The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการรณรงค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tyu_117, 2024-02-16 03:58:24

แนวทางการรณรงค์

แนวทางการรณรงค์

จัดทำ โดย 2 5 6 7 แนวทางการสื่อ สื่ สาร กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อการรณรงค์ประเด็นสุขภาพ


Contents สารบัญ 02041021 29คำ นำบทที่ 1บทที่ 2บทที่ 3เอกสารอ้างอิงการสื่อสารสุขภาพในชุมชนการสื่อสารรณรงค์ประเด๋นสุขภาพเครือข่ายสื่อสารเพื่อการรณรงค์


การรณรงค์เค์ป็นป็การสื่อสื่สารโดยมีวัมีตวัถุปถุระสงค์เค์พื่อโน้มน้น้าน้วใจ มีจุมีดจุมุ่งมุ่ หมายเฉพาะเจาะจงและ มีกมีารใช้สื่ช้อสื่และกิจกิกรรมเพื่อโน้มน้น้าน้วใจ สำ หรับรัการณรงค์ด้ค์าด้นสุขสุภาพนั้นนั้หมายถึงถึการใช้สื่ช้อสื่และ การจัดจักิจกิกรรมเผยแพร่ข้ร่อข้มูลมูข่าข่วสารความรู้ด้รู้ าด้นสุขสุภาพในรูปรูแบบการสื่อสื่สารสุขสุภาพที่จัที่ดจัเป็นป็ ชุดชุกิจกิกรรม โดยเป็นป็การสื่อสื่สารที่มีที่กมีารวางแผนไว้ล่ว้วล่งหน้าน้เพื่อให้กห้ลุ่มลุ่ เป้าป้หมายรับรัรู้ สนใจ ตระหนักนัและมีพมีฤติกติรรมสุขสุภาพที่ถูที่กถูต้อต้ง และเหมาะสมเพื่อพัฒนาสุขสุภาพและคุณคุภาพชีวิชีตวิที่ดีที่ ดี . การรณรงค์ด้านสุขภาพเป็นการดำ เนินงานรูปแบบหนึ่งในการสื่อสารสุขภาพ นอกเหนือจากงาน สุขศึกษา งานส่งเสริมสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ การรณรงค์ จึงถือเป็นกิจกรรมสำ คัญในงานสื่อสารสุขภาพ โดยเฉพาะในประเด็นสำ คัญหรือประเด็น ที่มีความจำ เป็นเร่งด่วนซึ่งรูปแบบวิธีการสื่อสารในการรณรงค์ด้านสุขภาพเพื่อให้ ประสบความสำ เร็จจนถึงเกิดการปฏิบัติตนด้านสุขภาพนั้นจะใช้รูปแบบการสื่อสาร เพื่อโน้มน้าวใจเพื่อสร้างความตระหนัก และการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจร่วม กันเพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ร่วมกับปัจจัยต่างๆ ที่จำ เป็นเข้ามาร่วมด้วย อาทิประเด็นเนื้อหาการรณรงค์ที่สอดคล้องกับความสนใจของสาธารณชนแนวทาง และวิธีการสื่อสารประเด็นการรณรงค์ที่เหมาะสมกับสภาวการณ์ จึงจะทำ ให้การ รณรงค์นั้นบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่กำ หนด กองสุขสุศึกศึษา กรมสนับนัสนุนนุบริกริารสุขสุภาพ เป็นป็หน่วน่ยงานที่มีที่บมีทบาทในการส่งส่เสริมริและ พัฒนาการเรียรีนรู้ใรู้นปัจปัจัยจัที่เที่กี่ยกี่วข้อข้งด้าด้นสุขสุภาพ ได้แด้ก่ ปัจปัจัยจั ในตัวตับุคบุคล เช่นช่ความรู้ การรับรัรู้ ความเข้าข้ใจและปัจปัจัยจัแวดล้อล้มอย่าย่งเหมาะสมเพื่อให้ปห้ระชาชนมีคมีวามรอบรู้ด้รู้ าด้นสุขสุภาพและพฤติกติรรม สุขสุภาพที่ถูที่กถูต้อต้งสามารถจัดจัการสุขสุภาพตนเองได้ ซึ่งซึ่ในปีงปีบประมาณ 2567 ได้จัด้ดจัทำ โครงการขับขัเคลื่อลื่น ตำ บลจัดจัการสุขสุภาพ โดย 1 ในกิจกิกรรมหลักลัที่ขัที่บขัเคลื่อลื่น คือคืสื่อสื่สารกระตุ้นตุ้ เสริมริสร้าร้งแรงจูงจูใจ เครือรืข่าข่ยในการพัฒนาตำ บลจัดจัการสุขสุภาพซึ่งซึ่มีกิมีจกิกรรมจัดจัทำ แนวทางการรณรงค์เค์สริมริสร้าร้งความ ตระหนักนั ในการจัดจัการร่วร่มกับกัภาคีเคีครือรืข่าข่ยการสื่อสื่สารสุขสุภาพที่เที่กี่ยกี่วข้อข้งแนวทางในการดําดํเนินนิงาน เพื่อเป็นป็คู่มืคู่ อมืแนวทาการสื่อสื่สาร รูปรูแบบ วิธีวิกธีาร และปัจปัจัยจัตางๆ ในการสื่อสื่สารเพื่อการณรงค์ขค์อง หน่วน่ยงานระดับดัพื้นที่หที่รือรืหน่วน่ยงานที่สที่นใจเพื่อเพิ่มประสิทสิธิภธิาพและประสิทสิธิผธิลของการรณรงค์ใค์ห้ ประสบความสําสํเร็จร็ตอไป 02 คำ นำ กลุ่มสื่อสารสุขภาพชุมชน ผู้จัดทำ 25 มกราคม 2567


03 กิจกรรมรณรงค์ประเด็นงดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าฟ้ กิจกรรมเสวนาสื่อสารเตือนภัยพฤติกรรม เสี่ยงด้านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย


ผู้ส่ผู้ ส่ง ข้อข้มูลมูข่าข่วสาร สื่อ ผู้รัผู้ บรัสาร 04 บทที่ 1 การสื่อสารสุขภาพชุมชน 1.1 หลักลัคิดคิการสื่อสาร 1.1.1 ความหมายของการสื่อสาร การสื่อสาร (Communication) คือกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างบุคคล ต่อต่บุคบุคลหรือรืบุคบุคลต่อต่กลุ่มลุ่ โดยใช้สัช้ญสัลักลัษณ์ สัญสัญาณ หรือรืพฤติกติรรมที่เที่ข้าข้ ใจกันกั โดยมีอมีงค์ปค์ระกอบ ดังดันี้ กรมสนับนัสนุนนุบริกริารสุขภาพ อธิบธิายว่าว่การสื่อสารคือคืการติดติต่อต่สัมพันพัธ์กัธ์นกัระหว่าว่งมนุษนุย์ โดยอาศัยกระบวนการถ่าถ่ยทอดสาร แลกเปลี่ยลี่นข่าข่วสาร ความรู้ ทัศทันคติ ประสบการณ์แณ์ละการ ปฏิบัฏิติบัรติะหว่างกันกัและกันกัจากบุคบุคลสู่บุคบุคล กลุ่มลุ่ บุคบุคล หรือรืสาธารณชน เพื่อพื่ ให้เห้กิดกิผลสนองตาม ตรงตามจุดจุมุ่งมุ่ หมายที่กำที่กำหนดไว้ 1.1.2 องค์ปค์ระกอบของการสื่อสาร การสื่อสารจะมีปมีระสิทธิผธิลมากที่สุที่สุดก็ต่ก็อต่เมื่อมื่องค์ปค์ระกอบทุกทุองค์ปค์ระกอบมีปมีระสิทธิภธิาพ สูงสุด โดย องค์ปค์ระกอบการสื่อสารที่สำที่ สำคัญคัคือคื 1) แหล่งล่ข่าข่วสาร (Source) 2) ข่าข่วสาร (Message) 3) ผู้รัผู้ บรั (Receiver) 4) ช่อช่งทางข่าข่วสาร (Channel) และ 5) ปฏิกิฏิริกิยริาของการตอบกลับลั (Feedback) 1) แหล่งล่ข่าข่วสาร (Source) ในกระบวนการสื่อสาร แหล่งล่ข่าข่วสารหรือรืผู้ส่ผู้ ส่งสารเป็นป็องค์ปค์ระกอบที่สำที่ สำคัญคัอย่าย่งยิ่งยิ่ เพราะนอกจากองค์ปค์ระกอบอื่นอื่ๆ ที่จที่ะทำ ให้กห้ารสื่อสารมีปมีระสิทธิภธิาพแล้วล้ผู้ส่ผู้ ส่งสารก็เก็ป็นป็ผู้มีผู้ อิมีทอิธิพธิล ต่อความเชื่อถือให้แก่ตัวสารด้วยคุณลักษณะของผู้ส่งสารเอง และผู้ส่งสารไม่จำ เป็นต้องเป็นตัว บุคคลเสมอไป อาจอยู่ในรูปของสถาบัน องค์กร หน่วยงาน กลุ่มบุคคล หรือคณะทำ งานก็ได้ ซึ่งซึ่ความน่าน่เชื่อชื่ถือถืของแหล่งล่สารมาจาก ปัจปัจัยจั 2 ประการ คือคืความสามารถหรือรืความเป็นป็ผู้ชำผู้ ชำนาญ ความน่าน่ ไว้วางใจ ข้อข้มูลมูข่าข่วสาร


2) ข่าข่วสาร (Message) เนื้อหาสาร/ข้อมูล/ข่าวสาร หมายถึงข้อมูล ข้อเท็จจริง ความคิดต่างๆ หรือชุดของ สัญลักษณ์ ที่ผู้ส่งสารต้องการจะนำ เสนอหรือรืสื่อความหมายไปยังผู้รับรัสารโดยมีเป้าหมายอย่างใด อย่างหนึ่ง อาจเป็นข้อความเป็นภาษาพูด (Verbal) หรือรืข้อความที่ไม่เป็นภาษา (nonverbal) ใช้การ พูดหรือรืเขียขีนหรือรื ใช้สัช้ สัญลักลัษณ์ก็ณ์ ไก็ด้แด้ละปรับรัเปลี่ยลี่นข้อข้ความให้อห้ยู่ใยู่ นรูปรูที่เที่หมาะสมสำ หรับรัช่อช่งทางการ สื่อสารที่จที่ะใช้ 3) ผู้รัผู้ บรัสาร (Receiver) ในกระบวนการสื่อสาร มีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง 2 ฝ่าย คือ ผู้รับรัสารและผู้ส่งสาร ซึ่งซึ่ผู้รับรั สารในการสื่อสารนั้นนั้อาจมีคมีวามหมายถึงถึบุคบุคลคนเดียดีว หรือรือาจหมายถึงถึกลุ่มลุ่ บุคบุคล หรือรืมวลชน ที่เป็นผู้ฟังฟัผู้อ่าน ผู้ชม การตรวจสอบการสื่อสารสุขภาพ โดยพิจารณาถึงวัตถุประสงค์และ ความต้อต้งการของประชาชนในฐานะผู้รัผู้ บรัสารและกระทรวงสาธารณสุขสุในฐานะผู้ส่ผู้ งส่สารจะช่วช่ยอธิบธิาย ความสำ เร็จร็หรือรืความล้มล้เหลวของการสื่อสื่สารสุขสุภาพ ได้ 4) ช่อช่งทาง/สื่อสื่ (Channel) การเลือลืกใช้ช่ช้อช่งทางข่าข่วสารหรือรืช่อช่งทางการสื่อสื่สารนั้นนั้เป็นป็องค์ปค์ระกอบสำ คัญคัที่จที่ะช่วช่ยให้ข้ห้อข้มูลมู ข่าข่วสารส่งส่ถึงถึกลุ่มลุ่ เป้าป้หมายได้อด้ย่าย่งถูกถูต้อต้ง รวดเร็วร็ซึ่งซึ่ผู้ส่ผู้ งส่สารต้อต้งพิจพิารณาว่าว่ข่าข่วสารและกลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย นั้นนั้ต้อต้งใช้ช่ช้อช่งทางการสื่อสื่สารใดเป็นป็หลักลั 5) ปฏิกิฏิริกิยริาตอบกลับลั (Feedback) เป็นป็การสื่อสื่สารสองทาง (Two-way communication) ที่ผู้ที่รัผู้ บรัสารมีกมีารตอบสนอง และมีปมีฏิกิฏิริกิยริา ตอบกลับลั ไปยังยัผู้ส่ผู้ งส่สาร สามารถโต้ตต้อบ ปรึกรึษาหารือรืและแลกเปลี่ยลี่นความคิดคิกันกั ได้ ซึ่งซึ่ในปัจปัจุบัจุนบัการใช้ เทคโนโลยีแยีละเครื่อรื่งมือมื ในการสื่อสื่สารมีกมีารหลอมรวมสื่อสื่ทุกทุPlatfor ให้กห้ลายเป็นป็สื่อสื่สังสัคมออนไลน์ (Social media) ที่เที่อื้อ อื้ อำ นวยให้มีห้กมีารสื่อสื่สารตอบโต้ไต้ด้อด้ย่าย่งรวดเร็วร็เป็นป็ ปัจปัจุบัจุนบั (Real time) 05


1.2 การสื่อสารสุขภาพ การสื่อสารสุขภาพ (Health Communication) คือ การศึกษาและใช้กลยุทธ์กธ์ารสื่อสารใน งานสุขภาพเป็นกลวิธีในการนำ เสนอข้อมูลการเผยแพร่ข่าวสารความรู้ด้านสุขภาพผ่านสื่อและ กิจกรรมต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ สนใจและตระหนักในด้านสุขภาพ โดยเน้นน้กระบวนการสื่อสื่สารอย่าย่งมีปมีระสิทสิธิภธิาพและประสิทสิธิผธิล ตามวัตวัถุปถุระสงค์ขค์องการสื่อสื่สาร คือคื แจ้งจ้ ให้ทห้ราบ (To inform) ให้กห้ารศึกศึษา (To educate) สร้าร้งความพอใจหรือรืความบันบัเทิงทิ (To entertain) หรือโน้มน้าวชักจูงใจ (To persuade) เพื่อให้เกิดความสำ เร็จในการดำ เนินงานสื่อสารสุขภาพ เกิดกิการเรียรีนรู้แรู้ละพัฒพันาองค์คค์วามรู้อรู้ ย่าย่งเท่าท่ทันทั ในด้าด้นสุขสุภาพ (Health Literacy) นำ สู่กสู่ ารปรับรัเปลี่ยลี่น พฤติกติรรมเพื่อพื่ ให้มีห้สุมีสุขภาพดี 1.2.1 ประโยชน์ขน์องการสื่อสารสุขภาพ 1) การสื่อสารสุขภาพสามารถช่วช่ยชีวิชีตวิ การพัฒนาระบบการสื่อสารสุขภาพที่ดี จะช่วยให้ประชาชนรู้จักวิธีรักษาสุขภาพ ของตนและของคนใกล้ ตัว และในหลายกรณีสามารถช่วยชีวิตคนได้ เช่น ช่วยให้คนไข้เลือกวิธี การรักษาที่เหมาะสม ปฏิบัติตัวตาม คำ แนะนำ ของแพทย์ได้ถูกต้อง ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยอาการไข้ ได้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิด หรือช่วยให้ประชาชนพ้นจากการใช้ชีวิตที่เสี่ยงภัยโดย ไม่รู้ตัว 2) การสื่อสารสุขภาพช่วช่ยป้อป้งกันกัการระบาดของโรคได้ การระบาดของโรค SAR โรคไข้หวัดเมื่อเกิดการระบาดของโรคร้ายใหม่ๆ ขึ้นการมี ความรู้แรู้ละทักทัษะในการสื่อสื่สารจะมีคมีวามสำ คัญคั ไม่แม่พ้กพ้ารมีช่มีอช่งทางการสื่อสื่สารที่ดีที่กดีารสื่อสื่สารสุขสุภาพ สามารถช่วยกระจายข่าวสารความรู้ให้แก่ประชาชนช่วยทำ ให้ประชาชนรู้วิธีหลีกเลี่ยงป้องกันลด ความตื่นตื่ตระหนกของประชาชน เมื่อมื่ ประชาชนมีคมีวามรู้ใรู้นการหลีกลีเลี่ยลี่ง ป้อป้งกันกัมีกมีารร่วร่มมือมืที่ดีที่ ดี การระบาดของโรคก็อก็าจชะลอ ลงหรือรืถึงถึขั้นขั้ยุติยุลติงได้ 3) ช่วช่ยให้เห้กิดกิการปรับรั ปรุงรุระบบการให้บห้ริกริารด้าด้นสุขสุภาพ การมีบุมีคบุลากรที่เที่ป็นป็นักนัสื่อสื่สารสุขสุภาพเช่นช่อาสาสมัคมัรสาธารณสุขสุ(อสม.) หรือรืเจ้าจ้หน้าน้ที่ สื่อสื่สารของตนเองที่พที่ร้อร้มจะรับรั ฟังฟัหรือรืมีคมีวามเข้าข้ ใจในความต้อต้งการของคนไข้ จะช่วช่ยให้หห้น่วน่ยงาน สามารถปรับรัรูปรูแบบการให้บห้ริกริาร หรือรืแก้ไก้ข้ปัข้ญปัหาข้อข้บกพร่อร่งของการให้บห้ริกริารได้ดีด้ ดีและในระดับดั รัฐรับาลช่วช่ยให้เห้กิดกิการปรับรั ปรุงรุนโยบายสาธารณะด้าด้นสุขสุภาพได้ 4) เปิดปิ โอกาสให้สัห้งสัคมมีส่มีวส่นร่วร่มในระบบสุขสุภาพ การเปิดปิ โอกาสให้ปห้ระชาชนหรือรืสาธารณชนได้เด้ข้าข้มามีส่มีวส่นร่วร่มในการสร้าร้งและพัฒพันาระบบ สุขภาพของสังคมเป็นป็แหล่งล่ที่มที่าของความริเริริ่มริ่สร้าร้งสรรค์ใค์นเรื่อรื่งการให้บห้ริกริารและการแลกเปลี่ยลี่น เรียรีนรู้ทรู้ างด้าด้นสุขสุภาพ และที่สุที่ดสุสังสัคมจะสามารถเข้าข้มามีส่มีวส่นร่วร่มในการกำ หนดนโยบาย และตรวจ สอบการให้บห้ริกริารจน นำ ไปสู่มสู่ าตรฐานการบริกริารที่สูที่งสูขึ้น ขึ้ มีปมีระสิทสิธิภธิาพขึ้น ขึ้ 5) ลดต้นต้ทุนทุของการบริกริารด้าด้นสุขสุภาพ การให้คห้วามรู้แรู้ละให้วิ ห้ธีกธีารแก่ปก่ระชาชนในการป้อป้งกันกัรักรัษาสุขสุภาพของตนเอง มีต้มีนต้ทุนทุ ถูกถูกว่าการรักรัษา ซึ่งซึ่การสื่อสื่สารที่ดีที่ ดี 06


1.3 การสื่อสารสุขภาพในชุมชุชน ชุมชุชนเป็นป็แหล่งล่ที่มีที่กมีลุ่มลุ่ คน ที่มีที่หมีลากหลายครอบครัวรัมาอยู่ร่ยู่ วร่มกันกัซึ่งซึ่การที่จที่ะทำ ให้ชุห้มชุชน เป็นป็ชุมชุชนที่มีที่คุมีณคุภาพชีวิ ชีตที่ดีที่ ดีนั่นนั่คือคืต้อต้งมีกมีารร่วร่มแรงร่วร่มใจ ส่งเสริมริสุขภาพของตนเองและคนใน ชุมชุชนสามารถวางแผนแก้ไก้ขปัญปัหาสุขภาพของชุมชุชนตนเองและดำ เนินนิการแก้ไก้ขโดยการจัดจักิจกิกรรม เพื่อการมีส่วนร่วมของชุมชนทางด้านสุขภาพอย่างเหมาะสมและประเมินผลกิจกรรมต่างๆ ด้วย ตัวตัของชุมชุชนเองได้ ทั้งทั้นี้ การที่ชุที่มชุชนจะเป็นป็ชุมชุขนสุขภาพดี มีกมีารจัดจัการตนเอง มีปัมีจปัจัยจัที่เที่กี่ยกี่วข้อข้ง ดังดันี้ * มีผู้มีนำผู้ นำชุมชุชนที่ใที่ส่ใจในการส่งเสริมริสุขภาพให้กัห้บกัชุมชุชนของตนเอง * ชุมชุชนมีคมีวามผูกผูพันพัเอื้อ อื้ เฟื้อ ฟื้ ต่อต่กันกั * มีกมีลุ่มลุ่ หรือรืชมรมในชุมชุชนที่เที่ข้มข้แข็งข็ * คนในชุมชุชนมีคมีวามตระหนักนัและมีส่มี ส่วนร่วร่มในการดูแดูลสุขภาพตนเอง ครอบครัวรัชุมชุชน * มีกมีารสื่อสารด้าด้นสุขภาพอย่าย่งมีส่มี ส่วนร่วร่ม 1.3.1 ความจำ เป็นป็ของการดำ เนินนิงานสื่อสารสุขภาพในชุมชุชน การดำ เนินนิงานการสื่อสารสุขภาพด้าด้นสุขภาพในชุมชุชน เป็นป็ ปัจปัจัยจัสำ คัญคัหนึ่งนึ่ที่จที่ะทำ ให้ บรรลุจุลุดจุมุ่งมุ่ หมายในเรื่อรื่งชุมชุชนสุขภาพดี ดังดันั้นนั้การมีส่มี ส่วนร่วร่มในการสื่อสารของประชาชนในชุมชุชน จึงจึเป็นป็สิ่งสิ่จำ เป็นป็เพราะในสังสัคมแห่งห่การเรียรีนรู้กรู้ ารสร้าร้งความรอบรู้แรู้ละนำ สู่กสู่ ารปรับรัเปลี่ยลี่นพฤติกติรรม สุขสุภาพ ต้อต้งอาศัยศัมิติมิขติองการสื่อสื่สารเข้าข้มาเกี่ยกี่วข้อข้งกับกัองค์ปค์ระกอบของชุมชุชนในมิติมิด้ติาด้นอื่นอื่ๆ คือคื 1) มิติมิด้ติาด้นคน ประกอบด้วด้ย ผู้รู้ผู้ รู้หรือรืปราชญ์ใญ์นชุมชุชน ปราชญ์ชญ์าวบ้าบ้น ผู้นำผู้ นำชุมชุชน หรือรืผู้มีผู้ มี ความรู้เรู้ฉพาะด้าด้นในชุมชุชน 2) มิติมิด้ติาด้นความรู้ ประกอบด้วด้ย ความรู้ที่รู้ เที่ป็นป็ภูมิภูปัมิญปัญาชาวบ้าบ้น ความรู้ทรู้ างวิชวิาการที่มที่า จากชุมชุชน หรือรืความรู้ที่รู้ อที่งค์กค์รต่าต่งๆได้สด้ะสมและพัฒพันาขึ้น ขึ้ 3) มิติมิด้ติาด้นทรัพรัยากร ประกอบด้วด้ย ที่ดิที่นดิ ป่าป่ ไม้ แหล่งล่น้ำ พืชพืสัตสัว์ เงินงิทุนทุและผลผลิตลิของชุมชุชน 06


ดังนั้น การสื่อสารสุขภาพในชุมชน จึงจึเป็นองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์ใธ์นเรื่องของการ ปฏิบัติการทางด้านสุขภาพทำ ให้ชุมชนหรือองค์กรชุมชนมีศักยภาพในการแก้ปัญหาสุขภาพของ ตนเองและต้องมีการจัดจัการความรู้ด้านสุขภาพด้วยตัวของชุมชนเอง เพื่อทำ ให้ประชาชนในชุมชน ได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสมทั้งนี้การสื่อสารด้านสุขภาพในชุมชนจะมี ประสิทธิภาพต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทด้านสุขภาพมากขึ้นโดยเฉพาะผู้นำ ชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข แกนนำ สุขภาพต้องเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน กระตุ้นและเสริมพลัง ชุมชน โดยใช้การจัดกิจกรรมการสื่อสารกับคนในชุมชน อย่างเป็นระบบ ขั้นตอน มีเทคนิควิธี การสื่อสารใช้สื่อที่เข้าถึงและตรงใจกับผู้รับและสอดคล้องกับบริบทของชุมชน 1.3.2 การเลือกประเด็นสื่อสารในชุมชน การสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับ พฤติกรรมด้านสุขภาพ ควรเลือกประเด็นที่สอดคล้องกับปัญหา สภาพแวดล้อม สถานการณ์ ด้านสุขภาพในพื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมาย ลักษณะทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ในการสื่อสารเรื่อง สุขภาพ อาจไม่สามารถสื่อสารได้ครบทุกประเด็น ด้วยข้อจำ กัดเรื่องงบประมาณและทรัพยากร จึงจำ เป็นต้องมีการคัดเลือกข้อมูลที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์หรือความสนใจเพียง บางประเด็น โดยพิจารณาภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้ 1) ใกล้ตัว 2) อยู่ในความสนใจ ทันสมัย ทันเหตุการณ์ หรือเป็นปัญหาเร่งด่วน 3) สอดคล้องกับนโยบาย หรือแผนงานที่กำ ลังดำ เนินการ 4) เลือกประเด็นสื่อสารให้ครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้ (1) ข้อมูลด้านสถานการณ์ เช่น สถานการณ์โรค ความรุนแรง ผลกระทบกับ คนในพื้นที่ทั้งในมิติสุขภาพและสังคม (2) การดำ เนินนิงาน/ผลงาน ของหน่วน่ยงาน ชุมชุชน ในการแก้ไก้ขหรือรืจัดจัการปัญปัหา (3) องค์ความรู้ที่จำ เป็นสำ หรับประชาชนในพื้นที่เช่น สาเหตุ ความรุนแรง การป้องกัน การรักษา ฯลฯ 1.3.3 การค้นหาประเด็นการสื่อสาร 1) วิธีการได้มาของข้อมูล (1) ใช้ข้อมูลที่ได้จากการสำ รวจความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อ ปัญหาด้านสุขภาพของคนในพื้นที่ การรับรู้เรื่องโรคและภัยสุขภาพ ฯลฯ (2) ใช้ข้อมูลที่ได้จากการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน (3) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเอกสาร งานวิจัย หรือรายงานที่มีหน่วยงานอื่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาไว้ (4) สำ รวจประเด็น หรือข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ หรือประเด็นข้อมูลที่จะนำ มาสื่อสารให้สอดคล้องกับความสนใจหรือความต้องการของประชาชน โดย ใช้เครื่องมือในการ เก็บข้อมูล เช่น สัมภาษณ์ หรือใช้แบบสอบถาม เป็นต้น 07


การพิจารณาเพื่อคัดเลือกประเด็นการสื่อสาร * ขนาดของปัญหา พิจารณาจากจำ นวนกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ทราบข้อมูลหรือมีความ เข้าใจที่ไม่ถูกต้องในประเด็นนั้นๆ * ความรุนแรง พิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากชาวบ้าน หรือประชาชนขาด ความรู้ ความเข้าใจในประเด็นนั้นๆ * ความเป็นไปได้ในการที่จะสื่อสาร โดยพิจารณาจาก เทคโนโลยี ความพร้อมของ ทรัพยากรที่มีอยู่ * การยอมรับหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย 2) การพิจารณาเพื่อคัดเลือกประเด็นการสื่อสาร (1) ขนาดของปัญหา พิจารณาจากจำ นวนกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ทราบข้อมูลหรือมี ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในประเด็นนั้นๆ (2) ความรุนแรง พิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากชาวบ้าน หรือประชาชน ขาดความรู้ ความเข้าใจในประเด็นนั้นๆ (3) ความเป็นป็ ไปได้ใด้นการที่จที่ะสื่อสาร โดยพิจพิารณาจาก เทคโนโลยี ความพร้อร้มของ ทรัพยากรที่มีอยู่ (4) การยอมรับหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย 1.3.4 สื่อและการออกแบบการสื่อสาร เมื่อคัดเลือกประเด็นหรือข้อมูลการสื่อสารได้แล้ว ให้นำ ประเด็นดังกล่าวมาจัดจัทำ เนื้อหา และสื่อที่จะผลิตและเผยแพร่ตามรูปแบบและช่องทางการสื่อสารที่เลือกหรือวางแผนไว้ เนื้อหา ของสารที่ดีจะช่วยให้ผู้รับสารสามารถรับรู้และเข้าใจได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร การนำ เสนอเนื้อหาของการสื่อสารผ่านสื่อ ควรคำ นึงถึงเรื่องความเหมาะสมของช่วงเวลาการเผยแพร่ ลักลัษณะการนำ เสนอและรูปรูแบบเนื้อ นื้ หา การผลิตลิสื่อเพื่อพื่เผยแพร่ ข้อข้มูลมูข่าข่วสาร ความรู้ด้รู้ าด้นสุขภาพ ต้องนำ เสนอในรูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมกับเนื้อหา ช่องทางการสื่อสารและลักษณะ ของผู้รับสาร เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ เป็นต้น 1) การเลือกสื่อสำ หรับกลุ่มเป้าหมาย ควรพิจารณาจาก (1) สื่อที่เขาเชื่อถือมากที่สุด โดยข้อมูลอาจมาจากการสอบถามหรือเก็บข้อมูล (2) สื่อที่เขาใช้อยู่หรือคุ้นเคยมากที่สุด (3) สื่อที่เขาเข้าถึงได้สะดวกรวดเร็วที่สุด (4) สื่อที่เขาได้ประโยชน์ตามที่เขาต้องการมากที่สุด (5) สื่อที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุด (6) สื่อที่เขาอยากใช้มากที่สุด (7) สื่อที่เกิดจากกิจกรรม เช่น ปฏิทิน เข่ง ถังสังฆทาน เซียมซี ร่ม ผ้าใบกันฝน พรมเช็ดเท้า สติกเกอร์ ของเล่น ที่ขั้นหนังสือ กระถางต้นไม้ วัวควาย หุ่นไล่กาไล่โรคร้าย SMS Social Media (8) สื่อผสม 08


1.3.5 การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย 1) ในแต่ละช่วงวัยมีความสนใจและใช้สื่อที่แตกต่างกัน (1) Silent Gen อายุ 77-94 ปี * เสพสื่อทีวีเป็นหลัก * ใช้สื่อออนไลน์ Line และ YouTube เล็กน้อย (2) Baby Boomer อายุ 58-76 ปี * ใส่ใจสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ * เชื่อข่าวสารจากทางโทรทัศน์มากกว่าสื่อออนไลน์ * เริ่มคอมเมนต์และแชร์บนสื่อโซเชียลมากขึ้น (3) Gen X อายุ 42-57 ปี * รับชมสื่อทีวีเป็นประจำ * ใช้สื่อออนไลน์ Facebook, YouTube และ Line เป็นหลัก และ เริ่มใช้ TikTok * ซื้อของออนไลน์ (4) Gen Y อายุ 26-41 ปี * ดูทีวีเป็นประจำ * ใช้สื่อออนไลน์ แพลตฟอร์มหลัก Facebook, YouTube, Line และ TikTok * ใช้โซเชียลค่อนข้างสูง ทั้งการสื่อสารพูดคุย * ใช้สื่อในการค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และมีแนวโน้มใช้สื่อเพิ่มมากขึ้น อย่างต่อเนื่อง (5) The Digital Native (Gen Z) อายุ 12-25 ปี * ใช้สื่อเพื่อการสื่อสารกับกลุ่มเพื่อน * มีความเป็นตัวเองสูงและมีความคิดริเริ่ม * ติดตามเทรนด์แต่นำ เทรนด์มาประยุกต์ใช้ในรูปแบบของตนเอง * ใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก * ใช้แพลตฟอร์มหลากหลาย เข้าถึงสื่อกลุ่มใหม่ๆ เปิดรับสื่อและแพลตฟอร์มใหม่ * ซื้อของออนไลน์ และเล่นเกมออนไลน์ 6) Gen Alpha อายุน้อยกว่า 12 ปี * สร้างตัวตนและใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ (Multiverse Personal) * พฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆ * ใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก * ใช้ Facebook, YouTube, Line และ TikTok ในปัจจุบัน ทุกช่วงอายุจะใช้สื่อโซเชียลมากขึ้นเรื่อยๆ ในการดำ เนินชีวิตแต่ละวัน จะต้องมีการใช้สื่อเป็นส่วนประกอบ 09


2.1 หลักลัการสื่อสารรณรงค์ 2.1.1 ความหมายของการรณรงค์ 1) การรณรงค์เค์ป็นป็การกระทำ ที่มีที่เมีป้าป้หมายโดยเฉพาะ หมายความว่าว่ลักลัษณะของการรณรงค์ที่ค์ ที่ ต้องมีเมีป้าป้หมาย “รณรงค์”ค์เป็นป็การสื่อสื่สารที่หที่วังวัผลลัพลัธ์ที่ธ์หที่ลากหลายตั้งตั้แต่ใต่นระดับดับุคบุคล ไปจนถึงถึการ เปลี่ยลี่นแปลงโครงสร้าร้งทางสังสัคมผลนั้นนั้จะเป็นป็ ประโยชน์กัน์บกัผู้ส่ผู้ งส่สารหรือรืผู้รัผู้ บรัสารในกระบวนการรณรงค์ 2) การรณรงค์พุ่ค์พุ่งพุ่เป้าป้ ไปที่คที่นจำ นวนมาก หรือรืกลุ่มลุ่ คนขนาดใหญ่ หมายความว่าว่การรณรงค์ นั้นนั้ ไม่ไม่ ด้ทำ ในระดับการสื่อสื่สารระหว่าว่งบุคบุคลสองคน หรือรื ในกลุ่มลุ่ คนเพียพีงไม่กี่ม่คกี่นเท่าท่นั้นนั้ผู้รัผู้ บรัสารถูกถู กำ หนดว่าว่เป็นป็ ใคร มีจำมีจำนวนประมาณเท่าท่ ใด โดยมีเมีป้าป้หมายของการรณรงค์เค์ป็นป็เกณฑ์ 3) การรณรงค์จค์ะต้องมีกำมีกำหนดระยะเวลาชัดชัเจน หมายถึงถึช่วช่งระยะเวลาของการรณรงค์ตั้ค์งตั้แต่ เริ่มริ่มีกมีารวางแผน จนถึงถึขั้นขั้การประเมินมิผลการรณรงค์ที่ค์เที่ป็นป็ขั้นขั้ตอนสุดสุท้าท้ย 4) การรณรงค์ เกี่ยกี่วข้อข้งกับกัชุดชุกิจกิกรรมการสื่อสื่สารที่มีที่กมีารวางแผนไว้ล่ว้วล่งหน้าน้เช่นช่กิจกิกรรม การสื่อสื่สาร ได้แก่ การผลิตลิเนื้อ นื้ หา การเผยแพร่ผ่ร่าผ่นช่อช่งทางการสื่อสื่สาร กิจกิกรรมเหล่าล่นี้ถู นี้ กถูกำ หนดไว้ เพื่อพื่บรรลุเลุป้าป้หมายที่ต้ ที่องการรณรงค์ที่ค์สื่ที่อสื่และองค์กค์รที่รัที่บรัผิดผิชอบกับกัเรื่อรื่งที่จที่ะรณรงค์กำค์กำหนดไว้ 10 บทที่ 2 การสื่อสารรณรงค์ประเด็นสุขภาพ การกระตุ้นตุ้ความสนใจ สร้าร้งการยอมรับรัและทำ ให้ผู้ห้รัผู้ บรัสารปรับรัเปลี่ยลี่นพฤติกติรรมสุขสุภาพสามารถใช้ กลวิธีกธีารสื่อสื่สารด้วด้ยการรณรงค์ (Campaign) ที่มีที่กมีารออกแบบเป็นป็ชุดชุกิจกิกรรม โดยใช้สื่ช้อสื่หลายประเภท ประกอบกันกัตามแนวคิดคิการสื่อสื่สารเพื่อพื่สังสัคม เช่นช่สื่อสื่บุคบุคล เครือรืข่าข่ย การจัดจัเหตุกตุารณ์หณ์รือรืกิจกิกรรม พิเพิศษ จัดจันิทนิรรศการ การเขียขีนบทความ รวมถึงถึการสื่อสื่สารผ่าผ่นสื่อสื่สังสัคมออนไลน์ (Social media) และ การสื่อสื่สารทางการตลาด ตามสถานการณ์ใณ์นปัจปัจุบัจุนบั


11 2.1.2 ประเภทของการรณรงค์ การจัดประเภทของโครงการรณรงค์ส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์เรื่องระยะเวลาการปฏิบัติงาน ของโครงการ โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ 1) โครงการรณรงค์เค์ฉพาะกิจกิเป็นป็ โครงการที่มัที่กมัจัดจัทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อพื่หวังวัผลให้เห้กิดกิขึ้น ขึ้ อย่าย่งรวดเร็วร็มักมัเป็นป็ โครงการรณรงค์ที่ค์จัที่ดจัทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อพื่สนับนัสนุนนุด้าด้นการตลาดขององค์กค์รภาคธุรธุกิจกิ โดยการประชาสัมสัพันพัธ์ และ การโฆษณาเข้าข้ช่วช่ยสนับนัสนุนนุโดยอาจทำ ในลักลัษณะโครงการรณรงค์ทค์างการกุศกุลต่าต่งๆ เมื่อมื่ ได้ผด้ลเป็นป็ที่น่ที่าน่ พอใจแล้วล้ก็ถืก็อถืเป็นป็อันอัสิ้นสิ้สุดสุโครงการและเนื่อนื่งจากเป็นป็การดำ เนินนิงานระยะสั้นสั้วัตวัถุปถุระสงค์ขค์องโครงการ รณรงค์ปค์ระเภทนี้มั นี้ กมั ตั้งตั้เป้าป้หมายในลักลัษณะของการสร้าร้การรับรัรู้ สร้าร้งความสนใจในประเด็นด็ ใดประเด็นด็หนึ่งนึ่ หรือรืกระตุ้นตุ้ให้เห้ข้าข้ร่วร่มกิจกิกรรมที่จัที่ดจัขึ้น ขึ้ เป็นป็ครั้งรั้คราวเท่าท่นั้นนั้ 2) โครงการรณรงค์แค์บบต่อเนื่อนื่ง โครงการประเภทนี้จ นี้ ะมีกมีารกำ หนดวัตวัถุปถุระสงค์ใค์ห้กห้ลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย มีพมีฤติกรรมไปในแนวทางที่ต้ ที่องการให้เห้กิดกิขึ้น ขึ้ ในการที่จที่ะเปลี่ยลี่นแปลงพฤติกติรรมไปในแนวทางที่ต้ที่อต้งการ 2.1.3 องค์ปค์ระกอบของการรณรงค์ 1) องค์ปค์ระกอบเชิงชิบุคบุคล/องค์กค์รรณรงค์ ได้แด้ก่ แกนนำ กลุ่มลุ่ องค์กค์รต่าต่งๆ 2) องค์ปค์ระกอบเชิงชิกระบวนการรณรงค์ ได้แด้ก่ เป้าป้หมายในการรณรงค์ วัตวัถุปถุระสงค์ กลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย ข้อข้มูลมู/ประเด็นในการรณรงค์ ช่อช่งทางการสื่อสื่สาร กลยุทยุธ์กธ์ารสื่อสื่สาร รวมทั้งทั้ข้อข้มูลมูสนับนัสนุนนุการรณรงค์ เช่นช่ผลการวิจัวิยจั ต่างๆ ที่เที่กี่ยกี่วข้อข้ง นอกจากนี้อ นี้ งค์ปค์ระกอบเชิงชิกระบวนการรณรงค์ เป้าป้หมายในการรณรงค์เค์ป็นป็องค์ปค์ระกอบสำ คัญคั ในการรณรงค์ กล่าล่วคือคืเป้าป้หมายเปรียรีบเสมือมืนภาพฝันฝัที่นัที่กนัรณรงค์อค์ยากให้เห้กิดกิขึ้น ขึ้ หลังลัจากดำ เนินนิการ รณรงค์หค์รือรืโครงการสิ้นสิ้สุดสุลง โดยเป้าป้หมาย แบ่งบ่ออกเป็นป็ 2 ระดับดั ได้แด้ก่ เป้าป้หมายระดับบุคบุคล คือคื (1) กระตุ้นตุ้ ให้เห้กิดกิการตื่นตื่ตัวต่อสภาพปัญปัหา (2) ปรับรัเปลี่ยลี่นทัศทันคติใตินทางที่เที่หมาะสม (3) ปรับรัเปลี่ยลี่นพฤติกติรรมในทางที่ เหมาะสม (4) สร้าร้งจิตจิสำ นึกนึหรือรืความภาคภูมิภูใมิจให้กัห้บกับุคบุคลกลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย ส่วนเป้าหมายระดับโครงสร้าง ได้แก่ การณรงค์ผลักดันเชิงนโยบาย หรือการปรับเปลี่ยน กฎหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบสังคมอย่างจริงจังจั 3) องค์ประกอบเชิงระบบที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ ได้แก่ การพัฒนากลไกการเชื่อม ประสานการสื่อสารรูปแบบต่างๆ การพัฒนาระบบการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการ รณรงค์ในระดับพื้นที่ และการร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรในการพัฒนามาตรการเชิงระบบอื่นๆ ในสังคม


12 2.1.4 ขั้นขั้ตอนการรณรงค์ การรณรงค์ปค์ระกอบไปด้วยขั้นขั้ตอนต่างๆ 3 ขั้นขั้ตอน ดังดันี้ 1) การวางแผนโครงการ ขั้นขั้ตอนนี้ถื นี้ อถื ได้ว่าว่เป็นป็หัวหั ใจของการรณรงค์ ถ้าถ้วางแผนดีก็ดีจก็ะทำ ให้มห้องเห็นห็ภาพความสำ เร็จร็ โดยการวางแผนโครงการรณรงค์ ประกอบด้วด้ยขั้นขั้ตอนต่าต่งๆ ดังดันี้ (1) การศึกศึษาข้อข้มูลมู เป็นป็การศึกศึษาข้อข้เท็จท็จริงริต่างๆ ที่เที่กี่ยกี่วข้อข้งและวิเวิคราะห์ถึห์งถึปัญปัหาที่กำที่กำลังลัจะทำ การรณรงค์ แยกแยะประเด็นและจัดจัลำ ดับความสำ คัญคัศึกศึษาตัวตัแปรต่าต่งๆ ที่เที่กี่ยกี่วข้อข้งกับกั ปัญปัหา ความรู้ ความเชื่อชื่ ทัศทันคติและพฤติกรรม (2) การกำ หนดวัตวัถุปถุระสงค์ วัตวัถุปถุระสงค์เค์ป็นป็การกำ หนดหรือรื ตัดสินสิ ใจว่าว่ ในการรณรงค์เค์รื่อรื่งใดเรื่อรื่งหนึ่งนึ่ต้อต้งการ ให้เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ต้องมีความชัดเจนและมีความเป็นไปได้ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อการกำ หนดเนื้อหาสาระของสารที่จะส่งไปยังกลุ่มเป้าหมาย (3) การกำ หนดกลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย กลุ่มลุ่ เป้าป้หมายของโครงการ หมายถึงถึกลุ่มลุ่ บุคบุคลที่เที่จ้าจ้ของโครงการต้อต้งการให้เห้กิดกิการ เปลี่ยลี่นแปลงด้านความรู้ ทัศทันคติและพฤติกติรรม การกำ หนดกลุ่มลุ่ เป้าป้หมายเพื่อพื่ ประโยชน์ 2 ประการ คือคืทำ ให้เห้ราได้ทราบว่าว่กลุ่มลุ่ เป้าป้หมายมีคมีวามต้อต้งการอย่าย่งไร สนใจอะไร และเพื่อพื่วางแผนล่วล่งหน้าน้เพื่อพื่ เตรียรีมการสื่อสื่สารของโครงการฯ ให้เห้หมาะสมกับกักลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย (4) การกำ หนดวิธีวิปธีระเมินมิผล เป็นป็การวางแผนสำ หรับรัการประเมินมิผลโครงการคือคืกำ หนดวิธีวิปธีระเมินมิผลตามวัตวัถุปถุระสงค์ โดยกำ หนดระยะเวลาที่แน่นอนและวิธีการเฉพาะสำ หรับตรวจสอบกระบวนการการประเมิน ผลนอกจากจะเป็นการวัดความสำ เร็จของโครงการตามวัตถุประสงค์แล้วยังอาจใช้ผลที่ได้ จากการประเมินเป็นแนวทางในการปรับปรุงงานด้วย ซึ่งการประเมินผลนั้นอาจวัดการรับรู้ หรือวัดการเปลี่ยนแปลงในทัศนคติเป็นต้น (5) เตรียรีมเนื้อ นื้ หา การกำ หนดวัตวัถุปถุระสงค์ที่ค์ชัที่ดชัเจนและการวิเวิคราะห์กห์ลุ่มลุ่ เป้าป้หมายได้ถูด้กถูต้อต้ง จะช่วช่ยให้ สร้างสรรค์เนื้อหาได้อย่างสอดคล้องและตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย หยิบยกประเด็น เนื้อหาสาระสำ คัญที่จะชี้ให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นประโยชน์หรือโทษได้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา หลักฐานหรือรูปธรรมต่างๆ ประกอบ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เช่น ข้อมูลจากการ ศึกษาวิจัย ผลการเฝ้าระวัง ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับ เน้นการนำ เสนอเกี่ยวกับ ความน่าเชื่อถือ ความมีเสน่ห์ และเข้าใจง่าย ผ่านจุดจับใจต่างๆ อาทิ การใช้ความกลัว การใช้ ข้อความด้านบวก


13 2) การผลิตลิสื่อสื่ การผลิตลิสื่อสื่สำ หรับรัการรณรงค์ เช่นช่คลิปลิสั้นสั้ผ่าผ่นสื่อสื่ต่าต่งๆ ทั้งทั้ออนไลน์ และออฟไลน์ การผลิตลิสื่อสื่ เฉพาะกิจกิต่างๆ เช่นช่อินอิ โฟกราฟิกฟิส์ แบนเนอร์ โปสเตอร์ ฯลฯ รวมไปถึงถึสื่อสื่ที่ใที่ช้เช้ป็นป็ของที่รที่ะลึกลึเช่นช่เข็มข็กลัดลั หมวก กระเป๋าป๋และเสื้อ สื้ เป็นป็ ต้น โดยอาจจะรวบรวมชุดชุสื่อสื่เหล่าล่นี้เ นี้ป็นป็ชุดชุเดียดีวกันกัเรียรีกว่าว่ “Campaign Kit” เป็นป็คู่มืคู่ อมื ให้กัห้บกัแกนนำ หรือรืผู้นำผู้ นำ ไว้เว้พื่อพื่เป็นป็แนวทางในรณรงค์ 3) การทำ แผนปฏิบัฏิ ติ บัการ การจัดจัทำ แผนปฏิบัฏิ ติ บัการก่อก่นที่จที่ะเริ่มริ่ ดำ เนินนิการ โดยกำ หนดประเด็นด็ของเนื้อ นื้ หา กิจกิกรรม และสื่อสื่ ต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องกัน ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน และสัมพันธ์กัธ์ กับช่วงระยะเวลา การเขียนแผน ปฏิบัฏิ ติ บัการมักมัจะจัดจัทำ ให้อห้ยู่ใยู่ นรูปรูของปฏิทิฏินทิการปฏิบัฏิติบังติานหรือรืตารางการรณรงค์ซึ่ค์งซึ่จะทำ ให้งห้านมีรมีะบบ โดยเริ่มริ่ตั้งตั้แต่กิจกิกรรมในสัปสัดาห์แห์รกไปจนถึงถึสัปสัดาห์สุห์ดสุท้าท้ยเพื่อพื่ ให้ผู้ห้ร่ผู้วร่มงานทุกทุคนสามารถมองเห็นห็ภาพ ได้ตรงกันกั 4) การกำ หนดงบประมาณ หน่วน่ยงานหรือรืองค์กค์รที่ทำที่ทำการรณรงค์จค์ะต้อต้งประเมินมิค่าค่ ใช้จ่ช้าจ่ยหรือรืงบประมาณเพื่อพื่ ไม่ใม่ห้เห้กิดกิ ปัญปัหา ภายหลังลัเช่นช่งบประมาณไม่เม่พียพีงพอการกำ หนดงบประมาณยังยัรวมถึงถึการจัดจัสรรอัตอัรากำ ลังลัหรือรืบุคบุลากร ต่างๆ ที่จที่ะรับรัผิดผิชอบในแต่ละกิจกิกรรมด้วย โดยสรุปรุแล้วล้แผนการรณรงค์ที่ค์ ดี ที่ควรมี 4 ลักลัษณะด้วด้ยกันกักล่าล่วคือคื (1) ยืนยืยาว คือคืมีวิมีสัวิยสัทัศทัน์ ที่กที่ว้าว้งไกล มองแบบองค์รค์วมในระยะยาว (2) ยืนยืยง คือคืทุกทุคนที่เที่กี่ยกี่วข้อข้งจะต้อต้งมีคมีวามมั่นมั่คง มั่นมั่ ใจ และเห็นห็ความสำ คัญคัของการวางแผน (3) แยกแยะ คือคืความสามารถในการจัดจัลำ ดับดัเรื่อรื่งราวต่าต่งๆ ตามความสำ คัญคัของปัญปัหาเร่งร่ ด่วน (4) ยืดยืหยุ่นยุ่ คือคืแผนที่ดีที่จดีะต้อต้งมีคมีวามยืดยืหยุ่นยุ่ ในการปรับรั ใช้ ให้เห้หมาะสมตามเหตุกตุารณ์ หรือรืสถานการณ์ที่ณ์เที่ปลี่ยลี่นแปลงไป


14 2.1.5 การดำ เนินนิการรณรงค์ เป็นขั้นของการเริ่มริ่ลงมือปฏิบัติการตามแผนการรณรงค์ แม้ว่าขั้นตอนการวางแผนจะดี อย่าย่งไรถ้าถ้ ไม่มีม่กมีารดำ เนินนิการการบริหริารจัดจัการที่ดีที่ตดีามแผนที่วที่างไว้กว้ารรณรงค์ก็ค์จก็ะไม่เม่กิดกิ ประสิทสิธิภธิาพ ตามวัตวัถุปถุระสงค์ที่ค์วที่างไว้ อย่าย่งไรก็ตก็ามการดำ เนินนิการที่ดีที่จดีะต้อต้งรู้จัรู้ กจัการปรับรั ใช้แช้ละการยืดยืหยุ่นยุ่ ด้วด้ย เพราะเมื่อมื่สถานการณ์บณ์างอย่าย่งเปลี่ยลี่นแปลงไป เราก็ต้ก็อต้งปรับรัตัวตั ให้ทัห้นทัด้วด้ย การดำ เนินนิการรณรงค์ ควรจะต้องจุดจุประกายความสนใจและใช้กิช้จกิกรรมต่าต่งๆ ผสมผสาน กันกั ไปตามที่ไที่ด้วางแผนไว้ ซึ่งซึ่ประกอบด้วยขั้นขั้ตอนต่าต่งๆ ได้แด้ก่ การสร้าร้งกระแส การประกาศจุดจุยืนยื การรักรัษากระแสและการปิดปิ โครงการ 1) การสร้าร้งกระแส การสร้าร้งกระแสเป็นป็ขั้นขั้ตอนของการปูพื้ปูน พื้ ความรู้ครู้ วามเข้าข้ ใจ ชี้ปชี้ ระเด็นด็ ปัญปัหาอันอัเป็นป็ที่มที่าของ การรณรงค์ เพื่อพื่ ให้คห้นทั่วทั่ ไปหรือรืมวลชนได้เด้กิดกิความตระหนักนัอาจเรียรีกได้ว่ด้าว่เป็นป็ขั้นขั้ของการแสวงหา แนวร่วร่มในการรณรงค์ ส่วส่นเครือรืข่าข่ยที่จที่ะช่วช่ยสร้าร้งกระแส คือคืสื่อสื่มวลชน ผู้นำผู้ นำทางความคิดคิบนสื่อสื่ ออนไลน์ หรือรืเรียรีกว่าว่ Influencer โดยเราสามารถนำ กิจกิกรรมการประชาสัมสัพันพัธ์แธ์ละการโฆษณามา ใช้ไช้ด้ เช่นช่การทำ ข่าข่ว การจัดจั ประชุมชุแถลงข่าข่ว การกำ หนดวาระร่วร่มกับกั Influencer ทางสื่อสื่ออนไลน์ หรือรืเรียรีกว่าว่ทำ viral content เป็นป็ต้นต้วิธีวิกธีารทั้งทั้หมดจะทำ ให้ปห้ระชาชนทั่วทั่ ไปสนใจ รับรัทราบและ ตระหนักนั ในประเด็นปัญปัหา 2) การประกาศจุดจุยืนยื ขั้นขั้นี้นั นี้ บนัเป็นป็ขั้นขั้ของการเปิดปิ ตัวอย่าย่งเป็นป็ทางการของการรณรงค์ เป็นป็การบอกหรือรื ประกาศ ให้ปห้ระชาชนทั่วทั่ ไปทราบถึงถึหลักลัการเหตุผตุล วัตวัถุปถุระสงค์ขค์องการรณรงค์ ตลอดจนวิธีวิกธีารที่ปที่ระชาชน จะให้คห้วามร่วร่มมือมืซึ่งซึ่อาจจะได้แก่ การร่วร่มลงนามเพื่อพื่แสดงความเห็นห็ด้วด้ย หรือรืเข้าข้ร่วร่มพิธีพิ ธีเช่นช่ถวาย สัจสัจะ เป็นป็ ต้น การประกาศจุดจุยืนยืที่ถืที่อถืเป็นป็กิจกิกรรมได้รัด้บรัความสนใจจากประชาชนวิธีวิหธีนึ่งนึ่คือคืการจัดจั งาน Launching Day เช่นช่ “สัปสัดาห์อห์อกกำ ลังลักาย” หรือรื “สัปสัดาห์ฟัห์นฟัดี”ดีหรือรือาจจะจัดจักิจกิกรรมในวันวั สำ คัญคั ต่างๆ เช่นช่วันวัเอดส์โส์ลก วันวัเบาหวานโลก เป็นป็ต้นต้จุดจุมุ่งมุ่ หมายสำ คัญคัของการจัดจังานในลักลัษณะนี้ คือคืการจุดจุประกายความสนใจอย่าย่งเป็นป็รูปรูธรรมจากประชาชนทั่วทั่ ไปและกลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย


15 3) การรักรัษากระแส เป็นป็ขั้นขั้ตอนการจัดจักิจกิกรรมต่างๆ ตามที่ไที่ด้วด้างแผนไว้เว้พื่อพื่มุ่งมุ่ ให้คห้วามรู้ เปลี่ยลี่นทัศทันคติแติละ พฤติกติรรมของกลุ่มลุ่ เป้าป้หมายและเพื่อพื่รักรัษาความสนใจของประชาชนที่เที่ป็นป็แนวร่วร่ม เพื่อพื่ ไม่ใม่ห้ปห้ระเด็นด็ ของการรณรงค์นั้ค์นนั้เงียงีบหายไป กิจกิกรรมลักลัษณะนี้ ได้แด้ก่ การจัดจั ประชุมชุวิชวิาการ การสาธิตธิการจัดจั ประกวดภาพถ่าถ่ย ประกวดภาพวาด ประกวดตราสัญสัลักลัษณ์ การเขียขีนข่าข่วหรือรืบทความเพื่อพื่รายงาน ความก้าก้วหน้าน้และความเคลื่อลื่นไหวของโครงการเผยแพร่ผ่ร่าผ่นสื่อสื่ต่าต่งๆ 4) การปิดปิ โครงการ เมื่อมื่ถึงถึวันวักำ หนดสิ้นสิ้สุดสุโครงการ เป็นป็ โอกาสดีที่ดี โที่ครงการจะได้รด้ายงานผลการดำ เนินนิงาน เช่นช่ เดียวกับกัการเปิดปิ ตัวในช่วช่งของการประกาศจุดจุยืนยื โดยเชิญชิบุคบุคลสำ คัญคักลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย ประชาชนทั่วทั่ ไป ตลอดจนสื่อสื่มวลชนมาร่วร่มงาน โอกาสนี้ส นี้ ามารถใช้เช้ป็นป็ โอกาสในการขอบคุณคุผู้ที่ผู้ มีที่ส่มีวส่นร่วร่มงานหรือรื ประกาศเกียกีรติคุณคุแก่ผู้ก่นำผู้ นำในระดับหมู่บ้มู่ าบ้นด้วด้ย 2.1.6 การประเมินมิผล การติดตามและประเมินมิผล จะทำ ให้โห้ครงการรณรงค์ทค์ราบว่าว่มีปัมีญปัหาหรือรือุปอุสรรคข้อข้ขัดขัข้อข้ง ประการใดเกิดขึ้นบ้างในระหว่างการดำ เนินงาน และทราบว่าผลการดำ เนินงานเป็นอย่างไรบรรลุ ตามวัตถุประสงค์หรือไม่เพราะเหตุใด การเก็บข้อมูลเพื่อนำ มาประเมินผลนี้มีอยู่หลายวิธีทั้งอย่าง เป็นทางการและไม่เป็นทางการสามารถกระทำ ได้ทั้งในระหว่างการดำ เนินการและกระทำ เมื่อ สิ้นสุดโครงการ


2.2 รูปรูแบบการสื่อสื่สารรณรงค์ปค์ระเด็นด็สุขสุภาพในชุมชุชน การสื่อสื่สารเพื่อพื่การรณรงค์ใค์ห้เห้กิดกิการขับขัเคลื่อลื่นประเด็นด็สุขสุภาพในชุมชุชน มีรูมีปรูแบบการดำ เนินนิงาน คือคื (1) ติดติตามสถานการณ์สัณ์งสัคม เพื่อพื่ ให้ทัห้นทัต่อต่สถานการณ์ที่ณ์เที่ปลี่ยลี่นแปลงไป เพื่อพื่วิเวิคราะห์กห์ลยุทยุธ์กธ์ารสื่อสื่สาร ที่ตที่อบโจทย์ต่ย์อต่สถานการณ์แณ์ละพฤติกติรรมทางสุขสุภาพของประชาชน (2) วิเวิคราะห์สห์ถานการณ์ ข้อข้มูลมู และคาดการณ์ถึณ์งถึการปรับรัตัวตัของประชาชน เพื่อพื่ ให้เกิดกิการยอมรับรั ปรับรัตัวตัและปรับรัเปลี่ยลี่นพฤติกติรรม (3) การเลือลืกใช้สื่ช้อสื่ ให้ตห้รงใจ ตรงเป้าป้และเข้าข้ถึงถึประชาชนอย่าย่งสม่ำ เสมอ และปรับรัการสื่อสื่สารให้เห้หมาะสม กับกัสถานการณ์ (4) ปรับรัรูปรูแบบการสื่อสื่สาร ให้เห้หมาะสมกับกับริบริทที่เที่กิดกิขึ้นขึ้เพื่อพื่ ทำ ให้ปห้ระชาชนเกิดกิการรับรั รู้เรู้ข้าข้ถึงถึและใช้ปช้ระโยชน์จน์ากการสื่อสื่สารสุขสุภาพได้ 2.2.1 กลยุทยุธ์ด้ธ์าด้นเนื้อนื้หา การสื่อสื่สารเพื่อพื่การรณรงค์จค์ะบรรลุวัลุตวัถุปถุระสงค์ตค์ามเป้าป้หมายที่วที่างไว้หว้รือรื ไม่เม่นื้อนื้หาที่มี ที่การ สื่อสื่สารกันกัจะเป็นป็ตัวตักำ หนดที่สำที่ สำคัญคั โดยคุณคุลักลัษณะของเนื้อนื้หาที่สำที่ สำคัญคัคือคื 1) ใช้แช้นวทางลบ เป็นป็การนำ เสนอข้อข้มูลมูเพื่อพื่สร้าร้งความรู้สึรู้ กสึอ่ออ่นไหวทางอารมณ์ โดยในการสื่อสื่สารรณรงค์ ด้านสุขภาพจะนำ ความน่ากลัวมาบอกเล่าความรุนแรงของผลที่เกิดขึ้นจากการไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพ มุ่งตักเตือนกลุ่มเป้าหมายไม่ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้รูปรูแบบการนำ เสนอสารดังกล่าว มีการพัฒนารูปรูแบบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การสื่อสารเรื่อรื่งโรค HIV หรือรื โรคมะเร็งร็ ปอด จากการสูบบุหรี่ เป็นต้น 16 นโยบายประจำ ปี พ.ศ. 2534 (ปีที่มีการแพร่รร่ะบาด ของเชื้อชื้ ไวรัสรัเอชไอวีอย่างรุนรุแรงภายในประเทศไทย) รัฐบาลในสมัยนั้นได้ประกาศนโยบายและกำ หนด มาตรฐานให้มีการควบคุมและป้องกันโรคเอดส์ ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้ทราบ ถึงความรุนรุแรงของเชื้อชื้ ไวรัสรัเอชไอวีและสร้าร้งความ ตระหนักต่อการป้องกันการแพร่เชื้อผ่านช่องทาง ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเอชไอวีและโรคเอดส์ พร้อมกับการกำ หนดแนวทางการคุ้มครองสิทธิ การให้ความช่วยเหลือกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีตลอด จนผู้ใกล้ชิด พฤศจิกจิายน เดือดืนแห่งห่การรณรงค์ต้ค์าต้นภัยภัมะเร็งร็ปอด กระทรวงสาธารณสุขสุเชิญชิชวนคนไทยให้ตห้ระหนักนัถึงถึภัยภั มะเร็งร็ ปอดแนะ“มะเร็งร็ ปอด”พบบ่อยในคนไทยซึ่งซึ่มะเร็งร็ ปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลกจากข้อมูล องค์การอนามัยโลก ปี 2018 ทั่วโลกพบผู้ป่วย ร า ย ใ ห ม่ 2 , 0 9 3 , 8 7 6 ร า ย แ ล ะ มี ผู้เ สี ย ชี วิต 1,761,007 ราย สำ หรับประเทศไทยโรคมะเร็งปอด ถือถืเป็นป็ 1 ใน 5 ของมะเร็งร็ที่พที่บบ่อบ่ย แต่ลต่ะปีจปีะมีผู้ มี ป่วป่ยราย ใหม่ปม่ระมาณ 15,200 ราย ซึ่งซึ่ในจำ นวนนี้มีนี้ ผู้ มีเสียสีชีวิ ชีต ประมาณ 13,700 ราย ปัจปัจัยจัเสี่ยสี่งที่สำที่ สำ คัญของโรคมะเร็งร็ ปอด คือ การสูบสูบุหบุรี่หรี่รือรืการได้รัด้บรัควันบุหบุรี่มืรี่อมืสอง ควันจากท่อท่ ไอเสียสีและมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นฝุ่ PM 2.5 เป็นป็ต้นต้


2) ใช้บุช้คบุคลทำ หน้าน้ที่ตัที่กตัเตือตืน การสื่อสื่สารข้อข้มูลมูหรือรื ประเด็นด็ โดยใช้บุช้คบุคลที่กที่ลุ่มลุ่ เป้าป้หมายชื่อชื่ถือถืศรัทรัธา หรือรื ในยุคยุปัจปัจุบัจุนบั จะมีกมีารให้บุห้คบุคลที่มีที่ผู้มีติผู้ ดติตามในสื่อสื่สังสัคมออนไลน์ เป็นป็ผู้ตัผู้ กตัเตือตืนหรือรืบอกเล่าล่ข้อข้มูลมูเพื่อพื่กระตุ้นตุ้กลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย 3) นำ เสนอข้อข้เท็จท็จริงริ เป็นป็แนวทางการสื่อสื่สารรณรงค์ที่ค์มุ่ที่งมุ่ เน้นน้การให้ข้ห้อข้มูลมูเพื่อพื่ชี้แ ชี้ จงข้อข้มูลมูในด้าด้นต่าต่งๆ ที่เที่กี่ยกี่วข้อข้งให้กัห้บกั กลุ่มลุ่ เป้าป้หมายรับรัทราบ เช่นช่ผลการวิจัยจัข้อข้มูลมูสถิติถิ ติผลการเฝ้าฝ้ระวังวัพฤติกติรรมที่สุที่ขสุภาพที่ไที่ม่พึม่งพึประสงค์ เพื่อพื่ให้นำห้นำข้อข้มูลมูดังดักล่าล่วไปเผยแพร่ต่ร่อต่หรือรืใช้ปช้ระกอบการตัดตัสินสิใจ 4) ใช้แช้นวทางเชิงชิบวก (1) ให้กำห้กำลังลั ใจ โดยการใช้สื่ช้อสื่บุคบุคลหรือรืสื่อสื่เฉพาะกิจกิทำ หน้าน้ที่สื่ที่อสื่สารผ่าผ่นถ้อถ้ยคำ ที่มีที่คมีวามหมายและ ก่อก่ ให้เห้กิดกิความรู้สึรู้ กสึกินกิใจกับกักลุ่มลุ่ บุคบุคลเป้าป้หมาย โดยเน้นน้ ในจังจัหวะที่บุที่คบุคลกำ ลังลัเผชิญชิ ปัญปัหา หรือรืพยายาม ปรับรัเปลี่ยลี่นพฤติกติรรมด้าด้นสุขสุภาพ เพื่อพื่สะท้อท้นให้เห้ห็นห็กำ ลังลัใจและแรงสนับนัสนุนนุ (2) เน้นน้ความทันทัสมัยมันำ เสนอภาพหรือรืบรรยากาศแห่งห่ความทันทัสมัยมัหรือรืสอดคล้อล้งกับกั สมัยมันิยนิม มาประกอบการสื่อสารรณรงค์ เช่นช่การออกแบบภาพกราฟิกฟิแสงเงา เพลงประกอบ ข่าข่วหรือรืข้อข้มูลมูตามสถานการณ์ เพื่อพื่สร้าร้งจุดจุสนใจของกลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย หรือรื ปัจปัจุบัจุนบัที่เที่ราเรียรีกว่าว่ Real time content 17


(3) เน้นน้ข้อข้ความให้โห้ดดเด่นด่ /เสียสีงให้ดึห้งดึดูดดูเป็นป็การใช้หช้ลักลัวาทศิลศิ ป์ เพื่อพื่สร้าร้งความประทับทั ใจต่อต่ กลุ่มลุ่ เป้าป้หมาย และสาธารณชน เพื่อพื่ ให้เห้กิดกิการพูดกันกั ปากต่อต่ ปาก เพื่อพื่ ให้เห้กิดกิกระแสความตื่นตื่ตัวตัหรือรื สร้าร้งการรับรัรู้ใรู้นวงกว้าง ในโลกการสื่อสื่สารปัจปัจุบัจุนบัจะใช้ (1) ติดติ Hashtag Campaign (#) (2) Contest หรือรื Challenge 3) Share Story (4) การทำ รีวิรีววิ (5) การบอกต่อต่ Referral Programs (4) นำ เสนอภาพพฤติกติรรมที่พึที่งพึประสงค์โค์ดยคนมีชื่มีอชื่เสียสีง โดยบุคบุคลที่กที่ลุ่มลุ่ เป้าป้หมายให้คห้วามเชื่อชื่ถือถื ศรัทรัธา เพื่อพื่แสดงให้เห้ห็นห็ว่า บุคบุคลเหล่าล่นี้มี นี้ พมีฤติกติรรมสุขสุภาพที่ถูที่กถูต้อต้ง (5) สร้าร้งสัญสัลักลัษณ์ร่ณ์วร่ม มุ่งมุ่ สร้าร้งความรู้สึรู้ กสึในเชิงชิอารมณ์ เพื่อพื่ให้กห้ลุ่มลุ่ บุคบุคลเกิดกิความรู้สึรู้ กสึร่วร่ม สำ นึกนึ ค่าค่นิยนิม ความร่วร่มมือมืหรือรืพฤติกติรรมที่พึที่งพึประสงค์ร่ค์วร่มกันกัเช่นช่เสื้อ สื้ เพลง เข็มข็สติ๊กติ๊เกอร์ แสดงสัญสัลักลัษณ์ ของกลุ่มลุ่ หรือรืกิจกิกรรม 18


(6) ตอกย้ำ ภาพชุมชุชนเข้มข้แข็งข็ โดยการสื่อสื่สารเชิงชิบวกที่คที่าดหวังวัความสำ เร็จร็ ในระยะยาว เป็นป็การนำ เสนอภาพร่วร่มมือมื ไปสู่สสู่ าธารณชน เพื่อพื่ขยายความร่วร่มมือมื ไปยังยัพื้น พื้ ที่อื่ที่นอื่ๆ เช่นช่การนำ เสนอ ภาพความสำ เร็จร็ของชุมชุชนผ่าผ่นสื่อสื่ด้วด้ยรูปรูแบบต่าต่งๆ เช่นช่วิดีวิ โดีอ บทความประกอบภาพ หรือรืการจัดจั เสวนาแลกเปลี่ยลี่นระหว่างชุมชุชน 5) ใช้กช้ารให้ข้ห้อข้มูลมู2 ด้าด้น ในการสื่อสื่สารรณรงค์ที่ค์เที่ห็นห็ว่ากลุ่มลุ่ เป้าป้หมายเป็นป็ผู้มีผู้ คมีวามรู้สูรู้งสูหรือรืมีกมีารใช้วิช้จวิารณญาณในการ ตัดตัสินสิใจต่าต่งๆ หรือรืเป็นป็กลุ่มลุ่ ที่ตื่ที่นตื่ตัวตั ในการแสวงหาข้อข้มูลมูข่าข่วสารเกี่ยกี่วกับกัประเด็นด็ต่าต่งๆ นักนัสื่อสื่สารจะหลีกลีเลี่ยลี่ง การให้ข้ห้อข้มูลมูด้าด้นเดียดีว แต่ใต่ห้คห้วามสำ คัญคักับกัการนำ เสนอข้อข้มูลมู2 ด้าด้น เพื่อพื่ให้กห้ลุ่มลุ่ เป้าป้หมายได้ใด้ช้วิช้จวิารณญาณ ส่วนบุคบุคลในการพิจพิารณาเปรียรีบเทียทีบจุดจุดี จุดจุด้อด้ยของข้อข้มูลมูในมิติมิต่ติาต่งๆ ด้วด้ยตัวตัเอง 2.2.2 กลยุทยุธ์ด้ธ์าด้นสื่อสื่ 1) นำ เสนอประสบการณ์ตณ์รงในการเผชิญชิ ปัญปัหา เป็นป็การมุ่งมุ่ เข้าข้ถึงถึความคิดคิและความรู้สึรู้ กสึของ กลุ่มลุ่ เป้าป้หมายที่ต้ที่อต้งการให้เห้กิดกิการปรับรัเปลี่ยลี่นพฤติกติรรม 19


2) ใช้สื่ช้อสื่บุคบุคลกับกัสาธารณชน การใช้บุช้คบุคลที่สัที่งสัคมให้คห้วามเคารพ เชื่อชื่ถือถืและยอมรับรั ในเรื่อรื่ง สุขสุภาพ ทำ หน้าน้ที่สื่ที่อสื่สารกับกัสาธารณชนผ่าผ่นการให้สัห้มสัภาษณ์กัณ์บกัสื่อสื่มวลชนสื่อสื่สังสัคมออนไลน์เน์กี่ยกี่วกับกัมุมมุมอง หรือรืข้อข้มูลมูที่เที่กี่ยกี่วข้อข้ง เช่นช่หมอหรือรืนักนัวิทยาศาสตร์ หรือรืนักนัสาธารณสุขสุที่มีที่คมีวามเชี่ยชี่วชาญเรื่อรื่งสุขสุภาพ 3) การสร้าร้งแรงกดดันดัผ่าผ่นกลุ่มลุ่ แนวร่วร่ม โดยกลุ่มลุ่ บุคบุคลที่มีที่ศัมีกศัยภาพในอันอัที่จที่ะเข้าข้มาร่วร่มมือมื เป็นป็ภาคีสำคี สำคัญคั ในการสื่อสารรณรงค์ โดยมุ่งมุ่ สื่อสารให้บุห้คบุคลกลุ่มลุ่ ต่าต่งๆ ลุกลุขึ้น ขึ้ มาต่อต่ต้าต้นพฤติกติรรม ที่ไที่ม่พึม่งพึประสงค์ด้ค์าด้นสุขภาพ เช่นช่รณรงค์บุค์หบุรี่มืรี่อมืสอง เป็นป็ต้นต้ 20


3.1 การสร้าร้งเครือรืข่าข่ย การเกิดขึ้นของเครือข่ายการสื่อสารในด้านพฤติกรรมของมนุษย์นั้น โดยปกติมนุษย์จะ มีปฏิกิริยาตอบโต้กันซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างบุคคลหนึ่งกับอีกบุคคลหนึ่ง หรือมากกว่านั้นการไหลของการสื่อสารระหว่างบุคคลจึงกลายเป็นรูปแบบที่เรียกว่าเครือข่าย การสื่อสาร ซึ่งสมาชิกในเครือข่ายจะทำ หน้าที่ต่าง กันไป เช่น แกนนำ เครือข่าย, สมาชิกเครือข่าย และพันธมิตร เป็นต้น (Roger & Kincaid, 1980) ดังนั้น การสร้างเครือข่าย จึงเป็นกระบวนการ สร้างและรักษาความสัมพันธ์กัธ์ กันอย่างตั้งใจเพื่อที่จะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่ออาชีพการทำ งาน ได้รับคำ แนะนำ หรือการชี้นำ ซึ่งกันและกัน ซึ่งการสร้างเครือข่ายสามารถดำ เนินการได้ดังนี้ 3.1.1 คนรอบตัว อาจเป็นเครือข่ายให้เราได้เริ่มจากคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนบ้าน เพื่อพื่นที่ทำที่ทำงาน สมาชิกชิ ในชุมชุชน 3.1.2 ปฏิบัฏิ ติ บักับกัเครือรืข่าข่ยอย่าย่งให้เห้กียกีรติ และแสดงความขอบคุณคุการขอรับรัความช่วช่ยเหลือลื จากเครือข่าย ควรแสดงความต้องการข้อมูลอย่างเปิดเผย จริงใจ หลังจากได้รับความช่วยเหลือ ควรแสดงความขอบคุณและบอกเครือข่ายทราบถึงประโยชน์ที่ได้รับ จากความช่วยเหลือนั้น 3.1.3 ให้ข้ห้อข้มูลมูและความช่วช่ยเหลือลืเครือรืข่าข่ย บางครั้งรั้หากเราไม่สม่ามารถช่วช่ยเหลือลืด้วด้ยตัวตัเอง ควรแนะนำ บุคบุคล/หน่วน่ยงาน ที่จที่ะสามารถให้ข้ห้อข้มูลมูหรือรื ให้คห้วามช่วช่ยเหลือลืกับกัเครือรืข่าข่ยได้ 3.1.4 สร้าร้งเครือรืข่าข่ยจากเครือรืข่าข่ย เช่นช่การแนะนำ เครือรืข่าข่ยให้รู้ห้จัรู้ กจัหรือรื ให้คห้วามช่วช่ยเหลือลื ซึ่งซึ่กันกัและกันกั 3.1.5 แนะนำ พี่เพี่ลี้ย ลี้ ง หรือรืที่ปที่รึกรึษา ผู้ที่ผู้ อที่ยู่ใยู่ นตำ แหน่งน่หรือรืสายงานที่สที่ามารถเป็นป็พี่เพี่ลี้ย ลี้ ง หรือรื ที่ปที่รึกรึษาในสิ่งสิ่ที่เที่ราต้อต้งการได้ 21 บทที่ 3 เครือข่ายสื่อสารเพื่อการรณรงค์


3.2 การพัฒพันาเครือรืข่าข่ยสื่อสารสุขภาพในชุมชุชนให้เห้ข้มข้แข็งข็ การสร้าร้งและพัฒพันาเครือรืข่าข่ยการสื่อสื่สารสุขสุภาพในชุมชุชนให้เห้ข้มข้แข็งข็เป็นป็กระบวนการที่สำที่ สำคัญคัที่ จะส่งผลการดำ เนินนิงานของเครือรืข่าข่ยมีปมีระสิทธิภธิาพเนื่อนื่งด้วด้ยเครือรืข่าข่ยเป็นป็การจัดจัระบบให้สห้มาชิกชิ ดำ เนินกิจกรรมร่วมกันเพื่อนำ ไปสู่จุดจุหมายมุ่งหมายคือการมีสุขภาพดีคือการมีสุขภาพที่ดีของ สมาชิกชิ ในชุมชุชนดังดันั้นนั้การรวมตัวตักันกัของเครือรืข่าข่ยจึงจึควรมีลัมีกลัษณะของการแลกเปลี่ยลี่นซึ่งซึ่กันกัและกันกั และมีกมีารผนึกนึกำ ลังลัซึ่งซึ่ผลลัพลัธ์ที่ธ์ ไที่ด้จด้ากการทำ งานของเครือรืข่าข่ยจะมีผมีลดีกดีว่าว่การดำ เนินนิงานเพียพีงผู้เผู้ดียดีว ดังดันั้นนั้การสร้าร้งและพัฒพันาเครือรืข่าข่ยจะให้กห้ารดำ เนินนิงานนั้นนั้มีปมีระสิทสิธิภธิาพมากขึ้น ขึ้ ซึ่งซึ่การสร้าร้งและพัฒพันา เครือรืข่าข่ยมีแมีนวทางการดำ เนินนิงานดังดันี้ 3.2.1 สนับนัสนุนนุให้สห้มาชิกชิ ได้พัด้ฒพันางานอย่าย่งเต็มต็กำ ลังลัตามศักศัยภาพและความชำ นาญที่มีที่อมียู่ โดยร่วร่มกันกัตั้งตั้เป้าป้หมายในการพัฒพันางานให้กัห้บกัสมาชิกชิแต่ลต่ะกลุ่มลุ่ ส่งส่ผลให้สห้มาชิกชิแต่ลต่ะกลุ่มลุ่ มีคมีวามสามารถ พิเพิศษเฉพาะด้าด้น เป็นป็พื้น พื้ ฐานในการสร้าร้งความหลากหลายและเข้มข้แข็งข็ให้กัห้บกัเครือรืข่าข่ย 3.2.2 สร้าร้งความสัมสัพันพัธ์ที่ธ์แที่น่นน่แฟ้นฟ้ระหว่างบุคบุลากรทุกทุระดับดัของสมาชิกชิในเครือรืข่าข่ยในลักลัษณะความ สัมสัพันพัธ์ฉัธ์นฉัท์เท์พื่อพื่น 3.2.3 จัดจักิจกิกรรมให้สห้มาชิกชิ ใหม่ขม่องเครือรืข่าข่ย เพื่อพื่เชื่อชื่มต่อต่คนรุ่นรุ่ เก่าก่กับกัคนรุ่นรุ่ ใหม่ใม่นการสืบสืทอด ความเป็นป็เครือรืข่าข่ยต่อต่ ไปจัดจั ให้มีห้เมีวทีรทีะหว่าว่งคนทำ งานเพื่อพื่พัฒพันาหรือรืแก้ปัก้ญปัหาในการทำ งานด้าด้นต่าต่งๆ อย่าย่ง สม่ำ เสมอ รวมทั้งทั้การให้กำห้กำลังลัใจซึ่งซึ่กันกัและกันกั 3.2.4 จัดจั ให้มีห้ช่มีอช่งทางการทำ งานร่วร่มกันกัการสื่อสื่สารที่ง่ที่าง่ยต่อต่การเข้าข้ถึงถึที่ทัที่นทัสมัยมัและเป็นป็ ปัจปัจุบัจุนบั เช่นช่สร้าร้งระบบการส่งส่ต่อต่งาน หรือรืสร้าร้งกลุ่มลุ่ ทางโซเชียชีลมีเมีดียดีเชื่อชื่มโยงสมาชิกชิในเครือรืข่าข่ยเข้าข้ด้วด้ยกันกั 22


3.3 การรักรัษาเครือรืข่าข่ยให้คห้งอยู่ ปัจปัจัยจัสำ คัญคั ในการที่จที่ะรักรัษาเครือรืข่าข่ยไว้ใว้ห้คห้งอยู่แยู่ ละมีกมีารดำ เนินนิอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่งนั้นนั้ ประกอบด้วด้ย (1) ผู้นำผู้ นำเครือรืข่าข่ย (2) ระบบการติดติต่อต่สื่อสื่สาร (3) การกำ หนดกลไกสร้าร้งระบบจูงจูใจ (4) จัดจัหาทรัพรัยากร สนับนัสนุนนุ(5) การมีที่มี ปที่รึกรึษา โดยมีรมีายละเอียอีดดังดันี้ 3.3.1 การสร้าร้งผู้นำผู้ นำของเครือรืข่าข่ย ผู้นำผู้ นำเครือรืข่าข่ยเป็นป็บุคบุคลที่มีที่บมีทบาทสำ คัญคัที่ใที่นการกำ หนดความสำ เร็จร็หรือรืล้มล้เหลวในการ ดำ เนินนิงานของเครือรืข่าข่ยดังดันั้นนั้จึงจึจำ เป็นป็ต้อต้งกำ หนดตัวตัผู้นำผู้ นำเครือรืข่าข่ยที่มีที่ภมีาวะผู้นำผู้ นำเข้มข้แข็งข็สามารถ ระดมความร่วร่มมือมืร่วร่มใจจากสมาชิกชิ ในกลุ่มลุ่ ได้ รวมทั้งทั้การสร้าร้งผู้นำผู้ นำรุ่นรุ่ ใหม่อม่ย่าย่งต่อต่เนื่อนื่งเพื่อพื่มารับรั ไม้ ผลัดลัต่อต่เพื่อพื่สานต่อต่ภารกิจกิของเครือรืข่าข่ย 3.3.2 ระบบการติดติต่อต่สื่อสาร และการมีกิมีจกิกรรมร่วร่มกันกั การสร้าร้งระบบติดติต่อต่สื่อสื่สารกันกัอย่าย่งสม่ำ เสมอระหว่าว่งสมาชิกชิเป็นป็กระบวนการที่สที่ร้าร้ง ความยั่งยั่ยืนยื ให้กัห้บกัเครือรืข่าข่ย ซึ่งซึ่ต้อต้งอาศัยผู้ปผู้ ระสานงานที่มีที่ทัมีกทัษะการติดติต่อต่สื่อสาร รวมถึงถึการใช้ เทคโนโลยีที่ยีทัที่นทัสมัยมั ในการติดติต่อต่สื่อสาร และการมีกิมีจกิกรรมร่วร่มกันกัอย่าย่งสม่ำ เสมอ เครือรืข่าข่ยจะก้าก้ว ไปสู่ความถดถอยหากไม่มีม่กิมีจกิกรรมใดๆ ที่สที่มาชิกชิของเครือรืข่าข่ยสามารถกระทำ ร่วร่มกันกัความยั่งยั่ยืนยื ของเครือรืข่าข่ยจะเกิดกิขึ้น ขึ้ ก็ต่ก็อต่เมื่อมื่ ได้มีด้กมีารจัดจักิจกิกรรมที่ดำที่ดำเนินนิการอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่ง จนกระทั่งทั่กิจกิกรรม ดังดักล่าล่วกลายเป็นป็แบบแผนการกระทำ ที่สที่มาชิกชิของเครือรืข่าข่ยยอมรับรั โดยทั่วทั่กันกัด้วด้ยเหตุนี้ตุก นี้ ารที่จที่ะ รักรัษาเครือรืข่าข่ยไว้ไว้ด้ต้ด้อต้งมีกมีารกำ หนดโครงสร้าร้งและตารางกิจกิกรรมไว้ใว้ห้ชัห้ดชัเจน ทั้งทั้ ในแง่ขง่องเวลา ความถี่ และต้อต้งเป็นป็กิจกิกรรมที่น่ที่าน่สนใจเพียพีงพอที่จที่ะดึงดึดูดดูสมาชิกชิ ให้เห้ข้าข้ร่วร่มกิจกิกรรมดังดักล่าล่ว 23


3.3.3 การกำ หนดกลไกสร้าร้งระบบจูงจูใจ สมาชิกชิจะยังยัเข้าข้ร่วร่มกิจกิกรรมของเครือรืข่าข่ยตราบเท่าท่ที่ยัที่งยัมีสิ่มีงสิ่จูงจูใจเพียพีงพอที่จที่ะดึงดึดูดดู ให้เข้าไปมีส่วนร่วม ดังนั้นจึงจำ เป็นต้องกำ หนดกลไกบางประการที่จะช่วยจูงใจให้สมาชิกเกิด ความสนใจอยากเข้ามีส่วนร่วม การสร้างแรงจูงใจที่ต่างกันควรทำ การวิเคราะห์เพื่อจำ แนก ถึงแรงจูงใจที่แตกต่างหลากหลายในแต่ละบุคคลแล้วทำ การจัดกลุ่มของสิ่งจูงใจที่ใกล้เคียงกัน ออกเป็นกลุ่ม อาทิ ค่าตอบแทน เกียรติยศชื่อเสียง การยอมรับ ฯลฯ อันจะนำ ไปสู่มาตรการ ในการสร้างแรงจูงใจสำ หรับบุคคลในแต่ละกลุ่มอย่างเฉพาะเจาะจง 3.3.4 การจัดหาทรัพยากรสนับสนุนอย่างเพียงพอ หลายเครือข่ายต้องหยุดดำ เนินการไป เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรสนับสนุน การดำ เนินงานที่เพียงพอ ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และบุคลากร ที่สำ คัญ คือ เงินทุนในการดำ เนินงานซึ่งเปรียบเสมือนเลือดที่ไหลเวียนหล่อเลี้ยงเครือข่ายให้สามารถ ดำ เนินการต่อไปได้ 3.3.5 การมีที่ปรึกษา ให้ความช่วยเหลือและช่วยแก้ไขปัญหา เครือข่ายอาจเกิดปัญหาระหว่างการดำ เนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายที่ เพิ่งเริ่มดำ เนินการใหม่ๆ การมีที่ปรึกษาที่ดีคอยให้คำ แนะนำ และคอยช่วยเหลือจะช่วยให้เครือ ข่ายสามารถดำ เนินการต่อไปได้ และช่วยหนุนเสริมให้ครือข่ายเกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น 24


หน่วน่ยงาน กิจกิกรรม เครือรืข่าข่ย ส่วนกลาง สนับนัสนุนนุข้อข้มูลมูผลการเฝ้าฝ้ ระวังวัพฤติกติรรมเสี่ยงด้าด้น สุขภาพ/ผลประเมินมิความ รอบรู้ด้รู้ าด้นสุขภาพ 1. สร้าร้งกระแสให้เห้กิดกิการรับรัรู้ ตื่นตื่ตัวตัตระหนักนั ในประเด็นด็ที่ ขับขัเคลื่อลื่นผ่าผ่นการจัดจั กิจกิกรรม Kick off 2. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุเพื่อพื่สร้าร้ง การมีส่มี ส่วนร่วร่มของเครือรืข่าข่ย ในการสื่อสารรณรงค์ตาม ช่วช่งเวลาที่เที่หมาะสม 3. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุการจัดจั กิจกิกรรมในช่วช่งเวลารณรงค์ หรือรืช่วช่งเวลาที่เที่หมาะสม 4. ผลิตลิและเผยแพร่ข้ร่อข้มูลมูความ รู้ผ่รู้ าผ่นสื่อและช่อช่งทางทุกทุ แพลตฟอร์มร์ 5. สนับนัสนุนนุสื่อข้อข้มูลมูความรู้ สำ หรับรัเครือรืข่าข่ยในการ สื่อสาร ผ่าผ่นสื่อและช่อช่งทาง ทุกทุแพลตฟอร์มร์ 6. สื่อสารข้อข้มูลมู/กิจกิกรรม/ผล การดำ เนินนิงาน/ความสำ เร็จร็ ของพื้น พื้ ที่ ผ่าผ่นสื่อและช่อช่ง ทางของหน่วน่ยงานและเครือรื ข่าข่ย 7. สถาบันบัยุวยุทัศทัน์แน์ห่งห่ ประเทศไทย 1. 2.กรมควบคุมโรค 3.กรมอนามัยมั 4.กรมสุขภาพจิตจิ สภาเด็กด็และเยาวชนแห่งห่ ประเทศไทย 5. 3.4 เครือรืข่าข่ยสนับนัสนุนนุการสื่อสารรณรงค์ 25


หน่วน่ยงาน กิจกิกรรม เครือรืข่าข่ย ส่วนภูมิภูภมิาค ศูนย์สย์นับนัสนุนนุ บริกริารสุขภาพ ที่ 1 - 12 สนับนัสนุนนุข้อข้มูลมูผลการเฝ้าฝ้ระวังวั พฤติกติรรมเสี่ยงด้าด้นสุขภาพระดับดั ประเทศ/ระดับดัภาค/จังจัหวัดวั 1. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุให้สำห้ สำนักนังาน สาธารณสุขจังจัหวัดวัและแกนนำ สุขภาพ/เครือรืข่าข่ยในการทำ กิจกิกรรม ตามแนวทางการรณรงค์ 2. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุให้มีห้กมีารสื่อสาร ความรู้ ผ่าผ่นช่อช่งทางการสื่อสารใน ทุกทุแพลตฟอร์มร์ 3. สื่อสารข้อข้มูลมู/กิจกิกรรม/ผลการดำ เนิ งาน/ความสำ เร็จร็ของพื้น พื้ ที่ ผ่าผ่นสื่อ และช่อช่งทางของหน่วน่ยงานและเครือรื ข่าข่ย 4. สำ นักนังานป้อป้งกันกั ควบคุมโรคที่ 1-12 กรมควบคุมโรค 1. ศูนย์อย์นามัยมัที่ 1- 12 กรม อนามัยมั 2. ศูนย์สุย์สุขภาพจิตจิที่ 1-13 กรมสุขภาพ จิตจิ 3. 26


หน่วน่ยงาน กิจกิกรรม เครือรืข่าข่ย พื้น พื้ ที่ สำ นักนังาน สาธารณสุข จังจัหวัดวั 76 จังจัหวัดวั สนับนัสนุนนุข้อข้มูลมูผลการเฝ้าฝ้ระวังวั พฤติกติรรมเสี่ยงด้าด้นสุขภาพระดับดั ประเทศ/ระดับดัภาค/จังจัหวัดวั /อำ เภอ/ ตำ บล 1. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุแกนนำ เครือรืข่าข่ย สุขภาพร่วร่มจัดจักิจกิกรรมสื่อสาร รณรงค์ 2. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุให้มีห้กมีารสื่อสาร ความรู้ ผ่าผ่นช่อช่งทางการสื่อสารใน ทุกทุแพลตฟอร์มร์ 3. สื่อสารข้อข้มูลมู/กิจกิกรรม/ผลการดำ เนินนิ งาน/ความสำ เร็จร็ของพื้น พื้ ที่ ผ่าผ่นสื่อ และช่อช่งทางของหน่วน่ยงานและเครือรื ข่าข่ย 4. หน่วน่ยงานภาค รัฐรั /เอกชนที่ เกี่ยกี่วข้อข้ง 1. สภาเด็กด็และ เยาวชนจังจัหวัดวั 2. 27


หน่วน่ยงาน กิจกิกรรม เครือรืข่าข่ย ชุมชุชน สาธารณสุข อำ เภอ/รพ.สต./ ตำ บลจัดจัการ สุขภาพ/ชุมชุชน รอบรู้ด้รู้ าด้น สุขภาพ สนับนัสนุนนุข้อข้มูลมูผลการเฝ้าฝ้ระวังวั พฤติกติรรมเสี่ยงด้าด้นสุขภาพระดับดั จังจัหวัดวั /อำ เภอ/ตำ บล/หมู่บ้มู่ าบ้น 1. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุแกนนำ เครือรืข่าข่ย ในพื้น พื้ ที่ ร่วร่มออกแบบกระบวนการ และดำ เนินนิการจัดจักิจกิกรรมสื่อสาร รณรงค์เพื่อพื่ขับขัเคลื่อลื่นประเด็นด็สุขภาพ ในพื้น พื้ ที่ 2. ส่งเสริมริสนับนัสนุนนุให้มีห้กมีารสื่อสาร ความรู้ ผ่าผ่นช่อช่งทางการสื่อสารใน ทุกทุแพลตฟอร์มร์ 3. องค์กรปกครอง ส่วนท้อท้งถิ่นถิ่ 1. คณะกรรมการ พัฒพันาคุณภาพ ชีวิชีตวิระดับดัอำ เภอ (พชอ.)ตำ บล 2. ชมรม/สมาคมใน พื้น พื้ ที่ 3. แกนนำ ชุมชุชน/ แกนนำ สุขภาพ เช่นช่อสม./ยุวยุ อสม. 4. 28


29 เอกสารอ้างอิง กาญจนา แก้วเทพ, กิตติ กันภัย, ปาริชาติ สถาปิตปิานนท์. (2543). มองสื่อใหม่ มองสังคมใหม่. กรุงเทพฯ: บริษัท เอดาสันเพรสโพรดักชั่น จำ กัด. เกศินี จุฑาวิจิตร. (2548). การสื่อสารเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม . ทิพารัตน์ เด่นชัยประดิษฐ์. (2539). การศึกษากลยุทธ์และประสิทธิผลของโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อลด อุบัติเหตุจราจรจากการดื่มสุรา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาริชาติ สถาปิตปิานนท์, กิตติ กันภัย, พัฒนพงส์ จาติเกตุ, และปิยปิะนารถ จาติเกตุ. (2546). การสื่อสาร สุขภาพ ศักยภาพของสื่อมวลชนในการสร้างเสริมสุขภาพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์. พิมพาภรณ์ กลั่นกลิ่น,เนตรทอง นามพรม และ วีระพร ศุทธากรณ์ (2554) การใช้ “การสื่อสารเพื่อ พัฒนาพฤติกรรมและสังคม”ในการดำ เนินงานโครงการในชุมชน เขตภาคเหนือตอนบนเข้าถึงจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/7691/6659


02-1937000 ต่อ 18731 [email protected] @กลุ่มงานดาวคะนอง https://sites.google.com/view/ hedcom/ แนวทางการสื่อสื่สารเพื่อพื่การรณรงค์ประเด็น ด็ สุข สุ ภาพ


Click to View FlipBook Version