1 บทที่ 1 กจิกรรมโครงการข ้ อมูลท ้ องถิ่น ชื่อโครงการ ข้อมูลท้องถิ่นกลุ่มสวิง บ้านหนองแคน ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม หลกัการและเหตุผล บ้านหนองแคน ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็ นหมู่บ้านเล็กๆ และ อยู่ไม่ห่างจากตวัอา เภอมากนัก ซ่ึงมีสินคา้โอทอปที่ข้ึนชื่อของหมู่บา้นก็คือ สวิง ซ่ึงเป็นตวัเบิก ทางที่ทา ใหผ้คู้นไดรู้้จกัหมู่บา้นน้ีแต่ถึงอยา่งน้นัก็อาจรู้จกัไดอ้ยา่งไม่ทวั่ถึงและดีพอมากนกั ดังน้ันนักศึกษาหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ของ มหาวิทยาลยัราชภฎัมหาสารคาม จึงไดจ้ดัทา ขอ้มูลทอ้งถิ่นไวส้า หรับเป็นขอ้มูลของบา้นหนองแคน ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม วัตถุประสงค ์ 1. เพื่อศึกษาขอ้มูลทอ้งถิ่นของหมู่บา้นหนองแคน 2. เพื่อส ารวจสถานที่ท่องเที่ยว ปราชญ์ชาวบ้านและสินค้าโอทอปในหมู่บ้าน 3. เพื่อจัดท าเว็บไซต์ของหมู่บ้านหนองแคนแคน ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม กลุ่มเป้ าหมาย คนในชุมชนบ้านหนองแคน ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
2 วิธีด าเนินการ ล าดับ กิจกรรม ระยะเวลา 1 สา รวจขอ้มูลทอ้งถิ่น 16 ธันวาคม 2554 2 เขียนโครงการ 21 ธันวาคม 2554 3 เสนอโครงการ 4 มกราคม 2555 4 ลงพ้ืนที่เก็บขอ้มูล 28 มกราคม 2555 5 ท ารูปเล่มพร้อมPower Pointและเว็บไซต์ 1-18 มกราคม 2555 6 สรุปและน าเสนอ 20 มกราคม 2555 เครื่องมือ/อุปกรณ์/ทรัพยากรที่ใช้ในการด าเนินงาน 1. กล้องถ่ายรูปพร้อมถ่ายวีดีโอ 2. สมุดพร้อมชุดเครื่องเขียนและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3. ยานพาหนะ งบประมาณ (ระบุค่าใช้จ่าย) 1. ค่าน้า มนั 200 บาท 2. ค่าเอกสารท้งัหมดพร้อมเวบ็ ไซต์300 บาท รวมค่าใชจ้่ายท้งัหมด 500 บาท (ห้าร้อยบาท) สถานที่ บ้านเลขที่ 184 หมู่ที่ 8 บ้านหนองแคน ต าบลศรี สุ ข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม ระยะเวลาด าเนินการระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 - 20 กุมภาพนัธ์ 2555 1. สา รวจขอ้มูลทอ้งถิ่น 16 ธนัวาคม 2554 2. เขียนโครงการ 21 ธันวาคม 2554 3. เสนอโครงการ 4 มกราคม 2555 4. ลงพ้ืนที่เก็บขอ้มูล 28 มกราคม 2555 5. ท ารูปเล่มพร้อมPower Pointและเว็บไซต์ 1-18 มกราคม 2555 6. สรุปและน าเสนอ 20 มกราคม 2555
3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1. กลุ่มสินค้าโอทอป กลุ่มสวิงบ้านหนองแคน 2. ชาวบ้านผู้ที่ใช้ปราชญ์ในการด าเนินวิถีชีวิต 3. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน การติดตามและประเมินผล สัมภาษณ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ นายเบญจรงค์ วงศ์ณรัตน์
4 บทที่ 2 ประวตัิและความเป็นมาของหมู่บ ้ าน บ้านหนองแคน ซ่ึงแต่เดิมน้ันบริเวณของหมู่บา้นเคยเป็ นป่ ามาก่อน และยังเต็มไปด้วย สัตว์ป่ าทุกชนิดพร้อมกับมีหนองน้ าขนาดใหญ่เป็นแหล่งน้ าในการประกอบอาชีพ และอุปโภค บริโภค มีชื่อว่า หนองแคน ต่อมาได้มีชาวบ้านอพยพจากถิ่นฐานเดิมเข้ามาจับจองท าเป็ นที่อยู่ อาศัย โดยกลุ่มแรกที่เข้ามาก็คือ กลุ่มของพ่อใหญ่ซามาตย์ อ่อนโพธา จากน้ันก็มีชาวบา้นจาก หมู่บ้านหนองแหลวเข้ามาอาศัยสมทบอีก และต่อมาก็มีชาวบ้านจากหลายแห่งเดินทางเข้ามาอยู่ อาศยัเพิ่มเติม จนกระทงั่ว่ามีประชากรมากข้ึนเรื่อยๆ โดยต่อมาก็ไดต้้งัชื่อหมู่บา้นตามชื่อหนองน้า ที่เป็ นแหล่งในการท ามาหากินที่ส าคัญ โดยได้ให้ชื่อว่า บ้านหนองแคน และก็เรียกชื่อน้ีมาจนถึง ปัจจุบัน ซ่ึงบา้นหนองแคนไดร้ับการแต่งต้งัเป็นหมู่บา้นเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2475 โดยเป็ นบ้าน หนองแคน หมู่ที่ 6 ต าบลโคกพระ อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โดยต่อมาในต าบล โคกพระได้มีการแบ่งแยกต าบลออก และได้ให้ชื่อต าบลใหม่ว่า ต าบลศรีสุข เมื่อปี พ.ศ. 2522 จึง ท าให้บ้านหนองแคนได้เปลี่ยนหมู่และต าบลมาเป็ น บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 ต าบลศรีสุข อ าเภอ กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โดยในภายหลงัน้นั ไดม้ีชาวบา้นเพิ่มมากข้ึนเรื่อยๆ เนื่องจากบา้นหนองแคนมีหนองน้า ที่ อุดมสมบูรณ์ เหมาะที่จะทา การเกษตร จึงทา ให้เน้ือป่าลดลงเรื่อยๆ และชาวบา้นก็ไดอ้ยู่อาศยัมา จนถึงปัจจุบัน
5 บทที่ 3 ข ้ อมูลทางภูมศิาสตร ์ ของหมู่บ้าน ที่ตั้งและอาณาเขต บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 อยู่ห่างจากตัวอ าเภอกันทรวิชัย 4 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัว จังหวัดมหาสารคาม 20 กิโลเมตร โดยมีพ้ืนที่ท้งัหมด 673 ไร่ มีลักษณะเป็ นที่ราบและที่ดอน บางสวนเหมาะส าหรับการเพาะปลูกและเป็ นที่อยู่อาศัย มีอาณาเขตติดต่อกนัดงัน้ี ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านหนองหว้า ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านดอนอิจันทร์ ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม ทิศตะวันออก ติดต่อกบับา้นหนองอีต้ือ ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านนาดี ต าบลศรีสุข อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม ลกัษณะภูมิอากาศ บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 มีลกัษณะภูมิอากาศแบบร้อนช้ืน เพราะไดร้ับอิทธิพลของมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มต้ังแต่เดือนกุมภาพันธ์– เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยในช่วงน้ีจะมี อากาศร้อนอบอ้าว และแห้งแล้ง ฤดูฝน เริ่มต้งัแต่เดือนมิถุนายน – เดือนกนัยายน ของทุกปีโดยในช่วงน้ีจะมีฝนตกชุก เป็ นช่วง เหมาะที่จะท าการเกษตรกรเป็ นอย่างดี ฤดูหนาว เริ่มต้งัแต่เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม ของทุกปี โดยในช่วงน้ีจะมีลมหนาว พัดผ่าน
6 ทรัพยากรธรรมชาติ บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 มีทรัพยากรทางธรรมชาติ ดงัน้ี 1. ดิน มีลกัษณะเป็นดินร่วนปนทราย เหมาะแก่การทา นา ท าไร่ ปลูกไม้ผล 2. แหล่งน้า ใชป้ระโยชน์จากน้า ฝนและหนองข้ีเหลก็ ในการทา เกษตรกร 3. ป่ าชุมชน เป็ นป่ าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็ นแหล่งที่ชาวบ้านใช้หาของป่ า 4. พืชพรรณหรือสมุนไพร ซึ่งคนในหมู่บ้านได้อนุรักษ์ยารากไม้หรือยาสมุนไพร เพื่อใช้ ในการรักษาโรค เช่น ต้นเล็บเหยี่ยว ต้นมะตูม บอระเพรช สะเดา ข้ีเหลก็เป็นตน้
7 บทที่ 4 ข ้ อมูลพื้นฐานของหมู่บ ้ าน ด้านประชากร บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 มีจา นวนครัวเรือนท้ังหมด 117 ครัวเรือน จ านวนประชากร ท้งัหมด 439 คน โดยมีการแบ่งจา นวนประชากร ดงัน้ี 1. ชาย 234 คน 2. หญิง 205 คน ด้านการเมืองการปกครอง บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 มีการปกครองเป็ นแบบประชาธิปไตย โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็ นแกน น าหลัก ซ่ึงนบัต้งัแต่อดีตจนถึงปัจจุบนั ไดม้ีลา ดบัรายชื่อของผใู้หญ่บา้น ดงัน้ี 1. พ่อใหญ่ซามาตย์ อ่อนโพธา (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนแรก) 2. พ่อใหญ่บุญโฮม สุวพณะ (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่สอง) 3. พ่อใหญ่แสง เหล่าพร (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่สาม) 4. พ่อใหญ่แดง เหล่ามาลา (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่สี่) 5. พ่อใหญ่บุญศรี จอมค าสิงห์ (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่ห้า) 6. พ่อใหญ่ทองจันทร์ มนตรี (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่หก) 7. พ่อใหญ่ชื่น กุลสีสอน (อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่เจ็ด) 8. พ่อใหญ่สวัสดิ์ พลเดช (ผู้ใหญ่บ้านคนปัจุบัน) ด้านการประกอบอาชีพ บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 มีการประกอบอาชีพของคนในหมู่บ้าน ดงัน้ี 1. อาชีพท านา 80 ครัวเรือน 2. อาชีพเล้ียงสัตว์ 51 ครัวเรือน 3. อาชีพค้าขาย 4 ครัวเรือน 4. อาชีพรับจ้าง 32 ครัวเรือน 5. อาชีพรับราชการ 3 ครัวเรือน 6. อาชีพบริการ 1 ครัวเรือน
8 ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก คือ ท านา จ านวน 80 ครัวเรือน โดยมีอัตรา ค่าจ้างแรงงานในหมู่บ้าน 150 บ้าน ประชากรมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 33,819 บาท/คน/ปี ด้านสถานที่ส าคัญภายในหมู่บ้าน บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 มีสถานที่สา คญัที่อยภู่ายในตวัของหมู่บา้นหลกัๆ ดงัน้ี 1. วัดบ้านหนองแคน 2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองแคน 3. โรงเรียนบ้านหนองหว้าหนองแคนดอนบาก (โรงเรียนประถมศึกษา)
9 4. โรงเรียนศรีสุขพิทยาคม (โรงเรียนมัธยมศึกษา) 5. ศาลปู่ ตา 6. บ่อน้า ดื่มกิน ด ้ านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของหมู่บ ้ าน บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 เป็ นหมู่บ้านที่ได้มีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของหมู่บ้านที่ได้ สืบทอดกนัมาต้งัแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบนัดงัน้ี 1. มีศิลปวัฒนธรรมประจ าหมู่บ้าน คือ การทา บุญเบิกฟ้า บูชาศาลปู่ตาและสิ่งศกัด์ิสิทธ์ ประจ าหมู่บ้าน เพื่อจะไดเ้ป็นศิริมงคลแก่หมู่บา้น และแสดงให้ลูกหลานได้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม จนสืบ ทอดต่อๆ กันไปอีกนานแสนนาน
10 2. มีประเพณีที่ประจ าหมู่บ้าน คือ ประเพณี ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ ซึ่งเป็ นขนบธรรม เนียมประเพณีของชาวอีสาน ที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยประเพณีที่ชาวบ้านให้ความศรัทธาและเชื่อถือมากที่สุด มี 3 ประเพณี คือ 2.1 ประเพณีไหวศ้าลปู่ตาในช่วงก่อนลงนา 2.2 ประเพณีบุญมหาชาติ 2.3 ประเพณีบุญข้าวสาก วิสัยทัศน ์ ของหมู่บ้าน จะน าพาประชาชนในหมู่บ้านให้รู้จักรับผิดชอบสังคม สร้างชุมชนให้อบอุ่นเข้มแข็ง อยู่ อย่างพอเพียง รู้จักพึ่งพาตนเอง รู้จักแก้ไขปัญหาของชุมชน ปลอดจากอบายมุขและสารเสพติด ความคาดหวังของคนในหมู่บ้าน ไดเ้ห็นการพฒันาหมู่บา้นในทางที่ดีข้ึน ประชาชนมีอาชีพเสริมหลงฤดูเก็บเกี่ยวสามารถ ั ด ารงชีวิตได้ตามอัตภาพ ไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน มีเงินทุนหมุนเวียนในหมู่บ้านอย่าง เพียงพอและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
11 บทที่ 5 ผ ู้มีภูมิปัญญาท ้ องถิ่นในหมู่บ ้ าน หมอสูตรประจ าหมู่บ้าน บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 เป็นอีกหน่ึงหมู่บา้นที่ยงัมีชาวบา้น ผูท้ี่มีภูมิปัญญาทอ้งถิ่นติดตวั และหลงเหลืออยใู่นหมู่บา้นจนถึงทุกวนัน้ีน้นัก็คือ หมอแดง หรือคุณพ่อทองบ่อ เหล่ามาลา หมอแดง มีชื่อจริงว่า ทองบ่อ นามสกุล เหล่ามาลา และมีชื่อเล่นว่า แดง ปัจจุบันมีอายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 เป็ นหมอสูตรประจ าหมู่บ้าน ซึ่งคนในหมู่บ้านจะรู้จักแกดีในชื่อ หมอแดง ส่วนสาเหตุที่คนในหมู่บา้นรู้จกัแกดีน้นัอาจจะเป็นเพราะวา่สมยัก่อนตอนที่แกยงัเด็ก แกเป็นคนที่ มีนิสัยด้ือร้ัน หัวแข็ง ไม่ยอมเชื่อฟังคา สั่งสอนของผูใ้หญ่ชอบเอาไฟไปเผากองฟางของคนใน หมู่บ้าน จึงเป็ นอาจเป็ นสาเหตุที่ท าให้คนในหมู่บ้านรู้จักแกเป็ นอย่างดีก็เป็ นได้ ซึ่งก่อนที่หมอแดง หรือคุณพ่อทองบ่อ เหล่ามาลา จะไดม้าเป็นหมอสูตรน้นัแกก็ไดเ้ล่าให้ฟังว่า เมื่อสมยัก่อนต้งัแต่ ตอนที่แกยังเด็ก แกก็ชอบในเรื่องของเครื่องรางของขลัง และก็ชอบเข้าวัดอยู่เป็ นประจ า หลังจาก น้นั ไม่นานแกก็ไดไ้ปขอเรียนกบัผูเ้ฒ่าผูแ้ก่ที่แกเจอที่วัดบ่อยๆ ก็ไปขอเรียนมาจนได้วิชาติดตัวมา ต้งัแต่ตอนน้นัจนถึงปัจจุบัน โดย หมอแดง ยงัได้บอกอีกว่า บางคร้ังมีชาวบ้านที่เดือดร้อนหรือทุกข์ใจมาขอความ ช่วยเหลือหรืออาจจะให้แกไปช่วยสะเดาะเคราะห์ให้แกก็จะไป แต่บางคร้ังก็อาจเป็นงานมงคล เช่น งานสู่ขวัญทหาร งานบวช หรืออีกหลายๆงาน ชาวบ้านก็จะมาเรียกแกไป โดยชาวบ้านที่มา หาแกน้ัน ก็อาจมีท้ังคนในหมู่บ้านและคนนอกหมู่บ้าน ซึ่ งปัจจุบันน้ีแกก็ยงัเป็นหมอสูตรอยู่ เหมือนเดิม แต่อาจไม่ค่อยได้รับงานเหมือนเมื่อก่อน คงเป็นเพราะอายทุี่มากข้ึนของแกและร่างกาย ที่เริ่มชราลงจึงทา ให้แกไม่ค่อยรับงาน ในบางคร้ังถึงแกจะรับก็คงเป็นงานที่อยู่ภายในหมู่บ้านหรือ อาจจะอยู่ในบริเวณของหมู่บ้านใกล้เคียงที่แกพอจะไปได้
12 บทที่ 6 สินค ้ าประจ าหมู่บ ้ าน (OTOP) บ้านหนองแคน หมู่ที่ 8 ได้มีการจดัต้งักลุ่มสินคา้ประจา หมู่บา้น (OTOP)ข้ึนมา เมื่อปี พ.ศ. 2549 โดยมีชื่อกลุ่มสินคา้น้ีวา่กลุ่มสวิง และมีผนู้า ของกลุ่มคือ นางดวงใจ เหล่ามาลา โดย นางดวงใจ เหล่ามาลา ได้กล่าววา่สวิง น้ีเป็นอุปกรณ์ที่ใชจ้บัสัตวน์ ้า หรืออยา่งใดก็ ได้ที่เห็นสมควร ซึ่งมีการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ต้งัแต่ในสมยัอดีตและได้ตกทอดมาจนถึงสมัย ปัจจุบัน ซึ่งวสัดุที่ใช้ในการทา สวิงน้ัน สามารถหาได้ง่าย เพราะมีอยู่ทั่วไปภายในบริเวณของ หมู่บา้น แต่ที่จะทา ไดย้ากน้นก็คงจะเป็ ันข้นัตอนและวิธีการสานมากกว่า นางดวงใจ เหล่ามาลา ยังได้บอกอีกว่า สวิง น้นัมีประโยชน์แก่พวกชาวบ้านมากเพราะ นอกจากจะเป็ นเครื่องมือที่ชาวบ้านใช้ในการท ามาหากินแล้ว ก็ยังสามารถน าไปขาย เพื่อสร้าง อาชีพและรายได้ให้แก่ครอบครัวของพวกเขาเอง จึงไดม้ีการจดัต้งักลุ่มสวิงข้ึนมา เพื่อจะไดเ้ป็น สิ่งที่สืบทอดต่อไปแก่ลูกหลานในวันข้างหน้า เพื่อลูกหลานจะไดรู้้จกัหาเล้ียงชีพดว้ยตวัเองได้ และรู้จักการอยู่แบบพอเพียง พอมี พอกิน
13 วสัดุและอุปกรณ ์ในการท าสวิง ซึ่งวัสดุและอุปกรณ์ที่ใชใ้นการทา สวิงน้นัมีดงัน้ี 1. ไม้ไผ่ 2. ตะปูเข็ม 3. ด้ายไนล่อน 4. เชือกฟาง 5. ไม้กีม
14 6. มีด 7. ค้อนตอกตะปู 8. เขียง ขั้นตอนและวิธีการท าสวิง ซ่ึงข้นัตอนและวิธีการทา สวิงน้นัมีดงัน้ี 1. น าด้ายไนล่อนมาใส่ไว้ในไม้กีม อาจจะคล้ายกับลักษณะของกระสวยทอผ้าแต่วิธีการ น้นั แตกต่างกันนิดหน่อย 2. เริ่มก่อจอม ซึ่งเรามักจะเรียกจอมน้ีว่า ปม เพื่อให้ฐานแข็งแรงให้ได้ขนาด 2 – 3 นิ้ว
15 3. จากน้นัก็สานไปเรื่อยๆ จนได้ความลึก ประมาณ 50 – 60 เซนติเมตร หรือได้ตามขนาด ที่ต้องการ แล้วแต่ความชอบของผู้ใช้ 4. น าไม้ไผ่มาเหลา. น าไม้ไผ่มาเหลาให้ได้ 2 อัน อันแรกเป็ นด้ามสวิง ส่วนอันที่สอง เหลาให้มีขนาดเล็กพอประมาณ เพื่อน าไปสอดกับสวิงที่สานไว้ และใช้เป็ นตัวก าหนดขนาดของ ช่อง ว่าจะเอาความห่างประมาณไหน 5. น าไม่ไผ่อันแรก ที่เหลาแล้วมาเฉือนปลายสองด้านให้ได้รูป และน ามาประกบกันจน เป็ นทรงกลมจากน้นัก็มัดดว้ยเชือกฟางไวก้่อน แล้วค่อยตอกตะปูเข็มให้แน่น 6. น าสวิงที่สานเสร็จเรียบร้อยมาสอดกับไม้ไผ่อันที่สองที่เหลาไว้และน ามามัดติดกับไม้ ไผ่อันแรกด้วยเชือกฟาง หลังจากน้นักเย็บติดกับขอบ ็ ไม้ไผ่ด้วยการตอกตะปูเข็มอย่างประณีต
16 7. หลังจากที่เย็บด้วยตะปูเข็มเรียบร้อยแล้ว ก็น ามีดมาตัดเอาเชือกฟางออก และน าเขียง มาใส่ไวใ้น สวิง เพื่อถ่วงน้า หนกัและใหส้วิงน้นั ไดรู้ปทรงที่สวยงาม 8. จากน้นัก็เป็นอนัเสร็จสิ้น ก็จะไดส้วิงที่คงทนแขง็แรง และสวยงาม พร้อมสา หรับการ ออกใช้งานหรือออกว่างจ าหน่ายแก่ผทู้ี่สนใจ ราคาจ าหน่ายของสินค้า ขายส่ง 100 บาท/ชิ้น ขายปลีก 200 บาท/ชิ้น ติดต่อได้ที่ นางดวงใจ เหล่ามาลา เบอร์โทร 081 - 0551657
17 บรรณานุกรม คณะกรรมการหมู่บ้านหนองแคน. (2550). แผนชุมชน. มหาสารคาม : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. ดวงใจ เหล่ามาลา. (2555, 28 มกราคม). สัมภาษณ์. ทองบ่อ เหล่ามาลา. (2555, 28 มกราคม). สัมภาษณ์.