The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sun Son, 2023-03-27 02:46:34

ตะกร้อ

ตะกร้อ

ตะกร้อ จัดทำ โดย นายธนภัทร เมืองพลงาม สาขา พลศึกษา รหัสนักศึกษา 65121890122


ประวัติ ตะกร้อ การแข่งขันตะกร้อตะกร้อ เป็นการละเล่นของไทยมาแต่โบราณ แต่ไม่มีหลักฐาน แน่นอนว่ามีมา ตั้งแต่สมัยใด แต่คาดว่าราว ๆ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศอื่นที่ ใกล้เคียงก็มีการเล่นตะกร้อ คนเล่นไม่ จ ากัดจ านวน เล่นเป็นหมู่หรือเดี่ยวก็ได้ ตามลานที่กว้างพอสมควร ตะกร้อที่ใช้เดิมใช่หวายถักเป็นลูกตะกร้อ ปัจจุบัน นิยมใช้ลูกตะกร้อพลาสติก การเตะตะกร้อเป็นการเล่นที่ผู้เล่นได้ออก ก าลังกาย ทุกสัดส่วน ฝึกความว่องไว ความสังเกต มีไหวพริบ ท า ให้มีบุคลิกภาพดี มีความ สง่างาม และการเล่นตะกร้อนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง ในการ ค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งก าเนิดการกีฬาตะกร้อในอดีตนั้น ยังไม่ สามารถหาข้อสรุปได้อย่าง ชัดเจนว่ากีฬาตะกร้อนั้นก าเนิดจากที่ใด จากการ สันนิษฐานคงจะได้หลายเหตุผลดังนี้ ประเทศพม่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2310 พม่า มาตั้งค่ายอยู่ที่โพธิ์สามต้น ก็เลยเล่นกีฬาตะกร้อกัน ซึ่งทางพม่า เรียกว่า "ชิงลง" ทางมาเลเซียก็ประกาศว่า ตะกร้อเป็นกีฬาของประเทศมาลายูเดิมเรียกว่า ซีปัก รากา (Sepak Raga) ค า ว่า Raga หมายถึง ตะกร้า ทางฟิลิปปินส์ ก็นิยมเล่นกัน มานานแล้วแต่เรียกว่า Sipak ทางประเทศจีนก็มีกีฬาที่คล้ายกีฬาตะกร้อแต่ เป็นการเตะตะกร้อชนิดที่เป็นลูกหนังปักขนไก่ ซึ่งจะ ศึกษาจากภาพเขียนและ พงศาวดารจีน ชาวจีนกวางตุ้งที่เดินทางไปตั้งรกรากในอเมริกาได้น าการเล่น ตะกร้อ ขนไก่นี้ไปเผยแพร่ แต่เรียกว่าเตกโก (Tek K'au) ซึ่งหมายถึงการเตะลูก ขนไก่ ประเทศเกาหลี ก็มีลักษณะคล้ายกับของจีน แต่ลักษณะของลูกตะกร้อแตก ต่างไป คือใช้ดินเหนียวห่อ ด้วยผ้าส าลีเอาหางไก่ฟ้าปักประกาศไทยก็นิยมเล่น กีฬาตะกร้อมายาวนาน และประยุกต์จนเข้ากับประเพณี ของชนชาติไทยอย่าง กลมกลืนและสวยงามทั้งด้านทักษะและความคิด


ประวัติ ตะกร้อไทย ในสมัยโบราณนั้นประเทศไทยเรามีกฎหมายและวิธีการลงโทษผู้กระท าความผิด โดยการน าเอานักโทษ ใส่ลงไปในสิ่งกลมๆที่สานด้วยหวายให้ช้างเตะ แต่สิ่งที่ ช่วยสนับสนุนประวัติของตะกร้อได้ดี คือ ในพระ ราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาของ รัชกาลที่ 2ในเรื่องมีบางตอนที่กล่าวถึงการเล่นตะกร้อ และที่ระเบียงพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเขียนเรื่องรามเกียรติ์ ก็มีภาพการเล่นตะกร้อแสดง ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ โดยภูมิศาสตร์ของไทยเองก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้ ทราบประวัติของตะกร้อ คือประเทศของเราอุดมไป ด้วยไม้ไผ่ หวายคนไทยนิ ยมน าเอาหวายมาสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงการละเล่นพื้นบ้านด้วย อีกทั้ง ประเภทของกีฬาตะกร้อในประเทศไทยก็มีหลายประเภท เช่น ตะกร้อวง ตะกร้อ ลอดห่วง ตะกร้อชิงธงและ การแสดงตะกร้อพลิกแพลงต่างๆ ซึ่งการเล่นตะกร้อ ของประเทศอื่นๆนั้นมีการเล่นไม่หลายแบบหลายวิธี เช่นของไทยเรา การเล่น ตะกร้อมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาตามล าดับทั้งด้านรูปแบบและวัตถุดิบใน การท า จากสมัยแรกเป็นผ้า , หนังสัตว์ , หวาย , จนถึงประเภทสังเคราะห์ ( พลาสติก ) ความหมาย ค าว่าตะกร้อ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ . ศ . 2525 ได้ให้ค าจ ากัดความเอาไว้ว่า ” ลูกกลมสานด้วยหวายเป็นตา ส าหรับ เตะ


กติกา 1. สนาม ยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.10 เมตร เพดานสูง 8.00 เมตร มีเส้นแบ่งแดน ออกเป็น 2 ส่วน เท่ากัน มีเส้นครึ่งวงกลมทั้ง2 แดน รัศมี 30 ซม. เสาสูง 1.55 เมตร ( เยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี ) และทีมหญิง เสาสูง 1.45 เมตร ตาข่ายกว้าง 70 ซม.ตรงกลางของตาข่ายสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.52 เมตร ( เยาวชน 1.42 เมตร ) 2. ลูกตะกร้อ ทรงกลม มีเส้นรอบวง 42 - 44 ซม. มี 12 รูกับ 20 จุดไขว้ตัด ท าด้วย หวายหรือ ใบสังเคระห์ ถ้าเป็นหวายต้องมี 9 - 11 เส้น น้ าหนัก 170 - 180 กรัม 3. เครื่องแต่งกาย สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ต้องเอาชายเสื้อไว้ในกางเกงตลอดเวลา ห้ามใช้ อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหว และการเร่งความเร็วของลูกตะกร้อ หัวหน้า ทีมต้องใส่ปลอกแขนที่แขนเสื้อ ด้านซ้าย ติดหมายเลขด้านหลัง 1 –15 4. ผู้เล่น ประเภทเดี่ยว มีผู้เล่นตัวจริง 3 คน ส ารอง 1 คน ประเภททีม ประกอบ ด้วย 3 ทีม มี เล่น 9 คน และผู้เล่นส ารอง 3 คน 5. ต าแหน่งของผู้เล่น มี 3 ต าแหน่งคือ - หลัง ( Back ) เป็นผู้เตะตะกร้อจาก วงกลม - หน้าซ้าย - หน้าขวา


กติกา(ต่อ) 6. การเปลี่ยนตัวผู้เล่น ในทีมเดี่ยวเปลี่ยนตัวได้ 1 คน และถ้าเหลือน้อยกว่า 3 คน ถือว่าแพ้ ผู้มีชื่อ ในทีมเดี่ยวที่เล่นมานานแล้ว จะลงเล่นในทีม เดี่ยวต่อไปไม่ได้ 7. การเสี่ยงและการอบอุ่นร่างกายมีการเสี่ยง ผู้ชนะการเสี่ยงจะได้เลือกข้างหรือส่ง ลูก ทีมที่ได้ส่งลูก จะได้อบอุ่นร่างกายก่อน เป็นเวลา 2 นาที พร้อมเจ้าหน้าที่และ นักกีฬาไม่เกิน 5 คน 8. ต าแหน่งของผู้เล่นระหว่างการส่งลูกเสิร์ฟ เมื่อเริ่มเล่นทั้ง 2 ทีมพร้อมในแดนของ ตนเอง ผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟจะต้องอยู่ในวงกลมของตนเอง เมื่อเสิร์ฟแล้ว จึงเคลื่อนที่ได้ ส่วนผู้เล่นฝ่ายรับจะยืนที่ใดก็ได้ 9. การเปลี่ยนส่ง ให้เปลี่ยนการส่งลูกเมื่อฝ่ายส่งลูกผิดกติกา หรือ ฝ่ายรับท าลูกให้ ตกบนพื้นที่ของ ฝ่ายส่งได้ 10. การขอเวลานอก ขอได้เซตละ 1 ครั้งๆ ละ 1 นาที 11. การนับคะแนน การแข่งขันใช้แบบ 2 ใน 3 เซต ในเซตที่ 1 และเซตที่ 2 จะมี คะแนนสูงสุด 15 คะแนน ทีมใดได้ 15 คะแนนก่อน จะเป็นผู้ชนะในเซตนั้นๆ ทั้ง 2 เซต จะไม่มีดิวส์ หากทั้งสองทีมได้ 13 ก่อน หรือ 14 เท่ากัน พักระหว่างเซต 2 นาที ถ้าเสมอกัน 1:1 เซต ให้ท าการแข่งขันเซตที่ 3 ด้วยไทเบรก โดย เริ่มด้วยการเสี่ยง ใหม่ โดยใช้คะแนน 6 คะแนน ทีมใดได้ 6 คะแนนก่อนเป็นผู้ชนะ แต่จะต้องแพ้ชนะ อย่าง น้อย 2 คะแนน ถ้ายังไม่แพ้กันไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ก็ให้ท าการแข่งขันอีก 2คะแนน แต่ไม่เกิน 8 คะแนน เช่น 8:6 หทรือ 8:7 ถือเป็นการยุติการแข่งขันระบบ ไทเบรก เมื่อฝ่ายใดก็ตามได้ 3 คะแนนและขอเวลานอก ได้เซตละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที ส าหรับไทเบรก ขอเวลาได้ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที


สนามแข่ง สนามแข่งขันขนาดมาตรฐาน สนามแข่งขันเซปักตะกร้อ มีรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 2 เท่าของสนาม แบดมินตัน มีความยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.1 เมตร เพดานหรือสิ่งกีดขวางอื่นใด ต้องอยู่สูงกว่าสนามไม่น้อยกว่า 8 เมตร จากพื้นสนาม (ไม่เป็นพื้นหญ้า หรือพื้น ทราย) และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางอื่นใดในระยะ 3 เมตรจากขอบสนามโดยรอบ ความกว้างของเส้นขอบทั้งหมดวัดจากด้านนอกเข้ามาไม่เกิน 4 เซนติเมตร ส่วนเส้น แบ่งแดนความกว้างไม่เกิน 2 เซนติเมตร โดยลากเส้นแบ่งแดนทั้ง 2 ข้างออกตาม แนวขวาง แนวเส้นทับพื้นที่ของแต่ละแดนเท่าๆกัน เส้นขอบทั้งหมดนับรวมเป็นส่วน หนึ่งของแดนสำ หรับผู้เล่นแต่ละฝ่าย ปลายของเส้นแบ่งแดน ใช้เป็นจุดศูนย์กลางลากเส้นโค้งครึ่งวงกลมความกว้างเส้น 4 เซนติเมตร โดยขอบในของเส้นโค้งครึ่งวงกลมมีรัศมี 90 เซนติเมตร กำ หนดไว้เป็น ตำ แหน่งยืนของผู้เล่นหน้าซ้าย และหน้าขวา ในขณะที่ส่งลูก แดนทั้งสองจะมีวงกลมซึ่งกำ หนดเป็นจุดยืนสำ หรับผู้ส่งลูก โดยวาดเป็นวงกลมขอบ ในมีรัศมี 30 เซนติเมตร ความกว้างของเส้นคือ 4 เซนติเมตร จุดศูนย์กลางอยู่ที่ระยะ 2.45 เมตรจากเส้นหลังของแต่ละแดน และอยู่กึ่งกลางตามแนวกว้างของสนาม


ตาข่าย ตาข่ายจะถูกขึงกั้นแบ่งแดนทั้งสองออกจากกัน ทำ จากวัสดุจำ พวกเชือกหรือไนลอน ความสูงของตาข่ายบริเวณกึ่งกลาง คือ 1.52 เมตรสำ หรับนักกีฬาชาย (1.42 เมตร สำ หรับนักกีฬาหญิง) ส่วนความสูงบริเวณเสายึดตาข่าย คือ 1.55 เมตรสำ หรับ นักกีฬาชาย (1.45 เมตรสำ หรับนักกีฬาหญิง) ตาข่ายมีขนาดรู 6–8 เซนติเมตร ผืน ตาข่ายมีความกว้าง 70 เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 6.1 เมตร ท่าเตะ ท่าเตะตะกร้อมีหลายท่าที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามและความว่องไว ตามปกติจะใช้ หลังเท้า แต่ผู้เล่นตะกร้อจะมีวิธีเตะที่พลิกแพลง ใช้หน้าเท้า เข่า ไขว้ขา (เรียกว่าลูก ไขว้) ไขว้ขาหน้า ไขว้ขาหลัง ศอก ข้อสำ คัญ คือ ความเหนียวแน่นที่ต้องรับลูกให้ได้ เป็นอย่างดีเมื่อลูกมาถึงตัว ผู้เล่นมักฝึกการเตะตะกร้อด้วยท่าต่าง ๆ ลีลาในการเตะ ตะกร้อมี 4 แบบ คือ การเตะเหนียวแน่น (การรับให้ได้อย่างดี) การเตะแม่นคู่ (การ โต้ตรงคู่) การเตะดูงามตา (ท่าเตะสวย มีสง่า) การเตะท่ามาก (เตะได้หลายท่า)


ลักษระการเล่น การเล่นเป็นทีม ผู้เล่นจะล้อมเป็นวง ผู้เริ่มต้นจะใช้เท้าเตะลูกตะกร้อไปให้อีก ผู้รับหนึ่ง ผู้รับจะต้องมีความว่องไวในการใช้เท้ารับและเตะส่งไปยังอีกผู้หนึ่ง จึงเรียกวิธีเล่นนี้ว่า "เตะตะกร้อ" ความสนุกอยู่ที่การหลอกล่อที่จะเตะไปยังผู้ ใด ถ้าผู้เตะทั้งวงมีความสามารถเสมอกัน จะโยนและรับไม่ให้ตะกร้อถึงพื้นได้ เป็นเวลานานมาก กล่าวกันว่าทั้งวันหรือทั้งคืนก็ยังมี แต่ผู้เล่นยังไม่ชำ นาญก็ โยนรับได้ไม่กี่ครั้ง ลูกตะกร้อก็ตกถึงพื้น การติดตะกร้อ (เล่นเดี่ยว) เป็นศิลปะการเล่นตะกร้อ คือ เตะตะกร้อให้ไปติด อยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย และต้องถ่วงน้ำ หนักให้อยู่นาน แล้วใช้ อวัยวะส่วนนั้นส่งไปยังส่วนอื่นโดยไม่ให้ตกถึงพื้น เช่น การติดตะกร้อที่หลังมือ ข้อศอก หน้าผาก จมูก เป็นต้น ผู้เล่นต้องฝึกฝนอย่างมาก ตะกร้อติดบ่วง การเตะตะกร้อติดบ่วง ใช้บ่วงกลมๆแขวนไว้ให้สูงสุด แต่ผู้เล่น จะสามารถเตะให้ลอดบ่วงไปยังผู้อื่นได้ กล่าวกันว่าบ่วงที่เล่นเคยสูงสุดถึง 7 เมตร และยิ่งเข้าบ่วงจำ นวนมากเท่าไรยิ่งแสดงถึงความสามารถ ถือเป็นการ ฝึกฝนได้ดี การเล่นตะกร้อสามารถเล่นได้หลายแบบ ดังนี้


การจัดแข่งกีฬาตระกร้อครั้ง รั้ แรก ปี 2508 ตะกร้อถูกบรรจุเข้าแข่งขันในกีฬาซีเกมส์เป็นครั้งแรก เป็นการชิงชัยใน ประเภททีมชุด ที่ปีนั้นแข่งขันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และผลจบลง ด้วยชัยชนะของ ''เสือเหลือง'' มาเลเซีย คว้าเหรียญทองไปครอง จากการเอาชนะนัก หวดลูกพลาสติกจากลุ่มเจ้าพระยาในรอบชิงชนะเลิศ โดยครั้งแรกนั้นตะกร้อจัดชิงชัย เพียง 1 เหรียญทองเท่านั้น จนกระทั่งปี 2524 กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพิ่มการชิงเหรียญทองของตะกร้อขึ้นมาอีกหนึ่งอีเวนต์ในประเภท ทีมเดี่ยว ทำ ให้ตะกร้อมีการชิงชัย 2 เหรียญทอง ถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 21 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในปี 2542 ตะกร้อมีชิง 3 เหรียญทอง เพิ่ม การชิงชัยขึ้นมาอีกหนึ่งรายการ นั่นคือ ทีมเดี่ยวหญิง กับครั้งแรกสาวไทยผงาดคว้า แชมป์มาครองจากการเอาชนะอินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ในอีก 2 ปีถัดมาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ในปี 2546 ตะกร้อออกลูกออกหลานมา อีก มีชิงกันถึง 6 เหรียญทอง ได้แก่ ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย, ทีมเดี่ยว หญิง, ตะกร้อวงชาย และตะกร้อวงหญิง เพิ่มจำ นวนอีกครั้งในซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ นครราชสีมา ปี 2550 ชิง 8 เหรียญทอง จาก ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย, ทีมเดี่ยวหญิง, คู่ชาย, คู่หญิง, ลอดห่วงสากลชาย และลอดห่วงสากลหญิง กระทั่ง ซีเกมส์เดินทางมาถึงกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ ที่จะเป็นเจ้าภาพในเดือน ธันวาคมปี 2556 ประวัติศาสตร์กีฬาตะกร้อในซีเกมส์กำ ลังจะเกิดขึ้น เมื่อเมียนมาร์


เตรียมจัดชิงชัยมากมายมโหฬาร ถึง 18 เหรียญทอง... ตามข่าวพม่าพยายามและ จริงจังมาก โดย 18 รายการที่ว่าประกอบด้วย ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย, ทีมเดี่ยวหญิง, คู่ชาย, คู่หญิง, ทีมชุดคู่ชาย, ทีมชุดคู่หญิง, ลอดห่วงสากลชาย, ลอด ห่วงสากลหญิง พร้อมด้วย "ชินลง" อีก 8 เหรียญทอง ทั้งนี้ ประเภทใหม่ที่งอกขึ้นมา คือ ทีมชุดคู่ชาย-หญิง กับ ชินลง การที่พม่าพยายามจะจัดตะกร้อคู่ในประเภททีมชุด ขึ้นมาซึ่งถือว่าเป็นประเภทใหม่นั้น เพราะมั่นใจว่าตนเองมีลุ้นถึง "เหรียญทอง" เช่น เดียวกับ "ชินลง" กีฬาประจำ ชาติของพม่าที่มีมาแต่โบราณ เล่นคล้ายๆ กับตะกร้อวง ไทย แต่มีตัวอยู่ตรงกลางที่เรียกว่า "มินดา" ซึ่งน่าจะเรียกว่าตะกร้อลีลา และถือว่า เล่นค่อนข้างยากไม่ด้อยไปกว่าตะกร้อลอดห่วงของไทย แต่ "ชินลง" พม่ามีความ ชำ นาญระดับปรมาจารย์ เช่นเดียวกับไทย ตะกร้อลอดห่วงไทยใครก็ยากจะชนะ และ แน่นอนว่าหากดัน "ชินลง" เข้าชิงชัยได้ทั้ง 8 รายการ พม่าเหมาหมดค่อนข้างแน่ กีฬาชนิดใดก็ตามจะบรรจุเข้าแข่งซีเกมส์ ต้องเป็นกีฬาสาธิตมาก่อน แต่การที่ "ชิน ลง" จะได้รับการบรรจุแข่งในซีเกมส์โดยไม่ต้องเป็นสาธิตก่อนนั้น เนื่องจากพม่าให้ "ชินลง" เป็นหนึ่งในอีเวนต์ของกีฬาเซปักตะกร้อ ทำ ให้สามารถบรรจุเข้าแข่งขันได้ ทันที สมาคมตะกร้อพม่าได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า จะดัน "ชินลง" เข้าซีเกมส์ โดยไป เจรจาหาพันธมิตรทั้ง กัมพูชา, เวียดนาม, ลาว หรือกระทั่งมาเลเซีย ที่ต่างยินยอม พร้อมใจ ขณะเดียวกัน ไทยจะไม่ยอมก็ไม่ได้ เมื่อพม่ามาเหนือเมฆจะ "ตัด" ตะกร้อ ทีมชุดชายและหญิงออก ไม่จัดซะอย่างนั้น ซึ่งตะกร้อทีมชุดถือเป็น "หัวใจ" ของ ตะกร้อซีเกมส์ ไทยจึงต้องยอม อย่างไรก็ตามยังยื่นข้อเสนอขอให้ลดจำ นวนเหรียญ ทองของ "ชินลง" จาก 8 เหลือ 4 ทอง ซึ่งเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 27 รับฟัง แต่ยังไม่ รับปาก นอกจากนี้ เฉพาะเซปักตะกร้อที่จะชิง 10 เหรียญทองนั้น พม่าตั้งกฎเกณฑ์ ว่าชาติอื่นเลือกส่งได้เพียง 6 อีเวนต์เท่านั้น ขณะที่ตนเองสามารถส่งนักกีฬาเข้าชิงชัย การจัดแข่งกีฬาตระกร้อครั้ง รั้ แรก(ต่อ)


ได้ครบทั้งหมด เอาเปรียบชาติอื่นๆ เหลือเกิน ซึ่งไทยกำ ลังต่อรองจาก 6 ขอเป็น 8 รายการ เช่นเดียวกัน พม่ารับฟังแต่ยังไม่รับปากว่า จะรับข้อเสนอนี้หรือไม่... โดย ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ พม่าบอกว่าจะให้คำ ตอบทั้งหมด แต่แนวโน้มแล้ว เชื่อว่าโอกาสที่พม่าจะหั่น "ชินลง" ให้เหลือการชิงชัยเพียง 4 อีเวนต์นั้นท่าจะยาก เนื่องจากเป็นความหวังเหรียญทองของเจ้าภาพ พม่าเคยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์มาแล้วหนึ่งหน คือ ในครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่กรุงย่างกุ้ง ในปี 2512 หรือเมื่อ 43 ปีก่อน แต่ครั้งนั้นพม่าไม่บรรจุตะกร้อเข้าแข่งขัน แต่หนนี้พม่า กำ ลังจะจัดชิงเหรียญทองมากสุดเป็นประวัติศาสตร์ตะกร้อซีเกมส์ การจัดแข่งกีฬาตระกร้อครั้ง รั้ แรก(ต่อ)


Click to View FlipBook Version