The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทเรียนความสำเร็จศูนย์เรียนรู้ "โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน"

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Cdd Nanoi Nan, 2023-09-06 21:01:01

บทเรียนความสำเร็จศูนย์เรียนรู้ "โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน""

บทเรียนความสำเร็จศูนย์เรียนรู้ "โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน"

1 ค ำน ำ กรมกำรพัฒนำชุมชน กระทรวงมหำดไทย มีแจ้งให้อ ำเภอด ำเนินกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำพื้นที่ ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” ตำมหลักปรัชญำของ เศรษฐกิจพอเพียง ระดับต ำบลและระดับครัวเร ือนตำมโครงกำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตตำม หลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” และศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ “โคก หนอง นำ” ตำม โครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง สอดคล้องกับกรอบแนวคิด “ก้ำวต่อไป โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน” อ ำเภอนำน้อย จังหวัดน่ำน ได้พิจำรณำคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบที่มีผลกำรด ำเนินงำนที่โดดเด่น และมีผลส ำเร็จกำรด ำเนินงำนอย่ำงเป็นรูปธรรม จ ำนวน 1 แปลง ได้แก่ ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นำ พัฒนำ ชุมชน” (สวนศักดิ์ดุลย์) ตั้งอยู่พื้นทบี่้ำนพืชเจรญิหมู่ที่1 ต ำบลน ้ ำตก อ ำเภอนำน้อย จงัหวัดน่ำน เอกสำรสรุปผลกำรด ำเนินงำนฉบับนี้จัดท ำขึ้นเพื่อถอดบทเร ียนควำมส ำเร็จกำรพัฒนำคุณภำพ ชีวิตตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน” (สวน ศักดิ์ดุลย์) ตั้งอยู่พื้นทบี่้ำนพืชเจรญิหมู่ที่1 ต ำบลน ้ ำตก อ ำเภอนำน้อย จงัหวัดน่ำน ซึ่งทำงคณะผู้จัดท ำหวังเป็น อย่ำงยิ่งว่ำเอกสำรฉบับนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจที่จะน ำแนวทำงกำรพัฒนำงำน พัฒนำชุมชนไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ส ำนักงำนพัฒนำชุมชนอ ำเภอนำน้อย กันยำยน 2566


2 สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ สำรบัญ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน” 1 ส่วนที่ 2 กระบวนกำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” 3 2.1 ควำมเป็นมำ 3 2.2 วัตถุประสงค์ 4 2.3 ขั้นตอนกำรด ำเนินงำน 4 2.4 แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 5 2.5 กำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” 13 2.6 กำรพัฒนำพื้นที่ตำมแนวทำงโคก หนอง นำ วิถีน่ำนพอเพียงสู่ควำมยั่งยืน 21 ส่วนที่ 3 สรุปผลกำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” 27 3.1 ข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นและแนวทำงกำรแก้ไข 27 3.2 ผลส ำเร็จของกำรพัฒนำต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตตำมหลัก ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” 27 3.3 ปัจจัยสู่ควำมส ำเร็จและปัจจัยส ำคัญเสร ิมสร้ำงให้ก้ำวต่อไปได้อย่ำงต่อเนื่อง 28 3.4 ข้อเสนอแนะ 30 ภำคผนวก กำรประชำสัมพันธ์ผ่ำน Facebook fanpage : สวนศักดิ์ดุลย์ กำรประชำสัมพันธ์ผ่ำนสื่อออนไลน์ Youtube KM ตำมรอยเท้ำพ่ออย่ำงพอเพียง คนนำน้อยจึงอยู่อย่ำงเพียงพอ


1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ได้พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตาม หลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ที่ประสบผลส าเร็จและมีผลการด าเนินงานที่โดดเด่น จ านวน 1 แปลง สามารถสรุปข้อมูล ดังนี้ ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” (สวนศักดิ์ดุลย์) แปลงของ นายศักดิ์ดุลย์ค าสิทธิ บ้านพืชเจร ิญ หมู่ที่ 1 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” (สวนศักดิ์ดุลย์) แปลงของ นายศักดิ์ดุลย์ค าสิทธิ ตั้งอยู่ ณ บ้านพืชเจร ิญ หมู่ที่ 1 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ระยะห่างจากตัวจังหวัดน่าน 60 กิโลเมตร และห่างจากตัวอ าเภอนาน้อย 16 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านพืชมงคล หมู่ที่ 7 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านนาราบ หมู่ที่ 1 ต าบลนาน้อย อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บ้านขัวก้อม หมู่ที่ 2 ต าบลศร ีษะเกษ อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านน้าพุ หมู่ที่ 2 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน นับจากวันเรม่ิต้นจนมาถึงปัจจุบัน ได้ปรากฏผลความส าเร็จในการสร้างความอยู่ดีมีสุขทั้งด้าน การด าเนินชวีติและการประกอบอาชีพ ดั่งเชน่นายศักดิ์ดุลย์ค าสิทธ ิ์ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรร ที่ดินท ากินตามเอกสารสิทธิ์ส.ป.ก. จ านวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่ ชีวิตของเกษตรกรผู้นี้ได้พลิก เปลี่ยน จากเดิมที่เน้นการท าเกษตรเชิงเดี่ยว โดยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหลักและประสบปัญหาผลผลิต ได้น้อย ไม่คุ้มกับการลงทุน และยังพบมีปัญหาอีกหลายอย่าง เช่น สภาพดินเสื่อมโทรม ขาดแคลนน้า และที่ 1.1 ชื่อศูนย์เร ียนรู้ 1.2 ที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อ 1.3 จุดเรม่ิต้นการเข้ารว่มโครงการ


2 ส าคัญการใช้สารเคมีต่อมาได้เข้าร่วมโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชด าร ิจังหวัดน่าน โครงการ ของ ส.ป.ก. และในปี 2564 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชนตามโครงการพัฒนา หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรม การพัฒนาศูนย์เร ียนรู้รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ ซึ่งจะเห็นว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเกษตรกรต้นแบบผู้นี้บอกว่า องค์ความรู้ต่าง ๆ รวมถึง แนวทางการพัฒนาตามพระราชด าร ิและหลักการทรงงานของของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้ถูกน ามาใช้เป็นหลัก ของชีวิต ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการท าเกษตรจากเกษตรเชิงเดี่ยว มาเป็นเกษตรผสมผสาน ภายใต้หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เน้นการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกิจกรรมการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้ง การเลี้ยงหมูป่า เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ผล เช่น แก้วมังกร มะละกอ ฝรั่ง กล้วย สับปะรด และปลูกผักสวนครัว คะน้า ผักกาด ผักหวานป่า ฯลฯ ส่งผลให้มีอาหารเพียงพอต่อการบร ิโภคและจ าหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมีรายได้ถึงปีละ 500,000 บาท เกิดความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน นายศักดิ์ดุลย์ค าสิทธิเป็นผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนที่มีความพรอ้มที่จะถ่ายทอดแนวคิด แนวทางปฏิบัติและการเร ียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีแบบลงมือท าจร ิง ซึ่งจะเน้นกับทุกคนเสมอว่า ใจต้องมา ก่อน ขั้นตอนต่อไปคือ การศึกษา ที่ต้องมีการทดลองด้วยตัวเอง เช่น การปลูกผักหวานป่า ได้มีการลองท ามา 7 ปีถึงจะประสบผลส าเร็จ ส าหรบัหลักการท าเกษตรผสมผสาน นายศักดิ์ดุลได้ให้ข้อแนะน าว่า หลักการ ส าคัญคือต้องปลูกหลาย ๆ อย่างไม่ใช่ปลูกอย่างเดียว ต้องท าให้มีรายได้หมุนเวียนทุกวัน อีกทั้งการจัดแปลง ปลูกพืชหร ือท ากิจกรรมเกษตรอื่น ๆ มีข้อแนะน าให้แบ่งเป็นโซน ในรูปแบบของการปลูกไม้ 3 ระดับ คือ มี เตี้ย มีกลาง แล้วมีสูง อย่างไม้ต้นสูง เช่น ปลูกไม้ผล อย่าง มะขาม กระท้อน มะพร้าว ชั้นกลางเน้นปลูก ไม้ล้มลุก เช่น พร ิก มะเขือ กระเจี๊ยบ ส่วนไม้ประเภทเตี้ย เน้นเป็นพืชผักต่าง ๆ เช่น ผักชี ผักสลัดกร ีนโอ๊ค ต้นหอม ผักหวาน ผักกูด เป็นต้น แผนที่ จุดเร ียนรู้ของศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” (สวนศักดิ์ดุลย์)


3 ส่วนที่ 2 กระบวนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรง พระราชทานพระราชด าร ิ“ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และทฤษฎีใหม่มากกว่า ๔๐ ทฤษฎี เพื่อเป็น แนวทางการด าเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยให้มีแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตและสามารถ ด ารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ สามารถบร ิหาร จัดการที่ดิน เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตอย่างยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระ ปฐมบรมราชโองการพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยความว่า“ เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอดและครอง แผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระราชปณิธานที่จะสืบสานรักษาและต่อยอด แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้เกิดความสุข สดใส ด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่ง น้าใจและความหวัง” โดยภาพวาดฝีพระหัตถ์แบ่งเป็น ๓ แบบ ประกอบด้วย แบบที่ ๑ เกษตรกรก าลังช่วยกัน ร่วมมือร่วมใจ ปั้ นโคก สร้างหนองและท านา โดยได้น้อมน าโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแบบอย่าง พร้อมพระราชทาน ข้อความว่า “ โคกหนองนาแห่งน้าใจและความหวัง” “งานเสรจ็เป็นรูปธรรม นามธรรมอิ่มเอิบ สบายใจ” แบบที่ ๒ เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์พืชผลทางการเกษตรที่ได้ลงกล้าเพาะปลูกผลิดอกออกผลเบ่งบานอย่างสดใส พร้อมพระราชทานข้อความว่า“ โคกหนองนากับความสุขสดใส”“We are farmers together” และแบบที่ ๓ เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ความเขียวขจีสดใสของธรรมชาติและพระราชทานข้อความว่า “เรารักธรรมชาติ เราสร้างสรรค์ในงานเกษตร โคกหนองนา เพื่อความอุดมสมบูรณ์และความสดใสทั้งกายและใจ Happy farmers” โดยทรงลงพระปรมาภิไธยในภาพวาดฝีพระหัตถ์ในวันที่ ๑๕,๑๗ และ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ ตามล าดับและ เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๓ ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตร ี (Prime Minister Operation Center: PMOC) ได้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงลงพระปรมาภิไธย ๓ กันยายน ๒๕๖๓ พร้อมข้อความ “ความสดใส สดชื่น ของโคกหนองนา” และ “ความสุขและอบอุ่นในบ้านบนโคก หนอง นา” เพื่อเป็น ก าลังใจให้แก่พสกนิกรชาวไทยและข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ด้วยน้อมส านึกใน พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ทรงพระราชทานความห่วงใย ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรทั่วหล้า ดังพระอัจฉร ิยะภาพและ พระจร ิยาวัตรที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมน าแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชนบท ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความสุข ด าเนินชีวิตอย่าง พอเพียง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สมดุล ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน จึงได้ท าโครงการการพัฒนาศูนย์เร ียนรู้ทฤษฎี ใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ขึ้น เพื่อให้เกิดกระบวนการเร ียนรู้ การมีส่วนร่วม การพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถบร ิหารจัดการตนเองและชุมชนให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน และสร้างพื้นที่แหล่งเร ียนรู้ให้กับ ประชาชนในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” 2.1 ความเป็นมา


4 เพื่อสร้างและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเร ียนรู้ให้กับประชาชนในรูปแบบ "โคก หนอง นา โมเดล" ระดับหมู่บ้าน 1) สนับสนุนครัวเร ือนเป้าหมาย “โคก หนอง นา โมเดล” ในการวางแผนและออกแบบแปลน พื้นที่ของตัวเองตามภูมิสังคม ร่วมกับภาคีเคร ือข่าย ช่างผู้ออกแบบในพื้นที่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 2) สนับสนุนงบประมาณส าหรับการปรับปรุงพื้นที่เร ียนรู้ชุมชนตามจ านวนพื้นที่ที่ได้รับการ จัดสรร โดยด าเนินการตามรูปแบบ ได้แก่ งานครุภัณฑ์ปรับปรุงพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล ขนาด 3 ไร่ ประกอบด้วย งานปรับปรุงพื้นที่ ปร ิมาตรดินขุด จ านวน 4,000 ลูกบาศก์เมตรและจัดซื้อพันธุ์พืชและพันธุ์ สัตว์ ตามความต้องการของครัวเร ือนที่เข้าร่วมโครงการฯ 3) ด าเนินการปรับปรุงพื้นที่เป้าหมาย และพัฒนาสภาพแวดล้อม ให้เป็นแหล่งเร ียนรู้ รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” 4) พัฒนาพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้งาน ด้วยการน าศาสตร์พระราชาและปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและทฤษฎีใหม่ด้านการฟื้ นฟูดิน ด้านการบร ิหารจัดการน้า ด้านการใช้ประโยชน์ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เช่น การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ 5) ส่งเสร ิมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์เร ียนรู้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน กิจกรรมในพื้นที่เร ียนรู้ให้เกิดความต่อเนื่อง ร่วมกับภาคีเคร ือข่ายการพัฒนา ให้เป็นแหล่งเร ียนรู้ร่วมกันของ คนในชุมชนและนอกชุมชน 6) ส่งเสร ิมและสนับสนุนการเร ียนรู้ร่วมกันของผู้แทนครอบครัวพัฒนา 30 ครัวเร ือน/ครัวเร ือนอื่น ที่สนใจ กลุ่มองค์กรชุมชน/เคร ือข่ายชุมชน และหน่ายงานภาคีอื่น ๆ เชื่อมโยงกับพื้นที่ครัวเร ือนเป้าหมายพัฒนา พื้นที่เป็นแหล่งเร ียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” ด้วยการร่วมเร ียนรู้สู่การปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมเอามื้อสามัคคี 7) สนับสนุนการด าเนินกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ การแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ และสาธิตการใช้ ชีวิต เศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่แหล่งเร ียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้เป็นศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สามารถให้บร ิการประชาชนได้ ภาพ การออกแบบและพัฒนาพื้นที่ 2.2 วัตถุประสงค์ 2.3 ขั้นตอนการด าเนินงาน


5 การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ขับเคลื่อนโดยใช้แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.4.1 ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” พระราชด ารัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ สวนสมเด็จพระศร ีนคร ินทราบรมราชชนนี จังหวัดเพชรบุร ีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 “…ทฤษฎีใหม่ยืดหยุ่นได้และต้องยืดหยุ่นเหมือนชีวิตของเราทุกคนต้องมียืดหยุ่น…” การบร ิหารจัดการน้าแบบทฤษฎีใหม่ คือ การสร้างพื้นที่รองรับน้าในพื้นที่ของตนเองเพื่อ ใช้ในการเกษตร โดยไม่ต้องรอน้าตามฤดูกาลจากเขื่อน/อ่างเก็บน้า ด้วยการยอมปรับพื้นที่ท าการเกษตร 20 – 30% สร้างเป็นพื้นที่รองรับน้า จะท าให้มีน้าเพียงพอต่อการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง ที่เร ียกพื้นที่ รองรับน้าเป็นภาษาทั่วไปว่า ขุดสระน้า ขุดหนองน้า ท าโคก สร้างฝาย ขุดคลองไส้ไก่ และสามารถปั้ น/สร้าง คันนาให้มีขนาดใหญ่ เพื่อปลูกพืช ผักเกษตรอื่น ๆ ไว้รับประทานได้ ประโยชน์ของทฤษฎีใหม่ ได้แก่ การสร้างคันนา ช่วยกั้นน้าหลาก ไม่ให้ไหลท่วมในพื้นที่ เกษตร คันนาที่สูงท าให้มีน้าขังในนามาก ปลาและสัตว์น้าก็ได้มาอาศัย ข้าวจะโตไว้และงอกงามจากปุ๋ย ธรรมชาติ คือขี้ปลา เมื่อมีปลามีสัตว์น้าอาศัยก็จะช่วยกันดูแลพืชคอยกินแมลง และวัชพืชที่ก่อกวนต้นข้าว ในนา ช่วยประหยัดยาฆ่าแมลง และฆ่าหญ้า ท าให้สุขภาพดีมีพืช ผัก ปลอดสารพิษไว้รับประทานในครอบครัว “โคก หนอง นา โมเดล” คือ การท าเกษตรกรรมที่ถูกพัฒนาจากบรรพบุรุษ โดยการ ปรับเปลี่ยนจากฐาน จากดิน จากอารยธรรม จากบร ิบทของพื้นที่ จากวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ซึ่งเป็นการ พัฒนาแบบไม่มีทสี่ิ้นสุด โดย “โคก หนอง นา โมเดล” แบ่งเป็น 3 ระดับ 1) ศาสตร์พระราชา : ปรัชญา 2) ทฤษฎีบันได 9 ขั้น 3) การปฏิบัติ เกษตรทฤษฎีใหม่ : หลักการออกแบบพื้นที่ด้วยภูมิสังคม กล่าวคือ ภูมิคือ กายภาพ ดิน น้า ลม ไฟ และค าว่า สังคม คือ วัฒนธรรม ความเชื่อ ภูมิปัญญา จะเห็นได้ว่าสังคม ส าคัญกว่า ภูมิ ฉะนั้นจะต้อง ออกแบบตามคนอยู่ (วัฒนธรรมการกิน การอยู่ที่แตกต่างกัน ความต้องการน้าของพืช ผัก ก็ต่างกัน) หลักการออกแบบพื้นที่ด้วยภูมิสังคม ต้องรู้จัก ดิน น้า ลม ไฟ และคน กล่าวคือ รู้จักดิน รู้ลักษณะของดินและรู้วิธีปรับปรุงดิน รู้จักรักษาน้า(ฝน)จากธรรมชาติ การรู้จักทางน้าเข้าออก เพื่อวาง ต าแหน่งของหนองน้าที่เหมาะสม เตร ียมพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์จากทิศทางลม ส ารวจทิศทางของดวงอาทิตย์ ในแต่ละฤดู เพื่อใช้ประโยชน์จากแสงแดด และหัวใจส าคัญ คือ ความต้องการของ คน ออกแบบตามความ ต้องการและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคน ออกแบบให้ได้ตามภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ การวาง “โคก” ไว้ ตรงไหนของที่ดิน ขุดหนองมาถมท า “โคก” และโคกควรอยู่ทางทิศตะวันตก บน “โคก” ให้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์4 อย่าง ควรปลูกไม้ 5 ระดับ ไม้สูง ไม้กลาง ไม้เตี้ย เร ี่ยดิน และพืชหัว การเก็บน้าด้วย โคก หนอง นา โมเดล คือ การเก็บน้าจากธรรมชาติ(น้าฝน)ไว้ใช้ประโยชน์ใน รูปแบบต่าง ๆ 1) โคก การเก็บน้าบนโคก โดยการเอาดินที่ขุดหนองมาถมเป็นโคก การเก็บน้าคือ เก็บไว้บนดินในระบบรากของต้นไม้ การปลูกต้นไม้บนโคก ควรปลูกไม้ 5 ระดับ (ไม้ระดับสูง ไม้ชั้นกลาง ไม้ชั้น เตี้ย ไม้เร ี่ยดิน และพืชหัว) ไม่น้อยกว่า 21 ชนิด และน้าที่ถูกเก็บไว้จะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับดิน ถือเป็น การปลูกต้นไม้ตามแนวทางศาสตร์พระราชา คือ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ไม้ 3 อย่าง ได้แก่ ไม้ใช้สอย 2.4 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง


6 คือ ไม้โตเร็ว ส าหรับใช้ในครัวเร ือน เช่น สะเดา, ไผ่ ,กระถิน, ไม้กินได้เช่น มะม่วง ผักกินใบต่างๆ และไม้ เศรษฐกิจ ได้แก่ ไม้ที่ปลูกเพื่อจ าหน่าย เช่น ไม้สัก เป็นต้น ประโยชน์ 4 อย่างคือ พอกิน คือ มีผัก มีอาหารไว้ กิน พออยู่ คือ สามารถตัดไม้ไปสร้างบ้าน ท าที่อยู่ได้ พอใช้ คือ มีไว้ใช้สอยในครัวเร ือน ใช้เป็นยาและสมุนไพร ใช้เป็นฟืน เป็นเคร ื่องมือใช้ สอยในบ้าน พอร่มเย็น มีความสมบูรณ์ และความสุข 2) หนอง การขุดหนองน้า ต้องค านึงถึงปร ิมาณน้าฝน และขนาดของพื้นที่และต้อง ขุดให้มีระดับตื้นลึกแตกต่างกัน มีการค านวณปร ิมาตรน้าเพื่อให้เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ 3) นา การเก็บน้าในนา ท าได้ด้วยการยกหัวคันนาขึ้นสูง นาที่ท าก็เป็นนาน้าลึก ท า ให้มีผลผลิตดี บนหัวคันนาสามารถปลูกพืชผักสวนครัวน าไปขายได้ เปร ียบเสมือนมีหัวคันนาทองค า 4) คลองไส้ไก่ คือล าคลองเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวไปมาอยู่ในพื้นที่ เป็นการจัดการน้าเพื่อให้น้า เดินทางในพื้นที่เกษตรอย่างทั่วถึง และถ้ามีบ่อพักเป็นระยะจะท าให้น้าซึมได้อย่างทั่วถึง เป็นการลดภาระการรดน้า 5) ฝายชะลอน้า สร้างขึ้นเพื่อดักตะกอนจากคลองไส้ไก่ หร ือทางน้าต่าง ๆ ฝายจะ ช่วยลดความแรงของน้าและตะกอน และน าตะกอนที่ได้มาท าปุ๋ยหมักได้อีกด้วย ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางที่ใช้ ล าดับขั้นเพื่อเดินตามไปทีละขั้น ค่อย ๆ ก้าวไปแบบยั้งยืนและมั่นคง ซึ่งหากใครท าตามได้ รับรองว่าไม่มีจน แน่นอน โดยแต่ละขั้นสรุปได้ ดังนี้ แผนภาพ แสดงทฤษฎีบันได 9 ขั้น แหล่งที่มา : ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”. กรมการพัฒนาชุมชน. กระทรวงมหาดไทย.2564. บันไดขั้นที่ 1 - 4 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน * ขั้นที่ 1 พอกิน พื้นฐานที่สุดของมนุษย์ คือ ความต้องการปัจจัย 4 และประการส าคัญ ที่สุดของปัจจัย 4 คือ อาหาร ขั้นที่ 1 ของแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือ ตอบค าถามให้ได้ว่า “ท าอย่างไรจึงจะ พอกิน” โดยให้ความส าคัญกับ ข้าวปลาอาหาร ไม่ให้ความส าคัญกับเงิน ซึ่งเป็นเพียงแค่ “ตัวกลาง” ในการ แลกเปลี่ยนตามมาตรฐานสากล โดยยึดหลักว่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจร ิง”เกษตรกรต้องเรม่ิ


7 จากการอยู่ให้ได้โดยไม่ใช้เงิน มีอาหารพอมี พอกิน ด้วยการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ให้พอกิน ชาวนาต้องเก็บข้าวไว้ ให้เพียงพอส าหรับการมีกินทั้งปี ไม่ขายข้าวเปลือกเพื่อน าเงินไปซื้อข้าวสาร นอกจากนั้นหัวใจส าคัญของ “พอกิน” ยังมีความหมายรวมไปถึงความปลอดภัยในอาหาร กินอย่างไรให้มีสุขภาพดี ไม่สะสมเอาความเจ็บไข้ ได้ป่วยไว้ในร่างกาย นี่คือความหมายของบันไดขั้นที่ ๑ ที่เกษตรกรต้องก้าวข้ามให้ได้ * ขั้นที่ 2 - 4 พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น เกิดขึ้นได้พร้อมกัน ด้วยค าตอบเดียว คือ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ซึ่งป่า 3 อย่างจะให้ทั้ง อาหาร เคร ื่องนุ่งห่ม สมุนไพรส าหรับรักษาโรค ทั้งโรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ให้ไม้ส าหรับท าบ้านพักที่อยู่อาศัย และให้ความร่มเย็นกับบ้าน กับชุมชน กับโลกใบ นี้ ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทยซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหา ได้จร ิง และยังสามารถย้อนกลับไปแก้ไขปัญหาหนี้สินซึ่งสะสมพอกพูนจากการท าเกษตรเชิงเดี่ยว ปัญหา ความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ปัญหาความขาดแคลนน้า ภัยแล้ง ทั้งหมดล้วนแก้ไขได้จากแนวคิดป่า 3 อย่างประโยชน์4 อย่างของในหลวง รัชกาลที่ 9 บันไดขั้นที่ 5 - 9 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้า * ขั้นที่ 5 - 6 บุญและทาน เคร ือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อมั่นว่าสังคมไทยเป็นสังคม บุญ สังคมทาน ไม่เน้นการแลกเปลี่ยนทางการค้า แต่เน้นการท าบุญ ไม่เน้นการสะสมเป็นของส่วนตัว แต่เน้น การให้ทานและสะสมโดยมอบให้เป็นทรัพย์สินส่วนรวมโดยวัด หร ือศาสนสถานตามแต่ละศาสนาเป็น ศูนย์กลางเป็นการฝึกจิตใจ ให้ละซึ่งความโลภ และกิเลสในการอยากได้ ใคร่มี ลดปัญหาช่องว่างระหว่างชนชั้น ตามความหมายอันลึกซึ้งของค า “ยิ่งท ายิ่งได้ยิ่งให้ยิ่งมี” การให้ไปคือได้มา และเชอื่มั่นในฤทธขิ์องทาน ว่า ทานมีฤทธิ์จรงิและจะส่งผลกลับมาเป็นเพื่อน เป็นกัลยาณมิตร เป็นเครอืข่ายที่ช่วยเหลือกันในทุก สถานการณ์แม้ในวันที่โลกนี้ประสบกับวิกฤตการณ์ * ขั้นที่ 7 เก็บรักษา ขั้นต่อไปหลังจากสามารถพึ่งตนเองได้ พอมี พอเหลือท าบุญ ท า ทานแล้ว คือการรู้จักเก็บรักษา ซึ่งเป็นการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และการรู้จักเก็บรักษา ยังเป็นการสร้าง รากฐานของการเอาตัวรอดในเวลาเกิดวิกฤตการณ์ โดยยึดแนวทางตามวิถีชีวิตชาวนาสมัยก่อนซึ่งเก็บรักษา ข้าวไว้ในยุ้งฉางเพื่อ ให้พอมีกินข้ามปี คัดเลือกและเก็บรักษา “ข้าวพันธุ์” ไว้ส าหรับเป็นพันธุ์ข้าวในปีต่อไปซึ่ง ผิดกับวิถีชาวนาในปัจจุบันที่ใช้วิธีการขายข้าวทั้งหมด แล้วน าเงินที่ขายได้ไปซื้อพันธุ์ข้าวเพื่อปลูกในปีต่อไป ส่งผลให้เกิดการขาดความมั่นคงและเปร ียบเสมือนการใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางสาย ความประมาท เพราะหาก เกิดภัยแล้ง น้าท่วม ผลผลิตไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ย่อมหมายถึงปัญหาหนี้สินและการขาดแคลนพันธุ์ข้าวส าหรับ ปลูกในปีต่อไปนอกจากเก็บพันธุ์ข้าวแล้ว ยังเน้นให้รู้จักวิธีการถนอมอาหาร การสะสม อาหารไว้กินในยาม หน้าแล้ง ด้วยการแปรรูปอาหารหลากชนิด อาทิ ปลาร้า ปลาแห้ง มะขามเปียก พร ิกแห้ง หอม กระเทียม เพื่อ เก็บไว้กินในอนาคต * ขั้นที่ 8 ขาย เนื่องจากเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เศรษฐกิจการค้า แต่ก็ไม่ใช่เศรษฐกิจ หลังเขา การค้าขายสามารถท าได้ แต่ท าภายใต้การรู้จักตนเอง รู้จักพอประมาณ และท าไปตามล าดับ โดยของ ที่ขาย คือ ของที่เหลือจากทุกขั้นแล้วจึงน ามาขาย เช่น ท านาอินทร ีย์ ปลูกข้าวปลอดสารเคมี ไม่ท าลาย ธรรมชาติได้ผลผลิตเก็บไว้พอกิน เก็บไว้ท าพันธุ์ ท าบุญ ท าทาน แล้วจึงน ามาขายด้วยความรู้สึกของการ “ให้” อยากที่จะให้สิ่งดีๆ ที่เราปลูกเอง เผื่อแผ่ให้กับคนอื่นๆ ได้รบัสิ่งดีๆ นั้นๆ ด้วยการค้าขายตามแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นการค้าที่มองกลับด้าน “เพราะรกัคุณจงึอยากให้คุณได้รบัในสิ่งดีๆ” พอเพียงเพื่อ อุ้มชู เผื่อแผ่ แบ่งปัน ไปด้วยกัน * ขั้นที่ 9 เคร ือข่าย กองก าลังเกษตรโยธิน คือการสร้างกองก าลังเกษตรโยธิน หร ือการ สร้างเคร ือข่ายเชื่อมโยงทั้งประเทศ เพื่อขยายผลความส าเร็จตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิวัติ แนวคิด และวิถีการด าเนินชีวิตของคนในสังคม ในชุมชน เพื่อการแก้ปัญหาวิกฤต 4 ประการ อันได้แก่


8 วกิฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ภัยธรรมชาติวกิฤตการณ์โรคระบาดทั้งในคน สัตว์พืช วกิฤตเศรษฐกิจ ข้าวยาก หมากแพงวิกฤตความขัดแย้งทางสังคม กล่าวโดยสรุป “ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง” เป็นรูปแบบการด าเนินชีวิตและการท า การเกษตรที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้ให้ด าเนินการโดยใช้หลักปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงมา เป็นแนวคิดในการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในพื้นที่ที่เหมาะสม กล่าวคือเป็นพื้นฐานความคิดจาก การเกษตรผสมผสาน ผนวกกับการบร ิหารจัดการพื้นที่จ านวนน้อย การบร ิหารจัดการแหล่งน้า เพื่อให้เป็นการ ผลิตเพื่อยังชพีมีผลผลิตพอกินตลอดทั้งปีจนเมื่อผลผลิตเหลือแล้วจึงน าไปจ าหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ ครอบครัว นั่นคือเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน เมื่อก้าวข้ามขั้นพื้นฐานสู่ขั้นก้าวหน้าแล้วก็จะกล่าวถึงการ รวมกลุ่มกันของเกษตรกรเพื่อพัฒนาการผลิตสู่วิสาหกิจชุมชน และเพื่อการดูแลกันด้วยความเอื้อเฟื้ อเผื่อแผ่ แบ่งปัน ตลอดจนให้ความส าคัญกับการพัฒนาการศึกษาโดยชุมชน การพัฒนาสังคมและการอยู่ร่วมกันโดยมี ศาสนาเป็นศูนย์กลาง ก่อนขยายผลสู่ก้าวต่อไปด้วยการเสาะแสวงหาแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ ยกระดับคุณภาพชีวิต 2.4.2 แนวทางการด าเนินงาน “ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” กรมการพัฒนาชุมขน ได้ส่งเสร ิมการพัฒนาพื้นที่ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Community Lab Model for quality of life : CLM) ระดับต าบล และพัฒนาพื้นที่ครัวเร ือนต้นแบบการ พัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab Model for quality of life : HLM) ระดับครัวเร ือน ภายใต้ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นาโมเดล” เพื่อการจัดรูปแบบพื้นที่ในการอยู่อาศัย ให้พึ่งตนเอง อย่างพอเพียงในรูปแบบที่เร ียกว่า “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” องค์ประกอบส าคัญ ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ 1) โคก หมายถึง พื้นที่มีการถมดินและถมสูงกว่าปกติของแปลงตามความต้องการ ใน การใช้ประโยชน์และความเหมาะสมกับขนาดที่ดิน มีขนาดในช่วง ๒๐ – ๖๐ % ของพื้นที่ดินทั้งหมด ความสูง และความกว้าง ต าแหน่งที่ตั้งตามภูมิสังคมและการใช้งาน เช่น การป้องกันน้าท่วม คันนาทองค า ฯลฯ อาจใช้ ดินที่ได้จากการขุดหนองน้าในพื้นที่ เป็นพื้นที่จัดเตร ียมไว้ส าหรับ (๑.๑) ท าการเกษตรส าหรับปลูกพืช ชนิดต่างๆ ทั้งอายุสั้นและยืนต้นในรูปแบบ แปลง ปลูกพืชสวน เพื่อท าการเกษตรหร ือวนเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปลูกพืช ๕ ระดับ หร ือ ป่า 3 อย่างประโยชน์ ๔ อย่าง (๑.๒) สร้างที่อยู่อาศัย ทั้งชั่วคราวและถาวร (๑.๓) ท ากิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นโรงเร ือนเพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพและ สนับสนุนคุณภาพชีวิตครัวเร ือน เช่น โรงเลี้ยงสัตว์ ยุ้งฉาง โรงเก็บวัสดุเป็นต้น ๒) หนอง หมายถึง พื้นที่ในการใช้ประโยชน์ในการบร ิหารจัดการน้าเพื่อการกักเก็บน้า สร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ส าหรับพืชและสัตว์เลี้ยงให้เพียงพอตลอดทั้งปี มีลักษณะดังนี้ (๒.๑) รูปทรงอิสระหร ือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสมกับที่ดินตามการใช้ประโยชน์ ในการท าการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และความลึกที่เหมาะสมกับสภาพดิน ประเภทดิน บร ิบทพื้นที่และ ภูมิสังคม รวมทั้งสร้างรูปแบบการกระจายน้าสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ได้ (๒.๒) ขนาดที่เหมาะสมในการจัดสร้างหนองน้า ขนาดตามที่ครัวเร ือนค านวณ ปร ิมาณน้าใช้ได้เพียงพอ โดยเจ้าของแปลงหร ือผู้มีประสบการณ์การใช้น้าเพื่อประกอบอาชีพเกษตรในพื้นที่ เป็นผู้พิจารณา


9 ๓) นา หมายถึง พื้นที่ราบหร ือพื้นที่ว่างในรูปแบบต่าง ๆ สามารถส่งน้าสร้างความชุ่มชื้น เพื่อท าการเกษตรได้ ขนาดช่วง ๒0 - ๖0 % ของพื้นที่ทั้งหมดส าหรับการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรตามภูมิ สังคมและความต้องการของครัวเร ือนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ท านาข้าว ท าแปลงผัก พืชสมุนไพร แปลงไม้ดอก พืชไร่ พืชสวน หร ืออื่น ๆ ทั้งนี้ให้สามารถเป็นพื้นที่เร ียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Community Lab Model for Quality of Life : CLM) ระดับต าบล และเป็นพื้นที่ครัวเร ือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต (Household Lab Model for Quality of Life : HLM) ระดับครัวเร ือน ในการด าเนินวิถีชีวิต พึ่งตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเร ียนรู้ในการประกอบอาชีพด้าน ต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชสวน พืชไร่ หร ือการเลี้ยงสัตว์ หร ือใช้ภูมิปัญญาในการสร้างรายได้ เช่น งานฝีมือ การ แปรรูป การถนอมอาหาร ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม วิธีการปรับปรุงดิน การใช้พลังงานทดแทน เป็นต้น มี ข้อมูลทางวิชาการ เช่น ชุดความรู้ต่าง ๆ ในการแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ มีจุดเร ียนรู้หร ือฐานเร ียนรู้หร ือสถานที่ ส าหรับการจัดการเร ียนการสอนความรู้แก่ผู้สนใจตามศักยภาพของพื้นที่และสถานที่ ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน เป็นศูนย์เร ียนรู้เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพ ชีวิตของคนทุกช่วงวัยด้วยการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักทฤษฎีใหม่ด้านการแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้า ป่า อย่างเป็นระบบ มาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นสถานที่เสร ิมสร้างโอกาสในการเร ียนรู้ ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติฐานการเร ียนรู้ตามหลักกสิกรรม ธรรมชาติ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชสวน พืชไร่หร ือการ เลี้ยงสัตว์ หร ือใช้ภูมิปัญญาในการสร้างรายได้ เช่น งานฝีมือ การแปรรูปการถนอมอาหาร รวมถึงด้านการ พัฒนาสิ่งแวดล้อม วธิีการปรบั ปรุงดิน และการใช้พลังงานทดแทน เป็นต้น มีข้อมูลทางวิชาการ เช่น ชุด ความรู้ต่าง ๆ ในการแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ มีจุดเร ียนรู้หร ือฐานเร ียนรู้ หร ือสถานที่ส าหรับการจัดการเร ียนการ สอนความรู้แก่ผู้สนใจตามศักยภาพของพื้นที่และสถานที่ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ระดับ ครัวเร ือน มีขนาดพื้นที่ ๑ - ๓ ไร่ แนวคิด เป็นแหล่งเร ียนรู้การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ในระดับครัวเร ือน เพื่อลดรายจ่ายและพึ่งพาตนเองจนเป็นวิถีชีวิต เป้าหมาย เป็นแหล่งเร ียนรู้ที่มีชีวิตและผู้เร ียนสามารถน าองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจร ิง กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คนในชุมชนและสถานศึกษาในพื้นที่ ภารกิจ ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเร ียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบ “โคก หนอง นา” ขนาด ๑ – ๓ ไร่ ตามภูมิสังคมและเป็นครูพาท าหร ือวิทยากรส่งเสร ิมการเร ียนรู้ โครงสร้างและองค์ประกอบ ๑) องค์ประกอบด้านภูมิ เป็นองค์ประกอบทางกายภาพ ในรูปแบบ “โคก หนอง นา” โมเดล ดังนี้ (๑.๑) โคก เป็นพื้นที่มีการถมดินและถมสูงกว่าปกติของแปลงตามความต้องการใน การใช้ประโยชน์และความเหมาะสมกับขนาดที่ดิน มีขนาดในช่วง ๒๐ - ๖๐ % ของพื้นที่ดินทั้งหมดความสูง และความกว้าง ต าแหน่งที่ตั้งตามภูมิสังคมและการใช้งาน เช่น การป้องกันน้าท่วม คันนาทองค า ฯลฯ อาจใช้ ดินจากการขุดหนองน้าในพื้นที่ เป็นพื้นที่จัดเตร ียมไว้ส าหรับ ท าการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัย หร ือท ากิจกรรม อื่น ๆ เช่น โรงเลี้ยงสัตว์ ยุ้งฉาง โรงเก็บวัสดุ เป็นต้น (๑.๒) หนอง เป็นพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ในการบร ิหารจัดการน้าเพื่อการกักเก็บ น้า สร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ ส าหรับพืชและสัตว์เลี้ยงเพียงพอตลอดทั้งปี มีลักษณะรูปทรงอิสระหร ือรูปแบบ อื่นตามความเหมาะสมกับที่ดิน โดยมีขนาด ที่เหมาะสมในการจัดสร้างหนองน้าที่ครัวเร ือนค านวณปร ิมาณน้า ใช้ได้เพียงพอ


10 (๑.๓) นา เป็นพื้นที่ราบหร ือพื้นที่ว่างในรูปแบบต่างๆ สามารถส่งน้าสร้างความชุ่ม ชื้น เพื่อท าการเกษตรได้ ขนาดช่วง ๒0 - ๖๐ % ของพื้นที่ทั้งหมดส าหรับการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรตาม ภูมิสังคมและความต้องการ ของครัวเร ือนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ท านาข้าว ท าแปลงผัก พืชสมุนไพร แปลงไม้ ดอก พืชไร่ พืชสวนหร ืออื่น ๆ ๒) องค์ประกอบด้านสังคม เป็นองค์ประกอบด้านการเร ียนรู้ตามหลักทฤษฎีใหม่ ให้มี อย่างน้อย 3 องค์ประกอบ ๆ ละ 1 ฐาน ดังนี้ (๒.๑) ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านคน” หมายถึงการสร้างแรงบันดาลใจและปรับทัศนคติ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ในรูปแบบโคก หนอง นา เช่น แรงบันดาลใจ สาเหตุที่ท า ความส าเร็จที่เกิดขึ้น เป็นต้น (๒.๒) ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านดิน” หมายถึง การปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมกับ การปลูกพืช เช่น ฐานคนรักษ์ดิน ฐานคนรักษ์แม่ธรณี ฐานปลูกพืชบ ารุงดิน ฐานหญ้าแฝก ฐานการห่มดิน ฐาน ปุ๋ยอินทร ีย์ชีวภาพ เป็นต้น (๒.๓) ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านน้า” หมายถึง การบร ิหารจัดการน้าให้เพียงพอต่อการ ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่น ฐานคนรักษ์น้า ฐานฝายชะลอน้า ฐานคลองไส้ไก่เพื่อการกระจายความชุ่มชื้น เป็นต้น (๒.๔) ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านป่า” หมายถึง การบร ิหารจัดการพืชในพื้นที่ให้เหมาะสม กับสภาพภูมิสังคม เช่น ฐานคนรักษ์ป่า ฐานหลุมพอเพียง ฐานป่าเปียก ฐานป่า ๓ อย่างเพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง ฐานป่า 5 ระดับ ฐานปลูกป่าในที่สูง ฐานปลูกป่าในใจคน ฐานการปลูกพืชอย่างยั่งยืน (Permaculture) เป็นต้น ๓) องค์ประกอบด้านการเร ียนรู้ (หลักการเตาหลอมเหล็ก ๖ ข้อ) (๓.๑) มีพื้นที่ส าหรับศึกษาดูงาน/การเร ียนรู้ (๓.๒) มีแผนผังหร ือขั้นตอนการเร ียนรู้ (๓.๓) มีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บร ิการที่มาเร ียนรู้ ศึกษาดูงาน เยี่ยมชม (๓.๔) วิธีศึกษาดูงานเน้นการเร ียนรู้จากการปฏิบัติของครัวเร ือนต้นแบบ เร ียนรู้ ด้วยประสบการณ์จร ิง มีสื่อ/อุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสมกับการเร ียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย (๓.๕) ระยะเวลาที่เหมาะสม กล่าวคือ สอดคล้องปฏิทินท ามาหากินของครัวเร ือน ต้นแบบ และเหมาะสมตามภูมิสังคมของพื้นที่ (๓.๖) มีวิทยากรส่งเสร ิมการเร ียนรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจร ิง ๔) การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมของศูนย์การเร ียนรู้เช่นการจัดท าสื่อแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ หร ือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Social Media ต่าง ๆ กล่าวโดยสรุป ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน เป็นศูนย์ที่มุ่งเน้นให้เกิดการเร ียนรู้ ที่ ไม่ได้เกิดจากการสอนในห้องเร ียน เป็นสถานที่เสร ิมสร้างโอกาสในการเร ียนรู้ ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติผ่านฐาน การเร ียนรู้ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติจากผู้ปฎิบัติจร ิง เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ในการประกอบอาชีพด้าน ต่าง ๆ โดยพัฒนากรมีบทบาทที่ส าคัญอย่างยิ่งในการรว่มกับทุกๆฝ่าย ในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดเป็น “ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ผ่านกระบวนการแบบมีส่วนร่วม จัดเวทีเสร ิมสร้างความรู้ แนวคิด หลักการ แก่ ครัวเร ือนต้นแบบฯ แกนน า ผู้น าชุมชน และประชาชนทั่วไป ให้ชุมชนเกิดความสนใจและเข้ามามี ส่วนร่วมด าเนินงานและใช้ประโยชน์ศูนย์เร ียนรู้ ร่วมกับชุมชนก าหนดเป้าหมายและแนวทางการขับเคลื่อน ศูนย์เร ียนรู้ ตลอดจนเป็นที่ปร ึกษาคณะกรรมการบร ิหารศูนย์เร ียนรู้ เสร ิมสร้างความเข้าใจแนวทางการ ด าเนินงานและการบร ิหารศูนย์เร ียนรู้ รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ภาคีการพัฒนาในพื้นที่เพื่อหาแนวทาง สนับสนุนการด าเนินงานและปฏิบัติงาน


11 2.4.3 ก้าวต่อไป “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” การขับเคลื่อนโคก หนอง นา พัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชนได้ก าหนดแนวทางให้ อ าเภอด าเนินการพัฒนาตามแนวทาง “ก้าวต่อไป โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ซึ่งแต่ละพื้นที่สามารถปรับ แนวทางตามบร ิบทและความเหมาะสมของพื้นที่ได้ โดยใช้โมเดล 5P ขับเคลื่อนเพื่อสร้างความมั่นคงทาง อาหาร สิ่งแวดล้อมและทางสังคม เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีความสุข สรุปได้ดังนี้ แผนภาพ ก้าวต่อไป โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน แหล่งที่มา : กรมการพัฒนาชุมชน. กระทรวงมหาดไทย.2565. 1) การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (Place) ด าเนินการภายใต้ 3 หลักการ ประกอบด้วย * ซ่อม หมายถึง การซ่อมแซม ปรับปรุง องค์ประกอบทางกายภาพของพื้นที่ต้นแบบ ฯ ให้มี ความสมบูรณ์ เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน เหมาะสมกับการเป็นพื้นที่เร ียนรู้ ได้แก่ โคก หนอง นา คลอง ไส้ไก่ คันนาทองค า ด้วยวิธีการขุด แต่ง เติม โดยผ่านกิจกรรมการเอามื้อสามัคคี หร ือตามความเหมาะสม * เสร ิม หมายถึง การเติมเต็มองค์ประกอบทางกายภาพให้พื้นที่ต้นแบบมีศักยภาพ และความพร้อมเป็นแหล่งเร ียนรู้ เช่น ความรู้และนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างคุ้มค่า เช่น การใช้ พลังงานทดแทน ความร่มร ื่น เช่น การแลกเปลี่ยนพันธุ์ไม้ สร้างความหลากหลาย กระบวนการการถ่ายทอด ความรู้ เช่น การสร้างสื่อเร ียนรู้ การจัดการความรู้ที่สอดคล้องกับองค์ประกอบทางกายภาพของพื้นที่ต้นแบบ * สร้าง หมายถึง การจัดให้มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน (ขนาดเล็ก) ที่เอื้อ ต่อการเร ียนรู้และสอดคล้องกับสภาพแปลงพื้นที่ต้นแบบ เช่น ถนน เส้นทางเดิน ป้ายบอกทาง/แหล่งเร ียนรู้ ฐานเร ียนรู้ โรงเร ือน จุดพักผ่อนหร ืออื่น ๆ 2) การพัฒนากลไกและเคร ือข่าย (People) การสร้างและพัฒนาครูพาท าให้เป็น วิทยากรมืออาชีพด้านการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนี้ * พัฒนาผู้เข้าร่วมโครงการให้เป็นครูพาท า เป็นผู้รู้ (GURU) ผู้เชี่ยวชาญด้านการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบตาม หลักทฤษฎีใหม่ รูปแบบ โคก หนอง นา ที่มีศักยภาพ และเป็นตัวอย่างของการน้อมน า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี (Brand Ambassadors โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน)


12 * ส่งเสร ิมการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดและสร้างสื่อการเร ียนรู้ * สร้างเคร ือข่ายทีมวิทยากร ครูกระบวนการ ครูกสิกรรม ครูพาท า * ส่งเสร ิมสนับสนุนกิจกรรมครูพาท าเป็นผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน * การส่งเสร ิมสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวกันของเจ้าของแปลงพื้นที่ต้นแบบที่ ด าเนินกิจกรรมในลักษณะเดียวกันหร ือเชื่อมโยง เพื่อให้เกิดการเกื้อหนุน ช่วยเหลือ เกื้อกูลและส่งเสร ิมกัน และกัน ในลักษณะกลุ่มสนใจ กลุ่มกิจกรรม หร ือกลุ่มที่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น กลุ่มการผลิตทางการเกษตร อาทิ กลุ่มผู้ปลูกพืชสมุนไพร กลุ่มผู้ปลูกกล้วย กลุ่มผู้เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา หร ือกลุ่มด้านการแปรรูป กลุ่ม การตลาด หร ือเคร ือข่ายครูพาท าที่มีความเชี่ยวชาญด้านเดียวกัน 3) การพัฒนาผลผลิตและผลิตภัณฑ์ (Product) ประกอบด้วย * ผลผลิตปลอดภัย เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อการพึ่งตนเองอย่าง ยั่งยืน โดยการ สร้างเกษตรปลอดภัย/เกษตรอินทร ีย์สร้างกระแส “โคก หนอง นา แหล่งอาหารเพื่อสุขภาพ เสร ิมสร้างภูมิคุ้มกัน” ออมและแบ่งปัน การเสร ิมสร้างความมั่นคงทางสังคมเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน โดย การ ส่งเสร ิมธนาคารเมล็ดพันธุ์ ธนาคารผลผลิต ส่งเสร ิมการออม หร ือจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ส่งเสร ิมการแบ่งปันกันเอง/ครัวเร ือนยากจน/กลุ่มเปราะบาง เช่น ผลผลิต เมล็ดพันธุ์ * แปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสร ิมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพึ่งตนเอง ได้อย่างยั่งยืน โดยการ ส่งเสร ิม พื้นที่ครัวเร ือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (HLM) ให้มี ผลผลิต สู่ตลาด ส่งเสร ิมพื้นที่เร ียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (CLM) ให้มี ผลิตภัณฑ์ OTOPส่งเสร ิมการอนุรักษ์ และสรา้งมูลค่าเพิ่มให้อาหารพื้นถิ่นสรา้งคลัสเตอร์ หร ือเคร ือข่ายผลผลิต แปรรูปและการตลาด 4) การส่งเสร ิมการตลาด (Promotion) หมายถึง การส่งเสร ิมการตลาดและจัดจ าหน่าย ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ต้นแบบและพื้นที่ใกล้เคียง ใน 3 ระดับ ได้แก่ * ระดับชุมชน ได้แก่ การส่งเสร ิมการตลาดในรูปแบบ ตลาดนัดชุมชน ตลาดใน แปลงพื้นที่ต้นแบบ ร้านค้าชุมชน ร้านจ าหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ช่องทางค้าขายออนไลน์อย่างง่าย เช่น กลุ่ม ไลน์ขายของชุมชน ไรเดอร์ชุมชน และตลาดเชิงสร้างสรรค์เชื่อมโยงชุมชนท่องเที่ยว หร ือวิถีชีวิตที่เป็น อัตลักษณ์ เป็นต้น * ระดับจังหวัด ได้แก่ การส่งเสร ิมการตลาดในรูปแบบตลาดนอกชุมชน เชื่อมโยง OTOP Trader บร ิษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด/เคร ือข่าย OTOP ระดับจังหวัด ตลาดขายส่ง ผลผลิต “โคก หนอง นา” ตลาด 4 ร หร ือ “โคก หนอง นา” ออนไลน์ เป็นต้น * ระดับประเทศ ได้แก่ การส่งเสร ิมการตลาดในรูปแบบเชื่อมโยง OTOP Trader ประเทศไทย บร ิษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด เคร ือข่าย OTOP ระดับภาค/ ระดับประเทศ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้า (Earth Safe Foundation) : มาตรฐานอินทร ีย์วิถีไทย (Earth Safe Standard) ตลาดออนไลน์ และ E - commerce เป็นต้น 5) ขยายผลและเผยแพร่ (Pass on Perfect) เพื่อการขยายผลการด าเนินงานและการ เสร ิมสร้างการรับรู้ให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะในวงกว้าง ใช้กลยุทธ์ถอดบทเร ียน ค้นหา Best Practice ความส าเร็จของพื้นที่ต้นแบบ สังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อน าเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ สร้างแรง บันดาลใจให้กับประชาชนสู่การขยายผลสู่ครัวเร ือนหมู่บ้านที่ตั้งโดยรอบพื้นที่ต้นแบบ และมีการเชื่อมโยงการ จัดกิจกรรมโคก หนอง นา กับกิจกรรมพัฒนาชุมชนอื่น ๆ เช่น ศูนย์ผู้น าจิตอาสา กองทุนชุมชนอื่น


13 2.5.1 ด้านการพัฒนาพื้นที่ นายศักดิ์ดุลย์ค าสิทธิ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ได้รบัการจัดสรรที่ดินท ากินตามเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. จ านวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่ จากเดิมที่เน้นการท าเกษตรเชิงเดี่ยว โดยปลูกข้าวโพดเลี้ยง สัตว์เป็นหลักและประสบปัญหาผลผลิตได้น้อย ไม่คุ้มกับการลงทุนและยังพบมีปัญหาอีกหลายอย่าง เช่น สภาพดินเสื่อมโทรม ขาดแคลนน้า และที่ส าคัญมีการใช้สารเคมีต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้รับการ สนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชนตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรม การ พัฒนาศูนย์เร ียนรู้รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ขนาดพื้นที่ 3 ไร่โดยได้มีการน าโมเดลโคก หนอง นา มาปรับใช้ในพื้นที่ มีการออกแบบพื้นที่ตามภูมิสังคม ซึ่งเราจะต้องรู้จักและท าความเข้าใจต่อลักษณะทาง ภูมิศาสตร์ ว่ามีลักษณะพื้นที่เป็นอย่างไร สภาพแวดล้อม ชุมชน สังคม วัฒนธรรมของพื้นที่ ยึดเอาต้นทุนทาง สังคมที่มีอยู่เป็นหลัก แล้วจึงน าโคก หนอง นา เข้าไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งยังสามารถตอบสนองได้ ตรงกับความต้องการด้วย มีการจัดแบ่งแปลงที่ดินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้ * โคก เป็นพื้นที่มีการถมดินและถมสูงกว่าปกติของแปลงตามความต้องการในการใช้ ประโยชน์และความเหมาะสมกับขนาดที่ดิน มีขนาดในช่วง ๒๐ - ๖๐ % ของพื้นที่ดินทั้งหมดความสูงและความ กว้าง ต าแหน่งที่ตั้งตามภูมิสังคมและการใช้งาน เช่น การป้องกันน้าท่วม คันนาทองค า ฯลฯ อาจใช้ดินจากการ ขุดหนองน้าในพื้นที่ เป็นพื้นที่จัดเตร ียมไว้ส าหรับ ท าการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัย หร ือท ากิจกรรมอื่น ๆ เช่น โรงเลี้ยงสัตว์ ยุ้งฉาง โรงเก็บวัสดุ เป็นต้น * หนอง เป็นพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ในการบร ิหารจัดการน้าเพื่อการกักเก็บน้า สร้างความชุ่ม ชื้นในพื้นที่ ส าหรับพืชและสัตว์เลี้ยงเพียงพอตลอดทั้งปี มีลักษณะรูปทรงอิสระหร ือรูปแบบอื่นตามความ เหมาะสมกับที่ดิน โดยมีขนาด ที่เหมาะสมในการจัดสร้างหนองน้าที่ครัวเร ือนค านวณปร ิมาณน้าใช้ได้เพียงพอ * นา เป็นพื้นที่ราบหร ือพื้นที่ว่างในรูปแบบต่างๆ สามารถส่งน้าสร้างความชุ่มชื้น เพื่อท า การเกษตรได้ ขนาดช่วง ๒0 - ๖๐ % ของพื้นที่ทั้งหมดส าหรับการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรตามภูมิสังคม และความต้องการ ของครัวเร ือนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ท านาข้าว ท าแปลงผัก พืชสมุนไพร แปลงไม้ดอก พืชไร่ พืชสวนหร ืออื่น ๆ ภาพ การพัฒนาพื้นที่โคก หนอง นา 2.5 การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”


14 2.5.2 ด้านการพัฒนาฐานเร ียนรู้และองค์ความรู้ ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” เป็นศูนย์เร ียนรู้เพื่อการพัฒนาและยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย ด้วยการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักทฤษฎีใหม่ด้าน การแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของคน ดิน น้า ป่า อย่างเป็นระบบ มาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นสถานที่เสร ิมสร้างโอกาสในการเร ียนรู้ ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติฐานการเร ียนรู้ตามหลัก กสิกรรมธรรมชาติ เป็นเวทีและเปลี่ยนเร ียนรู้ในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชสวน พืชไร่ การ เลี้ยงสัตว์การใช้ภูมิปัญญาในการสรา้งรายได้เช่น การแปรรูป การถนอมอาหาร การพัฒนาสิ่งแวดล้อม วิธีการปรับปรุงดิน และการใช้พลังงานทดแทน เป็นต้น มีข้อมูลทางวิชาการ เช่น ชุดความรู้ต่าง ๆ ในการ แลกเปลี่ยนเร ียนรู้ มีจุดเร ียนรู้ในพื้นที่ เพื่อให้บร ิการแก่ผู้สนใจตามศักยภาพของพื้นที่ เป็นแหล่งเร ียนรู้การ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อลด รายจา่ย เพิ่มรายได้ และพึ่งพาตนเองจนเป็นวิถีชีวิต เป็นแหล่งเร ียนรู้ที่มีชีวิต ผู้ที่สนใจสามารถเร ียนรู้และน า น าองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จร ิง โดยมีฐานเร ียนรู้และองค์ความรู้ ดังนี้ 1) ฐานการเร ียนรู้ประกอบด้วย * ฐานเร ียนรู้ “ด้านคน” การสร้างแรงบันดาลใจและปรับทัศนคติ ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ได้แก่ แรงบันดาลใจ สาเหตุที่ท า ความส าเร็จที่เกิดขึ้น เป้นต้น * ฐานเร ียนรู้ “ด้านดิน” การปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืช ได้แก่ จุด เร ียนรู้คนรักษ์แม่ธรณี จุดเร ียนรู้การปลูกพืชบ ารุงดิน จุดเร ียนรู้การปลูกหญ้าแฝก จุดเร ียนรู้การห่มดิน จุด เร ียนรู้ปุ่ยหมักอินทร ีย์น้าหมักชีวภาพ * ฐานเร ียนรู้ “ด้านน้า” การบร ิหารจัดการน้าให้เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ได้แก่ จุดเร ียนรู้คนรักษ์น้า จุดเร ียนรู้ฝายชะลอน้า จุดเร ียนรู้ธนาคารน้าใต้ดิน จุดเร ียนรู้ฝายแกนดินซีเมนต์ เป็นต้น * ฐานเร ียนรู้ “ด้านป่า” การบร ิหารจัดการพืชในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม ได้แก่ จุดเร ียนรู้คนรักษ์ป่า จุดเร ียนรู้หลุมพอเพียง จุดเร ียนรู้การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จุดเร ียนรู้การปลูก ป่าในใจคน เป็นต้น ภาพ ฐานเร ียนรู้ในพื้นที่ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน”


15 2) การถ่ายทอดองค์ความรู้ เน้นการเร ียนรู้จากการปฏิบัติของครัวเร ือนต้นแบบ เร ียนรู้ด้วย ประสบการณ์จร ิง โดยองค์ความรู้ที่มีการถ่ายทอด ได้แก่ * องค์ความรู้ การปรับปรุงคุณภาพดิน ได้แก่ การท าปุ๋ยหมัก น้าหมักชีวภาพ * องค์ความรู้ การบร ิหารจัดการน้าให้เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ได้แก่ การท า ฝายชะลอน้า การท าฝายแกนดินซีเมนต์ ธนาคารน้าใต้ดิน * องค์ความรู้ การบร ิหารจัดการพืชในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม ได้แก่ การเพาะปลูกผักหวานป่า การปลูกแก้วมังกร การปลูกและขยายพันธุ์แก้วมังกร * องค์ความรู้การแปรรูปผลผลิต ได้แก่การคั้นน ้ าอ้อยสด การแปรรูปผลไม้แชอ่ ิ่ม จากการด าเนินงานศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ที่ผ่านมา มีผู้ที่เข้ามาศึกษา เร ียนรู้ในพื้นที่จ านวนมาก ซึ่งมีทั้งคนในชุมชนและนอกชุมชน ได้แก่ ส่วนราชการในพื้นที่อ าเภอนาน้อย เด็กและเยาวชนจากสถานศึกษาในพื้นที่อ าเภอนาน้อย คณะเจ้าหน้าที่จากส านักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม (สปก.) จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดสุโขทัย คณะเจ้าหน้าที่จากส านักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 และคณะเจ้าหน้าที่จากส านักงานพัฒนาที่ดินเขต ๗ จังหวัดน่าน เป็นต้น ภาพ การศึกษาดูงานจากบุคคลภายนอก


16 2.5.3 ด้านกิจกรรมการเร ียนรู้ ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” เป็นแหล่งเร ียนรู้การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการ พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มีองค์ประกอบด้านการเร ียนรู้ ตามหลักการ “เตาหลอมเหล็ก” ได้แก่ มีพื้นที่ส าหรับศึกษาดูงาน/การเร ียนรู้ มีแผนผังหร ือขั้นตอนการเร ียนรู้ มีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บร ิการที่มาเร ียนรู้ ศึกษาดูงาน เยี่ยมชม วิธีศึกษาดูงานเน้นการเร ียนรู้จากการปฏิบัติ ของครัวเร ือนต้นแบบ เร ียนรู้ด้วยประสบการณ์จร ิง มีสื่อ/อุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสมกับการเร ียนรู้ของ กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาที่เหมาะสมสอดคล้องกับปฏิทินท ามาหากินของครัวเร ือนต้นแบบและเหมาะสมตาม ภูมิสังคมของพื้นที่ และมีวิทยากรส่งเสร ิมการเร ียนรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจร ิง โดยศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” มีกิจกรรมการเร ียนรู้ ดังนี้ 1) กิจกรรมเอามื้อสามัคคี กิจกรรมเอามื้อสามัคคี มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ของประชาชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ รูปแบบประยุกต์ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมีกิจกรรมฐานเร ียนรู้ในแปลง เพื่อเร ียนรู้และลงมือปฏิบัติ ร่วมกัน เพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกสิกรรมธรรมชาติ และด้านต่าง ๆ ได้แก่ * การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง * การปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร * การท าปุ๋ยหมัก จากวัชพืชและปุ๋ยคอก * การห่มดิน เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช * การปลูกหญ้าแฝก * การเก็บเกี่ยวข้าวอินทร ีย์ ภาพ กิจกรรมเอามื้อสามัคคี


17 2) กิจกรรมศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน (1) การจัดตั้งศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” พื้นทขี่อง นายศักดิ์ดุลย์ค าสิทธิตั้งอยู่ บ้านพืชเจร ิญ หมู่ที่ 1 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัด น่าน ได้รับคัดเลือกจากจังหวัดน่านให้เป็นศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน ตามประกาศกรมการ พัฒนาชุมชน ลงวันที่ 23 กันยายน 2564 ซึ่งจังหวัดน่านได้ด าเนินโครงการส่งเสร ิมการขับเคลื่อนการด าเนินงาน ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยให้มีการคัดเลือกศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน เป้าหมาย อย่างน้อยอ าเภอละ 1 ศูนย์ โดยเป็นศูนย์ที่มีความพร้อมของสถานที่ ผู้น าต้องมีความสมัครใจ วันที่ 1 ตุลาคม 2564 มีการด าเนินกิจกรรมเปิดศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนตาม โครงการส่งเสร ิมการขับเคลื่อนการด าเนินงานผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจร ิญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศร ีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 และนายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน ในการนี้ อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ได้รับชมพิธีเปิดและจัดกิจกรรมโดยมี นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิด “ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน” ภาพ การเปิดศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน (2) การขับเคลื่อนกิจกรรมของศูนย์จิตอาสาพัฒนาชุมชน มีการรวบรวมองค์ความรู้ และการขับเคลื่อนกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ดังนี้ * กิจกรรมด้านการลดรายจ่าย ได้แก่ การท าปุ๋ยหมัก การท าถังขยะเปียกรักษ์ โลก ท าน้าหมักชีวภาพ น้าส้มควันไม้ การปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกพืชหมุนเวียน การคัดเลือกพันธุ์พืช การ ปลูกไม้ผล และการเพาะพันธุ์กล้าไม้เพื่อแจกจ่ายให้คนในชุมชนน าไปปลูก * กิจกรรมด้านการเร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งตนเอง ได้แก่ การเพาะ เห็ด การเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ เป็ด หมู โค กระบือ ปลา การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ การท าปุ๋ยหมัก น้าหมักชีวภาพการบร ิหารจัดการขยะการจัดตั้งกองทุนพึ่งตนเองของสมาชิก ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ ผลิตและ กองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน


18 * กิจกรรมด้านการบร ิหารการพัฒนา ได้แก่ การอบรมกลุ่มผู้น าจิตอาสาพัฒนา ชุมชนและผู้ที่สนใจทั่วไป ขยายผลการจัดตั้งศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนไปทุกต าบล การรวบรวม ภูมิปัญญาและองค์ความรู้การพัฒนาความรู้และทักษะปราชญ์ชุมชน ให้มีความช านาญและถ่ายทอดองค์ ความรู้ได้ ด าเนินการกิจกรรมต่าง ๆ การสร้างเคร ือข่ายในในพื้นที่ และการสร้างกิจกรรมการสาธิตและ ครอบครัวตัวอย่างเพื่อให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนเร ียนรู้ * กิจกรรมด้านการตลาดและการแปรรูปผลผลิต ได้แก่ ส่งเสร ิมให้มีกิจกรรม ด้านการตลาด เช่น ตลาดในชุมชน ตลาดออนไลน์ เป็นต้น จัดให้มีอาคารสถานที่ในการจ าหน่ายผลผลิตของ ศูนย์ฯและสมาชิกและจัดให้มีวัสดุ อุปกรณ์และเคร ื่องมือในการแปรรูปผลผลิต * กิจกรรม 3 สร้าง ดังนี้ - สร้างที่ 1 การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสร ิมสนับสนุนให้มีการ ปลูกผักและผลไม้อย่างต่อเนื่อง การปลูกผักในที่สาธารณะและส่งเสร ิมให้มีการเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปพืชผัก และผลผลิตทางการเกษตร - สรา้งที่2 การสรา้งสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน การส่งเสร ิมการจัดการขยะ ตั้งแต่ระดับครัวเร ือน ด้วยการคัดแยกขยะด้วยหลัก 3R กิจกรรมส่งเสร ิมการท าถังขยะเปียกรักษ์โลกใช้ใน ครัวเร ือน ส่งผลให้ชุมชนเป็นชุมชนสีเขียว สะอาด ไม่มีการทา ลายสิ่งแวดล้อมและใชท้รพัยากรอย่างคุ้มค่า - สร้างที่ 3 การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม มีการขับเคลื่อนกิจกรรมธนาคาร เมล็ดพันธุ์ การด าเนินกิจกรรมศูนย์แบ่งปันและด าเนินการโดยใช้เคร ื่องมือ “บวร” (3) กลไกการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน ขับเคลื่อนโดยกลไกการ ผู้น าการเปลี่ยนแปลงต าบลน้าตก อาศัยทรัพยากรบุคคลที่มีในชุมชนเป็นทุนเดิม โดยแบ่งหน้าที่ความ รับผิดชอบ การบร ิหารจัดการภายในศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนต าบลน้าตก จะอาศัยระบบการบร ิหาร จัดการที่มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุก ๆ ด้านมีเป้าหมายอยู่ที่ประชาชน เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และมีภาคีเคร ือข่ายภายนอก ที่สนับสนุนการท างานของชุมชนเป็นหลัก โดยบทบาทผู้น าการเปลี่ยนแปลงใน การขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย * ผู้น าต้องท าก่อน โดยผู้น าชุมชนจะต้องเป็นผู้รเิรม่ิท าเป็นตัวอย่างให้แก่คนในชุมชน เช่น การปลูกผักสวนครัว การคัดแยกขยะ ซึ่งสามารถด าเนินงานตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อตกลง ร่วมกันในการท างาน * สร้างการมีส่วนร่วมกับสมาชิกในชุมชน ทีมผู้น าการเปลี่ยนแปลงใช้หลักความร่วมมือ ฉันท์เคร ือญาติ เป็นแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมกับสมาชิกในชุมชน ด้วยบร ิบทสังคมที่มีความสัมพันธ์เป็น เคร ือญาติ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยให้ความเคารพนับถือผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน มีขนบธรรมเนียมประเพณี ล้านนาถือปฏิบัติร่วมกันเป็นทุนเดิม การแบ่งพื้นที่และแกนน าให้ดูแลตามคุ้มตามกลุ่มเคร ือญาติ น าคิด น าท า กระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติตาม รวมถึงการรับความต้องการมาเสนอในทีมผู้น าการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นกลไก การขับเคลื่อนงานที่มีประสิทธิภาพ เกิดความร่วมมือจากครัวเร ือน สมาชิกในชุมชนเป็นอย่างดี จึงท าให้เกิด ความร่วมมือและการบูรณาการในกลุ่มองค์กรที่มีอยู่ในชุมชนเป็นอย่างดี * สร้างการมีส่วนร่วมกับองค์กรภายนอก ทีมผู้น าการเปลี่ยนแปลง มีการวิเคราะห์และ ระดมทรัพยากรทั้งภายในและภายนอกชุมชนมาด าเนินงานตามแผน ด้วยการสร้างความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ส านักงานเกษตรอ าเภอ ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ รพ.สต. กศน. เป็นต้น ในการส่งเสร ิมการปลูกและบร ิโภค ผักปลอดภัยในครัวเร ือน ในลักษณะร่วมด าเนินการ วิทยากร สนับสนุนปัจจัยให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน และสื่อสาร การท างานให้กับภาคีเคร ือข่ายภายนอกอย่างต่อเนื่อง ในเวทีระดับต าบล ระดับอ าเภอ เพื่อสร้างการยอมรับ และ โอกาสให้ภาคีเคร ือข่ายภายนอกเข้ามาหนุนเสร ิมในการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน


19 * บทบาทด้านการส่งเสร ิมสนับสนุน การส่งเสร ิมการมีส่วนร่วม การประสานงานและ การบร ิหารจัดการ ในการส่งเสร ิมให้ประชาชนในชุมชนใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรม่ิจาก การส่งเสร ิมให้ประชาชนในชุมชนปลูกผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ส าหรับบร ิโภคในครัวเร ือน มีการจัดท าบัญชี ครัวเร ือน เพื่อมุ่งลดรายจ่ายที่ไม่จ าเป็น ส่งเสร ิมการรวมกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งเป็นการท ากิจกรรมร่วมกันที่ท าให้ ประชาชนในชุมชนได้มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีรายได้ท าให้ประชาชนมีเงินออมไม่เป็นหนี้สิน การ ส่งเสร ิมให้ประชาชนในชุมชนเน้นการผลิตเพื่อการบร ิโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัว ได้ โดยการท ามาหาเลี้ยงชีพตามแนวทางสัมมาชีพชุมชนที่ไม่เบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่นและไม่ เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม การให้ค าแนะน าและให้ความชว่ยเหลือหรอืถ่ายทอดความรูใ้นกิจกรรมต่าง ๆ 2.5.4 ด้านความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกชุมชน จากการพัฒนาพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยมีการพัฒนาตามพระราชด าร ิและ หลักการทรงงานของของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการท าเกษตรจากเกษตรเชิงเดี่ยว มาเป็นเกษตรผสมผสาน ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เน้นการใช้ ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกิจกรรมการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้ง การ เลี้ยงหมูป่า เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ผล เช่น แก้วมังกร มะละกอ ฝรั่ง กล้วย สับปะรด และปลูกผัก สวนครัว คะน้า ผักกูด ผักหวานป่า เป็นต้น ส่งผลให้มีอาหารเพียงพอต่อการบร ิโภคและจ าหน่ายอย่าง ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เกิดความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเกิดความสัมพันธ์ที่ดีทั้งภายในและ ภายนอกชุมชน สรุปได้ดังนี้ 1) การพัฒนาและขยายผลศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ในพื้นที่ต าบลน้าตก ให้มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและเป็นศูนย์เร ียนรู้เชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ มีกิจกรรมในการเผยแพร่และให้ความรู้ แก่ประชาชนและบุคคลผู้สนใจ โดยศูนย์เร ียนรู้ที่สามารถเป็นต้นแบบได้ในต าบลน้าตก ได้แก่ * ศูนย์เร ียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงของ นายสมบัติ สุก้อน บ้านน้าพุ หมู่ที่ 2 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน * ศูนย์เร ียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงของ นางบัวลอย เสนนะ บ้าน น้าพุ หมู่ที่ 2 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน * ศูนย์เร ียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงของ นายจ านงค์ ขัติยะ บ้านเปา หมู่ที่ 5 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน * ศูนย์เร ียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงของ นายอุดร ภักดีมูล บ้าน พืชเจร ิญ หมู่ที่ 1 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน


20 2) การขยายผลและการสร้างเคร ือข่ายศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ระดับต าบล โดยมีการ ส่งเสร ิมและสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนต าบล ในพื้นที่อ าเภอนาน้อยครบทุกต าบล 3) การสร้างเคร ือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับอ าเภอ ภายใต้ชื่อ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนนาน้อย ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” โดยเคร ือข่ายมีกิจกรรมที่ด าเนินการร่วมกันเพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูล แลกเปลี่ยน แบ่งปันกัน ได้แก่ * การประชุมคณะกรรมการเคร ือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับอ าเภอทุกเดือน * การเอามื้อสามัคคี * พัฒนาศักยภาพศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพักผ่อน ภายใต้แนวคิด “โคก หนอง นา นาน้อย ไปด้วยกัน ไปได้ไกล”


21 การพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางโคก หนอง นา วิถีน่านพอเพียงสู่ความยั่งยืน ด าเนินการภายใต้ ยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศมี ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นการส่งเสร ิมให้ประชาชนน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน บรรลุผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกิจกรรม/โครงการ ตามแผนงานยุทธศาสตร์ด้านการสร้าง โอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสร ิมและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก นอง นา โมเดล” เป็นศูนย์เร ียนรู้หร ือแหล่ง เร ียนรู้ที่มีชีวิตและมีขีดความสามารถในการส่งเสร ิมการเร ียนรู้ของประชาชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อส่งเสร ิมการเชื่อมโยงเคร ือข่ายการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” สรุปผลการด าเนินงาน ดังนี้ 2.6.1 กิจกรรมที่ 1 พัฒนาพื้นที่ต้นแบบรกัษ์สิ่งแวดล้อม มีการด าเนินกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยมีกิจกรรมที่ด าเนินการ ได้แก่ กิจกรรมลดโลกร้อน การจัดท าถังขยะเปียกลดโลกร้อน การท าปุ๋ยหมัก น้าหมักชีวภาพ การห่มดิน เลี้ยงดิน เพื่อให้ดินเลี้ยงพืช การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 2.6.2 กิจกรรมที่ 2 ประสานความร่วมมือ พัฒนากลไกและเคร ือข่าย มีการด าเนินกิจกรรม ดังนี้ * การจัดตั้งเคร ือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับอ าเภอ ภายใต้ชื่อ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนนาน้อย ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” เกิดจากการรวมกลุ่มของศูนย์เร ียนรู้โคก หนอง นาพัฒนา ชุมชนในพื้นที่อ าเภอนาน้อย เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการน้อมน าหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและหลักทฤษฎีใหม่ ด้านการแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้า ป่า อย่างเป็นระบบ มาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อเป็นสถานที่เสร ิมสร้างโอกาสในการเร ียนรู้ ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติฐานการเร ียนรู้ ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติเพื่อเป็นเคร ือข่ายในการแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ ในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชสวนพืชไร่ หร ือการเลี้ยงสัตว์ หร ือใช้ภูมิปัญญาในการสร้าง รายได้ เช่น งานฝีมือ การแปรรูป การถนอมอาหาร รวมถึงด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม วธิกีารปรบั ปรุงดินและ การใช้พลังงานทดแทน เป็นต้น และเพื่อพัฒนาจุดเร ียนรู้หร ือฐานเร ียนรู้ หร ือสถานที่ส าหรับการจัดการเร ียน การสอนความรู้แก่ผู้สนใจ ตามศักยภาพของพื้นที่และสถานที่ 2.6 การพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางโคก หนอง นา วถิีน่านพอเพียงสู่ความยั่งยืน


22 * การส่งเสร ิมเยาวชนโคก หนอง นา เพื่อสืบสานการด าเนินงานกิจกรรมให้เกิดความ ต่อเนื่อง และมีการเชื่อมโยง ขยายผลสู่สถานศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ โรงเร ียนบ้านพืชเจร ิญ โรงเร ียนบ้านน้าพุ 2.6.3 กิจกรรมที่ 3 พัฒนาผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ สร้างความมั่นคงทางอาหาร มีการด าเนิน กิจกรรม ดังนี้ 1) การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสร ิมให้คนในชุมชนมีกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการส่งเสร ิมให้มีการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต (Way of life) ครัวเร ือนในหมู่บ้านและต าบล (มากกว่าร้อยละ 90) ได้มีการน้อมน าหลักปรัชญาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน โดยครัวเร ือนใน ชุมชนมีกิจกรรมในการลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในครัวเร ือน ดังนี้ (1) กิจกรรมการปลูกผักสวนครัว มีการส่งเสร ิมให้ครัวเร ือนมีการปลูกผักสวนครัวไว้ เพื่อการบร ิโภคและแบ่งปันในชุมชน รวมทั้งมีบางส่วนเหลือขายเป็นรายได้เสร ิมของครัวเร ือน ซึ่งแต่ละ ครัวเร ือนจะมีการปลูกผักอย่างน้อยครัวเร ือนละ 30 ชนิดขึ้นไป ได้แก่ตะไคร้ข่า ขมิ้น สะระแหน่ โหระพา กระ เพรา แมงลัก พร ิก ชะอม มะเขือ มะเขือพวง บวบ ผักกาด ผักบุ้ง มะกรูด มะนาว ผักชี ต้นหอม เป็นต้น โดย คนในชุมชนจะยึดหลักที่ว่า “กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน” ซึ่งในการปลูกผักสวนครัวมีการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ น้าหมักชีวภาพ สารไล่แมลงด้วยสมุนไพร มีกระบวนการด าเนินงาน ได้แก่จัดอบรมให้ความรู้โทษ จากสารพิษตกค้างการเพาะปลูกขยายพันธุ์และคุณประโยชน์ของผักผลไม้พื้นบ้านแต่ละชนิด โดยใช้ศูนย์ผู้น า จิตอาสาพัฒนาชุมชนต าบลน้าตกเป็นศูนย์กลางในการเร ียนรู้และฝึกปฏิบัติ มีวิทยากรจิตอาสาพัฒนาชุมชน เป็นครูพาท า การสร้างแปลงปลูกผักสาธิตชุมชน ณ ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน แปลงสาธิตชุมชนมีเนื้อที่จ านวน 19 ไร่ โดยทีมผู้น าการเปลี่ยนแปลง ผู้น าชุมชนและตัวแทน ครัวเร ือนร่วมกันพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเร ียนรู้พืชผักสมุนไพรผลไม้พื้นบ้านและขยายพันธุ์พืชผักผลไม้ พื้นบ้าน ได้แก่ ผักหวานป่า กล้วย อ้อย ตะไคร้ ข่า ผักกูด เป็นต้น เพื่อน าไปแจกจ่ายให้แก่ครัวเร ือนในชุมชน


23 (2) การขยายผลสร้างแปลงปลูกผักตามคุ้มต่าง ๆ ในหมู่บ้าน ในวัด ในโรงเร ียน ตาม หลัก “บวร” เพื่อเป็นต้นแบบให้คนในชุมชนน าไปปฏิบัติตาม เกิดครัวเร ือนต้นแบบในชุมชนที่มีการปลูกเพื่อ บร ิโภค และมีการปลูกพืชผักบร ิเวณที่สาธารณะเพื่อแบ่งปันในชุมชน บร ิเวณ 2 ข้างถนนในชุมชน และบร ิเวณ คุ้มในหมู่บ้าน ภายใต้กิจกรรม“ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” (3) การจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ ภายใต้กิจกรรม “กองทุนเมล็ดพันธุ์ ปันสุข” มีการ แบ่งปันเมล็ดพันธุ์พืชผักต้นกล้าและกิ่งพันธุ์มีการขยายผลสู่ศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์ทั้ง 7 หมู่บ้านในต าบล น้าตกและต าบลอื่น ๆ ในพื้นที่อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน (4) กิจกรรมการเลี้ยงสัตว์โดยการส่งเสร ิมอาชีพด้านปศุสัตว์และประมง เพื่อเป็น กิจกรรมลดรายจา่ยและเพิ่มรายได้ในครวัเรอืน เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ เป็ด จงิ้หรดี กบ ปลา เป็นต้น


24 (5) กิจกรรมการแปรรูป มีการส่งเสร ิมการรวมกลุ่มในการแปรรูปผลผลิตและส่งเสร ิม กิจกรรมการเพิ่มรายได้ในครวัเรอืน โดยการส่งเสรมิอาชพี ในชุมชนให้แก่ประชาชนที่นอกเหนือจากอาชีพ เกษตรกรรมที่เป็นอาชีพหลัก มีการน าผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่ม และแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต ่ า โดยผลิตภัณฑ์จากการแปรรูป ได้แก่มะขามแชอ่ ิ่ม มะม่วงดอง มะม่วงกวน ข้าวเกร ียบฟักทอง กล้วยตาก กล้วยฉาบ ผักกาดดอง น้าอ้อยคั้นสด เป็นต้น ซึ่งเป็น กิจกรรมที่สร้างรายได้ให้แก่ครัวเร ือน 2) การสรา้งสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน การส่งเสร ิมให้มีกิจกรรมในการรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรยีบรอ้ย การพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยจะทา การพัฒนาหมู่บ้าน วัด โรงเรยีน ป่าชา้ และถนนสองข้างทางของหมู่บ้านเป็นประจ า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันส าคัญต่างๆ อาทิเช่น วันพ่อแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ และวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น โดยหมู่บ้านมีกลไกและแผนปฏิบัติการในการ ขับเคลื่อนการรกัษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรยีบร้อย การพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดย ด าเนินงานดังต่อไปนี้ (1) ด าเนินโครงการจัดการขยะในชุมชน คนในชุมชนมีการคัดแยกขยะ และน าขยะมา เปลี่ยนเป็นรายได้ในชุมชน ภายใต้โครงการธนาคารขยะ (2) การท าถังขยะเปียกรักษ์โลก การท าเสวียนไม้ไผ่ก าจัดขยะเปียก ทีมผู้น าการ เปลี่ยนแปลงต าบลน้าตก จัดอบรมส่งเสร ิมให้ความรู้วิธีการก าจัดเปียกในครัวเร ือนอย่างเป็นระบบเพื่อลด ปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนจากขยะเปียกที่ไม่ผ่านการคัดแยกเศษอาหาร ส่งเสรมิไม้ไผ่และน ้ าหมักจุลินทรยี์ ให้แก่ทุกครัวเร ือน เพื่อท าเสวียนไม้ไผ่ไว้ก าจัดเศษอาหาร/ขยะเปียกในครัวเร ือน


25 (3) การจดัการทรพัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การที่คนในต าบลน้าตกประกอบ อาชีพหลักด้านการเกษตร โดยเฉพาะการท าไร่และการปลูกข้าวโพด ซึ่งต้องใช้ประโยชน์จากผืนดินและแหล่ง น้าเป็นต้นทุนการผลิตที่ส าคัญ จึงจ าเป็นที่จะต้องมีการบ ารุงรักษาให้สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสม แก่การเพาะปลูก รวมทั้งดูแลรักษาแหล่งน้าให้สะอาดและมีปร ิมาณน้าเพียงพอต่อการเพาะปลูกได้ตลอดปี ดังนั้นจึงได้มีการส่งเสร ิมการปรับปรุงรักษาคุณภาพดินและแหล่งน้า เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 3) การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ประชาชนในต าบลน้าตก นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 100 โดยคนในต าบลน้าตก มีวัดในต าบลเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน ในการจัดกิจกรรมตามประเพณีและ วัฒนธรรมอย่างสม่าเสมอ ตลอดทั้งเป็นศูนย์เร ียนรู้ด้านวัฒนธรรมประเพณีระดับต าบล เป็นสถานที่ให้ความรู้ การศึกษาและเผยแพร่การปฏิบัติธรรม และประชาชนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่าเสมอ กิจกรรมทางศาสนา ได้แก่ การเข้าวัดฟังธรรม การท าบุญตักบาตร การสรงน้าพระ ทุกวันพระและวันส าคัญ ทางศาสนา มีการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ซึ่งคนในต าบลมีส่วนร่วม โดยเฉพาะกลุ่ม เยาวชนได้รบัการส่งเสรมิการอนุรกัษ์และสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเยาวชนทุกคน ในชุมชนจะเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งเมื่อมีโอกาส มีการส่งเสร ิมและประสานให้มีการจัดการความรู้ ภูมิปัญญา ทอ้งถิ่นและการอนุรกัษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยการส่งเสร ิมและสนับสนุนการอนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมในท้องถิน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ทานสลากภัต การละเล่นพื้นบ้าน เช่น สะบ้า โก๋งเก๋ง การจัดขบวนแห่ที่สวยงามซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตของชุมชนจากทุกหมู่บ้านในต าบล รดน้าด าหัว ผู้สูงอายุ งานวันลอยกระทง แห่เทียนพรรษา ส่งเคราะห์ สืบชะตาหมู่บ้าน บายศร ีสู่ขวัญ การเลี้ยงผีเป็นต้น


26 2.6.4 กิจกรรมที่ 4 พัฒนาและส่งเสร ิมการตลาด การพัฒนาและส่งเสร ิมการตลาด เป็นการน าสินค้าที่ผลิตและแปรรูปไปจ าหน่าย ท าให้ เกิดการแลกเปลี่ยน เชื่อมโยงการประจายสินค้า เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างการรับรู้และการจ าหน่าย ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพ ได้แก่ ตลาดในชุมชน/หมู่บ้าน ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้กาดเมืองงั่วหน้าที่ว่าการ อ าเภอนาน้อย (จ าหน่ายทุกวันอังคารและวันศุกร์) จ าหน่ายในวันประชุมประจ าเดือนของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน งานวัฒนธรรมเป็นศร ีของดีนาน้อย ที่จัดขึ้นเป็นประจ าทุกปี งานประจ าปีและของดีเมืองน่าน จ าหน่ายผ่านสื่อ ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เฟชบุค ไลน์ 2.6.5 กิจกรรมที่ 5 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และขยายผล 1) การจัดการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศในศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” โดยมีการจัดแสดงข้อมูลของศูนย์เร ียนรู้ ได้แก่ ข้อมูลประวัติความเป็นมา จุดเรม่ิต้นการก่อเกิดศูนย์ฯ องค์ความรู้ ภูมิปัญญาทอ้งถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน 2) การจัดท าสื่อการเร ียนรู้ เพื่อให้บร ิการองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยมีรูปแบบ ของสื่อการเร ียนรู้ที่ให้บร ิการในศูนย์เร ียนรู้ฯ ได้แก่ แผ่นพับ เอกสาร ป้ายประชาสัมพันธ์ 3) การจัดท าแผนที่จุดเร ียนรู้ในศูนย์ฯ โดยให้บร ิการข้อมูลแหล่งเร ียนรู้ที่หลากหลายใน พื้นที่ศูนย์ฯ มีครูพาท าที่เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ 4) เผยแพร่ข้อมูลของศูนย์ฯ เพื่อประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้เป็นที่รู้จักทางสื่อ ออนไลน์ ได้แก่ ไลน์ยูทูปและ Facebook Fanpage “สวนศักดิ์ดุลย์”


27 ส่วนที่ 3 สรุปผลการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พื้นที่ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” (สวนศักดิ์ดุลย์) ตั้งอยู่ บ้านพืชเจร ิญ หมู่ที่ 1 ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน สรุปผลการด าเนินงานดังนี้ 1) การท าไร่ข้าวโพดในอดีตที่ผ่านมา ได้ท าลายพื้นที่ หน้าดินเกิดการชะล้าง ดินพังทลาย สารเคมีตกค้าง ดินเสื่อมโทรม เกิดความแห้งแล้ง แนวทางแก้ไข โดยการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทาง “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งช่วยฟื้ นฟูธรรมชาติให้กลับคืนมา จึงนับเป็นทางรอดที่ดี 2) น้าในหนอง จะลดลงในฤดูแล้ง ท าให้น้าไม่เพียงพอส าหรับการเพาะปลูกพืชในฤดูแล้ง การ แก้ไขปัญหาโดยการออกแบบพื้นที่ให้สามารถกักเก็บน้าได้ หน้าดินไม่ถูกชะล้าง ดินไม่พังทลาย และเลือก ปลูกพืชให้เหมาะสม โดยการเลือกชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมีการพัฒนาตามพระราชด าร ิและหลักการทรงงานของของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้มีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการท าเกษตรจากเกษตรเชิงเดี่ยว มาเป็นเกษตรผสมผสาน ภายใต้หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เน้นการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกิจกรรม การเกษตรเพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้ง การเลี้ยงหมูป่า เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ผล เช่น แก้ว มังกร มะละกอ ฝรั่ง กล้วย สับปะรด และปลูกผักสวนครัว คะน้า ผักกูด ผักหวานป่า เป็นต้น ส่งผลให้มีอาหาร เพียงพอต่อการบร ิโภคและจ าหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เกิดความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน สามารถ สรุปผลส าเร็จ ดังนี้ 1) สร้างแหล่งอาหารให้ชุมชน ส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร 2) มีรายได้ที่มั่นคง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น 3) เป็นพื้นที่ต้นแบบให้ชุมชน องค์กรและหน่วยงานอื่น ๆ ได้เข้ามาศึกษาเร ียนรู้โดยมีการผนึก ก าลังร่วมกับภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรมของศูนย์เร ียนรู้ฯ ท าให้มี กระบวนการเร ียนรู้ คนในชุมชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารทั้งภายในและภายนอกชุมชน เกิดกระบวนการ แลกเปลี่ยนเร ียนรู้ร่วมกัน นับเป็นบทเร ียนอันล้าค่าและแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนและสามารถ เป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่นได้ 4) มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ดิน น้า ป่าและเป็นการฟื้ นคืนผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ 3.1 ข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไข 3.2 ผลส าเร็จของการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”


28 3.3.1 ด้านกลยุทธ์ การด าเนินงานศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ให้ประสบ ผลส าเร็จและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์และหลักการด าเนินงานของศูนย์เร ียนรู้ฯ เพื่อท าให้ศูนย์เร ียนรู้ฯ สามารถเป็นศูนย์กลางแหล่งเร ียนรู้ในพื้นที่ โดยการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปเป็นแนวทางในการด ารงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์มีการใช้หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักกลยุทธ์3 บ. คือ 1) เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา คือ ก่อนท าอะไร ต้องมีความเข้าใจเสียก่อน เข้าใจภูมิประเทศ เข้าใจผู้คนในหลากหลายปัญหา ทั้งทางด้านกายภาพ ด้านจาร ีตประเพณีและวัฒนธรรม เป็นต้น และระหว่าง การด าเนินการนั้น จะต้องท าให้ผู้ที่เราจะไปท างานกับเขาหร ือท างานให้เขานั้น “เข้าใจ” เราด้วย เพราะถ้าเรา เข้าใจเขาแต่ฝ่ายเดียว โดยที่เขาไม่เข้าใจเรา ประโยชน์คงจะไม่เกิดตามที่เรามุ่งหวังไว้ “เข้าถึง” ก็เช่นกัน เมื่อรู้ ปัญหาแล้ว เข้าใจแล้ว จะต้องท าอย่างไรก็ตามให้เขาอยากเข้าถึงเราด้วย ก็จะน าไปสู่ “การพัฒนา” ที่เป็นความ ต้องการของชุมชนนั้น ๆ ผลการด าเนินงานของศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” โดยใช้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ส่งผลให้เกิดการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน เกิดการระเบิดจากข้างใน ท าให้มีพลังในการ จะน าไปใช้ในการพัฒนาชุมชนของตนเอง ภายใต้ทุนชุมชน ศักยภาพของผู้น าและบร ิบทของชุมชน คนใน ชุมชนมีความพร้อมในการสร้างสังคมที่มีความเอื้ออาทร เอื้อเฟื้ อแบ่งปัน เกื้อกูล ผู้น าชุมชนมีศักยภาพเป็น ต้นแบบในการปฏิบัติ ดังนั้น โครงการเสร ิมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลง เป็นการสร้างผู้น าชุมชนให้ มีโอกาสในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม แสดงศักยภาพสร้างเคร ือข่ายในการขับเคลื่อนงานให้เกิดผล ส าเร็จอย่างเป็นรูปธรรม การเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยใช้พลังของคนในชุมชน มีภาคีการ พัฒนาหนุนเสร ิม สนับสนุนให้เกิดการเร ียนรู้ด้วยคนในชุมชนเอง การให้ความส าคัญ การยกย่องเชิดชูเกียรติ ซึ่งเป็นการกระตุ้นพลังจากข้างในที่แสดงออกถึงการเป็นผู้ให้ “ยิ่งให้ยิ่งได้” และการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รู้จักอย่างแพร่หลาย 3.3 ปัจจัยสู่ความส าเร็จและปัจจัยส าคัญเสร ิมสร้างให้ก้าวต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง


29 2) หลักการท างาน 3 บ. คือ * บ. บุก คือ การท างานเชิงรุก มีการศึกษาข้อมูล การคิดค้นและวางแผนการด าเนินงาน โดยการคิดวิเคราะห์และคาดการณ์ว่าอนาคตต้องการพัฒนาไปในทิศทางใด ด้วยรูปแบบวิธีการแบบใหม่ เพื่อ มุ่งสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ รูปแบบใหม่ ๆ * บ. บูรณาการ คือ การลดความซ้าซ้อนของการปฏิบัติงานของส่วนราชการในอ าเภอทั้ง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มาท างานประสานกัน ทั้งด้านบุคลากร การบรหิารจดัการ วัสดุอุปกรณ์ในการ ท างานและเงินงบประมาณ ทั้งนี้ จะต้องมีความสามารถในการโน้มน้าว หร ือจูงใจทุกภาคีให้เกิดความ กระตือร ือร้นในการท างาน และมีความรับผิดชอบต่องานที่ท า และจะต้องบร ิหารงานเป็นทีมโดยให้ทุกคนมี ส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมท า และร่วมประเมินผล * บ. บวก คือ การคิดเชิงบวก ส่งผลให้เกิดการมองโลกในแง่ดี ท าให้มีพลังให้เกิด ความคิดสร้างสรรค์และพลังขับเคลื่อนเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี หลักการด าเนินงานของศูนย์ฯ ด าเนินการโดยอาศัยหลักการแบ่งปัน เอื้อเฟื้ อเกื้อกูล ร่วมมือกัน บูรณาการความร่วมมือหลายหน่วยงาน และการสร้างเคร ือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้มีกระบวนการ เร ียนรู้เกิดขึ้นในชุมชน คนในชุมชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารทั้งภายในและภายนอกชุมชน เกิดกระบวนการ ถ่ายทอดความรู้ ภูมิปัญญา สู่คนรุ่นหลัง เป็นแหล่งเร ียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง มีการแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ ร่วมกัน คนในชุมชนมีรายได้จากกิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ที่มาศึกษาดูงาน เยาวชนที่เข้ามาเร ียนรู้เกิด จิตส านึกในการกระท าความดี และการปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการถอดบทเร ียนและ บันทึกภูมิปัญญา สรุปถอดบทเร ียนทุกองค์ความรู้มีการรวบรวม องค์ความรู้เพื่อให้บร ิการ ณ ศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” เป็นบทเร ียนอันล้าค่าและแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนและสามารถ เป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นได้ 3.3.2 ด้านบุคลากร ๑) มีกลไกการขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ประกอบด้วย ผู้น า การเปลี่ยนแปลง ผู้น าชุมชน/แกนน า ประชาชนในหมู่บ้านและต าบล ที่มีความเสียสละ มีความรักความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจในการท ากิจกรรมต่าง ๆ ๒) คนในชุมชนให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมอย่างจร ิงจัง ในการขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” และมีการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในวิถีชีวิตประจ าวัน ๓) มีการสร้างเคร ือข่ายการขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ทุกระดับ มีกิจกรรมรวมพลังเคร ือข่าย เอามื้อสามัคคี ซึ่นับเป็นเคร ือข่ายที่มีความเข้มแข็ง มีน้าใจไมตร ีต่อกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ประสบการณ์กัน ซึ่งจะช่วยให้ได้รับองค์ ความรูเ้พิ่มขึ้น น าไปสู่การบรหิารจดัการที่ดีสามารถลงมือปฏิบัติได้อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งนับเป็นปัจจยัที่น าไปสู่ ความส าเร็จได้ ๔) เจ้าของพื้นที่ มีใจรักในการพัฒนาพื้นที่ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในการท าเกษตร อินทร ีย์แบบผสมผสานมากกว่าการท าการเกษตรเชิงเดี่ยว ประกอบกับการมีทัศนคติที่ดีในการพัฒนาพื้นที่ เน้นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น รวมทั้งมีความ ขยันหมั่นเพียร มีความมุ่งมั่นตั้งใจจร ิง มีความใส่ใจในการพัฒนาพื้นที่ มีความอดทนและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ด้วยความเป็นผู้มีภาวะผู้น า สามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีสู่การปฏิบัติได้และเป็นผู้มีอุดมการณ์อันแน่วแน่ มีความ เชื่อมั่นและศรัทธาการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


30 3.3.3 ด้านการบร ิหารจัดการ ๑) มีการก าหนดแผนงานขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ให้มี ความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน 2) มีการประชาสัมพันธ์การด าเนินงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่าน ช่องทางออนไลน์ 3) มีการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีและวทิยาการสมัยใหม่มาใช้ได้อย่าง เหมาะสมและเข้ากับสภาพพื้นที่ของตนเอง การขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เป็นศูนย์เร ียนรู้ ต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น เพื่อให้สามารถบรรลุ เป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ประชาชนมีรากฐานการด ารงชีวิตและพัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคง และสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงขอเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์“3 STEP” และหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” STEP 1 : SET (เตร ียมการให้ดี) 1) ศึกษาแนวทาง แนวทางการด าเนินงาน “ก้าวต่อไปโคกหนอง นา” 2) ส ารวจและจัดระบบฐานข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ ครบถ้วน มีการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการ พัฒนาต่อยอด 3) สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการรับรู้ (ครัวเร ือนต้นแบบ/ชุมชน/ภาคีการพัฒนา 7 ภาคส่วน/เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน) 4) จัดท าแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนงาน “โคก หนอง นา” 5) จัดตั้งกลไกขับเคลื่อนงานของอ าเภอในรูปแบบประชารัฐ เพื่อร่วมมือกันและประสานพลัง การพัฒนาในแต่ละมิติ 6) แสวงหาและบูรณาการความร่วมมือ ในรูปแบบการท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ภาคี ทั้ง 7 ภาคส่วน 7) แต่งตั้งคณะท างานขับเคลื่อนต าบล และหมู่บ้าน (ผู้น าชุมชนทอ้งถิ่น/ทอ้งท)ี่ 8) จัดตั้งเคร ือข่ายสมาชิก “โคก หนอง นา” ระดับต าบลและระดับอ าเภอ 9) จัดประเมินศักยภาพพื้นที่ต้นแบบตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน 10) วิเคราะห์จัดระดับความพร้อมของพื้นที่ (ระดับ A B C) 11) จัดท าแผนยกระดับ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (ภาพรวม/รายแปลง) STEP 2 : SUPPORT (ประสานภาคีให้พร้อม) 1) ส่งเสร ิม สนับสนุนการยกระดับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในแต่ละระดับ โดยบูรณาการ ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสร ิม สนับสนุน ขยายผลและต่อยอดให้การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเป้าหมาย บรรลุเป้าหมาย ในด้านต่าง ๆ ตามหลัก 5P ดังนี้ 1.1) Place (พื้นที่) * สร้าง : สรา้งเพิ่มเติมในสิ่งที่ยังไม่มีเช่น ป้ายต่าง ๆ 3.4 ข้อเสนอแนะ


31 * ซ่อม : ซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่ * เสร ิม : เสร ิมการน าใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่ทันสมัย/ การใช้พลังงานทดแทน/ สร้างสื่อเร ียนรู้ 1.2) People (คน) * ครูพาท า : สร้างพัฒนาครูพาท า สร้างเคร ือข่ายวิทยากร * คลัสเตอร์: รวมกลุ่มเจ้าของเแปลงประเภทเดียวกัน * เยาวชน คน “โคก หนอง นา” : สร้างและพัฒนาเยาวชนโคก หนอง นา และการ จัดตั้งเคร ือข่ายทีมเยาวชนฯ 1.3) Product (ผลผลิต) * ผลผลิตปลอดภัย : สร้างความมั่นคงทางอาหารเช่น เกษตรอินทร ีย์/เกษตรปลอดภัย * ออมและแบ่งปัน : เสร ิมสร้างความมั่นคงทางสังคม เช่นธนาคารเมล็ดพันธุ์ การ แบ่งปันกันเอง * แปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ : รวมกลุ่มแปรรูปผลผลิตจากโคก หนอง นา การ ออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 1.4) Promotion (ส่งเสร ิมช่องทางตลาด) * ชุมชน : ตลาดนัดชุมชน กลุ่มไลน์ขายของชุมชน ไรเดอร์ชุมชน * จังหวัด : ตลาดสินค้าเกษตร ตลาด OTOP ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ตลาดอื่น ๆ ใน ชุมชน อ าเภอและจังหวัด * ประเทศ : ตลาดออนไลน์ งาน OTOP Midyear งาน OTOP City * การสร้างและพัฒนาความรู้ : การจัดแสดงและจ าหน่ายสินค้า 1.5) Pass on Perfect (ขยายผลและเผยแพร่) * จัดเวทีถอดบทเร ียนและประเมินผลการด าเนินงาน * เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมโคก หนอง นา กับกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนอื่น ๆ เช่น ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนต าบล/อ าเภอ/จังหวัด กองทุนชุมชนอื่น ๆ * จัดกิจกรรมศูนย์แบ่งปันอาหารแก่ครัวเร ือนยากจนแบ่งปันให้แก่ครัวเร ือนที่ตก เกณฑ์ในระบบ TPMAP * จัดกิจกรรมสานความสัมพันธ์คน 3 วัย ในพื้นที่โคก หนอง นา * จัดเวทีแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ระหว่างเคร ือข่ายฯ ครัวเร ือน การจัดกิจกรรมสาน สัมพันธ์เคร ือข่าย “พี่น้อง โคก หนอง นา” 2) ลงพื้นที่เพื่อร่วมด าเนินงานก ากับ ติดตาม ให้ค าปร ึกษาแนะน าอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องและ สม่าเสมอร่วมกับทีมงานในการลงพื้นที่ติดตามฯอย่างใกล้ชิด STEP 3 : STAR มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ เพื่อสร้างขวัญก าลังใจและต่อยอดการพัฒนา 1) คัดเลือกศูนย์เร ียนรู้ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มีศักยภาพและความสามารถใน การขยายผลการปฏิบัติสู่พื้นที่โดยรอบ (Best Practice) 2) จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล เพื่อสร้างขวัญก าลังใจ 3) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ พื้นที่ต้นแบบที่มีผลการด าเนินงานดีเด่น ผ่านช่องทาง online/offline 4) ประเมินผลการพัฒนา สรุปและรายงานผลการด าเนินงาน 5) ทบทวน/ปรับปรุงและจัดท าแผนการพัฒนาในปีต่อไป 6) ท าแผนการต่อยอดการพัฒนา


32 * พัฒนาพื้นที่ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน * พัฒนาเป็นแหล่งทอ่งเทยี่วในเชงินิเวศวทิยาและสิ่งแวดล้อม * พัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์เร ียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและศูนย์การแบ่งปัน น้าใจของชุมชน (การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เพื่อแบ่งปัน ให้แก่คนในชุมชน) 7) การแสวงหาแหล่งงบประมาณ เพื่อต่อยอดการพัฒนาพื้นที่และขยายผลการพัฒนาไปใน พื้นที่อื่น ๆ ผลส าเร็จการด าเนินงาน 1) ตัวชี้วัดเชิงปร ิมาณ * ร้อยละ 80 ของครัวเร ือนต้นแบบ มีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ ต้นแบบ * ร้อยละ 80 ของศูนย์การเร ียนรู้ฯ เป็นแหล่งเร ียนรู้ที่มีชีวิต มีขีดความสามารถใน การส่งเสร ิมการเร ียนรู้ของประชาชนในชุมชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเป็นรูปธรรมและมี ศักยภาพและความสามารถในการขยายผลการปฏิบัติสู่พื้นที่โดยรอบ 2) ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ (ความยั่งยืนใน 3 มิติ) * มิติเศรษฐกิจ (เข้มแข็งจากฐานราก) : ประชาชนมีอาชีพ เกิดรายได้จากการ จ าหน่ายผลผลิต การแปรรูปผลผลิต การท่องเที่ยวในพื้นที่โคกหนองนา ชุมชนสามารถบร ิหารจัดการและ พึ่งตนเองได้ * มิติสังคม (ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง) : เป็นชุมชนแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูล พึ่งพาอาศัย กัน ชุมชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน * มิติสิ่งแวดล้อม (เปลี่ยนสู่ความยั่งยืน) : การพัฒนา ที่มีความสมดุลยั่งยืนและเป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม 3) เป้าหมาย (GOAL) : ประชาชนมีรากฐานการด ารงชีวิตและพัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคง และสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4) ผลกระทบ : ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อภาพลักษณ์องค์กร และเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ ฐานรากอย่างสมดุลยั่งยืน ท าให้ประชาชนมีรากฐานการด ารงชีวิตและพัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและ สมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


ข้อเสนอแนะ : การขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนหลักการและเหตุผล : กรมการพัฒนาชุมชน ด าเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ประชาเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์เร ียนรู้ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์STEP 2 : SUPPORT (ประสานภาคีให้พร้อม) STEP 1 : SET (เตร ียมการให้ดี) 3) ประเทศ : ตลาโอทอป midyea4) สร้าง/พัฒนาคแสดง/การจ าหน่1.5 Pass on Pผลและเผยแพร่) 1) จัดเวทีถอดบประเมินผลการด 2) เชื่อมโยงกาโคกหนองนา กับอื่นๆ เช่น ศูนย์ผู้นกองทุนชุมชนอื่น 3) จัดกิจกรรมศอาหารแก่ครัวเร ือแบ่งปันให้แก่ คร 4) จัดกิจกรรมสความสัมพันธ์คนโคกหนองนา 5) จัดเวทีแลกเระหว่างเคร ือข่ายกิจกรรมสานสัมพ“พี่น้อง โคก หนอ2. ลงพื้นที่เพื่อร่วก ากับ ติดตาม ใหแนะน าอย่างใกล้และสม่าเสมอ ร่วมกับทีมงานในติดตามฯอย่างใก-ใช้ระบบรายงาน1. ส่งเสร ิม สนับสนุนการยกระดับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบใน แต่ละระดับ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อ ส่งเสร ิม สนับสนุน ขยายผลและต่อยอดให้การพัฒนาพื้นที่ ต้นแบบเป้าหมายบรรลุเป้าหมาย ในด้านต่างๆ 1.1 Place (พื้นที่) 1) สร้าง : สรา้งเพมิ่เติมในสิ่งที่ยังไม่มีเช่น ป้ายต่างๆ 2) ซ่อม : ซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่/ 3) เสร ิม : เสร ิมการน าใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่ทันสมัย/ การใช้พลังงานทดแทน/สร้างสื่อเร ียนรู้ 1.2 People (คน) 1) ครูพาท า : สร้างพัฒนาครูพาท า สร้างเคร ือข่ายว ิทยากร 2) คลัสเตอร์ : รวมกลุ่มเจ้าของเแปลงประเภทเดียวกัน 3) เยาวชน คน “โคก หนอง นา” : สร้าง/พัฒนาเยาวชน โคก หนอง นา จัดตั้งเคร ือข่ายทีมเยาวชนฯ 1.3 Product (ผลผลิต) 1) ผลผลิตปลอดภัย : สร้างความมั่นคงทางอาหารเช่น เกษตรอินทร ีย์/เกษตรปลอดภัย 2) ออมและแบ่งปัน : เสร ิมสร้างความมั่นคงทางสังคม เช่น ธนาคารเมล็ดพันธุ์ การแบ่งปันกันเอง 3) แปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์: รวมกลุ่มแปรรูปผลผลิต จากโคก หนองนา/พัฒนาบรรจุภัณฑ์ 1.4 Promotion (ส่งเสร ิมช่องทางตลาด) 1) ชุมชน : ตลาดนัดชุมชน กลุ่มไลน์ขายของชุมชน ไรเดอร์ชุมชน 2) จังหวัด : ตลาดสินค้าเกษตร / ตลาด OTOP /ตลาดนัด คนไทยยมิ้ ไ/ตลาดอื่น ๆ ในชุมชน อ าเภอ จังหวัด 1. ศึกษาแนวทาง แนวทางการด าเนินงาน “ก้าวต่อไปโคกหนอง นา” 2. ส ารวจ/จัดระบบฐานข้อมูล ให้เป็น หมวดหมู่ ครบถ้วน /ว ิเคราะห์ข้อมูล เพื่อ การพัฒนาต่อยอด 3. สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการรับรู้ (ครัวเร ือนฯ/ชุมชน/ภาคี การพัฒนา 7 ภาคส่วน/จนท.พช.) 4. จัดท าแผนปฏิบัติการให้ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนงาน “โคก หนอง นา” 5. จัดตั้งกลไกขับเคลื่อนงานของอ าเภอ ในรูปแบบประชารัฐ เพื่อร่วมมือกันและประสานพลังการ พัฒนาในแต่ละมิติ 6. แสวงหาและบูรณาการความร่วมมือ ในรูปแบบการท าบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือกับภาคี ทั้ง 7 ภาคส่วน 7. แต่งตั้งคณะท างานขับเคลื่อนต าบล และหมู่บ้าน (ผนู้ าชุมชนท้องถิ่น/ท้องที่) 8. จัดตั้งเคร ือข่ายสมาชิก “โคก หนอง นา” ระดับต าบล อ าเภอ 9. จัดประเมินศักยภาพพื้นที่ต้นแบบ ตามแนวทางของกรมฯ 10. ว ิเคราะห์จัดระดับความพร้อมของ พื้นที่ (ระดับ A B C) 11. จัดท าแผนยกระดับ การพัฒนาพื้นที่ ต้นแบบ (ภาพรวม/รายแปลง) เข้าใจ เข้าถึง


33 นาชุมชน” ให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ “3 STEP” กทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มีเป้าหมายเพื่อให้เป็นศูนย์เร ียนรู้ต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ชนมีรากฐานการด ารงชีวิตและพัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึง ธ์“3 STEP” ผลส าเร็จ STEP 3 : STAR มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ เพื่อสร้างขวัญ ก าลังใจและต่อยอดการพัฒนา ตัวชี้วัดเชิงปร ิมาณ 1. ร้อยละ 80 ครัวเร ือนของศูนย์การเร ียนรู้ฯ มีอาชพีมีรายได้เพมิ่ขึ้นจากการพฒันาพนื้ที่ต้นแบบ 2. ร้อยละ 80 ของศูนย์การเร ียนรู้ฯ เป็นแหล่ง เร ียนรู้ที่มีชีว ิต มีขีดความสามารถในการส่งเสร ิมการ เร ียนรู้ของประชาชนในชุมชนเพื่อการพัฒนา คุณภาพชีว ิตที่ดี ได้ อย่างเป็นรูปธรรม และมี ศักยภาพและความสามารถในการขยายผลการ ปฏิบัติสู่พื้นที่โดยรอบ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ (ความยั่งยืน ใน 3 มิติ) มิติเศรษฐกิจ (เข้มแข็งจากฐานราก) : ประชาชนมี อาชีพ เกิดรายได้จากการจ าหน่ายผลผลิต การแปร รูปผลผลิต การท่องเที่ยวในพื้นที่โคกหนองนา ชุมชนสามารถบร ิหารจัดการและพึ่งตนเองได้ มิติสังคม (ไม่ทิ้งใครไวข้า้งหลงั) : เป็นชุมชนแห่งการ ช่วยเหลือเกื้อกูล พึ่งพาอาศัยกัน ชุมชนมีความสุข มี คุณภาพชีว ิตที่ดี เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน มิติสิ่งแวดล้อม (เปลี่ยนสู่ความยั่งยืน): การพัฒนา ที่มีความสมดุลยงั่ยนืและเป็นมิตรกับสิ่งแวดลอ้ม GOAL : ประชาชนมีรากฐานการด ารงชีว ิตและ พัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและสมดุล ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. คัดเลือกศูนย์เร ียนรู้ต้นแบบการพัฒนา คุณภาพชีว ิต ที่มีศักยภาพและความสามารถในการขยายผล การปฏิบัติสู่พื้นที่โดยรอบ (Best Practice) 2. จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล เพื่อ สร้างขวัญก าลังใจ 3. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ พื้นที่ต้นแบบที่มีผลการด าเนินงานดีเด่น ผ่าน ช่องทางonline/offline 4. ประเมินผลการพัฒนา สรุปและรายงานผล การด าเนินงาน 5. ทบทวน/ปรับปรุงและจัดท าแผนการพัฒนาใน ปีต่อไป 6. ท าแผนการต่อยอดการพัฒนา 1) พัฒนาพื้นที่ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน 2) พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิง นิเวศวทิยาและสิ่งแวดลอ้ม 3) พัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์ฯคุณภาพชีว ิตและ ศูนย์การแบ่งปันน้าใจของชุมชน (การปลูกผัก / เลี้ยงสัตว์ เพื่อแบ่งปัน ให้แก่คนในชุมชน) 7. การแสวงหาแหล่งงบประมาณ เพื่อต่อยอด การพัฒนาพื้นที่และขยายผลการพัฒนาไปใน พื้นที่อื่น ๆ าดออนไลน์ / ar /city ความรู้: การจัด ายสินค้า Perfect (ขยาย บทเร ียน าเนินงาน รจัดกิจกรรม กิจกรรม พช. น าจิตอาสา ๆ ศูนย์แบ่งปัน อนยากจน ร.ระบบ TPMAP สาน น 3 วัย ในพื้นที่ เปลี่ยนเร ียนรู้ ยฯ/ครัวเร ือน พันธ์เคร ือข่าย อง นา” วมด าเนินงาน ห้ค าปร ึกษา ้ชิด ต่อเนื่อง นการลงพื้นที่ กล้ชิด นออนไลน์ ผลกระทบ : ส่งผลกระทบเชิงบวก ต่อภาพลักษณ์ องค์กร และเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่าง สมดุลยั่งยืน ท าให้ประชาชนมีรากฐานการด ารงชีว ิต และพัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและสมดุลตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนา


34 ภาคผนวก


35 Facebook fanpage : สวนศั กดิ์ ด ุ ลย ์


36 การประชาสัมพันธผ์ ่านสิ่อออนไลน์ Youtube สืบสาน ต่อยอดการพัฒนา จากฟ้าสู่ดิน : ศักดิ์ดุลย์ ค าสิทธ ิ์กับความส าเรจ็จากการ เรยีนรูจ้รงิ ทา จรงิ


37 การประชาสัมพันธผ์ ่านสิ่อออนไลน์ Youtube โคก หนอง นา บ้านพืชเจร ิญ ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน


38 การประชาสัมพันธผ์ ่านสิ่อออนไลน์ Youtube ศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง “สวนศักดิ์ดุลย์” กศน.ต าบลน้าตก อ าเภอนาน้อย จังหวัดน่าน


ส ำนักงำนพัฒนำชุมชนอ ำเภอนำน้อย จังหวัดน่ำน


1. การเก็บเม็ดผักหวานป่าโดยคัดเฉพาะเมล็ดที่สุกและสด ใหม่ ซึ่งเมล็ดผักหวานป่าจะสุกแก่เต็มที่สามาเก็บได้ช่วง เดือน เมษายน – พฤษภาคม นำเมล็ดมาล้างคัดแยกเยื้อหุ้มเมล็ด และเมล็ดไม่สมบูรณ์ทิ้ง แลขัดเมล็ดด้วยตะแกรงหรือภาชนะผิว หยาบ ขณะล้างเมล็ดควรใส่ถุงมือยาง เนื่องจากเยื้อหุ้มเมล็ดมี สารระคายเคืองต่อผิวหนัง 2. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วมาแช่น ้าเพื่อแยกเมล็ดที่ลอย น ้าทิ้งและนำเมล็ดที่จมน ้ามาผึ่งลมพอหมาด ๆ แล้วคลุกด้วยยา ป้องกันเชื้อรา 3. นำเมล็ดที่คลุกยาป้องกันเชื้อรามาเพาะในกระบะ ทรายที่มีร่มรำไร ผสมแกลบเผาโดยเกลี่ยเมล็ดให้กระจายและกด เมล็ดลงบนทรายความลึกเท่าความยาวของเมล็ด ดินกลบนิด หน่อย รดน ้าให้ชุ่ม 2- 3 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกหรือแตกร้าว ขยายตัว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติก ที่เตรียมไว้ 4. วัสดุที่เพาะควรใช้ดินลูกรังทรายหยาบ และปุ๋ยคอก เก่าหรือปุ๋ยหมัก ผสมกันอัตรา 1:1:1 โดยปริมาตร นำวัสดุเพาะ บรรจุในถุงพลาสติกขนาด 8 X 3 นิ้ว นำเมล็ดที่เริ่มงอกวางลง บนดินผสมใช้มือกดให้เมล็ดจมลงในดินเสมอกับผิวดิน หรือโผล่ พ้นดินเล็กน้อย จำไปไว้ในที่ร่มรำไร รดน ้าให้มีความชื้น พอสมควร อย่าให้แฉะจนเกินไป ในระยะเวลาหนึ่งเดือนแรกราก จะเริ่มงอกอย่างรวดเร็ว เดือนที่สองจะเริ่มแทงยอดขึ้นพ้นดิน หลังจากสองเดือนผักหวานจะสูงประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร ขั้นตอนการเพาะผักหวาน ขั้นตอนปลูกและบำรุงรักษา 1. การปลูกผักหวานป่าควรปลูกในช่วงหลัง สงกรานต์พื้นที่ควรเป็นที่ลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อป้องกัน น ้าขัง ดินควรเป็นดินร่วนหรือดินเหนียว ก่อนปลูก ผักหวานป่าควรปลูกต้นไม้บังแสงแดดเพื่อให้เกิดร่ม รำไร เนื่องจากผักหวานไม่ชอบแดดจัด 2. การเตรียมหลุมปลูก ควรขุดหลุมขนาด 50 X 50 X 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นและ ระหว่างแถว 2 – 3 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักครึ่งปี๊บผสมคลุกเคล้ากับหน้าดินควร เตรียมหลุมก่อนปลูกประมาณ 2-3 สัปดาห์ 3. นำผักหวานป่าที่เพาะในถุงพลาสติก โดยถอด ถุงพลาสติกออก ระวังอย่าให้ดินแตกหรือราก ขาด ควรปลูกให้ดินปากหลุมสูงกว่าปากหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร กดดินให้แน่นแล้วพูนดินกลบโคนขึ้น โดยรอบ เพื่อป้องกันน ้าขังหลุมปลูกเมื่อมีการรดน ้า หรือฝนตก 4. ใช้ไม้ไผ่หรือไม้มีความคงทน เพื่อทำหลัก บริเวณหลุมปลูกเพื่อเป็นเครื่องหมายของต้น ผักหวาน ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ต้นละ 1 ปี๊บ ระยะห่างโคนต้นผักหวาน 50 เซนติเมตร ในช่วง ฤดูฝนปีละครั้ง


Click to View FlipBook Version