เกร็ดแนะครู การจัดการเรียนการสอนในหนวยการเรียนรูที่ 3 ครูควรจัดกิจกรรมการ เรียนรูใหนักเรียนไดใชความรูและทักษะที่เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา และอิเล็กทรอนิกสในการแกปญหาหรือพัฒนางานตางๆ ใหถูกตอง โดยครูจะตองเนนยํ้าเกี่ยวกับความปลอดภัยขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานทุกครั้ง และฝกใหนักเรียนปฏิบัติจนเปนนิสัยเพื่อใหสามารถนําความรูที่ไดจากการ ปฏิบัติกิจกรรมของหนวยการเรียนรูนี้ไปใชในการแกปญหา สรางชิ้นงานหรือ พัฒนางานในชีวิตประจําวันในอนาคตได ขั้นนํา กระตุ้นความสนใจ 1. ครูนําคลิปวิดีโอเกี่ยวกับนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ สมัยใหม เชน รถยนตไฟฟา มาเปดใหนักเรียนดู แลวตั้งคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบวา วิธี การเลือกใชวัสดุและอุปกรณในการสรางสรรค เทคโนโลยีมีหลักการอยางไร (แนวตอบ ควรมีการวิเคราะหสมบัติของวัสดุ ที่เลือกใช เพื่อใหเหมาะสมกับลักษณะของ ชิ้นงาน เพื่อใหไดชิ้นงานที่มีคุณภาพและเกิด ประโยชนกับผูใชงานสูงสุด เชน การสราง รถยนตไฟฟา โครงสรางควรเปนโลหะ เพราะ มีความแข็งแรงทนทาน สวนเครื่องยนตทํา จากเซรามิก เพราะนํ้าหนักเบา ทนความรอน ทนตอการขัดสี ลดการเสียดทาน) 2. ครูสุมนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอยางการ สรางสรรคนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐที่เคย พบเห็นในชีวิตประจําวัน พรอมทั้งบอกวิธี การเลือกวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ รวมถึง การนําเทคโนโลยีมาใชเพื่อชวยอํานวยความ สะดวกในการสรางชิ้นงาน 3. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง ผลงานออกแบบเทคโนโลยี นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T44
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู 1 เมลามีน คือ พลาสติกชนิดหนึ่งมีสารฟอรมาลดีไฮดหรือฟอรมาลีนเปน สวนประกอบ นิยมนํามาผลิตพลาสติก จานเมลามีน ถุงพลาสติก พลาสติก สําหรับหออาหาร เปนตน นอกจากนี้ ยังนําไปทํานํ้ายาดับเพลิงคุณภาพดี นํ้ายาทําความสะอาด และปุย เพราะโครงสรางของเมลานีนมีไนโตรเจนเปน สวนประกอบสูง 2 ซิลิโคน เปนสารประกอบที่มีความหลากหลายในรูปรางและการใชงาน โดยทั่วไปจะใชกับงานที่ตานทานความรอน และงานที่ใชเปนวัสดุยืดหยุน ตัวอยางการใชงานของซิลิโคน เชน กาว ยาแนวเครื่องครัว ฉนวน งานทางการ แพทย (ซิลิโคนเสริมหนาอก) 1 เมลามีน คือ พลาสติกชนิดหนึ่งมีสารฟอรมาลดีไฮดหรือฟอรมาลีนเปน 2 ซิลิโคน เปนสารประกอบที่มีความหลากหลายในรูปรางและการใชงาน 1 2 ถานักเรียนตองการสรางชิ้นงานโดยใชไมเปนวัสดุตามเงื่อนไข ดังนี้ • สวนโครงสรางตองแข็งแรงทนทาน • สวนพื้นผิวภายนอกตองตกแตงเปนลวดลายสวยงามได นักเรียนจะเลือกใชไมตามขอใด 1. สวนโครงสรางใชไมกระบาก สวนพื้นผิวภายนอกใชไมเต็ง 2. สวนโครงสรางใชไมประดู สวนพื้นผิวภายนอกใชไมชิงชัน 3. สวนโครงสรางใชไมมะมวง สวนพื้นผิวภายนอกใชไมฉําฉา 4. สวนโครงสรางใชไมกระบาก สวนพื้นผิวภายนอกใชไม มะเกลือ (วิเคราะหคําตอบ สวนโครงสรางใชไมเนื้อแข็งหรือเนื้อแกรง สวน พื้นผิวภายนอกตองใชไมเนื้อออน ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นนํา กระตุ้นความสนใจ 4. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา วัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือมีความสําคัญในการ สรางชิ้นงานอยางไร 5. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ เรื่อง ปลั๊กไฟตอไดแบบเลโก หมุนได 360 องศา ใหนักเรียนดู จากนั้นครูตั้งคําถามกระตุนความ คิดกับนักเรียนวา นักเรียนเคยเห็นสิ่งประดิษฐ เหลานี้หรือไม 6. ครูนํารูปภาพปลั๊กไฟตั้งแตอดีตถึงปจจุบัน มาใหนักเรียนดู แลวบอกกับนักเรียนวา สิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพ คือ ผลงานออกแบบ และเทคโนโลยีที่อาศัยหลักในการเลือกวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือใหเหมาะสม แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวข้อ วัสดุ อุปกรณ มีความสําคัญกับชิ้นงานตรงที่ เมื่อเราเลือกใชงานของใหถูกวิธี มีความเหมาะสม กับชิ้นงานที่จะทํา ซึ่งจะชวยใหชิ้นงานที่ทําออกมา มีความคงทนและใชประโยชนไดอยางถูกวิธี นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T45
นักเรียนควรรู ขอสอบเนนการคิด 1 ไทเทเนียม คือ โลหะที่มีความแข็งกวาอะลูมิเนียม 2 เทา มีนํ้าหนักเบา มีสีเทาขาวเนื้อเงา นํ้าหนักเบากวาเหล็ก 50% ไมเกิดสนิม ไมเปนสื่อแมเหล็ก สามารถนํากลับมาใชไดใหม นิยมใชเปนวัสดุสําหรับการผลิตสินคาดานตางๆ เชน ดานการบินและอวกาศเนื่องจากนํ้าหนักเบา ดานการแพทยเนื่องจากไมมี การตอตานจากระบบภูมิคุมกันของรางกาย ดานเครื่องใช เชน นาฬกา แวนตา เนื่องจากคุณสมบัติที่ไมสรางความระคายเคืองแกผิวหนัง มีนํ้าหนักเบา ทนทาน ตอกรดและดาง ไมเปลี่ยนสี 1 ไทเทเนียม คือ โลหะที่มีความแข็งกวาอะลูมิเนียม 2 เทา มีนํ้าหนักเบา นักเรียนคิดวา ขอใดเปนสมบัติสําคัญที่สุดของไทเทเนียมที่ ทําใหถูกนํามาใชทางการแพทย 1. นํ้าหนักเบา 2. ไมเกิดสนิม 3. แข็งกวาอะลูมิเนียม 2 เทา 4. ไมมีการตอตานจากระบบภูมิคุมกันของรางกาย (วิเคราะหคําตอบ สมบัติสําคัญที่สุดของไทเทเนียมที่ทําใหถูกนํา มาใชทางการแพทย คือ ไมมีการตอตานจากระบบภูมิคุมกันของ รางกาย ดังนั้น ตอบขอ 4.) 1 ขั้นสอน สํารวจค้นหา 1. ครูจัดกลุมใหนักเรียน โดยคละตามความ สามารถ (เกง ปานกลาง ออน) กลุมละ 4 คน จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมตั้งชื่อกลุม 2. สมาชิกแตละกลุมแบงหนาที่ศึกษาเกี่ยวกับ ประเภทของวัสดุในหนังสือเรียน หนา 40-41 คนละ 1 ประเภท และใหสมาชิกแตละคนหา คําตอบประเด็น การเลือกใชวัสดุ อุปกรณ และ เครื่องมือกับวัสดุประเภทที่ไดรับมอบหมาย 3. ครูนําปายชื่อวัสดุ 4 ประเภท ไดแก โลหะ พอลิเมอร เซรามิก และวัสดุผสม ไปติดไวตาม มุมตางๆ ของหอง และกําหนดใหบริเวณที่ติด ปายชื่อวัสดุแตละประเภทเปนฐานการเรียนรู รวมทั้งสิ้น 4 ฐาน นํา สอน สรุป ประเมิน T46
ขอสอบเนน การคิด วัสดุชนิดใดมีคุณสมบัติของตัวนําไฟฟาดีที่สุด 1. ตะกั่ว 2. เซรามิก 3. พลาสติก 4. ทองแดง (วิเคราะหคําตอบ วัสดุโลหะนําไฟฟาที่ดี คือ เงิน ทองแดง ทองคํา อะลูมิเนียม สวนเซรามิกและพลาสติก เปนฉนวนไฟฟาหรือวัสดุที่ ไมมีสมบัติของตัวนําไฟฟา ดังนั้น ตอบขอ 4.) นักเรียนควรรู 1 กระสวยอวกาศ คือ เครื่องบินอวกาศของสหรัฐอเมริกา สรางขึ้นโดย องคการนาซา (NASA) มีชื่อเรียกอยางเปนทางการวา Space Transportation System (STS) ผลิตโดยบริษัท North American Aviation ที่ปจจุบันเปนสวนหนึ่ง ของบริษัท Rockwell International การขึ้นของกระสวยอวกาศเหมือนกับจรวด กระสวยอวกาศถูกออกแบบใหใชงานซํ้าได 100 ครั้ง หรือปฏิบัติการได 10 ป 2 เรซิน เปนสารชนิดหนึ่งที่ไดจากยางเหนียวของตนไมหรือจากการ สังเคราะหทางเคมี สวนใหญใชเปนสารประกอบหลักในการแตงและเคลือบผิว เชน แล็กเกอร ยูรีเทน ซิลิโคน 1 กระสวยอวกาศ คือ เครื่องบินอวกาศของสหรัฐอเมริกา สรางขึ้นโดย 2 เรซิน เปนสารชนิดหนึ่งที่ไดจากยางเหนียวของตนไมหรือจากการ 1 2 ขั้นสอน สํารวจค้นหา 4. ครูใหสมาชิกที่ไดรับมอบหมายใหศึกษา ประเภทของวัสดุแตละชนิดของแตละกลุมที่ ศึกษาแยกยายกันไปรวมกับสมาชิกของกลุม อื่นๆ ตามฐานที่ครูไดกําหนดไว โดยครูตั้งให สมาชิกแตละฐานเปนกลุมใหม และกําหนดให เปนกลุมผูเชี่ยวชาญ (expert group) 5. สมาชิกในกลุมผูเชี่ยวชาญแตละกลุมรวมกัน ทําความเขาใจเกี่ยวกับประเภทของวัสดุที่ รับผิดชอบอยางละเอียด และรวมกันอภิปราย หาคําตอบตามประเด็นการเลือกใชวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ 6. สมาชิกกลุมผูเชี่ยวชาญแยกยายกลับสูกลุมเดิม แลวนําความรูที่ไดมาอธิบายใหสมาชิก กลุมเดิมเขาใจเกี่ยวกับขอมูลที่ไดศึกษามา และอภิปรายรวมกันจนเกิดความเขาใจที่ ชัดเจนตรงกัน และเพื่อใหสมาชิกทุกคน ในกลุมไดเรียนรูภาพรวมเกี่ยวกับประเภทของ วัสดุทั้งหมด อธิบายความรู้ 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา การเลือก วัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ มีความสําคัญใน การสรางชิ้นงาน ดังนั้น การจะนําวัสดุแตละ ชนิดมาใช ผูใชควรวิเคราะหวา สมบัติของวัสดุ นั้นเหมาะสมกับชิ้นงานหรือไม 2. ครูสุมนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอยางสิ่งประดิษฐ 1 ชนิด และบอกวา การสรางสิ่งประดิษฐชนิดนี้ ควรเลือกใชวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ อยางไรใหเหมาะสม นํา สอน สรุป ประเมิน T47
นักเรียนควรรู ขอสอบเนนการคิด 1 สนามแมเหล็ก (magnetic field) หมายถึง บริเวณที่มีแรงแมเหล็กกระทํา ซึ่งเราไมสามารถมองเห็นได แตสามารถรับรูไดวาบริเวณใดมีสนามแมเหล็กโดย ดูจากผลของแรงที่กระทํา คือ การดูดวัสดุที่ทําจากเหล็ก นิกเกิล และโคบอลต ได 2 สนามไฟฟา (electricfi field) หมายถึง บริเวณโดยรอบประจุไฟฟา ซึ่ง ประจุไฟฟาสามารถสงอํานาจไปถึง หรือบริเวณที่เมื่อนําประจุไฟฟาทดสอบ เขาไปวางแลวจะเกิดแรงกระทําบนประจุไฟฟาทดสอบนั้นตามจุดตางๆ ใน บริเวณสนามไฟฟาจะมีความเขมของสนามไฟฟาตางกัน จุดที่อยูใกลประจุไฟฟา ตนกําเนิดสนามจะมีความเขมของสนามไฟฟาสูงกวาจุดที่อยูหางไกลออกไป หนวยของสนามไฟฟา คือ นิวตันตอคูลอมบ หรือโวลตตอเมตร 1 สนามแมเหล็ก (magnetic field) หมายถึง บริเวณที่มีแรงแมเหล็กกระทํา 2 สนามไฟฟา (electricfi field) หมายถึง บริเวณโดยรอบประจุไฟฟา ซึ่ง 1 2 ขอใดจับคูสมบัติของวัสดุผิด 1. ความยืดหยุนของหนังยาง-สมบัติเชิงกล 2. ลักษณะพื้นผิวของกระจก-สมบัติเชิงมิติ 3. การนําไฟฟาของทองแดง-สมบัติทางเคมี 4. ความมันวาวของเงิน-สมบัติทางกายภาพ (วิเคราะหคําตอบ การนําไฟฟาเปนสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ดังนั้น ตอบขอ 4.) ขั้นสอน อธิบายความรู้ 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษา เรื่อง สมบัติและการเลือกใชวัสดุ ในหนังสือเรียน หนา 42 จากนั้นใหนําความรูที่ไดมาอภิปรายรวมกัน ในหัวขอ หลักการเลือกใชวัสดุ อุปกรณ และ เครื่องมือ 4. นักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปความรูที่ไดจาก การอภิปรายเปนผังมโนทัศนลงในกระดาษ A4 และรวมกันออกแบบวิธีการนําเสนอผลงาน ของกลุม 5. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน กําหนดระยะเวลากลุมละ 3 นาที 6. นักเรียนแตละคนทําใบงาน เรื่อง การเลือกใช วัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ นํา สอน สรุป ประเมิน T48
ขั้นสอน อธิบายความรู้ 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษา เรื่อง เครื่องมือ ชางพื้นฐาน จากหนังสือเรียน หนา 43 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา เครื่องมือวัดที่ใชตรวจ สอบระยะหรือขนาดจะมีหนวยการวัดอยูที่ตัว เครื่องมือ เชน ตลับเมตร จะมีหนวยวัดแบบ เซนติเมตรกับนิ้ว 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา เครื่องมือตัดจําเปนตอง เลือกใชใหเหมาะสมกับวัสดุที่จะตัด เพราะ อาจทําใหเกิดความเสียหายกับวัสดุหรือเครื่องมือไดหากเลือกใชไมเหมาะสม เชน ไม Balsa เปนไมเนื้อออนที่สามารถใชคัตเตอรตัดได แต ถาตองการทําแบบจําลองยอสวนที่ตองใชไมที่ มีขนาดเล็กมากประมาณเทากานไมขีด ก็ตอง ใชเครื่องซอยไม Balsa (Balsa Stripper) แทน กิจกรรม สรางเสริม ใหนักเรียนอธิบายวา กิจกรรมในภาพใชเครื่องมือชางพื้นฐาน ประเภทใดบาง และเลือกใชไดเหมาะสมกับงานหรือไม อยางไร เกร็ดแนะครู ครูอาจหาอุปกรณจริงหรือภาพเครื่องมือวัดและเครื่องมือตัดที่มีอยูใน ปจจุบันมาใหนักเรียนไดศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน เนื่องจากเครื่องมือ แตละประเภทมีความหลากหลายตามการใชงาน นักเรียนจึงควรไดศึกษาเพิ่ม เติมจากในหนังสือ โดยเฉพาะขอมูลเกี่ยวกับการใชงานเครื่องมือแตละประเภท เพื่อใหมีความรูพื้นฐานที่สามารถตอยอดนําไปสูการใชงานจริงได นํา สอน สรุป ประเมิน T49
ขอสอบเนนการคิด ขอใดจับคูเครื่องมือยึดติดกับอุปกรณไมเหมาะสม 1. ปนกาวใชติดเหล็ก 2. กาวรอนใชซอมไมหัก 3. สกรูใชกับบานพับประตู 4. กาวลาเท็กซใชติดกระดาษ (วิเคราะหคําตอบ ปนกาวเหมาะกับการใชยึดติดวัสดุที่มีนํ้าหนัก เบาและไมมีการรองรับนํ้าหนัก ดังนั้น ตอบขอ 1.) ขั้นสอน อธิบายความรู้ 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษา เรื่อง เครื่องมือ สําหรับยึดติด และเครื่องมือสําหรับเจาะ จาก หนังสือเรียน หนา 44 11. ครูอธิบายวา เครื่องมือสําหรับยึดติด เปน เครื่องมือที่ใชยึดติดอุปกรณ เชน กาว สกรู ปนกาว ไขควง 12. ครูอธิบายวา เครื่องมือสําหรับเจาะ เปน เครื่องมือที่ใชสําหรับเจาะชิ้นงานที่เปนโลหะ หรือไม เพื่อใหไดรูตามที่ตองการ เชน สวาน ไฟฟา ที่เจาะกระดาษ สวานมือ สวาน กระแทก ขยายความเข้าใจ 1. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง การเลือกใช วัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ เกร็ดแนะครู ครูอาจจะหาคลิปวิดีโอสาธิตการใชงานเครื่องมือวัดและเครื่องมือตัดมา ใหนักเรียนไดศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน เพื่อใหเกิดความเขาใจมากขึ้น เพราะเครื่องมือแตละประเภทมีรายละเอียดในการใชงานที่แตกตางกัน และ ควรเนนสอนการใชงานเครื่องมือที่นักเรียนมีโอกาสใชงานจริงในการสราง ชิ้นงานใหมากที่สุด เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดในการเรียนการสอนและ การฝกปฏิบัติจริง นํา สอน สรุป ประเมิน T50
ขั้นสอน ขยายความเข้าใจ 2. นักเรียนทํากิจกรรมที่สอดคลองกับเนื้อหา โดยใหผูเรียนฝกปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรูและ ทักษะ (Design Activity) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล 1. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุป เรื่อง การเลือกใชวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือ 2. ครูประเมินผลการนําเสนอของนักเรียนและ ตรวจสอบความถูกตองจากการทําใบงาน 3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 43-51 ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล ตารางการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ กอนเรียน แบบทดสอบ กอนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน แบบประเมิน การนําเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางานกลุม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน รายบุคคลและการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัด และประเมินผลจากแบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม การทํางานรายบุคคล และแบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมที่แนบมา ทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการน าเสนอผลงาน 4 การน าไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนเปน 4 กลุม ใหแตละกลุมชวยกันคิดวา การรูจักประเภทของวัสดุและสมบัติของวัสดุมีประโยชนในการสราง ชิ้นงานอยางไร พรอมยกตัวอยางประกอบ นํา สอน สรุป ประเมิน T51
นักเรียนควรรู ขอสอบเนนการคิด 1 สัญญาณไฟเลี้ยว ประโยชนของการเปดไฟเลี้ยวที่ถูกตอง คือ บอกเพื่อน รวมทางวา เรากําลังจะเลี้ยวไปในทิศทางใด ตองการกลับรถขางหนา หรือใช ในการแซง เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากรถที่เร็วกวา แมกระทั่งการ ออกจากที่จอดรถเพื่อเขาไปยังถนนหลักก็จําเปนตองใชไฟเลี้ยว 1 ประโยชนของการเปดไฟเลี้ยวที่ถูกตอง คือ บอกเพื่อน 1 บุคคลใดใชกระบวนการเทคโนโลยีชวยแกปญหาในการสราง ผลิตภัณฑไดตรงประเด็น 1. แกวนําเสนอผลิตภัณฑกับลูกคาแลวพบปญหาจึงนํามา ปรับปรุงแกไข 2. พลอยรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของกับปญหา แลวจึงออกแบบ วิธีการแกปญหา 3. นิลทดสอบผลิตภัณฑเพื่อประเมินผลหาขอบกพรองกอน ทําการปรับปรุงแกไข 4. เพชรระบุปญหาหรือความตองการเกี่ยวกับผลิตภัณฑที่ จะสราง แลวจึงลงมือออกแบบสรางผลิตภัณฑทันที (วิเคราะหคําตอบ นิลทําตามขั้นตอนทดสอบ ประเมินผล และ ปรับปรุงแกไขวิธีการแกปญหาหรือชิ้นงานไดถูกตอง ดังนั้น ตอบ ขอ 3.) ขั้นนํา กระตุ้นความสนใจ 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา การ ประยุกตใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สามารถทําไดอยางไรบาง 2. ครูยกตัวอยางขาว รถกระบะชนนักปนจักรยาน รอบโลกเสียชีวิต แลวสุมถามนักเรียนเปน รายบุคคลวา สาเหตุที่ทําใหเกิดเหตุการณรถ กระบะชนนักปนจักรยานรอบโลกเสียชีวิตคือ อะไร จากนั้นครูใหนักเรียนจับคูกับเพื่อนที่นั่ง ใกลกัน แลวชวยกันระดมความคิดหาคําตอบ วา จากตัวอยางขาวปญหาที่จําเปนตองแกคือ อะไร และมีวิธีการแกปญหาอยางไร (แนวตอบ ปญหาอาจเกิดจากความประมาทของ ผูขับขี่รถยนต หรือจักรยานไมมีสัญญาณไฟที่ ชัดเจน ดังนั้น ตองหาอุปกรณที่ใหความสวาง ติดกับตัวจักรยานและนักปนจักรยาน หรือ ประดิษฐอุปกรณที่ชวยสงสัญญาณใหชัดเจน เพื่อปองกันอันตรายใหกับนักปนจักรยาน) 3. ครูสุมนักเรียน 2-3 คู ออกมาเฉลยคําตอบของ คูตนเองหนาชั้นเรียน นักเรียนคูอื่นรวมแสดง ความคิดเห็นและชวยสรุปคําตอบใหตรงกัน แนวตอบ คําถามสําคัญประจําหัวข้อ การประยุกตใชกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมสามารถดําเนินการไดตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ระบุปญหา 2. รวบรวมขอมูลและแนวคิดที่ เกี่ยวของกับปญหา 3. ออกแบบวิธีการแกปญหา 4. วางแผนและดําเนินการแกปญหา 5. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไขวิธีการแกปญหาหรือ ชิ้นงาน 6. นําเสนอวิธีการแกปญหา ผลการแกปญหา หรือชิ้นงาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T52
ขอสอบเนน การคิด ถาตองการวิเคราะหปญหาที่เกิดกับผลิตภัณฑที่วางจําหนาย ในทองตลาด จะสามารถคนหาขอมูลไดจากที่ใดจึงจะเหมาะสม ที่สุด 1. พนักงานฝายบุคคล 2. ผูบริโภคหรือผูใชผลิตภัณฑ 3. ผูผลิตหรือผูสรางผลิตภัณฑ 4. วิเคราะหสถานการณจากรานคาปลีก (วิเคราะหคําตอบ การคนควาหาขอมูลเกี่ยวกับปญหาที่เกิดกับ ผลิตภัณฑที่วางจําหนาย สามารถหาไดจากผูบริโภคหรือผูใช ผลิตภัณฑโดยตรง เพราะ ทําใหทราบถึงขอดีและขอบกพรอง ของผลิตภัณฑ สวนบุคคลในขออื่นไมไดใชผลิตภัณฑโดยตรงหรือ ซื้อไปแตยังไมไดจึงไมสามารถใหขอมูลที่จะนํามาใชวิเคราะหได ดังนั้น ตอบขอ 2.) 1 ขั้นสอน กําหนดปญหา 1. ครูแบงกลุมใหนักเรียนกลุมละ 3-4 คน จากนั้น ใหสมาชิกในกลุมแบงหนาที่กันรับผิดชอบ ดังนี้ ผูเขารวมแขงขัน 1 คน ผูสังเกตการณ 1-2 คน และกรรมการตัดสิน 1 คน 2. ครูนํานักเรียนไปทํากิจกรรมการแขงขันปน จักรยานที่สนามฟุตบอล โดยกอนการแขงขัน ครูแจงวัตถุประสงคและกติกาการแขงขันให นักเรียนเขาใจตรงกัน 3. ครูใหสมาชิกแตละกลุมปฏิบัติตามที่ไดรับ มอบหมายและเริ่มแขงขันปนจักรยานรอบ สนามฟุตบอล 4. ครูติดตามการแขงขัน สังเกตพฤติกรรมการทํา กิจกรรมของนักเรียนแตละกลุม ทําความเข้าใจปญหา 1. ครูสุมถามนักเรียนแตละคนวา ปญหาและ อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหวางการแขงขันปน จักรยานของกลุมนักเรียนมีอะไรบาง (แนวตอบ การเลี้ยวรถจักรยานตองมีการใช สัญญาณมือเพื่อขอทาง อาจทําใหผูปนจักรยาน เสียการทรงตัวและลมได และดานวิบากเปน อุปสรรคในการทรงตัวของผูปนจักรยานที่อาจ เปนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ) 2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาแผนผังความ เขาใจในหนังสือเรียน หนา 47 แลวรวบรวม ขอมูลที่เกี่ยวของกับปญหาในการทํากิจกรรม ปนจักรยานรอบสนามฟุตบอลของกลุม จากนั้น ใหนําขอมูลมาสรุปเปนแผนผังความเขาใจตาม ตัวอยางในหนังสือเรียน นักเรียนควรรู 1 สัญญาณมือ คือ การใหสัญญาณดวยมือและแขนของผูขับขี่ เชน • เมื่อจะลดความเร็วของรถ ใหผูขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอ ระดับไหล และโบกมือขึ้น-ลงหลายครั้ง • เมื่อจะหยุดรถ ใหผูขับขี่ยื่นแขนขวาออกไปนอกรถเสมอระดับไหล ยกแขนขวาทอนลางตั้งฉากกับแขนทอนบน และตั้งฝามือขึ้น • เมื่อจะใหรถคันอื่นผานหรือแซงขึ้นหนา ใหผูขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไป นอกรถเสมอระดับไหล และโบกมือไปทางขางหนาหลายครั้ง • เมื่อจะเลี้ยวขวาหรือเปลี่ยนชองเดินรถไปทางขวา ใหผูขับขี่ยื่นแขนขวา ตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล 1 สัญญาณมือ คือ การใหสัญญาณดวยมือและแขนของผูขับขี่ เชน นํา สอน สรุป ประเมิน T53
จากการตั้งค�าถามดังกล่าว ท�าให้เกิดความคิดที่หลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นที่น�ามาทดลองปฏิบัติ คือ “การสร้างหมวก จักรยานอัจฉริยะ” ที่สามารถส่งสัญญาณเลี้ยวซ้ายและขวาได้โดยผ่านรีโมตควบคุม การสร้างเทคโนโลยีชิ้นนี้มีจุดประสงค์ เพื่อน�ามาแก้ปัญหา ดังนี้ 1 ส่งเสริมให้ผู้ปั่นจักรยานและผู้สัญจรได้รับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น 2 ส่งเสริมให้ผู้ปั่นจักรยานได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น 3 ส่งเสริมให้เกิดการออกก�าลังกาย ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา หลักการส�าคัญในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา คือ การสร้างต้นแบบเพื่อทดสอบความคิด ในกรณีนี้อุปกรณ์ต่างๆ ถูกน�ามาใช้เพื่อสร้างต้นแบบของหมวกจักรยานอัจฉริยะ เช่น ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน สายไฟ LED บล็อกใส่วงจร เป็นต้น หมวกจักรยานอัจฉริยะนี้ สามารถเปิดไฟหน้า ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉินได้โดยการสั่งผ่านรีโมตไร้สาย นอกจากนี้ ไฟเลี้ยวของหมวกยังสามารถเปิดได้นานถึง 5 วินาที หมวกจักรยานอัจฉริยะมีน�้าหนักรวมทั้งหมด 375 กรัม ภาพที่ 3.30 หมวกอัจฉริยะ ภาพที่ 3.31 หมวกอัจฉริยะ 48 ที่สามารถส่งสัญญาณเลี้ยวซ้ายและขวาได้โดยผ่านรีโมตควบคุม1 ขั้นสอน ทําความเข้าใจปญหา 3. ครูสุมตัวแทนนักเรียน 2-3 กลุม ออกมาอธิบาย แผนผังความเขาใจของกลุมตนเอง นักเรียน กลุมอื่นๆ รวมกันวิเคราะหปญหาที่มีลักษณะ คลายกันจากการทํากิจกรรม และเสนอ แนวทางแกปญหา 4. ครูนําปายคําวา หมวกจักรยานอัจฉริยะแก ปญหาอุบัติเหตุในการปนจักรยาน ไปติดบน กระดานหนาชั้นเรียน หมวกจักรยานอัจฉริยะ ควรมีรูปแบบอยางไร โดยใหนําปญหาที่พบ จากการทํากิจกรรมปนจักรยานรอบสนามมา เปนตัวชวยในการตั้งคําถามเกี่ยวกับปญหา เพื่อใชเปนแนวทางในการแกปญหา 5. นักเรียนแตละกลุมศึกษาวิธีการตั้งคําถามเกี่ยว กับปญหาจากหนังสือเรียน แลวรวมกันระดม สมองอธิบายเกี่ยวกับปญหาที่พบจากการปน จักรยานรอบสนามลงในกระดาษ A4 ตาม ประเด็น ดังนี้ • ปญหาที่พบคืออะไร • ปญหาที่เราจะตองแกไขคืออะไร • เราจะมีวิธีการแกปญหาอยางไร เสร็จแลวใหสมาชิกแตละกลุมรวมกันออกแบบ วิธีการนําเสนอผลงานที่นาสนใจ กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนออกเปน 4-5 กลุม ตามความเหมาะสม ให นักเรียนแตละกลุมระดมสมองลําดับความสําคัญของปจจัยในการ ออกแบบตนแบบของชิ้นงานตอไปนี้จากมากที่สุดไปยังนอยที่สุด ก. คุณภาพวัสดุ ข. ความสวยงาม ค. ความปลอดภัย ง. ความสะดวกในการใชงาน จ. ความสะดวกในการเคลื่อนยาย จากนั้นใหแตละกลุมออกมานําเสนอลําดับความสําคัญของ กลุม พรอมอธิบายเหตุผลประกอบ นักเรียนควรรู 1 รีโมตควบคุม หรือรีโมตคอนโทรล คือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสชนิดหนึ่ง ใชสําหรับควบคุมการดําเนินการของสิ่งประดิษฐหรือเครื่องจักรตางๆ โดยเฉพาะ เครื่องใชไฟฟาภายในบาน เชน โทรทัศน เครื่องเสียง เครื่องเลนดีวีดี จากระยะไกล โดยไมใชสายไฟฟาเปนตัวสงสัญญาณ แตใชสัญญาณอินฟราเรดแทน (หรือใช สัญญาณวิทยุแตพบไดนอย) ใชพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดเล็กไมกี่กอนเทานั้น มีขนาดพอเหมาะกับมือ และมีปุมฟงกชันตางๆ อยูครบ 1 รีโมตควบคุม หรือรีโมตคอนโทรล คือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสชนิดหนึ่ง นํา สอน สรุป ประเมิน T54
ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบ ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไข สิ่งที่ยังไม่เข้าใจ • การใช้งานของรีโมต ไอเดียใหม่ๆ เพิ่มเติม • ปรับระบบสัญญาณไฟให้หลากหลาย เหมาะกับการใช้งาน เช่น มีสัญญาณ เสียงไซเรน เป็นต้น สิ่งที่พัฒนาได้ • อายุของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น สิ่งที่ชอบ • สะดวกสบายมากขึ้นในการส่ง สัญญาณเลี้ยว • รู้สึกปลอดภัยเวลาปั่น เมื่อได้ต้นแบบของหมวกจักรยานอัจฉริยะแล้ว ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการเทคโนโลยี คือ การทดสอบว่าการท�างาน ของหมวกนั้นถูกต้องและตอบโจทย์ของผู้ใช้หรือไม่ และมีส่วนใดที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขบ้าง ภาพที่ 3.32 แผนภาพแสดงการทดสอบหมวกจักรยานอัจฉริยะ ขั้นตอนที่ 4 วางแผนและด�าเนินการแก้ปัญหา กิจกรรม ระยะเวลาที่ใช้ คิดเลือกหัวเรื่องและการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง 15 พฤษภาคม - 31 พฤษภาคม การเขียนเค้าโครงของโครงงาน 1 มิถุนายน - 30 มิถุนายน การปฏิบัติโครงงาน 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม การเขียนรายงาน 1 กันยายน - 30 กันยายน การน�าเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน 1 ตุลาคม - 15 ตุลาคม ตารางที่ 3.1 วางแผนการปฏิบัติงาน หมวกอัจฉริยะ ตารางที่ 3.2 แผนการด�าเนินงาน หมวกอัจฉริยะ กิจกรรม ระยะเวลาที่ใช้ พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. คิดเลือกหัวเรื่องและการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การเขียนเค้าโครงของโครงงาน การปฏิบัติโครงงาน การเขียนรายงาน การน�าเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน 49 ผลงานออกแบบเทคโนโลยี ดําเนินการศึกษาค้นคว้า 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษา การออกแบบ วิธีการแกปญหากรณีตัวอยางที่ 1 จากหนังสือ เรียน หนา 46-50 จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุม รวมกันเสนอชื่ออุปกรณที่คิดวาควรนํามาใชใน การสรางตนแบบหมวกจักรยานอัจฉริยะ ใหครู บันทึกบนกระดาน 2. นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาคุณสมบัติของ วัสดุอุปกรณตางๆ บนกระดาน และตัวอยาง การสรางหมวกจักรยานอัจฉริยะจากแหลง ขอมูลที่หลากหลาย และสื่อสารสนเทศตางๆ ขั้นสอน ทําความเข้าใจปญหา 6. แตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอผลงาน ตามที่ไดออกแบบไว จากนั้นครูใหนักเรียน รวมกันวิเคราะหวา นอกจากการทดลองปน จักรยานดวยตนเอง เราสามารถเขาใจถึง ปญหาการสงสัญญาณขณะปนจักรยานได อยางไรบาง สังเคราะห์ความรู้ นักเรียนแตละกลุมลงมือสรางตนแบบหมวก จักรยานอัจฉริยะตามที่ไดศึกษา เมื่อทําเสร็จแลว ใหนักเรียนทําการทดสอบการทํางานของหมวก จักรยานอัจฉริยะ แลวบันทึกผลการทดสอบตาม ประเด็นในหนังสือเรียน ไดแก • สิ่งที่ชอบ • สิ่งที่พัฒนาได • สิ่งที่ยังไมเขาใจ • ไอเดียใหมๆ เพิ่มเติม กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนออกเปน 4-5 กลุม ใหนักเรียนดูตารางผลการทดสอบ เครื่องฟอกอากาศรุน 1 ดานลางนี้ แลวระดมความคิดภายในกลุม เพื่อตัดสินใจวา จะออกแบบเครื่องฟอกอากาศรุน 2 อยางไร นักเรียนควรรู 1 หมวกจักรยาน เปนอุปกรณปองกันตนเองที่สําคัญสําหรับผูขี่รถจักรยาน แบงตามรูปแบบหลักๆ ได 4 ประเภท คือ • หมวกเสือหมอบ มีลักษณะเดน คือ เบา มีรูระบายอากาศเพื่อระบายความ รอนเวลาปนเร็ว หรือไกล • หมวกเสือภูเขา มี 2 แบบ คือ แบบครึ่งใบและเต็มใบ ลักษณะเดน คือ จะมีแผงกันแดดหรือดินยื่นออกมาขางหนา • หมวกลูลม มีลักษณะคือ มีชองระบายอากาศนอยหรือไมมีเลย ใชสําหรับแขงขันจักรยานไตรกีฬา และมักใสรวมกับแวนกันลม • หมวกใสในเมือง มีลักษณะคลายหมวกกันน็อกครึ่งใบ มีชองลมนอย มีนํ้าหนักมาก และมีความแข็งกวาหมวกประเภทอื่นๆ 1 หมวกจักรยาน เปนอุปกรณปองกันตนเองที่สําคัญสําหรับผูขี่รถจักรยาน แผนภาพแสดงการทดสอบหมวกจักรยานอัจฉริยะ 1 สิ่งที่ชอบ สิ่งที่พัฒนาได • นํ้าหนักเบา • อายุการใชงานของไสกรอง • เคลื่อนยายสะดวก สิ่งที่ยังไมเขาใจ ไอเดียใหมๆ เพิ่มเติม • แหลงพลังงาน 2 ระบบ จากไฟบานและแบตเตอรี่ • ระบบการฆาเชื้อดวย รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) นํา สอน สรุป ประเมิน T55
ขอสอบเนนการคิด ขั้นสรุป สรุปและประเมินคาของคําตอบ 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา ตาม กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เมื่อเรา ทําการทดสอบตนแบบหรือผลิตภัณฑ แลวพบ ความบกพรองหรือเห็นแนวทางที่จะพัฒนาใหดี ยิ่งขึ้น ก็ควรปรับปรุง แกไข เพื่อใหไดผลิตภัณฑ ที่ตอบสนองความตองการของผูใชมากที่สุด จากนั้นครูใหนักเรียนศึกษาขั้นตอนการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไขวิธีการแกปญหา หรือชิ้นงานจากหนังสือเรียน หนา 50 2. นักเรียนลงมือปรับปรุงแกไขหมวกอัจฉริยะของ กลุมตนเองอีกครั้ง เสร็จแลวประเมินผลการ ปรับปรุงแกไขจนกวาสมาชิกทุกคนในกลุมจะ พอใจ เกร็ดแนะครู ครูอาจจะฝกทักษะการเขียน storyboard ใหนักเรียน โดยเตรียมขอมูล โครงงาน 1-2 โครงงาน เปนตัวอยางใหนักเรียนนําไปฝกเขียน storyboard กอนจะเริ่มทําโครงงานจริง จะชวยใหนักเรียนสามารถเขียน storyboard ให โครงงานของกลุมตนเองไดดีขึ้น ขอดีของการนําเสนองานดวย storyboard มีประโยชนอยางไร กับการพัฒนางานโดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมาก ที่สุด 1. สามารถใชเทคโนโลยีที่ทันสมัยชวยในการนําเสนอได 2. มีการใชภาพประกอบชวยใหเขาใจกระบวนการไดงายขึ้น 3. นําเสนอกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมไดงายกวาวิธีอื่น 4. มีความสอดคลองและครอบคลุมทั้งกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม (วิเคราะหคําตอบ การนําเสนองานดวย storyboard มีประโยชน กับการพัฒนางานโดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมาก ที่สุด คือ มีความสอดคลองและครอบคลุมทั้งกระบวนการ ดังนั้น ตอบขอ 4.) นําเสนอและประเมินผลงาน 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมเตรียมตัวเสนอผลงาน ดวย storyboard โดยใหนักเรียนแตละกลุม ศึกษาวิธีการนําเสนอผลงานดวย storyboard และวิธีการจัดทํา storyboard จากหนังสือเรียน หนา 50 2. นักเรียนแตละกลุมลงมือทํา storyboard เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการดําเนินการจัดทํา หมวกจักรยานอัจฉริยะของกลุมตนเอง ลงใน กระดาษ 100 ปอนด สําหรับนําเสนอ 3. นักเรียนแตละกลุมผลัดกันออกมานําเสนอ ผลงาน storyboard หมวกจักรยานอัจฉริยะ จนครบทุกกลุม แลวรวมกันอภิปรายและสรุป เกี่ยวกับหมวกจักรยานอัจฉริยะกับการแกปญหา การเกิดอุบัติเหตุของผูปนจักรยาน และ แนวทางในการพัฒนาคุณภาพของหมวกให ดียิ่งขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T56
ขอสอบเนน การคิด ขอมูลใดไมเกี่ยวของกับการรวบรวมและวิเคราะหขอมูลการทํา ผลไมลอยแกวขาย แตไมรูวาจะใชผลไมชนิดใดของโบว 1. สอบถามราคาผลไมชนิดตางๆ กับชาวสวนผลไม 2. แจกแบบสอบถามผลไมลอยแกวที่ชอบของคนในชุมชน 3. ทดลองใหคนในตลาดชิมผลไมลอยแกวกอน แลวขอความ คิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติที่ชอบ 4. ศึกษาวิธีการจําหนายผลไมลอยแกวจากอินเทอรเน็ต (วิเคราะหคําตอบ ตัวเลือกขอ 1. 2. และ 3. เปนแหลงรวบรวมขอมูล ที่ใหขอมูลที่เปนประโยชนในการผลิตผลไมลอยแกวของโบว สวน ขอ 4. ใหขอมูลเกี่ยวกับวิธีการจําหนายผลไมลอยแกวของโบว ซึ่ง จะเกิดหลังจากที่มีการผลิตสินคาเสร็จแลว จึงไมเกี่ยวของกับการ หาขอมูลของการเริ่มตนผลิต ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ขั้นสอน กําหนดปญหา 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษากรณีศึกษาที่ 2 หุนยนตปากกา จากหนังสือเรียน จากนั้นให สมาชิกแตละคนในกลุมแยกยายกันไปรวมกับ สมาชิกกลุมอื่น แลวตั้งเปนกลุมใหม 2. สมาชิกกลุมใหมรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับ ปญหา หรือความตองการของการสรางหุนยนต ปากกา จากนั้นสมาชิกกลุมใหมแยกยายกลับ กลุมเดิม เกร็ดแนะครู ครูอาจจะเตรียมคลิปเกี่ยวกับความตองการในการสื่อสารและจดบันทึก ของผูพิการทางรางกายหรือสายตา เพื่อใหนักเรียนไดเห็นสภาพของปญหาจริง วา ในปจจุบันผูพิการกลุมดังกลาวมีความลําบากในการสื่อสารและจดบันทึก อยางไร เพื่อใหเกิดความเขาใจปญหาที่ชัดเจน และชวยนําไปสูการเรียนรู กระบวนการแกปญหาในขั้นตอนตอไปไดงายยิ่งขึ้น ขั้นนํา กระตุ้นความสนใจ ครูชักชวนนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการศึกษา กรณีศึกษาที่ 1 หมวกจักรยานอัจฉริยะ ที่ผานมา วา มีกระบวนการทํางานเปนขั้นตอนอยางไรบาง (แนวตอบ เปนการทํางานที่นํากระบวนการเทคโนโลยี มาใชเปนแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมแตละ ขั้นตอน ทําใหมีกระบวนการทํางานอยางเปน ระบบ) นํา สอน สรุป ประเมิน T57
ขอสอบเนนการคิด ถากลุมเปาหมายของนักเรียนเปนผูพิการทางการพูดและการ ไดยิน วิธีการใดไมเหมาะสมในการใชเก็บขอมูล 1. ใชการสังเกต 2. ใชแบบสอบถาม 3. ใชการสัมภาษณ 4. ใชการรวมประสบการณ (วิเคราะหคําตอบ การสัมภาษณ เปนวิธีที่ไมเหมาะสมกับการ เก็บขอมูลผูพิการทางการพูดและการไดยิน เพราะจําเปนตอง อาศัยลามในการสัมภาษณ อาจตองใชเวลาและคาใชจายเพิ่มขึ้น ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสอน ทําความเข้าใจปญหา 1. นักเรียนกลุมเดิม ผลัดกันนําความคิดเห็น และ ความรูที่ไดจากการอภิปรายรวมกับสมาชิก กลุมอื่นมานําเสนอใหสมาชิกในกลุมฟง โดย ใหสมาชิกแตละคนในกลุมชวยกันตรวจสอบ ความถูกตองและหาขอมูลเพิ่มเติมใหสมบูรณ 2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมนําขอมูลที่เกี่ยวของ กับปญหาที่รวบรวมไดมาเขียนเปนแผนผัง ความเขาใจตามตัวอยางในหนังสือเรียน หนา 52 3. นักเรียนแตละกลุมรวมกันวิเคราะหปญหา เกี่ยวกับการประดิษฐหุนยนตปากกา โดยการ ตั้งคําถามตามประเด็น ดังนี้ • ปญหาที่พบคืออะไร • ปญหาที่เราจะตองแกไขคืออะไร • เราจะมีวิธีการแกปญหาอยางไร ดําเนินการศึกษาค้นคว้า 1. นักเรียนแตละกลุมนําประเด็นคําถามที่คิดได มาเปนแนวทางในการพิจารณาและวิเคราะห วา หุนยนตปากกาของกลุมนักเรียนควรมี ความสามารถอยางไรบาง โดยใหสมาชิก แตละกลุมระดมความคิดรวมกันออกแบบ ความสามารถของหุนยนตปากกาที่สามารถ ตอบสนองความตองการของผูใชไดอยาง เหมาะสมเสร็จแลวรวบรวมจดบันทึกเปนขอๆ ลงในกระดาษ A4 เกร็ดแนะครู การใชผังความเขาใจในการวิเคราะหขอมูลจะชวยในการตรวจสอบ คุณสมบัติของตนแบบที่สรางขึ้นมาดวยวา สามารถแกปญหาไดครอบคลุมและ สอดคลองกับสภาพปญหาหรือไม อยางไร หากตนแบบที่สรางขึ้นยังออกแบบ มาไดไมครอบคลุมกับสภาพปญหาก็สามารถตรวจสอบไดงาย รวมทั้งชวยให มองเห็นแนวทางในการแกไขปรับปรุงตนแบบไดชัดเจน นํา สอน สรุป ประเมิน T58
ขอสอบเนน การคิด 1 ความเหมาะสมของขนาดและสัดสวนในการออกแบบชิ้นงาน ขึ้นอยูกับขอใดมากที่สุด 1. ความตองการของผูผลิต 2. ความตองการของผูบริโภค 3. ความคิดสรางสรรคของผูผลิต 4. ความคิดสรางสรรคของผูออกแบบ (วิเคราะหคําตอบ การสรางผลิตภัณฑตางๆ การออกแบบรูปราง ลักษณะ และประโยชนใชสอยตางๆ มีวัตถุประสงคเพื่อตอบสนอง ความตองการของผูใชหรือผูบริโภค ดังนั้น ตอบขอ 2.) ขั้นสอน ดําเนินการศึกษาค้นคว้า 2. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลที่วิเคราะหเกี่ยวกับ ความสามารถของหุนยนตปากกามาออกแบบ การทํางานของหุนยนตปากกาของกลุม นักเรียน โดยเขียนเปนขั้นตอนตามตัวอยาง ในหนังสือเรียน หนา 53 นักเรียนควรรู 1 อักษรเบรลล เปนอักษรสําหรับคนตาบอด ประดิษฐโดย ลูอิส เบรลล (Louis Braille) ครูตาบอดชาวฝรั่งเศส มีลักษณะเปนจุดนูนเล็กๆ ใน 1 ชอง ประกอบดวยจุด 6 ตําแหนง ซึ่งนํามาจัดสลับกันไปมาเปนรหัสแทนอักษรตาดี หรือสัญลักษณทางคณิตศาสตร วิทยาศาสตร โนตดนตรี ฯลฯ การเขียนใช เครื่องมือเฉพาะเรียก สเลต (Slate) และดินสอ (Stylus) การพิมพใชเครื่องพิมพ เรียก เบรลเลอร (Brailler) ใชกระดาษหนาขนาดกระดาษวาดรูป 1 อักษรเบรลล เปนอักษรสําหรับคนตาบอด ประดิษฐโดย ลูอิส เบรลล นํา สอน สรุป ประเมิน T59
ขอสอบเนนการคิด ขั้นตอนการท�างานของหุ่นยนต์ข้างต้น ต้องมีองค์ประกอบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ อธิบายได้ดังนี้ • ร่างต้นแบบของชิ้นงานที่ท�าด้วยเชือกฟางและตัวต่อ ของเล่น • ร่างต้นแบบของชิ้นงานที่ท�าด้วยเชือกฟางและตัวต่อ ของเล่น และมอเตอร์ควบคุม มีการออกแบบโครงสร้างของหุ่นยนต์ให้สามารถ เลื่อนในแนวแกนXและYได้หลายวิธี เช่น การใช้มอเตอร์ สองตัววาดเป็นวงกลม การใช้มอเตอร์ที่มีล้อวิ่งบนราง การ ใช้มอเตอร์ขับเฟืองตรงควบคุมเฟืองสะพานเลื่อน การใช้ เฟืองตัวหนอนกับเฟืองสะพาน การใช้สายพานเลื่อนการใช้ ล้อเลื่อนกระดาษ เป็นต้น รางเคลื่อน ตัวชี้ รางคู่ ฮาร์ดแวร์ ตัวอย่าง การร่างต้นแบบของชิ้นงาน ภาพที่ 3.35 แผนภาพแสดงการออกแบบโครงสร้างของหุ่นยนต์ ด้วยฮาร์ดแวร์ ภาพที่ 3.36 ร่างต้นแบบชิ้นงาน (ที่มาของภาพ : โครงงานหุ่นยนต์ปากกา) ภาพที่ 3.37 ร่างต้นแบบชิ้นงาน (ที่มาของภาพ : โครงงานหุ่นยนต์ปากกา) ภาพที่ 3.39 การทดสอบชิ้นงานด้วยโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ (ที่มาของภาพ : โครงงานหุ่นยนต์ปากกา) ชิ้นงานที่ได้จากการออกแบบ การทดสอบชิ้นงาน • หุ่นยนต์เขียนหนังสือระบบรางเคลื่อนบนรางคู่ • การทดสอบการเคลื่อนไหวของชิ้นงานด้วยโทรศัพท์ มือถือผ่านบลูทูธ ภาพที่ 3.38 ระบบรางเคลื่อนบนรางคู่ (ที่มาของภาพ : โครงงานหุ่นยนต์ปากกา) 54 การออกแบบในขอใดทําใหไดตนแบบที่มีรูปทรงใกลเคียงกับ ของจริงมากที่สุด 1. การรางภาพ 2. การสรางหุนจําลอง 3. การเขียนแผนภาพลายเสน 4. การวาดภาพ 2 มิติ ดานหนา ดานขาง ดานบน (วิเคราะหคําตอบ การสรางหุนจําลองเปนการสรางวัสดุ 3 มิติ ขึ้น เพื่อเลียนแบบของจริง ทําใหเห็นทุกดานของชิ้นงาน และมีลักษณะ รายละเอียดใกลเคียงของจริงมากที่สุด ยกเวนขนาดที่มีความ แตกตาง ดังนั้น ตอบขอ 2.) ขั้นสอน ดําเนินการศึกษาค้นคว้า 3. นักเรียนแตละกลุมศึกษาขั้นตอนการทํางาน และการรางตนแบบของหุนยนตปากกาใน หนังสือเรียน หนา 54 สังเคราะห์ความรู้ 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันรางตนแบบหุน ยนตปากกาของกลุมตนเอง ตามตัวอยางที่ได ศึกษา พรอมทั้งระบุเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณที่จะ นํามาใชเปนสวนประกอบของหุนยนตปากกา ของกลุมตนเอง เชน มอเตอร รางเลื่อนเฟอง ตัวหนอน เฟองสะพาน สายพาน สวิตชเปด-ปด 2. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การออกแบบ การทํางานของหุนยนตปากกา จะตองมีองค ประกอบทั้งฮารดแวรและซอฟตแวร ถานักเรียน มีความเขาใจทั้ง 2 ระบบนี้ จะทําใหนักเรียน สามารถสรางหุนยนตปากกาที่มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความตองการของผูใชไดอยางดี และเหมาะสม 3. ครูใหนักเรียนพัฒนาฮารดแวรหุนยนตปากกา ของกลุมตามขั้นตอนในหนังสือเรียน หนา 54 นักเรียนควรรู 1 เฟองตัวหนอน เปนเครื่องกลที่ทํางานโดยการหมุนแนวเพลาขับและ เพลาตาม การทํางานของเฟองตัวหนอนจะเงียบและมีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้น นอย เนื่องจากการสงถายกําลังจากเฟองขับไปยังเฟองตามนั้นเปนไปในลักษณะ ของการลื่นไถล 2 เฟองสะพาน มีหนาที่ คือ ใชในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ในลักษณะ การหมุนหรือการเคลื่อนที่เชิงมุม เปนการเคลื่อนที่เชิงเสนหรือการเคลื่อนที่กลับไป กลับมา มีลักษณะเปนแทงยาวตรง สามารถทํามุมกลับลําตัวไดประมาณ 90 องศา และมีฟนเฟองอยูดานบนขบอยูกับสวนที่เปนฟนเฟอง 1 เฟองตัวหนอน เปนเครื่องกลที่ทํางานโดยการหมุนแนวเพลาขับและ 2 เฟองสะพาน มีหนาที่ คือ ใชในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ในลักษณะ เฟืองตัวหนอนกับเฟืองสะพาน 1 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T60
ขอสอบเนน การคิด ตนแบบหุนยนตปากกาของทรงวิทยปากกาไมยอมเคลื่อนที่ตาม เสนที่วาดลงในแอปพลิเคชัน จากขอความดังกลาว นักเรียนคิดวา เกิดจากปญหาดานใด 1. ดานฮารดแวร 2. ดานซอฟตแวร 3. ดานฮารดแวรและซอฟตแวร 4. ไมสามารถระบุไดจนกวาจะมีการตรวจสอบโดยละเอียด (วิเคราะหคําตอบ จากสถานการณปญหาที่โจทยกําหนด คําตอบ ขอ 1. 2. และ 3. มีความเปนไปไดทั้งหมด แตไมสามารถระบุชัดเจน ไดจนกวาจะมีการตรวจสอบโดยละเอียด ดังนั้น ตอบขอ 4.) 1 ขั้นสอน สังเคราะห์ความรู้ 4. ครูใหนักเรียนศึกษาการพัฒนาระบบซอฟตแวร และแอปพลิเคชันของหุนยนตปากกาใหหนังสือ เรียน หนา 55 5. ครูใหนักเรียนพัฒนาระบบซอฟตแวรและ แอปพลิเคชันหุนยนตปากกาตามขั้นตอนใน หนังสือเรียน หนา 55 นักเรียนควรรู 1 ซอฟตแวร (software) หมายถึง ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใชสั่งให คอมพิวเตอรทํางาน โดยคําสั่งเหลานี้เรียงกันเปนโปรแกรมคอมพิวเตอร การทํางานพื้นฐานเปนการกระทํากับขอมูลที่เปนตัวเลขฐานสอง ซึ่งใชแทนขอมูล ที่เปนตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือเสียงพูดก็ได 2 บลูทูธ (bluetooth) คือ ระบบสื่อสารของอุปกรณอิเล็กทรอนิกสแบบ 2 ทาง ดวยคลื่นวิทยุระยะสั้น (Short-Range Radio Links) ที่ปราศจาก การใชสายเคเบิลหรือสายสัญญาณเชื่อมตอ และไมตองใชการเดินทางแบบ เสนตรงเหมือนกับอินฟราเรด ซึ่งจะชวยเพิ่มความสะดวกมากกวาการเชื่อมตอ แบบอินฟราเรดที่ใชในการเชื่อมตอระหวางโทรศัพทมือถือกับอุปกรณ ในโทรศัพทมือถือรุนเกา 1 ซอฟตแวร (software) หมายถึง ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใชสั่งให 2 บลูทูธ (bluetooth) คือ ระบบสื่อสารของอุปกรณอิเล็กทรอนิกสแบบ 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T61
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนนการคิด การวิเคราะหขอมูลจากการประเมินผลเปนขั้นตอนที่มีความสําคัญตอการ ปรับปรุงแกไขชิ้นงาน ครูควรฝกหรือทบทวนทักษะการวิเคราะหขอมูลใหกับ นักเรียน เพื่อใหนักเรียนสามารถสรุปแนวทางในการปรับปรุงแกไขชิ้นงานได อยางถูกตองและเหมาะสมกับบริบทของปญหา การประเมินผลหลังการทดสอบมีประโยชนอยางไร 1. ชวยใหทราบขั้นตอนการสรางผลงาน 2. ชวยเลือกแนวทางการออกแบบที่เหมาะสมที่สุด 3. ชวยใหทราบแนวทางการพัฒนาผลงานใหสมบูรณ 4. ชวยใหประหยัดคาใชจายและปลอดภัยในการทํางาน (วิเคราะหคําตอบ การประเมินผลหลังการทดสอบ เปนขั้นตอน ที่สะทอนใหเห็นประสิทธิภาพจริงของชิ้นงาน และสามารถนําไป เปนแนวทางในการปรับปรุงหรือพิจารณาในการผลิตและออกแบบ ครั้งตอไป ดังนั้น ตอบขอ 3.) ขั้นสอน สังเคราะห์ความรู้ 6. ครูใหนักเรียนศึกษาการเขียนแผนการปฏิบัติ งานและการดําเนินงานของหุนยนตปากกาใน หนังสือเรียน หนา 56 7. ครูใหนักเรียนเขียนแผนการปฏิบัติงานและการ ดําเนินงานของหุนยนตปากกาตามขั้นตอนใน หนังสือเรียน หนา 56 8. นักเรียนแตละกลุมลงมือสรางตนแบบหุนยนต ปากกาของกลุมตนเองตามที่ไดออกแบบไว เสร็จแลวนําชิ้นงานที่ไดมาทดสอบการทํางาน วา สามารถทํางานไดตรงตามที่ออกแบบไว หรือไม นํา สอน สรุป ประเมิน T62
นักเรียนควรรู 1 การเขียนโปรแกรม หรือการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร เปนขั้นตอน การเขียน ทดสอบ และปรับปรุงแกไขรหัสตนฉบับของโปรแกรมคอมพิวเตอร ซึ่งรหัสตนฉบับจะเขียนดวยภาษาโปรแกรม ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมจะตอง ใชความรูในหลายดาน โดยเกี่ยวกับโปรแกรมที่ตองการจะเขียน และขั้นตอน วิธีที่จะใช ซึ่งในวิศวกรรมซอฟตแวร การเขียนโปรแกรมถือเปนทักษะที่จําเปน ในการพัฒนาซอฟตแวร 1 การเขียนโปรแกรม หรือการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร เปนขั้นตอน ขั้นสอน สังเคราะห์ความรู้ 9. นักเรียนปรับปรุงแกไขการทํางานของหุนยนต ปากกาของกลุม จากขอมูลที่ไดจากการ ประเมินผลการทดสอบ ขั้นสรุป สรุปและประเมินคาของคําตอบ 1. นักเรียนนําขอมูลที่ปรับปรุงแกไขแลวมา อภิปรายรวมกันในกลุม แลวหาวิธีการพัฒนา ชิ้นงานใหมีประโยชนมากขึ้น ลดขอจํากัดให นอยลง พรอมสรุปลงในกระดาษ A4 และรวมกัน ออกแบบรูปแบบการนําเสนอ หนา 57 2. ครูใหนักเรียนเขียนสรุปอุปสรรคในการสราง ชิ้นงานตามตัวอยางในหนังสือเรียน หนา 57 3. ครูใหนักเรียนเขียนแนวทางการออกแบบ เพื่อ ตอยอดชิ้นงานตามตัวอยางในหนังสือเรียน หนา 57 4. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง ศึกษากรณี ตัวอยาง หมวกจักรยานอัจฉริยะและหุนยนต ปากกา 5. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง การพัฒนา โครงงาน 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โครงงานวิทยาศาสตร กลุมละ 1 โครงงาน กิจกรรม ทาทาย แบงนักเรียนเปน 4 กลุม อานสถานการณตอไปนี้ ผลจากการทดสอบการทํางานของหุนยนตปากกา พบวา การสั่งงานดวยแอปพลิเคชันบนโทรศัพทมือถือผานทางสาย USB ทํางานไดเร็วกวาแบบไรสายผานสัญญาณบลูทูธ นักเรียนจะเลือก แกปญหาตามแนวทางใดตอไปนี้ 1. พัฒนาระบบการทํางานผานสัญญาณบลูทูธใหดีขึ้น 2. นําระบบการทํางานผานสัญญาณบลูทูธออก 3. หาเทคโนโลยีแบบไรสายที่มีประสิทธิภาพสูงกวาบลูทูธ มาใชงานแทน แลวใหแตละกลุมชวยกันคิดวา จะแกปญหาตามทางเลือกใน ขอใด แลวออกมานําเสนอพรอมใหเหตุผลประกอบ 1 นํา สอน สรุป ประเมิน T63
ขอสอบเนนการคิด การนําเสนอการใชงานเทคโนโลยีที่พัฒนาสําเร็จขอใดชวยให เกิดความเขาใจไดดีที่สุด 1. สาธิตการใชงานจริงใหดู 2. อธิบายวิธีการใชงานใหฟง 3. เปดคลิปวิดีโอการใชงานใหดู 4. อธิบายวิธีการใชงานโดยใชภาพประกอบ (วิเคราะหคําตอบ สาธิตการใชงานจริงใหดูชวยใหเกิดความเขาใจ ไดดีที่สุด ดังนั้น ตอบขอ 1.) ขั้นสรุป นําเสนอและประเมินผลงาน 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมเขียน storyboard สําหรับนําเสนอผลงาน 2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอผลงาน ดวย storyboard 3. ครูตรวจสอบความถูกตองจากการทําใบงาน 4. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โครงงาน วิทยาศาสตร 5. ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน 6. ใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 52-62 ขั้นประเมิน นําเสนอและประเมินผลงาน นําเสนอและประเมินผลงาน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบ หลังเรียน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจชิ้นงาน ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมิน ชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมิน การนําเสนอ ผลงาน แบบประเมิน การนําเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางาน รายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรม การทํางานกลุม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน รายบุคคลและการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและ ประเมินผลจากแบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม การทํางานรายบุคคล และแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมที่แนบมา ทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T64
T65 แนวตอบ Self-Check 1. ถูก 2. ถูก 3. ผิด 4. ถูก 5. ถูก แนวตอบ Unit Activity ครูตรวจสอบกระบวนการทํางานของเครนจําลอง ระบบทางเทคโนโลยี และขั้นตอนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในรายงานของนักเรียนแตละกลุม นํา สอน สรุป ประเมิน
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมการเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ากัด. ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบัน. (2557). หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : สกสค. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์. (2559). การเขาใจวิทยาศาสตรที่ครบถวน : เปาหมายสูงสุดของสะเต็มศึกษา. กรุงเทพมหานคร : น�าศิลปโฆษณา. . (2559). ถอดรหัสการสอนสะเต็ม. กรุงเทพมหานคร : น�าศิลปโฆษณา. . (2559). สะเต็มศึกษา : ปญหาจากกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม. กรุงเทพมหานคร : น�าศิลปโฆษณา. International Technology and Engineering Educators Association. (2017). Engineering by Design. Retrieved November 15, 2017, from https://www.iteea.org/EbD.aspx Peter Stensel. (2016). Design in Life : Design & Technology for Lower Secondary. 15th ed. n.p.:Pedrson Education South Asia. Richard H. Moyer and Susan A. Everett. (2012). Everyday Engineering:putting the E in STEM Teaching Learning. Virginia: National Science Teachers Association. . (2016). More Everyday Engineering:putting the E in STEM Teaching Learning. Virginia: National Science Teachers Association. เว็บไซต์ iStock. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม, 2560, จากเว็บไซต์ https://www.istockphoto.com/th บรรณานุกรม T66