The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dakcula, 2022-02-01 11:15:16

รปจ.กองร้อย

รปจ.กองร้อย

ระเบียบปฏิบัติประจำ ( สนาม )

กองรอ้ ยทหารม้า

กองพันทหารม้าที่ ๑๙

พ.ศ. ๒๕๔๙

--------------------------------

๑. กลา่ วทว่ั ไป

ก. ความมงุ่ หมาย
๑) รปจ. ฉบับนี้ กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ของ ร้อย.ม. ม.พัน.๑๙ ในเรื่องของงาน

ยทุ ธการ การสนบั สนนุ การรบ และการสนบั สนุนการช่วยรบ เมอื่ ปฏิบัติการในสนาม
๒) รปจ. ฉบับนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของกองร้อย เพื่อจะทำให้การปฏิบัติเป็น

อันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ก่อให้เกิดการสับสน และขัดแย้ง และให้หน่วยรองยึดถือ รปจ. ฉบับนี้ เป็นหลักปฏิบัติ
นอกจากจะได้รับคำส่งั จาก ผบ.รอ้ ย.ม. เปน็ อยา่ งอ่นื

๓) รปจ. ฉบบั นี้ อำนวยใหห้ นว่ ยสามารถปฏบิ ตั ิการในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้โดยไม่ตอ้ งรอรับคำสัง่
๔) รปจ. ฉบับนี้ กำหนดขึ้นเพือ่ ให้ มว.ลว. ของ ร้อย.ม. ใช้เป็นหลักในการฝึกตรวจสอบการปฏบิ ัตใิ น
สนาม
๕) ผบ. สว่ นต่าง ๆ รบั ผดิ ชอบในการเผยแพร่เอกสารนี้ ให้นายทหารและนายสบิ ทม่ี ีหนา้ ที่ สำคัญ ๆ ของ
กองร้อยไดอ้ ่านและทำความเข้าใจใน รปจ. ฉบับนี้
ข. ความสอดคลอ้ ง
๑) หน่วยรองจะกำหนด รปจ. สนาม เพื่อใชใ้ นหน่วยของตนโดยอาศัย รปจ. สนาม ฉบับนี้เปน็ หลัก และ
ใหส้ อดคลอ้ งกนั ดว้ ย
๒) รปจ. ฉบบั นี้ จัดทำไว้ใช้รว่ มกบั รปจ. อื่น ๆ ของ ม.พนั .๑๙
ค. การกระจายข่าวสาร ให้กบั หนว่ ยในอัตรา, หน่วยทีม่ าขึน้ สมทบ และหนว่ ยที่มาข้นึ ควบคุมทางยุทธการ
จะต้องทำความเขา้ ใจ และปฏิบัติตาม รปจ. น้ี
ง. การเปลี่ยนแปลง การแนะนำ และการเปลี่ยนแปลง รปจ. ฉบับนี้ สามารถกระทำได้ โดยแจ้งต่อ ผบ.
ร้อย. และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ผบ.ร้อย. เป็นผู้ดำเนินการ และแจ้งให้กำลังพลทุกนายทราบ ถึงการ
เปลยี่ นแปลงนน้ั ๆ
จ. การแจกจา่ ย รปจ. ฉบบั นแ้ี จกจ่ายต่อ ผบ.หนว่ ยรอง, ผบ.หน่วยทม่ี าขึน้ สมทบ และหน่วยทีม่ าข้ึนควบคมุ
ทางยุทธการ

๒. การบงั คบั บญั ชาและการควบคุม

ก. การจัด



๑) ผงั การจัด

บก.ร้อย
หมู่ บก. หมู่ ซบร. หมู่ สภร.

๒) การประกอบกำลัง ร้อย.ม. สามารถจัดกำลังเข้าทำการรบออกเป็นแบบต่าง ๆ ได้ถึง ๕ แบบ ตาม
วตั ถุประสงค์ของการใชห้ นว่ ย และตามภารกจิ ทีไ่ ด้รบั มอบ

แบบท่ี ๑

แบบที่ ๒

๑ (-) ๒ (-) ๓ (-) ค.

- มว.ลว. หย่อนกำลงั หมู่ ค.
- หมู่ ค. รวมเป็น มว.ค. โดยอยู่ในความควบคุมของ รอง.ผบ.รอ้ ย. ซึ่งทำหน้าที่ ผบ.มว.ค. และ ผบ.
หมู่ ค. มว.ลว.ท่ี ๑ ทำหนา้ ท่ี รอง.ผบ.มว.ค.
- ความถี่วทิ ยุภายใน มว.ค. ใชค้ วามถขี่ อง มว.ค.



แบบที่ ๓

๑ (-) ๒ (-) ๓ (+)

- มว.ลว.ท่ี ๑ และ ๒ หย่อนกำลังหมู่ ค.
- หมู่ ค. มว.ลว.ท่ี ๑ และ ๒ มารวมอยู่ท่ี มว.ลว.ท่ี ๓ โดย ผบ.มว.ลว.ท่ี ๓ เป็นผ้คู วบคุมการใช้ ค.

เป็นสว่ นรวม

แบบที่ ๔

ปล. คห. ค.

- จดั รวมสว่ นทเ่ี หมือนกันไวด้ ว้ ยกนั จัดกำลงั เปน็ มว.
- ความถว่ี ิทยุ ใชค้ วามถีเ่ ดมิ ของ ผบ.มว.
- ความถีภ่ ายใน มว.ค. ใช้ความถี่ มว.ค.
- ผบ.มว.ถ. คอื ผบ.มว.๑ โดยมี รอง ผบ.มว.ท่ี ๑ เป็น รอง ผบ.มว.
- ผบ.มว.ปล. คือ ผบ.มว.๒ โดยมี ผบ.หมู่ ปล. ของ มว.๒ เปน็ รอง ผบ.มว.
- ผบ.มว.คห. คือ ผบ.มว.๓ โดยมี ผบ.ตอนคอยเหตุ ของ มว.๓ เปน็ รอง ผบ.มว.
- ผบ.มว.ค. คือ รอง ผบ.รอ้ ย. โดยมี ผบ.หมู่ ค. ของ มว.๑ เปน็ รอง ผบ.มว.

แบบที่ ๕

สว่ นดำเนนิ กลยทุ ธ ผบ.รอ้ ย ฐานยงิ รอง ผบ.ร้อย
มว.ปล. มว.คห. มว.ถ. มว.ค.



ผบ.รอ้ ย. ควบคมุ สว่ นดำเนินกลยุทธ ประกอบด้วย มว.ปล. และ มว.คห.
รอง ผบ.รอ้ ย. ควบคุม สว่ นยิง ประกอบดว้ ย มว.ถ. และ มว.ค.
ในกรณีที่มีการจัดกำลัง โดยแยกส่วนทีเ่ หมือนกนั ไวร้ วมกัน เช่น การจัดแบบ ๓ หรือ แบบ ๔ มีการปฏบิ ตั ิ
ดงั นี้
๑. ระบวุ ัน และ เวลาทเี่ รม่ิ โอนการบงั คบั บญั ชา
๒. ระบสุ ถานท่ี ของการรวมเปน็ หน่วยใหม่
๓. การปรับคลน่ื ความถว่ี ิทยุ
๔. ลำดับความเรง่ ด่วนในการใช้เสน้ ทาง
๕. ลำดบั ความเรง่ ดว่ นในการส่งกำลงั บำรงุ
๖. การแจง้ สถานการณ์ และ ขา่ วสารท่จี ำเป็นตอ่ หนว่ ย
๗. การตรวจสภาพความพรอ้ มรบ
๘. มอบภารกิจ

มว.ถ. ผบ.มว.ลว. ๑ น. ๑
๑๙
พลขบั รถ ผบ.มว. ส. ๑๙

๒๖ ๒๕ ๒๔ ๒๓ ๒๒ ๒๑ ผบ.รถ ถ. พลฯ ๖
ตอน ถ. ๒ ตอน ถ. ๑
รวม ๒๐

ตอน ถ. ๑ ประกอบดว้ ย ถ. หมายเลข ๒๑ , ๒๒ และ ๒๓
ผบ.มว. อยู่ ถ. หมายเลข ๒๑ ซ่ึงต้องตดิ วทิ ยุ ๒ เครื่อง หรอื บนรถ บก.มว.
ถ. หมายเลข ๒๑ ประกอบดว้ ย ผบ.มว. ๑ , พลยงิ , พลขับ
สำหรับ ผบ.รถ คัน ๒๑ เดมิ ให้ปรับไปอยู่ รถ ๑/๔ ตนั บก.มว.

ตอน ถ. ๒ ประกอบด้วย ถ. หมายเลข ๒๔ , ๒๕ , และ ๒๖
รอง ผบ.มว. อยู่ ถ. หมายเลข ๒๔ โดย รอง ผบ.มว. ๑ ปฏบิ ตั ิเปน็ รอง ผบ.มว.ถ.
ถ. หมายเลข ๒๔ ประกอบด้วย รอง ผบ.มว. ๑ , พลยงิ , พลขับ
ความถ่วี ทิ ยภุ ายใน มว.ถ. ใช้ความถขี่ อง มว. ๑

มว.ปล. ๕
๑๙
ผบ.มว.ลว. ๒ น. ๑
๓๓ ๓๒ ๓๑ พลขับ ส. ๑๐
พลฯ ๒๑
ผบ.มว.ปล. คอื ผบ.มว. ๒ อย่บู นรถ ๓๑ หรอื ถ. บก.มว. รวม ๓๒
ผบ.หมู่ ปล. ของ มว. ๒ ปฏบิ ตั เิ ป็น รอง ผบ.มว.ปล.
ความถ่ีวทิ ยุภายใน มว.ปล. ใช้ความถ่ีของ มว.๒

มว.คห. ผบ.มว.ลว. ๓ น. ๑
๑๙
พลขับ ส. ๒๕
๒๔ ๒๓ ๒๒ ๒๑
๓๔ ๓๓ ๓๒ ๓๑ ตอน คห. มว. ๒ ๑๔ ๑๓ ๑๒ ๑๑ พลฯ ๑๒
ตอน คห. มว. ๓
ตอน คห. มว. ๑ รวม ๓๘

ผบ.มว.คห. คอื ผบ.มว. ๓ อยูบ่ นรถ บก.มว.
ผบ.ตอน คห.มว. ๓ ปฏบิ ตั ิเป็น รอง ผบ.มว.คห.
ความถ่วี ิทยภุ ายใน มว.คห. ใชค้ วามถขี่ อง มว. ๓

มว.ค. รอง ผบ.รอ้ ย น. ๑
๒๘
พลวทิ ยุโทรเลข ส. ๑๐
๔๓ ๔๒ ๔๑
พลฯ ๑๒

รวม ๒๓

รอง ผบ.รอ้ ย. ควบคมุ มว.ค. อาจอยู่บนรถ รอง ผบ.ร้อย หรอื อยู่ กบั ๔๑
ผบ.หมู่ ค. มว. ๑ ปฏิบัตเิ ปน็ รอง ผบ.มว.
ความถวึ่ ทิ ยภุ ายใน มว.ค. ใช้ความถ่ี มว.ถ. ที่ระบใุ น นปส.



ข.สายการบังคับบัญชา สายการบงั คับบญั ชาจะเป็นตามลำดบั ดังน้ี
ผบ.รอ้ ย., รอง ผบ.รอ้ ย., ผบ.มว., น.ซบร., นตต., หน่วยขน้ึ สมทบ, หน่วยท่ีขึน้ ควบคมุ ทางยุทธการ, ผตน.,
จ่ากองร้อย, รอง ผบ.มว. ซึ่งในระดับเดียวกันจะพิจารณาความอาวุโสตาม วัน, เดือน, ปี การติดยศ และสายการ
บงั คับบัญชานี้ ทก.พนั และ ผบู้ ังคบั บญั ชาหนว่ ยเหนือ จะต้องไดร้ บั ทราบสายการ บช. ทนั ทที ีส่ ามารถกระทำได้
ค. กลุ่มผู้รับคำสั่ง ขึ้นอยู่กับคำส่ังการของ ผบ.ร้อย. เพื่อที่จะได้รับทราบรายละเอียดของตัวคำสั่ง ซึ่งเป็น
คำสงั่ ด้วยวาจา หรือ เป็นลายลักษณ์อักษร มีรายละเอียดดังนี้

๑) แบบ ก.
ในกรณีเพ่อื การวางแผนอยา่ งรวดเรว็ และการปฏิบัติอย่างเรง่ รบี และทนั ที ประกอบด้วย ผบ.ร้อย.,

ผบ.มว. ดำเนนิ กลยทุ ธ ( ทัง้ ในอตั รา, สมทบ และควบคุมทางยทุ ธวิธี ) ผตน., รอง ผบ.รอ้ ย., น.ซบร. หรอื จ่ากองร้อย
๒) แบบ ข.
ในกรณีเพื่อการลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศที่เร่งรีบ หรือเพื่อการประหยัดเวลา ในการสั่งการ

ประกอบด้วย
ผบ.ร้อย. ผบ.มว.ดำเนนิ กลยุทธ ( ท้งั ในอตั รา และท่ีมาสมทบ )
ผตน. รอง ผบ.ร้อย.
น.ซบร. จ่ากองร้อย
ผบ.หนว่ ยที่มาขนึ้ สมทบ, ขน้ึ ควบคมุ ทางยุทธการ, หนว่ ยสนบั สนนุ การรบ และผบ.หน่วยสนับสนุน

การช่วยรบ

๓) แบบ ค.
ในกรณีเพื่อการวางแผนอย่างละเอียด และสำหรับการเตรียมการที่ดี ประกันความผิดพลาด

ประกอบด้วย กลุ่มผรู้ ับคำส่งั ในแบบ ข. รวมกับบุคคลดังต่อไปนี้
นายสบิ สง่ กำลงั , นายสิบ นชค., นายสบิ พยาบาล และ นายสิบยานยนต์
๔) แบบ ง.
ในกรณีเพื่อการวางแผนอยา่ งละเอียด และสำหรับการเตรยี มการท่ดี ี ประกันความผดิ พลาดและ

มีเวลามาก ประกอบดว้ ย กลุ่มผู้รับคำสั่งในแบบ ค. รวมกบั บคุ คลดังตอ่ ไปนี้
ผบ.รถ ทุกนาย และ ผบ.หมู่

ง. ระเบยี บการนำหนว่ ย
๑) รับมอบภารกจิ ทำการวเิ คราะห์ภารกิจ และ วางแผนการใชเ้ วลา
๒) ออกคำสั่งเตรยี ม
๓) ประมาณสถานการณ์
๔) วางแผนข้ันต้น ( ปจั จุบนั คือ การเคลือ่ นย้ายเท่าท่จี ำเปน็ )
๕) การ ลว. ( ใน แผนท่ี และในภมู ิประเทศ )
๖) ทำคำสัง่ สมบรู ณ์



๗) ออกคำสั่ง ( ณ จุดทเ่ี หมาะสม )
๘) กำกบั ดแู ล และปรับปรงุ ซักซอ้ ม
จ. การประมาณสถานการณ์
๑) วเิ คราะห์ ปัจจยั METT - T

ก) M = ภารกจิ
ข) E = ข้าศึก ( ที่ตั้ง, การวางกำลัง, การประกอบกำลัง, กำลัง, จุดอ่อน และลักษณะพิเศษของ
ข้าศกึ )
ค) T = ภูมิประเทศ และลมฟา้ อากาศ

(๑) พยากรณอ์ ากาศ และข้อมูลแสงสว่าง
(๒) วิเคราะหภ์ มู ิประเทศ โดยใช้ OCOKA

O = พน้ื การยงิ และการตรวจการณ์
C = การกำบงั และการซ่อนพราง
O = เคร่อื งกดี ขวาง
K = ภูมิประเทศสำคัญ
A = ชอ่ งทางเข้าออก ( ท้ังหน่วยเดนิ เท้า และยานเกราะ )
ง) กำลังที่มีอยู่ ( T )
(๑) จำนวนยานรบและอาวธุ ท่ีมอี ยแู่ ละใช้การได้
(๒) กำลังพลท่ีมอี ยู่จริง
จ) เวลาที่มีอยู่ ( T ) โดยแบง่ เป็น เวลาในการวางแผน และเวลาในการปฏิบตั ิ
๒) กำหนดหนทางปฏิบัติ อย่างน้อย ๒ หนทาง
๓) วเิ คราะห์ หนทางปฏบิ ตั ิต่าง ๆ น้ัน ในลกั ษณะการวาดภาพการรบ
๔) พจิ ารณา และเปรยี บเทียบข้อดี และข้อเสียของแต่ละหนทางปฏบิ ัติ
๕) ตกลงใจ และเลอื กหนทางปฏิบัตอิ อกมาเปน็ แผนขั้นตน้

ฉ. การสอ่ื สาร
๑) ขา่ ยยทุ ธการ | ขา่ ยวิทยุ FM เปน็ ขา่ ยการติดตอ่ สือ่ สารหลัก ในการควบคมุ การยุทธในปกติจะเปิดใน

ตำแหน่ง NEW SQUECH และ ในตำแหน่งการส่ง LOW และ โนม้ เสาวทิ ยุผกู ติดกบั ตัวรถ ยกเว้นในกรณีทห่ี วงั ผลใน
การสง่ ระยะไกลจงึ ปลอ่ ยเสาวิทยุ

ในที่รวมพลเสาวิทยุให้ถอดออกครึ่งต้น เพื่อเป็นการซ่อนพราง ยกเว้นเครื่องที่จำเป็นจริง ๆ ที่จะต้อง
ดำรงการตดิ ต่อส่อื สารในระยะไกล ๆ และให้ใชก้ ารสื่อสารทางสายเปน็ หลกั ระหวา่ งทอี่ ยใู่ นทร่ี วมพล และในท่ีรวม
พล ให้หลีกเลี่ยงการใช้ลำโพงจากตัววิทยุ ให้ใช้ปากพูดหูฟังแทน ยกเว้นในส่วนของ วิทยุ ชุด ๔๖ ให้สามารถใช้
ลำโพงได้ แต่ใหเ้ ปดิ เสียงใหค้ ่อย เพยี งแต่พอไดย้ ิน



ในทร่ี วมพลแต่ละ มว. จัดส่งนำสาร ๑ นาย เพือ่ ชว่ ยในการวางสายโทรศัพท์ ไปยงั ทก.รอ้ ย และเมือ่ วาง

สายเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ จงึ กลับไปอยทู่ ่ี มว. ของตนเอง ในการส่งพลนำสารไปยงั ทก.รอ้ ยนน้ั ให้รีบดำเนินการให้เร็ว

ที่สดุ ทันทจี ากเขา้ ทรี่ วมพล, ที่มัน่ สกดั ก้นั หรือ ทม่ี ัน่ ตงั้ รับเรียบร้อย

การติดต่อภายใน มว. ในขณะที่อยู่ในที่รวมพล หรือ รถแต่ละคันภายใน มว. อยู่ใกล้กัน ให้ใช้ทัศน

สัญญาณเปน็ หลกั การสอ่ื สารทางวทิ ยุ ควรใช้เป็นหนทางสุดทา้ ย

๒) ขา่ ยวทิ ยุ \ มีดงั ตอ่ ไปนี้

ตำแหน่ง การตดิ ต่อหลัก การติดตอ่ รอง และเฝา้ ฟัง

ผบ.รอ้ ย. ขา่ ยกองรอ้ ย ข่ายกองพัน

รอง ผบ.รอ้ ย. ขา่ ยกองพนั ข่ายกองรอ้ ย

นตต. ขา่ ยกองร้อย ขา่ ยกองพัน

น.ซบร. ข่ายกองร้อย

ผบ.มว. ข่าย มว. ข่ายกองร้อย

รอง ผบ.มว. ขา่ ยกองร้อย ข่าย มว.

จา่ กองรอ้ ย ขา่ ยกองร้อย ข่ายธุรการกองพนั

ส. สง่ กำลงั ขา่ ยกองรอ้ ย

ผบ.รถ ของ มว. ข่าย มว.

ผตน. ขา่ ยยิงสนับสนนุ ข่ายกองร้อย, ขา่ ยกองพนั ,มว.ค.

๓) การ JAMMING และ การรบกวนคลื่น | หากรู้ตัวว่ากำลังถูกรบกวนคลื่น ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน

ดงั ตอ่ ไปนี้

ก) ตรวจสอบการขัดข้องทเ่ี กิดขน้ึ โดยถอดสายอากาศต่อหน้าเคร่ืองวิทยุออก หากยงั มีอาการคลื่น

รบกวน หรอื มกี ารขัดขอ้ งอยู่ แสดงว่า วิทยเุ สยี หรือ ขดั ขอ้ ง

ข) เปลีย่ นไปใช้ตำแหนง่ ส่ง HIGH

ค) ดำเนนิ การตดิ ตอ่ สอ่ื สารต่อไปภายใตก้ ารรบกวนของคลืน่ โดยดำเนินการดงั นี้

(๑) ใช้เวลาในการส่งขา่ วใหส้ ั้นลง ( สง่ ข่าวใหเ้ ร็วขน้ึ )

(๒) ขา่ วในแตล่ ะวรรคให้ สง่ ซ้ำ ๒ ครง้ั

(๓) ขยบั รถเพื่อหาตำแหนง่ ท่ีอยู่ ในการสง่ คล่ืนทดี่ ี และพน้ จากการถูกรบกวน

(๔) เปลีย่ นความถีว่ ิทยุใหม่ ตามคำสง่ั ของ ผบ.ร้อย.

ง) รายงานหน่วยเหนอื ในเรอื่ งการถูกรบกวนคลืน่

จ) ในการสง่ ขา่ วต่อ ๆ ไป เม่อื ทราบว่าถูกรบกวนคลืน่ ในการสง่ ขา่ วให้เพิ่มความเข้มงวดในการใช้

ประมวลลับในการสง่ ขา่ ว

๔) การตดิ ต่อส่ือสาร

ก) ประมวลลบั นปส. และ ประมวลลบั เพิ่มเติมตามคำสงั่ ยุทธการ ตอ้ งนำมาใช้ตลอดเวลา การส่ง

ข่าวจะต้องใช้ประมวลลบั และมีการรบั รองฝ่ายเสมอ

(๑) การร้องขอการยิงสนับสนุน



(๒) การเลื่อนฉากการยิง
(๓) สญั ญาณบอกฝ่าย
(๔) สัญญาณผา่ น
(๕) การเพ่ิมการยิง, การเริ่มยิง และ การหยุดยงิ
(๖) การถอนตัว, การผละ, การเข้าที่ตัง้ สำรอง, การถอย
(๗) การโจมตี ( ทางอากาศ, ทางพืน้ ดนิ , โดย นชค. )
(๘) การยดึ ท่หี มายได้ และ การบรรลุภารกิจ
ข) ทัศนสัญญาณ การติดต่อสอื่ สารภายใน มว. ให้ใชท้ ัศนสญั ญาณใหม้ ากทสี่ ุด

๓. การรกั ษาความปลอดภยั

ก. สภาพความพร้อมรบ
๑) พรอ้ มรบ ระดบั ๑
ก) กำลงั พลทุกนายพร้อมปฏิบตั ิภารกจิ กำลังพลพร้อมบนรถทุกนาย
ข) รถทุกคนั บรรทุกเรยี บร้อย, ทำการระวงั ปอ้ งกัน และอาวุธทุกชนดิ มีพลประจำพร้อมทำการยิง
ค) รถทุกคันพร้อมทำการเคลื่อนย้ายทันที เมื่อสั่ง ถอนที่ฟังการณ์ หรือที่ตรวจการณ์กลับขึ้นรถ

พรอ้ มเคล่ือนย้าย
๒) พรอ้ มรบ ระดับ ๒
ก) การเตรียมการการเคลื่อนย้ายเรยี บร้อย ที่ฟังการณ์ หรอื ทตี่ รวจการณ์ เรมิ่ ดำเนนิ การถอน
ข) รถทกุ คันพรอ้ มเคลอ่ื นย้ายภายใน ๑๕ นาที
๓) พรอ้ มรบระดบั ๓
ก) กำลังพล ๒๕% ของแต่ละสว่ น พกั ผอ่ น รบั ประทานอาหาร และทำการ ปบ.
ข) กำลังพลท่เี หลอื เตรยี มพรอ้ มบนรถ ประจำอาวุธ จัดตั้งท่ีตรวจการณ์ หรือที่ฟังการณ์ เครื่องมือ

ส่อื สารจัดพลประจำ
ค) รถทุกคนั พร้อมเคลื่อนยา้ ยภายใน ๓๐ นาที

๔) พร้อมรบระดับ ๔
ก) กำลงั พล ๕๐% ของแตล่ ะส่วนพกั ผอ่ น รับประทานอาหาร และ ปบ.
ข) มีพลประจำรถอยา่ งน้อย ๑ นาย ประจำอาวุธ เคร่ืองมือสอื่ สาร
ค) รถทุกคนั พรอ้ มเคลอื่ นยา้ ยภายใน ๑ ช่ัวโมง

ข. การปฏิบตั ิเม่อื รบั คำสงั่ เตรียมพรอ้ ม
๑) ติดตัง้ ยทุ โธปกรณ์ทุกชนิดยกเว้น การสือ่ สารทางสาย เช่น สายโทรศพั ท์
๒) กำลงั พล พรอ้ มบนรถ และมพี ลประจำอาวธุ
๓) ตรวจเคร่อื งมือเคร่ืองใช้, ยทุ โธปกรณ์ และแผนการบรรทุก
๔) รถทุกคนั ติดเคร่อื งยนต์ โดยคำสง่ั จาก ผบ.มว. ( ตดั สายโทรศัพท์ )
๕) ตรวจสอบ เคร่อื งกีดขวาง, ซอ่ มแซม หรือ กู้ ( หากมกี ารวางเคร่ืองกีดขวาง )
๖) พร้อมเคลอ่ื นยา้ ยเมอ่ื รับคำสงั่

๑๐

๗) รายงานสถานภาพ ต่อ ทก.ร้อย ( นำ้ เงิน ๑๑ )
๘) เลกิ การเตรียมเม่อื รบั คำส่ังจาก ผบ.รอ้ ย.
ค. การระวังปอ้ งกนั รอบตวั
๑) หนว่ ยต้องทำการระวังปอ้ งกนั รอบตัวตลอดเวลา ( โดยแบ่งความรบั ผดิ ชอบโดยใช้ระบบนาฬิกา ซ่งึ มี
ขบวนสัมภาระ และ ทก.ร้อย อยู่ย่านกลาง ) โดยอาจระบุว่า ๑๒ น. คือ ทิศเหนือ หรืออาจทำการตกลงอย่างหนึ่ง
อยา่ งใดไว้โดย ผบ.ร้อย มว.ต่าง ๆ ทำการประสานการปฏบิ ตั ิในเร่ืองดงั ต่อไปน้ี โดยประสานจาก ซา้ ย ไป ขวา

ก) แผนการยิงของอาวุธยิงเลง็ ตรง, เป้าหมายของ ค., ป. ที่ครอบคลุม รวมท้งั พนื้ ทีอ่ บั กระสุน
ข) ที่ต้งั รถ และ กำลงั ทลี่ งรบเดินดิน
ค) ที่ต้งั ของ ที่ตรวจการณ์ ทีฟ่ ังการณ์ เสน้ ทางต่าง ๆ และเส้นทางหลักการรุกของ ขศ.
๒) การปฏบิ ตั ิ เมือ่ แตล่ ะสว่ นวางตวั
ก) มว. จัดต้งั ท่ตี รวจการณ์ อยา่ งนอ้ ย ๒ ที่
ข) ทีต่ รวจการณ์ จะต้องมีกลอ้ งสอ่ งสองตา .กลอ้ งตรวจการณ์เวลากลางคนื ( ถา้ มี ), แผนท่ี, เข็มทิศ,
ประมวลลับ, เคร่อื งมือส่อื สาร และ อาวธุ
ค) ในชว่ งเวลาทัศนวสิ ยั จำกัด ต้องจัดเตรียม และใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน
ง) จดั เตรยี มชดุ นชค. ( ถ้ามี )
จ) จดั ต้ังสนามทุ่นระเบิดแบบเรง่ ดว่ น หรือเคร่อื งกีดขวางปอ้ งกนั ตน
ฉ) จดั ต้งั ระบบเตือนภยั หรอื ระบบแจง้ เตือน รอง มว. กำกบั ดูแล
๓) การพราง
ก) ใช้ประโยชน์จากสง่ิ ทมี อี ยู่ตามธรรมชาติ และมนุษยส์ รา้ งข้นึ ให้มากทส่ี ุด ในการพรางท่ีต้ัง
ข) รกั ษาวนิ ัยการใช้ เสยี ง, แสง, การทง้ิ ร่องรอย และ ผบ.มว. คอยปรับปรุงการพรางให้กลมกลืนกับ
ธรรมชาตติ ลอดเวลา
๔) แผนการนอน
ก) แต่ละ มว. ดำเนนิ การจดั ใหม้ ีแผนการนอนในทนั ทที ่ีสามารถกระทำได้
ข) จ่ากองร้อยกำกบั ดูแลแผนการนอน ใหเ้ ป็นไปตามคำสง่ั การของ ผบ.รอ้ ย
ค) จัดแผนการนอนโดยให้มีการพักผ่อนให้มากที่สุด และจะต้องสอดคล้องกับแผนการจัดคนทำการ
ระวังป้องกนั
ง) ผบ.ร้อย กบั รอง ผบ.ร้อย ผลดั กนั นอน
๕) การรักษาความปลอดภัย
ก) ต้องมีการระวังป้องกันทุกครั้งที่หยุดอยู่กับที่ แต่ละ มว. ต้องจัดกำลังพลอย่างน้อย ปีกละคน
ออกไปทำการระวงั ปอ้ งกนั ทางปีกในระยะอยา่ งน้อย ๕๐ เมตร
ข) ต้องมพี ลประจำอาวุธอยตู่ ลอดเวลา
ค) เมอื่ ลงรบเดินดนิ อาวธุ ประจำกายต้องติดตัวตลอดเวลา
ง) รถทุกคันจัดยามอากาศ

๑๑

จ) ในขณะที่รถเคลื่อนที่ พลประจำรถจะอยู่ในตำแหน่งเปิดป้อม และโผล่ออกมานอกป้อมทำการ
ตรวจการณ์ ยกเว้นพลขับต้องอยูใ่ นตำแหน่งท่ไี มโ่ ผล่ออกมานอกปอ้ ม และเมอ่ื สถานการณบ์ ังคบั จงึ ทำการเปดิ ป้อม

ฉ) ผบ.รถ คอยตรวจการณ์ไปทางด้านหลังเสมอ มิใชแ่ ต่ตรวจการณไ์ ปขา้ งหน้าเพียงอย่างเดียว
ช) ใหม้ กี าร รวป. ทนั ทีทีท่ ำได้ โดยอาจจดั จาก ตอนคอยเหตุ ไประวังป้องกนั ทางปีก หรอื ทางแยก
ซ) ใหใ้ ช้ กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนให้เกดิ ประโยชนท์ ี่สดุ
ด) กวดขนั การรกั ษาวนิ ยั การพราง
ต) รอง ผบ.ร้อย และ จ่ากองร้อย รับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของ ทก.ร้อย และขบวน
สัมภาระ
ถ) ให้ดำรงการติดต่อกับรถคันหน้าด้วยสายตา หรือด้วยการพบปะ เมื่อมีการหยุดรูปขบวนในเวลา
กลางคืน
ท) ตรวจบุคคลโดยการใช้สญั ญาณบอกฝ่ายทกุ คนทีพ่ บใน พท. ทรี่ บั ผดิ ชอบ

๔. การจัดกำลังเขา้ ทำการรบ

ก. การสมทบ และการแยกสมทบ
๑) หมวด :
ก) การบังคับบัญชา และการควบคุม รอง ผบ.ร้อย ประสานการปฏิบัติในรายละเอียดของการ

เคลื่อนย้าย และการติดต่อกับหน่วยที่มีการสมทบ รอง ผบ.ร้อยจะต้องระบุเวลา และสถานที่ที่ต้องติดต่อ
ประสานงานกัน และหนว่ ยทม่ี ีการสมทบกจ็ ะต้องแลกเปล่ียนขอ้ มูลเก่ียวกับ รปจ. และ นปส. ระบรุ ะบบการรับรอง
ฝ่ายทั้งในระยะใกล้ และไกล ( ระยะใกล้ เช่น สัญญาณผ่าน โดยการซักถาม ระยะไกล ได้แก่ ระบบการรบั รองฝา่ ย
ทางวิทยุ และการติดตั้งระบบการรับรองฝ่ายทางทัศนะ เช่น การติดธง หรือการใช้แผ่นผ้าสัญญาณ เป็นต้น ) รอง
ผบ.รอ้ ย สง่ ขอ้ มลู สถานภาพตา่ ง ๆ ของ มว. ทไี่ ปขนึ้ สมทบไปยัง รอง ผบ.รอ้ ย ของหนว่ ยท่รี บั การสมทบ ผบ.มว. ที่
ไปขึ้นสมทบรายงานสถานภาพต่าง ๆ ต่อ ผบ.ร้อย ที่ไปขึ้นสมทบด้วยวาจา และรับคำสั่ง แผ่นบริวารจาก ผบ.ร้อย.
คนใหม่ ถ้าพบปะกนั ระหว่าง ผบ.มว. ทไ่ี ปขึน้ สมทบกับ ผบ.ร้อย ท่ีรบั การสมทบไม่สามารถกระทำได้ ใหใ้ ช้การติดต่อ
ทางวิทยแุ ทน หรือพบปะกันในโอกาสทจ่ี ะกระทำไดท้ ี่จดุ พบ

ข) การสง่ กำลงั : มว. ท่จี ะไปขึน้ สมทบใหด้ ำเนินการทดแทน กำลังพล และ สป.ตา่ ง ๆ กอ่ น มว. อื่น
ๆ ทมี่ ิได้ไปขึ้นสมทบ และในขณะเดียวกันกจ็ ะได้รบั ความเรง่ ด่วนในการ ซอ่ มบำรุงเป็นอันดับแรก เพอ่ื ใหท้ ุกสง่ิ พร้อม
ก่อนที่จะถึงเวลาการขึ้นสมทบ การสมทบกันระหว่าง มว. จะต้องไม่มี นอกจาก ผบ.ร้อย สั่ง โดยปกติทั่วไปการ
สมทบในระดบั ตำ่ สดุ จะเปน็ การแยก หรือไดร้ ับ มว. ทง้ั มว. ทำการสมทบ และ มว. ทจี่ ะตอ้ งแยกไปสมทบ จะได้รับ
ความเรง่ ดว่ นในการรับขา่ วสาร, ภารกิจ หรอื การเคลือ่ นย้ายในขัน้ ต้นก่อนส่วน อ่นื ๆ

๒) กองร้อย :
ก) กล่าวทั่วไป : เมื่อกองร้อยจะต้องไปขนึ้ สมทบกบั กองพันเฉพาะกจิ หรือหนว่ ยอน่ื ๆ การปฏิบัติ

ให้กระทำเหมอื นกับการปฏบิ ัตกิ ารสมทบในระดับหมวด ซ่ึงกลา่ วไว้แล้วในข้างตน้
ข) การบังคับบัญชา และการควบคุม : รอง ผบ.ร้อย ประสานการปฏบิ ัตขิ ้อมลู ในรายละเอียดของ

การเคลื่อนย้าย และการติดต่อ รอง ผบ.ร้อย. จะได้รับข้อมูลสถานภาพต่าง ๆ ของกำลังพล และยุทโธปกรณ์จาก

๑๒

ฝอ.๑, ๔ ของกองพันท่ีไปขึ้นสมทบ ผบ.ร้อย รายงานตัว และรายงานสถานภาพ ด้วยวาจาต่อ ผบ.พัน ที่ไปสมทบ
หากไมส่ ามารถกระทำไดใ้ หใ้ ช้การส่งขา่ ว หรือรายงานทางวทิ ยุ เชน่ เดียวกนั กับที่กล่าวแลว้ ข้างตน้

ค) การส่งกำลัง : จ่ากองร้อยดำเนินการรวบรวม และเคลื่อนย้ายขบวนสัมภาระของกองร้อยไปกับ
กองรอ้ ยไปยงั ท่รี วมพลแห่งใหม่ หรอื ท่ีตัง้ ของกองพนั ทไี่ ปข้ึนสมทบตามคำสัง่ ที่ไดร้ ับจากกองพัน ซึ่งท้ังหมดนี้รวมถึง
ขบวนสัมภาระพักด้วย โดยขบวนสัมภาระพักของกองร้อย จะไปรวมอยู่กับขบวนสัมภาระพักของกองพันที่ไปขึ้น
สมทบ ยกเว้นจะมคี ำส่งั เป็นอย่างอน่ื

ข. การขา่ วกรอง
๑) ทว่ั ไป
ก) กำลงั พลทกุ นายมีหนา้ ท่ีให้ขา่ วสารแก่ผบู้ ังคบั บญั ชาตามลำดับช้ัน
ข) สรุปข่าวกรอง หว้ งเวลาท่รี ายงาน ตงั้ แต่ ๑๘๐๐ - ๑๘๐๐ และใช้หวั ข้อสรุปข่าวกรองรายงาน
ค) การระวังปอ้ งกนั ในสนาม ให้ดำรงการติดต่อสอื่ สารอยา่ งต่อเนอื่ ง ใหส้ ามารถตดิ ต่อประสานได้ท้ัง

กลางวัน และกลางคืน
ง) ใช้สญั ญาณบอกฝา่ ยทีก่ ำหนดข้นึ ประจำวัน โดยกำหนดหว้ งระยะเวลาทใี่ ช้ และแจ้งใหห้ น่วยเหนือ

ทราบดว้ ย

จ) หขส. : มรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เมอ่ื พบข้าศึกครั้งแรก โดยรายงานถงึ กำลงั , ท่ตี ง้ั , และการเคลือ่ นย้าย
(๒) การใช้ นชค. ของ ขศ.
(๓) ระดับการป้องกัน นชค. ของข้าศกึ ดูจากการแต่งกาย และการประกอบชุดปอ้ งกนั นชค. ของ

ขา้ ศกึ
(๔) การถอนตัว และการผละออกจากข้าศกึ
(๕) การกอ่ การรา้ ย และการปฏบิ ัติของแนวร่วมของ ขศ. ในพนื้ ท่ี
(๖) ยุทโธปกรณ์ และเคร่อื งมอื ของกำลงั ขา้ ศกึ ในแนวหน้า
(๗) ท่ตี ั้ง หรือรายละเอยี ดของ ป.ขนาดหนัก
(๘) การตายของคน และสัตวเ์ ป็นจำนวนมาก ๆ ในพ้นื ท่ี
(๙) การส่งทางอากาศ, การล่งลงทางอากาศหลังแนวของเรา, ที่ตั้ง หรือที่รวมของฝูงเฮลิคอบ

เตอร์
(๑๐) การเคล่ือนยา้ ยของขบวนยานยนต์
(๑๑) อาวธุ ใหม่ หรือขอ้ มูล อาวธุ ประจำรถ เชน่ รปู ลักษณ์ ประสิทธิภาพ และมาตราทาน

๒) เชลยศกึ : มว.ที่จบั ขศ. ได้ ให้ดำเนนิ การปลดอาวุธ, แยก และ คน้ หาข้าศกึ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ให้
ดำเนินการตอ่ เชลยศึกดงั ตอ่ ไปนี้ หลงั จากปลดอาวุธแล้ว

ก) การปฏบิ ัติตอ่ เชลยศกึ
(๑) คน้ - ตรวจค้น ร่างกาย และสง่ิ ของโดยเฉพาะ เอกสาร, แผนท่ี, นปส., ประมวลลับ และ

อ่ืน ๆ ท่ีเป็นประโยชน์

๑๓

(๒) แยก - แยกประเภท น., ส., พลทหาร, เพศ, จนท.บ้านเมือง พลเรือน, ผลู้ ีภ้ ัย เพื่อป้องกนั
การส่ังการของ ขศ.

(๓) เงียบ - มิให้ เชลยศึก พูดคุยกัน ห้ามรับประทานอาหาร, สูบบุหรี่ ดื่มน้ำ หรือได้รับการ
พกั ผ่อนก่อนส่งมายังกองร้อย

(๔) รวดเร็ว - ให้ดำเนนิ การด้วยความรวดเร็ว เพราะในช่วงแรก ๆ เชลยศกึ จะเสียขวญั และ
ควบคมุ ตนเองไมไ่ ด้ จะทำให้เราได้รับข่าวสารท่ีเป็นประโยชนม์ าก หากปลอ่ ยเวลาผา่ นไปนานเชลยศึกจะรวบรวมสติ
ได้

(๕) พิทักษ์ - ให้ความปลอดภัย และป้องกัน เชลยศึกฆ่าตัวตาย ปฏิบัติต่อเชลยศึกด้วย
มนุษยธรรม เพ่อื ข่าวสารทสี่ ำคญั ความโหดเหย้ี มเพียงอยา่ งเดยี วไม่สามารถบังคับให้ ขศ. เปิดเผยความลับได้

ข) การดำเนนิ การสง่ กลบั เชลยศึก
(๑) รอง ผบ.มว. ควบคุมเชลยศึก และรวบรวมเชลยศึกทั้ง ป้าย ชค. ส่งให้ จ่ากองร้อยโดย

ประสานกับ รอง ผบ.รอ้ ย เร่ืองท่ี รอง มว. ต้องแจง้ และประสาน คอื เรอ่ื ง วัน, เวลา, สถานที่ของการจบั กุม, หน่วย
ท่จี ับเชลยศึกได้ และสาเหตุของการจับเชลยศึกได้ พรอ้ มทง้ั มอบตวั เชลยศึก สง่ิ ของยทุ โธปกรณ์ รวมท้ังปา้ ยเชลยศึก
แกจ่ ่ากองรอ้ ย

(๒) รอง ผบ.มว. นำเชลยศึกส่ง จ่ากองร้อย ที่ สัมภาระรบ หรือจุดที่นัดหมายตกลงกันไว้ หรือ
ตามคำสั่ง ผบ.ร้อย โดยต้องจัดให้มีผคุ้ วบคมุ เชลยศึก จนถงึ มอื จ่ากองร้อย จากน้นั ผู้ค้มุ กันจาก มว. ต่าง ๆ จึงกลับไป
ยัง มว. ของตนเอง

(๓) จ่ากองร้อย รับมอบ เชลยศึกจาก มว. โดยจัดกำลังพลภายในขบวนสัมภาระ ทำการควบคุม
เชลยศึกตอ่ โดยอาจจดั จาก พลประจำรถของคนั ที่ถูกทำลาย, ผู้บาดเจ็บเดนิ ทา้ ง หรืออน่ื ๆ จนกว่าจะส่งกลับเชลย
ศึกจนถงึ เขตหลัง

(๔) จ่ากองร้อย สามารถใช้ รถคันที่ชำรุด, รถ สป.ที่ว่าง หรือรถในส่วนของสัมภาระพักมาใช้ใน
การสง่ กลับเชลยศึก

๓) ยุทโธปกรณ์ และ สป. ท่ียึดไดจ้ ากขา้ ศกึ
ก) สป.๑ : ต้องได้รับการตรวจสอบถึงการแปดเปื้อนของ สารเคมี หรือเชื้อโรค ก่อนที่จะนำมาใช้

ทำลาย เพือ่ ป้องกันการถูกกลลวงของ ขศ. เมื่อ ฝอ.๔ อนมุ ัติ แลว้ รายงานการทำลายต่อ ฝอ.๔
ข) สป. สายแพทย์ : ห้ามใช้โดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับการตรวจสอบถึงการแปดเป้ือนเสียก่อน

หา้ มทำลายโดยเด็ดขาด แลว้ รายงานสถานที่ หรือทตี่ ้ังของ สป. อันน้ี
ค) สป.๓ : ความเรง่ ด่วนในการใช้ สป.๓ ที่ยดึ ไดใ้ หก้ ับยานรบ เปน็ อันดบั แรก ห้ามใชน้ ้ำมนั เช้ือเพลิง

ก่อนจะไดร้ ับการตรวจสอบการแปดเปื้อนก่อนทำลาย เพ่ือป้องกันกลลวงเม่ือ ฝอ.๔ อนมุ ตั ิ รายงานทีต่ ง้ั ใหก้ บั ฝอ.๔
เพ่ือการตรวจสอบ และรายงานการทำลายตอ่ ฝอ.๔ เม่อื ไดร้ บั อนมุ ตั ิ

ง) ยุทโธปกรณ์ : ติดป้ายยุทโธปกรณ์ทีย่ ดึ ได้ ระบุถึง วัน, เวลา, สถานที่, หน่วยที่ยึดได้ และสาเหตุ
ของการยึดได้ ทำการลา้ งสิ่งแปดเปอ้ื น นชค. แลว้ ตดิ ป้ายแสดงว่าทำการล้างส่งิ แปดเปอื้ นแล้ว ลำดับความเร่งด่วน
ให้กับ อาวธุ และ เครอ่ื งมอื ในการควบคมุ บงั คับบญั ชาตามลำดับ ทำลายเฉพาะในสง่ิ ท่ีตรวจพบว่าเปน็ กับดักเท่าน้ัน
รายงานตำบลท่ีตั้งของ รถ และอาวธุ ท่ียดึ ได้ให้ ฝอ.๔ ทราบ เพือ่ การวิเคราะหท์ างเทคนิค และเพื่อเปน็ การรวบรวม

๑๔

ข่าวสาร หา้ มนำเกบ็ ไวส้ ว่ นตัวเปรยี บเสมือนของท่รี ะลกึ เปน็ อนั ขาด เพราะจะทำให้ ขาดข้อมูลขา่ วสารที่สำคัญ และ
ความรเู้ ท่าไม่ถงึ การณ์ หรอื ความงก อาจเปน็ เหตุแห่งความย่อยยบั ของตนเอง และพวกพ้องกองทัพ

จ) เอกสาร, แผนท่ี, แผ่นบริวารสถานการณ์ ที่ยดึ ได้ : ตดิ ปา้ ยเอกสารทุกชิ้น โดยปฏิบัตเิ ช่นเดียวกัน
กบั ยทุ โธปกรณ์ที่ยึดได้ ทำการส่งเอกสาร, แผนที่ และแผน่ บริวารสถานการณ์ เหลา่ นต้ี อ่ ฝอ.๒ ให้เร็วท่สี ุด ในทันที
ท่ีทำได้ ไม่วา่ จะเป็นวธิ ีใดกต็ าม จะต้องไม่ปล่อยให้ขา้ ศกึ มีโอกาสทำลายเอกสารเปน็ อันขาด

๔) ข้าศึกที่บาดเจ็บ : ให้ทำการรักษาชีวติ ต่อผู้บาดเจ็บทุกคน ไม่ว่าจะเปน็ ขา้ ศึก หรือฝ่ายเรา ตามกฏ
ของสงคราม สง่ กลบั เชลยศึกทบี่ าดเจบ็ แยกต่างหากจากผูบ้ าดเจ็บของฝ่ายเรา โดยจัดใหม้ ผี ูค้ วบคมุ และคุ้มกัน

๕) ประชาชน, พลเรือน : ให้การช่วยเหลือ และส่งกลับ ประชาชนในพื้นที่การรบ และต้องระวังไม่ให้
ประชาชน หรือการปฏิบัติอันใดของประชาชนขัดขวางการปฏิบัติการทางยุทธวิธี เป็นอันขาด ถ้ามีการกำหนด
CURFEW ข้นึ และมีผูท้ ำการฝา่ ฝืนกฎ ใหป้ ฏบิ ตั ิตอ่ ผนู้ น้ั เช่นเชลยศกึ ให้การช่วยเหลอื ตอ่ ประชาชนท่ีบาดเจบ็ ในกรณี
ทก่ี ารรักษาพยาบาลของท้องถิ่นไม่สามารถกระทำได้

๖) การลาดตระเวน
ก) การลาดตระเวนระหว่างท่ีตรวจการณ์ : ครอบคลุมรอยต่อระหว่าง มว. และ จดุ ทกี่ ำลังพลส่วน

ลงรบเดินดินของข้าศึกจะสามารถเข้ามาที่ จุดที่ตรวจการณ์ได้ การประสานงาน และการปฏิบัติการ ลว. จะอยู่
ภายใต้คำส่ังการ หรือ แผน ของ ฝอ.๒

ข) การ ลว. เส้นทาง : ส่วนล่วงหน้าจะต้องทำการ ลว.เส้นทาง แล้วทำการเลอื กหรือ ลว. หาที่รวม
พล หรือทม่ี ั่นสกัดกนั้ ซง่ึ มรี ายละเอียดดงั ต่อไปนี้

(๑) เส้นทางในการเคลือ่ นท่ตี ามเสน้ ทางนน้ั
(๒) ขีดจำกดั ของการใช้เส้นทางนัน้ สำหรับยานพาหนะทม่ี อี ยู่
(๓) การรับนำ้ หนกั ของเส้นทาง และความสามารถในการใช้สะพาน, ท่าข้าม, ประตู และทางอ้อม
ผ่านถ้ามี รวมท้งั หากมเี หตจุ ำเปน็ ต้องกลบั รถ สามารถกระทำไดห้ รอื ไม่
(๔) การปฏบิ ัติของ ขศ.
(๕) มกี ารตรวจพบ นชต. หรือไม่
ค) การ ลว. ด้วยการยิง : ถ้าตรวจพบ ขศ. ในระหว่างการเคลื่อนที่ ประสานการใช้ ป. หรือ ค. กบั
ผตน. เพอ่ื ทำการยงิ ขม่ ตอ่ ขา้ ศึกทันที ถ้าไมส่ ามารถใช้ ป. หรือ ค. ดงั กล่าวได้ หรือไม่มกี ารสนบั สนุน สามารถใช้อาวธุ
ยิงเลง็ ตรงในการทำการ ลว.ดว้ ยการยงิ และข่มข้าศกึ ได้ และในการทำการ ลว. ด้วยการยิงนน้ั ต้องพจิ ารณาใช้ อาวธุ
กลกอ่ นเป็นอันดับแรก กอ่ นการใช้ปนื ใหญ่รถถงั ปืนใหญ่รถถัง จะใชท้ ำการยิงตอ่ ทมี่ ั่นแขง็ แรงของ ขศ. เท่านัน้
ง) การตอ่ ตา้ น การ ลว. :
(๑) จัดต้งั ทตี่ รวจการณ์ ท่ีฟงั การณ์ และหมตู่ รวจ เพอื่ จบั , ทำลาย และขบั ไล่กำลังส่วน ลว. ของ
ขศ.
(๒) ในช่วงเวลากลางคืน สามารถนำยานรบไปไว้ในทิศทางทางปีกด้านหลังของกองร้อยใน
ตำแหนง่ ที่สามารถเคล่อื นยา้ ยเขา้ ทต่ี งั้ ยงิ ไดใ้ นทนั ทีหากจำเป็น ( เขา้ ทีต่ ัง้ ปกปดิ ในยามค่ำมืด แต่ตอ้ งสามารถเขา้ ท่ีตั้ง
สู้รบไดโ้ ดยสะดวกเมือ่ มเี หตกุ ารณ์ )

๑๕

(๓) ใช้การส่ือสายทางสายเปน็ หลกั ในสถานการณท์ อ่ี ยู่กับท่ี และแจง้ เตอื นกำลังพลตลอดเวลาใน
การเคลอ่ื นไหวของเรา และ ขศ.

(๔) ผบ.รถ หรอื ผบ.หมู่ ต้องวางแผนในการยงิ ตอ่ ขศ. ที่ปรากฏขนึ้ เพ่ือเปน็ การใชก้ ำลงั อย่างเต็ม
ขดี ความสามารถ และ สามารถทำลาย ข้าศึกไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เชน่

(ก) ขศ. เป็นกำลังลงรบเดินดิน หรือ ทหารราบ ให้ทำการยิงด้วย อาวุธวิถีโค้งเช่น ป., ค.,
ระเบดิ ขวา้ ง, กบั ระเบิด, ทนุ่ ระเบิด หรือ กบั ระเบดิ เป็นต้น

(ข) รถล้อ, รถ ลว. ให้ทำการยงิ โดย ใชช้ ดุ ลา่ สงั หาร ซงึ่ ใช้ คจตถ. ขนาดเบา เช่น M ๗๒ หรอื
M ๗๓ เปน็ ต้น

(ค) รถสายพานลำเลียงพล ให้ใช้ทำการยิงโดย คจตถ. หรือ หนทางสุดท้ายใช้ ปืนกลต่อสู้
รถถัง หรือปืนใหญ่รถถัง

(ง) การเจาะของ ขศ. ต่อ พท.ของกองร้อยสามารถยอมรับได้ ถ้าถึงการเจาะของ ขศ. คือ
การปฏิบัติของหน่วย ลว. และ/หรือ ขศ. อาจจะไม่ทำการเจาะต่อไปถ้า ขศ. ได้ข่าวสารเพียงพอแล้วโดยไม่
จำเป็นตอ้ งเข้าตตี อ่ ไป เพ่ือหาขา่ วสารเพิ่มขนึ้

๗) การเฝา้ ตรวจ :
ก) ที่ตรวจการณ์
(๑) ท่ตี งั้ : แตล่ ะ มว. จดั ต้ังทต่ี รวจการณอ์ ยา่ งน้อย ๒ แห่ง ในการจัด แบบ ๑ ซึ่งต้องมีการซ่อน

พรางที่ดี และมพี ้นื การตรวจการณ์ช่องทางการเขา้ มาของ ขศ. เดนิ เทา้ และยานพาหนะได้ดี ไกลพอทเี่ มื่อยานรบใน
ท่ีต้ังทำการติดเคร่ืองยนต์แล้วเสียงเคร่ืองยนต์ต้องไม่มารบกวน หรือลดประสิทธิภาพในการเฝ้าฟังลง และเมื่อเวลา
อำนวยต้องทำที่ตงั้ ท่ตี รวจการณม์ ีเครื่องกำบังเหนอื หัวด้วย

(๒) อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ
- โทรศพั ท์สนาม TA 1 หรือ TA 312 ซ่ึงต่อไปยงั บก.มว. ระบบทางสาย
- กลอ้ งตรวจการณ์ และกลอ้ งตรวจการณ์ในเวลากลางคืน
- แผนที่มาตราสว่ น ๑ : ๕๐,๐๐๐
- เขม็ ทิศ
- อาหาร
- ระบบทศั นสญั ญาณอน่ื เชน่ พลุ, กระจก ในกรณีทส่ี ายโทรศพั ท์ถูกทำลาย
- เครื่องมือการแจง้ เตือน นชค.
- อาวุธประจำกาย และอน่ื ๆ ตามรายการเคร่ืองสนาม

(๓) การปฏิบัติงาน : ปฏิบัติทัง้ ในเวลากลางวันและกลางคืน ใช้แต่ละจุด ๒ นายสับเปลีย่ นทุก ๓
ชว่ั โมง

ข) ระบบอาวธุ
(๑) ที่ตั้ง : ในที่รวมพล และเมื่อเข้าที่มั่นสกัดกั้น ปกติยานรบจะวางตัวอยู่ในที่ตั้งปกปิดจนกว่า

การปะทะจะเกดิ ขึน้ หรือใกลจ้ ะเกิดขึ้น จะมียานรบเพียง ๑ คนั ทเ่ี ข้าท่ีต้ังยงิ ทที่ ่ีมัน่ สู้รบ ในชว่ งเรมิ่ ส้ินแสงทางทหาร

๑๖

และกอ่ นเร่ิมแสงทางทหาร ซึ่งในการตรวจการณ์ในทนี่ ก้ี ็จะใชก้ ลอ้ งตรวจการณใ์ นเวลากลางคนื ทำการตรวจการณ์
ไปยงั พท.การยิง หรอื พท.รบั ผิดชอบของกองรอ้ ย หรือแนวทางการเคลื่อนทตี่ ามช่องทางตา่ ง ๆ

(๒) การปฏบิ ตั ิ : จดั ต้งั การสอ่ื สารทางสาย เมอ่ื ยานรบเข้าทตี่ ้ังเรียบร้อย การใช้กล้องตรวจการณ์
ในเวลากลางคืน จะใชเ้ ป็นช่วง ๆ อยา่ ทำการเปดิ เครื่องตลอดเวลา เพอ่ื เปน็ การประหยัดไฟฟ้าในยานรบ และทำการ
ติดเครอื่ งชาร์จแบตเตอรร์ ีเ่ ปน็ ครัง้ คราว และยานรบจะกลบั เขา้ วางตัวในทต่ี ง้ั ปกปดิ เม่อื เร่ิมแสงทางทหาร

(๓) การดำเนนิ การ : พลขบั และพลตรวจการณ์ ทร่ี ถซงึ่ ไดร้ ับมอบหมายใหท้ ำการเฝ้าตรวจต้อง
ตื่นตัวตลอดเวลา หากจำเป็น ผบ.มว. ควรพิจารณาสับเปลี่ยนหมุนเวียนการปฏิบัติหน้าท่ี เพื่อดำรงไว้ซึ่ง
ประสทิ ธภิ าพในการเฝา้ ตรวจ และพลประจำรถไดม้ โี อกาสพักผอ่ น

ค ) ระบบการแจ้งเตือน
(๑) การจัดตง้ั : ใชร้ ะบบแจง้ เตอื นเมื่ออย่ใู นที่รวมพลเสมอ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมือ่ การตรวจการณ์

ไมส่ ามารถครอบคลุม พท. ไดท้ ัง้ หมด การจดั ตงั้ ระบบแจ้งเตอื นตา่ ง ๆ อย่างนอ้ ย ตอ้ งสามารถครอบคลมุ พท. ที่หา่ ง
จากทต่ี ัง้ ของเราออกไปในระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

(๒) การดำเนินการ : รอง ผบ.มว. ต้องคอยติดตามสถานการณ์ และรายงานการเข้ามาของ ขศ.
ตลอดเวลา โดยการใช้ทางสายในการรายงาน

(๓) การตอบโต้ : เมื่อตรวจการณ์พบ ขศ. หรือมีการปะทะเกิดขึน้ ควรทำการยิงดว้ ยอาวุธยงิ เล็ง
จำลองกอ่ นท่ีจะใช้อาวธุ ยงิ เล็งตรง และในข้นั ตน้ ในการยงิ ของอาวุธยิงสนับสนนุ ผบ.ร้อย หรอื ผนต. ควรใช้กระสุน
ระเบิด และทำการยิงในระยะท่ีไม่กระทบกระเทือนต่อระบบแจง้ เตอื นต่าง ๆ ทไี่ ด้จัดต้ังไว้ หรอื หากต้องถูกทำลาย
ไปกต็ ้องใชง้ านไดค้ มุ้ คา่ เสยี ก่อน

๘) ลมฟ้าอากาศ : ส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศทางข่ายยุทธการทันทีที่ทราบ หรือ
ไดร้ บั จากหน่วยเหนอื หรือ อาจทำการส่งทางนำสารในกรณที มี่ ขี ่าวท่ีต้องส่งยาว

ค. การยิงสนับสนนุ
๑) กล่าวทั่วไป : แผนการยิงสนับสนุนจัดไว้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี โดยทั่วไปจะมี

ตอนการยิงสนบั สนนุ มาสมทบอยู่ท่ี ทก.รอ้ ย ซึง่ กองรอ้ ยจะใหก้ ารสนับสนนุ และดแู ลเช่นเดยี วกันกบั หน่วยเหนือใน
อัตรา ตอนการยิงสนับสนุนประกอบด้วย นายทหารการยิงสนับสนุน ( ร.ท. ) ๑ นาย, นายสิบการยิงสนับสนุน ๑
นาย, ส. สื่อสาร ๑ นาย และพลขับ ๑ นาย ( การจัดของตอนการยิงสนบั สนุน อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากน้ีตาม
การจดั กำลังเขา้ ทำการรบ และหากไมม่ ีตอนการยิงสนบั สนุนมาสมทบแลว้ ผบ.รอ้ ย จะทำหน้าที่เป็น นยส. ไปในตัว )

๒) ความรับผิดชอบ :
ก) ผบ.รอ้ ย วางแผนการยงิ เลง็ ตรง, แผนการยงิ สนบั สนุน และกำหนดความเรง่ ดว่ นในการยิงและการ

ใช้ชนดิ กระสนุ
ข) นยส. ขึ้นอยู่กับแนวทางในการปฏิบัติของ ผบ.ร้อย แนวความคิดในการปฏิบัติ และอาวุธยิง

สนับสนุนที่มีอยู่ นยส. จัดเตรียมแผนการยิงสนบั สนุน และให้ ผบ.ร้อย ทำการตรวจสอบ จากนั้นจึงส่งแผนการยงิ
สนับสนุนไปยัง นยส.กองพัน ขึ้นอยู่กับคำสั่งของ ผบ.ร้อย และ นโยบายของ ผบ.ร้อย นยส. จะส่งแผนการยิงที่
สำเร็จรูปแล้วไปยังหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และอาจมีผลกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติของหน่วยข้างเคียง ตอน

๑๗

การยงิ สนบั สนุนตอ้ งตดิ ตามสถานการณ์ และพฒั นาแผนท่ีสถานการณใ์ ห้ทนั สมยั ตลอดเวลา พร้อมทง้ั ลงรายละเอียด
ของที่ตั้งของหน่วยในกองรอ้ ย, กองร้อยและกองพนั ลงในแผนทสี่ ถานการณด์ ้วย

๓) การบังคบั บัญชา และการควบคุม :
ก) การยิงกระสุนควัน และกระสุนส่องสว่าง : ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อหน่วยข้างเคียง

ผบ.ร้อย จะต้องตรวจสอบคำขอยงิ ของกระสนุ ควัน และกระสุนสอ่ งสว่างก่อน จากนั้นจงึ ส่งคำขอยงิ นั้นไปยัง นยส.
กองพัน เพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึง่ ทีจ่ ะทำการยิง มิฉะนั้นแล้วการยิงของกระสุนควัน และกระสุนส่องสว่าง
ของกองร้อยเราแม้จะไม่อำนวยให้กองร้อยเราประสบความสำเร็จในการปฏิบัติ แต่อาจทำให้หน่วยเหนือ หรือส่วน
ใหญ่ลม้ เหลวในการปฏิบตั ิเนอ่ื งจากผลกระทบท่ีเกิดจากการยิงกระสนุ ดงั กล่าวของเรา

ข) ทตี่ ง้ั หรือทีอ่ ยู่ของ นยส. ข้ึนอยูก่ บั สถานการณ์ นยส. จะนำยานรบของตนเองภายใต้การกำกับ
ดูแลของ ผบ.รอ้ ย

ค) การเลือกใช้กระสุนในการโจมตี ต้องได้รับการกลั่นกรองเสียก่อนโดยยึดหลัก ใช้กระสุนให้
คมุ้ คา่ ตอ่ เป้าหมายท่ีทำการยงิ

๔) การวางแผนการยิงสนับสนุน : เป้าหมายของหน่วยเหนือที่ส่งมาให้สามารถนำมาใช้เป็นพื้นฐานใน
การวางแผน ระบบจุดอา้ ง ( TIRS ) สามารถนำมาใชเ้ ชน่ ที่หมาย ป. ได้

บญั ชเี ป้าหมาย : หมายเลขเป้าหมายของกองร้อย ๐๐๑ ถงึ ๑๐๐
มว.๑ ๑๐๑ ถงึ ๒๐๐
มว.๒ ๒๐๑ ถึง ๓๐๐
มว.๓ ๓๐๑ ถึง ๔๐๐
อะไหล่ ๔๐๑ ถึง ๕๐๐

๕) การติดตอ่ สื่อสาร :
ก) การขอการยิง, การขอการยิงตามแผน และการขอยิงทั้งหลายต้องใช้ผ่านทางข่ายยุทธการของ

กองร้อยท้ังสน้ิ นอกเหนอื จะมคี ำสงั่ เปน็ อย่างอน่ื
ข) นยส. : นสย. เฝ้าฟงั ต่อข่ายยุทธการของกองรอ้ ยตลอดเวลา และติดตอ่ ไปยงั ปืนใหญ่ที่ ชต. ตาม

คำขอการยิง
ค) พลประจำรถของรถตอนการยิงสนับสนุน : จะเฝ้าฟังข่ายยุทธการกองร้อย, ข่าย ป. ชต. และ

ข่าย มว.ค. คำขอยงิ ตา่ ง ๆ จะถกู ส่งไปยัง ข่าย ป. ชค. หรอื มว.ค. ยอ่ มแล้วแต่ คำแนะนำ และลำดับความเร่งด่วนใน
การยิงขณะน้นั

ง. การป้องกันภยั ทางอากาศ
๑) การจดั กำลังเขา้ ทำการรบ :
ก) อาวุธในอัตรา : รถแต่ละคันต้องจัดตั้งยามอากาศ ปก.M ๖๐, ปก.๑๒.๗ และ ปถ. สามารถทำ

การยงิ ต่อสู้ และป้องกนั ภยั ทางอากาศได้
ข) อาวุธที่มาสมทบ : อาวุธนำวิถี อาจขึ้นมาสมทบในบางภารกิจ ซึ่งชุดนี้จะปฏิบัติตามการควบคุม

ของ ข่ายปอ้ งกนั ภัยทางอากาศ ในบางโอกาสอาวุธนำวิถี อาจจดั ให้ข้นึ ไปอยูร่ ่วมกับยานรบของตอนการยิงสนับสนุน

๑๘

หรือคันใดคันหนึ่งในรูปขบวน เพื่อสามารถครอบคลุมการป้องกันภัยทางอากาศได้ทั่วถึง และทำการยิงได้ทันทีที่

ต้องการ ส่วนรถ ๑/๔ ตนั ของชุดนอี้ าจนำไปไว้รวมกบั ขบวนสมั ภาระพกั ของกองร้อย

๒) สถานภาพการป้องกันภยั ทางอากาศ

ก) ขาว : การปฏิบัติทางอากาศของ ขศ. ยังห่างไกล หรือไม่น่าเกิดขึ้น ใช้มาตรการเชิงรับ คือ

การพราง และการปกปดิ

ข) เหลือง : การปฏิบัติทางอากาศของ ขศ. อาจเกิดขึ้น จัดตั้งยามอากาศ บรรจุกระสุนและมีพล

ประจำอาวุธ ปภอ.

ค) แดง : การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของ ขศ. กำลังจะเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแน่นอน หรือ

กำลงั เกิดข้ึน อาวุธทกุ ชนดิ ให้พร้อมทำการยงิ ต่อสู้ ปลย. ใหย้ ิงในตำแหน่งอัตโนมัติ

๓) สถานภาพการควบคมุ การใชอ้ าวุธ ปภอ.

ก) ยิง : ใหท้ างการยิง อากาศยานทกุ ชนิดท่ีพสิ ูจน์ทราบไดว้ ่าไมใ่ ช่ฝ่ายเรา

ข) ยงิ -ระวงั : ให้ทำการยงิ อากาศยานทพ่ี สิ จู นท์ ราบไดว้ า่ เปน็ ข้าศึก

ค) ระวงั : ใหท้ ำการยิงได้เฉพาะเพื่อป้องกนั ตนเอง

๔) กฏของการปะทะ

ก) การปอ้ งกนั ตนเอง : ทำการยงิ อากาศยานท่โี จมตเี ราได้ ตามรปู ที่ ๑ และ ๒

ข) ตามคำส่งั : ทำการยิงต่ออากาศยานที่มิได้โจมตีฝ่ายเราได้ตามคำสั่งของผบ.มว.

และ ผบ.รอ้ ย

ค) ต้องมียามอากาศคอยตรวจการณ์ทางอากาศตลอดเวลา เพื่อแจ้งเตือนกำลังพล ที่เหลือโดยการใช้

สัญญาณต่าง ๆ ตามข้อตกลงใน รปจ.

๕) ทศั นสัญญาณ

ก) เมื่อการถูก บ. ขศ. โจมตี คือ ธงแดง และใช้ประกอบคำเสียงคำพูดว่า "หลบภัยทางอากาศ"

หลาย ๆ ครง้ั หรือเสียงนกหวีดยาว หลาย ๆ คร้งั

ข) สัญญาณแสดงว่าปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศ คือ โบกธงแดง ไป - มา, เสียงคำพูดว่า

"ปลอดภัย", หลาย ๆ ครงั้ , เสยี งนกหวดี .......

๖) การรายงาน เมอ่ื พบ บ. ขา้ ศกึ

ก) ใชแ้ บบฟอร์มการรายงานดว่ น

ข) รายงานทิศทางการบินจากที่ไหน ไปที่ไหน ตามลักษณะภูมิประเทศซึ่งเห็นเด่นชัด และการ

รายงานนจ้ี ะต้องไม่มีขอ้ ความเกย่ี วกบั ทีต่ งั้ ฝ่ายเราเป็นอนั ขาด ดงั เชน่ วา่ กำลงั บินผา่ นเราไป หรอื กำลงั เคลอื่ นที่ไปยัง

ทีต่ ้งั ของฝ่ายเราเป็นต้น ตวั อย่างการรายงานทศิ ทางการบนิ เชน่

"ตรวจการณ์พบ บ. ข้าศึก กำลังบินจาก เขาดินเหนียว มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตรงไปยังหมู่บ้าน นา

แล้ง" เปน็ ตน้

ค) ลำดับความเร่งด่วนในการรายงาน ชนิด บ. มีดังต่อไปนี้ : บ.โจมตี, ฮ.,บ. ลำเลียง, บ. ที่ปล่อย

สารเคมี ตามลำดบั

๗) การพสิ ูจน์ทราบ บ.ขา้ ศกึ : การท่ีจะระบวุ ่า บ. เป็นของ ขศ. มีหลกั การดงั นี้

๑๙

ก) บ. ท่ที ำการโจมตีตอ่ ฝ่ายเรา
ข) สงั เกตทุ ่ี เครื่องหมายประจำชาตทิ ่ีติดอยทู่ ตี่ วั เครอ่ื งบินนั้น
ค) บ. ท่ขี ้ึนทำการพ่น สารเคมี หรอื อนื่ ๆ บริเวณที่ต้งั ของฝา่ ยเรา โดยไมม่ กี ารประสานก่อน
ง) บ. ที่มีการส่งทางอากาศไม่ว่าจะเป็นกำลังทหาร หรือ สิ่งของใด ๆ ก็ตามไปยังที่ตั้งของฝ่ายเรา
โดยไม่มกี ารประสานกันก่อน
จ) บ. ทีบ่ ินทิ้งระเบดิ บรเิ วณทีต่ ้งั เคร่ืองกดี ขวางของฝ่ายเรา โดยไม่มีการประสานกนั กอ่ น
ฉ) บ. ทไ่ี มม่ กี ารตอบสญั ญาณบอกฝา่ ยจากฝ่ายเรา เม่อื สถานภาพการ ควบคุมอาวธุ ปภอ. เป็น ยิง
๘) การปฏบิ ัตเิ มื่อเกิดภยั ทางอากาศ : เมอ่ื มีการปฏบิ ตั ทิ างอากาศของ บ.ข้าศกึ ให้แจง้ กำลงั พลทราบ
โดยใช้สัญญาณตาม นปส. และรายงานให้กับ ผบ.ร้อย ทราบในทันที ผบ.ร้อย จะรายงานให้ ผบ.พัน ทราบในการ
ปฏิบัติมีหนทางในการปฏิบตั ิดงั ต่อไปน้ี
ก) มาตรการเชิงรบั

(๑) ในขณะอยู่กับที่ใช้การพรางให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้ตาข่ายพราง หรือวัสดุอื่นทำการ
พรางทางอากาศ และหลีกเล่ยี งการเปิดเผยตวั ในทโ่ี ลง่ รวมทัง้ การสะทอ้ นของแสงจากกระจกหรือผิดโลหะ

(๒) ในขณะเคลื่อน ปฏิบตั ิได้ ๒ หนทาง
(ก) เคลื่อนที่ต่อไปเรื่อย ๆ โดยหลีกเลี่ยงการเคลื่อนที่บนถนนกระจายกำลังให้มากข้ึน

กวา่ เดิม และเพ่มิ ความเรว็ ในการเคลือ่ นที่
(ข) หยุดการเคลื่อนที่ เข้าที่กำบัง และซ่อนพรางทางอากาศ กระจายกำลังออกไป และ

เตรียมพร้อมทำการยงิ โต้ตอบ
ข) มาตรการเชิงรุก
(๑) ในขณะอยู่กับที่ ทำการยงิ ต่ออากาศยานตามแผนการยงิ ทไี่ ดว้ างไว้ลว่ งหนา้
(๒) ในขณะเคลือ่ นที่ ทำการเคลอื่ นที่ต่อไปในทศิ ทางเดิม เพิ่มความเรว็ ในการเคล่ือนที่ และ

ทำการยงิ ไปยงั อากาศยานข้าศกึ
ค) การปฏิบัตเิ มอ่ื เลิกปะทะ
(๑) แจ้งให้กำลงั พลทราบ และให้สญั ญาณวา่ ปลอดภัยแล้ว
(๒) ทุกส่วนสำรวจความสูญเสยี แลว้ ปฏิบตั ิ น้ำเงนิ ๒
(๓) รอง มว. ดำเนินการดา้ นธุรการ เก่ยี วกบั รายการท่สี ญู เสีย

จ. ทหารช่าง
๑) การเคลอ่ื นท่ี ( MOBILITY )
ก) การรายงานเครื่องกีดขวาง : ให้ทำการรายงานการพบ หรือได้รับข่าวสารจากหน่วยอื่นต่อ ผบ.

รอ้ ย ในทันที ซึ่ง ผบ.รอ้ ย กจ็ ะทำการรายงาน และกระจายขา่ วสารตอ่ ไป
ข) การเจาะผา่ นสนามทุน่ ระเบิด : มหี ลกั ในการจัดกำลัง และการปฏบิ ัตดิ ังน้ี
(๑) หนว่ ยเจาะ : โดยใชเ้ ครอ่ื งตรวจท่นุ และกใู้ นกรณีทีไ่ ม่เร่งดว่ น หากอยู่ในช่วงเวลาการปฏิบัติ

ทางยุทธวิธีที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น ในช่วงการดำเนินกลยุทธให้ปฏิบัติดังนี้ รถถังคันนำใช้ล้อทับทุ่นระเบิด
MINEROLLER นำแล้วตามดว้ ยใบมีดกวาดระเบดิ PLOW จากน้ันให้ทำสญั ลกั ษณ์หมายแนวของชอ่ งทางทเี่ จาะ และ

๒๐

ปลอดภยั ในการเคลอื่ นท่แี ลว้ หน่วยทหารชา่ งทหารจะอยู่ในส่วนทที่ ำการเจาะทนุ่ ระเบดิ โดยอาจใชจ้ รวดงู หรือการ
ระเบดิ ทำลาย และชว่ ยเหลอื ในการเก็บกู้ และทำเครื่องหมายเจาะช่องแสดงช่องที่ปลอดภยั และเครื่องกีดขวางอ่ืน
ๆ เช่น กำแพง และอ่ืน ๆ อาจใช้การระเบิดทำลาย สว่ นคูดักรถถงั หรือ ลำนำ้ หากมรี ถสะพานสนับสนนุ กอ็ าจใช้ใน
ข้ันตอนนี้

(๒) หนว่ ยสนับสนุน : ทำการคุ้มกันการเจาะชอ่ งของหนว่ ยเจาะ และ ทำการยิงขม่ ไปยงั ท่ีต้ังของ
ข้าศึก ขอการยิงของอาวุธสนับสนุน รวมทั้งฉากควัน เพื่อกำบังการเจาะของหน่วยเจาะ จากนั้นเมื่อหน่วยเจาะ
สามารถเจาะผ่านทุ่นระเบดิ ไปไดแ้ ลว้ หน่วยสนับสนุนจะทำการเคล่อื นที่ตามหนว่ ยเจาะไป

(๓) หนว่ ยโจมตี : ทำการโจมตีทางลึกเข้าไปในชอ่ งทางที่ทำการเจาะไว้แลว้ โดยท่หี มายจะอยู่ลึก
เข้าไปตามทิศทางการเจาะประมาณ ๑ ถงึ ๒ ก.ม.จากสนามทุ่นระเบิดนน้ั จากน้นั หนว่ ยโจมตจี ะทำการคุม้ กัน และ
เสรมิ ความมนั่ คงรอสว่ นทจี่ ะตามมา

๒) การขัดขวางการเคลอ่ื นที่ ( COUNTERMOBILITY ) :
ก) การวางเครือ่ งขีดขวาง : ผบ.รอ้ ย วางแผน และส่งั การวางสนามทนุ่ ระเบดิ และวางเครอ่ื งกีดขวาง

เร่งด่วนปอ้ งกันตน และพัฒนาให้เป็นเครื่องกดี ขวางท่ีถาวร ลำดับความเร่งด่วนในการวางขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซ่ึง
ผบ.ร้อย จะเปน็ ผู้สงั่ การ

ข) การรายงานเครื่องกีดขวาง : เครื่องกีดขวางที่ได้ทำการวางไว้ ผบ.มว. ต้องรายงานให้ ผบ.ร้อย
ทราบ ในรายละเอยี ดถงึ ชนิด, ที่ตง้ั , ขนาด โดยทำเป็นแผน่ บริวารประกอบแผนทม่ี าตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ซึ่ง ผบ.
รอ้ ย จะส่งใหก้ บั หน่วยเหนือตอ่ ไป

ค) เครื่องกีดขวางทุกชนิดที่ทำการวางจะต้องได้รับการคุ้มครอง อาจจะเป็นการคุ้มครองด้วย การ
ตรวจการณ์, การวางกำลังคุม้ กัน หรือการควบคุมดว้ ยการยงิ

๓) งานป้อมสนาม ( SURVIVABILITY ) ในกรณีที่ ช.สนามที่มาสนับสนุนมีเครื่องมือในการขุดป้อม
สนาม, ดูดักรถถัง ต้องระบุความเร่งด่วน ในการปฏิบัติให้กับ หน่วย ช. ที่มาสนับสนุนด้วย และหากไม่มี ช. มา
สนับสนนุ ให้แสวงเคร่ืองใช้เคร่อื งมอื ทีม่ ีอยู่ในเครื่องมือชดุ โยธาประจำรถ ทำการขุดป้อมสนาม และหลุมบุคคลต่าง


ฉ. การสนบั สนนุ การชว่ ยรบ
๑) เคร่ืองมอื ในงานการสนับสนนุ การช่วยรบท่ีมีอยู่ : ส่วนทเ่ี กี่ยวข้องคอื ในส่วนของ บก.ร้อย ทั้งหมด

และ รอง มว. ของแต่ละ มว.
๒) การจดั กำลัง :
ก) ขบวนสัมภาระรบของกองร้อย : จ่ากองร้อยเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัตขิ องขบวนสัมภาระรบ โดย

จ่ากองร้อยจะอยู่กับรถ ๒ ๑/๒ ตัน ขบวนสัมภาระรบจะอยู่ทางด้านหลังของที่ตั้งหมวดในระยะประมาณ ๑ ถึง ๒
ก.ม. หรอื ในระยะ ๑ หว้ งภูมปิ ระเทศ ทต่ี ้งั แนน่ อนของขบวนสัมภาระ และการเคลือ่ นยา้ ย ผบ.ร้อย และ จา่ กองรอ้ ย
จะช่วยกันพิจารณา จ่ากองร้อยจะดำเนินการ ซบร. หรือการรกั ษาพยาบาล แก่ หมวด และดำเนินการส่งกลับตาม
สาย และรายงานทางสายธุรการไปยังกองพัน

ข) ขบวนสมั ภาระกองพนั :

๒๑

(๑) ขบวนสัมภาระรบ : รถกระสนุ และรถนำ้ มนั ที่ให้การสนบั สนุนกองรอ้ ย โดยปกติจะอยู่ร่วมกัน
กับขบวนสัมภาระรบกองพนั เพ่ือการสนับสนนุ แก่กองร้อยได้ทนั เวลา

(๒) ตำบลรวบรวมสงิ่ อุปกรณซ์ ่อมบำรุงของหนว่ ย : โดยปกติ นยน.กองพนั จะจดั ตัง้ และเก็บรถ
เคร่ืองมือ รวมท้ังรถทบี่ รรทุก สป. ตามอัตราพิกัด ( PLL ) เพอ่ื พรอ้ มทจ่ี ะทำการ ซบร. ใหก้ ับหน่วยกำลงั รบ ซงึ่ ตำบล
รวบรวมสิง่ อุปกรณ์ทซ่ี อ่ มบำรงุ นี้จะอยู่ใกล้กับขบวนสัมภาระรบกองพัน ในระยะ ๔ ก.ม.

(๓) ขบวนสมั ภาระพัก : ส. ส่งกำลังของกองร้อย จะอยกู่ บั รถสัมภาระ ซ่ึงจะอยกู่ ับขบวนสมั ภาระ
พัก และนำเอา สป. ตา่ ง ๆ สง่ ใหก้ บั หน่วยในแนวหนา้ ชุดสูทกรรม และ รถกระสนุ รถนำ้ มันจะอยกู่ บั ขบวนสัมภาระ
พักซ่ึงจะอยใู่ นการกำกบั ดแู ลของ ผ้คู วบคุมสัมภาระของกองพัน

๓) การปฏิบัติการสง่ กำลังบำรงุ
ก) แนวความคิด : หากเป็นไปได้การส่งกำลังบำรุงจะปฏิบัติในเวลาค่ำมืด โดยใช้เครื่องมองในเวลา

กลางคืน ส. สง่ กำลังจะเป็นผูร้ วบรวม และจดั ตง้ั ขบวนสง่ กำลงั ( LOGPAC ) ( การทดแทน, การส่งกำลัง, สป.ต่าง ๆ
และ รถเสบียง ) และนำเอา ถงั น้ำมัน, กระสุน, ช้ินสว่ นซอ่ ม และอ่นื ๆ เคล่ือนทจ่ี ากขบวนสัมภาระกองพัน ผ่านไป
ยัง ขบวนสัมภาระรบของกองพัน และที่จุดแยกขบวนรถส่งกำลัง ( LRP ) ณ ที่จุดต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะรับเอา
ชิ้นสว่ นซ่อม และเครือ่ งมอื ซ่อมตา่ ง ๆ หากตอ้ งการรวมกับขบวนรถสง่ กำลงั จา่ กองร้อย ซ่ึงรออยู่ที่จุดแยกขบวนรถ
ส่งกำลัง จะพบกบั ส. ส่งกำลัง ซึ่งเปน็ จุดที่นัดพบกนั จากนนั้ จา่ กองร้อยจะนำเอา ส. สง่ กำลัง และขบวนสัมภาระ
พกั ของกองรอ้ ย ไปยังตำแหนง่ จ่ายของกองร้อย แลว้ ทำการสง่ กำลัง ซ่งึ อาจจะใชว้ ิธีการสง่ กำลัง การจา่ ย ณ ตำบล
จา่ ย หรือการจ่าย ณ ทต่ี ้ังหนว่ ย ตามแต่ท่ี ผบ.ร้อย. สัง่ การไว้

ข) การปฏิบัติ : เมื่อจ่ากองร้อย และ ส. ส่งกำลัง จัดตั้งตำบลจ่ายเรียบร้อยแล้ว จ่ากองร้อย จะติด
ตอ่ ไปยงั รอง ผบ.ร้อย เพอื่ ทจ่ี ะแจง้ และสงั่ การให้ มว. เขา้ มารับการสง่ กำลัง และเร่ิมการดำเนนิ การจากนัน้ รอง ผบ.
ร้อย จะนำส่วน มว. ของตนทำการรับการส่งกำลังซึ่งลำดับความเร่งด่วนในการรับการส่งกำลังนั้น จะอยู่ในคำสั่ง
ยุทธการ หรือ ผบ.ร้อยเปน็ ผใู้ หน้ โยบาย และ รอง ผบ.รอ้ ย จะเปน็ ผดู้ ำเนินการดงั ตัวอย่างขา้ งล่างน้ี

ตัวอย่างการรับการส่งกำลัง แบบ จ่าย ณ ตำบลจา่ ย โดยมารบั ท้งั มว.
ขั้นท่ี ๑ จ่ากองร้อยแจ้ง มว. ใหม้ ารบั การส่งกำลังบำรุง

หมายเหตุ : ผู้บาดเจ็บและศพ จากที่ รอง ผบ.มว. นำมาเพื่อทำการสง่ กลับไปยงั ส่วนหลงั นั้น เมื่อ
นำมาถึงพื้นท่ีที่ทำการส่งกำลังบำรุง ผู้ที่บาดเจ็บสาหัสให้รีบดำเนินการโดยไว ซึ่งอาจจะทำการส่งกลับไปยังขบวน
สัมภาระรบของกองพัน หรอื สง่ กลบั ไปยังขบวนสมั ภาระของกองพันได้เลย สำหรบั ศพ ใหส้ ง่ ให้ ส.สง่ กำลงั ในทันที
ทไ่ี ปถงึ สำหรับยทุ โธปกรณ์ที่ชำรุด ใหส้ ง่ กลับเพ่ิมเตมิ ในตอนนี้ และรับของใหม่ไปได้เลย หากเสนอความต้องการไป
แลว้

ขนั้ ที่ ๒ มว. จดั กำลงั พลดำเนนิ การรับ สป.๓ ทีต่ ำบลจา่ ย สป.๓
ขนั้ ท่ี ๓ รอง ผบ.มว. ดำเนินการรบั สป.๕ ทีต่ ำบลจา่ ย สป.๕
ขั้นที่ ๔ รอง ผบ.มว. รายงาน และร้องขอการสนับสนุนโดยตรงกับจ่ากองร้อย ณ จุดนี้ทั้งที่ต้องการใน
ปัจจุบนั และท่ีต้องการในการสง่ กำลงั รอบหนา้
ขน้ั ที่ ๕ ผู้บาดเจบ็ เลก็ น้อย นำเข้าพ้ืนทท่ี ำการรักษาพยาบาล
ขน้ั ท่ี ๖ ผบ.มว. และส่วนท่รี บั สป.๓ เมือ่ รบั เสรจ็ เรียบร้อยแลว้ กเ็ คล่อื นยา้ ยเขา้ รบั สป.๕

๒๒

ขน้ั ท่ี ๗ รอง ผบ.มว.และส่วนท่รี บั สป.๕ เมอื่ รับเสร็จเรยี บรอ้ ยแล้วก็เคลอ่ื นยา้ ยเข้ารับ สป.๓
ขน้ั ที่ ๘ กำลงั พลท่ีเหลอื หมนุ เวียนเข้ารบั สป.๑ , จ.ม. และ สป. อนื่ ๆ รวมท้ังนำ้
ข้ันท่ี ๙ กำลังพลทั้ง มว. เม่อื จบสิ้นการรับการสง่ กำลงั บำรุง ทำการเคลอ่ื นย้ายเขา้ ทร่ี วมพลชั่วคราว จากนัน้
ผบ.มว. และ รอง มว. ทำการตรวจสภาพความพรอ้ มรบในสนาม
ขน้ั ที่ ๑๐ สป. ทเี่ หลือ จากการส่งกำลังบำรุงและ มว. ไม่ตอ้ งการใหส้ ง่ ใหก้ ับ ส. สง่ กำลัง
ขั้นท่ี ๑๑ รอง ผบ.มว. รายงานสถานภาพตอ่ ผบ.มว. และจา่ กองรอ้ ย
ขน้ั ที่ ๑๒ มว. นำกำลงั กลบั เขา้ ที่ตง้ั หรือปฏิบตั ภิ ารกจิ ต่อไป
สำหรบั การจ่าย ณ ตำบลจา่ ยโดยจดั ตัวแทนหรือบางสว่ นไปรับ ใหด้ ำเนนิ การจดั ตามความเหมาะสม

ตวั อยา่ งการสง่ กำลงั บำรุง แบบจ่าย ณ ที่ตง้ั หน่วย
ขั้นท่ี ๑ จ่ากองรอ้ ยแจง้ ให้ มว. เตรียมรับการสง่ กำลงั บำรงุ และการระวงั ป้องกัน เมือ่ ขบวนรถส่งกำลังไปถึง
จ่ากองรอ้ ย และ ส. ส่งกำลัง รีบจัดตงั้ ทรี่ กั ษาพยาบาล, ท่ีรวมพลเชลย, ท่รี วบรวมศพ, ทจี่ า่ ย สป.๑ ซง่ึ ในขณะนี้ มว.
ยังคงอยทู่ เี่ ดิม ยกเวน้ มกี ารสง่ คนเจบ็ , เชลยศึก, ศพ และ สป.ทช่ี ำรุด และจะทำการส่งกลับ
ข้นั ท่ี ๒ รถกระสุน, รถนำ้ มัน, รถน้ำ จะเคลือ่ นทีเ่ ขา้ ไปที่รถแต่ละคัน เพื่อทำการสง่ กำลงั ณ ท่ีตั้งของรถแต่
ละคัน ยกเวน้ ในกรณีทร่ี ถส่งกำลังไมส่ ามารถเขา้ ไปถงึ ได้
ขั้นที่ ๓ ในช่วงนี้ รอง ผบ.มว. ทำการแจ้งการร้องขอการรบั การสนับสนุน กับจ่ากองร้อย ในสิ่งที่ต้องการ
เพม่ิ เตมิ และในวงรอบการส่งกำลงั ต่อไป
ขั้นที่ ๔ เมื่อรถทุกคันได้รับการทดแทน และเพิ่มเติม สป. เรียบร้อยแล้ว รถส่งกำลังก็จะเคลื่อนย้าย กลับ
ออกไป จากน้ันทำการสง่ กำลงั บำรงุ ใหส้ ่วนอื่นต่อไป

หมายเหตุ การส่งกำลังบำรุงด้วยวิธจี ่าย ณ ที่ต้งั หน่วยน้ี เปน็ การเพิม่ ขวัญ และกำลังใจให้กับหน่วย
แตส่ ่งิ ท่ตี อ้ งพิจารณา คอื ต้องใช้เวลานาน และตอ้ งมกี ารระวงั ป้องกนั ที่ดี ในขณะทบี่ างสว่ นในหน่วยกำลังรับการส่ง
กำลังบำรุงอยู่

ค) การเดนิ ทางกลบั ของขบวนรถส่งกำลัง : เม่อื แต่ละ มว. รับการสง่ กำลงั บำรงุ เสรจ็ เรียบร้อยแล้ว
จา่ กองรอ้ ย และ ส.พยาบาล จะจัดลำดับความเร่งด่วนในการสง่ กลับผบู้ าดเจบ็ , ส.ยานยนต์ จะจัดลำดับความเร่งด่วน
ในการกซู้ ่อม และการเกบ็ ซอ่ มยานพาหนะท่ีชำรุด และ ส.สง่ กำลงั จะจัดลำดบั ความเร่งดว่ นในการส่งกลบั ผ้บู าดเจ็บ,
ศพ และเชลยศึก เมื่อบรรทกุ เสร็จเรยี บรอ้ ยพร้อมเคลื่อนย้ายแลว้ จึงนำขบวนรถส่งกำลัง และรถทต่ี อ้ งทำการกู้ และ
ซอ่ ม กลับไปยงั ส่วนหลงั ทข่ี บวนสัมภาระรบ หรือท่ี จดุ แยกขบวนรถส่งกำลงั ส.ส่งกำลัง ก็จะให้รถเครอ่ื งมอื ชา่ ง และ
รถบรรทกุ ( PLL ) จากน้ันกจ็ ะเดนิ ทางตอ่ ไปที่ตำบลรวบรวมสงิ่ อปุ กรณ์แลว้ จงึ เดนิ ทางกลับไปยงั ขบวนสัมภาระพัก
ของกองพนั

ง) การเพิ่มเตมิ สป.๓ พิเศษ หรือเร่งด่วน : เมื่อสถานภาพ สป.๓ ใน มว. เหลือประมาณ ๑/๒ ถัง
รอง ผบ.มว.แจ้ง และร้องขอไปยัง ผบ.ร้อย ซึ่ง จ่ากองร้อยก็จะทำการร้องขอ และแจ้งให้รถน้ำมันเตรียมการ
เคล่อื นยา้ ย และเมอ่ื สถานภาพ สป.๓ ใน มว. เหลือ ๑/๔ ถัง ส.สง่ กำลงั จะนำรถนำ้ มันมาพบกับ จ่ากองรอ้ ยทจี่ ุดแยก
ขบวนรถส่งกำลงั จา่ กองรอ้ ยนำ ส.สง่ กำลงั และรถนำ้ มันไปดำเนนิ การเพม่ิ เติมใหก้ บั มว. โดยวธิ กี ารใดตามแตท่ ่ี รอง
ผบ.ร้อย สง่ั การ

๔ ) ระบบการรอ้ งขอและการรายงาน :

๒๓

ก) สป.๑ ต้องมีการประมาณการณ์ทุกวัน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความพร้อมรบ ซึ่งแปลเปลี่ยนไป
ตามการทดแทน, การสูญเสีย, การสมทบ และการแยกสมทบ

ข) สป.๒ , ๔ เป็นการร้องขอพิเศษ รอง มว. ประสานการร้องขอไปยงั จุดแยกขบวนรถส่งกำลัง
ซ่งึ จะไปรอรับขบวนรถส่งกำลงั อยา่ งไรก็ตามการรอ้ งขอเรง่ ดว่ นสามารถร้องขอได้ตลอดเวลา

ค) สป.๓ อาจต้องมีการรับการส่งกำลังบำรุงวันละ ๒ ครั้ง สป.๓ รวมทั้งน้ำมันหล่อลื่นต่าง ๆ จะมี
เก็บสะสมอย่ทู ี่ขบวนสัมภาระรบของกองพัน ซง่ึ จะระบุไวเ้ ปน็ รปจ. ของกองพันในเรอื่ งส่งิ อุปกรณ์ สป.๓

ง) สป.๕ การส่งกำลัง และการเพิ่มเติม สป.๕ ในแต่ละครั้ง ขึ้นอยูก่ ับการรายงานในช่วงเสริมความ
มั่นคง, ตามคำสั่งยุทธการ หรือตามการร้องขอเร่งดว่ น สป.๕ จะมีเก็บสะสมรวมอยู่ท่ีขบวนสัมภาระรบของกองพนั
ซงึ่ จะระบุไว้เป็น รปจ. ของกองพนั ในเรอ่ื งระดับส่งิ อุปกรณ์ สป.๕

๕) การส่งกำลังเร่งด่วน : รถกู้สามารถนำมาใช้เป็นรถสัมภาระแทนรถ ๒ ๑/๒ ตันได้ ในกรณีจำเป็น
เชน่ สถานการณ์ข้าศกึ บงั คบั เป็นต้น

ก) กระสุนปืนใหญร่ ถถัง ให้ทำการแกะกล่องพร้อมที่จะบรรจุลงในช่องเก็บกระสุนปืนใหญ่รถถงั
ในรถถงั ทันที

ข) กระสุนของอาวุธขนาดเล็ก ทำการบรรจุลงในกล่องแล้วจ่ายให้กับพลประจำรถ เพื่อให้ง่ายตอ่
การแจกจ่าย และการบรรทกุ

ค) สป.๓ ใช้ระบบถงั เปล่าแลกถังเต็ม ยกเว้นในกรณีมกี ารเพมิ่ เติม สป.๓ เปน็ จำนวนมาก
๖) การซ่อมบำรุงยานยนต์ ให้ใช้คู่มือซ่อมบำรุง - ๑๐ ในขั้นการซ่อมบำรุงระดับผู้ใช้ ผบ.รถ รายงาน
การชำรุดของยานพาหนะต่อ รอง ผบ.มว., รอง ผบ.มว. รายงานให้จ่ากองร้อยทราบ จากนั้นจ่ากองรอ้ ยจะรายงาน
ใหก้ ับ ทก. ธุรการ และการสง่ กำลังบำรุงทราบ ซึ่งพลประจำรถจะต้องพยายามทำการซ่อม ณ ทีบ่ ริเวณท่ีรถชำรดุ จา่
กองรอ้ ยจะเป็นผู้ระบุความเร่งด่วนในการซ่อมบำรงุ ให้กบั หมูซ่ อ่ มบำรงุ ทราบ ในกรณที ี่ไม่มี นโยบายของ ผบ.รอ้ ย ใน
เรอ่ื งการละทิง้ และการทำลายยานพาหนะ ให้ร้องขอการอนมุ ัติการละทงิ้ และการทำลายจาก ผบ.รอ้ ย ก่อนทุกคร้ัง
สำหรบั ในเร่ืองเอกสารราชการทมี่ ีช้ันความลบั , เคร่ืองมอื สอ่ื สาร, กระสุนและอาวุธขนาดเล็กจะทำการขนถ่ายไปยัง
ยานรบคันอื่น ๆ ตามแต่สถานการณ์จำอำนวย พลขับของรถคันที่ชำรุดให้ยงั คงอยู่กับยานรบของตน เพื่อคอยการ
ซอ่ มหรือการกู้ของชุดชา่ ง สำหรับพลประจำรถคนอนื่ ให้ถา่ ยไปกับรถคันอน่ื หรือคันใหมท่ ่ไี ดร้ บั การทดแทน ผบ.ร้อย
หรือ จ่ากองร้อยจะเปน็ ผู้ระบุในการถ่ายรถ หากมีเวลาเพียงพอในการวางแผน และการออกคำสั่ง การละทิ้ง และ
การทำลาย ผบ.ร้อย จะตอ้ งระบุอยใู่ นคำส่ังยุทธการ
๗) การกู้รถ : รถทุกคันจะต้องมีขอพ่วง และเชือกหรือลวดสลิง เพื่อพร้อมในการกู้ พลประจำรถต้อง
คอยช่วยเหลอื พลประจำรถกใู้ นการกู้ การลาก และการตดั เพลาเมื่อตอ้ งการ

๘) การถ่ายรถ : อาจมกี ารถา่ ยรถในระหว่างปฏิบัติการ เพอื่ ใหส้ ามารถปฏิบตั ภิ ารกจิ ต่อไปได้ ถา้ เปน็
ยานรบหลักหรือเครอ่ื งมอื สอ่ื สารหลักชำรุด

๙) การขนถ่ายรถ : ลำดบั ความเรง่ ดว่ นของยุทโธปกรณใ์ นการขนย้ายและทำลายมีดงั น้ี
ก) เอกสารและเครอื่ งมอื ทีม่ ีชั้นความลับ
ข) เคร่อื งมือสื่อสาร

๒๔

ค) อาวุธ และกระสุน ( จรวดต่อสู้รถถัง, กระสุนต่อสู้รถถัง, ปืนกลหนัก, ปืนกลเบา, กระสุน ปลย.
เอ็ม ๑๖ )

ง) สป.๓
จ) สป.๑ และน้ำ

๕. การปฏิบตั ทิ างยทุ ธวิธี

ก. การปิด และการเปิดปอ้ ม

๑) ในระหว่างการ ลว. หรอื เคลื่อนย้ายทางยุทธวธิ ี พลประจำรถนั่งประจำตำแหน่งเปิดป้อม
๒) ปิดป้อมเมือ่ มีการปะทะ, ขา้ ศึกทำการยิงด้วยอาวธุ ยงิ เลง็ ตรง หรอื ถกู ยงิ ดว้ ยอาวุธวถิ ีโค้ง
๓) ปดิ ปอ้ มเมอื่ ผ่านแนวออกตี หรือเร่มิ ปะทะกบั ขา้ ศึก

ข. การเคลื่อนย้ายทางธุรการ

๑) การจัดหน่วยการเดนิ
ก) หนว่ ยการเดินที่ ๑ ประกอบดว้ ย รถ ๑/๔ ตัน ตอน คห. ผบ.มว.ลว.ท่ี ๓ ควบคมุ
ข) หนว่ ยการเดนิ ที่ ๒ ประกอบด้วย รถถงั ขนาดเขา ผบ.มว.ลว.ท่ี ๑ ควบคุม
ค) หนว่ ยการเดนิ ที่ ๓ ประกอบด้วย รสพ. ทัง้ หมด ผบ.มว.ลว. ท่ี ๒ ควบคุม
ง) หนว่ ยการเดินที่ ๔ ประกอบด้วย รถใน ทก.ร้อย. และขบวนสมั ภาระ รอง.ผบ.ร้อย. ควบคุม

๒) หมู่ ซบร. เคลื่อนย้ายปดิ ทา้ ยขบวน
๓) ในกรณที มี่ ีการจดั ส่วนล่วงหน้า ให้ นตต. หรือ จา่ กองร้อยควบคุมหน่วยการเดนิ ที่ ๔
๔) ส่วนลว่ งหนา้ ประกอบดว้ ย รอง.ผบ.รอ้ ย., รอง.ผบ.มว.ลว., สื่อสารกองร้อย และเจา้ หนา้ ที่นำทาง

ค. การเคลื่อนยา้ ยทางยุทธวธิ ี

๑) การจัดกำลัง กองร้อยจัดกำลงั ออกเปน็ ๒ สว่ น คอื
ก) ส่วนลว่ งหนา้ : ผนวก ข
ข) สว่ นใหญ่

๒) ลำดบั การเคล่ือนยา้ ยของกองร้อย

มว.ลว.ที่ ๑ พวกบังคบั บัญชา มว.ลว.ท่ี ๒ ทก.รอ้ ย./ขบวนสมั ภาระ มว.ลว.ที่ ๓ ชุดช่าง
๓) ความเร็ว กลางวนั ๑๒ - ๒๐ ไมล์/ชม.
กลางคนื ๘ - ๑๐ ไมล์/ชม.
๔) การเคลื่อนยา้ ยในเวลากลางคนื ปกติจะกระทำเมื่อมดื สนิทแล้ว การเคล่อื นที่ไปเขา้ ทรี่ วมพล ผบ.รถ

ลงมานำรถ โดยใชไ้ ฟฉายซงึ่ มแี ผ่นกรองแสงสแี ดง
๕) การใชก้ ลอ่ งอินฟาเรด ในการเคล่ือนย้ายในเวลากลางคนื จะใชเ้ มือ่ ได้รบั คำส่ังของ ผบ.รอ้ ย
๖) พลประจำรถทกุ นายจะตอ้ งมีความคุ้นเคย และชำนาญตอ่ การกะระยะของรถคนั หนา้ ในเวลากลางคนื

โดยสงั เกตจากไฟตาแมวของรถคนั ข้างหนา้
๗) การพัก

๒๕

ก) ตามตารางการพักในคำส่งั ยุทธการ
ข) ตามปกตจิ ะพกั ๑๕ นาที ในการเคลือ่ นท่ีชว่ั โมงแรก และจะพกั ๑๐ นาทีทกุ ๒ ชว่ั โมง
ค) พลประจำรถระวงั ปอ้ งกนั ดา้ นหนา้ , ดา้ นหลงั และ ซา้ ย-ขวาอย่างนอ้ ย ๑ นาย
ง) หมู่ ปล. ลงรถ ทำการค้มุ ครองให้กบั ตอนรถถงั
จ) รถแต่ละคนั จัดผ้สู ังเกตการณ์ไปยงั รถไปข้างหนา้ ๑ นาย เมื่อมีการเคลอื่ นย้ายในเวลากลางคืน
ฉ) พลขับทำการ ปบ. ยานพาหนะระหว่างใชง้ าน
ช) ถ้าเป็นการพัก นอกเหนือจากตารางการเดิน ผบ.มว. รายงาน ผบ.รอ้ ย
ซ) รถทกุ คันต้องมยี ามอากาศ และพร้อมท่จี ะทำการยงิ อาวุธประจำรถได้ตลอดเวลา ในระหว่างการ
เคล่อื นยา้ ย
๘) การปฏิบัตเิ ม่ือยานพาหนะชำรุด
ก) รปู ขบวนยังคงทำการเคลื่อนที่ต่อไป และปดิ ระยะต่อเข้ามาแทนที่รถคนั ที่ชำรุด ชุดซ่อมบำรุงทำ
การตรวจสอบ และทำการซ่อมถา้ สามารถทำได้ หากซ่อมไมไ่ ด้จะทำการร้องขอการส่งกลับ และการช่วยเหลือจาก
ตอนซ่อมบำรงุ กองพนั
ข) รถคันท่ีชำรุดรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วนำรถลงออกจากถนน ให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้
ตดิ ตงั้ สญั ลกั ษณ์ท่แี สดงว่ารถเสียทีท่ ้ายรถ หรือปักธงเหลอื งเขียว ทำการระวังป้องกนั และให้สัญญาณรถคันหลังให้
แซงผ่านขึ้นไป พลประจำรถทำการตรวจสอบ และซ่อมถ้าสามารถทำได้ เมื่อซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วรายงานให้
ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วนำรถกลับเข้ารูปขบวน หากไม่สามารถซ่อมได้ ให้เตรียมการกู้ หรือ ลาก แล้วปฏิบัติตาม
ขอ้ ก
๙) การปฏิบัติเมื่อขบวนขาด : รายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบในทันที หน่วยการเดินส่วนนำคง
ดำเนินการเคลื่อนย้ายต่อไปตามความเรว็ ทีก่ ำหนด หน่วยการเดินสว่ นท่ีขาดจากรปู ขบวนให้เร่งความเร็ว และเม่ือ
สามารถรกั ษาระยะตอ่ ตามคำสงั่ แล้วให้ปรบั ความเร็วเปน็ ไปตามคำสั่งการเคล่อื นยา้ ย บงั คบั บัญชาของหน่วยการเดนิ
ที่ขบวนขาดรายงานให้ ผบ.ร้อย ทราบว่าได้เข้ารูปขบวนเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งรายงานสาเหตุของการขาดของ
ขบวน
๑๐) การปฏิบัติเมื่อส่วนกลางของรูปขบวนหลงทาง หรือเลี้ยวผิด : เมื่อ ผบ.รถ ไม่สามารถตรวจการณ์
เห็นรถคันข้างหน้าของตนเองได้ และไม่มั่นใจว่ารถคันหน้าเลี้ยวไปทางไหน ให้ ผบ.รถคันนั้นรายงานให้ รอง มว.
หรือ ผบ.มว. ทราบ หยุดการเคลื่อนที่รอ รอง มว. หรือ ผบ.มว. มานำทางไปหรือรอฟังคำสั่งแนะนำในการปฏิบัติ
ตอ่ ไป
หมายเหตุ ผบ.รถ ทุกคัน ต้องคอยตรวจสอบทีอ่ ยูข่ องตนเองในภูมปิ ระเทศประกอบแผนที่ตลอดเวลา
เพื่อจะสามารถตรวจสอบท่อี ยู่ไดถ้ กู ต้องตลอดเวลา

ง. การเขา้ ทร่ี วมพล

๑) ส่วนลว่ งหน้าจะต้องเคล่อื นทถี่ งึ ทรี่ วมพลก่อนท่ีสว่ นใหญจ่ ะไปถงึ เพอ่ื กำหนด และหมายท่ีต้ังของ
เส้นทาง และ รถ ( ผนวก ข )

๒๖

๒) รถทุกคันเมือ่ ถงึ จดุ แยกขบวน ผบ.รถ ต้องลงมานำรถเข้าทตี่ ัง้ ตามการชีท้ างของพลนำทาง สำหรบั
การเข้าทร่ี วมพลในเวลากลางคืน ผบ.รถ และพลชีท้ างต้องให้สัญญาณ ซง่ึ มแี ผ่นกรองแสงจนกระทั้งถึงท่ีวางตัวของ
รถ รถทุกคนั จะตอ้ งไมห่ ยดุ บนถนน จะตอ้ งรีบนำรถเขา้ ทตี่ ัง้ โดยไว โดยไมม่ กี ารคบั คั่งบนถนน

๓) ทันทีเม่อื ถงึ ทีร่ วมพล แตล่ ะหมวดหมวดจดั พลนำสารไปยัง ทก.ร้อย เพื่อวางสายจาก ทก.ร้อย ไป
ยังท่ตี ้งั บก.หมวด ของตนเอง

ก) แตล่ ะหมวด จดั ตั้งการตดิ ต่อทางสายภายใน ๓๐ นาที หลงั จากเข้าทร่ี วมพล
ข) จัดต้ังตู้สลับสายของกองร้อยภายใน ๓๐ นาที หลงั จากเขา้ ทรี่ วมพล
ค) ใชก้ ารตดิ ต่อทางสายเป็นหลกั เม่ืออยู่ในทรี่ วมพล หรือในสถานการณซ์ งึ่ อยู่กบั ท่ี
ง) แต่ละหมวดประสานการวางกำลัง, เขตการยิง และการปฏิบัติอื่น ๆ กับหน่วยทางปีก ทั้งซ้าย
และขวา
จ) วิทยุเงยี บรับฟัง ยกเว้นเม่ือมคี ำส่งั จาก ผบ.รอ้ ย
๔) ผบ.หมวด รายงานรวมสถานภาพ สป.๓, สป.๕ ไปยงั ทก.รอ้ ย ภายในเวลา ๑ ชม. หลงั จากเข้าที่
รวมพล
๕) ผบ.หมวด ส่งแผนการยิงของหมวด, แผนการวางเครื่องกีดขวาง, แผนการวางกำลัง, แผนการยิง
สนับสนนุ สง่ ให้ ทก.รอ้ ย ภายใน ๑ ชม. หลงั จากเข้าทรี่ วมพล
๖) กำลังพลทุกนาย แต่งกายชุดเครื่องแบบสนามตลอดเวลา รวมทั้งอาวุธประจำกาย ต้องติดตัว
ตลอดเวลา
๗) ลำดบั ของงานในการเขา้ ที่รวมพล
ก) นำรถเขา้ ทต่ี ั้ง
ข) จดั การระวงั ป้องกนั และจัดท่ีต้ังตรวจการณ์ หรือท่ฟี งั การณ์
ค) จดั การรกั ษาการตดิ ต่อ หรอื ประสานกับหนว่ ยทางฝึก
ง) ทำแผนการยิง
จ) จักวางการตดิ ต่อทางสาย
ฉ) พลยิงอยู่ประจำอาวธุ ตลอดเวลา และรถแตล่ ะคนั จัดคนคอยรบั ฟงั ขา่ ววทิ ยุ
ช) ทำการพรางทีต่ ้งั
ซ) เลือกทต่ี งั้ สำรอง
ด) ปบ. ยุทโธปกรณ์หลังใชง้ าน
ต) วางเครอ่ื งกีดขวาง, โดยให้แผนการวางเคร่ืองกดี ขวาง และแผนการยิงสนบั สนนุ ของ ค. และ ป.
สอดคลอ้ งกัน
ถ) ติดต้งั เคร่อื งตรวจจับ นชค. ถ้ามี
ท) จัดตง้ั ระบบแจง้ เตือน เชน่ สญั ญาณบอกฝา่ ย, พลุลวดสดดุ หรอื แฟร์
น) กำกบั ดูแล และตรวจสอบการวางแนว หรอื กำลัง
บ) รอง ผบ.รอ้ ย วางแผน และปฏบิ ัตกิ ารสง่ กำลงั สป.๑, ๓, ๕
ป) รอง ผบ.ร้อย จดั แผนการพักผอ่ น

๒๗

๘) การสขุ าภบิ าลในท่รี วมพล ( รอง ผบ.รอ้ ย และ จา่ กองร้อย )
ก) จัดตง้ั เขตสขุ าภิบาล ( พน้ื ที่สขุ า และอาบน้ำ )
ข) จัดต้งั หลมุ ขยะเปียก และ หลุมขยะแห้ง

๙) การระวงั ป้องกันทีร่ วมพล
ก) ใช้เครื่องกีดขวางที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และสิ่งที่สร้างขึ้นมาให้เป็นประโยชน์ตรงวัตถุประสงค์
และโดยการใช้การพราง
ข) จ่ากองร้อย จัดเวรยามภายใน ทก.ร้อย ให้สอดคล้องกับแผนการนอน และรอง.ผบ.ร้อย กำกับ
ดูแลแผนการนอนของแตล่ ะสว่ น
ค) ห้ามใช้แสงไฟในเวลากลางคนื ถา้ ใชต้ อ้ งมีแผน่ กรองแสง และใช้ให้น้อยที่สดุ
ง) หากอยู่ในท่ีรวมพลเปน็ เวลานาน ๆ รอง ผบ.รอ้ ย เสนอแนะ ผบ.ร้อย ในการจัดชุด ลว. รอบฐาน
๑๐) การออกจากทร่ี วมพล
ก) ผบ.ร้อย จะออกคำสั่งลว่ งหน้า
ข) ผบ.ส่วน สำรวจกำลังพล อาวุธ และยุทโธปกรณ์ เม่อื พร้อมแลว้ รายงานให้ ผบ.รอ้ ย.ทราบ
ค) ทำการกลบเกล่อื นรอ่ งรอยกอ่ นออกจากท่รี วมพล
ง) ไม่มีการนำรถออกมาจอดเป็นรูปขบวน เมื่อได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายให้นำรถออกทันที และ
เคลอ่ื นที่ออกไปตามทศิ ทางท่กี ำหนด โดยไมห่ ยุดชะงกั
จ) กอ่ นการเคล่ือนย้าย ผบ.ส่วน ตรวจสอบความพร้อมของสว่ นเสยี กอ่ น โดยให้ ผบ.ส่วน รายงาน
ความพร้อมเข้ามาตามลำดับ

จ. การรบดว้ ยวธิ รี กุ : กองร้อย ลว. มักจะปฏิบตั ิการรบดว้ ยวธิ ีรุก เพอ่ื สนบั สนนุ หรือร่วมกนั กบั การ ลว.,

การปฏิบัติเป็นฉากกำบัง, การรกั ษาเขตตดิ ต่อ หรือเขา้ ตตี ามภารกิจท่ีได้รบั มอบ
๑) การจัดกำลังเข้าทำการรบ ( ตามคำสั่งยุทธการ หรือคำสั่งเตรียม ซึ่งอาจจะเป็นการจัดแบบใดแบบ

หน่งึ ใน ๕ แบบ )
๒) การเตรยี มการ
ก) ผบ.ร้อย. ออกคำสั่งเตรยี ม
ข) ผบ.ร้อย. นำ ผบ.หน่วยรอง ไป ลว. ตรวจภูมปิ ระเทศ
ค) ผู้ที่ไป ลว. ตรวจภูมิประเทศ ประกอบด้วย ผบ.หน่วยดำเนินกลยุทธ, ฐานยิงในอัตรา และที่มา

สมทบ
ง) รอง.ผบ.ร้อย. กำกับดูแล และเตรียมการ ของ ทก.รอ้ ย.
จ) ผบ.ร้อย. จะออกคำส่งั ในท่ที ีส่ ามารถเห็นท่ีหมาย หรือการตรวจการณค์ รอบคลุมพืน้ ที่ปฏบิ ตั กิ าร
ฉ) ผบ.ร้อย. จะชี้แจงให้ทราบถึง ที่หมาย, แนวออกตี, เขตปฏิบัติการ, เส้นทาง, ที่ตั้งยิงอาวุธ

สนับสนนุ ฯลฯ
๓) การปฏบิ ัตกิ ารเข้าตี
ก) ฐานยิง จะตอ้ งไปเตรยี มการกอ่ น กำลังสว่ นดำเนนิ กลยทุ ธ ในการยิงเตรยี ม

๒๘

ข) ผบ.หน่วยรอง ตรวจสอบความพร้อมก่อนการเคลือ่ นย้าย แล้วรายงานให้ ผบ.ร้อย.ทราบ โดยพล
นำสาร

ค) การผ่านแนวออกตี ให้ผ่านด้วยรูปขบวนหน้ากระดาน ดำเนินกลยุทธเข้าสู่ที่หมาย ด้วยการ
เคลอ่ื นทป่ี ระกอบการยิง

ง) ผบ.รอ้ ย. ควบคุมสว่ นดำเนนิ กลยุทธ รอง.ผบ.ร้อย. ควบคมุ สว่ นฐานยิง
จ) วิทยุเงยี บรบั ฟังจนกวา่ จะผา่ นแนวออกตี
๔) การปฏบิ ตั ิ ภายหลงั การเข้าตี
ก) จัดการระวังปอ้ งกนั รอบตัว
ข) ทำการเสริมความมั่นคง และจัดระเบียบใหม่ โดยฐานยิงไม่ต้องเคลื่อนย้ายให้วางพื้นการยิงไป
ทิศทางที่ข้าศึกคาดว่าจะใชต้ โี ตต้ อบ
๕) การปฏิบตั เิ มอื่ เกดิ การปะทะ
ก) กระจายกำลงั ออก จัดการระวังป้องกนั เขา้ ทกี่ ำบังซ่อนพราง
ข) หน่วยนำ หรือหน่วยที่ปะทะ คลี่คลายสถานการณ์ เพื่อให้ทราบถึง กำลัง, การวางกำลัง, การ
ประกอบกำลงั และทีต่ ้งั ของขา้ ศึก ให้ ผบ.ร้อย. ทราบ
ค) ผบ.ร้อย. ตดั สนิ ใจว่าจะทำการเข้าตี หรือออ้ มผ่าน
๖) การปฏบิ ตั กิ ารเขา้ ตีจากรปู ขบวนเดิน เมอื่ จะต้องทำการกวาดล้างข้าศกึ ส่วนนี้
ก) ให้แต่ละ มว. นำกำลงั เขา้ ทร่ี วมพลช่วั คราว
ข) ถ้าหน่วยกำลังปฏิบัติภารกิจ ให้ถอนเฉพาะส่วนดำเนินกลยุทธ และฐานยิง เหลือส่วนหนึ่งไว้ทำ
การระวังปอ้ งกัน หรือรักษาแนว
ค) กองรอ้ ยสนธกิ ำลังโดยใชก้ ารจัด แบบ ๔ เพื่อปฏิบัติภารกิจ
๗) การดำเนนิ กลยทุ ธเข้าหาทห่ี มาย ส่วนท่เี ปน็ ฐานยงิ ทำการยิงกำบัง และยิงคุ้มครองให้กับส่วนเคลอื่ นที่
ตอ้ งทำการตรวจการณท์ างอากาศ ให้กบั หน่วยท่เี คล่ือนที่
๘) รายงานหลังจากปะทะหรอื พบขา้ ศึก หรือต้องการร้องขอ
ก) ผบ.รอ้ ย

(๑) ระบุเขตรับผิดชอบในการเสรมิ ความมน่ั คง และเขตรบั ผิดชอบในการยงิ ไวใ้ นแผนยทุ ธการ
(๒) ผบ.ร้อย จะเคลื่อนที่ไปกับส่วนเขา้ ตีหลัก หรือส่วนที่ใกล้ชิดกับการปะทะ เพื่อที่จะสามารถ
อำนวยการยุทธไดท้ นั ที
(๓) ณ ที่หมายการปรับเขต การรับผิดชอบ และเขตการยิง สามารถทำการปรับได้เพื่อความ
เหมาะสมตามคำส่ัง ผบ.ร้อย
(๔) ทำแผนการยิงสนบั สนุน ณ ทเี่ สริมความมัน่ คง และในการตง้ั รับไว้ล่วงหน้า
(๕) เพ่มิ ระดบั การต้านทาน ณ จุดที่เสรมิ ความม่ันคงเปน็ ทมี่ ่ันต้งั รบั
(๖) วางแผนทจ่ี ะทำการรกุ ต่อไป หรอื ภารกิจท่ไี ด้รับมอบ, ออกคำส่งั เตรยี มหากมีเวลาเพยี งพอ
(๗) ประสานการยิงของหมวด เป็นการยิงของกองร้อย และตรวจสอบให้มั่นในว่า แผนการยิง
สนบั สนนุ ได้แจกจ่ายให้ทุกสว่ นครบ และทุกส่วนรแู้ ผนการยิงสนบั สนนุ ของกองรอ้ ย

๒๙

(๘) รายงานสถานการณ์ ( น้ำเงิน ๒ ) ให้ ผบ.พัน หรือ ฝอ.๓ ทราบตามเวลากำหนดหรือตาม
คำสั่ง และเตรียมรับคำส่งั ตอ่ ไป

ข) รอง ผบ.ร้อย
(๑) จัดระเบียบการติดตอ่ ส่ือสาร และรักษาการติดต่อกับ ทก.พัน แล้วรายงานการยึดท่หี มายได้

หรอื ผลการปฏิบัติ
(๒) เลอื กทต่ี งั้ ขบวนสมั ภาระรบ และท่ตี ้งั การสง่ กำลงั บำรงุ
(๓) วางแผนสนับสนุนการช่วยรบของกองร้อย เพื่อปลดเปลื้องภาระให้ ผบ.ร้อย วางแผนในการ

ยทุ ธ
(๔) รับการายงาน และการรอ้ งขอจาก รอง ผบ.มว. แทนจา่ กองรอ้ ยจนกวา่ จา่ กองร้อยจะกลบั มา
(๕) กำหนดลำดับความเรง่ ด่วน ในการซ่อมบำรุง และการกซู้ อ่ ม
(๖) ชว่ ยเหลือจา่ กองร้อย ในการจดั รถ และจัด สป. ของรถสัมภาระถา้ จำเปน็
(๗) รายงานสถานภาพของการสนับสนนุ การช่วยรบ ให้ ผบ.รอ้ ย ทราบตลอดเวลา

ค) จา่ กองร้อย
(๑) เคลอื่ นยา้ ยขบวนสัมภาระรบไป ณ ที่ ผบ.ร้อย ได้เลอื กไว้ นำชุดชา่ ง และชุดเสนารักษ์ไปตาม

ความจำเป็น
(๒) รวบรวมรายงานและการร้องขอจาก รอง ผบ.มว. และการร้องขอการสนับสนุนเร่งด่วนจาก

รอง มว.
(๓) จดั ต้ังรถสมั ภาระ และตำบลจา่ ยในการส่งกำลงั บำรงุ
(๔) กำกับการจราจร และนำรถสัมภาระไปยงั ตำบลจ่าย โดยไปรอรถส่งกำลงั ซึ่ง ส.ส่งกำลัง นำ

ขบวนรถมาที่จุดแยกขบวนรถสง่ กำลัง
(๕) ดำเนินการสง่ กลับ ศพ, เชลยศกึ , ผูบ้ าดเจบ็ และยานพาหนะท่ีชำรุด
(๖) เสนอแนะการทดแทนกำลังในการจัดระเบียบใหม่ สำหรับการสูญเสียกำลังพลของแต่ละ

หมวด เพื่อทจ่ี ะใหแ้ ตล่ ะหมวดสามารถทำการรบต่อไปได้
ง) หมวดตา่ ง ๆ
(๑) ควบคมุ พื้นที่ท่ีได้รับมอบ สังหาร, จบั หรอื ขับไล่ขา้ ศึก
(๒) วางรถใหค้ รอบคลมุ จุดอา้ งที่ได้รบั มอบหมาย, เรม่ิ ทำแผนการยงิ
(๓) ทำการปฐมพยาบาลเบอื้ งต้นต่อกำลังพลทบ่ี าดเจ็บ และรายงานสถานภาพให้ รอง.ผบ.มว.
(๔) ผบู้ าดเจบ็ ทส่ี ามารถเดินได้ จดั นำส่งไปยงั ชดุ รักษาพยาบาลกองร้อย ผูท้ ี่บาดเจ็บสาหัสให้ทำ

การรวบรวมไวเ้ พ่อื งา่ ยต่อการรกั ษาพยาบาล และการส่งกลบั โดยรถพยาบาล
(๕) รวบรวมศพ เตรยี มการส่งกลับ
(๖) รายงานสถานภาพ น้ำมัน, กระสุน และการซอ่ มบำรงุ ให้ รอง มว.
(๗) เฉลยี่ และแจกจา่ ยกระสนุ ภายในหมวด
(๘) จดั การทดแทนกำลังพลทสี่ ูญเสียตามตำแหน่ง, ตามความจำเป็นตามสถานการณก์ ำหนด
(๙) ดำเนินการจัดเตรียม และเพิ่มระดบั ความตา้ นทานตอ่ ไปจนถึงขัน้ ปอ้ งกนั

๓๐

ฉ. การรบด้วยวิธีรับ : ผบ.ร้อย ทำการลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ และมอบเขตรับผิดชอบให้สว่ น

ตา่ ง ๆ โดยนำผูบ้ งั คบั สว่ นต่าง ๆ มาตรวจภมู ิประเทศด้วย กองรอ้ ยอาจทำการต้ังรับด้วยตนเอง หรือเปน็ ส่วนหน่ึงใน

การตั้งรับของกำลงั สว่ นใหญ่ ในบางสถานการณอ์ าจทำการต้งั รับแบบวงรอบ

๑) หลักพน้ื ฐานในการตงั้ รับ

ก) การเตรยี มการ

ข) การแบ่งแยก และ ทำลาย

ค) การรวมกำลัง

ง) ความออ่ นตัว

๒) ความสำเรจ็ ในการต้ังรับข้นึ อยู่กบั

ก) เลือก พท. การรบดว้ ยความระมดั ระวงั

ข) บีบบงั คับให้ ขศ. เขา้ ตี หรือ ปฏบิ ตั ติ ามแผนต้งั รบั ของฝ่ายเรา

ค) แสวงผลประโยชนจ์ ากจดุ อ่อน และข้อผดิ พลาดในการเข้าตีของ ขศ.

ง) ริดรอนอำนาจกำลงั รบของ ขศ. จนถงึ ข้ันทำลายล้าง

๓) ลำดับขั้นตอนการวางกำลงั ใน พท. ตั้งรบั หลัก

ก) ระวัง - จดั ให้มกี ารระวงั ป้องกัน

ข) วาง - วางทีต่ งั้ อาวุธยงิ

ค) ถาง - ถากถางพน้ื ยงิ

ง) ขดุ - ขุด, ดดั แปลงหลมุ บุคคล

จ) ติด - วางการติดต่อสื่อสาร

ฉ) เครอ่ื ง - วางเครอ่ื งกีดขวาง หรอื ดงระเบดิ

ช) เลือกยงิ สำรอง - เลอื กท่ีตัง้ ยิงสำรอง และเพมิ่ เติม

ซ) ทำหลมุ เพม่ิ เตมิ - ทำหลมุ บคุ คลเพ่ิมเติม

ด) ดดั แปลง - การดดั แปลงที่มน่ั เพิม่ เติม

๔) การตง้ั รบั เร่งดว่ น

ก) วางอาวุธยงิ

ข) จัดตั้งระบบแจง้ เตือน

ค) มอบหมายเขตการยงิ หรือ เขตรบั ผิดชอบใหก้ ับแตล่ ะสว่ น

ง) วางการตดิ ตอ่ ส่อื สารทางสาย

๕) การปฏิบัติ

ก) การจดั กำลงั เข้าทำการรบ : ตามคำสง่ั ยทุ ธการ หรอื คำสงั่ เตรียม

ข) ผบ.ส่วน ทำการลาดตระเวนตรวจภมู ิประเทศท่ที ำการตงั้ รบั รวมท้งั เสน้ ทางต่าง ๆ ทีเ่ ขา้ และออก

ในเขตรับผดิ ชอบของพื้นท่ี ตามเวลาทอี่ ำนวย ผบ.มว. นำรถของตนเอง หรือรถของตอนการยงิ สนับสนนุ มาพบ ผบ.

ร้อย.

๓๑

ค) หลังจากทำการลาดตระเวนเสร็จเรียบร้อยแลว้ ทำการวางแผนการยิงขั้นต้น และกำหนดท่ตี ้งั ยงิ
หลักของอาวธุ , เขตรบั ผดิ ชอบ และเขตการยิง, จดุ อา้ ง, พน้ื ที่การยิง, พน้ื ท่อี บั กระสนุ , เครอื่ งกดี ขวาง, เขตเริ่มทำการ
ยงิ และเส้นทางการเคลอ่ื นย้ายไปยังท่มี ่นั ตั้งรบั ต่อไป ซ่งึ ตา่ ง ๆ ท่กี ลา่ วไวแ้ ล้วนี้ ผบ.มว. ต้องบรรยายแผนให้ ผบ.ร้อย
ทราบ ในทุก ๆ ที่ม่นั ตั้งรับ

ง) การเรม่ิ ยิง ผบ.มว. ต้องเปน็ ผู้ควบคมุ หรือเปน็ ไปตามคำสงั่ ในเร่ืองของเขตเร่มิ การยงิ รถแต่ละคัน
ให้เริม่ ทำการยงิ ในกรณีเพยี งปอ้ งกันตนจากการถกู จโู่ จม เทา่ นั้น การยงิ เปน็ หน่วยให้ฟังคำสั่งจาก ผบ.มว.

จ) การเปล่ยี นท่ีตัง้ ยงิ หรอื การเขา้ ที่ม่นั สำรองใหเ้ ปล่ียน เม่ือประสบการยิงอยา่ งได้ผลของข้าศึกหรือ
ตามคำส่งั ของ ผบ.มว. หรอื รอง ผบ.มว.

ฉ) การเปลย่ี น หรอื การยา้ ย ไปยงั ทมี่ น่ั ขน้ั ตอ่ ไป หรอื ไปยังที่มัน่ เพม่ิ เติมให้ปฏบิ ัตไิ ด้ เมื่อได้รับคำส่ัง
จาก ผบ.รอ้ ย เทา่ นั้น หรือจากจดุ เลกิ ปะทะซงึ่ อยู่ในคำส่ังยทุ ธการ ( ถา้ หากการติดต่อสื่อสารถกู ทำลาย )

ช) หมวด ห้ามวางเครื่องกีดขวางโดยปราศจากคำสั่งของ ผบ.ร้อย ยกเว้นเครื่องกีดขวางป้องกนั ตน
ซึง่ เม่อื วางแล้วตอ้ งแจ้งให้ ผบ.รอ้ ย ทราบ ในชว่ งสง่ แผนการยงิ

ช. การรบหน่วงเวลา

๑) การจัดต้ังข้ึนอยกู่ ับ METT - T ประกอบด้วย
ส่วนระวงั ป้องกัน ส่วนรบหนว่ งเวลา กองหนนุ

๒) หลกั การปฏบิ ัติ
ก) ทำลายข้าศกึ ใหม้ ากที่สุดเท่าท่จี ะทำได้
ข) บงั คับให้ ขศ. แปรรูปขบวนในการเข้าตซี ้ำแลว้ ซำ้ เลา่
ค) ดำรงความมเี สรใี นการปฏิบตั ิ
ง) ดำรงการรบให้ต่อไปไดอ้ กี

๓) แบบของการรบหนว่ งเวลา
ก) รนว. ณ ทีต่ ั้งม่นั ตามลำดับขัน้
ข) รนว. ณ ที่ตง้ั มัน่ สลับข้นั
ค) รนว. แบบผสม

๔) เวลาของรั้งหน่วงของแต่ละทีม่ ัน่ ข้นึ อย่กู บั
ก) ความแข็งแรงตามธรรมชาติของท่ีมัน่
ข) กำลงั ขศ.
ค) ความสมั พันธร์ ะหวา่ งเวลา กับ พน้ื ท่ี
ง) ยุทธวธิ ขี อง ขศ.

๕) ระยะห่างระหว่างทมี่ น่ั รนว.
ไกลพอที่จะบังคับให้ ขศ. ต้องจัดกำลังในการเข้าตีใหม่ และต้องย้ายที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนเพื่อ

สนับสนนุ การเข้าตใี หม่
ใกลพ้ อท่จี ะถอนตวั ไปเขา้ ที่มัน่ ใหมไ่ ดส้ ำเร็จภายใน ๑ คนื

๓๒

๖) ลำดับขั้นการรบ
ก) รายงานการตรวจพบ ขศ.
ข) เมอ่ื เร่มิ ทำการยิงระยะไกล หรอื ขอการยิงอาวุธยิง สนับสนนุ
ค) รถถงั เร่ิมทำการยิงต่อ ขศ. ในระยะยิงหวงั ผลไกลสุด
ง) อาวุธทกุ ชนิดในที่มั่นทำการยิง
จ) ทำการถอนตัวเข้าที่มั่น รนว. ขั้นต่อไป หรือผ่านแนวทหารฝ่ายเดียวกัน ตามแผนที่ได้วางไว้โดย

ดำรงการเกาะ ขศ. ไวจ้ นกว่าได้รับอนมุ ัตใิ ห้ผละจากการเกาะ ขศ. ไดห้ รอื เมอ่ื มีหน่วยอ่นื มาทำการเกาะตอ่
ช) การผ่านแนว : ดู ผนวก ฉ
ซ) การปฏิบตั ิในระหวา่ งทศั นวสิ ยั จำกัด
(๑) ใหท้ ำการเคล่ือนยา้ ยให้น้อยที่สดุ เทา่ ทีจ่ ำเป็น ในระหว่างทัศนวสิ ยั จำกดั เพ่อื ให้มนั่ ใจว่ารถแต่

ละคนั สามารถทำการคุม้ ครองเขตรบั ผดิ ชอบได้ ท้ังอาวุธยิงตรง และอาวุธยงิ เล็งจำลอง
(๒) จัดตั้งท่ตี รวจการณ์ หรือทฟ่ี งั การณ์ หรอื หมู่ตรวจ ตามคำส่ังและหากมกี ารจัดตามนี้แล้วท่ีรถ

แต่ละคันจะต้องมีพลประจำรถอยูอ่ ย่างนอ้ ย ๒ นาย คอยประจำอาวธุ และสามารถขบั เคล่อื นรถได้ในทันที
(๓) ผบ.มว. และ ผบ.สว่ น ตอ้ งคอยกวดขนั ใหก้ ำลงั พลมีความตน่ื ตัว และพร้อมรบตลอดเวลา
(๔) ผบ.มว. และ รอง ผบ.มว. ต้องตรวจสอบในเรื่องการใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนให้มี

การใช้อยา่ งเหมาะสม
(๕) ผบ.มว. ต้องตรวจสอบการระวังป้องกันในระหว่างทัศนวิสัยจำกัดทั้งด้านหน้า และทางปีก

ดงั ต่อไปน้ี
(ก) จดั ต้ังที่ตรวจการณ์, ที่ฟงั การณ์ หรอื หมูต่ รวจ ( ตามคำสง่ั )
(ข) จัดทำ และปรับปรุงแผน่ จดระยะ
(ค) แผนการยิงส่องสว่าง
(ง) ประสานระบบการแจง้ เตอื น และระบบการตรวจการณใ์ นเวลากลางคนื เข้าด้วยกัน
(จ) ใช้กระสนุ ส่องวถิ ีในการช้เี ปา้
(ฉ) ใช้แฟร์ ลวดสดุด
(ช) จัดต้งั เครือ่ งกีดขวางแบบเรง่ ด่วน หรือเครื่องกดี ขวางปอ้ งกันตน
(ซ) จัดต้ังระบบแจง้ เตือนโดยพฒั นาข้นึ ตามเวลาที่มีอยู่

(๖) ผบ.ร้อย ตรวจสอบระบบการระวงั ป้องกนั ในเวลากลางคืนโดย
(ก) ตรวจสอบแผนการยิงให้ประสาน และสอดคล้องกับแผนการปฏิบัติในระหว่างทัศนวิสัย

จำกัด และการใชค้ วามเร่งดว่ นในการยิงตอ่ เปา้ หมายพิเศษ
(ข) ตรวจสอบรอยต่อระหว่างหมวด และระหวา่ งกองร้อยใหม้ ่ันใจว่ามีการคมุ้ ครองทเี่ พยี งพอ

๖. กำลงั พล

ก. การรายงาน : รอง ผบ.มว. ดำรงการรายงาน และตรวจสอบสถานภาพของหน่วยตลอดเวลา
ข. การสง่ ป่วย : ประสาน และแจ้งจ่ากองร้อย

๓๓

ค. การไปรษณีย์ : ส.ส่งกำลัง นำจากส่วนหลังมากับรถสัมภาระ, จดหมายจากส่วนต่าง ๆ ที่จะส่งไปส่วน
หลัง ให้ผา่ นการตรวจสอบจาก จา่ กองร้อย กอ่ นทกุ ฉบับ เสมยี นกองรอ้ ยดำเนนิ การส่งตอ่ ให้ ส.ส่งกำลัง ในการส่งไป
ยังสว่ นหลัง ใหแ้ ต่ละส่วนรวบรวมสง่ ไปรษณยี ์ และพสั ดุภัณฑ์ ที่ ทก.รอ้ ย ก่อน ๑๐๐๐

ง. เบ้ียเลี้ยงและเงินเดือน : จา่ ยตามวงรอบ และตามโอกาสอำนวย
จ. พธิ ีทางศาสนา : ตามโอกาส และทนั ทที ีท่ ำได้
ฉ. สิ่งของประจำตัว : กำลังพลทุกนายต้องนำบัตรประจำตัวทหาร และป้ายคล้องคอ และใบขับขี่ทหาร
( ถา้ มี ) ติดตัวไวด้ ว้ ยตลอดเวลา
ช. ระดบั รงั สี : ผบ.ร้อย จะแจง้ ระดับรงั สีใหท้ ราบทกุ วัน
ช. การปูนบำเหน็จและเหรียญตรา : การขอพระราชทานเหรียญตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปกติมีผล
บังคับใช้ การปูนบำเหนจ็ เป็น พสร. การประกาศเกยี รติคุณของทหารทไี่ ด้รบั บำเหน็จรางวลั เหรยี ญตรากองร้อยจะ
ดำเนินการทนั ที ในโอกาสแรกท่ีจะทำได้
ด. การลา

๑) ไม่มีนโยบายใหล้ ากิจตลอดเวลาท่ีปฏบิ ัตหิ น้าทร่ี าชการสนาม นอกจากมีความจำเป็น และมีหลักฐาน
แนช่ ดั เช่น บิดา มารดา ภรรยา บุตร ธิดา เสียชวี ิต หรอื ป่วยหนัก หรอื ประสบอนั ตรายจากอัคคภี ยั วาตภัย อุทกภัย
ซงึ่ ครอบครวั ไม่สามารถแกป้ ัญหา ไดด้ ว้ ยตนเอง หรือกรณีที่ต้องปฏิบตั ติ ามกฎหมายดว้ ยตนเอง เชน่ เรื่องมรดก เป็น
ต้น

๒) ผบ.ร้อย เป็นผพู้ จิ ารณาการลา เพ่อื ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวภายใน ๒๔ ชม. ถา้ เกนิ ๒๔ ชม. ต้องได้รับ
อนุมตั จิ าก ผบ.พนั

๓) การลาเฉพาะกิจอันจำเป็นนั้น จะพิจารณาเฉพาะท่ีรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และพลเรือนเท่านั้น
ซ่งึ ต้องแจ้งมาเปน็ ลายลักษณ์อักษร

๔) การลาดังกลา่ วขา้ งตน้ จะลาได้หลงั จากปฏิบัติภารกิจอยูใ่ นสนามแล้วเกิน ๑ เดอื นขึ้นไป
ต. การลาพกั ผอ่ น

๑) กำลังพลมีสทิ ธ์ิได้รับอนมุ ัติใหล้ าพักผอ่ น และฟืน้ ฟู ต้องปฏบิ ตั ภิ ารกิจอย่างน้อย ๒ เดอื นขึ้นไป
๒) กำหนดระยะเวลาพักผอ่ นรวมทัง้ การเดนิ ทางไมเ่ กนิ ครง้ั ละ ๑๐ วนั
๓) รอง ผบ.รอ้ ย กำหนดโควตาการพกั คร้งั ละ ๕ % ของกำลังพลบรรจุจรงิ
๔) ในกรณีผทู้ ก่ี ลบั มาพักผอ่ น เกดิ เจ็บปว่ ยขึน้ ในเขตภายใน ให้สง่ เข้ารบั การรักษาพยาบาล เช่นเดียวกับ
ผู้ทส่ี ง่ ตัวกลับตามสายการสง่ จากเขตหลัง
๕) เมือ่ มีการรบติดพัน ใหร้ ะงบั การลาเปน็ การช่ัวคราว
๖) ให้ รอง ผบ.ร้อย ทำแผนการตดิ ตามกำลังพลทลี่ าพกั กลับที่ต้ังเรว็ ท่สี ดุ ในกรณเี กิดเหตฉุ ุกเฉนิ
ถ. การทดแทน : กำลังที่มาทดแทนจะถูกนำไปยังส่วนหน้าโดยใช้ยานรบของหน่วย หรือจากรถส่งกำลัง
ซึ่งมาส่งกำลังยังส่วนหน้า จ่ากองร้อย จะเป็นผู้บรรยายข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับนโยบายของกองร้อย, รปจ. ของ
กองรอ้ ย และ สถานการณใ์ นปจั จบุ ันใหก้ บั กำลงั พลที่มาทดแทนกำกับดูแลเร่ืองเคร่ืองใช้ประจำตัว และอาวธุ ประจำ
กาย กำลงั ทดแทนจะถูกส่งไปยงั หน่วยที่รับการทดแทนโดยไวท่ีสดุ และการทดแทนน้ีจะมีอยู่ในการรายงานการร้อง
ขอการทดแทน ซึง่ ได้ขอไวล้ ่วงหนา้

๓๔

ท. การส่งกลับผ้บู าดเจบ็
๑) เครื่องมือในการส่งกลับ ตามลำดับความเร่งด่วน มีดังต่อไปนี้ : ส่งกลับทางอากาศ, รถพยาบาล

สนาม, ยานพาหนะท่มี ีอยู่ หรอื ยานรบ ยานรบหลกั ควรใช้เป็นหนทางสดุ ท้าย ในกรณเี รง่ ด่วนจริง ๆ และไมม่ หี นทาง
อื่นปฏบิ ตั ซิ ่ึงจะตอ้ งได้รบั อนมุ ัติจาก ผบ.รอ้ ย กอ่ น

๒) การส่งกลบั ผบู้ าดเจ็บสาหสั อาจใช้รถพยาบาลจากทพี่ ยาบาลกองพันมาทำการสง่ กลับได้ หากวิธีอ่ืน
ไมส่ ามารถกระทำได้

๓) หลังจากผู้บาดเจ็บได้รับการปฐมพยาบาลแล้ว ลำดับความเร่งด่วนในการรกั ษาพยาบาลมีดังตอ่ ไปน้ี
ทหารไทย, ทหารสมั พันธมิตร, ทหารขา้ ศกึ , พลเรอื นไทย, พลเรอื น สมั พนั ธมติ ร และ พลเรอื นขา้ ศกึ

น. การศพ
๑) หมวดต่าง ๆ จัดเกบ็ ศพไว้ในถงุ หรือเสือ้ กันฝน, ผ้าหม่ หรือถงุ นอน ในทนั ทที ี่ทำได้ ยทุ โธปกรณ์ และ

ทรพั ย์สินรวมทั้งอาวธุ ประจำกาย จัดนำส่งใหก้ บั นายสิบส่งกำลังเมอ่ื รถสง่ กำลงั มาถึง
๒) ศพ จะไดร้ ับความเร่งดว่ นในการส่งกลับเปน็ ลำดบั สุดท้าย และห้ามสง่ กลับ ศพ และผ้บู าดเจ็บรวมไว้

ในรถคนั เดยี วกัน หากศพบรรทกุ ไม่หมดในเท่ียวเดยี ว ให้ทำการส่งกลับด้วยรถคนั อน่ื ทีม่ อี ยู่
๓) ห้ามทำการฝังศพก่อนได้รับอนมุ ตั ิ ใหท้ ำการสง่ กลบั ศพที่เหลอื อยดู่ ว้ ยวิธีอน่ื

บ. การสขุ าภิบาล
๑) กำลงั พล
ก) โกนหนวด เครา ทุกวัน นอกเหนือจากน้ำไมเ่ พียงพอ และ ผบ.ร้อย สงั่
ข) การอาบน้ำ ปฏิบัติภายใต้การกำกับดูแล และประสานกับจ่ากองร้อย หรือ ส.ส่งกำลัง โดยคำสั่ง

ของ ผบ.รอ้ ย
ค) เครื่องแบบ และเสื้อผ้า จ่ากองร้อย และ ส.ส่งกำลัง กำกับดูแลและส่งกำลงั โดยประสานกับ รอง

มว.
๒) ประวัติทางการแพทย์ จ่ากองร้อย ดำเนินการรวบรวมประวัติทางการแพทย์ของกำลังพลทุกนายไป

ดว้ ยเสมอ
๓) แผนการนอน จำกองรอ้ ยกำกบั ดูแลแผนการนอนของกำลงั พลภายในกองร้อย กำลงั พลจะต้องได้รับ

การนอน อยา่ งนอ้ ย ๕ ชม. ติดต่อ ภายใน ๒๔ ชม. นอกเหนอื จากสถานการณบ์ ังคับ
๔) การแจ้งเตอื นสภาพอากาศท่ีเปลี่ยนแปลง จา่ กองร้อย แจง้ เตือนถงึ สภาพอากาศท่ีเปลี่ยนแปลงให้กับ

กำลงั พลทราบ และกำกบั ดแู ลป้องกนั การปว่ ยไข้จากสภาพการเปลีย่ นแปลง

๗. การสง่ กำลังบำรงุ

ก. กลา่ วท่ัวไป
๑) ลำดบั ความเร่งดว่ นในการสง่ กำลงั บำรงุ คอื น้ำมนั , กระสนุ , การซ่อมบำรุง และ สป.๑
๒) ใชข้ บวนสัมภาระของกองรอ้ ยในการส่งกำลังบำรุง
๓) จุดแยกขบวนรถส่งกำลงั ( LRPS ) และ เส้นหลักการส่งกำลัง ( MSRS ) จะใช้เป็นมาตรการควบคมุ

ในการส่งกำลังบำรุง ระหว่างกองพันกบั กองร้อย โดยใช้รถสัมภาระของกองร้อย และส่งกลับยานรบซึ่งชำรดุ ไปยัง
ส่วนหลงั หรือนำยานพาหนะทซ่ี ่อมแกเ้ รียบรอ้ ยแล้วส่งให้แนวหน้า

๓๕

ข. การส่งกำลงั
๑) สป.๑ : อาหาร และน้ำ ควบคุมการปฏิบตั โิ ดยชุดสทู กรรมของกองรอ้ ย ซึ่งจะตั้งอยทู่ ่ีสมั ภาระพกั กอง

พัน ถา้ สามารถกระทำได้ จะทำ และส่งอาหารร้อน ให้กับแนวหน้า รถทกุ คันจะได้รับ สป.๑ แห้ง ซ่งึ สามารถดำรงชีพ
ได้ ๓ วัน และ น้ำ ๑๐ แกลลอน การร้องขอการสง่ กำลงั สป.๑ ตอ้ งสง่ ลว่ งหน้า ๑ วัน ให้กบั ทก.รอ้ ย

๒. สป.๒ : เคร่ืองแตง่ กาย และเครอ่ื งสนามประจำตัว ร้องขอจากจา่ กองรอ้ ย และผ่านไปยัง ส.สง่ กำลงั
๓) สป.๓ : ร้องขอผา่ น ทก.รอ้ ย ไปยังจา่ กองร้อย จา่ กองรอ้ ยจะนำ ส.สง่ กำลงั และนำไปส่งให้หมวดต่าง
ๆ ร้องขอการเพ่ิมเติมเมือ่ ระดับ สป.๓ อยู่ในระดับครึ่งถัง รถรบทุกคันจะต้องมีอะไหล่ สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ๕
แกลลอน รวมทัง้ นำ้ มนั หลอ่ ล่นื อ่ืน ๆ อกี ตามความจำเป็น
๔) สป.๔ : เครื่องกดี ขวาง และเครอ่ื งกอ่ สรา้ งตา่ ง ๆ ใหร้ ้องขอผา่ นจา่ กองร้อยไปยัง ส.ส่งกำลงั ซ่งึ จะทำ
การจัดสง่ ใหใ้ นรถสัมภาระในชว่ งการส่งกำลงั บำรุง
๕) สป.๕ : กระสุน ให้ร้องขอไปที่ ทก.ร้อย หมวดต่าง ๆ ให้ทำการร้องขอ เมื่อระดับกระสุนอยู่ต่ำกวา่
๕๐ % ของอัตรากระสุนมูลฐาน ซึ่ง ๕๐ % ของอัตรากระสุนมูลฐาน ซึ่ง ๕๐ % ของอัตรากระสุนมูลฐานนี้จะมี
สะสมไว้ท่ีขบวนสัมภาระกองพัน เพอ่ื ความรวดเรว็ ในการสง่ กำลงั เร่งด่วน
๖) สป.๖ : ส่ิงของประจำตัวอนื่ ๆ ให้ร้องขอผ่าน ทก.ร้อย ไปยัง ฝอ.๑
๗) สป.๗ : สิง่ ของที่ใช้แล้วหมดไป ใหร้ อ้ งขอผา่ น ทก.รอ้ ย ไปยัง ฝอ.๔
๘) สป.๘ : ยารกั ษาโรค รอ้ งขอไปยัง จ่ากองร้อย
๙) สป.๙ : ชนิ้ สว่ นซอ่ ม ชิน้ สว่ นซ่อมตามอัตราพิกดั และช้ินส่วนซอ่ มจะอยใู่ นความควบคมุ ของ รอง ผบ.
ร้อย, นายทหารซ่อมบำรงุ และนายสบิ ยานยนต์, นายสบิ ช้ินสว่ น, รถซ่อมบำรงุ และรถพว่ งจะอยูท่ ีข่ บวนสัมภาระพกั
หรอื ตำบลรวบรวมส่งิ อุปกรณ์ซอ่ มบำรงุ ของหน่วย
ค. การรักษาพยาบาล : พลประจำรถทุกนาย ต้องสามารถทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นได้ และรายงานให้
ผบ.หมวด หรือ รอง.ผบ.มว. ทราบ เพ่ือทีจ่ ะแจ้ง และร้องขอการส่งกลบั จากจา่ กองร้อยทราบ
ง. การสุขาภิบาลสนาม
๑) ทหารทุกคนใหท้ ำการถ่ายอจุ จาระ และปสั สาวะ ในหลุมบุคคลของตนเอง หากหน่วยต้องอย่ใู นท่ีแห่ง
นั้นเปน็ เวลานานกวา่ ๑๒ ชม. ในการปัสสาวะ และการถา่ ยอุจจาระให้ทำการถา่ ยนอกหลุมบุคคล และให้ทำการขุด
แลว้ กลบทกุ ครงั้
๒) ผบ.รถ ตอ้ งตรวจสอบว่า ร่องระบายนำ้ ไดท้ ำการขุดเรียบร้อยทกุ คร้งั ทม่ี ีการขดุ หลุมบุคคล และกาง
เต็นท์

๘. การรกั ษาความปลอดภัย

ก. กลา่ วทัว่ ไป หนว่ ยทีไ่ ด้รับการฝึกที่ดี โดยทั่วไปจะสามารถลดอุบัติเหตไุ ด้ ถึงแม้ว่าอบุ ตั ิเหตสุ ามารถเกิดข้ึน
ได้ตลอดเวลาในระหว่างการใช้ยุทโธปกรณ์ในสนามรบ, อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการขาดการรักษาความ
ปลอดภยั หรือ การฝึกท่ีเพียงพอ, ขาดการกำกบั ดูแล หรอื ขาดความรู้ในการใช้เคร่ืองมอื

๓๖

ผนวก ก ( การจัด ทก. และ การจดั พ้ืนที่ ซบร. ) ประกอบ รปจ.รอ้ ย.ม. ...ม.พนั .๑๙

เม่ือเขา้ ท่ีตั้งเรียบร้อย ใหด้ ำเนนิ การดงั ต่อไปนี้
ก. หมู่บังคับการ

๑. รอง ผบ.ร้อย รายงานไปยงั ทก.พัน, ดำเนินการจดั ตั้ง ทก.รอ้ ย โดยเมื่อจอดรถแล้ว แผนท่ีสถานการณ์ ต้อง
ถูกทศิ และทำการพราง โดยเฉพาะอย่างย่ิงการพรางทางอากาศ

๒. จัดตั้งการตดิ ต่อสื่อสารทางสายกับ มว. ต่าง ๆ โดยใช้ พลนำสาร จาก มว. ต่าง ๆ ที่จะมาช่วยในการวาง
สาย, กำหนดสญั ญาณผา่ น และจดั เวรยามใน ทก.รอ้ ย

๓. ส. ส่อื สารตรวจสอบการตดิ ต่อส่ือสารทางวิทยุ กบั หน่วยรอง และ กองพนั ขนึ้ เสา RC - 292
๔. จัดเตรียมเคร่ืองใหแ้ สงสวา่ ง ทจี่ ะใชใ้ นเวลากลางคนื ในกรณีจำเปน็
๕. เลอื ก และ จัดเตรยี มการใช้ ทก. สำรองในกรณีจำเป็น โดยอาจใชจ้ าก มว. ที่อยใู่ กล้
ข. สมั ภาระรบ ( รถซอ่ มบำรุง, รถกู้ และรถพยาบาล )
๑. น.ซบร. จดั เตรยี มสนับสนนุ การซ่อมบำรุงใหก้ ับส่วนตา่ ง ๆ จัดเตรียมเครือ่ งมือ และช่าง ช้นิ สว่ นซอ่ ม หาก
จะต้องทำการจัด ชดุ ชา่ งไปยังตำบลจ่าย ซ่ึงจา่ กองรอ้ ยเปน็ ผคู้ วบคุมและนำไป
๒. ส.ยานยนต์ จดั พท. การซอ่ มบำรงุ และเตรียมเครอ่ื งปัน่ ไฟ ทีจ่ ะใช้งานในเวลากลางคืน
๓. จา่ กองร้อย และ ส. เสนารกั ษ์ จัด พท. การรกั ษาพยาบาล และเตรียมการประสานกบั ส. สง่ กำลงั ในการท่ี
จะทำการส่งกำลังบำรุงให้กบั หน่วย
ค. สมั ภาระพกั
๑. เตรึยมการส่งกำลงั บำรงุ ตามวงรอบ หรือการสง่ กำลังบำรุงเรง่ ด่วน โดยประสานกับจา่ กองรอ้ ย
๒. ดำรงการติดต่อสื่อสารกับจ่ากองร้อย ตลอดเวลาในเรื่องของการเพิ่มเติม สป., การทดแทน และการ
ส่งกลับมายังสัมภาระพกั ของกองพัน

อนผุ นวก ๑ : แผนภาพการจัด ทก.ร้อย.

๓๗

ผนวก ข ( ส่วนล่วงหน้า ) ประกอบ รปจ.ร้อย.ม. ...ม.พนั .๑๙

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. ในการเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่ไม่มีความคุ้นเคย, ส่วนล่วงหน้าของกองร้อย จะเข้าทำการลาดตระเวนตรวจ

พื้นท่ีก่อน, ทำการกำหนดท่ตี งั้ สำหรับรถ, และจดั เตรียมการเข้าที่ตง้ั ของกองรอ้ ยส่วนใหญ่

๒. สว่ นล่วงหนา้ ของกองร้อยประกอบดว้ ย

ก. รอง.ผบ.ร้อย.

ข. รอง.ผบ.มว.

ค. สอื่ สารกองรอ้ ย

ง. ส่วนระวงั ปอ้ งกันจัดจาก มว.ลว.ที่ ๒ จำนวน ๑ หมู่

จ. เจา้ หนา้ ท่นี ำทางตามความจำเป็น

๓. เครอื่ งมือสำหรบั แตล่ ะสว่ นท่ีมารวมเป็นสว่ นล่วงหน้า ประกอบด้วย

ก. กล้องตรวจการณ์ในเวลากลางคืน โดยจดั จากส่วนใดสว่ นหน่งึ ทร่ี ะบุไว้

ข. เคร่ืองแบบสนาม อาวธุ ประจำกาย

ค. ไฟฉาย และแผ่นกรองแสง

ง. กระดาษ, ธง, เทปทหารชา่ ง, พลอดเรอื งแสง และ ไฟฉายทใ่ี ช้ในการหมายที่ตั้งรถ

จ. เครอ่ื งตรวจทุ่นระเบิด และเครื่องตรวจจบั นชค.

ฉ. ส่วนลว่ งหน้าทำการเลือก และทำเครื่องหมายระบุ ทางเขา้ และทางออก, วาง และทำการกทู้ นุ่ ระเบิด

ในระหว่างทำการ ลว. เลือก และก้กู ่อนทีส่ ่วนใหญจ่ ะเข้าตามชองทางท่กี ำหนด

๔. ส่วนล่วงหน้ากำหนดเขตของแต่ละหมวดให้แกส่ ่วนลว่ งหน้าของแต่ละหมวด ส่วนล่วงหน้าของแตล่ ะ มว.

เลือกท่ีตั้งวางตัวรถแต่ละคันของ มว. ตามเขตทไี่ ดร้ ับมอบ

๕. เมอ่ื ส่วนใหญ่มาถงึ พ้ืนที่ที่เตรียมไว้, สว่ นล่วงหนา้ จะไปรอรถคนั แรกของส่วนใหญ่ท่ีจุดพบ หรือจุดปล่อยท่ี

ได้ระบุไว้ แล้วชี้ทางใหไ้ ปยงั ทตี่ ้งั วางตัวรถของแต่ละ มว. โดยไมม่ ีการหยุดรูปขบวนเป็นอันขาด

๖. ในเวลากลางคนื หรอื ในชว่ งทัศนวิสยั จำกัด พลนำทางจะใช้สัญญาณไฟฉาย ในการนำรถไปยงั ทีต่ ั้งของ มว.

การใช้สีของแผ่นกรองแสงระบไุ ว้ดงั นี้

มว.๑ สีแดง

มว.๒ สเี หลอื ง

มว.๓ สนี ้ำเงิน

มว.ทม่ี าสมทบ สีขาว

บก.รอ้ ย สเี ขียว

๗. รอง ผบ.ร้อย ซึง่ เปน็ ผคู้ วบคมุ ส่วนล่วงหน้าทำการรายงานต่อ ผบ.ร้อย ในทันทที ่ีส่วนใหญ่มาถงึ โดยรายงาน

ในรายละเอียดของการวางกำลัง และเขตรบั ผดิ ชอบของกองร้อย

๓๘

ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพร้อมรบ ) ประกอบ รปจ.รอ้ ย.ม. ...ม.พัน.๑๙

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. กำลงั พล
ก. เคร่ืองแบบสนาม
๑) ชุดปฐมพยาบาล
๒) นำ้ เต็มกระตกิ
๓) หน้ากากป้องกนั ไอพิษ ( ถ้ามี )
๔) เครื่องสนามประกอบพรอ้ ม
๕) อาวธุ ประจำกาย, ซองกระสุน และกระสนุ ตามอัตราบรรทุก
๖) บตั รประจำตัว และป้ายคลอ้ งคอ ( ถา้ มี )
๗) ชดุ นชค. ( ถ้ามี )
๘) นาฬิกาขอ้ มือ
๙) หมวกเหลก็ พร้อมผา้ พราง และตาขา่ ยพราง และมีหมายเลขประจำตัวในหน่วยติดท่ีด้านหน้า
ข. กำลังพลทุกนายตอ้ งรบั ทราบ คำสัง่ และสถานการณท์ ่ีเปน็ อยูใ่ นปัจจบุ นั
ค. ใบขับขรี่ ถยนต์ทหาร
ง. กำลังพลทุกนายต้องได้รับขา่ วสารเก่ียวกบั สภาพอากาศทีจ่ ะตอ้ งไปพบ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในเร่ือง ความร้อน

และความเยน็ ท่มี ผี ลต่อการปฏบิ ตั ทิ างทหาร
จ. ผบ.ส่วน
๑) แผนที่ และแผ่นบรวิ าร
๒) นปส. ที่มีผลบงั คับใช้
๓) รปจ. หน่วย
๔) ปากกา หรอื ดนิ สอเขยี นแผ่นบรวิ าร
๕) สมดุ บันทกึ , ปากกา และดนิ สอ
๖) สมุดบนั ทึกการอา่ นชัน้ สะพาน
๗) สมุดบนั ทึกการระเบดิ ทำลาย
๘) ปา้ ย และเอกสารทจ่ี ะใช้สำหรับเชลยศึก
๙) สมุดบนั ทึกการกรู้ ถ
๑๐) สมดุ บนั ทึกการรอ้ งขอการยิงสนับสนุน
๑๑) สมุดบนั ทกึ การอ่านชัน้ ถนน
๑๒) นาฬกิ าข้อมือ
๑๓) กลอ้ งส่องสองตา และกล้องตรวจการณ์ในเวลากลางคนื

( ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพรอ้ มรบ ) ประกอบ รปจ.ร้อย.ม. ...ม.พัน.๑๙ )
๒. ยานพาหนะ

ก. กล่าวทวั่ ไป

๓๙

๑) มีการบรรทกุ ตามแผนการบรรทุก
๒) กระสุนไดร้ ับการบรรทุกตามแผนการบรรทุก
๓) OVM ประจำรถ มคี รบ และใชก้ ารได้
๔) ชุด นชค. ของพลประจำรถ
๕) มีคู่มือพลประจำรถ
๖) น้ำมันเชอื้ เพลิง และนำ้ มันหลอ่ ล่นื , นำ้ มนั ทำความสะอาดอาวุธมพี รอ้ ม
๗) น้ำเตม็ กระติก และเต็มถัง
๘) สป. ได้รบั การแจกจา่ ย และบรรทุกเรียบร้อย
๙) เครอื่ งมือทำความสะอาดอาวุธมคี รบ
๑๐) เครื่องมอื โยธาสนามประจำรถมีครบ ติดตั้งถูกตอ้ ง และได้รบั การ ปบ. เปน็ อยา่ งดี
๑๑) มยี างอะไหล่ หรอื ขอ้ สายพานอะไหล่ ตามแผนการบรรทกุ
ข. ยานยนต์
๑) มหี นงั สือประวัติรถ และ สพ.๑๑๐ รวมท้ังใบรายงานอุบัตเิ หตุ
๒) ถงั นำ้ มนั ไม่มีการร่ัวซึม
๓) มีกรองเติมน้ำมันเชอื้ เพลิง
๔) เคร่ืองดับเพลิง ท้ังแบบประจำท่ี และแบบที่ถอดออกได้ ตามชนดิ ของรถ
๕) ระดับน้ำมันไดร้ บั การตรวจสอบถูกต้อง รวมทั้งตรวจสอบเครื่องวดั ระดบั นำ้ มัน
๖) ข้วั แบตเตอรแ่ี นน่ และระดับน้ำกล่ันถูกตอ้ ง
๗) ไสก้ รองอากาศสะอาด
๘) ระบบพยุงตวั รถใชง้ านได้ และได้รับการ ปบ. ที่ดี
๙) ความตงึ ของสายพานถกู ตอ้ ง, ความดันลมยางถูกต้อง
๑๐) ระบบแสงสวา่ ง หรือระบบไฟใช้งานได้
๑๑) ระบบตดิ เครือ่ งยนตป์ กติ
๑๒) ป๊มั นำ้ ประจำรถใช้งานได้
๑๓) ทอ่ ไอเสียไม่มกี ารรั่ว หรอื แตก
๑๔) ฟวิ สอ์ ะไหลข่ องระบบไฟตา่ ง ๆ
๑๕) ความสะอาด
๑๖) เครอ่ื งวัดตา่ ง ๆ ทำงานไดเ้ ปน็ ปกติ
๑๗) ระดบั น้ำในหม้อนำ้ ถูกต้อง
( ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพรอ้ มรบ ) ประกอบ รปจ.รอ้ ย.ม. ...ม.พนั .๑๙)
ค. ระบบอาวุธ
๑) การยงิ ระบบไฟฟ้าใชง้ านได้
๒) มสี มุดประวัตปิ ระจำอาวธุ และได้รับการบนั ทกึ อยา่ งถกู ต้องครบถ้วน
๓) กล้องเล็ง สะอาด และใชง้ านได้

๔๐

๔) กล้องตรวจการณ์ และชอ่ งมอง สะอาดและใชง้ านได้
๕) ระบบการหมุนปอ้ มปนื ใช้งานได้ และได้รับการ ปบ.
๖) คมู่ อื การปฏิบตั ติ ามกฎแหง่ ความปลอดภยั
๗) กระสุนไดร้ บั การ ปบ. อยา่ งถกู ต้อง และสะอาด
ง. เบ็ดเตล็ด
๑) กลอ้ งสอ่ งสองตา
๒) ตาขา่ ยพราง และเสาคำ้ ตาขา่ ย
๓) เข็มทศิ
๔) กล้องตรวจการณ์ในเวลากลางคืน
๕) เคร่ืองตรวจทนุ่ ระเบดิ พร้อมถ่านอะไหล่ ( ทร่ี ถ หมู่ ปล. )
๖) ชดุ ระเบิดทำลาย
๗) ถ่าน อะไหล่
๓. เคร่ืองมือสือ่ สาร
ก. วทิ ยุ
๑) ใชง้ านได้
๒) มีการรักษาความลับในการสง่ ขา่ ว
๓) ตั้งความถถ่ี กู ต้อง
๔) ตดิ ตง้ั Matching เสาวทิ ยเุ รียบรอ้ ย
๕) เสาวิทยุ ตดิ ตั้งเพยี งครึ่งตน้
๖) ขอ้ ต่อต่าง ๆ แนน่ และสะอาด
ข. กล่องควบคมุ การทำงานใช้งานได้ และได้รับการ ปบ.
ค. หมวกพลประจำรถมีครบ และใชง้ านได้
ง. โทรศพั ท์สนาม TA - ๓๑๒ มถี า่ น และถ่านอะไหล่พร้อม
จ. เครอื่ งสลับสาย ใช้งานได้
ฉ. ชุด CE - ๑๑ มเี ครอื่ งประกอบพร้อม
ช. อ่ืน ๆ ตามแตก่ ารรับมอบ ของรถแตล่ ะชนดิ
๔. เครอื่ งมือซ่อมบำรุง
ก. ชิ้นส่วนซอ่ มตามอตั ราพกิ ัด และการบรรทกุ
ข. ตรวจสอบ เครอ่ื งมือชา่ ง
๕. พลประจำอาวุธ
ก. ทำความสะอาด และ ตรวจสอบการใช้งาน
ข. ทำความสะอาดลำกลอ้ ง
ค. เคร่อื งประกอบชดุ , ลำกลอ้ งอะไหล่, เครือ่ งมือทำความสะอาด, กระสุน

๔๑

( ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพร้อมรบ ) ประกอบ รปจ.รอ้ ย.ม. ... ม.พัน.๑๙ )
อนุผนวก ๑ : การวางกำลงั
อนผุ นวก ๒ : การเตรียมการ
อนุผนวก ๓ : การปฏิบตั ิการตรวจสภาพความพรอ้ มรบ

๔๒

อนุผนวก ๑ ( การวางกำลงั ) ประกอบ ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพรอ้ มรบ ) ประกอบ รปจ. ร้อย.ม.
ม.พัน.๑๙

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การวางกำลัง

แทน่ รับการเคารพ

ผบ.ร้อย
แถวกำลงั พล

ผบ.มว. ๓ ผบ.มว. ๒ ผบ.มว. ๑ จา่ กองร้อย น.ซบร. ผบ.ร้อย.

๑๒ ๑๑ ๑๒ ๑๑ ๑๒ ๑๑ ส.ส่งกำลงั ส.ยานยนต์ รอง.ผบ.ร้อย.

๑๔ ๑๓ ๑๔ ๑๓ ๑๔ ๑๓ ส. สง่ กำลัง ส. รถกู้ นตต.

๑๖ ๑๕ ๑๖ ๑๕ ๑๖ ๑๕ ส. สูทกรรม ส. รถกู้ ส.สื่อสาร

๑๘ ๑๗ ๑๘ ๑๗ ๑๘ ๑๗ ถ. ผบ.ร้อย.

- ผบ.รอ้ ย. ยืนหา่ งแท่นรับการเคารพ ๖ กา้ ว

- แถวกำลังพลหา่ ง ผบ.ร้อย. ๓ กา้ ว

- รอง.ผบ.ร้อย., นตต., น.ซบร., ผบ.มว.ลว. ยนื ด้านขวาของแถวกำลงั พล

- รถ ผบ.รอ้ ย. หา่ งรถ น.ซบร. ๕ ก้าว, รถ น.ซบร.หา่ งรถ จ่ากองรอ้ ย ๕ ก้าว, รถจ่ากองร้อย ห่างรถ ผบ.มว.ลว.

ที่ ๑ ๗ ก้าว, รถ ผ.มว.ลว.ทงั้ ๓หมวด หา่ งกัน ๙ ก้าว

๔๓

อนผุ นวก ๒ ( การเตรยี มการ ) ประกอบ ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพร้อมรบ ) ประกอบ รปจ. รอ้ ย.ม.
ม.พัน.๑๙

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเตรยี มการ
๑. สถานที่

ก. รอง.ผบ.รอ้ ย. กำกบั ดแู ล การจัดเตรยี มสถานท่ี และวางกำลังเพ่อื รบั การตรวจ
ข. ส.ส่อื สาร เป็นผชู้ ่วยเหลือ รอง.ผบ.ร้อย. ในการจัดทำแนวการวางกำลงั ของแต่ละสว่ น
ค. การนำกำลังเขา้ พน้ื ท่ีให้เร่ิมจากหน่วย ทางขวามือไปซ้ายมือ
๒. กำลังพล
ก. เขา้ แถวหนา้ กระดาน ๖ แถว ให้กึ่งกลางกองรอ้ ย ห่างจากหน้ารถ ๓ กา้ ว
ข. ความรกู้ ำลงั พล ตาม ชกท. และหนา้ ทตี่ นเอง รวมท้ังความร้ใู นฐานะพลประจำรถ
๓. เครือ่ งใชป้ ระจำตวั
ก. นำ้ เตม็ กระตกิ , ผา้ ผูกคอสเี ขียว และเครอ่ื งสนามพรอ้ ม
ข. วางสิง่ ของเครอ่ื งใชต้ ามแผนการบรรทุก
๔. อาวธุ ประจำกาย และอาวธุ ประจำหนว่ ย
ก. การต้ังศนู ยร์ บ, การเปล่ียนลำกล้องอะไหล่, การเปลยี่ นสายกระสนุ และการปรบั หน้าลกู เลือ่ น
ข. อาวุธตอ้ งสะอาด และมีการหล่อล่ืนพร้อมใช้งาน
ค. อาวธุ ประจำรถยกปืนข้นึ สงู สดุ
ง. รวู้ ธิ แี กไ้ ขเหตตุ ดิ ขดั
จ. กระสุนสะอาด และการวางกระสนุ ตามแผนการบรรทกุ
๕. ยานพาหนะ
ก. เครอ่ื งมือประจำรถตอ้ งมคี รบ
ข. ถังนำ้ มนี ้ำเต็มถงั
ค. มีการ ปบ. อยา่ งถูกตอ้ ง
ง. ทราบมาตราทานของรถของตน
๖. เครือ่ งมือส่ือสาร
ก. ทราบวิธีการใช้ การแกไ้ ขเหตุตดิ ขัด และมาตราทาน
ข. ทราบระเบยี บการพูดวทิ ยุโทรศัพท์
ค. การตั้ง และการเปลี่ยนความถ่ี , การตง้ั ความถี่ลว่ งหน้า
ง. การใช้ นปส. และ นสป.

๔๔

อนุผนวก ๓ ( การปฏบิ ตั กิ ารตรวจสภาพความพรอ้ มรบ ) ประกอบ ผนวก ค ( การตรวจสภาพความพร้อมรบ )
ประกอบ รปจ. ร้อย.ม. ... ม.พนั .๑๙

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การปฏบิ ัติ

๑. กำลังพลเข้าแถวประจำหนา้ รถพร้อมรบั ตรวจ
๒. การประจำหน้ารถ

ผบ.ร้อย จะกลับหลงั หนั ส่ัง “ แถว - ตรง, กลบั หลัง-หนั , หน้ารถ ประจำที่ ”
เมื่อสน้ิ คำสั่ง ใหก้ ำลังพล ว่งิ ไปประจำหน้ารถ ดว้ ยความรวดเรว็ เข้มแข็ง การว่ิงให้ว่ิงดว้ ยท่าเฉยี งอาวุธ กำลังพล
เม่อื ถงึ รถของตนเอง ให้ยืนอยู่หน้ารถในท่าพกั ตามระเบียบ หา่ งจากหนา้ รถ ๑ ก้าว
๓. การขน้ึ รถ
ก. ผบ.รอ้ ย. สง่ั “ แถว - ตรง, เตรียมตัวขนึ้ รถ ” ให้กำลงั พลปฏิบตั ิทา่ ตรง แลว้ ปฏิบัตทิ า่ กลับหลงั หัน
ข. ผบ.ร้อย ส่ัง “ ข้ึนรถ ”

ให้กำลงั พลทำท่าเฉียงอาวุธ กึ่งขวาหันไม่ต้องชดิ เท้า แล้วจงึ ตบเท้าซ้ายร้อง “ เฮ ” แลว้ วิ่งขึ้นรถ ทำการต่อ
ชุดเครื่องใช้ตา่ ง ๆ เสรจ็ แลว้ พลประจำรถถัง และ รถ รสพ. ทอี่ ยใู่ นตำแหน่งโผลน่ อกป้อม
๔. การขานตำแหน่ง

ผบ.รอ้ ย สั่ง “ ขานตำแหนง่ ” กำลงั พลให้ขานตำแหนง่ ปฏิบตั ไิ ปตามลำดบั จากหน้ามาหลัง และขวามาซ้าย
๕. การตรวจเคร่อื งมอื เครือ่ งใช้

ผบ.ร้อย สัง่ “ ตรวจเครอื่ งมือเครอื่ งใช้ ” กำลงั พลให้ตรวจเคร่ืองมือเครอ่ื งใช้ แล้วรายงานความเรียบร้อยในส่วน
ของตนเอง จากหลงั มาหน้า และจากซ้ายมาขวา
๖. การตรวจยานพาหนะ และเครื่องมอื ส่ือสาร

ก. ผบ.ร้อย สั่ง “ ติดเครื่องยนต์ ” ( ประกอบทัศนสัญญาณ ) กำลังพล ติดเครื่องยนต์ เปิดไฟ ตรวจความ
เรียบร้อยของไฟรถทุกชนิด แล้วเปิดวิทยุ ตรวจวิทยุ รายงานเข้าข่าย และเมื่อตรวจสิ่งต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วให้น่ัง
ประจำรถใหเ้ รียบร้อย

ข. ผบ.ร้อย ส่งั “ ดับเคร่ือง ” ( ประกอบทศั นสญั ญาณ ) ปดิ ไฟ ปดิ วิทยุ ดบั เครอื่ งยนต์ แลว้ ทุกสว่ นรายงานความ
พร้อมของตนเองจาก หลังมาหน้า และ จากซ้ายมาขวา
๗. การลงรถ

ก. ผบ.ร้อย สั่ง “ เตรียมลงรถ ” กำลงั พลเตรึยมปลดเครอื่ งมอื เครอ่ื งใชพ้ รอ้ มลงรถ
ข. ผบ.ร้อย ส่ัง “ ลงรถ ” ทกุ หน่วยลงจากรถมาประจำหน้ารถเหมือนเดิม ปฏบิ ัตทิ ่าเรียบอาวุธแลว้ จัดแถว ผบ.
รถ สง่ั “ นงิ่ , ตามระเบยี บพัก ” แล้วอยูใ่ นทา่ ตามระเบียบพกั
๘. ผบ.ร้อย. กลับหลงั หนั รายงานว่า “ กองร้อยทหารมา้ ที่..........พร้อม ”
๙. การรายงานตวั ตอ่ กรรมการ

เมื่อผู้ตรวจเดินมาหยุดตรวจหน้ากำลังพลผู้ใด ให้แสดงความเคารพแล้วรายงาน ยศ ชื่อ นามสกุล
ตำแหนง่ หมายเลขปืน ชกท. หนา้ ทต่ี าม ชกท. ตรวจอาวุธ แล้วยืน่ อาวธุ ให้ผู้ตรวจ

๔๕

ผนวก ง ( การรายงานทางเอกสาร ) ประกอบ รปจ. ร้อย.ม. ... ม.พัน.๑๙
---------------------------------------------------------------------------------------------------------

อนุผนวก ๑ สรปุ ยอดกำลงั พลประจำวัน
อนผุ นวก ๒ สรุปยอดกำลงั พลประจำสัปดาห์
อนผุ นวก ๓ แบบรายงานสถานภาพ
อนุผนวก ๔ สถานภาพกำลงั พลและยทุ โธปกรณ์
อนุผนวก ๕ บญั ชรี ายละเอียดกำลงั พลและยทุ โธปกรณ์
อนผุ นวก ๖ แบบรายงานสถานการณป์ ระจำวัน
อนผุ นวก ๗ ใบเบิกเสบียงอาหารประจำวนั
อนุผนวก ๘ ใบเบิกเสบยี งประเภท ก,ข,ค และ ง
อนผุ นวก ๙ หลกั ฐานการรับประทานอาหาร(ต่างหน่วย)
อนุผนวก ๑๐ รายงานการลาดตระเวน
อนุผนวก ๑๑ หวั ข้อสรุปขา่ วกรอง
อนุผนวก ๑๒ แบบฟอรม์ การซักถามเชลยศกึ เบื้องต้น
อนผุ นวก ๑๓ รายงานการสูญเสียทางเอกสาร
อนผุ นวก ๑๔ แบบรายงานการสูญเสีย ( กพ.๓ )
อนุผนวก ๑๕ แบบรายงานการสญู เสยี จากการรบ ( ก.พ.๑ )
อนุผนวก ๑๖ แบบรายงานการสูญเสียจากการรบ ( ก.พ.๒ )
อนผุ นวก ๑๗ แบบรายงานการสญู เสียจากการรบ ( ก.พ.๓ )
อนุผนวก ๑๘ ใบนำสง่ ศพ
อนุผนวก ๑๙ ใบรบั รองการรู้จกั
อนุผนวก ๒๐ ใบบันทึกทรพั ยส์ ินส่วนตัว
อนุผนวก ๒๑ ทะเบียนศพ
อนุผนวก ๒๒ ใบเบกิ กำลงั พลทดแทน
อนุผนวก ๒๓ ใบเบกิ กำลังทดแทน
อนุผนวก ๒๔ รายละเอียดการบรรจุกำลังทดแทน

๔๖

อนุผนวก ๑ ( สรปุ ยอดกำลังพลประจำวนั ) ประกอบ ผนวก ง ( การรายงานทางเอกสาร ) ประกอบ รปจ.
รอ้ ย.ม. ... ม.พนั .๑๙

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยอดกำลงั พลประจำวนั ของหนว่ ย.........................

ประจำวนั ท่ี..............เดือน......................พ.ศ................

ลำดบั หนว่ ย ยอดกำลงั พลบรรจุจริง หมายเหตุ
น. ส. พล ฯ รวม

ตรวจถูกต้อง
( ลงชอ่ื )................................................
ผบ.ร้อย

- รายงานฉบับนสี้ ามารถดัดแปลงสง่ ทางวิทยุไดโ้ ดยมขี อ้ มลู ครบตามต้องการ

๔๗

อนุผนวก ๒ ( สรปุ ยอดกำลงั พลประจำสัปดาห์ ) ประกอบ ผนวก ง ( การรายงานทางเอกสาร ) ประกอบ รปจ.
รอ้ ย.ม. ... ม.พัน.๑๙

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยอดกำลังพลประจำสัปดาห์ของหน่วย.........................

ประจำวนั ที่................เดือน..............................พ.ศ................

ลำดบั หน่วย ยอดกำลังพลบรรจจุ ริง หมายเหตุ
น. ส. พล ฯ รวม

ตรวจถกู ตอ้ ง
( ลงชอ่ื )................................................
ผบ.รอ้ ย

- รายงานฉบับน้ีสามารถดัดแปลงสง่ ทางวทิ ยไุ ดโ้ ดยมีขอ้ มูลครบตามตอ้ งการ

๔๘

อนุผนวก ๓ ( แบบรายงานสถานภาพ ) ประกอบ ผนวก ง ( การรายงานทางเอกสาร ) ประกอบ รปจ.ร้อย.ม.
ม.พัน.๑๙

แบบรายงานสถานภาพ

จาก ..........................................................

วันที่.........../......................./..............

ถงึ ...........................................................

๑. กำลังพล - แยกรายงาน

๒. อาวธุ - แยกรายงาน

๓. ยานพาหนะ - แยกรายงาน

๔. เครอ่ื งมือสอ่ื สาร - แยกรายงาน

๕. ยุทโธปกรณ์อื่น ๆ - แยกรายงาน

๖. ขอรับการสนับสนนุ สป.ตา่ ง ๆ เพม่ิ เติม ดงั น้ี

๖.๑ สป.๓ - เบนซนิ จำนวน.................. ลติ ร

- ดซี า่ จำนวน................... ลิตร

- นำ้ มนั สว่ นสัมพนั ธ์ ๑) เกรด ๑๐ จำนวน.................... ลิตร

๒) เกรด ๓๐ จำนวน.................... ลติ ร

๓) เกรด ๔๐ จำนวน.................... ลติ ร

๔) ไขขน้ จำนวน.................... ลิตร

๖.๒ สป.๕ - กปพ.๘๖ จำนวน.................... นัด

- กปล. M ๑๖ จำนวน.................... นัด

- กปก. M ๖๐/ปก.รว่ มแกน จำนวน.................... นดั

- กปก. ๙๓ จำนวน.................... นดั

- ลย.ค. ๔๐ มม. M ๗๙ ระเบิด จำนวน................... นดั

ลูกปราย จำนวน................... นัด

สอ่ งสว่าง จำนวน.................... นัด

- ลย.ค.๙๔ ขนาด ๔.๒ น้ิว ระเบดิ จำนวน................... นัด

ควัน จำนวน.................... นดั

สอ่ งสว่าง จำนวน.................. นัด

- กปถ.๗๖ มม. ระเบิด จำนวน.................... นัด

ระเบิดกระเทาะเกราะ จำนวน.................... นดั

ลูกปราย จำนวน.................... นัด

ควนั จำนวน.................. นัด

( ลงช่ือ ) ..........................................................

(...........................................)

( ตำแหน่ง )...........................................................

๔๙

อนุผนวก ๔ ( สถานภาพกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ) ประกอบ ผนวก ง ( การรายงานทางเอกสาร ) ประกอบ

รปจ.รอ้ ย.ม. ... ม.พัน.๑๙

สถานภาพกำลังพลและยุทโธปกรณ์

หน่วย รอ้ ย.ม.(ลว.) ที่ ๓ ม.พัน.๑๙

วันที่...............เดือน...........................พ.ศ......................

ลำดับ ประเภท รายการ ยอดเดิม จำหนา่ ย คงเหลอื หมายเหตุ

๑ กำลงั พล - นายทหาร .................... ................. .............. ....................

- นายสบิ .................... ................. .............. ....................

- พลทหาร .................... ................. .............. ....................

- สมทบ .................... ................. .............. ....................

รวม .................... ................. .............. ....................

๒ อาวุธ - ปพ.๘๖ .................... ................. .............. ....................

- ปลย.M ๑๖ .................... ................. .............. ....................

- ปลย.M ๖๕๓ .................... ................. .............. ....................

- ปก.M ๖๐ .................... ................. .............. ....................

- ปก.ร่วมแกน .................... ................. .............. ....................

- ปก.๙๓ .................... ................. .............. ....................

- ค.๔๐ มม.M ๗๙ .................... ................. .............. ....................
- ปถ. ๗๖ มม. .................... ................. .............. ....................

- คจตถ.๗๓ มม. .................... ................. .............. ....................

- ค.๙๔ ขนาด ๔.๒ น้ิว .................... ................. .............. ....................

รวม .................... ................. .............. ....................

๓ ยานพาหนะ - รยบ. ๑/๔ ตนั .................... ................. .............. ....................

- รยบ. ๑ ๑/๔ ตัน (ยูนิมอก/ฮมั ว่ี) .................... ................. .............. ....................

- รยบ. ๒ ๑/๒ ตัน .................... ................. .............. ....................

- รถกู้ ๕ ตัน .................... ................. .............. ....................

- ถ.เบา ๒๑ .................... ................. .............. ....................

- รสพ.M ๑๑๓ A ๑ .................... ................. .............. ....................
- รสพ.M ๑๐๖ A ๒ .................... ................. .............. ....................

รวม .................... ................. .............. ....................

๔ เคร่อื งมือ - AN/PRC-๗๗ .................... ................. .............. ....................

สือ่ สาร - AN/VRC-๔๖ .................... ................. .............. ....................

- AN/VRC-๑๐๖ .................... ................. .............. ....................

- AN/GRC-๑๖๐ .................... ................. .............. ....................

- UK/VRQ-๓๐๑ .................... ................. .............. ....................

- UK/VRQ-๙๓๑X .................... ................. .............. ....................

รวม .................... ................. .............. ....................

.................... ................. .............. ....................

๕๐

ลำดบั ประเภท รายการ ยอดเดิม จำหนา่ ย คงเหลือ หมายเหตุ
๕ อื่น ๆ
- กล้องส่องสองตา .................... ................. .............. ....................

- กล้องตรวจการณ์ M ๔๙ .................... ................. .............. ....................

- กลอ้ งตรวจการณด์ ว้ ยเลเซอร์ LP-๗ .................... ................. .............. ....................

- เคร่อื งหาพกิ ัดด้วยดาวเทียม GPS- .................... ................. .............. ....................

๘๕ ............ ....... .... ............

ตรวจถกู ตอ้ ง
( ลงช่อื )...................................................
ผบ.ร้อย.


Click to View FlipBook Version