.1 …………………………………….
4.2.2 …………………………………….
4.2.3 ……………………………………
4.3 ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต
4.3.1 วัตถดุ บิ ทางอ๎อม
4.3.2 คําแรงงานทางอ๎อม
4.3.3 คาใชจ๎ าํ ยในการผลิตอน่ื ๆ
4.3.4 ……………………………………..
4.3.5 ……………………………………..
5. ขอ้ มลู ต้นทุนงวดเวลา (ค่าใชจ้ ่ายในการ
ดาเนินงาน)
5.1 คา่ ใช้จา่ ยในการขาย
5.1.1 …………………………………….
5.1.2 …………………………………….
5.2 ค่าใชจ้ ่ายในการบรหิ าร
5.2.1 ……………………………………
5.2.2 ……………………………………
6. ขอ้ มลู ดา้ นการเกบ็ รักษาสินค้าและบริการ
6.1 สถานที่จัดเก็บ
6.1.1 สินค๎าที่ 1 แหลํง
6.2 ปรมิ าณสูงสุด
6.2.1 ……………………………………..
6.3 ปรมิ าณตา่ สุด
6.3.1 .........................................
6.4 ตน้ ทนุ การเกบ็ รักษา
6.4.1 .......................................
รายการ จานวนเงิน ลายละเอียด หมายเหตุ
7. ข้อมลู ดา้ นอน่ื ๆ
7.1 .................................................
7.2 ................................................
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ภาคผนวก ค
ภาพการดาเนนิ งาน
โครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหน่าย
ขนมกะหรี่ป๊ับ กรณีศึกษาร้านขนมบ้านหาด ตาบลหาดสองแคว
อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดติ ถ์
ภาพที่ 1 ภาพประกอบการลงพน้ื ท่ดี าเนนิ โครงงาน
ลงพ้ืนทต่ี ดิ ตํอเจา๎ ชองธุรกิจขอทาโครงงานเรื่องการศึกษาต๎นทนุ และผลตอบแทนการผลติ และจาหนาํ ย
ขนมกะหรี่ปั๊บ กรณีศึกษารา๎ นขนมบ๎านหาด ตาบลหาดสองแคว อาเภอตรอน จงั หวัดอตุ รดติ ถ์
ภาพที่ 2 ภาพประกอบการลงพ้ืนทดี่ าเนินโครงงาน
ลงพน้ื ท่ีสมั ภาษณ์เจ๎าของกิจการ นางสาวนริศรา วนั ชม (คณุ เดยี ว)
ภาพท่ี 3 ภาพประกอบขนั้ ตอนการทาขนมกะหร่ีป๊บั
ภาพที่ 4 ภาพประกอบข้นั ตอนการทาขนมกะหร่ปี ๊บั
ภาพที่ 5 ภาพประกอบขั้นตอนการทาขนมกะหรปี่ ับ๊
ภาพที่ 6 ภาพประกอบขนั้ ตอนการทาขนมกะหร่ปี ั๊บ
ภาพที่ 7 ภาพประกอบขั้นตอนการทาขนมกะหรปี่ ับ๊
ภาพที่ 8 ภาพประกอบขนั้ ตอนการทาขนมกะหร่ปี ั๊บ
ภาพท่ี 9 ภาพประกอบข้ันตอนการทาขนมกะหร่ีป๊บั
ภาพที่ 10 ภาพประกอบข้ันตอนการทาขนมกะหรีป่ ๊บั
ภาพที่ 11 ภาพประกอบขั้นตอนการทาขนมกะหรีป่ ับ๊
ภาพที่ 12 ภาพประกอบขั้นตอนการทาขนมกะหรปี่ ั๊บ
ภาพท่ี 13 ภาพประกอบข้ันตอนการทาขนมกะหรีป่ ๊บั
ภาพที่ 14 ภาพประกอบขัน้ ตอนการทาขนมกะหรี่ปับ๊
ภาพที่ 15 ภาพประกอบขั้นตอนการทาขนมกะหรี่ป๊ับ
ภาพที่ 16 ภาพประกอบขั้นตอนการทาขนมกะหรีป่ ๊ับ
วตั ถดุ ิบในการทาไสข้ นมกะหร่ปี ๊บั
วตั ถุดบิ ในการทาแปง้ ขนมกะหร่ปี ๊บั
ภาคผนวก ง
ประวตั ิผศู้ ึกษา
ประวตั ิผูศ้ ึกษา
ชื่อ – นามสกุล : นายชวลิต เกิดแกว๎
ช่อื เลน่ : เอฟ
วัน/เดอื น/ปี : วันท่ี 22 มกราคม พ.ศ. 2545
เบอรโ์ ทร : 099-2756092
อเี มล : [email protected]
ประวัติการศกึ ษา : ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอตุ รดติ ถ์
ปจั จบุ ันกาลังศึกษาระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ชนั้ สูง วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาอุตรดติ ถ์
ประวตั ิผู้ศกึ ษา
ชื่อ – สกลุ : นางสาว ณชิ นันทน์ เมอื งจนั ทร์
ชือ่ เลน่ : นิง้
วนั /เดือน/ปี : วันท่ี 21 เดอื น มีนาคม พ.ศ.2544
เบอร.์ : 065-6172102
อีเมล : [email protected]
ประวตั ิการศกึ ษา : ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาอตุ รดิตถ์
ปจั จุบันกาลงั ศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี ชัน้ สูง วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดติ ถ์
ประวตั ิผู้ศกึ ษา
ชื่อ – สกลุ : นางสาว ศศธิ ร บุญสุภา
ชอื่ เล่น : แมงมุม
วนั /เดือน/ปี : วนั ที่ 5 เดือน เมษายนพ.ศ.2545
เบอร.์ : 065-3585318
อเี มล : [email protected]
ประวตั ิการศกึ ษา : ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาอุตรดติ ถ์
ปัจจบุ ันกาลังศกึ ษาระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสูง วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาอุตรดติ ถ์