48
4) ยอมรับสมาชิกใหม่และรูปแบบการทำงานของทีม (Accept new Team Members and
Working Styles)
1. คำถามต่อไปนจ้ี ะช่วยประเมนิ วา่ ผู้สมัครเปน็ อยา่ งไร (The Following Questions will
help you Evaluate how Candidates)
1) จัดการกบั เงอ่ื นไขท่คี าดเดาไม่ได้ (Deal with Unpredictable Conditions)
2) ปรับใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์ทเี่ ปล่ียนแปลง (Adjust to Changing Circumstances)
3) ช่วยเพื่อนร่วมงานให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง (Help their Coworkers Embrace
Change)
4) รับภาระงานใหม่ ๆ (Take on new Tasks)
2. ตัวอย่างของคำถามสัมภาษณ์การปรับตัว (Examples of Adaptability Interview
Questions)
1) คุณปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่คุณไม่สามารถควบคุมได้อย่างไร (How do you
adjust to Changes you have no Control Over?)
2) หากเพื่อนร่วมงานของคุณมีทัศนคติแบบ“ นี่คือวิธีที่เราทำ” ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
คุณจะพยายามโน้มน้าวใหพ้ วกเขาทำตามวิธีการทำงานที่แตกต่างและมีประสทิ ธภิ าพ
มากขึ้นได้อย่างไร (If your Coworkers had a “This is how we do it” Attitude
to Learning Something new, how would you try to Convince them to
follow a Different, more Effective Method of Working?)
3) อะไรคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณเผชิญเมื่อเริ่มงานใหม่ (What are the
biggest Challenges you’re Facing when Starting a new Job?)
4) คณุ ทำงานโครงการของลูกคา้ มาระยะหน่ึงแลว้ เม่ือผู้จดั การของคุณแจง้ ให้คุณทราบว่า
ข้อกำหนดของโครงการมีการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน คุณจะทำอย่างไร (You have
been Working on a Client’s Project for a while, when your Manager
informs you that the Project’s Requirements Changed Suddenly. What
would you do?)
5) คุณจะปรับตารางเวลาของคุณอยา่ งไรเมื่อผู้จัดการขอให้คุณจัดทำรายงานภายในหน่ึง
ชั่วโมง คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณไม่ตกอยู่ในภารกิจประจำ (How do you Re-
Adjust your Schedule when your Manager Asks you to Prepare a Report
within an hour? How do you Make Sure you don’t Fall Behind your
Regular Tasks?)
6) อธิบายเวลาที่คุณได้รับมอบหมายงานใหม่ (เช่นเนื่องจากการปรับปรุงงานหรือการ
เลื่อนตำแหน่ง) คุณปรับตัวอย่างไร (Describe a time you were Assigned new
Tasks (e.g. due to Job Enrichment or Promotion.) How did you Adapt?)
7) ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลคนใหม่จัดให้มีการตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างเป็น
ทางการทุกไตรมาสสำหรับพนักงานทุกคน คุณจะเตรียมตัวและทีมอย่างไรถ้าคุณ
คุ้นเคยกับการประชมุ ทไ่ี มเ่ ปน็ ทางการเท่าน้ัน (The new HR Manager Implements
49
Formal, quarterly Performance Reviews for all Employees. How would
you Prepare yourself and your Team, if you were used to having only
Informal Meetings?)
8) บอกเกี่ยวกับเวลาที่คุณต้องเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือใหม่ในที่ทำงาน คุณใช้เวลานาน
เท่าใดในการทำความเข้าใจคุณสมบัตินั้น ๆ ในแต่ละวัน? (Tell me about a Time
you had to Learn how to use a new Tool at Work. How long did it take
you to Understand its Features use it daily?)
3. วิธีประเมินทักษะการปรับตัวของผู้สมัคร ( How to Evaluate Candidates’
Adaptability Skills)
1) กระบวนการการสร้างความคุ้นเคยพนักงานต้องปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกใหม่ในทีม
และรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน ผู้สมัครที่อธิบายได้อย่างรวดเร็วในการดำรง
ตำแหน่งในอดีตมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในบทบาทใหม่ของพวกเขา
( The Onboarding Process Requires Employees to adjust to new Team
Members and Different Working Styles. Candidates who describe how
quickly they’ve Onboarded in past Positions are likely to be Successful
in their new Role)
2) สำหรับผู้สมัครที่กำลังพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอาชีพให้ถามว่าอะไรเป็น
แรงผลักดันให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าและมั่นใจว่าพวกเขามี ขั้นตอนและงานที่ไม่
คุ้นเคย (For Candidates who are Considering a Significant Career Change,
ask what drives them to make that move and how Confident they are
with Unfamiliar Procedures and Tasks)
3) จับตาดูคนที่พิจารณาสถานการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ผู้สมัครเหล่านี้มี
แนวโน้มที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้ (Keep an Eye out for
People who Consider all Possible Scenarios before making a Decision.
These Candidates are more likely to adjust to Unplanned Circumstances)
4) สำหรับตำแหน่งระดับอาวุโสให้มองหาผู้สมัครที่เห็นคุณค่าของความยืดหยุ่นเปิดรับ
แนวคิดใหม่และมีทักษะการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคง (For Senior-Level
Positions, look for Candidates who Value Flexibility, are open to new
Ideas and have Solid Change Management Skills)
5) หากตำแหนง่ นั้นต้องการการมสี ว่ นร่วมในหลายโครงการและการทำงานร่วมกันกับทีม
/ แผนกต่าง ๆ ให้เลือกผ้สู มัครท่ชี ่ืนชอบการทำงานรายวันมากกว่างานประจำ (If the
Position Requires Participating in Multiple Projects and collaboration with
various teams/departments, opt for candidates who Prefer Mixing up their
daily Tasks Instead of a Routine)
50
4. ขอ้ สงั เกต (Red Flags)
1) ผูท้ ีไ่ ม่ใจกวา้ ง (They’re not open-Minded) คนทยี่ ึดติดกับสิ่งทพ่ี วกเขารูแ้ ลว้ และไม่
เต็มใจที่จะลองใช้ทางออกที่ไม่ใช่แบบเดิมมีโอกาสน้อยที่จะปรับตัวเข้ากับการ
เปลี่ยนแปลงได้ดี (People who Stick to what they Already Know and are
Reluctant to try Non-Traditional Solutions are Less likely to adapt well to
Change)
2) ผู้ที่กลัวความไม่รู้ (They’re scared of the Unknown) หากสภาพแวดล้อมของ
บริษัทของคุณเป็นไปอย่างรวดเร็วและพนักงานจำเป็นต้องทำงานหลายอย่างนอก
ขอบเขตความรับผิดชอบของพวกเขาให้มองหาผู้สมัครที่ไม่กลัวความเสี่ยงและเรียนรู้
ทักษะใหม่ ๆ (If your Company’s Environment is Fast-Paced and Employees
need to take on Multiple Tasks beyond their Scope of Responsibilities,
look for Candidates who Aren’t Afraid of Taking Risks and Learning new
Skills)
3) ผู้ท่ีไม่ใช่ทีมที่ดี (They’re not good Team Players) การปรับตัวยังหมายถึงการ
ปรับรูปแบบการทำงานของคุณเพื่อประโยชน์ของทีม เลือกผู้สมัครที่เห็นคุณค่าของ
การทำงานร่วมกันและความยืดหยุ่น (Being Adaptable also Means adjusting
your Working Style for the Team’s Sake. Opt for Candidates who
Value Collaboration and Flexibility)
4) ผู้ที่ประหม่า (They’re Nervous) ผู้สมัครที่ไม่สงบนิ่งภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่าง
ฉับพลันอาจไมส่ ามารถหาวิธแี ก้ปัญหาทีร่ วดเรว็ และมีประสิทธิภาพสำหรับปัญหาทีไ่ ม่
คาดคดิ (Candidates who can’t Stay Calm under Sudden Changes Mightn’t
be able to find quick and Effective Solutions to unexpected Issues)
5) ผู้ท่ีเป็นเชิงลบ (They’re negative) ผูส้ มคั รท่ีตำหนผิ ู้อ่นื และไม่พอใจเมื่อพวกเขาต้อง
ป ร ั บ ต ั ว เ ข ้ า ก ั บ ก า ร เ ป ล ี ่ ย น แ ป ล ง ม ี โ อ ก า ส น้ อ ย ท ี ่ จ ะ ย อ ม ร ั บ ส ถ า น ก า ร ณ ์ ใ ห ม่
(Candidates who blame others and are grumpy when they have to adapt
to a Change are Less Likely to Accept new Circumstances)
โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าทา่ นเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการ
พัฒนาทักษะการปรบั ตัว ตามทัศนะของ Workable วา่ อย่างไร ?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.……………….............................................................................................................................................
51
4. University of Alberta มหาวิทยาลัยชั้นนําของแคนาดาและเป็นหนึ่งใน 150 อันดับ
แรกของโลก ได้นำเสนอวิธีการประเมินความสามารถในการแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความ
ยดื หยนุ่ (Competency Assessment for Demonstrating Adaptability and Flexibility) เสน้ ทาง
การปรับตัวที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความยืดหยุ่นมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้ผู้เรียนจัดการและ
เจริญเติบโตในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ผู้เรียนจะสำรวจว่าการเปลี่ยนแปลงมีลักษณะอย่างไร
เข้าใจอารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้วิธีการปรับตัวและเป็นที่หนึ่งในท่ี ทำงาน เพื่อให้
เจ้าหน้าท่ีฝ่ายสนับสนุนยอมรบั วา่ มคี วามสามารถในเสน้ ทางนีห้ วั หนา้ งานของพวกเขาจะต้องรับรองใน
ความสามารถในการแสดงทกั ษะที่เกี่ยวข้องกับความสามารถนี้ ผู้บังคับบัญชาสามารถใช้การประเมิน
ความสามารถน้ีโดยไมค่ ำนงึ ถงึ การฝึกอบรมใด ๆ พนักงานไมจ่ ำเป็นต้องเข้าร่วมการประชุมแบบตัวต่อ
ตัวตามความสามารถเว้นแต่พวกเขาต้องการปรับปรุงการเรียนรู้ในด้านเหล่านี้และพัฒนาทักษะของ
พวกเขา การสง่ แบบประเมนิ เป็นแบบสมัครใจ วิธกี ารประเมนิ ความสามารถในการแสดงให้เห็นถึงการ
ปรับตวั และความยืดหยนุ่ ดงั น้ี
1. ตวั เลือกมาตรฐานประสทิ ธภิ าพ (Performance Standards Options)
1) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจและสามารถนำผู้อื่นปฏิบัติได้ ( The
Individual can perform this Skill Satisfactorily and can lead others in
Performing it)
2) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจด้วยความคิดริเริ่มและการปรับตัวแก้ปัญหา
เ ฉ พ า ะ ห น ้ า ไ ด ้ ( The Individual can perform this Skill Satisfactorily with
Initiative and adaptability to Special Problem Situations)
3) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจด้วยความเร็วและคุณภาพที่ยอมรับได้ (The
Individual can perform this Skill Satisfactorily with more than Acceptable
Speed and Quality)
4) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือและ / หรือการ
น ิ เ ท ศ ( The Individual can perform this Skill Satisfactorily without
Assistance and/or Supervision)
5) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจ แต่ต้องการความช่วยเหลือและ / หรือการ
กำกับดูแลเป็นระยะ (The Individual can perform this Skill Satisfactorily but
Requires Periodic Assistance and/or Supervision)
6) สามารถปฏิบตั กิ ารได้ (The Individual can perform)
2. องค์ประกอบความสามารถ : พัฒนาความสามารถในการปรับให้เข้ากับการ
เปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมการทำงาน (Competency Element: Develop ability to
adapt to Change in the Work Environment)
1) สำรวจวิธีใหม่และแนวทางที่แตกต่างในการทำงานให้สำเร็จหรือภารกิจและ
กระบวนการที่เกี่ยว ข้องกับงาน ( Exploring new and different Ways of
accomplishing your Work or the Tasks and Processes Involved in your
Work Tasks)
52
2) การมุ่งเน้นไปท่ีเป้าหมายของแต่ละบุคคลและการทำงานเปน็ ทีม: การใช้กระบวนการ
คิดสร้างสรรค์และการคิดอย่างมีวิจารณญาณเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการของคุณในการ
แก้ปัญหาที่ท้าทาย (Keeping a Focus on Individual and Team Work Goals :
Using Creative and Critical Thinking Processes to Alter your Approach to
Solve Challenges at Work)
3) พยายามคดิ เชงิ บวกเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ใหมใ่ นที่ทำงานปรบั ตัวเข้ากับวิธีการใหม่
ผ่านมุมมองและการกระทำสิ่งต่าง ๆ (Making an Effort to Apply a Positive
mind set when Faced with new Situations at Work, Adapting to new Ways
of Seeing and Doing Things)
4) การใชค้ วามฉลาดทางอารมณ์ในการยอมรับ มเี หตผุ ล รูจ้ ักควบคมุ อารมณ์ของตนเอง
และคนอื่น ๆ ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลง (Applying Emotional Intelligence to
Recognize, Validate, Harness and Stream your own and Others’ feelings
as they Arise in Change)
5) ค้นหาและเรียนรู้กระบวนการใหม่ ๆ ซึ่งเป็นทักษะและกระบวนการที่เกิดข้ึ นใน
ส ถ า น ท ี ่ ท ำ ง า น ( Searching for and learning new Procedures, Skills and
Processes as Change Occurs in the Workplace)
6) ตรวจสอบข้อสรุปและการตดั สินของคุณเองเพื่อแยกสมมติฐานและอคติของคุณออก
จากข้อเท็จจริงที่อยู่ในมือ (Examining your Own Inferences and Judgments
in order to Separate your Assumptions And Biases from the Facts at
Hand)
7) การใช้ความคิดอยากรูอ้ ยากเห็นเชิงตรรกะ – ถามคำถามและตรวจสอบตวั เลอื กและ
การตัดสินใจ (Applying Logical Inquisitive Thinking - Asking Questions and
Validating Ones Answers, Choices and Decisions)
8) การใช้ทักษะและเทคนิคการคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อคิดค้น / ปรับปรุงโครงการและ
ง า น ต ่ า ง ๆ ( Using Creative Thinking Skills and Techniques to Innovate /
Renovate Processes, Projects and Tasks)
9) ค้นหาวธิ ีการเรยี นร้เู พ่ิมเติมเกยี่ วกบั การเขา้ สู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพใน
ที่ทำงาน (Seeking out Ways to Learn more about Effectively Introducing
Change in the Workplace)
10) การใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการสำรวจ
ทางเลือกเข้าสู่สมมติฐานและตรวจสอบความถูกต้องของความเชื่อ (Using Creative
and Critical Thinking Skills to explore Alternatives, Challenge
Assumptions, and Examine Accuracy of Beliefs)
11) การใช้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการแยกแยะปัญหา / หัวข้อออกเป็นส่วน
ๆ ตรวจสอบมุมมองที่หลากหลาย การตั้งคำถามตั้งสมมติฐานทางเลือกและสรุป
ข ้ อ ส ร ุ ป ท ี ่ ช ั ด เ จ น ( Using Critical Thinking Skills To Break Down the
53
Problem/Subject into parts, detect multiple Views, Question Evidence,
Hypothesize Alternatives and Come to Sound Conclusions)
3. คำแนะนำ (Recommendation)
เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นเพิ่มเติม ควรวางแผนที่จะยกระดับ
การศกึ ษาเพือ่ เปดิ รับประสบการณต์ ่อไปนี้
คุณตอ้ งการใหห้ ัวหน้างานของคุณเปน็ ท่ีรู้จักในด้านความสามารถของคุณอย่างไร? (How
would you like to be recognized by your Supervisor for your Competency?)
1) จดั ระเบยี บความฉลาดทางอารมณ์ การวางแผนกระบวนการทางธรุ กิจหรือปรับเปลี่ยน
กลยุทธ์สำหรับทีมของคุณ (Organize an Emotional Intelligence, Business
Process Mapping or change Strategy Session for your Team)
2) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการกระบวนการทางธุรกิจ (Attend a Business
Process Mapping (BPM) Workshop)
3) อื่น ๆ : สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความสามารถนี้ที่คุณต้องการทำเพื่อเฉลิมฉลองการเรียนรู้
ของคุณ? (Other: Something related to this Competency that you would
like to do to Celebrate your Learning?)
โปรดทบทวนตวั เอง แล้วตอบในใจว่าทา่ นเขา้ ใจแบบประเมินผลสำเรจ็ จากการ
พัฒนาทกั ษะการปรบั ตวั ตามทศั นะของ University of Alberta วา่ อย่างไร ?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………...................................................................................................................... .......................
5. Zorzie นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ได้นำเสนอการทดสอบรูปแบบการปรับตัวของแต่ละ
บุคคล (Test a Model of Individual Adaptability) ในดุษฎีนิพนธ์ที่มีชื่อว่า Individual
Adaptability: Testing a Model of Its Development and Outcomes (การปรับตัวของแต่ละ
บุคคล: การทดสอบรูปแบบของการพัฒนาและผลลัพธ์) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอและ
ทดสอบรูปแบบการปรับตัวของแต่ละบุคคลในรูปแบบปัจจุบัน ที่มีผลต่อผลลัพธ์ของงานและ
ประสิทธิภาพตามบริบทของอารมณ์ และประสิทธิภาพในการปรับตัว โปรดตอบคำถามเพื่ออธิบาย
ตัวเองอย่างที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างที่คุณปรารถนาจะเป็นในอนาคต โปรดอ่านแต่ละข้อความ
อย่างละเอียดและกรอกขอ้ มลู ให้สอดคลอ้ งกนั
ตอนท่ี 1 การปรบั แกไ้ ข (The I-Adapt, Modified)
1.1 ดา้ นวฒั นธรรม (Cultural)
1) ฉันสนุกกับการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง (I enjoy learning
about Cultures other than my own)
54
2) ฉนั ทำงานอย่างหลากหลายกบั ผู้อนื่ ไดด้ ี (I work well with Diverse Others)
3) สิ่งสำคัญสำหรับฉันคือฉันต้องเคารพวัฒนธรรมของผู้อื่น (It is Important to me
that I Respect others’ Culture)
4) ฉันสนกุ กับความหลากหลายและประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ ี่มาจากการทำงานกับผู้คนที่
มีภูมิหลังต่างกัน (I enjoy the Variety and Learning Experiences that come
from Working with People of Different Backgrounds)
5) ฉันรู้สึกสุขใจในการโต้ตอบกับผู้อื่นที่มีค่านิยมและประเพณีต่างกัน ( I feel
Comfortable Interacting with others who have Different Values And
Customs)
1.2 ด้านความเครยี ดจากการทำงาน (Work Stress)
1) ฉนั มกั จะตอบสนองตอ่ ขา่ วทเี่ ครียด (I usually Over-React to Stressful News)
2) ฉันรู้สึกไม่พร้อมท่ีจะรับมือกับความเครียดมากเกินไป (I feel Unequipped to deal
with too much Stress)
3) ฉันไม่ลำบากเลยเมื่อตารางของฉันเต็มเกินไป (I am easily Rattled when my
schedule is too Full)
4) ฉันมักจะเครียดเมื่อฉันมีภาระงานมาก (I am usually Stressed when I have a
Large Workload)
5) ฉันมักจะร้องหรือฉุนเฉียวเมือ่ ฉันเครียดมาก (I often cry or get Angry when I am
under a Great Deal of Stress)
1.3 ดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คล (Interpersonal)
1) ฉันเชื่อว่าการมีความยืดหยุ่นในการติดต่อกับผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ (I believe it is
Important to be Flexible in Dealing with others)
2) โดยปกติฉันจะสามารถอ่านใจคนอื่นและเข้าใจว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรตลอดเวลา (I
tend to be able to read others and understand how they are feeling at
any Particular Moment)
3) ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของฉันช่วยให้ฉันทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (My
Insight helps me to Work Effectively with others)
4) ฉันเป็นคนใจกว้างในการติดต่อกับผู้อื่น (I am Open-Minded Person in Dealing
with others)
5) ฉนั เขา้ ใจผู้อน่ื และใช้เข้าใจน้ันในการมปี ฏสิ มั พันธ์ (I am perceptive of others and
use that Knowledge in Interactions)
6) ฉันพยายามยืดหยุ่นในการติดต่อกับผู้อื่น (I try to be Flexible in Dealing with
others)
7) ฉันปรับพฤติกรรมของฉันให้เข้ากับคนอื่น (I adapt my Behavior to get along
with others)
55
1.4 ดา้ นการเรียนรู้ (Learning)
1) ฉันมีหน้าที่ในการรับทักษะใหม่ ๆ (I take Responsibility for Acquiring new
Skills)
2) ฉันสนกุ กับการเรียนรู้แนวทางใหมใ่ นภารกิจหรือปัญหาในโรงเรียน (I enjoy learning
new Approaches for tasks or Problems in School)
3) ฉันดำเนินการเพื่อปรับปรุงการขาดประสิทธิภาพของโรงเรียน (I take action to
Improve School Performance Deficiencies)
4) ฉันมกั จะเรยี นรู้ขอ้ มลู และทกั ษะใหม่ ๆ เพ่อื นำหนา้ เพือ่ นรว่ มชนั้ (I often learn new
Information and Skills to Stay Ahead of my Classmates)
5) ฉันเรียนรู้วิธีการใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว (I quickly learn new
Methods to Solve Problems)
6) ฉันกำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมทำงานใน
อนาคต (I am continually learning new Skills in School in Preparation for
my Future Job)
7) ฉันอ่านตำราเรียนล่วงหน้าก่อนเรียนในชั้น (I read ahead in textbooks for
classes I take)
1.5 ดา้ นความลงั เล (Uncertainty)
1) ฉันต้องการสิ่งที่ "ชัดเจนตรงไปตรงมา" (I need for things to be “Black and
White”)
2) ฉันรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเผชิญสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ (I become frustrated when things
are Unpredictable)
3) ฉันสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (I am
able to make Effective Decisions without all Relevant Information)
4) ปกติฉันจะทำงานได้ดีที่สุดในสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง (I tend to
perform best in Stable Situations and Environments)
5) เมื่อมีอะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นฉันก็พร้อมปรับเปลี่ยนในการตอบสนอง
( When something Unexpected Happens, I readily Change Gears in
Response)
6) ฉันสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง (I can adapt to Changing
Situations)
7) ฉันทำงานได้ดีในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ( I perform well in Uncertain
Situations)
8) ฉันตอบสนองต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย (I easily respond to
changing Conditions)
9) ฉันสามารถปรับแผนการของฉันใหเ้ ขา้ กับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข (I can adjust my
Plans to Changing Conditions)
56
ตอนท่ี 2 การรับรู้การเปลย่ี นแปลง (Perceived Changes)
2.1 ดา้ นเก่ียวกับสถาบันการศกึ ษา (Academic)
1) งานมอบหมายในวิทยาลัยนั้นแตกต่างจากงานมอบหมายที่โรงเรียนมัธยมของฉันมาก
(Assignments in College are much Different than Assignments were at my
High School)
2) ฉันรู้สึกพร้อมเต็มที่สำหรับงานวิทยาลัยเพราะงานในโรงเรียนมัธยม (I feel well-
prepared for College Work because of my Work in High School)
3) การสอบเข้าเรียนในวิทยาลัยนั้นมีรูปแบบที่แตกต่างจากการสอบระดับมัธยมของฉัน
(The Exams I have taken in College thus far follow a different format than
my High School Exams typically did)
4) ฉันรู้สึกว่าฉันมีความรับผิดชอบต่อความสำเร็จด้านการศึกษาของตัวเองมากกว่าใน
โ ร ง เ ร ี ย น ม ั ธ ย ม ( I feel like I am much more Responsible for my own
Academic Success than I was in High School)
5) อาจารย์ในวทิ ยาลัยสอนด้วยรูปแบบที่แตกต่างจากครมู ัธยม (Professors in College
Teach with a much Different Style than High School Teachers)
6) ฉันมีความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 กับครูในโรงเรียนมัธยมมากกว่าที่เรียนในวิทยาลัย (I
had more 1-on-1 Relationships with my High School Teachers than I do
in College)
7) พ่อแม่อนุญาตให้ฉันข้ามชั้นเรียนในโรงเรียนมัธยมได้ถ้าต้องการ (My Parents
allowed me to skip some Classes in High School if I wanted to)
8) กิจกรรมนอกหลักสูตรที่ฉันเข้าร่วมในโรงเรียนมัธยมต่างจากหลักสูตรในวิทยาลัยมาก
( The Extracurricular Activities in which I Participated in High School
Conflicted with Coursework more than they do in College)
9) ชั้นเรียนมัธยมของฉันมักมีนักเรียนน้อยกว่าหลักสูตรวิทยาลัย (My High School
Classes typically had much smaller Numbers of Students than College
Courses)
10) ดูเหมือนว่าวิทยาลัยจะมีความสามารถในเชิงวิชาการมากกว่าโรงเรียนมัธยมของฉัน
( College Seems more Academically Competitive than my High School
was)
2.2 ด้านสงั คม (Social)
1) มีที่ร่วมพบปะชุมนุมกันหลายแห่งที่ตรงกับความสนใจของฉันในวิทยาลัยมากกว่าใน
โรงเรียนมัธยม (There are more Clubs that fit my Interests in College than
there were in High School)
2) การหาเพื่อนในวิทยาลัยยากกว่าตอนเรียนมัธยม (It is more Difficult to find
Friends in College than it was in High School)
57
3) เมืองที่ฉันเคยอาศัยอยู่ในวทิ ยาลัยก่อนหน้านี้มีกจิ กรรมหลากหลายใหเ้ ข้าร่วมมากกว่า
อยู่ในเมืองอีสแลนซิง รัฐมิชิแกน (City I lived in prior to College had a Greater
Variety of Activities in which to Participate than East Lansing/Lansing)
4) บ้านเกิดของฉันและเมืองอีสแลนซิง รัฐมิชิแกน มีความคล้ายคลึงกันมาก (My
Hometown and East Lansing are very Similar)
5) ฉันอยากกินอาหารจากบ้านเกิดของฉัน แต่ไม่สามารถหาได้ในที่นี่ (I crave Foods
from my Hometown I cannot find in this Area)
6) พ่อแม่ของฉันช่วยฉันจัดการเวลาในโรงเรียนมัธยม (My Parents helped me
Manage my time in High School)
7) ฉันมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อการเดนิ ทางของฉนั ในวิทยาลัยมากกว่าตอนเรียนมธั ยม (I am
more Responsible for my own Transportation in College than I was in High
School)
2.3 ด้านอารมณ์ / สง่ิ สนับสนนุ / เกย่ี วกับครอบครัว (Emotional/Supportive/Familial)
1) ฉันได้รับแรงสนับสนุนน้อยลงจากครอบครวั ของฉนั ในขณะที่ฉันเรียนอยูใ่ นวิทยาลัย (I
have less Emotional Support from my Family now that I am in College)
2) ฉันได้รับกำลังใจน้อยลงจากเพื่อนของฉันในขณะที่ฉันเรียนอยู่ในวิทยาลัย (I have
less Emotional Support from my Friends now that I am in College)
3) คนที่ฉันเคย“ ระบาย” ไม่ได้อยู่กับฉันที่วิทยาลัย (The Person/People I Used to
“Vent” to are not with me at College)
4) ฉันต้องเปลี่ยนวิธีจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของฉันในขณะที่ฉันเรียนอยู่นี้ (I have
to change how I deal with my Emotions now that I am in College)
5) ฉันรับมือกับความเครียดแบบเดียวกับที่ฉันเรียนในโรงเรียนมัธยมแม้จะย้ายไปเรียนที่
วิทยาลัยแล้วก็ตาม (I cope with Stress the Same Way I did in High School
Despite my move to College)
6) กิจกรรมที่ฉันเคยทำเพื่อผ่อนคลายนั้น กลับยากขึ้นในวิทยาลัย (The Activities in
which I used to Engage to Relax are more Difficult in College)
7) ฉันพูดคุยเรื่องประสบการณ์ในวิทยาลัยกับพ่อแม่ของฉันยากกว่าตอนเรียนมัธยม (I
have more Experiences in College that are Difficult to Discuss with my
Parents than I had in High School)
โปรดทบทวนตัวเอง แลว้ ตอบในใจวา่ ท่านเขา้ ใจแบบประเมินผลสำเรจ็ จากการ
พฒั นาทักษะการปรบั ตวั ตามทัศนะของ Zorzie ว่าอยา่ งไร ?
58
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………....................................................................................................................... ......................
แบบประเมนิ ตนเอง
1) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ Kane
ชัดเจนดแี ลว้ หรือไม่
[ ] ชดั เจนดีแล้ว [ ] ยังไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Kane
กลา่ วถงึ แบบประเมนิ ผลสำเรจ็ จากการพัฒนาทักษะการปรบั ตวั วา่ อย่างไร?
2) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ
Morgan ชัดเจนดีแลว้ หรอื ไม่
[ ] ชัดเจนดีแลว้ [ ] ยงั ไมช่ ดั เจนดีพอ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Morgan
กลา่ วถึงแบบประเมนิ ผลสำเร็จจากการพัฒนาทกั ษะการปรับตวั วา่ อย่างไร?
3) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ
Workable ชดั เจนดแี ล้วหรือไม่
[ ] ชัดเจนดแี ล้ว [ ] ยังไมช่ ดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Workable
กลา่ วถงึ แบบประเมนิ ผลสำเรจ็ จากการพัฒนาทกั ษะการปรับตัว วา่ อย่างไร?
4) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ
University of Alberta ชัดเจนดแี ลว้ หรอื ไม่
[ ] ชัดเจนดแี ลว้ [ ] ยงั ไมช่ ัดเจนดีพอ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า University
of Alberta กล่าวถงึ แบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทกั ษะการปรับตัว ว่าอย่างไร?
5) ท่านเข้าใจแบบประเมนิ ผลสำเร็จจากการพัฒนาทกั ษะการปรับตวั ตามทัศนะของ Zorzie
ชดั เจนดีแลว้ หรือไม่
[ ] ชัดเจนดแี ล้ว [ ] ยงั ไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกคร้ัง แล้วตอบคำถามในใจว่า Zorzie
กลา่ วถงึ แบบประเมินผลสำเรจ็ จากการพัฒนาทักษะการปรับตวั วา่ อย่างไร?
หมายเหตุ
หากต้องการศึกษารายละเอียดของแต่ละทัศนะจากตน้ ฉบบั ทีเ่ ป็นภาษาองั กฤษ โปรด “Ctrl & Click”
เว็บไซตข์ องแตล่ ะแหลง่ ได้ ดังน้ี
1. Kane : https://www.executiveagenda.com/resources/blog/how-adaptable-are-
you-take-adaptability-quotient-aq-test-and-find-out
59
2. Morgan : https://careersherpa.net/test-your-adaptability/
3. Workable : https://resources.workable.com/adaptability-interview-questions
4. University of Alberta : https://www.ualberta.ca/human-resources-health-safety-
environment/media-library/learning-and-development/pathways-learning-
series/adaptandflexassessmentguide2017.pdf
เอกสารอา้ งอิง
Kane, N. (2019). How adaptable are you? Take this adaptability quotient (AQ) Test
and find out. Retrieved November 18, 2020, from https://bit.ly/2NfMo2Q
Morgan, H. (2011). Test your adaptability. Retrieved June 20, 2020, from
https://bit.ly/3elM3Yb
Workable. (n.d.). Adaptability interview questions. Retrieved June 20, 2020, from
https://bit.ly/3fUiv4J
University of Alberta. (n.d.). Competency assessment for demonstrating adaptability
and flexibility. Retrieved June 20, 2020, from https://bit.ly/2ZZyrxe
Zorzie M. (2012). Individual adaptability: Testing a model of its development and
outcomes. Master’s thesis, Doctor of philosophy Psychology, Graduate School,
Michigan State University.
60
ค่มู อื ประกอบโครงการ
อาจารย์นำความร้สู ่กู ารพฒั นานกั ศกึ ษา
61
คู่มอื เชิงปฏิบัตกิ ารเพ่อื พฒั นาทักษะการปรบั ตวั
ให้แกน่ กั ศกึ ษา
วัตถปุ ระสงค์เพื่อการปฏิบตั ิ
คมู่ อื เชงิ ปฏิบตั ิการประกอบโครงการอาจารย์นำความรสู้ ูก่ ารพัฒนานกั ศึกษานี้ จดั ทำข้ึนเป็นให้
ท่านได้ทราบถึงประเด็นต่างๆ ที่จะช่วยให้ท่านนำความรู้ที่ท่านได้รับจากโครงการแรก คือ โครงการ
พัฒนาความรู้ของอาจารย์ผู้สอนเกี่ยวกบั การพัฒนาทักษะการปรับตวั ไปสู่การปฏิบัติ คือ การพัฒนา
นกั ศกึ ษา ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล ดงั นี้
1) ทบทวนถึงคุณลักษณะหรือทักษะการปรับตัว ที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับนักศึกษา หลังจาก
ได้รับการพัฒนาจากท่านตามโครงการอาจารย์ผู้สอนนำความรู้สู่การพัฒนานักศึกษา ใน
ระยะ 2-3 เดือนหลงั จากน้ี
2) ทบทวนถึงหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เปน็ ทางเลือกที่หลากหลาย
เพื่อการพัฒนาทักษะการปรับตัว จากทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานที่ท่านได้ศึกษา
มาจากคู่มือประกอบโครงการแรก คือ โครงการพัฒนาความรู้ของอาจารย์ผู้สอนเกี่ยวกับ
การพัฒนาทักษะการปรับตัว เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาของท่าน ซึ่งหากมีมากมาย
อาจเลือกใชแ้ นวทางการพัฒนาทที่ ่านเห็นว่าสำคญั
3) ทบทวนถงึ ขนั้ ตอนการพฒั นาทักษะการปรับตวั จากทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานท่ี
ท่านได้ศึกษามาจากคู่มือประกอบโครงการแรก คือ โครงการพัฒนาความรู้ของอาจารย์
ผู้สอนเกยี่ วกับการพัฒนาทักษะการปรับตัว เพ่ือใช้เป็นแนวทางการพฒั นาของท่านเอง ซ่ึง
อาจจะยดึ ถอื ตามทัศนะใดทัศนะหน่งึ หรอื บูรณาการข้นึ ใหมจ่ ากหลายๆ ทัศนะ
4) ระบถุ งึ หลกั การ / แนวคิด / เทคนคิ / วธิ ีการ / กจิ กรรมที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายเพ่ือ
การพฒั นา และข้ันตอนการพัฒนาทท่ี ่านนำไปใชใ้ นการพฒั นานกั ศึกษา
5) ให้ข้อสังเกตถึงปัจจัยที่ส่งผลในทางบวก และปัญหาหรืออุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของ
ทา่ นในการพัฒนาทกั ษะการปรับตวั แก่นักศกึ ษา
6) ระบุถึงวิธกี ารทที่ า่ นนำมาใช้เพอ่ื แก้ไขปัญหาหรอื อุปสรรคต่อการปฏบิ ัติงานของทา่ นในการ
พฒั นาทกั ษะการปรบั ตวั แกน่ ักศึกษา
7) ระบุถงึ บทเรยี นสำคญั ท่ไี ด้จากการการพฒั นาทักษะการปรบั ตัว แก่นกั ศึกษา
8) ระบุถึงข้อเสนอแนะสำคัญเพื่อให้การพัฒนาทักษะการปรับตัว แก่นักศึกษาประสบ
ผลสำเร็จ
62
ทบทวนความร้คู วามเข้าใจจากโครงการพัฒนาอาจารยผ์ ูส้ อน
เพือ่ พัฒนาทักษะการปรบั ตวั แก่นกั ศึกษา
1) ทบทวนคณุ ลักษณะหรอื ทกั ษะการปรับตัว ท่คี าดหวงั ให้เกดิ ข้ึนกับนักศกึ ษา
1.1 ความคาดหวงั คณุ ลักษณะของนักศกึ ษาที่มีทกั ษะการปรับตวั จากนานาทศั นะทางวิชาการ
ในเวบ็ ไซต์ของ University of Bradford (n.d.) ใหท้ ัศนะวา่ คนทม่ี ีทักษะการปรับตัวเป็น
คนทม่ี ีคณุ ลกั ษณะ ดังน้ี
1. ความยืดหยุ่นดา้ นสตปิ ัญญา (Intellectual Flexibility)
2. ความเปดิ กวา้ ง (Receptiveness)
3. ความคดิ สร้างสรรค์ (Creativity)
Whitehall (2018) ให้ทัศนะว่า คนทีม่ ที กั ษะการปรับตวั เปน็ คนทมี่ ีคณุ ลกั ษณะ ดงั นี้
1. ความเต็มใจทจ่ี ะพสิ จู น์ (A Willingness to Experiment)
2. ไม่กลวั ความลม้ เหลว (Unafraid of Failure)
3. มีไหวพริบ (Resourcefulness)
4. ความสามารถในการมองเหน็ ภาพรวม (Able to See the Big Picture)
5. การพูดคยุ กับตวั เองในเชงิ บวก (Engaged in Positive Self-Talk)
6. ความใครร่ ู้ (Curiosity)
7. อย่กู บั ปัจจุบนั (Being Present)
Boss (2015) ใหท้ ศั นะวา่ คนท่มี ีทกั ษะการปรบั ตวั เปน็ คนที่มีคุณลักษณะ ดังน้ี
1. คนที่ปรบั ตวั ได้ชอบพิสูจน์ (Adaptable People Experiment)
2. คนทีป่ รับตัวได้มักเห็นโอกาสในสถานการณ์ที่คนอ่ืนเห็นความล้มเหลว (Adaptable
People See Opportunity where Others See Failure)
3. คนทีป่ รับตวั ไดเ้ ป็นผมู้ ีไหวพริบ (Adaptable People are Resourceful)
4. คนทปี่ รบั ตวั ได้คิดการณล์ ว่ งหนา้ (Adaptable People Think Ahead)
5. คนทีป่ รับตัวได้ไม่เปน็ คนครำ่ ครวญ (Adaptable People don't Whine)
6. คนท่ีปรบั ตวั ไดม้ กั พดู กบั ตวั เอง (Adaptable People Talk to Themselves)
7. คนทป่ี รับตัวไดไ้ ม่โทษคนอ่นื (Adaptable People don't Blame)
8. คนที่ปรับตัวไดไ้ ม่ตอ้ งการไดห้ นา้ (Adaptable People don’t Claim Fame)
9. คนทีป่ รบั ตัวได้มกั มีความใฝร่ ู้ (Adaptable People are Curious)
10.คนที่ปรบั ตวั ไดม้ กั จะปรบั ตัว (Adaptable People Adapt)
11.คนท่ปี รบั ตัวไดม้ กั จะเปน็ ท่ยี อมรบั (Adaptable People Stay Current)
12.คนที่ปรับตัวไดม้ ักจะมองเหน็ ระบบ (Adaptable People See Systems)
13.คนทป่ี รับตวั ไดม้ กั เป็นคนทีเ่ ปดิ ใจ (Adaptable People Open Their Minds)
14.คนที่ปรับตัวได้มักรู้ว่าตนต้องการอะไร (Adaptable People Know What They
Stand for)
63
Alessandra (2016) ให้ทัศนะว่า คนที่มที กั ษะการปรับตัว เป็นคนท่มี คี ุณลักษณะ ดงั น้ี
1. ความยดื หยุ่น (Flexibility)
2. วสิ ัยทศั น์ (Vision)
3. การเอาใจใส่ (Attentiveness)
4. ความสามารถเฉพาะตวั (Versatility)
5. การแกไ้ ขความผดิ พลาด (Self-Correction)
Oscar (2014) ให้ทศั นะว่า คนท่ีมที ักษะการปรับตัว เป็นคนทีม่ คี ณุ ลักษณะ ดงั นี้
1. เตรยี มวธิ ีการแก้ปัญหาแบบอน่ื ๆ ไวเ้ สมอ (Prepare alternative Solutions)
2. ยอมรบั การเปล่ียนแปลงได้ดี (Make easy Transitions)
3. ใจเย็น และมีความมั่นใจ (Keep Calm and Confident)
4. เพิ่มทักษะใหม่ ๆ (Acquire New Skills)
5. มีความรทู้ ี่หลากหลาย (Diversify Your Knowledge)
Keating (2018) ให้ทัศนะวา่ คนท่ีมที ักษะการปรับตวั เป็นคนท่ีมีคณุ ลักษณะ ดังนี้
1. ผู้นำที่ปรับตัวได้จะมีความคิดที่ยืดหยุ่น (Adaptable Leaders Have Flexible
Ways of Thinking)
2. ผู้นำทีป่ รับตัวได้จะมแี ผนการล่วงหน้า (Adaptable Leaders Plan Ahead)
3. ผนู้ ำทมี่ ีทกั ษะการปรบั ตวั นัน้ เปน็ คนข้ีสงสัย (Adaptable Leaders Are Curious)
1.2 ความคาดหวงั คณุ ลักษณะของนกั ศึกษาท่ีมีทักษะการปรับตัว จากแบบประเมินผล
จากผลการศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของทักษะการปรับตัว จากทัศนะของ
University of Bradford Website (n.d.) Whitehall (2018) Boss (2015) Alessandra (2016)
Oscar (2014) และ Keating (2018) และจากการศึกษาขอ้ คำถามในแบบสอบถามของ Kane (2019)
Morgan (2011) Workable (n.d.) University of Alberta (n.d.) และ Zorzie (2012) ไดข้ ้อคำถาม
เพ่ือใชก้ ารประเมนิ ทักษะการปรับตัวของนักศึกษาในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั น้ี
การเรียนรู้ (Learning)
1) นักศึกษาบอกกับตัวเองว่าต้องเปน็ ผู้เรียนรู้อย่างสมำ่ เสมอ
2) นกั ศกึ ษาสนุกกับการเรียนรู้แนวทางใหมจ่ ากกจิ กรรมของมหาวทิ ยาลยั
3) นักศกึ ษามกั จะเรยี นรู้ข้อมูลและทักษะใหม่ ๆ เพือ่ นำหนา้ เพอ่ื นรว่ มชั้น
4) นักศึกษากำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อม
ทำงานในอนาคต
5) นักศึกษาสามารถจินตนาการสงิ่ ใหม่ ๆ จากความคิดเดิม ๆ ไดอ้ ย่างรวดรวดเรว็
6) นักศกึ ษาอา่ นตำราเรยี นล่วงหนา้ ก่อนเรยี นในชั้น
การรับรู้ตนเอง (Self-Awareness)
7) นกั ศกึ ษามคี วามภาคภมู ิใจในตนเองและรูส้ กึ ดีกบั ตวั เอง
8) นกั ศกึ ษารวู้ ่าอะไรสำคัญสำหรับตัวเองและใช้ความรูป้ ระกอบการตดั สนิ ใจ
9) นกั ศึกษามวี ิสัยทศั นท์ ่มี คี วามหมายและมีจุดมุ่งหมายสำหรบั ชวี ิตของตน
10) นักศึกษาเข้าใจว่าชีวิตจะมกี ารเปลยี่ นแปลงและไมเ่ ป็นไปตามทนี่ กั ศกึ ษาตอ้ งการ
64
11) เม่อื สญู เสียความมน่ั ใจชั่วคราว นกั ศกึ ษาร้วู า่ ฉนั ต้องทำอยา่ งไรเพื่อฟ้นื ฟูความมนั่ ใจ
12) นักศึกษาสามารถแยกแยะและบอกให้ทราบถึงจุดอ่อนของตนและแนวทางที่
นกั ศกึ ษาทำงานกับคนรอบขา้ ง
ทัศนคติ (Attitude)
13) โดยทั่วไปนักศึกษาดำเนินชวี ิตในแง่ดี
14) นักศกึ ษาเช่อื ว่าตนเองมที างเลือกและตัวเลอื กเสมอแม้ในสถานการณ์ท่ยี ากลำบาก
15) นกั ศกึ ษามีอารมณข์ นั และสามารถหาสงิ่ ทีจ่ ะทำให้หวั เราะแม้ในเวลาท่ีมปี ญั หา
16) นักศกึ ษาเข้าใจวา่ ประสบการณ์ใหม่ ๆ จะทำเตบิ โตและสนกุ กับการเรียนรู้
17) นกั ศกึ ษาไม่เสยี เวลากังวลกบั สิ่งท่อี ยู่นอกเหนือการควบคุมของตน
18) ความล้มเหลวใหโ้ อกาสนกั ศึกษาในการสรา้ งสรรคน์ วัตกรรม
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคล (Interpersonal)
19) นกั ศกึ ษาเปดิ ใจกว้างในการติดตอ่ กบั ผู้อ่นื
20) นักศกึ ษาเชื่อว่าการมคี วามยืดหยุน่ ในการตดิ ต่อกับผู้อนื่ เปน็ สิ่งสำคญั
21) โดยปกตินกั ศกึ ษาจะสามารถอา่ นใจคนอนื่ และเขา้ ใจวา่ เขารูส้ กึ อย่างไรตลอดเวลา
22) นกั ศึกษาใชค้ วามเขา้ ใจผ้อู ่ืนในการมปี ฏสิ ัมพนั ธ์
23) นักศกึ ษาปรบั พฤติกรรมของตนให้เข้ากบั คนอนื่
24) นกั ศกึ ษายอมรบั สมาชกิ ใหม่และรูปแบบการทำงานของทมี เสมอ
การแกป้ ญั หาและการตดั สนิ ใจ
25) นกั ศึกษาเรยี นรูว้ ิธกี ารใหม่ ๆ ในการแก้ปญั หาอยา่ งรวดเรว็
26) ปกตนิ ักศกึ ษามีทางเลือกที่หลากหลายในการแก้ปญั หา
27) นักศึกษาสามารถจัดระเบียบสภาพแวดล้อมและจัดลำดับความสำคัญของงานแม้ใน
เวลาท่ีเครียด
28) นักศึกษาสามารถเรียนรู้กลยุทธ์ส่วนตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเนื่องจาก
ความไมแ่ น่นอนในการดำเนนิ ชีวติ
29) เมือ่ ประสบความเครยี ดในดา้ นใดดา้ นหน่ึงของชวี ิต นกั ศึกษาสามารถควบคมุ อารมณ์
กับเรื่องน้ัน ๆ ได้
30) นักศึกษาสามารถค้นหาและระดมทรัพยากรที่จำเป็นในภาวะวิกฤตหรือสถานการณ์
ใหม่ ๆ
ความรู้เก่ียวกับความสามารถพเิ ศษ
31) นักศึกษาสามารถพูดไดอ้ ยา่ งชดั เจนถงึ พรสวรรคแ์ ละความสามารถพิเศษของตน
32) นักศึกษารู้ทักษะท่จี ำเป็นสำหรบั อาชพี ของตนในอนาคต
33) นกั ศึกษารวู้ ่าคนอน่ื ๆ ในมหาวิทยาลยั คาดหวังอะไรจากนักศกึ ษา
34) ในมุมมองของอาจารย์ เพื่อนร่วมชั้นและมหาวิทยาลัย นักศึกษารู้ว่าทักษะของตน
เป็นอย่างไร
35) นักศึกษารู้วา่ พฤติกรรมและทัศนคติใดเหมาะสมในมหาวทิ ยาลยั
36) นกั ศกึ ษาไม่เคยหยุดอยูก่ ับความสำเรจ็ และค้นหาความทา้ ทายต่อไปในเชิงรุก
65
2) ทบทวนหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายเพื่อ
การพัฒนาทักษะการปรับตัว จากนานาทศั นะเชงิ วิชาการ
เวบ็ ไซต์ Quick Base (2012)
1. ฉีกกฎเดมิ ๆ (Quit Following the Rules)
2. คดิ ให้ดีหากจะปฏิเสธตนเอง (Think Twice about Saying No)
3. เรม่ิ ต้นวันของเราดว้ ยความแตกต่าง (Start Your Day Differently)
4. เป็นผู้ปรับตัวต้งั แตเ่ นิน่ ๆ (Be an Early Adopter)
เว็บไซต์ Vanderbloemen (2013)
1. ใช้ชวี ิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ (Be more Spontaneous)
2. ทำใจใหส้ งบและยอมรับการเปลีย่ นแปลงท่ีอาจเกิดข้ึนอยา่ งไม่คาดคิด (Be Calm
and Accepting When Unexpected Changes Happen)
3. เรียนรู้ที่จะสับเปลย่ี นตารางเวลาของตวั เองเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลง (Learn How
to Alter Your Schedule When Changes Happen)
4. ให้หาคนทเี่ ราชืน่ ชอบในดา้ นการมีความสามารถในการปรับตัวสูงและเรยี นรู้จาก
พวกเขา (Find Someone You Admire with High Adaptability and Learn
From Them)
5. เป็นอาสาสมัครสำหรับบทบาทท่ตี อ้ งใชค้ วามยืดหย่นุ มากเปน็ พิเศษเพื่อการเติบโต
ไปในท่แี ห่งน้ี (Volunteer in A Role That Requires Extra-Ordinary
Flexibility in order to Grow in this Area)
Reddy (n.d.)
1. รับฟงั เพื่อเขา้ ใจสถาณการณ์ (Tune in to Know The Situation)
2. ใหล้ องอยู่ในสถาณการณ์ทแี่ ตกต่างกนั (Try Different Situations)
3. ฟังให้มากขึน้ (Listen More)
4. ฝกึ ความฉลาดทางอารมณ์ (Practice Emotional Intelligence)
5. สำหรับพนักงานท่ีมคี วามยดื หยุ่นอยโู่ ดยธรรมชาติเทา่ นน้ั (Only For Naturally
Flexible Employees)
6. สำหรับพนักงานทีม่ รี ะเบียบมาก (For Very Organized Employees)
7. พจิ ารณาสถาณการณ์จากมมุ มองที่กวา้ งกว่า (Consider The Bigger Picture)
8. พิจารณามุมมองทีห่ ลากหลาย (Take Wide Variety Of Perspectives Into
Consideration)
9. สร้างสมดลุ ชีวิต (Create A Balanced Life)
10. เลิกรอคอยเวลาและสถาณการณ์ท่เี หมาะสม (Just Stop Waiting for Right
Time and Situation)
66
เว็บไซต์ Ccl (n.d.)
1. เปน็ ผู้ใฝร่ ู้ (Be Curious)
2. อย่ายึดติดกบั แผนหรือวิธีการทม่ี ีเพียงหนึง่ เดยี ว (Don’t get too Attached to A
Single Plan or Strategy)
3. สร้างเครอื ข่ายสนบั สนุน (Create Support Systems)
4. เขา้ ใจปฏิกิริยาในการตอบสนองการเปลย่ี นแปลงของตนเอง (Understand your
own Reaction to Change)
5. ดมื่ ด่ำกบั สภาพแวดล้อมและสถาณการณใ์ หม่ๆ (Immerse Yourself in new
Environments and Situations)
Williams (2017)
1. เปน็ ผู้ที่เปิดใจ (Being Open-Minded)
2. การขอความชว่ ยเหลือ (Asking for Help)
3. การเปรยี บเทยี บขอ้ ดีข้อเสยี (Measuring the Pros and Cons)
4. เป็นผู้หาทางออกได้เสมอ (Being Solution-Oriented)
5. จดั ลำดบั ความสำคญั (Prioritizing what’s Important to You)
6. เปน็ ผู้มคี วามยดื หยุ่น (Being Flexible)
เว็บไซต์ Half (n.d.)
1. เรยี นรู้จากผู้อนื่ (Learn from Others)
2. มองหาส่ิงดี ๆ ในสถาณการณ์คับขัน (Find the Silver Lining)
3. กล้าท่ีจะทำผิดพลาด (Be willing to Make Mistakes)
4. ตัง้ คำถาม (Ask Questions)
เว็บไซต์ Life Zemplified (n.d.)
1. ยอมรบั (Accepting)
2. เรียนรู้ (Learning)
3. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ (Creating)
4. แนะนำ (Suggesting)
5. เป็นผเู้ ปดิ กวา้ ง Being Receptive)
6. เป็นธรรมชาติ (Being Spontaneous)
7. ลงมือทำ (Embracing)
8. เปลย่ี นแปลง (Altering)
9. อาสา (Volunteering)
Prince (2019)
1. มองหาโอกาสที่จะลองส่ิงใหม่ๆ เพอื่ ทำให้ตวั เองไดเ้ รียนรู้ (Look for
opportunities to try new things that will keep you learning)
67
2. เป็นธรรมชาตขิ องมนุษยท์ ี่จะต่อต้านการเปล่ยี นแปลง แต่เราตอ้ งลองสรา้ ง
ความสามารถในการปรับตัว และตอบสนองเชงิ บวกต่อการเปลย่ี นแปลง
(Research suggests that people who are able to come up with
solutions to a problem are better able to cope with problems than
those who can’t)
3. การวจิ ยั แสดงใหเ้ ห็นวา่ คนที่สามารถหาวธิ ีแกป้ ัญหาไดจ้ ะสามารถรับมือกบั ปัญหาที่
เข้ามาได้มากกว่า (Research suggests that people who are able to come
up with solutions to a problem are better able to cope with
problems than those who can’t)
เวบ็ ไซต์ Oyster Connect (n.d.)
1. ความยืดหยุ่นทางปัญญา (Intellectual Flexibility)
2. มคี วามอ่อนไหว (Being Receptive)
3. มคี วามสร้างสรรค์ (Creativity)
4. มพี ฤติกรรมการปรบั ตวั (Adapting Behavior)
Baker (2014)
1. ปรบั ทนั ทหี รือจะรอจนจบคร่ึงแรก (Adjust As You Go Versus Waiting Until
Half-Time)
2. มองให้ไกลและวางแผนระยะส้ัน (Vision Long Term and Plan Short Term)
3. รบั ความเสีย่ งและก้าวไปข้างหนา้ โดยไมต่ อ้ งมีข้อมูลทั้งหมด (Take Some Risk
and move Forward without all The Data)
4. ลดพฤติกรรมไมโ่ ต้ตอบ (Minimize the Knee-Jerk Reactions)
5. ร้ตู ัววา่ เราอยทู่ ่จี ดุ ไหนของการเปลีย่ นแปลง (Know Where You are on The
Change Curve)
6. ใส่หน้ากากออกซเิ จนให้ตัวเองกอ่ น (Put the Oxygen Mask on Yourself First)
ปรบั ตัวใหส้ อดคลอ้ งกับความเปล่ยี นแปลง (Get Aligned with the Change)
3) ทบทวนโมเดลขน้ั ตอนทางเลือกท่หี ลากหลายเพ่ือการพฒั นาทักษะการปรบั ตัว จากนานาทศั นะ
เชงิ วชิ าการ
Newell (2016)
1. มองเห็น : จำเปน็ ต้องเขา้ ใจการเปลย่ี นแปลง (See It. Acknowledge change is
Needed)
2. เป็นเจา้ ของ : เปน็ เจ้าของสถานการณ์ (Own It. Take Ownership of the
Situation)
3. แกไ้ ขปญั หา : พัฒนาแผนปฏิบตั ิการ (Solve It. Develop your Action Plan)
4. ลงมือทำ : ดำเนินการเปลย่ี นแปลง (Do It. Execute the change)
J-Pierre (2019)
68
1. หยดุ ครำ่ ครวญ (Stop whining)
2. ไมม่ ีคำวา่ "ถูก" และ "ผิด" (There’s no ‘Right’ and ‘Wrong’)
3. ปรบั ปรงุ วธิ กี ารรับมอื (Improve your coping Mechanism)
4. เปดิ ใจรบั การเปลีย่ นแปลง (Be open to change)
5. มีรายละเอียดทง้ั หมดของแผน (Have the whole Alphabet for your Plan)
6. พดู กับตนเองในเชิงบวก (Engage in a Positive self-talk)
7. ยดึ ติดกบั ความชอบตามธรรมชาติ (Stick to your natural Inclinations)
8. คิดการใหญ่ (Think Big)
9. อย่าโทษตวั เองและคนอน่ื (Don’t blame yourself)
10. เรยี นรู้วธิ ีสร้างสมดลุ ใหก้ ับชวี ิต (Learn how to balance your Life)
11. อยา่ หยดุ รอ (Stop Waiting)
David (2019)
1. สรา้ งแรงจูงใจใหม่ ๆ (Redefine your Motivation)
2. สงั เกตและเรยี นรู้ (Observe and Learn)
3. ถามคำถาม (Ask Questions)
4. เตรียมทางเลือกในการแก้ปัญหา (Prepare alternative Solutions)
5. ทำการเปลย่ี นแปลงใหเ้ ปน็ เรื่องงา่ ย ๆ (Make easy Transitions)
6. ใจเย็นและม่นั ใจ (Stay Calm and Confident)
7. เข้าถงึ ทกั ษะใหม่ ๆ (Acquire new Skills)
8. ตั้งเปา้ หมายย่อย ๆ (Set small Goals)
9. ค้นหาข้อดี (Find the Upside)
10. กลา้ ลองผดิ ลองถกู (Be willing to Make Mistakes)
Berger & Johnston (2015)
1. ถามคำถามทแ่ี ตกตา่ ง (Ask different Questions)
2. ยอมรับมุมมองท่หี ลากหลาย (Accept multiple Perspectives)
3. มองภาพรวม (Consider the bigger Picture)
4. การทดลองและเรยี นรู้ (Experiment and Learn)
ในเว็บไซต์ของ Indeed (n.d. )
1. ตระหนักถึงการเปลยี่ นแปลงในสภาพแวดล้อม (Be Aware of changes in your
Environment)
2. พฒั นาความกา้ วหนา้ ทางความคิด (Develop a growth Mindset)
3. ต้งั เป้าหมายให้ตวั เอง (Set Goals for yourself)
4. ขอความคดิ เห็น (Ask for Feedback)
5. เรยี นรูท้ ่จี ะรบั ร้แู ละยอมรบั การเปลี่ยนแปลง (Learn to Acknowledge and
Accept change)
69
หมายเหตุ
เมื่อท่านดำเนินการพัฒนาทักษะการปรับตัว ครบตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว
ขอความกรณุ าท่านโปรดตอบแบบประเมินผลการปฏบิ ัติ และสะทอ้ นผลการปฏบิ ัติจาก
Google Form ตามลิงคห์ รือ QR Code ดา้ นลา้ งน้ีดว้ ย จกั ขอบพระคณุ ยิง่
************************************
แบบสอบถาม โครงการพัฒนาอาจารยผ์ ูส้ อนเพ่อื พัฒนาทกั ษะการปรับตวั ใหก้ ับ
นักศึกษา
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe9NE3QF9T-R89-
jgxJ1u03WlEsjgi8MnNv7izMjtCS8VteCw/viewform