สรุปผลโครงการ ศนู ย์ฝกึ อาชีพชุมชน กลุ่มสนใจ วิชา การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ช่วั โมง
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 1
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
คำนำ
การรับประทานอาหารทกุ มือ้ ของชาวอีสาน ปลาร้า หรอื ปลาแดก จะเปน็ พระเอกเสมอ ไม่
วา่ จะเป็น อาหารหลกั หรอื เป็นส่วนประกอบ/เครือ่ งปรุงอาหารอื่น หากมอื้ ใดในพาข้าวปราศจาก
ซึง่ ปลารา้ วนั นั้นจะมีความรู้สกึ ว่าเหมอื นยังไมไ่ ดก้ นิ อะไรลงทอ้ งเลย ปลารา้ จงึ ใหพ้ ลังโดยให้คุณค่า
ทางดา้ นสารอาหาร และยงั เปน็ ตัวกระตุ้นร่างกายให้เจรญิ อาหาร ใหก้ ระฉับกระเฉง กระตือรือร้น
ไม่เฉือ่ ยชา การรับประทานปลารา้ ของชาวอีสานจะแบง่ เป็นสองลักษณะคอื รบั ประทานตัวปลาร้า
และน้ำปลารา้ (ในรูปของเครือ่ งปรุงรส) การนำเอาตวั ปลารา้ มารับประทานส่วนใหญ่จะนำเอาปลา
ร้าตัวโต เชน่ ปลาช่อน ปลาดุก โดยการนำมาปรุงเปน็ ปลาร้าบอง ปลาร้าสบั ปลาร้ายา่ ง แจ่วบอง
ตามกรรมวิธีและสูตรด้ังเดิมศรีสะเกษมีวฒั นธรรมในด้านอาหารท้ังทเี่ ป็นอาหารอีสานเช่นเดียวกับ
จงั หวดั อนื่ ๆ ในภาค
แจว่ บอง เมอื่ รบั ประทานกบั ข้าวเหนียวรอ้ น ๆ น่งึ ปลา นงึ่ ผกั ผกั ลวก หรอื ผักสดตามชอบ
ในแต่ละฤดกู าล โดยทีเ่ ครือ่ งปรุงแจ่วปลาร้ามีรสจัดและกล่ินหอม จงึ ชว่ ยให้เจรญิ อาหาร ขับเลือด
ขับลม ขับเหงื่อ (เพราะเผ็ด) ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี เกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน
นอกจากน้ันแล้วการท่เี รารับประทานกับผักพื้นบา้ น จึงได้ท้งั คณุ คา่ ด้านอาหารและเปน็ ยาสมุนไพร
ชว่ ยในการขบั ถา่ ยอีกด้วย
กศน.ตำบลบ้านโคก
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 2
สรปุ ผลโครงการ ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน กลุ่มสนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
สารบญั
เรื่อง หนา้
คำนำ ก
สารบัญ ข
บทท่ี 1 บทนำ 1
บทท่ี 2 ประโยชนแ์ ละความสำคัญ 11
บทที่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ 20
บทที่ 4 วธิ ีการและขนั้ ตอนการทำ 27
บทท่ี 5 สรุปกิจกรรม 30
บรรณานกุ รม 35
คณะผ้จู ัดทำ
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 3
สรปุ ผลโครงการ ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคญั
จากสถานการณเ์ ศรษฐกิจและความเหลอ่ื มลำ้ ทมี่ ีอยู่ในสงั คมปจั จุบันแสดงถึงฐานเศรษฐกิจของประเท
ศทย่ี ังไมเ่ ข้มแข็งประชาชนระดบั ฐานรากยังมรี ายได้นอ้ ยส่วนใหญ่มอี าชพี ภาคการเกษตรจงึ ไม่มีโอกาสท่จี ะเติบ
โตเปน็ ชนชั้นกลาง การขาดโอกาสและความรู้เก่ียวกับทักษะดา้ นอาชีพทำให้เกดิ ปญั หาในการประกอบอาชพี
เพือ่ สรา้ งรายได้จากผลผลิตของตนเองจากสภาวะการดังกล่าวรฐั บาลจงึ ไดใ้ หค้ วามสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
ด้านเศรษฐกจิ พน้ื ฐานของประชาชนกลมุ่ ดังกลา่ ว โดยพยายามทจ่ี ะส่งเสริมอาชพี เพือ่ สรา้ งงานและผลผลิต
ท่ีมคี ุณภาพให้แกป่ ระชาชนอย่างทว่ั ถึงและทกุ ระดบั ช้ัน ซ่งึ การพฒั นาประเทศจะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ของประเทศ
ดงั นัน้ การจดั การศกึ ษาจึงเป็นปจั จยั สำคัญอันจะนาไปสกู่ ารบรรลเุ ปา้ หมายในการพัฒนาประเทศอย่าง
มีคณุ ภาพและยง่ั ยืน เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ด้านการสร้างโอกาส และ
ความเสมอภาคทางสงั คมเพื่อ เรง่ กระจายโอกาสการพัฒนาให้ทว่ั ถงึ ลดความเหล่ือมล้ำไปสูส่ ังคมเสมอภาค
และเปน็ ธรรม สำนักงาน กศน. ซึ่งเป็นหนว่ ยงานทางการศกึ ษาท่มี ีสถานศึกษาตง้ั อยู่ในระดับอำเภอ/เขต
จำนวน 928 แหง่ และ กศน. ตำบล จำนวน 7,424 แหง่ ได้ขับเคลือ่ นโครงการศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน
เพื่อพฒั นาความรูแ้ ละฝกึ อาชีพแก่ประชาชน โดยการจดั กิจกรรมฝึกอาชพี ภายใต้ 5 หลักสูตรกล่มุ อาชพี ไดแ้ ก่
กลมุ่ อาชีพดา้ นเกษตรกรรมกลุ่มอาชพี ด้านอตุ สาหกรรมหรอื หัตถกรรมกล่มุ อาชีพด้านพาณชิ ยกรรมและบรกิ าร
กลุ่มอาชพี ดา้ นความคดิ สร้างสรรค์ และกลมุ่ อาชีพเฉพาะทาง เชน่ ชา่ งไฟฟา้ ช่างซอ่ มแอร์ ฯลฯ
โดยมงุ่ หวังใหป้ ระชาชนทเี่ ข้ารับการฝกึ อาชพี สามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระกอบอาชพี ได้มีการพัฒนาต่อยอดผลิต
ภัณฑ/์ บรกิ ารให้มีคณุ ภาพเปน็ การสรา้ งมลู ค่าเพ่ิมมีส่งเสรมิ การขายและขยายชอ่ งทางการจำหนา่ ยสินคา้ ไปยังผู้
บริโภคทหี่ ลากหลาย ภายใต้ Brand กศน. ในอนาคต
กศน.ตำบลบ้านโคก สังกดั ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา
ไดส้ ำรวจความต้องการดา้ นอาชพี ของชุมชนตำบลบ้านโคกเรียบรอ้ ยแล้ว จงึ ได้ดำเนนิ งานตามโครงการข้ึน
วัตถุประสงคข์ องโครงการ
๑.เพอ่ื ใหป้ ระชาชนมคี วามร้แู ละทกั ษะในการประกอบอาชพี สามารถสรา้ งรายไดท้ ี่มั่นคง ม่ังคั่ง
๒.เพือ่ ใช้ในการตดั สนิ ใจประกอบอาชพี ให้สอดคล้องกบั ศกั ยภาพของตนเอง ชมุ ชน สงั คม
และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรมจรยิ ธรรม
๓.เพ่ือใหป้ ระชาชนมโี ครงการประกอบอาชีพเพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการพฒั นาอาชีพของตนเอง
ขอบเขตของโครงการ
1. ด้านเนื้อหา โครงการน้มี ่งุ ให้ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายทเ่ี ข้ารบั การอบรมสามารถนำ
ความรู้ ทักษะ และประสบการณก์ ารเรยี นรตู้ ่างๆ ไปใช้ในการประกอบอาชีพท่เี ป็นการเข้าสอู่ าชีพ สรา้ งงาน
สรา้ งรายได้ หรือพฒั นาอาชีพ หรือต่อยอดอาชพี เดิม
2. ด้านระยะเวลา ระยะเวลาในการดำเนินงาน วันท่ี 23 มถิ ุนายน 2565 ถงึ 24
มิถุนายน 2565 ณ ศาลาประชาคม หมูท่ ี่ 14 ตำบลบ้านโคก อำเภอสุวรรณคหู า
จงั หวดั หนองบวั ลำภู
3. ด้านประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ ง ประชาชนตำบลบา้ นโคก จำนวน 6 คน
และครู กศน.ตำบลบ้านโคก จำนวน 3 คน
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 4
สรปุ ผลโครงการ ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รับ
- ประชาชนตำบลบ้านโคกกลุม่ เป้าหมายมีอาชีพใหม่มกี ารพฒั นาตอ่ ยอดอาชีพเดมิ
เพิม่ ทกั ษะการเปน็ ผู้ประกอบการ มรี ายได้ มงี านทำ มคี วามมน่ั คง ย่ังยืน
- เพื่อให้ผเู้ ข้ารบั การอบรมสามารถนำความรู้ ทกั ษะ และประสบการณก์ ารเรยี นรู้ต่างๆ
ไปใชใ้ นการประกอบอาชพี ที่เป็นการเข้าสอู่ าชพี สร้างงาน สร้างรายได้ หรือพฒั นาอาชีพ
หรือตอ่ ยอดอาชพี เดิม
ตัวชว้ี ัด
ตัวช้วี ดั ผลผลิต
ร้อยละ ๘๐ ของประชาชน ตำบลบ้านโคก ท่ีเขา้ ร่วมโครงการมีอาชีพ มีงานทำ มีรายไดท้ ่ีมั่นคงย่ิงข้นึ
ตวั ชว้ี ัดผลลัพธ์
ประชาชนตำบลบา้ นโคก ท่เี ขา้ ร่วมโครงการมคี วามรู้ ทักษะ และประสบการณก์ ารเรยี นรูต้ ่างๆ
ไปใชใ้ นการประกอบอาชพี ท่ีเป็นการเข้าสู่อาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรอื พัฒนาอาชพี
หรอื ต่อยอดอาชพี เดมิ
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 5
สรปุ ผลโครงการ ศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชน กลุม่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ช่วั โมง
บทท่ี 2
เอกสารท่เี ก่ยี วขอ้ ง
ความหมายและความสำคัญของการพัฒนาอาชีพ
โดยทวั่ ไป อาชีพ (Career) หมายถึง ส่ิงท่ีบคุ ลากรทำเพอื่ การดำรงชีวิต โดยใช้ความรู้ ทกั ษะ แล
ะความสามารถของตนท่ีได้รับจากการศึกษาและฝึกอบรม เช่น
อาชพี แพทย์ พยาบาล นกั วทิ ยาศาสตร์ ช่างไฟฟา้ ชา่ งไม้ เป็นตน้ แตใ่ นทน่ี ี้จะให้ความหมายของคำว่าอาชี
พ คอื “ลำดบั ของตำแหน่งซึง่ บคุ คลดำรงอยภู่ ายในช่วงชวี ติ ของเขา” (De Cenzo & Robbins,
1994) ดงั นัน้ บคุ ลากรทกุ คนทีท่ ำงานโดยได้รับหรอื ไมไ่ ดร้ ับคา่ ตอบแทน จะถือว่าเปน็ บคุ คลที่มีอาชพี ทั้งสิ้
น
การพฒั นาอาชพี (Career
development) จึงหมายถงึ กระบวนการซึ่งองคก์ ารจัดข้นึ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรในการจดั การกบั อาชีพขอ
งตนเอง (De Cenzo & Robbins,
1994) ซงึ่ อาจจะไดแ้ ก่การประเมินศกั ยภาพของบคุ คล กำหนดเส้นทางอาชพี ทเี่ หมาะสม วางแผน
และฝกึ อบรม เพ่อื ส่งเสรมิ ใหบ้ ุคลากรมกี รพัฒนาและความกา้ วหน้าในงาน
ประโยชน์ของการพฒั นาอาชีพ
การพฒั นาอาชพี ของบคุ ลากร มคี วามสำคญั และก่อใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กอ่ งค์การหลายประการ ดงั ต่อไปนคี้ ือ
- ช่วยรับประกันว่าบคุ ลากรทมี่ ีความสามารถจะอยกู่ บั องคก์ ารต่อไป บุคลากรที่มคี วามสาม
ารถและประสบการณ์
ย่อมเป็นที่ตอ้ งการขององคก์ ารทุกแห่งและบคุ คลเหลา่ นี้สามารถท่ีจะหางานใหม่ไดอ้ ย่างรวดเร็วและงา่ ยดาย
หากพวกเขารสู้ ึกว่าองค์การไมไ่ ด้ให้ความสำคัญแก่พวกเขา และไม่ได้รับนโยบายหรอื มาตรการใด ๆ
ที่จะส่งเสรมิ ความก้าวหนา้ ในอาชีพแกพ่ วกเขาแล้ว โอกาสทพ่ี วกเขาจะลาออกจากงานก็มีสงู ย่ิงข้นึ ดังน้นั โค
รงการดา้ นการพัฒนาอาชีพจะเป็นสง่ิ เหน่ียวรั้งมิใหบ้ ุคลากรที่มีความสามารถเหล่านอี้ อกจากองคก์ ารไป
- ช่วยใหอ้ งคก์ ารสามารถดงึ บคุ ลากรท่ีมีความสามารถสูงเขา้ มาทำงานได้มากขึน้ บุคคลท่ี
มีความสามารถสงู มักจะพิจารณาเลอื กทำงานกับองค์การ ซ่งึ ให้ความสำคญั ตอ่ อนาคตและความกา้ วหน้าของ
บุคลากร ดังน้นั
หากองค์การใดทม่ี โี ครงการด้านการพัฒนาอาชพี ก็ย่อมจะมคี วามไดเ้ ปรียบในการดึงดดู บคุ ลากรเหลา่ นนั้ ให้เข้
ามาทำงานกบั ตนเอ
- ช่วยสรา้ งภาพลกั ษณท์ ่ีดใี หก้ บั องค์การ องคก์ ารทใี่ หค้ วามสำคัญและความสนใจแกอ่ นาคต
และความกา้ วหน้าของบุคลากร ย่อมจะทำให้ท้ังบุคลากรภายในองค์การและบุคลากรภายนอกองค์การน้นั ด้ว
ยความรสู้ กึ ที่ดี ซ่งึ จะช่วยสง่ เสริมภาพลักษณ์และช่ือเสยี งให้องคก์ ารเป็นอย่างดี
- ช่วยใหบ้ ุคลากรมีการพฒั นาตนเองและลดความลา้ สมัย การทำงานในตำแหนง่ หนงึ่ ๆ
อนั อาจจะทำให้บุคลากรลา้ หลงั ตอ่ ความเปลี่ยนแปลงตา่ ง ๆ
ดังนัน้ การพัฒนาอาชีพจะช่วยใหบ้ คุ ลากรมีการพัฒนาตนเองอยูต่ ลอดเวลา ทั้งนเี้ พราะบุคลากรเหลา่ น้ันจำเ
ปน็ ตอ้ งเพ่มิ พูนความรแู้ ละความสามารถต่าง ๆทีจ่ ำเปน็ กอ่ นทีจ่ ะสามารถก้าวขึน้ สู่ตำแหน่งอ่นื ๆ
ความหมายและความสำคัญของอาชีพ
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 6
สรปุ ผลโครงการ ศูนย์ฝึกอาชพี ชมุ ชน กลุ่มสนใจ วิชา การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
อาชพี หมายถงึ การทำงานซึ่งมผี ลตอบแทนออกมาในรูปของรายได้เพือ่ บคุ คลนำไปดำรงชีพทง้ั ของตนและ
ครอบครัว งานท่ีทำนัน้ ต้องเปน็ งานท่สี จุ ริต ก่อให้เกิดประโยชนแ์ ก่สังคมโดยสว่ นรวม โดยไมท่ ำให้ตนเอง และผอู้ ืน่ เดอื ด
รอ้ น
ความสำคญั ของการประกอบอาชีพ
1. ทำให้มรี ายได้ประจำเลีย้ งตนเองและครอบครัวโดยซือ้ หรอื จัดหาสง่ิ จำเปน็ สำหรับการดำรงชีวิต
2.ทำใหม้ โี อกาสใช้ความร้คู วามสามารถท่ีมอี ยูท่ ำงานใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อสงั คมและประเทศชาติ
3.ทำใหม้ โี อกาสสรา้ งช่อื เสียงใหแ้ ก่ตนเองและวงศ์ตระกูล เป็นท่ยี อมรบั ของบคุ คลในสังคม
4.ทำใหม้ ีหลกั ฐานม่นั คง เป็นทเ่ี คารพนบั ถือของบุคคลอ่ืนๆ
5.ทำใหร้ ูจ้ ักใช้เวลาวา่ ให้เปน็ ประโยชน์ จะไดไ้ ม่ประพฤติตนไร้สาระ
6.ทำให้บุคคลเกดิ ความภาคภูมิใจในตนเอง ที่สามารถพ่ึงตนเองได้ และยงั ทำประโยชน์แก่สงั คมโดยส่วนรว่ มด้วย
เรอื่ ง ความสำคัญและความจำเปน็ ในการพฒั นาอาชีพ
ความสำคัญและความจำเปน็ ของการพฒั นาอาชีพ วิเคราะหล์ กั ษณะขอบข่ายการงานอาชพี
กระบวนการทำงาน การบรหิ ารจัดการของอาชพี ต่าง ๆ ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และโลก
เพ่อื การพฒั นาอาชีพจากการงานอาชพี ต่างๆ
การพัฒนาอาชพี
หมายถึง การพัฒนาอาชพี ทีด่ ำเนนิ อยใู่ หเ้ หมาะสมกบั ความต้องการของตลาด
การพฒั นาอาชีพที่มปี ระสทิ ธิภาพจะต้องพฒั นาความรู้ ความสามารถในการวางแผนกำหนดยุทธศาสตรต์ ่างๆ
ทง้ั ด้วยตนเองและกระบวนการกลมุ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชพี เดยี วกัน เพือ่ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ซึ่งกนั และกัน
แล้วนำไปตัดสินใจเพ่อื นำไปสู่การปฏิบัติ นอกจากนีค้ วรมกี ารบริหารจัดการแบบองคร์ วมบูรณาการปัจจยั ต่างๆ
ใหเ้ ป็นหนึ่งเดียว สามารถเก้อื หนนุ ซ่ึงกนั และกนั ได้ เชน่ ทุนทางสงั คม ทรัพยากรตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ความรู้
ความสามารถในกระบวนการผลิต และกระบวนการการตลาด การพฒั นาอาชีพมคี วามสำคญั และจำเปน็ ดังน้ี
1. ด้านเศรษฐกจิ จากการแข่งขันทางธุรกิจที่มกี ารแข่งขันทางการตลาดสูง
จงึ เกิดการรวมกลุ่มการคา้ ต่างๆ เชน่ เขตการคา้ เสรีอาเซียน เขตเศรษฐกจิ ยุโรป
ดงั นน้ั การพฒั นาอาชีพจึงจำเป็นตอ้ งมีการพฒั นาสนิ ค้าใหส้ ามารถเข้าส่ตู ลาดการแขง่ ขนั
และเปน็ ทย่ี อมรับของตา่ งประเทศ
2. ด้านสงั คม ประเทศทีม่ ีเศรษฐกิจดจี ะสง่ ผลใหส้ ภาพของสังคมดีขึ้น เช่น
ปราศจากโจรผู้ร้าย
3. ด้านการศึกษา
ครอบครวั ท่ีมเี ศรษฐกิจดีจะสามารถส่งบุตรหลานเขา้ รับการศกึ ษาไดต้ ามความต้องการ
และในอนาคตเยาวชนเหลา่ นี้ก็จะเปน็ ประชากรที่มคี ณุ ภาพ มีความสามารถในการประกอบอาชพี
ส่งผลตอ่ เศรษฐกจิ สังคมให้มคี วามเจริญกา้ วหนา้ ตอ่ ไป
ความสำคัญในการพัฒนาอาชีพ
การพฒั นาอาชพี เปน็ ส่ิงท่ีสำคัญในวิถีชีวติ และการดำรงชีพในปัจจบุ นั เพราะอาชพี เปน็ การสร้างรายได้เ
พื่อเลี้ยงชพี ตนเองและครอบครวั อาชีพกอ่ ให้เกดิ ผลผลติ และการบริการ
ซึง่ สนองตอบต่อความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค และที่สำคญั คือ
การพฒั นาอาชีพมีความสำคญั ต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติ
ความสำคัญจึงเปน็ ฟันเฟืองในการพฒั นาคณุ ภาพชีวิต เศรษฐกจิ ชุมชน
ส่งผลถึงความเจรญิ ก้าวหนา้ ของประเทศชาติ
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 7
สรุปผลโครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
อาชพี กบั การพัฒนาอาชพี
เรอื่ งราวของอาชีพ อาชพี ก็คอื การหาเลยี้ งชวี ติ ให้มีกนิ มอี ยู่ การเข้ารับศกึ ษาของทุกคน ๆ
กเ็ พ่อื นำไปประกอบอาชีพแตใ่ นยุคปัจจุบันอาชีพมีมากมาย และอาชพี ใหมก่ น็ ่าสนใจมากข้นึ
ในการพัฒนาอาชพี ของแตล่ ะอาชีพนนั้ มีแนวทางทตี่ ่างกันไปตามสายงาน
แตท่ กุ อาชพี สามารถพฒั นาไดท้ งั้ หมด นกั เรียนนกั ศกึ ษาจบใหม่ๆ บางคนอาจมีแนวคดิ แปลกๆ
ที่ไม่เหมือนคนอืน่ เช่น อยากทำอาชีพอิสระ ซ่งึ คนปัจจบุ นั คดิ แบบน้ีมากขึ้น
เพราะเหตทุ ีว่ า่ อาชีพในยคุ ปจั จุบันไม่ถกู ตีกรอบแคบๆ อีกต่อไป อาชพี น้ันไม่ว่าจะเป็นอาชพี อะไรกต็ าม
ทงั้ อาชีพทีใ่ ช้แรงกาย อาชีพที่ใชแ้ รงสมอง สามารถพฒั นาไดท้ งั้ นน้ั
ทศิ ทางการพัฒนาอาชพี
1. ตอ้ งร้จู ักอาชพี ของตนเองใหด้ ีพอ
2. รู้ทศิ ทางของอาชพี ของตน
3. ร้โู ลกที่เปล่ียนแปลงตลอดเวลา
4. วางแผนชวี ิตและการทำงาน
5. กำหนดนโยบายการพัฒนาอาชพี ของตนเอง (มวี สิ ัยทศั น)์
6. ตง้ั เป้าหมาย แบ่งระยะใหเ้ หน็ เปน็ รปู ธรรม
7. วางกลยทุ ธพัฒนาอาชพี
8. ลงมือปฏิบัติ
9. ประเมนิ ผลให้เปน็
10. ปรบั ปรงุ
11. พัฒนา
แนวทางการพฒั นาอาชีพทีก่ ลา่ วมาทีจ่ รงิ แลว้ ก็คือหลกั พนื้ ฐานทว่ั ไป
ซงึ่ คนประกอบอาชีพน้นั ๆ ควรรู้ เชน่ อาชพี แมบ่ ้าน สามารถพัฒนาไดจ้ นถึงข้ันสูง
และเป็นอาชีพท่ีทรงคุณค่าได้ เรยี กวา่ แมบ่ ้านมืออาชพี
อาชีพแมบ่ า้ นสมัยก่อน คือ อาชพี คนรบั ใช้
แต่ในยุคปจั จบุ นั อาชพี คนรับใชห้ รือคนทำความสะอาดภายในบา้ นไมใ่ ช่อาชีพที่ตอ้ ยต่ำอีกต่อไป
เพราะปัจจุบนั มบี ริษัทเปิดใหบ้ รกิ ารสำหรบั ลกู คา้ ทต่ี ้องการแม่บา้ นแบบมอื อาชีพไป
ช่วยเหลือในการจัดการภายในบ้านหรอื อาคารต่าง ๆ ตลอดจนถึงโรงแรม
ซ่งึ การเพม่ิ มลู คา่ และคุณค่าคอื การพฒั นาอาชีพของตนเอง
การยกระดับแม่บ้านสกู่ ารเป็นแม่บา้ นมอื อาชพี อย่างเชน่ การจัดโตะ๊ การวางช้อน
การวางผา้ สำหรบั โตะ๊ รบั ประทานอาหาร มแี นวปฏิบัตทิ เ่ี ป็นแบบแผนสากล
การมคี วามรู้ในด้านน้จี งึ มคี วามจำเป็น และในเรื่องอน่ื ๆ อกี อย่างเชน่ การปูผ้าปเู ตยี งใหต้ ึงก็มีเทคนคิ
การทำความสะอาดเคร่อื งใช้ต่างๆ อย่างเชน่ เสอ้ื ผ้าไหม สูท
หรือเส้ือผา้ ทีท่ ำจากขนสัตว์ก็มเี ทคนคิ การดแู ลพิเศษกว่าผา้ ชนดิ อ่ืนๆ
นค้ี ือแนวทางการพัฒนาอาชีพใหเ้ ปน็ แบบมอื อาชีพ แมบ่ ้านมอื อาชพี สมยั นต้ี ้องชำนาญในเรอ่ื งท่ีกล่าวมา
และมูลค่าของคา่ จา้ งจึงสูงกว่าแมบ่ ้านแบบธรรมดา เพราะมคี วามรูค้ วามชำนาญพเิ ศษ ค่าแรงจงึ สูงตามไปด้วย
เหน็ ดว้ ยหรือไม่วา่ อาชีพท่ีธรรมดาแตไ่ ม่ธรรมดามลู ค่าก็เพม่ิ ขน้ึ ได้ เขาเรียกวา่ การพัฒนาสายงานของตนเอง
ฉะนั้นทุกสายอาชีพสามารถพฒั นาได้หมด มีความก้าวหน้าได้ทกุ หนทุกแห่ง
อย่าไดน้ ้อยใจวา่ อาชพี ของเราไม่มีคา่ ไม่มรี าคา ถ้าเราใส่ความรู้ ใสค่ วามรักกับงาน
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 8
สรุปผลโครงการ ศูนยฝ์ กึ อาชีพชุมชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
งานท่ีเราทำก็จะช่วยพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
และเจรญิ ก้าวหนา้ ไดต้ ลอดอาชพี ทุกอาชีพมหี นทางพฒั นาในแบบของตน
ความจำเป็นในการพฒั นาอาชพี
ความจำเป็นในการพฒั นาอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และโลก ที่เหมาะสมกบั ตนเอง
วเิ คราะห์ความเป็นไปไดต้ า่ ง ๆ ไดแ้ ก่ การลงทนุ การตลาด กระบวนการผลิต การขนสง่ การบรรจุหีบห่อ
การแปรรปู และผลกระทบต่อชมุ ชน และสง่ิ แวดล้อม ความร้คู วามสามารถของตนเองต่อสิง่ ทีต่ ้องการพฒั นา
การลำดับความสำคญั ของการพัฒนาที่มคี วามเป็นไปได้ เพอ่ื นำข้อมูลทว่ี เิ คราะหไ์ วน้ ำไปปรึกษาผรู้ ู้
การตดั สนิ ใจเลือกพัฒนาอาชีพทเี่ หมาะสมกับตนเอง โดยวิเคราะห์ความพรอ้ มของตนเอง
ความต้องการของตลาด เทคนิคความรู้ ทักษะในอาชพี และความรับผดิ ชอบต่อสังคม ทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม
ประโยชนใ์ นการพฒั นาอาชีพ
1. มีการใช้ทุนทางสงั คมอย่างคุ้มคา่ เนือ่ งจากสามารถใชว้ ัสดุทดแทน
ใช้วัสดุทอ้ งถิ่นลดการขนส่งและทุนบางชนิดสามารถใชร้ ว่ มกันได้ เช่น
เคร่อื งมอื ทางการเกษตรสามารถใชใ้ นกจิ กรรมการเกษตรด้วยกัน เปน็ ตน้
2. มกี ารเพ่ิมผลผลิต
เนือ่ งจากมกี ารพฒั นาสนิ ค้าท่ีตรงความต้องการของลูกค้าทำให้ยอดจำหน่ายมากข้ึน
3. มีการขยายตลาด สามารถขยายเครอื ข่ายด้านการตลาดให้กว้างขนึ้
โดยผผู้ ลติ จะตอ้ งมกี ารประชาสัมพนั ธ์อยา่ งต่อเนื่อง
4. พัฒนารปู แบบผลิตภัณฑ์เพอื่ บรรจุหีบหอ่
ต้องพฒั นารูปแบบอยู่ตลอดเวลาทำให้สนิ คา้ มกี ารพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑห์ รือบรรจภุ ัณฑอ์ ยเู่ สมอ
5. เกิดเศรษฐกิจชุมชน จากการที่มีการพฒั นาผลิตภัณฑ์สนิ ค้า
ท้งั ดา้ นคณุ ภาพและปรมิ าณทำให้ตลาดกว้างขวางขนึ้ เศรษฐกิจชุมชนเจริญเติบโต
6. ชุมชนเข้มแข็ง เมื่อชมุ ชนมเี ศรษฐกจิ ดขี ึน้ ส่งผลตอ่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตดีขน้ึ
ครอบครวั อบอ่นุ ลูกหลานได้เรยี นหนังสือ ปราศจากโจรผ้รู ้ายและยาเสพตดิ
7. มีอาชีพมั่นคง เน่อื งจากผู้ประกอบอาชพี มกี ารพัฒนาอาชีพอยูต่ ลอดเวลาในดา้ นการใช้ทุน
พัฒนารูปแบบ จดั หาตลาดใหก้ ว้างขวาง ทำให้มีอาชพี มั่นคง
ประเภทของภูมิปัญญา
1. ภมู ปิ ญั ญาพน้ื บ้าน เป็นองคค์ วามรู้
ความสามารถและประสบการณ์ทีส่ งั่ สมและสืบทอดกันมาเปน็ ความสามารถและศกั ยภาพในเชงิ การแก้
ปัญหา การปรับตวั เรียนรแู้ ละสบื ทอดไปสคู่ นรนุ่ ต่อไปเพ่อื การดำรงอยู่ของเผ่าพนั ธุ์
จงึ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมชาติ ของเผา่ พนั ธุห์ รอื เป็นวิถชี วี ิตของชาวบา้ น
2. ภูมปิ ัญญาชาวบ้าน เปน็ วิธีการปฏิบตั ขิ องชาวบ้าน ซง่ึ ไดม้ าจากประสบการณ์
แนวทางแกป้ ัญหาแต่ละเร่อื งแต่ละประสบการณ์
แตล่ ะสภาพแวดล้อมซ่งึ จะมเี งอ่ื นไขปัจจยั เฉพาะแตกต่างกันไปนำมาใช้แก้ไขปัญหาโดยอาศัยศกั ยภาพท่ีมอี ยูโ่ ด
ยชาวบา้ นคดิ เองเปน็ ความรู้ทส่ี รา้ งสรรค์และมสี ่วนเสริมสรา้ งการผลติ
หรือเป็นความรขู้ องชาวบา้ นทผ่ี ่านการปฏิบัติมาแลว้ อย่างโชกโชน เป็นส่วนหนง่ึ ของมรดกทางวฒั นธรรม
เป็นความรทู้ ี่ปฏิบัตไิ ดม้ ีพลังและสำคญั ย่ิง
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 9
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชพี ชมุ ชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
ชว่ ยให้ชาวบ้านมชี ีวิตรอดสรา้ งสรรค์การผลิตและชว่ ยในด้านการทำงาน เป็นโครงสรา้ งความร้ทู ีมีหลกั การ
มีเหตุ มผี ลในตวั เอง
3. ภมู ิปญํ ญาทอ้ งถน่ิ เปน็ ความร้ทู ่เี กิดจากประสบการณ์ในชวี ติ ของคน
ผา่ นกระบวนการศึกษาสงั เกตคิดวา่ วิเคราะห์จนเกิดปัญญาและตกผลกึ เปน็ องค์ความรู้ท่ีประกอบกันขึ้นมาจาก
ความร้เู ฉพาะหลายๆเรือ่ งจดวา่ เปน็ พื้นฐานขององคค์ วามรู้สมยั ใหม่ทีจ่ ะช่วยในการเรยี นรู้
การแกป้ ญั หาจัดการและการปรับตัวในการดำเนนิ ชีวติ ของเรา
ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่นเป็นความรูท้ ี่มีอย่ทู ั่วไปในสงั คมชมุ ชนและในตวั ผู้ร้เู องจึงควรมีการสบื ค้น รวบรวม
ศกึ ษาถา่ ยทอดพัฒนาและนำไปใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งกว้างขวาง
4.ภมู ิปญั ญาไทย หมายถงึ องคค์ วามรคู้ วามสามารถ
ทักษะของคนไทยท่ีเกิดจากการสง่ เสรมิ ประสบการณท์ ผ่ี ่านกระบวนการ การเลือกสรร
เรยี นรู้ปรุงแต่งและถา่ ยทอดสืบตอ่ กนั มา
เพอ่ื ใชแ้ ก้ไขปญั หาและพฒั นาวถิ ีชีวิตของคนไทยใหส้ มดุลกับสภาพแวดลอ้ มและเหมาะสมกับยุคสมัย
ลักษณะของภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่
ลักษณะสำคัญของภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่ พอสรปุ ไดด้ งั นี้
1.เปน็ เรอื่ งราวของการใช้ความรู้ ทกั ษะ ความเชื่อและพฤตกิ รรม
2. แสดงถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง คนกับคน คนกบั ธรรมชาติ คนกับส่ิงเหนือธรรมชาติ
3. เป็นองค์รวมหรอื กจิ กรรมทกุ อยา่ งใรวิถีชีวติ
4. เป็นเรอ่ื งของการแกไ้ ขปญั หา การจดั การ การปรับตัว
การเรยี นรู้เพื่อความอยู่รอดของบคุ คลชุมชนและสังคม
5.เปน็ แกนหลกั หรอื กระบวนทศั น์ในการมองชวี ติ เป็นพ้ืนความรู้ในเร่อื งต่างๆ
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 10
สรุปผลโครงการ ศูนย์ฝกึ อาชีพชมุ ชน กลุ่มสนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ช่วั โมง
การจดั ทำโครงงานอาชีพ
บทนำ
โครงงานอาชีพ เปน็ การจดั การเรียนรู้งานอาชีพทใ่ี หผ้ ู้เรยี นได้ลงมือปฏบิ ตั จิ ริงอย่างครบวงจร ต้งั แต่
การวเิ คราะหก์ ารวางแผนการปฏบิ ตั ิงานการจัดการกับผลผลติ การจำหนา่ ยการบรกิ ารรวมท้งั รายได้จากการ
จำหนา่ ยผลผลิตหรือบรกิ ารโดยเนน้ การผลิตการบริการการบรหิ ารจดั การการตลาดและการใช้เทคโนโลยใี นกา
รปฏบิ ตั ิงานลกั ษณะของงานอาชีพตามโครงงานที่ปฏบิ ัติตอ้ งเป็นงานอาชีพสจุ ริตทมี่ อี ยูใ่ นทอ้ งถน่ิ หรืองานอาชี
พทเ่ี ป็นความตอ้ งการของผูเ้ รยี น เปน็ งานอาชพี ท่ีมลี กั ษณะเปน็ งานผลิตและหรอื งานบริการ การปฏิบตั งิ านอา
ชพี ผ้เู รียนตอ้ งเป็นผปู้ ฏิบตั ิเองท้งั หมดต้งั เร่ิมต้นจนสนิ้ สุดการปฏบิ ัติงานโดยมคี รูอาจารยท์ ำหน้าทีเ่ ป็นท่ีปรกึ ษา
และการปฏิบตั โิ ครงงานอาชีพให้ปฏิบัติรวมกนั เปน็ กลุ่ม 3 - 5 คน
โดยใช้บ้านสถานประกอบการสถานประกอบอาชีพ รวมทง้ั สถานศกึ ษาเปน็ สถานท่ีปฏิบตั ิงาน
และในการจดั ทำโครงงานอาชีพของผ้เู รียน ควรมผี ู้ทรงคุณวุฒหิ รอื ผู้ประสบความสำเร็จในสาขาอาชพี
ทมี่ ีอยู่ในท้องถิ่นร่วมวางแผนและให้คำปรึกษาในการปฏบิ ัตงิ านอาชพี ของผเู้ รยี นดว้ ย
ความเป็นมา
ในการสอนโครงการหรือโครงงานในสถานศกึ ษา นักการศึกษาปฐมวัยส่วนมากกล่าวถึงการใชโ้ ครงกา
รกบั เด็กบางคนแนะนาํ วา่
การสอนแบบโครงการเปน็ วธิ ีการหน่ึงในหลายวธิ ที ่ีสามารถสง่ เสรมิ ให้เดก็ รจู้ ักตดั สินใจ
เหน็ ผลการกระทําท่ีชดั เจนเป็นรูปธรรม และเด็กจะมีประสบการณ์จากการปฏิสมั พนั ธก์ บั บุคคล
วัตถุสง่ิ ของและสง่ิ แวดลอ้ มการสอนแบบโครงการมีมานานแล้วมิใชเ่ ป็นเรื่องใหมใ่ นการศึกษา แต่ก
ลบั มาได้รบั ความสนใจอยา่ งมากในประเทศสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ
ทั้งนเ้ี นื่องมาจากผลการวิจัยทท่ี ําให้เข้าใจยิ่งขึ้นว่า เดก็ เรียนรอู้ ยา่ งไร
และความจําเป็นท่จี ะต้องพฒั นาทักษะการคิดแก้ปัญหาของเด็กเพือ่ ใหท้ นั กบั ความเปล่ยี นแปลงทีท่ ้าทายของสั
งคม เทคโนโลยี
โครงการ หมายถงึ การวางแผนดำเนนิ งานหรือกจิ กรรมลว่ งหนา้ โดยมีการกำหนดวัตถปุ ระสงค์
ขนั้ ตอนการดำเนินงานอย่างชดั เจน กำหนดการใช้ทรัพยากรอยา่ งคมุ้ คา่ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทีต่ ้องการ
อาชพี หมายถึง งานท่ีทำเป็นประจํา เพือ่ ใหม้ ีรายได้ในการเล้ียงชพี แบง่ เปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. อาชีพอสิ ระ หมายถงึ อาชีพที่ผู้ประกอบอาชพี เป็นเจา้ ของกิจการ มีการวางแผน มีการจัดการ
และดาํ เนนิ การดว้ ยตนเอง แบ่งเปน็ 2 ลักษณะของการประกอบอาชพี คือ
อาชพี ผผู้ ลติ เป็นอาชพี ท่ผี ้ดู ําเนิน กจิ การ/ผ้ปู ระกอบอาชพี ผลิตชิ้นงานเพื่อจําหนา่ ย
อาชีพบรกิ าร เป็นอาชีพที่ผู้ดําเนินการอาํ นวยความ สะดวก หรอื ให้บริการแกผ่ ู้บริโภค เชน่
ชา่ งตดั ผม ชา่ งซอ่ มวิทยโุ ทรทัศน์ บรกิ ร ฯลฯ
2. อาชพี รับจา้ ง หมายถึง อาชพี ท่ีผปู้ ระกอบอาชีพ ไม่ได้เปน็ เจ้าของกิจการ แต่ทํางานภายใต้ระบบ
หรือ ข้อกำหนดของหน่วยงาน หรอื นายจา้ งทตี่ นสงั กัด
หลักการประกอบอาชพี อสิ ระ
1. เป็นการจดั การศึกษาเพ่ือชวี ิต ชมุ ชน และสังคม
2. สง่ เสริมการพึ่งตนเอง และความมีอิสระแกต่ นเอง
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 11
สรุปผลโครงการ ศนู ย์ฝกึ อาชพี ชมุ ชน กล่มุ สนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
3. ส่งเสริมใหม้ ีความสามารถในการจดั การ การนาํ ความรู้ และประสบการณ์มาประยกุ ตใ์ ช้ใน
ชวี ติ ประจําวัน
4. สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารเรียนร้จู ากสภาพปัญหา สง่ิ แวดล้อม และการปฏิบตั ิจริง
5. ส่งเสรมิ ใหม้ ีการตัดสนิ ใจในการเลือกอาชีพท่ีสอดคล้องความสภาพทอ้ งถน่ิ ความสนใจ ความถนัด
และความสามารถของตนเอง การสง่ เสริมให้นักเรียนได้สัมผสั กบอาชพี ดว้ ยการทำโครงงานอาชพี
จะพัฒนานักเรียนให้เจรญิ เตบิ โต เป็นพลเมืองดี มีคณุ ภาพ สามารถปรบั ตัวใหด้ ํารงชวี ติ อยู่อยา่ งมีความสุข
ในภาวะท่สี ังคมและเศรษฐกิจทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปอยา่ งรวดเร็ว
ประโยชน์ตอ่ นกั เรยี น
1. ไดป้ ระสบการณก์ ารทํางาน
2. รู้จกั การทํางานเปน็ กลมุ่
3. มองเหน็ ช่องทางประกอบอาชพี
4. ไดน้ าํ ความร้ทู ี่ไดร้ บั มาใช้ในการประกอบอาชีพ
5. มีการวางแผนและปฏิบัติงานอยา่ งเปน็ ระบบ
6. ไดเ้ รียนรู้คุณธรรม จริยธรรมจากการปฏบิ ัติจริง
7. ไดร้ บั การพัฒนาใหเ้ กิดกระบวนการคิดเป็น ทาํ เปน็ แก้ปญั หาเป็น
โครงงานอาชพี จะสง่ เสริมให้นกั เรียนดําเนนิ การ
นกั เรยี นแต่ละกลุ่มจะประกอบอาชพี หลากหลายต่างกนั ตามความถนัด และความสนใจ
นกั เรยี นจะได้รบั ผลการเรียนเหมอื นรายวชิ า อ่นื ๆ และใน 1 รายวชิ า จะมอี าจารย์ทีป่ รึกษาหลายคน
ตามกลมุ่ อาชพี ที่นักเรียนสนใจปฏิบตั ิ สาํ หรับเรอ่ื ง ที่ควรจะใหน้ กั เรียนได้เรียนรู้ เชน่
1. อาชพี ตา่ ง ๆ ทีม่ ใี นปัจจุบัน
2. คุณธรรม จรยิ ธรรมของผปู้ ระกอบอาชพี
3. การเลือกอาชีพที่สอดคล้องกบความต้องการของผู้บรโิ ภค และความถนัดของตนเอง
4. กระบวนการดําเนนิ งานของอาชพี ที่สนใจเลอื ก
5. การจดั การกจิ การธุรกจิ อาชีพให้ประสบความสําเร็จ
6. การทาํ งานกลมุ่ / การทํางานรว่ มกัน / การบริหารบุคคล
7. เทคนคิ การเพิม่ ประสิทธภิ าพของการประกอบอาชีพ
8. การจดั การผลผลิต
9. เทคนิคการสอื่ สาร (พดู ฯลฯ) กับผ้บู ริโภค (ลกู ค้า)
10. การคดิ ต้นทุน การกำหนดราคาจาํ หน่าย / ค่าบรกิ าร
11. ระบบบญั ชีอย่างงา่ ยสาํ หรับกิจการขนาดเล็ก
12. เทคนิคการโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์อาชีพของตนสู่ผบู้ รโิ ภค
13. การนําผลผลติ ส่ผู ้บู ริโภค และการบรกิ ารหลังขาย
ความสำคัญของโครงงานอาชีพ
โครงงานมวี ตั ถุประสงค์หลากหลายประการ เชน่
ตอ้ งการใหน้ กั เรยี นมคี วามรพู้ ้ืนฐานทจ่ี ำเปน็ เก่ยี วกับความเป็นอยใู่ นชวี ติ ประจำวนั
สามารถปฏิบัตงิ านได้ถกู ตอ้ งตามกระบวนการ ประหยัด ปลอดภยั และได้ประโยชน์
โดยรู้จกั วิเคราะหแ์ ละวางแผนการทำงาน สามารถปรบั ปรุงและพฒั นางานมีวิสนั ทศั นท์ ีก่ ว้างไกล รกั การทำงาน
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสุวรรณคูหา หน้า 12
สรปุ ผลโครงการ ศนู ยฝ์ ึกอาชีพชมุ ชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
ซึ่งเป็นรากฐานของการดำรงชีพ สามารถพงึ่ พาตนเองได้รวมทัง้ มีคุณธรรมในการทำงาน
สามารถทำงานรว่ มกับผู้อ่ืนได้ เปน็ ต้น นกั เรยี นจะต้องศึกษาและฝกึ ปฏิบัติจรงิ เพิม่ เติม
โดยอาศยั ความรพู้ น้ื ฐานจากรายวิชาอนื่ ๆ ในหมวดวิชาการงานและอาชีพ
นกั เรยี นมีสิทธเิ สรภี าพอย่างเต็มที่ในการตดั สินใจเลอื กอย่างฉลาด
ทจ่ี ะดำเนนิ งานตามความถนดั และความสนใจของตน ในสว่ นทเ่ี กีย่ วกบั โรงเรยี นและครูอาจารย์น้นั
จะไดป้ ระโยชน์อย่างยง่ิ จากการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝกึ ปฏบิ ัตจิ ริงตามจดุ
หมายของหลกั สตู รและการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
ซึ่งจะก่อให้เกิดการประสานสัมพันธ์อย่างแน่นเหนยี ว ระหวา่ งนักเรียนและครอู าจารยป์ ระจำวิชาต่าง ๆ
รวมทง้ั การใชเ้ ครือ่ งมอื และวสั ดุอุปกรณต์ ่าง ๆ ให้เปน็ ประโยชน์อยา่ งคมุ้ ค่า
นอกจากน้ใี นส่งิ ทเ่ี ก่ยี วกับทอ้ งถน่ิ และชุมชนยอ่ มจะไดป้ ระโยชน์อย่างมากมาย
ในแง่ของการให้นักเรียนไดม้ โี อกาสรว่ มพัฒนาอาชีพต่าง ๆ ในทอ้ งถ่ินซ่งึ เป็นผลพลอยไดท้ ีต่ ามมาก็คอื
ทำใหน้ ักเรียนเกิดความรกั ความภาคภมู ใิ จในท้องถน่ิ ของตนเองดว้ ย
ในส่วนของการจดั การเรียนการสอนและการจดั กจิ กรรมตามหลักสูตรข้ันพนื้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2544 ดังน้ี คือ
1. ดา้ นผ้เู รยี น ก่อใหเ้ กิดคณุ ค่าตา่ ง ๆ ได้แก่ ช่วยสรา้ งความหวงั ใหม่ในการริเร่ิมงาน
สร้างเสรมิ ประสบการณ์จากการปฏิบัติจรงิ ได้มโี อกาสทดสอบความถนัดของตนเอง
ก่อใหเ้ กิดความรักความเข้าใจและความสมั พนั ธ์อนั ดีภายในกลุม่
พร้อมท้งั เกิดความรู้ทางวชิ าการท่กี ว้างขวางขึ้นและเกดิ ความภาคภูมิใจในความ สำเร็จของงาน
2. ดา้ นสถาบนั และครอู าจารยท์ ่ีปรึกษากลุม่ กอ่ ให้เกิดคุณคา่ ทางการประสานงาน
โดยเกดิ ความเขา้ ใจท่ตี รงกนั ว่าการเรยี นการสอนในปจั จบุ ันขึ้นอยู่กบั การ
ปฏิบัติจรงิ ในโครงงานของผ้เู รยี นมากกว่าทีจ่ ะเรียนอยู่ในหอ้ งเรียนเท่านน้ั
3. ด้านชุมชน / ทอ้ งถนิ่ ก่อใหเ้ กิดคุณค่าทางการเผยแพรแ่ ละประชาสมั พนั ธ์ชมุ ชน
อกี ท้ังชมุ ชนไดม้ ีสว่ นร่วมในการขยายผลทางความรคู้ วามสามารถทม่ี อี ยู่ ให้แกผ่ เู้ รยี นรุ่นต่อไป
โดยสรา้ งนิสัยรักการทำงานเกิดงานอาชีพทีห่ ลากหลายและมีการพัฒนาอาชีพในชมุ ชนด้วย
หลกั การสำคัญของการเขียนโครงงานอาชพี
การปฏิบัตงิ านตามโครงงานอาชีพของนักเรียน เพอ่ื ให้บรรลุตามจดุ หมายของหลกั สตู ร
และจุดม่งุ หมายการจัดทำโครงงาน จึงได้กำหนดหลักการทสี่ ำคัญเก่ยี วกบั โครงงาน ไว้ดังนี้
1. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มมสี ิทธิและเสรภี าพในการตัดสินใจเลอื กทำโครงงานอาชีพใด กไ็ ด้
จำนวน 1 โครงงาน หรอื มากกวา่ ก็ได้ ตามความถนัด ความสนใจ
และความพร้อมของนักเรยี นในกรณีทีโ่ ครงงานมปี รมิ าณงานมากกส็ ามารถเลอื กไดโ้ ดย
ตัดแบง่ ข้ันตอนการปฏบิ ัติงานออกเป็น 2 สว่ นให้ปฏิบัติ 2 ภาคเรยี น หรือจะเลอื กโครงงานอาชีพใหม่
โดยไม่ซ้ำกนั ในแต่ละภาคเรียนตลอดปีการศึกษาก็ได้
2. นกั เรยี นในห้องเรยี นเดียวกันควรเลอื กโครงงานอาชพี แตกต่างกันไดต้ ามความถนัด
ความพรอ้ มและความสนใจ ตลอดจนคำนงึ ถงึ ตามความจำเป็นในการใชป้ ระโยชน์ชนิ้ งานหรอื รายไดจ้ ากการ
ปฏิบัตงิ าน
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หน้า 13
สรุปผลโครงการ ศูนยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
3. ให้คำนงึ ถงึ ทรพั ยากรในท้องถน่ิ
ทง้ั ทรัพยากรทใ่ี ชเ้ ปน็ วตั ถุดิบในการผลิตชิ้นงานและทรพั ยากรบุคคลในทอ้ งถิ่น
ตลอดจนภมู ิปัญญาชาวบ้านเพื่อการอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาเทคโนโลยใี นท้องถ่นิ
4. นักเรยี นสามารถนำทกั ษะการทำงานพ้นื ฐานหลายประเภทรวมไว้ในโครงงานเดยี วได้
เช่นโครงงานปลกู กระเจี๊ยบ
ใชท้ กั ษะการทำงานดา้ นเกษตรและคหกรรมเกยี่ วกับคณุ ค่าทางโภชนาการมาผสมผสานกัน ได้
5. ในแต่ละโครงงานอาจกำหนดคาบเวลาแตกต่างกันไดต้ ามความยากง่ายของลกั ษณะงาน
6. ครูอาจารย์ผ้สู อนหรอื ทปี่ รึกษา
อาจจดั ให้มีสื่อการสอนในลกั ษณะใบงานหรอื ใบความรหู้ รอื ข้อมูลทางวชิ าการ
เพือ่ ชว่ ยให้นักเรยี นสามารถปฏิบัตงิ านไดด้ ว้ ยตนเองก็ได้
7. ในการประเมนิ โครงงาน ใหค้ รอู าจารยผ์ ู้สอนหรอื ที่ปรึกษาเป็นผู้ประเมนิ โดยคำนงึ ถงึ ความรู้
ความเขา้ ใจ กระบวนการทำงาน เจตคตใิ นการปฏิบตั ิงาน
และการนำช้นิ งานไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวันและตอ้ งประเมินผลการเรียนเป็น รายภาคเรียน
สำหรบั ผู้เรียนทเี่ ลือกหลายโครงงานใน ๑ ภาคเรียน ใหป้ ระเมินผลโดยใหค้ ะแนนแต่ละโครงงานก่อน
แล้วนำมารวมกันเพือ่ ตดั สนิ ใหร้ ะดบั คะแนนโดยคำนงึ ถึงคาบเวลาของแต่ละโครงงาน
โดยจดั สัดสว่ นนำ้ หนักโครงงานตา่ งกันตามคาบเวลา
องคป์ ระกอบของโครงงานอาชพี
ถ้าพิจารณาโครงสรา้ งของร่างกายมนุษย์ พบวา่ ประกอบดว้ ยส่วนตา่ ง ๆ ท่ีสำคญั คือ ศรี ษะ ไหล่ลำตัว
แขน ขา มือและเท้า นอกจากนร้ี ่างกายของมนุษยย์ ังมอี วัยวะอนื่ ๆ
อกี มากมายทีป่ ระกอบกนั ทำให้เป็นร่างกายของมนษุ ย์สมบรู ณ์ เชน่ หู ตา ปาก นิว้ มือ อวยั วะสืบพันธุ์ ฯลฯ
ซึ่งทำใหม้ นุษย์สามารถดำรงชีวติ อยู่ได้ในสงั คม โครงงานกม็ ีลักษณะเชน่ เดยี วกนั คือ
หมายถึงระบบโครงสรา้ งและองคป์ ระกอบต่าง ๆ ทงั้ หมดของกิจการ หรือชน้ิ งานตา่ ง ๆ
ท่เี ราจะต้องดำเนนิ การ หรอื ผลิตให้สำเร็จลลุ ว่ งไปตามจุดประสงค์ทก่ี ำหนดไว้
องค์ประกอบที่สำคญั ของโครงงาน มีดงั น้ี
1. เจ้าของโครงงานหรอื ผูจ้ ดั ทำโครงงาน อาจจะเป็นบคุ คลคนเดียวหรอื เป็นกลุม่ บุคคลกไ็ ด้
สำหรบั การปฏิบัตงิ านตามโครงงานอาชพี ทห่ี ลักสูตรกำหนดให้นักเรียนจะต้อง ปฏิบัติงานรว่ มกันกลมุ่ ละ ๓-๕
คน
2. ความสำคญั ของโครงงาน หรอื ของงานน้นั ๆ วา่ มเี หตุผลอะไร มีความจำเปน็
มีคุณค่าและประโยชน์มากนอ้ ยเพยี ง
3. จุดประสงค์ของโครงงาน ระบวุ ่ามุ่งทจ่ี ะให้เกิดผลอะไร อย่างไร หรอื แกใ่ คร
ใหม้ ปี ริมาณและคณุ ภาพมากนอ้ ยเพียงใด
4. เคร่อื งมอื วสั ดอุ ปุ กรณ์ทใ่ี ช้ สถานท่ปี ฏบิ ัติงาน
งบประมาณค่าใชจ้ า่ ยหรืองบลงทนุ กำหนดว่ามอี ะไรบ้าง มากนอ้ ยเพยี งใด
และจะจดั ซ้ือหามาไดอ้ ย่างไร
5. วธิ ดี ำเนนิ การ ระบวุ า่ มขี ้ันตอนสำคัญ ๆ
ในเร่อื งใดทจี่ ะต้องนำมาพจิ ารณา และปฏบิ ตั ิตามระยะเวลาท่ีกำหนดไว้
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 14
สรปุ ผลโครงการ ศนู ยฝ์ กึ อาชพี ชุมชน กลุ่มสนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชวั่ โมง
6. แผนปฏบิ ัติการ ระบุกจิ กรรมต่าง ๆ
ท่ีจะตอ้ งปฏิบัติโดยละเอียดตามลำดบั ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
7. ผลทคี่ าดว่าจะไดร้ บั ระบสุ ่ิงท่ีคาดหวงั วา่ จะเกิดขึน้ จากการดำเนนิ งานตามขนั้ ตอนตา่ ง ๆ
ท่ีกำหนด
8. การตดิ ตามผลและประเมินผล จะตอ้ งมวี ธิ กี ารตรวจสอบเปน็ ระยะ ๆ กอ่ นปฏบิ ัตโิ ครงงาน
ขณะปฏิบัตงิ านและเมอ่ื ส้นิ สุดการปฏิบัติโครงงาน เพอ่ื ประโยชนใ์ นการแกไ้ ขปรบั ปรุงและพัฒนางานตอ่ ไป
ประเภทของโครงงานอาชพี
โครงงาน แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ โครงงานตามสาระการเรยี นรู้ และ โครงงานตามความสนใจ
1. โครงงานตามสาระการเรียนรู้
เป็นการใช้บรู ณาการร่วมกับการเรยี นรู้ ทักษะ และเป็นพ้ืนฐานในการกำหนด โครงงาน การปฏบิ ัติ
2. โครงงานตามความสนใจ
เป็นโครงงานทผี่ ู้เรยี นกำหนดขั้นตอน ความถนัด ความสนใจ ความตอ้ งการ โดยใชท้ กั ษะความรู้
จากกล่มุ สาระการเรียนรตู้ ่าง ๆ มาบรู ณาการ เป็นโครงงาน
โครงงานอาชีพ เปน็ กิจกรรมทางการศึกษา ท่นี ำเนื้อหาสาระทางวชิ าการ งานและอาชีพ
รวมท้งั วชิ าอน่ื ๆ ที่เก่ียวข้อง ทง้ั โดยตรงและโดยอ้อม ทัง้ ทางดา้ นทฤษฎแี ละปฏบิ ตั มิ าจดั เป็นระบบ
เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นได้ฝกึ ปฏิบตั งิ านในลักษณะของโครงการ
โครงงานแบ่งออกเปน็ 4 ประเภท คอื
1. โครงงานประเภททดลอง (Experimental Research Project)
โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานทเ่ี กิดขึน้ จากการศึกษาหลักการต่าง ๆ
ทางวิชาการแล้วนำมาทดลองค้นควา้ เพือ่ ยนื ยันทฤษฎีหรือหลักการหรือตอ้ งการทราบแนวทางเพิม่ คุณค่าและก
ารใชป้ ระโยชนใ์ ห้มากยง่ิ ข้ึน เช่น
- การศกึ ษาสตู รอาหารเล้ียงปลาน้ำจืด
- การทดลองปลกู พืชในน้ำยาหรอื การปลกู พชื โดยไม่ใชด้ ิน
- การควบคมุ การเจรญิ เติบโตของไม้ประดบั ประเภทเถา
- การใชฮ้ อรโ์ มนกบั กิ่งมะลิ
- การศกึ ษาขนมอบชนดิ ตา่ ง ๆ
โครงงานประเภททดลอง (Experimental Research
Project) เปน็ โครงงานท่ตี อ้ งทำการทดลองเพ่ือศึกษาตวั แปรใดตวั แปรหน่ึง (เรียกวา่ “ตัวแปรต้น” )
ว่าจะมผี ลต่อตัวแปรอีกตวั แปรหนงึ่ (เรยี กวา่ “ตัวแปรตาม” ) อยา่ งไร แตใ่ นความเปน็ จริง จะมีตัวแปรหลาย
ๆ ตัวทมี่ ผี ลตอ่ ตวั แปรท่ศี กึ ษา ในการทดลอง
ผูท้ ำการทดลองจะต้องเลอื กตวั แปรท่ีสำคญั ทสี่ ดุ เพียงตวั เดยี วมาศกึ ษา ดังน้ันจงึ ต้องทำการควบคุมตวั แปรอื่น
ๆ เพือ่ ไมใ่ ห้เกิดผลแทรกซ้อนต่อตวั แปรตาม ป้องกนั ไม่ให้ผลการศึกษามคี วามคลาดเคล่อื น
ตวั แปรทเ่ี ราต้องควบคุมเรยี กวา่ “ตวั แปรควบคุม”
กล่าวโดยสรปุ โครงงานแบบทดลองจะตอ้ งมกี ารระบุตวั แปร 3 ประเภท ดงั น้ี
ตวั แปรตน้ คือ สาเหตุหรอื เหตุของการทดลอง
ตัวแปรตาม คือ ผลที่เกิดข้นึ หรือผลที่เกดิ จากการเปล่ยี นแปลง
ตัวแปรควบคุม คือ ส่งิ ท่ตี ้องควบคุมให้เหมอื นๆกัน
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 15
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
ตวั อยา่ ง ในความเป็นจรงิ (ตามธรรมชาติ) อธบิ ายการเจรญิ เตบิ โตของต้นไม้วา่
“ตน้ ไมส้ ามารถเจรญิ เติบโตไดด้ ีน้นั จะตอ้ งรดนำ้ พรวนดิน ใส่ปยุ๋ และตง้ั ไวใ้ นทมี่ แี สงแดด”
สามารถระบตุ ัวแปรต่าง ๆ ได้ ดงั นี้
ตวั แปรตาม คอื การเจริญเตบิ โตของต้นไม้
ตัวแปรต้น คอื การรดน้ำ พรวนดนิ แสงแดด
คำอธิบาย การรดนำ้ พรวนดนิ และ แสงแดด สง่ ผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของตน้ ไม้
การระบุตัวแปรควบคมุ
ถ้าเราตอ้ งการศึกษาว่า ตวั แปรตน้ ตัวใด ระหวา่ ง การรดน้ำ พรวนดิน แสงแดด
จะสง่ ผลต่อการเจรญิ เติบโตของตน้ ไม้มากกวา่ กนั เราก็ตอ้ งทำการศึกษาทีละตัวแปรต้น
โดยทำการควบคมุ ตัวแปรต้นอนื่ ๆ อกี 2 ตวั เชน่
เราต้องการศกึ ษาเฉพาะตวั แปรการรดน้ำว่าจะมีผลต่อการเจริญเตบิ โตของตน้ ไม้มากน้อยเพียงใด เราก็ต้องออ
กแบบการทดลองโดยการควบคมุ ตวั แปรอีก 2 ตัว คอื พรวนดิน และ
แสงแดด โดยให้ตน้ ไมท้ ่ที ำการทดลองทงั้ หมดไดร้ บั การพรวนดนิ และ แสงแดด
ในปริมาณท่ีเทา่ กัน หรอื ถ้าไม่ใหก้ ไ็ มใ่ ห้เหมอื น ๆ กัน การพรวนดิน และ แสงแดด เรียกว่า ตวั แปรควบคุม
ขน้ั ตอนในการทำโครงงานทดลอง
1. กำหนดปญั หา
2. ตง้ั จุดประสงค์ในการศกึ ษา
3. ต้งั สมมตุ ิฐาน
4. ออกแบบการทดลอง
5. ดำเนนิ การทดลอง
6. เก็บรวบรวมขอ้ มูล
7. บนั ทึกผลการทดลอง
8. แปลผล
9. สรุปผลการทดลอง
2. โครงงานประเภทสำรวจ
โครงงานประเภทน้ี
เปน็ โครงงานการศกึ ษาสำรวจข้อมูลสำหรับดำเนินงานพฒั นาปรับปรุงเพ่ิมเตมิ ผลงานและส่งเสริมผลผลิตใหม้ ีคุ
ณภาพดียิง่ ขึน้ ข้อมูลดงั กล่าว อาจมผี ู้จดั ทำขึ้น แต่มกี ารแปรเปลี่ยนไปแลว้ ตอ้ งทำการสำรวจจัดทำข้ึนใหม่ใ
ห้ทนั สมัยอยู่เสมอ เชน่
- การสำรวจราคาผลผลติ เกษตรในทอ้ งถน่ิ
- การสำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องถนิ่
- การสำรวจแหลง่ วชิ าการและสถานประกอบการในทอ้ งถิ่น
- การสำรวจงานบรกิ ารในทอ้ งถ่นิ
- การสำรวจปรมิ าณการปลกู ขา้ วโพดในท้องถน่ิ
- การสำรวจปรมิ าณการเลยี้ งไก่เนื้อในทอ้ งถิน่
- การสำรวจปรมิ าณการเลยี้ งหา่ นในทอ้ งถ่ิน
- การสำรวจคลองแม่รำพนั สุโขทยั
3. โครงงานประเภทส่งิ ประดิษฐ์
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 16
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชมุ ชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
โครงงานประเภทน้เี ปน็ โครงงานสร้างสรรค์สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หม่
ๆ ขึ้นมาหลงั จากท่ีไดศ้ กึ ษาทางทฤษฎีหรอื พบเห็นผลงานของผอู้ ่นื แล้ว เกิดความคดิ สรา้ งสรรค์ที่จะพฒั นาต่อ
ไป จึงประดษิ ฐ์คิดคน้ ใหส้ ามารถใชป้ ระโยชน์ไดด้ ยี ิง่ ขน้ึ เช่น
การควบคุมระบบการใหน้ ้ำในแปลงเพาะชำ
- การประดิษฐ์หวั ฉดี พน่ นำ้ ในแปลงปลูกผัก
- การประดิษฐข์ องชำรว่ ย
- การประดิษฐเ์ คร่ืองรับวทิ ยุ
- การประดษิ ฐ์เครอ่ื งเสีย
- การออกแบบเส้อื ผ้าชาย หญิง
4. โครงงานประเภทพัฒนาผลงาน
โครงงานประเภทน้ีเป็นโครงงานท่ีเกิดจากการศกึ ษาเนือ้ หาทางวิชาการ หรือหลักทฤษฎเี กย่ี วกบั วชิ
าการงานและอาชพี หรือวิชาสามัญต่าง ๆ
แลว้ นำมาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกบั แนวทางทฤษฎีดงั กล่าว ส่งผลให้มผี ลงานเปน็ รูปธรรมย่ิงขน้ึ ตัว
อย่างเช่น
เมื่อนักเรยี นได้ศกึ ษาทางทฤษฎีเกีย่ วกับ
พลงั งานแสงอาทติ ย์ : โครงงานสรา้ งเครอื่ งอบกล้วยดว้ ยแสงแดด ตู้อบเน้ือสัตวต์ ่าง ๆ
เครอ่ื งทำน้ำรอ้ น ฯลฯ
พืชสมนุ ไพร : โครงงานการใช้ยาปราบศัตรูพืชดว้ ยพืชสมุนไพร กำจัดเพล้ีย
หนอนแมลงปกี แข็ง ฯลฯ
การถนอมอาหาร : โครงงาน
การแปรรูปผลผลติ การทำผักกาดดองสามรส การทำไส้กรอก การดองพชื ผกั ผลไมต้ ่าง ๆ ฯลฯ
การเลี้ยงปลา : โครงงานการเล้ียงปลาสวยงาม การเปลี่ยนสปี ลาออสก้า
ลกั ษณะของโครงการ
1. มจี ดุ มง่ั หมายเฉพาะหนง่ึ จดุ มงุ่ หมาย มกี ารกำหนดวตั ถปุ ระสงคอ์ ยา่ งชัดเจน มีผลผลติ (output)
บริการและผลลพั ธ์ (outcome) ท่ีมีลกั ษณะเฉพาะ
2. เปน็ การปฏบิ ตั ิงานชั่วคราว (temporary) มเี วลาเริม่ ตน้ – สนิ้ สดุ
3. ตอ้ งการทรัพยากรหลายประเภท ไดแ้ ก่ บุคลากร วสั ดุ อุปกรณ์ โปรแกรมสำเรจ็ รูป
4. ควรมีผูส้ นับสนุนงบประมาณ/ลกู คา้
5. เกย่ี วข้องกบั ความไมแ่ น่นอน
เพราะมลี กั ษณะเฉพาะ ยากลำบากในการกำหนดวัตถปุ ระสงคใ์ หช้ ัดเจน ท้ังเวลา / ค่าใช้จา่ ย
ขนั้ ตอนการปฏบิ ัตขิ องนกั เรียน
1. นกั เรยี นรวมกลมุ่ กับเพอื่ นทําโครงการอาชพี
2. ศกึ ษาขอ้ มลู รายละเอียดงานอาชพี ที่สนใจ
3. ปรึกษา อ.ทปี่ รึกษาและผมู้ ีประสบการณ์
4. เขยี นโครงการอาชพี >> ระดมทนุ
5. ประชมุ ปรึกษาหารอื << ดําเนนิ การตามโครงการ >> บนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ าน
6. สรุปรายงานผลการปฏบิ ตั ิโครงการอาชีพ
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 17
สรปุ ผลโครงการ ศนู ยฝ์ กึ อาชีพชมุ ชน กลุม่ สนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
การพจิ ารณาจดั ทำโครงงานอาชพี
การพิจารณาจัดทำโครงงาน
เปน็ การดำเนินงานที่ตอ้ งตัดสินใจทำโครงงานใหบ้ รรลตุ ามจดุ ประสงค์ที่กำหนดไว้ มีองคป์ ระกอบสำคัญ ได้แก่
1. การเลอื กหัวข้อเรื่องโครงงาน
2. การศกึ ษาข้อมูลโครงงาน
3. สงั เกตสภาพแวดลอ้ ม
ขน้ั ตอนการทำโครงงาน – โครงงานอาชีพ
ข้นั ตอนท่ี 1 การคิดและเลือกหวั เรือ่ ง
เปน็ การหาหัวข้อในการทดลอง ในการทอ่ี ยากทราบ
ข้ันตอนท่ี 2 การศกึ ษาเอกสารทเ่ี กี่ยวข้อง
รวมไปถงึ การขอคำปรกึ ษา ขอแนะนำ หรอื ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ จากผู้คุณวฒุ ทิ เ่ี กีย่ วข้อง
ขั้นตอนท่ี 3 การเขยี นเค้าโครงของโครงงาน
โดยทวั่ ไปเค้าโครงของโครงงานจะมหี วั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
หวั ข้อ รายละเอียดทตี่ อ้ งระบุ
1. ชอ่ื โครงงาน ทำอะไร กับใคร เพอ่ื อะไร
2. ช่ือผ้ทู ำโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการ
3. ชอ่ื ทปี่ รึกษาโครงงาน ผ้ทู รงคุณวุฒิต่าง ๆ
4. ระยะเวลาดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินโครงานตั้งแต่ตน้ จนจบ
5. หลักการและเหตุผล เหตุผลและความคาดหวงั
6. จดุ หมาย/วัตถุประสงค์ สิ่งท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดเมื่อสิน้ สุดการทำโครงงาน
7. สมมุติฐานของการศกึ ษาโครงงาน สิง่ ท่ีคาดว่าจะเกิดเม่อื ส้นิ สุดการทำโครงงาน
8. ข้ันตอนการดำเนินงาน ขัน้ ตอนการทำงาน วัสดุ อุปกรณ์ สถานที่
9. ปฏิบตั โิ ครงงาน วนั เวลา กจิ กรรมดำเนินงาน เริ่มจนส้นิ สดุ
10. ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ บั สภาพของผลท่ีตอ้ งการใหเ้ กดิ ทั้งท่เี ป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
11. บรรณานุกรม ช่ือเอกสาร ข้อมูล ทีไ่ ด้จากแหลง่ ต่าง ๆ
ขั้นตอนที่ 4 การปฏบิ ตั โิ ครงงาน
เป็นการดำเนินงานตามแผนที่ได้กำหนดไว้ในเค้าโครงของโครงงาน
และตอ้ งมกี ารจดบันทึกขอ้ มูลตา่ ง ๆ อยา่ งละเอยี ด จัดทำอย่างเป็นระบบ เปน็ ระเบียบ
เพอ่ื ทีจ่ ะได้ใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลต่อไป
ข้ันตอนที่ 5 การเขียนรายงาน
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุวรรณคูหา หน้า 18
สรุปผลโครงการ ศูนยฝ์ กึ อาชพี ชุมชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
ควรใชภ้ าษาท่ีเขา้ ใจง่าย กระชับ ชัดเจน และครอบคลุมประเดน็ สำคัญของโครงงาน
โดยสามารถเขียนใหอ้ ยใู่ นรปู แบบต่าง ๆ เชน่ การสรุป รายงานผล ซึ่งประกอบไปด้วยหวั ข้อตา่ ง ๆ เชน่
บทคดั บอ่ บทนำ เอกสารทเี่ กี่ยวข้อง เปน็ ต้น
ขน้ั ตอนที่ 6 การแสดงผล
เปน็ การนำเสนอผลงาน สามารถจัดไดห้ ลายรปู แบบ เช่น การจัดนทิ รรศการ หรือ
ส่งิ ตพี ิมพ์ การสอนแบบเพ่ือนสอนเพือ่ น ตามความเหมาะสมของโครงงาน
ข้อจำกัดของการจัดทำโครงงาน
การจัดทำโครงงานจะประสบความสำเร็จได้ มขี อ้ จำกดั ดังน้ี
1. การจัดโครงงานตา่ ง ๆ ท้ังผู้สอนและผู้เรยี น จะตอ้ งมคี วามรู้ความเขา้ ใจในเรอื่ งทที่ ำคอ่ นขา้ งมาก
ต้องมีการศึกษาคน้ ควา้ เอกสาร ความรู้ต่าง ๆ เพอ่ื ใช้เป็นข้อมูลสนับสนนุ ระหวา่ งทำการทดลอง
2. เร่ืองทที่ ำต้องเป็นสิ่งที่ใกลต้ วั ผลท่ไี ด้ควรเกดิ ประโยชนแ์ กต่ วั ผู้เรยี น หรอื บุคคลในทอ้ งถ่ิน
3. เรอ่ื งทีท่ ำตอ้ งเหมาะสมกบั วัยของผู้เรียน ผ้เู รียนสามารถทดลองได้
4. การออกแบบทดลอง จะต้องครอบคลมุ จดุ หมายทก่ี ำหนดไว้
5. ระหวา่ งทำโครงงาน จะตอ้ งมีการแกไ้ ขปัญหา
ผู้เรยี นจะตอ้ งมีความรคู้ วามเขา้ ใจเรอื่ งของกระบวนการแก้ปญั หา และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสำรวจวิเคราะหก์ อ่ นตดั สินใจเลอื กโครงการ
ก่อนการตัดสินเลอื กทำโครงการใดๆ จำเป็นท่จี ะตอ้ งใช้การคดิ วิเคราะห์ วนิ ิจฉัย
อยา่ งรอบคอบดว้ ยการสำรวจข้อมูลทเี่ ก่ยี วข้องให้มากท่สี ุด เพอื่ ปอ้ งกนั ความผดิ พลาดในการตัดสนิ ใจ
เพือ่ ให้เกิดประโยชนส์ งู สุด ดังนนั้ ควรสำรวจและวเิ คราะห์ขอ้ มูลตา่ งๆท่ีเปน็ องคป์ ระกอบสำคญั คือ
สำรวจข้อมลู เก่ียวกบั ตวั นกั เรียน สำรวจขอ้ มลู เกีย่ วกับสังคมสงิ่ แวดลอ้ ม
และสำรวจข้อมูลเกยี่ วกบั โครงการต่าง ๆ
1. สำรวจข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง สำรวจขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตวั นกั เรยี น
ในการสำรวจข้อมูลเก่ียวกับตนเองนนั้ มปี จั จยั หลายประการ เชน่ สตปิ ัญญา ความสามารถ ความถนัด
ความสนใจ ทกั ษะและความพร้อมในวชิ าสาขาอาชพี รวมทั้งวชิ าอ่ืน ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โดยเฉพาะ
วชิ าโครงการทีเ่ ลือกจะเปน็ ปัจจัยพ้นื ฐานท่ีสำคญั ในการพฒั นาหรือจัดทำโครงการให้มปี ระสิทธภิ าพมากยงิ่ ขนึ้
2. การสำรวจข้อมลู เกยี่ วกบั สภาพแวดลอ้ มและสังคม
ขอ้ มูลต่าง ๆ น้นั มีส่วนผลกั ดันใหโ้ ครงการสำเร็จลุลว่ งไปไดด้ ้วยดี เช่น
ความเหน็ ชอบของบุคคลรอบตัว คนในครอบครวั อาจารย์ทป่ี รึกษา เพื่อนร่วมงานเป็นต้น
ท้ังนีย้ ังรวมไปถงึ ความต้องการของคนในท้องถิน่ แหลว่ งความรูต้ ่างๆที่จะเปน็ ความร้เู พิ่มเติม
แหลง่ จัดหาวัสดอุ ปุ กรณ์สาธารณูปโภคที่เออ้ื อำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่ง เปน็ ต้น
3. สำรวจข้อมูลเกี่ยวกบั โครงการ
โครงการมีสว่ นส่งเสรมิ สนบั สนุนผลกั ดนั ให้เกิดเป็นแนวความคดิ และประสบการณ์อย่างหลากหลาย
ซ่ึงสามารถศึกษาและสำรวจข้อมลู ได้จากแหลง่ ตา่ ง ๆ เช่น แหลง่ วชิ าชีพ ฟาร์มเลยี้ งสัตว์ สวนผลไม้ วนอุทยาน
ศูนยธ์ รุ กิจการค้า ศูนย์ศิลปาชพี ฯลฯ นอกจากนี้ข้อมลู สามารถนำมาได้จากการบรรยาย ประชุมสัมมนา
รายการวิทยโุ ทรทัศน์ การศึกษาผลงานของผอู้ น่ื หรอื จากการสนทนา สัมภาษณ์
จากบคุ คลทมี่ ีความร้เู ฉพาะดา้ นน้นั ๆ ทง้ั น้กี ารสงั เกตส่ิงต่างๆทีพ่ บเหน็ ในชวี ิตประจำวนั
หรอื จากงานอดเิ รกจะเปน็ ขอ้ มลู และประสบการณ์ ท่มี ีคณุ ภาพ
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 19
สรปุ ผลโครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชมุ ชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชวั่ โมง
การเขียนโครงการฝึกอาชีพ
หลักการสำคัญในการเขยี นโครงการ
การปฏิบตั ิงานตามโครงงานอาชีพของผเู้ รียน
เพอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามจดุ หมานของหลกั สตู รและจุดมุ่งหมายการจัดทำโครงการ
จงึ ได้กำหนดหลกั การท่ีสำคัญเกี่ยวกับโครงการไว้ ดงั นี้
1. ใหผ้ เู้ รียนแต่ละกล่มุ มีเสรีภาพในการตัดสนิ ใจ เลือกทำโครงงานอาชีพใดกไ็ ด้ ตามความถนัด
ความสนใจ และคามพร้อมของผู้เรียน
2. ผู้เรยี นในห้องเรียนเดยี วกัน ควรเลอื กโครงการอาชีพแตกต่างกนั ได้ตามความถนัด ความพร้อม
และความสนใจ ตลอดจนคำนงึ ถึงความจำเป็นในการใช้ประโยชน์ชนิ้ งาน หรอื รายได้จากการปฏิบัติงาน
3. ใหค้ ำนึงถึงทรพั ยากรในทอ้ งถิ่น ทงั้ ทรัพยากรทใี่ ช้เป็นวตั ถดุ ิบ ในการผลติ ช้นิ งาน
และทรพั ยากรบคุ คลในทอ้ งถ่นิ ตลอดจนภมู ปิ ญั ญาชาวบ้าน เพ่ือการอนรุ ักษ์ และพฒั นาเทคโนโลยีในท้องถิ่น
4. ผเู้ รียนสามารถนำทักษะการทำงาน พนื้ ฐานหลายประเภท รวมไวใ้ นโครงการเดยี วได้
5. ในแตล่ ะโครงการ อาจกำหนดคาบเวลาแตกต่างกนั ได้ ตามความยากงา่ ยของลักษณะงาน
6. ครอู าจารย์ ผสู้ อน หรอื ที่ปรกึ ษา อาจจัดสอื่ การสอนในลกั ษณะของใบงาน หรือใบความรู้
หรอื ขอ้ มลู ทางวิชาการ เพือ่ ช่วยให้นกั เรียน สามารถปฏบิ ัตงิ านได้ด้วยตนเอง
7. ในการประเมนิ โครงการ ใหค้ รู อาจารยผ์ ูส้ อน หรือท่ีปรกึ ษาเป็นผู้ประเมนิ
โดยคำนึงถงึ ความรู้ความเขา้ ใจ กระบวนการทำงาน เจตติในการปฏิบัติงาน
และการนำชน้ิ งานไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน และตอ้ งประเมินผลการเรยี นเป็นรายภาคเรยี น
สำหรับผู้เรียนทเี่ ลือกหลายโครงการใน 1 ภาคเรยี น ใหป้ ระเมนิ ผลโดยให้คะแนนในแต่ละโครงการกอ่ น
แล้วนำมารวมกนั เพ่ือตดั สินใหร้ ะดบั คะแนน โดยคำนึงถึงคาเวลาในแต่ละโครงการ
โดยจดั สัดสว่ นน้ำหนกั โครงการแตกต่างกันตามคาบเวลา
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 20
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝกึ อาชพี ชุมชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
สว่ นประกอบและวธิ ีการเขียนโครงการฝึกอาชีพ
ส่วนประกอบและวธิ เี ขียนโครงการฝึกอาชีพ มีรายะเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ช่ือโครงงาน
ควรต้ังช่อื โครงการอาชพี ใหส้ อื่ ความหมายไดช้ ัดเจน
ครอบคลุมความหมายของกจิ กรรมอาชีพที่ทำใหช้ ัดเจนว่าทำอะไร ตอ้ งเปน็ ช่ือทเี่ หมาะสม ชัดเจน
ดึงดดู ความสนใจ
และเฉพาะเจาะจงวา่ จะทำอะไร ไมค่ วรตงั้ ชอื่ โครงการทม่ี คี วามหมายกว้างเกินไปตวั อยา่ งเชน่
โครงการปลกู มันสัมปะหลัง โครงงานทำส่ิงประดิษฐ์
2. ช่อื ผูท้ ำโครงงาน
เป็นชอื่ ผ้รู ับผิดชอบโครงงาน ในกรณีงานกลมุ่ ตอ้ งระบหุ น้าทคี่ วามรบั ผิดชอบของแต่ละคนให้ชดั เจน
พจิ ารณาความเหมาะสมในด้านความสามารถ โอกาสในการทำงาน กำลงั ทุนทรัพยส์ ินของแตล่ ะบุคคล
ทง้ั นีเ้ พือ่ จะไดท้ ราบว่า
โครงงานอยู่ในความรบั ผิดชอบของใครและสามารถตดิ ตามได้ทใ่ี ด หรอื โครงการนอี้ ยู่ในความรบั ผดิ ชอบของใค
ร เม่ือมปี ญั หาจะได้ตดิ ต่อประสานงานได้อย่างง่าย
3. ชื่อท่ปี รึกษาโครงงาน
เปน็ ผูท้ รงคณุ วฒุ ติ ่าง ๆ
4. หลกั การและเหตุผลหรือความสำคญั ของโครงการ
ควรกลา่ วถึงสภาพชุมชนและความตอ้ งการของตลาดทเ่ี ก่ียวข้องกับอาชพี ตามที่ได้ ศกึ ษามา
และอธิบายว่าโครงงานนีจ้ ะสนองความต้องการของชุมชนได้อยา่ งไร
แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความจำเป็นหรอื ความสำคัญ
ซ่ึงผ้เู สนอโครงงานจะตอ้ งระบถุ ึงเหตผุ ลและขอ้ มูล หรือทฤษฎีต่าง ๆ
มาสนบั สนุนโครงการให้ปรากฏชัดเจนอยา่ งสมเหตุสมผล การเขยี นหลักการและเหตผุ ลในส่วนนี้ประกอบด้วย
สว่ นสำคญั 3 สว่ นคือ
1. ความเปน็ มาของโครงการยอ่ ๆ
2. เหตผุ ลและความจำเป็นที่ต้องมโี ครงการนน้ั ๆ
3. วธิ ีการดำเนนิ โครงการย่อ ๆ
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสุวรรณคูหา หน้า 21
สรุปผลโครงการ ศนู ย์ฝกึ อาชพี ชุมชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชัว่ โมง
5. วตั ถปุ ระสงค์
จะตอ้ งกำหนดวัตถปุ ระสงคใ์ หช้ ัดเจนวา่ โครงงานอาชพี นี้
ผ้เู รียนจะทำอะไรโดยเขยี นให้เห็นว่ากิจกรรมหรอื พฤตกิ รรมทีจ่ ะดำเนนิ การมี อะไรบา้ ง
หากมีวัตถุประสงคห์ ลายประการก็ควรเขยี นเปน็ ข้อ ๆ ตามลำดับความสำคญั
การเขียนวตั ถุประสงค์มคี วามสำคญั ตอ่ แนวทาง การศกึ ษา
ตลอดจนขอ้ ความร้ทู ่คี ้นพบหรือสง่ิ ประดษิ ฐท์ ี่ค้นพบน้ันจะมีความสมบรู ณ์ครบถ้วน
ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ทกุ ๆ
ข้อ ไมเ่ ปิดโอกาสใหต้ ีความได้หลายอย่างอันจะทำให้ความหมายบิดเบอื นไปจากเจตนารมณท์ แี่ ท้จรงิ
และสามารถประเมนิ ผลและวัดได้
6. เปา้ หมาย
เป้าหมาย (Targets) หมายถงึ การแสดงผลผลิตข้นั สดุ ท้ายในแงป่ ริมาณ
จำนวนหรือการวดั ความสำเร็จในช่วงระยะเวลาหนง่ึ ๆ กำหนดเป้าหมายของผลผลิตในช่วงเวลาให้ชดั เจนคือ
อะไร มีปริมาณเทา่ ใดและคุณภาพเปน็ อยา่ งไร
เป้าหมายจงึ คล้ายกบั วตั ถปุ ระสงค์แต่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกว่า
มีการระบุสงิ่ ที่ตอ้ งการกระทำหรอื การไปถงึ ชัดเจนกว่าและระบเุ วลาทต่ี ้องการบรรลุ
ว่าจะแลว้ เสร็จในวันท่เี ทา่ ไร เดือนอะไร ปใี ด โดยใคร และอยา่ งไร
นอกจากนัน้ อาจมกี ารกำหนดเป้าหมายเชงิ คุณภาพควบค่ไู ปด้วยก็ได้
7. ระยะเวลาดำเนินการ
การระบุระยะเวลาและสถานท่ีหรอื พน้ื ท่ีเปา้ หมายท่ีจะจดั กจิ กรรม ตั้งแต่เร่มิ ตน้ โครงการจนกระทง่ั เส
รจ็ สิน้ โครงงานและในกรณีท่ีเปน็ โครงงานระยะยาวมีหลายขน้ั ตอน
กจ็ ะต้องแสดงช่วงเวลาในแตล่ ะขัน้ ตอนน้ันดว้ ย
ทง้ั นเ้ี พ่ือใช้ประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื อนุมัตโิ ครงงาน ตวั อย่างเช่น
ระยะเวลา : 1 เดือน วันท่ี 1 – 30 เมษายน 2558
สถานทด่ี ำเนนิ งาน : โรงเรยี นสารคามพิทยาคม
8. งบประมาณ
จดั ทำรายละเอียดรายจ่ายท่เี กดิ ขึ้นในการดำเนนิ โครงงาน เปน็ การระบถุ งึ จำนวนเงนิ จำนวนบุคคล
จำนวนวสั ดุ-ครุภณั ฑ์ และปจั จัยอนื่ ๆ ท่จี ำเปน็ ต่อการดำเนนิ งาน
การจัดทำงบประมาณและทรัพยากรในการดำเนนิ งานโครงการ ผู้วางแผนโครงการควรต้องคำนงึ ถึงหลกั สำคัญ
4 ประการในการจัดทำโครงการ โดยจะตอ้ งจดั เตรยี มไว้อย่างเพียงพอและจะตอ้ งใชอ้ ย่างประหยดั ดังน้ี
1. ความประหยดั (Economy)
2. ความมปี ระสทิ ธิภาพ (Efficiency)
3. ความมีประสิทธผิ ล (Effectiveness)
4. ความยตุ ธิ รรม (Equity)
9. ขนั้ ตอนวธิ ีดำเนินงาน
เขยี นเปน็ รายละเอียดขั้นตอนของการทำงาน
ตงั้ แต่เร่มิ ต้นจนสิน้ สุดโครงงานโดยเขียนเปน็ แผนปฏบิ ตั ิงาน ซึ่งประกอบด้วยหวั ข้อ กจิ กรรม ระยะเวลา
สถานศึกษา ทรพั ยากร/ปจั จยั เปน็ ต้น
รายละเอยี ดดงั กล่าวจะทำใหผ้ ู้ทีป่ รึกษาหรอื ผู้ดำเนินงานติดตามกำกบั งานได้
อยา่ งมีระบบแก้ไขปญั หาไดท้ ันทว่ งที
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 22
สรปุ ผลโครงการ ศนู ยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชว่ั โมง
10. การตดิ ตามและการประเมินผล
เป็นวธิ กี ารหรอื เทคนคิ ในการดแู ลและควบคมุ การปฏบิ ัตงิ านให้บรรลุวตั ถุประสงค์
ทัง้ นตี้ ้องบอกให้ชัดเจนว่าก่อนเริ่มทำโครงงาน ระหว่างทำโครงงานและหลังการทำโครงงาน
จะมีการติดตามและประเมนิ ผลอย่างไร เปน็ การระบุวา่ มีการตดิ ตาม การควบคมุ
การกำกับ และการประเมนิ ผลโครงงานอย่างไร
จะประเมินความสำเรจ็ ของการดำเนินงานโครงงานไดอ้ ยา่ งไรใครเป็นผรู้ บั ผิดชอบ โดยระบวุ ิธหี รอื เครอื่ งมอื ที่ใ
ช้ในการประเมินด้วย ท้ังนี้หัวข้อของการประเมนิ จะต้องสอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์ตามโครงงานดว้ ย
ดงั นัน้ เพือ่ ให้การติดตามและประเมินผลโครงการสอดคลอ้ งระหว่างการวางแผนกับการปฏบิ ัติงาน
ควรพิจารณาดำเนนิ การเปน็ 3 ระยะ คือ
1. ประเมนิ ผลก่อนการทำโครงการ หรอื ก่อนการปฏิบตั งิ าน
2. ประเมนิ ผลระหวา่ งท่ีมกี ารทำโครงงาน
3. ประเมนิ ผลภายหลังการทำโครงงาน
11. ผลทคี่ าดวา่ จะได้รับ
ให้ระบผุ ลที่จะเกิดข้นึ เม่ือเสรจ็ สิ้นโครงงาน
เป็นผลที่ได้รบั โดยตรงและผลพลอยได้หรอื ผลกระทบจากโครงงานเปน็ ผลในดา้ นดีที่
คาดว่าจะไดร้ ับจะตอ้ งสอดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละเป้าหมาย
แสดงถึงผลประโยชนท์ ่ีผู้ดำเนนิ โครงการและผูท้ เ่ี ก่ียวข้องจะได้รบั หลงั โครงการส้ินสดุ ลง ซึ่งหมายถงึ ผลกระท
บในทางทดี่ ี ทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม นอกจากนี้จะระบไุ ว้ชัดเจนว่าใครจะไดร้ ับผลประโยช
น์และผลกระทบในลักษณะอยา่ งไร ทงั้ ด้านปริมาณ และด้านคณุ ภาพ
12. ปัญหาและอปุ สรรค
การดำเนินงานตามโครงการนี้ จะมีปญั หาและอุปสรรคใดบ้าง
ท้งั ในดา้ นตวั บุคคลท่รี ว่ มงาน ข้ันตอนการปฏิบตั ิ ภยั ธรรมชาติ ตลาดจำหน่ายและอืน่ ๆ
ท่ีเหน็ ว่านา่ จะเกดิ ข้นึ
พรอ้ มชแ้ี จงสาเหตุท่ีอาจเกิดขน้ึ ด้วย รวมท้งั แนวทางแกไ้ ข ปัญหาและอปุ สรรคท่ไี ม่เป็นไปตามแผนขน้ั ตอนกา
รปฏบิ ัตงิ านทกุ ขนั้ ตอน ระยะเวลา วตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายทีก่ ำหนดดว้ ย
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 23
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ชว่ั โมง
บทที่ 3
วธิ กี ารดำเนนิ การ
ในการดำเนินงานจดั โครงการ ศนู ย์ฝกึ อาชีพชุมชน หลกั สูตรพัฒนาอาชพี วิชาการทำแจ่วบองสมุนไพร
กศน.ตำบลบ้านโคก มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี
ขน้ั ตอนการวางแผน (plan)
ขั้นตอนการลงมอื ทำ (Do)
ขน้ั ตอนการตรวจสอบ (Check)
ขน้ั ตอนการปรับปรุงแก้ไข (Act)
ข้ันตอนการวางแผน (plan)
1. ดำเนินการประชาคมกล่มุ ผสู้ นใจพัฒนาอาชีพ
2. ไดก้ ลุ่มเปา้ หมาย
3. เตรยี มหลกั สูตร เสนอโครงการเพอื่ ขออนุมัติ
4. แต่งตัง้ คณะทำงานภายในตำบล คณะกรรมการนเิ ทศกิจกรรม
5. ประสานวทิ ยากร
ข้ันตอนการลงมอื ทำ (Do)
1. ดำเนินการประสานงานผู้ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
ครู กศน.ตำบล ครู ศรช. ผ้นู ำชมุ ชน
คณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านจดั เตรียมสถานท่ี
2. นำประชาชนที่สนใจมาเขา้ รว่ มกิจกรรม
3.
ประเมินผลโครงการโดยใหผ้ ูเ้ ขา้ รว่ มโครงการออกแบบประเมินความพงึ พอใจในการเขา้ ร่วมโครงการ
4. รวบรวมขอ้ มลู จากแบบประเมนิ
5. สรปุ ผลความพงึ พอใจของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ
ขนั้ ตอนการตรวจสอบ (Check)
1.เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการตรวจสอบ
แบบประเมินความพงึ พอใจของผ้เู ข้าร่วมโครงการ
2. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
กศน.ตำบลบ้านโคก ไดด้ ำเนินการเก็บรวบรวมข้อมลู จากผู้เขา้ ร่วมโครงการ
- ประชาชนกลมุ่ เปา้ หมาย จำนวน 7 คน
3.การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินผลการดำเนนิ งานของโครงการ ศูนยฝ์ กึ อาชีพชุมชน
หลกั สูตรพัฒนาอาชพี การทำแจ่งบองสมนุ ไพร กศน.ตำบลบ้านโคก ดำเนินการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดังนี้
3.1 แบบประเมินตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไป วเิ คราะห์หาค่าร้อยละ
3.2 แบบประเมนิ ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจตัวบ่งช้ีของโครงการ
3.2.1 ใหค้ ะแนนตามน้ำหนักแบบประเมินฉบบั สมบรู ณ์ ตามเกณฑ์
มาตรฐานของ สมศ. โดยมีเกณฑใ์ ห้คะแนน ดังน้ี
ระดบั 5 หมายถงึ ดำเนนิ งานได้ตามเกณฑข์ องตัวบ่งชด้ี ีมาก
ระดบั 4 หมายถึง ดำเนนิ งานไดต้ ามเกณฑ์ของตัวบง่ ชด้ี ี
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 24
สรปุ ผลโครงการ ศูนย์ฝกึ อาชพี ชุมชน กลุม่ สนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชวั่ โมง
ระดับ 3 หมายถงึ ดำเนนิ งานไดต้ ามเกณฑข์ องตวั บง่ ชพ้ี อใช้
ระดับ 2 หมายถึง ดำเนนิ งานได้ตามเกณฑ์ของตัวบ่งชี้ปรับปรุง
ระดับ 1 หมายถึง ดำเนนิ งานไดต้ ามเกณฑ์ของตวั บ่งชต้ี ้องปรับปรุง
3.2.2 วิเคราะห์ข้อมลู โดยการหาคา่ เฉลย่ี ร้อยละความพึงพอใจ
3.3 แบบประเมินตอนท่ี 3 ข้อคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ วเิ คราะหด์ ว้ ยเน้อื หา
(Content analysis)
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 25
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน กลมุ่ สนใจ วิชา การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชว่ั โมง
บทที่ 4
ผลการดำเนนิ งาน
การจัดกจิ กรรมโครงการศนู ยฝ์ ึกอาชีพชุมชนหลักสตู รพฒั นาอาชีพ วิชาการทำแจ่วบองสมุนไพร
ณ ศาลาประชาคม หมู่ 14 ตำบลบา้ นโคก อำเภอสวุ รรณคหู า จงั หวดั หนองบวั ลำภู
สรปุ ผลการดำเนนิ งานได้ดังนี้
ช่ือโครงการ วันทด่ี ำเนินการ เป้าทีไ่ ด้รบั จัดสรร ผล คิดเป็นรอ้ ยละ
โครงการ 23-24 มถิ ุนายน 6 6 100
ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน 2565
หลกั สูตรพัฒนาอาชีพ
วชิ าการทำแจ่วบองสมุน
ไพร
การประเมินความพึงพอใจในการดำเนินงานตามโครงการศูนย์ฝกึ อาชีพชมุ ชน หลกั สูตรพัฒนาอาชพี
วิชา การทำแจว่ บองสมนุ ไพร กศน.ตำบลบ้านโคก ของผรู้ บั บริการที่เข้ารว่ มโครงการ
โดยเสนอรายละเอยี ดตามลำดบั คือ สญั ลกั ษณท์ ่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล ลำดับขั้นตอนในการวิเคราะห์ข้อมลู
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และการแปลความหมายข้อมูลดงั ตอ่ ไปนี้
สัญลักษณ์ที่ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
การเสนอผลการประเมินครั้งน้ไี ด้กำหนดสัญลักษณท์ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดังน้ี
N แทน ขนาดของกลุ่มผ้ปู ระเมินการใชค้ ่มู ือ (Sample size)
% แทน คา่ รอ้ ยละ (Percentage)
ลำดับข้นั ตอนในการวิเคราะหข์ ้อมูล
การวเิ คราะหข์ ้อมูล ผู้ประเมินไดเ้ สนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลเป็นตอนๆ เรยี งลำดับดงั นี้
ตอนท่ี 1 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เกีย่ วกับข้อมูลทัว่ ไป
ตอนท่ี 2 การวเิ คราะห์ข้อมลู ด้านความพงึ พอใจของผรู้ บั บริการ
ตอนท่ี 3 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ขอ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
ในการสรุปผลการดำเนนิ งานโครงการ ศูนย์ฝกึ อาชีพชุมชน หลักสตู รพฒั นาอาชีพ วิชา
การทำแจว่ บองสมุนไพร ณ ศาลาประชาคม ม.14 บา้ นเพก็ ทอง ตำบลบ้านโคก อำเภอสวุ รรณคหู า
จงั หวดั หนองบัวลำภู ไดจ้ ดั ทำเคร่อื งมือเป็นแบบสอบถาม
วดั ระดบั ความคดิ เห็นและความพึงพอใจในการดำเนินการพัฒนาซ่ึงแบ่งออกเป็น 3 สว่ นคอื
ส่วนแรกเป็นคำถามปลายเปิด มาตราส่วนประมาณค่า (Rating scales) ส่วนที่ 2
มาตราส่วนประมาณค่าของ ลิเคิร์ท likert’s Scales 5 ระดับ ส่วนที่สามเป็นคำถามปลายเปิด
ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ ส่วนทส่ี ามเปน็ คำถามปลายเปิดเนือ้ หาสาระทต่ี อ้ งการพฒั นาในครัง้ ต่อไป
ซ่งึ ในการเก็บรวบรวมนนั้ ไดแ้ จกแบบสอบถามแกผ่ เู้ ข้ารว่ มโครงการศนู ย์ฝกึ อาชพี ชมุ ชน
หลักสตู รพัฒนาอาชีพ วชิ า การแปรรปู กลว้ ย จำนวน 7 คน ได้แบบสอบถามคนื จำนวน 7 ฉบบั
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสุวรรณคูหา หน้า 26
สรุปผลโครงการ ศนู ยฝ์ ึกอาชีพชมุ ชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชวั่ โมง
จากผู้เข้ารว่ มโครงการ คดิ เปน็ ร้อยละ 100 กระทำการวิเคราะห์ขอ้ มลู ตามประเภทและลกั ษณะของข้อมลู
โดยหาค่าเฉลย่ี เป็นค่ารอ้ ยละ ซ่ึงไดว้ ัดระดับความคิดเหน็ และความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ โครงการจะปรากฏดงั นี้
สรปุ ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลความพึงพอใจ โครงการ ศูนย์ฝึกอาชพี ชมุ ชน หลกั สูตรพัฒนาอาชพี วิชา
การทำแจง่ บองสมนุ ไพร ตอนท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไป
รายการข้อมลู พืน้ ฐาน จำนวน รอ้ ยละ
(ƒ) (%)
1.เพศ
1.1 ชาย 00
1.2 หญิง 7 100.00
รวม 7 100.00
2.อายุ
2.1 ตำ่ กวา่ 15 ปี 00
2.2 อายุ 15 – 39 ปี 00
2.3 อายุ 40 – 59 ปี 5 80.00
2.4 อายุ 60 ปขี ึน้ ไป 2 20.00
รวม 7 100.00
3.ระดับการศกึ ษา 3 42.86
3.1 ป.4 2 28.57
3.2 ป.6 2 28.57
3.3 ม.ต้น 00
3.4 ม.ปลาย 00
3.5 ปวช. 00
3.6 ปวส. 00
3.7 ปริญญาตรี 00
3.8 อนื่ ๆ
รวม 7 100.00
4.อาชพี 00
4.1 ผู้นำท้องถนิ่ 00
4.2 อบต/เทศบาล 00
4.3 พนกั งานรฐั วสิ าหกจิ 00
4.4 ทหารกองประจำการ 7 100
00
4.5 เกษตรกร 00
4.6 รบั ราชการ 00
4.7 ค้าขาย
4.8 รบั จา้ ง
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 27
สรุปผลโครงการ ศนู ยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน กลุม่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
4.9 อสม. 00
4.10 แรงงานตา่ งด้าว 00
4.11 ว่างงาน 00
4.12 อนื่ ๆ 00
รวม 7 100.00
จากตาราง ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ความพึงพอใจของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน
หลักสตู รพัฒนาอาชีพ วิชา การแปรรปู กลว้ ย ผลการวิเคราะหป์ รากฏว่า ผเู้ ข้าร่วมโครงการ 7 คน
เป็นเพศหญิง จำนวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.00 ดา้ นอายุ อายุ 40-59 ปี จำนวน 5 คน
คิดเปน็ ร้อยละ 80.00 อายุ 60 ปี ข้นึ ไป จำนวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 80.00 ระดบั การศึกษา ป.4
จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 42.86
ป.6 จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 28.57 ม.3 จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 28.57 ด้านอาชีพ
เกษตรกร จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 100
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หน้า 28
สรุปผลโครงการ ศนู ยฝ์ ึกอาชพี ชมุ ชน กลุม่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมุนไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
สรุปผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ความพึงพอใจ โครงการ ศูนย์ฝกึ อาชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนาอาชีพ วิชา
การทำแจ่งบองสมุนไพร
ตอนที่ 2 ความพงึ พอใจในการให้บรกิ าร
ตารางที่ 2.1 จดุ ม่งุ หมาย/เนอ้ื หาหลกั สูตร
ขอ้ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดบั ความพึงพอใจ/จำนวน หมายเ
มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย หตุ
ตอนที่ ๑ ความพึงพอใจด้านเนอ้ื หา ท่สี ุ กลาง ทสี่ ุด
1 เนอื้ หาตรงตามความต้องการ ด
2 เนื้อหาเพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ
3 เนือ้ หาปจั จบุ นั ทนั สมัย 91
4 เนอ้ื หามปี ระโยชนต์ ่อการนำไปใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต 82
ตอนที่ ๒ ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 10
5 การเตรยี มความพร้อมกอ่ นอบรม 10
6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์
7 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา 82
8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย 10
9 วธิ กี ารวดั ผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ 10
ตอนที่ ๓ ความพึงพอใจต่อวทิ ยากร 82
1 วทิ ยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องทถ่ี า่ ยทอด 10
0
1 วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้ส่อื เหมาะสม 10
1
1 วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนรว่ มและซักถาม 91
2
ตอนท่ี ๔ ความพงึ พอใจดา้ นการอำนวยความสะดวก 10
1 สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสง่ิ อำนวยความสะดวก
3 91
1 การสอ่ื สาร การสรา้ งบรรยากาศเพอ่ื ใหเ้ กิดการเรียนรู้
4 10
1 การบรกิ าร การชว่ ยเหลอื และการแกป้ ญั หา
5 82
สรปุ ความคิดเห็นและความพงึ พอใจของผู้รบั บรกิ าร โครงการศูนย์ฝกึ อาชพี ชมุ ชน หลักสูตรพฒั นาอาชพี
วชิ า การทำแจ่งบองสมนุ ไพร สรปุ ได้ดังนี้
ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจดา้ นเนอ้ื หา
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 29
สรุปผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชมุ ชน กลุม่ สนใจ วิชา การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
ผตู้ อบแบบสอบถามมคี วามพึงพอใจด้านเนอ้ื หา ดังน้ี
เนือ้ หามปี ระโยชน์ตอ่ การนำไปใชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ตอบมากทีส่ ดุ ร้อยละ 100
เนื้อหาปัจจุบนั ทนั สมยั ตอบดมี ากที่สดุ ร้อยละ 100 เนอื้ หาตรงตามความต้องการ ตอบมากท่ีสดุ รอ้ ยละ
90.00 ตอบมาก ร้อยละ 10.00 เนอ้ื หาเพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ ตอบมากท่สี ุด คดิ เป็นร้อยละ 80.00
ตอบดรี อ้ ยละ 20.00
ตอนที่ 2 ความพงึ พอใจดา้ นการจัดกิจกรรมการอบรม
ผ้ตู อบแบบสอบถามมคี วามพึงพอใจด้าน วทิ ยากรมคี วามรูค้ วามสามารถในเร่อื งทถ่ี า่ ยทอด
การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา ตอบดมี ากท่ีสุด รอ้ ยละ 100 วิธีการวดั ผล
ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ ตอบดีมากท่ีสดุ ร้อยละ 100 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา
ตอบมากท่ีสดุ คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 การเตรยี มความพร้อมกอ่ นอบรม ตอบมากท่สี ุด คดิ เปน็ ร้อยละ 80.00
ตอบมาก คิดเปน็ รอ้ ยละ 20.00 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกับกล่มุ เป้าหมาย คิดเป็นร้อยละ 80.00
ตอบมาก คิดเป็นร้อยละ 20.00 ตามลำดับ
ตอนที่ 3 ความพงึ พอใจต่อวิทยากร
ผูต้ อบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจด้านวิทยากรมีความรคู้ วามสามารถในเร่อื งที่ถา่ ยทอด
ตอบดีมากท่ีสุด รอ้ ยละ 100 วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ ีสว่ นร่วมและซกั ถาม ตอบดมี ากท่สี ดุ รอ้ ยละ 100
วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สอื่ เหมาะสม ตอบดีมากร้อยละ 90.00 และตอบดีรอ้ ยละ 10.00
ตอนท่ี 4 ความพงึ พอใจด้านการอำนวยความสะดวก
ผู้ตอบแบบสอบถามมคี วามพึงพอใจด้านการส่ือสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อใหเ้ กิดการเรียนรู้
ตอบมากท่ีสดุ รอ้ ยละ 100 สถานที่ วสั ดุ อุปกรณแ์ ละส่งิ อำนวยความสะดวก ตอบดมี ากร้อยละ 90.00
และตอบมากร้อยละ 10.00 การบริการ การช่วยเหลอื และการแก้ปญั หา ตอบมากท่ีสุด รอ้ ยละ 80.00
ตอบมาก คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 ตามลำดับ
กศน.ตำบลบ้านโคก ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 30
สรุปผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชพี ชมุ ชน กลุ่มสนใจ วิชา การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ช่วั โมง
บทท่ี 5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
การดำเนนิ งานโครงการ ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชมุ ชน หลักสตู รพฒั นาอาชีพ กลุม่ สนใจ วิชา
การแจ่วบองสมนุ ไพร สรุปผลการดำเนินงานไดด้ ังน้ี
วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ
1.เพื่อให้ประชาชนมีความรูแ้ ละทกั ษะในการประกอบอาชีพ สามารถสรา้ งรายได้ที่มั่นคง มงั่ คัง่
2.เพอ่ื ใช้ในการตดั สินใจประกอบอาชพี ให้สอดคล้องกบั ศักยภาพของตนเอง ชมุ ชน สงั คม
และส่ิงแวดล้อมอย่างมคี ุณธรรมจรยิ ธรรม
3.เพ่อื ให้ประชาชนมีโครงการประกอบอาชีพเพ่อื ใช้เป็นแนวทางในการพฒั นาอาชพี ของตนเอง
ขอบเขตของโครงการ
1. ด้านเนอื้ หา
โครงการนี้มงุ่ ใหผ้ ูเ้ รียนกลมุ่ เป้าหมายที่เขา้ รับการอบรมสามารถนำความรู้ ทักษะ
และประสบการณ์การเรียนรู้ตา่ งๆ ไปใช้ในการประกอบอาชพี ทเ่ี ปน็ การเขา้ ส่อู าชีพ
สร้างงาน สรา้ งรายได้ หรอื พัฒนาอาชพี หรอื ตอ่ ยอดอาชพี เดมิ
2. ด้านระยะเวลา ระยะเวลาในการดำเนินงาน วนั ที่ 23 มถิ ุนายน 25654 ถงึ 24
มถิ นุ ายน 2565 ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 14 ตำบลบา้ นโคก อำเภอสวุ รรณคูหา
จงั หวัดหนองบวั ลำภู
3. ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชาชนตำบลบ้านโคก จำนวน 7 คน
ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รบั
- ประชาชนตำบลบ้านโคกกล่มุ เป้าหมายมอี าชีพใหมม่ ีการพัฒนาต่อยอดอาชพี เดิม
เพิม่ ทักษะการเป็นผ้ปู ระกอบการ มีรายได้ มงี านทำ มคี วามมนั่ คง ยง่ั ยืน
- เพ่ือให้ผเู้ ขา้ รบั การอบรมสามารถนำความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์การเรียนรตู้ ่างๆ
ไปใช้ในการประกอบอาชพี ทเ่ี ปน็ การเข้าสู่อาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรอื พัฒนาอาชีพ
หรือต่อยอดอาชีพเดมิ
ตัวชว้ี ัด
ตวั ชีว้ ดั ผลผลิต
รอ้ ยละ ๘๐ ของประชาชน ตำบลบา้ นโคก ทเ่ี ขา้ ร่วมโครงการมีอาชพี มงี านทำ มีรายไดท้ ่มี ัน่ คงยิ่งข้นึ
ตัวช้ีวดั ผลลพั ธ์
ประชาชนตำบลบา้ นโคก ทเ่ี ข้าร่วมโครงการมคี วามรู้ ทักษะ และประสบการณ์การเรยี นรู้ต่างๆ
ไปใช้ในการประกอบอาชพี ทเ่ี ปน็ การเข้าสู่อาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรอื พฒั นาอาชพี
หรือตอ่ ยอดอาชพี เดมิ
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หน้า 31
สรุปผลโครงการ ศูนยฝ์ ึกอาชีพชมุ ชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชวั่ โมง
ผลการดำเนินโครงการ
ประชาชนตำบลบ้านโคก ท่เี ข้ารว่ มโครงการ ศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชน หลักสตู รพัฒนาอาชีพ
การทำแจว่ บองสมุนไพร มคี วามพอใจในการจดั กิจกรรมในระดบั ดีขน้ึ ไป รอ้ ยละ 100
และประชาชนทีเ่ ข้ารว่ มกิจกรรมสามารถนำความร้ทู ี่ได้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
ปัญหา-อปุ สรรค
- ไม่มี
แนวทางแก้ไขปญั หา
- ไม่มี
ข้อเสนอแนะ
ผเู้ รียนอยากทำอาหารขนมที่หลากหลายกวา่ น้ี
(กรณที ี่มีการจดั โครงการในปงี บประมาณต่อไป)
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 32
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
ภาคผนวก
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 33
สรุปผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชั่วโมง
ภาพประกอบกิจกรรมโครงการศูนย์ฝกึ อาชีพชุมชน
หลักสตู รพฒั นาอาชพี การทำแจ่วบองสมุนไพร
ดำเนนิ การระหว่างวนั ที่ 16 –17 สิงหาคม 2565
ณ ศาลาประชาคม หมู่ 14 บา้ นเพ็กทอง ตำบลบา้ นโคก อำเภอสวุ รรณคหู า
*****************************************************
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หนา้ 34
สรปุ ผลโครงการ ศูนยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชน กลุ่มสนใจ วชิ า การทำแจ่วบองสมนุ ไพร จำนวน 9 ชวั่ โมง
วิทยากรบรรยายขน้ั ตอนการทำและใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ปฏิบตั ดิ ้วยตวั เอง
กศน.ตำบลบา้ นโคก ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 35
สรปุ ผลโครงการ ศนู ย์ฝึกอาชีพชมุ ชน กลมุ่ สนใจ วชิ า การทำแจว่ บองสมุนไพร จำนวน 9 ช่ัวโมง
กศน.ตำบลบ้านโคก ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอสุวรรณคูหา หน้า 36