สงขลา: จากอดีตส่ปู ัจจบุ นั
1
สารจากผู้วา่ ราชการจงั หวัดสงขลา
เมืองสงขลา เป็นเมืองที่มีความสาคัญ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า
มีการตั้งบ้านเรือนถ่ินฐานมานานกว่า ๕,๐๐๐ ปี มีการพัฒนาการเมืองสงขลา
ออกเป็น ๔ ยุค ได้แก่ ยุคชุมชนโบราณ ยุคสมัยอยุธยาและธนบุรี ยุครัตนโกสินทร์
และการบรหิ ารจังหวดั สงขลาถึงยุคปัจจุบนั
แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยแต่เมืองสงขลาก็ยังคงความสาคัญในฐานะ
เมืองท่ีมีความเจริญด้านการค้าระหว่างประเทศและเป็นหัวเมืองชั้นเอกความมั่นคง
ปลอดภยั ของประเทศชาติมาตั้งแตอ่ ดตี ถึงปัจจบุ ัน
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ นับได้ว่าครบ ๑๘๐ ปี ของเมืองสงขลาท่ีได้ย้ายเมืองจาก
ฝ่ังแหลมสนมาอยู่ฝ่ังบ่อยาง ตามนโยบายการบริหารราชการของพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เน่ืองจากหัวเมืองสงขลามีการพัฒนาตัวเอง
มคี วามเจรญิ รุ่งเรอื งมาก ทั้งน้มี ีผลมาจากการสลายหวั เมืองท้ังเจ็ดของปัตตานีมาเป็น
เมืองบริวารของสงขลา ผนวกกับมีชาวจีนอพยพมาตั้งถ่ินฐานในเมืองสงขลาทาให้
ประชากรเพ่ิมขน้ึ ความต้องการนา้ จืดไมเ่ พียงพอและเมอื งสงขลาทแี่ หลมสน
มีลักษณะทางสภาพภูมิศาสตร์เป็นท่ีราบเชิงเขาคับแคบไม่เหมาะในการพัฒนาเป็น
เมืองท่าขนาดใหญ่ได้ จึงได้ย้ายเมืองสงขลามาต้ังท่ีฝั่งบ่อยางซึ่งมีลักษณะพื้นที่ส่วน
ใหญ่เป็นพื้นทรายราบเรียบกว้างขวาง สามารถสร้างบ้านเรือนให้เป็นกลุ่มก้อนได้
การพฒั นาเมืองสงขลากเ็ พิ่มข้ึนมาตามลาดับจนถึงปัจจบุ ัน
จังหวัดสงขลามีบุคคลท่ีมีความสาคัญระดับประเทศและมีช่ือเสียงเป็นที่
ยอมรับมากมายหลายท่าน ตามคาดาริของ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม
สมควรจัดใหม้ วี นั สงขลา เพอื่ ราลึกถงึ บญุ คณุ บรรพชนคนสงขลา
การจัดงานวันสงขลาคร้ังน้ีนับเป็นครั้งที่ ๖ จากมติที่ประชุมคณะทางาน
เตรียมการจัดงาน วันสงขลา เม่ือวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ เห็นชอบให้จัดทา
หนังสือที่ระลึก “สงขลา:จากอดีตสู่ปัจจุบัน” ในลักษณะ E-Book เพื่อให้ทันกับ
ยคุ สมัยโดยยงั คงเจตนารมณเ์ ดมิ เพ่อื ระลึกถงึ คณุ งามความดขี องบรรพชนคนสงขลา
ทรี่ ว่ มสรา้ งบ้านแปงเมืองมาดว้ ยกันและย้อนรอยไปถึงการจดั งานวนั สงขลาทผี่ า่ นมา
ท้ังน้ี ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ (Covid-19)ถึงแม้วา่ ขณะน้สี ถานการณ์ไดค้ ลคี่ ลายลงบา้ งแล้ว แต่รูปแบบการ
จัดงานต้องมีการปรับเปล่ียนให้เหมาะสมต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข
อยา่ งเครง่ ครัด แต่ยังคงอตั ลักษณข์ องความเป็นสงขลาไวอ้ ยา่ งครบถ้วน
การจัดงานวันสงขลา จะประสบความสาเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจาก
ประชาชนคนสงขลา ทัง้ ๑๖ อาเภอ ท้งั ภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ร่วม
แรง ร่วมใจในการจัดงาน และขอความร่วมมือประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ
ป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) อยา่ งเคร่งครดั
และขออานวยพรให้การจดั งานวันสงขลาจงสาเร็จ ราบรน่ื นามาส่คู วามสุขและความ
ภาคภมู ิใจของชาวสงขลา สืบไป
นายเจษฎา จติ รัตน์
ผูว้ า่ ราชการจังหวัดสงขลา
มีนาคม 2565
สารจากวัฒนธรรมจังหวดั สงขลา
เม่ือวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัดสงขลาได้มีประกาศจังหวัด
สงขลา เร่ือง กาหนด “วันสงขลา” โดยได้แต่งต้ังคณะทางานกาหนดวันสงขลา
ที่มศี าสตราจารยก์ ติ ตคิ ุณ ดร.วษิ ณุ เครืองาม เป็นประธาน และได้ประชุมร่วมกับ
ผแู้ ทนหนว่ ยงานต่างๆ เชน่ กรมศลิ ปากร ราชบณั ฑิตยสภา และสถาบันการศึกษา
หลายแหง่ ทีป่ ระชมุ ไดเ้ หน็ พอ้ งต้องกันว่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เร่ืองราว
ประเพณี วัฒนธรรม แสดงให้เห็นถึงความสาคัญ ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
รวมทั้งการต้ังถ่ินฐานของเมืองสงขลาในอดีต ในสมัยรัชกาลที่ ๓ และในประชุม
พงศาวดารได้ระบุความตอนหนึ่งว่า “คร้ัน ณ เดือน ๔ ข้ึน ๑๐ ค่า เวลาเช้า
๙ โมง ๑ กับ ๑๐ นาที ได้ฤกษ์ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กับพระครูอัษฎาจารย์พราหมณ์
ได้เชญิ หลกั ไมช้ ยั พฤกษ์ลงฝงั ไวท้ ีก่ ลางเมืองสงขลา เป็นเสาหลักเมือง มีปรากฏอยู่
จนทุกวันนี้ ซ่ึงตามปฏิทินสุริยคติตรงกับวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๕ และชาว
สงขลาไดจ้ ดั งานสมโภช หลักเมืองเป็นประจาทุกปี จึงเห็นควรกาหนดให้วันที่ ๑๐
มีนาคม ของทกุ ปีเป็น “วันสงขลา”
จงั หวัดสงขลา กาหนดจัดงานวนั สงขลา ครงั้ แรกในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นับถึงปี
พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นการจัดงานวันสงขลา ปีที่ ๖ โดยกาหนดจัดระหว่างวันท่ี ๙ - ๑๑
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา อาเภอเมืองสงขลา
จังหวัดสงขลา กจิ กรรมที่จัดเปน็ กิจกรรมทีแ่ สดงถึงความกตัญญู และแสดงถึงอัตลักษณ์
ความเป็นสงขลา ประกอบด้วยการทาบุญบรรพชนคนสงขลา พิธีสมโภชเสาหลักเมือง
สงขลา พิธีเวียนเทียน ณ พระธาตุเจดีย์หลวงเขาตังกวน หมู่บ้านวัฒนธรรมและ
การแสดงวิถีชีวิต ๑๖ อาเภอ การแสดงมหรสพพ้ืนบ้าน การแสดงทาง
ศิลปวัฒนธรรม การสาธิตภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม ๑๖ อาเภอ
4
การเสวนาทางวิชาการ นิทรรศการคนสงขลาคนตน้ แบบ และการมอบเกยี รติบัตร
คนดีศรสี งขลาและคนสงขลาคนตน้ แบบ
การจัดงานวันสงขลาในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้กาหนดรูปแบบงาน คือ
“สนุก สุขใจ นุ่งผ้าไทยเที่ยวงานวันสงขลา” ซึ่งเป็นการรณรงค์ส่งเสริมการ
สวมใส่ผ้าไทยในการร่วมกิจกรรมของคนทุกวัย ในการจัดงานปีน้ียังอยู่ในช่วง
การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) จึงจาเป็นต้อง
ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด การจัดงาน
วนั สงขลาเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี เป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันของชาว
สงขลา เพ่ือให้ผู้ที่อาศัยบนแผ่นดินเมืองสงขลา ท้ังที่เป็นถ่ินกาเนิด พักพิง
ศึกษาเล่าเรียน และประกอบอาชีพ ได้มีความภาคภูมิใจ สร้างจิตสานึก
รักบา้ นเกดิ เมืองนอนของตน และตอบแทนบุญคณุ แผ่นดิน สบื ไป
นางเลขา สวุ รรณชาตรี
วฒั นธรรมจังหวดั สงขลา
มนี าคม 2565
คานา
หนงั สือทรี่ ะลึก “สงขลา : จากอดีตสูป่ จั จุบนั ” ประจาปี ๒๕๖๕ เป็น
หนังสือที่คณะกรรมการจัดงานวันสงขลา ประจาปี ๒๕๖๕ จัดทาข้ึน
ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Book เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้ผู้เข้าร่วมงานและบุคคลทั่วไป ได้รับทราบความเป็นมาของการจัดงาน
วันสงขลากันอย่างแพร่หลาย การจัดงานในคร้ังนี้ นับเป็นปีท่ี ๖ และได้รับ
ความรว่ มมือด้วยดีจากหน่วยงานทุกภาคสว่ น
จังหวัดสงขลา ขอขอบคุณ ภาครัฐ ภาคเอกชน และพ่ีน้องประชาชน
ทุกพ้ืนท่ี ที่ร่วมบูรณาการ การดาเนินงานได้อย่างดี มีประสิทธิภาพ และ
ส่งผลให้การจัดกิจกรรม “วันสงขลา” ประสบผลสาเร็จ สามารถนาทุนทาง
วัฒนธรรมมาสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจ และมีกิจกรรมที่แสดงถึงความ
กตัญญู ราลึกถึงบุญคุณบรรพชนคนสงขลาในอดีต สร้างจิตสานึกรัก
บา้ นเกิดและสร้างความภาคภมู ใิ จในความเปน็ คนสงขลา ตลอดไป
สานักงานวฒั นธรรมจังหวดั สงขลา
มีนาคม ๒๕๖๕
สารบญั หนา้
เรื่อง 7
สารจากผวู้ ่าราชการจังหวดั สงขลา 9
สารจากวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา 11
ประกาศจังหวัดสงขลา เรือ่ ง “กาหนดวันสงขลา” 12
วนั สงขลา ทมี่ าวันสงขลา 14
วันสงขลา...ทผ่ี า่ นมา 16
วันสงขลา ปี 2560 18
วันสงขลา ปี 2561 20
วนั สงขลา ปี 2562 17
วันสงขลา ปี 2563 21
วนั สงขลา ปี 2564 29
หมายเหตุ : สงขลา : จากอดตี สู่ปัจจุบนั 33
สงขลา ใต้รม่ พระบารมีจกั รวี งศ์
กาหนดการจัดงานวันสงขลา ประจาปี 2565
บรรณานุกรม
1
2
3
วนั สงขลา
ทม่ี าวนั สงขลา
เมืองสงขลาในอดีตเป็นหัวเมืองสาคัญเมืองหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ความ
เป็นมายาวนาน จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า เมืองสงขลาย้าย
สถานที่ตั้งเมืองมาแล้ว ๓ คร้ัง โดยเริ่มจากเมืองสงขลาฝ่ังหัวเขาแดง ซ่ึงปรากฏ
หลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุหลายแห่ง แต่บ้านเมืองเสียหายจาก
ภัยสงครามจนหมดสิ้น จึงย้ายเมอื งมาตง้ั ที่ฝงั่ แหลมสน แต่ประสบปัญหาขาดแคลนน้า
และลักษณะภูมิศาสตร์เป็นพนื้ ท่ีลาดชนั ไมม่ ีพื้นท่รี าบเพียงพอในการขยายเมอื ง
จึงย้ายเมืองอีกคร้ังหน่ึงโดยข้ามทะเลมาอยู่ท่ีฝ่ังบ่อยาง ซ่ึงเป็นเมืองสงขลาในปัจจุบัน
ในสมัยรัชกาลท่ี ๓ และในประชุมพงศาวดารได้ระบุความตอนหนึ่งว่า “ครั้น ณ วัน
ศุกร์เดือน ๔ ข้ึน ๑๐ ค่า เวลาเช้าเก้าโมง ๑ กับ ๑๐ นาที ได้ฤกษ์ พระยาสงขลา
(เถ้ียนเสง้ ) กบั พระครอู ัษฎาจารยพ์ ราหมณ์ไดเ้ ชญิ หลักไม้ชยั พฤกษ์ลงฝงั ไว้ทก่ี ลางเมือง
สงขลา เป็นเสาหลักเมืองท่ีปรากฏอยู่จนทุกวันนี้” ซ่ึงตามปฏิทิน สุริยคติตรงกับวันท่ี
๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๕ หรือเมื่อ 180 ปีมาแล้วและชาวสงขลาได้จัดงานสมโภช
หลกั เมืองเป็นประจาทุกปี
4
จังหวัดสงขลา จึงได้แตง่ ต้ังคณะทางานกาหนดวันสงขลาขึ้น เพ่ือพิจารณา
กาหนดวันสงขลาโดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม ราชบัณฑิต เป็น
ประธาน และได้ประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมศิลปากร ราชบัณฑิตยสภา
สานักงานวัฒนธรรมจังหวัด และสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ที่ประชุมมีความเห็น
พ้องต้องกันว่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมดังกล่าว แสดงให้
เห็นถึงความสาคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลา รวมท้ังการตั้งถ่ินฐานของเมือง
สงขลาในอดีต จงึ เหน็ ควรกาหนดใหว้ นั ท่ี ๑๐ มีนาคมของทุกปีเปน็ “วันสงขลา”
เพ่ือระลึกถึงการสถาปนาเมืองสงขลาในยุคปัจจุบัน แม้ความจริงจะมี
ประวตั ิศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปีแล้วก็ตาม ทั้งน้ี เพื่อให้ผู้ที่อาศัยบนแผ่นดินน้ี ทั้งที่
เป็นถ่ินกาเนิด พักพิง ศึกษาเล่าเรียน และประกอบอาชีพอยู่ทุกหนแห่งในปัจจุบัน
ได้ตระหนัก มจี ิตสานึก และนามาซึ่งการรวมพลัง สร้างความรัก ความสามัคคี ดาเนิน
กจิ กรรมร่วมกันเปน็ การตอบแทนบญุ คณุ แผ่นดิน สืบไป
5
วนั สงขลา...ท่ผี ่านมา
6
วนั สงขลา ปี ๒๕๖๐
พธิ เี ปิดงานสงขลาเรโทเฟส
บวงสรวงเสาหลกั เมืองสงขลาและทาบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ ศาลหลกั เมืองสงขลา
7
วันสงขลา ปี ๒๕๖๐
ขบวนแหค่ าร์นิวัล
ย้อนความหลงั กบั หนังดงั ในอดีต “ดชั นนี าง”
มอบโลเ่ ชดิ ชูเกยี รตคิ นดีศรสี งขลา
8
วนั สงขลา ปี ๒๕๖๑
พิธีเปิดงานวันสงขลา ประจาปี ๒๕๖๑
สมโภชเสาหลักเมอื ง ณ ศาลหลกั เมืองสงขลา
ขบวนแห่เอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรม
9
วนั สงขลา ปี ๒๕๖๑
การแสดงทางศิลปะและวัฒนธรรม
ทาบุญบรรพชนคนสงขลาในพืน้ ทอ่ี าเภอต่าง ๆ
หม่ ผา้ พระธาตุเจดยี ์หลวงเขาตงั กวน
10
วันสงขลา ปี ๒๕๖๒
พธิ ีเปิดงานวนั สงขลา ประจาปี ๒๕๖๒
พธิ ีสมโภชเสาหลกั เมอื ง ณ ศาลหลกั เมอื งสงขลา ถนนนางงาม
และทาบุญตกั บาตรเพอ่ื เป็นสริ ิมงคล
พิธีมอบโลเ่ ชดิ ชูเกียรติ “คนดศี รีสงขลา”
11
วันสงขลา ปี ๒๕๖๒
ซุม้ ภูมปิ ญั ญา ๓๐ ซุ้ม และสนิ คา้ OTOP ของดเี มอื ง
สงขลา
ขบวนแห่เอกลกั ษณท์ างวัฒนธรรม
การเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ“สงขลาบา้ นเราแตเ่ กา่ กอ่ น”
12
วันสงขลา ปี ๒๕๖๓
พธิ เี ปดิ งาน โดยนายนพิ นธ์ บญุ ญามณี รัฐมนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงมหาดไทย
การเสวนาทางวิชาการ “สงขลาบา้ นเราแตเ่ กา่ กอ่ น”
นทิ รรศการคนสงขลาคนตน้ แบบและการ
มอบเกยี รติบตั รคนสงขลาคนตน้ แบบ
13
วนั สงขลา ปี ๒๕๖๓
ขบวนแหเ่ อกลักษณท์ างวัฒนธรรม
พธิ ีสมโภชเสาหลกั เมือง/พธิ เี จริญพระพทุ ธมนตเ์ พื่อความเป็นสริ ิมงคล
พิธที าบุญตักบาตรบรรพชน
คนสงขลา 16 อาเภอ
การประกวดธดิ าสงขลา
14
วนั สงขลา ปี ๒๕๖๔
พธิ ีเปิ ดงาน โดย ดร.วษิ ณุ เครอื งาม รองนายกรฐั มนตรี
มอบเกียรติบตั รคนดีศรสี งขลา และคนสงขลาคนตน้ แบบ
พธิ ีสมโภชเสาหลกั เมือง และทาบญุ บรรพชนคนสงขลา
15
วันสงขลา ปี ๒๕๖๔
การแสดงทางศิลปะ และวัฒนธรรม
หม่บู า้ นวฒั นธรรม 16 อาเภอ
การสาธิตและจาหน่ายสินคา้ จากภมู ปิ ัญญา
16
สงขลา: จากอดตี ส่ปู จั จบุ นั
17
สงขลา จากอดตี สปู่ จั จบุ นั
พฒั นาการสงขลาจากอดตี สปู่ จั จบุ นั
1. ยคุ ชุมชนโบราณ
เมอื่ ประมาณ 5,000 ปมี าแล้ว ซ่งึ เปน็ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีการต้ังถิ่นฐาน
ของมนุษย์ในบริเวณพ้ืนท่ีจังหวัดสงขลา โดยพบหลักฐานท่ีสาคัญ คือ การพบภาชนะดิน
เผาแบบหม้อสามขา ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ขวานหินขัด โครงกระดูกมนุษย์ และ
สัตว์ในสมัยหินใหม่ ฝังอยู่ในถ้าเขารักเกียรติ ต. กาแพงเพชร อ. รัตภูมิ จ. สงขลา พบ
ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ สมัยหินใหม่เป็นจานวนมากท่ีถ้าเขาลูกช้าง ต. ปาดังเบซาร์
อ.สะเดา จ.สงขลา และพบขวานหินขัดที่บ้าน สวนตูล อ. เมือง จ. สงขลา แสดงให้เห็น
ว่าคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์มีชีวิตแบบสังคมล่าสัตว์ และหาของป่าในพ้ืนที่ป่าเขาด้าน
ทศิ ตะวนั ตก และทศิ ใต้ของจังหวดั สงขลา และไดอ้ พยพลงสูท่ ่ีรมิ นา้ เมอื่ ประมาณ 5,000
- 3,000 ปีมาแล้ว นอกจากนั้นยังได้พบกลองมโหระทึกหล่อด้วยสาริดที่ อ. จะนะ
จ. สงขลา แสดงให้เห็นว่าชุมชนบริเวณจังหวัดสงขลาได้ติดต่อกับชุมชนภายนอก
โดยเฉพาะอินเดยี และจนี เม่อื ประมาณ 3,000 - 2,000 ปมี าแลว้
ชุมชนโบราณในบรเิ วณจังหวดั สงขลา ได้ก่อตั้งข้ึนตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 ท่ี
สาคัญมี 4 แหง่ ดังน้ี
1. ชุมชนโบราณปะโอ ต้ังอยู่บริเวณริมคลองปะโอ ต. วัดขนุน อ. สิงหนคร
จ. สงขลา เป็นคลองท่ีเชื่อมต่อระหว่างอ่าวไทยกับทะเลสาบสงขลา พบเครื่องปั้นดินเผา
และแหลง่ เครอ่ื งปัน้ ดนิ เผาแบบกณุ ฑี และกณุ โฑ
2. ชุมชนโบราณสทิงพระ ตั้งอยู่ ต. จะท้ิงพระ อ. สทิงพระ จ. สงขลา เป็น
บริเวณท่ีพบวัตถุโบราณหลายยคุ หลายสมยั ปะปนกัน
3. ชุมชนโบราณเขาคูหา-เขาพะโคะ ตั้งอยู่ ต. ชุมพล อ. สทิงพระ จ. สงขลา
พบสระน้าขนาดใหญ่ และถ้าท่ีเป็นเทวสถาน น่าจะเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมศาสนา
พราหมณ์
4. ชุมชนโบราณสหี ยงั ต้ังอยู่ ต.บ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา มีสถปู กอ่ อิฐโบราณ
และคนู า้ คันดินรอบวัดสีหยงั
18
ทั้ง 4 ชุมชนโบราณท่ีกล่าวมา ชุมชนโบราณสทิงพระมีการพัฒนาการต่อเน่ือง
มีศูนย์กลางเมืองอยู่ท่ี หมู่ท่ี 5 บ้านจะทิ้งพระ ต. จะท้ิงพระ อ. สทิงพระ จ. สงขลา
เมืองสทิงพระ เจริญรุ่งเรืองระหว่างพุทธศตวรรษท่ี 12 - 18 ในช่วงสมัยศรีวิชัย เมือง
สทิงพระ ได้ดูแลเมืองอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณรอบทะเลสาบสงขลา และได้เสื่อมอานาจ
ประมาณ พุทธศตวรรษท่ี 19 พร้อมทั้งได้ย้ายศูนย์อานาจการปกครองจาก ต. จะทิ้ง
พระ มาอย่บู รเิ วณวัดพะโคะ เรยี กว่าเมืองพัทลงุ
พุทธศตวรรษที่ 19-22 เมืองพัทลุง ถูกพวกโจรสลัดมลายูชนเผ่าอินโดนีเซีย
ปลน้ สะดมหลายคร้ัง มีการเผาทาลายบ้านเมืองและวัดวาอาราม ทาให้ประชาชนหนีภัย
โจรสลัดไปตัง้ ชุมชนใหม่ 2 แห่ง คอื ที่บางแก้ว อ. เขาชัยสน จ. พัทลุง และท่ีหัวเขาแดง
อ. สงิ หนคร จ. สงขลา
๒. ยุคสมัยอยุธยาและกรงุ ธนบุรี
เร่ืองราวของเมืองสงขลาที่หัวเขาแดงในยุคสมัยอยุธยา ได้มีหลักฐาน
ของชาวต่างประเทศหลายชิ้น ที่กล่าวถึงเจ้าเมืองสงขลาท่ีช่ือ ดะโต๊ะ โมกอลล์ ท่ีต้ัง
เมืองข้ึนบริเวณเขาแดง เขาค่ายม่วง และเขาน้อย ประมาณปี พ.ศ. 2153 - 2155
มีการค้าขายกับพ่อค้าดัทช์ อังกฤษ และฝรั่งเศส ระยะแรกเจ้าเมืองสงขลายอมรับ
อานาจของกรงุ ศรอี ยุธยา แต่เมอื่ สมเดจ็ พระเจ้าปราสาททองได้ขึ้นครองราชย์ ในปี พ.ศ.
2173 เจา้ เมืองสงขลาคนใหม่ คือ สุลต่านสุลัยมาน (พ.ศ. 2163 - 2211) ได้เร่ิมแข็ง
เมืองกับกรุงศรีอยุธยา ได้สร้างป้อม คู ประตู หอรบอย่างแข็งแรง กรุงศรีอยุธยายกทัพ
มาปราบหลายคร้ังแต่ปราบไม่ได้ สุลต่านสุลัยมานก็ต้ังตัวเป็นกษัตริย์ เรียกกันว่า พระ
เจ้าเมืองสงขลา ทาให้สงขลาเจริญหลายด้าน ทั้งการค้าระหว่างประเทศ การสร้าง
กองทัพ และผลิตเงนิ ตราของเมืองสงขลาเพื่อแลกเปล่ียนสินคา้ กบั ตา่ งชาติ
19
มุสตาฟา บุตรชายคนโตของพระเจ้าเมืองสงขลา ท่ี 1 ได้ขึ้นครองราชย์เป็น
พระเจ้าเมืองสงขลาที่ 2 (พ.ศ. 2211 - 2223) ซ่ึงเป็นยุคของสมเด็จพระนารายณ์
มหาราช (พ.ศ. 2199 - 2231) ของกรุงศรีอยุธยา พระองค์ท่านได้ส่งกองทัพ
มาปราบเมืองสงขลา ในปี พ.ศ. 2223 โดยเกล้ียกล่อมให้ผู้รักษาป้อมเมืองเอาใจออก
หา่ งจากเจ้าเมอื งสงขลา และการสนบั สนุนของฝร่งั เศสทาใหป้ ราบปรามสาเร็จ
หลังจากเมืองสงขลาที่หัวเขาแดงถูกทาลาย ได้เกิดเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน
ข้ึน รัฐบาลกลางท่ีอยุธยาเกรงว่าเมืองสงขลาจะเข้มแข็งข้ึนอีก จึงลดฐานะให้เป็นหัว
เมืองข้ึนของเมืองพัทลุง ในปี พ.ศ. 2242 จนมาขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช กระท่ัง
พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงแก่พม่า เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชตั้งตนเป็นอิสระ
จากรัฐบาลกลางเรียกว่า ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช โดยมีเมืองสงขลาขึ้นตรงกับ
เจ้านครศรีธรรมราช แต่ในปี พ.ศ.2313 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีปราบชุมนุม
เจา้ นครศรีธรรมราช สาเรจ็
3. ยุคกรงุ รตั นโกสนิ ทร์
เมืองสงขลาเรมิ่ พัฒนาเป็นหัวเมอื งขนาดใหญใ่ นสมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุง
รัตนโกสนิ ทร์ตอนตน้ และยังคงยึดหลักการปกครองแบบอยุธยา ซ่ึงได้มีการปรับปรุงใน
รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยแบ่ง การปกครองออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การ
ปกครองส่วนกลาง ส่วนภมู ิภาค และหัวเมืองประเทศราช
ต่อมาสมยั พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกล้าเจ้าอยหู่ ัว ทรงเปลีย่ นแปลงพระบรม
ราโชบาย การปกครองหัวเมืองภาคใต้ เนื่องจากเกิดความไม่สงบในหัวเมืองมลายู
โดยเฉพาะเมืองไทรบุรี จึงต้องปกครองให้ใกล้ชิดมากกว่าเดิมอีกทั้งได้ย้ายที่ตั้งเมือง
สงขลาใหม่ โดยย้ายจากที่ต้ังบริเวณแหลมสนไปต้ัง ณ พื้นทางตะวันออกของทะเลสาบ
สงขลา เรยี กวา่ “ฝงั่ บอ่ ยาง” ต้งั แต่ปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
จนถึงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองสงขลาได้มีการ
พัฒนาการมากข้นึ หลายประการ ดังนี้
20
(1) การปรับปรุงสัมพันธภาพระหว่างเมืองสงขลากับหัวเมืองใกล้เคียง เช่น
เมืองพัทลุง เมืองนครศรีธรรมราช และเมืองไทรบุรีเสียใหม่ โดยส่งเสริมให้หัวเมือง
เหลา่ น้มี คี วามสัมพันธอ์ ันดีกับเมอื งสงขลา
(2) โปรดเกล้าฯ ให้ยกเมืองสตูล ซ่ึงแยกออกมาจากเมืองไทรบุรีมาขึ้นกับ
เมืองสงขลา ในปี พ.ศ. 2384 เพ่ือส่งเสริมใหเ้ มอื งสงขลามีเมอื งทา่ ชายฝั่งตะวนั ตก
(3) ปรับปรงุ สัมพันธภาพระหว่างเมืองสงขลากับรัฐบาลกลาง
(4) เมืองสงขลาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นการพัฒนาในระบบ
เก่า คือ ระบบไพร่หรือศักดินา โดยรัฐบาลกลางได้ยกฐานะเมืองสงขลาขึ้นใหม่ โดยได้
เล่ือนบรรดาศักด์ิและศักดินาเจ้าเมืองสงขลาขึ้นเป็นเจ้าพระยา ถือศักดินา 10,000
และให้เจ้าเมืองสงขลามีอานาจ ได้ว่ากล่าวสิทธ์ิขาดในราชการท้ังปวง ตลอดจนแขวง
เมอื งสงขลาและเมืองขนึ้ เมอื งสงขลา
21
สงขลา ใตร้ ม่ พระบารมีจกั รวี งศ์
"เมืองสงขลา" เมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีเร่ืองราวต่างๆ มากมาย
ให้เราชาวสงขลาได้เรียนรู้ นาไปสู่ความภาคภูมิใจ และสานึกรักในบ้านเกิดของตน
โดยเฉพาะการเสด็จมายังเมืองสงขลาของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์
แหง่ ราชวงศ์จกั รี (รตั นโกสนิ ทร์) ซ่งึ มีรายละเอยี ด ดงั นี้
ในสมัยรัชกาลท่ี 3
หลกั ฐานแรก ถูกบันทึกและยังมีหลักฐานอยู่ ได้แก่ "เสาหลักเมืองสงขลา" รัชกาลท่ี 3
ได้พระราชทาน "ไม้ชัยพฤกษ์" เม่ือครั้งย้ายเมืองสงขลาจากฝ่ังแหลมสน (สิงหนคร) มายังฝ่ัง
บ่อยาง (อาเภอเมือง) โดยมกี ารทาพิธีฝงั หลกั เมอื งสงขลาเมือ่ วันท่ี 10 มีนาคม พ.ศ. 2385
22
หลกั ฐานท่ีสอง ในสมยั รัชกาลที่ 4 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์
จักรี ท่ีประทับพระบาทลงบนพื้นดินเมืองสงขลา วันท่ี 20 - 28 สิงหาคม พ.ศ.2402
พระองค์ได้เสด็จประทับด้วยเรือพระที่นั่ง มาจอดยังบริเวณ "เกาะหนู" ก่อนจะเสด็จลงเรือ
เลก็ มายงั ทท่ี า่ แหลมทราย และพระองค์ก็เสด็จเขา้ สเู่ มอื งสงขลา ในครง้ั นั้นโปรดให้เจา้ เมือง
ประเทศราชมลายูเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ก่อให้เกิดความจงรักภักดีแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
และทรงโปรดให้สร้างถนนไทรบุรี เป็นถนนเช่ือมระหว่างเมืองสงขลากับเมืองไทรบุรี และ
ปีนัง ทาให้การติดต่อสะดวกมากขึ้น และต่อมาในปี พ.ศ.2409 ทรงเสด็จเมืองสงขลาอีก
คร้ัง และในครั้งนี้ ทรงพระราชทานเงินแก่เจ้าพระยาวิเชียนคีรี (เม่น ณ สงขลา) เพ่ือสร้าง
เจดีย์บนเขาตวั กวน
2233
หลักฐานท่ีสาม ในสมัยรัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 5) หรอื พระปิยะมหาราช กษตั ริยข์ องประเทศไทยท่ีทรงพระปรีชาสามารถ อีกทั้งยัง
เป็นท่ีรักครองใจประชาชนท้ังชาติอีกด้วย ส่วนหนึ่งมาจากการท่ีพระองค์ทรงใกล้ชิดกับ
ประชาชน พระองค์เสด็จประพาสไปยังท้องถิ่นต่างๆในประเทศไทย เพ่ือดูแลทุกข์สุขของ
ราษฏร์ของพระองค์ "สงขลา" เป็นอีกหนึ่งเมืองท่ีพระองค์ทรงเสด็จมาประทับ ครั้งแรก ใน
พ.ศ. 2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 ทรงเสด็จประพาสเมือง
สงขลา ในการเสด็จประพาสหัวเมอื งปักษใ์ ต้และแหลมมลายู
นอกจากนั้นยังพบหลักฐานการบันทึกของพระองค์เสด็จประพาสมายังเมืองสงขลาถึง
10 ครั้ง 2 ครง้ั แรกทพ่ี ระองค์เสดจ็ มา กค็ อื ตอนที่พระองคย์ งั เป็นพระราชกมุ ารในรัชกาลท่ี 4
ส่วนอีก 8 ครั้ง รัชกาลท่ี 5 ท้ังเสด็จมาแวะและเจาะจงมาประทับท่ีเมืองสงขลา รัชกาลที่ 5
ยังเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรก ท่ีทาให้เราได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ เนื่องจาก
พระองค์ได้ฉายพระรูปเอาไว้เม่ือครั้งเสด็จเยือนเมืองสงขลา ปัจจุบันรูปพระบรมฉายาลักษณ์
ต้ังอยูบ่ ริเวณหนา้ ศาลเจ้าพ่อหลกั เมืองสงขลา
24
หลักฐานที่ส่ี รัชกาลที่ 6 ใน พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว เสด็จตรวจราชการ มณฑลนครศรีธรรมราช ณ เมืองสงขลา ในคร้ังน้ัน ทรงเป็น
องค์ประธานในพิธีถือน้าพระพิพัฒน์สัตยาของบรรดาเสือป่า และลูกเสือ ทรง
พระราชทานธงประจากองลูกเสือมณฑลนครศรีธรรมราช ณ เมืองสงขลา และเสด็จ
ทอดพระเนตรการซอ้ มรบของเสอื ปา่ ณ แยกคลองสาโรง สงขลา
อีกท้ัง รัชกาลที่ 6 ได้ตรัสกับกรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (พระอนุชาในรัชกาลท่ี 6)
ซึ่งมีบันทึกในเอกสารฉบับหนึ่งความว่า "ฉันมีความพอใจเป็นอย่างยิ่ง ท่ีได้รับความ
ต้อนรับอย่างเต็มใจ และจงรักภักดีเช่นน้ี ที่เมืองสงขลาและมณฑลนครศรีธรรมราชนี้
ไมใ่ ชเ่ ป็นครงั้ แรก ได้มาแตก่ อ่ นหลายคร้งั แลว้ และต้ังใจอยากจะมาอีก ยิ่งมาคร้ังใด ก็ย่ิง
มีความรักใคร่ข้ึนทุกที เพราะเห็นว่าเป็นเหมือนหน่ึงรัตนดวงหนึ่งในพระมหาพิชัยมงกุฏ
ของฉัน" เมอื่ ครัง้ ท่ีพระองคไ์ ดส้ ่งกรมหลวงลพบรุ ีราเมศวร์มาเปน็ สมหุ เทศาภิบาล มณฑล
นครศรีธรรมราช ซ่ึงต้ังเมืองอยู่ท่ีสงขลา เอกสารดังกล่าวนั้นมีช่ือว่า "หนังสือจดหมายเหตุ
ฉบับที่ 5 ตอนเสด็จพระราชดาเนนิ เลยี บมณฑลปกั ษใ์ ต้ หนา้ 114"
25
26
หลักฐานท่ีห้า รัชกาลท่ี 7 ใน พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว เสด็จมาประทับ ณ เมืองสงขลา โดยประทับอยู่ ณ พระตาหนักเขาน้อย เป็น
เวลา 47 วัน ในวาระนั้น ทรงได้เสด็จเยี่ยมพสกนิกร และโรงเรียนประจามณฑล
นครศรธี รรมราช (โรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา ในปัจจุบัน) ในครั้งนั้น สมเด็จพระพันวสา
อยั ยิกาเจ้า และเจ้าฟ้าเพ็ชรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี ขณะทรงพระชนมายุ 8 พรรษา
ไดโ้ ดยเสดจ็ มาดว้ ย
ในการเสด็จคร้ังน้ันทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ดังเช่นการเสด็จ
ทอดพระเนตรสวนปาล์มและทรงปลูกต้นปาล์ม โดยได้มีหลักฐานปรากฏมาจารึกพระ
ปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยยอ่ ทีส่ วนหม่อมหมายถึง สวนปาล์มของหม่อมเจ้าอมรสมาน
ลักษณ์ กิติยากร ที่ตาบลปริก อาเภอสะเดา ภายในสวนแห่งน้ี มีเสาคอนกรีต 3 เสา ที่
ปรากฏพระปรมาภไิ ธยยอ่ ของทงั้ 3 พระองค์ไว้
27
หลักฐานท่ีหก ระหว่างวันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2502 รัชกาลท่ี 9 พร้อม
ด้วยสมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ ดารงยศในขณะนั้น ไดเ้ สด็จพระราชดาเนิน
มาเย่ียมราษฏร์ในพื้นท่ีจังหวัดสงขลาเป็นคร้ังแรก โดยมีการสร้างซุ้มรับเสด็จ ณ สานักสงฆ์
ดอนข้ีเหล็ก อาเภอรัตภูมิ บริเวณช่วงรอยต่อของจังหวัดสงขลาและพัทลุง ซ่ึงต่อมาท่ีพักสงฆ์
ดังกล่าวก็ได้เปล่ียนชื่อเป็น "วัดปฐมยาตราธรรมาราม" อันเป็นการบ่งบอกถึงการเสด็จ
ประทับพระบาทบนพ้ืนแผ่นดินเมืองสงขลาคร้ังแรก ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อมาพระองค์
ได้ทรงเสดจ็ ประทับ ท่ตี าหนักเขานอ้ ย เมอื งสงขลา ทรงให้ขา้ ราชการและประชาชนเข้าเฝ้า
อย่างใกล้ชิด เสด็จไปยังอาคารสโมสรสงขลา ทรงทอดพระเนตรกีฬาชนโค เสด็จฯ ส่วน
พระองค์ที่ริมหาดสมิหลา โดยมีปรากฏภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงฉายพระรูป
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ
28
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จมาประทับ
ทจี่ ังหวดั สงขลา จานวน 3 ครั้ง ในขณะดารงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ จานวน 2 ครั้ง ในวันท่ี 26 มีนาคม พ.ศ. 2508 และวันท่ี
23 สิงหาคม พ.ศ. 2516 และดารงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร โดยตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดาเนินไปยังศาลากลางจังหวัดสงขลา
และพระราชทานพระพทุ ธนวราชบพิตร แก่นายจรัส สิทธิพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด
สงขลา หลังจากนั้นเสด็จพระราชดาเนิน ไปโรงพยาบาลสงขลา ทรงวางพวงมาลา
ถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก ในวนั ที่ 23 สงิ หาคม พ.ศ. 2516
29
กาหนดการจดั โครงการสบื สานอัตลกั ษณ์เมืองสงขลา (งานวันสงขลา) ประจาปี ๒๕๖๕
วันที่ ๙ - ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๕
ณ พิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา อาเภอเมืองสงขลา จงั หวัดสงขลา
............................
วนั ท่ี ๙ มนี าคม ๒๕๖๕
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ซ้มุ ภูมิปัญญาทางวฒั นธรรม ๘๐ ซุ้ม หม่บู า้ นวฒั นธรรมของแตล่ ะอาเภอ พร้อมกัน
- นิทรรศการคนสงขลาคนต้นแบบ นิทรรศการคนดีศรสี งขลา
นิทรรศการสงขลาสู่มรดกโลก
เวลา ๑๕.๓๐ น. - มอบเกยี รติบตั รผ้ทู าคุณประโยชนด์ ้านการสบื สานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
เวลา ๑๖.๓๐ น. - มอบเกียรตบิ ตั รองค์กร อาเภอคณุ ธรรมตน้ แบบ ประจาปี ๒๕๖๔
- มอบเกียรติบัตรชมุ ชนคณุ ธรรม
เวลา ๑๗.๐๐ น. - เสวนาทางวชิ าการหัวขอ้ “สบื เพลานางเลือดขาวตามหาเคา้ โนรา”
ณ พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ สงขลา
เวลา ๑๗.๐๐ น. - ผู้ร่วมพธิ ีพร้อมกัน ณ ศาลาวหิ ารแดง เขาตังกวน
เวลา ๑๗.๓๐ น - พิธีทางศาสนา ณ ศาลาวิหารแดง เขาตงั กวน ผู้วา่ ราชการจงั หวัด ประธานในพิธี
- พธิ ีเวียนเทยี น ณ พระธาตเุ จดียห์ ลวงเขาตงั กวน (การแตง่ กายชุดสุภาพสขี าว)
เวลา ๑๘.๐๐ น. - การแสดงวงดนตรี “ไหดา” ณ เวทกี ลางพิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ สงขลา
- การแสดงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
- การแสดงชมรมลายหตั ถานาฏยคตี ศิลป์ ชดุ ลายหตั ถานาฏยคีตศลิ ป์
- การแสดงโรงเรยี นแจง้ วทิ ยา ชดุ ระบากนิ นรรอ่ นรา
- การแสดงโรงเรยี นแจง้ วิทยา ชุด ระบากปี ัสราหนะ
- การแสดงดนตรี “วงไหดา”
- การแสดงโปงลางประยกุ ต์ ชมรมลายหตั ถานาฏยคตี ศิลป์
- การแสดงศิลปะการแสดงพน้ื บ้าน หนงั ตะลงุ /โนรา
(การแสดงหนงั ตะลุง เวทพี ิพธิ ภัณฑพ์ ะธามะรงค์/
การแสดงโนรา เวทีบริษทั ทีโอที จากัด)
เวลา ๒๒.๐๐ น. - เสร็จสิน้ กจิ กรรม ณ พิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ สงขลา
30
กาหนดการจัดโครงการสืบสานอัตลักษณเ์ มอื งสงขลา (งานวันสงขลา)
ประจาปี ๒๕๖๕
วนั ที่ ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๕
ภาคเช้า - พธิ ีทาบญุ ตกั บาตรบรรพชนคนสงขลา ๑๕ อาเภอและอาเภอเมืองสงขลา
เวลา ๐๖.๓๐ น. ณ ถนนนางงาม หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
ผ้วู า่ ราชการจังหวัดสงขลา ประธานในพธิ ี (การแต่งกายชดุ สุภาพสขี าว)
เวลา ๐๘.๐๐ น. - พิธีสมโภชเสาหลกั เมือง/พธิ เี จรญิ พระพุทธมนต์เพือ่ ความเป็นสริ ิมงคลเมืองสงขลา
นายนิพนธ์ บญุ ญามณี รฐั มนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานในพธิ ี
ภาคบ่าย (การแต่งกายชุดสุภาพสีขาว)
เวลา ๑๕.๐๐ น.
- ซมุ้ ภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม ๘๐ ซุม้ หมู่บา้ นวฒั นธรรมของแต่ละอาเภอ พรอ้ มกนั
เวลา ๑๗.๐๐ น. - นิทรรศการคนสงขลาคนต้นแบบ นิทรรศการคนดศี รสี งขลา
เวลา ๑๘.๐๐ น. นทิ รรศการสงขลาสมู่ รดกโลก
- การเสวนาทางวชิ าการ หัวขอ้ “เมืองสงขลากาเนิดศลิ ป์ ถ่นิ โนรา”
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตสิ งขลา
- การแสดงวงดนตรี วง Act cult
- การแสดงเอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรม
- การแสดงมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ชุด “ตาลีดิเกร์ฮูลู”
- การแสดงมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ ชุด ปลากดขล้ี ิง
- การแสดงมหาวทิ ยาลัยทักษณิ ชุด เบอ้ื งดนิ วถิ ีถนิ่ เกาะยอ
31
กาหนดการจดั โครงการสบื สานอตั ลกั ษณ์เมืองสงขลา (งานวนั สงขลา)
ประจาปี ๒๕๖๕
วนั ที่ ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๕ (ต่อ)
...................................
เวลา ๑๘.๓๐ น. - พิธเี ปิดงานโครงการสบื สานอตั ลกั ษณเ์ มอื งสงขลา (งานวันสงขลา)
ณ พิพธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ สงขลา
- ผูว้ ่าราชการจงั หวัดสงขลา กลา่ วรายงาน (การแตง่ กายผ้าไทย/ผ้าพน้ื ถนิ่ )
- นายนพิ นธ์ บญุ ญามณี รฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงมหาดไทย ประธาน
ในพิธีใหเ้ กียรติมอบโลร่ างวัลเชิดชูเกยี รติ “คนดีศรีสงขลา” ประจาปี ๒๕๖๔
และมอบเกียรตบิ ตั รคนสงขลาคนตน้ แบบ (จานวน ๔ อาเภอ อาเภอเมอื ง
สงขลา อาเภอนาทวี อาเภอเทพา อาเภอสะบ้ายอ้ ย)
- ประธานกลา่ วเปิดโครงการสืบสานอตั ลักษณเ์ มืองสงขลา (งานวันสงขลา)
ประจาปี ๒๕๖๕
- ผวู้ ่าราชการจังหวัดสงขลา มอบของที่ระลกึ แกป่ ระธาน
- ประธานและแขกผู้มีเกียรติบันทึกภาพร่วมกัน
- ชุดการแสดงพิธีเปดิ ชดุ โนราสูย่ เู นสโก มหาวิทยาลัยทกั ษิณ
- การแสดงแสง สี เสยี ง ตานานเมอื งสงขลา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสงขลา
-สิงขรา นครสองฝงั่ นที -สร้างบ้านแปงเมอื ง
-ฟื้นฟฝู ่งั แหลมสน -ฤกษด์ ิถีเมอื งบ่อยาง
-สักการะพระธาตหุ ลวงเขาตงั กวน -สงขลาเตรียมสู่มรดกโลก
- ประธานเยี่ยมชมนิทรรศการคนสงขลาคนตน้ แบบ หมบู่ ้านวัฒนธรรมของ
แต่ละอาเภอซุ้มภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม
- การแสดงของวงดนตรี Act cult
- การแสดงศลิ ปะการแสดงพ้ืนบา้ น หนังตะลงุ /โนรา
(การแสดงหนังตะลงุ เวที พิพธิ ภัณฑพ์ ะธามะรงค์/การแสดงโนรา
เวทบี ริษัท ทโี อทีจากัด)
เวลา ๒๒.๐๐ น. - เสรจ็ สิน้ กจิ กรรม ณ พพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติ สงขลา
32
กาหนดการจัดโครงการสบื สานอตั ลกั ษณเ์ มอื งสงขลา (งานวนั สงขลา)
ประจาปี ๒๕๖๕
วนั ที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๕
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ซ้มุ ภูมปิ ญั ญาทางวัฒนธรรม ๘๐ ซมุ้ หมูบ่ า้ นวฒั นธรรมของแตล่ ะอาเภอพรอ้ มกัน
- นิทรรศการคนสงขลาคนต้นแบบ นิทรรศการคนดศี รสี งขลา นิทรรศการสงขลาสมู่ รดกโลก
เวลา ๑๖.๓๐ น. - การแสดงวงดนตรลี ูกทุง่ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสงขลา
เวลา ๑๗.๐๐ น. - เสวนาทางวิชาการ หวั ขอ้ “สงขลาสู่เมืองมรดกโลก”
เวลา ๑๘.๐๐ น. - ผู้วา่ ราชการจงั หวดั สงขลา มอบเกียรติบัตรคนสงขลาคนต้นแบบ
(การแตง่ กายผ้าไทย/ผา้ พน้ื ถ่นิ ) จานวน ๑๒ อาเภอ อาเภอระโนด
อาเภอกระแสสนิ ธุ์ อาเภอสทงิ พระ อาเภอสงิ หนคร อาเภอควนเนียง
อาเภอรัตภูมิ อาเภอสะเดา อาเภอจะนะ อาเภอบางกลา่ อาเภอหาดใหญ่
อาเภอนาหม่อม อาเภอคลองหอยโข่ง)
เวลา ๑๙.๐๐ น. - การแสดงเอกลักษณท์ างวัฒนธรรม
-การแสดงโรงเรยี นแจ้งวทิ ยา ชุด เสนห่ ส์ งขลา
-การแสดงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสงขลา ชุดจาปาสี
- การแสดงวงดนตรลี ูกทงุ่ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สงขลา
- การแสดงศลิ ปะการแสดงพน้ื บ้าน หนังตะลุง/โนรา
(การแสดงหนังตะลุง เวทพี พิ ธิ ภัณฑ์พะธามะรงค์/การแสดงโนรา
เวทีบรษิ ทั ทโี อทจี ากัด)
เวลา ๒๒.๐๐ น. - เสรจ็ ส้นิ กจิ กรรม ณ พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ สงขลา
---------------------------------
หมายเหตุ 1. การแต่งกายพิธีเวยี นเทยี น ณ พระธาตเุ จดยี ห์ ลวงเขาตงั กวน (การแตง่ กายชุดสภุ าพสขี าว)
2. การแตง่ กายพิธีทาบุญตกั บาตรบรรพชนคนสงขลา และพธิ ีสมโภชนเสาหลกั เมือง/พิธีเจรญิ
พระพทุ ธมนต์ เพื่อความเปน็ สิรมิ งคลเมืองสงขลา (การแตง่ กายชดุ สุภาพสขี าว)
3. การแตง่ กายรว่ มงานวนั สงขลา “สนุก สุขใจ นงุ่ ผา้ ไทยเที่ยวงานวนั สงขลา”
(การแตง่ กายสวมผา้ ไทย/ผ้าถิน่ )
4. กาหนดการอาจเปลีย่ นตามความเหมาะสม
33
บรรณานุกรม
กรมศลิ ปากร: หนงั สือเฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว เรื่อง วฒั นธรรม
พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์เอกลกั ษณ์และภูมิปัญญาจงั หวัดสงขลา, พ.ศ. 2545,
หนา้ 49.
พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ สงขลา : ประวตั ิความเป็นมาเมอื งสงขลา, เขียนเมอ่ื 26 เมษายน
2558, สืบคน้ วันท่ี 5 มนี าคม 2565, จาก http://www.virtualmuseum.
finearts.go.th/.
วกิ ิพเี ดียร์ : ประวัตศิ าสตร์เมืองสงขลา,สบื คน้ วนั ท่ี 5 มนี าคม 2565 จาก https://th.wikipedia.
org/wiki.
สานกั งานวัฒนธรรมจังหวดั สงขลา: สมุดภาพรัชกาลท่ี 9 กับชาวสงขลา ,พ.ศ. 2560,หน้า 3.
หนงั สือพิมพห์ าดใหญ่โฟกัส : พระมหากษัตรยิ ์ราชวงศจ์ กั รีเสด็จประพาสสงขลา,เขียนเม่ือ
2 เมษายน 2563,สบื ค้นเมอ่ื วันท่ี 5 มนี าคม 2565, สบื คน้ จาก
https://www.hatyaifocus.com/1831/เรื่องราวหาดใหญพ่ ระมหากษัตรยิ ์
ราชวงศจ์ กั รเี สดจ็ ประพาสสงขลา.
34
คณะผจู้ ัดทาหนังสอื
ปรกึ ษา ผวู้ า่ ราชการจังหวดั สงขลา
นายเจษฎา จติ รตั น์
บรรณาธิการ วัฒนธรรมจังหวดั สงขลา
นางเลขา สวุ รรณชาตรี
คณะทางาน
1. นายวฒุ ชิ ยั เพชรสวุ รรณ ผูท้ รงคณุ วุฒิด้านประวตั ิศาสตร์
2. น.ส.นิภาวรรณ กาญจนพทิ กั ษ์ ผู้อานวยการกลมุ่ ยุทธศาสตร์ฯ
3. นายทรงราชย์ สวุ ลักษณ์ นักวิชาการวัฒนธรรมชานาญการ
4. นางอินทิรา แกว้ ขาว นกั วิชาการวัฒนธรรมชานาญการ
5. นางจตุพร ชชู ่นื นักวชิ าการวฒั นธรรมชานาญการ
6. นางอุบลวรรณ อนุสา นกั วิชาการวัฒนธรรมชานาญการ
7. นางนภสั สร พทิ กั ษ์ธรรม นกั วิชาการวฒั นธรรมชานาญการ
8. นางสาวน้าทพิ ย์ สิงหเทพ นกั วชิ าการวฒั นธรรมปฎิบัตกิ าร
9. นางสาวปัทมา เสง้ แก้ว เจา้ หน้าทีบ่ นั ทึกขอ้ มลู