The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-07 09:59:09

พันธะเคมี

พันธะเคมี

ข. พนั ธะคู่

เกิดจากอะตอมคู่สร้างพนั ธะท้งั สอง ใชอ้ ิเลก็ ตรอนร่วมกนั 2 คู่
ใชเ้ สน้ 2 เสน้ ( ) แทนพนั ธะคู่ เช่น

OO

O CO

H C CH
HH

ค. พนั ธะสาม

เกิดจากอะตอมคู่สร้างพนั ธะท้งั สอง ใชอ้ ิเลก็ ตรอนร่วมกนั 3 คู่
ใชเ้ สน้ 3 เสน้ ( ) แทนพนั ธะสาม เช่น

NN

H CN

พนั ธะโคออดิเนตโคเวเลนต์

จะเป็นการใชอ้ ิเลก็ ตรอนร่วมกนั อีกแบบหน่ึง
โดยท่ีอิเลก็ ตรอนคู่ร่วมพนั ธะท้งั 2 ตวั
จะไดม้ าจากอะตอมคู่สร้างพนั ธะเพยี งตวั เดียว
อีกอะตอมหน่ึงเพยี งแต่เขา้ มาใชอ้ ิเลก็ ตรอนดว้ ย
เพ่ือใหค้ รบออกเตตเท่าน้นั



เรโซแนนซ์ (Resonance)

เรโซแนนซ์ คือ ปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถจะเขียนสูตรโครงสร้าง
แทนไดเ้ พียงสูตรเดียวตามสมบตั ิท่ีเป็นจริง จึงเขียนอยใู่ นรูปท่ีเรียกวา่
เรโซแนนซ์ หรือ เรโซแนนซ์ไฮบริด (Resonance hybrid)

การเขียนสูตรโมเลกลุ ของสารประกอบโคเวเลนต์

1. เรียงลาํ ดบั ธาตุใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั สากล ดงั น้ีคือ
Si , C , Sb , As , P , N , H , Te , Se , S , At , I , Br , Cl , O , F ตามลาํ ดบั

2. ถา้ จาํ นวนอะตอมของธาตุมากกวา่ หน่ึง ใหเ้ ขียนจาํ นวนอะตอมดว้ ยตวั เลข
แสดงไวม้ ุมล่างขวา (อะตอมเดียว ไม่ตอ้ งเขียน)

3. หลกั การเขียนสูตรสารประกอบโคเวเลนต์ ใชจ้ าํ นวนอิเลก็ ตรอนที่แต่ละ
อะตอมของธาตุท่ีตอ้ งการตามกฎออกเตตคูณไขว้

การเรียกช่ือสารประกอบโคเวเลนต์

1. อ่านชื่อธาตุขา้ งหนา้ ก่อน แลว้ ตามดว้ ยธาตุที่อยขู่ า้ งหลงั
เปล่ียนพยางคท์ า้ ยเป็น - ide

2. ระบุจาํ นวนอะตอมของธาตุดว้ ยตวั เลขในภาษากรีก

3. ถา้ ธาตุแรกมีอะตอมเดียวไม่ตอ้ งระบุจาํ นวนอะตอม
แต่ธาตุขา้ งหลงั ตอ้ งระบุจาํ นวนอะตอมเสมอแมม้ ีเพยี งอะตอมเดียว



พลงั งานพนั ธะ

พลงั งานพนั ธะ หมายถึง พลงั งานปริมาณนอ้ ยที่สุดที่ใชเ้ พอื่ สลายพนั ธะ
ระหวา่ งอะตอมภายในโมเลกลุ ท่ีอยใู่ นสถานะแก๊ส

พลงั งานพนั ธะ

Ex ใหค้ าํ นวณหาค่าพลงั งานความร้อนของปฏิกิริยา

CโดHย4กาํ+หCนlด2พลงั งานดงั CนH้ี 3Cl + HCl
D(C-H) = 416 kJ/mol D(Cl-Cl) = 243 kJ/mol
D(C-Cl) = 328 kJ/mol D(H-Cl) = 428 kJ/mol
วธิ ีทาํ
พลงั งานท่ีใชส้ ลายพนั ธะท้งั หมด = 4 D(C-H) + D(Cl-Cl)

= 4(416) + 243 = 1907 kJ
พลงั งานที่เกิดจากการสร้างพนั ธะท้งั หมด = 3D(C-H) + D(C-Cl) + D(H-Cl)

= 3(416) + 328 + 428
= 2004 kJ
พลงั งานความร้อนของปฏิกิริยา = 1907 - 2004 = - 97 kJ
ตอบ ปฏิกิริยาน้ีคายความร้อน 97 kJ/mol

ความยาวพนั ธะ

ความยาวพนั ธะ หมายถึง ระยะที่ส้นั ที่สุดระหวา่ งนิวเคลียสของ
ธาตุ 2 อะตอมที่สร้างพนั ธะกนั

ความยาวพนั ธะ

ไอโซเมอริซึม ( Isomerism)

ปรากฏการณ์ที่สารประกอบอินทรียม์ ีสูตรโมเลกลุ เหมือนกนั แต่มีสมบตั ิแตก
ต่างกนั เรียกวา่ ไอโซเมอริซึม
และเรียกสารแต่ละชนิดวา่ ไอโซเมอร์ (Isomer)

สาํ หรับไอโซเมอร์ที่มีสูตรโมเลกลุ เหมือนกนั แต่มีสูตรโครงสร้างต่างกนั
จะเรียกวา่ ไอโซเมอร์โครงสร้าง

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
เสน้ ตรง (Linear)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
สามเหลี่ยมแบนราบ (Trigonal planar)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
ทรงส่ีหนา้ (Tetrahedral)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
พรี ามิดฐานสามเหลี่ยม (Trigonal pyramidal)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
มุมงอ (Bent / V-shaped)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
พรี ามิดคู่ฐานสามเหลี่ยม (Trigonal bipyramidal)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
รูปไมก้ ระดานหก (Distorted tetrahedral / seesaw)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
รูปตวั ที (T-shaped)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
ทรงแปดหนา้ (Octahedral)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
พรี ามิดฐานสี่เหล่ียม (Square pyramidal)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์
สี่เหล่ียมแบนราบ (Square planar)

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์

รูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์

ทฤษฎี VSEPR
( Valence Shell Electron Pair Repulsion)

# อะตอมต่างๆในโมเลกลุ เกิดพนั ธะกนั ดว้ ยคู่อิเลก็ ตรอนวงนอกสุด

เรียกวา่ อิเลก็ ตรอนคู่สร้างพนั ธะ (bonding pair)
โดยอะตอมอาจยดึ กนั ดว้ ยอิเลก็ ตรอนคู่สร้างพนั ธะ 1 คู่ (พนั ธะเดี่ยว)
หรือ มากกวา่ (พหุพนั ธะ)

ทฤษฎี VSEPR
( Valence Shell Electron Pair Repulsion)

# อะตอมบางอะตอมในโมเลกลุ อาจมีอิเลก็ ตรอนคู่ที่ไม่สร้างพนั ธะ

(nonbonding pair) หรืออิเลก็ ตรอนคู่โดดเดี่ยว (lone pair)

ทฤษฎี VSEPR
( Valence Shell Electron Pair Repulsion)

# อิเลก็ ตรอนคู่สร้างพนั ธะและอิเลก็ ตรอนคู่โดดเด่ียวรอบอะตอม

ใดๆในโมเลกลุ เป็นกลุ่มหมอกอิเลก็ ตรอนท่ีมีประจุลบ จึงพยายาม
อยหู่ ่างกนั ใหม้ ากที่สุดเพอ่ื ใหม้ ีแรงผลกั ซ่ึงกนั และกนั ของอิเลก็ ตรอน
เหล่าน้ีนอ้ ยที่สุดและพลงั งานของโมเลกลุ มีค่านอ้ ยที่สุด

ทฤษฎี VSEPR
( Valence Shell Electron Pair Repulsion)

# อิเลก็ ตรอนคู่โดดเด่ียวครอบครองท่ีวา่ งมากกวา่

อิเลก็ ตรอนคู่สร้างพนั ธะ

# อิเลก็ ตรอนที่สร้างพหุพนั ธะครอบครองที่วา่ งมากกวา่

อิเลก็ ตรอนท่ีสร้างพนั ธะเด่ียว

ทฤษฎีพนั ธะเวเลนซ์
( Valence Bond Theory , VBT)

# พนั ธะโคเวเลนตเ์ กิดข้ึนโดยออร์บิทลั อะตอม (Atomic orbital : AO)

วงนอกสุดที่มีอิเลก็ ตรอนบรรจุอยเู่ พยี งตวั เดียวซอ้ น (Overlap) กบั
ออร์บิทลั อะตอวงนอกสุดที่มีอิเลก็ ตรอนเพยี งตวั เดียวของอีกอะตอมหน่ึง
และอิเลก็ ตรอนท้งั สองจะจดั ตวั ใหม้ ีสปิ นตรงกนั ขา้ มอยใู่ นออร์บิทลั น้ี

ออร์บิทลั ไฮบริไดเซชนั

( orbital hybridization)

# กล่าววา่ “เมื่ออะตอม 2 อะตอมเขา้ ใกลก้ นั อิทธิพลของนิวเคลียส

ของอะตอมท้งั สองจะทาํ ใหพ้ ฤติกรรมของอิเลก็ ตรอนในแต่ละอะตอม
เปลี่ยนแปลงไป ดงั น้นั ออร์บิทลั ของอะตอมที่เกิดพนั ธะจะแตกต่างไปจาก
ออร์บิทลั อะตอมในอะตอมเด่ียวเวเลนซ์ออร์บิทลั ท่ีมีพลงั งานใกลเ้ คียงกนั
ของอะตอมเดียวกนั จะเขา้ มารวมกนั เกิดเป็นออร์บิทลั อะตอมใหม่ ซ่ึงมี
รูปร่าง ทิศทาง และพลงั งานเปลี่ยนไปจากเดิม”

ออร์บิทลั ไฮบริไดเซชนั
( orbital hybridization)

# ออร์บิทลั อะตอมท่ีเกิดข้ึนใหม่เรียกวา่ ไฮบริดออร์บิทลั อะตอม

(Hybrid atomic orbital) หรือ ไฮบริดออร์บิทลั (Hybrid orbitals) จาํ นวน
ไฮบริดออร์บิทลั ท่ีไดน้ ้ีจะเท่ากบั จาํ นวนออร์บิทลั อะตอมที่มารวมกนั

Hybridization : sp3

Hybridization : sp3

Hybridization : sp3

Hybridization : sp3

Hybridization : sp2

Hybridization : sp

โมเลกลุ ท่ีมีพนั ธะคู่ : sp2

โมเลกลุ ท่ีมีพนั ธะคู่ : sp2

โมเลกลุ ท่ีมีพนั ธะคู่ : sp2

โมเลกลุ ท่ีมีพนั ธะสาม : sp

โมเลกลุ ท่ีมีพนั ธะสาม : sp

สภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์

สภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์

สภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์


Click to View FlipBook Version