中国京剧
อุปรากรจีน งิ้วปักกิ่ง
จัดทำโดย
6320210109 นายอัสมิน จารง
เสนอ
อ.อุมาพร เกียรติกิระขจร
งิ้วปักกิ่ง
อุปรากรจีน เรียกเป็นภาษาพูดกันว่า "ละครงิ้ว" ละครงิ้วจีนที่โดดเด่น และมีชื่อ
เสียงมากประเภทหนึ่งคือ งิ้วปักกิ่ง เมื่อได้ยินชื่อก็รู้ได้เลยว่า เป็นละครงิ้วที่นิยมเล่น
กันในปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองหลวงของจีน งิ้วปักกิ่ง เกิดขึ้นในกลางยุคสมัยราชวงศ์ชิง
(ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19) จากนั้นมาได้ผ่านความรุ่งเรือง ความเสื่อมโทรม และกลับสู่
ความรุ่งเรืองและ จนถึงการเสื่อมโทรมลงไปอีก นอกจากพระเจ้าเฉียนหลงฮ่องเต้
แล้ว กษัตริย์สมัยราชวงศ์ชิงเกือบทุกพระองค์ทรงชื่นชอบชมงิ้วมากโดย เฉพาะอย่าง
ยิ่งพระนางซูสีไทเฮาทรงพอพระทัยและหลงใหล ในงิ้ว ปักกิ่งเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่ประเทศจีนได้สถาปนาประเทศจีนใหม่ (ค.ศ. 1949) รัฐบาลจีนสมัยนั้น
ได้ให้ความสำคัญต่อศิลปะการแสดงงิ้วมาก โดยให้มีการจัดตั้งกลุ่มทำงานเรียบเรียง
ละครงิ้วที่ดีและแต่งบทละครเชิง ประวัติศาสตร์ใหม่ อีกทั้งยังได้สร้างสรรค์ละครงิ้ว
สมัยใหม่อีกด้วย
เมื่อเริ่มการปฏิวัติวัฒนธรรม (ค.ศ.1966) ประเทศจีนเกิดความ วุ่นวายครั้งใหญ่
ทางสังคม ละครงิ้วแต่เดิมล้วนถูกวิจารณ์ว่าเป็น "ภัย มหันต์แห่งศักดินา" นักแสดง
ละครงิ้วถูกบีบบังคับให้เปลี่ยนไปทำ อาชีพอื่น สมัยนั้นเวทีงิ้วมีให้เหลือเพียงสำหรับ
ละครแปดเรื่องที่ถือว่า เป็นแบบฉบับเท่านั้น จึงเกิดสภาพที่แปลกคือ แปดร้อยล้าน
คนมีเพียง งิ้วแปดเรื่องเท่านั้น สมัยนั้นไม่เพียงละครงิ้วที่ถูกกดขี่บังคับ แต่ยังรวม
ไปถึงศิลปะแขนงอื่นๆด้วย เช่น ภาพยนตร์ ละครพูด ละครร้อง เป็นต้น ล้วนถูก
ทำลายอย่างมาก ยุคนี้จึงเป็นยุคเสื่อมโทรมอีกครั้งหนึ่งของ ละครงิ้ว หลังโค่นล้ม
พรรคทรราษฎร์ทั้ง 4 แล้ว ละครงิ้วดั้งเดิมที่ยอดเยี่ยมและ ละครงิ้วประวัติศาสตร์ที่
สร้างสรรค์ขึ้นใหม่นั้นได้คืนสู่เวทีงิ้วอีกครั้ง เพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์ละครงิ้ว
กระทรวงวัฒนธรรมจีนจึงได้ตั้งคณะ กรรมการพัฒนางิ้วปักกิ่งขึ้น เพื่อสร้างและ
พัฒนาคนที่มีความสามารถ ในการแสดงงิ้ว
ตัวละครงิ้วปักกิ่ง แบ่งเป็น 4 ตัวหลัก คือ
生"เซิง" หมายถึงตัวละครชาย รวมถึง เหล่าเชิง (ตัวละครชายสูงอายุ) เสี่ยว
เชิง (ตัวละครชายหนุ่ม) อู่เชิง (ตัวละครชายบู๊)
旦"ต้าน" หมายถึงตัวละครหญิง รวมถึง ชิงอี (ตัวละครนาง) ฮวาต้าน (ตั
วละครหญิงสาว) เหล่าต้าน (ตัวละครหญิงสูงอายุ) เตาหม่าต้าน (ตัวละครหญิงบู๊)
净"จิง" หรือเรียกว่า ฮวาเหลี่ยน หมายถึงตัวประกอบชายที่มี บุคลิกลักษณะ
โดดเด่น (วาดรูปหน้ าลวดลาย) มีถงฉุยฮวาเหลี่ยนและ เจี้ยจื่อฮวาเหลี่ยน
丑"โฉ่ว" หมายถึงตัวละครตลกหรือตัว โกง เช่น ตัวละครเหวินโฉ่ว หมายถึง
ตัวตลกหรือตัว โกงฝ่ายบุ๋น อู๋โฉ่ว หมายถึงตัวตลกหรือตัว โกง ฝ่ายบู๊ (มีวิทยายุทธ์)
生1. ตัวพระ ออกเสียงว่า เซิง ( shēng) คือตัวละครเพศชายที่นอกเหนือจากตัวหน้ าลายและ
ตัวตลก สังเกตได้จากการแต่งหน้ าธรรมดา แบ่งออกหลักๆ ได้ 5 ประเภท ได้แก่
老生1.1 ตัวพระสูงวัย ( lǎoshēng เหล่าเซิง) เป็นตัว
ละครเพศชายที่มีอายุ จุดเด่นอยู่ที่การติดหนวดเคราะตาม
แบบขนบธรรมเนียมจีนโบราณ โดยสีของหนวดเคราจะบ่ง
บอกอายุของตัวละคร มี 3 สี คือ สีดำ สีดอกเลา และสีขาว
เวลาร้องใช้เสียงแท้ เพื่อสื่อถึงความหนักแน่นและวัย ตัวพระ
สูงวัยยังแบ่งออกเป็น ตัวพระสูงวัยที่เน้ นร้อง เรียกว่า อันกง
安工老生เหล่าเซิง (
ān gōng lǎoshēng) และตัวพระสูงวัย
把老生 衰派老生ที่เน้ นแสดง เรียกว่า ไซวไพ่เหล่าเซิง
(
靠把老生shuāi pài lǎoshēng) และตัวพระสูงวัยที่เน้ นบทบู๊ เรียกว่า
เค่าป่าเหล่าเซิง ( kào bǎ lǎoshēng)
小生1.2 ตัวพระหนุ่ม ( xiǎoshēng เสี่ยวเซิง) เป็นตัว
ละครเพศชายวัยหนุ่ม ไม่ติดหนวดเครา เวลาร้อง ใช้เสียง
ดัด ซึ่งแหลมแต่กังวาน เพื่อสื่อถึงเพศสภาพและอายุ
ตัวพระหนุ่ม ยังแบ่งออกเป็น ตัวพระหนุ่มถือพัด เรียกว่า
扇子生ซ่านจึเซิง (
shàn zi shēng) เป็นตัวพระวัยหนุ่ม
雉尾生ทั่วๆ ไป , ตัวพระหนุ่มนักรบ เรียกว่า จื้อเหว่ยเซิง (
zhì wěishēng) ซึ่งเป็นตัวละครที่เชี่ยวชาญวิทยายุทธ์ จุด
纱帽生เด่นอยู่ที่หางไก่ฟ้ าบนศิราภรณ์ , ตัวพระหนุ่มขุนนาง เรียก
ว่า ซาเม่าเซิง ( shāmào shēng) ได้แก่ตัวละคร
穷生ชายหนุ่มที่ฐานเป็นขุนนาง , ตัวพระหนุ่มฐานะยากจน เรียก
ว่า ฉยงเซิง ( qióng shēng) จุดเด่นอยู่ที่ชุดที่สวมใส่
มีลักษณะคล้ายผ้าที่เย็บปะผ้าอื่นๆ ไว้ เพื่อสื่อถึงสถานะที่
ยากจนข้นแค้น
武生1.3 ตัวพระบู๊ ( wǔshēng อู่เซิง) เป็นตัวละครเพศชายที่มีสถานะเป็นนักรบ นักบู๊ ผู้ฝึก
วิทยายุทธ์ จุดเด่นอยู่ที่การทำบทบู๊ และเน้ นบทบู๊มากกว่าการขับร้อง แบ่งออกเป็น ตัวพระบู๊ชุด
长靠武生เกราะ เรียกว่า ฉางเค่าอู่เซิง (
cháng kào wǔshēng) ตัวพระบู๊ประเภทนี้ จะสวมชุด
靠旗 短เกราะและปักธงเค่าฉี ( kào qí) ไว้ด้านหลัง , ตัวพระบู๊ชุดรบสั้น เรียกว่า ต๋วนต่าอู่เซิง (
打武生 duǎndǎ wǔshēng) และตัวพระบู๊ที่รับบทเฉพาะเป็นลิงในงิ้วเรื่องไซอิ๋ว อันได้แก่ ซุน
หงอคงและบรรดาบริวารวานรทั้งหลาย
娃娃生1.4 ตัวพระเด็ก ( wá wa
shēng หวาวาเซิง) เป็นตัวละครเพศ
ชายที่เป็นวัยเด็ก ใช้เสียงแหลมเล็กใน
การขับร้องเจรจา โดยส่วนมากใช้ผู้หญิง
แสดง
红生1.5 ตัวพระหน้ าแดง ( hóng shēng หงเซิง) เป็นตัวละครเพศชายที่
ทาหน้ าด้วยสีแดง ไม่ได้แต่งหน้ าธรรมดาอย่างตัวพระอื่นๆ ดูไปคล้ายตัวหน้ า
ลาย แต่ไม่ใช่ เพราะการขับร้อง การเจรจา หรือการทำบทบาท จะมีลักษณะ
เหมือนกับตัวพระ ตัวพระหน้ าแดง มีตัวละครอยุ่ไม่กี่ตัว เช่น กวนอู , จ้าว
ควงอิ้น
旦2. ตัวนาง ออกเสียงว่า ต้าน ( dàn) หมายถึง ตัวละครสตรีในงิ้วเรื่องต่างๆ มีการแบ่งออก
เป็น 7 ประเภท ได้แก่
正旦2.1 ตัวนางเจิ้งต้าน ( zhèngdàn) คือ
ตัวละครหญิงอายุราวๆ 20-40 ยังไม่ถึงวัยชรา
โดยส่วนมากตัวละครประเภทนี้มักจะเป็ นศรี
ภรรยาหรือไม่ก็มารดาที่ดี รวมถึงสตรีที่
ประพฤติปฏิบัติอยู่ในจารีตอย่างเคร่งครัด ใน
การแสดง มักจะสวมใส่ชุดที่มีสีดำหรือน้ำเงิน
青คราม ซึ่งภาษาจีนเรียกว่า “ชิง” ( ) ตัวนาง
青ประเภทนี้จึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ชิงอี” (
衣 qīngyī) ตัวนางชิงอี เน้ นหนักไปที่การร้อง
เสียงที่ใช้ขับร้องและเจรจา จะใช้เสียงดัด
闺门旦2.2 ตัวนางกุยเหมินต้าน ( guīmén dàn) คือตัว
ละครหญิงที่ยังไม่ออกเรือน มักจะเป็นคุณหนูในตระกูลสูงศักดิ์
ด้านการแสดง อยู่กึ่งเจิ้งต้านและตัวนางฮวาต้าน การร้องและ
เจรจาใช้เสียงดัดเช่นเดียวกับเจิ้งต้าน
花旦2.3 ตัวนางฮวาต้าน ( huādàn) คือตัวละครผู้หญิงที่อยู่ในวัยสาว แรก
รุ่น อุปนิสัยสดใสร่าเริง การร้องและเจรจาใช้เสียงดัดอย่างตัวนางเจิ้งต้าน แต่
เสียงฟังเป็นวัยสาวมากกว่า ในตัวละครประเภทนี้ ส่วนมากเป็นบทสาวใช้หรือ
หญิงสาวชาวบ้าน
彩旦2.4 ตัวนางไฉ่ต้าน ( cǎi dàn) คือตัวนางตลก เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โฉ่
丑旦 丑婆子วต้าน” ( chǒu dàn) หรือ “โฉ่วผอจึ” (
chǒu pó zi) มีทั้งที่เป็น
หญิงแก่อารมณ์ร้าย หรือตลกขบขัน ในการแสดงจะใช้ตัวโฉ่ว (ตัวตลก) ชายมา
แสดง การแต่งหน้ าจะแต่งให้เกินไปจากที่แต่งหน้ าผู้หญิงปกติ เพื่อให้ดูตลก
ขบขัน ใช้เสียงจริงในการแสดง
武旦2.5 ตัวนางอู่ต้าน ( wǔdàn) ตัวละครหญิงที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ การ
แต่งกายมักจะเป็นชุดกระชับตัว ไม่ได้สวมชุดเกราะ บทบู๊ของตัวนางประเภทนี้
เน้ นการกระโดด ตีลังกา ใช้ท่าทางมากกว่าการร้อง เสียงร้องและเจรจาใช้เสียง
ดัด
花衫2.6 ตัวนางฮวาซาน ( huā
shān) เป็นตัวนางที่เกิดจากการดึงเอา
จุดเด่นของตัวนางชิงอี , ตัวนางฮวาต้าน
และตัวนางเตาหม่าต้านมารวมกัน เน้ น
การใช้ทักษะ 4 ของงิ้วปักกิ่ง ได้แก่ การ
ขับร้อง , การเจรจา , ท่าทาง , บทบู๊
ตัวนางประเภทนี้ ใช้เสียงดัดในการร้อง
และเจรจา ซึ่งในตัวนางประเภทนี้ ยังมี
旗装旦ตัวนางอีกประเภทหนึ่ง ชื่อ “ฉีจวงต้าน”
( qí zhuāng dàn) คือตัวนางที่
เป็นหญิงต่างเมือง ไม่ใช่ชาวฮั่น (จีน)
โดยการแต่งกายจะสวมชุดของแมนจู
ศีรษะทำผมและใส่เครื่องประดับอย่าง
สตรีแมนจู ใช้เสียงดัดในการร้องและ
เจรจา
老旦2.7 ตัวนางเหล่าต้าน ( lǎodàn) คือตัวละครหญิงชรา ผมสีด
อกเลาหรือขาวโพลนทั้งศีรษะ การร้องและเจรจา ใช้เสียงจริง สมัย
โบราณ มักจะใช้นักแสดงประเภทเหล่าเซิงหรือตัวโฉ่ว (ตัวตลก) มารับ
บทตัวนางเหล่าต้าน แต่ในปัจจุบันมีนักแสดงที่แสดงบทบาทเหล่าต้าน
โดยเฉพาะ
净 花脸3. ตัวหน้ าลาย ออกเสียงว่า จิ้ง ( jìng) หรือ ฮวาเหลี่ยน ( huāliǎn) ได้แก่
ตัวละครเพศชายที่มีอุปนิสัยโดดเด่น ลักษณะเด่นอยู่ที่การวาดลวดลายบนใบหน้ า
脸谱โดยมีแบบแผนเฉพาะตัวของงิ้วปักกิ่ง เรียกกันว่า "เหลียนผู่" ( liǎnpǔ) โดย
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
大花脸3.1 ตัวหน้ าลายเน้ นร้อง เรียกว่า
ต้าฮวาเหลี่ยน ( dàhuāliǎn) ตัว
ละครประเภทนี้ ขับร้องเป็นหลัก มีชื่อ
铜锤花脸เรียกที่เกิดจากตัวละครในประเภทนี้อีก
2 ชื่อ คือ "ถงฉุยฮวาเหลี่ยน" (
徐延昭tóng chuí huāliǎn) มาจากตัวละครที่ชื่อ
สวีเหยียนจาว ( Xú Yánzhāo)
มีสถานะเป็นพระญาติในฮ่องเต้ มือถือ
กระบองอาญาสิทธิ์ หรือ ถงฉุย อยู่เสมอ
黑头อีกชื่อหนึ่งคือ "เฮยโถว" ( hēitóu)
包拯มาจากเปาเจิ่ง ( Bāo Zhěng) หรือ
เปาบุ้นจิ้นที่คนไทยรู้จักกันดี ชื่อนี้มาจาก
การเขียนหน้ าเปาบุ้นจิ้นด้วยสีดำนั่นเอง
二花脸3.2 ตัวหน้ าลายเน้ นแสดง เรียกว่า เอ้อร์ฮวาเหลี่ยน ( èr huāliǎn) หรือ
架子花เจี้ยจึฮวา (
jiàzi huā) ตัวละครประเภทนี้ เน้ นแสดง ทำบทบาท มีทั้งฝ่ายดี
ฝ่ายร้าย โดยสังเกตจากสีที่วาดหน้ า
奸白脸3.3 ตัวหน้ าลายทรราชย์ เรียกว่า เจียนไป๋ เหลี่ยน ( jiān bái liǎn) ได้แก่
ตัวละครที่กลอกกลิ้ง เจ้าเลห์ ชั่วร้าย โดยจะทาหน้ าสีพื้นขาว แล้วเขียนลายต่างๆ
บนใบหน้ า บรรพจารย์งิ้วปักกิ่งในสมัยโบราณ ใช้คติที่ว่า ตัวละครเหล่านี้ชั่วร้ายจน
แสดงออกมาทางสีหน้ า จึงต้องทาหน้ าขาวปกปิดความชั่วของตัวเอง
丑4.ตัวตลก ออกเสียงว่า โฉ่ว ( chǒu) ได้แก่ตัวละครเพศชายที่มีอุปนิสัยตลก
ขบขัน หรือเจ้าเล่ห์ ชั่วร้าย ขุนนางฉ้ อฉล จุดเด่นอยู่ที่การแต่งหน้ าขาวและวาดก้อน
เต้าหู้กลางหน้ า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตัวตลกบุ๋นและตัวตลกบู๊
文丑4.1 ตัวตลกบุ๋น ( wénchǒu เหวินโฉ่ว) เน้ นการเจรจา แสดงบทบาท ขับร้อง
方巾丑ซึ่งยังแยกย่อยได้อีก คือ ตัวตลกหมวกเหลี่ยม (
fāng jīn chǒu ฟางจินโฉ่ว)
袍带丑คือตัวละครที่มีภูมิรู้ อยู่ในตระกูลบัณฑิต , ตัวตลกชุดบรรดาศักดิ์ (
páo dài
chǒu เผาไต้โฉ่ว) คือตัวละครที่เป็นฮ่องเต้ เชื้อพระวงศ์ บุคคลสูงศักดิ์ ขุนนาง สวม
茶衣丑ชุดบรรดาศักดิ์คาดเข็มขัดหยก , ตัวตลกชุดชา (
chá yī chǒu ฉาอีโฉ่ว) ตัว
老丑ละครประเภทนี้มักจะสวมชุดฉาอี หรือชุดชาตามชื่อเรียก ได้แก่ตัวละครที่เป็นบ่าวรับ
ใช้ คนงาน กรรมกร , ตัวตลกชรา ( lǎo chǒu เหลาโฉ่ว) มักเป็นตัวละครชาย
ชราที่มีจิตใจเมตตาการุณย์
武丑4.1 ตัวตลกบู๊ ( wǔ chǒu อู๋โฉ่ว) เน้ นลีลาบทบู๊ การต่อสู้
ผาดโผน ตีลังกา กายกรรม
การวาดลวดลายบนใบหน้าตัวหน้าลาย
脸 谱การวาดหน้ าตัวหน้ าลาย หรือที่เรียกกันว่า เหลียนผู่ ( ) มีการกำหนดไว้
ตายตัว ทั้งการลงสี การวาดลาย ทั้งนี้ แต่เดิมมาจากการแสดงหน้ ากากของจีน ภาย
หลัง เมื่อเกิดการแสดงอุปรากรจีนขึ้น จึ้งค่อยๆ มีการผสมผสานศาสตร์นี้เข้าไว้ด้วย
กัน จนเห็นได้ชัดในการแสดงงิ้วปักกิ่ง
สีที่กำหนดไว้ เช่น
- สีแดง หมายถึง ความจงรักภักดีซื่อสัตย์และกล้าหาญ
- สีดำ หมายถึง ความฉลาดเฉลียวและซื่อตรง
- สีน้ำเงิน คนที่แข็งกร้าว และเจ้าเล่ห์แสนกล
- สีเขียว หมายถึง ผู้กล้าเป็นวีรบุรุษ ลักษณะคนที่มีความหนักแน่น
- สีเหลือง หมายถึง คนที่มีอารมณ์รุนแรง
- สีขาว โดยสีขาว มักจะหมายถึงคนชั่วร้าย ทรยศหักหลัง และขี้ระแวง
- สีเงินและสีทอง หมายถึง เทพเจ้า ภูตผีปิศาจหรือผู้มีบทบาทของเทพที่แปลก
พิสดาร
ตัวอย่าง
แบบหน้ าของเกียงอุย
ตัวละครในเรื่องสามก๊ก ฝ่าย
เล่าปี่ ซึ่งมีความจงรักภักดี
ต่อราชวงศ์ฮั่น จึงใช้สีแดง
เป็นสีพื้น หน้ าผากวาดลาย
หยินหยาง แทนสรรพวิชาที่
รับถ่ายทอดมาจากขงเบ้ง สื่อ
ว่าเป็ นผู้ทรงความรู้
เครื่องดนตรีในการแสดงงิ้วปักกิ่ง
การบรรเลงดนตรีประกอบการแสดงงิ้วปักกิ่งมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น การ
บรรเลงเครื่องดนตรีสามารถช่วยประกอบจังหวะการแสดงและบอกอากัปกิริยา
อารมณ์ของนักแสดงได้ดี รวมถึงสร้างบรรยากาศและ อารมณ์ของฉากได้อีกด้วย
ดนตรีที่เป็นแบบฉบับนั้นได้แก่ จิงหู (ซอ ปักกิ่ง) เอ้อหู (ซอสองสาย) เยวี่ยฉิน (ขิม
จีน) กลอง ฆ้อง ขลุ่ย เป็นต้น งิ้วปักกิ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่งดงาม เป็นการ
แสดงละครที่อยู่ บนพื้นฐานความชื่นชอบของมวลชน ด้วยเหตุนี้การอนุรักษ์งิ้ว
ปักกิ่งจึง มีเส้นทางที่สดใสอีกยาวนาน
เจาะลึก 6 เรื่องราวเบื้องหลัง เสน่ห์
“งิ้ว” อุปรากรจีนมรดกโลก
1.️“งิ้ว” หรือ “อุปรากรจีน” ฝรั่งเรียกว่า Chinese opera เกิดขึ้นในสมัย
ราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 1179-1276) เป็นการแสดงที่ผสมผสานการขับร้อง และการเจรจา
ประกอบกับลีลาท่าทาง โดยนำเอาเหตุการณ์ต่างๆ ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์
จีนมาดัดแปลงเป็นบทแสดง รวมทั้งเอาความเชื่อทางประเพณีและศาสนาเข้าไปผสม
ผสานกับการแสดงด้วย
2. เดิมในประเทศจีนมี “งิ้ว” ราว 300 กว่าประเภท แบ่งเป็น งิ้วท้องถิ่น และงิ้ว
ระดับประเทศ เช่น งิ้วปักกิ่ง งิ้วเส้าซิง งิ้วเหอหนัน และงิ้วกวางตุ้ง โดยงิ้วที่มีชื่อ
เสียงมากที่สุดและถือเป็นตัวแทนงิ้วประจำชาติจีน คือ “งิ้วปักกิ่ง” ได้รับการขนาน
นามว่า เป็นศิลปะการแสดงสมบูรณ์แบบที่รวมศิลปะ“การขับร้อง” “การพูด” “การ
แสดงลีลา” “การแสดงศิลปะการต่อสู้”และ“ระบำรำฟ้ อน” เข้าไว้ด้วยกัน
3. ตัวละครของ “งิ้ว” ที่สำคัญแบ่งเป็น “เซิง”(ชาย) - “ตั้น”(หญิง) - “จิ้ง”(ชาย)
และ “โฉว”(มีทั้งชายและหญิง) ในยุคเริ่มต้นทั้งชายและหญิงแสดงร่วมกันได้ แต่
กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง มีพระราชโองการห้ามแสดง
ร่วมกัน คณะอุปรากรจีนจึงต้องแสดงเป็นเพศตรงข้าม โดยผู้หญิงแสดงแทนผู้ชาย
ผู้ชายแสดงแทนผู้หญิง กินระยะเวลานานถึง 200 ปี
4. สมัยของ พระนางซูสีไทเฮา เป็นยุคที่การแสดงงิ้วรุ่งเรืองสุดขีด เพราะพระนาง
ทรงโปรดปรานการแสดงงิ้วมาก แต่งิ้วต้องลดบทบาทลงภายหลังจากที่พระนางซูสี
ไทเฮาและพระเจ้ากวงสูสวรรคต เมื่อการสนับสนุนงิ้วในราชวงศ์ลดลง คณะงิ้วต้อง
ออกมาแสดงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ ถือเป็นก้าวแรกที่งิ้วได้รับการ
ถ่ายทอดออกมาสู่สามัญชนและสุดท้ายก็ได้แพร่ขยายออกไปสู่ประเทศต่างๆทั่วโลก
5. การแสดง “งิ้ว” ได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโก และได้ขึ้นทะเบียนเป็น
‘มรดกโลก’ ตามลำดับ ดังนี้ “งิ้วคุนฉวี่" ปี 2001 - “งิ้วกวางตุ้ง" ปี 2009 และ “งื้ว
ปักกิ่ง" ปี 2010
6. คนไทยเรารู้จัก “งิ้ว” มาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ตามบันทึก
รายวันของ บาทหลวงเดอ ชัวสี ตาซารต์ ทูตพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ติดตามมองซิเออร์
เลอ เชอวาเลีย เดอโชมองต์ เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในสมัยพระนารายณ์-
มหาราช เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2228 และบันทึกของลาลูแบร์ทูตชาวฝรั่งเศส
เมื่อ พ.ศ. 2230 กล่าวชื่นชมการแสดงงิ้ว โดยเรียกการแสดงชนิดนี้ว่า “Comedie a
la chinoife” และ “A Chinefe Comedy” ซึ่งมีความหมายโดยรวมว่า “ละครจีน”
อ้างอิง
- https://pantip.com/topic/39139589?
fbclid=IwAR25IHi8VQ8A3wpLVjg2EnoQQZr0lU1juKV6rrt4YgWdaxe-JNrpLi_hSrk
-
https://www.hanyuban.com/content/1736/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%
E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-
%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%
E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87
- https://m.museumsiam.org/da-detail2.php?
MID=3&CID=176&CONID=2617&fbclid=IwAR1qIdP4m2z_mou2zmgEBMDY7HjyNmJDA9ejDxt_IIzRK
vpowN4DAEcO080