The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Akira Suwannamook, 2023-01-10 12:40:26

ภูมิปัญญาจังหวัดมหาสารคามแก้2

ภูมมิปัญญามหาสารคาม

ภูมิปัญญาจังหวัด
มหาสารคาม

พุ ทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

ผู้จัดทำ
นางสาวอคิราภ์ สุวรรณมุข

รหัส 6301120044
สาขา สารสนเทศศาสตร์

คำนำ

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับรายวิชา การจัดการ
สารสนเทศและภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องภูมิปัญญาท้อง
ถิ่น จังหวัดมหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์้พื่ อให้ผู้ที่
มรความสนใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัด
มหาสารคาม

ผู้จัดทำหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์กับผู้
ที่มีความสนใจไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใด
ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้

อคิราภ์ สุวรรณมุข
ผู้จัดทำ
2566

สารบัญ หน้า

เรื่อง 1
2
ประวัติจังหวัดมหาสารคาม 4
ด้านการเกษตร 6
ด้านการแพทย์แผนไทย 8
ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง 10
แวดล้อม 16
ด้านศิลปกรรม 21
ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน
ด้านด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี
ด้านโภชนาการ
บรรณานุกรม
ดัชนี

ประวัติจังหวัดมหาสารคาม

มหาสารคาม ได้รับการแต่งตั้งเป็นเมืองเมื่อวันที่ 22
สิงหาคม พ. ศ. 2408 แต่ก่อนหน้าที่จะตั้งเป็นเมืองมหาสารคาม
นั้น บริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์มาเป็นเวลานานแล้ว บางยุค
บางสมัยก็เป็นชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง บางยุคบางสมัยก็
เสื่อมโทรม อย่างไรก็ตามในบริเวณเมืองมหาสารคามมีร่องรอย
การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ดังนี้
สมัยก่อนประวัติศาสตร์

1.ด้าน
การเกษตร

ผักสวนครัว

ผักสวนครัว คือ ผักที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้านหรือที่ ว่างต่าง ๆ ในชุมชน
ต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ ปลูก ไว้สำหรับรับประทานเอง ภายใน
ครอบครัว หรือชุมชน การปลูกผักสวนครัวไว้รับประทาน จะทำให้ผู้ปลูก
ได้รับประทานผักสดที่อุดมด้วย วิตามีนและเกลือแร่ต่าง ๆ ความ
ปลอดภัยจากสารเคมีลดรายจ่ายในครัวเรือน และที่สำคัญ ให้สมาชิก ใน
ครอบครัวมีกิจกรรมรวมกันในการปลูกผักเพื่ อ เกิดสัมพั นธ์ภายใน
ครอบครัว

การปลูกพื ชผักปลอดสารพิ ษ

ปลูกพื ชผักปลอดสารพิ ษ จะช่วยลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและลดสาร
ปนเปื้ อน จากการตกค้าง ของสารเคมีในผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และ ลด
ปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่ขาดทุนจาก การผลิตที่ต้องกู้หนี้ยืม สินมาซื้อปัจจัย
การผลิต นับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถลดปัญหาความยากจนของ
เกษตรกรได้ จึงเป็น สาเหตุให้ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านหลายศูนย์ นำองค์ความรู้
ในเรื่องเกษตร ธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ซึ่งได้มาจาก การเรียนรู้ทดลอง
ปฏิบัติของปราชญ์ชาวบ้าน

ที่มา: https://shorturl.asia/5pCkR

2.ด้านการ
แพทย์แผนไทย

หมอนวดแผนไทย

การนวดแผนไทยเป็นศาสตร์และศิลป์อีกแขนงหนึ่งที่สำคัญ ของหลัก
วิชาการแพทย์แผนไทย ในการ รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และเป็น
ภูมิปัญญาไทย ที่ได้ผ่านการบูรณาการ ร่วมกับองค์ความรู้ของศาสตร์
การแพทย์ ในระบบการแพทย์อื่นๆ จนพั ฒนาเป็นการนวดไทยที่มี
เอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับ อย่างกว้างขวาง ทั้งใน
ประเทศและในระดับนานาชาติ

ศาสตร์การนวดแผนไทย ได้รับการพั ฒนามาจาก ท่าทางการบริหารตามหลัก
โยคีของเหล่าฤาษี ชีไพร ผู้ได้บำเพ็ ญพรต เจริญภาวนามานานวันละหลาย
ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า ฤาษีดัดตน เป็นการบริหารร่างกาย หรือกายกรรม
เพื่ อให้สุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งมีผลพลอยได้คือ เพื่ อ
บำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น แก้โรคลมทั้งสรรพางค์กาย แก้เมื่อย แก้ปวด
เป็นต้น การนวดโดยทั่วไปมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1. การนวดเฉพาะส่วนที่เป็น
2. นวดที่อื่นเพื่ อส่งผลไปยังบริเวณที่เป็น

ที่มา: https://shorturl.asia/5pCkR
https://shorturl.asia/CX6OV

3.ด้านการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม

ปุ๋ยหมักชีวภาพ

การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ
1. เศษอาหาร เช่น เศษข้าว เศษผัก เปลือกผลไม้ เปลือกไข่ ก้างปลา เศษหมู
ขนมปัง ฯลฯ ที่เหลือจากการ บริโภค ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือน ร้านอาหาร โรง
อาหาร หรือโรงครัว เมื่อนำมาทำปุ๋ยหมักจะใช้เฉพาะส่วนที่เป็น กาก จึงต้อง
แยกน้ำที่อยู่ในเศษอาหารออกก่อน หากเศษอาหารมีขนาดใหญ่ก็สับให้มีขนาด
เล็กลง
2. จุลินทรีย์ควรเป็นประเภทที่ใช้ออกซิเจน จะช่วยให้ไม่ส่งกลิ่นเหม็นและไม่
ทำให้เกิดน้ำเสีย แหล่งจุลินทรีย์ที่ หาได้ง่ายคือมูลสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มูล
วัว มูลไก่ มูลหมู ซึ่งมีจุลินทรีย์หลายประเภทและจำนวนมาก เช่น เชื้อราแอ
คติโนมัยซีตส์ (Actinomycetes) ช่วยให้กระบวนการย่อยสลายเศษอาหาร
กลายเป็นปุ๋ยหมัก ได้เร็วขึ้น
3. เศษใบไม้ช่วยให้เศษอาหารมีความโปร่งพรุน ไม่อัดแน่นจนเกินไป ทั้งยังมี
ธาตุคาร์บอนที่จำเป็นต่อการ เจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์

วิธีทำ 3. ใช้ไม้คนส่วนผสมให้คลุกเคล้ากันทุก
วัน วันละ 1-2 ครั้ง ในช่วง 3-10 วัน
1. เตรียมถังหมักพลาสติกพร้อมฝา แรกอาจมีความร้อนเกิดขึ้น เนื่องจาก
ปิดขนาด 20 ลิตร โดยใช้เหล็กร้อน ๆ จุลินทรีย์คายความร้อนออกมาเพื่ อทำ
เจาะรูรอบถังเพื่ อใช้เป็นช่อง ระบาย ปฏิกิริยาย่อยสลาย หากความชื้นลดลง
อากาศ แล้วพั นด้วยตาข่ายเพื่ อ เกือบแห้ง ควรพรม น้ำเพิ่ ม 4. ใช้เวลา
ป้องกันแมลงวันมาวางไข่และสร้าง ประมาณ 30 วัน จะได้ปุ๋ยหมักใน
ความรำคาญ ปริมาตรที่ลดลงร้อยละ 40 หากปุ๋ยยังมี
2. ใส่เศษอาหาร มูลสัตว์ และเศษใบไม้ ความชื้นอยู่ ควรงดพรม น้ำและปล่อยให้
อย่างละ 1 ส่วนลงในถัง ผสมคลุก แห้งสนิท เพื่ อให้จุลินทรีย์หยุดการย่อย
เคล้าให้ทั่วแล้วปิดฝา ระยะแรก ไม่ต้อง สลาย ปุ๋ยหมักที่ได้จะมีสีดำคล้ำ เปื่ อยยุ่ย
เติมน้ำเนื่องจากเศษอาหารมีความชื้น มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบา และไม่มีกลิ่น
สูง หากวันถัดไปมีเศษอาหารอีกก็ เหม็นจากนั้นนำมาผึ่งแดด 3 วัน นำมา
ผสมมูลสัตว์และเศษใบไม้ ในอัตราส่วน อัดเม็ดบรรจุเพื่ อเตรียมใช้งานต่อไป
เดิม ใส่ลงในถังได้อีก

4.ด้านศิลปกรรม

การแกะสลักลายไทย

ผลงาน ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน แกะสลักลาย
ไทย งานศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ

ลายไทยเกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาในพุ ทธศาสนา จึงเป็นเหตุสำคัญให้
ช่างหรือศิลปินประดิษฐ์ลาย ไทยโดยได้แนวคิดมาจาก ดอกบัว พวง
มาลัย ควันธูป และเปลวเทียน แล้วนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นลวดลาย
ต่างๆ เช่น ลายกนก ลายเปลวเพลิง ลายใบเทศ ลายพฤษชาติ ซึ่งเมื่อ
ศึกษาถึงที่มาของลวดลายเหล่านั้น พบว่า บางส่วนมีการพั ฒนาจากรูป
ดอกบัวหลากหลายชนิด อาทิ บัวหลวง บัวสัตตบงกช บัวสัตตบุษย์
และมีการ พั ฒนาจากลักษณะการเคลื่อนไหวของเปลวไฟที่มีความพลิ้ว
ไหว จึงนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดลายไทยที่สวยงาม

5.ด้านกองทุนและ
ธุรกิจชุมชน

กองทุนฟื้ นฟู ฯมหาสารคาม พร้อมรับจัดการหนี้ของเกษตรกร

นางสาวพุ ทธรักษา จันทเขตต์ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้ นฟู และพั ฒนา
เกษตรกร สาขา จังหวัดมหาสารคาม กล่าว่าในสถานการณ์เกิดโรคระบาด
COVID-19 เกษตรกรไม่สามารถชำระหนี้ในระบบได้ สำนักงานกองทุนฟื้ นฟู
และพั ฒนาเกษตรกร สามารถช่วยเหลือจัดการหนี้ของเกษตรกรได้ เพื่ อแก้ไข
ปัญหาการถูกดำเนินคดี ยึดทรัพย์ออกขายทอดตลาด ซึ่งเป็นที่ดินทำกินของ
เกษตรกร ที่นำไปเป็นหลักทรัพย์ในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ
ทั้งนี้กองทุนฟื้ นฟู ฯ จะดำเนินการชำระหนี้ให้แก่สถาบันเจ้าหนี้แทนเกษตรกร
และโอนหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเป็นของกองทุนฟื้ นฟู ฯ โดยให้เกษตรกรมา
ผ่อนชำระหนี้กับทางกองทุนฯซึ่งไม่เสียดอกเบี้ยเพื่ อเป็นการรักษาที่ดินทำกิน
ของเกษตรกรไว้ หากเกษตรกรผ่อนชำระหนี้ครบแล้ว กองทุนฯ จะนำหลัก
ทรัพย์ค้ำประกันคืนแก่เกษตรกร

สำหรับเกษตรกรที่จะมีสิทธิจะได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้ ต้องเป็นสมาชิก
กองทุนฟื้ นฟู และพั ฒนาเกษตรกร และมีหนี้อันเนื่องมาจากการประกอบ
อาชีพเกษตรกรรม ซึ่งกำลังจะถูกดำเนินคดี หรือถูกยึดทรัพย์ออกขาย
ทอดตลาด โดยให้เกษตรกรมายื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้ ได้ที่สำนักงาน
กองทุนฟื้ นฟู และพั ฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดมหาสารคาม ชั้น 2 ห้อง
206 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

การทอผ้าพื้ นเมือง

แหล่งผลิตที่บ้านหนองเขื่อนช้าง ตำบลท่าสองคอน
อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ระยะ
ห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนสายมหาสารคาม –
ขอนแก่น ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร

การทอเสื่อกก

ที่ตำบลแพง
อำเภอโกสุมพิ สัย จังหวัด
มหาสารคาม ระยะห่างจากตัว
จังหวัดไปตามถนน สาย
มหาสารคาม – ขอนแก่น
ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เป็น
ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีชื่อ
เสียงของจังหวัดในระดับ ๕
ดาว

เครื่องปั้ นดินเผา

ที่บ้านหม้อ อำเภอเมืองมหาสารคาม
จังหวัดมหาสารคาม ระยะห่างจากตัวจังหวัดไป
ตามถนนสายมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด
ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร

การจักสาน

นอกจากจักสาน
ภาชนะต่าง ๆ เพื่ อใช้ภายใน
ครัวเรือนแล้ว ยังมี การสาน
จ่อ (กระด้งขนาดใหญ่ที่ใช้
เลี้ยงตัวไหม) เพื่ อการค้า ที่
ตำบลหนองทุ่ม อำเภอ
วาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม
ระยะห่างจากตัวจังหวัด
ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร

การผลิตเครื่องดนตรีพื้ นบ้าน

เครื่องดนตรีที่ผลิตเพื่ อการค้า ได้แก่
กลองยาว แหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่ตำบลหัวเรือ
อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ระยะห่างจาก
ตัวจังหวัดประมาณ ๔๔ กิโลเมตร

การเจียระไนพลอย

ที่ตำบลยางสีสุราช
อำเภอยางสีสุราช จังหวัด
มหาสารคาม เป็นชุมชนที่
รับจ้างเจียระไนพลอยจาก
จังหวัดจันทบุรี หลังฤดูการทำ
นา
ระยะห่างจากตัวจังหวัดไปตาม
ถนนสายมหาสารคาม –
สุรินทร์ ประมาณ ๗๔
กิโลเมตร

การทำเครื่องเบญจรงค์

แหล่งผลิตเพื่ อการค้าอยู่ที่ตำบลโคกพระ
อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ระยะห่าง
จากตัวจังหวัด ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร

6.ด้านด้านปรัชญา
ศาสนา และ
ประเพณี

งานนมัสการพระธาตุนาดูน

พระธาตุนาดูน หรือพุ ทธมณฑลอีสาน เป็นสถานที่ที่ค้นพบหลักฐาน
ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แสดงว่าบริเวณแห่ง นี้เคยเป็น
ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรื่องของนครจำปาศรี เมืองโบราณใน
อดีต อีกทั้งได้ขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับ
ทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุ ทธศตวรรษที่
13–15 สมัยทวาราวดี จึงได้สร้างพระธาตุตามแบบสถูปที่ได้ค้นพบ

และทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุนาดูน อ.นาดูน จัดงานใน
ช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ของทุกปี โดยจัดที่
บริเวณพุ ทธมณฑลอีสาน พระธาตุนาดูนรวม 9 วัน 9 คืน มีการ
ร่วมกิจกรรมทางพุ ทธศาสนา และกิจกรรมในงานประกอบด้วย
ขบวนแห่ประเพณี 12 เดือน การทำบุญตักบาตร การเวียนเทียนวัน
มาฆบูชา การปฏิบัติธรรมวิปัสสนา การออกนิทรรศการของหน่วย
งานต่างๆ การแสดงแสง สี เสียง ประวัติความเป็นมานครจำปาศรี
และการจัดร้านสินค้าชุมชน

งานประเพณีบุญบั้งไฟ

งานบุญบั้งไฟ ของจังหวัดมหาสารคามนั้นจัดขึ้นระหว่าง
เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ในงานมีการประกวดขบวนแห่
บั้งไฟ การตกแต่งขบวนและประกวดบั้งไฟขึ้นสูง กลางคืนมีเวียน
เทียน ทำบุญที่วัด มหรสพ และงานรื่นเริง การละเล่นต่างๆ ซึ่งที่
จังหวัดมหาสารคามได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นหลายอำเภอด้วยกัน
อาทิเช่น อำเภอ พยัคฆภูมิพิ สัย เชียงยืน, นาเชือก, กันทรวิชัย,
โกสุมพิ สัย, ยางสีสุราช, นาดูน, แกดำ บรบือเป็น

เดือนหกทำบุญบั้งไฟและบุญวันวิสาขบูชา การทำบุญบั้งไฟ
เพื่ อขอฝน และจะมีงาน บวชนาคพร้อมกันด้วย การทำบุญเดือนหก
เป็นงานสำคัญก่อนการทำนา หมู่บ้านใกล้เคียงจะนำ เอาบั้งไฟมาจุด
ประชันขันแข่งกัน หมู่บ้านที่รับเป็นเจ้าภาพจะจัดอาหาร เหล้ายามา
เลี้ยงโดยไม่คิด มูลค่า เมื่อถึงเวลาก็จะตั้งขบวนแห่บั้งไฟและรำเซิ้ง
ออกไป ณ ลานที่จุดบั้งไฟ การเซิ้งจะกระทำด้วย ความสนุกสนาน
ไม่มีการทะเลาะวิวาท คำเซิ้งและการแสดงประกอบจะออกไปในเรื่อง
เพศ แต่ก็ไม่ ถือสาหรือคิดเป็นเรื่องหยาบคายแต่อย่างใด

ประเพณีไหลเรือไฟไทญ้อ

ประเพณีไหลเรือไฟเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวอีสาน
สืบทอดปฏิบัติใน เทศกาลออกพรรษา ทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำถึง
แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตามแม่น้ำลำคลอง จังหวัดที่มีการไหลเรือ
ไฟปัจจุบันคือ จังหวัดศรีสะเกษ สกลนคร นครพนม หนองคาย
เลย มหาสารคาม และอุบลราชธานี โดยเฉพาะชาวนครพนมนั้น
ถือเป็นประเพณีสำคัญมาก

เมื่อใกล้จะออกพรรษาชาวบ้านจะแบ่งกันเป็น "คุ้ม" โดยยึดถือ
เอกชื่อวัดใกล้บ้านเป็นหลักในการตั้งชื่อคุ้ม เช่น ถ้าอยุ่ใกล้วัดกลางก็จะ
เรียกกันว่า "ชาวคุ้มวัดกลาง" ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ก็จะจัดให้มีการแข่งเรือ
ส่วงเฮือ แห่ปราสาทผึ้ง และการไหลเรือไฟ ส่วนในจังหวัดมหาสารคาม
นั้นได้จัดขึ้นทุกปี เรียกว่า "งานประเพณีไหลเรือไฟไทญ้อ"

เรือไฟ หรือภาษาถิ่นเรียกกันว่า "เฮือไฟ" นี้เป็นเรือที่ทำด้วยต้น
กล้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ 5 - 6 วา ข้างใน
บรรจุขนม ข้าวต้มผัดหรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีด
อกไม้ ธูปเทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ
ซึ่งเรียกว่า การไหลเรือไฟ หรือ ปล่อยเฮือไฟ

งานบุญเบิกฟ้าและงานกาชาด

งานบุญเบิกฟ้ากาชาด ได้จัดขึ้นบริเวณศาลากลาง
จังหวัด ช่วงเวลา วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุก ๆ ปี (อยู่
ระหว่างปลายเดือนมกราคม-ต้นเดือน
กุมภาพั นธ์) เป็นงานเฉลิมฉลองในช่วงต้นฤดูการทำนาเพื่ อ
ฟื้ นฟู และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ของอีสาน ในงานจัดให้
มีขบวนแห่บุญเบิกฟ้า

ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระแม่โพสพ เรื่องของพาน
บายศรีสู่ขวัญ
ตลอดจนวัฒนธรรม การละเล่น ดนตรีพื้ นบ้าน และพิ ธีกรรมต่าง ๆ
ความสำคัญ

ประเพณี บุญเบิกฟ้า เป็นประเพณีของชาวมหาสารคามที่
ประกอบขึ้นตามความเชื่อว่า เมื่อถึงวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกๆ
ปี ฟ้าจะเริ่มไขประตูฝนโดยจะมีเสียงฟ้าร้อง และทิศที่ฟ้าร้องเป็น
สัญญาณบ่งบอกตัวกำหนดปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาหล่อเลี้ยง
การเกษตรในปีนั้น ๆ

7.ด้านโภชนาการ

หม่ำ

ประเภทอาหาร : คาว
องค์ประกอบของอาหาร (สูตร)

ตับกับเนื้อวัวส่วนสะโพกที่ไม่มีพั งผืด นำมาบตรวมกับกระเทีย ปรุง
รส ด้วยเกลือแล้วนำไปยัดในใส้วัว นำไปตากแตดไว้ --๒ วัน เพื่ อให้หม่ำ
แห้ง และมีรสเปรี้ยว เมื่อได้ที่แล้วจึงนำไปขายให้กับลูกค้าหน้าร้านหรือ
บรรจุถุง เป็นของฝาก โดยหม่ำสามารถเก็บไว้ได้นานเกือบ ๑ สัปดาห์
และสามารถ เก็บไว้ในตู้เย็นนาน เคล็ตลับแนะนำว่าต้องค่อยๆ ย่างหม่ำ
ไฟด้วยปานกลาง บนเตาถ่านจึงจะดี หรือจะนำมาหั่นเป็นชิ้นแล้วทอด
ก็ได้ เมื่อสุกตักใส่จาน โรยตะไคร้ซอยกับกระเทียมหั่น และพริกสด รับ
ประทานคู่กับข้าวเหนียว ร้อนๆ อร่อยจนข้าวหมดกระติบไม้รู้ตัว

ถั่วตัด

ประเภทอาหาร : หวาน
บ้านดอนสวรรค์ เป็นหมู่บ้านขนาตกลาง สมาชิกในชุมชน

ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม การปลูกถั่วลิสงจะนิยม
ปลูกในหน้าแล้ง ซึ่งปลูก ในพื้ นที่ว่างเปล่าและบริเวณทุ่งนา
ผลผลิตสวนใหญ่จำหน่าย แบบสตราตา ๑๕๐-๒00 บาทปิ๊ ป
แบบแห้งราคา ๒๕๐-๓๐๐ บาทปิ๊ ป

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๘ ได้รับการส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพ การ
พั ฒนา และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากสำนักงานพั ฒนาชุมชนอำเภอ
ชื่นชม จึงมีการรวมกลุ่ม จัดตั้งกลุ่ม และแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่ อสร้าง/
เพิ่ ม มูลค่า ให้กับผลผลิตสินค้าในชุมชน กอรปกับความรู้ที่มีแต่เติมของ
คนใน ชุมชนนำมาประยุกต์คู่กับความรู้สมัยใหม่ได้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจาก
ภูมิปัญญา ของคนในชุมชน คือ ถั่วตัด ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับ
คนในชุมชนที่มี เอกลักษณ์เฉพาะ

ปลาร้าบอง

ประเภทอาหาร : คาว
ปลาร้าบองหรือแจ่วบอง เป็นอาหารหลักของชาวบ้านไทย

อีสาน ไปไร่ ไปนา ต้องมีแจ่วบองไปรับประทานขาดไม่ด้เวลาจัด
สำรับจะต้องมี แจ่วบองอยู่ในสำรับกับข้าวด้วยเพื่ อเพิ่ ม
อรรถรสในการรับประทานอาหาร

แจ่วบองเป็นการแปรรูปสมุนไพร ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูต พริก กระเทียม
หอมแดง ปลาร้า เพิ่ มรสชาติ โดยการ เติม เกลือ และน้ำตาล เพื่ อให้ได้
รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น ปลาร้าบอง (น้ำพริกพร้อมรับประทาน) เป็นน้ำ
พริก พื้ นบ้านที่ให้คุณค่าทางโภชนาการมีส่วนผสมของสมุนไพรพื้ นบ้าน
ต่างๆ

ขนมเทียนแก้ว

ประเภทอาหาร : หวาน
เป็นภูมิปัญญาดั้งเติมของไทย นิยมทำในเทศกาลต่างๆ

เช่น ปีใหม่ วันสงกรานต์ สารทไทย ตรุษจีน เป็นตัน โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่ อนำไปตักบาตร ลักษณะรูปฐานทรงสี่เหลี่ยม
ปลายบนแหลมบางครั้งก็เรียกว่า "ขนมนมสาว" ส่วนประกอบมี
แป้ง ไส้ และห่อด้วยใบตองสต นั่งให้สุก รับประทานด้ไม่นาน
เก็บไว้นานเนื้อจะแข็ง (สูตรตั้งเติม)

จึงคิดตัดแปลงขนมเทียนแก้วให้รูปลักษณ์ รสชาติดีขึ้น โดยศึกษา
ค้นคว้าทตลองทำสูตรลองผิดลองถูกมานานแรมปื จนกระทั่งพบสูตร
พิ เศษ คือ เนื้อนุ่ม แป้งใสเป็นที่น่าพอใจ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ จึงนำเข้าจดทะเบียนเป็นสินค้า 0TOP และ
ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มผช. เป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่ง
ผลิตภัณฑ์ระดับสามตาว สี่ดาว

ก้อยไข่มดแดง

ประเภทอาหาร
ไข่มดแดงเป็นอาหารตามฤดูกาลของชาวอีสานมาช้า

นาน ชาวบ้าน หัวขัว หมู่ที่ ๔ ก็เช่นเดียวกันนิยมนำไข่มดแดง
มาประกอบอาหาร ทั้งประเภท ต้ม แกง อ่อม หมก และก้อย
ซึ่ง เมนูก้อยไข่มดแดง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เป็น ที่นิยมของชาว
อีสานทั่วไป

ซึ่งสูตรการปรุงก้อยไขมดแดงของชาวบ้านหัวขัว โตยนายอาทิตย์ ภูมิ
แกดำ เป็นที่นิยมและยอมรับในรสชาติของคนในท้องถิ่น ชุมชน

ขนมกะหรี่ปั๊ บ

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรนาโพธิ์ หมู่ที่ ๑ ตำบลนาโพธิ์
อำเภอกุตรัง จังหวัดมหาสารคาม ของฝากเชิดหน้าซูตาซูนิ้ว
โป้งยืนยันความอร่อยกันอย่างพร้อมเพี ยง จนทำให้ต้องเปิด
คอร์สรองรับตามเสียงเรียกร้องไปจนถึงปัจจุบันนั้นก็คือ
"กะหรี่ปั๊ บ"

เมื่อได้ชิมแล้วต้องบอกว่า อร่อยเด็ดเจ็ดยานน้ำจริงๆความโตด
เด่นของกะหรี่ปั๊ บกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรนโพธิ์ "กรอบนอก นุ่มในไส้
เต็มๆ"การที่จะทำกะหรี่ปั๊ บให้มีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค
จำเป็นต้องศึกษาเรื่องวัตถุติบ ส่วนผสม ตลอดจนเทคนิก เคล็ดลับ
เล็กๆ น้อยๆในการผลิตกะหรี่ปั๊ บให้มีชื่อเสียง การทำแป้งกะหรี่ปั๊ บ ชั้นใน
และชั้นนอก

ข้าวกล้องบ้านโนนสมบูรณ์

การทำข้าวกล้องงอกหรือข้าวฮางนั้น มีมาแต่สมัย
โบราณ เพราะข้าวฮางหรือข้าวกล้องงอกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
หลายอย่าง ผู้เฒ่าผู้แก่สมัยก่อนจะทำรับประทานประจำ ข้าว
กล้องงอกมีสานอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
ข้าวสารชัดสีขาว และสารอาหารที่มีอยู่ในข้าวกล้องจะช่วย
ป้องกันโรคเหล่านี้ ช่น โรคเหน็บชา โรคโลหิตจาง โรคป่ากนกระ
จอกโรตนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ โรคทางระบบประสาท โรคเบื่อ
อาหาร โรคลมชักโรตผิวหนังบางชนิต โรคขาดโปรตีน

เพราะคุณสมบัติของข้าวกล้อง มีกากอาหารมากมายช่วยให้ส่วน
ต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากมีแป้งและเกลือ
แร่ วิตามินต่างๆ มากมาย สารอาหารในข้าวกล้องที่ผ่านการขัดเอา
เปลือกออกแล้วจะมีสานอาหารภายในเมล็ดข้าว มีทั้งสารอินทรีย์เคมี
และสารอนินทรีย์เคมี

กลุ่มข้างกล้องบ้านโนนสมบูรณ์ ได้รับการยอมรับและเป็น ที่
ต้องการของตลาดมากขึ้น สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มและชุมชนเป็นอย่างดี
ปัจจุบันกลุ่มได้มีการพั ฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องเป็นหลายรูปแบบ เช่น
ข้าวกล้องงอก ๓ รส ข้าวกล้องบดแปรรูป (ทำเป็นโจ๊ก)

บรรณานุกรม

Parn Danielle. ภูมิปัญญาท้องถิ่น มหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2566.
จาก https://sites.google.com/site/parndanielle/canghwad-
mhasarkham/phumipayya-chaw-ban

วิกิพี เดีย. (2565). ความหมายของประเพณี. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2566. จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B
0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5

สำนักงานประชาสัมพั นธ์จังหวัดมหาสารคาม. กองทุนฟื้ นฟู ฯมหาสารคาม พร้อม
รับจัดการหนี้ของเกษตรกร. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2566. จาก
https://mahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/i
id/36221

จังหวัดมหาสารคาม. อาหารพื้ นถิ่น. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2566. จาก
https://mahasarakham.go.th/new/charm/?cid=4

ดัชนี

หน้า
แกะสลัก.........................................................................................................9
กองทุน........................................................................................................10
ก้อยไข่มดแดง........................................................................................26
ขนมเทียนแก้ว.........................................................................................25
ขนมกะหรี่ปั๊ บ............................................................................................27
ข้าวกล้อง..................................................................................................28
ตักบาตร......................................................................................................17
ถั่วตัด..........................................................................................................23
ทำบุญ....................................................................................................17,18
พระธาตุนาดูน...........................................................................................17
ปลาร้าบอง................................................................................................24
มหาสารคาม.....................................................1,11,12,13,14,15,18,20


Click to View FlipBook Version